﻿1
00:00:06,024 --> 00:00:10,024
(ล่าม) อาจารย์แชร์ไสลด์ให้หน่อยได้ไหมครับ (อาจารย์มัณทนา)  ได้ค่ะ ตอนนี้ได้ยินอยู่ใช่ไหมคะ

2
00:00:13,930 --> 00:00:17,930
โอเค (ล่าม) สักครู่นะครับ

3
00:00:20,928 --> 00:00:21,082
พอดีวันนี้จะยังไม่มีกล้อง

4
00:00:21,082 --> 00:00:25,082
ตัวที่ใช้ครั้งที่แล้วน่ะค่ะ ต้องเป็นตัว

5
00:00:28,539 --> 00:00:32,539
จากตัวคอมพิวเตอร์เลย

6
00:00:58,672 --> 00:01:02,672
เออ นั่นสิ

7
00:01:18,876 --> 00:01:22,876
(อาจารย์มัณทนา) ขึ้นไหมคะ ได้ยินไหมคะ เดี๋ยวครูอันนี้แป๊บหนึ่ง ครูขออันนี้กับล่าม

8
00:01:28,682 --> 00:01:32,682
มันขึ้นเป็น... ได้ใช่ไหมเอ่ย

9
00:01:54,904 --> 00:01:58,369
เห็นไหม

10
00:01:58,369 --> 00:02:02,369
มองเห็นใช่ไหม โอเค ทาง

11
00:02:03,871 --> 00:02:07,871
... ก็ได้ยินใช่ไหมคะ ต้องใส่ไมค์ไหมเอ่ย หรือว่าแค่นี้ก็โอเคแล้ว

12
00:02:09,136 --> 00:02:13,136
เอาได้ไหม กล้องอยู่ไหนน่ะ

13
00:02:17,111 --> 00:02:19,323
You ทำเป็นใช่ไหม

14
00:02:19,323 --> 00:02:23,323
ไหน ลองทำ

15
00:02:42,931 --> 00:02:43,870
เดี๋ยวไม่ได้ยินไง เพราะครูเดิน...

16
00:02:43,870 --> 00:02:47,870
ครูก็ทำไม่เป็น // เดี๋ยวรอมาก่อน

17
00:02:50,139 --> 00:02:51,553
ครั้งที่แล้วมิกซ์ไม่ได้มา

18
00:02:51,553 --> 00:02:55,553
(อาจารย์มัณทนา) How to you turn dis

19
00:02:58,949 --> 00:03:02,949
ได้ยินไหม ชัดนะ ไมค์ก็ได้ยิน

20
00:03:05,220 --> 00:03:09,220
ใช่ไหมคะ โอเค

21
00:03:14,956 --> 00:03:14,962
มาลอง มาลองดูก่อน วันนี้ง่ายมาก หายไปไหนเพื่อน

22
00:03:14,962 --> 00:03:18,962
แค่เด็กใช่ไหม ครั้งที่แล้ว...

23
00:03:22,814 --> 00:03:26,814
มันต้องเชื่อม

24
00:03:29,370 --> 00:03:33,370
เข้ากับอะไรน่ะ ของครูเหรอ แต่จริง ๆ คอมครูก็เห็นอยู่นะนี่

25
00:03:36,900 --> 00:03:40,900
// บางทีก็เห็น บางทีก็ไม่ค่อยชัดเท่าไร

26
00:03:43,078 --> 00:03:47,078
(อาจารย์มัณทนา) อันนี้เอามาจากห้อง...

27
00:04:05,705 --> 00:04:09,705
(นักศึกษาชาย) เห็นชัดไหมครับ

28
00:04:16,416 --> 00:04:20,416
(อาจารย์มัณทนา)  นี่ไง วันนี้ยังมีเท่านี้อยู่

29
00:04:25,037 --> 00:04:27,651
เดี๋ยวครูเช็กชื่อก่อน

30
00:04:27,651 --> 00:04:31,651
ที่เหลือเขาจะขึ้นมาอยู่ ถูกไหมที่ครูเข้าใจ

31
00:04:32,084 --> 00:04:33,855
โอเค

32
00:04:33,855 --> 00:04:37,572
เรียนนิดเดียว เดี๋ยวมีงานให้ทำ

33
00:04:37,572 --> 00:04:41,572
ครั้งที่แล้วมีส่งงานนะ

34
00:04:42,288 --> 00:04:46,288
ครั้งที่แล้วมีส่งงาน แต่ทีนี้บางคน

35
00:04:47,134 --> 00:04:51,134
ส่งผิดงาน ครูให้เขียนการเติม s

36
00:04:56,485 --> 00:05:00,485
es แต่บางคนส่งการใช้ There is There are มา

37
00:05:02,878 --> 00:05:04,894
ซึ่งไม่ผิด มันเป็นสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็แปลว่าต้องกลับไปทำเพิ่มเฉย ๆ

38
00:05:04,894 --> 00:05:08,422
นะ มันจะมีนี่ ครูเขียนไว้อยู่

39
00:05:08,422 --> 00:05:12,422
ไม่ ๆ อู๊ด ๆ เธอไม่ได้ส่งผิด เธอส่งถูกอยู่

40
00:05:14,396 --> 00:05:16,997
เธอส่งถูกอยู่ เธอชื่อณัฐพงศ์ใช่ไหมคะ

41
00:05:16,997 --> 00:05:20,427
ครูก็เลยไอ้นี่ ทำถูกอยู่ จะมีคนชื่อ

42
00:05:20,427 --> 00:05:24,427
กฤษดา ใครชื่อกฤษดา

43
00:05:27,548 --> 00:05:29,602
เดี๋ยวครูบอกที่หลังเอาแล้วกัน ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร

44
00:05:29,602 --> 00:05:33,384
แล้วก็มีสมภัสสร ไม่...

45
00:05:33,384 --> 00:05:37,384
ปิยนุช

46
00:05:38,549 --> 00:05:42,549
เขาทำผิดนิดหน่อย

47
00:05:46,358 --> 00:05:48,686
คำว่า "ผิด" ก็คือทำผิดงาน แต่ก็เป็นงานที่ต้องส่งอยู่แล้ว

48
00:05:48,686 --> 00:05:50,671
อะไรอย่างนี้ ก็ไม่เป็นอะไร ก็เดี๋ยวได้ทำเพิ่ม

49
00:05:50,671 --> 00:05:52,975
แต่ครูสอนก่อน แล้วค่อยเคลียร์กันเรื่องงาน

50
00:05:52,975 --> 00:05:56,975
เดี๋ยวขอสอนก่อนนะ เดี๋ยวขอเช็กชื่อด้วย

51
00:05:58,833 --> 00:06:02,833
จริง ๆ ห้องนี้มันต้องมี 15 คน 2 4 6 8

52
00:06:05,786 --> 00:06:07,296
ขาดไปกี่คน 8 บวกเท่าไรได้ 15

53
00:06:07,296 --> 00:06:08,471
(นักศึกษาชาย) 8 + 7

54
00:06:08,471 --> 00:06:12,471
รอเพื่อนก่อน ขอเช็กคนที่มาก่อนนะ แต่ไม่มี

55
00:06:13,335 --> 00:06:16,876
ใครลา ไม่มีใครขาดใช่ไหม (นักศึกษาชาย) มีลา (อาจารย์มัณทนา)  ใครลา

56
00:06:16,876 --> 00:06:20,876

57
00:06:28,004 --> 00:06:30,683
ชื่ออะไร เขาชื่อนี้เหรอ

58
00:06:30,683 --> 00:06:34,683
ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวครูเอาใบรายชื่อให้เพื่อนดูก่อน

59
00:06:42,688 --> 00:06:46,688
ใครลาเขียน...

60
00:07:19,085 --> 00:07:21,660
โอเค นานไหมน่ะ (นักศึกษาชาย) ไม่นาน (อาจารย์มัณทนา) ธีรเดช

61
00:07:21,660 --> 00:07:25,660
โอเค

62
00:07:28,268 --> 00:07:32,268
เอามา ทำให้เรียบร้อย

63
00:07:32,461 --> 00:07:36,461
สุภาวรรณ

64
00:07:39,985 --> 00:07:42,746
เดี๋ยวรอก่อน ค่อย ๆ ทยอยมา

65
00:07:42,746 --> 00:07:46,746
ใครที่มาแล้วก็ออกไป ใครที่ออกไป ก็เพิ่งมา

66
00:08:05,577 --> 00:08:09,577
สกาวใจ

67
00:08:17,221 --> 00:08:21,221
เสียงก้อง เสียงก้อง

68
00:08:35,136 --> 00:08:37,501
มันก็... เห็นไหมล่ะ ข้างนอกเห็นไหมล่ะ

69
00:08:37,501 --> 00:08:41,501
(นักศึกษาชาย) ต้องให้มานั่งข้างหน้าครับ

70
00:08:42,514 --> 00:08:46,514
เราต้องย้ายไปนั่ง...

71
00:09:14,136 --> 00:09:16,952

72
00:09:16,952 --> 00:09:18,616
วันนี้ฉันต้องสนใจพวกเธอ

73
00:09:18,616 --> 00:09:22,616
นะคะ ระวังนะ ระวังนะ

74
00:09:22,813 --> 00:09:26,813
อร

75
00:09:32,184 --> 00:09:36,184
ญามาใช่ไหม

76
00:09:52,564 --> 00:09:56,564
ไปไหนมา มาอยู่ใช่ไหม

77
00:10:00,191 --> 00:10:04,191
ทักษบดี

78
00:10:43,220 --> 00:10:47,220
โสม แสดงว่าลา 2 คนเหรอ

79
00:10:49,080 --> 00:10:53,080
อ๋อ

80
00:10:55,744 --> 00:10:57,941
กลับบ้าน กลับบ้าน

81
00:10:57,941 --> 00:11:01,941
ปิยนุช ปิยนุช

82
00:11:02,784 --> 00:11:06,784
ปิ-ยะ-นุช

83
00:11:10,303 --> 00:11:14,303
ภา

84
00:11:16,027 --> 00:11:19,456
ณุ ภาณุ

85
00:11:19,456 --> 00:11:21,028
ภาณุ

86
00:11:21,028 --> 00:11:25,028

87
00:11:25,698 --> 00:11:29,698
ณัฐพงษ์

88
00:11:34,241 --> 00:11:37,125
แล้วก็...

89
00:11:37,125 --> 00:11:41,125
เช็กไปแล้วจ้ะ

90
00:11:41,842 --> 00:11:45,842
โอเค ทีนี้

91
00:11:46,436 --> 00:11:50,436
ครูไม่แน่ใจว่าครูกบจะขึ้นมาไหม

92
00:11:52,703 --> 00:11:56,703
คนในรายชื่อที่ครูจะเขียนต่อไปนี้ คือ

93
00:11:57,362 --> 00:11:59,049
คนที่ส่งงานมาผิดนะ

94
00:11:59,049 --> 00:12:03,049
แต่ว่าเป็นงานที่มันต้องส่งวันนี้แหละ แปลว่า

95
00:12:06,170 --> 00:12:06,850
เธอจะต้องกลับไปทำเพิ่มอีก 1 งาน โอเคไหม

96
00:12:06,850 --> 00:12:10,850
แต่ว่าเดี๋ยวครูสอนวันนี้ก่อน แล้วจะเข้าใจว่ามันผิดอย่างไร

97
00:12:15,101 --> 00:12:15,258
โอเคนะ ครั้งที่แล้วที่เราเรียนกันน่ะ

98
00:12:15,258 --> 00:12:19,258
เราเรียนเรื่องกฎการเติม s es เห็นไหม

99
00:12:23,545 --> 00:12:27,545
เดี๋ยวครูจะเปิดให้ดู ครั้งที่แล้วเราเรียนกันเรื่องนี้

100
00:12:36,737 --> 00:12:40,737
นี่ คือสิ่งที่เราเรียนไป

101
00:12:48,878 --> 00:12:51,481
ครั้งที่แล้ว ถูกไหมลูก แล้วครูให้ไปสรุป

102
00:12:51,481 --> 00:12:54,733
มา เห็นไหม เป็นสรุปเป็น

103
00:12:54,733 --> 00:12:55,948
การบ้าน แล้วส่งเข้ามาใน LINE ทีนี้

104
00:12:55,948 --> 00:12:59,948
ส่งครบทุกคน ดีมาก มีคนที่ทำได้ดีมาก ๆ ด้วย แต่

105
00:13:03,292 --> 00:13:07,292
มีบางคนที่ส่งมาผิดงาน ก็คือไม่ได้ทำงานนี้ แต่ไปสรุปอีกเรื่อง

106
00:13:09,137 --> 00:13:10,053
ก็คือเรื่องที่ครูจะสอนวันนี้มาให้ครู

107
00:13:10,053 --> 00:13:14,053
แล้วมันไม่ได้ผิด เพราะว่าวันนี้ครูจะให้สรุปเหมือนกัน

108
00:13:17,361 --> 00:13:18,380
สิ่งที่ต้องทำ ก็คือเราต้องสรุปงานนี้

109
00:13:18,380 --> 00:13:22,380
ให้ครูด้วย ส่วนพวกที่สรุปงานนนี้มาแล้ว ก็ต้อง

110
00:13:28,071 --> 00:13:29,274
สรุปของสิ่งที่จะได้เรียนวันนี้มาให้ครูด้วยเหมือนกัน

111
00:13:29,274 --> 00:13:33,274
เก็ทไหม สรุปว่ามันจะมีทั้งหมด 2 งานที่คุณต้องส่ง

112
00:13:35,594 --> 00:13:39,594
ทีนี้คนที่... คนที่ทำไปแล้วน่ะ มันจะมีอยู่แค่

113
00:13:42,384 --> 00:13:43,009
1 2 3 มีอยู่ 3 คนที่ส่งมาผิดงาน

114
00:13:43,009 --> 00:13:47,009
คนแรก คือ สุภาวัลย์

115
00:13:50,824 --> 00:13:54,824

116
00:13:55,912 --> 00:13:59,912
สุภาวรรณ

117
00:14:10,748 --> 00:14:14,748
คนที่ครูเขียนบนกระดาษน่ะ คนที่ส่งมาผิดงาน

118
00:14:19,103 --> 00:14:21,045
เราไม่ได้สรุปงานที่ครูขึ้นให้บนกระดาน

119
00:14:21,045 --> 00:14:21,749
แต่ว่าเราสรุปงานอีกงานหนึ่งมาให้ครู

120
00:14:21,749 --> 00:14:25,749
แปลว่าเราต้องไปสรุป

121
00:14:35,242 --> 00:14:39,242
อันนี้มาให้ครูก่อนนะ ส่วนงานที่เราส่งมาแล้วน่ะ เดี๋ยวครูเช็กให้ มันเป็นงานของวันนี้

122
00:14:42,269 --> 00:14:45,236
เก็ทไหม สิ่งที่ 3 คนนี้

123
00:14:45,236 --> 00:14:48,832
รายชื่อบนกระดาน ต้องทำ คือ มันจะเป็นงาน

124
00:14:48,832 --> 00:14:52,832
ที่ครูส่งลิงก์เข้าไปให้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว

125
00:14:53,922 --> 00:14:54,582
หนูต้องไปสรุปกฎการเติม s es มา

126
00:14:54,582 --> 00:14:58,582
นี่ ทุกกฎเลย มันคือกฎในอันนี้

127
00:15:01,533 --> 00:15:04,608
นี่ หนูต้องสรุปของหน้านี้มาให้ครู

128
00:15:04,608 --> 00:15:06,671
เขียน

129
00:15:06,671 --> 00:15:08,905
สรุปให้เรียบร้อย

130
00:15:08,905 --> 00:15:12,905
เขียนมา พร้อมกับ

131
00:15:17,389 --> 00:15:18,508
ยกตัวอย่างประกอบ

132
00:15:18,508 --> 00:15:22,508
ดูตัวอย่างของเพื่อนใน LINE ก็ได้

133
00:15:29,101 --> 00:15:33,101
งานนี้เป็นงานแรกที่ต้องส่ง ส่วน

134
00:15:38,547 --> 00:15:39,687
งานี้ เดี๋ยวครูตบรางวัลให้สำหรับคนที่ทำได้ดี

135
00:15:39,687 --> 00:15:43,687
เดี๋ยวมีเพิ่มคะแนน เพิ่มอะไรให้ ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง แต่วันนี้

136
00:15:43,725 --> 00:15:47,725
เราจะเรียนเรื่องใหม่ก่อน บางคนที่ทำมาแล้วทั้ง 2 อัน ก็มีนะ

137
00:15:52,444 --> 00:15:54,680
ถ้าเธอทำเสร็จแล้ว เธอก็ต้องทำส่งมาใหม่

138
00:15:54,680 --> 00:15:58,148
คนที่ยังไม่ทำ ก็ต้องทำเพิ่ม งงไหม ถ้า

139
00:15:58,148 --> 00:15:58,979

140
00:15:58,979 --> 00:16:02,979
ไม่มีคำถาม ครูไปแล้วนะ สอนแล้วนะ

141
00:16:04,221 --> 00:16:07,079
โอเค สิ่งที่เรา

142
00:16:07,079 --> 00:16:11,079
ต้องเรียนวันนี้

143
00:16:12,949 --> 00:16:16,949
มองกระดานจ้ะ

144
00:16:20,836 --> 00:16:22,670
นะ คือ เรื่อง

145
00:16:22,670 --> 00:16:26,670
There is There are คุ้นตาบ้างไหม

146
00:16:26,736 --> 00:16:30,736
เคยเห็นไหม อันนี้แหละ

147
00:16:34,940 --> 00:16:36,132
หลังกล้องคุ้นไหม คุ้น

148
00:16:36,132 --> 00:16:40,132
ง่ายจริง ๆ ไม่ยาก เข้าใจไหมอู๊ด เข้าใจไหม นีโน่

149
00:16:47,054 --> 00:16:48,770
Midnight น้องโอ๊ต เดี๋ยวโทรศัพท์...

150
00:16:48,770 --> 00:16:52,770
There is There are ใช้อย่างไร

151
00:16:58,415 --> 00:16:59,693
เขาบอกว่าอย่างนี้ การใช้ There is There are

152
00:16:59,693 --> 00:17:03,693
ถ้าเราจะพูดว่ามี แต่ไร้เจ้า

153
00:17:06,844 --> 00:17:10,844
ของ ต้องใช้ There is และ There are

154
00:17:15,438 --> 00:17:17,814
แปลว่าอะไร ปกติถ้ามีปากกาวางอยู่บนโต๊ะอย่างนี้ ภาษาไทยเราจะบอกว่ามีปากกา

155
00:17:17,814 --> 00:17:21,814
อยู่บนโต๊ะ ถูกไหม แล้วภาษาอังกฤษจะแปลว่าอะไร

156
00:17:23,541 --> 00:17:25,790
3 คนข้างหลัง จำได้ไหม ถ้าพูดว่ามี

157
00:17:25,790 --> 00:17:29,790
ภาษาอังกฤษเราจะพูดว่าอะไรตามที่เราเคยใช้ There is หรือ

158
00:17:31,323 --> 00:17:35,323
There are เคยได้ยินบางคนเขาพูดว่า Have a pencil

159
00:17:38,766 --> 00:17:42,766
on the table Have a pen เคยได้ยินไหม

160
00:17:45,104 --> 00:17:46,290
ใครเคยบ้าง ภาษาไทยเราจะใช้

161
00:17:46,290 --> 00:17:50,290
มันไม่ใช่ ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่

162
00:17:50,682 --> 00:17:54,682
ไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของ แต่เราเห็นของวางอยู่เกลื่อนกลาดแบบนี้

163
00:17:55,820 --> 00:17:59,820
แล้วเราอยากจะพูดว่ามันมีสิ่งนี้อยู่จตรงนั้น มันมีสิ่งนี้

164
00:18:02,379 --> 00:18:04,670
อยู่ตรงนี้ เราจะใช้ There is และ There are แทน แล้ว There is กับ There are

165
00:18:04,670 --> 00:18:08,348
มันใช้ต่างกันอย่างไร ใครบอกครูได้ไหม

166
00:18:08,348 --> 00:18:12,348
เอกพจน์ กับ พหูพจน์ เก่งมากเลย

167
00:18:17,085 --> 00:18:21,085
แต่มิกซ์พูดถูกนะ เดี๋ยวครูเอาตัวอย่างให้ดู

168
00:18:21,107 --> 00:18:24,474
Shape แปลว่า รูปร่าง ถูกไหม Shape

169
00:18:24,474 --> 00:18:28,474
Shape Shape

170
00:19:36,428 --> 00:19:40,428
There are 3 shapes. There is 1 shape.

171
00:19:45,038 --> 00:19:47,438
ครูอยากให้ 2 ประโยคนี้นะ

172
00:19:47,438 --> 00:19:51,438
ต่างกันไหม แล้วต่างกันอย่างไร แล้วตรงไหนมันต่าง

173
00:19:51,972 --> 00:19:55,972
มันใช้คำว่าอะไร มี

174
00:19:56,344 --> 00:20:00,344
คำว่า "There" มีหรือเปล่า

175
00:20:00,511 --> 00:20:04,511
คำนี้เหมือนกันไหม คำว่า "are" กับคำว่า "is"

176
00:20:09,550 --> 00:20:09,948
เหมือนกันหรือเปล่า เหมือนกันเปล่า ไม่เหมือน

177
00:20:09,948 --> 00:20:12,941
แล้วดูอันนี้มีกี่รูป  1 2

178
00:20:12,941 --> 00:20:14,173
3 รูป อันนี้มีกี่รูป

179
00:20:14,173 --> 00:20:18,173
รูปเดียว แสดงว่าถ้ามี

180
00:20:22,993 --> 00:20:26,993
หลายรูป You ใช้ There is หรือ There are นี่ใช้ There is หรือ

181
00:20:30,853 --> 00:20:32,648
There are There are ในกรณีที่มีหลายรูปเราจะใช้ There are

182
00:20:32,648 --> 00:20:36,581
แต่ถ้ามีรูปเดียว You ใช้

183
00:20:36,581 --> 00:20:40,581
There is คำว่า "Shape"

184
00:20:43,037 --> 00:20:45,414
ต่างกันหรือเปล่า คำว่า "Shape" คำนี้

185
00:20:45,414 --> 00:20:48,454

186
00:20:48,454 --> 00:20:52,454
ต่างหรือเปล่า ต่าง ถ้าเกิดว่า

187
00:20:52,709 --> 00:20:54,734
มีหลายรูป เขาเติมอะไรเข้าไป เขาเติม

188
00:20:54,734 --> 00:20:58,734
s นี่ไง มันมีหลายรูป เติม

189
00:21:00,219 --> 00:21:04,219
s ถูกไหม แต่ถ้ามีอันเดียว

190
00:21:04,383 --> 00:21:08,383
เติมไหม ไม่เติม จำได้ไหม กฎข้อ

191
00:21:12,262 --> 00:21:14,262
ที่ 1 การเติม s es ถ้าเป็นคำนามทั่วไป You เติม

192
00:21:14,262 --> 00:21:15,605
s ได้เลย อันนี้จำได้หรือเปล่า

193
00:21:15,605 --> 00:21:19,605
นี่เป็นเหตุผลที่ต้องเข้าใจการเติม s, es ก่อน

194
00:21:22,253 --> 00:21:26,253
There is There are ครูเลยให้โจทย์ก่อน

195
00:21:31,455 --> 00:21:33,007
ไม่เข้าใจ ทีนี้ดูรูปประโยค พอมี 3 อัน You ใช้ There are ตามด้วยจำนวน ตามด้วย

196
00:21:33,007 --> 00:21:37,007
คำนามใช่ไหม There are 3 shapes.

197
00:21:39,245 --> 00:21:43,245
มี There เดียว

198
00:21:47,390 --> 00:21:48,214
1 Shape ง่ายไหม คนอื่นเข้าใจไหม เข้าใจนะ ไปแล้วนะ

199
00:21:48,214 --> 00:21:51,271
ไปแล้วนะ ไปต่อเลย เพื่อนบอก

200
00:21:51,271 --> 00:21:55,271
ถ้า There is ใช้กับสิ่งที่มีอันเดียว

201
00:22:00,301 --> 00:22:04,301
(นักศึกษาชาย) ถ้าไม่ได้บอกว่า 1 Shape (อาจารย์มัณทนา)  There is

202
00:22:07,022 --> 00:22:10,323
and... ถ้าเกิดมีอันเดียว

203
00:22:10,323 --> 00:22:11,614
แทนที่จะใช้... a ก็ได้

204
00:22:11,614 --> 00:22:13,366
หรือใช้ an ก็ได้

205
00:22:13,366 --> 00:22:17,366
รู้ไหมว่า a กับ an ต่างกันอย่างไร

206
00:22:17,460 --> 00:22:21,460
รู้บ้างหรือเปล่า

207
00:22:21,904 --> 00:22:22,879
เก่งมาก You จะใช้ a

208
00:22:22,879 --> 00:22:26,879
ก็ต่อเมื่อคำนามถัดมา มันขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ

209
00:22:34,090 --> 00:22:38,090
แต่ถ้ามันขึ้นต้นด้วยสระ You จะขึ้นต้นด้วย an are can

210
00:22:39,845 --> 00:22:43,845
and a

211
00:22:44,145 --> 00:22:48,145
a ตัวนี้

212
00:22:49,540 --> 00:22:53,540
Apple

213
00:22:54,560 --> 00:22:58,560
สังเกตไหม Aavocadvacado

214
00:23:02,389 --> 00:23:06,389
a pen p กับ v มันเป็นสระไหม

215
00:23:07,375 --> 00:23:10,955
ในภาษาอังกฤษ ไม่เป็น แต่พอ

216
00:23:10,955 --> 00:23:14,805
เป็น Avocado มันขึ้นต้นด้วยตัวอะไร

217
00:23:14,805 --> 00:23:18,805
ตัวเล็ก สระในภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง

218
00:23:21,237 --> 00:23:25,237
e, i, แล้วก็ u นี่ไง ถ้าขึ้นต้นด้วย 5 คำนี้

219
00:23:25,554 --> 00:23:29,554
You สามารถใช้คำว่า "a" หรือ "and" ก็ได้

220
00:23:35,520 --> 00:23:37,320
แต่ถ้ามันต้อง... ต้องใช้ an งงไหม งงหรือเปล่า

221
00:23:37,320 --> 00:23:41,320
เพื่อนงงไหม เด็กหนูไม่เป็นอะไร ครูไม่ว่า ข้างหลัง

222
00:23:42,316 --> 00:23:45,017
งงไหม นีโน่เข้าใจไหม

223
00:23:45,017 --> 00:23:47,606
โอ๊ตเข้าใจไหม

224
00:23:47,606 --> 00:23:51,606
ความจำมันเริ่มไปแล้วครับ (อาจารย์มัณทนา)

225
00:23:55,143 --> 00:23:56,419
ตรงนี้

226
00:23:56,419 --> 00:24:00,419
เขาบอกว่าเมื่อกี้มิกซ์ถาม

227
00:24:05,721 --> 00:24:09,040
ครูว่า ไอ้ประโยคนี้ ถ้ามันมี

228
00:24:09,040 --> 00:24:11,110
แทนที่จะ... แทนที่จะใช้เลข 1 ใช้ a แทนได้ไหม

229
00:24:11,110 --> 00:24:14,412
เขียนอย่างนี้ได้ไหม

230
00:24:14,412 --> 00:24:18,412
There is a shape แบบนี้

231
00:24:23,063 --> 00:24:23,708
เขียนได้ไหม ครูเลยบอกว่าเขียนได้ มันสามารถ

232
00:24:23,708 --> 00:24:27,708
ใช้ a แทน 1 ก็ได้ เพราะ a ตัวนี้

233
00:24:31,728 --> 00:24:35,728
มีความหมายเท่ากับ 1 แต่ครูบอกว่ามันไม่ได้ใช้ a เสมอไป You สามารถใช้

234
00:24:41,428 --> 00:24:43,002
an แทนก็ได้ เพราะ an มีค่าเท่ากับ 1 เหมือนกัน แต่มันใช้ต่างกันอย่างไร

235
00:24:43,002 --> 00:24:46,215
มันใช้ต่างกันแบบนี้ ต่างกัน

236
00:24:46,215 --> 00:24:50,215
ตรงที่ถ้าเกิดคำศัพท์ของครู ดันขึ้นต้นด้วย

237
00:24:56,705 --> 00:25:00,705
พยัญชนะ เช่น a a can

238
00:25:03,165 --> 00:25:07,165
... a table

239
00:25:11,319 --> 00:25:12,314
a Table Table โต๊ะนี่

240
00:25:12,314 --> 00:25:16,314
คำเหล่านี้ E V T

241
00:25:19,893 --> 00:25:23,330
สระในภาษาอังกฤษไหม ไม่ใช่ แต่ถ้าเป็น an Apple

242
00:25:23,330 --> 00:25:27,330
an

243
00:25:28,810 --> 00:25:31,913
Avocado อย่างนี้

244
00:25:31,913 --> 00:25:35,913
มันขึ้นต้นด้วยตัว A ไง แล้ว A มันมีคุณสมบัติ

245
00:25:43,294 --> 00:25:43,909
แบบนี้ ตัว a ตัว e ตัว i ตัว o

246
00:25:43,909 --> 00:25:44,283
ตัว u มันเป็นสระ

247
00:25:44,283 --> 00:25:48,283
ในภาษาอังกฤษนี่ ถ้ามันขึ้นต้นด้วย

248
00:25:55,691 --> 00:25:55,959
คำเหล่านี้ And egg

249
00:25:55,959 --> 00:25:59,959
ถ้ามันขึ้นต้นด้วยสระแบบนี้ You ใช้ a ไม่ได้นะ ถึงมันจะมีอันเดียว ต้องใช้

250
00:26:04,430 --> 00:26:08,430
and แทน เข้าใจหรือยัง แค่นั้น Basic

251
00:26:14,098 --> 00:26:16,219
อย่างไรพวกเธอก็ต้องรู้ งงไหมนี่

252
00:26:16,219 --> 00:26:18,271
อันนี้ไม่อยู่ในบทเรียนเรานะ แต่ให้ดูไว้เฉย ๆ

253
00:26:18,271 --> 00:26:19,039
ถ่ายรูปไว้ได้นะ

254
00:26:19,039 --> 00:26:23,039
ครูจะไปต่อ ถ่ายรูปไป

255
00:26:23,359 --> 00:26:27,359
ถ่ายก็ได้ ไม่ถ่ายก็ได้ ไม่เป็นไร

256
00:26:46,197 --> 00:26:50,197
ต่อนะ

257
00:26:52,608 --> 00:26:56,532
ทีนี้เหมือนเดิม ขอสรุปหน้านี้หน่อย

258
00:26:56,532 --> 00:27:00,532
หน้านี้ที่ครูเอารูปมาให้ดู

259
00:27:03,391 --> 00:27:04,259
มันมี 3 ชิ้น หรือมากกว่า 2 ชิ้นขึ้นไปนี่

260
00:27:04,259 --> 00:27:08,259
You ต้องใช้คำว่า "There are"

261
00:27:09,880 --> 00:27:10,640
มันแปลว่ามี มีอะไร

262
00:27:10,640 --> 00:27:14,640
มีของอยู่จำนวนเท่าไรก็ตามด้วยจำนวน ตามด้วย

263
00:27:20,914 --> 00:27:24,914
การเรียกชื่อของสิ่งของนั้น ๆ คำว่า "Shape" มันแปลว่ารูปร่าง มันมี 3 รูปร่าง

264
00:27:28,374 --> 00:27:32,374
ครูก็เลยขึ้นว่า There are 3 shapes. แล้ว

265
00:27:35,743 --> 00:27:39,573
shapes. และ shape ต้องเติม s

266
00:27:39,573 --> 00:27:40,833
เพราะมีมากกว่า 1 2 หรือ 3 ขึ้นไปใช่ไหม มันมีอันเดียว คำว่า "Shape" คือ

267
00:27:40,833 --> 00:27:43,923
ไม่มี s ไม่มี s นะ

268
00:27:43,923 --> 00:27:47,923
เพราะมันมีแค่อันเดียว แล้วครูก็ใช้คำว่า

269
00:27:54,152 --> 00:27:56,406
"There is" เพราะมันมีแค่ 1 อัน งงไหม ไปต่อได้หรือยัง

270
00:27:56,406 --> 00:28:00,406
OK? ไปต่อไหม

271
00:28:00,591 --> 00:28:04,591
ต่อมา

272
00:28:05,399 --> 00:28:09,399
รูปนี้บ้าง รูปนี้

273
00:28:12,275 --> 00:28:16,275
เราเรียกว่า "form"

274
00:28:18,162 --> 00:28:22,162
from รูปทรง

275
00:28:22,466 --> 00:28:23,145
มันมีความลึก ความหนาถูกเปล่า

276
00:28:23,145 --> 00:28:27,145
มันไม่ได้เป็นภาพ 2 มิติ มันเป็นภาพ

277
00:28:27,404 --> 00:28:31,404
3 มิติ ถูกไหม 3 Dimension

278
00:28:38,661 --> 00:28:39,605
เป็นภาพ 3 มิติ ทีนี้ 3 มิติ มา

279
00:28:39,605 --> 00:28:43,436
ดูอันแรก มี 1 2 3 4

280
00:28:43,436 --> 00:28:47,436
มีอยู่ 4 รูปทรง ครูเลยใช้คำว่า "

281
00:28:52,776 --> 00:28:56,776
There are" ตามด้วย

282
00:28:56,899 --> 00:29:00,899
จำนวน 4 นี่ไง 1 2 3 4 4 อัน ใช่ไหม ทีนี้ คำว่า "form" มันมีอยู่ 4 ชิ้น

283
00:29:03,557 --> 00:29:07,557
คำว่า "forms" ของครูเลยต้องเติม

284
00:29:09,167 --> 00:29:13,167
s มันมีอยู่ 4 ชิ้น คำว่า "form"

285
00:29:15,164 --> 00:29:16,088
เติม s เข้าไป งงไหม แต่พออันนี้ มีอยู่แค่ชิ้นเดียว

286
00:29:16,088 --> 00:29:19,950
เติม s ไหม มี s ไหม

287
00:29:19,950 --> 00:29:23,950
ไม่มี s ไม่มี s เพราะว่า

288
00:29:26,975 --> 00:29:30,975
มันมีอยู่แค่ 1 ชิ้น งงไหม เพราะว่ามันมีมีชิ้นเดียว

289
00:29:32,498 --> 00:29:35,205
ไม่ต้องเติม s โอเคหรือเปล่า แล้วครู

290
00:29:35,205 --> 00:29:39,205
ยังใช้คำว่า "There is" ด้วย

291
00:29:42,636 --> 00:29:46,636
งงไหม เดี๋ยวครูจะพาเขียนอยู่ เดี๋ยวค่อย ๆ ดูไป

292
00:29:52,809 --> 00:29:56,809
มีคำถามไหม

293
00:30:01,701 --> 00:30:05,701
ถ้า...

294
00:30:07,665 --> 00:30:10,146
มี 1 อัน

295
00:30:10,146 --> 00:30:14,146
มี 1 อันนี่ มี 1 อัน ใช้

296
00:30:18,831 --> 00:30:19,692
There  is

297
00:30:19,692 --> 00:30:23,692
1 อัน ใช้ There is

298
00:30:24,988 --> 00:30:26,124
ตามด้วย

299
00:30:26,124 --> 00:30:30,124
จำนวน นี่จำนวน

300
00:30:30,859 --> 00:30:34,859
1 อัน แล้วคำศัพท์มันจะ...

301
00:30:36,676 --> 00:30:40,676
คำว่า "form" ตัวนี้

302
00:30:41,743 --> 00:30:45,743
เรียกว่า "Form"

303
00:30:47,034 --> 00:30:51,034
แล้วคำว่า "Form" นี่อันเดียว ไม่ต้องเติม

304
00:30:55,835 --> 00:30:57,491
ไม่ต้องเติม s

305
00:30:57,491 --> 00:31:01,491
งงไหม

306
00:31:05,749 --> 00:31:09,749
เดี๋ยวพาเขียน เดี๋ยวพาเขียน มีตัวอย่างให้ดูอยู่

307
00:31:15,527 --> 00:31:19,527
กลับมาดูตัวอย่างต่อไป อันนี้

308
00:31:22,649 --> 00:31:23,979
There are 5 colors. มีอยู่ 5 สี

309
00:31:23,979 --> 00:31:27,859
มี 5 สี ตัวนี้

310
00:31:27,859 --> 00:31:31,859
คำว่า "Color" พวกนี้

311
00:31:34,989 --> 00:31:35,337
ใช่ไหม สี มีความหมายว่า

312
00:31:35,337 --> 00:31:39,337
Color Color ใช่ไหม Color

313
00:31:41,294 --> 00:31:45,294
คือ สี อันนี้ Color อันนี้ก็ Color

314
00:31:46,934 --> 00:31:49,421
โอเคไหม

315
00:31:49,421 --> 00:31:53,421
แปลว่า สี

316
00:31:56,280 --> 00:32:00,280
Color ตัวนี้ แปลว่า สี ทีนี้ในภาพ

317
00:32:02,743 --> 00:32:06,743
ฝั่งนี้ ฝั่งที่มีกล่องเหลือง ๆ นี่

318
00:32:09,240 --> 00:32:10,213
นับสีว่ามีกี่แท่ง 1 2 3 4 5 มี

319
00:32:10,213 --> 00:32:14,213
อยู่ 5 สี

320
00:32:14,681 --> 00:32:18,681
เพราะฉะนั้น ต้องใช้

321
00:32:19,342 --> 00:32:21,518
There are

322
00:32:21,518 --> 00:32:25,518
เพราะว่ามีมากกว่า 1 อัน มี 5 อัน

323
00:32:28,267 --> 00:32:30,912
ใช้ There are ทีนี้

324
00:32:30,912 --> 00:32:34,912
ตามด้วยจำนวน จำนวนก็เขียนเลข 5 ลงไป

325
00:32:38,617 --> 00:32:42,617
1 2 3 4 5 มี 5 อัน ก็เขียนเลข 5 ลงไป

326
00:32:43,254 --> 00:32:47,254
ตามด้วยคำว่า "สี" สี

327
00:32:51,075 --> 00:32:55,075
ภาษาอังกฤษ เราเรียกว่า "Color" ใช่ไหม

328
00:32:59,663 --> 00:33:03,663
แต่ทีนี้สีมันมีอยู่ 5 อัน ต้องเติม s งงไหม เติม s เลยได้เป็นคำว่า "There are 5

329
00:33:09,844 --> 00:33:10,773
Colors." งงไหม งงไหม

330
00:33:10,773 --> 00:33:11,921
ไม่ เข้าใจ อันนี้เข้าใจใช่ไหม

331
00:33:11,921 --> 00:33:15,921
เข้าใจ หรือว่า

332
00:33:15,998 --> 00:33:19,591
ไม่เข้าใจ

333
00:33:19,591 --> 00:33:23,447
คำนี้

334
00:33:23,447 --> 00:33:26,362
แปลว่าอะไร อันนี้คือเข้าใจเหรอ เข้าใจไหม

335
00:33:26,362 --> 00:33:29,712
เข้าใจ

336
00:33:29,712 --> 00:33:33,712
ไม่งง

337
00:33:35,092 --> 00:33:39,092
โอเค อย่างนั้น ต่อมาดูภาพนี้

338
00:33:47,723 --> 00:33:50,164
ใช้สีนี้นะ อันนี้ Color Color = 1 อันใช่ไหม

339
00:33:50,164 --> 00:33:54,164
มีแค่ 1 Color ใช่หรือเปล่า พอมีแค่ 1 Color

340
00:33:57,157 --> 00:34:01,157
ต้องใช้ 1 สิ่งนี้ ใช้

341
00:34:01,915 --> 00:34:05,095
There is 1 สี ใช้ There  is

342
00:34:05,095 --> 00:34:09,095
ต่อมาตามด้วยจำนวน มี 1 อัน

343
00:34:10,781 --> 00:34:13,191
There is 1 ตามด้วยสีนี่

344
00:34:13,191 --> 00:34:16,314
สีนี่ 1 Color มี 1 อัน

345
00:34:16,314 --> 00:34:18,316
ไม่เติม s งงไหม

346
00:34:18,316 --> 00:34:22,316

347
00:34:22,585 --> 00:34:26,585
เข้าใจหรือยัง

348
00:34:26,787 --> 00:34:29,578
เข้าใจแล้วนะ โอเค ลองทำดู

349
00:34:29,578 --> 00:34:33,578
อีกอันหนึ่ง อีกอันหนึ่งก็ได้ค่ะ

350
00:34:40,153 --> 00:34:42,972
อันนี้เราเรียกว่า "line" line

351
00:34:42,972 --> 00:34:44,502
แปลว่า เส้น ถูกไหม แปลว่า เส้น

352
00:34:44,502 --> 00:34:47,803
ภาพนี้มีอยู่ 2 เส้น 1

353
00:34:47,803 --> 00:34:50,648
2 มี 2 เส้น

354
00:34:50,648 --> 00:34:54,535
ใช้ There are

355
00:34:54,535 --> 00:34:58,535
เพราะว่ามี 2 อันนะ ใช้ There are จำนวน

356
00:35:04,117 --> 00:35:05,246
1 2 There are

357
00:35:05,246 --> 00:35:09,246
เส้น คือ คำว่า "line" มี 2 อัน

358
00:35:12,349 --> 00:35:16,349
เติม s เก่งมาก แต่อันนี้มีอันเดียว มีเส้นอยู่อันเดียว You

359
00:35:21,098 --> 00:35:23,700
ใช้ There is ตามด้วยจำนวน มีอันเดียว เขียน 1

360
00:35:23,700 --> 00:35:27,700
แล้วมีเส้นเดียว line ก็

361
00:35:28,527 --> 00:35:32,527
ไม่ต้องเติม s ง่ายไหม

362
00:35:32,862 --> 00:35:33,330
ผ่านนะ ภาพต่อไป

363
00:35:33,330 --> 00:35:37,330
อันนี้ Textures Textures แปลว่า

364
00:35:43,423 --> 00:35:44,809
พื้นผิวใช่ไหม นี่ Textures

365
00:35:44,809 --> 00:35:48,809
พื้นผิวใช่หรือเปล่า

366
00:35:49,815 --> 00:35:53,815
ทีนี้ดูคำว่า Texture

367
00:35:56,017 --> 00:35:56,572
มีพื้นผิวแบบ Soft

368
00:35:56,572 --> 00:36:00,572
Soft แปลว่า นิ่ม มีพื้นผิว

369
00:36:02,867 --> 00:36:03,422
ที่นุ่ม ๆ นุ่มนี่

370
00:36:03,422 --> 00:36:06,221
แบบแข็งอีก 1 พื้นผิว

371
00:36:06,221 --> 00:36:10,221
แบบนี้อีก 1 พื้นผิว แสดงว่าตอนนี้มี 2

372
00:36:15,195 --> 00:36:19,195
พื้นผิว เราต้องใช้ There are จำนวนเท่าไร จำนวน 2

373
00:36:20,646 --> 00:36:24,646
ก็เขียน 2 ลงไป ตามด้วยคำว่า "Texture"

374
00:36:28,202 --> 00:36:31,572
แต่ Textures

375
00:36:31,572 --> 00:36:33,588
มี 2 texture ต้องเติม s

376
00:36:33,588 --> 00:36:37,588
ต้องเติม s เข้าไป

377
00:36:38,159 --> 00:36:42,159
อันนี้ผิด เพราะว่ามันมี s จริง ๆ ไม่ต้องเติม ต้องเป็นอย่างนี้

378
00:36:47,359 --> 00:36:51,359
ต้องเป็นอย่างนี้ Texture

379
00:36:51,378 --> 00:36:55,378
ไม่ต้องเติม s ต้องมีแค่อันเดียว ไม่ต้องเติม

380
00:37:00,000 --> 00:37:02,655
เข้าใจไหม เดี๋ยวจะพาทำ เขาเลยบอกว่า

381
00:37:02,655 --> 00:37:06,655
ความแตกต่างของ There is /There are คือ There is

382
00:37:13,780 --> 00:37:14,017
+ ด้วยคำนามเอกพจน์ เอกพจน์ตัวนี้

383
00:37:14,017 --> 00:37:18,017
แปลว่า มีอันเดียว

384
00:37:21,702 --> 00:37:25,702
แต่ว่า There are + คำนามพหูพจน์

385
00:37:33,719 --> 00:37:34,670
ถ้าหู... ให้นึกถึงหูของเรา มีอยู่

386
00:37:34,670 --> 00:37:38,670
2 ข้าง มันก็เลย...

387
00:37:40,373 --> 00:37:43,050
เพราะฉะนั้น ถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม

388
00:37:43,050 --> 00:37:47,050
ที่เราพูดถึงเอกพจน์ ถ้าเราเห็นของ

389
00:37:51,851 --> 00:37:55,851
อยู่อันเดียว ให้เราใช้ There is แต่ถ้า You เห็นของ 2 อันขึ้นไป

390
00:38:00,343 --> 00:38:02,892
You ต้องใช้คำว่า "There are"

391
00:38:02,892 --> 00:38:06,892
งงไหม ไปต่อนะ เมื่อกี้ครูให้ดูโครงสร้างประโยคนะ

392
00:38:12,076 --> 00:38:16,076
อันนี้ครูเอาตัวอย่าง

393
00:38:18,586 --> 00:38:22,586
ควบคู่กัน โครงสร้างประโยคบอกเล่า บอกเล่า คือ บอกให้พูด บอก

394
00:38:26,522 --> 00:38:28,744
ให้รู้ สมมติว่าเขียนเป็นแบบนี้ที่เราเรียนเมื่อกี้

395
00:38:28,744 --> 00:38:32,744
There is a line มีเส้น 1 อัน

396
00:38:35,078 --> 00:38:37,184
There is a line

397
00:38:37,184 --> 00:38:37,542
แปลว่า มีเส้นอยู่ 1 อัน

398
00:38:37,542 --> 00:38:40,078
ถ้ามีเส้นอยู่ 3 อัน ต้องบอกว่า

399
00:38:40,078 --> 00:38:44,078
There are 3 lines

400
00:38:47,032 --> 00:38:50,353
ไม่มีอะไรเลย แต่ว่าทีนี้มันมีตัวแดง ๆ

401
00:38:50,353 --> 00:38:51,142
อยู่นิดหนึ่ง ที่ครูเขียนให้ตรงนี้

402
00:38:51,142 --> 00:38:54,252
นี่ เห็นไหม

403
00:38:54,252 --> 00:38:58,252
ตัวแดง ๆ ตัวนี้

404
00:39:02,088 --> 00:39:05,792
ความหมายเหมือนกันเลย ไอ้ตัวนี้

405
00:39:05,792 --> 00:39:08,384
There

406
00:39:08,384 --> 00:39:11,338

407
00:39:11,338 --> 00:39:15,338
at ความหมายเหมือนกัน แต่มันเป็นตัวย่อ

408
00:39:21,053 --> 00:39:21,491
เวลาเขาจะเขียนย่อ ๆ เขาจะเขียน

409
00:39:21,491 --> 00:39:25,491
แบบนี้นะ แต่ความหมายเหมือนกันเด๊ะ

410
00:39:26,734 --> 00:39:30,734
OK? แค่เขียนให้มันสั้นลงเฉย ๆ เขียนสั้น

411
00:39:31,392 --> 00:39:35,392
อย่างไร เขียน There

412
00:39:37,911 --> 00:39:41,135
เหมือนเดิม There เขียนเหมือนเดิมเลย แต่ตัว i

413
00:39:41,135 --> 00:39:41,813
ขึ้นไปลอยฟ้าแบบนี้ แล้วก็

414
00:39:41,813 --> 00:39:45,436
แค่เอาตัว s เติมลงมา ได้ตัวย่อแล้ว

415
00:39:45,436 --> 00:39:49,436
There's a line

416
00:39:55,851 --> 00:39:58,931
เขียนแบบนี้ก็ได้ หรือเราจะเขียนว่า "There is

417
00:39:58,931 --> 00:40:00,910
is a line."

418
00:40:00,910 --> 00:40:04,910
ก็ได้ ความหมายเหมือนกันเลย

419
00:40:05,665 --> 00:40:09,665

420
00:40:12,410 --> 00:40:15,642
เห็นไหม ต่อมาฝั่งนี้

421
00:40:15,642 --> 00:40:19,642
ก็มีเหมือนกัน There is มีย่อ There are

422
00:40:27,171 --> 00:40:27,626
ก็มีย่อเหมือนกัน เห็นไหม ถ้ามันมีมากกว่า 1 อย่าง

423
00:40:27,626 --> 00:40:31,626
ถ้ามีมากกว่า 1 เราต้อง...

424
00:40:32,137 --> 00:40:33,455

425
00:40:33,455 --> 00:40:37,455
ย่อ... ย่อเป็นไหม

426
00:40:38,643 --> 00:40:42,643
คำว่า "There are" ย่อได้เป็น "There’re"

427
00:40:51,105 --> 00:40:55,105
แบบนี้ ถ้าครูเขียนมันจะเป็นแบบนี้ There're

428
00:40:57,601 --> 00:40:58,508
a line เหมือนกับคำว่า "There"

429
00:40:58,508 --> 00:41:02,508

430
00:41:06,972 --> 00:41:09,376
ตามด้วย

431
00:41:09,376 --> 00:41:13,376
are 3 lines

432
00:41:19,445 --> 00:41:23,445
แบบนี้ ความหมายเหมือนกัน โอเค

433
00:41:25,831 --> 00:41:29,831
ครูแค่ย่อลงเฉย ๆ ให้มันเขียนง่ายขึ้น

434
00:41:30,901 --> 00:41:34,901
เท่านั้นเอง งงไหม มีอีกนะ

435
00:41:37,398 --> 00:41:41,398
เมื่อกี้เราพูดถึง

436
00:41:43,876 --> 00:41:47,876
ประโยคบอกเล่าไปแล้ว แล้วถ้ามันไม่มีล่ะ

437
00:41:51,036 --> 00:41:52,813
ถ้าเป็นประโยคปฏิเสธ ปฏิเสธ

438
00:41:52,813 --> 00:41:56,813
แปลว่า ไม่ เมื่อกี้... ตอนนี้ครูขีด

439
00:42:04,149 --> 00:42:08,149
ฆ่าเส้นออกใช่ไหม ครูขีดฆ่าไม่มีเส้นแล้วนะ ทำอย่างไร เราแค่เติม

440
00:42:08,535 --> 00:42:10,121
คำนี้เข้าไป คำนี้ คำว่า "not"

441
00:42:10,121 --> 00:42:12,889
ถ้าเป็นประโยคบอกเล่า

442
00:42:12,889 --> 00:42:16,889
บอกเล่าใช่ไหม มันจะเป็น There

443
00:42:17,408 --> 00:42:18,142
is

444
00:42:18,142 --> 00:42:22,142
หรือไม่ก็ There are

445
00:42:26,882 --> 00:42:30,785
+ ด้วยคำนามหรือเปล่า

446
00:42:30,785 --> 00:42:32,240
แต่พอมาเป็น

447
00:42:32,240 --> 00:42:36,240
บอกเล่า... พอมาเป็นปฏิเสธ ทำอย่างไร

448
00:42:39,220 --> 00:42:40,993

449
00:42:40,993 --> 00:42:44,993
There is not

450
00:42:46,217 --> 00:42:46,800
แปลว่า ไม่มีอีก เช่น

451
00:42:46,800 --> 00:42:50,800
There is not a line. แปลว่า ไม่มีเส้น

452
00:42:52,243 --> 00:42:56,243
There is not line. แปลว่า ไม่มีเส้น

453
00:43:03,060 --> 00:43:07,060
ใช่ไหม พอ There

454
00:43:08,174 --> 00:43:11,513
is ไม่มีเส้นเหมือนกัน แต่ไม่มีเส้น คือ line นะ งงไหม งงหรือเปล่า ถ้าครูเขียนคำว่า...

455
00:43:11,513 --> 00:43:14,599
ถ้าครูลองเขียนคำว่า "

456
00:43:14,599 --> 00:43:15,584
ไม่มี

457
00:43:15,584 --> 00:43:19,584
รูปร่าง" ครูก็จะเขียนว่า "There

458
00:43:22,028 --> 00:43:26,028
is not

459
00:43:28,327 --> 00:43:32,327
aren't"

460
00:43:39,794 --> 00:43:40,201
งงไหม แยกออกมา คนละความหมาย ถ้าเกิดว่า... แล้ว

461
00:43:40,201 --> 00:43:44,201
มีสี

462
00:43:45,534 --> 00:43:49,534
ครูบอกว่า There is

463
00:43:50,808 --> 00:43:53,230
not

464
00:43:53,230 --> 00:43:56,730
a color

465
00:43:56,730 --> 00:44:00,730
แล้วถ้ามี... ก็แค่เขียนแบบนี้

466
00:44:05,315 --> 00:44:09,315
มีรูป...

467
00:44:13,679 --> 00:44:17,679
เขียนว่า There

468
00:44:26,278 --> 00:44:30,278
is... เห็นไหม คำไหนหายไป คำว่า "not"

469
00:44:36,217 --> 00:44:37,495
คำว่า "not" มันอยู่ในนี้ ถูกหรือเปล่า

470
00:44:37,495 --> 00:44:41,495
แสดงว่าถ้าอยากใช้คำว่า "ไม่"

471
00:44:42,499 --> 00:44:46,205
ต้องไม่เติมคำว่า "not"

472
00:44:46,205 --> 00:44:48,217
แต่ถ้าเป็นคำว่า "มี"

473
00:44:48,217 --> 00:44:52,217
ก็ไม่มีคำว่า "not" โอเค

474
00:44:53,736 --> 00:44:57,736
ไม่ใส่คำว่า "not" ไม่มีคำว่า "not"

475
00:44:59,793 --> 00:45:01,546
งงไหม ข้างหลังงงไหม

476
00:45:01,546 --> 00:45:05,546
นีโน่งงไหม

477
00:45:06,021 --> 00:45:10,021
แล้วจำไม่ได้ มิกซ์ไม่งงนะ มีใครงงไหม

478
00:45:11,547 --> 00:45:15,547
มีคำถาม Question โอเค ต่อมา เดี๋ยวเราลองทำ

479
00:45:17,359 --> 00:45:21,359
ลองทำดู ภาพแรก

480
00:45:21,569 --> 00:45:25,569
ภาพนี้ ภาษาอังกฤษ

481
00:45:28,555 --> 00:45:31,076
เราเรียกว่า "Shape" ใช่ไหม Shape

482
00:45:31,076 --> 00:45:35,076
ใช่หรือเปล่า ถ้าภาพนี้ใช่อะไร There is

483
00:45:39,293 --> 00:45:43,293
หรือ There are

484
00:45:43,841 --> 00:45:47,841
There are ใครว่าใช้ There is

485
00:45:50,036 --> 00:45:51,621
ยกมือขึ้น ใครว่าใช้ There is ยกมือขึ้น

486
00:45:51,621 --> 00:45:52,822
นี่ใครว่าภาพนี้ใช้ There is

487
00:45:52,822 --> 00:45:56,822
ยกมือขึ้น ใครว่าภาพนี้ใช้ There are

488
00:46:02,941 --> 00:46:04,670
ยกมือขึ้น เอาใหม่ เอาใหม่ ทุกคนงงอยู่ ใครว่าภาพนี้ใช้

489
00:46:04,670 --> 00:46:07,143
There is

490
00:46:07,143 --> 00:46:11,143
ยกมือขึ้น ใครว่าภาพนี้

491
00:46:12,323 --> 00:46:15,357
ใช้ There are ยกมือขึ้น

492
00:46:15,357 --> 00:46:19,357
เก่งมาก ภาพนี้ใช้

493
00:46:23,928 --> 00:46:27,484
There are แล้วมีกี่รูป 1 2

494
00:46:27,484 --> 00:46:29,891
3 มี 3 รูปนะ แปลว่า

495
00:46:29,891 --> 00:46:33,035
3 อะไร 3 Shapes

496
00:46:33,035 --> 00:46:37,035
เติม s ไหม เติม s ไหม

497
00:46:44,213 --> 00:46:45,755
เก่งมาก เติม s สิ เติม s ด้วย มี 3 ภาพ ต้องเติม s

498
00:46:45,755 --> 00:46:49,755
แล้วเติมด้วย เติม s นะ เติม s

499
00:46:50,336 --> 00:46:51,728
ภาพถัดมา

500
00:46:51,728 --> 00:46:54,272
ประโยคถัดมา อันนี้ล่ะ

501
00:46:54,272 --> 00:46:58,272
There is

502
00:47:01,172 --> 00:47:05,172
ใครว่าใช้ There is

503
00:47:06,801 --> 00:47:07,709
ยกมือขึ้น โอเค

504
00:47:07,709 --> 00:47:11,709
There is ไหม ใครว่าใช้ There are

505
00:47:15,149 --> 00:47:19,051
ยกมือขึ้น ใครใช้ There is

506
00:47:19,051 --> 00:47:21,076
ยกมือขึ้น ใครใช้ There are ยกมือขึ้น

507
00:47:21,076 --> 00:47:24,552
ใครใช้ There are ยกมือขึ้น ไม่มี

508
00:47:24,552 --> 00:47:28,552
เก่งมาก ใช้ There is

509
00:47:29,628 --> 00:47:33,628
คิดว่า... มีจำนวนเท่าไร มีเท่าไร

510
00:47:36,265 --> 00:47:40,265
อันเดียว เก่งมาก มี 1 1 อะไร 1 Shape 1 เติม s ไหม

511
00:47:45,267 --> 00:47:45,786
ไม่ เก่งมาก ไม่เติม ไม่

512
00:47:45,786 --> 00:47:49,786
เติม s ง่ายไหม ง่ายหรือเปล่า

513
00:47:51,696 --> 00:47:52,559
ง่ายสุด ๆ เลยนะเรื่องนี้ ถัดมาอีก

514
00:47:52,559 --> 00:47:56,559
ภาพนี้ล่ะ

515
00:48:02,167 --> 00:48:06,167
ไม่มี Shape ใช่ไหม ครูขีดฆ่า

516
00:48:11,757 --> 00:48:14,084
ไม่มี Shape ไม่มีรูปร่าง

517
00:48:14,084 --> 00:48:18,084
แสดงว่าครูต้องใช้

518
00:48:19,182 --> 00:48:23,182
คำว่า "There are"

519
00:48:25,850 --> 00:48:29,850
หรือว่า "There are not" (นักศึกษาชาย) There are not (อาจารย์มัณทนา)

520
00:48:34,750 --> 00:48:38,750
ใครว่าใช้ There are not ยกมือขึ้น เยี่ยมยอด ต้องใช้ There arem'

521
00:48:44,333 --> 00:48:48,333
There are not

522
00:48:52,337 --> 00:48:56,337
(ล่าม) แบตเตอรี่อาจารย์ขึ้นแบตต่ำ

523
00:49:02,969 --> 00:49:06,969
(อาจารย์มัณทนา) ต้องใช้ There are not เพราะ not

524
00:49:08,128 --> 00:49:11,358
ตัวนี้ แปลว่า ไม่มี แปลว่าไม่มี

525
00:49:11,358 --> 00:49:15,358
ใช่ไหม อ๋อ There are not จริง ๆ มันจะมีคำนี้

526
00:49:15,914 --> 00:49:19,902
There are not 3 shapes.

527
00:49:19,902 --> 00:49:23,902
แต่ครูไม่ได้ขนาดนั้น There are

528
00:49:27,096 --> 00:49:31,096
... shape ก็พอ

529
00:49:33,914 --> 00:49:37,914
ต้องใช้ There

530
00:49:42,305 --> 00:49:44,872
are not หรือ

531
00:49:44,872 --> 00:49:46,253
There is not

532
00:49:46,253 --> 00:49:50,253
ใครว่าใช้ There are not ยกมือขึ้น

533
00:49:53,251 --> 00:49:57,251
ใครว่าใช้ There is not ยกมือขึ้น

534
00:50:03,883 --> 00:50:07,883
เยี่ยมยอด ต้องใช้ There is not a shape Shape เติม s ไหม

535
00:50:10,298 --> 00:50:11,434
ไม่เติม เก่งมาก ไม่มี s นะคะ ทำไมต้องใช้ is

536
00:50:11,434 --> 00:50:15,434
1 อัน ใช้ is แค่อันเดียว ใช้ not

537
00:50:16,835 --> 00:50:20,835
เพราะว่ามันไม่มี เห็นไหม เข้าใจหรือยัง

538
00:50:22,386 --> 00:50:25,663
เข้าใจไหม เข้าใจนะ โอเค

539
00:50:25,663 --> 00:50:29,663
อันนี้ยัง อันนี้ก็ง่าย ๆ เดี๋ยวเขียนให้เลยแล้วกัน

540
00:50:36,889 --> 00:50:37,614
มี 4 อัน ใช้ There

541
00:50:37,614 --> 00:50:40,968
are 4 อัน

542
00:50:40,968 --> 00:50:44,968
There are

543
00:50:49,013 --> 00:50:53,013
โอเค There are 4 forms.

544
00:50:54,082 --> 00:50:56,834
เติม s ด้วย อันนี้ มีอยู่อันเดียว There is

545
00:50:56,834 --> 00:51:00,834
1 form.

546
00:51:02,675 --> 00:51:05,703
หรือที่มิกซ์ถามครู

547
00:51:05,703 --> 00:51:09,703
เมื่อกี้ ครูจะใช้คำว่า "There

548
00:51:13,795 --> 00:51:17,795
is a form." เพราะว่า a มีค่า

549
00:51:18,889 --> 00:51:22,889
เท่ากับ 1 เท่ากับ 1 ใช้อันไหนก็ได้ เลือกใช้เลย

550
00:51:28,707 --> 00:51:30,094
ถูกทั้ง 2 อัน OK?

551
00:51:30,094 --> 00:51:33,839
ผ่านนะ

552
00:51:33,839 --> 00:51:37,839
ทีนี้

553
00:51:39,537 --> 00:51:43,537
อย่างที่ครูบอกจริง ๆ มันมีการบ้าน

554
00:51:44,740 --> 00:51:48,740
ทำไปแล้ว มีบางคนทำแล้ว แต่บางคนทำผิด

555
00:51:52,886 --> 00:51:56,886
มีคนสรุปมาให้ครูอยู่นะ อย่างไรเดี๋ยวครูจะอธิบายอีกที คือครั้งที่แล้วน่ะ ครูสั่งให้ทำงาน

556
00:52:00,585 --> 00:52:04,585
สรุป s, es ใช่หรือเปล่า

557
00:52:10,285 --> 00:52:14,285
ทำมาแล้ว ทำได้ดีมาก เก่งมาก

558
00:52:16,618 --> 00:52:20,618
นะ แต่ว่ามีคน

559
00:52:20,904 --> 00:52:24,904
ส่งผิด ที่ครูบอกคร่าว ๆ ว่ามีคนส่งผิด

560
00:52:27,134 --> 00:52:30,377
คือเธอไปสรุปสิ่งที่เธอเรียนวันนี้มาให้ครู

561
00:52:30,377 --> 00:52:34,377
ซึ่งครูไม่ได้ต้องการอันนี้ตอนนั้น

562
00:52:34,705 --> 00:52:38,705
ครูต้องการการเติม s, es

563
00:52:40,885 --> 00:52:44,885
ครูก็เลยให้คะแนนอันนั้นไม่ได้ เอาเป็นว่าจริง ๆ เธอต้องส่งงานมาให้ครู 2 งาน

564
00:52:49,579 --> 00:52:50,241
คือ สรุปการเติม s, es เป็นงานที่ 1

565
00:52:50,241 --> 00:52:54,241
แล้วก็สรุป

566
00:52:55,146 --> 00:52:59,146
การใช้ There is  /There are

567
00:53:00,258 --> 00:53:03,715

568
00:53:03,715 --> 00:53:07,715
อันนี้งานที่ 2

569
00:53:08,136 --> 00:53:12,136
ใช่ไหม แต่ทีนี้

570
00:53:12,285 --> 00:53:16,285
พวกเธอน่ะ มีบางคนที่เติมอันนี้มาแล้ว แต่ยังไม่ได้

571
00:53:21,522 --> 00:53:23,167
ทำอันนี้ สรุป There is /There are มาแล้ว แต่

572
00:53:23,167 --> 00:53:27,167
ยังไม่ได้ทำ s, es มันเลย

573
00:53:28,395 --> 00:53:30,921
ให้เกรดอันนั้นน่ะไม่ได้ ก็เลยต้องให้กลับไปทำ

574
00:53:30,921 --> 00:53:34,249
ส่วนคนที่ทำ s, es แล้วน่ะ

575
00:53:34,249 --> 00:53:37,092
ต้องทำ There is /There are ก็คืออันนี้

576
00:53:37,092 --> 00:53:41,092
งงไหม เขาจะงงไหม

577
00:53:44,106 --> 00:53:46,411
งงหรือเปล่า

578
00:53:46,411 --> 00:53:50,411
ซึ่ง

579
00:53:52,521 --> 00:53:56,521
คนที่ต้องทำ... การบ้านที่ต้องทำวันนี้นะ การบ้าน

580
00:54:02,776 --> 00:54:03,469
ไปสรุปการใช้

581
00:54:03,469 --> 00:54:07,469
There is

582
00:54:07,700 --> 00:54:11,288
/There are

583
00:54:11,288 --> 00:54:15,288
จากใน...

584
00:54:22,055 --> 00:54:26,055
เอาอันนี้แล้วกันค่ะ

585
00:54:31,585 --> 00:54:35,585
ไม่เป็นไร ไม่ต้องทำแล้ว เดี๋ยวจะสับสน ยกประโยชน์

586
00:54:40,519 --> 00:54:41,198
ให้ ไม่ต้องทำแล้ว คนที่ทำของครูก็ให้ทำ คนที่ทำ

587
00:54:41,198 --> 00:54:44,888
ครูก็ให้ผ่าน คนที่ยังไม่ได้ทำก็ถือว่าทำ

588
00:54:44,888 --> 00:54:45,729
เพราะว่ามัน... เพราะฉะนั้น

589
00:54:45,729 --> 00:54:49,729
ไม่ต้องทำมาแล้ว โอเคไหม เดี๋ยวจะสับสน ไม่ต้องทำก็ได้

590
00:54:51,298 --> 00:54:55,298
ครูให้ได้ครบทุกคนที่ส่งมา ครูให้

591
00:54:56,734 --> 00:54:59,787
พวกเธอส่งครบอยู่แล้ว ครูให้ทั้งหมด ได้คะแนนเต็มแล้ว

592
00:54:59,787 --> 00:55:03,787
ทำผิดก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นใบความรู้อยู่ดี

593
00:55:05,970 --> 00:55:08,152
นะ ยกยอด ไม่ต้องทำ แต่วันนี้มีงานอยู่ ทำงานนี้แทนแล้วกัน

594
00:55:08,152 --> 00:55:12,152
ไม่ยาก เดี๋ยวครูพาทำเลย เดี๋ยวทำไปพร้อม ๆ กัน

595
00:55:12,790 --> 00:55:16,790

596
00:55:19,746 --> 00:55:22,778
เป็นใบงานอันนี้ เดี๋ยวแจกก่อน แจกให้เพื่อน

597
00:55:22,778 --> 00:55:26,778
เอาให้ครบนี่ เอางานใบนี้เป็นคะแนนเลยก็ได้

598
00:56:03,457 --> 00:56:07,457
ทำไมไม่ครบ

599
00:56:10,421 --> 00:56:14,421
ยังไม่ได้ทำหรือเปล่า

600
00:56:19,246 --> 00:56:23,246
ไม่ได้ จะไม่ทำไม่ได้

601
00:56:24,447 --> 00:56:26,521
ไหนใครยังไม่ได้

602
00:56:26,521 --> 00:56:30,521
อนุโลมให้เขียนใส่กระดาษเอา

603
00:56:33,988 --> 00:56:37,988
มันก็เขียนเขียนเฉย ๆ ไม่มีรูปเฉย ๆ

604
00:56:41,226 --> 00:56:42,435
ไม่เป็นไร

605
00:56:42,435 --> 00:56:46,435

606
00:56:47,728 --> 00:56:51,728
เขียนชื่อด้วย เขียนชื่อด้วย เดี๋ยวพาทำ เดี๋ยว

607
00:56:59,417 --> 00:56:59,550
พาทำ เดี๋ยวพาทำ ทุกคนอยู่ในความสงบนะคะ ตั้งสติ

608
00:56:59,550 --> 00:57:03,550
นะคะลูก เขาบอกว่า Fill in the blank with the correct answer

609
00:57:04,789 --> 00:57:08,789
คำในช่องว่างให้ถูกต้อง ทีนี้

610
00:57:11,271 --> 00:57:13,947
เราก็มาดูรูป เอารูปไหนก่อนก็ได้ ครูขอเริ่มที่

611
00:57:13,947 --> 00:57:17,947
อันนี้ก่อนแล้วกัน ไอ้รูปกระดาษสี ๆ นี่

612
00:57:18,998 --> 00:57:19,997
มันคือ Color ใช่ไหม

613
00:57:19,997 --> 00:57:23,997
Color มีกี่อัน นับให้หน่อย มีเท่าไรอัน

614
00:57:29,779 --> 00:57:33,779
1 2 3 4 5 6 7 แล้วก็ 8 มี 8 ใช้... อันนี้ 8

615
00:57:33,820 --> 00:57:37,083
ใช่ไหม 8

616
00:57:37,083 --> 00:57:41,083
มี 8 อัน ใช้ There is หรือ

617
00:57:48,604 --> 00:57:49,259
There are ใช้ There is หรือว่า There are

618
00:57:49,259 --> 00:57:49,558
เราก็เขียน There

619
00:57:49,558 --> 00:57:53,558
are 8

620
00:57:56,059 --> 00:57:58,181
Colors.

621
00:57:58,181 --> 00:58:02,181
เติม s ไหม มี s ไหม มี

622
00:58:03,784 --> 00:58:07,784
There are 8 colors. เขียนลงไปเลย เขียนลงไปเลย

623
00:58:22,079 --> 00:58:26,079
(นักศึกษาชาย) 4 อันใช่ไหม

624
00:58:28,356 --> 00:58:30,036
หรือ 5 อัน

625
00:58:30,036 --> 00:58:34,036
(อาจารย์มัณทนา) เขาพูดไม่ชัด คำว่าอะไร

626
00:58:38,537 --> 00:58:42,537
เห็น Picture ไหม

627
01:00:10,689 --> 01:00:13,692
ขอภาพนี้บ้าง ภาพนี้

628
01:00:13,692 --> 01:00:17,692
ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไรนะ line line

629
01:00:21,630 --> 01:00:25,630
เติม s ไหม (นักศึกษาชาย) เติม (อาจารย์มัณทนา) เติม s

630
01:00:30,788 --> 01:00:34,788
เติม lines ใช่ไหม เราก็ใช้ There... There is หรือ There are

631
01:00:37,177 --> 01:00:41,177
There is หรือ There are

632
01:00:44,713 --> 01:00:48,713
There are... lines อย่าลืมต้องมี . ด้วย

633
01:00:49,823 --> 01:00:52,077
ท้ายประโยค มีจุดด้วย

634
01:00:52,077 --> 01:00:56,077
ด้วย There ตาไม่ดีเหรอ

635
01:00:56,887 --> 01:01:00,887
ขยับมาข้างหน้าก็ได้

636
01:01:32,106 --> 01:01:36,106
ขอภาพนี้บ้าง

637
01:01:38,080 --> 01:01:42,080
ภาพนี้ใช้อะไร

638
01:01:58,339 --> 01:02:02,339
There are

639
01:02:04,488 --> 01:02:08,488
2 shapes.

640
01:02:14,466 --> 01:02:18,466
เขียนลงไปเลย There are 2 shapes.

641
01:03:16,798 --> 01:03:19,467
คำว่า "form"

642
01:03:19,467 --> 01:03:20,446
มีอีก 2 อัน ก็...

643
01:03:20,446 --> 01:03:23,804
There

644
01:03:23,804 --> 01:03:27,804
are 2

645
01:03:28,729 --> 01:03:32,729
forms.

646
01:04:19,265 --> 01:04:23,265
โฟล์ค อย่าลืมเขียนชื่อ เขียนชื่อด้วย เดี๋ยวก็ปล่อยแล้ว หรืออยากเรียนเพิ่ม ทำไมไม่อยากเรียนกับครู

647
01:04:32,856 --> 01:04:36,856
อย่าลืมเขียนชื่อไว้

648
01:04:39,006 --> 01:04:43,006
ภาพสุดท้าย ในกระดาษของเราน่ะ

649
01:04:46,961 --> 01:04:50,961
ครูเขียนคำว่า "Texture" ให้ใช่ไหม Texture

650
01:04:52,855 --> 01:04:56,605
คำนี้ แปลว่าอะไร จำได้ไหม Texture

651
01:04:56,605 --> 01:05:00,605
พื้น... พื้นผิว มันคือพื้นผิวใช่หรือเปล่า

652
01:05:04,518 --> 01:05:06,670
มี 2 ที่เขาทำท่าอย่างนั้น

653
01:05:06,670 --> 01:05:10,670
ถ้าเปลี่ยนเป็น texture ดู

654
01:05:16,870 --> 01:05:20,870
ในรูปนี้ ตอนนี้เห็นอะไรเป็น texture ไหม มันมีอันไหนเป็นพื้นผิวให้เราดูบ้าง มีรูปพื้นผิว

655
01:05:24,792 --> 01:05:26,218
มีหรือเปล่า ลองมองดูสิ นี่ มีอันนี้ เห็นไหม

656
01:05:26,218 --> 01:05:30,218
มีขรุขระ มีแข็ง มีอะไรไหม มี...

657
01:05:40,879 --> 01:05:44,879
ไม่มี ครูไม่ได้ใส่ลงไปเลยใช่ไหม

658
01:05:45,714 --> 01:05:45,754
ถ้าไม่มีใช้ There is  There are ได้ไหม

659
01:05:45,754 --> 01:05:49,754
ใช้ไม่ได้ อันนี้มันก็จะ

660
01:05:50,576 --> 01:05:54,576
เหลือแค่คำว่า "There is"

661
01:05:56,835 --> 01:06:00,835
ตัวนี้ มันเป็นตัวย่อ ของคำว่า "There is

662
01:06:04,177 --> 01:06:08,177
not" ถูกไหม มันเป็นตัวย่อ

663
01:06:09,191 --> 01:06:13,191
ของคำว่า There is not เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มี

664
01:06:17,410 --> 01:06:21,410
แค่เขียนว่า "There

665
01:06:28,900 --> 01:06:32,900
There

666
01:06:42,452 --> 01:06:46,452
isn't a texture.

667
01:06:52,647 --> 01:06:56,647
แล้วก็เขียนคำนี้  "isn't a

668
01:06:58,393 --> 01:07:02,317
texture." แปลว่า ไม่มี

669
01:07:02,317 --> 01:07:05,991
พื้นผิว ไม่มีรูปร่าง รูปทรง ไม่เห็นเลย

670
01:07:05,991 --> 01:07:09,991
หมดแล้ว ใครเสร็จแล้วก็เอามาส่งครูได้

671
01:07:14,055 --> 01:07:14,994
ครูได้...

672
01:07:14,994 --> 01:07:18,994

673
01:07:23,077 --> 01:07:26,429
วางไว้เลย วางไว้เลย ปล่อยเลย

674
01:07:26,429 --> 01:07:30,429
มาส่งนะ มาส่งนะ

675
01:08:24,584 --> 01:08:28,584
ครบแล้ว

676
01:08:47,841 --> 01:08:49,605

677
01:08:49,605 --> 01:08:53,605
ทำไมไม่เขียนชื่อ อ๋อ เขียนแล้ว

678
01:08:54,657 --> 01:08:58,657
ขอบคุณพี่ล่าม

679
01:08:58,870 --> 01:09:02,870
พี่

680
01:09:06,669 --> 01:09:10,669
วางสายได้เลย สวัสดีค่ะ

681
01:09:14,995 --> 01:09:18,995

682
01:09:27,082 --> 01:09:31,082
// ไม่ใช่ มันต้องออกจากระบบก่อน ใช่

683
01:09:34,549 --> 01:09:38,549
(อาจารย์มัณทนา) OK Good bye.

684
01:09:41,027 --> 01:09:45,027
(นักศึกษาชาย) โอเค

685
01:09:53,013 --> 01:09:57,013
[สิ้นสุดการถอดความ]

