﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000
(อาจารย์มัณทนา)  ได้ค่ะ ตอนนี้ได้ยินอยู่ใช่ไหมคะ

2
00:00:04,002 --> 00:00:08,002
โอเค (ล่าม) สักครู่นะครับ

3
00:00:08,005 --> 00:00:12,005
พอดีวันนี้จะยังไม่มีกล้อง

4
00:00:12,007 --> 00:00:16,007
ตัวที่ใช้ครั้งที่แล้วน่ะค่ะ ต้องเป็นตัว

5
00:00:16,010 --> 00:00:20,010
จากตัวคอมพิวเตอร์เลย

6
00:00:20,011 --> 00:00:24,011

7
00:00:24,014 --> 00:00:28,014

8
00:00:28,016 --> 00:00:32,016

9
00:00:32,019 --> 00:00:36,019

10
00:00:36,022 --> 00:00:40,022

11
00:00:40,025 --> 00:00:44,025

12
00:00:44,027 --> 00:00:48,027

13
00:00:48,031 --> 00:00:52,031
เออ นั่นสิ

14
00:00:52,032 --> 00:00:56,032

15
00:00:56,035 --> 00:01:00,035

16
00:01:00,037 --> 00:01:04,037

17
00:01:04,039 --> 00:01:08,039

18
00:01:08,041 --> 00:01:12,041
ได้ยินไหมคะ

19
00:01:12,045 --> 00:01:16,045
เดี๋ยวครูอันนี้แป๊บหนึ่ง ครุขออันนี้กับล่าม

20
00:01:16,047 --> 00:01:20,047
มันขึ้นเป็น...

21
00:01:20,049 --> 00:01:24,049
ได้ใช่ไหมเอ่ย

22
00:01:24,051 --> 00:01:28,051

23
00:01:28,052 --> 00:01:32,052

24
00:01:32,057 --> 00:01:36,057

25
00:01:36,062 --> 00:01:40,062

26
00:01:40,065 --> 00:01:44,065

27
00:01:44,067 --> 00:01:48,067

28
00:01:48,072 --> 00:01:52,072
เห็นไหม

29
00:01:52,074 --> 00:01:56,074
มองเห็นใช่ไหม โอเค ทาง

30
00:01:56,077 --> 00:02:00,077
ก็ได้ยินใช่ไหมคะ ต้องใส่ไมค์ไหมเอ่ย หรือว่าแค่นี้ก็โอเคแล้ว

31
00:02:00,079 --> 00:02:04,079
เอาได้ไหม กล้องอยู่ไหนน่ะ

32
00:02:04,081 --> 00:02:08,081
You ทำเป็นใช่ไหม

33
00:02:08,083 --> 00:02:12,083
ไหน ลองทำ

34
00:02:12,085 --> 00:02:16,085

35
00:02:16,087 --> 00:02:20,087

36
00:02:20,090 --> 00:02:24,090

37
00:02:24,092 --> 00:02:28,092

38
00:02:28,098 --> 00:02:32,098
เดี๋ยวไม่ได้ยินไง เพราะครูเดิน...

39
00:02:32,104 --> 00:02:36,104
ครูก้ทำไม่เป็น เดี๋ยวรอมาก่อน

40
00:02:36,106 --> 00:02:40,106
ครั้งที่แล้วมิกซ์ไม่ได้มา

41
00:02:40,107 --> 00:02:44,107
(อาจารย์มัณทนา) How to you turn dis

42
00:02:44,110 --> 00:02:48,110

43
00:02:48,111 --> 00:02:52,111
ได้ยินไหม ชัดนะ ไมคืก็ได้ยิน

44
00:02:52,113 --> 00:02:56,113
ใช่ไหมคะ โอเค

45
00:02:56,115 --> 00:03:00,115

46
00:03:00,117 --> 00:03:04,117
มาลอง มาลองดูก่อน วันนี้ง่ายมาก

47
00:03:04,119 --> 00:03:08,119
หายไปไหนเพื่อน

48
00:03:08,120 --> 00:03:12,120
แค่เด็กใช่ไหม ครั้งที่แล้ว...

49
00:03:12,122 --> 00:03:16,122
มันต้องเชื่อม

50
00:03:16,124 --> 00:03:20,124
เข้ากับอะไรน่ะ ของครูเหรอ

51
00:03:20,125 --> 00:03:24,125

52
00:03:24,127 --> 00:03:28,127
แต่จริง ๆ คอมครูก็เห็นอยู่นะนี่

53
00:03:28,128 --> 00:03:32,128
บางทีก็เห็น บางทีก็ไม่ค่อยชัดเท่าไร

54
00:03:32,130 --> 00:03:36,130

55
00:03:36,131 --> 00:03:40,131
อันนี้เอามาจากห้อง...

56
00:03:40,132 --> 00:03:44,132

57
00:03:44,135 --> 00:03:48,135

58
00:03:48,136 --> 00:03:52,136

59
00:03:52,139 --> 00:03:56,139

60
00:03:56,143 --> 00:04:00,143

61
00:04:00,147 --> 00:04:04,147
(นักศึกษาชาย) เห็นชัดไหมครับ

62
00:04:04,151 --> 00:04:08,151

63
00:04:08,153 --> 00:04:12,153

64
00:04:12,156 --> 00:04:16,156
นี่ไง วันนี้ยังมีเท่านี้อยู่

65
00:04:16,161 --> 00:04:20,161
เดี๋ยวครูเช็กชื่อก่อน

66
00:04:20,165 --> 00:04:24,165
ที่เหลือเขาจะขึ้นมาอยู่ถูกไหมที่ครูเข้าใจ

67
00:04:24,167 --> 00:04:28,167
โอเค

68
00:04:28,169 --> 00:04:32,169
เรียนนิดเดียว เดี๋ยวมีงานให้ทำ

69
00:04:32,171 --> 00:04:36,171
ครั้งที่แล้วมีส่งงานนะ

70
00:04:36,173 --> 00:04:40,173
ครั้งที่แล้วมีส่งงานนะ แต่ทีนี้บางคน

71
00:04:40,174 --> 00:04:44,174
ส่งผิดงาน ครูให้เขียนการเติม s

72
00:04:44,176 --> 00:04:48,176
es แต่บางคนส่งการใช้ There is There are มา

73
00:04:48,178 --> 00:04:52,178
ซึ่งไม่ผิด มันเป็น

74
00:04:52,179 --> 00:04:56,179
สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็แปลว่าต้องกลับไปทำเพิ่มเฉย ๆ

75
00:04:56,181 --> 00:05:00,181
นะ มันจะมีนี่ ครูเขียนไว้อยู่

76
00:05:00,182 --> 00:05:04,182
ไม่ ๆ อู๊ด ๆ เธอไม่ได้ส่งผิด เธอส่งถูกอยู่

77
00:05:04,185 --> 00:05:08,185
เธอส่งถูกอยู่ เธอชื่อณัฐพงศ์ใช่ไหมคะ

78
00:05:08,186 --> 00:05:12,186
ครูก็เลยไอ้นี่ ทำถูกอยู่ จะมีคนชื่อ

79
00:05:12,188 --> 00:05:16,188
กฤษดา ใครชื่อกฤษดา

80
00:05:16,189 --> 00:05:20,189
เดี๋ยวครูบอกที่หลังเอาแล้วกัน ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร

81
00:05:20,192 --> 00:05:24,192
แล้วก็มีสมภัสสร ไม่...

82
00:05:24,194 --> 00:05:28,194
ปิยนุช

83
00:05:28,196 --> 00:05:32,196
เขาทำผิดนิดหน่อย

84
00:05:32,197 --> 00:05:36,197
คำว่า "ผิด" ก็คือทำผิดงาน แต่ก็เป็นงานที่ต้องส่งอยู่แล้ว

85
00:05:36,202 --> 00:05:40,202
อะไรอย่างนี้ ก็ไม่เป็นอะไร ก็เดี๋ยวได้ทำเพิ่ม

86
00:05:40,204 --> 00:05:44,204
แต่ครูสอนก่อนแล้วค่อยเคลียร์กันเรื่องงาน

87
00:05:44,204 --> 00:05:48,204
เดี๋ยวขอสอนก่อนนะ เดี๋ยวขอเช็กชื่อด้วย

88
00:05:48,206 --> 00:05:52,206
จริง ๆ ห้องนี้มันต้องมี 15 คน 2 4 6 8

89
00:05:52,207 --> 00:05:56,207
ขาดไปกี่คน 8 บวกเท่าไรได้ 15

90
00:05:56,209 --> 00:06:00,209
(นักศึกษาชาย) 8 + 7

91
00:06:00,210 --> 00:06:04,210
รอเพื่อนก่อน ขอเช้กคนที่มาก่อนนะ แต่ไม่มี

92
00:06:04,212 --> 00:06:08,212
ใครลา ไม่มีใครขาดใช่ไหม (นักศึกษาชาย) มีลา (อาจารย์มัณทนา)  ใครลา

93
00:06:08,214 --> 00:06:12,214

94
00:06:12,216 --> 00:06:16,216

95
00:06:16,218 --> 00:06:20,218
ชื่ออะไร

96
00:06:20,221 --> 00:06:24,221
เขาชื่อนี้เหรอ

97
00:06:24,223 --> 00:06:28,223
ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวครูเอาใบรายชื่อให้เพื่อนดูก่อน

98
00:06:28,224 --> 00:06:32,224
ใครลาเขียน...

99
00:06:32,224 --> 00:06:36,224

100
00:06:36,226 --> 00:06:40,226

101
00:06:40,228 --> 00:06:44,228

102
00:06:44,230 --> 00:06:48,230

103
00:06:48,238 --> 00:06:52,238

104
00:06:52,239 --> 00:06:56,239

105
00:06:56,242 --> 00:07:00,242

106
00:07:00,244 --> 00:07:04,244

107
00:07:04,246 --> 00:07:08,246
โอเค

108
00:07:08,255 --> 00:07:12,255
นานไหมน่ะ (นักศึกษาชาย) ไม่นาน (อาจารย์มัณทนา) ธีรเดช

109
00:07:12,261 --> 00:07:16,261

110
00:07:16,263 --> 00:07:20,263
โอเค

111
00:07:20,264 --> 00:07:24,264
เอามา ทำให้เรียบร้อย

112
00:07:24,267 --> 00:07:28,267

113
00:07:28,269 --> 00:07:32,269
สุภาวรรณ

114
00:07:32,272 --> 00:07:36,272
เดี๋ยวรอก่อน ค่อย ๆ ทยอยมา

115
00:07:36,273 --> 00:07:40,273
ใครที่มาแล้วก้ออกไป ใครที่ออกไป ก้เพิ่งมา

116
00:07:40,275 --> 00:07:44,275

117
00:07:44,277 --> 00:07:48,277

118
00:07:48,279 --> 00:07:52,279

119
00:07:52,282 --> 00:07:56,282

120
00:07:56,285 --> 00:08:00,285
สกาวใจ

121
00:08:00,287 --> 00:08:04,287

122
00:08:04,289 --> 00:08:08,289

123
00:08:08,291 --> 00:08:12,291

124
00:08:12,293 --> 00:08:16,293
เสียงก้อง

125
00:08:16,296 --> 00:08:20,296

126
00:08:20,299 --> 00:08:24,299
มันก็...

127
00:08:24,302 --> 00:08:28,302
เห็นไหมล่ะ ข้างนอกเห็นไหมล่ะ

128
00:08:28,303 --> 00:08:32,303
(นักศึกษาชาย) ต้องให้มานั่งข้างหน้าครับ

129
00:08:32,305 --> 00:08:36,305
เราต้องย้ายไปนั่ง...

130
00:08:36,307 --> 00:08:40,307

131
00:08:40,308 --> 00:08:44,308

132
00:08:44,310 --> 00:08:48,310

133
00:08:48,313 --> 00:08:52,313

134
00:08:52,317 --> 00:08:56,317

135
00:08:56,321 --> 00:09:00,321

136
00:09:00,324 --> 00:09:04,324

137
00:09:04,327 --> 00:09:08,327

138
00:09:08,329 --> 00:09:12,329
ฉันต้องสนใจพวกเธอ

139
00:09:12,334 --> 00:09:16,334
นะคะ ระวังนะ ระวังนะ

140
00:09:16,335 --> 00:09:20,335
อรยา

141
00:09:20,337 --> 00:09:24,337

142
00:09:24,340 --> 00:09:28,340
มาใช่ไหม

143
00:09:28,342 --> 00:09:32,342

144
00:09:32,343 --> 00:09:36,343

145
00:09:36,347 --> 00:09:40,347

146
00:09:40,349 --> 00:09:44,349

147
00:09:44,351 --> 00:09:48,351

148
00:09:48,354 --> 00:09:52,354
แต่มา มาอยู่ใช่ไหม

149
00:09:52,355 --> 00:09:56,355
ทักษบดี

150
00:09:56,357 --> 00:10:00,357

151
00:10:00,359 --> 00:10:04,359

152
00:10:04,360 --> 00:10:08,360

153
00:10:08,365 --> 00:10:12,365

154
00:10:12,367 --> 00:10:16,367

155
00:10:16,373 --> 00:10:20,373

156
00:10:20,378 --> 00:10:24,378

157
00:10:24,380 --> 00:10:28,380

158
00:10:28,383 --> 00:10:32,383

159
00:10:32,387 --> 00:10:36,387
โสม

160
00:10:36,394 --> 00:10:40,394
แสดงว่าลา 2 คนเหรอ

161
00:10:40,397 --> 00:10:44,397

162
00:10:44,400 --> 00:10:48,400
อ๋อ

163
00:10:48,402 --> 00:10:52,402
กลับบ้าน กลับบ้าน

164
00:10:52,408 --> 00:10:56,408
ปิยนุช ปิยนุช

165
00:10:56,410 --> 00:11:00,410
ปิ-ยะ-นุช

166
00:11:00,411 --> 00:11:04,411

167
00:11:04,413 --> 00:11:08,413
ภานุ

168
00:11:08,416 --> 00:11:12,416
ภาณุ

169
00:11:12,419 --> 00:11:16,419
ภาณุ

170
00:11:16,421 --> 00:11:20,421

171
00:11:20,423 --> 00:11:24,423
ณัฐพงษ์

172
00:11:24,427 --> 00:11:28,427

173
00:11:28,428 --> 00:11:32,428
แล้วก็...

174
00:11:32,429 --> 00:11:36,429
เช็กไปแล้วจ้ะ

175
00:11:36,431 --> 00:11:40,431
โอเค ทีนี้

176
00:11:40,433 --> 00:11:44,433
ครูไม่แน่ใจว่าครูกบจะขึ้นมาไหม

177
00:11:44,435 --> 00:11:48,435
คนในรายชื่อที่ครูจะเขียนต่อไปนี้ คือ

178
00:11:48,438 --> 00:11:52,438
คนที่ส่งงานมาผิดนะ

179
00:11:52,440 --> 00:11:56,440
แต่ว่าเป็นงานที่มันต้องส่งวันนี้แหละ แปลว่า

180
00:11:56,442 --> 00:12:00,442
เธอจะต้องกลับไปทำเพิ่มอีก 1 งาน โอเคไหม

181
00:12:00,443 --> 00:12:04,443
แต่ว่าเดี๋ยวครูสอนวันนี้ก่อน แล้วจะเข้าใจว่ามันผิดอย่างไร

182
00:12:04,445 --> 00:12:08,445
โอเคนะ ครั้งที่แล้วที่เราเรียนกันน่ะ

183
00:12:08,446 --> 00:12:12,446
เราเรียนเรื่องกฎการเติม s es เห็นไหม

184
00:12:12,448 --> 00:12:16,448
เดี๋ยวครูจะเปิดให้ดู

185
00:12:16,449 --> 00:12:20,449
ครั้งที่แล้วเราเรียนกันเรื่องนี้

186
00:12:20,451 --> 00:12:24,451

187
00:12:24,453 --> 00:12:28,453

188
00:12:28,455 --> 00:12:32,455

189
00:12:32,460 --> 00:12:36,460
นี่ คือสิ่งที่เราเรียนไป

190
00:12:36,463 --> 00:12:40,463
ครั้งที่แล้ว ถูกไหมลูก แล้วครูให้ไปสรุป

191
00:12:40,465 --> 00:12:44,465
เห็นไหม เป็นสรุปเป็น

192
00:12:44,466 --> 00:12:48,466
การบ้านแล้วส่งเข้ามาใน LINE ทีนี้

193
00:12:48,468 --> 00:12:52,468
ส่งครบทุกคน ดีมาก มีคนที่ทำได้ดีมาก ๆ ด้วย แต่

194
00:12:52,469 --> 00:12:56,469
มีบางคนที่ส่งมาผิดงาน

195
00:12:56,471 --> 00:13:00,471
ก็คือไม่ได้ทำงานนี้ แต่ไปสรุปอีกเรื่อง

196
00:13:00,473 --> 00:13:04,473
ก็คือเรื่องที่ครูจะสอนวันนี้มาให้ครู

197
00:13:04,475 --> 00:13:08,475
แล้วมันไม่ได้ผิด เพราะว่าวันนี้ครูจะให้สรุปเหมือนกัน

198
00:13:08,476 --> 00:13:12,476
สิ่งที่ต้องทำ ก็คือเราต้องสรุปงานนี้

199
00:13:12,479 --> 00:13:16,479
ให้ครูด้วย ส่วนพวกที่สรุปงานนนี้มาแล้ว ก็ต้อง

200
00:13:16,481 --> 00:13:20,481
สรุปของสิ่งที่จะได้เรียนวันนี้มาให้ครูด้วยเหมือนกัน

201
00:13:20,482 --> 00:13:24,482
สรุปว่ามันจะมีทั้งหมด 2 งานที่คุณต้องส่ง

202
00:13:24,483 --> 00:13:28,483
ทีนี้คนที่...

203
00:13:28,485 --> 00:13:32,485
คนที่ทำไปแล้วน่ะ มันจะมีอยู่แค่

204
00:13:32,487 --> 00:13:36,487
1 2 3 มีอยู่ 3 คนที่ส่งมาผิดงาน

205
00:13:36,489 --> 00:13:40,489
คนแรก คือ สุภาวัลย์

206
00:13:40,492 --> 00:13:44,492

207
00:13:44,494 --> 00:13:48,494
สุภาวรรณ

208
00:13:48,497 --> 00:13:52,497

209
00:13:52,500 --> 00:13:56,500

210
00:13:56,503 --> 00:14:00,503

211
00:14:00,505 --> 00:14:04,505

212
00:14:04,509 --> 00:14:08,509
คนที่ครูเขียนบนกระดาษน่ะ คนที่ส่งมาผิดงาน

213
00:14:08,514 --> 00:14:12,514
เราไม่ได้สรุปงานที่ครูขึ้นให้บนกระดาน

214
00:14:12,515 --> 00:14:16,515
แต่ว่าเราสรุปงานอีกงานหนึ่งมาให้ครู

215
00:14:16,519 --> 00:14:20,519
แปลว่าเราต้องไปสรุ

216
00:14:20,521 --> 00:14:24,521
อันนี้มาให้ครูก่อนนะ

217
00:14:24,524 --> 00:14:28,524
ส่วนงานที่เราส่งมาแล้วน่ะ เดี๋ยวครูเช็กให้ มันเป็นงานของวันนี้

218
00:14:28,526 --> 00:14:32,526
เก็ตไหม

219
00:14:32,528 --> 00:14:36,528
สิ่งที่ 3 คนนี้

220
00:14:36,529 --> 00:14:40,529
รายชื่อบนกระดาน ต้องทำ คือ มันจะเป็นงาน

221
00:14:40,531 --> 00:14:44,531
ที่ครูส่งลิงก์เข้าไปให้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว

222
00:14:44,533 --> 00:14:48,533
หนูต้องไปสรุปกฎการเติม s es มา

223
00:14:48,535 --> 00:14:52,535
นี่ ทุกกฎเลย มันคือกฎในอันนี้

224
00:14:52,537 --> 00:14:56,537
นี่ หนูต้องสรุปของหน้านี้มาให้ครู

225
00:14:56,538 --> 00:15:00,538
เขียน

226
00:15:00,540 --> 00:15:04,540
สรุปให้เรียบร้อย

227
00:15:04,542 --> 00:15:08,542
เขียนมา พร้อมกับ

228
00:15:08,544 --> 00:15:12,544
ยกตัวอย่างประกอบ

229
00:15:12,546 --> 00:15:16,546
ดูตัวอย่างของเพื่อนใน LINE ก็ได้

230
00:15:16,548 --> 00:15:20,548

231
00:15:20,550 --> 00:15:24,550
งานนี้เป็นงานแรกที่ต้องส่ง ส่วน...

232
00:15:24,552 --> 00:15:28,552
เดี๋ยวครูตบรางวัลให้สำหรับคนที่ทำได้ดี

233
00:15:28,554 --> 00:15:32,554
เดี๋ยวมีเพิ่มคะแนน เพิ่มอะไรให้

234
00:15:32,556 --> 00:15:36,556
ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง แต่วันนี้

235
00:15:36,558 --> 00:15:40,558
เราจะเรียนเรื่องใหม่ก่อน บางคนที่ทำมาแล้วทั้ง 2 อัน ก็มีนะ

236
00:15:40,562 --> 00:15:44,562
ถ้าเธอทำเสร็จแล้วเธอก็ต้องทำส่งมาใหม่

237
00:15:44,562 --> 00:15:48,562
คนที่ยังไม่ทำ ก็ต้องทำเพิ่ม งงไหม ถ้า

238
00:15:48,564 --> 00:15:52,564

239
00:15:52,565 --> 00:15:56,565
ไม่มีคำถาม ครูไปแล้วนะ สอนแล้วนะ

240
00:15:56,567 --> 00:16:00,567
โอเค สิ่งที่เรา

241
00:16:00,569 --> 00:16:04,569
ต้องเรียนวันนี้

242
00:16:04,572 --> 00:16:08,572

243
00:16:08,574 --> 00:16:12,574
มองกระดานจ้ะ

244
00:16:12,577 --> 00:16:16,577
นะ คือ เรื่อง

245
00:16:16,579 --> 00:16:20,579
There is  There are คุ้นตาบ้างไหม

246
00:16:20,581 --> 00:16:24,581
เคยเห็นไหม อันนี้แหละ

247
00:16:24,584 --> 00:16:28,584
หลังกล้องคุ้นไหม คุ้น

248
00:16:28,586 --> 00:16:32,586
ง่ายจริง ๆ ไม่ยาก เข้าใจไหมอู๊ด เข้าใจไหม นีโน่

249
00:16:32,587 --> 00:16:36,587
Midnight น้องโอ๊ต

250
00:16:36,588 --> 00:16:40,588
เดี๋ยวโทรศัพท์...

251
00:16:40,589 --> 00:16:44,589
There is There are ใช้อย่างไร

252
00:16:44,591 --> 00:16:48,591
เขาบอกว่า

253
00:16:48,593 --> 00:16:52,593
อย่างนี้ การใช้ There is  There are

254
00:16:52,595 --> 00:16:56,595
ถ้าเราจะพูดว่ามี แต่ไร้เจ้า

255
00:16:56,596 --> 00:17:00,596
ขแง ต้องใช้ There is และ There are

256
00:17:00,598 --> 00:17:04,598
แปลว่าอะไร ปกติถ้ามีปากกาวางอยู่บนโต๊ะ

257
00:17:04,598 --> 00:17:08,598
อย่างนี้ ภาษาไทยเราจะบอกว่ามีปากกา

258
00:17:08,600 --> 00:17:12,600
อยู่บนโต๊ะ ถูกไหม แล้วภาษาอังกฤษจะแปลว่าอะไร

259
00:17:12,602 --> 00:17:16,602
3 คนข้างหลัง จำได้ไหม ถ้าพูดว่ามี

260
00:17:16,604 --> 00:17:20,604
ภาษาอังกฤษเราจะพูดว่าอะไรตามที่เราเคยใช้ There is หรือ

261
00:17:20,608 --> 00:17:24,608
There are เคยได้ยินบางคนเขาพูดว่า Have a pencil

262
00:17:24,609 --> 00:17:28,609
on the table

263
00:17:28,611 --> 00:17:32,611
Have a pen เคยได้ยินไหม

264
00:17:32,612 --> 00:17:36,612
ใครเคยบ้าง ภาษาไทยเราจะใช้

265
00:17:36,614 --> 00:17:40,614
มันไม่ใช่ ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่

266
00:17:40,616 --> 00:17:44,616
ไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของ แต่เราเห็นของวางอยู่เกลื่อนกลาดแบบนี้

267
00:17:44,617 --> 00:17:48,617
แล้วเราอยากจะพูดว่ามันมีสิ่งนี้อยู่จตรงนั้น มันมีสิ่วนี้

268
00:17:48,618 --> 00:17:52,618
อยู่ตรงนี้ เราจะใช้ There is และ There are แทน

269
00:17:52,620 --> 00:17:56,620
แล้ว There is  กับ There are

270
00:17:56,621 --> 00:18:00,621
มันใช้ต่างกันอย่างไร ใครบอกครูได้ไหม

271
00:18:00,624 --> 00:18:04,624
เอกพจน์ กับ พหูพจน์ เก่งมากเลย

272
00:18:04,624 --> 00:18:08,624
แต่มิกซ์พูดถูกนะ เดี๋ยวครูเอาตัวอย่างให้ดู

273
00:18:08,626 --> 00:18:12,626
Shape แปลว่า รูปร่าง ถูกไหม Shape

274
00:18:12,629 --> 00:18:16,629
shape shape

275
00:18:16,630 --> 00:18:20,630

276
00:18:20,633 --> 00:18:24,633

277
00:18:24,639 --> 00:18:28,639

278
00:18:28,642 --> 00:18:32,642

279
00:18:32,643 --> 00:18:36,643

280
00:18:36,647 --> 00:18:40,647

281
00:18:40,649 --> 00:18:44,649

282
00:18:44,653 --> 00:18:48,653

283
00:18:48,655 --> 00:18:52,655

284
00:18:52,658 --> 00:18:56,658

285
00:18:56,660 --> 00:19:00,660

286
00:19:00,664 --> 00:19:04,664

287
00:19:04,668 --> 00:19:08,668

288
00:19:08,669 --> 00:19:12,669

289
00:19:12,674 --> 00:19:16,674

290
00:19:16,678 --> 00:19:20,678

291
00:19:20,679 --> 00:19:24,679

292
00:19:24,682 --> 00:19:28,682

293
00:19:28,684 --> 00:19:32,684
There are 3 shapes. There  is 1 shape.

294
00:19:32,687 --> 00:19:36,687

295
00:19:36,689 --> 00:19:40,689
2 ประโยคนี้นะ

296
00:19:40,691 --> 00:19:44,691
ต่างกันไหม แล้วต่างกันอย่างไร แล้วตรงไหนมันต่าง

297
00:19:44,692 --> 00:19:48,692
มันใช้คำว่าอะไร มี

298
00:19:48,695 --> 00:19:52,695
คำว่า "There" มีหรือเปล่า

299
00:19:52,696 --> 00:19:56,696
คำนี้เหมือนกันไหม คำว่า are กับคำว่า is

300
00:19:56,699 --> 00:20:00,699
เหมือนกันหรือเปล่า เหมือนกันเปล่า ไม่เหมือน

301
00:20:00,700 --> 00:20:04,700
แล้วดูอันนี้มีกี่รูป  1 2

302
00:20:04,704 --> 00:20:08,704
3 รูป อันนี้มีกี่รูป

303
00:20:08,707 --> 00:20:12,707
รูปเดียว แสดงว่าถ้ามี

304
00:20:12,707 --> 00:20:16,707
หลายรูป You ใช้ There is หรือ There are นี่ใช้ There is  หรือ

305
00:20:16,709 --> 00:20:20,709
หรือ  There areThere are

306
00:20:20,709 --> 00:20:24,709
ในกรณีที่มีหลายรูปเราจะใช้ There are

307
00:20:24,710 --> 00:20:28,710
แต่ถ้ามีรูปเดียว You ใช้

308
00:20:28,713 --> 00:20:32,713
There is  คำว่า "Shape"

309
00:20:32,715 --> 00:20:36,715
ต่างกันหรือเปล่า คำว่า "Shape" คำนี้

310
00:20:36,715 --> 00:20:40,715

311
00:20:40,717 --> 00:20:44,717
ต่างหรือเปล่า ถ้าเกิดว่า

312
00:20:44,719 --> 00:20:48,719
มีหลายรูปเขาเติมอะไรเข้าไป เขาเติม

313
00:20:48,721 --> 00:20:52,721
s นี่ไง มันมีหลายรูป เติม

314
00:20:52,724 --> 00:20:56,724
s ถูกไหม แต่ถ้ามีอันเดียว

315
00:20:56,725 --> 00:21:00,725
เติมไหม ไม่เติม จำได้ไหม กฎข้อ

316
00:21:00,729 --> 00:21:04,729
ที่ 1 การเติม s es ถ้าเป็นคำนามทั่วไป You เติม

317
00:21:04,730 --> 00:21:08,730
s ได้เลย อันนี้จำได้หรือเปล่า

318
00:21:08,731 --> 00:21:12,731
นี่เป็นเหตุผลที่ต้องเข้าใจการเติม s es ก่อน

319
00:21:12,732 --> 00:21:16,732
There is There are ครูเลยให้โจทยืก่อน

320
00:21:16,735 --> 00:21:20,735
ไม่เข้าใจ ทีนี้ดูรูปประโยค พอมี 3 อัน

321
00:21:20,737 --> 00:21:24,737
You ใช้ There are ตามด้วยจำนวน ตามด้วย

322
00:21:24,738 --> 00:21:28,738
คำนามใช่ไหม There are 3 shapes.

323
00:21:28,739 --> 00:21:32,739
มี There เดียว

324
00:21:32,741 --> 00:21:36,741
1 Shape ง่ายไหม คนอื่นเข้าใจไหม

325
00:21:36,743 --> 00:21:40,743
เข้าใจนะ ไปแล้วนะ

326
00:21:40,745 --> 00:21:44,745
ไปแล้วนะ ไปต่อเลยเพื่อนบอก

327
00:21:44,747 --> 00:21:48,747
ถ้า There is ใช้กับสิ่งที่มีอันเดียว

328
00:21:48,749 --> 00:21:52,749
(นักศึกษาชาย) ถ้าไม่ได้บอกว่า 1 Shape (อาจารย์มัณทนา)  There is

329
00:21:52,750 --> 00:21:56,750
and... ถ้าเกิดมีอันเดียว

330
00:21:56,751 --> 00:22:00,751
แทนที่จะใช้... a ก็ได้

331
00:22:00,752 --> 00:22:04,752
หรือใช้ an ก็ได้

332
00:22:04,752 --> 00:22:08,752
รู้ไหมว่า a กับ an ต่างกันอย่างไร

333
00:22:08,754 --> 00:22:12,754
รู้บ้างหรือเปล่า

334
00:22:12,756 --> 00:22:16,756
เก่งมาก You จะใช้ a

335
00:22:16,758 --> 00:22:20,758
ก้ต่อเมื่อคำนามถัดมา มันขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ

336
00:22:20,759 --> 00:22:24,759
แต่ถ้ามันขึ้นต้นด้วยสระ You จะขึ้นต้นด้วย an

337
00:22:24,763 --> 00:22:28,763
are can

338
00:22:28,764 --> 00:22:32,764
and a

339
00:22:32,765 --> 00:22:36,765

340
00:22:36,767 --> 00:22:40,767
a ตัวนี้

341
00:22:40,768 --> 00:22:44,768

342
00:22:44,770 --> 00:22:48,770
Apple

343
00:22:48,773 --> 00:22:52,773
สังเกตไหม Avacado

344
00:22:52,774 --> 00:22:56,774
a pen  p กับ v มันเป็นสระไหม

345
00:22:56,775 --> 00:23:00,775
ในภาษาอังกฤษ ไม่เป็น แต่พอ

346
00:23:00,777 --> 00:23:04,777
เป็น Avocado มันขึ้นต้นด้วยตัวอะไร

347
00:23:04,778 --> 00:23:08,778
ตัวเล็ก สระในภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง

348
00:23:08,780 --> 00:23:12,780
e, i, แล้วก็ u

349
00:23:12,782 --> 00:23:16,782
นี่ไง ถ้าขึ้นต้นด้วย 5 คำนี้

350
00:23:16,784 --> 00:23:20,784
You สามารถใช้คำว่า "a" หรือ "and" ก็ได้

351
00:23:20,785 --> 00:23:24,785
แต่ถ้ามันต้อง... ต้องใช้ an งงไหม

352
00:23:24,787 --> 00:23:28,787
งงเปล่า

353
00:23:28,788 --> 00:23:32,788
เพื่อนงงไหม เด็กหนูไม่เป็นอะไร ครูไม่ว่า ข้างหลัง

354
00:23:32,789 --> 00:23:36,789
งงไหม นีโน่เข้าใจไหม

355
00:23:36,791 --> 00:23:40,791
โอีตเข้าใจไหม

356
00:23:40,793 --> 00:23:44,793
ความจำมันเริ่มไปแล้วครับ (อาจารย์มัณทนา)

357
00:23:44,795 --> 00:23:48,795
ตรงนี้

358
00:23:48,797 --> 00:23:52,797
เขาบอกว่าเมื่อกี้มิกซ์ถาม

359
00:23:52,799 --> 00:23:56,799
ครูว่า ไอ้ประโยคนี้ ถ้ามันมี

360
00:23:56,801 --> 00:24:00,801
แทนที่จะ... แทนที่จะใช้

361
00:24:00,802 --> 00:24:04,802
เลข 1 ใช้ a แทนได้ไหม

362
00:24:04,804 --> 00:24:08,804
เขียนอย่างนี้ได้ไหม

363
00:24:08,806 --> 00:24:12,806
is a shape แบบนี้

364
00:24:12,809 --> 00:24:16,809
เขียนได้ไหม ครูเลยบอกว่าเขียนได้ มันสามารถ

365
00:24:16,811 --> 00:24:20,811
ใช้ a แทน 1 ก็ได้ เพราะ a ตัวนี้

366
00:24:20,813 --> 00:24:24,813
มีความหมายเท่ากับ 1

367
00:24:24,813 --> 00:24:28,813
แต่ครูบอกว่ามันไม่ได้ใช้ a เสมอไป You สามารถใช้

368
00:24:28,814 --> 00:24:32,814
an แทนก็ได้ เพราะ an มีค่าเท่ากับ 1

369
00:24:32,815 --> 00:24:36,815
เหมือนกัน แต่มันใช้ต่างกันอย่างไร

370
00:24:36,817 --> 00:24:40,817
มันใช้ต่างกันแบบนี้ ต่างกัน

371
00:24:40,817 --> 00:24:44,817
ตรงที่ถ้าเกิดคำศัพท์ของครูดันขึ้นต้นด้วย

372
00:24:44,819 --> 00:24:48,819
พยัญชนะ เช่น a

373
00:24:48,821 --> 00:24:52,821
a can

374
00:24:52,822 --> 00:24:56,822
a table

375
00:24:56,822 --> 00:25:00,822

376
00:25:00,825 --> 00:25:04,825
a Table Table โต๊ะนี่

377
00:25:04,827 --> 00:25:08,827
คำเหล่านี้ E V T

378
00:25:08,829 --> 00:25:12,829
สระในภาษาอังกฤษไหม ไม่ใช่ แต่

379
00:25:12,831 --> 00:25:16,831
ถ้าเป็น an apple

380
00:25:16,832 --> 00:25:20,832
an

381
00:25:20,833 --> 00:25:24,833
Avocado อย่างนี้

382
00:25:24,837 --> 00:25:28,837
มันขึ้นต้นด้วยตัว A ไง แล้ว A มันมีคุณสมบัติ

383
00:25:28,838 --> 00:25:32,838
แบบนี้ ตัว a ตัว e ตัว i ตัว o

384
00:25:32,840 --> 00:25:36,840
ตัว u มันเป็นสระ

385
00:25:36,841 --> 00:25:40,841
ในภาษาอังกฤษนี่ ถ้ามันขึ้นต้นด้วย

386
00:25:40,843 --> 00:25:44,843
คำเหล่านี้ And egg

387
00:25:44,845 --> 00:25:48,845
ถ้ามันขึ้นต้นด้วยสระแบบนี้

388
00:25:48,846 --> 00:25:52,846
You ใช้ a ไม่ได้นะ ถึงมันจะมีอันเดียว ต้องใช้

389
00:25:52,847 --> 00:25:56,847
and แทน เข้าใจหรือยัง

390
00:25:56,849 --> 00:26:00,849
แค่นั้น เบซิก

391
00:26:00,851 --> 00:26:04,851
อย่างไรพวกเธอก็ต้องรู้ งงไหมนี่

392
00:26:04,853 --> 00:26:08,853
อันนี้ไม่อยู่ในบทเรียนเรานะ แต่ให้ดูไว้เฉย ๆ

393
00:26:08,855 --> 00:26:12,855
ถ่ายรูปไว้ได้นะ

394
00:26:12,857 --> 00:26:16,857
ครูจะไปต่อ ถ่ายรูปไป

395
00:26:16,860 --> 00:26:20,860
ถ่ายก็ได้ ไม่ถ่ายก็ได้ ไม่เป็นไร

396
00:26:20,864 --> 00:26:24,864

397
00:26:24,866 --> 00:26:28,866

398
00:26:28,867 --> 00:26:32,867

399
00:26:32,869 --> 00:26:36,869

400
00:26:36,874 --> 00:26:40,874

401
00:26:40,878 --> 00:26:44,878
ต่อนะ

402
00:26:44,882 --> 00:26:48,882
ทีนี้เหมือนเดิม ขอสรุปหน้านี้หน่อย

403
00:26:48,885 --> 00:26:52,885
หน้านี้ที่ครูเอารูปมาให้ดู

404
00:26:52,887 --> 00:26:56,887
มันมี 3 ชิ้น หรือมากกว่า 2 ชิ้นขึ้นไปนี่

405
00:26:56,889 --> 00:27:00,889
You ต้องใช้คำว่า "There are"

406
00:27:00,891 --> 00:27:04,891
มันแปลว่ามี มีอะไร

407
00:27:04,892 --> 00:27:08,892
มีของอยุ่จำนวนเท่าไร ก็ตามด้วยจำนวน ตามด้วย

408
00:27:08,894 --> 00:27:12,894
การเรียกชื่อของสิ่งของนั้น ๆ

409
00:27:12,896 --> 00:27:16,896
คำว่า "Shape" มันแปลว่ารูปร่าง มันมี 3 รูปร่าง

410
00:27:16,898 --> 00:27:20,898
ครูก็เลยขึ้นว่า There are 3 shapes. แล้ว

411
00:27:20,900 --> 00:27:24,900
shapes. และ shape ต้องเติม s

412
00:27:24,901 --> 00:27:28,901
เพราะมีมากกว่า 1 2 หรือ 3 ขึ้นไปใช่ไหม

413
00:27:28,902 --> 00:27:32,902
มันมีอันเดียว คำว่า "Shape" คือ

414
00:27:32,904 --> 00:27:36,904
ไม่มี s ไม่มี s นะ

415
00:27:36,905 --> 00:27:40,905
เพราะมันมีแค่อันเดียว แล้วครูก็ใช้คำว่า

416
00:27:40,906 --> 00:27:44,906
There is เพราะมันมีแค่ 1 อัน

417
00:27:44,907 --> 00:27:48,907
งงไหม ไปต่อได้หรือยัง

418
00:27:48,909 --> 00:27:52,909
OK? ไปต่อไหม

419
00:27:52,910 --> 00:27:56,910
ต่อมา

420
00:27:56,912 --> 00:28:00,912

421
00:28:00,914 --> 00:28:04,914
รูปนี้บ้าง รูปนี้

422
00:28:04,915 --> 00:28:08,915
เราเรียกว่า form

423
00:28:08,917 --> 00:28:12,917
from รูปทรง

424
00:28:12,918 --> 00:28:16,918
มันมีความลึก ความหนาถูกเปล่า

425
00:28:16,919 --> 00:28:20,919
มันไม่ได้เป็นภาพ 2 มิติ มันเป็นภาพ

426
00:28:20,921 --> 00:28:24,921
3 มิติ ถูกไหม 3 Dimansion

427
00:28:24,922 --> 00:28:28,922
เป็นภาพ 3 มิติ ทีนี้ 3 มิติ มา

428
00:28:28,923 --> 00:28:32,923
ดูอันแรก มี 1 2

429
00:28:32,925 --> 00:28:36,925
3 4

430
00:28:36,927 --> 00:28:40,927
มีอยู่ 4 รูปทรง ครูเลยใช้คำว่า "

431
00:28:40,929 --> 00:28:44,929
There are ตามด้วย

432
00:28:44,931 --> 00:28:48,931
จำนวน 4 นี่ไง 1 2 3 4

433
00:28:48,932 --> 00:28:52,932
4 อันใช่ไหม ทีนี้ คำว่า "form" มันมีอยู่ 4 ชิ้น

434
00:28:52,939 --> 00:28:56,939
คำว่า "forms" ของครูเลยต้องเติม

435
00:28:56,940 --> 00:29:00,940
s มันมีอยู่ 4 ชิ้น คำว่า "form"

436
00:29:00,943 --> 00:29:04,943
เติม s เข้าไป งงไหม แต่

437
00:29:04,945 --> 00:29:08,945
พออันนี้ มีอยู่แค่ชิ้นเดียว

438
00:29:08,947 --> 00:29:12,947
เติม s ไหม มี s ไหม

439
00:29:12,948 --> 00:29:16,948
ไม่มี s ไม่มี s เพราะว่า

440
00:29:16,950 --> 00:29:20,950
มันมีอยู่แค่ 1 ชิ้น งงไหม

441
00:29:20,952 --> 00:29:24,952
อันนี้มีชิ้นเดียว

442
00:29:24,953 --> 00:29:28,953
ไม่ต้องเติม s โอเคหรือเปล่า แล้วครู

443
00:29:28,953 --> 00:29:32,953
ยังใช้คำว่า There is  ด้วย

444
00:29:32,955 --> 00:29:36,955
งงไหม

445
00:29:36,956 --> 00:29:40,956
เดี๋ยวครูจะพาเขียนอยู่ เดี๋ยวค่อย ๆ ดูไป

446
00:29:40,959 --> 00:29:44,959

447
00:29:44,961 --> 00:29:48,961
มีคำถามไหม

448
00:29:48,963 --> 00:29:52,963

449
00:29:52,965 --> 00:29:56,965

450
00:29:56,966 --> 00:30:00,966
ถ้า

451
00:30:00,971 --> 00:30:04,971
มี 1 อัน

452
00:30:04,973 --> 00:30:08,973
มี 1 อัน มี 1 อัน ใช้

453
00:30:08,974 --> 00:30:12,974
There  is

454
00:30:12,975 --> 00:30:16,975
1 อัน ใช้ There is

455
00:30:16,978 --> 00:30:20,978
ตามด้วย

456
00:30:20,980 --> 00:30:24,980
จำนวน นี่จำนวน

457
00:30:24,981 --> 00:30:28,981
1 อัน แล้วคำศัพท์มัน

458
00:30:28,982 --> 00:30:32,982
คำว่า "form" ตัวนี้

459
00:30:32,984 --> 00:30:36,984
เรียกว่า "Form"

460
00:30:36,988 --> 00:30:40,988
แล้วคำว่า "Form" นี่ อันเดียว ไม่ต้องเติม

461
00:30:40,990 --> 00:30:44,990

462
00:30:44,991 --> 00:30:48,991
ไม่ต้องเติม s

463
00:30:48,992 --> 00:30:52,992

464
00:30:52,992 --> 00:30:56,992
งงไหม

465
00:30:56,993 --> 00:31:00,993

466
00:31:00,995 --> 00:31:04,995
เดี๋ยวพาเขียน เดี๋ยวพาเขียน มีตัวอย่างให้ดูอยู่

467
00:31:04,997 --> 00:31:08,997
กลับมาดูตัวอย่างต่อไป อันนี้

468
00:31:08,999 --> 00:31:12,999

469
00:31:13,001 --> 00:31:17,001
There are 5 colors. มีอยู่ 5 สี

470
00:31:17,002 --> 00:31:21,002
มี 5 สี ตัวนี้

471
00:31:21,004 --> 00:31:25,004
คำว่า Color พวกนี้

472
00:31:25,005 --> 00:31:29,005
ใช่ไหม สี มีความหมายว่า

473
00:31:29,008 --> 00:31:33,008
Color Color ใช่ไหม Color

474
00:31:33,010 --> 00:31:37,010
คือ สี อันนี้ Color อันนี้ก็ Color

475
00:31:37,012 --> 00:31:41,012
โอเคไหม

476
00:31:41,014 --> 00:31:45,014

477
00:31:45,014 --> 00:31:49,014
แปลว่า สี

478
00:31:49,017 --> 00:31:53,017
Color ตัวนี้แปลว่าสี ทีนี้ในภาพ

479
00:31:53,018 --> 00:31:57,018
ฝั่งนี้ ฝั่งที่มีกล่องเหลือง ๆ นี่

480
00:31:57,019 --> 00:32:01,019
นับสีว่ามีกี่แท่ง 1 2 3

481
00:32:01,020 --> 00:32:05,020
4 5 มี

482
00:32:05,023 --> 00:32:09,023
5 สี

483
00:32:09,025 --> 00:32:13,025
เพราะฉะนั้น ต้องใช้

484
00:32:13,027 --> 00:32:17,027
There are

485
00:32:17,029 --> 00:32:21,029
เพราะว่ามีมากกว่า 1 อัน มี 5 อัน

486
00:32:21,032 --> 00:32:25,032
ใช้ There are ทีนี้

487
00:32:25,034 --> 00:32:29,034
ตามด้วยจำนวน จำนวนก็เขียนเลข 5 ลงไป

488
00:32:29,035 --> 00:32:33,035
1 2 3 4 5

489
00:32:33,036 --> 00:32:37,036
มี 5 อัน ก็เขียนเลข 5 ลงไป

490
00:32:37,038 --> 00:32:41,038
ตามด้วยคำว่า "สี" สี

491
00:32:41,040 --> 00:32:45,040
ภาษาอังกฤษ เราเรียกว่า "Color" ใช่ไหม

492
00:32:45,041 --> 00:32:49,041
แต่ทีนี้สีมันมีอยู่ 5 อัน

493
00:32:49,044 --> 00:32:53,044
ต้องเติม s งงไหม

494
00:32:53,045 --> 00:32:57,045
เติม s เลยได้เป็นคำว่า "There are 5

495
00:32:57,046 --> 00:33:01,046
Colors. งงไหม งงไหม

496
00:33:01,047 --> 00:33:05,047
ไม่ เข้าใจ อันนี้เข้าใจใช่ไหม

497
00:33:05,048 --> 00:33:09,048
เข้าใจ หรือว่า

498
00:33:09,049 --> 00:33:13,049
ไม่เข้าใจ

499
00:33:13,052 --> 00:33:17,052
คำนี้...

500
00:33:17,055 --> 00:33:21,055
อันนี้คือเข้าใจเหรอ เข้าใจไหม

501
00:33:21,057 --> 00:33:25,057
เข้าใจ

502
00:33:25,060 --> 00:33:29,060
ไม่งง

503
00:33:29,063 --> 00:33:33,063
โอเค อย่างนั้น ต่อมา ดูภาพนี้

504
00:33:33,066 --> 00:33:37,066
ใช้สีนี้นะ อันนี้ Color

505
00:33:37,067 --> 00:33:41,067
Color = 1 อันใช่ไหม

506
00:33:41,070 --> 00:33:45,070
มีแค่ 1 Color ใช่หรือเปล่า พอมีแค่ 1 Color

507
00:33:45,071 --> 00:33:49,071
ต้องใช้ 1 สิ่งนี้ ใช้

508
00:33:49,073 --> 00:33:53,073
There is

509
00:33:53,075 --> 00:33:57,075
1 สี ใช้ There  is

510
00:33:57,076 --> 00:34:01,076
ต่อมาตามด้วยจำนวน มี 1 อัน

511
00:34:01,078 --> 00:34:05,078
There is 1 ตามด้วยสีนี่

512
00:34:05,078 --> 00:34:09,078
สีนี่ 1 Color มี 1 อัน

513
00:34:09,083 --> 00:34:13,083
ไม่เติม s งงไหม

514
00:34:13,083 --> 00:34:17,083

515
00:34:17,085 --> 00:34:21,085
เข้าใจหรือยัง

516
00:34:21,088 --> 00:34:25,088
เข้าใจแล้วนะ โอเค ลองทำดู

517
00:34:25,090 --> 00:34:29,090
อีกอันหนึ่ง อีกอันหนึ่งก็ได้ค่ะ

518
00:34:29,092 --> 00:34:33,092
อันนี้เราเรียกว่า Line Line

519
00:34:33,093 --> 00:34:37,093
แปลว่า เส้น ถูกไหม แปลว่า เส้น

520
00:34:37,094 --> 00:34:41,094
ภาพนี้มีอยู่ 2 เส้น 1

521
00:34:41,096 --> 00:34:45,096
2 มี 2 เส้น

522
00:34:45,097 --> 00:34:49,097
ใช้ There are

523
00:34:49,099 --> 00:34:53,099
เพราะว่ามี 2 อันนะ ใช้ there are จำนวน

524
00:34:53,100 --> 00:34:57,100
1 2 There are

525
00:34:57,102 --> 00:35:01,102
เส้น คือ คำว่า "Line" มี 2 อัน

526
00:35:01,103 --> 00:35:05,103
เติม s เก่งมาก แต่

527
00:35:05,105 --> 00:35:09,105
อันนี้ มีอันเดียว มีเส้นอยู่อันเดียว  You

528
00:35:09,107 --> 00:35:13,107
ใช้ There is ตามด้วย

529
00:35:13,108 --> 00:35:17,108
จำนวน มีอันเดียว เขียน 1

530
00:35:17,110 --> 00:35:21,110
แล้วมีเส้นเดียว Line ก็

531
00:35:21,112 --> 00:35:25,112
ไม่ต้องเติม s ง่ายไหม

532
00:35:25,113 --> 00:35:29,113
ผ่านนะ ภาพต่อไป

533
00:35:29,115 --> 00:35:33,115
อันนี้ Textures  Textures แปลว่า

534
00:35:33,117 --> 00:35:37,117
พื้นผิวใช่ไหม นี่ textures

535
00:35:37,120 --> 00:35:41,120
พื้นผิวใช่หรือเปล่า

536
00:35:41,122 --> 00:35:45,122
ทีนี้ดูคำว่า Texture

537
00:35:45,123 --> 00:35:49,123
มีพื้นผิวแบบ Soft

538
00:35:49,124 --> 00:35:53,124
Soft แปลว่า นิ่ม มีพื้นผิว

539
00:35:53,126 --> 00:35:57,126
ที่นุ่ม ๆ นุ่มนี่

540
00:35:57,128 --> 00:36:01,128
แบบแข็งอีก 1 พื้นผิว

541
00:36:01,130 --> 00:36:05,130
แบบนี้อีก 1 พื้นผิว แสดงว่าตอนนี้มี 2

542
00:36:05,132 --> 00:36:09,132
พื้นผิว เราต้องใช้ There are

543
00:36:09,135 --> 00:36:13,135
จำนวนเท่าไร จำนวน 2

544
00:36:13,135 --> 00:36:17,135
ก็เขียน 2 ลง ตามด้วยคำว่า "Texture"

545
00:36:17,138 --> 00:36:21,138
แต่ Textures

546
00:36:21,139 --> 00:36:25,139
มี 2 texture ต้องเติม s

547
00:36:25,142 --> 00:36:29,142
ต้องเติม s เข้าไป

548
00:36:29,144 --> 00:36:33,144
อันนี้ผิด เพราะว่ามันมี s จริง ๆ ไม่ต้องเติม ต้องเป็นอย่างนี้

549
00:36:33,146 --> 00:36:37,146

550
00:36:37,148 --> 00:36:41,148
ต้องเป็นอย่างนี้ Texture

551
00:36:41,153 --> 00:36:45,153
ไม่ต้องเติม s ต้องมีแค่อันเดียว ไม่ต้องเติม

552
00:36:45,155 --> 00:36:49,155
เข้าใจไหม เดี๋ยวจะพาทำ

553
00:36:49,158 --> 00:36:53,158

554
00:36:53,160 --> 00:36:57,160
เขาเลยบอกว่า

555
00:36:57,162 --> 00:37:01,162
ความแตกต่างของ There is There are คือ There is

556
00:37:01,164 --> 00:37:05,164
+ ด้วยคำนามเอกพจน์ เอกพจน์ตัวนี้

557
00:37:05,166 --> 00:37:09,166
แปลว่า

558
00:37:09,168 --> 00:37:13,168
มีอันเดียว

559
00:37:13,171 --> 00:37:17,171

560
00:37:17,172 --> 00:37:21,172
แต่ว่า There are + คำนามพหูพนจ์

561
00:37:21,176 --> 00:37:25,176
ถ้าหู ให้นึกถึงหูของเรา มีอยู่

562
00:37:25,178 --> 00:37:29,178
2 ข้าง มันก็เลย...

563
00:37:29,180 --> 00:37:33,180

564
00:37:33,185 --> 00:37:37,185
เพราะฉะนั้น ถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม

565
00:37:37,186 --> 00:37:41,186
ที่เราพูดถึงเอกพจน์ ถ้าเราเห็นของ

566
00:37:41,189 --> 00:37:45,189
อยู่อันเดียว ให้เราใช้ There is

567
00:37:45,191 --> 00:37:49,191
แต่ถ้า You เห็นของ 2 อันขึ้นไป

568
00:37:49,193 --> 00:37:53,193
หนูต้องใช้คำว่า "There are"

569
00:37:53,195 --> 00:37:57,195
งงไหม ไปต่อนะ

570
00:37:57,196 --> 00:38:01,196
เมื่อกี้ครูให้ดูโครงสร้างประโยคนะ

571
00:38:01,198 --> 00:38:05,198
อันนี้ครูเอาตัวอย่าง

572
00:38:05,200 --> 00:38:09,200
ควบคู่กัน

573
00:38:09,202 --> 00:38:13,202
โครงสร้างประโยคบอกเล่า บอกเล่า คือ บอกให้พูด บอก

574
00:38:13,203 --> 00:38:17,203
ให้รู้ สมมติว่าเขียนเป็นแบบนี้ที่เราเรียนเมื่อกี้

575
00:38:17,204 --> 00:38:21,204
There is a line มีเส้น 1 อัน

576
00:38:21,205 --> 00:38:25,205
is a line

577
00:38:25,207 --> 00:38:29,207
แปลว่า มีเส้นอยู่ 1 อัน

578
00:38:29,209 --> 00:38:33,209
ถ้ามีเส้นอยู่ 3 อัน ต้องบอกว่า

579
00:38:33,211 --> 00:38:37,211
There are 3 lines

580
00:38:37,213 --> 00:38:41,213
ไม่มีอะไรเลย แต่ว่าทีนี้มันมีตัวแดง ๆ

581
00:38:41,215 --> 00:38:45,215
อยู่นิดหนึ่ง ที่ครูเขียนให้ตรงนี้

582
00:38:45,217 --> 00:38:49,217
นี่เห็นไหม

583
00:38:49,219 --> 00:38:53,219
เห็นไหม ตัวแดง ๆ ตัวนี้

584
00:38:53,222 --> 00:38:57,222
ความหมายเหมือนกันเลย ไอ้ตัวนี้

585
00:38:57,223 --> 00:39:01,223
There  at

586
00:39:01,226 --> 00:39:05,226

587
00:39:05,228 --> 00:39:09,228
ความหมายเหมือนกัน แต่มันเป็นตัวย่อ

588
00:39:09,230 --> 00:39:13,230
เวลาเขาจะเขียนย่อ ๆ เขาจะเขียน

589
00:39:13,231 --> 00:39:17,231
แบบนี้นะ แต่ความหมายเหมือนกันเด๊ะ

590
00:39:17,232 --> 00:39:21,232
OK? แค่เขียนให้มันสั้นลงเฉย ๆ เขียนสั้น

591
00:39:21,233 --> 00:39:25,233
อย่างไร เขียน There

592
00:39:25,234 --> 00:39:29,234
เหมือนเดิม There เขียนเหมือนเดิมเลย แต่ตัว i

593
00:39:29,238 --> 00:39:33,238
ขึ้นไปลอยฟ้าแบบนี้ แล้วก็

594
00:39:33,241 --> 00:39:37,241
แค่เอาตัว s เติมลงมา ได้ตัวย่อแล้ว

595
00:39:37,243 --> 00:39:41,243
There's a line

596
00:39:41,245 --> 00:39:45,245
เขียนแบบนี้ก็ได้

597
00:39:45,246 --> 00:39:49,246
หรือเราจะเขียนว่า There is

598
00:39:49,251 --> 00:39:53,251
is a line.

599
00:39:53,254 --> 00:39:57,254
ก็ได้ ความหมายเหมือนกันเลย

600
00:39:57,256 --> 00:40:01,256

601
00:40:01,257 --> 00:40:05,257

602
00:40:05,258 --> 00:40:09,258
เห็นไหม ต่อมาฝั่งนี้

603
00:40:09,261 --> 00:40:13,261
ก็มีเหมือนกัน There is มีย่อ There are

604
00:40:13,263 --> 00:40:17,263
ก็มีย่อเหมือนกันเห็นไหม

605
00:40:17,264 --> 00:40:21,264
ถ้ามันมีมากกว่า 1 อย่าง

606
00:40:21,265 --> 00:40:25,265
ถ้ามีมากกว่า 1 เราต้อง...

607
00:40:25,266 --> 00:40:29,266
ก็

608
00:40:29,268 --> 00:40:33,268
ย่อเป็นไหม

609
00:40:33,271 --> 00:40:37,271
คำว่า There are ย่อได้เป็น There’re

610
00:40:37,273 --> 00:40:41,273
แบบนี้ ถ้าครูเขียนมันจะเป็นแบบนี้

611
00:40:41,275 --> 00:40:45,275
There're

612
00:40:45,276 --> 00:40:49,276
a line เหมือนกับคำว่า "There"

613
00:40:49,278 --> 00:40:53,278

614
00:40:53,280 --> 00:40:57,280

615
00:40:57,280 --> 00:41:01,280
ตามด้วย

616
00:41:01,285 --> 00:41:05,285
are 3 line

617
00:41:05,287 --> 00:41:09,287
แบบนี้ ความหมายเหมือนกัน

618
00:41:09,288 --> 00:41:13,288

619
00:41:13,290 --> 00:41:17,290
โอเค

620
00:41:17,291 --> 00:41:21,291
ครูแค่ย่อลงเฉย ๆ ให้มันเขียนง่ายขึ้น

621
00:41:21,293 --> 00:41:25,293
เท่านั้นเอง

622
00:41:25,294 --> 00:41:29,294
งงไหม มีอีกนะ

623
00:41:29,296 --> 00:41:33,296

624
00:41:33,298 --> 00:41:37,298
เมื่อกี้เราพูดถึง

625
00:41:37,301 --> 00:41:41,301
ประโยคบอกเล่าไปแล้ว แล้วถ้ามันไม่มีล่ะ แล้ว

626
00:41:41,304 --> 00:41:45,304
ถ้าเป็นประโยคปฏิเสธ ปฏิเสธ

627
00:41:45,305 --> 00:41:49,305
แปลว่า ไม่ เมื่อกี้... ตแนนี้ครูขีดฆ

628
00:41:49,306 --> 00:41:53,306
ฆ่าเส้นออกใช่ไหม ครูขีดฆ่า

629
00:41:53,309 --> 00:41:57,309
ไม่มีเส้นแล้วนะ ทำอย่างไร เราแค่เติม

630
00:41:57,310 --> 00:42:01,310
คำนี้เข้าไป คำนี้ คำว่า "not"

631
00:42:01,315 --> 00:42:05,315
ถ้าเป็นประโยคบอกเล่า

632
00:42:05,316 --> 00:42:09,316
บอกเล่าใช่ไหม มันจะเป็น There

633
00:42:09,318 --> 00:42:13,318
is

634
00:42:13,320 --> 00:42:17,320
หรือไม่ก็ There are

635
00:42:17,321 --> 00:42:21,321
+ ด้วยคำนามหรือเปล่า

636
00:42:21,323 --> 00:42:25,323
แต่พอมาเป็น

637
00:42:25,324 --> 00:42:29,324
บอกเล่า... พอมาเป็นปฏิเสธ ทำอย่างไร

638
00:42:29,324 --> 00:42:33,324

639
00:42:33,325 --> 00:42:37,325
There is not

640
00:42:37,328 --> 00:42:41,328
แปลว่าไม่มีอีก เช่น

641
00:42:41,330 --> 00:42:45,330
There is not a line. แปลว่า ไม่มีเส้น

642
00:42:45,332 --> 00:42:49,332
There is not line. แปลว่า ไม่มีเส้น

643
00:42:49,332 --> 00:42:53,332
ใช่ไหม พอ There ar

644
00:42:53,334 --> 00:42:57,334
ไม่มีเส้นเหมือนกัน แต่ไม่มีเส้น คือ Line นะ

645
00:42:57,336 --> 00:43:01,336
งงไหม งงหรือเปล่า ถ้าครูเขียนคำว่า...

646
00:43:01,337 --> 00:43:05,337
ถ้าครูลองเขียนคำว่า "

647
00:43:05,339 --> 00:43:09,339
ไม่มี

648
00:43:09,341 --> 00:43:13,341
รูปร่าง ครูก็จะเขียนว่า There

649
00:43:13,342 --> 00:43:17,342

650
00:43:17,343 --> 00:43:21,343
is not

651
00:43:21,344 --> 00:43:25,344
aren't

652
00:43:25,346 --> 00:43:29,346
งงไหม แยกออกมา คนละความหมาย

653
00:43:29,348 --> 00:43:33,348
ถ้าเกิดว่า แล้ว

654
00:43:33,350 --> 00:43:37,350
มีสี

655
00:43:37,351 --> 00:43:41,351
ครูบอกว่า There is

656
00:43:41,353 --> 00:43:45,353
not

657
00:43:45,353 --> 00:43:49,353
a color

658
00:43:49,354 --> 00:43:53,354
แล้วถ้ามี... เขียนแบบนี้

659
00:43:53,357 --> 00:43:57,357
มีรูป

660
00:43:57,360 --> 00:44:01,360

661
00:44:01,362 --> 00:44:05,362

662
00:44:05,365 --> 00:44:09,365

663
00:44:09,368 --> 00:44:13,368
เขียนว่า there

664
00:44:13,370 --> 00:44:17,370
is

665
00:44:17,371 --> 00:44:21,371
เห็นไหม คำไหนหายไป คำว่า "not"

666
00:44:21,375 --> 00:44:25,375
คำว่า "not" มันอยู่ในนี้ถูกหรือเปล่า

667
00:44:25,377 --> 00:44:29,377
แสดงว่าถ้าอยากใช้คำว่า "ไม่"

668
00:44:29,379 --> 00:44:33,379
ต้องไม่เติมคำว่า "not"

669
00:44:33,381 --> 00:44:37,381
แต่ถ้าเป็น

670
00:44:37,386 --> 00:44:41,386
คำว่า "มี"

671
00:44:41,388 --> 00:44:45,388
ก้ไม่มีคำว่า Not โอเค

672
00:44:45,391 --> 00:44:49,391
ไม่ใส่คำว่า "not" ไม่มีคำว่า "not"

673
00:44:49,393 --> 00:44:53,393
งงไหม ข้างหลังงงไหม

674
00:44:53,395 --> 00:44:57,395
นีโน่ งงไหม

675
00:44:57,396 --> 00:45:01,396
แล้วจำไม่ได้ มิกซืไม่งงนะ มีใครงงไหม

676
00:45:01,397 --> 00:45:05,397
มีคำถาม Question

677
00:45:05,399 --> 00:45:09,399
โอเค ต่อมา เดี๋ยวเราลองทำ

678
00:45:09,401 --> 00:45:13,401
ลองทำดู ภาพแรก

679
00:45:13,403 --> 00:45:17,403

680
00:45:17,406 --> 00:45:21,406
ภาพนี้ ภาษาอังกฤษ

681
00:45:21,408 --> 00:45:25,408
เราเรียกว่า Shape ใช่ไหม Shape

682
00:45:25,410 --> 00:45:29,410
ใช่หรือเปล่า ถ้าภาพนี้ใช่อะไร There is

683
00:45:29,411 --> 00:45:33,411
หรือ There are

684
00:45:33,413 --> 00:45:37,413
There are ใครว่าใช้ There is

685
00:45:37,415 --> 00:45:41,415
ยกมือขึ้น ใครว่าใช้ There is  ยกมือขึ้น

686
00:45:41,417 --> 00:45:45,417
นี่ใครว่าภาพนี้ใช้ There is

687
00:45:45,419 --> 00:45:49,419
ยกมือขึ้น ใครว่าภาพนี้ใช้ There are

688
00:45:49,420 --> 00:45:53,420
ยกมือขึ้น เอาใหม่ เอาใหม่ ทุกคนงงอยู่

689
00:45:53,422 --> 00:45:57,422
ใครว่าภาพนี้ใช้

690
00:45:57,424 --> 00:46:01,424
There is

691
00:46:01,426 --> 00:46:05,426
ยกมือขึ้น ใครว่าภาพนี้

692
00:46:05,426 --> 00:46:09,426
ใช้ There are ยกมือขึ้น

693
00:46:09,428 --> 00:46:13,428
เก่งมาก ภาพนี้ใช้

694
00:46:13,430 --> 00:46:17,430
There are แล้วมีกี่รูป 1 2

695
00:46:17,431 --> 00:46:21,431
3 มี 3 รูปนะ แปลว่า

696
00:46:21,434 --> 00:46:25,434
3 อะไร 3 Shapes

697
00:46:25,436 --> 00:46:29,436
เติม s ไหม เติม s ไหม

698
00:46:29,438 --> 00:46:33,438
เก่งมาก เติม s สิ เติม s

699
00:46:33,440 --> 00:46:37,440
ด้วย มี 3 ภาพ ต้องเติม s

700
00:46:37,442 --> 00:46:41,442
แล้วเติมด้วย เติม s นะ เติม s

701
00:46:41,444 --> 00:46:45,444
ภาพถัดมา

702
00:46:45,445 --> 00:46:49,445
ประโยคถัดมา อันนี้ล่ะ

703
00:46:49,446 --> 00:46:53,446
There is

704
00:46:53,446 --> 00:46:57,446
ใครว่าใช้ There is

705
00:46:57,448 --> 00:47:01,448
ยกมือขึ้น โอเค

706
00:47:01,450 --> 00:47:05,450
There is ไหม ใครว่าใช้ There are

707
00:47:05,452 --> 00:47:09,452
ยกมือขึ้น ใครใช้ there is

708
00:47:09,454 --> 00:47:13,454
ยกมือขึ้น ใครใช้ There are ยกมือขึ้น

709
00:47:13,456 --> 00:47:17,456
ใครใช้ There are ยกมือขึ้น ไม่มี

710
00:47:17,457 --> 00:47:21,457
เก่งมาก ใช้ There is

711
00:47:21,461 --> 00:47:25,461
คิดว่า... มัจำนวนเท่าไร มีเท่าไร

712
00:47:25,464 --> 00:47:29,464
อันเดียว เก่งมาก มี 1 1 อะไร

713
00:47:29,466 --> 00:47:33,466
1 Shape 1 เติม s ไหม

714
00:47:33,468 --> 00:47:37,468
ไม่ เก่งมาก ไม่เติม ไม่

715
00:47:37,469 --> 00:47:41,469
เติม s ง่ายไหม ง่ายหรือเปล่า

716
00:47:41,473 --> 00:47:45,473
ง่ายสุด ๆ เลยนะเรื่องนี้ ถัดมาอีก

717
00:47:45,475 --> 00:47:49,475
ภาพนี้ล่ะ

718
00:47:49,476 --> 00:47:53,476

719
00:47:53,478 --> 00:47:57,478

720
00:47:57,480 --> 00:48:01,480
ไม่มี Shape ใช่ไหม ครูขีดฆ่า

721
00:48:01,482 --> 00:48:05,482
ไม่มี Shape ไม่มีรูปร่าง

722
00:48:05,484 --> 00:48:09,484
แสดงว่าครูต้องใช้

723
00:48:09,486 --> 00:48:13,486
คำว่า There are

724
00:48:13,488 --> 00:48:17,488
หรือว่า There are not

725
00:48:17,490 --> 00:48:21,490
(นักศึกษาชาย) There are not (อาจารย์มัณทนา)

726
00:48:21,491 --> 00:48:25,491
ใครว่าใช้ There are not ยกมือขึ้น เยี่ยมยอด

727
00:48:25,492 --> 00:48:29,492
ต้องใช้ There arem'

728
00:48:29,494 --> 00:48:33,494
There are not

729
00:48:33,496 --> 00:48:37,496

730
00:48:37,498 --> 00:48:41,498
(ล่าม) แบตเตอรี่

731
00:48:41,499 --> 00:48:45,499
อาจารย์ขึ้นแบตต่ำ

732
00:48:45,500 --> 00:48:49,500

733
00:48:49,502 --> 00:48:53,502

734
00:48:53,504 --> 00:48:57,504
(อาจารย์มัณทนา) ต้องใช้ There are not เพราะ not

735
00:48:57,507 --> 00:49:01,507
ตัวนี้ แปลว่าไม่มี แปลว่าไม่มี

736
00:49:01,508 --> 00:49:05,508
ใช่ไหม อ๋อ There are not จริง ๆ มันจะมีคำนี้

737
00:49:05,510 --> 00:49:09,510
There are not 3 shapes.

738
00:49:09,511 --> 00:49:13,511
แต่ครูไม่ได้ขนาดนั้น  There are

739
00:49:13,513 --> 00:49:17,513
shape ก้พอ

740
00:49:17,515 --> 00:49:21,515

741
00:49:21,519 --> 00:49:25,519

742
00:49:25,520 --> 00:49:29,520

743
00:49:29,523 --> 00:49:33,523
ใช้ There

744
00:49:33,527 --> 00:49:37,527
are not หรือ

745
00:49:37,529 --> 00:49:41,529
There is not

746
00:49:41,531 --> 00:49:45,531
ใครว่าใช้ There are not ยกมือขึ้น

747
00:49:45,534 --> 00:49:49,534
ใครว่าใช้ There is not ยกมือขึ้น

748
00:49:49,536 --> 00:49:53,536
เยี่ยมยอด ต้องใช้ There is not

749
00:49:53,537 --> 00:49:57,537
a Shape Shape เติม s ไหม

750
00:49:57,538 --> 00:50:01,538
ไม่เติม เก่งมาก ไม่มี s

751
00:50:01,540 --> 00:50:05,540
นะคะ ทำไมต้องใช้ is

752
00:50:05,541 --> 00:50:09,541
1 อัน ใช้ is แค่อันเดียว ใช้ not

753
00:50:09,544 --> 00:50:13,544
เพราะว่ามันไม่มี เห็นไหม เข้าใจหรือยัง

754
00:50:13,546 --> 00:50:17,546
เข้าใจไหม เข้าใจนะ โอเค

755
00:50:17,547 --> 00:50:21,547

756
00:50:21,548 --> 00:50:25,548
อันนี้ยัง อันนี้ก็ง่าย ๆ เดี๋ยวเขียนให้เลยแล้วกัน

757
00:50:25,550 --> 00:50:29,550
มี 4 อัน ใช้ there

758
00:50:29,553 --> 00:50:33,553
are 4 อัน

759
00:50:33,555 --> 00:50:37,555
There are

760
00:50:37,560 --> 00:50:41,560
โอเค There are 4 form.

761
00:50:41,561 --> 00:50:45,561
เติม s ด้วย อันนี้

762
00:50:45,562 --> 00:50:49,562
มีอยู่อันเดียว There is

763
00:50:49,564 --> 00:50:53,564
1 form

764
00:50:53,565 --> 00:50:57,565
หรือที่มิกซ์ถามครู

765
00:50:57,566 --> 00:51:01,566
เมื่อกี้ ครูจะใช้คำว่า There

766
00:51:01,566 --> 00:51:05,566
is a form.

767
00:51:05,568 --> 00:51:09,568
เพราะว่า a มีค่า

768
00:51:09,571 --> 00:51:13,571
เท่ากับ 1 เท่ากับ 1

769
00:51:13,573 --> 00:51:17,573
ใช้อันไหนก็ได้ เลือกใช้เลย

770
00:51:17,575 --> 00:51:21,575
ถูกทั้ง 2 อัน OK?

771
00:51:21,577 --> 00:51:25,577
ผ่านนะ

772
00:51:25,582 --> 00:51:29,582

773
00:51:29,583 --> 00:51:33,583
ทีนี้

774
00:51:33,585 --> 00:51:37,585
อย่างที่ครูบอกจริง ๆ มันมีการบ้าน

775
00:51:37,587 --> 00:51:41,587
ทำไปแล้ว มีบางคนทำแล้ว แต่บางคนทำผิด

776
00:51:41,592 --> 00:51:45,592
มีคนสรุปมาให้ครูอยู่นะ อย่างไรเดี๋ยวครู

777
00:51:45,596 --> 00:51:49,596
จะอธิบายอีกที คือ ครั้งที่แล้วน่ะ ครูสั่งให้ทำงาน

778
00:51:49,597 --> 00:51:53,597
สรุป

779
00:51:53,599 --> 00:51:57,599
s es ใช่หรือเปล่า

780
00:51:57,601 --> 00:52:01,601

781
00:52:01,602 --> 00:52:05,602

782
00:52:05,603 --> 00:52:09,603
ทำมาแล้ว ทำได้ดีมาก เก่งมาก

783
00:52:09,605 --> 00:52:13,605
แต่ว่ามีคน

784
00:52:13,607 --> 00:52:17,607
ส่งผิด ที่ครูบอกคร่าว ๆ ว่ามีคนส่งผิด

785
00:52:17,609 --> 00:52:21,609
เธอไปสรุปสิ่งที่เธอเรียนวันนี้มาให้ครู

786
00:52:21,611 --> 00:52:25,611
ซึ่งครูไม่ได้ต้องการอันนี้ตอนนั้น

787
00:52:25,613 --> 00:52:29,613
ครูต้องการการเติม s es

788
00:52:29,615 --> 00:52:33,615
ครูก็เลยให้คะแนนอันนั้นไม่ได้

789
00:52:33,616 --> 00:52:37,616
เอาเป็นว่าจริง ๆ เธอต้องส่งงานมาให้ครู 2 งาน

790
00:52:37,616 --> 00:52:41,616
คือ สรุปการเติม s es เป็นงานที่ 1

791
00:52:41,618 --> 00:52:45,618

792
00:52:45,620 --> 00:52:49,620
แล้วก็สรุป

793
00:52:49,622 --> 00:52:53,622
การใช้ There is  There are

794
00:52:53,624 --> 00:52:57,624

795
00:52:57,628 --> 00:53:01,628
อันนี้งานที่ 2

796
00:53:01,631 --> 00:53:05,631
ใช่ไหม แต่ทีนี้

797
00:53:05,633 --> 00:53:09,633
พวกเธอน่ะ มีบางคนที่เติมอันนี้มาแล้ว แต่ยังไม่ได้

798
00:53:09,633 --> 00:53:13,633
ทำอันนี้ สรุป There is There are มาแล้ว แต่

799
00:53:13,636 --> 00:53:17,636
ยังไม่ได้ทำ s  es มันเลย

800
00:53:17,638 --> 00:53:21,638
ให้เกรดอันนั้นน่ะไม่ได้ ก็เลยต้องให้กลับไปทำ

801
00:53:21,639 --> 00:53:25,639
ส่วนคนที่ทำ s es แล้วน่ะ

802
00:53:25,641 --> 00:53:29,641
ต้องทำ There is There are ก็คืออันนี้

803
00:53:29,641 --> 00:53:33,641
งงไหม เขาจะงงไหม

804
00:53:33,643 --> 00:53:37,643

805
00:53:37,644 --> 00:53:41,644
งงหรือเปล่า

806
00:53:41,647 --> 00:53:45,647
ซึ่ง

807
00:53:45,649 --> 00:53:49,649
คนที่ต้องทำ การบ้านที่ต้องทำวันนี้นะ การบ้าน

808
00:53:49,652 --> 00:53:53,652
ไปสรุป

809
00:53:53,654 --> 00:53:57,654
การใช้

810
00:53:57,656 --> 00:54:01,656
There is

811
00:54:01,657 --> 00:54:05,657
There are

812
00:54:05,659 --> 00:54:09,659
จากใน

813
00:54:09,661 --> 00:54:13,661

814
00:54:13,665 --> 00:54:17,665

815
00:54:17,668 --> 00:54:21,668
เอาอันนี้แล้วกัน

816
00:54:21,670 --> 00:54:25,670
ไม่เป็นไร ไม่ต้องทำแล้วเดี๋ยวจะสับสน ยกประโยชน์

817
00:54:25,674 --> 00:54:29,674
ให้ ไม่ต้องทำแล้ว คนที่ทำของครูก็ให้ทำ คนที่ทำ

818
00:54:29,675 --> 00:54:33,675
ครูก็ให้ผ่าน คนที่ยังไม่ได้ทำก็ถือว่าทำ

819
00:54:33,676 --> 00:54:37,676
เพราะว่ามัน... เพราะฉะนั้น

820
00:54:37,677 --> 00:54:41,677
ไม่ต้องทำมาแล้ว โอเคไหม เดี๋ยวจะสับสน ไม่ต้องทำก็ได้

821
00:54:41,679 --> 00:54:45,679
ครูให้ได้ครบทุกคนที่ส่งมา ครูให้

822
00:54:45,680 --> 00:54:49,680
พวกเธอส่งครบอยู่แล้ว ครูให้ทั้งหมด ได้คะแนนเต็มแล้ว

823
00:54:49,681 --> 00:54:53,681
ทำผิดก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นใบความรู้อยู่ดี

824
00:54:53,683 --> 00:54:57,683
นะ ยกยอด ไม่ต้องทำ

825
00:54:57,687 --> 00:55:01,687
แต่วันนี้มีงานอยู่ ทำงานนี้แทนแล้วกัน

826
00:55:01,689 --> 00:55:05,689
ไม่ยาก เดี๋ยวครูพาทำเลย เดี๋ยวทำไปพร้อม ๆ กัน

827
00:55:05,690 --> 00:55:09,690

828
00:55:09,692 --> 00:55:13,692
เป็นใบงานอันนี้ เดี๋ยวแจกก่อน แจกให้เพื่อน

829
00:55:13,694 --> 00:55:17,694
เอาให้ครบนี่

830
00:55:17,696 --> 00:55:21,696
เอางานใบนี้เป็นคะแนนเลยก็ได้

831
00:55:21,697 --> 00:55:25,697

832
00:55:25,698 --> 00:55:29,698

833
00:55:29,701 --> 00:55:33,701

834
00:55:33,704 --> 00:55:37,704

835
00:55:37,706 --> 00:55:41,706

836
00:55:41,710 --> 00:55:45,710

837
00:55:45,713 --> 00:55:49,713

838
00:55:49,718 --> 00:55:53,718

839
00:55:53,721 --> 00:55:57,721

840
00:55:57,722 --> 00:56:01,722
ทำไมไม่ครบ

841
00:56:01,725 --> 00:56:05,725

842
00:56:05,727 --> 00:56:09,727
ยังไม่ได้ทำหรือเปล่า

843
00:56:09,728 --> 00:56:13,728
ไม่ได้ จะไม่ทำ ไม่ได้

844
00:56:13,731 --> 00:56:17,731

845
00:56:17,734 --> 00:56:21,734
ไหนใครยังไม่ได้

846
00:56:21,736 --> 00:56:25,736
อนุโลมให้เขียนใส่กระดาษเอา

847
00:56:25,737 --> 00:56:29,737
มันก็เขียนเขียนเฉย ๆ ไม่มีรูปเฉย ๆ

848
00:56:29,739 --> 00:56:33,739
ไม่เป็นไร

849
00:56:33,740 --> 00:56:37,740

850
00:56:37,742 --> 00:56:41,742

851
00:56:41,743 --> 00:56:45,743
เขียนชื่อด้วย เขียนชื่อด้วย เดี๋ยวพาทำ เดี๋ยว

852
00:56:45,745 --> 00:56:49,745
พาทำ เดี๋ยวพาทำ ทุกคนอยู่ในความสงบนะคะ ตั้งสติ

853
00:56:49,746 --> 00:56:53,746
นะคะลูก เขาบอกว่า Fill in the blank with the correct answer

854
00:56:53,747 --> 00:56:57,747

855
00:56:57,748 --> 00:57:01,748
คำในช่องว่างให้ถูกต้อง ทีนี้

856
00:57:01,750 --> 00:57:05,750
เราก็มาดูรูป เอารูปไหนก่อนก็ได้ ครูขอเริ่มที่

857
00:57:05,750 --> 00:57:09,750
อันนี้ก่อนแล้วกัน ไอ้รูปกระดาษสี ๆ นี่

858
00:57:09,752 --> 00:57:13,752
มันคือ Color ใช่ไหม

859
00:57:13,753 --> 00:57:17,753
Color มีกี่อันนับให้หน่อย มีเท่าไรอัน

860
00:57:17,755 --> 00:57:21,755
1 2 3 4 5 6 7

861
00:57:21,757 --> 00:57:25,757
แล้วก็ 8 มี 8 ใช้ อันนี้ 8

862
00:57:25,759 --> 00:57:29,759
ใช่ไหม 8

863
00:57:29,761 --> 00:57:33,761
มี 8 อัน ใช้ There is หรือ Th

864
00:57:33,762 --> 00:57:37,762
ใช้ There is  หรือว่า  There are

865
00:57:37,765 --> 00:57:41,765
เรากแ้แ็เขียน There

866
00:57:41,767 --> 00:57:45,767
are 8

867
00:57:45,769 --> 00:57:49,769
Color

868
00:57:49,771 --> 00:57:53,771
เติม s ไหม มี s ไหม มี

869
00:57:53,772 --> 00:57:57,772
There are 8 colors. เขียนลงไปเลย เขียนลงไปเลย

870
00:57:57,773 --> 00:58:01,773

871
00:58:01,774 --> 00:58:05,774

872
00:58:05,778 --> 00:58:09,778

873
00:58:09,780 --> 00:58:13,780

874
00:58:13,781 --> 00:58:17,781

875
00:58:17,784 --> 00:58:21,784
4 อันใช่ไหม

876
00:58:21,788 --> 00:58:25,788
หรือ 5 อัน

877
00:58:25,789 --> 00:58:29,789
เขาพูดไม่ชัด คำว่าอะไร

878
00:58:29,791 --> 00:58:33,791

879
00:58:33,793 --> 00:58:37,793
เห็น picture ไหม

880
00:58:37,794 --> 00:58:41,794

881
00:58:41,796 --> 00:58:45,796

882
00:58:45,797 --> 00:58:49,797

883
00:58:49,800 --> 00:58:53,800

884
00:58:53,803 --> 00:58:57,803

885
00:58:57,806 --> 00:59:01,806

886
00:59:01,811 --> 00:59:05,811

887
00:59:05,813 --> 00:59:09,813

888
00:59:09,817 --> 00:59:13,817

889
00:59:13,822 --> 00:59:17,822

890
00:59:17,825 --> 00:59:21,825

891
00:59:21,827 --> 00:59:25,827

892
00:59:25,829 --> 00:59:29,829

893
00:59:29,830 --> 00:59:33,830

894
00:59:33,833 --> 00:59:37,833

895
00:59:37,837 --> 00:59:41,837

896
00:59:41,839 --> 00:59:45,839

897
00:59:45,841 --> 00:59:49,841

898
00:59:49,846 --> 00:59:53,846

899
00:59:53,848 --> 00:59:57,848

900
00:59:57,852 --> 01:00:01,852

901
01:00:01,853 --> 01:00:05,853
ขอภาพนี้บ้าง ภาพนี้

902
01:00:05,855 --> 01:00:09,855
ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร line

903
01:00:09,859 --> 01:00:13,859

904
01:00:13,863 --> 01:00:17,863
เติม s ไหม (นักศึกษาชาย) เติม (อาจารย์มัณทนา)  เติม s

905
01:00:17,865 --> 01:00:21,865
เติม Lines ใช่ไหม

906
01:00:21,869 --> 01:00:25,869
เราก็ใช้ There... There is หรือ There are

907
01:00:25,871 --> 01:00:29,871
there is หรือ There are T

908
01:00:29,872 --> 01:00:33,872
are

909
01:00:33,874 --> 01:00:37,874
lines

910
01:00:37,876 --> 01:00:41,876
อย่าลืมต้องมี . ด้วย

911
01:00:41,877 --> 01:00:45,877
ท้ายประโยค มีจุดด้วย

912
01:00:45,878 --> 01:00:49,878
ด้วย There ตาไม่ดีเหรอ

913
01:00:49,880 --> 01:00:53,880
ขยับมาข้างหน้าก็ได้

914
01:00:53,882 --> 01:00:57,882

915
01:00:57,885 --> 01:01:01,885

916
01:01:01,886 --> 01:01:05,886

917
01:01:05,888 --> 01:01:09,888

918
01:01:09,890 --> 01:01:13,890

919
01:01:13,893 --> 01:01:17,893

920
01:01:17,896 --> 01:01:21,896

921
01:01:21,898 --> 01:01:25,898

922
01:01:25,899 --> 01:01:29,899
ขอภาพนี้บ้าง

923
01:01:29,901 --> 01:01:33,901

924
01:01:33,903 --> 01:01:37,903
ภาพนี้ใช้อะไร

925
01:01:37,908 --> 01:01:41,908

926
01:01:41,911 --> 01:01:45,911

927
01:01:45,914 --> 01:01:49,914

928
01:01:49,916 --> 01:01:53,916

929
01:01:53,917 --> 01:01:57,917
There are

930
01:01:57,922 --> 01:02:01,922
2 Shapes

931
01:02:01,924 --> 01:02:05,924
เขียนลงไปเลย There are 2 s

932
01:02:05,924 --> 01:02:09,924

933
01:02:09,926 --> 01:02:13,926

934
01:02:13,927 --> 01:02:17,927

935
01:02:17,929 --> 01:02:21,929

936
01:02:21,932 --> 01:02:25,932

937
01:02:25,935 --> 01:02:29,935

938
01:02:29,938 --> 01:02:33,938

939
01:02:33,942 --> 01:02:37,942

940
01:02:37,944 --> 01:02:41,944

941
01:02:41,945 --> 01:02:45,945

942
01:02:45,948 --> 01:02:49,948

943
01:02:49,949 --> 01:02:53,949

944
01:02:53,954 --> 01:02:57,954

945
01:02:57,957 --> 01:03:01,957

946
01:03:01,959 --> 01:03:05,959
คำว่า "

947
01:03:05,961 --> 01:03:09,961
form

948
01:03:09,963 --> 01:03:13,963
มีอีก 2 อัน ก็...

949
01:03:13,965 --> 01:03:17,965
There

950
01:03:17,966 --> 01:03:21,966
are 2

951
01:03:21,970 --> 01:03:25,970
forms.

952
01:03:25,972 --> 01:03:29,972

953
01:03:29,975 --> 01:03:33,975

954
01:03:33,976 --> 01:03:37,976

955
01:03:37,984 --> 01:03:41,984

956
01:03:41,986 --> 01:03:45,986

957
01:03:45,989 --> 01:03:49,989

958
01:03:49,991 --> 01:03:53,991

959
01:03:53,995 --> 01:03:57,995

960
01:03:57,998 --> 01:04:01,998

961
01:04:02,000 --> 01:04:06,000

962
01:04:06,004 --> 01:04:10,004
อย่าลืมเขียนชื่อ เขียนชื่อด้วย

963
01:04:10,006 --> 01:04:13,918

964
01:04:14,008 --> 01:04:18,008
เดี๋ยวก็ปล่อยแล้ว หรืออยากเรียนเพิ่ม ทำไมไม่อยากเรียนกับครู

965
01:04:18,009 --> 01:04:22,009

966
01:04:22,013 --> 01:04:26,013

967
01:04:26,014 --> 01:04:30,014
อย่าลืมเขียนชื่อไว้

968
01:04:30,016 --> 01:04:34,016

969
01:04:34,017 --> 01:04:38,017
ภาพสุดท้าย ในกระดาษของเราน่ะ

970
01:04:38,019 --> 01:04:42,019
ครูเขียนคำว่า "Texture" ให้ใช่ไหม Texture

971
01:04:42,021 --> 01:04:46,021
คำนี้ แปลว่าอะไรจำได้ไหม texture

972
01:04:46,027 --> 01:04:50,027
พื้น... พื้นผิว

973
01:04:50,027 --> 01:04:54,027
มันคือพื้นผิวใช่หรือเปล่า

974
01:04:54,028 --> 01:04:58,028
มี 2 ที่เขาทำท่าอย่างนั้น

975
01:04:58,029 --> 01:05:02,029
ถ้าเปลี่ยนเป็น texture ดู

976
01:05:02,031 --> 01:05:06,031
ในรูปนี้ ตอนนี้เห็นอะไรเป็น Texture ไหม

977
01:05:06,032 --> 01:05:10,032
มันมีอันไหนเป็นพื้นผิวให้เราดูบ้าง มีรูปพื้นผิว

978
01:05:10,033 --> 01:05:14,033
มีหรือเปล่า ลองมองดูสิ

979
01:05:14,033 --> 01:05:18,033
นี่ มีอันนี้

980
01:05:18,035 --> 01:05:22,035
เห็นไหม

981
01:05:22,037 --> 01:05:26,037
มีขรุขระ มีแข็ง มีอะไรไหม มี... w

982
01:05:26,039 --> 01:05:30,039

983
01:05:30,041 --> 01:05:34,041
ไม่มี ครุไมไ่ด้ใส่ลงไปเลยใช่ไหม

984
01:05:34,043 --> 01:05:38,043
ถ้าไม่มีใช้ There is  There are ได้ไหม

985
01:05:38,045 --> 01:05:42,045
ใช่ไม่ได้ อันนี้มันก็จะ

986
01:05:42,046 --> 01:05:46,046
เหลือแค่คำว่า There is

987
01:05:46,047 --> 01:05:50,047
ตัวนี้ มันเป็นตัวย่อ ของคำว่า There

988
01:05:50,049 --> 01:05:54,049

989
01:05:54,051 --> 01:05:58,051
not ถูกไหม มันเป็นตัวย่อ

990
01:05:58,052 --> 01:06:02,052

991
01:06:02,054 --> 01:06:06,054
ของคำว่า There is not เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มี

992
01:06:06,059 --> 01:06:10,059
แค่เขียนว่า There

993
01:06:10,061 --> 01:06:14,061

994
01:06:14,063 --> 01:06:18,063

995
01:06:18,065 --> 01:06:22,065

996
01:06:22,068 --> 01:06:26,068
There

997
01:06:26,070 --> 01:06:30,070

998
01:06:30,072 --> 01:06:34,072

999
01:06:34,074 --> 01:06:38,074

1000
01:06:38,077 --> 01:06:42,077
isn't a texture

1001
01:06:42,079 --> 01:06:46,079
แล้วก็เขียนคำนี้ ง

1002
01:06:46,081 --> 01:06:50,081
isn't a

1003
01:06:50,083 --> 01:06:54,083
texture แปลว่าไม่มี

1004
01:06:54,085 --> 01:06:58,085
พื้นผิว ไม่มีรูปร่างรูปทรง ไม่เห็นเลย

1005
01:06:58,086 --> 01:07:02,086
หมดแล้ว ใครเสร็จแล้วก็เอามาส่งครูได้

1006
01:07:02,086 --> 01:07:06,086
ครูได้

1007
01:07:06,088 --> 01:07:10,088

1008
01:07:10,089 --> 01:07:14,089

1009
01:07:14,091 --> 01:07:18,091
วางไว้เลย วางไว้เลย ปล่อยเลย

1010
01:07:18,093 --> 01:07:22,093

1011
01:07:22,096 --> 01:07:26,096
มาส่งนะ

1012
01:07:26,098 --> 01:07:30,098

1013
01:07:30,100 --> 01:07:34,100

1014
01:07:34,101 --> 01:07:38,101

1015
01:07:38,103 --> 01:07:42,103

1016
01:07:42,105 --> 01:07:46,105

1017
01:07:46,108 --> 01:07:50,108

1018
01:07:50,110 --> 01:07:54,110

1019
01:07:54,114 --> 01:07:58,114

1020
01:07:58,118 --> 01:08:02,118

1021
01:08:02,120 --> 01:08:06,120

1022
01:08:06,122 --> 01:08:10,122

1023
01:08:10,124 --> 01:08:14,124

1024
01:08:14,126 --> 01:08:18,126
ครบแล้ว

1025
01:08:18,130 --> 01:08:22,130

1026
01:08:22,133 --> 01:08:26,133

1027
01:08:26,135 --> 01:08:30,135

1028
01:08:30,139 --> 01:08:34,139

1029
01:08:34,141 --> 01:08:38,141

1030
01:08:38,143 --> 01:08:42,143

1031
01:08:42,146 --> 01:08:46,146
ทำไมไม่เขียนชื่อ อ๋อ เขียนแล้ว

1032
01:08:46,148 --> 01:08:50,148
ขอบคุณพี่ล่าม

1033
01:08:50,150 --> 01:08:54,150

1034
01:08:54,152 --> 01:08:58,152
พี่

1035
01:08:58,154 --> 01:09:02,154
วางสายได้เลย สวัสดีค่ะ

1036
01:09:02,156 --> 01:09:06,156

1037
01:09:06,158 --> 01:09:10,158

1038
01:09:10,160 --> 01:09:14,160

1039
01:09:14,161 --> 01:09:18,161

1040
01:09:18,162 --> 01:09:22,162

1041
01:09:22,163 --> 01:09:26,163
ไม่ใช่ มันต้องออกจากระบบก่อน ใช่

1042
01:09:26,166 --> 01:09:30,166
(อาจารย์มัณทนา) OK Good bye.

1043
01:09:30,167 --> 01:09:34,167
โอเค

1044
01:09:34,169 --> 01:09:38,169

1045
01:09:38,171 --> 01:09:42,171
[สิ้นสุดการถอดความ]

1046
01:09:42,173 --> 01:09:46,173

1047
01:09:46,175 --> 01:09:50,175

1048
01:09:50,176 --> 01:09:54,176

1049
01:09:54,178 --> 01:09:58,178

1050
01:09:58,184 --> 01:10:02,184

1051
01:10:02,185 --> 01:10:06,185

1052
01:10:06,187 --> 01:10:10,187

1053
01:10:10,189 --> 01:10:14,189

1054
01:10:14,191 --> 01:10:17,192

1055
01:10:18,197 --> 01:10:21,198

1056
01:10:22,201 --> 01:10:25,205

1057
01:10:26,202 --> 01:10:26,203

1058
01:10:30,204 --> 01:10:30,208


