﻿1
00:00:35,911 --> 00:00:39,911
อาจารย์แก่แล้ว อาจารย์ใส่แว่นก่อน

2
00:00:47,188 --> 00:00:48,171
หนูก็แก่ หนูใส่แว่น

3
00:00:48,171 --> 00:00:52,171
ลืมเปิดห้อง ลืมเปิดไฟ

4
00:00:58,618 --> 00:01:02,618
เมื่อครั้งที่แล้ว ใช่ เมื่อครั้งที่แล้วนะ

5
00:01:04,315 --> 00:01:08,315
อาจารย์ยังไม่ได้ลงคะแนนให้ แต่เว้นช่อง

6
00:01:08,854 --> 00:01:09,699
ว่างเอาไว้ ไม่ได้เช็กชื่อนะคะ

7
00:01:09,699 --> 00:01:13,699
ไม่ได้เช็กชื่อ แต่จะเช็กคำถาม

8
00:01:14,169 --> 00:01:18,169
คือ อันว่ามีคำถามหนูตอบ มันไม่ใช่

9
00:01:21,220 --> 00:01:25,220
เป็นการมาลูก มันจะเป็นคะแนนทันที อาจารย์ไม่คิดการมานะ

10
00:01:29,936 --> 00:01:33,936
การมานักศึกษาต้องมาอยู่แล้วนะ แต่ว่าการตอบคำถามลูก ตอบตรงประเด็นได้คำถาม ตอบไม่ตรงประเด็น

11
00:01:38,799 --> 00:01:42,799
ไล่ตอบจนครบประเด็น คะแนนถึงจะครบนะคะ เมาส์ หาเมาส์ไม่เจอ

12
00:01:54,801 --> 00:01:56,104
อิจฉา อยากได้ อยากได้ภาษามือ

13
00:01:56,104 --> 00:02:00,104
นะคะ ขอเข้าอีเมลแป๊บนะคะ ขอเข้าอีเมลแป๊บหนึ่ง

14
00:02:10,814 --> 00:02:14,814
สงสัยจะไม่ออก นั่นไง เพียบเลย ขอแป๊บหนึ่งนะคะ

15
00:02:15,235 --> 00:02:19,235
ขอลบ อย่างนั้นอีเมลไม่เข้า นี่นะคะ สารสนเทศ

16
00:02:20,306 --> 00:02:22,362
อีกอันหนึ่ง ถ้าเราไปแจ้งกับองค์กรใด หรือ

17
00:02:22,362 --> 00:02:26,362
หนูใช้ในเรื่องของการสมัคร ของอาจารย์ให้ UQQ

18
00:02:34,830 --> 00:02:36,470
เขาก็จะส่งข้อมูลมา พอส่งขอมูลมาเยอะ ทำไมเพื่อนส่งเมลหาเรา แล้วเราไม่ได้รับนี่ ส่วนหนึ่ง

19
00:02:36,470 --> 00:02:37,807
เลยค่ะ ไล่ลบเลย

20
00:02:37,807 --> 00:02:41,807
ค่ะ แต่ถ้าหนูมั่นใจว่าเรา

21
00:02:42,815 --> 00:02:46,815
ไม่มีอะไรสำคัญ หนูคลิก

22
00:02:49,041 --> 00:02:53,041
ทั้งหมดได้เลยนะคะ อาจารย์เป็นบุคคลที่

23
00:02:53,648 --> 00:02:56,516
อีเมลเยอะลูก อีเมลเยอะมากตอนนี้

24
00:02:56,516 --> 00:03:00,516
ไดร์ฟ หายไปไหนแล้วล่ะ

25
00:03:00,746 --> 00:03:04,746
อีกรอบหนึ่ง

26
00:03:06,614 --> 00:03:10,614
จะยกคีย์บอร์ดกับเมาส์ขึ้นข้างบน

27
00:03:11,155 --> 00:03:12,748
เชิญครับ

28
00:03:12,748 --> 00:03:16,748
อาจารย์โม้แล้วแหกค่ายลูก

29
00:03:48,126 --> 00:03:52,126
ก่อนเข้าเรื่อง

30
00:03:52,441 --> 00:03:56,441
อันนี้จะสอบถามนะ อาจารย์มั่นใจ

31
00:03:59,339 --> 00:04:03,339
ว่า ว่าเด็กทุกคนต้องรู้กลุ่มสี

32
00:04:04,767 --> 00:04:08,767
จะถามว่ากลุ่มสีเย็นมีสีอะไรบ้าง กลุ่มสีเย็น

33
00:04:10,430 --> 00:04:13,936
สีเย็น ถามเลยว่าสีแดง สีเย็นไหมลูก สีแดง

34
00:04:13,936 --> 00:04:16,582
เพราะ...

35
00:04:16,582 --> 00:04:20,582
มันร้อนแรง

36
00:04:22,526 --> 00:04:24,391
แล้วถ้าสีเขียวล่ะ

37
00:04:24,391 --> 00:04:28,391
ใครตอบได้ หนูยกมือเลยนะคะ ยกมือเลย ยกมือเลย

38
00:04:32,230 --> 00:04:36,230
เขียว หนูต้องบัญญัติด้วย ว่า

39
00:04:41,053 --> 00:04:45,053
เขียวแบบไหนคะลูก ถึงว่า... เขียวอ่อน

40
00:04:45,299 --> 00:04:46,243
จะทำให้รู้สึกเย็น แสดงว่าคนไข้

41
00:04:46,243 --> 00:04:50,243
ที่เขามีความเครียด แล้วเขามี

42
00:04:51,947 --> 00:04:55,465
ผ้าม่านสีเขียวอ่อน ๆ จะทำให้สติของเขา

43
00:04:55,465 --> 00:04:57,740
จะรวบรวมได้ คือ เหมือนตั้งสติได้

44
00:04:57,740 --> 00:05:01,531
ใช่หรือไม่ ความหมายของหนูลูก ใช่ไหม

45
00:05:01,531 --> 00:05:04,111
โอเค

46
00:05:04,111 --> 00:05:08,111
หนูเลขที่เท่าไรลูก ขอ 2 ตัวท้ายลูก

47
00:05:13,481 --> 00:05:17,481
16 ค่ะ

48
00:05:20,336 --> 00:05:24,336
207 ก็ว่าอยู่นะ

49
00:05:30,505 --> 00:05:34,505
2 แต้มนะคะ คราวนี้ อาจารย์ถามกลุ่ม

50
00:05:35,142 --> 00:05:37,855
ร้อนบ้าง กลุ่มร้อน

51
00:05:37,855 --> 00:05:41,855
มีโทนสีอะไรบ้างลูก

52
00:05:42,235 --> 00:05:46,235
กลุ่มร้อน ว่าอย่างไรลูก สีแดงครับ

53
00:05:47,195 --> 00:05:51,195
เพราะ...

54
00:05:52,383 --> 00:05:56,383
สีแดง ขออีกสีหนึ่ง

55
00:06:03,154 --> 00:06:05,673
ขออีกสีสิลูก สีส้ม

56
00:06:05,673 --> 00:06:09,673
แสดงว่าหนูนึกถึงพระอาทิตย์

57
00:06:16,379 --> 00:06:20,379
ใช่ไหม นึกถึงพระอาทิตย์ เลขที่ลูก 2 ตัวท้าย 204

58
00:06:21,649 --> 00:06:25,649
น้องบาส 2 แต้มนะคะ

59
00:06:25,672 --> 00:06:29,672
เพราะว่าอาจารย์ถาม 2 คำถามนะคะ

60
00:06:31,094 --> 00:06:35,094
อยู่ในคำถามนั่นแหละลูก กลุ่มร้อน

61
00:06:35,563 --> 00:06:39,563
เมื่อเขาตอบสีแดง สีส้ม หนูมองว่ามีสีอะไรอีกคะ

62
00:06:44,188 --> 00:06:48,188
ที่เป็นกลุ่มร้อนน่ะลูก หนูเห็นแล้วจะร้อนเลยน่ะค่ะ

63
00:06:54,220 --> 00:06:58,220
แดงแล้ว

64
00:07:00,284 --> 00:07:04,284
ถ้าเจอในสไลด์

65
00:07:08,468 --> 00:07:12,337
สีเหลือง เหลืองอย่างไรลูก

66
00:07:12,337 --> 00:07:16,337
เหลืองเข้ม ถ้ามีเหลืองเข้ม

67
00:07:20,355 --> 00:07:24,355
ก็แสดงว่าถ้าหนูหันไปมองสันหนังสือลูก

68
00:07:29,806 --> 00:07:31,187
หนูหันไปมองสันหนังสือ เหลืองเข้มไหมคะ เข้มหรือปานกลางลูก

69
00:07:31,187 --> 00:07:35,187
ปานกลาง น้อย

70
00:07:36,228 --> 00:07:40,228
อ่อน แสดงว่าหนูมองแล้วร้อนไหมคะ

71
00:07:43,049 --> 00:07:47,049
ถ้าหนูอารมณ์ร้อนวิ่งเข้ามา เห็นสีเหลือง จะ

72
00:07:53,028 --> 00:07:57,028
ร้อนไหม รู้สึกว่าร้อน อย่างนั้น แสดงว่าคณะวิทย์ฯ

73
00:07:59,048 --> 00:08:03,048
ถ้าตอนเที่ยงห้ามไปอยู่กับใครนะคะ เพราะว่าเขาใส่

74
00:08:04,178 --> 00:08:05,272
สีเหลืองใช่ไหม ยังมีอีกค่ะ เพราะว่าเพื่อนตอบสีแดง

75
00:08:05,272 --> 00:08:09,272
แต่สีแดงน่ะ เขามีสีแดงตั้งกี่เฉดสี

76
00:08:14,197 --> 00:08:17,906
1 สี หนูเป็นนักไอที

77
00:08:17,906 --> 00:08:21,906
อยู่แล้วใช่ไหมลูก 1 สีนี่

78
00:08:21,963 --> 00:08:23,259
0 จนถึง 255 นั่นแสดงว่ามี

79
00:08:23,259 --> 00:08:27,244
256 สี หนูจะตอบได้ว่าส้มเข้ม

80
00:08:27,244 --> 00:08:31,244
ส้มบาง ส้ม ๆ

81
00:08:33,914 --> 00:08:37,914
อาจารย์ก็เข้าใจได้ค่ะ คำว่า "ส๊มส้ม" ส้ม

82
00:08:42,342 --> 00:08:43,253
สุด ๆ น่ะ เหมือนพระอาทิตย์จะตกลงมาอย่างนี้ลูก

83
00:08:43,253 --> 00:08:47,253
มองแล้วรู้สึกร้อน แต่ถ้าสีเย็น อาจารย์ไม่เข้าใจ

84
00:08:47,906 --> 00:08:51,906
ว่าทำไมหนูไม่เห็นสีฟ้า ฟ้าอ่อน ๆ สีม่วงพาสเทล

85
00:08:53,668 --> 00:08:57,668
พอดีอาจารย์เป็นไมเกรน

86
00:09:02,907 --> 00:09:06,907
เขาจะใช้สีดำ เพื่อที่ปิดแสงทั้งหมด เพื่อไม่ให้เราเห็นสี น้ำที่ดื่ม คนที่ดื่มน้ำไม่ได้

87
00:09:09,226 --> 00:09:09,564
เขาจะนำเอาสีเข้ามาผสม เพื่อให้เกิดความ

88
00:09:09,564 --> 00:09:13,564
อยากดื่ม เช่น ยาพาราเซตามอล

89
00:09:16,482 --> 00:09:18,908
ยาพาราเซตามอลของเด็กน้อย เขาจะ

90
00:09:18,908 --> 00:09:22,908
ใส่สี สีชมพู รสสตรอว์เบอรี่ สีส้ม

91
00:09:24,875 --> 00:09:28,875
มีอยู่แค่นี้ใช่ไหมคะลูก คราวนี้ มาดูใน

92
00:09:29,922 --> 00:09:33,343
สไลด์นะคะ ลูก มาเข้าดูในสไลด์กัน เห็นในสไลด์อยู่ใช่ไหมคะ

93
00:09:33,343 --> 00:09:37,343
ลูกเห็นในสไลด์อยู่นะ

94
00:09:40,193 --> 00:09:44,193
น่าจะมีกระจกทางนู้นนะ

95
00:09:48,690 --> 00:09:52,220
อาจารย์แอนก็หันคอจะหัก

96
00:09:52,220 --> 00:09:56,220
อันนี้อาจารย์ข้าม Week นะคะ เพราะว่า

97
00:10:00,940 --> 00:10:04,940
บาง Week มองว่ามันซ้ำซ้อน แล้วเราพูดไปแล้ว หนูสังเกตไหมคะ ว่าพื้นสไลด์

98
00:10:05,913 --> 00:10:07,119
ของอาจารย์แอนจะเห็นเป็น 01 01 01

99
00:10:07,119 --> 00:10:11,119
นั่นคือเลขดิจิทัลนะคะ

100
00:10:11,788 --> 00:10:15,788
นั่นคือเลขดิจิทัล ที่น้องบาสนะคะ ถ้าจำไม่ผิดนะคะ

101
00:10:16,464 --> 00:10:20,464
น้องบาสเป็นคนบอก ว่าถ้าหากว่าเป็น 0

102
00:10:22,215 --> 00:10:23,393
ก็เหมือนเป็นการปิด ถ้าเป็น 1 ก็เหมือนเป็นการเปิด

103
00:10:23,393 --> 00:10:27,393
เหมือนเปิดระบบกับปิดระบบนะคะ สื่่อให้เห็น

104
00:10:35,081 --> 00:10:38,327
ว่ามันคือ Interaction styles มันคือการติดต่อ

105
00:10:38,327 --> 00:10:41,321
ว่าเราจะต้องติดต่ออย่างไร

106
00:10:41,321 --> 00:10:44,008
Command Line จำได้ไหมคะ ที่พิมพ์ครั้ง

107
00:10:44,008 --> 00:10:45,376
ที่แล้ว อาจารย์ขอไล่ให้ตอบเลยได้ไหม

108
00:10:45,376 --> 00:10:47,545
ตามโต๊ะนะคะ

109
00:10:47,545 --> 00:10:49,442
อาจารย์จดแล้วด้วย จดให้แล้ว

110
00:10:49,442 --> 00:10:53,442
เขียนให้แล้วใน Note นะ

111
00:10:53,967 --> 00:10:57,967
เขียนให้แล้วในโน้ต มีเด็กบางคนถ่ายรูป แต่บางคนไม่ได้ถ่าย

112
00:11:05,394 --> 00:11:06,199
Command Line จำได้ไหมคะ ที่เป็นจอดำ ๆ

113
00:11:06,199 --> 00:11:10,195
อาจารย์จะถามตามหมายเลขโต๊ะนะคะ

114
00:11:10,195 --> 00:11:11,799
ไม่มองตามชื่อ มองไม่เห็นโต๊ะเหมือนกัน

115
00:11:11,799 --> 00:11:15,799
อาจารย์ขอเบอร์ 8 ลูก

116
00:11:16,627 --> 00:11:17,630
เบอร์ 8 ค่ะ ถ้าเรา... ครับผม

117
00:11:17,630 --> 00:11:21,630
ถ้าเราจะดูข้อมูลในห้อง

118
00:11:22,793 --> 00:11:26,793
หรือใน Director เราจะใช้คำสั่งอะไรคะ

119
00:11:31,697 --> 00:11:34,510
ให้กับระบบรู้ มี 3 ตัวลูก มี 3 ตัว

120
00:11:34,510 --> 00:11:38,510
ตอบมาเลย ดึงกล้องขึ้นเลยค่ะ ดึงกล้องขึ้นเลยค่ะลูก

121
00:11:46,980 --> 00:11:50,255
มี 3 ตัวค่ะ มี 3 ตัว มีตัวอะไรบ้างคะ ถ้าเราจะขอดู

122
00:11:50,255 --> 00:11:54,255
อาจารย์อยากรู้ว่าในห้อง... ห้องนี้มีไฟล์อะไรบ้าง

123
00:11:57,381 --> 00:11:58,426
เราต้องใช้คำสั่งอะไร

124
00:11:58,426 --> 00:12:02,426
เจ้าเบอร์ 9 เพิ่งจะมา เดี๋ยวจะตอบไม่ได้

125
00:12:07,975 --> 00:12:11,975
ครั้งที่แล้วหนูมา ตอบเสร็จพอดี จำได้ไหมคะ จำได้ไหม เบอร์ 8 หนูคุ้นไหมคะ

126
00:12:19,128 --> 00:12:20,717
มี 3 ตัวค่ะ พยัญชนะมี 3 ตัว ขึ้นต้นด้วย D Dog ขึ้นต้นด้วย D Dog

127
00:12:20,717 --> 00:12:24,717
ขึ้นต้นด้วย D Dog ลูก

128
00:12:25,239 --> 00:12:29,239
D แล้วอะไรคะ

129
00:12:36,335 --> 00:12:40,335
ขึ้นต้นด้วย... แล้วตามด้วยอะไรคะ อีก 2 ตัว อีก 2 ตัว

130
00:12:48,848 --> 00:12:50,495
D

131
00:12:50,495 --> 00:12:52,319
แล้วอะไรคะ D แล้วอะไร

132
00:12:52,319 --> 00:12:56,319
คุ้นไหมคะ คุ้นไหม

133
00:12:57,845 --> 00:13:01,845
D แล้วก็นี่

134
00:13:05,879 --> 00:13:09,879
นี่ ตัวเราน่ะอะไร ตัวเราน่ะ

135
00:13:10,594 --> 00:13:14,594
ภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก ตัวเรา ภาษาอังกฤษว่าอย่างไรคะ

136
00:13:15,758 --> 00:13:16,715
ตัวเรา

137
00:13:16,715 --> 00:13:20,715
ตัวเราลูก ภาษาอังกฤษว่าอะไร ตัวเรา ตัวเรา

138
00:13:29,048 --> 00:13:30,249
เช่น หนูจะบอกว่าหนูมาเรียนน่ะลูก

139
00:13:30,249 --> 00:13:34,249
หนูมาเรียน ฉันกำลังกินข้าว

140
00:13:34,769 --> 00:13:38,769
หนูจะใช้คำว่าอะไรลูก

141
00:13:48,600 --> 00:13:51,976
ฉันกำลังกินข้าว จะขึ้นต้น... จะ

142
00:13:51,976 --> 00:13:55,976
ขึ้นต้นประโยคว่าอะไรลูก ใครตอบได้

143
00:14:01,785 --> 00:14:01,796
หนูยกมือแทนเพื่อนเลยค่ะ ยกมือค่ะ

144
00:14:01,796 --> 00:14:05,220
เบอร์ 2 ค่ะ ตอบเลยลูก D แล้วอะไรคะ

145
00:14:05,220 --> 00:14:09,220
ภาษาอังกฤษลูก

146
00:14:27,180 --> 00:14:31,180
ไม่ใช่ลูก ถ้าหนูจะบอกว่าหนูจะไป หนูจะไปว่ายน้ำ

147
00:14:34,594 --> 00:14:35,791
หนูใช้คำว่า "หนูจะไปว่ายน้ำ" หนูจะใช้คำว่าอะไรลูก

148
00:14:35,791 --> 00:14:39,791
หนูจะขึ้นต้นว่าอะไรลูก

149
00:14:40,727 --> 00:14:44,727
ตัวเราเองน่ะ

150
00:14:45,436 --> 00:14:49,436
Google

151
00:14:55,898 --> 00:14:59,808
Translate แน่นอน ฉันจะไปว่ายน้ำ อะไรลูกอะไร

152
00:14:59,808 --> 00:15:00,378
หนูจะตอบว่าอะไรคะ

153
00:15:00,378 --> 00:15:04,378
i โอเค D-i อีกตัวหนึ่ง อีกตัวหนึ่ง

154
00:15:14,087 --> 00:15:18,087
No ค่ะ ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ หนูลูกหนู หนูลูก ที่แปลว่าหนู ภาษาอังกฤษ

155
00:15:19,575 --> 00:15:21,817
ที่แปลว่า หนู ค่ะ

156
00:15:21,817 --> 00:15:25,817
หนูจี๊ด ๆ น่ะลูก หนู

157
00:15:33,067 --> 00:15:37,067
อะไรลูกอะไร หนูลูก

158
00:15:38,689 --> 00:15:42,689
ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษหนู

159
00:15:45,027 --> 00:15:49,027
คำศัพท์เขาคืออะไรลูก

160
00:15:50,264 --> 00:15:54,264
No ลูก No

161
00:15:54,413 --> 00:15:57,607
D-i แล้วอะไรคะ

162
00:15:57,607 --> 00:16:01,607
ใครจะตอบ ได้เลยลูก T ครับ

163
00:16:09,008 --> 00:16:12,213
ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่ลูก หนูลูกหนู ภาษาอังกฤษ

164
00:16:12,213 --> 00:16:14,663
ว่าอะไรลูก  หนู กระต่ายก็ได้ลูก กระต่าย

165
00:16:14,663 --> 00:16:18,663
กระต่าย ภาษาอังกฤษ กระต่าย

166
00:16:22,639 --> 00:16:25,351
กระต่าย ใช่ค่ะ กระต่ายภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก

167
00:16:25,351 --> 00:16:29,351
กระต่าย D-i-r

168
00:16:30,834 --> 00:16:34,201
คนที่ตอบ

169
00:16:34,201 --> 00:16:38,201
D Rabbit ไงลูก

170
00:16:42,132 --> 00:16:46,132
ตัว R นะ คนที่ตอบ D ยกมือลูก

171
00:16:46,286 --> 00:16:49,935
ใครตอบ D คนไหนตอบ D ลูก

172
00:16:49,935 --> 00:16:52,006
คนไหนลูก 7 นะ เบอร์ 7

173
00:16:52,006 --> 00:16:56,006
207 นะคะ

174
00:16:57,598 --> 00:17:00,959
I ลูก ใครตอบ I

175
00:17:00,959 --> 00:17:04,959
รหัส 2 ตัวท้ายลูก 208

176
00:17:07,487 --> 00:17:09,214
ค่ะ โอเคค่ะ

177
00:17:09,214 --> 00:17:12,694
203 ครับ

178
00:17:12,694 --> 00:17:16,694
ล่อเต็ม

179
00:17:17,784 --> 00:17:21,784
ยัง ยังไม่หมด

180
00:17:22,438 --> 00:17:26,438
อันนั้นน่ะ ดู Directory Command Line

181
00:17:31,970 --> 00:17:35,970
ที่เขา Interface ในการ Connect

182
00:17:37,700 --> 00:17:37,817
หนูจะสร้างห้องให้กับ Directory หนูใช้คำสั่ง

183
00:17:37,817 --> 00:17:40,298
อะไรลูก คำถามสุดท้ายแล้วค่ะ

184
00:17:40,298 --> 00:17:42,246
ใช้คำสั่งอะไร

185
00:17:42,246 --> 00:17:46,246
สร้าง ภาษาอังกฤษว่าอย่างไรลูก ทำ...

186
00:17:47,287 --> 00:17:50,380

187
00:17:50,380 --> 00:17:54,380
ทำ ภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก ทำ สร้าง

188
00:17:58,777 --> 00:18:01,142
ก็ได้ลูก สร้าง หนูทำการบ้าน

189
00:18:01,142 --> 00:18:05,142
I อะไรลูก

190
00:18:06,064 --> 00:18:10,064
ทำมีหลายคำนะคะ ลูก

191
00:18:13,414 --> 00:18:17,414
มีหลายคำนะลูก มีหลายคำ ภาษาอังกฤษใช้หลากหลาย

192
00:18:20,692 --> 00:18:24,692
มี 2 ตัวลูก

193
00:18:26,661 --> 00:18:30,661
มี 2 ตัว มีแค่ 2 ตัว หนูได้ตัวแรก

194
00:18:31,377 --> 00:18:35,377
ตัวที่ 2 จะเป็นตัวแรกของคำถามแรก

195
00:18:36,677 --> 00:18:38,216
ได้ตัวนั้น

196
00:18:38,216 --> 00:18:42,216
นะคะ ถ้าได้ตัวแรก แล้วตัวที่ 2

197
00:18:46,738 --> 00:18:50,738
จะเป็นตัวแรกของคำถามเมื่อกี้ สร้าง ภาษาอังกฤษว่าอย่างไรลูก

198
00:18:55,582 --> 00:18:59,582
สร้าง ลูก สร้าง

199
00:19:00,008 --> 00:19:04,008
ภาษาอังกฤษ คำว่า "สร้าง" ลูก เด็กน้อย

200
00:19:04,345 --> 00:19:07,687
ตกภาษาอังกฤษ ตรงนี้

201
00:19:07,687 --> 00:19:11,687
Build ไม่ใช่ลูก

202
00:19:12,135 --> 00:19:16,135
อีกตัวหนึ่งมันยากไปไหมลูก  Build น่ะ

203
00:19:21,827 --> 00:19:25,827
เด็กอนุบาล 1 เขาจะไม่ใช้คำว่า "Build"

204
00:19:27,357 --> 00:19:31,357
ฉันทำการบ้าน ไม่ใช่ I do homework.

205
00:19:31,501 --> 00:19:35,501
แน่นอนค่ะ ฉันทำการบ้าน I ...

206
00:19:35,803 --> 00:19:39,803
Homework

207
00:19:53,549 --> 00:19:57,549
ยาวจังเลย 2 ตัวเองลูก 2 ตัว

208
00:20:00,368 --> 00:20:04,368
มีแค่ 2 ตัวเองลูก สร้าง Directory

209
00:20:08,777 --> 00:20:10,099
มีแค่ 2 ตัวเองค่ะ สร้างลูก สร้าง ใช่ สร้าง หนูจะสร้าง...

210
00:20:10,099 --> 00:20:14,099
หนูจะทำการบ้าน นอกจากคำว่า "Do" ลูก ถ้า Do จะเด็กประถม

211
00:20:20,204 --> 00:20:22,954
ขึ้นมาล่ะ I อะไรลูก I ...

212
00:20:22,954 --> 00:20:26,954
Homework I อะไรคะ

213
00:20:28,695 --> 00:20:32,695
อะไรลูก อะไร

214
00:20:36,799 --> 00:20:40,799

215
00:20:46,586 --> 00:20:49,946
พูดมาก่อนลูก พูดเลย Create ไม่ใช่ครับ อย่างนั้นแสดงว่าหนูต้องการจะตอบแค่ตัว C ใช่ไหม

216
00:20:49,946 --> 00:20:53,946
Create ตอบแค่ตัว C ไม่ครับ

217
00:20:55,591 --> 00:20:59,591
แต่มีเยอะเลยค่ะ ถ้าหนูคีย์ลงไปใน Google Translate

218
00:21:01,953 --> 00:21:05,953
คำว่า "ทำ" แล้วหนูจะเห็นเยอะเลยค่ะ Goolgle Translate แปลก็ได้ค่ะ

219
00:21:08,601 --> 00:21:12,601
ในภาษาอังกฤษ ในหน้าจอ

220
00:21:18,066 --> 00:21:22,066
ไม่มีค่ะ ไม่มีคำตอบ แต่มีคำตอบตัวหลัง แต่ไม่มีคำตอบตัวหน้า

221
00:21:30,389 --> 00:21:34,389
เจอไหม เจอไหมภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษ หนูใช้ Google

222
00:21:40,272 --> 00:21:44,272
Translate แล้วจากภาษาไทย เป็นภาษา

223
00:21:44,867 --> 00:21:48,703
อังกฤษค่ะ อะไรลูก

224
00:21:48,703 --> 00:21:52,703
ถ้าอาจารย์บอกว่าใช้คำว่า

225
00:21:57,816 --> 00:22:01,816
"Make Directory" จะเป็นคำสั่งอะไรคะ

226
00:22:03,691 --> 00:22:07,691
Make Directory มีแค่ 2

227
00:22:11,446 --> 00:22:12,898
จะใช้คำว่าอะไรลูก Make Directory ใช่

228
00:22:12,898 --> 00:22:16,898
ใช่ ที่บอกถูกแล้ว 1 ตัว ได้ยิน

229
00:22:19,603 --> 00:22:22,209

230
00:22:22,209 --> 00:22:26,209
แล้วตัวแรกของคำถามแรก เพื่อนตอบอะไรคะ

231
00:22:29,183 --> 00:22:32,420
เบอร์ 7 ตอบไม่ใช่เหรอคะ

232
00:22:32,420 --> 00:22:35,776
เบอร์ 7 ตอบใช่ไหม ตัวแรกของคำถามแรก หนูตอบ

233
00:22:35,776 --> 00:22:36,770
ว่าอะไรคะ ตัวอะไรลูก

234
00:22:36,770 --> 00:22:40,770
หนูตอบตัวอะไรคะ ตัวแรกที่หนูตอบ

235
00:22:56,904 --> 00:23:00,904
ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ได้ตอบตัว A ลูก

236
00:23:03,893 --> 00:23:07,322
Make Directory

237
00:23:07,322 --> 00:23:11,322
Directory ตัวอะไรขึ้นต้นลูก ครับผม

238
00:23:12,764 --> 00:23:15,250
เบอร์ 9 หนูตอบอะไรคะ

239
00:23:15,250 --> 00:23:16,828
เบอร์ 9 ตอบอะไรลูก

240
00:23:16,828 --> 00:23:20,828
ตัว M ตัว M แล้วอะไรต่อคะ

241
00:23:25,569 --> 00:23:27,034
Make Directory

242
00:23:27,034 --> 00:23:31,034
Directory

243
00:23:32,346 --> 00:23:36,346
ยาวไปลูก 2.... 2 พยางค์ มีแค่ 2 ตัว

244
00:23:39,274 --> 00:23:43,274
M แล้ว... ผิดครับ

245
00:23:44,661 --> 00:23:48,661
ผิดค่ะ นี่ไงคะ มีคำตอบอยู่

246
00:23:50,382 --> 00:23:54,382
เห็นไหมคะ หน้า... Make Directory

247
00:23:59,541 --> 00:24:03,541
ตัวอะไรคะ ตอบนั่นน่ะ นั่นน่ะ มีคำตอบ

248
00:24:05,559 --> 00:24:09,559
อยู่นะคะ น่ะ

249
00:24:13,202 --> 00:24:17,202
Make Directory ตอบ...

250
00:24:20,470 --> 00:24:24,470
Make Directory เห็นไหมคะ น่ะ

251
00:24:26,860 --> 00:24:29,588
Make Directory M แล้วตัวอะไรคะ

252
00:24:29,588 --> 00:24:33,588
ตัวใหญ่ลูก ตัวหนึ่ง (ล่าม) ตัว D ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ตัว D

253
00:24:35,646 --> 00:24:39,646
โอเค 2 ตัวท้ายค่ะ รหัส 2 ตัวท้ายของลูกค่ะ

254
00:24:40,551 --> 00:24:43,007
0... 06 ครับ

255
00:24:43,007 --> 00:24:45,921
ใครตอบ M

256
00:24:45,921 --> 00:24:49,921

257
00:24:50,758 --> 00:24:53,886
204 ครับ

258
00:24:53,886 --> 00:24:57,886
นั่นแหละ ไม่เช็กมา ไม่มาหรอกค่ะ

259
00:25:00,948 --> 00:25:04,948
เช็กอย่างนี้เลย ตื่นตัวไงลูก

260
00:25:06,976 --> 00:25:10,976
ต้องตื่นตัว แต่เราไม่ต้องตื่นธรรม

261
00:25:12,251 --> 00:25:12,616
ต่อมา อันนั้นน่ะ ให้หนูรู้ว่า

262
00:25:12,616 --> 00:25:16,616
Command Line เขามี Interface

263
00:25:22,963 --> 00:25:23,207
คอมพิวเตอร์ มนุษย์เขียนคำสั่ง MD คอมพิวเตอร์ระบบรู้แล้ว เธอจะสร้า

264
00:25:23,207 --> 00:25:27,207
ง กด MD แล้วกด Enter เขาจะบอกว่า Error ทันที

265
00:25:31,279 --> 00:25:33,621
ระบบไม่รู้ว่าสร้างอะไร หนูต้องบอก MD แล้ววรรค

266
00:25:33,621 --> 00:25:37,621
ตามด้วยชื่อห้อง เช่น สัปดาห์ที่แล้วอาจารย์บอกว่า

267
00:25:38,421 --> 00:25:42,421
MD ตามด้วยรหัสนักศึกษาของหนู แล้วก็

268
00:25:45,587 --> 00:25:48,596
MD ตามด้วยชื่อเล่น จำได้นะคะ คราวนี้อาจารย์มาบอกให้หนูลบห้อง การที่หนูจะลบห้อง หนูใช้

269
00:25:48,596 --> 00:25:52,596
คำสั่ง rd ถ้าหนูจะลบห้องที่เป็น Subset

270
00:25:59,393 --> 00:26:03,393
ด้านใน หนูต้องออกก่อน หรือสามารถที่จะลบได้เลย มีแค่ 2 คำตอบใช่ไหมคะ ออกก่อน

271
00:26:05,526 --> 00:26:05,977
กับลบเลยค่ะ ต้องออกก่อน

272
00:26:05,977 --> 00:26:09,977
รหัสลูก 203 ครับ

273
00:26:14,062 --> 00:26:18,062
คนที่ยังไม่มา คือ 202 ค่ะ

274
00:26:18,174 --> 00:26:22,174
202 ใครลูก

275
00:26:22,747 --> 00:26:26,747
ลูกตอบ แต่ยังตอบไม่ถูก

276
00:26:33,151 --> 00:26:35,300
นะลูกนะ คราวนี้ Menu หนูจะรู้ไหมคะ ว่าเมนูอะไรนะคะ เมนูอะไรที่ใช้งาน

277
00:26:35,300 --> 00:26:39,300
ที่ใช้งาน เช่น หนูเปิด

278
00:26:47,595 --> 00:26:51,410
Microsoft Word ลูกเปิด

279
00:26:51,410 --> 00:26:54,346
ที่ Task Bar ด้านล่างสัญลักษณ์ของเขา สัญลักษณ์ของเขา จะเป็น

280
00:26:54,346 --> 00:26:56,090
ตัว W สีฟ้า อยู่บริเวณ

281
00:26:56,090 --> 00:27:00,090
Task Bar ข้างล่าง ของใครไม่มีให้ไปที่แถบ Search

282
00:27:06,059 --> 00:27:08,969
แล้วพิมพ์ W ค่ะ ของใครไม่มีที่ Tab นะคะ ใช้ W

283
00:27:08,969 --> 00:27:12,969
แล้วระบบจะรู้ทันทีเลยค่ะ ว่า... ทำไมเขาถึง

284
00:27:13,794 --> 00:27:17,794
ได้รู้คะว่า Word ต้องขึ้นมาก่อน เพราะมีคนเรียกใช้ W

285
00:27:23,611 --> 00:27:27,611
มากที่สุด เช่น Google เขา... ใครต้องการที่จะให้เห็น ให้ Search ชื่อเราก่อน ไม่จำเป็น

286
00:27:31,615 --> 00:27:32,063
มาให้คนค้นหานะคะ เราสามารถที่จะ Hack ได้ เขาเลยจ้างให้ทำ

287
00:27:32,063 --> 00:27:36,063
ตรงนี้นะ พอดีอาจารย์รับทำด้วยค่ะ พอ Search ปุ๊บ

288
00:27:39,242 --> 00:27:43,242
จะเห็นชื่อร้านของฉันก่อนอย่างนี้ค่ะ

289
00:27:47,443 --> 00:27:51,443
ถ้าเขาไม่ขึ้นคำว่า "App" แสดงว่าเราใช้งานไม่ได้ ถ้าหนูใช้เครื่อง Apple หนูเปิด

290
00:27:55,623 --> 00:27:55,671
หนูจะต้องโยนเข้าไปในแฟ้มก่อน หนูถึงจะมีสิทธิใช้งานได้

291
00:27:55,671 --> 00:27:59,671
แต่อันนี้เราอยู่ใน GUI

292
00:28:00,408 --> 00:28:02,920
GUI Graphic User Interface

293
00:28:02,920 --> 00:28:06,920
กว่า Apple ถ้าหนูไปเรียนห้อง Apple

294
00:28:08,727 --> 00:28:12,727
อาจารย์จะบอกว่าย้ายห้องเถอะ เปิดเข้า Word นิดหนึ่งลูก เปิดเข้า Word นิดหนึ่ง

295
00:28:19,632 --> 00:28:23,632
เปิดเข้า Microsoft Word แล้ว เครื่องของใครขึ้นเหมือนของอาจารย์คะ หนูยกมือขึ้นหน่อยลูก

296
00:28:26,840 --> 00:28:29,648
เครื่องของใครมีหน้าจอขึ้นเหมือนอาจารย์ ยกมือขึ้นนิดหนึ่งลูก

297
00:28:29,648 --> 00:28:33,165
เปิด Microsoft Word ขึ้นมาค่ะ เครื่องใคร

298
00:28:33,165 --> 00:28:37,165
ที่มีหน้าจอเหมือนของอาจารย์ค่ะ ให้ยกมือขึ้นลูก อาจารย์อยากรู้ตอนนี้ หน้าจอลูก

299
00:28:42,515 --> 00:28:45,604
มีไหมคะ มีหน้าจอ Pop-up แบบนี้ไหม (ล่าม) ไม่มีค่ะ ของหนู

300
00:28:45,604 --> 00:28:47,114
ว่างเลยค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่ขึ้นใช่ไหมคะ ไม่ขึ้น

301
00:28:47,114 --> 00:28:51,114
ก็แสดงว่าของหนูไม่ได้โดนแฮก

302
00:28:59,145 --> 00:29:03,145
ของหนูเป็น Microsoft แท้ เข้าใจนะคะ ถ้า Micrsoft แท้ ไม่ขึ้น

303
00:29:06,972 --> 00:29:10,972
หรอกค่ะ อย่างไรก็ไม่ขึ้นนะคะ จะไม่ขึ้น แต่ถ้าของใครขึ้นแบบนี้ สปง. เข้าตรวจ

304
00:29:14,329 --> 00:29:17,268
รู้เลยค่ะ Boot เครื่องสิ

305
00:29:17,268 --> 00:29:21,021
และเครื่องนี้ ถ้าทำงานวิจัยบอกซีเรียสไม่ได้ด้วย

306
00:29:21,021 --> 00:29:25,021
นะคะ แปลกนะเครื่องครูมีการแฮกนะ

307
00:29:26,758 --> 00:29:30,107
เครื่องเด็กไม่แฮกนะ เยี่ยม คราวนี้

308
00:29:30,107 --> 00:29:30,949
ให้หนูมองด้านบนลูก มองด้านบน เขาเรียกว่า

309
00:29:30,949 --> 00:29:34,622
"Menu File" นะคะ ด้านบน ตั้งแต่

310
00:29:34,622 --> 00:29:37,149
หน้าแรก แทรก ออกแบบ เค้าโครง

311
00:29:37,149 --> 00:29:41,149
การอ้างอิง การส่งจดหมาย มุมมอง Veiw

312
00:29:47,569 --> 00:29:48,335
Acrobat อาจารย์ไม่ได้มานั่งสอน Word หนูนะคะ

313
00:29:48,335 --> 00:29:49,529
แต่ให้หนูรู้ว่า เรารู้ว่านั่นคือ

314
00:29:49,529 --> 00:29:52,431
เมนู และทุก ๆ คนก็รู้ อันนี้ คือ

315
00:29:52,431 --> 00:29:56,431
Office ที่ไม่ใช่ ออฟฟิศ 97

316
00:30:00,989 --> 00:30:04,989
เพราะให้หนูมองด้านขวาค่ะลูก มองด้านขวา หนูจะเห็นคำว่า "Create and sharte"

317
00:30:11,345 --> 00:30:12,571
PDF หนูสร้าง Microsoft Word หนูสามารถ

318
00:30:12,571 --> 00:30:16,571
Convert เข้า หรือ Creat ให้เป็น PDF

319
00:30:18,336 --> 00:30:22,336
ได้เลย โดยที่ไม่ต้องไปบันทึกแฟ้มนะคะ อันนี้แต่ละเครื่องไม่มีนะคะ บางเครื่องก็มี บางเครื่องก็

320
00:30:26,510 --> 00:30:30,510
ไม่มี ถ้าของใครใช้ Microsoft 97 สัญลักษณ์ก็ไม่เหมือนกันอีกนะคะ

321
00:30:35,691 --> 00:30:37,781
ไม่เหมือนกัน อันนี้เป็น Menu ถ้าอาจารย์มาถึงปุ๊บนะคะ อาจารย์รู้แล้ว เราทำอะไร

322
00:30:37,781 --> 00:30:40,289
เราไม่รู้เรื่องหรอก แต่เราต้องการทำงาน เอกสารเปล่า

323
00:30:40,289 --> 00:30:44,289
พอเอกสารเปล่าขึ้นมาปั๊บ ระบบรู้แล้วว่า

324
00:30:47,941 --> 00:30:51,941
พื้นที่ตรงไหนคือพื้นที่การทำงาน Cursor

325
00:30:52,013 --> 00:30:54,545
อยู่นะคะ ที่กระพริบอยู่ที่หน้าจอโล่ง ๆ นั่นแหละ

326
00:30:54,545 --> 00:30:55,630
เขาเรียกว่า "การรอดำเนินการ" เมื่อเราพิมพ์

327
00:30:55,630 --> 00:30:59,630
ตัวอะไรลงไปก็ตามนะคะ เช่น อาจารย์พิมพ์เลข 1

328
00:31:15,702 --> 00:31:17,078
การเปิดใช้งานล้มเหลว

329
00:31:17,078 --> 00:31:20,341
จ้ะ เข้าใจแล้วจ้ะ

330
00:31:20,341 --> 00:31:24,341
เพราะเราแฮกมานะ เราก็เลยทำงานไม่ได้ค่ะ

331
00:31:24,892 --> 00:31:28,892
ของหนูเข้าได้ไหมคะ หนูลองพิมพ์ดูสิลูก

332
00:31:30,506 --> 00:31:34,506
หนูพิมพ์เลข 1 2 3 ที่หน้าจอของหนูค่ะ

333
00:31:36,274 --> 00:31:40,274
ตัวเลข 1 2 3 ขึ้นไหมคะ ลองพิมพ์ที่คีย์บอร์ดหนูค่ะลูก พิมพ์ 1 2 3 4 ของอาจารย์ไม่ขึ้นนะคะ

334
00:31:47,380 --> 00:31:51,380
ปุ่ม NumLock ก็ขึ้นอยู่นะคะ

335
00:31:54,802 --> 00:31:58,802
เพราะข้อแรกเลย คือ สังเกตนะคะ ว่าอาจารย์เปิดขึ้นมาปุ๊บ อาจารย์มีอันหนึ่ง

336
00:32:00,303 --> 00:32:01,579
แล้ว หนูมองด้านบนลูก มองด้านบน เขาบอกว่า

337
00:32:01,579 --> 00:32:05,579
การเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ล้มเหลว

338
00:32:06,259 --> 00:32:10,259
ของเด็กน่าจะพิมพ์ได้ ใช่หรือไม่คะ

339
00:32:14,531 --> 00:32:15,677
แปลกนะ เครื่องครูใช้ไม่ได้นะ แล้วจะสอนอย่างไรนี่

340
00:32:15,677 --> 00:32:19,677
พิมพ์อะไรไม่ได้เลยนะคะ นี่ กดตัว U ก็ไม่มา

341
00:32:27,317 --> 00:32:31,317
เขาไม่รับ นี่คือการ Interface ไม่ตรงกับคำสั่ง

342
00:32:32,316 --> 00:32:36,316
พอเกิดการ Error หนูเข้าใจคำว่า "Error" ใช่ไหมลูก Error

343
00:32:37,375 --> 00:32:41,127
คือ ความผิดพลาด เราเปิดขึ้นมาปั๊บ แล้วผิดพลาด

344
00:32:41,127 --> 00:32:45,127
เหมือนเด็ก 1 คนเดินเข้ามาในห้องเรา แต่เขาไม่ได้ลงเรียนในวิชา HCI เขาจะเดินรเข้าแบบหน้างง ๆ

345
00:32:51,613 --> 00:32:55,613
แล้วเขาก็เดินออกไป มีอย่างไรลูก มีอย่างนี้เยอะแยะ อาจารย์ขออนุญาตปิดนะคะ

346
00:32:56,047 --> 00:32:59,704
ลองดูอีกอันสิ ก็ไม่ได้ค่ะ ล้มเหลว โอ้

347
00:32:59,704 --> 00:33:01,060
เยอะค่ะ

348
00:33:01,060 --> 00:33:05,060
ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ เพราะเราเข้าไม่ได้ค่ะ

349
00:33:11,816 --> 00:33:15,816
ขอเข้า Excel ค่ะ เอาล่ะค่ะ ดูสิ จะพิมพ์ได้ไหม

350
00:33:16,474 --> 00:33:19,138
ทำใจค่ะลูก ทำใจ

351
00:33:19,138 --> 00:33:23,138
อาจารย์พิมพ์ไม่ได้เลยลูก แต่อาจารย์ไม่ได้สอน

352
00:33:29,202 --> 00:33:31,940
Word นะคะลูก ไม่ได้สอน Excel ด้วย ให้หนูรู้ว่า

353
00:33:31,940 --> 00:33:35,046
อันนี้ คือ เมนู อันนี้ค่ะ ลูก อันนี้

354
00:33:35,046 --> 00:33:39,046
ทั้งหมดนี่ ที่เป็นของอาจารย์ไม่สามารถคลิกอะไรได้เลยนะคะ

355
00:33:41,404 --> 00:33:45,404
อันนี้เขาเรียกว่า "Tool Bar" หรือว่าแถบเครื่องมือ เราไม่รู้

356
00:33:47,778 --> 00:33:49,228
อะไร เขามีชื่อบอก นั่นคือคำว่า "Menu" นั่นเอง

357
00:33:49,228 --> 00:33:53,228
นะคะ คำว่า "เมนู" นั่นเองคะ คราวนี้ย้อนกลับไปดูในสไลด์ค่ะ

358
00:33:53,969 --> 00:33:55,572
Natural language

359
00:33:55,572 --> 00:33:59,572
หนูเคยเรียนการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นหรือยังลูก

360
00:34:00,457 --> 00:34:03,513
เคยผ่านวิชานี้ไหม เคยผ่าน

361
00:34:03,513 --> 00:34:07,513
พยักหน้าก็ได้ลูก ถ้าไม่เคยผ่านหนูส่ายหน้าก็ได้

362
00:34:09,094 --> 00:34:13,094
เคยเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นกันแล้วหรือยังคะ

363
00:34:19,774 --> 00:34:23,774
เรียนหรือยังลูก เคยผ่านตาไหมคะวิชานี้ เคยไหมครับ

364
00:34:23,901 --> 00:34:27,901
เบอร์ 10 ครับ น่าจะเคยแล้ว อย่างนั้น

365
00:34:33,240 --> 00:34:37,240
อาจารย์ถามเลย ว่าภาษาอะไรที่หนูเคยเรียนไปแล้วคะ

366
00:34:37,360 --> 00:34:41,360

367
00:34:42,765 --> 00:34:46,765
ภาษา C ไหม ใช่ภาษา C ไหมคะ

368
00:34:51,618 --> 00:34:55,618
หรือภาษา Python

369
00:34:57,380 --> 00:35:01,380
หรือ Pew

370
00:35:03,810 --> 00:35:07,810
Python Python ถือเป็น Natural language ไหม

371
00:35:08,101 --> 00:35:12,101
Natural language แปลว่าอะไรลูก ภาษาธรรมชาติ

372
00:35:14,051 --> 00:35:18,051
ถ้าหนูใช้คำว่า "Prin" ระบบรู้ไหม

373
00:35:19,815 --> 00:35:23,815
คนรู้ไหมคำสั่งนี้ รู้ใช่ไหมคะ Print แสดงว่า

374
00:35:24,215 --> 00:35:28,215
เอาอะไรออก แต่อะไรก็ตาม ที่มี " " นักเรียนทราบไหม

375
00:35:31,832 --> 00:35:33,987
Double Quote

376
00:35:33,987 --> 00:35:37,920
2 อันนะคะ อันนี้คือ Double Qout

377
00:35:37,920 --> 00:35:41,920
ในนั้นคือตัวหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข หรืออะไรก็ตาม เราพิมพ์ทั้งหมด

378
00:35:42,897 --> 00:35:43,200
นะคะ ยกตัวอย่างเช่น

379
00:35:43,200 --> 00:35:47,200
อาจารย์ขอยกตัวอย่างนะคะ อาจารย์เขียนในโน้ตนะคะ

380
00:35:51,856 --> 00:35:54,818
นี่ไง ยังอยู่เลย สร้างห้อง md นะคะ ลบห้อง

381
00:35:54,818 --> 00:35:58,818
ดูภายในห้อง dir นะ อาจารย์

382
00:36:00,799 --> 00:36:04,799
มีเยอะแยะเลยค่ะ ลูก มีเยอะแยะเลย อาจารย์เข้า Word ไ

383
00:36:11,848 --> 00:36:15,848
ม่ได้ อาจารย์เข้าไม่ได้นะคะ ขอเข้าอันนี้แทน ถ้าอาจารย์ต้องการให้หนูเขียนคำสั่ง For

384
00:36:16,841 --> 00:36:20,841
For ให้ตัว i

385
00:36:22,068 --> 00:36:25,358
ถ้าเขียนอย่างนี้ทุกคนรู้ไหมคะ

386
00:36:25,358 --> 00:36:27,591
ให้ i = ให้ i =

387
00:36:27,591 --> 00:36:30,581
0

388
00:36:30,581 --> 00:36:34,581
แล้ว ,

389
00:36:38,093 --> 00:36:42,093
ให้ Print p-r-i-n-t

390
00:36:45,970 --> 00:36:49,970
Print Print อะไร ให้ print ใส่ "

391
00:36:50,681 --> 00:36:53,144
Output"

392
00:36:53,144 --> 00:36:57,144
Output

393
00:37:05,049 --> 00:37:08,530
แล้ว Output ตัวนี้ให้พิมพ์ออกไปก่อนนะ

394
00:37:08,530 --> 00:37:10,799
ถ้าหนูใส่เครื่องหมายเท่ากับแบบนี้ อันนี้

395
00:37:10,799 --> 00:37:14,799
ยังไม่ถาม Output ว่าถูกหรือผิดด้วยนะ อัลกอ...

396
00:37:18,854 --> 00:37:22,854
ถ้าหนูใส่คำสั่งนี้ หนูจะรู้ไหมว่าหนู

397
00:37:22,939 --> 00:37:26,939
จะใช้ลูปที่ทำการวนซ้ำ ถูกไหม for หนูจะรู้แล้วว่าหนูจะวน วนจากไหน

398
00:37:29,297 --> 00:37:30,803
จาก 0 วนตั้งแต่ 0 วนตั้งแต่ 0 ไปถึงไหนไม่รู้

399
00:37:30,803 --> 00:37:32,892
เพราะเขาไม่ได้เขียนให้เห็น จากนั้น เรียบร้อยแล้ว

400
00:37:32,892 --> 00:37:36,892
ถ้าเขาวนแล้วให้เขา print อะไรล่ะ ให้เขา print คำว่า "Output"

401
00:37:41,630 --> 00:37:45,630
ให้ print คำว่า "Output" แล้วเครื่องหมา

402
00:37:47,888 --> 00:37:51,888
ยเกิดขึ้น แล้วใส่ถัดมา วรรคลงมา ว่าแล้วอาจารย์ก็ใส่เป็น ;

403
00:37:55,360 --> 00:37:59,360
แบบนี้ Output จะขึ้นคำว่าอะไรคะ

404
00:38:13,763 --> 00:38:17,763
= จะอยู่ต่อ Output ไหม =

405
00:38:27,917 --> 00:38:31,917
= จะอยู่หลัง Output ไหมคะ เวลาที่หนูจะ Run ข้อความออกมา

406
00:38:35,201 --> 00:38:36,154
หนูจะ Run ข้อมูลออกมา สมมติหนูจะ Run ออกมาแล้ว

407
00:38:36,154 --> 00:38:40,154
Output จะขึ้นแน่ ๆ แล้ว

408
00:38:41,169 --> 00:38:41,832
Output ต้องขึ้นแบบนี้ด้วยนะ เพราะหนูเขียนแบบนี้

409
00:38:41,832 --> 00:38:45,832
Output จะมีเครื่องหมายเท่ากับ

410
00:38:46,180 --> 00:38:46,972
อย่างนี้ไหม ไม่มี

411
00:38:46,972 --> 00:38:50,269
เพราะเขาไม่ได้อยู่ใน

412
00:38:50,269 --> 00:38:54,269
ตัว " นั้นถูกไหมคะ และ

413
00:38:56,378 --> 00:39:00,378
ที่สำคัญ หนูยังไม่ได้บอกเขาว่าให้

414
00:39:06,874 --> 00:39:10,874
ใส่อะไรลงไปใช่ไหมคะ ให้ใส่ตัว i โดยที่ i ที่ใส่นั่นน่ะ

415
00:39:15,640 --> 00:39:17,774
ให้ i ใส่ ให้เขาลดลงนะคะ ให้เขาน้อยกว่าหรือว่าเท่ากับ

416
00:39:17,774 --> 00:39:19,809
1

417
00:39:19,809 --> 00:39:23,809
แสดงว่า Output ตอนนี้ จะขึ้นต่อว่าอะไรคะ

418
00:39:27,663 --> 00:39:31,663
Error ค่ะ เครื่องไม่ run ออกมานะคะ เพราะอะไรคะ

419
00:39:38,639 --> 00:39:41,258
เพราะเขาเซตให้ค่า i = 0 แล้วเขาสั่งให้ print print คือ ให้แสดงออก

420
00:39:41,258 --> 00:39:45,258
หน้าจอหนูจะแสดงอะไร อะไรก็ตามที่อยู่ใน " "

421
00:39:46,595 --> 00:39:50,595
เราหยิบตัวนั้นออกมา แล้วหลัง " นั้น

422
00:39:55,954 --> 00:39:59,954
อาจารย์ไม่มีก็ได้ตัวนี้ เครื่องหมาย = อาจารย์ไม่มีก็ได้ แต่หนูต้องมีตัว , แล้วบอกได้ว่าข้างหลัง

423
00:40:00,285 --> 00:40:04,285
หนู จะให้เขาเดินตั้งแต่เท่าไรถึงเท่าไรนะคะ ตัวนี้แสดงว่า Output

424
00:40:10,160 --> 00:40:14,160
ขึ้นไหม ขึ้น แต่หลังจาก Output ขึ้นปั๊บ เขาจะขึ้นเล

425
00:40:15,969 --> 00:40:16,768
ยว่า Error Error อะไรคะ ก็ Error Syntax ค่ะ

426
00:40:16,768 --> 00:40:20,768
นะคะ เขาถามว่าทำไมถึง Error Syntext

427
00:40:26,542 --> 00:40:30,542
คอมพิวเตอร์เขารู้แค่รหัส ASC

428
00:40:31,970 --> 00:40:33,028
และคำสั่งที่เป็นขั้นตอน เขาจะไม่รู้

429
00:40:33,028 --> 00:40:33,531
หรอกค่ะ ว่าคำสั่งอะไร แต่ถ้าเป็นภาษาระดับชาติ

430
00:40:33,531 --> 00:40:37,531
ที่เป็นธรรมชาติ เขาจะใช้โปรแกรม R เข้ามา

431
00:40:42,263 --> 00:40:45,348
แต่ตามจริงหนูเด็กปี 1 ไม่ควรเรียน Python

432
00:40:45,348 --> 00:40:48,817
เป็นภาษาระดับสูง หนูควรเรียนภาษา C

433
00:40:48,817 --> 00:40:52,609
นะคะ จาก C แล้วถึงจะไปอัลกอริทึม จากอัลกอริทึม

434
00:40:52,609 --> 00:40:56,609
หนูจะรู้เครื่องสร้าง พอหนูรู้โครงสร้าง หนูก็จะรู้

435
00:40:59,987 --> 00:41:02,676
ของการเขียนโปรแกรมแบบ Structure

436
00:41:02,676 --> 00:41:04,908
จาก Struckture นะคะ อันนั้นให้อาจารย์ที่สอนการเขียนโปรแกรม

437
00:41:04,908 --> 00:41:08,908
ดีกว่าลูก อาจารย์แอนไม่ยุ่งนะ อาจารย์ไม่ยุ่ง

438
00:41:13,812 --> 00:41:15,439
เขาเขียนอย่างไร คราวนี้ผมมีคำถาม มีคำถาม

439
00:41:15,439 --> 00:41:18,972
เห็นไหมคะ เมื่อกี้มีคำถามแล้ว อาจารย์ที่มีคำถาม

440
00:41:18,972 --> 00:41:22,767
จะเขียนบอกว่า "Loop for" นะ ให้ i เริ่มต้นเท่ากับ 0

441
00:41:22,767 --> 00:41:26,767
แล้วคำตอบคืออะไร นี่คือวิธีการที่หนู

442
00:41:32,001 --> 00:41:36,001
จะรูปแบบที่หนูจะติดต่อกับคอมพิวเตอร์ ก็ Query Query ให้เขาทำอะไร

443
00:41:37,540 --> 00:41:37,784
ให้ i เท่าไปจนกว่าเขาน้อยกว่าหรือเท่ากับ

444
00:41:37,784 --> 00:41:41,784
1 แต่ถ้า i ตอนแรกเซตค่า

445
00:41:46,743 --> 00:41:49,000
เท่ากับ 2 Output ตัวนี้จะเริ่มนับตั้งแต่

446
00:41:49,000 --> 00:41:53,000
1 2 แล้วจบนะคะ เมื่อสักครู่นี้ คราวนี้มาถึงคำว่า "form-fills"

447
00:41:55,776 --> 00:41:59,776
Form - fills Form - fills ค่ะ

448
00:42:04,012 --> 00:42:05,815
Excel ที่อาจารย์เปิดขึ้นมาลูก ที่เป็นสีเขียว ๆ พอดีอาจารย์

449
00:42:05,815 --> 00:42:09,815
เปิดแล้วอาจารย์ทำงานไม่ได้ ที่หนูเห็นเป็นขีด ๆ ๆ เวลาหนู print ไม่มีนะคะ ถ้าหนูไม่ตีเส้นให้เขา

450
00:42:11,425 --> 00:42:15,102
นั่นคือ Spreadsheets แต่เราสามารถ

451
00:42:15,102 --> 00:42:19,102
ใช้ตรงนี้ก็ได้ค่ะ อาจารย์หาก่อนนะ

452
00:42:20,714 --> 00:42:23,009
อยู่ไหนนะ

453
00:42:23,009 --> 00:42:27,009
เอกสาร Classroom Meet

454
00:42:34,819 --> 00:42:38,819
นี่ไง Sheet นี่ นี่ อาจารย์เข้าแบบหนูไม่ได้ อาจารย์ขอเข้าแบบ

455
00:42:42,373 --> 00:42:46,373
Google แล้วกันนะคะ ของฟรีลูก อันนี้ของฟรี นี่ มาแล้วค่ะ ขึ้นเยอะเลยเห็นไหมคะ

456
00:42:46,444 --> 00:42:49,913
เขาก็จะให้พิมพ์ ด้านล่างตัวนี้ก็จะเป็นชื่อ Sheet

457
00:42:49,913 --> 00:42:53,913
เราคลิกขวา แล้วเราเปลี่ยนชื่อ Sheet ได้ เสมือนตอนนี้

458
00:42:57,837 --> 00:43:01,837
หนูมีสมุด 1 เล่มนะคะ มีสมุด 1 แล้ว และตรงนี้คือตารางการสร้างไว้ล่วงหน้า หนูสามารถเซตได้

459
00:43:05,950 --> 00:43:09,950
นะคะ แต่ของใครที่สามารถกดได้ อยู่ที่ Taskbar นะคะ หนูคลิกได้เลย แต่ข้อดี

460
00:43:12,618 --> 00:43:12,725
ของ Google คือ หนูจะบันทึกอัตโนมัติ มันจะ

461
00:43:12,725 --> 00:43:16,725
เข้า Drive หนูทันที แต่ถ้าหนูใช้  หนูไม่บันท

462
00:43:24,054 --> 00:43:28,054
ข้อมูลก็จจะไม่เก็บให้นะคะ ตรงนี้จะเป็นชื่อเซลล์ ถ้าอาจารย์ฺบอกว่า

463
00:43:31,887 --> 00:43:35,887
นะคะ ตรงนี้เห็นไหมคะ ตรงนี้ เขาเรียกว่า "A2" โอเคไหมลูก

464
00:43:36,747 --> 00:43:38,128
A2 ถามรู้ตรงไหน นี่ไง นี่คือ

465
00:43:38,128 --> 00:43:42,128
ห้องของชื่อ ถ้าอาจารย์จิ้มตรงนี้

466
00:43:44,660 --> 00:43:48,660
เขาเลยบอกว่า F7 ถูกไหมคะ F7 โอเคนะคะ F7 แล้วเราสามารถที่จะเพิ่ม 0

467
00:43:51,108 --> 00:43:53,938
ได้ ลบ 0 ได้ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ได้

468
00:43:53,938 --> 00:43:57,247
นี่ทั้งหมดเขาเรียกว่า "เมนู" ทั้งสิ้น แล้ว

469
00:43:57,247 --> 00:44:01,077
หนูชี้แล้วมีเมนูขึ้นมา ย้อยลงมาให้หนูเห็น

470
00:44:01,077 --> 00:44:05,077
นั่นคือการเขียนให้รู้ว่า บางคน

471
00:44:09,718 --> 00:44:13,718
ไม่รู้ว่าอักษรแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร บางคนก็รอที่ดู ถ้าคนทำเป็นเขาก็จะคลิกได้เลย เช่น อันนี้

472
00:44:18,827 --> 00:44:22,827
เป็นตัว Sum เห็นไหมคะ อันนี้เป็นตัวคำนวณ มุมมอง เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นตัว Print นะ เป็นตัว Print อันนี้

473
00:44:27,546 --> 00:44:31,546
อันนี้ชิดเส้น อันนี้ทิ่มลง อันนี้ชิดขวา อันนี้ตัวหนังสือนะคะ  อาจารย์ให้

474
00:44:33,932 --> 00:44:35,987
Excel อย่างหนูไม่ได้ แต่อาจารย์ใช้ Google ได้ค่ะ

475
00:44:35,987 --> 00:44:36,929
คราวนี้หนูมาในตัว

476
00:44:36,929 --> 00:44:39,980
WIMP

477
00:44:39,980 --> 00:44:43,980
WIMP คืออะไร เดี๋ยวเราเข้าไปดูกันนะคะ

478
00:44:44,226 --> 00:44:48,226
Point and Click หนูชี้

479
00:44:48,438 --> 00:44:52,438
แล้วคลิก คลิก 1 ครั้งแปลว่าอะไรคะ

480
00:44:54,704 --> 00:44:57,294
ขอเบอร์ 9 ค่ะ

481
00:44:57,294 --> 00:45:01,294
คลิก 1 ครั้งแปลว่าอะไรลูก ใครนั่งเบอร์ 9

482
00:45:07,019 --> 00:45:11,019
ใช่ 204 ไหม

483
00:45:12,287 --> 00:45:16,226
กฤตกรไหมลูก เบอร์ 9

484
00:45:16,226 --> 00:45:20,226
ตอบอาจารย์หน่อยค่ะ ถ้าคลิก 1 ครั้งแปลว่าอะไรคะ

485
00:45:22,971 --> 00:45:26,971
คลิก 1 ครั้งค่ะ

486
00:45:29,173 --> 00:45:30,806
คลิก 1 ครั้ง คืออะไรลูก

487
00:45:30,806 --> 00:45:34,806
(ล่าม) ความหมาย คือ เปิด กดเปิด (อาจารย์สุรีย์พัชร)

488
00:45:40,641 --> 00:45:41,735
คืออะไรนะคะ

489
00:45:41,735 --> 00:45:45,735
หนูตอบอีกทีสิลูก (ล่าม) คือ

490
00:45:47,680 --> 00:45:51,212
กดคลิก 1 ครั้ง หมายถึง

491
00:45:51,212 --> 00:45:55,212
บังคับให้กดยอมรับเปิดครับ

492
00:45:55,585 --> 00:45:57,766
กดเปิดครับ

493
00:45:57,766 --> 00:46:01,766
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อ๋อ โอเค เข้าใจแล้ว แต่ถ้าหากว่า

494
00:46:07,157 --> 00:46:10,153
ดับเบิลคลิกล่ะ อาจารย์ขอเบอร์ 1 ลูก

495
00:46:10,153 --> 00:46:14,153
เบอร์ 1 ถ้าดับเบิลคลิก เมาส์เราชี้แล้ว

496
00:46:18,464 --> 00:46:22,464
นะคะ เมาส์เราชี้ เช่น หนูจะเปิด Word เมื่อหนูเปิด Word ปุ๊บ เมาส์ชี้ แต่หนูทำอะไร

497
00:46:28,147 --> 00:46:32,147
ไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่พอคลิก 1 ครั้ง ก็แสดงว่าเป็นการเลือก แต่ถ้าเราดับเบิลคลิกแล้ว Word เปิดขึ้นมา นั่น

498
00:46:33,786 --> 00:46:37,534
แสดงว่าเราทำไมคะ เราทำอะไรคะ

499
00:46:37,534 --> 00:46:41,534
(ล่าม) กดคลิกซ้าย 2 ครั้งครับ

500
00:46:47,225 --> 00:46:51,225
คือ เปิดโปรแกรมขึ้นมาครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) แสดงว่าเป็นการเลือก

501
00:46:54,011 --> 00:46:58,011
ใช่ไหมลูก เป็นการเลือก ขอรหัส 2 ตัวท้ายค่ะ

502
00:46:58,324 --> 00:47:02,324
รหัส 2 ตัวท้ายของหนูค่ะ (ล่าม)  206 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) 206 โอเคครับ

503
00:47:02,923 --> 00:47:06,923
นะคะ ต่อนะคะ three–dimensional interfaces

504
00:47:13,076 --> 00:47:14,378
คราวนี้เป็น 3 ทาง

505
00:47:14,378 --> 00:47:18,378
เป็นอย่างไร ลองมาดูสิ Command line

506
00:47:20,604 --> 00:47:24,604
อันนี้ผ่านมาแล้ว อาจารย์ขอไม่เข้าใกล้นะคะ ส่วนของ Menus

507
00:47:27,005 --> 00:47:30,786
อธิบายให้หนูฟังเรียบร้อยแล้ว ว่าเมนูก็คือการชี้เพื่อให้เขาทำงานอย่างไร

508
00:47:30,786 --> 00:47:34,786
Natural language ที่เพื่อนบอกว่าเรียนภาษา Python

509
00:47:39,617 --> 00:47:43,617
มาแล้วนะคะ อาจารย์ก็เลยมองว่าไม่ใช่น่ะค่ะ เพราะ Python เป็นภาษาระดับสูง

510
00:47:44,096 --> 00:47:44,518
หนูน่าจะเรียนในปี 2 เทอม 2 หรือปี 3

511
00:47:44,518 --> 00:47:48,518
เทอม 1 นะคะ ส่วนทางด้าน

512
00:47:49,152 --> 00:47:50,808
ของ ปัญหาที่เกิดขึ้นนะคะ

513
00:47:50,808 --> 00:47:54,808
ปัญหาที่เกิดขึ้น Value Value

514
00:47:59,385 --> 00:48:02,656
เช่น หนูเซตค่า i = integer

515
00:48:02,656 --> 00:48:06,463
ค่า i ที่หนูจะพรินต์ลงไปนั้น เป็น

516
00:48:06,463 --> 00:48:10,463
จำนวนเต็ม แต่ถ้าหนูบอกว่า i = Float

517
00:48:15,084 --> 00:48:19,084
แสดงว่าตัวเลขนั้นจะเป็นตัวเลขทศนิยม แต่ถ้าหนูบอก i ตัวนี้เท่ากับ char

518
00:48:19,678 --> 00:48:23,678
ตัว i ตัวนี้กลายเป็น... เป็นอะไรคะ char

519
00:48:26,316 --> 00:48:26,696
หรือ Text บางโปรแกรมใช้ Text

520
00:48:26,696 --> 00:48:30,696
เป็นอะไรลูก ใครตอบยกมือเลยลูก

521
00:48:32,549 --> 00:48:36,549
ยกมือ ใครตอบได้ เบอร์ 9 ตอบลูก ตอบว่า...

522
00:48:41,615 --> 00:48:45,615
(ล่าม) i = 0 ครับ

523
00:48:51,218 --> 00:48:55,218
(ล่าม) i = 2

524
00:48:58,601 --> 00:49:00,609
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ขอบใจ เข้าใจค่ะ

525
00:49:00,609 --> 00:49:04,609
เสียงของล่ามทางโน่น อาจารย์ไม่เข้าใจ

526
00:49:08,692 --> 00:49:12,692
แล้วค่ะ เรียนไปเรื่อย ๆ อาจารย์ก็พอจำได้แล้วนะคะ

527
00:49:15,637 --> 00:49:15,891
พอจำได้ว่าหนูสื่อถึงอะไร รหัสลูก เบอร์ 9 20...

528
00:49:15,891 --> 00:49:19,891
4 ไหมครับ เบอร์ 9 ครับ (ล่าม) เบอร์ 4 ครับ

529
00:49:21,034 --> 00:49:25,034
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ครับผม 204 ครับ มา

530
00:49:26,692 --> 00:49:26,850
คราวนี้หนูรู้แล้ว

531
00:49:26,850 --> 00:49:30,850
ค่าเป็นอย่างไร กำหนดอะไรเขาก็เป็นอย่างนั้นน่ะ

532
00:49:36,999 --> 00:49:40,999
เด็กที่ไว้ผมยาวคือผู้หญิง เรากำลังทำการ

533
00:49:44,602 --> 00:49:48,341
เด็กที่ไว้ผมยาว เขาคือผู้หญิง เด็กที่ไว้ผมสั้น

534
00:49:48,341 --> 00:49:52,341
คำถาม คำว่า "สั้น" สั้นแค่ไหนล่ะถึงจะเป็นผู้ชาย

535
00:49:54,704 --> 00:49:58,704
ใช่ไหมคะ มีบัญญัตินะ หลายข้อเลย แต่ถ้าหนูมาดูเรื่องของ Solution

536
00:50:03,313 --> 00:50:05,332
Try to understand a subset เขาพยายาม

537
00:50:05,332 --> 00:50:09,332
ทำความเข้าใจเซตด้านใน เช่น หนูใช้ Loop while

538
00:50:12,997 --> 00:50:16,997
ถ้าหนูใช้ Loop Y Y จะอยู่ใน Loop บน

539
00:50:18,745 --> 00:50:22,745
Loop While W-h-i-l-e

540
00:50:23,009 --> 00:50:25,241
แล้วลงมาจะเป็น loop for จาก Loop for

541
00:50:25,241 --> 00:50:28,198
Loop if

542
00:50:28,198 --> 00:50:32,198
ทำอะไรคะ Loop if

543
00:50:35,176 --> 00:50:36,529
คำสั่ง if-else ใครตอบได้

544
00:50:36,529 --> 00:50:38,084
หนูยกมือได้เลยลูก กินน้ำเยอะ

545
00:50:38,084 --> 00:50:42,084
If เป็นคำสั่ง หนูจะใช้ก็ต่อเมื่อ...

546
00:50:49,509 --> 00:50:53,509
เอ๊ะ หนูเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมมาแล้วใช่หรือไม่ลูก

547
00:50:55,589 --> 00:50:59,589
เราใช้คำสั่ง If ก็ต่อเมื่ออะไรลู

548
00:51:08,282 --> 00:51:09,980
ก If ถ้าเด็กได้ 30-59 เขาได้เกรด F

549
00:51:09,980 --> 00:51:13,980
เป็นการทำไมคะ เช็ก

550
00:51:20,695 --> 00:51:24,695
เมื่อเป็นการเช็กปั๊บ สัญลักษณ์ของการ Shape จะเป็นรูปข้าวหลามตัด ข้าวหลามตัด รู้จั

551
00:51:32,297 --> 00:51:34,128
กข้าวหลามตัดไหมลูก ข้ามหลามตัด รูปภาพข้ามหลามตัด

552
00:51:34,128 --> 00:51:38,128
เป็น Stye แบบ

553
00:51:40,294 --> 00:51:40,571
ข้าวหลามตัด อาจารย์ขอเข้าใน Google

554
00:51:40,571 --> 00:51:43,063

555
00:51:43,063 --> 00:51:47,063
เราจะลองมารับรู้ในเรื่องของข้าวหลามตัดบ้างลูก

556
00:51:53,774 --> 00:51:54,873
แทรก

557
00:51:54,873 --> 00:51:58,873
นี่แหละคือปัญหา หนูใช้ Microsoft Word เมนู

558
00:52:03,917 --> 00:52:07,917
จะอย่างหนึ่งนะคะ ถ้าอาจารย์สอนหนู หนูใช้

559
00:52:12,310 --> 00:52:15,328
Microsoft Word แต่อาจารย์ใช้เอกสารใน Google เมนูของเราจะไม่เหมือนกันนะคะ เราจะไม่เหมือนกันนะ ตอนนี้

560
00:52:15,328 --> 00:52:18,148
อาจารย์กำลังหารูปร่างค่ะ

561
00:52:18,148 --> 00:52:22,148
รูปร่าง ใครพอรู้ไหมคะลูก

562
00:52:22,391 --> 00:52:24,019
ค้นหาในเว็บเลย

563
00:52:24,019 --> 00:52:28,019
อาจารย์ค้นหาในเว็บแล้ว

564
00:52:34,054 --> 00:52:37,555
รูปแบบ

565
00:52:37,555 --> 00:52:41,555
ตัวหนา เดี๋ยวนะ เครื่องมือ

566
00:52:45,550 --> 00:52:46,797
ส่วนขยาย รูปแบบ แทรก

567
00:52:46,797 --> 00:52:50,173
ภาพวาด

568
00:52:50,173 --> 00:52:54,173
ภาพวาดเลย

569
00:52:57,651 --> 00:53:01,651

570
00:53:03,319 --> 00:53:07,319
รูปร่าง ข้าวหลามตัด นี่

571
00:53:09,487 --> 00:53:11,509
เจอแล้วค่ะ นี่คือ

572
00:53:11,509 --> 00:53:15,509
การใช้ loop if ถ้าเด็ก

573
00:53:18,935 --> 00:53:22,935
ได้ 30-59 คำตอบของเขา จะมี

574
00:53:24,549 --> 00:53:27,110
ค่าเป็นจริงนะคะ คำตอบของเขา

575
00:53:27,110 --> 00:53:31,110
จะมีค่าเป็นจริง แล้วเราจะ Print

576
00:53:32,947 --> 00:53:36,139
ออกเป็นในหน้าจอให้เขาเห็น

577
00:53:36,139 --> 00:53:40,139
ว่าเป็นเกรดอะไรนะคะ

578
00:53:40,313 --> 00:53:41,620
แต่ถ้าหากว่าไม่ใช่ล่ะ

579
00:53:41,620 --> 00:53:45,620
ถ้าไม่ใช่ ลูกศร

580
00:53:47,612 --> 00:53:51,612
จะขึ้นมาแค่ 2 ลูกศรเท่านั้นนะคะ แค่ 2 ลูกศร ถ้าตัวนี้

581
00:53:56,500 --> 00:53:56,821
เป็นตัวของค่าจริง

582
00:53:56,821 --> 00:54:00,821
นะคะ ค่าจริงอาจารย์จะใช้เป็นตัว T แทนนะลูกนะ ใช้

583
00:54:03,796 --> 00:54:07,796
เป็นตัว T แทน ถ้าเราดาวน์โหลด Visio มา

584
00:54:14,736 --> 00:54:18,736
ถ้าเราดาวน์โหลด Visio มา

585
00:54:20,383 --> 00:54:24,383
ต่อมาลูก อันนี้เป็นค่าของ F เป็นค่า False

586
00:54:24,399 --> 00:54:28,399
อาจารย์สอนเด็กปกติเขียนโปรแกรม ออก

587
00:54:31,783 --> 00:54:32,845
ทุกทิศทางเลยค่ะ ปกติข้าวหลามตัดนะคะ

588
00:54:32,845 --> 00:54:36,845
การ Shape If จะออกแค่ 2 ทางเท่านั้น ไม่จริง

589
00:54:40,405 --> 00:54:41,075
ก็เท็จ แต่เท็จแล้วเรา Shape ได้อีกไหม

590
00:54:41,075 --> 00:54:44,071
ได้ค่ะ ถ้าไม่ใช่

591
00:54:44,071 --> 00:54:48,071
แล้วมันมีอีกไหมล่ะ มันมีเงื่อนไขอีกไหม มันสามารถ

592
00:54:51,434 --> 00:54:55,255
ที่จะต่อได้นะคะ อันนี้ก็สามารถที่จะต่อได้

593
00:54:55,255 --> 00:54:59,255
อีก นี่ค่ะ ก็จะต่อได้ ขยับให้ตรงนิดหนึ่ง อย่างนี้ค่ะ แต่สุดท้ายนะคะ

594
00:55:00,877 --> 00:55:04,877
นะคะ เดี๋ยว...

595
00:55:16,412 --> 00:55:20,120
อยากให้ขยับทีละนิดลูก กด Ctrl ค้าง แล้วกด

596
00:55:20,120 --> 00:55:22,137
เครื่องหมายลูกศรค่ะ ที่คีย์บอร์ดของหนูเอง

597
00:55:22,137 --> 00:55:26,137
เขาจะขยับทีละนิด บางทีเมาส์ไม่สามารถ

598
00:55:26,844 --> 00:55:30,794
ที่จะควบคุมได้ขนาดนั้นนะคะ  คราวนี้ เมื่อหนู

599
00:55:30,794 --> 00:55:34,794
กดการมีเงื่อนไขเกิดขึ้นมาปุ๊บ หนูก็ต้อง

600
00:55:38,577 --> 00:55:42,577
มีเส้นเกิดขึ้นมาแล้ว อีก 2 เส้นนะคะ อาจารย์ก็จะมองว่าถ้า 2 เส้นจะ Copy ได้ไหมล่ะ

601
00:55:45,969 --> 00:55:47,286
ถ้าอย่างนั้นน่ะ อาจารย์คลิกขวาคัดลอกแล้ว

602
00:55:47,286 --> 00:55:49,310
คัดลอกค่ะ แล้วก็

603
00:55:49,310 --> 00:55:52,791
วาง มาแล้วค่ะ เส้น อาจารย์เลยบอก

604
00:55:52,791 --> 00:55:56,791
ถ้าจริงนะ มานี่นะ จริงน่ะ จริง

605
00:55:57,441 --> 00:55:57,754
ก็ Copy มา

606
00:55:57,754 --> 00:56:01,754
คัดลอกค่ะ แล้วก็ลงมาวาง

607
00:56:05,966 --> 00:56:09,966
อย่างนี้ค่ะ แต่เขาก็ต้องมีเส้น

608
00:56:12,857 --> 00:56:16,857
ลงมาอีกค่ะ อย่างนี้เป็นการเช็กนะคะ อย่างนี้เป็นการเช็ก

609
00:56:19,078 --> 00:56:23,078
อาจารย์ไม่ให้หนูทำหรอกค่ะ Flowchartโฟชาร์ต ยังไม่ให้ทำ

610
00:56:26,813 --> 00:56:27,749
ไม่ให้ทำนะคะ อันนี้เป็นวิธีการทำให้รู้นะคะ

611
00:56:27,749 --> 00:56:28,558
ให้รู้เอาไว้นะลูกนะ ต่อมาคะ่

612
00:56:28,558 --> 00:56:31,347
พอหนู

613
00:56:31,347 --> 00:56:35,347
รู้แล้ว ว่าการพลิกบน key words

614
00:56:39,872 --> 00:56:43,872
เห็นไหมคะ บน Keyword เมื่อสักครู่อาจารย์คลิกที่ข้าวหลามตัด

615
00:56:44,271 --> 00:56:45,828
เด็ก ๆ จะรู้ทันทีเลยว่าเป็น

616
00:56:45,828 --> 00:56:49,278
การตัดสินใจนะ แล้วผลของมันน่ะจะออกมาแค่

617
00:56:49,278 --> 00:56:53,278
2 ทิศทาง นั่นคือไม่จริงก็เท็จ ถ้าจริงก้จบ

618
00:56:57,547 --> 00:56:57,773
ถ้าเราเช็กความเป็นจริงนะคะ แต่ถ้าเราเช็กความเป็นเท็จ

619
00:56:57,773 --> 00:57:01,773
ถ้าเท็จเมื่อไหร่งานจบ แต่ถ้าเป็นจริงก็ทำ

620
00:57:01,891 --> 00:57:05,891
ต่อไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ เช่น หนูจะ Print

621
00:57:08,070 --> 00:57:12,070
เอกสารวุฒิบัตร ให้เด็กทั้งหมด 20 คน หนู

622
00:57:13,013 --> 00:57:14,000
ทำทั้งหมดมาจนถึง 20 แล้ว แสดง่วา Loop นี้

623
00:57:14,000 --> 00:57:16,408
สิ้นสุด ระบบก็จะทำการ

624
00:57:16,408 --> 00:57:19,638
ทันที ก็จบงานนะคะ แต่พอมา

625
00:57:19,638 --> 00:57:23,638
เป็นในเรื่องของ Query Query  เป็นเรื่องที่

626
00:57:31,568 --> 00:57:35,315
ยากมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็กปกติ หรือจะเป็นเด็กที่จบโปรแกรมเมอร์มาแล้ว ทุกคนจะตายอยู่ที่

627
00:57:35,315 --> 00:57:38,056
Query Query คือ การจัดการข้อมูลให้

628
00:57:38,056 --> 00:57:42,056
มีการไปตามที่ฉันต้องการ ใช้คำพูดอย่างนี้เลยนะคะ

629
00:57:44,623 --> 00:57:48,623
User จะเป็นคนบอกว่าฉันต้องการอะไร เช่น เขาให้คุณ Query ข้อมูล

630
00:57:53,851 --> 00:57:57,523
ของเด็กผู้หญิงนะคะ ของเด็กผู้หญิงที่มีพฤติกรรมเยี่ยงชาย

631
00:57:57,523 --> 00:58:01,523
ให้เขา Query ออกมา อันนี้อันที่ 1

632
00:58:02,136 --> 00:58:06,136
2. ถ้าอาจารย์บอกว่าให้คุณ Query นักศึกษา

633
00:58:07,631 --> 00:58:08,414
ที่มีเกรดเฉลี่ย 3.57

634
00:58:08,414 --> 00:58:12,414
ขึ้นไป มีทั้งหมดกี่คน  นี่คือการ Query

635
00:58:17,660 --> 00:58:21,660
นะคะ เป็นเงื่อนไข ใครล่ะเป็นคนบอก ก็ User ทั้งสิ้น User เป็นคนบอกนะคะ

636
00:58:22,887 --> 00:58:25,199
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม

637
00:58:25,199 --> 00:58:29,199
นะคะ เป็นคุณภาพ หรือเป็นฟังก์ชัน ให้คนสร้าง

638
00:58:31,786 --> 00:58:35,786
ฟังก์ชันในการตรวจสอบว่าเด็กคนไหน

639
00:58:36,227 --> 00:58:38,232
ที่ไม่จบ ม.6 เราไม่รับเข้า ICT

640
00:58:38,232 --> 00:58:42,232
อย่างนี้ค่ะ เขาก็จะเอาอะไรคะ ใบ Transcript ของหนู

641
00:58:45,397 --> 00:58:49,397
เอามาสแกน เด็กคนนี้จบสาย ปวช.

642
00:58:52,512 --> 00:58:52,774
จบสาย ปวส. ไม่มีสิทธิเข้าเรียนในสายของ ICT เป็นต้น ก็ใครเป็นคนกำหนด ก็

643
00:58:52,774 --> 00:58:55,284
User เหมือนเดิมนะคะ Query

644
00:58:55,284 --> 00:58:59,284
ใน SQL หนูได้เรียนวิชาฐานข้อมูลแล้ว

645
00:59:03,870 --> 00:59:07,870
หรือยังคะ ผ่านไหมคะ พยักหน้าก็ได้ลูก ถ้าเคยผ่านตามาแล้ว ฐาน

646
00:59:12,987 --> 00:59:16,987
ข้อมูล ไม่ผ่านเลยเหรอคะ ยังไม่ผ่านวิชานี้เลยเหรอคะ ยังเลย

647
00:59:22,075 --> 00:59:23,938
ถ้า SQL เขาจะบอกเลย ว่า

648
00:59:23,938 --> 00:59:27,836
SELECT FROM WHERE

649
00:59:27,836 --> 00:59:31,198
อาจารย์ขอเข้าไปในตัวเอกสาร

650
00:59:31,198 --> 00:59:35,198
นี้นิดหนึ่งนะคะ เห็นไหมคะ สร้าง ปุ๊บ ข้อดี

651
00:59:36,440 --> 00:59:40,440
ของ Google เป็นอย่างนี้ค่ะ ทำงานได้เลย นี่ อาจารย์ขอเข้ามาในนี้นะคะ

652
00:59:45,304 --> 00:59:49,304
คราวนี้ ดูนะคะ  เราจะ SQL แล้วนะคะ

653
00:59:52,124 --> 00:59:55,428
อาจารย์ไม่ได้ให้หนูทำลูก ให้หนูดูเฉย ๆ

654
00:59:55,428 --> 00:59:59,428
ให้หนู SELECT s-l-

655
01:00:00,359 --> 01:00:04,359
e-c-t Select Select Select อะไร

656
01:00:06,300 --> 01:00:10,300
เดี๋ยวค่อยว่ากัน Select from

657
01:00:11,051 --> 01:00:15,051
From f-r-o-m เดี๋ยวอาจารย์ขอทำ

658
01:00:16,995 --> 01:00:18,994
ตัวใหญ่ ๆ ก่อนนะคะ

659
01:00:18,994 --> 01:00:22,994
select

660
01:00:28,775 --> 01:00:32,775
จากไหนไปไหนล่ะ where คุณจะเอาจากที่ไหนล่ะ where

661
01:00:36,325 --> 01:00:37,248
w-h-e-r-e select from where

662
01:00:37,248 --> 01:00:41,248
เลือก ครูเลือกอะไร เลือกค่า

663
01:00:44,561 --> 01:00:45,986
ค่า i ที่มีค่าเท่ากับนางสาว

664
01:00:45,986 --> 01:00:49,986
ขอโทษนะคะ ขอโทษ

665
01:00:55,716 --> 01:00:59,716
ใช้มือเดียว อาจารย์ก็ไม่ถนัดเหมือนกันค่ะ เลือก i

666
01:01:06,214 --> 01:01:06,374
ที่มีค่านางสาว จากไหนล่ะ จาก from ไหน

667
01:01:06,374 --> 01:01:08,367
จาก from ที่ชื่อว่า

668
01:01:08,367 --> 01:01:10,010
"ทะเบียน"

669
01:01:10,010 --> 01:01:14,010

670
01:01:14,429 --> 01:01:18,429
จากตารางนะคะ ตรงนี้จากตาราง

671
01:01:23,065 --> 01:01:27,065
นะคะ from อะไร from ทะเบียน

672
01:01:27,668 --> 01:01:31,668
T-e-b-e-a-n Where

673
01:01:33,141 --> 01:01:37,141
คุณจะให้คำว่า "นางสาว" นี้ไปอยู่ที่ไหนล่ะ

674
01:01:38,633 --> 01:01:42,633
ให้เขาไปอยู่ใน Tabean หนูเขียนอย่างไร มันก็จะขึ้นอย่างนั้น

675
01:01:48,373 --> 01:01:50,996
นะคะ หนูไปสร้างฟอร์มอย่างไรมันก็จะขึ้นมาอย่างนั้นนะคะ Tabean ที่เป็นตัว

676
01:01:50,996 --> 01:01:52,077
ของ Miss

677
01:01:52,077 --> 01:01:56,077
เห็นไหมคะ คราวนี้แสดงว่า

678
01:01:57,205 --> 01:02:01,205
เลือก i แสดงว่าชื่อของคำนำหน้าชื่อ

679
01:02:01,794 --> 01:02:05,690
นะคะ คำนำหน้าชื่อจะอยู่ในช่องของ i แล้ว

680
01:02:05,690 --> 01:02:09,690
เอามาจากไหนล่ะไอ้ช่องของ i นี่ เอามาจาก from

681
01:02:13,531 --> 01:02:17,531
ที่ชื่อว่า "Tabean" แล้วหนูจะให้คำว่า

682
01:02:18,715 --> 01:02:22,715
"นางสาว" ทั้งหลายแหล นี่จะให้ย้ายไปที่ไหนล่ะ where ไปไหนล่ะ ไปที่ TabeanMiss

683
01:02:28,600 --> 01:02:29,874
ไว้ที่ไหน where แล้วนะคะ ให้เก็บไว้ที่ไหน ให้เก็บไว้ในตัวคำว่า

684
01:02:29,874 --> 01:02:33,874
สถานะ หรือคำว่า "Status"

685
01:02:34,767 --> 01:02:35,977

686
01:02:35,977 --> 01:02:39,977
นะคะ ให้เก็บเอาไว้ในตัวนี้

687
01:02:42,738 --> 01:02:46,738
สังเกตนะคะ เมื่อสักครู่หนูดูนะ เมื่อกี้ไม่มี ,

688
01:02:56,403 --> 01:03:00,403
แล้วอาจารย์คลิก เห็นไหมคะ ไม่รู้จัก อันนี้แค่ Syntax นะ อันนี้แค่ Syntax

689
01:03:01,116 --> 01:03:04,911
เห็นไหมคะ เพราะเขามองว่ามันเป็นตัว

690
01:03:04,911 --> 01:03:08,911
2 ตัว นี่คือ SQL หลัก ๆ มีแค่นี้เองลูก selece from where

691
01:03:13,034 --> 01:03:17,034
ถ้าอาจารย์แอนสอนวิชาฐานข้อมูลเบื้องต้น อาจารย์ก็จะให้หนูน่ะ

692
01:03:17,044 --> 01:03:21,044
เข้าใน Colab เพราะหนูเรียน Python มาแล้วนี่

693
01:03:24,126 --> 01:03:27,324
ก็จะให้หนูเขียนใน Colab ใช้ CoLab

694
01:03:27,324 --> 01:03:29,948
ในการ Ping หรือการดึง Database

695
01:03:29,948 --> 01:03:33,948
เหนือมากที่สุด คือ ดึง Database หนู

696
01:03:34,069 --> 01:03:37,197
อยู่สายนวัตกรรมนะคะ หนูจะต้องนำเอางานที่

697
01:03:37,197 --> 01:03:41,197
มีอยู่ เช่น Word ที่เขาใช้เพื่อเขียนเอกสาร แต่ Word ของหนูสามารถเขียนโปรแกรมได้

698
01:03:45,882 --> 01:03:49,882
แสดงว่าหนูกำลังใช้เครื่องมือมากกว่าที่เขารู้ ก็เป็นโปรเจกต์จบได้เหมือนกันอันนี้

699
01:03:54,915 --> 01:03:58,915
นะคะ นี่ไงคะ ที่อาจารย์บอกว่า เขาทำไมคะ เขา Require

700
01:04:04,030 --> 01:04:05,143
แล้วคุณเข้าใจไหมล่ะ เข้าใจโครงสร้าง Structure

701
01:04:05,143 --> 01:04:09,143
ของอะไรของ Database แล้วใน Syntax

702
01:04:11,237 --> 01:04:12,105
คือ รูปแบบ ที่อาจารย์เขียนเมื่อสักครู่นี่ อาจารย์ไม่มีลูกน้ำ

703
01:04:12,105 --> 01:04:14,070
เขาขีดเส้นใและทำความต้องการ

704
01:04:14,070 --> 01:04:18,070
ที่มันเป็น Expire

705
01:04:20,969 --> 01:04:24,969
วัน อาจารย์ดู TikTok อีกแล้วนะคะ TikTok

706
01:04:26,402 --> 01:04:26,635
อะไรก็ TikTok อาจารย์ชอบเล่น TikTok ค่ะ เขาบอกว่า

707
01:04:26,635 --> 01:04:30,635
ภายในกับหมดอายุ ถ้าภายใน

708
01:04:31,612 --> 01:04:35,423
เราสามารถกินได้ แต่ถ้ามันหลุดจากภายใน

709
01:04:35,423 --> 01:04:39,423
ไม่ใช่ Expy

710
01:04:41,968 --> 01:04:45,968
นะคะ ไม่อร่อย อันนี้ใครเป็นคนกำหนด User แต่ถ้า form-fills

711
01:04:52,442 --> 01:04:54,930
นี่คือ from fills from fills จะอยู่ใน Excel

712
01:04:54,930 --> 01:04:57,972
ขอโทษนะคะ อยู่ใน Asset

713
01:04:57,972 --> 01:05:01,972
Asset หนูลองคำหาคำว่า "Asset" ดูสิลูก

714
01:05:04,679 --> 01:05:08,191
ค่ะ ลูก Tab Search a-c

715
01:05:08,191 --> 01:05:12,191
-c-e มีไหมคะ Access

716
01:05:14,859 --> 01:05:18,859
ลูกค้นดูสิคะ มีไหมคะ ถ้าไม่มี หนูเข้าไปในตัวของรหัส

717
01:05:19,490 --> 01:05:23,490
ของเราเลยนะคะ ของมหาวิทยาลัย เมลมหาวิทยาลัย

718
01:05:24,459 --> 01:05:28,028
แล้วกด 9 จุดลูก กด 9 จุด

719
01:05:28,028 --> 01:05:30,239
เขาจะมีเอกสารที่เรียกว่า "Word"

720
01:05:30,239 --> 01:05:34,239
เขาจะมี Sheet นะคะ ที่เรียกว่า "Spreadsheets"

721
01:05:38,877 --> 01:05:38,999
Spreadsheet เข้าเมลมหาวิทยาลัย

722
01:05:38,999 --> 01:05:42,043
เลยค่ะ อย่างนี้ค่ะ SNRU เมล

723
01:05:42,043 --> 01:05:46,043
แต่ละคน หนูเขาได้ไหมลูก ได้ไหม ได้อยู่นะ พยักหน้าให้อาจารย์

724
01:05:52,111 --> 01:05:53,187
หน่อยค่ะ เข้าเมลมหาวิทยาลัยได้ไหมคะ

725
01:05:53,187 --> 01:05:56,567
เมลมหาวิทยาลัย ได้นะคะ ถ้าเข้าไป

726
01:05:56,567 --> 01:06:00,555
ข้างในเห็นเหมือนกันไหม ข้างใน

727
01:06:00,555 --> 01:06:04,555
มีสไลด์ มีปฏิทิน มี Chat มี Meet

728
01:06:04,896 --> 01:06:08,824
แต่เราต้องการคำว่า "From" เห็น

729
01:06:08,824 --> 01:06:11,970
คำว่า "From" ในหน้าจอหรือยังคะ ถ้าเห็นแล้วยกมือ

730
01:06:11,970 --> 01:06:15,970
ให้อาจารย์หน่อยค่ะ ลูก อาจารย์จะลงไปดูนะ ของใคร

731
01:06:17,838 --> 01:06:18,218
ของใครขึ้นมาแล้ว ยกมือให้ครูหน่อย โอเค

732
01:06:18,218 --> 01:06:22,218
โอเคค่ะ เห็นไหมลูก เห็นไหม

733
01:06:29,974 --> 01:06:33,974
9 จุด กด 9 จุดนะคะ ให้หนูกด

734
01:06:38,330 --> 01:06:42,330
9 จุดลูก ดูที่ 9 จุดลูก

735
01:06:42,479 --> 01:06:46,479
เมลมหาวิทยาลัย แล้วหนูจะเห็น 9 จุดตรงนี้ลูก

736
01:06:50,617 --> 01:06:51,554
คลิก 9 จุด แล้วหนูจะเห็น from ตัวนี้

737
01:06:51,554 --> 01:06:55,554
โอเค เข้าเมลมหาวิทยาลัย

738
01:06:56,881 --> 01:06:57,130
ได้หรือยังคะลูก โอเค  เข้าได้แล้วนะคะ

739
01:06:57,130 --> 01:07:01,130
แล้วจากนั้นหนูเข้าฟอร์มแล้วใช่ไหมคะ

740
01:07:05,072 --> 01:07:09,072
คลิกเครื่องหมายบวกเลยค่ะ ใครเข้าได้แล้วให้คลิก

741
01:07:09,213 --> 01:07:13,213
เลยนะคะ

742
01:07:14,529 --> 01:07:18,529
อันนี้เป็นฟอร์มที่

743
01:07:20,217 --> 01:07:24,217
เวลาที่หนูสอบช่วงโควิด ถ้าหนูเข้ามาเรียนช่วงโควิด

744
01:07:30,599 --> 01:07:31,132
อาจารย์ท่านก็จะใช้ให้หนูสอบแบบข้อสอบปลอม

745
01:07:31,132 --> 01:07:35,132
มีหลายตัวเลือก มีมากมายค่ะ ตรงนี้ มีให้เราเลือก

746
01:07:36,675 --> 01:07:39,136
อันนี้เขาก็เรียกว่า "เมนู" ทั้งหมดเขาเรียกว่าเมนู

747
01:07:39,136 --> 01:07:42,072
แต่ถามว่าใช่ Access ไหม ไม่ใช่

748
01:07:42,072 --> 01:07:46,072
โปรแกรม Access ไม่ได้มีในนี้เลย

749
01:07:46,760 --> 01:07:47,415
เหรอคะ

750
01:07:47,415 --> 01:07:51,415
อาจารย์ขออนุญาตค้นหาแป๊บนะคะ

751
01:08:06,007 --> 01:08:10,007
หนูค้นหา Access เจอไหมคะ แต่ละคน

752
01:08:20,424 --> 01:08:24,424
เจอไหมแถบ Search น่ะลูก

753
01:09:29,320 --> 01:09:33,320
หนูเข้า Google ค่ะ หนู

754
01:09:34,018 --> 01:09:38,018
เข้า Google คลิก Tab ใหม่ Tab ทั้งหมดนี้

755
01:09:39,123 --> 01:09:43,123
ขึ้นอยู่กับสถานะของเครื่องด้วยนะคะ หนูเห็นโฆษณา

756
01:09:48,263 --> 01:09:52,263
ของ iPhone ตัวใหม่หรือยังนะคะ 16 หรือ 17 นะ หรือ 19 นะ จำไม่ได้ 16 Pro

757
01:09:53,079 --> 01:09:57,079
ไหมคะ อาจารย์ไม่รู้จักหรอกค่ะ อาจารย์ไม่ใช้ Apple

758
01:09:59,184 --> 01:10:03,184
ไม่ใช่หรอกค่ะ Apple น่ะ เขายังไม่ให้ Apple เต็มลูก

759
01:10:04,440 --> 01:10:06,829
อาจารย์ค้นหา Access มันเป็นอย่างไร หนูใช้คำว่า

760
01:10:06,829 --> 01:10:10,628
"Microsoft" สิลูก Microsoft

761
01:10:10,628 --> 01:10:14,628
หนูพิมพ์ไปว่า M-i-c-r-

762
01:10:19,001 --> 01:10:19,927
o แล้วหนูจะเห็นคำว่า "Soft"

763
01:10:19,927 --> 01:10:23,927
แล้วหนูก็พิมพ์คำว่า "cc"

764
01:10:24,015 --> 01:10:26,622
แล้วหนูจะเห็นคำว่า "Microsoft Access"

765
01:10:26,622 --> 01:10:30,622
อาจารย์ไม่ให้หนูดาวน์โหลดหรอกลูก ให้ดู

766
01:10:36,851 --> 01:10:40,053
เห็นไหมคะ หนูลองดาวน์โหลดดูสิคะ พอหนูพิมพ์ Microsoft นะคะ M-i-

767
01:10:40,053 --> 01:10:42,013
c-r-o แล้วเขาจะขึ้นคำว่า "

768
01:10:42,013 --> 01:10:46,013
S-o-f-t

769
01:10:46,094 --> 01:10:50,094
-A-c-c-o-

770
01:10:50,098 --> 01:10:52,553
-u-n-t

771
01:10:52,553 --> 01:10:56,553
เห็นไหมคะ ถามว่าเราใช้ตัวนี้ ไม่ใช่

772
01:10:57,079 --> 01:11:01,079
เราจะเอาตัวนี้ ตัวข้างล่างนี้ค่ะ Microsoft

773
01:11:08,873 --> 01:11:12,873
เห็นไหมคะ ตัวนี้ เห็นไหมลูก คลิกเลย พอคลิกปุ๊บ คราวนี้ล่ะ เขาบอกว่าซอฟต์แวร์นี้ แอปพลิเคชันนี้

774
01:11:20,239 --> 01:11:24,239
นี้ ที่เรียกว่า "Microsoft Access"

775
01:11:24,874 --> 01:11:28,874
เขาเป็นในเรื่องของการสร้างแอปพลิเคชันนะ มันเป็นอย่างไร คราวนี้ นี่ไงคะ ของเขาจะเป็นแบบนี้ค่ะ Access หน้าตาเขาจะเป็น

776
01:11:35,899 --> 01:11:36,152
สไตล์แบบนี้เลย นี่นะคะ

777
01:11:36,152 --> 01:11:40,013
ก็อยากที่จะให้หนูเห็นนะ ความจริงนะ หนูสามารถ

778
01:11:40,013 --> 01:11:44,013
ที่จะทำตัว ER หนูรู้ใช้ไหมลูก ตัวนี้ คือ ER

779
01:11:46,734 --> 01:11:46,980
คุ้นไหมคะ เคยรู้จักไหมลูกตัวนี้

780
01:11:46,980 --> 01:11:50,980
ER ER Diagram นี่อาจารย์เขาสอน

781
01:11:56,699 --> 01:12:00,699
อะไรกันนี่ อาจารย์สอนใหม่หมดเลยเหรอลูก อาจารย์สุรีย์พัชรมาสอนใหม่ทุกอย่าง หนูรู้

782
01:12:01,542 --> 01:12:02,351
ทุกวิชาเลยลูก เอาทุกวิชาเลยนะ อันนี้จะเป็น

783
01:12:02,351 --> 01:12:06,351
ER Diagram เด็กที่จะมาสอบจบนะคะ จะดู

784
01:12:11,459 --> 01:12:15,459
แค่หัวข้อเรื่อง แต่มี ER Diagram เขาบอกว่าอย่างนั้นขอดูโปรแกรมจบเลย อย่างนั้น หนูไม่รู้เลยว่า

785
01:12:18,361 --> 01:12:19,603
ER จะได้มาก็ต่อเมื่อหนูต้องสร้าง Database ก่อน

786
01:12:19,603 --> 01:12:23,603
นะคะ การสร้าง Database คือ การสร้างตาราง

787
01:12:25,278 --> 01:12:26,453
คืออันนี้ลูก นี่ค่ะ

788
01:12:26,453 --> 01:12:26,524
อันนี้คือการสร้างตาราง

789
01:12:26,524 --> 01:12:30,524
อาจารย์ไม่ซื้อหรอกนะคะ ไม่ซื้อหรอก

790
01:12:33,366 --> 01:12:37,366
ขยับออกหน่อยสิ นี่ค่ะ ภาพนี้ค่ะ

791
01:12:39,245 --> 01:12:43,245
การสร้างตารางลูก การสร้างตาราง

792
01:12:47,795 --> 01:12:51,795
สร้างอย่างไร เขาจะขึ้นเมนูเลย คำว่า "สร้างตาราง" หรือเขาเขียนคำว่า "Make Table" หรือ

793
01:12:54,544 --> 01:12:58,544
คำว่า "Create Table" ก็ขึ้นอยุ่กับเครื่อง

794
01:13:00,913 --> 01:13:03,401
อีกแหละ เวลาที่ลง เด็กบางคนชอบภาษาอังกฤษ หนูไม่เลือกภาษาไทยเลย เพราะฉะนั้น เมนูก็จะ

795
01:13:03,401 --> 01:13:07,401
มีแต่ภาษาอังกฤษทั้งสิ้นนะคะ อันนี้หนูยังมีใน

796
01:13:07,934 --> 01:13:11,934
เรื่องของ Access 365 ก็ยังมีอีกนะคะ

797
01:13:14,359 --> 01:13:18,359
อันนี้จะเป็นการทำ ER เช่นเดียว ถ้าหนูสร้าง Database ดี หนูสร้างลิงก์ปั๊บ เขาจะบอกเลยว่า

798
01:13:24,607 --> 01:13:28,607
การมีความเชื่อมคืออะไร บ้างคะ 1 ต่อ 1  1 to Many

799
01:13:30,893 --> 01:13:31,734
Many to Many คุ้นไหมคะ คุ้นไหมลูก 1 ต่อ 1

800
01:13:31,734 --> 01:13:35,734
1 ต่อ 1

801
01:13:36,351 --> 01:13:40,351
เช่น ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน รับเด็ก

802
01:13:44,260 --> 01:13:44,857
ได้ 1 คน สถานะ คือ 1 ต่อ 1

803
01:13:44,857 --> 01:13:48,857
แต่ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน สามารถสอนเด็ก

804
01:13:51,971 --> 01:13:54,994
ได้หลาย ๆ คน แสดงว่า 1 to m...

805
01:13:54,994 --> 01:13:56,038
แต่ถ้าวิชานั้น เช่นวิชา

806
01:13:56,038 --> 01:14:00,038
วิชาที่อาจารย์

807
01:14:00,704 --> 01:14:04,704
เยอะ ๆ น่ะ แอ่งสกล

808
01:14:06,035 --> 01:14:10,035
วิชาแอ่งสกล เป็น Many to Many

809
01:14:10,609 --> 01:14:14,609
เพราะหนูได้เจออาจารย์หลาย ๆ ท่าน อาจารย์ก็

810
01:14:20,329 --> 01:14:20,611
เจอเด็กหลาย ๆ ศาสตร์ ก็เลยกลายเป็น Many to Many

811
01:14:20,611 --> 01:14:20,887
มีทั้งหมดแต่ 3 อย่างนะคะ

812
01:14:20,887 --> 01:14:24,887
มีแค่ 3 อย่าง แต่บางคนเขาสามารถ... อาจารย์ครับ

813
01:14:25,100 --> 01:14:29,100
ผมเคยเห็น Many to One ก็ขึ้นอยู่ที่ว่า

814
01:14:36,954 --> 01:14:39,814
หนูเอา Database เอามาทางไหน เอาไว้ตรงไหน ที่จะโยกย้ายได้ การออกแบบคนครั้งแรก

815
01:14:39,814 --> 01:14:41,837
ย่อมไม่สวย คนที่ลอกเพื่อนมา

816
01:14:41,837 --> 01:14:45,837
ครั้งแรกสวยเสมอค่ะ เพราะเขา

817
01:14:48,893 --> 01:14:52,062
ไม่ได้คิด อาจารย์จะดูจากความน่าเกลียดเลยนะคะ อันแรก

818
01:14:52,062 --> 01:14:56,062
เพราะหนูจะต้องทำไมคะ ทั้งขีดทั้งเขียน Database เลย อาจารย์

819
01:15:00,895 --> 01:15:04,895
รู้ว่าข้อมูลของเด็ก 1 คนนี่ ถ้าอาจารย์อยากรู้ว่าพวกหนูน่ะ เป็นเด็กพิเศษ หนูเป็นเด็กพิเศษอะไร

820
01:15:07,231 --> 01:15:11,231
นะคะ หนูเป็นเด็กพิเศษอะไร เพื่อที่เราจะได้ทำไมคะ จัดการในเรื่องนั้น ๆ ได้

821
01:15:13,509 --> 01:15:16,079
นี่ค่ะ นี่เป็นการเก็บ Database แล้วนะ 1 อัน

822
01:15:16,079 --> 01:15:20,079
นะ Access เราก็ไม่มีนะ

823
01:15:20,393 --> 01:15:24,078
เครื่องครูนี่ ไม่มีทั้ง Word พิมพ์ Word ก็ไม่ได้

824
01:15:24,078 --> 01:15:24,741
Excel ก็ไม่ได้

825
01:15:24,741 --> 01:15:28,741
จ้ะ ๆ ไม่เป็นไร

826
01:15:29,941 --> 01:15:33,941
แก้ปัญหาได้ ต่อมาลูก

827
01:15:35,267 --> 01:15:38,918
อันนี้ คือ Spreadsheets ที่เมื่อกี้นี้

828
01:15:38,918 --> 01:15:42,918
เมื่อกี้นี้ นี่ค่ะ เมื่อกี้นี้ เข้าไปใหม่

829
01:15:45,957 --> 01:15:46,352
ที่หนูมาตรงนี้แล้วหนูก็เห็น

830
01:15:46,352 --> 01:15:50,352
คำว่า "Sheet" พอคลิกปั๊บ

831
01:15:56,984 --> 01:16:00,984
มันก็จะขึ้นอย่างนี้ทันทีเลยค่ะ ถ้าหนูเรียนวิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐาน อาจารย์จะพาหนูทำ

832
01:16:03,793 --> 01:16:06,828
การลิงก์นะคะ ทำการลิงก์ เช่น ถ้าหากหนูเปลี่ยนชื่อ

833
01:16:06,828 --> 01:16:10,828
เปลี่ยนนามสกุล แต่เรามี Tab ทั้งหมด 20 Tab เราจะ

834
01:16:12,858 --> 01:16:13,369
เปลี่ยน 2 Tab เป็นไม่ได้ เราจะเปลี่ยน Tab แรก

835
01:16:13,369 --> 01:16:17,369
เราเปลี่ยน Tab แยก Tab 1 2 3 4 5 ถึง 20

836
01:16:20,985 --> 01:16:24,061
ทันทีนะคะ ยตย. ลูก ยกตัวอย่างเช่น นะคะ อาจารย์จะใช้วิธีการว่าอันนี้จะเป็นเลขที่

837
01:16:24,061 --> 01:16:28,061
หนูพิมพ์ตามกันเลยนะคะลูก เลขที่

838
01:16:31,413 --> 01:16:33,728
เลขที่ ตามด้วยชื่อลูก

839
01:16:33,728 --> 01:16:35,801
B1 ชื่อ

840
01:16:35,801 --> 01:16:39,801
C1 นามสกุล

841
01:16:40,322 --> 01:16:44,322
นามสกุล แค่นี้พอแล้วลูก เอาตาม

842
01:16:48,988 --> 01:16:52,244
อาจารย์เอาแค่นี้พอ เลขที่ อาจารย์ขอเป็น

843
01:16:52,244 --> 01:16:56,244
เลขที่คนแรกเลยนะคะ ขอเป็น 3 ตัวท้ายนะลูก

844
01:16:56,937 --> 01:16:59,433
202 หนูมีชื่อว่า วุฒิชัย

845
01:16:59,433 --> 01:17:03,433
วุฒิชัย

846
01:17:04,709 --> 01:17:08,709
เหลาแหลม นะคะ วุฒิชัย เหลาแหลม นะคะ

847
01:17:14,019 --> 01:17:18,019
เหลาแหลม เอาแค่ 2 คน ลูก อาจารย์เลือกแค่ 2 คน

848
01:17:25,026 --> 01:17:29,026
203 ลูก 203 203 ชื่อว่า นายเดชมงคล อาจารย์

849
01:17:29,924 --> 01:17:33,573
ไม่มีคำนำหน้าชื่อ เห็นไหมคะ เดชมงคล

850
01:17:33,573 --> 01:17:35,171
แล้วก็กดลูกศรขวา

851
01:17:35,171 --> 01:17:38,649
พุฒพันธ์ ลูก

852
01:17:38,649 --> 01:17:42,649
หนูก็ใส่ชื่อเพื่อน 1 คน แล้วก็ใส่ชื่อหนู 1 คน

853
01:17:45,306 --> 01:17:48,383
แค่ 2 คนพอแล้วลูก พัทธพันธ์

854
01:17:48,383 --> 01:17:52,383
อาจารย์พิมพ์ผิดอาจารย์ขอโทษนะคะ

855
01:17:54,467 --> 01:17:58,467
แล้วคราวนี้ เริ่มแล้ว

856
01:18:00,075 --> 01:18:00,216
นะคะ ขอ Sheet แรก

857
01:18:00,216 --> 01:18:04,216
หนูพิมพ์เสร็จหรือยังลูก พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วยัง

858
01:18:12,430 --> 01:18:16,072
ให้ A1 นะลูก A1 พิมพ์คำว่า "เลขที่" ลูก

859
01:18:16,072 --> 01:18:20,072
A1 พิมพ์คำว่า "เลขที่" อาจารย์ขออนุญาต

860
01:18:21,053 --> 01:18:23,701
หนูจะได้มองเห็นชัด ชัดขึ้นไหมคะลูก

861
01:18:23,701 --> 01:18:27,701
ชัดขึ้นนะ โอเคค่ะ A1 เลขที่ B1 ชื่อ

862
01:18:34,152 --> 01:18:34,176
C1 นามสกุล ลงมาค่ะ

863
01:18:34,176 --> 01:18:37,755
รหัส 3 ตัวท้ายของตัวเราเลยลูก

864
01:18:37,755 --> 01:18:41,383
และก็ชื่อเรา นามสกุลเรา ลงมาค่ะ

865
01:18:41,383 --> 01:18:45,383
เป็น A3 ขอเป็นรหัสเพื่อน ชื่อเพื่อน

866
01:18:49,927 --> 01:18:53,927
2 คน อาจารย์ขอแค่ 2 คนพอค่ะ แล้วให้ไปชี้ที่ชีต 1 ข้างล่าง ไป

867
01:19:00,336 --> 01:19:04,336
ชี้ที่ชีต 1 ข้างล่าง คลิกขวาค่ะ เปลี่ยนชื่อ คลิกขวาที่คำว่า "Sheet 1"

868
01:19:06,941 --> 01:19:10,941
ตรง Taskbar ตรง Sheet ข้างล่าง แล้วเลือกค่ะ เห็นไหมคะ อาจารย์ให้เมาส์ชี้

869
01:19:16,590 --> 01:19:18,485
แปลว่าการเลือก ฉันเลือกแล้วนะ เลือกอะไร เลือกเมนูเปลี่ยนชื่อ เลือกแล้วคลิก 1 ครั้ง

870
01:19:18,485 --> 01:19:22,485
ตอนนี้ Cursor กระพริบแล้วตรง Sheet 1

871
01:19:24,695 --> 01:19:26,634
อาจารย์ใช้คำว่า "หน้าหลัก"

872
01:19:26,634 --> 01:19:30,576
พิมพ์เสร็จเรียบร้อยให้กด Enter

873
01:19:30,576 --> 01:19:34,576
ตอนนี้หน้าแรกของเราชื่อว่า "หน้าหลัก"

874
01:19:37,035 --> 01:19:41,035
โอเคไหม คราวนี้ ให้หนูกดเครื่องหมายบวกด้านซ้าย

875
01:19:46,668 --> 01:19:50,398
จากหนูเปลี่ยนชื่อเมื่อกี้ เห็นไหมลูก แล้วก็เป็นขีด ๆ

876
01:19:50,398 --> 01:19:54,186
แล้วหนูก็เห็นเป็นเครื่องหมายบวก กด + เลยค่ะ

877
01:19:54,186 --> 01:19:56,915
กด + เลย กด + ปุ๊บ Sheet 2 ปรากฏขึ้นทันที โอเคไหมคะ ตอนนี้

878
01:19:56,915 --> 01:20:00,915
ใครมี Sheet 1 Sheet 2 แล้ว ยกมือให้อาจารย์ดูหน่อยลูก

879
01:20:02,919 --> 01:20:06,919
ใครได้ Sheet 1 Sheet 2 แล้ว

880
01:20:11,959 --> 01:20:15,959
ใครยังไม่ได้ อาจารย์จะเดินไปหาค่ะ

881
01:21:25,159 --> 01:21:25,285
ได้แล้วไหมคะตอนนี้

882
01:21:25,285 --> 01:21:29,285
ให้นำเมาส์มาชี้ที่ Sheet 2 ค่ะ ทำ Sheet 2

883
01:21:34,872 --> 01:21:38,872
มาได้อย่างไรคะ กดเครื่องหมายบวกค่ะ กดเครื่องหมายบวกข้างล่าง

884
01:21:40,813 --> 01:21:41,694
ข้างล่าง จากหน้าหลักเมื่อกี้นี้ แล้วหนูกดเครื่องหมาย

885
01:21:41,694 --> 01:21:43,602
บวกนะคะ กดเครื่องหมายบวก 1 ครั้ง

886
01:21:43,602 --> 01:21:47,602
กดเครื่องหมายบวก 1 ครั้งค่ะ

887
01:22:01,176 --> 01:22:05,176
ตอนนี้ใครยัง

888
01:22:05,979 --> 01:22:07,522
ไม่ได้ถึงตรงนี้บ้างคะ

889
01:22:07,522 --> 01:22:11,522
ได้ครบไหมลูก ครบหนูพยักหน้าให้อาจารย์นิดหนึ่งค่ะ

890
01:22:19,696 --> 01:22:23,696
อันนี้ได้แน่ค่ะ อันนี้ได้แน่ อาจารย์ห่วงทางนี้ ได้ไหมคะ

891
01:22:27,871 --> 01:22:31,871
คลิกที่ Sheet 2 ไว้นะคะ

892
01:22:33,612 --> 01:22:37,612
คราวนี้ เราจะมาทำงานที่ Sheet 2 ค่ะ ให้เขาดึงข้อมูลมาที่

893
01:22:42,739 --> 01:22:44,693
Sheet 2 ตอนนี้ให้หนูนำเมาส์มาคลิกที่ A1

894
01:22:44,693 --> 01:22:48,693
ค่ะ เขาจะพิมพ์อะไรก็เรื่องของเขาช่างเขาค่ะ ให้หนูพิมพ์

895
01:22:52,954 --> 01:22:56,954
เครื่องหมาย = ค่ะ พิมพ์เครื่องหมาย = เครื่องหมายเท่ากับ

896
01:22:59,620 --> 01:23:02,522
ที่ช่อง A1 ค่ะ ถามดูตรงไหน

897
01:23:02,522 --> 01:23:04,732
A1 ดูตรงนี้ค่ะ ป้ายชื่อค่ะ

898
01:23:04,732 --> 01:23:08,732
ป้ายชื่อ เห็นไหมคะ  ข้างบน อาจารย์คลิกจะมาขึ้นทันที

899
01:23:14,877 --> 01:23:18,009
พิมพ์เครื่องหมาย = ค่ะ แล้วเอามาคลิกที่หน้าหลักค่ะ

900
01:23:18,009 --> 01:23:22,009
คลิกเครื่องหมาย = ไว้แล้วนะคะ คลิกที่เครื่องหมาย =

901
01:23:24,743 --> 01:23:25,097
ที่ชีตหน้าหลัก แล้วนำเมาส์มาชี้ที่คำว่า "เลขที่" นำเมาส์มาชี้ที่

902
01:23:25,097 --> 01:23:28,151
คำว่า "เลขที่" แล้วกด Enter ค่ะ

903
01:23:28,151 --> 01:23:32,151
พิมพ์เครื่องหมาย = ก่อน

904
01:23:37,103 --> 01:23:41,103
แล้วมาคลิกที่ Sheet ที่เราทำเมื่อกี้นี้ค่ะ ที่ว่า "หน้าหลัก" แล้วทำเมาส์มาชี้ที่ "

905
01:23:47,675 --> 01:23:51,675
เลขที่" คลิกเมาส์ซ้าย 1 ครั้งค่ะ แล้วกด Enter ตอนนี้คำว่า "เลขที่

906
01:23:53,492 --> 01:23:54,864
" กระเด้งมาอยู่ที่ Sheet 2 แล้วใช่ไหมคะ

907
01:23:54,864 --> 01:23:55,231
โอเคไหม

908
01:23:55,231 --> 01:23:59,231

909
01:23:59,871 --> 01:24:03,871
มาไหมคะ เด็ก ๆ มาไหม

910
01:24:18,898 --> 01:24:22,898
คราวนี้

911
01:24:24,117 --> 01:24:28,117
ให้หนูทำแบบนี้ทั้งหมดเลยลูก พิมพ์เครื่องหมาย

912
01:24:34,828 --> 01:24:38,828
= ที่ B1 ค่ะ  = แล้วกลับไปที่หน้าหลัก แล้วก็ไป

913
01:24:40,530 --> 01:24:44,530
คลิกที่ชื่อแล้วกด Enter กดที่ C1 พิมพ์เครื่องหมาย

914
01:24:44,800 --> 01:24:48,800
= แล้วไปที่หน้าหลัก แล้วกดนามสกุล

915
01:24:50,157 --> 01:24:52,186
แล้วกด Enter

916
01:24:52,186 --> 01:24:56,117
คราวนี้มีน้องเบอร์ 2 ทำได้แล้วนะคะ

917
01:24:56,117 --> 01:25:00,117
หนูใช้วิธีการอย่างไรลูก ใช้วิธีการเลือก

918
01:25:07,454 --> 01:25:11,454
เลขที่ในชีต 2 แล้วถ้าการ Dr

919
01:25:13,288 --> 01:25:14,794
ag แบบนี้เขาเรียกว่า การ Drag เป็นการ Drag ข้อมูล

920
01:25:14,794 --> 01:25:18,794
นำเมาส์ไปชี้ทีเลขที่ แล้ว

921
01:25:19,966 --> 01:25:22,368
ไปชี้ที่มุมขวา จะเป็นตัวลูกศร

922
01:25:22,368 --> 01:25:26,368
เครื่องหมาย + บาง ๆ แล้วกดที่เมาส์ซ้าย แล้วดึงมา

923
01:25:31,756 --> 01:25:32,543
2 บรรทัดค่ะ เพราะเราทำไมคะ เราทำการอ้างอิงแล้ว

924
01:25:32,543 --> 01:25:36,543
ทำอย่างนี้ให้ครบ เห็นไหมคะ พอหนูคลิกคำว่า "ชื่อ"

925
01:25:40,889 --> 01:25:44,889
นำเมาส์ไปวางที่มุมขวา เมาส์หนูจะเป็นเครื่องหมาย

926
01:25:47,825 --> 01:25:51,825
+ บาง ๆ แล้วหนูกดเมาส์ซ้ายค้างลงมาค่ะ นั่นคือการ Drag หรือการ Copy

927
01:25:54,463 --> 01:25:58,463
ข้อมูลนั่นเอง คราวนี้นะคะ พอมาปั๊บ

928
01:25:59,706 --> 01:26:03,458
ข้อมูลอาจารย์มาแล้วนะคะ พอมาเสร็จปุ๊บ

929
01:26:03,458 --> 01:26:07,458
เราจะทำการแก้ไขแล้วนะคะ ดูนะคะ คราวนี้

930
01:26:09,888 --> 01:26:12,121
อาจารย์จะแก้ไขที่คำว่า "วุฒิชัย" นี่

931
01:26:12,121 --> 01:26:16,121
เห็นไหมคะ ถ้าหนูแก้ตรงนี้ มันเป็นการอ้างอิงมา

932
01:26:17,306 --> 01:26:21,306
เราจะแก้... เราจะแก้ไปที่หน้าหลัก

933
01:26:22,932 --> 01:26:26,577
หนูกลับไปที่หน้าหลักเลยค่ะ แล้วคลิกหน้าแรก

934
01:26:26,577 --> 01:26:30,577
หนูใส่ชื่อเล่นนะคะ อาจารย์จะใส่ชื่อเล่นของ วุฒิชัย ค่ะ

935
01:26:36,143 --> 01:26:40,143
ว่ามาร์กี้

936
01:26:42,480 --> 01:26:46,480
ดูนะคะ

937
01:26:47,173 --> 01:26:51,173
พออาจารย์ทำปุ๊บ อาจารย์กด Enter เรากลับไปดู

938
01:27:00,468 --> 01:27:04,468
ชีต 2 ไปดูนะคะ วุฒิชัย กลายเป็น วุฒิชัยมากี้

939
01:27:04,658 --> 01:27:04,802
มาแล้ว เราแก้แค่เพียงหน้าหลัก

940
01:27:04,802 --> 01:27:06,503
ไม่ว่าหนูจะมีข้อมูลกี่ Sheet ก็ตาม

941
01:27:06,503 --> 01:27:08,921
เขาจะเปลี่ยนให้หนูทั้งหมด นี่คือการ

942
01:27:08,921 --> 01:27:12,921
อ้างอิงค่ะ โอเคไหมคะ นี่คือการอ้างอิง

943
01:27:12,927 --> 01:27:16,927
หนูจะเปลี่ยนตรงนี้ก็ได้ลูก อาจารย์จะ

944
01:27:23,810 --> 01:27:27,810
เปลี่ยนนะคะ ในเลขที่ เลขที่ตอนนี้ดับเบิลคลิกก็ได้ลูก ดับเบิลคลิก 1 ครั้ง แล้วหนูก็

945
01:27:31,777 --> 01:27:35,777
ลองใส่เป็นรหัสเต็มค่ะ 6510

946
01:27:37,210 --> 01:27:38,755
21222

947
01:27:38,755 --> 01:27:42,755
อาจารย์ 2 เยอะไหมหน่อยไหมนี่

948
01:27:46,760 --> 01:27:50,760
อาจารย์ 2 เยอะไปหน่อยค่ะ

949
01:27:52,663 --> 01:27:56,663
ดูนะคะ วุฒิชัยมากี้ หนูกลับไปดู

950
01:28:01,405 --> 01:28:02,522
ที่ชีต 2 วุฒิชัยมากี้ก็เปลี่ยนเช่นเดียวกัน

951
01:28:02,522 --> 01:28:06,473
เห็นไหมคะ นี่คือ

952
01:28:06,473 --> 01:28:07,654
การอ้างอิงข้อมูลนะคะ

953
01:28:07,654 --> 01:28:11,654
เพราะว่าพอเวลาอาจารย์จะทำคะแนนให้กับพวกนี้นี่

954
01:28:19,013 --> 01:28:20,776
อาจารย์จะมีหลายหน้า หน้านี้เป็นหน้าในการเช็กชื่อ หน้านี้

955
01:28:20,776 --> 01:28:24,776
เป็นหน้าของคะแนน อันนี้เป็นหน้าของงาน ไม่อย่างนั้น

956
01:28:27,283 --> 01:28:29,296
อาจารย์มานั่งแก้ชื่ออาจารย์ก็ไม่ไหวคะ ชื่อแต่ละคน

957
01:28:29,296 --> 01:28:33,296
กว่าจะพิมพ์เสร็จนะ ก็จะนานนิดหนึ่ง อันนี้เป็นการอ้างอิงชื่อ อันนี้

958
01:28:37,000 --> 01:28:37,337
คือ โปรแกรม Excel หรือ Spreadsheet หรือใช้คำว่า "

959
01:28:37,337 --> 01:28:38,640
Sheet" นั่นเอง โอเคนะคะ

960
01:28:38,640 --> 01:28:42,350
ให้หนูรู้ อันนี้ให้หนูรู้

961
01:28:42,350 --> 01:28:46,350
แต่ในสมัยก่อน เราใช้

962
01:28:47,570 --> 01:28:51,570
Lotus 1-2-5 แต่ถามว่าตอนนี้โปรแกรม

963
01:28:52,802 --> 01:28:56,802
Lotus ยังคงใช้อยู่ไหม ยังคงใช้อยู่

964
01:28:57,153 --> 01:28:59,473
ใน Central Central เซ็นทรัลไหนไม่รู้

965
01:28:59,473 --> 01:29:03,473
นะคะ เรามี MS MS ย่อมาจาก

966
01:29:04,439 --> 01:29:08,365
Microsoft Excel เรามี

967
01:29:08,365 --> 01:29:12,365
Common to day Exel ทำงาน

968
01:29:17,007 --> 01:29:21,007
ง่ายมากเลยนะคะ ในการที่จะคลิกข้อมูลแบบนี้ง่าย เพราะเขาทำไมคะ เพราะเขามี Grid

969
01:29:22,059 --> 01:29:23,151
Grid ก็คือช่องพวกนี้ค่ะ ช่อง

970
01:29:23,151 --> 01:29:27,151
ช่องอย่างนี้เขาเรียกว่า "Grid" นะคะ ที่หนูวางไป 1 อัน เขาเรียกว่

971
01:29:33,415 --> 01:29:34,899
า "Grid" ก็คือช่องนั่นเอง Grid ก็คือช่อง

972
01:29:34,899 --> 01:29:36,114
แล้วในแต่ละเซลล์ เขาบรรจุอะไรล่ะ

973
01:29:36,114 --> 01:29:40,114
ก็บรรจุข้อมูล เขาอาจจะ... บางคนจะอ่านว่า

974
01:29:45,416 --> 01:29:47,576
"Value" บางคนอ่าว่า "Vague"

975
01:29:47,576 --> 01:29:48,238
นะคะ บรรจุค่าหรือรูปแบบนะคะ นี่ไงคะ บรรจุค่าลงไป

976
01:29:48,238 --> 01:29:52,238
หรือเป็นรูปแบบ อันนี้จะเป็นทำไมคะ เราคำนวณ

977
01:29:53,240 --> 01:29:57,240
ไม่ได้นะคะ คำนวณไม่ได้

978
01:29:57,295 --> 01:30:01,295
แต่เราทำไมคะ เป็นข้อมูลที่เป็นเอกสารได้

979
01:30:01,392 --> 01:30:05,392
นะ คราวนี้หนูลองมาดูด้านล่างค่ะ เราสามารถ

980
01:30:08,575 --> 01:30:11,039
ที่จะกดทำไมคะ Enter หรือเราจะ

981
01:30:11,039 --> 01:30:15,039
ทำการย้อนกลับก็ได้ ในเรื่องของ Spreadsheets

982
01:30:20,164 --> 01:30:21,710
บรรจุข้อมูลพวกนี้เอาไว้แล้วนะคะ บรรจุเอาไว้เรียบร้อยแล้ว นี่ไงคะ

983
01:30:21,710 --> 01:30:25,710
ที่อาจารย์บอกว่า WIMP Interface

984
01:30:26,396 --> 01:30:30,396
คืออะไร คือ Windows Icons Menus

985
01:30:36,456 --> 01:30:40,456
และ Pointers ยอมรับนะคะ หน้าจอที่หนูเห็น นั่นคือ Windows ที่หนูเห็นเป็น

986
01:30:42,540 --> 01:30:46,540
ตัวหลากหลายพวกนี้ค่ะ เขาเรียกว่า "Icons" ที่เห็น

987
01:30:47,507 --> 01:30:51,107
ด้านบนที่ว่าทำงานต่าง ๆ อันนี้นะคะ เขาเรียกว่า

988
01:30:51,107 --> 01:30:52,539
"Menus" นะคะ ตรงนี้เขาเรียกว่า "Menus"

989
01:30:52,539 --> 01:30:56,539
ที่หนูชี้นะคะ นี่ค่ะ ที่หนูชี้ลงไปเขาเรียกว่า "

990
01:30:58,407 --> 01:30:59,234
Pointerห" นะคะ เขาเรียกว่า "Pointer"

991
01:30:59,234 --> 01:31:03,234
ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใด ๆ ก็ตาม เขา

992
01:31:03,264 --> 01:31:06,233
มองว่ามีมากมายหลากหลายเหลือเกินนะคะ

993
01:31:06,233 --> 01:31:10,233
ในเรื่องของ WIMP Interface

994
01:31:11,739 --> 01:31:15,739
คอมพิวเตอร์ย่อเลยง่ายค่ะ Windows

995
01:31:16,972 --> 01:31:20,972
W ก้เอา W มาเลยค่ะ

996
01:31:24,275 --> 01:31:27,080
เราจะหยิบคำว่า "Menus" ก็ M P ก็ Pointers

997
01:31:27,080 --> 01:31:30,586
นี่คือหลักการคอมพิวเตอร์ในการย่อ ง่ายมากค่ะลูก ง่ายมาก

998
01:31:30,586 --> 01:31:34,586
นะคะ แต่ค่า Default ของข้อมูลทั้งหมด บางอย่างเราเลือกทำไม่ได้

999
01:31:38,625 --> 01:31:39,954
ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์เอาวิชาภูมิศาสตร์ขึ้นมาเลยนะคะ

1000
01:31:39,954 --> 01:31:42,626
ตัวที่เป็นตัว A ตัว B

1001
01:31:42,626 --> 01:31:45,353
ที่เป็นขั้วโลกเหนือนะคะ แล้วตัวที่เป็น

1002
01:31:45,353 --> 01:31:49,353
ตัว X Y ตัว X เขาก็

1003
01:31:53,260 --> 01:31:57,260
มองว่าเป็นตัวคูณ เขาก็ไม่เอามาคิด เป็นขั้วโลกใต้

1004
01:31:57,980 --> 01:32:01,980
แล้วอีกตัวหนึ่งแกน ก็คือตัว I กับ ตัว O

1005
01:32:04,730 --> 01:32:05,193
อาจจะเป็นเลข 0 ก็ได้ นั่นคือนักภูมิศาสตร์ เราจะไม่นำมาใช้

1006
01:32:05,193 --> 01:32:09,193
นะคะ ทำให้แผนที่โลกจะมีตัวอักษรหายไป

1007
01:32:11,097 --> 01:32:15,097
อยู่ 4 ตัวนะคะ อันนี้ หนูมาดูตรงนี้บ้างค่ะ เราจะใช้

1008
01:32:18,971 --> 01:32:22,971
ตัว Multi นะคะ Multimedia web browsers

1009
01:32:23,657 --> 01:32:26,770
ที่หนูเปิดทั้งหมดนี่ค่ะ ที่หนูเปิดตด้านบนทั้งหมด

1010
01:32:26,770 --> 01:32:30,770
web browsers Hypertexts เป็นการ

1011
01:32:31,113 --> 01:32:34,623
ที่ถูกการลิงก์ เช่น อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ถ้าหนูสนใจอันนี้เห็นไหมคะ รูปเมาส์ของหนูจะกลาย

1012
01:32:34,623 --> 01:32:38,623
เป็นมือทันทีนะคะ เมาส์หนูจะกลายเป็นมือทันที

1013
01:32:41,974 --> 01:32:45,203
เมื่อเมาส์กลายเป็นมือปั๊บ แสดงว่าหนูทำการพิมพ์แล้ว

1014
01:32:45,203 --> 01:32:47,653
แต่ถ้าเมาส์ของหนูไม่ได้กลายเป็นมือ นี่ค่ะ

1015
01:32:47,653 --> 01:32:51,653
กลายเป็นตัว Pointers แสดงว่าตรงนั้นคลิกไม่ได้ คลิกไปก็

1016
01:32:55,759 --> 01:32:59,759
ไม่มี ไม่มีผลอะไร แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่

1017
01:33:01,416 --> 01:33:05,416
แสดงว่าสามารถที่จะคลิกได้ เวลาหนูเขียนโปรแกรม เขาถึงได้ถามว่าแล้วคลิกมันต่างอะไร

1018
01:33:08,412 --> 01:33:12,412
กับการว่าชี้ล่ะ เด็กก็จะเริ่มเห็นความต่าง นี่ล่ะค่ะ ที่เขาเรียกว่า "UI" เขาเรียกว

1019
01:33:17,501 --> 01:33:20,809
่าตัว "Three–dimensional" ค่ะ ตัวนี้

1020
01:33:20,809 --> 01:33:24,397
เขาเรียกว่า "Ordinary windows system"

1021
01:33:24,397 --> 01:33:28,397
เขาบอกว่ามันเป็นอย่างไรค่ะ ก็ตัวของตัวไฮไลต์ไง

1022
01:33:32,914 --> 01:33:36,914
เวลาที่หนูทำงานทั้งหมด เช่น อาจารย์จะทำอย่างนี้ค่ะ นี่เป็นการไฮไลท์ แล้วหนูจะให้มีการคลิด

1023
01:33:41,514 --> 01:33:45,514
คลิกล่ะ คลิกฉันนะ อาจจะมีเป็นปุ่มเกิดขึ้น ถ้าหนูไม่สร้างเป็นปุ่ม ก็ต้อง

1024
01:33:49,517 --> 01:33:53,517
ของเรานั้นเปลี่ยนไปจากปกติ เช่น ให้กลายเป็นมือ ให้กลายเป็นปืน ให้กลายเป็นอะไรก็ได้

1025
01:33:57,452 --> 01:34:01,452
ที่เมาส์ตอนแรก ๆ เราเป็นเมาส์แบบทำไมคะ ตัว I ตัวเดียวเห็นไหมคะ เห็นตัว I ตัวเดียว

1026
01:34:04,498 --> 01:34:05,747
พออาจารย์ทำเป็นไฮไลท์ปั๊บ

1027
01:34:05,747 --> 01:34:09,747
เริ่มแล้ว เห็นไหมคะ เริ่มาการทำไฮไลท์ได้ แต่เมาส์ต้องทำการ

1028
01:34:11,426 --> 01:34:15,426
คลิกได้ เห็นไหมคะ เปลี่ยนแล้ว แสดงว่าตรงนี้คลิกได้ แต่ตัวนี้คลิกไม่ได้ เห็นไหมคะ คลิกไม่ได้

1029
01:34:19,659 --> 01:34:20,979
นี่คือความแตกต่าง แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่โปรแกรมของหนู

1030
01:34:20,979 --> 01:34:24,979
เมาส์เหมือนกัน แล้วทำไมมันคลิก

1031
01:34:25,497 --> 01:34:28,969

1032
01:34:28,969 --> 01:34:32,969
นะคะ ส่วนค่า D Work Spreed

1033
01:34:37,238 --> 01:34:38,207
Extra คือการจองพื้นที่ว่างเอาไว้ แล้วเราจะ

1034
01:34:38,207 --> 01:34:41,670
ทำการไฮไลท์ โดยการใช้ Dev ก็คือมีค่า

1035
01:34:41,670 --> 01:34:45,670
ER ที่เกิดขึ้น มันเกิดเป็นค่า Distance Effects

1036
01:34:47,381 --> 01:34:51,381
Distance Effects

1037
01:34:52,724 --> 01:34:56,724
ช่องว่างของข้อมูลที่เกิดขึ้น เวลาที่หนูสร้างปุ๊บ หนูสังเกตนะคะ ไม่มีใครสร้างไอคอนชิดกัน

1038
01:35:00,820 --> 01:35:04,820
เห็นไหมคะ ระยะห่างเขาจะห่างได้พอดีเห็นไหมคะ มันห่างเกินไป มันห่างจังเลย เครื่องของฉัน

1039
01:35:05,925 --> 01:35:06,372
ฉันอยากจัดกลุ่มมันไว้ขวามือ ก็ย้ายได้

1040
01:35:06,372 --> 01:35:10,372
อาจารย์บอกว่ามันเกะกะ อาจารย์เอามาวางนี่ได้ไหม ได้

1041
01:35:15,557 --> 01:35:19,557
นี่แหละเขาเรียกว่า "Icon" เห็นไหมคะ มันจะไม่ชิดกัน ถ้าหนูทำชิดกัน มันก็จะกระเด้งมาอยู่ดี นี่เรียกว่า

1042
01:35:25,563 --> 01:35:29,563
"Distance Effects" ไม่สามารถทำได้นะคะ อันนี้เป็นตัวของ Element

1043
01:35:29,769 --> 01:35:33,582
WIMP Interface ส่วนประกอบหลักเขามีอะไรบ้าง ผ่านไปแล้ว

1044
01:35:33,582 --> 01:35:37,582
นะคะ Windows Icons Menus

1045
01:35:41,566 --> 01:35:43,638
ส่วนประกอบหลักของ W อะไรคะ ยกขึ้นไปใหม่ W... Windows

1046
01:35:43,638 --> 01:35:45,153
Icon M คือ

1047
01:35:45,153 --> 01:35:48,374
M คืออะไร ลูก

1048
01:35:48,374 --> 01:35:52,374
ขึ้นไปใหม่ ขึ้นไปใหม่ M คือะไร

1049
01:35:53,776 --> 01:35:57,776
เมนูครับ ต่อครับลูก P

1050
01:36:00,082 --> 01:36:00,957
Pointers ครับ นี่ไง แล้ว

1051
01:36:00,957 --> 01:36:04,957
ส่วนประกอบอื่น ๆ คืออะไร Button

1052
01:36:08,621 --> 01:36:12,621
ใช่ไหมคะ Button คือ ปุ่ม Toolbars

1053
01:36:16,589 --> 01:36:20,589
ทำไมคะ เป็นเครื่องหมายอย่างนี้ค่ะ อันนี้เป็น print นะ

1054
01:36:20,619 --> 01:36:22,929
อันนี้คือการเพิ่มความคิดเห็นนะ แต่บางคนก็ไม่รู้ ถ้า

1055
01:36:22,929 --> 01:36:26,929
เป็นแค่ + เฉย ๆ หนูจะเข้าใจว่าเป็นการเพิ่ม

1056
01:36:29,590 --> 01:36:30,227
+ ธรรมดา แต่ถ้าเป็นความคิดเห็นจะมี คลุมอยู่เสมอ

1057
01:36:30,227 --> 01:36:34,227
คลุมอยู่เสมอนะคะ Dialog box

1058
01:36:37,589 --> 01:36:40,903
Dialog box ที่หนูสร้าง หนูอาจจะให้ Dialog Box ของหนูมีมิติขึ้นมาให้เกิดขึ้น ถ้าเป็นหัวข้อที่แบบหัวข้อ

1059
01:36:40,903 --> 01:36:42,927
ใหญ่ ๆ เช่น หนูดูนะคะ อาจารย์ทำให้มันเป็นสี

1060
01:36:42,927 --> 01:36:46,927
เห็นไหมคะ สีเขียว ให้มันเป็นโทนสีเขียวทั้งหมด เป็นส่วนประกอบ

1061
01:36:53,606 --> 01:36:57,606
ของ WIMP นะคะ WIMP ในหน้านี้หนูจำให้แม่น

1062
01:37:01,430 --> 01:37:05,430
เลยนะคะ ว่าส่วนประกอบหลักของ WIMP มาจากไหนนะคะ แล้วคราวนี้ Windows คืออไร ทุกคนรู้จักหมดค่ะ

1063
01:37:08,562 --> 01:37:12,562
เป็นพื้นที่การทำงานในการโต้ตอบแยกกัน สามารถซ้อนทับกันได้เห็นไหมคะ Tab ซ้อนทับ

1064
01:37:15,499 --> 01:37:19,499
กันได้ มี Title มี Cascading นะคะ ปุ่ม

1065
01:37:21,616 --> 01:37:24,379
เรายังมี Title Bar มีปุ่มย่อ ปุ่มย่อเป็นอย่างไรคะ

1066
01:37:24,379 --> 01:37:26,194
ปุ่มย่อเห็นไหมคะ Minimize แล้วอะไรต่อคะ

1067
01:37:26,194 --> 01:37:30,194
อะไรต่อคะ Xmin แล้วก็

1068
01:37:33,619 --> 01:37:35,100
ขยาย ปิด ปุ่ม ย่อ สามารถมีหน้าต่างขนาดย่อยซ้อนกันอยู่ภายใน

1069
01:37:35,100 --> 01:37:37,399
หน้าต่างขนาดย่อยซ้อนกันอยู่ภายใน

1070
01:37:37,399 --> 01:37:41,399
โอเคไหมคะ ถ้าอาจารย์ทำภาพนี้ขึ้นมาปั๊บ

1071
01:37:47,310 --> 01:37:48,195
นี่ อาจารย์ตัดภาพนี้ขึ้นมา ตัดแค่ตรงนี้ อาจารย์ถามว่า

1072
01:37:48,195 --> 01:37:51,308
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง หนูต้องตอบอาจารย์ว่า

1073
01:37:51,308 --> 01:37:53,671
มีหน้าต่างขนาดย่อยซ้อนกัน

1074
01:37:53,671 --> 01:37:55,627
อยู่ภายใน โอเคนะคะ

1075
01:37:55,627 --> 01:37:59,627
ทุกอย่างอาจารย์สามารถทำเป็นข้อสอบได้หมดเลยลูก อาจารย์แค่

1076
01:38:09,505 --> 01:38:11,934
ตัดหน้าจอแต่ละอัน แต่ละอันนี่ก็ได้แล้วนะคะ  แต่อาจารย์

1077
01:38:11,934 --> 01:38:15,934
ให้เวลาเยอะ Icon นี่ไงคะ Icon จะซ่อนหน้าต่างที่เหลือเพียงขนาดเล็กได้

1078
01:38:19,973 --> 01:38:23,973
การทำงานของระบบได้ เช่น Recycle Bin แสดงถึงฟังก์ชัน หรือโปรแกรมภายในของระบบ ที่

1079
01:38:24,789 --> 01:38:28,601
แต่ละคนเปิดไม่เหมือนกันแน่ ๆ หนูลองไปดับเบิลคลิกที่

1080
01:38:28,601 --> 01:38:32,601
Recycle bin ดูนะคะ

1081
01:38:36,026 --> 01:38:38,009
หนูมองที่หน้าจอนะคะ ถ้าจอของเรา ที่ Desktop ค่ะ

1082
01:38:38,009 --> 01:38:42,009
ที่หน้า Desktop หนูจะเห็นถังขยะ

1083
01:38:42,510 --> 01:38:46,510
ที่เป็นถังสีขาว ๆ แล้วมีเหมือนลูกศร 3 ลูกศร หมุน ๆ อยู่น่ะค่ะ ดับเบิลคลิกเลยลูก

1084
01:38:53,280 --> 01:38:57,280
คลิก ๆ นะคะ คลิกซ้ายน่ะลูก คลิกซ้าย คลิก ๆ นี่คือ

1085
01:38:59,222 --> 01:39:03,222
เขาลบ เห็นไหมคะ ลบ แต่หนูยังทำไมคะ ยังเอามันขึ้นมาได้

1086
01:39:05,813 --> 01:39:09,393
อาจารย์ขออนุญาตปิดนะคะ ปิด แล้วคลิกขวา

1087
01:39:09,393 --> 01:39:11,662
แล้วหนูสั่งเขา บอกว่า

1088
01:39:11,662 --> 01:39:15,662
Empty Recycle Bin ไม่เหลือ

1089
01:39:16,025 --> 01:39:20,025
อะไรเลยคราวนี้ นี่ค่ะ เพื่อนจะแกล้งเราก็คราวนี้

1090
01:39:24,502 --> 01:39:25,499
สั่ง Empty เลย อาจารย์

1091
01:39:25,499 --> 01:39:29,499
ให้เก็บลงไดรฟ์นะคะ ให้เก็บลงไดรฟ์ได้เลย

1092
01:39:30,172 --> 01:39:34,172
อาจารย์ไม่ลบทิ้งหรอกค่ะ เดี๋ยวเขาว่าเอา Pointers

1093
01:39:35,666 --> 01:39:39,301
นี่ไงค่ะ มีเยอะแยะค่ะ แบบชี้นะ แบบ I นะ

1094
01:39:39,301 --> 01:39:42,414
ลูกศร หรือเป็นเครื่องหมายทำไม ปากกา เป็นเครื่องหมาย 2 ทิศทาง

1095
01:39:42,414 --> 01:39:46,414
เป็นการ... อย่างนี้เป็นการ Process ค่ะ อันนี้เป็น

1096
01:39:49,506 --> 01:39:53,506
ตัวนี้ เป็นสั่งห้าม ตรงนี้เป็นการเคลื่อนย้าย อันนี้เป็น Process ของระบบนะคะ อันนี้คือลูกศรดึงขึ้น ดึงลงนะคะ อันนี

1097
01:39:57,701 --> 01:40:01,701
้ขยาย อันนี้เป็นตัวชี้ หรือเป็นตัวคลิก นี่คือ Pointer เป็นการชี้ตำแหน่ง เป็นเลือกวัตถุ

1098
01:40:04,485 --> 01:40:05,494
บนหน้าต่างนั้น ๆ ซึ่งรูปร่างจะแตกต่างกันออกไป

1099
01:40:05,494 --> 01:40:07,865
ในแต่ละอย่าง แต่ละที่นะคะ เช่น

1100
01:40:07,865 --> 01:40:11,865
รูปนาฬิกาทรายแสดงถึงการทำงาน ทุกคนรู้เลยค่ะ

1101
01:40:14,105 --> 01:40:18,105
อ๋อ เขากำลังทำงานอยู่นะ แต่ส่วนที่เขาเรียกว่า "

1102
01:40:19,122 --> 01:40:23,122
Hotspot" แสดงว่าตำแหน่งที่มันชี้ไป Hot-spot ตำแหน่งนะคะ ส่วนที่เรียกว่า "Ho

1103
01:40:29,715 --> 01:40:33,715
tsแสดงถึงตำแหน่งที่มันชี้ไป ก็แสดงว่าหนูเลือกแล้วว่าตรงไหนมีเขตความร้อน

1104
01:40:33,944 --> 01:40:34,944
เช่น เขากำลังหาโจรที่ฆ่าคน 3 คน

1105
01:40:34,944 --> 01:40:38,944
ในป่า เขาก็หาพลังงาความร้อนของมนุษย์ ถ้ายังร้อนอยู่แสดง

1106
01:40:45,722 --> 01:40:46,305
ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าพลังงานความร้อนหมด แสดงว่า

1107
01:40:46,305 --> 01:40:48,478
เราอนุมานได้ว่าเขาคงหมดชีวิตได้แล้วค่ะ นะคะ

1108
01:40:48,478 --> 01:40:52,478
อันนี้ คือ Menus หนูผ่านมาแล้ว Menus

1109
01:40:52,876 --> 01:40:56,876
นะคะ Menus แฟ้ม Menus

1110
01:41:01,724 --> 01:41:04,954
เยอะแยะมากมายนะคะ ส่วน Button ทุกคนรู้หมดค่ะ ถ้าอาจารย์มีปุ่ม Radio Buttons นักเรียน

1111
01:41:04,954 --> 01:41:06,782
จะรู้จักเลยว่า อ๋อ ถ้าเป็นรูปวิทยุ

1112
01:41:06,782 --> 01:41:10,782
มันก็ต้องเป็น Radio สิ แต่ถ้าเป็นแบบ Shake

1113
01:41:17,734 --> 01:41:19,236
ก็คือมีอะไรคะ หนูอยู่ปี 1 หนูอยู่ปี 2 หรือหนูอยู่ปี 3

1114
01:41:19,236 --> 01:41:21,099
หนูก็คลิกลงไปนะคะ เช่น หนูเป็นนักศึกษา

1115
01:41:21,099 --> 01:41:25,099
มาเลือกเรียนวิชา HCI แต่หนูมีตั้งแต่ปี 1 ปี 2 ปี 3 ปี 4

1116
01:41:27,031 --> 01:41:31,031
อาจารย์ก็เลยทำ Choice ให้หนู

1117
01:41:33,305 --> 01:41:37,305
ปี 4 ยังมีเด็กเลือกผิดค่ะ แล้วสุดท้ายเกรดไม่ออกค่ะ เพราะอาจารย์หาชื่อเด็กไม่เจอ

1118
01:41:37,917 --> 01:41:40,968
กับอีกอันหนึ่ง คือ พรินต์ไม่หมด

1119
01:41:40,968 --> 01:41:44,968
เทอมที่แล้วพรินต์ไม่หมด เหลืออีก 1 ห้อง

1120
01:41:48,719 --> 01:41:48,896
ถึงว่าเด็กบอกทำไมเกรดไม่ออก

1121
01:41:48,896 --> 01:41:52,896
อาจารย์เป็นคนอย่างนี้แหละ เยอะไป

1122
01:41:54,362 --> 01:41:58,066
Toolbars Toolbars เด็ก ๆ รู้จักแล้ว

1123
01:41:58,066 --> 01:42:02,066
คือเครื่องหมายต่าง ๆ นะคะ เขาเรียกว่า "Toolbars

1124
01:42:04,125 --> 01:42:08,125
" แบบ Icon นะคะ ส่วนทางด้านของ Pallet

1125
01:42:09,762 --> 01:42:11,500
ก็คือในเรื่องสีต่าง ๆ ที่หนูจะนำมาใส่ ที่หนูจะนำมาใส่

1126
01:42:11,500 --> 01:42:15,500
เวลาที่หนูทำตัว Canva หรือหนูจะทำ PowerPoin

1127
01:42:21,767 --> 01:42:22,762
tหนูเลือกสีมาเห็นไหมคะ เลือกสีในกล่องของข้อความ

1128
01:42:22,762 --> 01:42:23,989
นั่นแหละค่ะ คือการเลือกสีนะคะ เป็นการเลือกสี

1129
01:42:23,989 --> 01:42:27,855
ส่วน Dialog Box นะคะ ก็อย่างเช่น หนูลองคลิก

1130
01:42:27,855 --> 01:42:31,855
ที่กล่องเหลือง ๆ ตัวสิลูก ตรง Taskbar

1131
01:42:37,431 --> 01:42:38,475
ตรง Taskbar ด้านล่าง หนูคลิกกล่องเหลือง ๆ ขึ้นมาเลยลูก

1132
01:42:38,475 --> 01:42:41,362
ตรง

1133
01:42:41,362 --> 01:42:45,362
ที่ Taskbars ด้านล่าง ให้หนูชี้

1134
01:42:45,844 --> 01:42:48,977
แล้วคลิกขึ้นมาเลยค่ะ อันนี้ค่ะ ข้างใน ข้างใน

1135
01:42:48,977 --> 01:42:52,977
ทั้งหมดนี่ค่ะ นะคะ เขาเรียกว่า

1136
01:42:54,890 --> 01:42:55,679
"ตัวของขั้นตอนการทำงาน"

1137
01:42:55,679 --> 01:42:59,679
ตอนนี้เราอยู่ที่ Home อันนี้ คือ

1138
01:43:05,429 --> 01:43:09,429
allery เราจะไปที่ De

1139
01:43:09,788 --> 01:43:13,557
ดาวน์โหลดไว้มีอะไรบ้าง Document มีอะไรบ้าง อันนี้เป็นการเรียกหน้าต่างจากผู้ใช้ สังเกตว่าไม่ว่างานอะไรก็ตาม

1140
01:43:13,557 --> 01:43:17,557
ใครเป็นคนกำหนดคะ User

1141
01:43:20,487 --> 01:43:21,435
User หรือผู้ใช้เป็นผู้กำหนด แล้วใคร

1142
01:43:21,435 --> 01:43:25,147
เป็นคนรับคำสั่ง คอมพิวเตอร์

1143
01:43:25,147 --> 01:43:29,147
แล้วคอมพิวเตอร์เขาจะรับคำสั่ง รู้หรือไม่รู้ขึ้นอยู่กับ

1144
01:43:33,288 --> 01:43:37,288
User สั่งงานได้ตรง Syntax หรือไม่

1145
01:43:38,090 --> 01:43:41,904
ถ้า Syntax ถูกต้องเขาก็ Run ให้หนูเห็น

1146
01:43:41,904 --> 01:43:45,904
แต่ถ้า Syntax ไม่ถูก เหมือนเมื่อกี้ ที่อาจารย์แอนเปิด

1147
01:43:48,275 --> 01:43:50,098
ของอาจารย์ Error ก็แสดงว่างานของอาจารย์ทำไมคะ ไม่สามารถเปิด

1148
01:43:50,098 --> 01:43:54,098
ได้นะคะ หนูขึ้นมาปุ๊บ ก็กากบาท

1149
01:43:57,790 --> 01:44:01,079
ปิดได้เลยค่ะ การโต้ตอบระบบคอมพิวเตอร์ดั้งเดิม อันนี้รุ่นใหม่ลูก อันนี้รุ่นใหม่แล้ว

1150
01:44:01,079 --> 01:44:03,335
จัดลำดับขั้นตอนขึ้นอยู่กับระบบของคอมพิวเตอร์ ซึ่ง

1151
01:44:03,335 --> 01:44:07,335
การโต้ตอบของ Windows Icons

1152
01:44:10,239 --> 01:44:11,360
Menus แล้ว Pointers ผู้ใช้

1153
01:44:11,360 --> 01:44:15,360
จะเป็นผู้เริ่มต้นการทำงานรูปแบบใด ภายใต้

1154
01:44:15,416 --> 01:44:17,761
ทางเลือกหลากหลายรูปแบบ สังเกตนะคะ

1155
01:44:17,761 --> 01:44:21,761
User เป็นคนเลือกก่อนทุกครั้ง

1156
01:44:24,976 --> 01:44:25,093
ควรถูกนะคะ ควรถูกออกแบบให้รองรับ

1157
01:44:25,093 --> 01:44:29,093
กับการทำงานที่ผิดพลาด หากผู้ใช้

1158
01:44:30,895 --> 01:44:34,895
รู้ข้อมูลนี้ ก็สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

1159
01:44:35,000 --> 01:44:39,000
ถ้าเขาไม่รู้ว่า Icon แบบนี้หมายถึง

1160
01:44:40,208 --> 01:44:42,368
อะไร เขาก็ไม่รู้จะไปแก้ในคำสั่งไหนนะคะ อันนี้

1161
01:44:42,368 --> 01:44:46,368
ส่วนรายละเอียดของการโต้ตอบ ปัจจัย

1162
01:44:47,633 --> 01:44:51,062
ของทางกายภาพ มีผลต่อการออกแบบ ปัจจัยทางสังคม

1163
01:44:51,062 --> 01:44:55,062
ระบบที่คุ้นเคย การแข่งขันทำให้ประสิทธิภาพ

1164
01:44:59,819 --> 01:45:02,833
การทำงานดีขึ้น ล่าสุดมีข่าวบอกว่าสายการบิน 1 สายการบิน ทำการ

1165
01:45:02,833 --> 01:45:06,833
ไม่ขึ้นบิน แต่หักเงินของผู้โดยสารไปแล้ว

1166
01:45:07,343 --> 01:45:11,343
ก็เลยทำให้คนที่สร้างระบบขึ้นมา ต้องรับผิดชอบ อาจารย์เลย

1167
01:45:16,097 --> 01:45:20,097
มองว่าทำไมนักคอมพิวเตอร์เราไม่มีวิชาชีพ เขียนโปรแกรมให้เขาพลาด โดนยึดใบ

1168
01:45:22,431 --> 01:45:25,770
ประกอบวิชาชีพ หมอรักษาคนพลาด ยังโดนยึดใบประกอบวิชาชีพ

1169
01:45:25,770 --> 01:45:29,770
วิศวกร สร้างตึก แล้วตึกถล่ม โดนยึด

1170
01:45:33,273 --> 01:45:37,273
ใบประกอบวิชาชีพ แล้วทำไมนักคอมพิวเตอร์เราไม่ได้ ถ้าได้เราก็ได้เงินนะคะ อาจารย์เสนอแล้วค่ะลูก

1171
01:45:37,845 --> 01:45:40,897
แต่ร่วง ร่วงลงถังขยะ

1172
01:45:40,897 --> 01:45:44,897
นะ ความต้องการ ต้องการสร้างความประทับใจ

1173
01:45:45,057 --> 01:45:49,057
กับหัวหน้างาน ศาสตร์ของหนูนี่แหละค่ะ หนูจะทำอย่างไร

1174
01:45:50,881 --> 01:45:51,686
ให้งานนี่ ของหนู งานชิ้นงานของหนูนี่ ให้

1175
01:45:51,686 --> 01:45:55,686
หัวหน้างานเขาปลื้ม หนูจะสร้างอะไรให้

1176
01:45:55,757 --> 01:45:59,757
ง่ายต่อการทำงาน หนูต้องการเรียนรู้ทักษะการทำงานใหม่

1177
01:46:05,238 --> 01:46:08,419
ทำงานเป็นกลุ่ม อาจส่งกระทบในแง่ลบกับประสิทธิภาพ คนเยอะใช่ว่างานจะดี

1178
01:46:08,419 --> 01:46:10,384
จริงไหมลูก แต่ละอย่างนะคะ งานบางอย่าง

1179
01:46:10,384 --> 01:46:14,384
ถ้าหนูแจกจ่ายงานเพื่อนได้ งานจะมีประสิทธิภาพ

1180
01:46:18,178 --> 01:46:22,178
แต่ถ้าหนูเป็นคนแบ่งงานเพื่อนไม่ได้ งานนั้นหนูจะต้องรับทำคนเดียว งานนี้อาจารย์ท่านประเมิน

1181
01:46:27,058 --> 01:46:28,383
เด็กตั้ง 6 คน ทำไมทำงานได้เพียง

1182
01:46:28,383 --> 01:46:32,383
เหมือนคนทำงานแค่ 1 คนเท่านั้น คำถามจะเกิด

1183
01:46:33,992 --> 01:46:37,992
ขึ้นทันทีนะคะ อันนี้เห็นไหมคะ สไลด์ของอาจารย์แอนเริ่มมีแล้วอันนี้

1184
01:46:40,344 --> 01:46:41,137
ที่อาจารย์บอกว่าเรามีอะไร

1185
01:46:41,137 --> 01:46:45,137
รายละเอียดในการโต้ตอบ แต่ยังไม่จบนี่ รายละ

1186
01:46:53,885 --> 01:46:54,867
เอียดโต้ตอบ (ต่อ) การสร้างสไลด์นะคะ ผู้ใช้ควรได้รับ

1187
01:46:54,867 --> 01:46:58,867
แรงบันดาลใจ 1. ความกลัว ความอุทิศให้ต่องาน ฉันจิตใจต่อการทำงานมาก 3.

1188
01:47:03,829 --> 01:47:06,488
มีความกระตือรือร้น และความพอใจในส่วนตัว

1189
01:47:06,488 --> 01:47:10,488
ไม่ว่าหนูจะสร้างโปรแกรมอะไร หนูจะสร้างเกม หรือหนูจะสร้างตัว PowerPoint อาจารย์

1190
01:47:17,818 --> 01:47:21,818
เป็นคนทำ ถ้าหนูทำแบบกระจุก กระจิก น่ารัก ๆ แสดงว่าทำไมคะ หนูเป็นอย่างไรคะ หนูเป็นคนหวาน ๆ แต่ถ้าหนู

1191
01:47:25,871 --> 01:47:26,117
แบบดาร์ก พอ อะไรเป็นสีดำ ๆ หมดเลย

1192
01:47:26,117 --> 01:47:30,117
หนูเป็นเด็ก Dark Pall หน้าดู

1193
01:47:33,469 --> 01:47:37,469
พึงพอใจด้วยนะคะ ยังไม่จบ เห็นไหมคะ มีต่ออีก แรงบันดาลใจที่ลดลง ระบบ

1194
01:47:40,594 --> 01:47:44,593
ต้องใช้ ไม่ถูกต้องกับความต้องการที่แท้จริง ที่แท้จริง ระบบจะไม่ได้รับการยอมรับ เช่น

1195
01:47:44,593 --> 01:47:44,862
หนูนำระบบไปเสนอให้กับบริษัทหนึ่ง

1196
01:47:44,862 --> 01:47:48,862
แต่บริษัท เขาบอกว่าบริษัทฉันมีแต่คนแก่

1197
01:47:56,519 --> 01:47:57,803
ตัวเล็ก ๆ อย่างนี้ อ่านไม่ออกหรอก ต้องตัวใหญ่ ๆ

1198
01:47:57,803 --> 01:48:00,558
ผู้ใช้ไม่พอใจกับระบบ และมีแรงกระตุ้นการใช้งานลดลง

1199
01:48:00,558 --> 01:48:02,398
เขาก็ไม่ใช้ระบบนั้นเลยสิคะ เห็นไหมคะ อาจารย์แอน

1200
01:48:02,398 --> 01:48:06,398
ไม่มี Microsoft Word อาจารย์แอนก็ไปทำไมคะ

1201
01:48:12,777 --> 01:48:16,777
ไปหาใน Google ก็ได้ ใน Google เราก็มีเอกสาร เราก็ทำงานได้เช่นเดียวกันนะคะ แก้ปัญหาเฉพาะตัวค่ะ

1202
01:48:17,253 --> 01:48:17,928
ผู้ใช้พยายามปรับเปลี่ยนการโต้ตอบกับ

1203
01:48:17,928 --> 01:48:21,928
ผู้ต้องการ หรือการออกแบบที่ดี ควรให้ผู้ใช้มี

1204
01:48:25,960 --> 01:48:29,960
ส่วนร่วม อาจารย์ถึงได้เรียนวิทย์คอมฯ

1205
01:48:30,751 --> 01:48:31,901
อาจารย์เป็นผู้ต้องทำตามหน้านี้ของ

1206
01:48:31,901 --> 01:48:35,901
ผู้ใช้ หรือ User User ไม่อยู่นิ่ง อาจารย์ก็

1207
01:48:36,776 --> 01:48:40,776
มาเรียน ICT เพื่อเป็นนักวิเคราะห์ระบบ

1208
01:48:44,050 --> 01:48:48,050
เพื่อที่จะไม่ต้องยุ่งกับ User เพราะ User ถ้าเราไม่ให้เขาเขียนหรือเซ็นชื่อลงไปนะคะ ว่า

1209
01:48:53,206 --> 01:48:54,651
คุณต้องการแค่นี้ แล้วอยู่ดี ๆ ให้ทำการรื้อ Database

1210
01:48:54,651 --> 01:48:58,651
การรื้อ Database ลำบากกว่าการรื้อหน้าจอนะคะ

1211
01:48:59,017 --> 01:49:00,252
หน้าต่างสุดท้ายแล้วค่ะ อันนี้งานค่ะ ให้หนูเลือกรูปแบบ

1212
01:49:00,252 --> 01:49:04,252
ของการโต้ตอบจากหัวข้อ 5.5

1213
01:49:05,128 --> 01:49:09,128
มา 2 แบบ และใช้ Interaction

1214
01:49:11,309 --> 01:49:14,035
Framework ในการวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงาน

1215
01:49:14,035 --> 01:49:18,035
เพื่อเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล

1216
01:49:18,660 --> 01:49:22,660
2. รูปแบบใดให้การทำงาน

1217
01:49:23,044 --> 01:49:27,044
ดีกว่า มีขั้นตอนการทำงานที่สั้นกว่า ย้อนกลับไปที่

1218
01:49:33,340 --> 01:49:37,340
หัวข้อ 5.5 ย้อนขึ้นค่ะ 5.5 อยู่ไหนนะ 5.5 ค่ะ

1219
01:49:39,388 --> 01:49:43,388
นี่ค่ะ อันนี้

1220
01:49:43,746 --> 01:49:47,746
ในหน้านี้ ให้หนูเลือกขึ้นมา

1221
01:49:51,355 --> 01:49:54,055
2 เรื่องนะคะ เรื่องไหนก็ได้ค่ะ ให้หนู

1222
01:49:54,055 --> 01:49:58,055
เลือกมา 2 เรื่อง แล้วหนูก็บอกให้ได้ว่าในแต่ละเรื่อง

1223
01:50:02,834 --> 01:50:03,053
เป็นอย่างไร แล้วเรื่องที่หนูเลือกมานี่

1224
01:50:03,053 --> 01:50:07,053
มันมีขั้นตอนสั้นกว่ากัน อันนี้เป็นความคิดส่วนตัว

1225
01:50:10,053 --> 01:50:13,887
นะคะ ไม่ได้มีอะไรผิด ไม่ได้มีอะไรถูก แต่หนูต้องมี

1226
01:50:13,887 --> 01:50:17,887
เหตุและผลในการตอบทุกครั้งนะคะ มีเหตุและผล

1227
01:50:19,938 --> 01:50:23,777
ในหน้านี้นะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะ Copy เอาไว้ใน Classroom

1228
01:50:23,777 --> 01:50:27,777
อยู่นะคะ อันนี้ แล้วหนูนำไปตอบในสไลด์

1229
01:50:27,825 --> 01:50:31,825
สุดท้ายนะคะ นี่ค่ะ นี่นะคะ นำมาตอบในนี้ เห็นไหมคะ

1230
01:50:35,368 --> 01:50:39,368
ดึงลงมา 2 แบบอะไรก็ได้ แล้วใช้ Interaction

1231
01:50:41,755 --> 01:50:44,926
framework ในการวิเคราะห์ Interaction framework คืออะไร

1232
01:50:44,926 --> 01:50:47,554
ก็เรื่องนี้ทั้งเรื่องเลยค่ะ Interaction framework

1233
01:50:47,554 --> 01:50:49,600
ใช้ ข้อมูลจากฐานข้อมูล เมื่อกี้นี้

1234
01:50:49,600 --> 01:50:51,836
อาจารย์ทำอะไรคะ มีเลขที่ มีชื่อ

1235
01:50:51,836 --> 01:50:55,836
มีนามสกุล อาจารย์เรียกแก้ไข

1236
01:51:00,806 --> 01:51:04,806
ในการแก้ไขชื่อของวุฒิชัยได้ ให้วุฒชัยเปลี่ยนชื่อเป็นวุฒิชัย มาร์กี้ เปลี่ยนรหัสวุฒิชัยเป็น

1237
01:51:07,924 --> 01:51:11,924
6510222202 แต่ไม่เปลี่ยนของเดชมงคล เดชมงคลยังเป็นคงเดิม

1238
01:51:17,021 --> 01:51:17,421
เป็น 203 เดชมงคล พุทธพันธ์

1239
01:51:17,421 --> 01:51:21,421
เห็นไหมคะ แล้วหนูมองต่ออีกว่า ที่หนูเลือกมา

1240
01:51:21,926 --> 01:51:25,423
2 เรื่องเมื่อกี้นี้รูปแบบใดให้การ

1241
01:51:25,423 --> 01:51:29,423
ทำงานดีกว่า จากที่หนูเลือกมาเมื่อกี้นี้นะคะ

1242
01:51:31,128 --> 01:51:35,128
เอามาสัก 2 ข้อเมื่อกี้นี้ รูปแบบไหนมีขั้นตอนที่สั้นกว่า หนูตอบอาจารย์มา เช่น

1243
01:51:36,514 --> 01:51:38,534
อาจารย์ครับ ผมมองว่า ไอ้ตัว WI...

1244
01:51:38,534 --> 01:51:42,534
WIMP น่ะ ขั้นตอนมันสั้นกว่า

1245
01:51:45,229 --> 01:51:49,229
แต่หนูไม่ตอบว่าเหตุผลเพราะอะไร คะแนนก็จะ

1246
01:51:51,233 --> 01:51:52,877
ไม่ได้นะคะ อันนี้ โอเค 5 คะแนน

1247
01:51:52,877 --> 01:51:56,877
การบ้านหน้านี้นะคะ มี 5 แต้ม ถ้าหนูส่งทันเวลา หนูเอาไปเลย 1 แต้ม หนูตอบถูก

1248
01:52:00,574 --> 01:52:04,574
ข้อที่ 1 อย่างไรก็ถูกค่ะ แต่หนูบอกขั้นตอนมาให้

1249
01:52:05,266 --> 01:52:07,741
ได้ 2 คะแนน ข้อที่ 2 หนูเลือกมา

1250
01:52:07,741 --> 01:52:11,741
หนูเลือกอย่างไรก็ได้ อาจารย์ไม่ว่า ขึ้นอยู่กับว่าหนูออกแบบขั้นตอน

1251
01:52:16,264 --> 01:52:20,264
อย่างไร ถ้าหนูออกแบบขั้นตอน ให้อันที่... ขั้นตอนมันน้อย แต่มันเยอะ แต่หนูจะตอบไอ้อันขั้นตอนที่มัน

1252
01:52:21,781 --> 01:52:25,781
เยอะ อาจารย์ก็จะดูจากเหตุผล หนูใช้เหตุผล

1253
01:52:28,393 --> 01:52:30,254
อะไรนะคะ จะเป็นข้อ ๆ นะ แล้วก็การเขียนนะคะ ในการตอบ หนูสามารถพิมพ์

1254
01:52:30,254 --> 01:52:34,254
ในตัว Tablet ก็ได้ หรือหนูจะพิมพ์

1255
01:52:37,563 --> 01:52:41,563
ในคอมพิวเตอร์ก็ได้ หรือหนูจะเขียนไปในกระดาษ

1256
01:52:41,916 --> 01:52:42,254
ก็ได้ แล้วถ่ายรูปขึ้นมาให้อาจารย์แอนนะคะ

1257
01:52:42,254 --> 01:52:46,254
ส่งเป็นไฟล์ โอเคไหมคะ ส่งเป็นไฟล์

1258
01:52:46,998 --> 01:52:49,918
นะคะ ไม่บังคับนะคะ ว่าหนูจะใช้เป็นอะไรในการส่ง

1259
01:52:49,918 --> 01:52:51,977
ว่าอย่างไรครับผม

1260
01:52:51,977 --> 01:52:55,977
เพื่อนยก เพื่อนถามว่าอะไรลูก

1261
01:52:58,302 --> 01:53:02,302
ถามว่าอะไรครับ

1262
01:53:03,428 --> 01:53:07,428
เพื่อนแกล้ง

1263
01:53:10,258 --> 01:53:13,429
เพื่อนแกล้ง ดูเหมือนการบ้าน

1264
01:53:13,429 --> 01:53:17,429
วันนี้จะยาก แต่เป็นปลายเปิดนะคะ จริงไหม

1265
01:53:20,138 --> 01:53:24,138
การบ้านจะเป็นปลายเปิดนะคะ

1266
01:53:24,351 --> 01:53:28,351
ไม่มีอะไรถูก ไม่มีอะไรผิด ขึ้นอยู่กับเหตุและผล

1267
01:53:31,427 --> 01:53:32,921
โอเคนะคะ ขึ้นอยู่กับเหตุและผลเท่านั้นนะ

1268
01:53:32,921 --> 01:53:36,921
เท่านั้นนะ วันนี้หนูเรียนเรื่องอะไรคะ ตอบให้อาจารย์

1269
01:53:42,080 --> 01:53:46,080
ชื้นใจหน่อยสิคะ เรื่องอะไรวันนี้ หนูเรียนเรื่องอะไรคะ

1270
01:53:46,563 --> 01:53:47,823
ยกมือให้อาจารย์หน่อยค่ะลูก ใครจะตอบ อาจารย์ให้ 2 แต้ม

1271
01:53:47,823 --> 01:53:51,823
อาจารย์ให้ 2 แต้ม ยกมือเลยค่ะ ใครอยากตอบ

1272
01:53:54,247 --> 01:53:58,247
ยกมือเลย ครับ ว่าอย่างไรลูก เรื่อง...

1273
01:53:59,396 --> 01:54:03,396
เรื่องอะไรลูก เรื่องอะไร

1274
01:54:07,797 --> 01:54:11,797
วันนี้เราเรียนเรื่องอะไรคะ

1275
01:54:27,281 --> 01:54:31,281
204 จะตอบไม่ใช่เหรอลูก 204 ตอบเองเลยค่ะ

1276
01:54:35,110 --> 01:54:39,110
เดี๋ยวพี่ล่ามจัดการให้ค่ะลูก

1277
01:54:40,789 --> 01:54:44,789
ตอบเลยค่ะ เอาเลยค่ะ ตอบเลย

1278
01:54:47,661 --> 01:54:51,661
เฉลยอยู่หน้าจอเลยนะคะ หนูแค่อ่าน

1279
01:54:56,138 --> 01:55:00,138
เฉย ๆ ลูก เร็ว 2 แต้มเลยนะนี่ ยกมือเลย ยกมือ

1280
01:55:00,803 --> 01:55:04,803
เร็ว ใครจะตอบ 2 คะแนนเลยนะนี่ 2 คะแนน

1281
01:55:07,940 --> 01:55:08,496
ยกมือลูก ยกมือ อ่านว่าอะไรลูก

1282
01:55:08,496 --> 01:55:11,542
อ่านว่าอะไรเอ่ย

1283
01:55:11,542 --> 01:55:15,542
ยกมือเลยค่ะ เร็ว อาจารย์ไม่ให้หนูแปลนะนี่

1284
01:55:23,235 --> 01:55:27,235
ให้อ่านเฉย ๆ เลย ยกมือเร็ว ไม่เป็นอะไร อ่านแบบคาราโอเกะก็ได้

1285
01:55:29,388 --> 01:55:33,388
อาจารย์รับได้ เร็ว ครับ เบอร์ 10 ลูก

1286
01:55:41,579 --> 01:55:45,579
Interaction Styles

1287
01:55:46,410 --> 01:55:50,410
ให้ 3 คะแนน

1288
01:55:52,976 --> 01:55:53,077
ใครจะเอาอีกคะแนนหนึ่ง แปลสิ แปล

1289
01:55:53,077 --> 01:55:57,077
เหมือนวันนี้เราเรียนเรื่องนี้

1290
01:55:59,067 --> 01:56:02,875
ทั้งนั้นเลยค่ะ Interaction แปลว่าอะไรลูก Styles

1291
01:56:02,875 --> 01:56:06,875
แปลว่าอะไร Styles คืออะไรคะ ครับผม เบอร์ 8

1292
01:56:14,168 --> 01:56:17,059
ตอบเลยลูก เบอร์ 8 ค่ะ ลูก ทำไม

1293
01:56:17,059 --> 01:56:21,059
หน้าไม่เปลี่ยน

1294
01:56:23,445 --> 01:56:27,445
ตอบมาลูก ตอบมาค่ะ

1295
01:56:31,588 --> 01:56:35,588
(ล่าม) เป็นรูปแบบการโต้ตอบกันครับ

1296
01:56:43,092 --> 01:56:44,179
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เป็นรูปแบบของการโต้ตอบกัน

1297
01:56:44,179 --> 01:56:44,188
โอเค เลขที่ค่ะ 2 คนค่ะ

1298
01:56:44,188 --> 01:56:48,188
เลขที่แรกค่ะ

1299
01:56:48,891 --> 01:56:52,891
203 ไหมครับ

1300
01:56:53,571 --> 01:56:57,571
203 ค่ะ 2 แต้มค่ะ

1301
01:56:57,904 --> 01:57:01,904
และ 20... (ล่าม) 202 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) 202

1302
01:57:08,227 --> 01:57:12,227
วุฒิชัยนะคะ มาแล้ว วุฒิชัยมาเรียนแล้วครับ 2 แต้มครับ เลยไม่มีใครได้ 3 แต้ม

1303
01:57:17,423 --> 01:57:21,423
แล้วคราวนี้อาจารย์จะถามต่อค่ะ อีกนิดเดียวค่ะ

1304
01:57:22,037 --> 01:57:26,037
อยากรู้ค่ะ อยากรู้ว่าเด็กหมายเลข 1 หนูจะเลือกอะไรคะ หนูห้ามเลือกเหมือน

1305
01:57:34,214 --> 01:57:38,214
กันนะ เพราะว่าอย่างไร หนูก็ไม่เหมือนกันลูก เพราะว่ามันมีหลาย

1306
01:57:38,223 --> 01:57:42,223
เลขที่ 1 นี่ค่ะ เครื่องที่ 1 ตอบว่าอะไรคะ อย่างนั้นเรียกชื่อเลยค่ะ

1307
01:57:44,270 --> 01:57:45,197
จะเลือกอะไรคะ ที่หน้าสไลด์เลยค่ะลูก ที่

1308
01:57:45,197 --> 01:57:49,197
หน้าสไลด์หนูเลือกข้อไหน หนูไล่ 1 2 3 4 เลยค่ะ ลูก 1

1309
01:57:51,418 --> 01:57:55,418
2 3 4 5 6 7 8

1310
01:57:55,700 --> 01:57:59,700
ค่ะ มี 8 ข้อ หนูนับเลยค่ะลูก หนู

1311
01:58:00,283 --> 01:58:04,283
เอาข้อไหน มาแล้ว ๆ ๆ

1312
01:58:05,839 --> 01:58:09,839
ไอ้เจ้า 204 204 เอาข้ออะไรบ้างลูก

1313
01:58:14,537 --> 01:58:18,537
204 เอาอะไรครับ เลือกก่อน

1314
01:58:18,921 --> 01:58:22,921
หนูก็มีสิทธิที่อะไรคะ เลือกซ้ำไม่ได้นะคะ

1315
01:58:29,550 --> 01:58:33,550
ครับ

1316
01:58:33,673 --> 01:58:37,673
(ล่าม) 6 ครับ ข้อ 6 ครับ

1317
01:58:39,546 --> 01:58:40,752
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อ 6 นะคะ 6 กับอะไรลูก

1318
01:58:40,752 --> 01:58:44,359
204 6 กับอะไรครับ

1319
01:58:44,359 --> 01:58:47,471
6 กับ...

1320
01:58:47,471 --> 01:58:51,471
6 กับ 7 นะครับ โอเค

1321
01:58:56,505 --> 01:59:00,505
6 กับ 7 (ล่าม) 6 กับ 7 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร)

1322
01:59:00,776 --> 01:59:04,247
อะไรนะลูก 6 กับ 7 ไหม

1323
01:59:04,247 --> 01:59:07,306
(ล่าม) ใช่ครับ

1324
01:59:07,306 --> 01:59:09,730
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ครับผม โอเค

1325
01:59:09,730 --> 01:59:13,730
ทัตเทพ ทัตเทพ

1326
01:59:14,650 --> 01:59:18,650
เอาข้อไหนครับ หนูเลือกเลย ลูก

1327
01:59:23,246 --> 01:59:27,246
เลือกเลย (ล่าม) เลือก ข้อ 4 ครับ

1328
01:59:30,435 --> 01:59:34,435
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อ 4 กับ... กับอะไรนะครับ

1329
01:59:34,559 --> 01:59:38,559
4 กับ (ล่าม)  4 กับ 5 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) 4 กับ 5 นะครับ

1330
01:59:39,892 --> 01:59:43,892
โอเคครับ 4 กับ 6 อนงค์นาฏค่ะ อนงค์นาฏ

1331
01:59:50,218 --> 01:59:51,591
เลือกอะไรคะ องุ่น

1332
01:59:51,591 --> 01:59:55,591
ข้อไหนกับข้อไหนคะ

1333
02:00:07,592 --> 02:00:11,592

1334
02:00:14,993 --> 02:00:18,993
มันช้า เลือกข้อไหนลูก

1335
02:00:19,165 --> 02:00:23,165
(ล่าม) ข้อสุดท้ายค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร)  ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่...

1336
02:00:30,156 --> 02:00:34,156
ข้อที่ 8 กับ...

1337
02:00:36,454 --> 02:00:40,454
8 กับ

1338
02:00:41,728 --> 02:00:45,728
อะไรคะลูก (ล่าม) 8 กับ 2 ค่ะ

1339
02:00:47,721 --> 02:00:51,721
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 8 กับอะไรนะคะ (ล่าม) 8 กับ 2 ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร)

1340
02:00:56,401 --> 02:00:57,859
8 กับ 2 นะคะ โอเคค่ะ ปรางหทัยค่ะ ลูก ปรางหทัย

1341
02:00:57,859 --> 02:01:01,859
หนูเลือกอะไรคะ ลูก

1342
02:01:07,998 --> 02:01:11,998
ทำไมไม่ขึ้นหน้าน้อง

1343
02:01:12,912 --> 02:01:16,912
มันช้า

1344
02:01:26,398 --> 02:01:30,398
ค่ะ ข้อที่...

1345
02:01:33,204 --> 02:01:37,204
(ล่าม) ข้อที่ 6 ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) 6 เพื่อนเอาไปแล้วลูก

1346
02:01:41,716 --> 02:01:45,716
(ล่าม)  3 ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) 3 นะคะ 3

1347
02:01:45,902 --> 02:01:49,902
กับ...

1348
02:01:50,053 --> 02:01:54,053
(ล่าม) 3 กับ... ไม่แน่ใจว่า 7 หรือ 8 ค่ะ

1349
02:01:59,734 --> 02:02:03,734
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 3 กับอะไรนะคะลูก

1350
02:02:04,192 --> 02:02:05,491
(อาจารย์สุรีย์พัชร)  3 กับ 7 7 ซ้ำกับ กฤตกรลูก

1351
02:02:05,491 --> 02:02:09,491
(ล่าม) ข้อที่ 5 ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อที่ 5 ซ้ำกับทัตเทพครับ

1352
02:02:15,616 --> 02:02:19,616
(ล่าม)  ข้อ 1 ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อ 1 ค่ะ โอเคค่ะ

1353
02:02:19,947 --> 02:02:23,947
Command line น่ะง่ายนะคะ

1354
02:02:26,982 --> 02:02:30,539
หนูต้องใช้คำสั่ง เดี๋ยวอาจารย์จะเปิดคำสั่งให้หนูถ่ายรูป

1355
02:02:30,539 --> 02:02:34,539
ด้วยก็ได้นะคะ เดี๋ยวอาจารย์เปิดให้ดูนะคะ อาจารย์ย้อน

1356
02:02:37,428 --> 02:02:37,447
กลับขึ้นไปหาเดชมงคลลูก เดชมงคลหนูเอาอะไรคะ

1357
02:02:37,447 --> 02:02:41,447
ไม่เป็นอะไรค่ะ ตอนนี้จะซ้ำแล้วค่ะ เพราะว่าตอนนี้

1358
02:02:45,933 --> 02:02:46,165
1 2 3 4 5 6 7 8 แล้วค่ะ 1 กับ 1 กับ 8 ครับ

1359
02:02:46,165 --> 02:02:50,165
วุฒิชัย ครับ

1360
02:02:51,850 --> 02:02:55,850
วุฒิชัยอะไรครับ

1361
02:02:57,361 --> 02:03:01,361
หนูเลือกข้อมาเลยลูก

1362
02:03:08,881 --> 02:03:09,753
เลือกซ้ำได้ลูก เลือกซ้ำได้ครับ

1363
02:03:09,753 --> 02:03:13,753
แต่ไม่ซ้ำทั้งสองข้อของเพื่อน

1364
02:03:17,149 --> 02:03:21,149
ข้อที่เท่าไรคะ

1365
02:03:31,517 --> 02:03:35,517
(ล่าม) เลือก 4 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค 4 ครับ กับ...

1366
02:03:40,940 --> 02:03:44,940
ห้ามเลือก 5 ค่ะ

1367
02:03:45,150 --> 02:03:49,150
เพราะจะซ้ำกับทัตเทพครับ

1368
02:03:56,902 --> 02:03:57,806
(ล่าม) 7 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) 4 กับ 7 นะคะ ใครยังไม่มีชื่อ มีไหมคะ

1369
02:03:57,806 --> 02:04:01,806
ครบไหมลูก

1370
02:04:02,821 --> 02:04:06,821
ครบนะคะ อาจารย์ขอทวนใหม่นะคะลูก เดี๋ยวอาจารย์

1371
02:04:14,106 --> 02:04:17,364
ถ่ายรูปส่งเข้าไปใน LINE ให้นะคะ สามารถ

1372
02:04:17,364 --> 02:04:21,364
ที่จะเปลี่ยน เปลี่ยนได้นะ ไม่สามารถตรงกันทั้ง 2 ข้อนะคะ

1373
02:04:22,381 --> 02:04:25,012
วุฒิชัย 4 7 เดชมงคล 1 8 กฤตกร

1374
02:04:25,012 --> 02:04:26,083
6 7 ทัตเทพ 4 5

1375
02:04:26,083 --> 02:04:30,083
อนงค์นาฏ 8 2 และ

1376
02:04:31,291 --> 02:04:33,504
ปรางหทัย 3 1 ค่ะ โอเค

1377
02:04:33,504 --> 02:04:37,504
แต่หนูมีสิทธิ์เปลี่ยนได้นะคะ แต่

1378
02:04:41,982 --> 02:04:44,335
ถ้าเปลี่ยน หนูจะไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแล้วซ้ำกับเพื่อน

1379
02:04:44,335 --> 02:04:48,292
เช่น วุฒิชัยบอกว่าผมอยากเปลี่ยนเป็น 8 2

1380
02:04:48,292 --> 02:04:52,292
ทำไม่ได้ เพราะอนงค์นาฏยังไม่เปลี่ยน ขึ้นอยู่กับอนงค์นาฏเปลี่ยนหรือยัง

1381
02:04:55,996 --> 02:04:59,996
นะคะ อันนี้ขึ้นอยู่กับอนงค์นาฏ ทีนี้พอได้แล้ว

1382
02:05:02,081 --> 02:05:02,842
นำเอาข้อมูลที่หนูได้นี่ค่ะ เป็นหัวข้อที่มีอยู่นำไปตอบคำถาม ในการบ้าน

1383
02:05:02,842 --> 02:05:05,643
ของเรา นี่ค่ะ

1384
02:05:05,643 --> 02:05:09,643
อย่างน้อยข้อแรกหนูตอบได้แล้วค่ะ เลือกมา 2 ข้อ

1385
02:05:16,392 --> 02:05:18,544
แล้วหนูวิเคราะห์ดูสิ ว่าขั้นตอนที่หนูเลือกมา

1386
02:05:18,544 --> 02:05:22,544
มันเป็นอย่างไร มีอยู่ในสไลด์หมดเลยนะคะ ทุกอย่างอยู่ในสไลด์

1387
02:05:24,200 --> 02:05:24,383
แต่ข้อสุดท้ายขึ้นอยู่กับว่าการตัดสินใจ

1388
02:05:24,383 --> 02:05:28,383
ของหนู หนูเป็น User ค่ะ อันไหนทำงานดีกว่า

1389
02:05:32,840 --> 02:05:36,840
ก็คือหนูเลือกอะไรนั่นเองนะคะ หนูเลือกอะไร จะ Capture หน้าจอ แล้วภาพพวกนี้ด้วยนะคะ

1390
02:05:40,797 --> 02:05:44,797
แล้วก็คำสั่งใน DOS นะคะ ใน Command อาจารย์ก็จะส่งให้นะคะ ส่งให้ทั้งหมดเลย

1391
02:05:49,051 --> 02:05:53,051
อย่างนั้นวันนี้เราเรียนในเรื่องของ Interaction Styles เป็นรูปแบบในการโต้ตอบมีหลากหลายมากนะคะ

1392
02:05:54,309 --> 02:05:56,642
นะคะ ในการโต้ตอบมีหลากหลายเลย

1393
02:05:56,642 --> 02:06:00,642
เพราะฉะนั้น วันนี้เราได้เรียนในเรื่องนี้แล้ว

1394
02:06:06,483 --> 02:06:10,483
นะคะ ในเรื่องของทฤษฎีจะหมดแล้ว อีก 2 ครั้งทฤษฎีหมด แล้วเราจะเริ่มปฏิบัติในเรื่องของ Office

1395
02:06:10,814 --> 02:06:14,759
เมื่อ Office เครื่องอาจารย์ไม่ได้ อาจารย์จะใช้ใน Google แทน

1396
02:06:14,759 --> 02:06:18,759
อย่างนั้นเราให้ใน Google เหมือนกันนะคะ นะ ใช้ Google

1397
02:06:22,331 --> 02:06:26,331
ก็ได้นะ เพราะว่าหนูเขาเมลของมหาวิทยาลัยได้ โอเคนะคะ อย่างนั้นวันนี้นะ ใน Part ของ Part ที่ 6

1398
02:06:29,063 --> 02:06:33,063
Interaction Styles อาจารย์แอนขอเอาไว้แค่นี้นะคะ ให้หนูรู้ในรุปแบบของการโต้ตอบ ว่า

1399
02:06:36,033 --> 02:06:40,033
มีรูปแบบอะไรบ้าง โอเคนะ วันนี้เอาไว้แค่นี้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

