﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005

3
00:00:08,010 --> 00:00:12,010

4
00:00:12,013 --> 00:00:16,013

5
00:00:16,019 --> 00:00:20,019

6
00:00:20,022 --> 00:00:24,022
(อาจารย์สุรีย์พัชร) สวัสดีค่ะ

7
00:00:24,025 --> 00:00:28,025

8
00:00:28,027 --> 00:00:32,027

9
00:00:32,030 --> 00:00:36,030
อาจารย์แก้แล้ว อาจารย์ใส่แว่นก่อน

10
00:00:36,033 --> 00:00:40,033
หนูก็แก่หนูใส่แว่น

11
00:00:40,035 --> 00:00:44,035

12
00:00:44,037 --> 00:00:48,037
ลืมเปิดห้อง ลืมเปิดไฟ

13
00:00:48,039 --> 00:00:52,039
เมื่อครั้งที่แล้ว

14
00:00:52,044 --> 00:00:56,044
ใช่ เมื่อครั้งที่แล้วนะ

15
00:00:56,046 --> 00:01:00,046
อาจารย์ยังไม่ได้ลงคะแนนให้ แต่เว้นช่อง

16
00:01:00,048 --> 00:01:04,048
ว่างเอาไว้ ไม่ได้เช็กชื่อนะคะ

17
00:01:04,049 --> 00:01:08,049
ไม่ได้เช็กชื่อ แต่จะเช็กคำถาม

18
00:01:08,051 --> 00:01:12,051
คืออันว่ามีคำถามหนูตอบ มันไม่ใช่

19
00:01:12,052 --> 00:01:16,052
เป็นการมาลูก มันจะเป็นคะแนนทันที อาจารย์ไม่คิดการมานะ

20
00:01:16,055 --> 00:01:20,055
การมานักศึกษาต้องมาอยู่แล้วนะ แต่ว่า

21
00:01:20,056 --> 00:01:24,056
การตอบคำถามลูก ตอบตรงประเด็นได้คำถาม ตอบไม่ตรงผปประเด็น

22
00:01:24,057 --> 00:01:28,057
ไล่ตอบจนครบประเด็น คะแนนถึงจะครบนะคะ

23
00:01:28,059 --> 00:01:32,059
เมาส์ หาเมาส์ไม่เจอ

24
00:01:32,060 --> 00:01:36,060

25
00:01:36,062 --> 00:01:40,062

26
00:01:40,064 --> 00:01:44,064
อิจฉา อยากได้

27
00:01:44,068 --> 00:01:48,068
อยากได้ภาษามือ

28
00:01:48,069 --> 00:01:52,069

29
00:01:52,071 --> 00:01:56,071
นะคะ ขอเข้าอีเมลแป๊บนะคะ ขอเข้าอีเมลแป๊บหนึ่

30
00:01:56,073 --> 00:02:00,073
สงสัยจะไม่ออก

31
00:02:00,076 --> 00:02:04,076
นั่นไง

32
00:02:04,078 --> 00:02:08,078
เพียบเลย ขอแป๊บหนึ่งนะคะ

33
00:02:08,081 --> 00:02:12,081
ขอลบ อย่างนั้นอีเมลไม่เข้า นี่นะคะ สารสนเทศ

34
00:02:12,082 --> 00:02:16,082
อันหนึ่ง ถ้าเราไปแจ้งกับองค์กรใด หรือ

35
00:02:16,084 --> 00:02:20,084
หนุใช้ในเรื่องของการสมัคร ของอาจารย์ให้ UQQ

36
00:02:20,087 --> 00:02:24,087
เขาก็จะส่งข้อมูลมา พอส่งขอมูลมาเยอะ

37
00:02:24,088 --> 00:02:28,088
ทำไมเพื่อนส่งเมลหาเรา แล้วเราไม่ได้รับ นี่ ส่วนหนึ่ง

38
00:02:28,091 --> 00:02:32,091
เลยค่ะ ไล่ลบเลย

39
00:02:32,093 --> 00:02:36,093
ค่ะ แต่ถ้าหนูมั่นใจว่า เรา

40
00:02:36,094 --> 00:02:40,094
ไม่มีอะไรสำคัญ หนูคลิก

41
00:02:40,096 --> 00:02:44,096
ทั้งหมดได้เลยนะคะ อาจารย์เป็นบุคคลที่

42
00:02:44,098 --> 00:02:48,098
อีเมลเยอะลูก อีเมลเยอะมากตอนนี้

43
00:02:48,100 --> 00:02:52,100

44
00:02:52,103 --> 00:02:56,103
หายไปไหนแล้วล่ะ

45
00:02:56,105 --> 00:03:00,105
อีกรอบหนึ่ง

46
00:03:00,106 --> 00:03:04,106
จะยกคีย์บอร์ดกับเมาส์ขึ้นข้างบน

47
00:03:04,109 --> 00:03:08,109
เชิญครับ

48
00:03:08,112 --> 00:03:12,112
อาจารย์โม้แล้วแหกค่ายลูก

49
00:03:12,114 --> 00:03:16,114

50
00:03:16,116 --> 00:03:20,116

51
00:03:20,118 --> 00:03:24,118

52
00:03:24,121 --> 00:03:28,121

53
00:03:28,124 --> 00:03:32,124

54
00:03:32,126 --> 00:03:36,126

55
00:03:36,129 --> 00:03:40,129

56
00:03:40,134 --> 00:03:44,134

57
00:03:44,138 --> 00:03:48,138
ก่อนเข้าเรื่อง

58
00:03:48,140 --> 00:03:52,140
อันนี้จะสอบถามนะ อาจารย์มั่นใจ

59
00:03:52,141 --> 00:03:56,141
ว่าว่าเด็กทุกคนต้องรู้กลุ่มสี

60
00:03:56,143 --> 00:04:00,143
จะถามว่ากลุ่มสีเย็น

61
00:04:00,144 --> 00:04:04,144
มีสีอะไรบ้าง กลุ่มสีเย็น

62
00:04:04,146 --> 00:04:08,146
สีเย็น ถามเลยว่าสีแดงสีเย็นไหมลูก สีแดง

63
00:04:08,148 --> 00:04:12,148
เพราะ

64
00:04:12,149 --> 00:04:16,149
มันร้อนแรง

65
00:04:16,152 --> 00:04:20,152
แล้วถ้าสีเขียวล่ะ

66
00:04:20,154 --> 00:04:24,154
ใครตอบได้หนูยกมือเลยนะคะ ยกมือเลย ยกมือเลย

67
00:04:24,156 --> 00:04:28,156

68
00:04:28,156 --> 00:04:32,156
เขียว หนูต้องบัญญัติด้วย ว่า

69
00:04:32,158 --> 00:04:36,158
เขียวแบบไหนคะลูก ถึงว่า... เขียวอ่อน

70
00:04:36,159 --> 00:04:40,159
จะทำให้รู้สึกเย็น แสดงว่าคนไข้

71
00:04:40,160 --> 00:04:44,160
ที่เขามีความเครียด แล้วเขามี

72
00:04:44,162 --> 00:04:48,162
ผ้าม่านสีเขียวอ่อน ๆ จะทำให้สติของเขา

73
00:04:48,164 --> 00:04:52,164
จะรวบรวมได้ คือ เหมือนตั้งสติได้

74
00:04:52,166 --> 00:04:56,166
ใช่หรือไม่ ความหมายของหนูลูก ใช่ไหม

75
00:04:56,168 --> 00:05:00,168
โอเค

76
00:05:00,170 --> 00:05:04,170
หนูเลขที่เท่าไรลูก ขอ 2 ตัวท้ายลูก

77
00:05:04,173 --> 00:05:08,173

78
00:05:08,175 --> 00:05:12,175
16 ค่ะ

79
00:05:12,177 --> 00:05:16,177

80
00:05:16,180 --> 00:05:20,180
207 ก็ว่าอยู่นะ

81
00:05:20,185 --> 00:05:24,185
2 แต้มนะคะ

82
00:05:24,189 --> 00:05:28,189
คราวนี้อาจารย์ถามกลุ่ม

83
00:05:28,191 --> 00:05:32,191
ร้อนบ้าง กลุ่มร้อน

84
00:05:32,192 --> 00:05:36,192
มีโทนสีอะไรบ้างลูก

85
00:05:36,194 --> 00:05:40,194
กลุ่มร้อน ว่าอย่างไรลูก สีแดงครับ

86
00:05:40,196 --> 00:05:44,196
เพราะ...

87
00:05:44,198 --> 00:05:48,198

88
00:05:48,201 --> 00:05:52,201
สีแดง ขออีกสีหนึ่ง

89
00:05:52,203 --> 00:05:56,203
ขออีกสีสิลูก

90
00:05:56,206 --> 00:06:00,206
สีส้ม

91
00:06:00,209 --> 00:06:04,209
แสดงว่าหนูนึกถึงพระอาทิตย์

92
00:06:04,212 --> 00:06:08,212
ใช่ไหม นึกถึงพระอาทิตย์ เลขที่ลูก

93
00:06:08,214 --> 00:06:12,214
2 ตัวท้าย

94
00:06:12,216 --> 00:06:16,216
204

95
00:06:16,218 --> 00:06:20,218
น้องบาส 2 แต้มนะคะ

96
00:06:20,219 --> 00:06:24,219
เพราะว่าอาจารย์ถาม 2 คำถามนะคะ

97
00:06:24,222 --> 00:06:28,222
อยู่ในคำถามนั่นแหละลูก กลุ่มร้อย

98
00:06:28,225 --> 00:06:32,225
เมื่อเขาตอบสีแดง สีส้ม หนูมองว่ามีสีอะไรอีกคะ

99
00:06:32,227 --> 00:06:36,227

100
00:06:36,229 --> 00:06:40,229

101
00:06:40,232 --> 00:06:44,232
ที่เป็นกลุ่มร้อนน่ะลูก หนูเห็นแล้วจะร้อนน่ะค่ะ

102
00:06:44,235 --> 00:06:48,235

103
00:06:48,237 --> 00:06:52,237
แดงแล้ว

104
00:06:52,239 --> 00:06:56,239

105
00:06:56,241 --> 00:07:00,241
ถ้าเจอในสไลด์

106
00:07:00,242 --> 00:07:04,242
สีเหลือง เหลืองอย่างไรลูก

107
00:07:04,246 --> 00:07:08,246

108
00:07:08,248 --> 00:07:12,248
เหลืองเข้ม ถ้ามีเหลืองเข้ม

109
00:07:12,250 --> 00:07:16,250
ก็แสดงว่า ถ้าหนูหันไปมองสันหนังสือลูก

110
00:07:16,252 --> 00:07:20,252
หนูหันไปมองสันหนังสือ เหลืองเข้มไหมคะ

111
00:07:20,254 --> 00:07:24,254
เข้มหรือปานกลางลูก

112
00:07:24,255 --> 00:07:28,255
ปานกลาง น้อย

113
00:07:28,257 --> 00:07:32,257

114
00:07:32,259 --> 00:07:36,259
อ่อน แสดงว่าหนูมองแล้วร้อนไหมคะ

115
00:07:36,262 --> 00:07:40,262
ถ้าหนูอารมณ์ร้อน วิ่งเข้ามาเห็นสีเหลือง จะ

116
00:07:40,264 --> 00:07:44,264
ร้อนไหม

117
00:07:44,268 --> 00:07:48,268
รู้สึกว่าร้อน อย่างนั้น แสดงว่าคณะวิทย์ฯ

118
00:07:48,270 --> 00:07:52,270
ถ้าตอนเที่ยงห้ามไปอยู่กับใครนะคะ เพราะว่าเขาใส่

119
00:07:52,272 --> 00:07:56,272
สีเหลือง ใช่ไหม

120
00:07:56,274 --> 00:08:00,274
ยังมีอีกค่ะ เพราะว่าเพื่อนตอบสีแดง

121
00:08:00,275 --> 00:08:04,275
แต่สีแดงน่ะ เขามีสีแดงตั้งกี่เฉดสี

122
00:08:04,277 --> 00:08:08,277
1 สี หนูเป็นนักไอที

123
00:08:08,279 --> 00:08:12,279
อยุ่แล้วใช่ไหมลูก 1 สีนี่

124
00:08:12,280 --> 00:08:16,280
0 จนถึง 255 นั่นแสดงว่ามี

125
00:08:16,282 --> 00:08:20,282
256 สี หนูจะตอบได้ว่า ส้มเข้ม

126
00:08:20,284 --> 00:08:24,284
ส้มบาง ส้มส้ม

127
00:08:24,284 --> 00:08:28,284
อาจารย์ก็เข้าใจได้ค่ะ คำว่า "ส๊มส้ม" ส้ม

128
00:08:28,287 --> 00:08:32,287
สุด ๆ น่ะ เหมือนพระอาทิตย์จะตกลงมาอย่างนี้ลูก

129
00:08:32,289 --> 00:08:36,289
มองแล้วรู้สึกร้อย แต่ถ้าสีเย็น อาจารย์ไม่เข้าใจ

130
00:08:36,290 --> 00:08:40,290
ว่าทำไมหนูไม่เห็นสีฟ้า

131
00:08:40,293 --> 00:08:44,293
ฟ้าอ่อน ๆ สีม่วงพาสเทล

132
00:08:44,294 --> 00:08:48,294
พอดีอาจารย์เป็นไมเกรน

133
00:08:48,296 --> 00:08:52,296
เขาจะใช้สีดำ เพื่อที่ปิดแสงทั้งหมด เพื่อ

134
00:08:52,298 --> 00:08:56,298
ไม่ให้เราเห็นสี น้ำที่ดื่ม คนที่ดื่มน้ำไม่ได้

135
00:08:56,300 --> 00:09:00,300
เขาจะนำเอาสีเข้ามาผสม เพื่อให้เกิดความ

136
00:09:00,301 --> 00:09:04,301
อยากดื่ม เช่น ยาพาราเซตามอล

137
00:09:04,303 --> 00:09:08,303
ยาพาราเซตามอลของเด็กน้อย เขาจะ

138
00:09:08,305 --> 00:09:12,305
ใส่สี สีชมพู รสสตรอว์เบอรี่ สีส้ม

139
00:09:12,306 --> 00:09:16,306
มีอยู่แค่นี้ใช่ไหมคะลูก คราวนี้ มาดูใน

140
00:09:16,308 --> 00:09:20,308
สไลด์นะคะลูก มาเข้าดูในสไลด์กัน

141
00:09:20,310 --> 00:09:24,310
เห็นในสไลด์อยู่ใช่ไหมคะ

142
00:09:24,313 --> 00:09:28,313

143
00:09:28,314 --> 00:09:32,314
ลูกเห็นในสไลด์อยู่นะ

144
00:09:32,317 --> 00:09:36,317

145
00:09:36,319 --> 00:09:40,319
น่าจะมีกระจกทางนู้นนะ

146
00:09:40,322 --> 00:09:44,322
อาจารย์แอนก็หันคอจะหัก

147
00:09:44,324 --> 00:09:48,324
อันนี้อาจารย์ข้าม Week นะคะ เพราะว่า

148
00:09:48,327 --> 00:09:52,327
บาง Week มองว่ามันซ้ำซ้อน

149
00:09:52,328 --> 00:09:56,328
แล้วเราพูดไปแล้ว หนูสังเกตไหมคะ ว่าพื้นสไลด์

150
00:09:56,331 --> 00:10:00,331
ของอาจารย์แอนจะเห็นเป็น 01 01 01

151
00:10:00,333 --> 00:10:04,333
นั่นคือเลขดิจิทัลนะคะ

152
00:10:04,334 --> 00:10:08,334
นั่นคือเลขดิจิทัล ที่น้องบาสนะคะ ถ้าจำไม่ผิดนะคะ

153
00:10:08,336 --> 00:10:12,336
น้องบาสเป็นคนบอกว่า ถ้าหากว่าเป็น 0

154
00:10:12,337 --> 00:10:16,337
ก็เหมือนเป็นการปิด ถ้าเป็น 1 ก็เหมือนเป็นการเปิด

155
00:10:16,339 --> 00:10:20,339
เหมือนเปิดระบบกับปิดระบบนะคะ สื่่อให้เห็น

156
00:10:20,340 --> 00:10:24,340
ว่ามันคือ Interaction styles มันคือการติดต่อ

157
00:10:24,342 --> 00:10:28,342
ว่าเราจะต้องติดต่ออย่างไร

158
00:10:28,344 --> 00:10:32,344
Command Line จำได้ไหมคะ ที่พิมพ์ครั้ง

159
00:10:32,345 --> 00:10:36,345
ที่แล้ว อาจารย์ขอไล่ให้ตอบเลยได้ไหม

160
00:10:36,347 --> 00:10:40,347
ตามโต๊ะนะคะ

161
00:10:40,349 --> 00:10:44,349
อาจารย์จดแล้วด้วย จดให้แล้ว

162
00:10:44,349 --> 00:10:48,349
เขียนให้แล้วใน Note นะ

163
00:10:48,351 --> 00:10:52,351
เขัยนยให้แล้วในโน้ต มีเด็กบางคนถ่ายรูป แต่บางคนไม่ได้ถ่าย

164
00:10:52,353 --> 00:10:56,353
Command Line จำได้ไหมคะ ที่เป็นจอดำ ๆ

165
00:10:56,357 --> 00:11:00,357
อาจารย์จะถามตามหมายเลขโต๊ะนะคะ

166
00:11:00,358 --> 00:11:04,358
ไม่มองตามชื่อ มองไม่เห็นโต๊ะเหมือนกัน

167
00:11:04,359 --> 00:11:08,359
อาจารย์ขอเบอร์ 8 ลูก

168
00:11:08,360 --> 00:11:12,360
เบอร์ 8 ค่ะ ถ้าเรา... ครับผม

169
00:11:12,361 --> 00:11:16,361
ถ้าเราจะดูข้อมูลในห้อง

170
00:11:16,363 --> 00:11:20,363
หรือใน Director เราจะใช้คำสั่งอะไรคะ

171
00:11:20,365 --> 00:11:24,365
ให้กับระบบรู้

172
00:11:24,368 --> 00:11:28,368
มี 3 ตัวลูก มี 3 ตัว

173
00:11:28,371 --> 00:11:32,371
ตอบมาเลย ดึงกล้องขึ้นเลยค่ะ ดึงกล้องขึ้นเลยค่ะลูก

174
00:11:32,373 --> 00:11:36,373

175
00:11:36,375 --> 00:11:40,375
มี 3 ตัวค่ะ มี 3 ตัว

176
00:11:40,379 --> 00:11:44,379
มีตัวอะไรบ้างคะ ถ้าเราจะขอดู

177
00:11:44,381 --> 00:11:48,381
อาจารย์อยากรู้ว่าในห้อง... ห้องนี้มีไฟล์อะไรบ้าง

178
00:11:48,382 --> 00:11:52,382
เราต้องใช้คำสั่งอะไร

179
00:11:52,384 --> 00:11:56,384
เจ้าเบอร์ 9 เพิ่งจะมา เดี๋ยวจะตอบไม่ได้

180
00:11:56,385 --> 00:12:00,385
ครั้งที่แล้วหนูมาตอบเสร็จพอดี

181
00:12:00,387 --> 00:12:04,387
จำได้ไหมคะ จำได้ไหม เบอร์ 8 หนูคุ้นไหมคะ

182
00:12:04,389 --> 00:12:08,389
มี 3 ตัวค่ะ พยัญชนะมี 3 ตัว ขึ้นต้นด้วย

183
00:12:08,391 --> 00:12:12,391
D Dog ขึ้นต้นด้วย D Dog

184
00:12:12,393 --> 00:12:16,393
ขึ้นต้นด้วย D Dog ลูก

185
00:12:16,395 --> 00:12:20,395
D แล้วอะไรคะ

186
00:12:20,396 --> 00:12:24,396

187
00:12:24,396 --> 00:12:28,396

188
00:12:28,398 --> 00:12:32,398

189
00:12:32,404 --> 00:12:36,404
ขึ้นต้นด้วย... แล้วตามด้วยอะไรคะ อีก 2 ตัว อีก 2 ตัว

190
00:12:36,408 --> 00:12:40,408
D

191
00:12:40,410 --> 00:12:44,410
แล้วอะไรคะ D แล้วอะไร

192
00:12:44,411 --> 00:12:48,411

193
00:12:48,413 --> 00:12:52,413
คุ้นไหมคะ คุ้นไหม

194
00:12:52,415 --> 00:12:56,415
D แล้วก็นี่

195
00:12:56,416 --> 00:13:00,416
นี่ ตัวเราน่ะอะไร ตัวเราน่ะ

196
00:13:00,418 --> 00:13:04,418
ภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก ตัวเรา ภาษาอังกฤษว่าอย่างไรคะ

197
00:13:04,418 --> 00:13:08,418
ตัวเรา

198
00:13:08,419 --> 00:13:12,419

199
00:13:12,420 --> 00:13:16,420
ตัวเราลูกภาษาอังกฤษ ว่าอะไร ตัวเรา ตัวเรา

200
00:13:16,423 --> 00:13:20,423
เช่น หนู

201
00:13:20,425 --> 00:13:24,425
จะบอกว่าหนูมาเรียนน่ะลูก

202
00:13:24,426 --> 00:13:28,426
หนูมาเรียน ฉันกำลังกินข้าว

203
00:13:28,428 --> 00:13:32,428
หนูจะใช้คำว่าอะไรลก

204
00:13:32,429 --> 00:13:36,429

205
00:13:36,430 --> 00:13:40,430

206
00:13:40,431 --> 00:13:44,431
ฉันกำลังกินข้าว จะขึ้นต้น จะ

207
00:13:44,432 --> 00:13:48,432
ขึ้นต้นประโยคว่าอะไรลูก ใครตอบได้

208
00:13:48,434 --> 00:13:52,434
หนูยกมือแทนเพื่อนเลยค่ะ ยกมือค่ะ

209
00:13:52,434 --> 00:13:56,434
เบอร์ 2 ค่ะ ตอบเลยลูก D แล้วอะไรคะ

210
00:13:56,437 --> 00:14:00,437

211
00:14:00,439 --> 00:14:04,439
ภาษาอังกฤษลูก

212
00:14:04,440 --> 00:14:08,440

213
00:14:08,441 --> 00:14:12,441

214
00:14:12,444 --> 00:14:16,444

215
00:14:16,446 --> 00:14:20,446
ไม่ใช่ลูก ถ้าหนูจะบอกว่าหนูจะไป หนูจะไปว่ายน้ำ

216
00:14:20,449 --> 00:14:24,449
หนูใช้คำว่า "หนูจะไปว่ายน้ำ" หนูจะใช้คำว่าอะไรลูก

217
00:14:24,451 --> 00:14:28,451
หนูจะขึ้นต้น

218
00:14:28,453 --> 00:14:32,453
ว่าอะไรลูก

219
00:14:32,454 --> 00:14:36,454

220
00:14:36,457 --> 00:14:40,457
ตัวเราเองน่ะ

221
00:14:40,460 --> 00:14:44,460
Google

222
00:14:44,463 --> 00:14:48,463
Translate แน่นอน ฉันจะไปว่ายน้ำ

223
00:14:48,466 --> 00:14:52,466
อะไรลูกอะไร

224
00:14:52,468 --> 00:14:56,468
หนูจะตอบว่าอะไรคะ

225
00:14:56,469 --> 00:15:00,469
i โอเค D-i อีกตัวหนึ่ง อีกตัวหนึ่ง

226
00:15:00,471 --> 00:15:04,471
No ค่ะ ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่

227
00:15:04,472 --> 00:15:08,472
หนูลูกหนู

228
00:15:08,477 --> 00:15:12,477
หนูลูก ที่แปลว่าหนู ภาษาอังกฤษ

229
00:15:12,479 --> 00:15:16,479
ที่แปลว่า หนู ค่ะ

230
00:15:16,481 --> 00:15:20,481
หนูจี๊ด ๆ น่ะลูก หนู

231
00:15:20,483 --> 00:15:24,483

232
00:15:24,485 --> 00:15:28,485

233
00:15:28,487 --> 00:15:32,487
อะไรลูกอะไร หนูลูก

234
00:15:32,492 --> 00:15:36,492
ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษหนู

235
00:15:36,494 --> 00:15:40,494
คำศัพท์เขาคืออะไรลูก

236
00:15:40,496 --> 00:15:44,496

237
00:15:44,498 --> 00:15:48,498
No ลูก No

238
00:15:48,500 --> 00:15:52,500
D-i แล้วอะไรคะ

239
00:15:52,502 --> 00:15:56,502
ใครจะตอบ ได้หรือยังลูก T ครับ

240
00:15:56,504 --> 00:16:00,504
ไม่ใช่ลูก

241
00:16:00,506 --> 00:16:04,506
ไม่ใช่ลูก หนูลูกหนู ภาษาอังกฤษ

242
00:16:04,509 --> 00:16:08,509
ว่าอะไรลูก หนู กระต่ายก็ได้ลูก กระต่าย

243
00:16:08,510 --> 00:16:12,510
กระต่าย ภาษาอังกฤษ กระต่าย

244
00:16:12,512 --> 00:16:16,512
กระต่าย ใช่ค่ะ กระต่ายภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก

245
00:16:16,513 --> 00:16:20,513
กระต่าย

246
00:16:20,515 --> 00:16:24,515
D-i-r

247
00:16:24,516 --> 00:16:28,516
คนที่ตอบ

248
00:16:28,518 --> 00:16:32,518
D Rabbit ไงลูก

249
00:16:32,520 --> 00:16:36,520
ตัว R นะ คนที่ตอบ D ยกมือลูก

250
00:16:36,521 --> 00:16:40,521
ใครตอบ D คนไหนตอบ D ลูก

251
00:16:40,523 --> 00:16:44,523
คนไหนลูก 7 นะ เบอรื 7

252
00:16:44,525 --> 00:16:48,525
207 นะคะ

253
00:16:48,527 --> 00:16:52,527
I ลูก ใครตอบ I

254
00:16:52,531 --> 00:16:56,531
รหัส 2 ตัวท้ายลูก

255
00:16:56,533 --> 00:17:00,533
208

256
00:17:00,534 --> 00:17:04,534
ค่ะ โอเคค่ะ

257
00:17:04,537 --> 00:17:08,537
203 ครับ

258
00:17:08,539 --> 00:17:12,539
ล่อเต็ม

259
00:17:12,542 --> 00:17:16,542
ยัง ยังไม่หมด

260
00:17:16,544 --> 00:17:20,544
อันนั้นน่ะ ดู Diractory Command Line

261
00:17:20,547 --> 00:17:24,547
ที่เขา Interface ในการ connect

262
00:17:24,549 --> 00:17:28,549
หนูจะสร้างห้องให้กับ Directory หนูใช้คำสั่ง

263
00:17:28,551 --> 00:17:32,551
อะไรลูก คำถามสุดท้ายแล้วค่ะ

264
00:17:32,553 --> 00:17:36,553
ใช้คำสั่งอะไร

265
00:17:36,558 --> 00:17:40,558
สร้าง ภาษาอังกฤษว่าอย่างไรลูก ทำ...

266
00:17:40,564 --> 00:17:44,564

267
00:17:44,566 --> 00:17:48,566
ทำ ภาษาอังกฤษ ว่าอะไรลูก ทำ สร้าง

268
00:17:48,568 --> 00:17:52,568
ก็ได้ลูก สร้าง

269
00:17:52,570 --> 00:17:56,570
หนูทำการบ้าน

270
00:17:56,571 --> 00:18:00,571
I อะไรลูก

271
00:18:00,574 --> 00:18:04,574
ทำมีหลายคำนะคะลูก

272
00:18:04,576 --> 00:18:08,576
มีหลายคำนะลูก มีหลายคำ ภาษาอังกฤษใช้หลากหลาย

273
00:18:08,579 --> 00:18:12,579

274
00:18:12,581 --> 00:18:16,581

275
00:18:16,582 --> 00:18:20,582
มี 2 ตัวลูก

276
00:18:20,585 --> 00:18:24,585
มี 2 ตัว มีแค่ 2 ตัว หนูได้ตัวแรก

277
00:18:24,586 --> 00:18:28,586
ตัวที่ 2 จะเป็นตัวแรก ของคำถามแรก

278
00:18:28,589 --> 00:18:32,589
ได้ตัวนั้น

279
00:18:32,591 --> 00:18:36,591
นะคะ ถ้าได้ตัวแรก แล้วตัวที่ 2

280
00:18:36,594 --> 00:18:40,594
จะเป็นตัวแรกของคำถามเมื่อกี้

281
00:18:40,595 --> 00:18:44,595
สร้าง ภาษาอังกฤษว่าอย่างไรลูก

282
00:18:44,596 --> 00:18:48,596

283
00:18:48,602 --> 00:18:52,602
สร้าง ลูก สร้าง

284
00:18:52,605 --> 00:18:56,605
ภาษาอังกฤษคำว่า"สร้าง" ลูก เด็กน้อย

285
00:18:56,607 --> 00:19:00,607
ตกภาษาอังกฤษ ตรงนี้

286
00:19:00,609 --> 00:19:04,609
Build ไม่ใช่ลูก

287
00:19:04,611 --> 00:19:08,611
อีกตัวหนึ่งมันยากไปไหมลูก Biud น่ะ

288
00:19:08,613 --> 00:19:12,613
เด็กอนุบาล 1 เขาจะไม่ใช้คำว่า "Build"

289
00:19:12,615 --> 00:19:16,615
ฉันทำการบ้าน

290
00:19:16,617 --> 00:19:20,617
ไม่ใช่ I do homework.

291
00:19:20,618 --> 00:19:24,618
แน่นอนค่ะ

292
00:19:24,619 --> 00:19:28,619
ฉันทำการบ้าน I ...

293
00:19:28,621 --> 00:19:32,621
Homework

294
00:19:32,624 --> 00:19:36,624

295
00:19:36,626 --> 00:19:40,626

296
00:19:40,629 --> 00:19:44,629

297
00:19:44,634 --> 00:19:48,634

298
00:19:48,637 --> 00:19:52,637
ยาวจังเลย 2 ตัวเองลูก 2 ตัว

299
00:19:52,639 --> 00:19:56,639
มีแค่ 2 ตัวเองลูก สร้าง Directory

300
00:19:56,642 --> 00:20:00,642
มีแค่ 2 ตัวเองค่ะ สร้างลูก

301
00:20:00,643 --> 00:20:04,643
สร้าง ใช่ สร้าง หนูจะสร้าง...

302
00:20:04,645 --> 00:20:08,645
หนูจะทำการบ้าน นอกจากคำว่า "Do" ลูก ถ้า Do จะเด็กประถม

303
00:20:08,647 --> 00:20:12,647
ขึ้นมาล่ะ I อะไรลูก I ...

304
00:20:12,648 --> 00:20:16,648
Home work

305
00:20:16,649 --> 00:20:20,649
I อะไรคะ

306
00:20:20,649 --> 00:20:24,649

307
00:20:24,651 --> 00:20:28,651
อะไรลูก อะไร

308
00:20:28,656 --> 00:20:32,656

309
00:20:32,664 --> 00:20:36,664
พูดมาก่อนลูก พูดเลย Create

310
00:20:36,666 --> 00:20:40,666
ไม่ใช่ครับ อย่างนั้นแสดงว่าหนูต้องการจะตอบแค่ตัว C ใช่ไหม

311
00:20:40,667 --> 00:20:44,667
Creat ตอบแค่ตัว C ไม่ครับ

312
00:20:44,669 --> 00:20:48,669
แต่มีเยอะเลยค่ะ ถ้าหนูคีย์ลงไปใน Google Translate

313
00:20:48,672 --> 00:20:52,672
คำว่า "ทำ" แล้วหนูจะเห็นเยอะเลยค่ะ

314
00:20:52,674 --> 00:20:56,674
Goolgle Translate แปลก็ได้ค่ะ

315
00:20:56,676 --> 00:21:00,676

316
00:21:00,677 --> 00:21:04,677

317
00:21:04,678 --> 00:21:08,678
ในภาษาอังกฤษ ในหน้าจอ

318
00:21:08,681 --> 00:21:12,681
ไม่มีค่ะ ไม่มีคำตอบ

319
00:21:12,683 --> 00:21:16,683
แต่มีคำตอบตัวหลัง แต่ไม่มีคำตอบตัวหน้า

320
00:21:16,687 --> 00:21:20,687
เจอไหม

321
00:21:20,688 --> 00:21:24,688
เจอไหม

322
00:21:24,690 --> 00:21:28,690
ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษ หนูใช้ Google

323
00:21:28,692 --> 00:21:32,692
Translaye แล้วจากภาษาไทย เป็นภาษา

324
00:21:32,693 --> 00:21:36,693
อังกฤษค่ะ อะไรลูก

325
00:21:36,695 --> 00:21:40,695

326
00:21:40,696 --> 00:21:44,696

327
00:21:44,698 --> 00:21:48,698
ถ้าอาจารย์บอกว่าใช้คำว่า

328
00:21:48,699 --> 00:21:52,699
Make Directory จะเป็นคำสั่งอะไรคะ

329
00:21:52,703 --> 00:21:56,703
make directory มีแค่ 2

330
00:21:56,704 --> 00:22:00,704
จะใช้คำว่าอะไรลูก Make Directory

331
00:22:00,704 --> 00:22:04,704

332
00:22:04,706 --> 00:22:08,706
ใช่

333
00:22:08,708 --> 00:22:12,708
ใช่ ที่บอกถูกแล้ว 1 ตัว ได้ยิน

334
00:22:12,710 --> 00:22:16,710

335
00:22:16,712 --> 00:22:20,712
แล้วตัวแรกของคำถามแรก เพื่อนตอบอะไรคะ

336
00:22:20,714 --> 00:22:24,714
เบอร์ 7 ตอบไม่ใช่เหรอคะ

337
00:22:24,715 --> 00:22:28,715
เบอร์ 7 ตอบใช่ไหม ตัวแรกของคำถามแรก หนูตอบ

338
00:22:28,716 --> 00:22:32,716
ว่าอะไรคะ ตัวอะไรลูก

339
00:22:32,718 --> 00:22:36,718
หนูตอบตัวอะไรคะ ตัวแรก ที่หนูตอบ

340
00:22:36,720 --> 00:22:40,720

341
00:22:40,723 --> 00:22:44,723

342
00:22:44,725 --> 00:22:48,725

343
00:22:48,729 --> 00:22:52,729

344
00:22:52,731 --> 00:22:56,731
ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ได้ตอบตัว A ลูก

345
00:22:56,739 --> 00:23:00,739
Make Directory

346
00:23:00,742 --> 00:23:04,742
Directory ตัวอะไรขึ้นต้นลูก ครับผม

347
00:23:04,747 --> 00:23:08,747
เบอร์ 9 หนูตอบอะไรคะ

348
00:23:08,749 --> 00:23:12,749
เบอร์ 9 ตอบอะไรลูก

349
00:23:12,751 --> 00:23:16,751
ตัว M ตัว M แล้วอะไรต่อคะ

350
00:23:16,752 --> 00:23:20,752
Make Directory

351
00:23:20,754 --> 00:23:24,754
Directory

352
00:23:24,758 --> 00:23:28,758
ยาวไปลูก 2.... 2 พยางค์ มีแค่ 2 ตัว

353
00:23:28,760 --> 00:23:32,760
M แล้ว...

354
00:23:32,761 --> 00:23:36,761
ผิดครับ

355
00:23:36,763 --> 00:23:40,763

356
00:23:40,765 --> 00:23:44,765
ผิดค่ะ นี่ไงคะ มีคำตอบอยู่

357
00:23:44,769 --> 00:23:48,769
เห็นไหมคะ หน้า... Make Directory

358
00:23:48,772 --> 00:23:52,772
ดูอะไรคะ

359
00:23:52,774 --> 00:23:56,774
ตอบนั่นน่ะ นั่นน่ะ มีคำตอบ

360
00:23:56,776 --> 00:24:00,776
อยู่นะคะน่ะ

361
00:24:00,778 --> 00:24:04,778

362
00:24:04,779 --> 00:24:08,779
Make Directory ตอบ...

363
00:24:08,782 --> 00:24:12,782

364
00:24:12,785 --> 00:24:16,785
Make Directory เห็นไหมคะน่ะ

365
00:24:16,787 --> 00:24:20,787
Make Directory แล้วตัวอะไรคะ

366
00:24:20,790 --> 00:24:24,790
ตัวใหญ่ลูก ตัวหนึ่ง (ล่าม) ตัว D ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ตัว D

367
00:24:24,792 --> 00:24:28,792
โอเค 2 ตัวท้ายค่ะ

368
00:24:28,794 --> 00:24:32,794
รหัส 2 ตัวท้ายของลูกค่ะ

369
00:24:32,796 --> 00:24:36,796
0... 06 ครับ

370
00:24:36,797 --> 00:24:40,797
ใครตอบ M

371
00:24:40,799 --> 00:24:44,799

372
00:24:44,801 --> 00:24:48,801
2004 ครับ

373
00:24:48,805 --> 00:24:52,805
นั่นแหละ ไม่เช็กมา ไม่มา หรอกค่ะ

374
00:24:52,807 --> 00:24:56,807
เช็กอย่างนี้เลย ตื่นตัวไงลูก

375
00:24:56,809 --> 00:25:00,809
ต้องตื่นตัว แต่เราไม่ต้องตื่นธรรม

376
00:25:00,811 --> 00:25:04,811
ต่อมา อันนั้นน่ะ ให้หนูรู้ว่า

377
00:25:04,813 --> 00:25:08,813
command line เขามี interface

378
00:25:08,815 --> 00:25:12,815
คอมพิวเตอร์ มนุษย์เขียนคำสั่ง MD

379
00:25:12,817 --> 00:25:16,817
คอมพิวเตอร์ระบบรู้แล้ว เธอจะสร้า

380
00:25:16,818 --> 00:25:20,818
กด MD แล้วกด Enter เขาจะบอกว่า Error ทันที

381
00:25:20,820 --> 00:25:24,820
ระบบไม่รู้ว่าสร้างอะไร หนูต้องบอก MD แล้ววรรค

382
00:25:24,821 --> 00:25:28,821
ตามด้วยชื่อห้อง เช่น สัปดาห์ที่แล้วอาจารย์บอกว่า

383
00:25:28,823 --> 00:25:32,823
MD ตามด้วยรหัสนักศึกษาของหนู แล้วก็

384
00:25:32,825 --> 00:25:36,825
MD ตามด้วยชื่อเล่น จำได้นะคะ คราวนี้อาจารย์มาบอก

385
00:25:36,828 --> 00:25:40,828
ให้หนูลบห้อง การที่หนูจะลบห้อง หนูใช้

386
00:25:40,832 --> 00:25:44,832
คำสั่ง rd ถ้าหนูจะลบห้องที่เป็น Subset

387
00:25:44,833 --> 00:25:48,833
ด้านใน หนูต้องออกก่อน หรือ

388
00:25:48,835 --> 00:25:52,835
สามารถที่จะลบได้เลย

389
00:25:52,838 --> 00:25:56,838
มีแค่ 2 คำตอบใช่ไหมคะ ออกก่อน

390
00:25:56,840 --> 00:26:00,840
กับลบเลยค่ะ ต้องออกก่อน

391
00:26:00,842 --> 00:26:04,842
รหัสลูก 203 ครับ

392
00:26:04,844 --> 00:26:08,844

393
00:26:08,844 --> 00:26:12,844
คนที่ยังไม่มา คือ 202 ค่ะ

394
00:26:12,847 --> 00:26:16,847
202 ใครลูก

395
00:26:16,849 --> 00:26:20,849
ลูกตอบ แต่ยังตอบไม่ถูก

396
00:26:20,851 --> 00:26:24,851
นะลูกนะ คราวนี้ Menu หนูจะรู้ไหมคะ ว่า

397
00:26:24,852 --> 00:26:28,852
เมนูอะไรนะคะ เมนูอะไรที่ใช้งาน

398
00:26:28,853 --> 00:26:32,853
ที่ใช้งาน เช่น หนูเปิด

399
00:26:32,854 --> 00:26:36,854
Microsoft Word ลูกเปิด

400
00:26:36,856 --> 00:26:40,856
ที่ Task Bar ด้านล่าง

401
00:26:40,858 --> 00:26:44,858
สัญลักษณ์ของเขา สัญลักษณ์ของเขา จะเป็น

402
00:26:44,859 --> 00:26:48,859
ตัว W สีฟ้า อยู่บริเวณ

403
00:26:48,861 --> 00:26:52,861
Task Bar ข้างล่าง ของใครไม่มีให้ไปที่แถบเซิร์ซ

404
00:26:52,863 --> 00:26:56,863
แล้วพิมพ์ W ค่ะ

405
00:26:56,864 --> 00:27:00,864
ของใครไม่มีที่ Tab นะคะ ใช้ W

406
00:27:00,867 --> 00:27:04,867
แล้วระบบจะรู้ทันทีเลยค่ะ ว่า... ทำไมเขาถึง

407
00:27:04,869 --> 00:27:08,869
ได้รู้คะว่า Word ต้องขึ้นมาก่อน เพราะมีคนเรียกใช้ W

408
00:27:08,871 --> 00:27:12,871
มากที่สุด เช่น Google เขา...

409
00:27:12,871 --> 00:27:16,871
ใครต้องการที่จะให้เห็น ให้ Search ชื่อเราก่อน ไม่จำเป็น

410
00:27:16,873 --> 00:27:20,873
มาให้คนค้นหานะคะ เราสามารถที่จะ Hack

411
00:27:20,874 --> 00:27:24,874
ได้ เขาเลยจ้างให้ทำ

412
00:27:24,875 --> 00:27:28,875
ตรงนี้นะ พอดีอาจารย์รับทำด้วยค่ะ พอเซิร์ซปุ๊บ

413
00:27:28,876 --> 00:27:32,876
จะเห็นชื่อร้านของฉันก่อนอย่างนี้ค่ะ

414
00:27:32,877 --> 00:27:36,877
ถ้าเขาไม่ขึ้นคำว่า "App" แสดงว่าเราใช้งาน

415
00:27:36,879 --> 00:27:40,879
ไม่ได้ ถ้าหนูใช้เครื่อง Apple หนูเปิด

416
00:27:40,881 --> 00:27:44,881
หนูจะต้องโยนเข้าไปในแฟ้มก่อนหนูถึงจะมีสิทธิใช้งานได้

417
00:27:44,882 --> 00:27:48,882
แต่อันนี้เราอยู่ใน GUI

418
00:27:48,884 --> 00:27:52,884
GUI Graphic User Interface

419
00:27:52,885 --> 00:27:56,885
กว่า Apple ถ้าหนูไปเรียนห้อง Apple

420
00:27:56,887 --> 00:28:00,887
อาจารย์จะบอกว่าย้ายห้องเถอะ

421
00:28:00,889 --> 00:28:04,889
เปิดเข้า Word นิดหนึ่งลูก เปิดเข้า Word นิดหนึ่ง

422
00:28:04,891 --> 00:28:08,891
เปิดเข้า Microsoft Word แล้ว

423
00:28:08,893 --> 00:28:12,893
เครื่องของใครขึ้นเหมือนของอาจารย์คะ หนูยกมือขึ้นหน่อยลูก

424
00:28:12,894 --> 00:28:16,894
เครื่องของใครมีหน้าจอขึ้นเหมือนอาจารย์ ยกมือขึ้นนิดหนึ่งลูก

425
00:28:16,896 --> 00:28:20,896
เปิด Microsoft Word ขึ้นมาค่ะ เครื่องใคร

426
00:28:20,896 --> 00:28:24,896
ที่มีหน้าจอเหมือนของอาจารย์ค่ะ

427
00:28:24,897 --> 00:28:28,897
ให้ยกมือขึ้นลูก อาจารย์อยากรู้ตอนนี้ หน้าจอลูก

428
00:28:28,899 --> 00:28:32,899
มีไหมคะ มีหน้าจอ Pop-up แบบนี้ไหม

429
00:28:32,902 --> 00:28:36,902
(ล่าม) ไม่มีค่ะ ของหนู

430
00:28:36,903 --> 00:28:40,903
ว่างเลยค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่ขึ้นใช่ไหมคะ ไม่ขึ้น

431
00:28:40,905 --> 00:28:44,905
ก็แสดงว่าของหนูไม่ได้โดนแฮก

432
00:28:44,905 --> 00:28:48,905
ของหนูเป็น Microsoft แท้ เข้าใจนะคะ

433
00:28:48,907 --> 00:28:52,907
ถ้า Micrsoft แท่ ไม่ขึ้น

434
00:28:52,908 --> 00:28:56,908
หรอกค่ะ อย่างไรก็ไม่ขึ้นนะคะ จะไม่ขึ้น

435
00:28:56,910 --> 00:29:00,910
แต่ถ้าของใครขึ้นแบบนี้ สปง. เข้าตรวจ

436
00:29:00,912 --> 00:29:04,912
รู้เลยค่ะ Boot เครื่องสิ

437
00:29:04,914 --> 00:29:08,914
และเครื่องนี้ ถ้าทำงานวิจัยบอกซีเรียลไม่ได้ด้วย

438
00:29:08,914 --> 00:29:12,914
นะคะ แปลกนะเครื่องครูมีการแฮกนะ

439
00:29:12,917 --> 00:29:16,917
เครื่องเด็กไม่แฮกนะ เยี่ยม คราวนี้

440
00:29:16,919 --> 00:29:20,919
ให้หนูมองด้านบนลูก มองด้านบน เขาเรียกว่า

441
00:29:20,921 --> 00:29:24,921
Menu File นะคะ ด้านบน ตั้งแต่

442
00:29:24,922 --> 00:29:28,922
หน้าแรก แทรก ออกแบบ เค้าโครง

443
00:29:28,924 --> 00:29:32,924
การอ้างอิง การส่งจดหมาย มุมมอง Veiw

444
00:29:32,925 --> 00:29:36,925
Acrobat อาจารย์ไม่ได้มานั่งสอน Word หนูนะคะ

445
00:29:36,927 --> 00:29:40,927
แต่ให้หนูรู้ว่า เรารู้ว่านั่นคือ

446
00:29:40,928 --> 00:29:44,928
เมนู และทุก ๆ คนก็รู้ อันนี้คือ

447
00:29:44,930 --> 00:29:48,930
ออฟฟิศ ที่ไม่ใช่ ออฟฟิศ 97

448
00:29:48,932 --> 00:29:52,932
เพราะให้หนูมองด้านขวาค่ะลูก มองด้านขวา

449
00:29:52,934 --> 00:29:56,934
หนูจะเห็นคำว่า Create and sharte

450
00:29:56,936 --> 00:30:00,936
PDF หนูสร้าง Microsoft Word หนูสามารถ

451
00:30:00,937 --> 00:30:04,937
Convert เขา หรือ Creat ให้เป็น PDF

452
00:30:04,938 --> 00:30:08,938
ได้เลย โดยที่ไม่ต้องไปบันทึกแฟ้ม

453
00:30:08,942 --> 00:30:12,942
นะคะ อันนี้แต่ละเครื่องไม่มีนะคะ บางเครื่องก็มี บางเครื่องก็

454
00:30:12,944 --> 00:30:16,944
ไม่มี ถ้าของใครใช้ Microsoft 97

455
00:30:16,946 --> 00:30:20,946
สัญลักษณ์ก็ไม่เหมือนกันอีกนะคะ สัล

456
00:30:20,949 --> 00:30:24,949
ไม่เหมือนกัน อันนี้เป็น Menu ถ้า

457
00:30:24,954 --> 00:30:28,954
อาจารย์มาถึงปุ๊บนะคะ อาจารย์รู้แล้ว เราทำอะไร

458
00:30:28,954 --> 00:30:32,954
เราไม่รู้เรื่องหรอก แต่เราต้องการทำงาน เอกสารเปล่า

459
00:30:32,955 --> 00:30:36,955
พอเอกสารเปล่าขึ้นมาปั๊บ ระบบรู้แล่วว่า

460
00:30:36,958 --> 00:30:40,958
พื้นที่ตรงไหนคือพื้นที่การทำงาน Cursor

461
00:30:40,959 --> 00:30:44,959
อยู่นะคะ ที่กระพริบอยู่ที่หน้าจอโล่ง ๆ นั่นแหละ

462
00:30:44,960 --> 00:30:48,960
เขาเรียกว่า "การรอดำเนินการ" เมื่อเราพิมพ์

463
00:30:48,961 --> 00:30:52,961
ตัวอะไรลงไปก็ตามนะคะ เช่น อาจารย์พิมพ์เลข 1

464
00:30:52,963 --> 00:30:56,963

465
00:30:56,965 --> 00:31:00,965

466
00:31:00,967 --> 00:31:04,967

467
00:31:04,969 --> 00:31:08,969
การเปิดใช้งานล้มเหลว

468
00:31:08,971 --> 00:31:12,971
จ้ะ เข้าใจแล้วจ้ะ

469
00:31:12,973 --> 00:31:16,973
เพราะเรา Hack มานะ เราก็เลยทำงานไม่ได้ค่ะ

470
00:31:16,975 --> 00:31:20,975
ของหนูเขาได้ไหมคะ หนูลองพิมพ์ดูสิลูก

471
00:31:20,977 --> 00:31:24,977
หนูพิมพ์เลข 1 2 3 ที่หน้าจอของหนูค่ะ

472
00:31:24,977 --> 00:31:28,977
ตัวเลข 1 2 3 ขึ้นไหมคะ ลองพิมพ์ที่

473
00:31:28,977 --> 00:31:32,977
คีย์บอร์ดหนูค่ะลูก พิมพ์ 1 2 34 ของอาจารย์ไม่ขึ้นะคะ

474
00:31:32,978 --> 00:31:36,978

475
00:31:36,980 --> 00:31:40,980
ปุ่ม Numlock ก็ขึ้นอยู่นะคะ

476
00:31:40,982 --> 00:31:44,982
เพราะข้อแรกเลย

477
00:31:44,984 --> 00:31:48,984
คือ สังเกตนะคะ ว่าอาจารย์เปิดขึ้นมาปุ๊บ อาจารย์มีอันหนึ่ง

478
00:31:48,985 --> 00:31:52,985
แล้วหนูมองด้านบนลูก มองด้านบน เขาบอกว่า

479
00:31:52,987 --> 00:31:56,987
การเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ล้มเหลว

480
00:31:56,989 --> 00:32:00,989

481
00:32:00,991 --> 00:32:04,991
ของเด็กน่าจะพิมพ์ได้ ใช่หรือไม่คะ

482
00:32:04,993 --> 00:32:08,993
แปลกนะ เครื่องครูใช้ไม่ได้นะ แล้วจะสอนอย่างไรนี่

483
00:32:08,995 --> 00:32:12,995
พิมพ์อะไรไม่ได้เลยนะคะนี่ กดตัว U ก็ไม่มา

484
00:32:12,996 --> 00:32:16,996
เขาไม่รับ

485
00:32:16,998 --> 00:32:20,998
นี่คือการ Interface ไม่ตรงกับคำสั่ง

486
00:32:20,999 --> 00:32:24,999
พอเกิดการ Error หนูเข้าใจคำว่า "Error" ใช่ไหมลูก Error

487
00:32:25,001 --> 00:32:29,001
คือความผิดพลาด เราเปิดขึ้นมาปั๊บ แล้วผิดพลาด

488
00:32:29,006 --> 00:32:33,006
เหมือนเด็ก 1 คนเดินเข้ามาในห้องเรา แต่

489
00:32:33,008 --> 00:32:37,008
เขาไม่ได้ลงเรียนในวิชา HCI เขาจะเดินรเข้าแบบหน้างง ๆ

490
00:32:37,008 --> 00:32:41,008
แล้วเขาก็เดินออกไป มีอย่างไรลูก มีอย่างนี้เยอะแยะ

491
00:32:41,013 --> 00:32:45,013
อาจารย์ขออนุญาตปิดนะคะ

492
00:32:45,018 --> 00:32:49,018
ลองดูอีกอันสิ ก็

493
00:32:49,019 --> 00:32:53,019
ไม่ได้ค่ะ ล้มเหลว โอ้

494
00:32:53,021 --> 00:32:57,021
เยอะค่ะ

495
00:32:57,023 --> 00:33:01,023
ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ เพราะเราเข้าไม่ได้ค่ะ

496
00:33:01,025 --> 00:33:05,025
ขอเข้า Excel ค่ะ

497
00:33:05,027 --> 00:33:09,027
เอาล่ะค่ะ ดูสิ จะพิมพ์ได้ไหม

498
00:33:09,028 --> 00:33:13,028
ทำใจค่ะลูก ทำใจ

499
00:33:13,030 --> 00:33:17,030
อาจารย์พิมพ์ไม่ได้เลยลูก แต่อาจารย์ไม่ได้สอน

500
00:33:17,032 --> 00:33:21,032
Word นะคะลูก ไม่ได้สอน Excel ด้วย ให้หนูรู้ว่า

501
00:33:21,034 --> 00:33:25,034
อันนี้คือเมนู อันนี้ค่ะลูก อันนี้

502
00:33:25,034 --> 00:33:29,034
ทั้งหมดนี่ที่เป็นของอาจารย์ไม่สามารถคลิกอะไรได้เลยนะคะ

503
00:33:29,035 --> 00:33:33,035
อันนี้เขาเรียกว่า Tool Bar หรือว่าแถบเครื่องมือ เราไม่รู้

504
00:33:33,036 --> 00:33:37,036
อะไร เขามีชื่อบอก นั่นคือคำว่า "Menu" นั่นเอง

505
00:33:37,039 --> 00:33:41,039
นะคะ คำว่า "เมนู" นั่นเองคะ

506
00:33:41,045 --> 00:33:45,045
คราวนี้ย้อนกลับไปดูในสไลด์ค่ะ

507
00:33:45,046 --> 00:33:49,046
Natural language

508
00:33:49,048 --> 00:33:53,048
หนูเคยเรียนการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นหรือยังลูก

509
00:33:53,049 --> 00:33:57,049
เคยผ่านวิชานี้ไหม เคยผ่าน

510
00:33:57,051 --> 00:34:01,051
พยักหน้าก็ได้ลูก ถ้าไม่เคยผ่านหนูส่ายหน้าก็ได้

511
00:34:01,053 --> 00:34:05,053
เคยเรียนวิชาการเขียนยโปรแกรมเบื้องต้นกันแล้วหรือยังคะ

512
00:34:05,055 --> 00:34:09,055
เรียนหรือยังลูก

513
00:34:09,056 --> 00:34:13,056
เคยผ่านตาไหมคะ

514
00:34:13,057 --> 00:34:17,057
วิชานี้ เคยไหมคะ

515
00:34:17,058 --> 00:34:21,058
เบอร์ 10 ครับ น่าจะเคยแล้ว อย่างนั้น

516
00:34:21,061 --> 00:34:25,061
อาจารย์ถามเลยว่าภาษาอะไรที่หนูเคยเรียนไปแล้วคะ

517
00:34:25,063 --> 00:34:29,063

518
00:34:29,065 --> 00:34:33,065

519
00:34:33,065 --> 00:34:37,065

520
00:34:37,067 --> 00:34:41,067
ภาษา C ไหม ใช่ภาษา C ไหมคะ

521
00:34:41,071 --> 00:34:45,071
หรือภาษา python

522
00:34:45,073 --> 00:34:49,073
หรือ Pew

523
00:34:49,075 --> 00:34:53,075
Python

524
00:34:53,077 --> 00:34:57,077
Python ถือเป็น Natural language ไหม

525
00:34:57,079 --> 00:35:01,079

526
00:35:01,082 --> 00:35:05,082
Natural language แปลว่าอะไรลูก ภาษาธรรมชาติ

527
00:35:05,085 --> 00:35:09,085
ถ้าหนูใช้คำว่า prin ระบบรู้ไหม

528
00:35:09,086 --> 00:35:13,086
คนรู้ไหมคำสั่งนี้ รู้ใช่ไหมคะ Print แสดงว่า

529
00:35:13,089 --> 00:35:17,089
เอาอะไรออก แต่อะไรก็ตาม ที่มี " " นักเรียนทราบไหม

530
00:35:17,090 --> 00:35:21,090
Double Quote

531
00:35:21,093 --> 00:35:25,093
2 อันนะคะ อันนี้คือ Double Qout

532
00:35:25,094 --> 00:35:29,094
ในนั้นคือตัวหนังสือ

533
00:35:29,096 --> 00:35:33,096
ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข หรืออะไรก็ตาม เราพิมพ์ทั้งหมด

534
00:35:33,097 --> 00:35:37,097
นะคะ ยกตัวอย่างเช่น

535
00:35:37,098 --> 00:35:41,098
อาจารย์ขอยกตัวอย่างนะคะ อาจารย์เขียนในโน้ตนะคะ

536
00:35:41,101 --> 00:35:45,101
นี่ไง ยังอยู่เลย

537
00:35:45,102 --> 00:35:49,102
สร้างห้อง md นะคะ ลบห้อง

538
00:35:49,103 --> 00:35:53,103
ดูภายในห้อง dir นะ อาจารย์

539
00:35:53,105 --> 00:35:57,105
มีเยอะแยะเลยค่ะลูก มีเยอะแยะลูก อาจารย์เข้า Word ไ

540
00:35:57,107 --> 00:36:01,107
อาจารย์เข้าไม่ได้นะคะ ขอเข้าอันนี้แทน

541
00:36:01,108 --> 00:36:05,108
ถ้า

542
00:36:05,110 --> 00:36:09,110
อาจารย์ต้องการให้หนูเขียนคำสั่ง for

543
00:36:09,111 --> 00:36:13,111
For ให้ตัว i

544
00:36:13,113 --> 00:36:17,113
ถ้าเขียนอย่างนี้ทุกคนรู้ไหมคะ

545
00:36:17,114 --> 00:36:21,114
ให้ i = ให้ i =

546
00:36:21,116 --> 00:36:25,116
0

547
00:36:25,117 --> 00:36:29,117
แล้วคอมมา

548
00:36:29,119 --> 00:36:33,119
ให้ Print

549
00:36:33,121 --> 00:36:37,121
p-r-i-n-t

550
00:36:37,123 --> 00:36:41,123
print print อะไร ให้ print ใส่ "

551
00:36:41,125 --> 00:36:45,125
Output

552
00:36:45,126 --> 00:36:49,126

553
00:36:49,127 --> 00:36:53,127
OCutput

554
00:36:53,131 --> 00:36:57,131
แล้ว Output ตัวนี้ให้พิมพ์ออกไปก่อนนะ

555
00:36:57,133 --> 00:37:01,133
ถ้าหนูใส่เครื่องหมายเท่ากับแบบนี้ อันนี้

556
00:37:01,135 --> 00:37:05,135
ยังไม่ถาม Output ว่าถูกหรือผิดด้วยนะ อัลกอ...

557
00:37:05,137 --> 00:37:09,137
ถ้าหนูใส่คำสั่งนี้ หนูจะรู้ไหมว่าหนู

558
00:37:09,138 --> 00:37:13,138
จะใช้ลูปที่ทำการวนซ้ำ ถูกไหม

559
00:37:13,140 --> 00:37:17,140
for หนูจะรู้แล้วว่าหนูจะวน วนจากไหน

560
00:37:17,143 --> 00:37:21,143
จาก 0 วนตั้งแต่ 0 วนตั้งแต่ 0 ไปถึงไหนไม่รู้

561
00:37:21,145 --> 00:37:25,145
เพราะเขาไม่ได้เขียนให้เห็น จากนั้น เรียบร้อยแล้ว

562
00:37:25,146 --> 00:37:29,146
ถ้าเขาวนแล้วให้เขา print อะไรล่ะ ให้เขา print คำว่า "Output"

563
00:37:29,148 --> 00:37:33,148
ให้ Print คำว่า Output แล้วเครื่อหหมา

564
00:37:33,149 --> 00:37:37,149
เกิดขึ้น แล้วใส่ถัดมา

565
00:37:37,151 --> 00:37:41,151
วรรคลงมาว่า แล้วอาจารย์ก็ใส่เป็น ;

566
00:37:41,152 --> 00:37:45,152
แบบนี้ Output จะขึ้นคำว่าอะไรคะ

567
00:37:45,155 --> 00:37:49,155

568
00:37:49,160 --> 00:37:53,160

569
00:37:53,163 --> 00:37:57,163

570
00:37:57,165 --> 00:38:01,165

571
00:38:01,169 --> 00:38:05,169

572
00:38:05,174 --> 00:38:09,174

573
00:38:09,176 --> 00:38:13,176
= จะอยู่ต่อ output ไหม =

574
00:38:13,179 --> 00:38:17,179
= จะ

575
00:38:17,181 --> 00:38:21,181
อยู่หลัง Output ไหมคะ เวลาที่หนูจะ run ข้อความออกมา

576
00:38:21,182 --> 00:38:25,182
หนูจะ Run ข้อมูลออกมา สมมติหนูจะ Run ออกมาแล้ว

577
00:38:25,184 --> 00:38:29,184
Output จะขึ้นแน่ ๆ แล้ว

578
00:38:29,186 --> 00:38:33,186
Output ต้องขึ้นแบบนี้ด้วยนะ เพราะหนูเขียนแบบนี้

579
00:38:33,188 --> 00:38:37,188
output จะมีเครื่องหมายเท่ากับ

580
00:38:37,190 --> 00:38:41,190
อย่างนี้ไหม ไม่มี

581
00:38:41,191 --> 00:38:45,191
เพราะเขาไม่ได้อยู่ใน

582
00:38:45,193 --> 00:38:49,193
ตัว " นั้นถูกไหมคะ และ

583
00:38:49,195 --> 00:38:53,195
ที่สำคัญ หนูยังไม่ได้บอกเชาว่าให้

584
00:38:53,196 --> 00:38:57,196
ใส่อะไรลงไปใช่ไหมคะ ให้ใส่

585
00:38:57,198 --> 00:39:01,198
ตัว i โดยที่ i ที่ใส่นั่นน่ะ

586
00:39:01,201 --> 00:39:05,201
ให้ i ใส่ ให้เขาลดลงนะคะ

587
00:39:05,203 --> 00:39:09,203
ให้เขาน้อยกว่าหรือว่าเท่ากับ

588
00:39:09,205 --> 00:39:13,205
1

589
00:39:13,207 --> 00:39:17,207
แสดงว่า Output ตอนนี้จะขึ้นต่อว่าอะไรคะ

590
00:39:17,209 --> 00:39:21,209
Error ค่ะ

591
00:39:21,210 --> 00:39:25,210
เครื่องไม่ run ออกมานะคะ เพราะอะไรคะ

592
00:39:25,211 --> 00:39:29,211
เพราะเขาเซตให้ค่า i = 0

593
00:39:29,212 --> 00:39:33,212
แล้วเขาสั่งให้ print print คือ ให้แสดงออก

594
00:39:33,214 --> 00:39:37,214
หน้าจอหนูจะแสดงอะไร อะไรก็ตามที่อยู่ใน " "

595
00:39:37,214 --> 00:39:41,214
เราหยิบตัวนั้นออกมา แล้วหลัง " นั้

596
00:39:41,216 --> 00:39:45,216
อาจารย์ไม่มีก็ได้ตัวนี้ เครื่องหมาย = อาจารย์ไม่มีก็ได้

597
00:39:45,217 --> 00:39:49,217
แต่หนูต้องมีตัว , แล้วบอกได้ว่าข้างหลัง

598
00:39:49,218 --> 00:39:53,218
หนูจะให้เขาเดินตั้งแต่เท่าไรถึงเท่าไร

599
00:39:53,220 --> 00:39:57,220
นะคะ ตัวนี้แสดงว่า Output

600
00:39:57,221 --> 00:40:01,221
ขึ้นไหม ขึ้น แต่หลังจาก Output ขึ้นปั๊บ เขาจะขึ้นเล

601
00:40:01,223 --> 00:40:05,223
ว่า Error Error อะไรคะ

602
00:40:05,224 --> 00:40:09,224
ก็ Error Syntax ค่ะ

603
00:40:09,227 --> 00:40:13,227
นะคะ เขาถามว่าทำไมถึง Error Syntext

604
00:40:13,228 --> 00:40:17,228
คอมพิวเตอร์เขารู้แค่รหัส ASC

605
00:40:17,230 --> 00:40:21,230
และคำสั่งที่เป็นขั้นตอน เขาจะไม่รู้

606
00:40:21,232 --> 00:40:25,232
หรอกค่ะว่าคำสั่งอะไร แต่ถ้าเป็นภาษาระดับชาติ

607
00:40:25,235 --> 00:40:29,235
ที่เป็นธรรมชาติ เขาจะใช้โปรแกรม R เข้ามา

608
00:40:29,236 --> 00:40:33,236
แต่ตามจริงหนูเด็กปี 1 ไม่ควรเรียน Python

609
00:40:33,239 --> 00:40:37,239
เป็นภาษาระดับสูง หนูควรเรียนภาษา C

610
00:40:37,240 --> 00:40:41,240
นะคะ จาก C แล้วถึงจะไปอัลกอริทึม จากอัลกอริทึม

611
00:40:41,242 --> 00:40:45,242
หนูจะรู้เครื่องสร้าง พอหนูรู้โครงสร้าง หนูดก็จะรู้

612
00:40:45,244 --> 00:40:49,244
ของการเขียนโปรแกรมแบบ  Structure

613
00:40:49,246 --> 00:40:53,246
จาก Struckture

614
00:40:53,248 --> 00:40:57,248
นะคะ อันนั้นให้อาจารย์ที่สอนการเขียนโปรแกรม

615
00:40:57,253 --> 00:41:01,253
ดีกว่าลูก อาจารย์แอนไม่ยุ่งนะ  อาจารย์ไม่ยุ่ง

616
00:41:01,255 --> 00:41:05,255
เขาเขียนอย่างไร คราวนี้ผมมีคำถาม มีคำถาม

617
00:41:05,257 --> 00:41:09,257
เห็นไหมคะ เมื่อกี้มีคำถามแล้ว อาจารย์ที่มีคำถาม

618
00:41:09,259 --> 00:41:13,259
จะเขียนบอกว่า Loop for นะ ให้ i เริ่มต้นเท่ากับ 0

619
00:41:13,261 --> 00:41:17,261
แล้วคำตอบคืออะไร นี่คือวิธีการที่หนู

620
00:41:17,261 --> 00:41:21,261
จะรูปแบบที่หนูจะติดต่อกับคอมพิวเตอร์

621
00:41:21,263 --> 00:41:25,263
ก็ Query Query ให้เขาทำอะไร

622
00:41:25,265 --> 00:41:29,265
ให้ i เท่าไปจนกว่าเขาน้อยกว่าหรือเท่ากับ

623
00:41:29,267 --> 00:41:33,267
1 แต่ถ้า i ตอนแรกเซตค่า

624
00:41:33,268 --> 00:41:37,268
เท่ากับ 2 Output ตัวนี้จะเริ่มนับตั้งแต่

625
00:41:37,270 --> 00:41:41,270
1 2 แล้วจบนะคะ เมื่อสักครู่นี้

626
00:41:41,272 --> 00:41:45,272
คราวนี้มาถึงคำว่า "form-fills"

627
00:41:45,274 --> 00:41:49,274
Form - fills Form - fills c]t

628
00:41:49,275 --> 00:41:53,275
Excel ที่อาจารย์เปิดขึ้นมาลูก  ที่เป็นสีเขียว ๆ พอดีอาจารย์

629
00:41:53,277 --> 00:41:57,277
เปิดแล้วอาจารย์ทำงานไม่ได้ ที่หนูเห็น

630
00:41:57,278 --> 00:42:01,278
เป็นขีด ๆ ๆ เวลาหนู print ไม่มีนะคะ ถ้าหนูไม่ตีเส้นให้เขา

631
00:42:01,279 --> 00:42:05,279
นั่นคือ Spreadsheets แต่เราสามารถ

632
00:42:05,281 --> 00:42:09,281
ใช้ตรงนี้ก็ได้ค่ะ

633
00:42:09,282 --> 00:42:13,282
อาจารย์หาก่อนนะ

634
00:42:13,284 --> 00:42:17,284
อยู่ไหนนะ

635
00:42:17,286 --> 00:42:21,286
เอกสาร Classroom Meet

636
00:42:21,291 --> 00:42:25,291
นี่ไง Sheet นี่

637
00:42:25,292 --> 00:42:29,292
นี่ อาจารย์เข้าแบบหนูไม่ได้ อาจารย์ขอเข้าแบบ

638
00:42:29,293 --> 00:42:33,293
Google แล้วกันนะคะ ของฟรีลูก อันนี้ของฟรี

639
00:42:33,296 --> 00:42:37,296
นี่มาแล้วค่ะ ขึ้นเยอะเลยเห็นไหมคะ

640
00:42:37,297 --> 00:42:41,297
เขาก็จะให้พิมพ์ ด้านล่างตัวนี้ก็จะเป็นชื่อ Sheet

641
00:42:41,299 --> 00:42:45,299
เราคลิกขวา แล้วเราเปลี่ยนชื่อชีตได้ เสมือนตอนนี้

642
00:42:45,300 --> 00:42:49,300
หนูมีสมุด 1 เล่มนะคะ มีสมุด 1 แล้ว

643
00:42:49,304 --> 00:42:53,304
และตรงนี้คือตารางการสร้างไว้ล่วงหน้า หนูสามารถเซตได้

644
00:42:53,306 --> 00:42:57,306
นะคะ แต่ของใครที่สามารถกดได้

645
00:42:57,310 --> 00:43:01,310
อยู่ที่ Taskbar นะคะ หนูคลิกได้เลย แต่ข้อดี

646
00:43:01,312 --> 00:43:05,312
ของ Google คือ หนูจะบันทึกอัตโนมัติ มันจะ

647
00:43:05,312 --> 00:43:09,312
เข้า Drive หนูทันที แต่ถ้าหนูใช้ Exel หนูไม่บันท

648
00:43:09,313 --> 00:43:13,313
ข้อมูลก็จจะ

649
00:43:13,315 --> 00:43:17,315
ไม่เก็บให้นะคะ ตรงนี้จะเป็นชื่อเซลล์ ถ้าอาจารย์ฺบอกว่า

650
00:43:17,317 --> 00:43:21,317
นะคะ ตรงนี้เห็นไหมคะ

651
00:43:21,318 --> 00:43:25,318
ตรงนี้ เขาเรียกว่า "A2" โอเคไหมลูก

652
00:43:25,320 --> 00:43:29,320
A2 ถามรู้ตรงไหน นี่ไง นี่คือ

653
00:43:29,326 --> 00:43:33,326
ห้องของชื่อ ถ้าอาจารย์จิ้มตรงนี้

654
00:43:33,327 --> 00:43:37,327
เขาเลยบอกว่า F7 ถูกไหมคะ F7

655
00:43:37,328 --> 00:43:41,328
โอเคนะคะ  F7 แล้วเราสามารถที่จะเพิ่ม 0

656
00:43:41,331 --> 00:43:45,331
ได้ ลบ 0 ได้ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ได้

657
00:43:45,333 --> 00:43:49,333
นี่ทั้งหมดเขาเรียกว่า "เมนู" ทั้งสิ้น แล้ว

658
00:43:49,333 --> 00:43:53,333
หนูชี้แล้วมีเมนูขึ้นมา ย้อยลงมาให้หนูเห็น

659
00:43:53,336 --> 00:43:57,336
นั่นคือการเขียนให้รู้ว่า บางคน

660
00:43:57,338 --> 00:44:01,338
ไม่รู้ว่าอักษรแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร

661
00:44:01,344 --> 00:44:05,344
บางคนก็รอที่ดู ถ้าคนทำเป็นเขาก็จะคลิกได้เลย เช่น อันนี้

662
00:44:05,345 --> 00:44:09,345
เป็นตัว Sum เห็นไหมคะ อันนี้เป็นตัวคำนวณ มุมมอง เปอร์เซ็นต์

663
00:44:09,347 --> 00:44:13,347
อันนี้เป็นัตว Print นะ เป็นตัว Print อันนี้

664
00:44:13,347 --> 00:44:17,347
อันนี้ชิดเส้น อันนี้ทิ่มลง อันนี้ชิดขวา อันนี้ตัวหนังสือ

665
00:44:17,349 --> 00:44:21,349
นะคะ อาจารย์ให้

666
00:44:21,349 --> 00:44:25,349
Excel อย่างหนูไม่ได้ แต่อาจารย์ใช้ Google ได้ค่ะ

667
00:44:25,351 --> 00:44:29,351
คราวนี้หนูมาในตัว

668
00:44:29,354 --> 00:44:33,354
WIMP

669
00:44:33,355 --> 00:44:37,355
WIMP คืออะไร เดี๋ยวเราเข้าไปดูกันนะคะ

670
00:44:37,356 --> 00:44:41,356
Point and Click หนูชี้

671
00:44:41,361 --> 00:44:45,361
แล้วคลิก คลิก 1 ครั้งแปลว่าอะไรคะ

672
00:44:45,362 --> 00:44:49,362
ขอเบอร์9 ค่ะ

673
00:44:49,363 --> 00:44:53,363
คลิก 1 ครั้งแปลว่าอะไรลูก ใครนั่งเบอร์ 9

674
00:44:53,365 --> 00:44:57,365

675
00:44:57,368 --> 00:45:01,368

676
00:45:01,369 --> 00:45:05,369
ใช่ 204 ไหม

677
00:45:05,370 --> 00:45:09,370
กฤตกรไหมลูก เบอร์ 9

678
00:45:09,373 --> 00:45:13,373
ตอบอาจารย์หน่อยค่ะ ถ้าคลิก 1 ครั้งแปลว่าอะไรคะ

679
00:45:13,376 --> 00:45:17,376

680
00:45:17,378 --> 00:45:21,378
คลิก 1 ครั้งค่ะ

681
00:45:21,379 --> 00:45:25,379
คลิก 1 ครั้ง คืออะไรลูก

682
00:45:25,381 --> 00:45:29,381
(ล่าม) ความหมาย คือ กดเปิด (อาจารย์สุรีย์พัชร)

683
00:45:29,383 --> 00:45:33,383
คืออะไรนะคะ

684
00:45:33,384 --> 00:45:37,384
หนูตอบอีกทีสิลูก

685
00:45:37,386 --> 00:45:41,386
(ล่าม) คือ

686
00:45:41,388 --> 00:45:45,388
กดคลิก 1 ครั้ง หมายถึง

687
00:45:45,389 --> 00:45:49,389
บังคับให้กดยอมรับเปิดครับ

688
00:45:49,392 --> 00:45:53,392
กดเปิดครับ

689
00:45:53,393 --> 00:45:57,393
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อ๋อ โอเค เข้าใจแล้ว แต่ถ้าหากว่า

690
00:45:57,394 --> 00:46:01,394
ดับเบิลคลิกล่ะ อาจารย์ขอเบอร์ 1 ลูก

691
00:46:01,397 --> 00:46:05,397
เบอร์ 1 ถ้าดับเลิลคลิก เมาส์เราชี้แล้ว

692
00:46:05,399 --> 00:46:09,399
นะคะ เมาส์เราชี้ เช่น หนูจะเปิด Word

693
00:46:09,401 --> 00:46:13,401
เมื่อหนูเปิด Word ปุ๊บ เมาส์ชี้ แต่หนูทำอะไร

694
00:46:13,405 --> 00:46:17,405
ไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่พอคลิก 1 ครั้ง ก็แสดงว่าเป็นการเลือก

695
00:46:17,406 --> 00:46:21,406
แต่ถ้าเราดับเบิลคลิก  แล้ว Word เปิดขึ้นมา นั่น

696
00:46:21,409 --> 00:46:25,409
แสดงว่าเราทำไมคะ

697
00:46:25,411 --> 00:46:29,411
เราทำอะไรคะ

698
00:46:29,411 --> 00:46:33,411

699
00:46:33,413 --> 00:46:37,413
(ล่าม)  กดคลิกซ้าย 2 ครั้งครับ

700
00:46:37,415 --> 00:46:41,415
คือ เปิดโปรแกรมขึ้นมาครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) แสดงว่าเป็นการเลือก

701
00:46:41,417 --> 00:46:45,417
ใช่ไหมลูก เป็นการเลือก ขอรหัส 2 ตัวท้ายค่ะ

702
00:46:45,421 --> 00:46:49,421
รหัส 2 ตัวท้ายของหนูค่ะ

703
00:46:49,423 --> 00:46:53,423
(ล่าม)  206 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร)  206 โอเคครับ

704
00:46:53,424 --> 00:46:57,424
นะคะ

705
00:46:57,426 --> 00:47:01,426
ต่อนะคะ three–dimensional interfaces

706
00:47:01,427 --> 00:47:05,427
คราวนี้เป็น 3 ทาง

707
00:47:05,430 --> 00:47:09,430
เป็นอย่างไร ลองมาดูสิ Command line

708
00:47:09,432 --> 00:47:13,432
อันนี้ผ่านมาแล้ว อาจารย์ขอไม่เข้าใกล้นะคะ ส่วนของ Menus

709
00:47:13,434 --> 00:47:17,434
อธิบายให้หนูฟังเรียบร้อยแล้ว ว่าเมนูก็คือ

710
00:47:17,436 --> 00:47:21,436
การชี้เพื่อให้เขาทำงานอย่างไร

711
00:47:21,440 --> 00:47:25,440
Natural language ที่เพื่อนบอกว่าเรียนภาษา python

712
00:47:25,444 --> 00:47:29,444
มาแล้วนะคะ อาจารย์ก็เลยมองว่า

713
00:47:29,446 --> 00:47:33,446
ไม่ใช่น่ะค่ะ เพราะ Python เป็นภาษาระดับสูง

714
00:47:33,448 --> 00:47:37,448
หนูน่าจะเรียนในปี 2 เทอม 2 หรือปี 3

715
00:47:37,449 --> 00:47:41,449
เทอม 1 นะคะ ส่วนทางด้าน

716
00:47:41,450 --> 00:47:45,450
ของ ปัญหาที่เกิดขึ้นนะคะ

717
00:47:45,452 --> 00:47:49,452
ปัญหาที่เกิดขึ้น Value Value

718
00:47:49,454 --> 00:47:53,454
เช่น หนูเซตค่า i = integer

719
00:47:53,454 --> 00:47:57,454
ค่า i ที่หนูจะพรินต์ลงไปนั้น เป็น

720
00:47:57,457 --> 00:48:01,457
จำนวนเต็ม แต่ถ้าหนูบอกว่า i = Float

721
00:48:01,458 --> 00:48:05,458
แสดงว่าตัวเลขนั้นจะเป็นตัวเลขทศนิยม

722
00:48:05,459 --> 00:48:09,459
แต่ถ้าหนูบอก i ตัวนี้เท่ากับ char

723
00:48:09,461 --> 00:48:13,461
ตัว i ตัวนี้กลายเป็น... เป็นอะไรคะ Char

724
00:48:13,462 --> 00:48:17,462
หรือ Text บางโปรแกรมใช้ Text

725
00:48:17,463 --> 00:48:21,463
เป็นอะไรลูก ใครตอบยกมือเลยลูก

726
00:48:21,465 --> 00:48:25,465
ยกมือ ใครตอบได้

727
00:48:25,466 --> 00:48:29,466
เบอร์ 9 ตอบลูก ตอบว่า

728
00:48:29,468 --> 00:48:33,468

729
00:48:33,470 --> 00:48:37,470

730
00:48:37,474 --> 00:48:41,474
(ล่าม) i = 0 ครับ

731
00:48:41,477 --> 00:48:45,477

732
00:48:45,482 --> 00:48:49,482
(ล่าม) i = 2

733
00:48:49,485 --> 00:48:53,485
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ขอบใจ เข้าใจค่ะ

734
00:48:53,489 --> 00:48:57,489
เสียงของล่ามทางโน่นอาจารย์ไม่เข้าใจ

735
00:48:57,491 --> 00:49:01,491
แล้วค่ะ เรียนไปเรื่อย ๆ อาจารย์ก็พอจำได้แล้วนะคะ

736
00:49:01,491 --> 00:49:05,491
พอจำได้ว่าหนูสื่อถึงอะไร รหัสลูก เบอร์ 9

737
00:49:05,492 --> 00:49:09,492
20...

738
00:49:09,496 --> 00:49:13,496
4 ไหมครับ เบอร์ 9 ครับ (ล่าม) เบอร์ 4 ครับ

739
00:49:13,498 --> 00:49:17,498
(อาจารย์สุรีย์พัชร)  ครับผม 204 ครับ มา

740
00:49:17,500 --> 00:49:21,500
คราวนี้หนูรู้แล้ว

741
00:49:21,502 --> 00:49:25,502
ค่าเป็นอย่างไร กำหนดอะไรเขาก็เป็นอย่างนั้นน่ะ

742
00:49:25,502 --> 00:49:29,502
เด็กที่ไว้ผมยาว

743
00:49:29,505 --> 00:49:33,505
คือผู้หยิง เรากำลังทำการ

744
00:49:33,507 --> 00:49:37,507
เด็กที่ไว้ผมยาว เขาคือผู้หญิง เด็กที่ไว้ผมสั้น

745
00:49:37,510 --> 00:49:41,510
คำถาม คำว่า "สั้น" สั้นแค่ไหนล่ะถึงจะเป็นผู้ชาย

746
00:49:41,511 --> 00:49:45,511
ใช่ไหมคะ มีบัญญัตินะ หลายข้อเลย

747
00:49:45,511 --> 00:49:49,511
แต่ถ้าหนุมาดูเรื่องของ Solution

748
00:49:49,512 --> 00:49:53,512
Try to understand a subset เขาพยายาม

749
00:49:53,515 --> 00:49:57,515
ทำความเข้าใจเซตด้านใน

750
00:49:57,517 --> 00:50:01,517
เช่น หนูใช้ Loop while

751
00:50:01,518 --> 00:50:05,518
ถ้าหนูใช้ Loop Y Y จะอยู่ใน Loop บน

752
00:50:05,520 --> 00:50:09,520
Loop While W-h-i-l-e

753
00:50:09,522 --> 00:50:13,522
แล้วลงมาจะเป็น loop for จาก loop for

754
00:50:13,524 --> 00:50:17,524
Loop if

755
00:50:17,524 --> 00:50:21,524
ทำอะไรคะ Loop If

756
00:50:21,526 --> 00:50:25,526
คำสั่ง If-else ใครตอบได้

757
00:50:25,526 --> 00:50:29,526
หนูยกมือได้เลยลูก

758
00:50:29,528 --> 00:50:33,528
กินน้ำเยอะ

759
00:50:33,529 --> 00:50:37,529
If เป็นคำสั่ง หนูจะใช้ก็ต่อเมื่อ

760
00:50:37,536 --> 00:50:41,536
เอ๊ะ

761
00:50:41,538 --> 00:50:45,538
หนูเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมมาแล้วใช่หรือไม่ลูก

762
00:50:45,539 --> 00:50:49,539

763
00:50:49,542 --> 00:50:53,542
เราใช้คำสั่ง If ก็ต่อเมื่ออะไรลู

764
00:50:53,543 --> 00:50:57,543
If

765
00:50:57,544 --> 00:51:01,544
ถ้าเด็กได้ 30-

766
00:51:01,546 --> 00:51:05,546
59 เขาได้เกรด F

767
00:51:05,547 --> 00:51:09,547
เป็นการทำไมคะ เช็ก

768
00:51:09,549 --> 00:51:13,549
เมื่อเป็นการเช็กปั๊บ สัญลักษณ์

769
00:51:13,551 --> 00:51:17,551
ของการ Shape จะเป็นรูปข้าวหลามตัด ข้าวหลามตัด รู้จั

770
00:51:17,553 --> 00:51:21,553
ข้าวหลามตัดไหมลูก ข้ามหลามตัด รูปภาพข้ามหลามตัด

771
00:51:21,556 --> 00:51:25,556
เป็น Stye แบบน

772
00:51:25,558 --> 00:51:29,558
ข้าวหลามตัด

773
00:51:29,560 --> 00:51:33,560
อาจารย์ขอเข้าใน Google

774
00:51:33,562 --> 00:51:37,562

775
00:51:37,563 --> 00:51:41,563
เราจะลองมารับรู้ในเรื่องของข้าวหลามตัดบ้างลูก

776
00:51:41,563 --> 00:51:45,563
แทรก

777
00:51:45,565 --> 00:51:49,565

778
00:51:49,567 --> 00:51:53,567
นี่แหละคือปัญหา หนูใช้ Microsoft Word เมนู

779
00:51:53,567 --> 00:51:57,567
จะอย่างหนึ่งนะคะ ถ้าอาจารย์สอนหนู หนูใช้ microsoft Wor

780
00:51:57,571 --> 00:52:01,571
แต่อาจารย์ใช้เอกสารใน Google เมนูของเรา

781
00:52:01,574 --> 00:52:05,574
จะไม่เหมือนกันนะคะ เราจะไม่เหมือนกันนะ ตอนนี้

782
00:52:05,576 --> 00:52:09,576
อาจารย์กำลังหารูปร่างค่ะ

783
00:52:09,577 --> 00:52:13,577
รูปร่าง ใครพอรู้ไหมคะลูก

784
00:52:13,579 --> 00:52:17,579
ค้นหาในเว็บเลย

785
00:52:17,583 --> 00:52:21,583
อาจารย์ค้นหาในเว็บแล้ว

786
00:52:21,585 --> 00:52:25,585

787
00:52:25,586 --> 00:52:29,586

788
00:52:29,588 --> 00:52:33,588
รูปแบบ

789
00:52:33,593 --> 00:52:37,593
ตัวหนา เดี๋ยวนะ เครื่องมือ

790
00:52:37,595 --> 00:52:41,595
ส่วนขยาย รูปแบบ แทรก

791
00:52:41,597 --> 00:52:45,597
ภาพวาด

792
00:52:45,599 --> 00:52:49,599
ภาพวาดเลย

793
00:52:49,600 --> 00:52:53,600

794
00:52:53,602 --> 00:52:57,602

795
00:52:57,607 --> 00:53:01,607
รูปร่าง ข้าวหลามตัด นี่

796
00:53:01,615 --> 00:53:05,615
เจอแล้วค่ะ นี่คือ

797
00:53:05,617 --> 00:53:09,617
การใช้ loop if ถ้าเด็ก

798
00:53:09,620 --> 00:53:13,620
ได้ 30-59

799
00:53:13,621 --> 00:53:17,621
คำตอบของเขา จะมี

800
00:53:17,625 --> 00:53:21,625
ค่าเป็นจริงนะคะ คำตอบของเขา

801
00:53:21,626 --> 00:53:25,626
จะมีค่าเป็นจริง แล้วเราจะ print

802
00:53:25,628 --> 00:53:29,628
ออกเป็นในหน้าจอให้เขาเห็น

803
00:53:29,630 --> 00:53:33,630
ว่าเป็นเกรดอะไรนะคะ

804
00:53:33,632 --> 00:53:37,632
แต่ถ้าหากว่าไม่ใช่ล่ะ

805
00:53:37,634 --> 00:53:41,634
ถ้าไม่ใช่ ลูกศร

806
00:53:41,635 --> 00:53:45,635
จะขึ้นมาแค่ 2 ลูกศรเท่านั้นนะคะ แค่ 2 ลูกศร ถ้าตัวนี้

807
00:53:45,639 --> 00:53:49,639
เป็นตัวของค่าจริง

808
00:53:49,641 --> 00:53:53,641
นะคะ ค่าจริงอาจารย์จะใช้เป็นตัว T แทนนะลูกนะ ใช้

809
00:53:53,643 --> 00:53:57,643
เป็นตัว T แทน

810
00:53:57,645 --> 00:54:01,645
ถ้าเราดาวน์โหลด Visio มา

811
00:54:01,645 --> 00:54:05,645
ถ้าเราดาวน์โหลด Vsio มา

812
00:54:05,650 --> 00:54:09,650
ต่อมาลูก อันนี้เป็น

813
00:54:09,652 --> 00:54:13,652
ค่าของ F เป็นค่า False

814
00:54:13,653 --> 00:54:17,653

815
00:54:17,656 --> 00:54:21,656
อาจารย์สอนเด็กปกติเขียนโปรแกรม ออก

816
00:54:21,658 --> 00:54:25,658
ทุกทิศทางเลยค่ะ ปกติข้าวหลามตัดนะคะ

817
00:54:25,661 --> 00:54:29,661
การเช็ก if จะออกแค่ 2 ทางเท่านั้น ไม่จริง

818
00:54:29,662 --> 00:54:33,662
ก็เท็จ แต่เท็จแล้วเราเช็กได้อีกไหม

819
00:54:33,664 --> 00:54:37,664
ได้ค่ะ ถ้าไม่ใช่

820
00:54:37,665 --> 00:54:41,665
แล้วมันมีอีกไหมล่ะ มันมีเงื่อนไขอีกไหม มันสามารถ

821
00:54:41,669 --> 00:54:45,669
ที่จะต่อได้นะคะ อันนี้ก็สามารถที่จะต่อได้ ำ

822
00:54:45,671 --> 00:54:49,671
นี่ค่ะ ก็จะต่อได้ ขยับให้ตรงนิดหนึ่ง

823
00:54:49,673 --> 00:54:53,673
อย่างนี้ค่ะ แต่สุดท้ายนะคะ

824
00:54:53,675 --> 00:54:57,675
นะคะ เดี๋ยว...

825
00:54:57,675 --> 00:55:01,675

826
00:55:01,677 --> 00:55:05,677
อยากให้ขยับ

827
00:55:05,680 --> 00:55:09,680
ทีละนิดลูก กด Ctrl ค้าง แล้วกด

828
00:55:09,681 --> 00:55:13,681
เครื่องหมายลูกศรค่ะ ที่คีย์บอร์ดของหนูเอง

829
00:55:13,684 --> 00:55:17,684
เขาจะขยับทีละนิด บางทีเมาส์ไม่สามารถ

830
00:55:17,685 --> 00:55:21,685
ที่จะควบคุมได้ขนาดนั้นนะคะ คราวนี้เมื่อหนู

831
00:55:21,685 --> 00:55:25,685
กดการมีเงื่อนไขเกิดขึ้นมาปุ๊บ หนูก็ต้อง

832
00:55:25,687 --> 00:55:29,687
มีเส้นเกิดขึ้นมาแล้ว อีก 2 เส้นนะคะ

833
00:55:29,688 --> 00:55:33,688
อาจารย์ก็จะมองว่า ถ้า 2 เส้นจะ Copy ได้ไหมล่ะ

834
00:55:33,690 --> 00:55:37,690
ถ้าอย่างนั้นน่ะ อาจารย์คลิกขวาคัดลอกแล้ว

835
00:55:37,691 --> 00:55:41,691
คัดลอกค่ะ แล้วก็

836
00:55:41,694 --> 00:55:45,694
วาง มาแล้วค่ะ เส้น อาจารย์เลยบอก

837
00:55:45,695 --> 00:55:49,695
ถ้าจริงนะ มานี่นะจริงน่ะ จริง

838
00:55:49,696 --> 00:55:53,696
ก็ Copy มา

839
00:55:53,699 --> 00:55:57,699
คัดลอกค่ะ แล้วก็ลงมาวาง

840
00:55:57,701 --> 00:56:01,701

841
00:56:01,703 --> 00:56:05,703
อย่างนี้ค่ะ แต่เขาก็ต้องมีเส้น

842
00:56:05,705 --> 00:56:09,705
ลงมาอีกค่ะ อย่างนี้เป็นการเช็กนะคะ อย่างนี้เป็นการเช็ก

843
00:56:09,707 --> 00:56:13,707
อาจารย์ไม่ให้หนุทำหรอกค่ะ โฟชาร์ต ยังไม่ให้ทำ

844
00:56:13,709 --> 00:56:17,709
ไม่ให้ทำนะคะ อันนี้เป็นวิธีการทำให้รู้นะคะ

845
00:56:17,711 --> 00:56:21,711
ให้รู้เอาไว้นะลูกนะ ต่อมาคะ่

846
00:56:21,715 --> 00:56:25,715
พอหนู

847
00:56:25,716 --> 00:56:29,716
รู้แล้วว่า การพลิกบน key words

848
00:56:29,718 --> 00:56:33,718
เห็นไหมคะ บน Keyword เมื่อสักครู่อาจารย์คลิกที่ข้าวหลามตัด

849
00:56:33,720 --> 00:56:37,720
เด็ก ๆ จะรู้ทันทีเลยว่าเป็น

850
00:56:37,720 --> 00:56:41,720
การตัดสินใจนะ แล้วผลของมันน่ะจะออกมาแค่

851
00:56:41,722 --> 00:56:45,722
2 ทิศทาง นั่นคือไม่จริงก็เท็จ ถ้าจริงก้จบ

852
00:56:45,724 --> 00:56:49,724
ถ้าเราเช็กความเป็นจริงนะคะ แต่ถ้าเราเช็กความเป็นเท็จ

853
00:56:49,727 --> 00:56:53,727
ถ้าเท็จเมื่อไหร่งานจบ แต่ถ้าเป็นจริงก็ทำ

854
00:56:53,728 --> 00:56:57,728
ต่อไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ เช่น หนูจะ Print

855
00:56:57,729 --> 00:57:01,729
เอกสารวุฒิบัตร ให้เด็กทั้งหมด 20 คน หนู

856
00:57:01,730 --> 00:57:05,730
ทำทั้งหมดมาจนถึง 20 แล้ว แสดง่วา Loop นี้

857
00:57:05,733 --> 00:57:09,733
สิ้นสุด ระบบก็จะทำการพรินต์

858
00:57:09,735 --> 00:57:13,735
ทันที ก็จบงานนะคะ แต่พอมา

859
00:57:13,736 --> 00:57:17,736
เป็นในเรื่องของ Query  Query  เป็นเรื่องที่

860
00:57:17,738 --> 00:57:21,738
ยากมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็กปกติ หรือจะเป็นเด็ก

861
00:57:21,740 --> 00:57:25,740
ที่จบโปรแกรมเมอร์มาแล้ว ทุกคนจะตายอยู่ที่

862
00:57:25,743 --> 00:57:29,743
Query Query คือการจัดการข้อมูลให้

863
00:57:29,744 --> 00:57:33,744
มีการไปตามที่ฉันต้องการ ใช้คำพูดอย่างนี้เลยนะคะ

864
00:57:33,745 --> 00:57:37,745
User จะเป็นคนบอกว่า

865
00:57:37,747 --> 00:57:41,747
ฉันต้องการอะไร เช่น เขาให้คุณ Query ข้อมูล

866
00:57:41,748 --> 00:57:45,748
ของเด็กผู้หญิงนะคะ ของเด็กผู้หญิง

867
00:57:45,749 --> 00:57:49,749
ที่มีพฤติกรรม เยี่ยงชาย

868
00:57:49,750 --> 00:57:53,750
ให้เขา Query ออกมา อันนี้อันที่ 1

869
00:57:53,752 --> 00:57:57,752
2. ถ้าอาจารย์บอกว่าให้คุณ Query นักศึกษา

870
00:57:57,753 --> 00:58:01,753
ที่มีเกรดเฉลี่ย 3.57

871
00:58:01,755 --> 00:58:05,755
ขึ้นไป มีทั้งหมดกี่คน  นี่คือการ Query

872
00:58:05,757 --> 00:58:09,757
นะคะ เป็นเงื่อนไข ใครล่ะเป็นคนบอก ก็ Usert

873
00:58:09,758 --> 00:58:13,758
ทั้งสิ้น User เป็นคนบอกนะคะ

874
00:58:13,760 --> 00:58:17,760
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม

875
00:58:17,762 --> 00:58:21,762
นะคะ เป็นคุณภาพ หรือเป็นฟังก์ชัน ให้คนสร้าง

876
00:58:21,763 --> 00:58:25,763
ฟังก์ชันในการตรวจสอบว่าเด็กคนไหน

877
00:58:25,764 --> 00:58:29,764
ที่ไม่จบ ม.6 เราไม่รับเข้า ICT

878
00:58:29,766 --> 00:58:33,766
อย่างนี้ค่ะ เขาก็จะเอาอะไรคะ ใบ Transcript ของหนู

879
00:58:33,768 --> 00:58:37,768
เอามาสแกน เด็กคนนี้จบสาย ปวช. จบสา

880
00:58:37,769 --> 00:58:41,769
จบสาย ปวส. ไม่มีสิทธิเข้าเรียนในสายของ

881
00:58:41,771 --> 00:58:45,771
ICT เป็นต้น ก็ใครเป็นคนกำหนด ก็

882
00:58:45,771 --> 00:58:49,771
User เหมือนเดิมนะคะ Query

883
00:58:49,773 --> 00:58:53,773
ใน SQL หนุได้เรียนวิชาฐานข้อมูลแล้ว

884
00:58:53,775 --> 00:58:57,775
หรือยังคะ ผ่านไหมคะ

885
00:58:57,776 --> 00:59:01,776
พยักหน้าก็ได้ลูก ถ้าเคยผ่านตามาแล้ว ฐาน

886
00:59:01,779 --> 00:59:05,779
ข้อมูล

887
00:59:05,781 --> 00:59:09,781
ไม่ผ่านเลยเหรอคะ ยังไม่ผ่านวิชานี้เลยเหรอคะ ยังเลย

888
00:59:09,783 --> 00:59:13,783
ถ้า SQL เขาจะบอกเลย ว่า

889
00:59:13,785 --> 00:59:17,785
SELECT FORM WHERE

890
00:59:17,786 --> 00:59:21,786
อาจารย์ขอเข้าไปในตัวเอกสาร

891
00:59:21,788 --> 00:59:25,788
นี้นิดหนึ่งนะคะ

892
00:59:25,790 --> 00:59:29,790
เห็นไหมคะ สร้าง ปุ๊บ ข้อดี

893
00:59:29,791 --> 00:59:33,791
ของ Google เป็นอย่างนี้ค่ะ ทำงานได้เลย นี่ อาจารย์ขอเข้ามาในนี้นะคะ

894
00:59:33,791 --> 00:59:37,791

895
00:59:37,793 --> 00:59:41,793
คราวนี้ ดูนะคะ  เราจะ SQL แล้วนะคะ

896
00:59:41,795 --> 00:59:45,795
อาจารย์ไม่ได้ให้หนูทำลูก ให้หนูดูเฉย ๆ

897
00:59:45,797 --> 00:59:49,797
ให้หนู SELECT s-l-

898
00:59:49,799 --> 00:59:53,799
e-c-t Select Select Select อะไร

899
00:59:53,799 --> 00:59:57,799
เดี๋ยวค่อยว่ากัน Select from

900
00:59:57,801 --> 01:00:01,801
FROM

901
01:00:01,803 --> 01:00:05,803
f-r-o-m เดี๋ยวอาจารย์ขอทำ

902
01:00:05,805 --> 01:00:09,805
ตัวใหญ่ ๆ ก่อนนะคะ

903
01:00:09,806 --> 01:00:13,806

904
01:00:13,808 --> 01:00:17,808
select

905
01:00:17,809 --> 01:00:21,809
จากไหนไปไหนล่ะ where คุณจะเอาจากที่ไหนล่ะ where

906
01:00:21,812 --> 01:00:25,812
w-h-e-r-e select from where

907
01:00:25,815 --> 01:00:29,815
เลือก คุรเลือกอะไร เลือกค่า

908
01:00:29,817 --> 01:00:33,817
ค่า i ที่มีค่าเท่ากับ

909
01:00:33,817 --> 01:00:37,817
นางสาว

910
01:00:37,818 --> 01:00:41,818

911
01:00:41,820 --> 01:00:45,820
ขอโทษนะคะ ขอโทษ

912
01:00:45,822 --> 01:00:49,822

913
01:00:49,824 --> 01:00:53,824
ใช้มือเดียว อาจารย์ก็ไม่ถนัดเหมือนกันค่ะ เลือก i

914
01:00:53,824 --> 01:00:57,824
ที่มีค่านางสาว จากไหนล่ะ จาก from ไหน

915
01:00:57,826 --> 01:01:01,826
จาก from ที่ชื่อว่า

916
01:01:01,828 --> 01:01:05,828
ทะเบียน

917
01:01:05,829 --> 01:01:09,829

918
01:01:09,831 --> 01:01:13,831
จากตารางนะคะ ตรงนี้จากตาราง

919
01:01:13,833 --> 01:01:17,833
นะคะ from อะไร from ทะเบียน

920
01:01:17,835 --> 01:01:21,835
T-e-b-e-a-n Where

921
01:01:21,836 --> 01:01:25,836
คุณจะให้คำว่า "นางสาว" นี้ไปอยู่ที่ไหนล่ะ

922
01:01:25,839 --> 01:01:29,839
ให้เขาไปอยู่ใน

923
01:01:29,840 --> 01:01:33,840
tabean หนูเขียนอย่างไร มันก็จะขึ้นอย่างนั้น

924
01:01:33,843 --> 01:01:37,843
นะคะ หนูไปสร้างฟอร์มอย่างไรมันก็จะขึ้นมาอย่างนั้นนะคะ

925
01:01:37,844 --> 01:01:41,844
Tabean ที่เป็นตัว

926
01:01:41,846 --> 01:01:45,846
ของ Miss

927
01:01:45,847 --> 01:01:49,847
เห็นไหมคะ คราวนี้แสดงว่า

928
01:01:49,849 --> 01:01:53,849
เลือก i แสดงว่าชื่อของคำนำหน้าชื่อ

929
01:01:53,851 --> 01:01:57,851
นะคะ คำนำหน้าชื่อจะอยู่ในช่องของ i แล้ว

930
01:01:57,853 --> 01:02:01,853
เอามาจากไหนล่ะไอ้ช่องของ i นี่ เอามาจาก from

931
01:02:01,854 --> 01:02:05,854
ที่ชื่อว่า "Tabean" แล้วหนูจะให้คำว่า

932
01:02:05,856 --> 01:02:09,856
นางสาวทั้งหลายแหล่นี่จะให้ย้ายไปที่ไหนล่ะ

933
01:02:09,858 --> 01:02:13,858
where ไปไหนล่ะ ไปที่ TabeanMiss

934
01:02:13,860 --> 01:02:17,860
ไว้ที่ไหน where แล้วนะคะ ให้เก็บไว้ที่ไหน

935
01:02:17,861 --> 01:02:21,861
ให้เก็บไว้ในตัวคำว่า

936
01:02:21,863 --> 01:02:25,863
สถานะ หรือคำว่า "Status"

937
01:02:25,867 --> 01:02:29,867

938
01:02:29,868 --> 01:02:33,868
นะคะ ให้เก็บเอาไว้ในตัวนี้

939
01:02:33,870 --> 01:02:37,870

940
01:02:37,872 --> 01:02:41,872
สังเกตนะคะ เมื่อสักครู่หนูดูนะ เมื่อกี้ไม่มี ,

941
01:02:41,876 --> 01:02:45,876
แล้วอาจารย์คลิก เห็นไหมคะ ไม่รู้จัก

942
01:02:45,878 --> 01:02:49,878
อันนี้แค่ Syntax นะ อันนี้แค่ Syntax

943
01:02:49,882 --> 01:02:53,882
เห็นไหมคะ เพราะเขามองว่ามันเป็นตัว

944
01:02:53,884 --> 01:02:57,884
2 ตัว นี่คือ SQL หลัก ๆ

945
01:02:57,886 --> 01:03:01,886
มีแค่นี้เองลูก selece from where

946
01:03:01,887 --> 01:03:05,887
ถ้าอาจารย์แอนสอนวิชาฐานข้อมูลเบื้องต้น อาจารย์ก็จะให้หนูน่ะ

947
01:03:05,888 --> 01:03:09,888
เข้าใน Colab เพราะหนูเรียน Python มาแล้วนี่

948
01:03:09,893 --> 01:03:13,893
ก็จะให้หนูเขียนใน CoLab ใช้ CoLab

949
01:03:13,895 --> 01:03:17,895
ในการ Ping หรือการดึง Database

950
01:03:17,895 --> 01:03:21,895
เหนือมากที่สุด คือ ดึง Database หนู

951
01:03:21,900 --> 01:03:25,900
อยู่สายนวัตกรรมนะคะ หนูจะต้องนำเอางานที่

952
01:03:25,903 --> 01:03:29,903
มีอยู่ เช่น Word ที่เขาใช้

953
01:03:29,904 --> 01:03:33,904
เพื่อเขียนเอกสาร แต่ Word ของหนูสามารถเขียนโปรแกรมได้

954
01:03:33,905 --> 01:03:37,905
แสดงว่าหนูกำลังใช้เครื่องมือ

955
01:03:37,907 --> 01:03:41,907
มากกว่าที่เขารู้ ก็เป็นโปรเจกต์จบได้เหมือนกันอันนี้

956
01:03:41,910 --> 01:03:45,910
นะคะ

957
01:03:45,912 --> 01:03:49,912
นี่ไงคะ ที่อาจารย์บอกว่า เขาทำไมคะ เขา Reqire

958
01:03:49,913 --> 01:03:53,913
แล้วคุณเข้าใจไหมล่ะ เข้าใจโครงสร้าง Structure

959
01:03:53,915 --> 01:03:57,915
ของอะไรของ database แล้วใน Syntax

960
01:03:57,917 --> 01:04:01,917
คือ รูปแบบ ที่อาจารย์เขียนเมื่อสักครู่นี่ อาจารย์ไม่มีลูกน้ำ

961
01:04:01,918 --> 01:04:05,918
เขาขีดเส้นใจ และทำความต้องการ

962
01:04:05,920 --> 01:04:09,920
ที่มันเป็น Expire

963
01:04:09,921 --> 01:04:13,921
วัน อาจารย์ดู TikTok อีกแล้วนะคะ  TikTok

964
01:04:13,923 --> 01:04:17,923
อะไรก็ TikTok ชอบเล่น TikTok ค่ะ เขาบอกว่า

965
01:04:17,924 --> 01:04:21,924
ภายในกับหมดอายุ ถ้าภายใน

966
01:04:21,924 --> 01:04:25,924
เราสามารถกินได้ แต่ถ้ามันหลุดจากภายใน

967
01:04:25,927 --> 01:04:29,927
ไม่ใช่ Expy

968
01:04:29,928 --> 01:04:33,928
นะคะ ไม่อร่อย อันนี้ใครเป็นคนกำหนด

969
01:04:33,930 --> 01:04:37,930
User แต่ถ้า form-fills

970
01:04:37,932 --> 01:04:41,932
นี่คือ from fills from fills จะอยู่ใน Excel

971
01:04:41,933 --> 01:04:45,933
ขอโทษนะคะ อยู่ใน Asset

972
01:04:45,933 --> 01:04:49,933
Asset หนูลองคำหาคำว่า "Asset" ดูสิลูก

973
01:04:49,934 --> 01:04:53,934
ค่ะลูก Tab Search a-c

974
01:04:53,936 --> 01:04:57,936
c-e

975
01:04:57,936 --> 01:05:01,936
มีไหมคะ Access

976
01:05:01,938 --> 01:05:05,938
ลูกค้นดูสิคะ มีไหมคะ

977
01:05:05,941 --> 01:05:09,941
ถ้าไม่มี หนูเข้าไปในตัวของรหัส

978
01:05:09,942 --> 01:05:13,942
ของเราเลยนะคะ ของมหาวิทยาลัย เมลมหาวิทยาลัย

979
01:05:13,944 --> 01:05:17,944
แล้วกด 9 จุดลูก กด 9 จุด

980
01:05:17,946 --> 01:05:21,946
เขาจะมีเอกสารที่เรียกว่า Word

981
01:05:21,947 --> 01:05:25,947
เขาจะมีชีตนะคะ ที่เรียกว่า "spreadsheets"

982
01:05:25,948 --> 01:05:29,948
Spreadsheet เข้าเมลมหาวิทยาลัย

983
01:05:29,948 --> 01:05:33,948
เลยค่ะ อย่างนี้ค่ะ SNRU เมล

984
01:05:33,951 --> 01:05:37,951
แต่ละคน หนูเขาได้ไหมลูก ได้ไหม ได้อยู่นะ พยักหน้าให้อาจารย์

985
01:05:37,953 --> 01:05:41,953
หน่อยค่ะ เข้าเมลมหาวิทยาลัยได้ไหมคะ

986
01:05:41,954 --> 01:05:45,954
เมลมหาวิทยาลัย ได้นะคะ ถ้าเข้าไป

987
01:05:45,957 --> 01:05:49,957
ข้างในเห็นเหมือนกันไหม ข้างใน

988
01:05:49,959 --> 01:05:53,959
มีสไลด์ มีปฏิทิน มี Chat มี Meet

989
01:05:53,962 --> 01:05:57,962
แต่เราต้องการคำว่า "From" เห็น

990
01:05:57,963 --> 01:06:01,963
คำว่า "From" ในหน้าจอหรือยังคะ ถ้าเห็นแล้วยกมือ

991
01:06:01,964 --> 01:06:05,964
ให้อาจารย์หน่อยค่ะลูก อาจารย์จะลงไปดูนะ ของใคร

992
01:06:05,970 --> 01:06:09,970
ของใครขึ้นมาแล้ว ยกมือให้ครูหน่อย โอเค

993
01:06:09,972 --> 01:06:13,972
โอเคค่ะ เห็นไหมลูก เห็นไหม

994
01:06:13,975 --> 01:06:17,975

995
01:06:17,979 --> 01:06:21,979

996
01:06:21,981 --> 01:06:25,981

997
01:06:25,983 --> 01:06:29,983
9 จุด กด 9 จุดนะคะ ให้หนูกด

998
01:06:29,987 --> 01:06:33,987
9 จุดลูก ดูที่ 9 จุดลูก

999
01:06:33,989 --> 01:06:37,989
แล้วหนูจะเห็น 9 จุดตรงนี้ลูก

1000
01:06:37,990 --> 01:06:41,990
คลิก 9 จุด แล้วหนูจะเห็นฟอร์มตัวนี้

1001
01:06:41,991 --> 01:06:45,991
โอเค เข้าเมลมหาวิทยาลัย

1002
01:06:45,993 --> 01:06:49,993
ได้หรือยังคะลูก โอเค เข้าได้แล้วนะคะ

1003
01:06:49,995 --> 01:06:53,995
แล้วจากนั้นหนูเข้าฟอร์มแล้วใช่ไหมคะ

1004
01:06:53,996 --> 01:06:57,996
คลิกเครื่องหมายบวกเลยค่ะ ใครเข้าได้แล้วให้คลิก

1005
01:06:57,998 --> 01:07:01,998
เลยนะคะ

1006
01:07:01,999 --> 01:07:05,999

1007
01:07:06,001 --> 01:07:10,001

1008
01:07:10,004 --> 01:07:14,004
อันนี้เป็นฟอร์มที่

1009
01:07:14,007 --> 01:07:18,007
เวลาที่หนูสอบช่วงโควิด ถ้าหนูเข้ามาเรียนช่วงโควิด

1010
01:07:18,008 --> 01:07:22,008
อาจารย์ท่านก็จะใช้ให้หนูสอบแบบข้อสอบปลอม

1011
01:07:22,010 --> 01:07:26,010
มีหลายตัวเลือก มีมากมายค่ะตรงนี้ มีมห้เราเลือก

1012
01:07:26,012 --> 01:07:30,012
อันนี้เขาก็เรียกว่าเมนู ทั้งหมดเขาเรียกว่าเมนู

1013
01:07:30,015 --> 01:07:34,015
แต่ถามว่าใช่ Access ไหม ไม่ใช่

1014
01:07:34,017 --> 01:07:38,017
โปรแกรม Access ไม่ได้มีในนี้เลย

1015
01:07:38,019 --> 01:07:42,019
เหรอคะ

1016
01:07:42,022 --> 01:07:46,022
อาจารย์ขออนุญาตค้นหาแป๊บนะคะ

1017
01:07:46,023 --> 01:07:50,023

1018
01:07:50,025 --> 01:07:54,025

1019
01:07:54,026 --> 01:07:58,026

1020
01:07:58,031 --> 01:08:02,031

1021
01:08:02,036 --> 01:08:06,036
หนูค้นหา Access เจอไหมคะแต่ละคน

1022
01:08:06,038 --> 01:08:10,038
เจอไหมแถบ Search น่ะลูก

1023
01:08:10,040 --> 01:08:14,040

1024
01:08:14,042 --> 01:08:18,042

1025
01:08:18,043 --> 01:08:22,043

1026
01:08:22,045 --> 01:08:26,045

1027
01:08:26,048 --> 01:08:30,048

1028
01:08:30,053 --> 01:08:34,053

1029
01:08:34,057 --> 01:08:38,057

1030
01:08:38,059 --> 01:08:42,059

1031
01:08:42,061 --> 01:08:46,061

1032
01:08:46,065 --> 01:08:50,065

1033
01:08:50,067 --> 01:08:54,067

1034
01:08:54,070 --> 01:08:58,070

1035
01:08:58,071 --> 01:09:02,071

1036
01:09:02,076 --> 01:09:06,076

1037
01:09:06,077 --> 01:09:10,077

1038
01:09:10,079 --> 01:09:14,079

1039
01:09:14,081 --> 01:09:18,081

1040
01:09:18,083 --> 01:09:22,083

1041
01:09:22,086 --> 01:09:26,086
หนูเข้า Google ค่ะ หนู

1042
01:09:26,089 --> 01:09:30,089
เข้า Google คลิก Tab ใหม่ Tab ทั้งหมดนี้

1043
01:09:30,090 --> 01:09:34,090
ขึ้นอยู่กับสถานะของเครื่องด้วยนะคะ หนุเห็นโฆษณา

1044
01:09:34,091 --> 01:09:38,091
ของ iPhone ตัวใหม่หรือยังนะคะ 16

1045
01:09:38,093 --> 01:09:42,093
หรือ 17 นะ หรือ 19 นะ จำไม่ได้ 16 Pro

1046
01:09:42,095 --> 01:09:46,095
ไหมคะ อาจารย์ไม่รู้จักหรอกค่ะ อาจารย์ไม่ใช้ Apple

1047
01:09:46,096 --> 01:09:50,096
ไม่ใช่หรอกค่ะ Applr น่ะ เขายังไม่ให้ Apple เต็มลูก

1048
01:09:50,098 --> 01:09:54,098
อาจารย์ค้นหา Access

1049
01:09:54,099 --> 01:09:58,099
มันเป็นอย่างไร หนูใช้คำว่า

1050
01:09:58,101 --> 01:10:02,101
"Microsoft" สิลูก Microsoft

1051
01:10:02,103 --> 01:10:06,103
หนุพิมพ์ไปว่า M-i-c-r-

1052
01:10:06,105 --> 01:10:10,105
o แล้วหนูจะเห็นคำว่า Soft

1053
01:10:10,107 --> 01:10:14,107
แล้วหนูก็พิมพ์คำว่า "acc"

1054
01:10:14,108 --> 01:10:18,108
แล้วหนูจะเห็นคำว่า "Microsoft Access"

1055
01:10:18,110 --> 01:10:22,110
อาจารย์ไม่ให้หน฿ดาวน์โหลดหรอกลูก ให้ดูเ

1056
01:10:22,112 --> 01:10:26,112
เห็นไหมคะ หนูลองดาวน์โหลดดูสิคะ

1057
01:10:26,114 --> 01:10:30,114
พอหนูพิมพ์ Microsoft นะคะ M-i-

1058
01:10:30,116 --> 01:10:34,116
c-r-o แล้วเขาจะขึ้นคำว่า "

1059
01:10:34,118 --> 01:10:38,118
S-o-f-t

1060
01:10:38,119 --> 01:10:42,119
A-c-c-o-

1061
01:10:42,121 --> 01:10:46,121
-u-n-t

1062
01:10:46,126 --> 01:10:50,126
เห็นไหมคะ ถามว่าเราใช้ตัวนี้ ไม่ใช่

1063
01:10:50,128 --> 01:10:54,128
เราจะเอาตัวนี้ ตัวข้างล่างนี้ค่ะ Microsoft

1064
01:10:54,129 --> 01:10:58,129
เห็นไหมคะ ตัวนี้ เห็นไหมลูก

1065
01:10:58,131 --> 01:11:02,131
คลิกเลย พอคลิกปุ๊บ

1066
01:11:02,133 --> 01:11:06,133
คราวนี้ล่ะ เขาบอกว่าซอฟต์แวร์นี้ แอปพลิเคชันนี้

1067
01:11:06,135 --> 01:11:10,135
นี้ ที่เรียกว่า " Microsoft Aces

1068
01:11:10,136 --> 01:11:14,136
เขาเป็นในเรื่องของการสร้างแอปพลิเคชันนะ

1069
01:11:14,138 --> 01:11:18,138
มันเป็นอย่างไร คราวนี้ นี่ไงคะ

1070
01:11:18,140 --> 01:11:22,140
ของเขาจะเป็นแบบนี้ค่ะ Access หน้าตาเขาจะเป็น

1071
01:11:22,142 --> 01:11:26,142
สไตล์แบบนี้เลย นี่นะคะ

1072
01:11:26,143 --> 01:11:30,143
ก็อยากที่จะให้หนูเห็นนะ ความจริงนะ หนูสามารถ

1073
01:11:30,144 --> 01:11:34,144
ที่จะทำตัว ER หนูรู้ใช้ไหมลูก ตัวนี้คือ ER

1074
01:11:34,147 --> 01:11:38,147
คุ้นไหมคะ เคยรู้จักไหมลูกตัวนี้

1075
01:11:38,147 --> 01:11:42,147
ER ER Diagram  นี่อาจารย์เขาสอน

1076
01:11:42,150 --> 01:11:46,150
อะไรกันนี่ อาจารย์สอนใหม่หมดเลยเหรอลูก

1077
01:11:46,151 --> 01:11:50,151
อาจารย์สุรีพัชรมาสอนใหม่ทุกอย่าง หนูรู้

1078
01:11:50,154 --> 01:11:54,154
ทุกวิชาเลยลูก เอาทุกวิชาเลยนะ อันนี้จะเป็น

1079
01:11:54,155 --> 01:11:58,155
ER Diagram เด็กที่จะมาสอบจบนะคะ จะดู

1080
01:11:58,156 --> 01:12:02,156
แค่หัวข้อเรื่อง แต่มี ER Diagram เขาบอกว่า

1081
01:12:02,158 --> 01:12:06,158
อย่างนั้นขอดูโปรแกรมจบเลย อย่างนั้น หนูไม่รู้เลยว่า

1082
01:12:06,159 --> 01:12:10,159
ER จะได้มาก็ต่อเมื่อหนูต้องสร้าง Database ก่อน

1083
01:12:10,161 --> 01:12:14,161
นะคะ การสร้าง database คือการสร้างตาราง

1084
01:12:14,162 --> 01:12:18,162
คืออันนี้ลูก นี่ค่ะ

1085
01:12:18,164 --> 01:12:22,164
อันนี้คือการสร้างตาราง

1086
01:12:22,165 --> 01:12:26,165
อาจารย์ไม่ซื้อหรอกนะคะ ไม่ซื้อหรอก

1087
01:12:26,165 --> 01:12:30,165
ขยับออกหน่อยสิ นี่ค่ะ ภาพนี้ ค่ะ

1088
01:12:30,167 --> 01:12:34,167
การสร้างตารางลูก การสร้างตาราง

1089
01:12:34,169 --> 01:12:38,169
สร้างอย่างไร เขาจะขึ้นเมนูเลย คำว่า "สร้างตาราง"

1090
01:12:38,171 --> 01:12:42,171
หรือเขาเขียนคำว่า "Make Table" หรือ

1091
01:12:42,172 --> 01:12:46,172
คำว่า Create Table ก็ขึ้นอยุ่กับเครื่อง

1092
01:12:46,174 --> 01:12:50,174
อีกแหละ เวลาที่ลง เด็กบางคนชอบภาษาอังกฤษ

1093
01:12:50,174 --> 01:12:54,174
หนูไม่เลือกภาษาไทยเลย เพราะฉะนั้น เมนูก็จะ

1094
01:12:54,175 --> 01:12:58,175
มีแต่ภาษาอังกฤษทั้งสิ้นนะคะอันนี้ หนูยังมีใน

1095
01:12:58,178 --> 01:13:02,178
เรื่องของ Access 365 ก็ยังมีอีกนะคะ

1096
01:13:02,179 --> 01:13:06,179
อันนี้จะเป็นการทำ ER เช่นเดียว

1097
01:13:06,180 --> 01:13:10,180
ถ้าหนูสร้าง Database ดี หนูสร้างลิงก์ปั๊บ เขาจะบอกเลยว่า

1098
01:13:10,181 --> 01:13:14,181
การมีความเชื่อมคืออะไรบ้างคะ

1099
01:13:14,183 --> 01:13:18,183
1 ต่อ 1  1 to Many

1100
01:13:18,185 --> 01:13:22,185
Many to Many คุ้นไหมคะ

1101
01:13:22,186 --> 01:13:26,186
คุ้นไหมลูก 1 ต่อ 1

1102
01:13:26,187 --> 01:13:30,187
1 ต่อ 1

1103
01:13:30,189 --> 01:13:34,189
เช่น ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน รับเด็ก

1104
01:13:34,191 --> 01:13:38,191
ได้ 1 คน สถานะ คือ 1 ต่อ 1

1105
01:13:38,192 --> 01:13:42,192
แต่ถาอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน สามาถึงสอนเด็ก

1106
01:13:42,195 --> 01:13:46,195
ได้หลาย ๆ คน แสดงว่า 1 to m

1107
01:13:46,197 --> 01:13:50,197
แต่ถ้าวิชานั้น เช่นวิชา

1108
01:13:50,198 --> 01:13:54,198
วิชาที่อาจารย์

1109
01:13:54,201 --> 01:13:58,201
เยอะ ๆ น่ะ แอ่งสกล

1110
01:13:58,203 --> 01:14:02,203
วิชาแอ่งสกล เป็น Many to Many

1111
01:14:02,205 --> 01:14:06,205
เพราะหนุได้เจออาจารย์หลาย ๆ ท่าน อาจารย์ก็

1112
01:14:06,207 --> 01:14:10,207
เจอเด็กหลาย ๆ ศาสตร์ ก็เลยกลายเป็น Many to Many

1113
01:14:10,208 --> 01:14:14,208
มีทั้งหมดแต่ 3 อย่างนะคะ

1114
01:14:14,210 --> 01:14:18,210
มีแค่ 3 อย่าง แต่บางคนเขาสามารถ... อาจารย์ครับ

1115
01:14:18,212 --> 01:14:22,212
ผมเคยเห็น Many to One ก็ขึ้นอยู่ที่ว

1116
01:14:22,212 --> 01:14:26,212
หนูเอา Database เอามาทางไหน เอาไว้ตรงไหน

1117
01:14:26,214 --> 01:14:30,214
ที่จะโยกย้ายได้ การออกแบบคนครั้งแรก

1118
01:14:30,216 --> 01:14:34,216
ย่อมไม่สวย คนที่ลอกเพื่อนมา

1119
01:14:34,217 --> 01:14:38,217
ครั้งแรกสวยเสมอค่ะ เพราะเขา

1120
01:14:38,219 --> 01:14:42,219
ไม่ได้คิด อาจารย์จะดูจากความน่าเกลียดเลยนะคะ อันแรก

1121
01:14:42,220 --> 01:14:46,220
เพราะหนูจะต้องทำไมคะ ทั้งขีดทั้งเขียน Database เลย อาจารย์

1122
01:14:46,221 --> 01:14:50,221
รู้ว่าข้อมูลของเด็ก 1 คนนี่ ถ้าอาจารย์อยาก

1123
01:14:50,224 --> 01:14:54,224
รู้ว่าพวกหนุน่ะ เป็นเด็กพิเศษ หนูเป็นเด็กพิเศษอะไร

1124
01:14:54,225 --> 01:14:58,225
นะคะ หนูเป็นเด็กพิเศษอะไร

1125
01:14:58,226 --> 01:15:02,226
เพื่อที่เราจะได้ทำไมคะ จัดการในเรื่องนั้น ๆ ได้

1126
01:15:02,229 --> 01:15:06,229
นี่ค่ะ นี่เป็นการเก็บ Database แล้วนะ 1 อัน

1127
01:15:06,231 --> 01:15:10,231
นะ Access เราก็ไม่มีนะ

1128
01:15:10,232 --> 01:15:14,232
เครื่องครูนี่ ไม่มีทั้ง Word พิมพ์ Word ก็ไม่ได้

1129
01:15:14,234 --> 01:15:18,234
Excel ก็ได้

1130
01:15:18,235 --> 01:15:22,235
จ้ะ ๆ ไม่เป็นไร

1131
01:15:22,236 --> 01:15:26,236
แก้ปัญหาได้ ต่อมาลูก

1132
01:15:26,238 --> 01:15:30,238
อันนี้คือ Spreadsheets ที่เมื่อกี้นี้

1133
01:15:30,240 --> 01:15:34,240
เมื่อกี้นี้ นี่ค่ะ เมื่อกี้นี้ เข้าไปใหม่

1134
01:15:34,242 --> 01:15:38,242
ที่หนูมาตรงนี้แล้วหนูก็เห็น

1135
01:15:38,244 --> 01:15:42,244
คำว่า "Sheet" พอคลิกปั๊บ

1136
01:15:42,247 --> 01:15:46,247
มันก็จะขึ้นอย่างนี้ทันทีเลยค่ะ ถ้าหนูเรียนวิชา

1137
01:15:46,248 --> 01:15:50,248
คอมพิวเตอร์พื้นฐาน อาจารย์จะพาหนูทำ

1138
01:15:50,249 --> 01:15:54,249
การลิงก์นะคะ ทำการลิงก์ เช่น ถ้าหากหนูเปลี่ยนชื่อ

1139
01:15:54,250 --> 01:15:58,250
เปลี่ยนนามสกุล แต่เรามี tab ทั้งหมด 20 Tab เราจะ

1140
01:15:58,252 --> 01:16:02,252
เปลี่ยน 2 Tab เป็นไม่ได้ เราจะเปลี่ยน Tab แรก

1141
01:16:02,254 --> 01:16:06,254
เราเปลี่ยน Tab แยก Tab 1 2 34 5 ถึง 20

1142
01:16:06,255 --> 01:16:10,255
ทันทีนะคะ ยตย. ลูก ยกตัวอย่าง

1143
01:16:10,257 --> 01:16:14,257
เช่น นะคะ

1144
01:16:14,259 --> 01:16:18,259
อาจารย์จะใช้วิธีการว่าอันนี้จะเป็นเลขที่

1145
01:16:18,261 --> 01:16:22,261
หนูพิมพ์ตามกันเลยนะคะลูก เลขที่

1146
01:16:22,264 --> 01:16:26,264
เลขที่ ตามด้วยชื่อลูก

1147
01:16:26,266 --> 01:16:30,266
B1 ชื่อ

1148
01:16:30,268 --> 01:16:34,268
C1 นามสกุล

1149
01:16:34,269 --> 01:16:38,269
นามสกุล แค่นี้ พอแล้วลูก เอาตาม

1150
01:16:38,270 --> 01:16:42,270
อาจารย์เอาแค่นี้พอ เลขที่ อาจารย์ขอเป็น

1151
01:16:42,273 --> 01:16:46,273
เลขที่คนแรกเลยนะคะ ขอเป็น 3 ตัวท้ายนะลูก

1152
01:16:46,273 --> 01:16:50,273
202 หนูมีชื่อว่า

1153
01:16:50,275 --> 01:16:54,275
วุฒิชัย

1154
01:16:54,276 --> 01:16:58,276
วุฒิชัย

1155
01:16:58,278 --> 01:17:02,278
เหลาแหลมนะคะ วุมิชัย เหลาแหลม นะคะ

1156
01:17:02,281 --> 01:17:06,281
เหลาแหลม

1157
01:17:06,283 --> 01:17:10,283
เอาแค่ 2 คน ลูก อาจารย์เลือกแค่ 2 คน

1158
01:17:10,284 --> 01:17:14,284
203 ลูก 203 203

1159
01:17:14,287 --> 01:17:18,287
ชื่อว่า นายเดชมงคล อาจารย์

1160
01:17:18,289 --> 01:17:22,289
ไม่มีคำนำหน้าชื่อเห็นไหมคะ เดชมงคล

1161
01:17:22,290 --> 01:17:26,290
แล้วก็กดลูกศรขวา

1162
01:17:26,292 --> 01:17:30,292
พุฒพันธ์ ลูก

1163
01:17:30,294 --> 01:17:34,294
หนุก็ใส่ชื่อเพื่อน 1 คน แล้วก็ใส่ชื่อหนู 1 คน

1164
01:17:34,298 --> 01:17:38,298
แค่ 2 คนพอแล้วลูก

1165
01:17:38,300 --> 01:17:42,300
พัทธพันธ์

1166
01:17:42,301 --> 01:17:46,301
อาจารย์พิมพ์ผิดอาจารย์ขอโทษนะคะ

1167
01:17:46,303 --> 01:17:50,303
แล้วคราวนี้ เริ่มแล้ว

1168
01:17:50,304 --> 01:17:54,304
นะคะ ขอ Sheet แรก

1169
01:17:54,307 --> 01:17:58,307
หนูพิมพ์เสร็จหรือยังลูก พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วยัง

1170
01:17:58,308 --> 01:18:02,308
ให้ A1 นะลูก A1 พิมพ์คำว่า "เลขที่" ลูก

1171
01:18:02,310 --> 01:18:06,310
A1 พิมพ์คำว่าเลขที่ อาจารย์ขออนุญาต้ชเดชชช

1172
01:18:06,312 --> 01:18:10,312

1173
01:18:10,316 --> 01:18:14,316
หนูจะได้มองเห็นชัด ชัดขึ้นไหมคะลูก

1174
01:18:14,317 --> 01:18:18,317
ชัดขึ้นนะ โอเคค่ะ

1175
01:18:18,319 --> 01:18:22,319
A1 เลขที่ B1 ชื่อ

1176
01:18:22,320 --> 01:18:26,320
C1 นามสกุล ลงมาค่ะ

1177
01:18:26,321 --> 01:18:30,321
รหัส 3 ตัวท้ายของตัวเราเลยลูก

1178
01:18:30,323 --> 01:18:34,323
และก็ชื่อเรา นามสกุลเรา ลงมาค่ะ

1179
01:18:34,324 --> 01:18:38,324
เป็น A 3 ขอเป็นรหัสเพื่อน ชื่อเพื่อน

1180
01:18:38,326 --> 01:18:42,326
2 คน อาจารย์ขอแค่ 2 คนพอค่ะ

1181
01:18:42,328 --> 01:18:46,328
แล้วให้ไปชี้ที่ชีต 1 ข้างล่าง ไป

1182
01:18:46,331 --> 01:18:50,331
ชี้ที่ชีต 1 ข้างล่าง คลิกขวาค่ะ เปลี่ยนชื่อ

1183
01:18:50,334 --> 01:18:54,334
คลิกขวาที่คำว่า "Sheet 1 "

1184
01:18:54,336 --> 01:18:58,336
ตรง Taskbar ตรง Sheet ข้างล่าง

1185
01:18:58,340 --> 01:19:02,340
แล้วเลือกค่ะ เห็นไหมคะ อาจารย์ให้เมาส์ชี้

1186
01:19:02,342 --> 01:19:06,342
แปลว่าการเลือก ฉันเลือกแล้วนะ เลือกอะไร เลือกเมนู

1187
01:19:06,344 --> 01:19:10,344
เปลี่ยนชื่อ เลือกแล้วคลิก 1 ครั้ง

1188
01:19:10,346 --> 01:19:14,346
ตอนนี้ Cursor กระพริบแล้วตรง Sheet 1

1189
01:19:14,348 --> 01:19:18,348
อาจารย์ใช้คำว่า "หน้าหลัก"

1190
01:19:18,350 --> 01:19:22,350
พิมพ์เสร็จเรียบร้อยให้กด Enter

1191
01:19:22,351 --> 01:19:26,351
ตอนนี้หน้าแรกของเราชื่อว่าหน้าหลัก

1192
01:19:26,353 --> 01:19:30,353
โอเคไหม

1193
01:19:30,356 --> 01:19:34,356
คราวนี้ ให้หนูกดเครื่องหมายบวกด้านซ้าย

1194
01:19:34,359 --> 01:19:38,359
จากหนูเปลี่ยนชื่อเมื่อกี้เห็นไหมลูก แล้วก็เป็นขีด ๆ

1195
01:19:38,361 --> 01:19:42,361
แล้วหนูก็เห็นเป็นเครื่องหมายบวก กด + เลยค่ะ

1196
01:19:42,363 --> 01:19:46,363
กด + เลย กด + ปุ๊บ Sheet 2

1197
01:19:46,364 --> 01:19:50,364
ปรากฏขึ้นทันที โอเคไหมคะ ตอนนี้

1198
01:19:50,368 --> 01:19:54,368
ใครมีชีต 1 ชีต 2 แล้ว ยกมือให้อาจารย์ดูหน่อยลูก

1199
01:19:54,369 --> 01:19:58,369
ใครได้ Sheet 1 Sheet 2 แล้ว

1200
01:19:58,371 --> 01:20:02,371
ใครยังไม่ได้อาจารย์จะเดินไปหาค่ะ

1201
01:20:02,373 --> 01:20:06,373

1202
01:20:06,375 --> 01:20:10,375

1203
01:20:10,376 --> 01:20:14,376

1204
01:20:14,379 --> 01:20:18,379

1205
01:20:18,381 --> 01:20:22,381

1206
01:20:22,385 --> 01:20:26,385

1207
01:20:26,387 --> 01:20:30,387

1208
01:20:30,391 --> 01:20:34,391

1209
01:20:34,396 --> 01:20:38,396

1210
01:20:38,399 --> 01:20:42,399

1211
01:20:42,401 --> 01:20:46,401

1212
01:20:46,405 --> 01:20:50,405

1213
01:20:50,407 --> 01:20:54,407

1214
01:20:54,409 --> 01:20:58,409

1215
01:20:58,414 --> 01:21:02,414

1216
01:21:02,417 --> 01:21:06,417

1217
01:21:06,419 --> 01:21:10,419

1218
01:21:10,421 --> 01:21:14,421

1219
01:21:14,422 --> 01:21:18,422
ได้แล้วไหมคะ ตอนนี้

1220
01:21:18,426 --> 01:21:22,426
ให้นำเมาส์มาชี้ที่ Sheet2 ค่ะ ทำ Sheet 2

1221
01:21:22,428 --> 01:21:26,428
มาได้อย่างไรคะ กดเครื่องหมายบวกค่ะ กดเครื่องหมายบวก ข้างล่าง

1222
01:21:26,430 --> 01:21:30,430
ข้างล่าง จากหน้าหลักเมื่อกี้นี้ แล้วหนูกดเครื่องหมาย +

1223
01:21:30,432 --> 01:21:34,432
นะคะ กดเครื่องหมายบวก 1 ครั้ง

1224
01:21:34,433 --> 01:21:38,433

1225
01:21:38,436 --> 01:21:42,436
กดเครื่องหมายบวก 1 ครั้งค่ะ

1226
01:21:42,438 --> 01:21:46,438

1227
01:21:46,440 --> 01:21:50,440

1228
01:21:50,444 --> 01:21:54,444

1229
01:21:54,446 --> 01:21:58,446
ตอนนี้ใครยัง

1230
01:21:58,449 --> 01:22:02,449
ไม่ได้ถึงตรงนี้บ้างคะ

1231
01:22:02,453 --> 01:22:06,453
ได้ครบไหมลูก ครบหนูพยักหน้าให้อาจารย์นิดหนึ่งค่ะ

1232
01:22:06,455 --> 01:22:10,455

1233
01:22:10,456 --> 01:22:14,456
อันนี้ได้แน่ค่ะ อันนี้ได้แน่ อาจารย์ห่วงทางนี้ ได้ไหมคะ

1234
01:22:14,459 --> 01:22:18,459

1235
01:22:18,461 --> 01:22:22,461

1236
01:22:22,464 --> 01:22:26,464
คลิกที่ Sheet2 ไว้นะคะ

1237
01:22:26,465 --> 01:22:30,465
คราวนี้ เราจะมาทำงานที่ชีต 2 ค่ะ ให้เขาดึงข้อมูลมาที่

1238
01:22:30,466 --> 01:22:34,466
Sheet 2 ตอนนี้ให้หนูนำเมาส์มาคลิกที่ A1

1239
01:22:34,469 --> 01:22:38,469
ค่ะ เขาจะพิมพ์อะไรก็เรื่องของเขาช่างเขาค่ะ ให้หนุพิมพ์

1240
01:22:38,470 --> 01:22:42,470
เครื่องหมาย = ค่ะ

1241
01:22:42,472 --> 01:22:46,472
พิมพ์เครื่องหมาย =

1242
01:22:46,474 --> 01:22:50,474
เครื่องหมายเท่ากับ

1243
01:22:50,476 --> 01:22:54,476
ที่ช่อง A1 ค่ะ ถามดูตรงไหน

1244
01:22:54,478 --> 01:22:58,478
A1 ดูตรงนี้ค่ะ ป้ายชื่อค่ะ

1245
01:22:58,480 --> 01:23:02,480
ป้ายชื่อ เห็นไหมคะ อาจารย์คลิกจะมาขึ้นทันที

1246
01:23:02,483 --> 01:23:06,483
พิมพ์เครื่องหมาย = ค่ะ แล้วเอามาคลิกที่หน้าหลักค่ะ

1247
01:23:06,486 --> 01:23:10,486
คลิกเครื่องหมาย = ไว้แล้วนะคะ คลิกที่เครื่องหมาย =

1248
01:23:10,489 --> 01:23:14,489
ที่ Sheet หน้าหลัก แล้วนำเมาส์มาชี้ที่คำว่า "

1249
01:23:14,494 --> 01:23:18,494
เลขที่ นำเมาส์มาชี้ที่

1250
01:23:18,496 --> 01:23:22,496
คำว่า "เลขที่" แล้วกด Enter ค่ะ

1251
01:23:22,498 --> 01:23:26,498
พิมพ์เครื่องหมาย = ก่อน

1252
01:23:26,499 --> 01:23:30,499
แล้วมาคลิกที่ Sheet ที่เราทำเมื่อกี้นี้ค่ะ

1253
01:23:30,501 --> 01:23:34,501
ที่ว่า "หน้าหลัก" แล้วทำเมาส์มาชี้ที่ "

1254
01:23:34,504 --> 01:23:38,504
เลขที่ คลิกเมาส์ซ้าย 1 ครั้งค่ะ

1255
01:23:38,505 --> 01:23:42,505
แล้วกด Enter ตอนนี้คำว่าเลขที่

1256
01:23:42,507 --> 01:23:46,507
กระเด้งมาอยู่ที่ Sheet 2 แล้วใช่ไหมคะ

1257
01:23:46,509 --> 01:23:50,509
โอเคไหม

1258
01:23:50,511 --> 01:23:54,511

1259
01:23:54,512 --> 01:23:58,512
มาไหมคะเด็ก ๆ มาไหม

1260
01:23:58,514 --> 01:24:02,514

1261
01:24:02,516 --> 01:24:06,516

1262
01:24:06,517 --> 01:24:10,517

1263
01:24:10,520 --> 01:24:14,520

1264
01:24:14,524 --> 01:24:18,524
คราวนี้

1265
01:24:18,529 --> 01:24:22,529
ให้หนูทำแบบนี้ทั้งหมดเลยลูก พิมพ์เครื่องหมาย

1266
01:24:22,534 --> 01:24:26,534
= ที่ B1 ค่ะ

1267
01:24:26,535 --> 01:24:30,535
เท่ากับ แล้วกลับไปที่หน้าหลัก แล้วก็ไป

1268
01:24:30,537 --> 01:24:34,537
คลิกที่ชื่อแล้วกด Enter

1269
01:24:34,539 --> 01:24:38,539
กดที่ C1 พิมพ์เครื่องหมาย

1270
01:24:38,540 --> 01:24:42,540
= แล้วไปที่หน้าหลัก แล้วกดนามสกุล

1271
01:24:42,540 --> 01:24:46,540
แล้วกด Enter

1272
01:24:46,543 --> 01:24:50,543
คราวนี้มีน้องเบอร์ 2 ทำได้แล้วนะคะ

1273
01:24:50,544 --> 01:24:54,544
หนูใช้วิธีการอย่างไรลูก ใช้วิธีการเลือก

1274
01:24:54,547 --> 01:24:58,547
เลขที่ในชีต 2 แล้วถ้าการ Dr

1275
01:24:58,549 --> 01:25:02,549
แบบนี้เขาเรียกว่า

1276
01:25:02,551 --> 01:25:06,551
การ Drag เป็นการ Drag ข้อมูล

1277
01:25:06,551 --> 01:25:10,551
นำเมาส์ไปชี้ทีเลขที่ แล้ว

1278
01:25:10,553 --> 01:25:14,553
ไปชี้ที่มุมขวา จะเป็นตัวลูกศร

1279
01:25:14,556 --> 01:25:18,556
เครื่องหมาย + บาง ๆ แล้วกดที่เมาส์ซ้าย แล้วดึงมา

1280
01:25:18,558 --> 01:25:22,558
2 บรรทัดค่ะ เพราะเราทำไมคะ

1281
01:25:22,560 --> 01:25:26,560
เราทำการอ้างอิงแล้ว

1282
01:25:26,563 --> 01:25:30,563
ทำอย่างนี้ให้ครบ เห็นไหมคะ พอหนูคลิกคำว่า "ชื่อ"

1283
01:25:30,564 --> 01:25:34,564
นำเมาส์ไปวางที่มุมขวา เมาส์หนูจะเป็นเครื่องหมาย

1284
01:25:34,565 --> 01:25:38,565
+ บาง ๆ แล้วหนูกดเมาส์ซ้ายค้างลงมาค่ะ

1285
01:25:38,567 --> 01:25:42,567
นั่นคือการ  Drag หรือการ Copy

1286
01:25:42,568 --> 01:25:46,568
ข้อมูลนั่นเอง คราวนี้นะคะ

1287
01:25:46,569 --> 01:25:50,569
พอมาปั๊บ

1288
01:25:50,571 --> 01:25:54,571
ข้อมูลอาจารย์มาแล้วนะคะ พอมาเสร็จปุ๊บ

1289
01:25:54,572 --> 01:25:58,572
เราจะทำการแก้ไขแล้วนะคะ คราวนี้

1290
01:25:58,573 --> 01:26:02,573
อาจารย์จะแก้ไขที่คำว่า "

1291
01:26:02,575 --> 01:26:06,575
วุฒิชัย นี่

1292
01:26:06,577 --> 01:26:10,577
เห็นไหมคะ ถ้าหนูแก้ตรงนี้ มันเป็นการอ้างอิงมา

1293
01:26:10,582 --> 01:26:14,582
เราจะแก้... เราจะแก้ไปที่หน้าหลัก

1294
01:26:14,584 --> 01:26:18,584
หนูกลับไปที่หน้าหลักเลยค่ะ แล้วคลิกหน้าแรก

1295
01:26:18,588 --> 01:26:22,588
หนูใส่ชื่อเล่นนะคะ อาจารย์จะใส่ชื่อเล่นของ วุฒิชัย ค่ะ

1296
01:26:22,592 --> 01:26:26,592
ว่ามาร์กี้

1297
01:26:26,593 --> 01:26:30,593

1298
01:26:30,595 --> 01:26:34,595

1299
01:26:34,599 --> 01:26:38,599

1300
01:26:38,601 --> 01:26:42,601
ดูนะคะ

1301
01:26:42,604 --> 01:26:46,604
พออาจารย์ทำปปุ๊บ อาจารย์กด Enter เรากลับไปดู

1302
01:26:46,606 --> 01:26:50,606
ชีต 2 ไปดูนะคะ วุฒิชัย กลายเป็น วุฒิชัยมากี้

1303
01:26:50,608 --> 01:26:54,608
มาแล้ว เราแก้แค่เพียงหน้าหลัก

1304
01:26:54,609 --> 01:26:58,609
ไม่ว่าหนูจะมีข้อมูลกี่ Sheet ก็ตาม

1305
01:26:58,611 --> 01:27:02,611
เขาจะเปลี่ยนให้หนูทั้งหมด นี่คือการ

1306
01:27:02,613 --> 01:27:06,613
อ้างอิงค่ะ โอเคไหมคะ นี่คือการอ้างอิง

1307
01:27:06,614 --> 01:27:10,614
หนุจะเปลี่ยนตรงนี้ก็ได้ลูก อาจารย์จะ

1308
01:27:10,615 --> 01:27:14,615
เปลี่ยนนะคะ ในเลขที่ เลขที่ตอนนี้

1309
01:27:14,618 --> 01:27:18,618
ดับเบิลคลิกก็ได้ลูก ดับเบิลคลิก 1 ครั้ง แล้วหนูก็

1310
01:27:18,619 --> 01:27:22,619
ลองใส่เป็นรหัสเต็มค่ะ 6510

1311
01:27:22,620 --> 01:27:26,620
21

1312
01:27:26,622 --> 01:27:30,622
222

1313
01:27:30,623 --> 01:27:34,623

1314
01:27:34,624 --> 01:27:38,624
อาจารย์ 2 เยอะไหมหน่อยไหมนี่

1315
01:27:38,626 --> 01:27:42,626

1316
01:27:42,627 --> 01:27:46,627
อาจารย์ 2 เยอะไปหน่อยค่ะ

1317
01:27:46,628 --> 01:27:50,628
ดูนะคะ วิฒิชัย มาร์กี้ หนูกลับไปดู

1318
01:27:50,629 --> 01:27:54,629
ที่ชีต 2 วุฒิชัยมากี้ก็เปลี่ยนเช่นเดียวกัน

1319
01:27:54,631 --> 01:27:58,631
เห็นไหมคะ นี่คือ

1320
01:27:58,633 --> 01:28:02,633
การอ้างอิงข้อมูลนะคะ

1321
01:28:02,634 --> 01:28:06,634
เพราะว่าพอเวลาอาจารย์จะทำคะแนนให้กับพวกนี้นี่

1322
01:28:06,635 --> 01:28:10,635
อาจารย์จะมีหลายหน้า หน้านี้เป็นหน้าในการเช็กชื่อ หน้านี้

1323
01:28:10,636 --> 01:28:14,636
เป็นหน้าของคะแนน อันนี้เป็นหน้าของงาน ไม่อย่างนั้น

1324
01:28:14,638 --> 01:28:18,638
อาจารย์มานั่งแก้ชื่ออาจารย์ก็ไม่ไหวคะ ชื่อแต่ละคน

1325
01:28:18,640 --> 01:28:22,640
กว่าจะพิมพ์เสร็จนะ ก็จะนานนิดหนึ่ง อันนี้เป็นการอ้างอิงชื่อ อันนี้

1326
01:28:22,642 --> 01:28:26,642
คือ โปรแกรม Excel หรือ Spreadsheet หรือใช้คำว่า "

1327
01:28:26,644 --> 01:28:30,644
Sheet นั่นเอง โอเคนะคะ

1328
01:28:30,648 --> 01:28:34,648
ให้หนูรู้ อันนี้ให้หนูรู้

1329
01:28:34,651 --> 01:28:38,651
แต่ในสมัยก่อน เราใช้

1330
01:28:38,653 --> 01:28:42,653
Lotus 1-2-5 แต่ถามว่าตอนนี้โปรแกรม

1331
01:28:42,654 --> 01:28:46,654
Lotus ยังคงใช้อยู่ไหม ยังคงใช้อยู่

1332
01:28:46,656 --> 01:28:50,656
ในเซ็นทรัล เซ็นทรัลไหนไม่รู้

1333
01:28:50,657 --> 01:28:54,657
นะคะ เรามี MS MS ย่อมาจาก

1334
01:28:54,659 --> 01:28:58,659
Microsoft Excel เรามี

1335
01:28:58,660 --> 01:29:02,660
Common to day Exel ทำงาน

1336
01:29:02,662 --> 01:29:06,662
ง่ายมากเลยนะคะ ในการที่จะคลิกข้อมูลแบบนี้

1337
01:29:06,664 --> 01:29:10,664
ง่าย เพราะเขาทำไมคะ เพราะเขามี Grid

1338
01:29:10,666 --> 01:29:14,666
Grid ก็คือช่องพวกนี้ค่ะ ช่อง

1339
01:29:14,667 --> 01:29:18,667
ช่องอย่างนี้เขาเรียกว่า Grid นะคะ ที่หนูวางไป 1 อัน เขาเรียกว่

1340
01:29:18,669 --> 01:29:22,669
Grid ก็คือช่องนั่นเอง Grid ก็คือช่อง

1341
01:29:22,671 --> 01:29:26,671
แล้วในแต่ละเซลล์ เขาบรรจุอะไรล่ะ

1342
01:29:26,673 --> 01:29:30,673
ก็บรรจุข้อมูล เขาอาจจะ... บางคนจะอ่านว่า

1343
01:29:30,674 --> 01:29:34,674
Value บางคนอ่าว่า Vague

1344
01:29:34,675 --> 01:29:38,675
นะคะ บรรจุค่าหรือรูปแบบ

1345
01:29:38,675 --> 01:29:42,675
นะคะ นี่ไงคะ บรรจุค่าลงไป

1346
01:29:42,676 --> 01:29:46,676
หรือเป็นรูปแบบ อันนี้จะเป็นทำไมคะ เราคำนวณ

1347
01:29:46,678 --> 01:29:50,678
ไม่ได้นะคะ คำนวณไม่ได้

1348
01:29:50,680 --> 01:29:54,680
แต่เราทำไมคะ เป็นข้อมูลที่เป็นเอกสารได้

1349
01:29:54,682 --> 01:29:58,682
นะ คราวนี้หนูลองมาดูด้านล่างค่ะ เราสามารถ

1350
01:29:58,687 --> 01:30:02,687
ที่จะกดทำไมคะ Enter หรือเราจะ

1351
01:30:02,688 --> 01:30:06,688
ทำการย้อนกลับก็ได้ ในเรื่องของ Spreadsheets

1352
01:30:06,690 --> 01:30:10,690
บรรจุข้อมูลพวกนี้เอาไว้แล้วนะคะ

1353
01:30:10,692 --> 01:30:14,692
บรรจุเอาไว้เรียบร้อยแล้ว นี่ไงคะ

1354
01:30:14,694 --> 01:30:18,694
ที่อาจารย์บอกว่า WIMP interface

1355
01:30:18,696 --> 01:30:22,696
คืออะไร คือ Windows Icon Menu

1356
01:30:22,697 --> 01:30:26,697
และ Pointers ยอมรับนะคะ

1357
01:30:26,698 --> 01:30:30,698
หน้าจอที่หนูเห็น นั่นคือ Windows ที่หนูเห็นเป็น

1358
01:30:30,700 --> 01:30:34,700
ตัวหลากหลายพวกนี้ค่ะ เขาเรียกว่า "Icon" ที่เห็น

1359
01:30:34,702 --> 01:30:38,702
ด้านบนที่ว่าทำงานต่าง ๆ อันนี้นะคะ เขาเรียกว่า

1360
01:30:38,704 --> 01:30:42,704
Menus นะคะ ตรงนี้เขาเรียกว่า "Menus"

1361
01:30:42,705 --> 01:30:46,705
ที่หนูชี้นะคะ นี่ค่ะ ที่หนูชี้ลงไปเขาเรียกว่า "

1362
01:30:46,707 --> 01:30:50,707
Pointer นะคะ เขาเรียกว่า "Pointer"

1363
01:30:50,709 --> 01:30:54,709
ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใด ๆ ก็ตาม เขา

1364
01:30:54,711 --> 01:30:58,711
มองว่ามีมากมายหลากหลายเหลือเกินนะคะ

1365
01:30:58,712 --> 01:31:02,712
ในเรื่องของ WIMP interface

1366
01:31:02,713 --> 01:31:06,713
คอมพิวเตอร์ย่อเลยง่ายค่ะ Windows

1367
01:31:06,714 --> 01:31:10,714
W ก้เอา W มาเลยค่ะ

1368
01:31:10,716 --> 01:31:14,716
เราจะหยิบคำว่า Menus ก็ M P ก็ Pointers

1369
01:31:14,718 --> 01:31:18,718
นี่คือหลักการคอมพิวเตอร์ในการย่อ ง่ายมากค่ะลูก ง่ายมาก

1370
01:31:18,720 --> 01:31:22,720
นะคะ แต่ค่า Default

1371
01:31:22,721 --> 01:31:26,721
ของข้อมูลทั้งหมด บางอย่างเราเลือกทำไม่ได้

1372
01:31:26,722 --> 01:31:30,722
ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์เอาวิชาภูมิศาสตร์ขึ้นมาเลยนะคะ

1373
01:31:30,723 --> 01:31:34,723
ตัวที่เป็นตัว A ตัว B

1374
01:31:34,725 --> 01:31:38,725
ที่เป็นขั้วโลกเหนือนะคะ แล้วตัวที่เป็น

1375
01:31:38,727 --> 01:31:42,727
ตัว X Y ตัว x เขาก็

1376
01:31:42,728 --> 01:31:46,728
มองว่าเป็นตัวคูณ เขาก็ไม่เอามาคิด เป็นขั้วโลกใต้

1377
01:31:46,730 --> 01:31:50,730
แล้วอีกตัวหนึ่งกแแ ก็คือตัว I กับ ตัว O

1378
01:31:50,732 --> 01:31:54,732
อาจจะเป็นเลข 0 ก็ได้ นั่นคือนักภูมิศาสตร์ เราจะไม่นำมาใช้

1379
01:31:54,734 --> 01:31:58,734
นะคะ ทำให้แผนที่โลกจะมีตัวอักษรหายไป

1380
01:31:58,737 --> 01:32:02,737
อยู่ 4 ตัวนะคะ

1381
01:32:02,738 --> 01:32:06,738
อันนี้ หนูมาดูตรงนี้บ้างค่ะ เราจะใช้

1382
01:32:06,740 --> 01:32:10,740
ตัว Multi นะคะ Multimedia web browsers

1383
01:32:10,742 --> 01:32:14,742
ที่หนูเปิดทั้งหมดนี่ค่ะ ที่หนูเปิดตด้านบนทั้งหมด

1384
01:32:14,742 --> 01:32:18,742
web browsers Hypertexts เป็นการ

1385
01:32:18,743 --> 01:32:22,743
ที่ถูกการลิงก์ เช่น อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

1386
01:32:22,745 --> 01:32:26,745
ถ้าหนูสนใจอันนี้เห็นไหมคะ รูปเมาส์ของหนูจะกลาย

1387
01:32:26,747 --> 01:32:30,747
เป็นมือทันทีนะคะ เมาส์หนูจะกลายเป็นมือทันที

1388
01:32:30,747 --> 01:32:34,747
เมื่อเมาส์กลายเป็นมือปั๊บ แสดงว่าหนูทำการพิมพ์แล้ว

1389
01:32:34,750 --> 01:32:38,750
แต่ถ้าเมาส์ของหนูไม่ได้กลายเป็นมือ นี่ค่ะ

1390
01:32:38,752 --> 01:32:42,752
กลายเป็นตัว Pointer แสดงว่าตรงนั้นคลิกไม่ได้ คลิกไปก็

1391
01:32:42,754 --> 01:32:46,754
ไม่มี ไม่มีผลอะไร แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่

1392
01:32:46,756 --> 01:32:50,756
แสดงว่าสามารถที่จะคลิกได้

1393
01:32:50,758 --> 01:32:54,758
เวลาหนูเขียนโปรแกรม เขาถึงได้ถามว่า แล้วคลิกมันต่างอะไร

1394
01:32:54,760 --> 01:32:58,760
กับการว่าชี้ล่ะ เด็กก็จะ

1395
01:32:58,762 --> 01:33:02,762
เริ่มเห็นความต่าง นี่ล่ะค่ะ ที่เขาเรียกว่า UI เขาเรียกว้

1396
01:33:02,764 --> 01:33:06,764

1397
01:33:06,765 --> 01:33:10,765
ตัว three–dimensional ค่ะ ตัวนี้

1398
01:33:10,766 --> 01:33:14,766
เขาเรียกว่า "Ordinary windows system"

1399
01:33:14,767 --> 01:33:18,767
เชาบอกว่ามันเป็นอย่างไรค่ะ ก็ตัวของตัวไฮไลต์ไง

1400
01:33:18,772 --> 01:33:22,772
เวลาที่หนูทำงานทั้งหมด เช่น อาจารย์จะทำ

1401
01:33:22,773 --> 01:33:26,773
อย่างนี้ค่ะ นี่เป็นการไฮไลท์ แล้วหนูจะให้มีการคลิด

1402
01:33:26,775 --> 01:33:30,775
คลิกล่ะ คลิกฉันนะ อาจจะมีเป็นปุ่ม

1403
01:33:30,776 --> 01:33:34,776
เกิดขึ้น ถ้าหนูไม่สร้างเป็นปุ่ม ก็ต้อง

1404
01:33:34,778 --> 01:33:38,778
ของเรานั้นเปลี่ยนไปจากปกติ

1405
01:33:38,781 --> 01:33:42,781
เช่น ให้กลายเป็นมือ ให้กลายเป็นปืน ให้กลายเป็นอะไรก็ไดเ้

1406
01:33:42,782 --> 01:33:46,782
ที่เมาส์ตอนแรก ๆ เราเป็นเมาส์แบบ

1407
01:33:46,784 --> 01:33:50,784
ทำไมคะ ตัว I ตัวเดียวเห็นไหมคะ เห็นตัว i ตัวเดียว

1408
01:33:50,786 --> 01:33:54,786
พออาจารย์ทำเป็น Highlight ปั๊บ

1409
01:33:54,788 --> 01:33:58,788
เริ่มแล้ว เห็นไหมคะ เริ่มาการทำไฮไลท์ได้ แต่เมาส์ต้องทำการ

1410
01:33:58,790 --> 01:34:02,790
คลิกได้ เห็นไหมคะ เปลี่ยนแล้ว แสดงว่าตรงนี้คลิกได้

1411
01:34:02,791 --> 01:34:06,791
แต่ตัวนร่คลิกไม่ได้เห็นไหมคะ คลิกไม่ได้

1412
01:34:06,792 --> 01:34:10,792
นี่คือความแตกต่าง แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่โปรแกรมของหนู

1413
01:34:10,794 --> 01:34:14,794
เมาส์เหมือนกัน แล้วทำไมมันคลิก

1414
01:34:14,795 --> 01:34:18,795

1415
01:34:18,797 --> 01:34:22,797
นะคะ ส่วนค่า D Workspreed

1416
01:34:22,799 --> 01:34:26,799
Extra คือการจองพื้นที่ว่างเอาไว้ แล้วเราจะ

1417
01:34:26,801 --> 01:34:30,801
ทำการไฮไลท์ โดยการใช้ Dev ก็คือมีค่า

1418
01:34:30,801 --> 01:34:34,801
ER ที่เกิดขึ้น มันเกิดเป็นค่า Distance Effects

1419
01:34:34,803 --> 01:34:38,803
distance effects

1420
01:34:38,805 --> 01:34:42,805
ช่องว่างของข้อมูลที่เกิดขึ้น เวลาที่หนูสร้างปุ๊บ

1421
01:34:42,807 --> 01:34:46,807
หนูาสังเกตนะคะ ไม่มีใครสร้างไอคอนชิดกัน

1422
01:34:46,809 --> 01:34:50,809
เห็นไหมคะ ระยะห่างเขาจะห่างได้พอดีเห็นไหมคะ

1423
01:34:50,811 --> 01:34:54,811
มันห่างเกินไป มันห่างจังเลย เครื่องของฉัน

1424
01:34:54,813 --> 01:34:58,813
ฉันอยากจัดกลุ่มมันไว้ขวามือ ก็ย้ายได้

1425
01:34:58,814 --> 01:35:02,814
อาจารย์บอกว่ามันเกะกะ อาจารย์เอามาวางนี่ได้ไหม ได้

1426
01:35:02,816 --> 01:35:06,816
นี่แหละเขาเรียกว่า "Icon" เห็นไหมคะ มันจะ

1427
01:35:06,817 --> 01:35:10,817
ไม่ชิดกัน ถ้าหนูทำชิดกัน มันก็จะกระเด้งมาอยู่ดี นี่เรียกว่า D

1428
01:35:10,819 --> 01:35:14,819
Effect ไม่สามารถทำได้นะคะ

1429
01:35:14,820 --> 01:35:18,820
อันนี้เป็นตัวของ Element

1430
01:35:18,822 --> 01:35:22,822
WIMP interface ส่วนประกอบหลักเขามีอะไรบ้าง ผ่านไปแล้ว

1431
01:35:22,825 --> 01:35:26,825
นะคะ  Windows Icon Menus Pi

1432
01:35:26,826 --> 01:35:30,826
ส่วนประกอบหลักของ W อะไรคะ ยกขึ้นไปใหม่

1433
01:35:30,828 --> 01:35:34,828
W... Windows

1434
01:35:34,829 --> 01:35:38,829
Icon M คือ

1435
01:35:38,830 --> 01:35:42,830
M คืออะไรลูก

1436
01:35:42,835 --> 01:35:46,835
ขึ้นไปใหม่ ขึ้นไปใหม่ M คือะไร

1437
01:35:46,837 --> 01:35:50,837
เมนูครับ ต่อครับลูก P

1438
01:35:50,839 --> 01:35:54,839
Pointer ครับ นี่ไง แล้ว

1439
01:35:54,841 --> 01:35:58,841
ส่วนประกอบอื่น ๆ คืออะไร Button

1440
01:35:58,843 --> 01:36:02,843
ใช่ไหมคะ Button คือ ปุ่ม Toolbars

1441
01:36:02,844 --> 01:36:06,844
ทำไมคะ เป็นเครื่องหมายอย่างนี้ค่ะ อันนี้เป็นพรินต์นะ

1442
01:36:06,846 --> 01:36:10,846
อันนี้คือการเพิ่มความคิดเห็นนะ แต่บางคนก็ไม่รู้ ถ้า

1443
01:36:10,847 --> 01:36:14,847
เป็นแค่ + เฉย ๆ หนูจะเข้าใจว่าเป็นการเพิ่ม

1444
01:36:14,847 --> 01:36:18,847
+ ธรรมดา แต่ถ้าเป็นความคิดเห็นจะมี คลุมอยู่เสมอ

1445
01:36:18,850 --> 01:36:22,850
คลุมอยู่เสมอนะคะ Dialog box dia

1446
01:36:22,852 --> 01:36:26,852
ที่หนูสร้าง หนูอาจจะให้ Dialog Box ของหนูมีมิติ

1447
01:36:26,857 --> 01:36:30,857
ขึ้นมาให้เกิดขึ้น ถ้าเป็นหัวข้อที่แบบ หัวข้อ

1448
01:36:30,859 --> 01:36:34,859
ใหญ่ ๆ เช่น หนูดูนะคะ อาจารย์ทำให้มันเป็นสี

1449
01:36:34,861 --> 01:36:38,861
เห็นไหมคะ สีเขียว ให้มันเป็นโทนสีเขียวทั้งหมด เป็นส่วนประกอบ

1450
01:36:38,864 --> 01:36:42,864
ของ WIMP

1451
01:36:42,866 --> 01:36:46,866
นะคะ WIMP ในหน้านี้หนูจำให้แม่น

1452
01:36:46,866 --> 01:36:50,866
เลยนะคะ ว่าส่วนประกอบหลักของ WIMP มาจากไหน

1453
01:36:50,868 --> 01:36:54,868
นะคะ แล้วคราวนี้ Windows คืออไร ทุกคนรู้จักหมดค่ะ

1454
01:36:54,871 --> 01:36:58,871
เป็นพื้นที่การทำงานในการโต้ตอบแยกกัน

1455
01:36:58,873 --> 01:37:02,873
สามารถซ้อนทับกันได้เห็นไหมคะ Tab ซ้อนทับ

1456
01:37:02,875 --> 01:37:06,875
กันได้ มี Title มี Cascading นะคะ ปุ่ม

1457
01:37:06,876 --> 01:37:10,876
เรายังมี Title Bar มีปุ่มย่อ ปุ่มย่อเป็นอย่างไรคะ

1458
01:37:10,878 --> 01:37:14,878
ปุ่มย่อเห็นไหมคะ Minimize แล้วอะไรต่อคะ

1459
01:37:14,880 --> 01:37:18,880
อะไรต่อคะ Xmine แล้วก็

1460
01:37:18,882 --> 01:37:22,882
ขยาย ปิด ปุ่ม ย่อ สามารถมีหน้าต่าง

1461
01:37:22,884 --> 01:37:26,884
ขนาดย่อยซ้อนกันอยู่ภายใน

1462
01:37:26,886 --> 01:37:30,886
หน้าต่างขนาดย่อยซ้อนกันอยู่ภายใน

1463
01:37:30,888 --> 01:37:34,888
โอเคไหมคะ ถ้าอาจารย์ทำภาพนี้ขึ้นมาปั๊บ

1464
01:37:34,890 --> 01:37:38,890
นี่ อาจารย์ตัดภาพนี้ขึ้นมา ตัดแค่ตรงนี้ อาจารย์ถามว่า

1465
01:37:38,894 --> 01:37:42,894
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง หนูต้องตอบอาจารย์ว่า

1466
01:37:42,895 --> 01:37:46,895
มีหน้าต่างขนาดย่อยซ้อนกัน

1467
01:37:46,897 --> 01:37:50,897
อยู่ภายในโอเคนะคะ

1468
01:37:50,917 --> 01:37:54,917
ทุกอย่างอาจารย์สามารถทำเป็นข้อสอบได้หมดเลยลูก อาจารย์แค่

1469
01:37:54,918 --> 01:37:58,918
ตัดหน้าจอแต่ละอัน แต่ละอันนี่ก็ได้แล้วนะคะ แต่อาจารย์

1470
01:37:58,920 --> 01:38:02,920
ให้เวลาเยอะ Icon นี่ไงคะ Icon

1471
01:38:02,922 --> 01:38:06,922
จะซ่อนหน้าต่างที่เหลือเพียงขนาดเล็กได้

1472
01:38:06,924 --> 01:38:10,924
การทำงานของระบบได้ เช่น Recycle Bin

1473
01:38:10,927 --> 01:38:14,927
แสดงถึงฟังก์ชัน หรือโปรแกรมภายในของรถบบ ที่

1474
01:38:14,930 --> 01:38:18,930
แต่ละคนเปิดไม่เหมือนกันแน่ ๆ หนูลองไปดับเบิลคลิกที่

1475
01:38:18,931 --> 01:38:22,931
Recycle bin   ดูนะคะ

1476
01:38:22,933 --> 01:38:26,933
หนูมองที่หน้าจอนะคะ ถ้าจอของเรา ที่ Desktop ค่ะ

1477
01:38:26,935 --> 01:38:30,935
ที่หน้า Desktop หนูจะเห็นถังขยะ

1478
01:38:30,937 --> 01:38:34,937
ที่เป็นถังสีขาว ๆ แล้วมีเหมือนลูกศร

1479
01:38:34,937 --> 01:38:38,937
3 ลูกศร หมุน ๆ อยู่น่ะค่ะ ดับเบิลคลิกเลยลูก

1480
01:38:38,938 --> 01:38:42,938
คลิก ๆ นะคะ คลิกซ้ายน่ะลูก

1481
01:38:42,938 --> 01:38:46,938
คลิกซ้าย คลิก ๆ นี่คือ

1482
01:38:46,940 --> 01:38:50,940
เขาลบ เห็นไหมคะ ลบ แต่หนู

1483
01:38:50,941 --> 01:38:54,941
ยังทำไมคะ ยังเอามันขึ้นมาได้

1484
01:38:54,942 --> 01:38:58,942
อาจารย์ขออนุญาตปิดนะคะ ปิด แล้วคลิกขวา

1485
01:38:58,945 --> 01:39:02,945
แล้วหนูสั่งเขา บอกว่า

1486
01:39:02,947 --> 01:39:06,947
Emty Recycle Bin ไม่เหลือ

1487
01:39:06,948 --> 01:39:10,948
อะไรเลยคราวนี้ นี่ค่ะ เพื่อนจะแกล้งเราก็คราวนี้

1488
01:39:10,950 --> 01:39:14,950
สั่ง Empty เลย อาจารย์

1489
01:39:14,952 --> 01:39:18,952
ให้เก็บลงไดรฟ์นะคะ ให้เก็บลงไดรฟ์ได้เลย

1490
01:39:18,953 --> 01:39:22,953
อาจารย์ไม่ลบทิ้งหรอกค่ะ เดี๋ยเขาว่าเอา Pointers

1491
01:39:22,954 --> 01:39:26,954
นี่ไงค่ะ มีเยอะแยะค่ะ แบบชี้นะ แบบ i นะ

1492
01:39:26,955 --> 01:39:30,955
ลูกศร หรือเป็นเครื่องหมายทำไม ปากกา เป็นเครื่องหมาย 2 ทิศทาง

1493
01:39:30,957 --> 01:39:34,957
เป็นการ... อย่างนี้เป็นการ Process ค่ะ อันนี้เป็น

1494
01:39:34,958 --> 01:39:38,958
ตัวนี้เป็นสั่งห้าม ตรงนี้เป็นการเคลื่อนย้าย อันนี้เป็น Process

1495
01:39:38,960 --> 01:39:42,960
ของระบบนะคะ อันนี้คือลูกศรดึงขึ้น ดึงลงนะคะ อันนี

1496
01:39:42,961 --> 01:39:46,961
ขยาย อันนี้เป็นตัวชี้ หรือเป็นตัวคลิก

1497
01:39:46,963 --> 01:39:50,963
นี่คือ Pointer เป็นการชี้ตำแหน่ง เป็นเลือกวัตถุ

1498
01:39:50,964 --> 01:39:54,964
บนหน้าต่างนั้น ๆ ซึ่งรูปร่างจะแตกต่างกันออกไป

1499
01:39:54,966 --> 01:39:58,966
ในแต่ละอย่าง แต่ละที่นะคะ เช่น

1500
01:39:58,968 --> 01:40:02,968
รูปนาฬิกาทรายแสดงถึงการทำงาน ทุกคนรู้เลยค่ะ

1501
01:40:02,969 --> 01:40:06,969
อ๋อ เขากำลังทำงานอยู่นะ แต่ส่วนที่เขาเรียกว่า "

1502
01:40:06,971 --> 01:40:10,971
Hostpot แสดงว่าตำแหน่งที่มันชี้ไป

1503
01:40:10,972 --> 01:40:14,972
Hot-spot ตำแหน่งนะคะ ส่วนที่เรียกว่า "Ho

1504
01:40:14,974 --> 01:40:18,974
แสดงถึงตำแหน่งที่มันชี้ไป

1505
01:40:18,975 --> 01:40:22,975
ก็แสดงว่าหนูเลือกแล้วว่าตรงไหนมีเขตความร้อน

1506
01:40:22,976 --> 01:40:26,976
เช่น เขากำลังหาโจรที่ฆ่าคน 3 คน

1507
01:40:26,978 --> 01:40:30,978
ในป่า เขาก็หาพลังงาความร้อนของมนุษย์ ถ้ายังร้อนอยู่แสดง

1508
01:40:30,981 --> 01:40:34,981
ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าพลังงานความร้อนหมด แสดงว่า

1509
01:40:34,982 --> 01:40:38,982
เราอนุมานได้ว่าเขาคงหมดชีวิตได้แล้วค่ะ นะคะ

1510
01:40:38,983 --> 01:40:42,983
อันนี้คือ Menus หนูผ่านมาแล้ว Menus

1511
01:40:42,984 --> 01:40:46,984
นะคะ Menu แฟ้ม Menu

1512
01:40:46,985 --> 01:40:50,985
เยอะแยะมากมายนะคะ ส่วน Button ทุกคนรู้หมดค่ะ

1513
01:40:50,988 --> 01:40:54,988
ถ้าอาจารย์มีปุ่ม Radio Buttons นักเรียน

1514
01:40:54,989 --> 01:40:58,989
จะรู้จักเลยว่า อ๋อ ถ้าเป็นรูปวิทยุ

1515
01:40:58,991 --> 01:41:02,991
มันก็ต้องเป็น Radio สิ แต่ถ้าเป็นแบบ Shake

1516
01:41:02,996 --> 01:41:06,996
ก็คือมีอะไรคะ หนูอยู่ปี 1 หนูอยู่ปี 2 หรือหนูอยู่ปี 3

1517
01:41:06,997 --> 01:41:10,997
หนูก็คลิกลงไปนะคะ เช่น หนูเป็นนักศึกษา

1518
01:41:10,999 --> 01:41:14,999
มาเลือกเรียนวิชา HCI แต่หนูมีตั้งแต่ปี 1 ปี 2 ปี 3 ปี 4

1519
01:41:15,001 --> 01:41:19,001
อาจารย์ก็เลยทำ Choice ให้หนู

1520
01:41:19,003 --> 01:41:23,003
ปี 4 ยังมีเด็กเลือกผิดค่ะ

1521
01:41:23,005 --> 01:41:27,005
แล้วสุดท้ายเกรดไม่ออกค่ะ เพราะอาจารย์หาชื่อเด็กไม่เจอ

1522
01:41:27,006 --> 01:41:31,006
กับอีกอันหนึ่ง คือ พรินต์ไม่หมด

1523
01:41:31,008 --> 01:41:35,008
เทอมที่แล้วพรินต์ไม่หมด เหลืออีก 1 ห้อง

1524
01:41:35,011 --> 01:41:39,011
ถึงว่าเด็กบอกทำไมเกรดไม่ออก

1525
01:41:39,013 --> 01:41:43,013
อาจารย์เป็นคนอย่างนี้แหละ เยอะไป

1526
01:41:43,014 --> 01:41:47,014
Toolbars Toolbars เด็ก ๆ รู้จักแล้ว

1527
01:41:47,014 --> 01:41:51,014
คือเครื่องหมายต่าง ๆ นะคะ เขาเรียกว่า Toolbars

1528
01:41:51,021 --> 01:41:55,021
แบบ icon นะคะ ส่วนทางด้านของ Palet

1529
01:41:55,022 --> 01:41:59,022
ก็คือในเรื่องสีต่าง ๆ ที่

1530
01:41:59,023 --> 01:42:03,023
หนูจะนำมาใส่ ที่หนูจะนำมาใส่

1531
01:42:03,027 --> 01:42:07,027
เวลาที่หนูทำตัว Canva หรือหนูจะทำ PowerPoin

1532
01:42:07,029 --> 01:42:11,029
หนูเลือกสีมาเห็นไหมคะ เลือกสีในกล่องของข้อความ

1533
01:42:11,031 --> 01:42:15,031
นั่นแหละค่ะ คือการเลือกสีนะคะ เป็นการเลือกสี

1534
01:42:15,033 --> 01:42:19,033
ส่วน Dialog Box นะคะ ก็อย่างเช่น หนูลองคลิก

1535
01:42:19,035 --> 01:42:23,035
ที่กล่องเหลือง ๆ ตัวสิลูก ตรง Taskbar

1536
01:42:23,036 --> 01:42:27,036
ตรง Taskbar ด้านล่าง หนูคลิกกล่องเหลือง ๆ ขึ้นมาเลยลูก

1537
01:42:27,037 --> 01:42:31,037
ตรง

1538
01:42:31,039 --> 01:42:35,039
ที่ Task Bars ด้านล่าง ให้หนูชี้

1539
01:42:35,040 --> 01:42:39,040
แล้วคลิกขึ้นมาเลยค่ะ อันนี้ค่ะ ข้างใน ข้างใน

1540
01:42:39,041 --> 01:42:43,041
ทั้งหมดนี่ค่ะ นะคะ เขาเรียกว่า

1541
01:42:43,043 --> 01:42:47,043
"ตัวของขั้นตอนการทำงาน"

1542
01:42:47,046 --> 01:42:51,046
ตอนนี้เราอยู่ที่ Home อันนี้คือ

1543
01:42:51,048 --> 01:42:55,048
แกลอลี เราจะไปที่ De

1544
01:42:55,049 --> 01:42:59,049
ดาวน์โหลดไว้มีอะไรบ้าง Document มีอะไรบ้าง

1545
01:42:59,050 --> 01:43:03,050
อันนี้เป็นการเรียกหน้าต่างจากผู้ใช้

1546
01:43:03,055 --> 01:43:07,055
สังเกตว่าไม่ว่างานอะไรก็ตาม

1547
01:43:07,056 --> 01:43:11,056
ใครเป็นคนกำหนดคะ User

1548
01:43:11,058 --> 01:43:15,058
User หรือผู้ใช้เป็นผู้กำหนด แล้วใคร

1549
01:43:15,059 --> 01:43:19,059
เป็นคนรับคำสั่ง คอมพิวเตอร์

1550
01:43:19,062 --> 01:43:23,062
แล้วคอมพิวเตอร์เขาจะรับคำสั่ง รู้หรือไม่รู้ขึ้นอยู่กับ

1551
01:43:23,062 --> 01:43:27,062
User สั่งงานได้ตรง Syntax หรือไม่

1552
01:43:27,064 --> 01:43:31,064
ถ้า Syntax ถูกต้องเขาก็ Run ให้หนูเห็น

1553
01:43:31,066 --> 01:43:35,066
แต่ถ้า Syntax ไม่ถูก เหมือนเมื่อกี้ ที่อาจารย์แอนเปิด

1554
01:43:35,068 --> 01:43:39,068
ของอาจารย์ Error ก็แสดงว่างานของอาจารย์ทำไมคะ ไม่สามารถเปิด

1555
01:43:39,070 --> 01:43:43,070
ได้นะคะ หนูขึ้นมาปุ๊บ ก็กากบาท

1556
01:43:43,071 --> 01:43:47,071
ปิดได้เลยค่ะ การโต้ตอบ

1557
01:43:47,072 --> 01:43:51,072
ระบบคอมพิวเตอร์ดั้งเดิม อันนี้รุ่นใหม่ลูก อันนี้รุ่นใหม่แล้ว

1558
01:43:51,073 --> 01:43:55,073
จัดลำดับขั้นตอนขึ้นอยู่กับระบบของคอมพิวเตอร์ ซึ่ง

1559
01:43:55,074 --> 01:43:59,074
การโต้ตอบของ Windows Icons

1560
01:43:59,076 --> 01:44:03,076
Menu แล้ว Pointer ผู้ใช้

1561
01:44:03,077 --> 01:44:07,077
จะเป็นผู้เริ่มต้นการทำงานรูปแบบใด ภายใต้

1562
01:44:07,078 --> 01:44:11,078
ทางเลือกหลากหลายรูปแบบ สังเกตนะคะ

1563
01:44:11,080 --> 01:44:15,080
User เป็นคนเลือกก่อนทุกครั้ง

1564
01:44:15,082 --> 01:44:19,082
ควรถูกนะคะ ควรถูกออกแบบให้รองรับ

1565
01:44:19,084 --> 01:44:23,084
กับการทำงานที่ผิดพลาด หากผู้ใช้

1566
01:44:23,086 --> 01:44:27,086
รู้ข้อมูลนี้ ก็สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

1567
01:44:27,086 --> 01:44:31,086
ถ้าเขาไม่รู้ว่า Icon แบบนี้หมายถึง

1568
01:44:31,091 --> 01:44:35,091
อะไร เขาก็ไม่รู้จะไปแก้ในคำสั่งไหนนะคะอันนี้

1569
01:44:35,093 --> 01:44:39,093
ส่วนรายละเอียดของการโต้ตอบ ปัจจัย

1570
01:44:39,094 --> 01:44:43,094
ของทางกายภาพ มีผลต่อการออกแบบ ปัจจัยทางสังคม

1571
01:44:43,097 --> 01:44:47,097
ระบบที่คุ้นเคย การแข่งขันทำให้ประสิทธิภาพ

1572
01:44:47,099 --> 01:44:51,099
การทำงานดีขึ้น ล่าสุดมีข่าวบอกว่า

1573
01:44:51,103 --> 01:44:55,103
สายการบิน 1 สายการบิน ทำการ

1574
01:44:55,104 --> 01:44:59,104
ไม่ขึ้นบิน แต่หักเงินของผู้โดยสารไปแล้ว

1575
01:44:59,105 --> 01:45:03,105
ก็เลยทำให้คนที่สร้างระบบขึ้นมา ต้องรับผิดชอบ อาจารย์

1576
01:45:03,108 --> 01:45:07,108
มองว่าทำไมนักคอมพิวเตอร์เราไม่มี

1577
01:45:07,109 --> 01:45:11,109
วิชาชีพ เขียนโปรแกรมให้เขาพลาด โดนยึดใบ

1578
01:45:11,110 --> 01:45:15,110
ประกอบวิชาชีพ หมอรักษาคนพลาดยังโดนยึดใบประกอบวิชาชีพ

1579
01:45:15,111 --> 01:45:19,111
วิศวกร สร้างตึก แล้วตึกถล่ม โดนยึด

1580
01:45:19,113 --> 01:45:23,113
ใบประกอบวิชาชีพ แล้วทำไมนักคอมพิวเตอร์

1581
01:45:23,117 --> 01:45:27,117
เราไม่ได้ ถ้าได้เราก็ได้เงินนะคะ อาจารย์เสนอแล้วค่ะลูก

1582
01:45:27,121 --> 01:45:31,121
แต่ร่วง ร่วงถังขยะ

1583
01:45:31,122 --> 01:45:35,122
นะ ความต้องการต้องการสร้างความประทับใจ

1584
01:45:35,123 --> 01:45:39,123
กับหัวหน้างาน ศาสตร์ของหนูนี่แหละค่ะ หนูจะทำอย่างไร

1585
01:45:39,125 --> 01:45:43,125
ให้งานนี่ ของหนู งานชิ้นงานของหนูนี่ ให้

1586
01:45:43,126 --> 01:45:47,126
หัวหน้างานเขาปลื้ม หนูจะสร้างอะไรให้

1587
01:45:47,127 --> 01:45:51,127
ง่ายต่อการทำงาน หนูต้องการเรียนรู้ทักษะการทำงานใหม่

1588
01:45:51,128 --> 01:45:55,128
ทำงานเป็นกลุ่ม อาจส่งกระทบในแง่ลบกับ

1589
01:45:55,130 --> 01:45:59,130
ประสิทธิภาพ คนเยอะใช้ว่างานจะดี

1590
01:45:59,132 --> 01:46:03,132
จริงไหมลูก แต่ละอย่างนะคะ งานบางอย่าง

1591
01:46:03,133 --> 01:46:07,133
ถ้าหนูแจกจ่ายงานเพื่อนได้ งานจะมีประสิทธิภาพ

1592
01:46:07,136 --> 01:46:11,136
แต่ถ้าหนูเป็นคนแบ่งงานเพื่อนไม่ได้

1593
01:46:11,136 --> 01:46:15,136
งานนั้นหนูจะต้องรับทำคนเดียว งานนี้อาจารย์ท่านประเมิน

1594
01:46:15,138 --> 01:46:19,138
เด็กตั้ง 6 คน ทำไมทำงานได้เพียง

1595
01:46:19,138 --> 01:46:23,138
เหมือนคนทำงานแค่ 1 คนเท่านั้น คำถามจะเกิด

1596
01:46:23,140 --> 01:46:27,140
นะคะ อันนี้

1597
01:46:27,141 --> 01:46:31,141
เห็นไหมคะ สไลด์ของอาจารย์แอนเริ่มมีแล้วอันนี้

1598
01:46:31,143 --> 01:46:35,143
ที่อาจารย์บอกว่าเรามีอะไร

1599
01:46:35,145 --> 01:46:39,145
รายละเอียดในการโต้ตอบ แต่ยังไม่จบนี่ รายละอีย

1600
01:46:39,146 --> 01:46:43,146
โต้ตอบ (ต่อ) การสร้างสไลด์นะคะ ผู้ใช้ควรได้รับ

1601
01:46:43,149 --> 01:46:47,149
แรงบันดาลใจ 1. ความกลัว

1602
01:46:47,152 --> 01:46:51,152
ความอุทิศให้ต่องาน ฉันจิตใจต่อการทำงานมาก 3.

1603
01:46:51,153 --> 01:46:55,153
มีความกระตือรือร้น และความพอใจในส่วนตัว

1604
01:46:55,155 --> 01:46:59,155
ไม่ว่าหนูจะสร้างโปรแกรมอะไร หนูจะสร้างเกม

1605
01:46:59,156 --> 01:47:03,156
หรือหนูจะสร้างตัว PowerPointอาจารย์ด

1606
01:47:03,159 --> 01:47:07,159
คนทำ ถ้าหนูทำแบบกระจุกกระจิกน่ารัก ๆ แสดงว่าทำไมคะ

1607
01:47:07,161 --> 01:47:11,161
หนูเป็นอย่างไรคะ หนูเป็นคนหวาน ๆ แต่ถ้าหนู

1608
01:47:11,163 --> 01:47:15,163
แบบดาร์ก พอ อะไรเป็นสีดำ ๆ หมดเลย

1609
01:47:15,164 --> 01:47:19,164
หนูเป็นเด็ก Dark pall หน้าดู

1610
01:47:19,166 --> 01:47:23,166
พึงพอใจด้วยนะคะ ยังไม่จบ เห็นไหมคะ มีต่อ

1611
01:47:23,167 --> 01:47:27,167
อีก แรงบันดาลใจ ที่ลดลง ระบบ

1612
01:47:27,168 --> 01:47:31,168
ต้องใช้ ไม่ถูกต้องกับความต้องการที่แท้จริง

1613
01:47:31,169 --> 01:47:35,169
ที่แท้จริง ระบบจะไม่ได้รับการยอมรับ เช่น

1614
01:47:35,171 --> 01:47:39,171
หนูนำระบบไปเสนอให้กับบริษัทหนึ่ง

1615
01:47:39,172 --> 01:47:43,172
แต่บริษัท เขาบอกว่าบริาัทฉันมีแต่คนแก่

1616
01:47:43,175 --> 01:47:47,175
ตัวเล็ก ๆ อย่างนี้ อ่านไม่ออกหรอก ต้องตัวใหญ่ ๆ

1617
01:47:47,179 --> 01:47:51,179
ผู้ใช้ไม่พอใจกับระบบ และมีแรงกระตุ้นการใช้งานลดลง

1618
01:47:51,181 --> 01:47:55,181
เขาก็ไม่ใช้ระบบนั้นเลยสิคะ เห็นไหมคะ อาจารย์แอน

1619
01:47:55,183 --> 01:47:59,183
ไม่มี Microsoft Word อาจารย์แอนก็ไปทำไมคะ

1620
01:47:59,185 --> 01:48:03,185
ไปหาใน Google ก็ได้ ใน Google เราก็มีเอกสาร

1621
01:48:03,186 --> 01:48:07,186
เราก็ทำงานได้เช่นเดียวกันนะคะ แก้ปัญหาเฉพาะตัวค่ะ

1622
01:48:07,187 --> 01:48:11,187
ผู้ใช้พยายามปรับเปลี่ยนการโต้ตอบกับ

1623
01:48:11,188 --> 01:48:15,188
ผู้ต้องการ หรือการออกแบบที่ดี ควรให้ผู้ใช้มี

1624
01:48:15,190 --> 01:48:19,190
ส่วนร่วม อาจารย์ถึงได้เรียนวิทย์คอม

1625
01:48:19,193 --> 01:48:23,193
อาจารย์เป็นผู้ต้องทำตามหน้านี้ของ

1626
01:48:23,195 --> 01:48:27,195
ผู้ใช้ หรือ User User ไม่อยู่นิ่ง อาจารย์ก็

1627
01:48:27,197 --> 01:48:31,197
มาเรียน ICT  เพื่อเป็นนักวิเคราะห์ระบบ

1628
01:48:31,199 --> 01:48:35,199
เพื่อที่จะไม่ต้องยุ่งกับ User เพราะ User ถ้าเรา

1629
01:48:35,201 --> 01:48:39,201
ไม่ให้เขาเขียนหรือเซ็นชื่อลงไปนะคะ ว่า

1630
01:48:39,203 --> 01:48:43,203
คุณต้องการแค่นี้ แล้วอยู่ดี ๆ ให้ทำการรื้อ Database

1631
01:48:43,205 --> 01:48:47,205
การรื้อ Database ลำบากกว่าการรื้อหน้าจอนะคะ

1632
01:48:47,206 --> 01:48:51,206
หน้าต่างสุดท้ายแล้วค่ะ อันนี้

1633
01:48:51,208 --> 01:48:55,208
งานค่ะ ให้หนูเลือกรูปแบบ

1634
01:48:55,212 --> 01:48:59,212
ของการโต้ตอบจากหัวข้อ 5.5

1635
01:48:59,214 --> 01:49:03,214
มา 2 แบบ และใช้ Interaction

1636
01:49:03,215 --> 01:49:07,215
Framework ในการวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงาน

1637
01:49:07,217 --> 01:49:11,217
เพื่อเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล

1638
01:49:11,217 --> 01:49:15,217
2. รูปแบบใดให้การทำงาน

1639
01:49:15,219 --> 01:49:19,219
ดีกว่า มีขั้นตอนการทำงานที่สั้นกว่า ย้อนกลับไปที่

1640
01:49:19,220 --> 01:49:23,220
หัวข้อ 5.5

1641
01:49:23,222 --> 01:49:27,222
ย้อนขึ้นค่ะ

1642
01:49:27,223 --> 01:49:31,223
5.5 อยู่ไหนนะ 5.5 ค่ะ

1643
01:49:31,225 --> 01:49:35,225

1644
01:49:35,227 --> 01:49:39,227
นี่ค่ะ อันนี้

1645
01:49:39,229 --> 01:49:43,229
ในหน้านี้ ให้หนูเลือกขึ้นมา

1646
01:49:43,231 --> 01:49:47,231
2 เรื่องนะคะ เรื่องไหนก็ได้ค่ะ ให้หนู

1647
01:49:47,233 --> 01:49:51,233
เลือกมา 2 เรื่อง แล้วก็บอกให้ได้ว่าในแต่ละเรื่อง

1648
01:49:51,234 --> 01:49:55,234
เป็นอย่างไร แล้วเรื่องที่หนูเลือกมานี่

1649
01:49:55,235 --> 01:49:59,235
มันมีขั้นตอนสั้นกว่ากัน อันนี้เป็นความคิดส่วนตัว

1650
01:49:59,236 --> 01:50:03,236
นะคะ ไม่ได้มีอะไรผิด ไม่ได้มีอะไรถูก แต่หนูต้องมี

1651
01:50:03,237 --> 01:50:07,237
เหตุและผผลในการตอบทุกครั้งนะคะ มีเหตุและผล

1652
01:50:07,239 --> 01:50:11,239
ในหน้านี้นะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะ Copy เอาไว้ใน Classroom

1653
01:50:11,241 --> 01:50:15,241
อยู่นะคะอันนี้ แล้วหนูนำไปตอบในสไลด์

1654
01:50:15,242 --> 01:50:19,242
สุดท้ายนะคะ

1655
01:50:19,244 --> 01:50:23,244
นี่ค่ะ นี่นะคะ นำมาตอบในนี้ เห็นไหมคะ

1656
01:50:23,245 --> 01:50:27,245
ดึงลงมา 2 แบบอะไรก็ได้ แล้วใช้ Interaction

1657
01:50:27,246 --> 01:50:31,246
framework ในการวิเคราะห์ Interaction framework คืออะไร

1658
01:50:31,248 --> 01:50:35,248
ก็เรื่องนี้ทั้งเรื่องเลยค่ะ Interaction Framework

1659
01:50:35,249 --> 01:50:39,249
ใช้ ข้อมูลจากฐานข้อมูล เมื่อกี้นี้

1660
01:50:39,250 --> 01:50:43,250
อาจารย์ทำอะไรคะ มีเลขที่ มีชื่อ

1661
01:50:43,253 --> 01:50:47,253
มีนามสกุล อาจารย์เรียกแก้ไข

1662
01:50:47,254 --> 01:50:51,254
ในการแก้ไขชื่อของวุฒิชัยได้ ให้วุฒชัยเปลี่ยนชื่อ

1663
01:50:51,255 --> 01:50:55,255
เป็นวุฒิชัย มาร์กี้ เปลี่ยนรหัสวุฒิชัยเป็น

1664
01:50:55,257 --> 01:50:59,257
6510222202

1665
01:50:59,258 --> 01:51:03,258
แต่ไม่เปลี่ยนของเดชมงคล เดชมงคลยังเป็นคงเดิม

1666
01:51:03,260 --> 01:51:07,260
เป็น 203 เดชมงคล พุทพันธ์

1667
01:51:07,261 --> 01:51:11,261
เห็นไหมคะ แล้วหนูมองต่ออีกว่า ที่หนูเลือกมา

1668
01:51:11,263 --> 01:51:15,263
2 เรื่องเมื่อกี้นี้รูปแบบใดให้การ

1669
01:51:15,265 --> 01:51:19,265
ทำงานดีกว่า จากที่หนูเลือกมาเมื่อกี้นี้นะคะ

1670
01:51:19,267 --> 01:51:23,267
เอามาสัก 2 ข้อเมื่อกี้นี้ รูปแบบไหน

1671
01:51:23,272 --> 01:51:27,272
มีขั้นตอนที่สั้นกว่า หนุตอบอาจารย์มาเช่น

1672
01:51:27,274 --> 01:51:31,274
อาจารย์ครับ ผมมองว่า ไอ้ตัว WI...

1673
01:51:31,276 --> 01:51:35,276
WIMP น่ะ ขั้นตอนมันสั้นกว่า

1674
01:51:35,278 --> 01:51:39,278
แต่หนูไม่ตอบว่าเหตุผลเพราะอะไร คะแนนก็จะ

1675
01:51:39,280 --> 01:51:43,280
ไม่ได้นะคะ อันนี้ โอเค 5 คะแนน

1676
01:51:43,282 --> 01:51:47,282
การบ้านหน้านี้นะคะ มี 5 แต้ม

1677
01:51:47,284 --> 01:51:51,284
ถ้าหนูส่งทันเวลา หนูเอาไปเลย 1 แต้ม หนูตอบถูก

1678
01:51:51,285 --> 01:51:55,285
ข้อที่ 1 อย่างไรก็ถูกค่ะ แต่หนูบอกขั้นตอนมาให้

1679
01:51:55,286 --> 01:51:59,286
ได้ 2 คะแนน ข้อที่ 2 หนูเลือกมา

1680
01:51:59,287 --> 01:52:03,287
หนูเลือกอย่างไรก็ได้ อาจารย์ไม่ว่า ขึ้นอยู่กับว่าหนูออกแบบขั้นตอน

1681
01:52:03,291 --> 01:52:07,291
อย่างไร ถ้าหนูออกแบบขั้นตอน ให้อันที่...

1682
01:52:07,293 --> 01:52:11,293
ขั้นตอนมันน้อย แต่มันเยอะ แต่หนูจะตอบไอ้อันขั้นตอนที่มัน

1683
01:52:11,295 --> 01:52:15,295
เยอะ อาจารย์ก็จะดูจากเหตุผล หนูใช้เหตุผล

1684
01:52:15,296 --> 01:52:19,296
อะไรนะคะ จะเป็นข้อ ๆ นะ

1685
01:52:19,298 --> 01:52:23,298
แล้วก็การเขียนนะคะ ในการตอบ หนูสามารถพิมพ์

1686
01:52:23,299 --> 01:52:27,299
ในตัว Tablet ก็ได้ หรือหนูจะพิมพ์

1687
01:52:27,301 --> 01:52:31,301
ในคอมพิวเตอร์ก็ได้ หรือหนูจะเขียนไปในกระดาษ

1688
01:52:31,303 --> 01:52:35,303
ก็ได้ แล้วถ่ายรูปขึ้นมาให้อาจารย์แอนนะคะ

1689
01:52:35,304 --> 01:52:39,304
ส่งเป็นไฟล์ โอเคไหมคะ ส่งเป็นไฟล์

1690
01:52:39,306 --> 01:52:43,306
นะคะ ไม่บังคับนะคะ ว่าหนูจะใช้เป็นอะไรในการส่ง

1691
01:52:43,308 --> 01:52:47,308
ว่าอย่างไรครับผม

1692
01:52:47,309 --> 01:52:51,309
เพื่อนยก เพื่อนถามว่าอะไรลูก

1693
01:52:51,311 --> 01:52:55,311
ถามว่าอะไรครับ

1694
01:52:55,312 --> 01:52:59,312

1695
01:52:59,314 --> 01:53:03,314
เพื่อนแกล้ง

1696
01:53:03,318 --> 01:53:07,318
เพื่อนแกล้ง ดูเหมือนการบ้าน

1697
01:53:07,324 --> 01:53:11,324
วันนี้จะยาก แต่เป็นปลายเปิดนะคะ จริงไหม

1698
01:53:11,326 --> 01:53:15,326
การบ้านจะเป็นปลายเปิดนะคะ

1699
01:53:15,328 --> 01:53:19,328
ไม่มีอะไรถูก ไม่มีอะไรผิด ขึ้นอยุ่กับเหตุและผล

1700
01:53:19,329 --> 01:53:23,329
โอเคนะคะ ขึ้นอยู่กับเหตุและผลเท่านั้นนะ

1701
01:53:23,331 --> 01:53:27,331
เท่านั้นนะ วันนี้หนูเรียนเรื่องอะไรคะ ตอบให้อาจารย์

1702
01:53:27,333 --> 01:53:31,333
ชื้นใจหน่อยสิคะ เรื่องอะไรวันนี้

1703
01:53:31,334 --> 01:53:35,334
หนูเรียนเรื่องอะไรคะ

1704
01:53:35,336 --> 01:53:39,336
ยกมือให้อาจารย์หน่อยค่ะลูก ใครจะตอบ อาจารย์ให้ 2 แต้ม

1705
01:53:39,338 --> 01:53:43,338
อาจารย์ให้ 2 แต้ม ยกมือเลยค่ะ ใครอยากตอบ

1706
01:53:43,343 --> 01:53:47,343
ยกมือเลย ครับ ว่าอย่างไรลูก

1707
01:53:47,345 --> 01:53:51,345
เรื่อง

1708
01:53:51,346 --> 01:53:55,346

1709
01:53:55,348 --> 01:53:59,348
เรื่องอะไร

1710
01:53:59,349 --> 01:54:03,349

1711
01:54:03,350 --> 01:54:07,350
วันนี้เราเรียนเรื่องอะไรคะ

1712
01:54:07,355 --> 01:54:11,355

1713
01:54:11,359 --> 01:54:15,359

1714
01:54:15,361 --> 01:54:19,361

1715
01:54:19,365 --> 01:54:23,365

1716
01:54:23,367 --> 01:54:27,367
204 จะตอบไม่ใช่เหรอ 204 ตอบเองเลยค่ะ

1717
01:54:27,372 --> 01:54:31,372
เดี๋ยวพี่ล่ามจัดการให้ค่ะลูก

1718
01:54:31,374 --> 01:54:35,374
ตอบเลยค่ะ เอาเลยค่ะ ตอบเลย

1719
01:54:35,376 --> 01:54:39,376

1720
01:54:39,378 --> 01:54:43,378

1721
01:54:43,380 --> 01:54:47,380
เฉลยอยู่หน้าจอเลยนะคะ หนูแค่อ่าน

1722
01:54:47,385 --> 01:54:51,385
เฉย ๆ ลูก เร็ว 2 แต้มเลยนะนี่ ยกมือเลยยกมือ

1723
01:54:51,387 --> 01:54:55,387
เร็ว ใครจะตอบ 2 คะแนนเลยนะนี่ 2 คะแนน

1724
01:54:55,390 --> 01:54:59,390
ยกมือลูก ยกมือ

1725
01:54:59,392 --> 01:55:03,392
อ่านว่าอะไรลูก

1726
01:55:03,394 --> 01:55:07,394
อ่านว่าอะไรเอ่ย

1727
01:55:07,396 --> 01:55:11,396
ยกมือเลยค่ะเร็ว อาจารย์ไม่ให้หนุแปลนะนี่

1728
01:55:11,402 --> 01:55:15,402
ให้อ่านเฉย ๆ เลย ยกมือเร็ว

1729
01:55:15,404 --> 01:55:19,404
ไม่เป็นอะไร อ่านแบบคาราโอเกะก็ได้

1730
01:55:19,406 --> 01:55:23,406
อาจารย์รับได้ เร็ว

1731
01:55:23,408 --> 01:55:27,408
ครับ เบอร์ 10 ลูก

1732
01:55:27,410 --> 01:55:31,410

1733
01:55:31,412 --> 01:55:35,412

1734
01:55:35,415 --> 01:55:39,415
Interaction Styles

1735
01:55:39,417 --> 01:55:43,417
ให้ 3 คะแนน

1736
01:55:43,420 --> 01:55:47,420
ใครจะเอาอีกคะแนนหนึ่ง แปลสิ แปล

1737
01:55:47,422 --> 01:55:51,422
เหมือนวันนี้เราเรียนเรื่องนี้

1738
01:55:51,424 --> 01:55:55,424
ทั้งนั้นเลยค่ะ Interaction แปลว่าอะไรลูก Styles

1739
01:55:55,424 --> 01:55:59,424
แปลว่าอะไร Styles คืออะไรคะ ครับผม เบอร์  8

1740
01:55:59,425 --> 01:56:03,425
ตอบเลยลูก

1741
01:56:03,428 --> 01:56:07,428

1742
01:56:07,430 --> 01:56:11,430
เบอร์ 8 ค่ะลูก ทำไม

1743
01:56:11,433 --> 01:56:15,433
หน้าไม่เปลี่ยน

1744
01:56:15,435 --> 01:56:19,435

1745
01:56:19,437 --> 01:56:23,437
ตอบมาลูก ตอบมาค่ะ

1746
01:56:23,442 --> 01:56:27,442

1747
01:56:27,445 --> 01:56:31,445
(ล่าม)  เป็นรูปแบบการโต้ตอบกันครับ

1748
01:56:31,447 --> 01:56:35,447
(อาจารย์สุรีย์พัชร)  เป็นรูปแบบของการโต้ตอบกัน

1749
01:56:35,448 --> 01:56:39,448
โอเค เลขที่ค่ะ 2 คนค่ะ

1750
01:56:39,451 --> 01:56:43,451
เลขที่แรกค่ะ

1751
01:56:43,453 --> 01:56:47,453
203 ไหมครับ

1752
01:56:47,455 --> 01:56:51,455
203 ค่ะ 2 แต้มค่ะ

1753
01:56:51,456 --> 01:56:55,456
และ 20... (ล่าม) 202 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) 202

1754
01:56:55,458 --> 01:56:59,458
วุฒิชัยนะคะ มาแล้ว

1755
01:56:59,464 --> 01:57:03,464
วุฒิชัยมาเรียนแล้วครับ 2 แต้มครับ เลยไม่มีใครได้ 3 แต้ม

1756
01:57:03,466 --> 01:57:07,466

1757
01:57:07,468 --> 01:57:11,468
แล้วคราวนี้อาจารย์จะถามต่อค่ะ อีกนิดเดียวค่ะ

1758
01:57:11,471 --> 01:57:15,471
อยากรู้ค่ะ อยากรู้ว่าเด็ก

1759
01:57:15,473 --> 01:57:19,473
หมายเลข 1 หนูจะเลือกอะไรคะ หนูเหมือนหหมือน

1760
01:57:19,475 --> 01:57:23,475
เพราะว่าอย่างไรอย่างไรหนูก็ไม่เหมือนกันลูก เพราะว่ามันมีหลาย Chio

1761
01:57:23,475 --> 01:57:27,475
เลขที่ 1 นี่ค่ะ

1762
01:57:27,477 --> 01:57:31,477
เครื่องที่ 1 ตอบว่าอะไรคะ อย่างนั้นเรียกชื่อเลยค่ะ

1763
01:57:31,479 --> 01:57:35,479
จะเลือกอะไรคะ ที่หน้าสไลด์เลยค่ะลูก ที่

1764
01:57:35,481 --> 01:57:39,481
หน้าสไลด์หนูเลือกข้อไหน

1765
01:57:39,482 --> 01:57:43,482
หนูไล่ 1 2 3 4 เลยค่ะลูก 1

1766
01:57:43,484 --> 01:57:47,484
2 3 4 5 6 7 8

1767
01:57:47,485 --> 01:57:51,485
ค่ะ มี 8 ข้อ หนูนับเลยค่ะลูก หนู

1768
01:57:51,486 --> 01:57:55,486
เอาข้อไหน

1769
01:57:55,488 --> 01:57:59,488
มาแล้ว ๆ ๆ

1770
01:57:59,489 --> 01:58:03,489
ไอ้เจ้า 204 204 เอาข้ออะไรบ้างลูก

1771
01:58:03,491 --> 01:58:07,491
204 เอาอะไรครับ

1772
01:58:07,492 --> 01:58:11,492
เลือกก่อน

1773
01:58:11,494 --> 01:58:15,494
หนูก็มีสิทธิที่อะไรคะ เลือกซ้ำไม่ได้นะคะ

1774
01:58:15,495 --> 01:58:19,495

1775
01:58:19,497 --> 01:58:23,497
ครับ

1776
01:58:23,500 --> 01:58:27,500
(ล่าม) 6 ครับ

1777
01:58:27,502 --> 01:58:31,502
(ล่าม) ข้อ 6 ครับ

1778
01:58:31,505 --> 01:58:35,505
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อ 6 นะคะ 6 กับอะไรลูก

1779
01:58:35,508 --> 01:58:39,508
204 6 กับอะไรครับ

1780
01:58:39,510 --> 01:58:43,510
6 กับ

1781
01:58:43,511 --> 01:58:47,511
6 กับ 7 นะครับ โอเค

1782
01:58:47,512 --> 01:58:51,512
6 กับ 7 (ล่าม) 6 กับ 7 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร)

1783
01:58:51,515 --> 01:58:55,515
อะไรนะลูก 6 กับ 7 ไหม

1784
01:58:55,518 --> 01:58:59,518
(ล่าม) ใช่ครับ

1785
01:58:59,520 --> 01:59:03,520
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ครับผม โอเค

1786
01:59:03,522 --> 01:59:07,522
ทัตเทพ ทัตเทพ

1787
01:59:07,522 --> 01:59:11,522
เอาข้อไหนครับ หนูเลือกเลยลูก

1788
01:59:11,525 --> 01:59:15,525
เลือกเลย

1789
01:59:15,527 --> 01:59:19,527
(ล่าม) เลือก ข้อ 4 ครับ

1790
01:59:19,527 --> 01:59:23,527
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อ 4 กับ...

1791
01:59:23,529 --> 01:59:27,529
กับอะไรนะครับ

1792
01:59:27,531 --> 01:59:31,531
4 กับ (ล่าม)  4 กับ 5 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร)  4 กับ 5 นะครับ

1793
01:59:31,532 --> 01:59:35,532
โอเคครับ 4 กับ 6 อนงค์นาฏค่ะ อนงค์นาฏ

1794
01:59:35,533 --> 01:59:39,533
เลือกอะไรคะองุ่น

1795
01:59:39,535 --> 01:59:43,535

1796
01:59:43,537 --> 01:59:47,537

1797
01:59:47,537 --> 01:59:51,537
ข้อไหนกับข้อไหนคะ

1798
01:59:51,539 --> 01:59:55,539

1799
01:59:55,540 --> 01:59:59,540

1800
01:59:59,543 --> 02:00:03,543

1801
02:00:03,549 --> 02:00:07,549

1802
02:00:07,552 --> 02:00:11,552
มันช้า เลือกข้อไหนลูก

1803
02:00:11,557 --> 02:00:15,557
(ล่าม)  ข้อสุดท้ายค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร)  เป็นข้อที่

1804
02:00:15,559 --> 02:00:19,559
ข้อที่ 8 กับ

1805
02:00:19,561 --> 02:00:23,561

1806
02:00:23,563 --> 02:00:27,563

1807
02:00:27,565 --> 02:00:31,565

1808
02:00:31,568 --> 02:00:35,568
8 กับ

1809
02:00:35,571 --> 02:00:39,571
อะไรคะลูก (ล่าม) 8 กับ 2 ค่ะ

1810
02:00:39,573 --> 02:00:43,573
(อาจารย์สุรีย์พัชร) 8 กับอะไรนะคะ (ล่าม) 8 กับ 2 ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร)

1811
02:00:43,574 --> 02:00:47,574
นะคะ โอเคค่ะ ปรางหทัยค่ะลูก ปรางหทัย

1812
02:00:47,576 --> 02:00:51,576
หนูเลือกอะไรคะลูก

1813
02:00:51,578 --> 02:00:55,578

1814
02:00:55,580 --> 02:00:59,580

1815
02:00:59,584 --> 02:01:03,584

1816
02:01:03,588 --> 02:01:07,588
ทำไมไม่ขึ้นหน้าน้อง

1817
02:01:07,593 --> 02:01:11,593
มันช้า

1818
02:01:11,595 --> 02:01:15,595

1819
02:01:15,596 --> 02:01:19,596

1820
02:01:19,601 --> 02:01:23,601
ค่ะ ข้อที่

1821
02:01:23,604 --> 02:01:27,604
(ล่าม) ข้อที่ 6 ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) 6 เพื่อนเอาไปแล้วลูก

1822
02:01:27,607 --> 02:01:31,607

1823
02:01:31,609 --> 02:01:35,609
(ล่าม)  3 ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร)  3 นะคะ 3

1824
02:01:35,611 --> 02:01:39,611
กับ

1825
02:01:39,612 --> 02:01:43,612

1826
02:01:43,614 --> 02:01:47,614
(ล่าม) 3 กับ... ไม่แน่ใจว่า 7 หรือ 8 ค่ะ

1827
02:01:47,617 --> 02:01:51,617
(อาจารย์สุรีย์พัชร)  3 กับอะไรนะคะ ลูก

1828
02:01:51,619 --> 02:01:55,619
(อาจารย์สุรีย์พัชร)  3 กับ 7 7 ซ้ำกับ กฤตกรณ์ลูก

1829
02:01:55,620 --> 02:01:59,620

1830
02:01:59,621 --> 02:02:03,621
(ล่าม) ข้อที่ 5 ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อที่ 5 ซ้ำกับทัตเทพครับ

1831
02:02:03,623 --> 02:02:07,623

1832
02:02:07,625 --> 02:02:11,625
(ล่าม)  ข้อ 1 ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ข้อ 1 ค่ะ โอเคค่ะ

1833
02:02:11,626 --> 02:02:15,626
command line น่ะง่ายนะคะ

1834
02:02:15,626 --> 02:02:19,626
หนูต้องใช้คำสั่ง เดี๋ยวอาจารย์จะเปิดคำสั่งให้หนูถ่ายรูป

1835
02:02:19,627 --> 02:02:23,627
ด้วยก็ได้นะคะ เดี๋ยวอาจารย์เปิดให้ดูนะคะ อาจารย์ย้อน

1836
02:02:23,628 --> 02:02:27,628
กลับขึ้นไปหาเดชมงคลลูก เดชมงคลหนูเอาอะไรคะ

1837
02:02:27,630 --> 02:02:31,630
ไม่เป็นอะไรค่ะ ตอนนี้จะซ้ำแล้วค่ะ เพราะว่าตอนนี้

1838
02:02:31,632 --> 02:02:35,632
1 2 3 4 5 6 7 8 แล้วค่ะ

1839
02:02:35,633 --> 02:02:39,633
1 กับ 1 กับ 8 ครับ

1840
02:02:39,635 --> 02:02:43,635
วุฒิชัย ครับ

1841
02:02:43,638 --> 02:02:47,638

1842
02:02:47,640 --> 02:02:51,640
วุฒิชัยอะไรครับ

1843
02:02:51,643 --> 02:02:55,643
หนูเลือกข้อมาเลยลูก

1844
02:02:55,643 --> 02:02:59,643
เลือกซ้ำได้ลูก เลือกซ้ำได้ครับ

1845
02:02:59,645 --> 02:03:03,645
แบบทั้งสองข้อของเพื่อน

1846
02:03:03,647 --> 02:03:07,647

1847
02:03:07,649 --> 02:03:11,649

1848
02:03:11,651 --> 02:03:15,651
ข้อที่เท่าไรคะ

1849
02:03:15,653 --> 02:03:19,653

1850
02:03:19,655 --> 02:03:23,655

1851
02:03:23,658 --> 02:03:27,658

1852
02:03:27,660 --> 02:03:31,660
(ล่าม)  เลือก 4 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร)  โอเค 4 ครับ กับ

1853
02:03:31,665 --> 02:03:35,665

1854
02:03:35,667 --> 02:03:39,667
ห้ามเลือก 5 ค่ะ

1855
02:03:39,668 --> 02:03:43,668
เพราะจะซ้ำกับทัศเทพครับ

1856
02:03:43,669 --> 02:03:47,669
(ล่าม)  7 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร)  4 กับ 7 นะคะ

1857
02:03:47,670 --> 02:03:51,670
ใครยังไม่มีชื่อ มีไหมคะ

1858
02:03:51,672 --> 02:03:55,672
ครบไหมลูก

1859
02:03:55,674 --> 02:03:59,674
ครบนะคะ อาจารย์ขอทวนใหม่นะคะลูก เดี๋ยวอาจารย์

1860
02:03:59,676 --> 02:04:03,676
ถ่ายรูปส่งเข้าไปใน LINE ให้นะคะ สามารถ

1861
02:04:03,678 --> 02:04:07,678
ที่จะเปลี่ยน เปลี่ยนได้นะ ไม่สามารถตรงกันทั้ง 2 ข้อนะคะ

1862
02:04:07,685 --> 02:04:11,685
วุฒิชัย 4 7 เดชมงคล

1863
02:04:11,689 --> 02:04:15,689
1 8 กฤตกร 6

1864
02:04:15,690 --> 02:04:19,690
6 7 ทัตเทพ 4 5

1865
02:04:19,692 --> 02:04:23,692
อนงค์นาฏ 8 2 และ

1866
02:04:23,695 --> 02:04:27,695
ปรางหทัย 3 1 ค่ะ โอเค

1867
02:04:27,697 --> 02:04:31,697
แต่หนูมีสิทธิ์เปลี่ยนได้นะคะ แต่

1868
02:04:31,699 --> 02:04:35,699
ถ้าเปลี่ยน หนูจะไม่มีสิทธิเปลี่ยนแล้วซ้ำกับเพื่อน

1869
02:04:35,701 --> 02:04:39,701
เช่น วุฒิชัยบอกว่า ผมอยากเปลี่ยนเป็น 8 2

1870
02:04:39,702 --> 02:04:43,702
ทำไม่ได้ เพราะอนงค์นาฏยังไม่เปลี่ยน ขึ้นอยู่กับอนงค์นาฏเปลี่ยนหรือยัง

1871
02:04:43,705 --> 02:04:47,705
นะคะ อันนี้ขึ้นอยู่กับองค์นาฏ ทีนี้พอได้แล้ว

1872
02:04:47,706 --> 02:04:51,706
นำเอาข้อมูลที่หนูได้นี่ค่ะ เป็นหัวข้อที่มีอยู่

1873
02:04:51,707 --> 02:04:55,707
นำไปตอบคำถาม ในการบ้าน

1874
02:04:55,709 --> 02:04:59,709
ของเรา นี่ค่ะ

1875
02:04:59,715 --> 02:05:03,715
อย่างน้อยข้อแรกหนูตอบได้แล้วค่ะ เลือกมา 2 ข้อ

1876
02:05:03,716 --> 02:05:07,716
แล้วหนูวิเคราะห์ดูสิ ว่าขั้นตอนที่หนูเลือกมา

1877
02:05:07,718 --> 02:05:11,718
มันเป็นอย่างไร มีอยู่ในสไลด์หมดเลยนะคะ ทุกอย่างอยู่ในสไลด์

1878
02:05:11,719 --> 02:05:15,719
แต่ข้อสุดท้ายขึ้นอยู่กับว่าการตัดสินใจ

1879
02:05:15,721 --> 02:05:19,721
ของหนู หนูเป็น User ค่ะ อันไหนทำงานดีกว่า

1880
02:05:19,722 --> 02:05:23,722
ก็คือหนูเลือกอะไรนั่นเองนะคะ หนูเลือกอะไร

1881
02:05:23,726 --> 02:05:27,726
จะ Capture หน้าจอ แล้วภาพพวกนี้ด้วยนะคะ

1882
02:05:27,728 --> 02:05:31,728
แล้วก็คำสั่งใน DOS

1883
02:05:31,729 --> 02:05:35,729
นะคะ ใน Command อาจารย์ก็จะส่งให้นะคะ ส่งให้ทั้งหมดเลย

1884
02:05:35,729 --> 02:05:39,729
อย่างนั้นวันนี้เราเรียนในเรื่องของ Interaction Styles

1885
02:05:39,731 --> 02:05:43,731
เป็นรูปแบบในการโต้ตอบมีหลากหลายมากนะคะ

1886
02:05:43,733 --> 02:05:47,733
นะคะ ในการโต้ตอบมีหลากหลายเลย

1887
02:05:47,735 --> 02:05:51,735
เพราะฉะนั้น วันนี้เราได้เรียนในเรื่องนี้แล้ว ถ

1888
02:05:51,735 --> 02:05:55,735
นะคะ ในเรื่องของทฤษฎีจะหมดแล้ว อีก 2 ครั้งทฤษฎีหมด

1889
02:05:55,737 --> 02:05:59,737
แล้วเราจะเริ่มปฏิบัติในเรื่องของ Office

1890
02:05:59,739 --> 02:06:03,739
เมื่อ Office เครื่องอาจารย์ไม่ได้ อาจารย์จะใช้ใน Google แทน

1891
02:06:03,741 --> 02:06:07,741
อย่างนั้นเราให้ใน Google เหมือนกันนะคะ นะ ใช้ Google

1892
02:06:07,742 --> 02:06:11,742
ก็ได้นะ เพราะว่าหนูเขาเมลของมหาวิทยาลัยได้

1893
02:06:11,744 --> 02:06:15,744
โอเคนะคะ อย่างนั้นวันนี้นะ ใน Part ของ Part ที่ 6

1894
02:06:15,744 --> 02:06:19,744
Interaction Styles อาจารย์แอนขอเอาไว้

1895
02:06:19,746 --> 02:06:23,746
แค่นี้นะคะ ให้หนูรู้ในรุปแบบของการโต้ตอบ ว่า

1896
02:06:23,747 --> 02:06:27,747
มีรูปแบบอะไรบ้าง โอเคนะ วันนี้เอาไว้แค่นี้ค่ะ

1897
02:06:27,748 --> 02:06:31,748
ขอบคุณมากค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

1898
02:06:31,751 --> 02:06:35,751

1899
02:06:35,753 --> 02:06:39,753

1900
02:06:39,754 --> 02:06:43,754

1901
02:06:43,758 --> 02:06:47,758

1902
02:06:47,761 --> 02:06:51,761

1903
02:06:51,763 --> 02:06:55,763

1904
02:06:55,766 --> 02:06:59,766

1905
02:06:59,768 --> 02:07:03,768

1906
02:07:03,769 --> 02:07:06,771

1907
02:07:07,772 --> 02:07:10,775

1908
02:07:11,778 --> 02:07:14,782

1909
02:07:15,780 --> 02:07:18,783

1910
02:07:19,782 --> 02:07:22,786

1911
02:07:23,785 --> 02:07:26,785

1912
02:07:27,792 --> 02:07:30,793

1913
02:07:31,794 --> 02:07:31,795

1914
02:07:35,797 --> 02:07:35,799

1915
02:07:39,800 --> 02:07:39,805


