﻿1
00:00:18,870 --> 00:00:22,870
โอเค กำลังเตรียมจอ

2
00:00:50,809 --> 00:00:54,809
มองเห็นไหม เห็นจอไหม โอเค เดี๋ยว

3
00:00:55,099 --> 00:00:56,316
ครูล่าม ที่ประชุมกันไว้

4
00:00:56,316 --> 00:01:00,316
เปลี่ยนห้อง เป็นห้องเดียวกัน จะใช้ห้องที่มัน

5
00:01:05,929 --> 00:01:09,929
สมบูรณ์ที่สุดนะ เดี๋ยวทวน ๆ กันหน่อย จอ

6
00:01:13,145 --> 00:01:17,145
ไม่ค่อยชัด 2. แสงด้านหลังมันจ้าใช่ไหมครับ (ล่าม)  ครับผม มันย้อนแสงครับ (อาจารย์สถาพร)

7
00:01:20,487 --> 00:01:22,579
อย่างนั้น เดี๋ยวผมเลือกเนื้อหาที่มันไม่ต้องเขียนกระดานเยอะด้วย

8
00:01:22,579 --> 00:01:26,579
เดี๋ยว... ครับ เดี๋ยวประมาณกลางเดือน ประมาณกลางเดือน

9
00:01:27,244 --> 00:01:31,244
ทาง... ทางที่กรุงเทพฯ นะครับ

10
00:01:38,787 --> 00:01:39,877
เขาจะมาทำห้องให้ 1 ห้อง  จะเป็นห้องนู้นนะครับ

11
00:01:39,877 --> 00:01:43,877
บรรยากาศก็จะโอเคกว่านี้นะ

12
00:01:45,266 --> 00:01:48,502
ทีนี้ มาดูวันนี้ วันนี้เราเรียน... ครูส่งไฟล์

13
00:01:48,502 --> 00:01:52,502
ให้พวกเราใน LINE แล้ว ตั้งแต่เมื่อวาน ได้เปิดดูหรือยัง

14
00:01:56,122 --> 00:02:00,122
ได้เปิดดูไหม

15
00:02:05,242 --> 00:02:09,096
โอเคนะครับ เรา

16
00:02:09,096 --> 00:02:13,096
ก่อนเรียน วันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ

17
00:02:14,589 --> 00:02:18,589
เขาเรียกว่า "ตรรกศาสตร์" ตรรกศาสตร์

18
00:02:20,497 --> 00:02:22,940
พูดง่าย ๆ ก็เป็นเกี่ยวกับพวก

19
00:02:22,940 --> 00:02:26,940
เงื่อนไข Logic

20
00:02:31,782 --> 00:02:35,782
ให้เราวิเคราะห์ ก็จะไม่ได้เน้นเรื่องของการคำนวณมากนะเรื่องนี้

21
00:02:39,752 --> 00:02:43,752
ดหนึ่ง

22
00:02:45,300 --> 00:02:48,131
เอาง่าย ๆ ก่อน

23
00:02:48,131 --> 00:02:52,131

24
00:02:56,688 --> 00:03:00,688
โอเค เรื่องตรรกศาสตร์นี่ ครูล่ามเห็น

25
00:03:05,337 --> 00:03:09,337
สไลด์ผมใช่ไหม (ล่าม) เห็นครับ (อาจารย์สถาพร)  โอเค ตรรกศาสตร์นะ เรื่องแรก สิ่งแรกที่เรา

26
00:03:10,258 --> 00:03:14,258
ทำความรู้จักมัน ก็คือนะครับ สิ่งที่เรียกว่า "ประพจน์"

27
00:03:16,144 --> 00:03:20,144
หรือว่า

28
00:03:22,888 --> 00:03:25,149
Statement นะครับ ดูที่จอ ครับ เขาบอกว่า ประพจน์

29
00:03:25,149 --> 00:03:26,375
คือ ประโยคหรือข้อความนะครับ

30
00:03:26,375 --> 00:03:30,375
ที่อยู่ในรูปประโยคบอกเล่า

31
00:03:33,141 --> 00:03:35,959
นะครับ ประโยคปฏิเสธ  อันนี้แล้วก็จุดที่สำคัญนะครับ

32
00:03:35,959 --> 00:03:39,959
จุดที่สำคัญ มันคือที่สามารถบอกได้ว่า

33
00:03:40,300 --> 00:03:41,802
ค่านั้นเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

34
00:03:41,802 --> 00:03:45,802
อย่างใดอย่างหนึ่ง

35
00:03:46,070 --> 00:03:50,070
สรุปง่าย ๆ ก็คือว่าประพจน์

36
00:03:53,510 --> 00:03:57,481
ต้องบอกเราได้ว่านะครับ ข้อความนั้นเป็นจริงหรือเป็น

37
00:03:57,481 --> 00:04:01,481
เท็จได้นะครับ โอเค เข้าใจไหม

38
00:04:02,422 --> 00:04:05,987
ครับ

39
00:04:05,987 --> 00:04:09,987
โดยทั่วไปครับ โดยทั่วไปนะ เวลาเราเขียน

40
00:04:11,399 --> 00:04:15,399
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเราจะได้เขียนกัน เดี๋ยววันนี้เรียนพื้นฐานไปก่อน

41
00:04:17,744 --> 00:04:21,744
เราจะแทนนะครับ ประพจน์ประพจน์หนึ่งด้วยนะครับ

42
00:04:26,793 --> 00:04:30,793
ตัวอักษรภาษาอังกฤษ 3 ตัว p q r  นะครับ เราจะเรียนแค่ไม่เกิน 3 ตัวนี้ก่อน ยิ่ง

43
00:04:31,768 --> 00:04:35,768
มีประพจน์มากนะครับ เงื่อนไข

44
00:04:40,744 --> 00:04:44,744
นะครับ ความเป็นไปได้มันก็จะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ครับ แค่ 3 ตัวนี้ ก็จะประมาณ

45
00:04:45,915 --> 00:04:47,271
8 ความเป็นไปได้ทั้งหมด 8 อันนะ

46
00:04:47,271 --> 00:04:50,517
เดี๋ยวเราจะได้ดู

47
00:04:50,517 --> 00:04:54,517
ครับ อย่างที่บอกไปแล้ว ประพจน์

48
00:04:54,981 --> 00:04:58,981
จะต้องเป็นจริงหรือเป็นเท็จ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

49
00:05:02,192 --> 00:05:06,192
นะครับ ซึ่งเราจะเรียกสิ่งนั้นว่า "ค่าความจริง"

50
00:05:09,238 --> 00:05:11,204
ครับ หรือ Truth Value

51
00:05:11,204 --> 00:05:11,447
ถ้ามันเป็นจริงเราจะแทนด้วยตัว...

52
00:05:11,447 --> 00:05:15,447
ตัว T  ไหนทำอย่างไรตัว  T

53
00:05:15,965 --> 00:05:16,280
มิกซ์ทำอย่างไรตัว T

54
00:05:16,280 --> 00:05:20,280
นะครับ ความจริงแทนด้วย

55
00:05:30,950 --> 00:05:31,892
หรือ Tr นะ ถ้าเป็นเท็จแทนด้วยตัว F ซึ่งมาจากคำว่า "

56
00:05:31,892 --> 00:05:35,892
False" นะครับ จริงคือตัว T เท็จคือตัว

57
00:05:37,866 --> 00:05:41,866
F นะครับ

58
00:05:42,344 --> 00:05:44,841
โอเค โอเค อย่างนั้นเดี๋ยวไปต่อเลยนะ

59
00:05:44,841 --> 00:05:48,841
ทีนี้ลองดู

60
00:05:49,711 --> 00:05:53,526
ประโยคนะครับ

61
00:05:53,526 --> 00:05:57,526
ประโยคทั้ง 4 อันนี้ ประโยคทั้ง 4

62
00:05:59,568 --> 00:06:01,835
จะมี 4 ข้อนะ นะครับ เขาบอกว่า

63
00:06:01,835 --> 00:06:05,835
ให้พิจารณาหาค่าความเป็นจริงของประพจน์

64
00:06:09,199 --> 00:06:13,199
ต่อไปนี้ นะครับ ทั้ง 4 ประโยคนี้

65
00:06:13,965 --> 00:06:17,965
ประพจน์

66
00:06:23,758 --> 00:06:24,787
ถามว่าตรงนี้มันเป็นประพจน์หรือยัง 4 อันนี้

67
00:06:24,787 --> 00:06:28,787
นะครับ มันเป็นประพจน์แล้วนะ

68
00:06:29,192 --> 00:06:32,258
แค่ให้หาว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

69
00:06:32,258 --> 00:06:36,258
ลองดูข้อที่ 1

70
00:06:39,257 --> 00:06:43,257
ตากเป็นจังหวัดทางภาคเหนือ

71
00:06:49,353 --> 00:06:52,442
ของประเทศไทย

72
00:06:52,442 --> 00:06:56,442
ข้อนี้เป็นจริง หรือไม่จริง

73
00:07:04,315 --> 00:07:04,366
จริงหรือเท็จ

74
00:07:04,366 --> 00:07:08,366
พอรู้จักจังหวัดตากไหม

75
00:07:12,519 --> 00:07:16,519

76
00:07:18,507 --> 00:07:22,507
จังหวัดตาก อันนี้คือจริงใช่ไหม เห็นนักเรียนทำ (ล่าม) ใช่ครับ

77
00:07:29,681 --> 00:07:30,040
จริงครับ (อาจารย์สถาพร) แล้วเท็จล่ะครับนักเรียน ถ้าไม่จริง ไม่จริง อ๋อ แบบนี้

78
00:07:30,040 --> 00:07:34,040
เก่งมากครับ ก็คือจังหวัดตากเป็น

79
00:07:35,118 --> 00:07:39,118
นะครับ เป็นจังหวัดทางภาคเหนือของไทย

80
00:07:42,590 --> 00:07:45,411
แล้วอุดรฯ ล่ะ อุดรฯ ล่ะ

81
00:07:45,411 --> 00:07:49,411
ถ้าครูบอกว่าอุดรฯ อุดรฯ เป็นจังหวัด

82
00:07:55,023 --> 00:07:55,826
ทางภาคเหนือของประเทศไทย เป็นจริงหรือเป็นเท็จ (ล่าม) ไม่จริงค่ะ เป็นเท็จค่ะ

83
00:07:55,826 --> 00:07:59,826
(อาจารย์สถาพร) เป็น False นี่คือเท็จนะ

84
00:08:01,370 --> 00:08:05,370
(ล่าม) คำว่า "ใช่" ค่ะ

85
00:08:06,727 --> 00:08:10,727
(อาจารย์สถาพร)  โอเค เพราะอุดรฯ อยู่ทาง

86
00:08:14,379 --> 00:08:18,379
ภาค... ภาคอะไร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนะ ไม่ใช่ภาคเหนือนะ

87
00:08:21,407 --> 00:08:21,686
โอเค ทีนี้ข้อนี้ ข้อ 2

88
00:08:21,686 --> 00:08:25,686
ข้อ 2 อาชีวะเรา สำนักงาน

89
00:08:26,785 --> 00:08:30,785
การอาชีวศึกษานะครับ อยู่สังกัด

90
00:08:31,155 --> 00:08:35,155
กระทรวงศึกษาธิการ อันนี้พวกเราทราบไหม จริง

91
00:08:42,911 --> 00:08:46,911
หรือเท็จ (ล่าม) แสงนะครับ อาจจะมองไม่ชัดนะครับ

92
00:08:50,441 --> 00:08:54,441
(อาจารย์สถาพร) ข้อนี้ก็จริงนะครับ อันนี้

93
00:08:55,356 --> 00:08:57,867
เป็นจริง  เป็นจริง ข้อที่ 3 ข้อที่ 3 ประเทศไทย

94
00:08:57,867 --> 00:09:00,719
มี 75 จังหวัด

95
00:09:00,719 --> 00:09:04,719
จริงหรือเท็จ เท็จ

96
00:09:11,322 --> 00:09:13,119
ให้เพื่อน...

97
00:09:13,119 --> 00:09:13,925
โอเค

98
00:09:13,925 --> 00:09:17,925
ถูกต้อง จริง ๆ ประเทศไทยมีกี่จังหวัด

99
00:09:18,500 --> 00:09:22,500
ประเทศไทยมีกี่จังหวัดครับ

100
00:09:27,791 --> 00:09:30,667
โอเค โอเค 77 ใช่ไหม

101
00:09:30,667 --> 00:09:34,667
ใช่ไหม

102
00:09:35,425 --> 00:09:38,394
โอเค สุดท้าย

103
00:09:38,394 --> 00:09:42,394
ข้อที่ 4

104
00:09:42,961 --> 00:09:45,251
เขาบอกว่า 7 + 2 = 10

105
00:09:45,251 --> 00:09:48,412
อันนี้จริงหรือเท็จ

106
00:09:48,412 --> 00:09:52,412
เท็จนะ

107
00:09:53,355 --> 00:09:57,355
อันนี้จริง อันนี้เท็จ

108
00:09:57,610 --> 00:10:01,610
โอเค เก่งมาก เก่งมากครับ 7 + 2 ต้องเป็น

109
00:10:08,465 --> 00:10:08,669
ต้องเป็นอะไร... ใช่ไหม ต้องเป็น 9 ใช่ไหม

110
00:10:08,669 --> 00:10:12,669
เดี๋ยวครูทำมือผิด ขอโทษ ขอโทษ

111
00:10:16,461 --> 00:10:20,461
9 โอเค ๆ ๆ 9 อย่างนี้นะครับ โอเค ทีนี้พวกเรา

112
00:10:21,335 --> 00:10:25,335
แยกออกหรือยังนะครับ ค่าความเป็นจริงหรือเป็นเท็จ เราสามารถให้

113
00:10:26,945 --> 00:10:28,796
นะครับ ให้ค่าความจริงเป็นจริง กับ

114
00:10:28,796 --> 00:10:30,882
แต่ละประพจน์ หรือแต่ละข้อความได้แล้วนะ

115
00:10:30,882 --> 00:10:32,353
ใช่ไหม

116
00:10:32,353 --> 00:10:36,353
เดี๋ยวจะมีแบบฝึกหัดให้ทำนะ

117
00:10:38,096 --> 00:10:41,531
โอเค

118
00:10:41,531 --> 00:10:44,224
ต่อ ทีนี้

119
00:10:44,224 --> 00:10:48,224
นะครับ มาดู ประโยค  เราเห็น

120
00:10:50,548 --> 00:10:54,548
ประโยคก็จริง ประโยคที่เราพูดคุยกัน หรือว่าประโยคที่เรา

121
00:10:56,025 --> 00:11:00,025
พูดไปเมื่อกี้ ดูในสไลด์เมื่อกี้

122
00:11:02,606 --> 00:11:06,606
แต่ทุกประโยคใช่ว่าจะเป็นประพจน์ได้นะ

123
00:11:15,134 --> 00:11:18,416
มันจะมีบางประโยคหรือข้อความนะครับ ที่เขาจะยกเว้น

124
00:11:18,416 --> 00:11:20,309
นะครับ จะถือว่าไม่เป็นประพจน์อยู่ เช่น

125
00:11:20,309 --> 00:11:20,463
ประโยคที่เป็นคำถาม

126
00:11:20,463 --> 00:11:24,463
ประโยคที่เป็น

127
00:11:27,581 --> 00:11:28,636
คำสั่ง

128
00:11:28,636 --> 00:11:32,636
ประโยคห้ามปราม

129
00:11:43,115 --> 00:11:43,426
ขอร้อง นะครับ อ้อนวอนนะครับ หรือว่าเป็น

130
00:11:43,426 --> 00:11:47,426
สุภาษิตนะครับ แล้วก็

131
00:11:50,253 --> 00:11:53,219
ประโยค สุดท้าย ประโยค ที่ไม่ทราบค่าความเป็นจริง

132
00:11:53,219 --> 00:11:57,219
ที่แน่นอนนะครับ หรือที่เราเรียกว่าพวก

133
00:11:59,256 --> 00:12:02,652
"สมการ"

134
00:12:02,652 --> 00:12:06,179
ยกตัวอย่าง ประโยคแรก ครูจะอ่านให้ฟังนะ

135
00:12:06,179 --> 00:12:10,179
วันนี้นักศึกษาทำการบ้านหรือเปล่า

136
00:12:12,568 --> 00:12:16,568
อันนี้จะไม่เป็น

137
00:12:19,741 --> 00:12:23,741
ไม่เป็นประพจน์นะ ถือว่าไม่เป็น

138
00:12:24,425 --> 00:12:26,900
ประพจน์ เพราะว่ามันเป็นประโยค แบบ

139
00:12:26,900 --> 00:12:30,900
คำถามนะครับ มันลงท้ายด้วย หรือเปล่า นะครับ

140
00:12:32,734 --> 00:12:36,734
ประโยคที่ 2 ทุกคน

141
00:12:37,962 --> 00:12:41,962
เปิดหนังสือ ทุกคนเปิดหนังสือ ก็เหมือนเป็น

142
00:12:43,524 --> 00:12:46,440
คำสั่งนะครับ ก็ไม่เป็นประพจน์

143
00:12:46,440 --> 00:12:50,440
ประโยคที่ 3

144
00:12:52,290 --> 00:12:56,290
ประโยคที่ 3 อย่าไป

145
00:12:59,886 --> 00:13:01,037
เล่นน้ำ เวลาฝนตก

146
00:13:01,037 --> 00:13:05,037
ก็เป็นประโยค

147
00:13:09,357 --> 00:13:12,095
แบบห้าม ห้ามปรามนะ ก็ถือว่าไม่เป็นประพจน์

148
00:13:12,095 --> 00:13:16,095
ประโยคที่ 4 ใจปลาซิว

149
00:13:17,208 --> 00:13:19,899
เป็นเหมือนสุภาษิต คำพังเพยนะ

150
00:13:19,899 --> 00:13:23,899
ก็ไม่ถือว่าเป็นประพจน์

151
00:13:25,328 --> 00:13:26,867

152
00:13:26,867 --> 00:13:30,867
ประโยคสุดท้าย ทิ้งขยะในมือลงถังเถอะครับ

153
00:13:35,020 --> 00:13:39,020
อันนี้ก็เหมือน เป็นการขอร้องนะครับ

154
00:13:40,350 --> 00:13:44,350
หรือทุกคนสังเกตง่าย ๆ นะ

155
00:13:50,343 --> 00:13:54,343
จุดสังเกตง่าย ๆ นะ จุดสังเกตอีกจุดหนึ่ง

156
00:13:55,181 --> 00:13:56,081
ทุกคนจะไม่สามารถ ให้

157
00:13:56,081 --> 00:13:59,762
ค่าความเป็นจริงมันได้ เราจะบอกไม่ได้เลย ว่าประโยค

158
00:13:59,762 --> 00:14:03,762
ที่พูดมา 5 ประโยคนี่นะครับ

159
00:14:05,469 --> 00:14:09,469
เราบอกมันไม่ได้เลย ว่ามันเป็นจริงหรือมันเป็นเท็จ

160
00:14:09,959 --> 00:14:13,959
ลองดูก็ได้

161
00:14:27,228 --> 00:14:31,228
นี่คือจุดสังเกตง่าย ๆ นะ ไม่ต้องไปดู

162
00:14:34,421 --> 00:14:36,548
คำถามอะไรหรอก เราแค่อ่านประโยคมันแล้ว ดูข้อความแล้ว เราบอกไม่ได้ว่ามันเป็นจริงหรือ

163
00:14:36,548 --> 00:14:39,555
เป็นเท็จ อันนี้จุดที่สังเกตแบบง่าย ๆ เลย

164
00:14:39,555 --> 00:14:40,687
นะ

165
00:14:40,687 --> 00:14:44,687
ประพจน์ เจอแล้ว

166
00:14:45,037 --> 00:14:49,037
ตรงนี้ทุกคน

167
00:14:51,604 --> 00:14:53,813
ได้ไหม เข้าใจ เข้าใจ

168
00:14:53,813 --> 00:14:57,813
โอเค วันนี้ไม่ยาก วันนี้ไม่ยาก

169
00:15:03,263 --> 00:15:04,141
นิดเดียวเหรอ

170
00:15:04,141 --> 00:15:08,141
เดี๋ยวต้องเอาแบบเยอะ ๆ สิ เยอะ ๆ

171
00:15:08,831 --> 00:15:12,831
อันนี้อันไหนง่ายอันไหนยากนะ

172
00:15:16,049 --> 00:15:20,049
ง่ายไงคุณครูไง ง่าย ยากครับ

173
00:15:20,310 --> 00:15:24,310
ยาก อันนี้ยาก อย่างนี้นี่

174
00:15:28,737 --> 00:15:32,420
โอเค

175
00:15:32,420 --> 00:15:36,420
ทีนี้มาดูตัวอย่าง ตัวอย่าง

176
00:15:40,410 --> 00:15:41,908
ที่พูดไปเมื่อกี้นะ พวกเราลองดู

177
00:15:41,908 --> 00:15:45,908
นะครับ ดูข้อที่ 1

178
00:15:48,960 --> 00:15:52,960
พวกเรารู้จักไหม  Square Root 4

179
00:15:59,275 --> 00:16:03,275
Square root 4 Square root 4 ไม่เป็นอะไร ดูตรงนี้

180
00:16:05,621 --> 00:16:09,343
แค่นี้ก่อนก็ได้ Square root 4

181
00:16:09,343 --> 00:16:11,814
เป็นจำนวนอตรรกยะ เอาแค่นี้ก่อน ดูแค่

182
00:16:11,814 --> 00:16:15,814
ประโยคมันก็ได้ ไม่ต้องไปดูหรอกว่ามันจริงหรือเท็จนะครับ

183
00:16:16,025 --> 00:16:20,025
ตรงนี้เราบอกได้ไหม ว่ามันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

184
00:16:27,047 --> 00:16:31,047
Square root 4 เป็นจำนวนอตรรกยะ เราบอกได้ไหม ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

185
00:16:35,602 --> 00:16:36,622
บอกได้นะ

186
00:16:36,622 --> 00:16:40,622
ถ้าบอกได้ก็คือว่าเป็นประ...

187
00:16:45,603 --> 00:16:45,617
เป็นประพจน์นะครับ

188
00:16:45,617 --> 00:16:49,617
ทีนี้ดูข้อที่ 2

189
00:16:54,050 --> 00:16:55,273
ครับ ข้อที่ 2

190
00:16:55,273 --> 00:16:59,273
ข้อที่ 2 ข้อที่ 2 X

191
00:17:01,434 --> 00:17:04,252
+ 2 = 7 ตรงนี้เราบอกได้ไหมว่า

192
00:17:04,252 --> 00:17:07,570
เป็นจริง หรือเป็นเท็จ

193
00:17:07,570 --> 00:17:11,570
บอกได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหม

194
00:17:11,705 --> 00:17:15,229
เพราะอะไร เพราะมันเป็มสมการ

195
00:17:15,229 --> 00:17:19,229
ใช่ไหม มีตัว... ตัว x อยู่

196
00:17:19,461 --> 00:17:23,461
แต่ถ้าสมมติข้อนี้มันเปลี่ยน x

197
00:17:31,319 --> 00:17:35,056
สมมติเปลี่ยน x เป็น 3 + 2 = 7 นะครับ ข้อนี้ประโยคนี้ จะกลายเป็น

198
00:17:35,056 --> 00:17:39,056
ประพจน์เลย ไปเป็นประพจน์เลย

199
00:17:43,862 --> 00:17:47,862
ครับ แต่ถ้าเป็น... แต่ถ้าเป็น x นะครับ ไม่เป็น

200
00:17:48,188 --> 00:17:51,681
เพราะว่ามันอยู่ในรูปของสมการนะครับ

201
00:17:51,681 --> 00:17:55,681
ไม่ทราบค่าที่แน่นอนนะ

202
00:17:56,467 --> 00:17:57,431
โอเค ทีนี้

203
00:17:57,431 --> 00:18:01,431
ประโยคถัดมา เลี้ยวซ้าย

204
00:18:07,058 --> 00:18:11,058
ผ่านตลอด ข้อ 3 เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด อันนี้บอกได้ไหม

205
00:18:14,501 --> 00:18:17,897
ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ ไม่ได้

206
00:18:17,897 --> 00:18:20,642
ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็น

207
00:18:20,642 --> 00:18:24,642
ประพจน์ ข้อที่ 4

208
00:18:28,803 --> 00:18:32,474
ก็คล้าย ๆ ข้อที่ 2

209
00:18:32,474 --> 00:18:36,474
x ยกกำลัง 2

210
00:18:36,641 --> 00:18:38,337
+ y ยกกำลัง 2 = 1

211
00:18:38,337 --> 00:18:42,337
ก็เป็นสมาการอีกแล้วนะ

212
00:18:48,053 --> 00:18:50,264
นะครับ ไม่เป็น โอเค สุดท้าย ข้อที่ 5

213
00:18:50,264 --> 00:18:54,264
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

214
00:18:55,490 --> 00:18:59,490
เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี

215
00:19:00,469 --> 00:19:04,220
อันนี้บอกได้ไหม

216
00:19:04,220 --> 00:19:04,623
ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

217
00:19:04,623 --> 00:19:08,623
บอกได้ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ แล้วมันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ

218
00:19:16,293 --> 00:19:18,411
เป็นจริง จะเป็นจริงได้อย่างไร

219
00:19:18,411 --> 00:19:22,411
เขาถามว่าเป็นอดีต แต่ไม่ได้เป็นอดีตนี่ เป็น

220
00:19:29,542 --> 00:19:33,226
ปัจจุบัน... (นักศึกษาชาย) เขาเป็นอดีตครับ ยิ่งลักษณ์ (อาจารย์สถาพร)

221
00:19:33,226 --> 00:19:34,088
ครูหลง ครูหลง ขอโทษ

222
00:19:34,088 --> 00:19:35,707
ครูนึกว่า ครูนึกว่าไอ้คนล่าสุด ลูกสาว

223
00:19:35,707 --> 00:19:39,707
นักเรียนน้ำโอ๊ตกับน้องมิกซ์นี่

224
00:19:42,774 --> 00:19:46,774
ตายเลย โอเคนะครับ เป็นจริงนะ บอกได้

225
00:19:52,821 --> 00:19:52,986
ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ ก็เป็นประพจน์

226
00:19:52,986 --> 00:19:56,986

227
00:19:58,823 --> 00:20:02,823
ทีนี้พอรู้แล้วว่าอันไหนเป็นประพจน์ หรือ

228
00:20:11,387 --> 00:20:15,387
ประพจน์นะครับ ทีนี้มาดู 5 ข้อนี้ 5 ประโยคนี้ เป็นประพจน์หมดนะครับ 5 ประโยคนี้ เป็นประพจน์หมด ทีนี้เราลองมาดูสิ

229
00:20:18,086 --> 00:20:20,342
ว่ามันเป็นจริง

230
00:20:20,342 --> 00:20:20,746
หรือเป็นเท็จ

231
00:20:20,746 --> 00:20:24,746

232
00:20:26,996 --> 00:20:30,996
ข้อที่ 1 ค่าพาย พวกเรารู้จักค่าพายไหม

233
00:20:33,679 --> 00:20:33,813
รู้จักไหม

234
00:20:33,813 --> 00:20:37,813
ค่าพายมีแค่ประมาณ

235
00:20:41,514 --> 00:20:42,240
22 ส่วน 7 อันนี้

236
00:20:42,240 --> 00:20:46,240
เป็นประพจน์ไหม เป็นอยู่แล้ว 5 ข้อนี้เป็นอยู่แล้ว

237
00:20:51,718 --> 00:20:53,654
ที่ครูบอกไปนะครับ แต่ว่า

238
00:20:53,654 --> 00:20:57,101
มันเป็นจริงหรือเป็นเท็จ ในตัวอย่างเขาบอกอยู่แล้ว

239
00:20:57,101 --> 00:20:57,502
เป็นอะไร เป็นจริง

240
00:20:57,502 --> 00:21:01,502
ค่าพายนี่ มีค่าประมาณ 22 ส่วน 7 ถ้าเราหาร

241
00:21:07,147 --> 00:21:08,200
มันจะเป็นเลขที่ไม่ลงตัว

242
00:21:08,200 --> 00:21:12,200
ถ้าอยากรู้ก็ลองไปหาคำตอบนะ ประมาณ 3.14

243
00:21:14,788 --> 00:21:18,557
ไปเรื่อย ๆ ทีนี้ข้อ 2 5 + 3

244
00:21:18,557 --> 00:21:22,557
5 + 3

245
00:21:30,804 --> 00:21:34,804
น้อยกว่านะครับ รากที่ 3 ของ 64 อันนี้จริงหรือเท็จ

246
00:21:40,793 --> 00:21:44,793
เป็นเท็จ เท็จใช่ไหม

247
00:21:46,930 --> 00:21:50,930
แล้วเรารู้ไหมว่าอันนี้เท่ากับ 8 นะ 5 + 3 = 8

248
00:21:52,674 --> 00:21:56,674
แล้วตรงนี้ล่ะ เรารู้ค่ามันไหม

249
00:21:57,462 --> 00:21:58,244
รากที่ 3 ของ 64

250
00:21:58,244 --> 00:22:02,244
รากที่ 3 ของ

251
00:22:04,538 --> 00:22:08,538
64 ครับ เวลาเราหา ก็คือเลขอะไรก็ตามที่

252
00:22:08,680 --> 00:22:12,680
มันคูณกันน่ะ คูณกัน 3 ครั้ง ได้ 64

253
00:22:17,064 --> 00:22:21,064
ถ้ารากที่ 2 อะไรคูณกัน 2 ครั้ง

254
00:22:23,324 --> 00:22:27,324
ใน √   ตัวนี้ ตัวนี้มันมีเลข 3

255
00:22:27,581 --> 00:22:31,581
ก็คือรากที่ 3 มันมีค่าเท่ากับ

256
00:22:32,232 --> 00:22:33,463
4 นะครับ

257
00:22:33,463 --> 00:22:37,463
มันเกิดจากการที่ 4 คูณกัน 3 ครั้ง

258
00:22:43,040 --> 00:22:46,292
แล้วได้ 64 นะ จะมีคำนวณเล็ก  ๆ

259
00:22:46,292 --> 00:22:50,292
คำนวณไม่เยอะ แต่ก็ยังมีอยู่

260
00:22:52,049 --> 00:22:55,493
ทีนี้ข้อ 3 เขื่อนภูมิพล อยู่

261
00:22:55,493 --> 00:22:56,950
จังหวัดตาก

262
00:22:56,950 --> 00:23:00,950
เป็นจริง

263
00:23:03,183 --> 00:23:07,183
หรือเท็จครับ (นักศึกษาชาย) เป็นจริง (อาจารย์สถาพร) เป็นจริงครับ

264
00:23:15,097 --> 00:23:17,862
รู้ได้อย่างไร รู้ได้อย่างไร ดูบนกระดาน เฉลยอยู่บนกระดาน เขื่อนภูมิพลอยู่

265
00:23:17,862 --> 00:23:17,876
จังหวัดตากนะ  โอเค

266
00:23:17,876 --> 00:23:21,876
แล้วครูเห็นพวกเราไปดูงานใช่ไหม

267
00:23:25,815 --> 00:23:28,018
ในขอนแก่นเมื่อกี้ มันปีไหน ปี 1 เหรอ

268
00:23:28,018 --> 00:23:32,018
(นักศึกษาชาย) ปีที่แล้ว รุ่น...

269
00:23:34,794 --> 00:23:38,794
(อาจารย์สถาพร) ของครูไปเมื่อกี้

270
00:23:40,924 --> 00:23:42,396
ที่ไปขอนแก่นน่ะ (นักศึกษาชาย) นั่นมันปี 1 (อาจารย์สถาพร)

271
00:23:42,396 --> 00:23:46,396
อ๋อ ปี 1 เหรอ ไม่ใช่พวกเราใช่ไหม (อาจารย์สถาพร)  หรือว(นักศึกษาชาย) อาจารย์มั่ว

272
00:23:47,207 --> 00:23:49,373
(อาจารย์สถาพร)  โอเคไม่เป็นไร ทีนี้

273
00:23:49,373 --> 00:23:53,373
นะครับ ข้อที่ 4 0 เป็น

274
00:23:54,055 --> 00:23:58,055
จำนวนนับ 0 เป็นจำนวนนับ

275
00:23:59,450 --> 00:24:01,976
จริง หรือเท็จ

276
00:24:01,976 --> 00:24:05,976

277
00:24:08,365 --> 00:24:10,506
อันนี้ยังไม่แน่ใจ

278
00:24:10,506 --> 00:24:14,506
เป็นเท็จนะ เป็นเท็จนะครับ จำนวนนับจะเริ่มที่

279
00:24:14,632 --> 00:24:18,632
1 2 1 2 3 4 5

280
00:24:20,136 --> 00:24:22,998
0 อันนี้ 0 ใช่ไหม 0 ไม่นับ

281
00:24:22,998 --> 00:24:26,998
ไม่นับ แต่เป็นจำนวนจริง

282
00:24:29,439 --> 00:24:29,761
อยู่ แต่ว่าไม่นับนะ ไม่ใช่จำนวนนับ

283
00:24:29,761 --> 00:24:33,761

284
00:24:35,447 --> 00:24:39,447
อันนี้มันสไลด์ผิดนะข้อ 5

285
00:24:40,258 --> 00:24:41,361
3 + 5 = 4

286
00:24:41,361 --> 00:24:45,361
นะ 3 + 5 = 4 จริงหรือเท็จ

287
00:24:48,610 --> 00:24:52,610
เท็จนะ แต่ว่าในสไลด์บอกว่าจริง

288
00:24:57,082 --> 00:24:57,152
นะครับ แก้นะครับ เป็นเท็จนะ 3 + 5 ต้องเป็นเท่าไร

289
00:24:57,152 --> 00:25:01,152
8 นี่นะ

290
00:25:03,955 --> 00:25:07,955
3 + 5 ต้องเป็น 8 นะ

291
00:25:08,938 --> 00:25:09,678
วันนี้จะเลิกเร็วนะนี่

292
00:25:09,678 --> 00:25:13,678
วันนี้

293
00:25:13,933 --> 00:25:17,933
เลิกเร็ว เลิกเร็วนะนี่ พวกเรา

294
00:25:21,417 --> 00:25:25,417
เข้าใจ  แต่ดูก่อนว่าพวกเราทำได้ไหม

295
00:25:28,620 --> 00:25:30,029
ทีนี้ดู ในสไลด์พวกเราก็มีนะ ถ้ามองกระดานไม่ชัด

296
00:25:30,029 --> 00:25:34,029
ดูในโทรศัพท์ ครูส่งไปแล้วนะ ใน LINE เมื่อวานนี้

297
00:25:36,158 --> 00:25:40,158
ทีนี้ลองดู ลองดูโจทย์แล้วลองทำ

298
00:25:44,059 --> 00:25:48,059
ไม่ยาก

299
00:25:55,560 --> 00:25:59,560
ข้อใด ดูแบบฝึกหัด ข้อใดต่อไปนี้ ข้อใดต่อไปนี้ เป็นประ

300
00:26:03,567 --> 00:26:07,567
พจน์ครับ ลองดู ลองดู ข้อใดต่อไปนี้เป็นประพจน์

301
00:26:35,591 --> 00:26:39,591
เดี๋ยวเอาเขียนลงในสมุดก็ได้ เขียนลงในสมุดก็ได้ เพราะพวกเราไม่มีหนังสือนะ

302
00:26:44,702 --> 00:26:48,702
นี่นะครับ แบบฝึกหัดนิดเดียว

303
00:31:39,814 --> 00:31:43,814
(นักศึกษาชาย)

304
00:31:51,443 --> 00:31:55,443
ดูโจทย์แล้วตอบเลย (อาจารย์สถาพร)  ใช่ ก็ตอบเลย

305
00:32:04,953 --> 00:32:08,953
ใครข้อแรกเสร็จ แล้วก็ทำข้อ 2 ต่อเลยนะครับ

306
00:32:18,542 --> 00:32:22,542
ใครตอบแล้วถึงข้อ 3 เลย มีแบบฝึกหัดอยู่ 3 หน้า ครับ ลองทำดูก่อน แล้วเดี๋ยว

307
00:32:22,707 --> 00:32:26,707
มาเฉลยด้วยกัน

308
00:35:21,780 --> 00:35:23,701
ครูล่ามเดี๋ยวบอกเด็กนะครับ

309
00:35:23,701 --> 00:35:27,701
ว่าสไลด์หน้านี้จะมี 6 ประโยค  6 ประพจน์ เป็นประพจน์แล้ว ให้พวกเราดู

310
00:35:32,887 --> 00:35:36,887
ว่ามันข้อไหนเป็นจริง หรือเป็นเท็จ

311
00:35:37,825 --> 00:35:41,825
แล้วก็ตอบนะครับ หน้าเลข 1-6 นั้นเลยนะ

312
00:35:45,503 --> 00:35:49,503
โอเคครับครูล่าม

313
00:35:51,269 --> 00:35:55,269
เดี๋ยวให้เด็กนะครับ ทำไปก่อนระหว่างนี้ เดี๋ยวถ้ามีอะไร

314
00:36:03,542 --> 00:36:07,542
ผมจะบอกคุณครูอีกทีนะ ครับผม

315
00:52:26,129 --> 00:52:30,129
มา ๆ มานั่ง ๆ เดี๋ยวจะเฉลย

316
00:52:31,779 --> 00:52:34,478
เดี๋ยวรอครูล่ามก่อน

317
00:52:34,478 --> 00:52:38,478
ดูข้อที่ 1 บอกเพื่อน

318
00:52:46,230 --> 00:52:50,230
มา จะเฉลยแล้ว

319
00:52:51,375 --> 00:52:53,811
ครับ ข้อที่ 1

320
00:52:53,811 --> 00:52:57,811
ข้อที่ 1 ตอบอะไร

321
00:53:00,944 --> 00:53:04,377
ข้อใดต่อไปนี้เป็นประพจน์ ตอบข้อไหนกัน

322
00:53:04,377 --> 00:53:08,377
ก.

323
00:53:09,796 --> 00:53:13,796
ตอบอะไร

324
00:53:18,302 --> 00:53:22,302
อันนี้อะไร

325
00:53:31,729 --> 00:53:35,729
ก. อ๋อ โอเค เพราะอะไร ข้อ ก. มาดูทีละข้อ

326
00:53:37,591 --> 00:53:38,638
ประเทศไทยมี 77 จังหวัด บอกได้ไหมว่าจริงหรือไม่จริง

327
00:53:38,638 --> 00:53:42,638
จริง ใช่ไหม ก็ถือว่าเป็นประพจน์แล้ว

328
00:53:45,522 --> 00:53:47,499
แต่ก็เก็บไว้ก่อน ดูข้ออื่นด้วย ข้อถัดมา x +

329
00:53:47,499 --> 00:53:51,499
5 = 10 มันบอกได้ไหม มันบอกไม่ได้แน่นอน เพราะมันเป็นสมการ

330
00:53:52,407 --> 00:53:56,407
ก็ถือว่าไม่เป็นนะ คุณทำการบ้าน

331
00:54:04,661 --> 00:54:08,661
หรือยัง บอกได้ไหม เป็นจริงหรือเท็จ ก็บอกไม่ได้ใช่ไหม

332
00:54:08,663 --> 00:54:12,663
ครับ  ก็เป็นประโย

333
00:54:13,203 --> 00:54:17,203
คคำถาม คุณปิดประตูหรือยัง คล้าย ๆ ประโยคคำสั่ง ฉะนั้นแล้ว ต้องตอบข้ออะไร

334
00:54:20,319 --> 00:54:22,769
ก. นะครับ

335
00:54:22,769 --> 00:54:26,769
ข้อที่ 2 เมื่อกี้ข้อใดเป็นประพจน์

336
00:54:32,164 --> 00:54:33,101
ข้อ 2 ข้อใดไม่ใช่นะ เน้นคำว่า

337
00:54:33,101 --> 00:54:36,148
"ไม่ใช่" นะครับ ไม่ใช่นะ

338
00:54:36,148 --> 00:54:40,148
ข้อใดไม่ใช่ประพจน์ มาดู

339
00:54:44,340 --> 00:54:45,609
ก. ก่อน 1 + 1 = 2

340
00:54:45,609 --> 00:54:49,609
บอกได้ไหมว่าจริงหรือเท็จ บอกได้ด้วยนะ

341
00:54:54,084 --> 00:54:58,084
ว่าเป็นจริง ฉะนั้น ก็ถือว่าเป็นประพจน์นะ ซึ่งข้อนี้ไม่ใช่นะ ก็ตัด

342
00:55:04,691 --> 00:55:05,281
ก. ไป ข้อ ข. กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย

343
00:55:05,281 --> 00:55:09,281
บอกได้ไหม บอกได้ไหมว่าเป็นจริงหรือเท็จ

344
00:55:10,520 --> 00:55:14,520
บอกได้ว่าเป็นจริงด้วยนะ

345
00:55:15,117 --> 00:55:18,510
ก็ตัด ข. ไป ค. ฉันอยากกินข้าว บอกได้ไหม

346
00:55:18,510 --> 00:55:22,510
บอกได้ไหมว่าจริงหรือเท็จ

347
00:55:22,720 --> 00:55:26,720
บอกไม่ได้ใช่ไหม บอกไม่ได้

348
00:55:32,819 --> 00:55:36,819
ว่าจริงหรือเท็จด้วย ก็ถือว่าไม่ใช่ประพจน์แล้ว เก็บไว้ก่อน

349
00:55:37,666 --> 00:55:41,666
ให้ชัวร์ มาดู ง. ด้วย โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์

350
00:55:41,743 --> 00:55:45,743
จริงไหม โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ไหม

351
00:55:49,702 --> 00:55:50,057
ถูกนะ หมุนรอบตัวเองด้วย

352
00:55:50,057 --> 00:55:54,057
แล้วก็หมุนรอบดวงอาทิตย์ด้วยครับ

353
00:55:56,162 --> 00:55:57,990
โอเค ฉะนั้น ข้อที่ไม่ใช่ ก็คือข้อ

354
00:55:57,990 --> 00:56:01,990
ค. ครับ หรือว่า

355
00:56:04,403 --> 00:56:08,403
ข้อที่ 3 ค. ค. นะ ไม่ใช่นะครับ

356
00:56:10,019 --> 00:56:14,019
ทีนี้มาหาค่าความจริงของประพจน์

357
00:56:21,595 --> 00:56:23,012
นะ มีทั้งหมด 6 ประพจน์ หรือ 6 ประโยคนี้

358
00:56:23,012 --> 00:56:26,491
มาดูกัน ข้อ ก. ...

359
00:56:26,491 --> 00:56:30,018
ข้อ 1 ข้อ 1 ก. จริงหรือเท็จข้อนี้

360
00:56:30,018 --> 00:56:30,420
(นักศึกษาชาย) จริง

361
00:56:30,420 --> 00:56:34,420
(อาจารย์สถาพร) จริงไหม (นักศึกษาชาย) จริง (อาจารย์สถาพร)

362
00:56:38,430 --> 00:56:42,430
√16 หรือว่ารากที่ 2 ของ 16

363
00:56:43,352 --> 00:56:46,709
ก็คืออะไร ก็คือนะครับ

364
00:56:46,709 --> 00:56:50,709
ครูจะเขียนแจกแจงให้ได้ดู

365
00:56:51,191 --> 00:56:53,055
ถ้ามันไม่มีตรงนี้ มันก็คือรากที่ 2

366
00:56:53,055 --> 00:56:56,629
ของ 16 ถ้ากระจายออก ก็จะเป็น

367
00:56:56,629 --> 00:57:00,629
4 x 4 ถูกไหม 4 x 4 = 16

368
00:57:07,192 --> 00:57:11,192
ตรงนี้ก็จะเหลือ

369
00:57:11,366 --> 00:57:13,584
ครับ ฉะนั้น ข้อที่ 1 เป็น... ข้อที่ 1 เป็นอะไร

370
00:57:13,584 --> 00:57:17,584
ทำถูกไหม เป็นจริง ข้อที่ 1 เป็นจริง

371
00:57:17,885 --> 00:57:19,910
ข้อที่ 2 ล่ะ

372
00:57:19,910 --> 00:57:23,910
ข้อที่ 2 พระอาทิตย์ขึ้น

373
00:57:23,972 --> 00:57:27,972
ทางทิศตตะวันตก

374
00:57:28,492 --> 00:57:32,492
จริงหรือเท็จ

375
00:57:36,294 --> 00:57:40,294
จริงหรือเท็จจริงครับ โน่ พระอาทิตย์ขึ้น

376
00:57:45,616 --> 00:57:49,616
ทางทิศตะวันตก จริงหรือเท็จ เท็จ พระอาทิตย์ต้องขึ้นทางทิศตะวันออก

377
00:57:49,798 --> 00:57:53,798
นะครับ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้ว

378
00:57:57,017 --> 00:57:57,726
ตะวัน ก็คือดวงอาทิตย์ใช่ไหม ทิศตะวันตก

379
00:57:57,726 --> 00:58:01,726
ก็หมายถึงว่าทิศที่พระอาทิตย์ดวงตะวันนั้นตก

380
00:58:04,996 --> 00:58:08,425
นะครับ ไม่ใช่ขึ้น นี่ดูง่าย ๆ ดูแดดที่มันจ้า ๆ

381
00:58:08,425 --> 00:58:12,425
ด้านหลังเราน่ะ นั่นแหละคือทิศตะวันออก

382
00:58:14,007 --> 00:58:18,007
ตรงนั้นคือทิศตะวันออก แดดจ้าเลย เห็นไหมครับ ทิศตะวันตกอยู่ฝั่งนี้ เหนือก็อยู่

383
00:58:18,563 --> 00:58:20,544
ด้านนี้ โอเค ฉะนั้น ข้อ 2

384
00:58:20,544 --> 00:58:24,544
เป็นเท็จ ข้อ 2 เป็นเท็จนะ

385
00:58:28,136 --> 00:58:29,356
ข้อ 3 ล่ะ จริงหรือเท็จ

386
00:58:29,356 --> 00:58:32,378
ข้อ 3 (นักศึกษาชาย) เท็จ (อาจารย์สถาพร)

387
00:58:32,378 --> 00:58:35,605
2 + 3

388
00:58:35,605 --> 00:58:39,605
เท็จ 2 + 3 ได้แค่

389
00:58:41,879 --> 00:58:45,213
5 จะไปมากกว่า 6 ได้อย่างไรใช่ไหม

390
00:58:45,213 --> 00:58:49,213
ก็เป็น... ข้อ 3 ก็เป็น... ห๊ะ ง่ายไหม

391
00:58:54,396 --> 00:58:58,173
ง่ายไหม ง่าย ดีดนิ้วก้อย

392
00:58:58,173 --> 00:59:01,872
ข้อที่ 4 ข้อ 4 5 - 3

393
00:59:01,872 --> 00:59:05,872
= 2 เป็นจริงหรือเท็จ ข้อ 4 แล้วนะ

394
00:59:06,375 --> 00:59:09,391
5 -

395
00:59:09,391 --> 00:59:13,226
2 น่ะ มันได้ 3 เหรอ

396
00:59:13,226 --> 00:59:17,226
มันได้ 2 เหรอ จริงหรือเท็จ (นักศึกษาชาย) เท็จอยู่แล้ว (อาจารย์สถาพร)

397
00:59:22,194 --> 00:59:26,194
เท็จนะครับ ข้อที่ 2 (นักศึกษาชาย) เท็จ (อาจารย์สถาพร) ข้อที่ 5 เดือนกุมภาพันธ์ มี

398
00:59:30,303 --> 00:59:34,303
30 วัน ข้อที่ 5 เดือนกุมภาพันธ์

399
00:59:35,551 --> 00:59:39,151
มี 30 วัน จริงหรือเท็จ จริงหรือเท็จ เท็จ

400
00:59:39,151 --> 00:59:43,151
นะครับ สุดท้ายข้อที่ 6

401
00:59:46,058 --> 00:59:50,058
10 น้อยกว่า 5 ข้อที่ 6 10 น้อยกว่า 5

402
00:59:52,220 --> 00:59:56,220
จริงหรือเท็จ ก็เป็น... เป็น

403
00:59:56,450 --> 00:59:58,219
เท็จ

404
00:59:58,219 --> 01:00:02,219
โอเค ทีนี้ ก่อนที่เราจะ

405
01:00:02,703 --> 01:00:06,703
นะครับ จะ

406
01:00:06,911 --> 01:00:10,911
แยกย้ายไป ครูจะให้พวกเราดูตรงนี้ไว้นะ ให้พวกเรา...

407
01:00:15,493 --> 01:00:19,493
สไลด์น่ะ มันมีอยู่ในไฟล์ที่

408
01:00:21,212 --> 01:00:25,212
ครูส่งไปแล้ว ใน LINE อยู่แล้วนะ ให้นักเรียนไปอ่านก่อนเรียน

409
01:00:26,474 --> 01:00:26,609
อาทิตย์หน้า เพราะเนื้อหามันจะเริ่ม อาจจะ

410
01:00:26,609 --> 01:00:27,879
เริ่มซับซ้อนขึ้นนิดหนึ่งนะครับ

411
01:00:27,879 --> 01:00:31,879
เมื่อกี้เรารู้จักสิ่งที่เราเรียกประพจน์ไปแล้ว

412
01:00:39,262 --> 01:00:42,091
ต่อมันจะไม่มีแค่ประพจน์เดียวแล้ว เราจะมาดู

413
01:00:42,091 --> 01:00:44,143
ประพจน์นี้จริงหรือเท็จ แค่ประพจน์เดียว

414
01:00:44,143 --> 01:00:44,409
มันจะมี 2 มี 3 หรือถ้าเรามีเวลา

415
01:00:44,409 --> 01:00:48,409
อาจจะไปถึง 4 ประพจน์ที่มันจะไปเชื่อมกัน

416
01:00:54,676 --> 01:00:56,840
ดูกันว่าพอประพจน์ทุกประพจน์

417
01:00:56,840 --> 01:00:58,635
มาเชื่อมกันแล้วน่ะ มันจะยังเป็นจริงหรือเป็นเท็จอยู่

418
01:00:58,635 --> 01:00:59,547
นะครับ ซึ่งนะครับ

419
01:00:59,547 --> 01:01:03,547
ตัวที่ใช้เชื่อมแต่ละประพจน์นั้น

420
01:01:11,087 --> 01:01:15,087
นะครับ ก็มีอยู่ทั้งหมด 4 ตัว นะครับ ประพจน์ ตัวที่เชื่อมประพจน์มีทั้งหมด

421
01:01:17,365 --> 01:01:18,795
4 ตัวนะครับ ดูตัวแรกก่อน ตัวแรก

422
01:01:18,795 --> 01:01:22,795
และ นะครับ คำว่า "และ" นะครับ

423
01:01:26,322 --> 01:01:30,322
เวลาเขียนสัญลักษณ์มันจะเป็นสัญลักษณ์

424
01:01:35,511 --> 01:01:39,511
สามเหลี่ยม สามเหลี่ยมชี้ขึ้นอย่างนี้ สามเหลี่ยมชี้ขึ้นอย่างนี้นะ

425
01:01:40,543 --> 01:01:43,936
คือคำว่า "และ" นะครับ เช่น

426
01:01:43,936 --> 01:01:47,936
พูดไปแล้วตั้งแต่ต้นคาบนะ เวลาเราแทนประพจน์ ตัวที่ 1 เราจะแทนด้วย p

427
01:01:56,282 --> 01:01:58,171
Poland นะ  ตัวที่ 2 นะ

428
01:01:58,171 --> 01:02:00,571
เป็นตัว q นะครับ เวลาเราเชื่อมและ

429
01:02:00,571 --> 01:02:01,489
เราก็ ประพจน์แรกนะครับ แล้วก็สัญลักษณ์

430
01:02:01,489 --> 01:02:04,596
ของและนะครับ แล้วก็ประพจน์ตัวที่ 2

431
01:02:04,596 --> 01:02:08,596
นะครับ เวลาอ่าน เราจะอ่านว่า

432
01:02:11,052 --> 01:02:14,937
p และ q หรือจะภาษาอังกฤษก็ได้ หรือ

433
01:02:14,937 --> 01:02:18,166
p ∧ q ก็ได้นะครับ

434
01:02:18,166 --> 01:02:22,166
โอเค

435
01:02:25,340 --> 01:02:28,919
ข้ามมาตัวที่ 2 เลยก็ได้นะครับ เชื่อมประพจน์

436
01:02:28,919 --> 01:02:31,168
ด้วยคำว่า "หรือ"

437
01:02:31,168 --> 01:02:35,168
หรือนี่ จะตรงข้ามกับ

438
01:02:35,280 --> 01:02:39,280
และนะครับ ตรงข้ามกัน

439
01:02:43,727 --> 01:02:47,360
และเมื่อกี้ชี้ขึ้นใช่ไหม แต่หรือเป็น

440
01:02:47,360 --> 01:02:48,407
ชี้ลงนะครับ เหมือนตัว

441
01:02:48,407 --> 01:02:52,407
V  V ภาษาอังกฤษเราน่ะ

442
01:02:53,118 --> 01:02:57,118
นะครับ เวลาเราเชื่อม ก็จะ

443
01:03:01,103 --> 01:03:01,160
เชื่อมเหมือนกัน เปลี่ยนแค่สัญลักษณ์ตรงตัวเชื่อม

444
01:03:01,160 --> 01:03:05,160
จาก "และ" เป็น "หรือ" เวลาเราอ่านก็จะเป็น p

445
01:03:10,651 --> 01:03:12,581
หรือ q นะครับ หรือว่า p ∨ q นะ

446
01:03:12,581 --> 01:03:16,581
ครับ แล้วแต่เราจะใช้ไทยหรืออังกฤษ

447
01:03:17,110 --> 01:03:20,863
โอเค ทีนี้ ไปดูตัวที่

448
01:03:20,863 --> 01:03:23,343
3

449
01:03:23,343 --> 01:03:27,343
นะครับ ตัวที่ 3 เรียกว่า "

450
01:03:35,952 --> 01:03:39,952
ถ้า...แล้ว..." นะครับ ถ้า...แล้ว... ใช้สัญลักษณ์เป็น

451
01:03:40,536 --> 01:03:42,404
ลูกศรหัวเดียว ลูกศร

452
01:03:42,404 --> 01:03:44,573
หัวเดียวนะครับ

453
01:03:44,573 --> 01:03:48,573
ดูตัวนี้ p

454
01:03:51,805 --> 01:03:55,805
แล้วก็มีเครื่องหมายเป็นลูกศรหัวเดียวนะ

455
01:03:59,365 --> 01:04:03,365
ถ้า p แล้ว q นะครับ ถ้า p แล้ว q นะครับ จะเป็น

456
01:04:08,611 --> 01:04:12,281
เครื่องหมายลูกศรหัวเดียว ทีนี้

457
01:04:12,281 --> 01:04:16,281
ตัวสุดท้าย ตัวที่ 4 นะครับ

458
01:04:16,832 --> 01:04:20,832
ตัวที่ 4 คือ คำว่า "ก็ต่อเมื่อ"

459
01:04:20,853 --> 01:04:24,853
...ก็ต่อเมื่อ... จะเป็นลูกศรเหมือนกัน จะเป็

460
01:04:32,975 --> 01:04:34,252
นที่มี... นะครับ มีหัวลูกศรทั้ง 2 ทางนะครับ เราจะอ่านว่า p

461
01:04:34,252 --> 01:04:38,252

462
01:04:45,109 --> 01:04:49,109
ก็ต่อเมื่อ q นะครับ ตรงนี้ เดี๋ยวให้พวกเรานะครับ กลับไปอ่านนะ ไปทำความเข้าใจ เดี๋ยวอาทิตย์หน้า

463
01:04:55,461 --> 01:04:57,873
เราจะมาทวนอีกรอบหนึ่ง

464
01:04:57,873 --> 01:05:00,012
เดี๋ยว

465
01:05:00,012 --> 01:05:04,012
อีกนิดหนึ่งตรงนี้

466
01:05:05,459 --> 01:05:06,174
นะครับ ตรงนี้

467
01:05:06,174 --> 01:05:10,174
เมื่อกี้ พูดเป็นข้อความไปแล้ว

468
01:05:13,490 --> 01:05:17,490
เดี๋ยวมาดูในรูปของสัญลักษณ์นะ อาทิตย์หน้าเราจะได้มาทำ

469
01:05:20,348 --> 01:05:24,348
โจทย์กันนะครับ พูดไปแล้วว่า

470
01:05:26,417 --> 01:05:29,778
ในทางตรรกศาสตร์เราจะใช้สัญลักษณ์ว่า p q

471
01:05:29,778 --> 01:05:30,379
r นะครับ กรณีมีแค่

472
01:05:30,379 --> 01:05:34,379
3 ประพจน์ ถ้ามี 4 ประพจน์ก็ต้องเพิ่มไปอีก

473
01:05:34,574 --> 01:05:37,249
ตรงนี้เอาแค่ 3 ก่อนนะ

474
01:05:37,249 --> 01:05:39,823
กรณีแรก ข้อที่ 1

475
01:05:39,823 --> 01:05:43,823
ถ้าประพจน์ย่อยมีแค่ 1 เหมือนที่เราพูดไปเมื่อกี้ ประเทศไทย

476
01:05:50,245 --> 01:05:54,245
มีทั้งหมด 77 จังหวัด 2 + 2 ได้ 3 ไม่สนใจหรอก ว่าจริงหรือเท็จ แต่มันจะมี

477
01:06:00,535 --> 01:06:04,065
แค่ 2 กรณี จริงหรือเท็จนะครับ ดูจากตรงนี้

478
01:06:04,065 --> 01:06:06,803
ถ้าเรามีแค่ p ตัวเดียว มีประพจน์ตัวเดียว มันจะมีจริงกับเท็จ

479
01:06:06,803 --> 01:06:10,803
แค่นั้น มีอยู่แค่ 2 กรณี

480
01:06:11,875 --> 01:06:14,502
จริงหรือเท็จ แต่ถ้า

481
01:06:14,502 --> 01:06:18,502
มันเพิ่มขึ้นมาล่ะ ถ้ามันเกิดการเชื่อมของประพจน์ขึ้นมาแล้ว

482
01:06:20,750 --> 01:06:22,481
ถ้ามีประพจน์ย่อย 2 ประพจน์แล้ว มี

483
01:06:22,481 --> 01:06:26,481
p แล้วก็ต้องมี q ความเป็นจริง

484
01:06:29,521 --> 01:06:31,241
ที่จะเกิดขึ้นได้ ก็เพิ่มมาเป็น 2 กรณีแล้วนะครับ

485
01:06:31,241 --> 01:06:35,241
เพิ่มขึ้นมาเป็น 4 กรณี ครูขอโทษ ขอโทษ เพิ่ม

486
01:06:42,103 --> 01:06:42,897
ขึ้นว่ามี 4 กรณีนะครับ

487
01:06:42,897 --> 01:06:46,330
ดูจากกราฟ ดูจากกราฟด้านซ้ายมือนี้ก่อน

488
01:06:46,330 --> 01:06:50,330
ครับ ถ้ามี 2... ถ้ามี

489
01:06:54,782 --> 01:06:58,782
ประพจน์เดียว มีแค่ 2 กรณี แต่ถ้ามี 2 ประพจน์เมื่อไหร่นะครับ

490
01:07:01,477 --> 01:07:05,477
ความเป็นจริงจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 4 1 2 3 4 ลองแทนดูนะ มันจะไม่ซ้ำกัน ลองมาเขียนเป็นตาราง

491
01:07:09,952 --> 01:07:13,305
นี่ ตรงตารางมันจะดูง่าย ทุกคนดูแต่ละบรรทัดมันจะไม่ซ้ำ

492
01:07:13,305 --> 01:07:17,305
กันเลย รูปแบบ มันจะคล้าย ๆ กันเลย

493
01:07:17,526 --> 01:07:21,526
ความน่าจะเป็นจากอาทิตย์ที่แล้ว ครับ สังเกตดู

494
01:07:22,216 --> 01:07:25,847
ประพจน์แรกเป็นจริง ประพจน์ที่ 2 เป็นจริง

495
01:07:25,847 --> 01:07:29,847
ประพจน์แรกเป็นจริง

496
01:07:32,740 --> 01:07:36,740
ประพจน์แรกเป็นเท็จ ประพจน์สองเป็นจริง

497
01:07:37,996 --> 01:07:39,341
แล้วก็ทั้งสองประพจน์เป็นเท็จ ทุกคนสังเกตนะครับ

498
01:07:39,341 --> 01:07:40,241
ทุกบรรทัดจะไม่ซ้ำกันเลย

499
01:07:40,241 --> 01:07:44,241
นะครับ เป็นเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมด

500
01:08:11,308 --> 01:08:15,308
ค่าความเป็นจริง ทุกคนดูบนกระดานนะ

501
01:08:18,253 --> 01:08:21,651
ถ้ามันมีแค่

502
01:08:21,651 --> 01:08:24,439
ประพจน์เดียวนะครับ จำนวนประพจน์

503
01:08:24,439 --> 01:08:28,439
นะครับ เลขยกกำลังนั่นเอง ความเป็น...

504
01:08:29,223 --> 01:08:29,602
ค่าความเป็นจริงมีแค่จริงกับเท็จ ก็คือ

505
01:08:29,602 --> 01:08:33,602
2 ยกกำลัง 1

506
01:08:36,372 --> 01:08:36,938
นะครับ จะมีความเป็นไปได้เท่ากับ 2 ถ้ามันมี

507
01:08:36,938 --> 01:08:40,938
2 ประพจน์ มี 2 ตัว เลขยกกำลังก็จะกลายเป็น

508
01:08:43,933 --> 01:08:47,354
2 ยกกำลัง 2 ก็คือ 2 x 2 ได้ 4

509
01:08:47,354 --> 01:08:51,189
ถ้ามันมี 3 ตัวนะครับ

510
01:08:51,189 --> 01:08:54,221
ถ้ามี 3 ตัว ก็กลายเป็น 2 คูณกัน 3

511
01:08:54,221 --> 01:08:56,718
ได้ 8 ถ้าเวลาเราว่างพอ

512
01:08:56,718 --> 01:09:00,718
เราอาจจะเพิ่มประพจน์มาเป็น 4

513
01:09:00,773 --> 01:09:04,773
ตรงนี้ก็กลายเป็น 2 ยกกำลัง 4

514
01:09:09,766 --> 01:09:13,766
2 ยกกำลัง 4 ก็กลายเป็น 16 นะครับ ซึ่งเราจะต้องมากระจายตารางนี้

515
01:09:16,502 --> 01:09:20,502
ให้ครบทั้งหมด 16 ตัวนะครับ ถ้าเรามีเวลาขนาดนั้นนะ

516
01:09:22,385 --> 01:09:26,385
ทีนี้ สุดท้ายแล้ว สุดท้ายแล้ว สุดท้ายของวันนี้แล้ว

517
01:09:35,536 --> 01:09:36,912
นะครับ เราสิ้นสุดตรงนี้แหละ แค่ 3 ประพจน์นี้

518
01:09:36,912 --> 01:09:40,680
นะครับ ที่ครูเขียนไป มี

519
01:09:40,680 --> 01:09:44,680
p q แล้วก็ r ทุกคนเห็นไหม ค่าความ

520
01:09:46,967 --> 01:09:47,280
เป็นจริงนะครับ ค่าความเป็นจริงจะเป็นไปได้

521
01:09:47,280 --> 01:09:51,280
8 กรณี เวลาเราเขียนกระจาย

522
01:09:56,166 --> 01:09:57,244
จะออกมาในลักษณะตารางเมตร ทุกคนลอง

523
01:09:57,244 --> 01:10:01,244
กลับไปดูที่บ้านเลยก็ได้นะ ทุกบรรทัดในนี้

524
01:10:03,896 --> 01:10:06,502
ไม่มีการซ้ำกันเลย ตรงนี้ทุกคนต้องเขียนให้ได้นะ

525
01:10:06,502 --> 01:10:10,502
โอเค วันนี้ก็สุดท้ายแล้ว มีแค่นี้แหละ

526
01:10:13,633 --> 01:10:17,596
นะครับ แต่ว่ามีการบ้านอยู่

527
01:10:17,596 --> 01:10:21,596
นิดหนึ่ง การบ้านไม่ได้ให้ทำ แต่ให้เรากลับไปศึกษา

528
01:10:22,853 --> 01:10:26,853
สไลด์ที่เหลือ หน้าที่เหลือนะครับ

529
01:10:30,758 --> 01:10:31,167
ให้พวกเราไปดูตารางพวกนี้ 1 2 3 4 นี้ นะครับ

530
01:10:31,167 --> 01:10:35,167
ไปดูมานะ อาทิตย์หน้าเดี๋ยวครูจะพา

531
01:10:38,042 --> 01:10:39,477
ทำ

532
01:10:39,477 --> 01:10:43,477
ให้พวกเรากลับไปศึกษาก่อนนะครับ

533
01:10:44,808 --> 01:10:47,338
ถ้าเรียนเลย เดี๋ยวมันจะงง ให้พวกเราไปศึกษ

534
01:10:47,338 --> 01:10:51,338
าก่อน พอเข้าใจนะครับ หรือถ้าไม่เข้าใจ กฤษฎาก็

535
01:10:56,507 --> 01:11:00,507
ไปถามครูได้นะครับ ตรงนี้จะทำให้อาทิตย์หน้า

536
01:11:01,248 --> 01:11:05,248
เราไปได้... ได้เร็วขึ้นนะครับ ไปเร็วขึ้น

537
01:11:06,088 --> 01:11:08,935
แล้วก็เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะ เพราะครู

538
01:11:08,935 --> 01:11:12,935
ดู ดูแล้ว ถ้าเราเรียนเนื้อหาอะไรแล้วไปเลยนี่

539
01:11:19,929 --> 01:11:23,929
เดี๋ยวมันจะทำให้พวกเราเข้าใจได้ยาก เข้าใจได้ช้านะ จะเป็นปัญหา ตรงนี้จะช่วยเราได้

540
01:11:25,654 --> 01:11:26,216
นะครับ หวังว่าพวกเราจะกลับไปนะครับ กลับไป

541
01:11:26,216 --> 01:11:30,168
อ่านนะ ไปดูนะ

542
01:11:30,168 --> 01:11:30,516
โอเค

543
01:11:30,516 --> 01:11:34,516
ส่วนวันนี้ก็ทุกคน

544
01:11:37,905 --> 01:11:40,571
ทุกคนขอบคุณคุณครูล่ามก่อน

545
01:11:40,571 --> 01:11:44,571
ทุกคนขอบคุณคุณครูล่ามด้วย

546
01:11:47,626 --> 01:11:51,626
ขอบคุณมากนะครับคุณครูล่าม เดี๋ยว

547
01:11:53,895 --> 01:11:57,895
ผมจะจองไปในระบบเลยนะ (ล่าม) ได้ครับ (อาจารย์สถาพร) เพราะเขาบอกให้จองอาทิตย์หนึ่

548
01:12:05,195 --> 01:12:07,855
ง มาทำความเคารพคุณครู (ล่าม) ได้ครับ ขอบคุณครับ (อาจารย์สถาพร)  ขอบคุณคุณครู

549
01:12:07,855 --> 01:12:11,670
(ล่าม) ครับ ขอบคุณครับ

550
01:12:11,670 --> 01:12:15,670
(อาจารย์สถาพร) โอเค

551
01:12:29,196 --> 01:12:33,196
[สิ้นสุดการถอดความ]

