﻿1
00:00:11,912 --> 00:00:14,124
(อาจารย์สุรีย์พัชร) สวัสดีค่ะ

2
00:00:14,124 --> 00:00:18,124
สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคนนะคะ

3
00:00:19,801 --> 00:00:21,947
จากครั้งที่แล้วสอบนะ

4
00:00:21,947 --> 00:00:25,947
อยากทราบคะแนนไหม ถ้าอยากทราบหนูยกมือให้

5
00:00:30,523 --> 00:00:34,523
อาจารย์ดูหน่อยค่ะ ได้สอบใหม่ โอเค 1 2

6
00:00:34,692 --> 00:00:38,692
โอเคครับ มาร์ค อีกคนไม่อยากทราบคะแนน

7
00:00:42,816 --> 00:00:46,816
เหรอคะ โต๊ะ 7 ค่ะ เอ้า หนูไม่ยกมือ ไม่บอกคะแนนนะ

8
00:00:48,092 --> 00:00:49,835

9
00:00:49,835 --> 00:00:53,835
หนูไม่อยากทราบคะแนน ไม่บอก 1 คน

10
00:00:57,633 --> 00:00:59,619
ใครทักท้วงคะแนนได้นะคะ

11
00:00:59,619 --> 00:01:03,619
ทำไมหนูถึงได้คะแนนไม่เท่าเพื่อน ทั้ง ๆ

12
00:01:07,128 --> 00:01:07,508
ที่หนูนั่งสอบข้าง ๆ กัน หนูท้วงได้นะคะ อาจารย์

13
00:01:07,508 --> 00:01:11,508
มีเหตุผล มีเหตุผลหมดเลย เพราะข้อแรก

14
00:01:18,604 --> 00:01:20,250
เลย คือ เวลาหนูสอบ รู้ค่ะว่าหนูค้น 1. ล่ะ อาจารย์บอกให้ออกแบบหน้าจอ แต่

15
00:01:20,250 --> 00:01:21,857
หนูเขียนมาเป็นข้อ ๆ ๆ ๆ แต่ใครเขียน

16
00:01:21,857 --> 00:01:25,857
ได้หน้าจอ  ถ้าอาจารย์อ่านแล้วได้หน้าจอ

17
00:01:32,087 --> 00:01:33,312
ตัดไปค่ะ เราให้คะแนนกึ่งหนึ่ง แต่ถ้าบางคนเขียนมาแล้วไม่ได้หน้าจอเลย คือ หนู

18
00:01:33,312 --> 00:01:37,312
ต้องวาดหน้าจอ แต่หนูกลับไม่วาด หนู Copy ข้อความ

19
00:01:39,008 --> 00:01:43,008
มาวาง และมี 2 คนเหมือนกัน

20
00:01:44,127 --> 00:01:46,024
แม้แต่จุดผิด จำเป็นต้องเอาคะแนน

21
00:01:46,024 --> 00:01:50,024
น้อยที่สุดตั้ง หารด้วยจำนวนคนเหมือน

22
00:01:54,758 --> 00:01:57,511
นั่นคือคะแนนของหนู รู้สึกจะ 4 คนด้วย

23
00:01:57,511 --> 00:01:59,312
นะคะ แล้วคะแนนก็น้อยด้วยนะ

24
00:01:59,312 --> 00:02:00,152
ดูนะคะ

25
00:02:00,152 --> 00:02:04,152
ใจเย็นนะ ใจเย็น

26
00:04:06,940 --> 00:04:08,625
ไม่ทราบหนูเห็นคะแนนไหมคะ

27
00:04:08,625 --> 00:04:12,625
โดยเฉพาะช่อง Mid นะคะ ของ Midterm

28
00:04:19,979 --> 00:04:22,740
ช่อง Midterm คือช่องนี้ ช่อง i

29
00:04:22,740 --> 00:04:26,303
วุฒิชัย

30
00:04:26,303 --> 00:04:27,011
17 เต็ม 30 นะ

31
00:04:27,011 --> 00:04:31,011
เต็ม 30 นะคะ เดชมงคล 27

32
00:04:32,710 --> 00:04:36,710
ถามว่าทำไมเดชมงคลถึงทำได้มาก ข้อที่อาจารย์พูดนั่นแหละค่ะ

33
00:04:39,899 --> 00:04:42,873
ที่ออกแบบหน้าจอ มีเขาคนเดียวเท่านั้น

34
00:04:42,873 --> 00:04:46,873
ที่สามารถเขียนรายละเอียดออกมาเป็นหน้าจอได้ตามต้องการนะคะ ต่อมาค่ะ

35
00:04:50,203 --> 00:04:50,256
กฤตกรนะคะ 22

36
00:04:50,256 --> 00:04:54,256
แล้วก็ทัตเทพ 23

37
00:04:56,799 --> 00:04:57,486
อนงค์นาฏ 19 นะ

38
00:04:57,486 --> 00:05:01,486
ปรางหทัย 23 และภัทรพร

39
00:05:05,466 --> 00:05:09,466
19 ภัทรพร

40
00:05:11,655 --> 00:05:13,930
ตอบคำตอบสลับข้อ และองุ่นก็ตอบคำถาม

41
00:05:13,930 --> 00:05:17,930
ไม่ตรงคำถาม อาจารย์จะ

42
00:05:24,346 --> 00:05:26,056
ส่งข้อสอบกับข้อที่หนูผิดนะ อาจารย์จะส่งกลับ

43
00:05:26,056 --> 00:05:27,736
เป็นอย่างไรนะ จะได้รู้แล้ว

44
00:05:27,736 --> 00:05:29,153
ว่าจะแก้ไขเพื่อมีคะแนนแก้ด้วย

45
00:05:29,153 --> 00:05:33,153
หนูเห็นนะคะ ช่อง D. Dog จะเป็นช่องตอบคำถาม

46
00:05:38,843 --> 00:05:41,956
หนูตอบคำถามอยู่ในกระดาษของอาจารย์เรียบร้อยแล้ว

47
00:05:41,956 --> 00:05:45,956
คะแนนจะปรากฏขึ้นที่นี่

48
00:05:46,442 --> 00:05:48,550
วัดอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้วัด 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ ตามที่แจ้ง

49
00:05:48,550 --> 00:05:52,550
คะแนนงาน จำได้ใช่ไหมคะ ทุกท้ายบทจะมีงานทั้งหมดเลย

50
00:05:55,244 --> 00:05:57,454
นะคะ ส่วนโปรเจกต์จะเป็นการออกแบบหน้าจอ

51
00:05:57,454 --> 00:06:01,454
แล้วหนูต้องตอบให้ได้ว่าหนูจะสื่อถึงใคร

52
00:06:02,813 --> 00:06:06,813
นะคะ เช่น ตี๋น้อยต้องการจะออกแบบให้กับผู้พิการทางสายตา

53
00:06:09,544 --> 00:06:13,544
แต่หนูไม่สามารถที่จะทำคีย์บอร์ดเป็นอักษรเบรลล์ได้

54
00:06:18,923 --> 00:06:22,923
ถามว่าครั้งนี้สำเร็จไหมคะ ใครว่าสำเร็จยกมือขึ้นสิคะ ตี๋น้อยทำโปรเจกต์นี้

55
00:06:26,134 --> 00:06:28,368
ทำไมถึง

56
00:06:28,368 --> 00:06:32,368
ไม่สำเร็จคะ อาจารย์ขอคำตอบของหมายเลข 2 ลูก กุ้งเต้น

57
00:06:33,052 --> 00:06:37,052
เพราะ... กุ้งเต้นตอบอาจารย์หน่อยค่ะ

58
00:07:28,184 --> 00:07:32,184
ค่ะ หนูตอบอาจารย์หน่อยค่ะน้อง

59
00:07:33,714 --> 00:07:37,714
กุ้งเต้น ทำไมถึงไม่สำเร็จคะ ตี๋น้อยทำ...

60
00:07:39,332 --> 00:07:43,332
เพราะ...

61
00:08:02,940 --> 00:08:05,392
กุ้งเต้นตอบสิคะลูก ตอบหรือยังคะ เพราะอะไรเอ่ย

62
00:08:05,392 --> 00:08:09,392
ตี๋น้อยเขียนโปรแกรมนะลูกนะ ให้กับ

63
00:08:11,632 --> 00:08:15,632
ผู้พิการทางสายตา แต่คีย์บอร์ดของตี๋น้อย

64
00:08:19,243 --> 00:08:22,383
ไม่ใช่อักษรเบรลล์

65
00:08:22,383 --> 00:08:26,383
ถือว่าตี๋น้อยทำสำเร็จไหมคะการออกแบบครั้งนี้

66
00:08:29,601 --> 00:08:30,943
และถ้าสำเร็จ สำเร็จเพราะอะไร ถ้าไม่สำเร็จ ไม่สำเร็จ

67
00:08:30,943 --> 00:08:34,943
เพราะอะไร (ล่าม) คิดว่าสำเร็จค่ะ

68
00:08:35,514 --> 00:08:37,636
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เพราะ...

69
00:08:37,636 --> 00:08:41,636
(ล่าม) ออกแบบเรียบร้อยค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ออกแบบเรียบร้อย

70
00:08:46,591 --> 00:08:50,591
แล้วผู้พิการทางสายตาใช้งานได้ไหมคะ

71
00:09:11,112 --> 00:09:15,112
(ล่าม) สามารถพิมพ์ได้ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) สามารถพิมพ์ได้ แต่อาจารย์บอกว่า

72
00:09:17,555 --> 00:09:19,067
นั้น ตี๋น้อยไม่ได้ออกแบบเป็นอักษรเบรลล์นะคะ

73
00:09:19,067 --> 00:09:23,067
แสดงว่าในคีย์บอร์ดนั้น

74
00:09:26,407 --> 00:09:30,407
เป็นคีย์บอร์ธรรมดา ก็คือไม่มีตัวอักษรเบรลล์ให้กับผู้พิการทางสายตาเลย แล้วเขาจะพิมพ์ได้

75
00:09:31,964 --> 00:09:35,964
เหรอคะ ได้ไหมลูก

76
00:09:50,507 --> 00:09:54,507
(ล่าม) หนูไม่แน่ใจน่ะค่ะ ว่าต้อง...

77
00:09:55,429 --> 00:09:59,429
คนตาบอด... (อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่แน่ใจ กุ้งเต้นลอง

78
00:10:04,926 --> 00:10:08,926
หลับตาดูนะคะลูก ถ้าหนูหลับตาแล้วพิมพ์ คืออ่านว่า...

79
00:10:12,475 --> 00:10:16,414

80
00:10:16,414 --> 00:10:20,414
ความสงสัยตรงนี้ ตรงนี้มันเกิดเลยน่ะ

81
00:10:24,314 --> 00:10:28,314
กุ้งเต้นหนูลองคิดดี ๆ สิคะ ถ้าเป็นคีย์บอร์ด

82
00:10:32,491 --> 00:10:36,491
เป็นธรรมดา หนูลองมองคีย์บอร์ดบนโต๊ะ

83
00:10:36,536 --> 00:10:37,233
พอหนูมองปั๊บ หนูจะเห็นเลยว่า

84
00:10:37,233 --> 00:10:40,260
หนูต้องเห็น หนูถึงจะสามารถพิมพ์ได้

85
00:10:40,260 --> 00:10:41,869
แต่ถ้าหนูหลับตา หนูมองไม่เห็นเลย

86
00:10:41,869 --> 00:10:45,869
หนูจะเห็นไหมลูก อักขระที่อยู่บนคีย์บอร์ด

87
00:10:53,367 --> 00:10:57,367
(ล่าม) ค่ะ ใช่ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) แปลว่าอย่างไรคะลูก

88
00:11:03,086 --> 00:11:07,086
ตกลงออกแบบในครั้งนี้สำเร็จไหม

89
00:11:12,530 --> 00:11:16,530
ผู้ที่มีคะแนนสูงนะนี่

90
00:11:23,309 --> 00:11:25,460
อาจารย์ถามคนที่มีคะแนนสูงนะ

91
00:11:25,460 --> 00:11:29,460
กุ้งเต้นตอบว่าอะไรคะ

92
00:11:30,189 --> 00:11:34,189
(ล่าม)

93
00:11:34,571 --> 00:11:36,545
ไม่แน่ใจค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่แน่ใจ

94
00:11:36,545 --> 00:11:40,545
โอเค ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจคำถาม ไม่เป็นอะไร

95
00:11:44,634 --> 00:11:48,634
อาจารย์ขอโยนไปให้โต๊ะที่ 8 มาร์กี้

96
00:11:50,887 --> 00:11:54,704
มาร์กี้ครับ คำถาม

97
00:11:54,704 --> 00:11:58,704
เดิม ตี๋น้อยเขียนนะคะ เขียนงาน โดยการออกแบบหน้าจอ เพื่อที่จะ

98
00:12:05,860 --> 00:12:07,274
ให้กับ... สนับสนุนให้กับผู้พิการทางสายตา

99
00:12:07,274 --> 00:12:07,727
แต่เขาจะต้องทำให้คีย์บอร์ดนั้น

100
00:12:07,727 --> 00:12:11,371
หรือหน้าจอมีอักษรเบรลล์ถูกไหมคะ แต่

101
00:12:11,371 --> 00:12:15,371
ตี๋น้อยไม่ได้ออกแบบตรงนั้นเลย เป็นการออกแบบ

102
00:12:17,987 --> 00:12:21,987
ธรรมดา ถามว่าการออกแบบครั้งนี้ผู้พิการทางสายตา

103
00:12:24,227 --> 00:12:26,978
ได้รับผลประโยชน์หรือไม่ ถ้าไม่ได้

104
00:12:26,978 --> 00:12:30,978
ไม่ได้เพราะอะไรคะ มาร์กี้ตอบเลยลูก 2 แต้มเป็นของหนูค่ะ ได้หรือไม่ได้คะ

105
00:12:31,766 --> 00:12:35,185
คิดว่าครั้งนี้สำเร็จไหมคะ

106
00:12:35,185 --> 00:12:38,254
ตี๋น้อยออกแบบได้สำเร็จไหม

107
00:12:38,254 --> 00:12:42,254
หนูลองคิดสิคะ ถ้าหนูมองไม่เห็น

108
00:12:44,924 --> 00:12:48,924
คีย์บอร์ดเลย หนูจะสามารถพิมพ์ได้ไหมคะ

109
00:12:54,230 --> 00:12:58,230
(ล่าม) น่าจะได้นิดหน่อยครับ ผมไม่แน่ใจ

110
00:13:00,661 --> 00:13:04,616
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ใช้ความจำ แสดงน้อง

111
00:13:04,616 --> 00:13:08,616
ใช้ความจำ โอเค โอเค หนูมีความจำเป็นเลิศ

112
00:13:10,360 --> 00:13:14,191
เข้าใจ เข้าใจแล้ว หนูใช้

113
00:13:14,191 --> 00:13:18,191
ความจำ คืออันว่า... หนูต้องตอบว่า

114
00:13:18,930 --> 00:13:22,266
คำถามข้อนี้น่ะ ถ้าหนูตอบว่าได้

115
00:13:22,266 --> 00:13:26,266
อันดับแรกเลยค่ะ อาจารย์กากบาท

116
00:13:33,735 --> 00:13:37,735
ถ้าหนูจะออกแบบให้ผู้พิการทางสายตา ขาดองค์ประกอบหลัก

117
00:13:38,458 --> 00:13:39,358
ซึ่งองค์ประกอบหลัก ก็คืออักษารเบรลล์

118
00:13:39,358 --> 00:13:43,358
ตอบครั้งนี้ตี๋น้อยไม่มีคะแนนเลย เพราะไม่ได้ซับพอร์ตให้ผู้พิการ

119
00:13:51,268 --> 00:13:55,268
ในขณะเดียวกันนะคะ กุ้งเต้นกำลังจะออกแบบนิทานอันหนึ่ง ให้กับผู้พิการทางหู มีปัญหา

120
00:13:58,262 --> 00:14:02,262
กับการได้ยิน เขาไม่ได้ยินเสียงเลยน่ะ แต่กุ้งเต้นไม่ได้เอาเสียงเข้าไปในระบบนั้น ถ้าว่า

121
00:14:03,642 --> 00:14:06,975
กุ้งเต้นออกแบบครั้งนี้จะได้คะแนนหรือไม่คะ อาจารย์ขอหมายเลข 7 ตอบค่ะ

122
00:14:06,975 --> 00:14:09,703
หมายเลข 7 ลูก

123
00:14:09,703 --> 00:14:13,703
ค่ะ

124
00:14:14,174 --> 00:14:18,174
ได้ไหมคะ

125
00:14:25,410 --> 00:14:29,410
(ล่าม) สำหรับคนตาบอดจะต้อง

126
00:14:33,665 --> 00:14:33,747
ใช้อักษรเบรลล์น่ะค่ะ...

127
00:14:33,747 --> 00:14:37,747
สายตาปกติ

128
00:14:41,034 --> 00:14:45,034
คือ ใช้สายตาดูได้ค่ะ

129
00:14:49,290 --> 00:14:53,290
คนตาบอดสามารถใช้อักษรเบรลล์ค่ะ

130
00:15:01,960 --> 00:15:05,960
แล้วก็สามารถฟังเสียงได้ด้วยได้เหมือนกันค่ะ

131
00:15:19,322 --> 00:15:19,961
(อาจารย์สุรีย์พัชร) มั่นใจว่าน้องตอบได้นะ มั่นใจอยู่นะว่าน้องตอบได้

132
00:15:19,961 --> 00:15:23,049
โอ้โห

133
00:15:23,049 --> 00:15:24,571
มองไม่เห็น

134
00:15:24,571 --> 00:15:28,571
เบามาก ฟังไม่ได้ยินเลย

135
00:15:36,191 --> 00:15:40,191
พี่ล่ามช่วยแปลของน้องใหม่ได้ไหมคะ คำตอบน่ะค่ะ

136
00:15:41,134 --> 00:15:45,134
เสียงเบามาก ๆ เลย เมื่อสักครู่

137
00:15:48,670 --> 00:15:52,670
(ล่าม)  สำหรับคนตาบอดนะคะ

138
00:15:56,358 --> 00:16:00,358
สามารถใช้มือทำอักษรเบรลล์ได้น่ะค่ะ แล้วก็ได้ยินเสียงไป

139
00:16:05,442 --> 00:16:08,778
พร้อม ๆ กันได้ค่ะ แต่ว่าสำหรับตัวคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

140
00:16:08,778 --> 00:16:12,778
ถ้ามีประโยชน์จะต้องมี

141
00:16:14,464 --> 00:16:18,464
เสียงด้วยค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ก็แสดงว่า

142
00:16:18,775 --> 00:16:22,775
กุ้งเต้นทำไม่สำเร็จถูกไหมคะ เพราะขาดเสียง จริงไหม

143
00:16:30,416 --> 00:16:33,391
ใช่ไหมคะ (ล่าม) ค่ะ ใช่ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเคค่ะ

144
00:16:33,391 --> 00:16:37,391
เข้าบทเรียน หนูเข้าไปดูใน Classroom นะคะ

145
00:16:37,392 --> 00:16:41,392
อาจารย์ให้สไลด์เรียบร้อยแล้ว

146
00:16:41,602 --> 00:16:43,152
เรื่องของ Universal Design หนูเรียน

147
00:16:43,152 --> 00:16:47,152
มาทั้งหมด เป็นในลักษณะเตรียม Implement เพื่อ

148
00:16:52,903 --> 00:16:53,112
Connect กับผู้ใช้ เราจะทำอย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างเรา

149
00:16:53,112 --> 00:16:57,112
จะต้องสัมผัสรู้ได้ เราต้องทำอย่างไร อย่างเช

150
00:17:03,388 --> 00:17:06,339
่น กุ้งเต้นจับเมาส์พอดีเลย พอจับเมาส์ปุ๊บ คอมพิวเตอร์รู้ทันทีเลยค่ะ ว่าตอนนี้เมาส์มีการขยับ

151
00:17:06,339 --> 00:17:10,339
นั่นคือการต่อทันที แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่

152
00:17:11,512 --> 00:17:14,835
ตี๋น้อยมาจับเมาส์เดียวกับกุ้งเต้นปุ๊บ

153
00:17:14,835 --> 00:17:15,342
เกิดอะไรเกิดขึ้นคะ สิ่งแวดล้อมเกิดขึ้น ก็เกิด

154
00:17:15,342 --> 00:17:19,342
ทำไมคะ เกิดการหน่วงของเวลา เกิดการ

155
00:17:19,473 --> 00:17:22,437
คุยกัน นั่นเขาเรียกว่าอะไรคะ

156
00:17:22,437 --> 00:17:26,437
พูดง่าย ๆ คือมีความคิด

157
00:17:34,308 --> 00:17:38,308
มากขึ้น ก็เกิดการเสียงมากขึ้น เข้าไปดูสไลด์ได้เลยค่ะ

158
00:18:15,425 --> 00:18:17,360
หนูเปิดใน Classroom ได้เลยนะคะ อาจารย์เปิดให้เรียบร้อยแล้ว

159
00:18:17,360 --> 00:18:18,203
Universal Design อ้าว

160
00:18:18,203 --> 00:18:22,203
คราวนี้ภาษาอังกฤษมาแล้ว ขอ...

161
00:18:23,404 --> 00:18:27,404
ตี๋น้อยได้ไหมคะ

162
00:18:28,726 --> 00:18:32,726
Universal แปลว่าอะไรลูก

163
00:18:32,933 --> 00:18:36,933
Universal

164
00:18:44,994 --> 00:18:48,994
ตามความเข้าใจของตี๋น้อยเลยนะคะ

165
00:18:52,349 --> 00:18:56,349
ตามความเข้าใจของหนูเลยลูก ไม่ต้องค้นก็ได้ หนูตอบเลยลูก

166
00:18:59,298 --> 00:18:59,631
เป็นกว้างหรือแคบก็ได้ค่ะ Universal

167
00:18:59,631 --> 00:19:03,631
กว้างหรือแคบ ลักษณะ

168
00:19:04,995 --> 00:19:08,546
อาจจะกว้างหรือแคบคะ Universal

169
00:19:08,546 --> 00:19:10,667

170
00:19:10,667 --> 00:19:14,667
(ล่าม) กว้างครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค เยี่ยม เดี๋ยวอาจารย์หา

171
00:19:16,337 --> 00:19:20,337
ดินสอ ปากกาก่อน แป๊บหนึ่ง

172
00:19:24,796 --> 00:19:28,796
เมื่อกี้มาร์กี้นะ

173
00:19:30,632 --> 00:19:34,632
อีกคนหนึ่ง กุ้งเต้นด้วยอีก 1 ค่ะ

174
00:19:36,875 --> 00:19:40,875
ข้าง ๆ มาร์กี้ องุ่น

175
00:19:55,823 --> 00:19:59,823
ขอเขียนก่อนนะ

176
00:20:00,786 --> 00:20:04,786
กุ้งเต้น

177
00:20:08,060 --> 00:20:08,681
1 แต้มค่ะ

178
00:20:08,681 --> 00:20:12,681
มาร์กี้ เมื่อสักครู่นี้นะคะ

179
00:20:16,070 --> 00:20:18,923
2 แต้มค่ะ และข้าง ๆ มาร์กี้ค่ะ

180
00:20:18,923 --> 00:20:22,923
ชื่ออะไรนะลูก องุ่นนะคะ องุ่น

181
00:20:24,497 --> 00:20:27,611
1 แต้มค่ะ โอเค ตี๋น้อย

182
00:20:27,611 --> 00:20:31,611
ตอบได้ครึ่งเดียวนะคะ อาจารย์ขอให้ตี๋น้อยครึ่งคะแนนค่ะ

183
00:20:37,737 --> 00:20:40,756
ทัตเทพ

184
00:20:40,756 --> 00:20:44,756
นะคะ ตี๋น้อย เดี๋ยวอาจารย์ถ่ายรูปให้ดูน

185
00:20:46,192 --> 00:20:50,192
ะคะ วันนี้นะ สิ้นคาบจะถ่ายรูปคะแนนกาาตอบคำถามให้

186
00:20:51,161 --> 00:20:52,319
แล้วหนูก็ไปบวกกับคะแนนกลางภาคนะ หนูจะได้รู้คะแนน

187
00:20:52,319 --> 00:20:54,992
เบื้องต้นนะ มา

188
00:20:54,992 --> 00:20:58,992
พอกว้างปุ๊บ การออกแบบ

189
00:21:01,043 --> 00:21:05,043
ตอนแรก เมื่อสักครู่ที่เราสอบไปนี่ หนูรู้กฎ

190
00:21:06,146 --> 00:21:10,010
ในการออกแบบแล้ว เมื่อหนูรู้กฎในการออกแบบ

191
00:21:10,010 --> 00:21:14,010
กฎ ก็คือกฎค่ะ

192
00:21:15,447 --> 00:21:17,956
แต่กฎมันก็มีโอกาสที่จะขยับ หรือมี

193
00:21:17,956 --> 00:21:21,956
การขยายได้เช่นเดียวกัน หนูมาดูในแต่ละข้อ

194
00:21:22,732 --> 00:21:25,059
เขาบอกว่า Equitable use

195
00:21:25,059 --> 00:21:29,059
ถ้าหนูจะใช้ข้อมูล หนูจะใช้อย่างไร

196
00:21:34,519 --> 00:21:38,320
นะคะ หรือ Flexibility in use ข้อมูลอะไรก็ตามที่มัน Stick เช่น

197
00:21:38,320 --> 00:21:42,320
อาจารย์ยกตัวอย่างนะคะ อากาศหนาว หนูเดินออกจากบ้านปั๊บ

198
00:21:43,077 --> 00:21:47,077
หนูคว้าร่มหรือกันหนาว เสื้อกันหนาวถูกไหมคะ

199
00:21:48,321 --> 00:21:52,321
หนูคว้าเสื้อกันหนาว แต่ถ้าหนูเดินออกมาจากบ้านปุ๊บ ได้ยินเสียงฟ

200
00:21:59,555 --> 00:22:03,555
้า อ๋อ ฝนจะต้องตกแน่ ๆ คว้าร่มใส่กระเป๋า นั่นคือตัว Flexibility

201
00:22:04,906 --> 00:22:08,906
จำเพาะ หนูจะกรอกหมายเลขโทรศัพท์ หนูจะกรอกเป็นตัวเลขไม่ได้ เพราะหมายเลขโทรศัพท์เป็นตัวเลข

202
00:22:15,555 --> 00:22:19,457
ไม่ได้นำมาบวกกัน จะต้องกรอกเป็นตัวหนังสือ หรือเขียนว่า Text T-e-x-t

203
00:22:19,457 --> 00:22:23,457
นะคะ Simple ค่ะ Simple and intuitive to use ตัว... ที่ยกตัวอย่าง

204
00:22:23,572 --> 00:22:27,572
ไม่ว่าอะไรก็ตาม เวลาที่หนูเขียนไปปั๊บ ให้เขากรอกข้อมูล

205
00:22:29,739 --> 00:22:33,186
เช่น หนูจะให้เขากรอกหมายเลข

206
00:22:33,186 --> 00:22:33,970
บัตรประชาชน

207
00:22:33,970 --> 00:22:37,970
หนูจะต้องใส่ข้างหลังใช่ไหมคะ เช่น

208
00:22:42,072 --> 00:22:44,643
xxxx เท่ากับจำนวน 13 หลัก

209
00:22:44,643 --> 00:22:48,643
เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับผู้จะกรอกข้อมูลนั้นน่ะ

210
00:22:55,574 --> 00:22:59,574
กรอกข้อมูลได้ นั้นน่ะ เขาเรียกว่า "ตัวอย่างด้านหลัง" ทุกอย่างที่หนูออกแบบ อย่าคิดว่าทุกคนรู้นะคะ ทุกคน

211
00:22:59,898 --> 00:23:03,898
ไม่รู้ลูก ทุกคนไม่รู้ หนูจะต้องมีตัวอย่างด้านหลังให้ดู

212
00:23:04,653 --> 00:23:08,653
นะ เหมือนอย่างที่อาจารย์พูดไป 1 คำปุ๊บ

213
00:23:09,331 --> 00:23:13,331
อาจารย์จะยกตัวอย่างให้หนูทันที ตัว Persetile ตัวนี้ เมื่อไหร่

214
00:23:15,495 --> 00:23:19,495
ที่เกิดการเข้ามาใช้งาน เช่น หนูใช้วิธีการในการออกแบบการค้นหา

215
00:23:21,391 --> 00:23:25,030
พอค้นเดือนมกราคมปุ๊บ หนูกำลังจะหา

216
00:23:25,030 --> 00:23:29,030
Percentile ว่าภาคใด

217
00:23:29,369 --> 00:23:33,204
ภาคที่มีการใช้ Google มากที่สุด เอาค่านั้นออก

218
00:23:33,204 --> 00:23:37,204
มาเป็น

219
00:23:42,217 --> 00:23:46,217
หรือหนูจะหาค่า Error คือ ใครที่กรอกข้อมูลผิด หนูเข้าใจคำว่า

220
00:23:51,370 --> 00:23:52,040
"Taly" คนตอบได้ 1 คะแนนได้ 1

221
00:23:52,040 --> 00:23:52,618
ตอบได้ 2 คะแนน

222
00:23:52,618 --> 00:23:56,308
หนูขีดเป็นอะไรคะ 3 พอ 4 ปั้บ

223
00:23:56,308 --> 00:24:00,308
หนูกลายเป็น IV โอเคไหมคะ

224
00:24:01,673 --> 00:24:05,673
5. หนูขีด 1 ทิ้งทั้งหมดเลย กลายเป็น

225
00:24:11,603 --> 00:24:15,603
อักษรโรมัน นั่นคือการ Ta

226
00:24:15,606 --> 00:24:19,606
ly แต่ถ้าการยกรวมขึ้นมาเมื่อไหร่ปุ๊บ หนูต้องทำการคำนวณ เหมือนเมื่อสักครู่นี้ที่

227
00:24:22,848 --> 00:24:26,848
ตาราง Excel อาจารย์คำนวณมาแล้วค่ะ เกรด ตอนนี้เกรดทุกคนเป็น F

228
00:24:26,959 --> 00:24:30,591
เพราะมีคะแนนเพียงแค่ Midterm นะ เต็ม 30 ยอดหนูต้องเต็ม 100 ได้ F

229
00:24:30,591 --> 00:24:33,568
ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวเกรดจะปรับ

230
00:24:33,568 --> 00:24:37,104
ส่วนทางด้านของ Low physical effort ตรงนี้จะเป็น

231
00:24:37,104 --> 00:24:40,740
ในการออกแบบที่... ถ้าหนูจะออกแบบ

232
00:24:40,740 --> 00:24:44,740
ข้อมูลในการออกแบบของ Universal มันจะเป็นการออกแบบ

233
00:24:48,598 --> 00:24:50,167
แนวกว้างเลย เราไม่รู้หรอกค่ะ ว่าคนที่จะใช้ระบบของเรานี่ เขาเป็นใคร

234
00:24:50,167 --> 00:24:54,167
เขาเป็นผู้พิการไหม หรือเขาเป็นปกติหรือไม่

235
00:24:59,669 --> 00:25:00,105
หรือเขาเป็นคนสายตาสั้น หรือเขาเป็นคนสายตายาว

236
00:25:00,105 --> 00:25:04,105
เราต้องมีมาตรฐานให้กับเขาในการออกแบบนะคะ

237
00:25:05,999 --> 00:25:09,999
เลยมาถึงข้อนี้ในเรื่องของ Size และช่องว่างที่

238
00:25:11,651 --> 00:25:15,651
จะใช้ ถ้าหนูออกแบบตัวที่กรอกข้อมูลติดกัน

239
00:25:19,341 --> 00:25:23,341
ปุ๊บนี่ ไม่มีใครใช่ไหมลูก ไม่มีใครที่จะทำเหมือนกับหนูนำเสนอ หนูจำได้ไหมคะ ที่หนูมานำเสนอกัน

240
00:25:23,913 --> 00:25:27,913
สไลด์ของหนูติดพรืดเลย แล้วหนูก็มี Banner

241
00:25:28,145 --> 00:25:29,704
ไม่สื่อถึงตัวละคร

242
00:25:29,704 --> 00:25:31,287
ในนั้น ที่หนูบอกว่าเป็นเกมอะไรนะคะ เป็น

243
00:25:31,287 --> 00:25:35,287
เกมการ์ดน่ะค่ะลูก ที่เป็นเกมการ์ด เป็น

244
00:25:38,435 --> 00:25:40,973
เกมการ์ด แต่หนูกลับไม่มีตัวสไลด์เป็นเกมการ์ดเลย

245
00:25:40,973 --> 00:25:44,973
เป็นภาพตัวอะไรนะ ผลไม้บ้าง

246
00:25:49,219 --> 00:25:49,801
อย่างนี้บาง ทำเป็นรูปสัตว์บ้างอะไรบ้างนี่

247
00:25:49,801 --> 00:25:53,801
ตัวนี้นะคะ Multi-Sensory Systems

248
00:25:54,047 --> 00:25:58,047
นะคะ เขาจะมองว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่

249
00:26:02,188 --> 00:26:05,649
หนูกำลังจะกรอกข้อมูลลงไปมันมีข้อมูล

250
00:26:05,649 --> 00:26:09,649
มากมาย ยกตัวอย่าง เช่น เสียง Sound

251
00:26:13,855 --> 00:26:17,855
Text ข้อมูล Hypertext ข้อความที่ขีดเส้นใจ้นะคะ หรือแอนิเมชัน

252
00:26:22,607 --> 00:26:24,728
มีภาพดุ๊กดิก ดุ๊กดิก เด็ก ๆ ชอบ

253
00:26:24,728 --> 00:26:28,728
วิดีโอ เหมือนโปรเจกต์ของหนูน่ะค่ะ ที่ถ่ายทำวิดีโอขึ้นมา

254
00:26:31,348 --> 00:26:35,348
นะคะ หรือภาพกว้าง ๆ ที่อาจารย์ท่านบอกว่านี่ หนูจะไปทำเรื่องของวัด หนูจะต้องถ่ายแนว

255
00:26:38,813 --> 00:26:41,125
กว้างนะ สลับกันถ่ายนะ ไม่ใช่ถ่ายแค่ตัวบุคคล

256
00:26:41,125 --> 00:26:45,125
ผู้พูดจะต้องถ่ายภาพให้มันเห็นด้านหลังว่าหนู

257
00:26:46,211 --> 00:26:47,282
กำลังพูดถึงอะไรด้วยนะคะ ทีนี้พอมาดูในเรื่องของตัวควบคุม ทุกครั้ง

258
00:26:47,282 --> 00:26:51,282
หนูสังเกตไหมคะ ว่าถ้าหนูเปิดเครื่องแล้วใช้เวลานาน

259
00:26:54,291 --> 00:26:58,291
หนูจะเริ่มเกิดอาการหงุดหงิดนะคะ เขาถึงได้...

260
00:27:00,658 --> 00:27:04,658
ทุกอย่างในหน้าจอไม่สมควรจะวางไว้บนหน้าจอ หน้าจอคือหน้าจอที่หนูเปิดขึ้นมา

261
00:27:11,033 --> 00:27:15,033
เลยนะคะ ตัว Taskbar หนูจะ... ถ้าหนูใส่ไว้เยอะ กว่าเขาจะโหลดขึ้นมาเยอะพอสมควร

262
00:27:17,491 --> 00:27:21,491
นะคะ แต่ถ้าอีกอันหนึ่ง คือ Head writeing

263
00:27:23,126 --> 00:27:27,064
หนูเคยรู้จักไหมคะ ที่ใช้การ

264
00:27:27,064 --> 00:27:31,064
เซ็นต์แบบ...

265
00:27:32,947 --> 00:27:36,947
เขียนมาแบบนี้ปุ๊บ

266
00:27:38,023 --> 00:27:42,023

267
00:27:42,678 --> 00:27:46,678
นะคะ ต่อมาลูกต่อมา เป็น Considering

268
00:27:55,123 --> 00:27:58,660
Applications

269
00:27:58,660 --> 00:27:59,969
อาจารย์ขอโทษทีนะคะ ที่อาจารย์ใช้ตัวสไลด์เป็นภาษาอังกฤษ หนูจะได้

270
00:27:59,969 --> 00:28:03,969
คุ้นกับภาษามากขึ้น ถ้าใช้ภาษาไทยหนูก็จะได้เห็นแต่ภาษาไทย

271
00:28:06,649 --> 00:28:10,649
เราจะได้เห็นภาษาที่แตกต่างออกไปนะ เราจะได้

272
00:28:13,551 --> 00:28:15,693
เข้าใจง่ายด้วยนะคะ ลองมาดูในเรื่องของ Usable Senses อันนี้

273
00:28:15,693 --> 00:28:19,693
หนูรู้ตั้งแต่หนูเสนอหัวข้อแล้วค่ะ 5 Scenses ที่หนูรู้

274
00:28:24,653 --> 00:28:28,653
Sight Sound Touch

275
00:28:30,972 --> 00:28:34,263
Taste and Smell

276
00:28:34,263 --> 00:28:37,285
Sound เสียง Touch สัมผัส Taste ทดสอบ

277
00:28:37,285 --> 00:28:41,285
and Smell

278
00:28:41,654 --> 00:28:45,418
Smell คืออะไรลูก

279
00:28:45,418 --> 00:28:46,755

280
00:28:46,755 --> 00:28:50,755
...นั่งเลขที่ 10 ลูก ตอบอาจารย์หน่อยได้ไหมคะ เลขที่ 10

281
00:28:56,636 --> 00:28:59,492
ตี๋สั้นใช่ไหมคะ ชื่อตี๋ ตอบอาจารย์ได้ไหมคะ

282
00:28:59,492 --> 00:29:02,231
เลขที่ 10 ลูก โต๊ะที่ 10

283
00:29:02,231 --> 00:29:06,231
ครับผม ถูกต้องลูก ถูกต้อง

284
00:29:09,253 --> 00:29:13,253
อ๋อ

285
00:29:17,085 --> 00:29:21,085

286
00:29:23,118 --> 00:29:27,118
ค่อย ๆ นะคะ ค่อย ๆ เป็นห่วง

287
00:29:34,934 --> 00:29:37,085
หนูตอบอาจารย์หน่อยนะคะ อาจารย์อยากถามว่า

288
00:29:37,085 --> 00:29:39,611
Touch แปลว่าอะไรคะ

289
00:29:39,611 --> 00:29:43,611
การสัมผัส Taste

290
00:29:45,229 --> 00:29:45,261
Smell

291
00:29:45,261 --> 00:29:49,261
การอะไรนะครับ

292
00:29:49,935 --> 00:29:53,935
ได้กลิ่น แสดงว่า Senses ทั้งหมด 5 Senses

293
00:29:58,047 --> 00:30:02,047
ทุกคนเป็นพื้นฐาน ต้องรับรู้แล้ว

294
00:30:06,140 --> 00:30:06,912
อาหาร 1 จานวางเอาไว้บนโต๊ะ หนูเห็น แต่หนูไม่ได้ยินเสียง

295
00:30:06,912 --> 00:30:10,912
แต่หนูสัมผัสได้ หนูได้กลิ่น อย่างน้อยก็ยังอยู่ใน

296
00:30:13,527 --> 00:30:17,527
5 นั้น ๆ หนูได้ใช้ทุก ๆ วัน แต่หนูไม่รู้ว่า

297
00:30:22,797 --> 00:30:24,615
หนูใช้หรือไม่นะคะ ส่วนตัวคอมพิวเตอร์เขาจะเป็นในลักษณะของ List

298
00:30:24,615 --> 00:30:28,615
Interaction ยกตัวอย่าง

299
00:30:34,483 --> 00:30:38,483
หมายเลข 8 ได้ไหมคะ Rich

300
00:30:41,031 --> 00:30:44,909
Rich

301
00:30:44,909 --> 00:30:48,909
R-i-c-h

302
00:30:51,938 --> 00:30:55,938
แปลเลยค่ะลูก ตรงตัวเลยค่ะลูก

303
00:31:03,819 --> 00:31:07,819
เมื่อกี้ตอบว่าอะไรนะครับ ตอบอีกทีสิ

304
00:31:08,725 --> 00:31:12,725
Rich ตัวนี้แปลว่าอะไรครับ มาร์กี้ครับ

305
00:31:17,952 --> 00:31:21,952

306
00:31:31,444 --> 00:31:34,774
ใช้ High Technology ด้วย

307
00:31:34,774 --> 00:31:38,774
โทรศัพท์ Translate ส่องแปล ตอบลูกตอบ

308
00:31:53,309 --> 00:31:57,309
พี่ล่ามพูดดัง ๆ

309
00:32:00,468 --> 00:32:04,468
ได้ไหมคะ (ล่าม) ครับ พอดีน้องยังไม่ได้แปลนะครับ สักครู่นะครับ

310
00:32:07,867 --> 00:32:11,867
น้องยังสับสนอยู่ครับ

311
00:32:14,651 --> 00:32:18,221
ว่าภาษาอังกฤษตัว R เดี๋ยวน้องกดจิ้มดูอยู่นะครับ สักครู่ครั

312
00:32:18,221 --> 00:32:22,221
(อาจารย์สุรีย์พัชร) มาร์กี้ตอบอะไร ลองตอบอีกทีสิ

313
00:32:26,754 --> 00:32:30,754
(ล่าม) สะกด R-i

314
00:32:33,501 --> 00:32:37,501
R-i-c-h

315
00:32:45,586 --> 00:32:49,586
รวยครับ ครับ แปลว่า รวยครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร)

316
00:32:49,910 --> 00:32:53,910
อ๋อ น้องกำลังสะกดอยู่

317
00:32:54,616 --> 00:32:58,616
หนูดูบรรทัดสุดท้ายค่ะ

318
00:33:01,928 --> 00:33:04,208
พวกเราสามารถใช้อะไรได้บ้าง

319
00:33:04,208 --> 00:33:08,208
Sight Sound Touch เป็นบางครั้ง

320
00:33:11,622 --> 00:33:15,622
ถูกไหมลูก เป็นบางครั้ง แต่พวกเราไม่สามารถ

321
00:33:18,229 --> 00:33:21,130
ที่จะใช้ตัวนี้ได้ค่ะ Taste หรือ Smell ได้ทุกอย่าง

322
00:33:21,130 --> 00:33:23,068
ยกตัวอย่าง เช่น หนูออกแบบหน้าจอ หนูจะสัมผัสได้ไหม หนูจะได้กลิ่นไหม

323
00:33:23,068 --> 00:33:27,068
นอกเสียจากว่าเทคโนโลยีเราจะมาถึงแล้ว

324
00:33:32,640 --> 00:33:34,872
โรงหนังมีแล้วใช่ไหมลูก 4G เข้าใจใช่ไหมคะ

325
00:33:34,872 --> 00:33:38,872
พอเวลามีน้ำตกออกมาปุ๊บ ก็มีน้ำเข้ามาหาเราได้เลย

326
00:33:39,330 --> 00:33:43,330
พอเวลาเขาตกเหว เก้าอี้เราก็จะยกเหมือนตกเหว

327
00:33:44,026 --> 00:33:48,026
เพราะเราใส่แว่นตัวหนึ่ง เหมือนเราเข้าไปใน

328
00:33:48,406 --> 00:33:52,406
หนังนั้นนะ เดี๋ยวอาจารย์พิเชนทร์พาไปลูก

329
00:33:56,675 --> 00:34:00,321
เดี๋ยวอาจารย์พิเชนพาไปดูหนัง 4D

330
00:34:00,321 --> 00:34:04,321
มันเป็นการออกแบบทั้งนั้น

331
00:34:09,351 --> 00:34:11,070
ลูก อะไรอย่างนั้นนะคะ เรื่องหน้านี้ Multi-modal

332
00:34:11,070 --> 00:34:15,070
กับ Multi-media ต่างกันอย่างไรลูก สไลด์นี้

333
00:34:15,610 --> 00:34:19,610
ดูนะคะ Multi-modal

334
00:34:22,989 --> 00:34:25,166
เขาจะใช้มากกว่าเห็นไหมคะ

335
00:34:25,166 --> 00:34:27,127
More than one sen หรือ

336
00:34:27,127 --> 00:34:31,127
Mode interaction ยังจำได้ไหมคะ Interaction

337
00:34:31,619 --> 00:34:35,619
คืออะไรลูก เลยค่ะ ใครตอบได้ยกมืออาจารย์ให้ 2 คะแนน เราผ่านมาแล้วค่ะ

338
00:34:41,907 --> 00:34:42,481
ถึง 10 บท Interaction

339
00:34:42,481 --> 00:34:46,481
อาจารย์พูดมาตลอดนะคะลูกคำนี้ แปลว่าอะไรคะลูก

340
00:34:46,511 --> 00:34:50,511
ใครตอบได้ยกมือเลยค่ะ 2 แต้มเป็นของหนู

341
00:34:53,038 --> 00:34:57,038
Interaction ค่ะ Interaction

342
00:35:08,061 --> 00:35:09,260
ใครได้ยกมือค่ะลูก เร็ว อาจารย์นับเวลาถอยหลังนะ

343
00:35:09,260 --> 00:35:10,622
โอเคค่ะ

344
00:35:10,622 --> 00:35:14,622
มาร์กี้จะตอบ เชิญค่ะลูก

345
00:35:17,902 --> 00:35:21,902
มาร์กี้ค่ะ ตอบได้ Interaction

346
00:35:27,962 --> 00:35:31,386
(ล่าม) จำไม่ได้ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) จำไม่ได้ ใครจำได้

347
00:35:31,386 --> 00:35:35,386
ยกมือสิลูก Interaction Action

348
00:35:42,020 --> 00:35:43,198
คือ การแสดงค่ะ Action คือ การแสดงแน่ ๆ แล้ว

349
00:35:43,198 --> 00:35:47,198
Interaction Inter

350
00:35:49,391 --> 00:35:51,854
ทำมาจากนานาชาติ เป็นการ

351
00:35:51,854 --> 00:35:53,272
โต้ตอบไหมคะ Interaction

352
00:35:53,272 --> 00:35:57,272
เป็นการโต้ตอบกันไหม เช่น อาจารย์บอกว่าให้กุ้งเต้นไป

353
00:36:04,875 --> 00:36:08,875
ซื้อราดหน้า กุ้งเต้นตอบว่าแถวนี้เขาไม่ทำราดหน้ากันค่ะ แล้วกุ้งเต้นจะต้อง

354
00:36:11,274 --> 00:36:14,298
ไปหาไหมคราวนี้ กุ้งเต้นบอกว่าหนูไม่มีรถ

355
00:36:14,298 --> 00:36:18,298
นี่ค่ะ คือการ Interaction ซึ่งกันและกัน

356
00:36:21,549 --> 00:36:23,945
เขาเรียกว่า "การ Interaction" หนูทำการบ้านแล้วนะคะ

357
00:36:23,945 --> 00:36:27,945
การ Interaction

358
00:36:29,032 --> 00:36:29,809
แล้วผลจะเกิดขึ้นคือเวลาจะมากขึ้นในการตัดสินใจ

359
00:36:29,809 --> 00:36:33,809
เพราะเรามีอะไรคะ เรามีหัวข้อ หรือเรามีความคิด

360
00:36:34,309 --> 00:36:34,536
อื่น ๆ แทรกเข้ามา จำได้ไหม

361
00:36:34,536 --> 00:36:38,536
อยู่บทที่ 6 มั้งค่ะ ถ้าจำไม่ผิด บทที่ 6

362
00:36:45,033 --> 00:36:49,033
ส่วน Multimedia system

363
00:36:51,136 --> 00:36:54,257
เหมือนหนูเปิด YouTube เปิด YouTube ด้วย

364
00:36:54,257 --> 00:36:54,559
หนูเปิด Facebook ด้วย ดู Real ด้วย

365
00:36:54,559 --> 00:36:58,559
ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของหน

366
00:37:01,354 --> 00:37:04,408
ูศักย์ไม่พอเขาก็จะทำไมคะ หน้าจอเหมือนกับเน็ตน่ะค่ะ

367
00:37:04,408 --> 00:37:08,408
มันก็จะหมุนใช่ไหมคะ หน้าจอก็จะค้าง นั่นแหละค่ะ เขาจะเรียกว่า "Multi-modal กับ Multi-media system

368
00:37:12,128 --> 00:37:15,527
ถ้าหนู

369
00:37:15,527 --> 00:37:19,527
ออกแบบออกมาปั๊บนะคะ หน้าจอ เพราะว่าโพรเจกต์ของหนูน่ะค่ะ

370
00:37:21,024 --> 00:37:25,024
อาจารย์ไม่ได้ให้หนูเขียนเป็นโปรแกรมอยู่แล้วค่ะวิชานี้

371
00:37:27,331 --> 00:37:29,939
แต่หนูต้องออกแบบหน้าจอ แล้วหนูต้องตอบอาจารย์ได้ว่าหนูออกแบบไปเพื่อใคร

372
00:37:29,939 --> 00:37:33,939
การออกแบบหน้าจอ คือหนูจะต้องวาดรูป

373
00:37:33,979 --> 00:37:34,868
วาดรูปออกมาหนูจะมีเมนูอะไรบ้าง หนจะให้เขากรอก

374
00:37:34,868 --> 00:37:36,362
อะไรบ้าง หน้าจอนี้เป็นหน้าจอเพื่อทำอะไร

375
00:37:36,362 --> 00:37:40,362
พอหนูทำเสร็จปุ๊บ อาจารย์จะถามว่าหนูใช้

376
00:37:45,387 --> 00:37:49,387

377
00:37:52,018 --> 00:37:55,944
Multi-media system ถ้าหนูใช้ Multimedia model

378
00:37:55,944 --> 00:37:59,151
แสดงว่าหนูใช้มากกว่า 1 โอเคนะคะ หนูใช้มากกว่า 1 แต่ถ้าเป็น Multi-media system

379
00:37:59,151 --> 00:38:03,151
หนูจะใช้ตัวเลขที่มันติดต่อมิเดีย

380
00:38:07,006 --> 00:38:11,006
ในการติดต่อสื่อสารกับสารสนเทศ สารสนเทศ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคอมพิวเตอร์เป็นระบบ

381
00:38:11,579 --> 00:38:14,203
การสอน เขาจะใช้วิดีโอ ใช้ Animation

382
00:38:14,203 --> 00:38:18,203
ใช้ข้อความ หรือรูปภาพ

383
00:38:21,611 --> 00:38:23,798
ต่าง ๆ ซึ่งมีความแตกต่างในการใช้งานระหว่าง

384
00:38:23,798 --> 00:38:27,798
ในแต่ละ Intertaction ในการโต้ตอบ

385
00:38:31,993 --> 00:38:33,895
บางทีเขาอาจจะใช้เสียงหรือใช้ความเร็ว หรือใช้ความเร็วที่ช้าลง

386
00:38:33,895 --> 00:38:37,895
ซึ่ง 2 Media นั้น เราสามารถที่ใช้จะในโหมด

387
00:38:38,968 --> 00:38:42,320
ที่แตกต่างกันได้ หนูจำได้ไหมคะ เกม

388
00:38:42,320 --> 00:38:45,357
เกมไม่ได้เป็นแบบเดียวทั้งหมดถูกไหมคะตลอดเกม

389
00:38:45,357 --> 00:38:49,357
มันจะมีการแทรก พอหนูได้ด่านที่ 2 อาจจะมีเอฟเฟกต์

390
00:38:56,061 --> 00:38:59,411
เอฟเฟกต์เกิดขึ้น พอด่านที่ 3 เกิด

391
00:38:59,411 --> 00:39:03,411
อะไรคะ เขาเรียกว่า "เครื่องมือ" หรือเปล่า หรืออะไร อาวุธน่ะค่ะ ได้อาวุธเกิดขึ้นมา หนูสามารถที่จะสู้กับ

392
00:39:04,034 --> 00:39:08,034
ตัวละครตัวใหญ่ได้ อย่างนี้เป็นต้น

393
00:39:08,299 --> 00:39:10,216
นั่นค่ะ Multimedia System

394
00:39:10,216 --> 00:39:12,724
ตัว Speech ตัวนี้

395
00:39:12,724 --> 00:39:16,724
Human เขาเริ่มต้น Human คือ บุคคล

396
00:39:18,782 --> 00:39:22,627
บุคคลเริ่มต้นที่จะเติบโต และ

397
00:39:22,627 --> 00:39:26,627
ทำไมคะ เริ่มต้นที่จะหาความเร็วที่จะเกิดขึ้น เขาเลยสร้าง

398
00:39:29,057 --> 00:39:29,576
ความ Difical

399
00:39:29,576 --> 00:39:33,576
ให้เกิดขึ้นแบบ Complexities

400
00:39:35,985 --> 00:39:37,793
แต่มันง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร ยกตัวอย่างเช่น

401
00:39:37,793 --> 00:39:39,315
หนูกำลังที่จะ

402
00:39:39,315 --> 00:39:43,315
ติดต่อกับพี่ล่าม เห็นไหมคะ ก็

403
00:39:43,754 --> 00:39:47,754
มี Software เกิดขึ้นให้หนู Connect กับอาจารย์ได้ด้วย

404
00:39:53,679 --> 00:39:55,802
นะคะ โดยผ่านพี่ล่าม นี่นะคะ

405
00:39:55,802 --> 00:39:56,045
นี่แหละค่ะ เขาเป็นความซับซ้อนถูกไหมคะ

406
00:39:56,045 --> 00:40:00,045
เป็นความซับซ้อน แต่มันก็ดูง่ายกับการ

407
00:40:00,116 --> 00:40:04,116
ใช้งาน นั่นแหละคือเป้าหมายของ

408
00:40:04,554 --> 00:40:08,554
HCI เราจะทำอย่างไรให้ความสับสนทั้งหลาย

409
00:40:15,809 --> 00:40:19,809
แหล่ที่มันมีอยู่มันง่าย ระบบหนูจะมีพี่ล่าม หนู Connect ได้ หนูมี Software

410
00:40:21,951 --> 00:40:23,407
ทำไมคะ ภาพหนูขึ้น หนูทำการกรอกคำถาม

411
00:40:23,407 --> 00:40:27,407
พี่ล่ามทำการแปลภาษาให้ อาจารย์รู้เรื่อง

412
00:40:31,630 --> 00:40:35,630
ทันทีนะคะ ว่าหนูตอบว่าอะไร คะแนนจึงเกิด นี่ค่ะ คือ การ Interaction ระหว่างนักศึกษากับอาจ

413
00:40:40,112 --> 00:40:44,112
โอเคนะคะ โครงสร้างของ Speech อาจารย์ถามดีกว่าว่า

414
00:40:45,642 --> 00:40:47,091
Speech แปลว่าอะไร เดี๋ยวไม่กระจ่าง ตี๋น้อยครับ ตี๋น้อยลูก

415
00:40:47,091 --> 00:40:51,091
ตี๋น้อยตอบอาจารย์หน่อยค่ะ Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรคะ

416
00:40:55,406 --> 00:40:59,406
S-p-e-e

417
00:41:01,034 --> 00:41:01,068
-c-h Speech ตัวนี้

418
00:41:01,068 --> 00:41:05,068
แปลว่าอะไรลูก

419
00:41:07,659 --> 00:41:11,659
ลองดูสิคะ ลองตอบดู ลองตอบดู กุ้งเต้น

420
00:41:15,401 --> 00:41:17,490
จะช่วยใช่ไหม กุ้งเต้นอยากช่วยใช่ไหม กุ้งเต้น

421
00:41:17,490 --> 00:41:21,490
อยากช่วยใช่ไหม ถ้าอยากช่วยก็มาข้างหน้า แบ่งคะแนนกับตี๋น้อย

422
00:41:28,130 --> 00:41:32,130
พร้อมตอบหรือยังคะตี๋น้อยลูก

423
00:41:33,509 --> 00:41:37,509
พร้อมตอบยังลูก Speech ตัวนี้แปลว่าอะไรคะ

424
00:41:42,651 --> 00:41:46,302
(ล่าม) แปลว่าพูดครับ

425
00:41:46,302 --> 00:41:50,302
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อะไรนะคะ

426
00:41:50,462 --> 00:41:54,462
(ล่าม) แปลว่าพูดครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ผู้พิทักษ์

427
00:41:57,907 --> 00:42:01,907
(ล่าม) พูดครับ คำพูดครับ

428
00:42:02,243 --> 00:42:04,758
(อาจารย์สุรีย์พัชร)  ใช่เหรอ กุ้งเต้น

429
00:42:04,758 --> 00:42:08,153
จะตอบว่าอะไรลูก (ล่าม) คำพูดครับ

430
00:42:08,153 --> 00:42:12,153
(อาจารย์สุรีย์พัชร) มีใครคิดต่าง

431
00:42:13,643 --> 00:42:16,111
ไหมคะ มีใครคิดต่างไหมคะ

432
00:42:16,111 --> 00:42:20,111
ยกมือเลยค่ะลูก คิดต่างจากคำว่า "ผู้พิทักษ์"

433
00:42:23,797 --> 00:42:25,704
(ล่าม) อาจารย์คะ น้องแปลว่าพูดค่ะ

434
00:42:25,704 --> 00:42:29,704
อาจารย์ได้ยินชัดเจนไหมคะ แปลว่าพูดค่ะ

435
00:42:40,050 --> 00:42:44,050
Speech ตัวนี้แปลว่าอะไร Structure of Speech อาจารย์

436
00:42:47,176 --> 00:42:51,176
ไม่ถาม Structure of Speech อาจารย์ถามแค่ Speech

437
00:42:56,176 --> 00:42:56,187
ตัวนี้แปลว่าอะไรคะ โครงสร้างผู้พิทักษ์

438
00:42:56,187 --> 00:43:00,187
มาร์กี้ตอบลูก

439
00:43:01,088 --> 00:43:05,088
มาร์กี้ตอบว่าอะไรคะ

440
00:43:16,182 --> 00:43:20,182
(ล่าม) พูด พูดครับ อาจารย์

441
00:43:20,859 --> 00:43:24,859
ได้ยินไหมคะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ไม่ได้ยินค่ะ ขออีกทีค่ะ

442
00:43:25,234 --> 00:43:28,421
(ล่าม) แปลว่า พูด ค่ะ น่าจะจับ

443
00:43:28,421 --> 00:43:32,421
เป็นผู้พิทักษ์น่ะค่ะ แต่แปลว่าพูด (อาจารย์สุรีย์พัชร)

444
00:43:36,309 --> 00:43:40,309
น้องจะตอบว่า "ผู้พิทักษ์" ใช่ไหมคะ

445
00:43:42,978 --> 00:43:46,978
(ล่าม) น้องตี๋น้อย

446
00:43:48,032 --> 00:43:52,032
เขาแปลว่า "คำพูด" ครับอาจารย์ น้องตี๋น้อยแปลว่า

447
00:43:58,759 --> 00:44:02,386
"คำพูด" มาร์กี้ก็ตอบว่า "คำพูด" ครับ "คำพูด" ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) อ๋อ คำพูด

448
00:44:02,386 --> 00:44:05,699
ใช่ไหมคะ คำพูด (ล่าม) ใช่ครับ คำพูด

449
00:44:05,699 --> 00:44:09,699
ตอบเหมือนกันทั้งตี๋น้อย ทั้งมาร์กี้

450
00:44:14,354 --> 00:44:14,976
เหมือนกันเลยใช่ไหมคะ (ล่าม) ใช่ครับ คำพูด

451
00:44:14,976 --> 00:44:18,976
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ขอบคุณค่ะพี่ล่ามค่ะ 1 คะแนนค่ะ

452
00:44:19,710 --> 00:44:21,813
มาร์กี้และน้องตี๋น้อยค่ะ

453
00:44:21,813 --> 00:44:25,813
อาจารย์ขอโทษนะคะ อาจารย์ฟังไม่ชัดเจนเอง

454
00:44:29,386 --> 00:44:31,720
นั่นแสดงว่าเขาเป็นโครงสร้างของเนื้อความ หรือข้อความนั้น ๆ

455
00:44:31,720 --> 00:44:35,720
เป็นอย่างไรล่ะ มันมี

456
00:44:37,969 --> 00:44:41,969
ถึง 40 Them เลยนะ

457
00:44:46,709 --> 00:44:46,771
ถึง Basic Atomic เป็นเสียงพื้นฐาน

458
00:44:46,771 --> 00:44:50,771
ที่มีความแตกต่างในการเกิดขึ้น เสียงแต่ละเสียงอาจจะมีขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก

459
00:44:52,517 --> 00:44:56,517
คือเสียงที่หนูบันทึกน่ะค่ะ เวลาที่หนูทำโปรเจกต์

460
00:45:01,788 --> 00:45:05,788
บางช่วงอาจจะมีปริมาณมาก ไฟล์น่ะค่ะ ค่าของไฟล์ ตรงนี้ 4 Mbps

461
00:45:10,477 --> 00:45:12,312
ตรงนี้ 1 Mbps อย่างนี้เป็นต้น

462
00:45:12,312 --> 00:45:13,101
ตัว...

463
00:45:13,101 --> 00:45:14,442
เสียงที่มีช่วงระหว่าง 120

464
00:45:14,442 --> 00:45:17,566
และ 130 นะคะ 120-130

465
00:45:17,566 --> 00:45:21,566
ระยะเสียงของเราที่เราจะได้ยินนะ

466
00:45:25,619 --> 00:45:29,619
ตัวของ Morphem

467
00:45:36,252 --> 00:45:40,250
s Smellet unit of language that has

468
00:45:40,250 --> 00:45:42,606
เป็นความหมายของภาษาเล็ก ๆ Smallest

469
00:45:42,606 --> 00:45:46,315
เล็ก ๆ ภาษาเล็ก ๆ

470
00:45:46,315 --> 00:45:50,315
การเขียนเอาตัวด้านล่าง หนูเคยเห็นไหมคะ

471
00:45:52,713 --> 00:45:54,123
ที่หนังสือน่ะค่ะ ที่มีด้านล่างเป็นเชิงอัต

472
00:45:54,123 --> 00:45:56,322
แล้วเขาจะมีคำอธิบายด้านล่างไว้ให้นะคะ หนูลองไปดู

473
00:45:56,322 --> 00:46:00,322
นะคะ ในหนังสือบางหนังสือ เขาจะมีข้างล่างเลยค่ะ

474
00:46:03,248 --> 00:46:07,248
เชิงอัตน่ะค่ะ ตัวเล็ก ๆ

475
00:46:07,387 --> 00:46:11,387
ความหมายในคำ ในหน้านั้นนะคะ พูดง่าย ๆ คือ เชิงอรรถนั่นเอง ต่อค่ะ

476
00:46:13,649 --> 00:46:17,649
ถ้าหากว่าเป็นในเรื่องของ

477
00:46:24,276 --> 00:46:27,267
เป็น Autonation

478
00:46:27,267 --> 00:46:30,917
ปริมาณ หรือตัวของ Validation

479
00:46:30,917 --> 00:46:34,917
ที่เป็น เช่น ถนน เป็นต้นนะคะ แต่ถ้าหนูทำการโคว

480
00:46:36,432 --> 00:46:37,964
มันจะเป็นค่าของค่าเอฟเฟกต์

481
00:46:37,964 --> 00:46:41,964
ของคอนเทนต์นั้น ๆ เสียงน่ะค่ะ เวลาที่หนูอัด

482
00:46:46,171 --> 00:46:50,171
หนูจะรู้เลยค่ะ ว่าทำเสียงเสียงหมา

483
00:46:52,297 --> 00:46:55,132
ใช่ไหมคะ หนูต้องการไหมคะ เวลาจะบันทึกเสียง

484
00:46:55,132 --> 00:46:59,132
เสียงใด ๆ เลย ใช่หรือไม่คะ ที่ตัวเสียงนั้นน่ะ จะเข้ามาหาตัวหนูเองนะ น่าจะมีเสียงของหนูเอง อย่างที่

485
00:47:02,347 --> 00:47:06,347
วัด ที่วัดต้องมีหมาแน่ ๆ แหละท่าน นี่หมาเห่าพอดีเป๊ะเลย หนูต้องทำอย่างไรคะ ต้อง

486
00:47:12,304 --> 00:47:16,304
ตัดเสียงส่วนที่มีเสียงหมาตัวนั้นน่ะออกนะคะ นั่นคือส่วนหนึ่งเลยในการ

487
00:47:17,473 --> 00:47:21,473
ทำโปรเจกต์ ปัญหาที่เกิดขึ้น

488
00:47:21,572 --> 00:47:24,614
เวลาที่หนูใช้คำพูด เกิดข้อแตกต่างของคนละ

489
00:47:24,614 --> 00:47:28,463
คนแต่ละคนจะมีคำพูดที่แตกต่างกันนะคะ จะมี

490
00:47:28,463 --> 00:47:32,463
ที่แตกต่างกัน ซึ่งคำพูดนั่น ๆ ที่แตกต่างกันน่ะ อาจจะเป็นในเรื่อง

491
00:47:35,118 --> 00:47:39,118

492
00:47:39,263 --> 00:47:43,263
... ของเรานะคะ หรือ Speech ของเราหรือ Volume

493
00:47:46,769 --> 00:47:48,604
เสียงน่ะค่ะ เสียงแต่ละคนไม่เหมือนกัน มี Volume

494
00:47:48,604 --> 00:47:51,557
ไม่เท่าเทียมกัน Syntax

495
00:47:51,557 --> 00:47:55,557
Context

496
00:48:00,267 --> 00:48:04,267
ของข้อมูลที่จะทำการกรอกข้อมูลลงไป ว่าหนูจะทำการ Simular นะ หนูจะทำการเปรียบเทียบ

497
00:48:08,331 --> 00:48:12,331
ตัว ก ไก่ ที่หนูพิมพ์ลงไปในหน้าจอระบบคอมพิวเตอร์เขามอง ก ไก่ เป็น

498
00:48:12,402 --> 00:48:14,407
เลขฐานนะคะ เป็นตัวปิด-เปิด

499
00:48:14,407 --> 00:48:18,407
0101 ซึ่งของเขาเป็นเลข

500
00:48:19,675 --> 00:48:23,675
ฐาน 16 นะ แต่อาจารย์ไม่สอนนะคะ เลขฐาน 2

501
00:48:24,383 --> 00:48:27,034
อันนี้ไม่ขอสอนเลขฐาน 2 นะคะ

502
00:48:27,034 --> 00:48:31,034
Background ค่ะ หนูรู้จักคำว่า "Background" กันไหมคะ

503
00:48:34,194 --> 00:48:38,194
Background noise Interfere นะคะ ตัว Background

504
00:48:39,645 --> 00:48:43,013
หนูจะออกแบบหน้าจออย่างไรให้

505
00:48:43,013 --> 00:48:47,013
มันเหมาะสมกับผู้ใช้ ยกตัวอย่างเช่น หนูต้องการออกแบบหน

506
00:48:48,240 --> 00:48:52,240
้าจอให้ อบต. แล้วคราวนี้ อบต. เขาต้องใช้สีอะไร หนูต้องรู้เลยว่า อบต.

507
00:48:53,689 --> 00:48:57,689
นี้ เขามีสีประจำของเขาใช้สีอะไร หนูก็ต้อง

508
00:49:01,010 --> 00:49:05,010
ใช้โทนสีนั้นให้กับเขา หรือหนูกำลังจะออกแบบหน้าจอการติดต่อสื่อสารให้กับมหาวิทยาลัย

509
00:49:05,128 --> 00:49:09,128
มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใช้สีอะไรเป็นสีประจำ

510
00:49:13,965 --> 00:49:15,046
ซึ่งหนูก็ต้องเลือกใช้โทนสีนั้นถูกไหมคะ มีโทนสีนั้นใส่เข้าไปด้วย

511
00:49:15,046 --> 00:49:19,046
หนูลองมาดูตรงนี้ค่ะ คำนะคะ คำที่หนู

512
00:49:19,101 --> 00:49:23,101
มีความต้องการให้เขาเข้าใจใน Syntax นั่น ๆ

513
00:49:29,094 --> 00:49:33,094
นักศึกษากรุณาออกแบบหน้าจอ

514
00:49:34,654 --> 00:49:35,982
เพื่อ... เพื่อสนับสนุนให้คนที่ไม่สามารถ

515
00:49:35,982 --> 00:49:39,982
มองเห็นได้ใช้งานได้ แต่นักศึกษาเขียนมาเป็น

516
00:49:40,482 --> 00:49:44,482
ข้อ ๆ ๆ อันนี้แสดงว่าหนู

517
00:49:52,381 --> 00:49:54,183
ไม่ตรงกันถูกไหมคะ ไม่ตรงกัน เพราะหนูไม่ออกแบบหน้าจอมาสักคนเลยลูก คำตอบข้อนี้ นี่ค่ะ เขาเรียกว่า

518
00:49:54,183 --> 00:49:58,183
"Words not enough"

519
00:49:58,673 --> 00:50:02,339
มายกตัวอย่างเช่น

520
00:50:02,339 --> 00:50:05,420
เหตุการณ์นี้นะคะ ถ้า Error เกิดขึ้น

521
00:50:05,420 --> 00:50:09,420
กับฉัน ฉันก็จะบอกว่า Don't like this

522
00:50:14,740 --> 00:50:18,740
อ๋อ ฉันไม่ชอบสิ่งนี้เลย หรือหนูจะทำการ

523
00:50:20,396 --> 00:50:20,422
นะคะ ตัวนี้ หนู

524
00:50:20,422 --> 00:50:24,422
เคยเห็นไหมคะ เขาขึ้นคำว่า "Ignore"

525
00:50:28,400 --> 00:50:30,415
ระบบมันจะขึ้นมา pop-up ขึ้นมาเลย

526
00:50:30,415 --> 00:50:32,443
Ignore

527
00:50:32,443 --> 00:50:36,443
นะคะ Phonetic Typewriter

528
00:50:39,648 --> 00:50:43,648
หนูพัฒนามาจนสุดทางเลย ก็คือ Universal ตอนแรกหนู

529
00:50:47,298 --> 00:50:51,298
ออกแบบแค่เฉพาะบุคคล แต่ตอนนี้หนูออกแบบ

530
00:50:55,190 --> 00:50:55,260
ให้สากลรับรู้ รับทราบแล้วว่านี่นะ

531
00:50:55,260 --> 00:50:58,635
เราออกแบบให้กับหลาย ๆ ศาสตร์

532
00:50:58,635 --> 00:51:02,635
แล้วหนูจะทำอย่างไรให้รู้ล่ะค่ะ ว่าหนูออกแบบให้มี

533
00:51:08,427 --> 00:51:12,416
เป็น...

534
00:51:12,416 --> 00:51:12,736
คุณเป็นคน เหมือนเขาขายแว่นน่ะค่ะ เขาขายแว่น แว่นตามีทั้งหมด แว่นปกติ

535
00:51:12,736 --> 00:51:16,736
แว่นสายตาสั้น แว่นสายตายาว เขาก็ให้หนูเลือก

536
00:51:20,042 --> 00:51:24,042
ถ้าหนูเลือกว่าเป็นสายตาปกติ

537
00:51:27,710 --> 00:51:31,710
สายตาปกติปั๊บ คำในหน้าจอก็จะเป็นอักษรปกติ แต่ถ้าหากว่าหนูบอกเป็นสายตาสั้นปั๊บ

538
00:51:31,722 --> 00:51:32,690
เขาก็จะเริ่มปรับหน้าจอให้เหมือนกับคนสายตาสั้น

539
00:51:32,690 --> 00:51:36,690
แต่ถ้าหนูเลือกช้อยให้เป็นสายตา

540
00:51:44,438 --> 00:51:47,464
ยาว เขาก็จะปรับหน้าจอตัวของเขาเองนะคะ ที่หนูออกแบบให้เหมาะสมกับสายตายาว แบบนี้แหละค่ะ ที่เขาเรียกว่า

541
00:51:47,464 --> 00:51:51,464
"Developed for Finnish" เป็นไปตาม

542
00:51:53,662 --> 00:51:55,354
คำพูดที่เขาร้องขอ ฉะนั้น เราจะทำ

543
00:51:55,354 --> 00:51:59,354
การทดสอบกันนะคะ ตอนนี้นะคะ ไม่ใช่

544
00:52:01,395 --> 00:52:05,395
ในลักษณะของการทำงานของคำ เขาเลยใช้คำว่า "

545
00:52:11,604 --> 00:52:15,604
..." ของเรามีเส้นประสาทมากมายเลยนะคะ เป็นสายของ Network

546
00:52:15,978 --> 00:52:19,978
ซึ่งมันจะบรรจุ Cluster

547
00:52:20,639 --> 00:52:24,639
นะคะ มีทั้งเสียงนะคะ มีทั้งชื่อและ Correspon

548
00:52:27,443 --> 00:52:28,188
และ...

549
00:52:28,188 --> 00:52:32,188
นะคะ เมื่อไรก็ตามที่หนูทำการ Recognition เขาก็

550
00:52:35,147 --> 00:52:36,871
จะทำการจำเพาะกับคำพูด เสียงนะคะ

551
00:52:36,871 --> 00:52:40,871
เขาจะต้องอนุญาตให้ทำการปิดได้ หนูเคยเห็นไหมลูก

552
00:52:45,554 --> 00:52:49,554
ในการอ่านหรืออะไรก็ตาม เขาจะให้เรากดที่ตัวลำโพงได้ หนูไม่ต้องการฟังเสียง

553
00:52:51,335 --> 00:52:55,335
หนูจะดูแต่ภาพก็ทำได้ หนูจะทำการ Printout

554
00:52:57,457 --> 00:53:01,457
ตัวนี้ทำได้ไหม ก็ได้อีก โดยการอะไรคะ Capture

555
00:53:04,479 --> 00:53:06,102
หน้าจอ ก็ทำได้เช่นเดียวกันนะ นะคะ หนูลองมาดูภาพ

556
00:53:06,102 --> 00:53:10,102
ในหน้าจอในหน้านี้ดูบ้างค่ะ อันนี้คือ Phonetic Typewriter

557
00:53:19,205 --> 00:53:23,205
หนูดูหน้าจอนะคะ หน้าจอหนูเห็นอะไรคะ ในหน้าจอหนูเห็นอะไรลูกตอนนี้

558
00:53:25,757 --> 00:53:29,757
ใครจะตอบอาจารย์ไหมคะ

559
00:53:33,222 --> 00:53:37,222
ในหน้าจอหนูเห็นอะไรคะ

560
00:53:41,757 --> 00:53:45,757

561
00:53:48,154 --> 00:53:52,154
ตอบได้ไหมคะ น้ององุ่นคะ น้องมาร์กี้ตอบได้ไหมคะ

562
00:54:10,108 --> 00:54:14,108
หนูเห็น

563
00:54:18,686 --> 00:54:22,686
ไหมคะ มันเป็นคำพูดทั้งนั้นเลยน่ะค่ะ a a a ah h

564
00:54:26,775 --> 00:54:28,510
ae ขึ้นอยู่กับว่าอะไรคะ

565
00:54:28,510 --> 00:54:32,510
คำพูดนั้น ๆ น่ะ อยู่ที่ไหน

566
00:54:34,456 --> 00:54:38,456
หนูใช้กับประเทศอะไรก็ได้ค่ะ

567
00:54:42,022 --> 00:54:46,022
ใครตอบยกมือทีคะลูก

568
00:54:51,044 --> 00:54:54,513
ครับผมเอาเลยครับ

569
00:54:54,513 --> 00:54:58,513
(ล่าม) เป็นภาษาอังกฤษ

570
00:55:03,725 --> 00:55:06,180
ที่ช่วยสำหรับคนตาบอดด้วยครับ

571
00:55:06,180 --> 00:55:10,180
(อาจารย์สุรีย์พัชร) พี่ล่ามคะ ขออีกทีสิคะ เป็นภาษาอังกฤษที่อะไรนะคะ

572
00:55:15,331 --> 00:55:19,331
ช่วยสำหรับ...

573
00:55:20,400 --> 00:55:22,534
(ล่าม) สำหรับคนพิการทางสายตาครับ

574
00:55:22,534 --> 00:55:26,534
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอ้โห มองข้ามช็อตเลยนะนี่

575
00:55:33,444 --> 00:55:37,444
เอาตรง ๆ เลยนะคะ ในสไลด์นี้

576
00:55:41,103 --> 00:55:45,103
คือมันเป็นคำคำหนึ่งที่มีการออกเสียงแตกต่างกันเท่านั้นค่ะ เป็น

577
00:55:45,703 --> 00:55:49,490
แค่คำที่มันลอยน่ะค่ะ คำที่ให้เห็นเป็น

578
00:55:49,490 --> 00:55:53,490
กลม ๆ ๆ หนูลองอ่านดูนะคะลูก

579
00:55:54,835 --> 00:55:57,134
a a ah

580
00:55:57,134 --> 00:56:01,134
h ae ae เห็นไหมคะ h ตัว a หายไปแล้ว

581
00:56:03,645 --> 00:56:07,228
ก็เลยกลายมาเหลือเป็นตัว h ตัวเดียว พอมาถึง

582
00:56:07,228 --> 00:56:11,228
คำตรงนี้ค่ะ ซึ่งอาจารย์ก็ไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ ว่า

583
00:56:13,179 --> 00:56:14,922
เป็นประเทศไหนนะคะ ที่ใช้ ไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ

584
00:56:14,922 --> 00:56:18,922
หนูลองดูตัว r เห็นไหมคะ r r r r

585
00:56:19,433 --> 00:56:23,433
นะ ในสัปดาห์หน้า อาจารย์จะให้หนูมาโยนความสัมพันธ์

586
00:56:31,921 --> 00:56:32,009
ให้เป็น Neuron network เดี๋ยวจะพรินต์

587
00:56:32,009 --> 00:56:34,656
มาให้ แล้วหนูโยงตัวที่เหมือนกัน หรือเป็น

588
00:56:34,656 --> 00:56:38,656
คำพูดที่เป็นคำพูดเดียวกัน อะไรที่เป็นคำพูดเดียวกัน หนูนำเส้น

589
00:56:45,417 --> 00:56:49,417
มาเชื่อมต่อกัน ยกตัวอย่างเช่นนะคะ a a a ah

590
00:56:52,231 --> 00:56:54,166
h ae ae โอเคไหมคะ เชื่อมกันนะคะ

591
00:56:54,166 --> 00:56:58,166
ลากเส้นต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ อาจารย์จะ

592
00:57:03,677 --> 00:57:05,024
พาเล่น ์euron network ต่อมาค่ะ

593
00:57:05,024 --> 00:57:09,024
ใกล้หมดแล้วนะคะ เดี๋ยวจะถึงแถว ๆ การบ้านแล้วนะคะ หนูจะ Use for

594
00:57:14,439 --> 00:57:16,342
เขาได้อย่างไร หนูจะทำการปรับเทียบเขาได้อย่างไร

595
00:57:16,342 --> 00:57:20,342
single user limite

596
00:57:28,622 --> 00:57:29,842
vocabulary systems

597
00:57:29,842 --> 00:57:33,842
คอมพิวเตอร์ เด็ก ๆ ใช้ไหมคะ

598
00:57:34,928 --> 00:57:38,384
Translate ของ Google

599
00:57:38,384 --> 00:57:39,253
ทำไมคะ Copy คำมาวาง กดแปล หรือหนู

600
00:57:39,253 --> 00:57:43,253
กดกล้องส่อง แต่ทำไมคะ ต้องสีแสงเกิดขึ้นถูกไหมคะ

601
00:57:45,881 --> 00:57:46,386
ต้องมีแสงช่วย ถึงจะ

602
00:57:46,386 --> 00:57:49,357
สามารถแปลได้ และภาษาบางภาษา

603
00:57:49,357 --> 00:57:53,357
เราก็คงไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าภาษานั้นน่ะ

604
00:57:56,059 --> 00:58:00,059
ประเทศนี้มันมีหรือไม่ เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ว่ามีประเทศ...

605
00:58:02,410 --> 00:58:03,535
เหมือนประเทศ...

606
00:58:03,535 --> 00:58:07,535
แคบาลู อาจารย์ยังไม่รู้เลยแคบาลูเป็นประเทศ

607
00:58:12,652 --> 00:58:13,931
หรือเป็นรัฐ หรือเป็นอะไร รู้แต่สหรัฐฯ

608
00:58:13,931 --> 00:58:17,931
ตอนนี้ค่ะ กำลังจะมีผลต่อแคนาดากับอะไรนี่ เรื่องของภาษี อาจารย์รู้แค่นี้แหละ แต่ถ้าหนู

609
00:58:21,994 --> 00:58:25,994
เปิดใช้ปั๊บมันจะเกิด Limit Cabulary System

610
00:58:28,529 --> 00:58:31,241
system ที่เราจะสามารถให้ทางสถิติได้ ยกตัวอย่างเช่น หนูใช้เสียงกับโทรศัพท์

611
00:58:31,241 --> 00:58:34,951
หนูเคยไหมคะ แปลโดยการใช้เสียง

612
00:58:34,951 --> 00:58:36,045
หนูเคยรู้จักหูฟัง

613
00:58:36,045 --> 00:58:40,045
ที่พูด หนูกดพูดปั๊บ มันมีฟังก์ชันหนึ่ง

614
00:58:47,358 --> 00:58:50,833
ฟังก์ชันหนึ่ง อาจารย์ก็โหลดมาแล้วนะคะ ลองเล่นแล้ว

615
00:58:50,833 --> 00:58:54,833
แต่เราต้องพูดให้ชัดเจนด้วยนะ ถ้า

616
00:58:55,578 --> 00:58:59,446
หนูพูดไม่ชัดเจนเขาก็จะพิมพ์ออกมาในคำพูดที่เขาคิดว่าใช่นะคะ แล้วเขาจะแปลออกมาตามภาษาที่หนูเลือก

617
00:58:59,446 --> 00:59:02,943
แต่แอปนี้มั่นใจว่าจีนเป็นคนพัฒนา เพราะอาจารย์

618
00:59:02,943 --> 00:59:06,338
เลือกภาษาไทยแล้ว แต่หัวข้อยัง

619
00:59:06,338 --> 00:59:09,400
เป็นภาษาจีนอยู่ ทั้ง ๆ ที่เราเลือกภาษาไทยแล้ว

620
00:59:09,400 --> 00:59:13,400
นี่ล่ะค่ะ คือ คำที่ถูกการบล็อกเอาไว้

621
00:59:18,518 --> 00:59:22,518
นะคะ บล็อกให้เอาไว้เพื่อให้รู้ว่านี่จีนเป็นคนพัฒนา ต่อมาค่ะ ถ้าหนูจะทำการ

622
00:59:28,684 --> 00:59:29,923
Jonarol User User โดยทั่ว ๆ ไปเลย แล้วจะทำอย่างไรล่ะ

623
00:59:29,923 --> 00:59:33,923
ก็เป็น Vocab Vocab กว้าง ๆ เลย โดยยกตัวอย่างอะไรล่ะ

624
00:59:34,785 --> 00:59:38,785
ขับเคลื่อนของเครื่องจักร การขับเคลื่อน

625
00:59:43,117 --> 00:59:47,117
ของเครื่องจักรหนูจะทำการผลิตรองเท้า หนูกดปุ่ม Start

626
00:59:47,569 --> 00:59:48,805
มันวิ่งตื๊ด ๆ ๆ ๆ การทำ

627
00:59:48,805 --> 00:59:50,809
ผลิตภัณฑ์ หนูจะทำ Hotdog หนึ่งน่ะค่ะ

628
00:59:50,809 --> 00:59:54,809
การที่จะลอกออก

629
00:59:55,665 --> 00:59:59,665
ทุกอย่างหนูกดทำงานปั๊บ สับ Switch

630
01:00:01,297 --> 01:00:03,174
ให้มัน on มันก็จะเริ่มทำ แล้วมันก็

631
01:00:03,174 --> 01:00:07,174
ลงบล็อก ลงบล็อกปุ๊บ เขาก็ปิดกล่อง ไหล

632
01:00:08,576 --> 01:00:11,591
จบ ลง เก็บ ส่งออก

633
01:00:11,591 --> 01:00:15,591
ได้เลย นี่ค่ะ นี่คือการ Drivi

634
01:00:20,712 --> 01:00:21,386
ng ของ Menu factory มาจากคำพูด

635
01:00:21,386 --> 01:00:25,386
นั่นเอง แต่คำพูดทุกคำพูดนั้น ๆ เขาต้องมี

636
01:00:26,801 --> 01:00:30,801
ตัวสังเคราะห์มาก่อน ยกตัวอย่าง ถ้าหนูสั่ง

637
01:00:31,918 --> 01:00:35,788
ให้บ้านเปิดไฟเอง หนูบอกว่าเปิดไฟ แต่วันนี้หนูเป็นหวัด เอาแล้ว วันนี้เสียง

638
01:00:35,788 --> 01:00:38,395
ของหนูไม่เหมือนเดิม ไฟจะเปิดไหมคะ หนูคิดว่า

639
01:00:38,395 --> 01:00:42,395
เปิดไหมคะ ถ้าใครคิดว่าเปิด ยกมือให้อาจารย์หน่อยค่ะ

640
01:00:47,719 --> 01:00:51,473
ย้ำนะคะ หนูเป็นหวัด หนูเสียงแหบ หนูพูดไม่ได้

641
01:00:51,473 --> 01:00:55,473
คือหนูพูดออกมาglup'พูดได้ แต่เสียงที่หนูพูดออกมานั้น

642
01:00:56,853 --> 01:00:58,218
ไม่เหมือนเดิม หรือหนูกำลัง

643
01:00:58,218 --> 01:00:59,216
ใช้ภาษามือ แต่หนูเจ็บแขน

644
01:00:59,216 --> 01:01:03,216
หนูยกขึ้นมาไม่ได้น่ะ แขนน่ะ หนูไม่สามารถที่จะยกขึ้นมา

645
01:01:10,455 --> 01:01:14,455
แปลภาษามือได้นะคะ หนูก็เกิดขึ้นแล้วนะคะ หนูไม่สามารถ

646
01:01:19,429 --> 01:01:23,429
ออกแบบขึ้นมาได้ นี่ค่ะ อาจารย์เห็นแล้ว อากาศหนาว

647
01:01:23,508 --> 01:01:25,010
เด็กกอดอก เด็กเลยแปลภาษามือไม่ได้

648
01:01:25,010 --> 01:01:29,010
นะคะ นี่คือการปรับน่ะค่ะ ถ้าเครื่องมันเย็นจัด คุณต้อง

649
01:01:36,754 --> 01:01:37,515
ร้อนก่อนนะ ถึงจะทำงานได้ แต่ถ้าเครื่องร้อนจนเกินไป ร้อนเท่าไรล่ะ ก็ต้องมาดูอีกว่า

650
01:01:37,515 --> 01:01:41,515
เอ๊ะ เครื่องร้อน ร้อนนี่ ร้อนสูงเท่าไร

651
01:01:43,900 --> 01:01:47,900
ถึงเครื่องจะทำงานไม่ได้

652
01:01:48,704 --> 01:01:49,233
ไหมคะ ว่าเปิดทั้งวัน แล้วหนูลองจับที่ตัวเครื่องดู

653
01:01:49,233 --> 01:01:53,233
มันจะร้อนเลย เหมือนโทรศัพท์ของหนูน่ะค่ะ หนู

654
01:01:54,919 --> 01:01:58,919
ก็จะจับใช่ไหม โทรศัพท์หนูร้อนไหมลูกเวลาใช้นาน ๆ

655
01:01:59,514 --> 01:02:03,514
ร้อนนะ หนูลองจับไอ้ตัวที่ข้างหลัง

656
01:02:06,967 --> 01:02:08,900
หน้าจอก็ได้ค่ะ ถ้าหนูใช้นาน ๆ ในช่วงหน้าร้อนนะ อันนี้หน้าหนาว

657
01:02:08,900 --> 01:02:12,900
ก็คงไม่ร้อนหรอกมั้งคะ ไอ้ตัวที่เป็นก่อนที่

658
01:02:13,871 --> 01:02:13,906
หน้าจอหนูน่ะ มันจะออกอุ่น ๆ อุ่น ๆ นิดหนึ่ง

659
01:02:13,906 --> 01:02:17,906
ตัวของ Synthesis นะ

660
01:02:24,780 --> 01:02:27,853
นะคะ ตัวนี้จะเป็นในเรื่องของ Generation Speech

661
01:02:27,853 --> 01:02:28,886
นะคะ เป็นข้อมูลของข้อมูลที่เขาบอกว่าเป็นข้อมูล

662
01:02:28,886 --> 01:02:32,729
โดยทั่ว ๆ ไป Useful

663
01:02:32,729 --> 01:02:33,246
จะใช้แบบปกตินี้แหละ

664
01:02:33,246 --> 01:02:37,246
Information ทั่ว ๆ ไปในการรับข้อมูลมา

665
01:02:40,120 --> 01:02:44,120
ข้อมูลในเรื่องของปราสาทผึ้งใส่

666
01:02:46,117 --> 01:02:50,117
เหมือนหนูตอบคำถามในข้อสอบน่ะค่ะ แต่เด็กบางคนไม่อ่านคำถามให้ละเอียด หนู Copy

667
01:02:56,799 --> 01:02:58,134
มาวางปุ๊บ แล้วหนูกดส่ง อาจารย์บังคับให้ส่งแค่ครั้งเดียว

668
01:02:58,134 --> 01:02:59,180
ใครที่เขาไปทำอีกครั้งหนึ่ง หนูจะไม่สามารถ

669
01:02:59,180 --> 01:03:03,180
ทำข้อสอบข้อนั้นได้ และข้อสอบที่หนูส่งไปแล้ว

670
01:03:03,955 --> 01:03:07,955
มันจะหายอัตโนมัติเลย

671
01:03:10,435 --> 01:03:14,435
ขนาดนั้นนะคะ เพราะให้หนูทำแค่ครั้งเดียวนะ ถามว่าทำไม อาจารย์อยากให้หนูมีความมั่นใจก่อนส่ง

672
01:03:16,456 --> 01:03:20,456
เพราะอาจารย์ให้เวลาหนูเยอะมากค่ะ เยอะมาก และอาจารย์ให้หนูค้นด้วย

673
01:03:21,687 --> 01:03:25,687
ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากอะไรบ้างล่ะ

674
01:03:28,077 --> 01:03:32,077
เยอะแยะมากมายค่ะ การวิเคราะห์แบบ Similar อาจารย์จะวิเคราะห์ได้อย่างไร เสียงของแต่ละคน

675
01:03:34,449 --> 01:03:35,506
ไม่เหมือนกัน แม้แต่เสียงภาษาไทยนะคะ ที่เขาพูด ๆ กันนี่

676
01:03:35,506 --> 01:03:39,506
เห็นไหมคะ เสียงของอาจารย์แอน เสียงของพี่ล่าม เสียงของ

677
01:03:43,880 --> 01:03:47,158
อาจารย์แม่ อาจารย์พ่อไม่เหมือนกัน เห็นไหมลูก จะทำไมคะ โทนเสียงก็จะไม่เหมือนกัน นี่แหละค่ะ

678
01:03:47,158 --> 01:03:51,158
กับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น จะให้พูดแค่คำว่า "

679
01:03:51,669 --> 01:03:55,669
เปิดไฟ" เสียง

680
01:04:00,824 --> 01:04:04,824
ที่เขาจะต้องได้ ก็คือ 120-130 นะคะ ถ้าความดังไม่ได้เท่ากับเท่านั้น ทำไมคะ หูเราก็จะ... แก้วหูจะระเบิดเหมือนกันนะคะ Additional p

681
01:04:12,830 --> 01:04:15,108
hone ดูปัญหาด้านนี้บ้าง เขา

682
01:04:15,108 --> 01:04:17,491
บอกว่านี่ถ้าหากเป็น Headphone

683
01:04:17,491 --> 01:04:21,491
ตัวโทรศัพท์นี่เขาต้องการมาก ๆ เลย เขา

684
01:04:21,731 --> 01:04:22,367
ไม่กรอกโทรศัพท์ให้เรา เขากรอกตัวเลขให้ไม่ครบ

685
01:04:22,367 --> 01:04:26,367
หรือเขา Create

686
01:04:32,838 --> 01:04:36,227
ทำไมคะ ข้อมูลที่ไม่สามารถนำมาใช้งานได้นะ นะ มันมี Noise เข้ามา

687
01:04:36,227 --> 01:04:39,542
ไม่ Work space หรือเขาในการรีวิว

688
01:04:39,542 --> 01:04:43,542
การแก้ไขข้อมูล มันแก้ไขได้ไม่หมด

689
01:04:46,046 --> 01:04:50,046
หนูต้องเคยเจอบ้างคะ เวลาหนูใช้ระบบพวกนี้ แต่หนูไม่รู้ว่าตัวนี้เขาเรียกว่า "Sinitive"

690
01:04:52,412 --> 01:04:55,240
แล้วหนูจะใช้อย่างไรล่ะ ถ้าจะให้มันสำเร็จ

691
01:04:55,240 --> 01:04:59,240
นะคะ เมื่อไหร่ก็ตามที่ Usa

692
01:05:04,855 --> 01:05:08,855
ทำการ Overcome Problem

693
01:05:08,855 --> 01:05:09,668
ทุกปัญหา หนูจะทำการ

694
01:05:09,668 --> 01:05:11,252
Motiwaytion

695
01:05:11,252 --> 01:05:15,252
หนูจะมีหนทางในการแก้ไขปัญหาได้ด้วย

696
01:05:20,865 --> 01:05:21,829
เช่น Screen readers หน้าจอของผู้นำ เขาจะอ่านนะคะ อ่าน Text

697
01:05:21,829 --> 01:05:25,829
แล้วก็ Display ให้กับ User นี่ค่ะ เหมือนอาจารย์พูด

698
01:05:29,825 --> 01:05:32,724
แล้วก็มีข้อความขึ้น

699
01:05:32,724 --> 01:05:36,724
นะคะ หรือตัว Warning Warning signals

700
01:05:40,870 --> 01:05:43,927
จะเป็น Smoken เป็น Information

701
01:05:43,927 --> 01:05:44,660
ของ Spoken เกิดขึ้นในข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น

702
01:05:44,660 --> 01:05:48,660
ถ้าหนูกรอกข้อมูลผิด มันต้องขึ้นมาใช่ไหมคะ

703
01:05:51,760 --> 01:05:53,404
กรุณากรอกข้อมูลให้ครบ มีไหมคะ มี

704
01:05:53,404 --> 01:05:57,404
Pop-up ที่เกิดขึ้นมา ขึ้นมาปุ๊บ กรุณากรอก

705
01:05:58,580 --> 01:05:59,031
ให้ครบ อีเมลของท่านผิด ทั้ง ๆ ที่เรากรอกถูกน่ะค่ะ

706
01:05:59,031 --> 01:06:03,031
อีเมลของท่านผิด หมายเลขของท่าน

707
01:06:07,421 --> 01:06:11,421
ไม่ถูก มีหมดเลยเห็นไหมคะ มีครบเลย นี่แหละค่ะ ตัวนี้คือการใช้ Non-speech sounds

708
01:06:13,011 --> 01:06:17,011
Boings Bangs Squeaks เป็นต้น

709
01:06:19,024 --> 01:06:23,024
Click

710
01:06:24,606 --> 01:06:28,043
อยู่ 4 คำ อาจารย์จะเรียก 4 คน อาจารย์จะให้คนละ 1 คะแนนนะคะ เริ่มจาก

711
01:06:28,043 --> 01:06:31,136
อาจารย์ขอตี๋สั้นก่อนได้ไหมคะ Click

712
01:06:31,136 --> 01:06:35,136
แปลว่าอะไรคะ C-l-

713
01:06:40,374 --> 01:06:44,374
i-c-k-s โอเค ถูกต้องครับ Clicks

714
01:06:44,578 --> 01:06:46,756
ตี๋สั้นได้แล้ว เก่งมากครับ

715
01:06:46,756 --> 01:06:50,756
Boings อาจารย์ขอเลขที่ 7 ค่าะ

716
01:06:56,855 --> 01:07:00,855
Boings ค่ะ น้ององุ่นตอบว่าอะไรคะ องุ่นคะ

717
01:07:02,363 --> 01:07:06,363
องุ่นคะ กล้ององุ่นอยู่ไหนเอ่ย

718
01:07:08,994 --> 01:07:12,215
เบอร์ 7 ค่ะ

719
01:07:12,215 --> 01:07:14,318
ค่ะ

720
01:07:14,318 --> 01:07:18,318
หนูจะตอบว่าอะไรคะ Boings

721
01:07:26,729 --> 01:07:30,729

722
01:07:32,811 --> 01:07:36,811
ค่ะ ตอบเลยลูกองุ่น

723
01:07:44,565 --> 01:07:48,565

724
01:07:50,270 --> 01:07:53,893
กุ้งเต้นเตรียมนะคะ ตัวที่ 2 ค่ะ

725
01:07:53,893 --> 01:07:57,893
ตัวที่ 2 นะคะ Bangs ตัวที่ 3

726
01:07:57,969 --> 01:08:01,425
Squeak

727
01:08:01,425 --> 01:08:05,425
เชิญค่ะ น้ององุ่นค่ะ

728
01:08:15,717 --> 01:08:19,717
(ล่าม) Boings ค่ะ

729
01:08:23,513 --> 01:08:23,924
ไม่เจอคำแปลค่ะ

730
01:08:23,924 --> 01:08:27,924
(อาจารย์สุรีย์พัชร) แสดงว่าใช้ Google Translate

731
01:08:31,486 --> 01:08:35,486
กุ้งเต้นหนูจะตอบ... ตอบอะไรคะ

732
01:09:14,200 --> 01:09:18,200
อ๋อ

733
01:09:42,405 --> 01:09:46,405
ค่ะ

734
01:14:34,040 --> 01:14:36,367
ต่อมาลูก ต่อมานะคะ

735
01:14:36,367 --> 01:14:40,367
อาจารย์ขอกุ้งเต้นค่ะ กุ้งเต้นคะ

736
01:14:42,902 --> 01:14:46,902
Bangs ค่ะลูก Bangs

737
01:14:48,108 --> 01:14:52,108
B-a-n-g-s ค่ะ กุ้งเต้นแปลว่าอ

738
01:14:57,234 --> 01:14:58,794
ะไรคะ ตอบว่าอะไรคะ อาจารย์ขอกุ้งเต้นลูก กุ้งเต้นอยู่ไหน

739
01:14:58,794 --> 01:15:02,754
โอเคค่ะ หนูเปิดกล้องขึ้นมาค่ะ

740
01:15:02,754 --> 01:15:06,161

741
01:15:06,161 --> 01:15:10,161
กุ้งเต้นอยู่เลขไหนคะ เครื่องไหน เครื่อง 1 หรือเครื่อง 2

742
01:15:12,972 --> 01:15:14,765
เครื่อง 2 มา ๆ ๆ

743
01:15:14,765 --> 01:15:18,765
เจ้าบาสขยับไปทั่ว

744
01:15:24,682 --> 01:15:26,897
เชิญเลยค่ะ น้องกุ้งเต้นคะ

745
01:15:26,897 --> 01:15:29,243
Bangs ค่ะ

746
01:15:29,243 --> 01:15:32,336
Bangs แปลว่าอะไรคะ

747
01:15:32,336 --> 01:15:36,336
เดี๋ยวอาจารย์กลับมาทวนให้ใหม่ค่ะ

748
01:15:48,658 --> 01:15:51,716
(ล่าม) เป็นคำเหมือน... สักครู่นะคะ

749
01:15:51,716 --> 01:15:55,716
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ค่ะ ๆ กุ้งเต้นหนูตอบหน่อยลูก

750
01:16:09,264 --> 01:16:10,226
(ล่าม) เหมือนหน้าม้าค่ะ หน้าม้า

751
01:16:10,226 --> 01:16:14,226
(อาจารย์สุรีย์พัชร) หนูจะหมายถึงคนที่

752
01:16:15,929 --> 01:16:19,929
รับรู้คำตอบไว้แล้ว แล้วตอบคำถามนี้ใช่ไหมคะ

753
01:16:20,391 --> 01:16:24,391
เป็นหน้าม้าในงานนั้น ๆ ไม่ผิดแล้วก็

754
01:16:29,628 --> 01:16:32,117
ไม่ถูก เป็นความหมายอยู่ในคำนั้น ๆ บาสครับ

755
01:16:32,117 --> 01:16:35,904
บาสครับ บาสอยู่ไหนแล้วนี่

756
01:16:35,904 --> 01:16:37,007
เลขที่ 1 หรือเปล่า บาสครับ

757
01:16:37,007 --> 01:16:41,007
บาสครับ บาสครับ

758
01:16:41,965 --> 01:16:42,567
เลข... หมายเลข 1 ครับ

759
01:16:42,567 --> 01:16:46,567
โอเค บาสครับ

760
01:16:51,390 --> 01:16:55,390
Squeaks S-q-u-

761
01:17:01,289 --> 01:17:05,289
e-a-k-s ตัวนี้ค่ะ

762
01:17:09,292 --> 01:17:13,292
ตัวนี้ค่ะ

763
01:17:24,390 --> 01:17:24,817
(ล่าม) เป็นตัวการ์ตูน

764
01:17:24,817 --> 01:17:28,817
เหมือนหนูครับ หนูในตลาดครับ

765
01:17:29,547 --> 01:17:32,363
หนูตัวสีน้ำตาลเล็ก ๆ ครับ

766
01:17:32,363 --> 01:17:36,363
Squeaks

767
01:17:40,609 --> 01:17:42,715
นะคะ

768
01:17:42,715 --> 01:17:46,715
สังเกต

769
01:17:51,992 --> 01:17:54,924
หัวข้อ ตัวนี้ไม่ใช่คำพูด

770
01:17:54,924 --> 01:17:58,924
ไม่ใช่เสียงที่เป็นคำพูด แสดงว่าเป็นปฏิกิริยา

771
01:18:00,205 --> 01:18:04,205
ถ้าบาสบอกว่าเป็นหนู

772
01:18:08,993 --> 01:18:12,993
นั่นแแสดงว่าเขาเป็นตัวที่วิ่งอยู่ในระบบเหรอคะอย่างนั้น

773
01:18:13,343 --> 01:18:17,343
เป็นตัวที่วิ่งเหมือนกับตัว Animation ที่อยู่ในระบบ

774
01:18:17,971 --> 01:18:19,028
(ล่าม) ครับ ใช่ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร)

775
01:18:19,028 --> 01:18:22,268
ใช่ไหม ถ้าหนูบอกว่าเป็นหนูน่ะค่ะ

776
01:18:22,268 --> 01:18:26,268
(ล่าม) ครับ เป็นตัวที่เคลื่อนไหว

777
01:18:29,341 --> 01:18:33,341
เหมือน Animation นะ (ล่าม) ใช่ครับ เป็นหนูที่วิ่ง ๆ ที่

778
01:18:33,482 --> 01:18:37,301
ปีนต้นไม้ครับ ตัวการ์ตูนครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค

779
01:18:37,301 --> 01:18:40,136
อาจารย์ลงคะแนนค่ะ เมื่อสักครู่นี้นะคะ บาส

780
01:18:40,136 --> 01:18:42,791
1 แต้ม ใครอีกคนหนึ่งนะคะ ใครตอบลูก

781
01:18:42,791 --> 01:18:46,791
ตี๋น้อย ตี๋น้อย

782
01:18:49,644 --> 01:18:50,604
อีก 1 ค่ะ

783
01:18:50,604 --> 01:18:54,604
อีกคนหนึ่งค่ะ อีกคนหนึ่ง

784
01:18:57,468 --> 01:19:01,468
คนหนึ่งใช่กุ้งเต้น

785
01:19:03,202 --> 01:19:07,202
ใช่ไหม กุ้งเต้นนะ กุ้งเต้นนะ

786
01:19:09,895 --> 01:19:13,895
โอเค ยังค่ะ ยังไม่ได้

787
01:19:14,271 --> 01:19:18,271
ให้คำตอบค่ะ พอดีอยู่ในช่วงของ Non-speech sounds ค่ะ

788
01:19:20,113 --> 01:19:24,113
คราวนี้หนูมาดูในเรื่องของ

789
01:19:25,600 --> 01:19:26,574
Alarm ใช่ไหมคะ เสียงเตือน

790
01:19:26,574 --> 01:19:30,574
เหมือนหนูพิมพ์เกินค่ะ มันก็จะมีเสียงดังขึ้นมา

791
01:19:33,690 --> 01:19:37,690
นาฬิกานะ ครบเวลาใช่ไหมคะ ครบเวลา 12 ชี้เลข

792
01:19:38,863 --> 01:19:42,863
12 เข็มสั้นชี้เลย 3 ร้องกุ๊ก

793
01:19:49,387 --> 01:19:53,387
หนูเคยเห็นไหมคะ ในระบบที่หนูกรอกข้อมูลลงไปแล้วหนูกรอกเกิน แล้วมันจะมีเสียงดัง ตึ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ

794
01:19:55,193 --> 01:19:59,193
สักอย่างหนึ่ง เหมือนในระบบที่หนูกรอกเพื่อดูเกรดนั่นแหละค่ะ

795
01:19:59,831 --> 01:20:03,831
รหัสเกิน ต้องมีแน่ ๆ แหละ อันนี้นะคะ มีเสียงเตือน

796
01:20:06,770 --> 01:20:07,831
หรือในเรื่องของ Language นะคะ Language ที่มัน

797
01:20:07,831 --> 01:20:11,831
เกิดขึ้นที่เขาเป็นลักษณะของ

798
01:20:17,022 --> 01:20:20,614
Speech ก็คือเป็นข้อความที่... ที่ไม่ดีน่ะค่ะ เป็นข้อความที่ไม่ดี

799
01:20:20,614 --> 01:20:24,614
เป็นข้อความ... บางข้อความเขาไม่ให้ขึ้นบนหน้าจอ

800
01:20:25,509 --> 01:20:29,509
หรือคำสอดเสียดได้

801
01:20:30,421 --> 01:20:34,421
นะคะ เด็ก ๆ น่าจะยังไม่ถึงตรงนั้นนะ ในเรื่องของ Dual model display

802
01:20:41,281 --> 01:20:42,636
Information ในการนำเสนอ 2 ความแตกต่าง

803
01:20:42,636 --> 01:20:44,095
2 ช่องทางที่เขานำเสนอ

804
01:20:44,095 --> 01:20:48,095
ข้อมูลให้ข้อมูลนั้นทำงานได้ในการ Display dual

805
01:20:53,285 --> 01:20:57,285
หนูเคยเห็นไหมคะ ชื่อโมเด็ม เขาทำการ Connect เน็ตน่ะค่ะ

806
01:21:01,347 --> 01:21:03,463
เขาทำอะไรคะ เสียง ติ๊ด ๆ ๆ เคยได้ยินนะ ในการ Connect เน็ต

807
01:21:03,463 --> 01:21:07,463
Sound good for เป็นอย่างไร

808
01:21:10,803 --> 01:21:14,803
เป็น Information

809
01:21:17,428 --> 01:21:21,428
เสียงลม ต้องเป็นเสียงอย่างไร เสียงแมวร้องต้องเป็นเสียงอย่างไร เสียงหมาเห่า คนมา

810
01:21:22,159 --> 01:21:26,159
หมาจะกัดกัน โอเคไหมคะ เสียงจะมีความแตกต่างกัน

811
01:21:29,775 --> 01:21:33,401
นะคะ ถ้าหนูจำแนกเสียงตัวนี้ได้

812
01:21:33,401 --> 01:21:37,401
ได้อยู่แล้วล่ะค่ะนะ เสียงหมาจะกัดกันก็เป็นเสียงอย่างหนึ่งนะ

813
01:21:38,127 --> 01:21:39,303
เขาถึงได้บอกว่าเสียงที่ดี

814
01:21:39,303 --> 01:21:43,303
ก็ต้องเป็นเสียงที่ทำการสื่อถึงที่ทุกคนรู้ได้ เช่น อาจารย์

815
01:21:46,327 --> 01:21:50,327
บอกว่าไก่ประเทศไทยร้อง เอ

816
01:21:53,437 --> 01:21:53,596
๊ก อีเอ๊ก เอไก่ของต่างชาติสายยุโรป ...

817
01:21:53,596 --> 01:21:57,596
ไก่ร้อง

818
01:21:59,101 --> 01:22:03,101
ไม่เหมือนกัน อันนี้ไม่ถือเป็น Universal

819
01:22:08,176 --> 01:22:12,176
ฉะนั้น ข้อสอบของอาจารย์ต้องมีแน่ ๆ ว่าคำใด หรือเสียงใดเป็น Universal

820
01:22:12,620 --> 01:22:15,887
หนูต้องดูให้ได้นะคะ ว่าเสียงไหน ทุก ๆ ประเทศ

821
01:22:15,887 --> 01:22:19,887
เขารับรู้ รับทราบเป็นเสียงเดียวกัน เสียงรับทราบ

822
01:22:25,148 --> 01:22:29,148
ต้องเป็นเสียงอย่างไร เสียงถูกต้องต้องเป็นเสียงอย่างไรนะคะ Auditory Icons

823
01:22:33,696 --> 01:22:37,616
เขาจะใช้เสียงตัวนี้เพื่อนำเสนอชนิดที่มีความแตกต่างนะคะ โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว

824
01:22:37,616 --> 01:22:41,616
เสียงของเรานี่ จะมีการ Match

825
01:22:45,206 --> 01:22:49,206
เข้ากับความหมายนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น throwing something away

826
01:22:53,480 --> 01:22:56,737
เสียงที่หนูกำลังเดินน่ะ ถ้าอาจารย์บอกว่า

827
01:22:56,737 --> 01:23:00,737
หนูกำลังเดินอยู่บนหิน

828
01:23:01,775 --> 01:23:03,022
เสียงจะเป็นอย่างไร ถ้าหนูกำลังเดินอยู่บนพื้น

829
01:23:03,022 --> 01:23:07,022
เสียงจะเป็นอย่างไร ลักษณะการวิ่ง

830
01:23:13,494 --> 01:23:13,546
เสียงจะเป็นอย่างไร จะแตกต่างกันนะคะ พวกนี้เสียงแตกต่างกันแล้ว

831
01:23:13,546 --> 01:23:17,546
นะคะ หนูมาดูในอีกสไลด์หนึ่งค่ะ

832
01:23:18,499 --> 01:23:22,499
อีกสไลด์หนึ่งค่ะ สไลด์นี้จะบอกบอกว่าหนูจะทำการทำเสียง

833
01:23:29,491 --> 01:23:33,491
กับเครื่อง Macintosh แต่ด้วยความที่เราไม่ได้ใช่เครื่อง Macint

834
01:23:33,500 --> 01:23:37,500
Macintosh เราใช้เครื่องของ LENOVO อาจารย์ขอข้ามตัวนี้นะคะ เพราะตัวนี้เป็น... เขาเรียกว่า "เป็นคอนเซ็ปต์

835
01:23:40,618 --> 01:23:44,618
"เป็นของ M

836
01:23:45,498 --> 01:23:48,224
Macintosh เพราะ for Macintosh

837
01:23:48,224 --> 01:23:52,224
ตัวนี้หนูเรียนผ่านมาเมื่อตอน ม.ต้น หรือ ม.ปลาย ตัวเขบ็ต

838
01:23:52,944 --> 01:23:55,625
เคยรู้จักไหมคะ ครึ่งเสียง

839
01:23:55,625 --> 01:23:59,625
1 ขั้น 2 เสียงคาเบต 1 ชั้น

840
01:24:05,515 --> 01:24:08,837
เขบ๊ต 2 ชั้น โน้ตดนตรี ใช่ค่ะ เป็นของโน้ตดนตรี เราสามารถ Create

841
01:24:08,837 --> 01:24:12,837
ไฟล์ตัวนั้นออกมาได้เป็นไฟล์ดนตรี

842
01:24:13,522 --> 01:24:17,522
กีตาร์ได้แล้วเขามีโปรแกรมซับพอร์ต

843
01:24:18,618 --> 01:24:20,477
ปั๊บ ๆ ๆ ๆ มันออกมาเป็นตัวโน้ตให้เห็นนะคะ

844
01:24:20,477 --> 01:24:24,477
เป็นโน้ตดนตรีให้เห็นเลย มีนะคะ แอปนี้ก็มีให้เรียบร้อยแล้ว

845
01:24:26,321 --> 01:24:28,758
มีให้ เขาเรียกว่า "Earcons"

846
01:24:28,758 --> 01:24:30,262
หนูมาดูตัว Touch ค่ะ

847
01:24:30,262 --> 01:24:34,262
ตัวสัมผัส Hapic Interaction

848
01:24:37,135 --> 01:24:41,135
หนูจะทำการสัมผัสเขาได้นี่ หนูจะต้องทำไมคะ Force Feedback

849
01:24:45,408 --> 01:24:49,408
force Fee

850
01:24:49,526 --> 01:24:53,526
Movement ได้สามารถที่จะเคลื่อนตำแหน่ง

851
01:24:53,531 --> 01:24:54,969
น่ะค่ะ สามารถที่จะเคลื่อน เหมือนหมุดน่ะค่ะ

852
01:24:54,969 --> 01:24:58,969
หนูสามารถที่จะทำการทำไมคะ ฉันอยู่ตรงนี้โดยการกดเป้ายิงน่ะค่ะ ที่เป็น

853
01:25:02,971 --> 01:25:05,093
ตัวกลม ๆ เหมือนเป้ายิงนะ พอกดเขาก็จะย้ายตำแหน่งมา

854
01:25:05,093 --> 01:25:05,368
หาตำแหน่งที่หนูยืนอยู่ตรงนั้นนะคะ

855
01:25:05,368 --> 01:25:09,368
หรือเป็นลักษณะของ Feedback ที่ตอบออกมาให้หนู

856
01:25:12,099 --> 01:25:16,099
หนูสังเกตไหมว่าเวลาที่หนู

857
01:25:21,549 --> 01:25:22,106
ใน Facebook หนูดูอะไร บางครั้ง

858
01:25:22,106 --> 01:25:25,529
เขาจะขึ้นมาเลยว่าคุณสนใจหรือไม่สนใจ หน้าหนูคลิก

859
01:25:25,529 --> 01:25:29,529
คำว่า "สนใจ" ปุ๊บ ฉันสนใจ มันจะขึ้นมาให้หนูดูตลอด

860
01:25:31,943 --> 01:25:35,943
เช่น อาจารย์ชอบดูคนเวียดนามใช้

861
01:25:37,557 --> 01:25:41,557
ครัวในภูเขา อาจารย์ก็จะเห็นแต่คนเวียดนามที่ใช้ชีวิตอยู่บนภูเขา

862
01:25:41,559 --> 01:25:44,509
คุณแม่อาจารย์แอนดูในเรื่องของการทำอาหาร ฉะนั้น

863
01:25:44,509 --> 01:25:48,509
ในหน้าจอของเธอก็จะมีแต่การทำอาหารเต็มไปหมดเลย ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้กด Like

864
01:25:53,560 --> 01:25:54,864
เขาทำการ Signal ได้แล้วนะคะ Simulate

865
01:25:54,864 --> 01:25:57,083
ให้รู้ว่าเขาต้องการอะไร นี่คือ

866
01:25:57,083 --> 01:26:01,083
Ai ค่ะนะคะ ยกตัวอย่างในเรื่องของ

867
01:26:08,119 --> 01:26:12,119
เทคโนบ้างค่ะ Electronic Display

868
01:26:13,018 --> 01:26:17,018
โอเคไหมคะ Handwriting Recognition เป็นอย่างไร

869
01:26:20,974 --> 01:26:24,974
เทคโนโลยีในสมัยใหม่ในสมัยนี้ เรามีการเขียนลงไปในหน้าจอแล้วเห็นไหมคะ หน้าจอมือถือของหนูแต่ละคน มือถือ แท็บเ

870
01:26:33,579 --> 01:26:37,579
ล็ตสามารถใช้ปากกาได้ เห็นไหมคะ เทคโนโลยีสมัยนี้สามารถใช้ปากกาได้ นั้นแหละค่ะ นั้นคือ

871
01:26:39,365 --> 01:26:42,306
Handwriting recognition

872
01:26:42,306 --> 01:26:45,233
หนูสังเกตไหมคะ มีแอปแอปหนึ่ง

873
01:26:45,233 --> 01:26:49,233
ไม่ต้องใช้แอปนี้ก็ได้นะคะ หนูเขียนตอบอาจารย์ปั๊บ แล้วมัน

874
01:26:52,325 --> 01:26:56,325
ปรับให้เป็นอักษรที่หนูเลือก เช่น

875
01:26:56,344 --> 01:26:57,234
หนูเลือก Angsana เขาก็จะปรับจากภาษาเขียนของหนูน่ะค่ะ

876
01:26:57,234 --> 01:27:01,234
ลายมืออันสวยสดงดงามของหนู เป็นฟอนต์

877
01:27:02,999 --> 01:27:03,919
ตอนนี้มีแล้วนะคะ เปลี่ยนได้แล้ว เอื้อคนที่ลายมือ

878
01:27:03,919 --> 01:27:07,919
สวยเกินไปค่ะนะ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นในการใช้ Handwriting คือ

879
01:27:14,470 --> 01:27:15,826
ข้อความแตกต่างในลายมือของแต่ละคน เช่น เอา

880
01:27:15,826 --> 01:27:19,826
ก ไก่ เอาแค่ ก ไก่ เขียน ใครเขียน ก ไก่

881
01:27:24,705 --> 01:27:26,187
มีหัว บางคนเขียน ก ไม่มีหัว

882
01:27:26,187 --> 01:27:30,153
ใช่ไหมคะ ข ไข่ เหมือน บ ใบไม้ ไม่ได้กินข้าว

883
01:27:30,153 --> 01:27:34,153
ใช่ไหมลูก ข ไข่ ไม่มีหัว กลายเป็น บ ใบไม้ ไม่กินข้าว โอเคนะคะ เข้าใจความหมาย

884
01:27:39,593 --> 01:27:43,593
อาจารย์นะคะ ก ไม่มีหัว ก็เป็น ก

885
01:27:45,617 --> 01:27:49,616
ไก่ ทำไมคะ เส้นโค้งเฉย ๆ นะคะ แต่ถ้า Current star

886
01:27:49,616 --> 01:27:53,599
current state มันไม่ได้เป็น Prefer บนคีย์บอร์ดของหนู

887
01:27:53,599 --> 01:27:56,261
บางทีที่หนูมองอยู่นี่

888
01:27:56,261 --> 01:27:58,646
ทำไมคะ ต้องใช้ถึง 2 ตัวใช่ไหม เช่น หนูจะทำการ

889
01:27:58,646 --> 01:28:02,646
Copy หนูใช้อะไรคะ Ctrl บวกด้วย

890
01:28:06,585 --> 01:28:08,766
ตัว C หนูจะวาง หนูกด Ctrl ด้วย

891
01:28:08,766 --> 01:28:12,740
ตัว V โอเคไหมคะ แต่ถ้าหนูจะทำการ

892
01:28:12,740 --> 01:28:16,470
Copy แล้วตัดเลย หนูใช้ Ctrl + X

893
01:28:16,470 --> 01:28:20,470
นะ แต่อันนี้ก็คือ...

894
01:28:20,972 --> 01:28:24,972
เด็กตอบข้อสอบของอาจารย์แอน บางคนใช้คำ Copy

895
01:28:25,740 --> 01:28:29,740
แต่บางคนใช้ S

896
01:28:33,633 --> 01:28:35,093
Copy คือ Copy แม้แต่ชื่อเขาก็เอามา

897
01:28:35,093 --> 01:28:39,093
นะคะ บางคนก๊อบฯ คำว่า "Copy" อาจารย์เปลี่ยนคะแนนให้บ้าง

898
01:28:41,528 --> 01:28:42,735
เล็กน้อยนะ อาจารย์ก็มีคะแนนให้นะคะ เปลี่ยนเล็กน้อย

899
01:28:42,735 --> 01:28:46,735
Gesture เป็นการวางตำแห

900
01:28:49,638 --> 01:28:53,638
น่ง หรือการใส่ตำแหน่งลงไปเป็นภาษาค่ะ เช่น หนูจะออกแบบหน้าจอให้เขารู้ได้ว่า นี่คือเป้าหมาย หนูจะทำอย่างไรคะ ใส่เป็นเหรียญ

901
01:28:55,094 --> 01:28:59,094
หรือว่าทำเป็นเส้นชัย เห็นไหมคะ ทำเป็นเส้นชัย

902
01:29:03,986 --> 01:29:07,986
ให้เขาได้นะ นี่เป้าหมายเราก็ต้องถึงเส้นชัยนะ เทคโนโลยี เดี๋ยวนี้ เขาเลยมี data

903
01:29:12,475 --> 01:29:14,902
ก็คือเป็นลักษณะของคู่มือ มีตำแหน่งนะคะ เช่น ห้องของ

904
01:29:14,902 --> 01:29:18,902
Media Room นะคะ ซึ่งโปรเจกต์ของพวกหนูน่ะ

905
01:29:24,274 --> 01:29:26,287
ต้องใช้ห้องของ Media Room ประโยชน์ของเขา

906
01:29:26,287 --> 01:29:27,148
คืออะไรบ้างล่ะ ก็เป็นการหาตำแหน่งได้นะคะ

907
01:29:27,148 --> 01:29:31,148
เป็นการ

908
01:29:36,533 --> 01:29:40,533
Between siging and non

909
01:29:41,663 --> 01:29:42,790
user ใช้ทั้งตัว Singing

910
01:29:42,790 --> 01:29:46,162
และไม่ใช้ Signing นะคะ User ปัญหาที่เกิดขึ้น

911
01:29:46,162 --> 01:29:50,162
คือ User depen

912
01:29:53,669 --> 01:29:57,078
dent เขามีตัวแปลและประเด็นที่จะนำมาใช้งาน นี่แหละค่ะ คือ Gesture

913
01:29:57,078 --> 01:29:58,559
แต่ User ทุกคนก็มีความรู้สึกทุกคนเลยค่ะ ว่า

914
01:29:58,559 --> 01:30:02,559
ฉันจะต้องใช้นะ จะต้องใช้อะไรล่ะ ใช้

915
01:30:05,677 --> 01:30:06,610
SonicFinder นะคะ หรือใช้ข้อความ

916
01:30:06,610 --> 01:30:09,191
ที่ทำการติดต่อสื่อสาร หรือการ

917
01:30:09,191 --> 01:30:13,191
Caption เข้าใจคำว่า "Caption" อยู่นะคะ Caption

918
01:30:20,680 --> 01:30:20,801
หรือหนูใช้ Input-Output

919
01:30:20,801 --> 01:30:24,801
คำพูด Input Output เช่น หนู Recac

920
01:30:29,688 --> 01:30:32,142
... คีย์บอร์ด หนู Speech implement

921
01:30:32,142 --> 01:30:32,854
คือ หนู Speech ใน Syntax และข้อความต่าง ๆ

922
01:30:32,854 --> 01:30:36,854
แต่ M Medie

923
01:30:41,688 --> 01:30:45,259
ตัว Speech ข้อความ ออกมา Authen คือตัว communication

924
01:30:45,259 --> 01:30:48,239
กับ Education คือ การติดต่อสื่อสารและเรียนรู้นั่นเอง

925
01:30:48,239 --> 01:30:52,239
นะคะ หน้านี้ไม่มีความสำคัญอะไร อาจารย์ขอผ่าน

926
01:30:54,405 --> 01:30:58,405
นะคะ แต่หน้านี้สำคัญค่ะ นะคะ เกือบหน้าสไลด์สุดท้ายแล้วค่ะ Past ถัดมาค่ะ

927
01:31:05,523 --> 01:31:07,791
Age Group เขาทำการเก็บกลุ่มนะคะ กลุ่มของคนนะคะ คนน่ะจัดกลุ่ม

928
01:31:07,791 --> 01:31:11,791
เช่น เขาจัดกลุ่มเจน X Gen Y Gen Z

929
01:31:15,052 --> 01:31:16,711
จำได้ไหมคะ เคยคุ้นหูไหม เขาพูดกัน

930
01:31:16,711 --> 01:31:20,711
อะไรนะ Gen X Gen Y Gen Z โดยเขามีการ

931
01:31:21,189 --> 01:31:25,189
แยกอย่างไร อันนี้อาจารย์ไม่พูดถึงนะคะลูก

932
01:31:26,202 --> 01:31:28,567
เพราะมีการแยกแต่ละ เขาแยกมาแล้ว

933
01:31:28,567 --> 01:31:32,567
คือช่วงคนเกิดปีเท่าไรถึงปึเท่าไร

934
01:31:34,768 --> 01:31:38,768
เกิดปีเท่าไรนะคะ แล้วคนที่ว่าเป็นเด็ก ที่หนูบอกว่าเกมนี้เหมาะสำหรับเด็ก อาจารย์

935
01:31:45,727 --> 01:31:49,727
ถึงย้อนคำว่า "เด็ก" เด็กกี่ขวบแรกเกิด เขาขึ้นมา 0 ถึง

936
01:31:50,954 --> 01:31:54,954
กี่ขวบ แล้วเด็กนี่ เขาคิดอายุเท่าไร แล้วเกมของหนูเหมาะกับเด็กเท่าไรถึงเท่าไร

937
01:32:01,315 --> 01:32:04,258
ถ้าหนูบอกคำว่า "เด็ก" เฉย ๆ มันกว้าง ถ้าหนูบอก

938
01:32:04,258 --> 01:32:04,471
ผู้คนทั่วไป แสดงว่าเด็กอนุบาลก็ต้องใช้ได้ แต่ถ้าหนูบอกว่าผู้คนที่สนใจ

939
01:32:04,471 --> 01:32:08,471
แต่การสนใจ มั่นใจว่าอะไรก็ตามที่มัน

940
01:32:16,995 --> 01:32:17,566
มากยิ่งขึ้นคนชราคงไม่สนใจ เด็กเล็ก ๆ

941
01:32:17,566 --> 01:32:21,566
ก็คงไม่สนใจดู ถ้าไม่มีตัวละคร หรือถ้าไม่มีเสียง

942
01:32:22,559 --> 01:32:25,393
หวาน ๆ เล็ก ๆ เด็กน้อย ๆ ก็จะไม่ชอบ แต่อะไรก็ตามที่

943
01:32:25,393 --> 01:32:29,393
มีการเต้นดุ๊กดิ๊ก ๆ อะไรก็ตาม เด็ก

944
01:32:31,432 --> 01:32:32,342
ขวบเดียวชอบแน่นอนค่ะ 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ เพราะอะไรคะ

945
01:32:32,342 --> 01:32:32,998
เขาได้ยินเสียง เขาเห็นสีสัน

946
01:32:32,998 --> 01:32:36,998
แต่ถ้าพวกหนูให้มานั่งดูเป็ดกระดุ๊กกระดิ๊กก้น

947
01:32:43,280 --> 01:32:46,429
แล้วก็ร้องเพลง เป็ดอาบน้ำในคลอง

948
01:32:46,429 --> 01:32:50,429
ตาก็จ้องแลมอง เพราะในคลองมีหอยปูปลา หนูก็คงไม่ชอบ เพราะ

949
01:32:53,756 --> 01:32:57,756
เด็กเกิน เกินวัยแล้ว เขาเรียกว่า Age Gruo

950
01:32:57,757 --> 01:33:01,757
Cultural differnc

951
01:33:01,758 --> 01:33:05,758
เป็นลักษณะของ

952
01:33:05,761 --> 01:33:07,173
Language ภาษาที่เกิดการการ Interaction ในการแปลภาษา หรือ

953
01:33:07,173 --> 01:33:11,173
Simbo ต่าง ๆ ก็คือในเรื่อง

954
01:33:11,911 --> 01:33:15,911
ของสัญลักษณ์นะ หรือ

955
01:33:21,768 --> 01:33:22,415
... นั่นเอง สีต่าง ๆ มีผลต่อการใช้งานของแต่ละบคคลนะคะ ยกตัวอย่างเช่น

956
01:33:22,415 --> 01:33:26,415
ตอนช่วงอาจารย์เป็นไมเกรน ในห้องของอาจารย์ไม่มีแสงเลย

957
01:33:30,322 --> 01:33:33,568
แสงมีผลต่อคนเป็นไมเกรนสูงมาก

958
01:33:33,568 --> 01:33:37,568
นี่ค่ะ สีมีผลนะคะ สีไม่มีผลก็ต่อเมื่อคน ๆ นั้นเขามองไม่เห็นสี

959
01:33:38,797 --> 01:33:41,467
แต่เขาได้ยินเสียง โอเคไหมคะ การได้ยิน

960
01:33:41,467 --> 01:33:45,467
เสียง แสดงว่าเสียงนั้นจะต้องเป็นเสียงที่

961
01:33:49,315 --> 01:33:49,898
เขาเข้าใจ โอเคนะคะ หรือการมองเห็น

962
01:33:49,898 --> 01:33:53,898
พวกหนูมองเห็น หนูจะมองเห็นเลยว่าหน้าจอที่หนูมองเห็นนั้นน่ะ

963
01:33:59,245 --> 01:34:00,328
เขาเรียกว่า "จอคอมพิวเตอร์" ไอ้ที่มันวางอยู่ตรงนั้นน่ะ

964
01:34:00,328 --> 01:34:04,328
ที่มันมีสีแดง ๆ เขาเรียกว่า "เมาส์"

965
01:34:09,797 --> 01:34:13,797
นะ แล้วไอ้ตัวที่เป็นที่หนูนั่งน่ะ เขาเรียกว่า "เก้าอี้" หรือ "Chair" ทุกคนรู้จักหมด เห็นไหมคะ

966
01:34:14,459 --> 01:34:17,916
ทุกคนรู้หมด อันนี้เขาเรียกว่า "Symbols" นะคะ

967
01:34:17,916 --> 01:34:21,259
ตัวหน้าจอสี่เหลี่ยม ๆ

968
01:34:21,259 --> 01:34:22,710
ทำไมคะ อยู่กับจอสี่เหลี่ยม ๆ ก็จอโทรศัพท์

969
01:34:22,710 --> 01:34:23,784
โอเคนะคะ ตรงนี้

970
01:34:23,784 --> 01:34:27,784
คราวนี้นะคะ ตัวสไลด์นี้

971
01:34:29,711 --> 01:34:33,711
จะเป็นสไลด์สุดท้าย เพราะตัวสุดท้ายนี้

972
01:34:37,454 --> 01:34:41,052
จะเป็นเรื่องของ Cultural differences

973
01:34:41,052 --> 01:34:45,052
ข้อมูลมีความแตกต่าง สรุปวันนี้หนูเรียน

974
01:34:45,351 --> 01:34:49,351
Universal Design หนูออกแบบให้ทุกคนมีการใช้งานได้

975
01:34:50,718 --> 01:34:54,223
การออกแบบให้ทุกคนใช้งานได้ ทุกคนจะต้อง

976
01:34:54,223 --> 01:34:56,859
มี Choice หนูควรมี Choice ให้เขาเลือก

977
01:34:56,859 --> 01:35:00,859
เมื่อ Chioce ถูกทำการเลือกปุ๊บ

978
01:35:03,111 --> 01:35:05,703
ข้อมูลนั้นให้ทำการ Simulate ข้อมูล

979
01:35:05,703 --> 01:35:09,703
ขึ้นมา เพื่อให้เขาที่เขาเลือก

980
01:35:10,797 --> 01:35:14,797
โอเคนะคะ ตรงนี้ หนูกลับไปดูใน Classroom ค่ะ อาจารย์ให้การบ้านเอาไว้

981
01:35:18,432 --> 01:35:19,493
มีปัญหาไหมคะ การบ้าน หนูดูการบ้านตัวเองสิคะ

982
01:35:19,493 --> 01:35:23,493
เข้าไปใน Classroom

983
01:35:25,800 --> 01:35:29,800
ของตัวเองค่ะ

984
01:35:31,174 --> 01:35:35,174
เห็นงานไหมคะวันนี้

985
01:35:43,430 --> 01:35:47,430
อาจารย์ให้หนูนะคะ

986
01:35:50,909 --> 01:35:54,909
ทำงานออกแบบ Icon หนูรู้จ

987
01:36:01,840 --> 01:36:02,549
ัก Icon ใช่ไหมคะ Icon รู้จักคำว่า "Icon"

988
01:36:02,549 --> 01:36:06,549
ไหมเอ่ย ถ้าหนูรู้จักหนูพยักหน้าให้อาจารย์หน่อย

989
01:36:08,214 --> 01:36:12,214
Icon Icon Icon พยักหน้าให้หน่อย กุ้งเต้นพยักหน้าแล้ว หนูรู้จัก

990
01:36:17,100 --> 01:36:21,100
เมนูไหมลูก รู้จักคำว่า "เมนู" ไหมคะ เป็นรายการที่ทำไมคะ list เอาไว้ด้านบน

991
01:36:24,807 --> 01:36:28,807
ใช่ไหมคะ บาสนะ หรือตี๋น้อย ใครตอบคะ ตี๋สั้น

992
01:36:28,936 --> 01:36:32,165
รายการ ตี๋สั้น หัวหนูร้อนเลย

993
01:36:32,165 --> 01:36:36,165
ของแอปพลิเคชันที่กำหนด อาจารย์กำหนดเลยค่ะว่า...

994
01:36:41,997 --> 01:36:43,219
แต่ตอนนี้ ตอนนี้

995
01:36:43,219 --> 01:36:47,019
Adobe Photoshop อาจารย์ไม่บังคับ

996
01:36:47,019 --> 01:36:51,019
หรือหนูจะใช้ Microsoft word

997
01:36:56,087 --> 01:36:56,348
จะต้องใช้นะคะ ทำการเปรียบเทียบถึงข้อแตกต่าง

998
01:36:56,348 --> 01:36:59,885
จากเดิม ฟังคำถามดี ๆ นะคะ

999
01:36:59,885 --> 01:37:01,095
ให้นักศึกษาทำการออกแบบ Icon

1000
01:37:01,095 --> 01:37:04,521
เมนูของแอปพลิเคชัน ออกแบบ

1001
01:37:04,521 --> 01:37:08,521
แค่ Icon นะคะ ไม่ได้ออกแบบเมนู ออกแบบ Icon

1002
01:37:13,380 --> 01:37:17,380
เมนูของแอปพลิเคชัน

1003
01:37:21,874 --> 01:37:25,874
ต่อไปนี้ เช่น Icon ของ Adobe Photoshop Microsoft word

1004
01:37:26,059 --> 01:37:30,059
เป็นต้น และเปรียบเทียบข้อแตกต่างจากเดิม ดูจาก Icon

1005
01:37:37,886 --> 01:37:41,886
ดูจาก Icon ที่เป็นโปรแกรมเก่า ๆ โอเคไหมคะ โปรแกรมเก่า ๆ 1 Icon อาจารย์ขอแค่ Icon เดียว

1006
01:37:47,431 --> 01:37:48,410
วาดรูปออกมานะคะ ไม่ได้เขียนเป็นขั้นตอน

1007
01:37:48,410 --> 01:37:49,149
ออกแบบ Icon ย้ำ Icon นี่ค่ะ

1008
01:37:49,149 --> 01:37:53,149
อาจารย์ถามว่าเมาส์นี่ เป็น Icon ไหม

1009
01:37:54,592 --> 01:37:58,592
เป็นตัว I ตัวนี้น่ะค่ะ เป็น Icon อะไรเอ่ย

1010
01:37:59,875 --> 01:38:03,875
เป็นการพิมพ์ได้

1011
01:38:07,154 --> 01:38:11,154
ถูกไหมคะ แต่มันเป็น PDF มันพิมพ์ไม่ได้ ถ้าหนูมีโปรแกรม

1012
01:38:11,617 --> 01:38:12,927
อะไรอยู่ในเครื่อง หนูลองเปิดขึ้นมา 2 อย่าง

1013
01:38:12,927 --> 01:38:16,927
ในการใช้งานเหมือนกัน เช่น เขาใช้ในการคลิก

1014
01:38:25,729 --> 01:38:26,794
Adobe Photoshop เป็นเมาส์แบบตัวลูกศรทึบ ยกตัวอย่างนะคะ

1015
01:38:26,794 --> 01:38:30,794
Microsoft Word เป็นเมาส์แบบลูกศรโปร่งแสง

1016
01:38:36,593 --> 01:38:40,593
นี่น่ะค่ะ เขาแตกต่างกันอย่างไร อาจารย์ตอบได้แล้วค

1017
01:38:41,910 --> 01:38:42,908
่ะ ว่าของ Photoshop เป็น

1018
01:38:42,908 --> 01:38:46,908
ลูกศรทึบ แต่ Microsft Word เป็นลูกศร

1019
01:38:49,074 --> 01:38:49,335
โปร่งแสงดังภาพ เสร็จแล้วค่ะคำตอบ เรียบร้อย

1020
01:38:49,335 --> 01:38:53,335
เปิดโปรแกรมขึ้นมาเลยก็ได้ค่ะลูก มีโปรแกรมอะไรเปิดขึ้นมาเลย

1021
01:38:57,031 --> 01:38:59,163
นี่ค่ะ เห็นไหมคะ ถ้าหนูเอาเมาส์

1022
01:38:59,163 --> 01:39:01,471
เห็นไหมคะตัวชี้ ดูที่หน้าจอ Icon

1023
01:39:01,471 --> 01:39:05,471
รูปมือ คือ ตัวคลิกได้ เห็นไหมคะ

1024
01:39:07,610 --> 01:39:11,610
รูปมือเป็นตัวคลิกได้

1025
01:39:12,583 --> 01:39:16,583
คลิกได้ แต่ทำไมคะ พออาจารย์ไปชี้

1026
01:39:19,681 --> 01:39:23,681
ที่ตัวของ Fevorite มองที่หน้าจอนะ มองที่หน้าจอนะ อาจารย์

1027
01:39:26,320 --> 01:39:28,871
คลิกได้ใช่ไหมคะ อาจารย์สามารถคลิกได้เห็นไหมคะ

1028
01:39:28,871 --> 01:39:32,871
แต่พออาจารย์มาชี้ที่นี่ ก็คลิกได้เหมือนกัน

1029
01:39:34,413 --> 01:39:36,788
เห็นไหมคะ ว่า Icon Click มีความแตกต่างกัน

1030
01:39:36,788 --> 01:39:40,788
ทั้งที่อยู่บนหน้า Web

1031
01:39:45,939 --> 01:39:47,766
หนูต้องวาดรูปแล้วต้องบอกอาจารย์ให้ได้นะคะ ว่าหนูชี้อะไรอยู่ นี่ค่ะ ยกตัวอย่างนี้

1032
01:39:47,766 --> 01:39:51,337
อาจารย์ชี้ให้หนูดูก็ได้ค่ะ คลิก

1033
01:39:51,337 --> 01:39:55,337
เข้ามาแล้ว เห็นไหมคะ คลิกเข้ามาล่ะ

1034
01:39:55,561 --> 01:39:56,775
หนูสังเกตนะคะ ถ้า

1035
01:39:56,775 --> 01:40:00,775
เมาส์เป็นตัวลูกศร... เขาเรียก "ตัวมือ

1036
01:40:04,413 --> 01:40:05,814
เป็นตัวมือ" ต้องคลิกได้ ในหน้าเพจ

1037
01:40:05,814 --> 01:40:09,814
อาจารย์คลิกนะ โอเคไหม สังเกตดู อาจารย์

1038
01:40:13,857 --> 01:40:17,857
คลิกไม่ได้ หนูเห็นไหมลูก หนูลองเอาเมาส์ไปวาง

1039
01:40:20,049 --> 01:40:23,796
ตรงนี้น่ะค่ะ แล้วหนูลองคลิกดูสิ มันไม่ไปไหนเลย

1040
01:40:23,796 --> 01:40:25,176
ลองดูสิคะ ทั้ง ๆ ที่เมาส์เป็นรูปมือเห็นไหมคะ คลิกไม่ได้ โอเคไหม นะ

1041
01:40:25,176 --> 01:40:29,079
อย่างนี้ทำไมคะ

1042
01:40:29,079 --> 01:40:33,079
เกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว เห็นไหมคะ เมาส์เป็นตัวมือ

1043
01:40:35,143 --> 01:40:39,143
แต่ชี้ใน Information บนหน้าเพจ แล้วอะไรเปลี่ยนคะ Color เป็น Text เปลี่ยน

1044
01:40:45,980 --> 01:40:49,711
Color บนแท็บเปลี่ยน

1045
01:40:49,711 --> 01:40:52,127
โอเคไหมคะ แต่ตัวใด... คลิกประชาสัมพันธ์ค่ะ แล้วก็คลิกย้อน

1046
01:40:52,127 --> 01:40:56,127
เมื่อคลิกย้อนมาปั๊บ สีของ

1047
01:40:59,313 --> 01:41:03,313
Information

1048
01:41:05,978 --> 01:41:06,847
เปลี่ยนเห็นไหม เวลาเราจะคลิกเห็นไหมคะ เราจะคลิกค่ะ เมาส์ชี้ เมาส์กลายเป็นรูปมือ

1049
01:41:06,847 --> 01:41:10,847
แล้วตัวหนังสือเปลี่ยนสี

1050
01:41:13,520 --> 01:41:17,520
เป็นสีเขียว ในหน้า Web Page

1051
01:41:21,988 --> 01:41:23,851
ในหน้า Web Pages กลับเข้ามา มาหน้าถัดไป แต่พอหนูคลิก

1052
01:41:23,851 --> 01:41:26,606
ย้อน ไม่มี แต่หนูจะคลิก

1053
01:41:26,606 --> 01:41:30,606
อะไร สังเกตนะคะ ว่าอันนี้เปลี่ยสี

1054
01:41:34,967 --> 01:41:36,021
ไหมคะ เปลี่ยนไหมลูก เปลี่ยนไหม ไม่เปลี่ยนสี

1055
01:41:36,021 --> 01:41:39,932
เห็นไหมลูก เมนูด้านบนเห็นไหมคะ

1056
01:41:39,932 --> 01:41:43,932
ไม่เปลี่ยนสี อันนี้หนูก็ให้คำตอบอาจารย์ได้แล้วค่ะ วาดรูป

1057
01:41:45,205 --> 01:41:46,394
มือออกมานะคะ แล้วหนูก็ทำไมคะ

1058
01:41:46,394 --> 01:41:50,394
เขียนเมนูให้อาจารย์หน่อยสักเมนูหนึ่ง

1059
01:41:54,591 --> 01:41:56,953
ว่าเวลาชี้แล้วมันไม่เปลี่ยน เห็นไหมคะ

1060
01:41:56,953 --> 01:42:00,953
ชี้แล้วไม่เปลี่ยน แต่ในตัวกดลิงก์นั้นชี้แล้ว

1061
01:42:02,108 --> 01:42:06,108
ถูกการเปลี่ยนสี โอเค  เข้าใจความหมายนะคะ นี่ค่ะ คือคำตอบได้แล้วนะคะ

1062
01:42:09,229 --> 01:42:13,229
ถาม มันแตกต่างตรงไหน ตรงนี้ คือ Information

1063
01:42:13,990 --> 01:42:14,286
ตรงนั้นคือเมนู การคลิกเมนูจะเป็น

1064
01:42:14,286 --> 01:42:18,286
ในเรื่องของเมาส์ที่เป็นลูกศร

1065
01:42:24,244 --> 01:42:24,585
คลิก Information เมาส์จะเป็นรูปมือ

1066
01:42:24,585 --> 01:42:28,585
ลองใช้เมาส์ชี้ดูนะคะ แล้วเดี๋ยวหนูจะเห็นนะคะ

1067
01:42:28,586 --> 01:42:29,912
ใครสงสัยการบ้าน

1068
01:42:29,912 --> 01:42:33,912
ใครสงสัยการบ้าน

1069
01:42:36,945 --> 01:42:40,945
หนูยกมือให้อาจารย์ดูหน่อยลูก ใครสงสัยการบ้าน หนูยกมือให้อาจารย์หน่อยลูก ใครสงสัยยกมือ

1070
01:42:42,585 --> 01:42:45,931
ถามได้เลยนะคะ

1071
01:42:45,931 --> 01:42:49,931
ใครสงสัยยกมือขึ้นมา

1072
01:42:50,969 --> 01:42:54,682
ถามได้เลย ย้ำนะคะ วาดรูปนะลูกนะ ไม่ได้

1073
01:42:54,682 --> 01:42:58,151
เขียน เขียน คือ การบอกว่าแตกต่างอย่างไร

1074
01:42:58,151 --> 01:43:00,733
รูปนี้หนูใช้บนอะไร

1075
01:43:00,733 --> 01:43:04,733
บน Web Pege

1076
01:43:11,965 --> 01:43:13,019
เป็นตัวเมนู ตรงนี้เป็น

1077
01:43:13,019 --> 01:43:17,019
Information ด้านบนน่ะค่ะ แถบด้านบนเขาเรียกว่า "แถบเมนู"

1078
01:43:21,987 --> 01:43:25,987
โอเคนะคะ ชี้เมนูเมาส์เป็นลูกศร เป็น Information

1079
01:43:30,048 --> 01:43:34,048
เมาส์เป็นรูปมือและ สีเปลี่ยน จบแล้วค่ะ คำตอบนี้ แต่อย่าตอบเหมือนของอาจารย์นะคะ หนูไป

1080
01:43:39,233 --> 01:43:39,981
เข้าเว็บอื่นดูนะลูกนะ เว็บอื่นดู

1081
01:43:39,981 --> 01:43:43,981
เว็บอะไรก็ได้ใน Google ก็ได้ ใน Hotmail ก็ได้

1082
01:43:46,173 --> 01:43:50,173
ใน Scorlar ก็ได้ หรือใน fa

1083
01:43:54,064 --> 01:43:58,064
cebook แล้วลองใช้ Icon ที่หนูชี้น่ะค่ะ มันแตกต่างกันไหม Icon หนึ่ง หนูเปิดใน Fecabook

1084
01:44:02,061 --> 01:44:06,061
ก็ต่างกันแล้วนะคะ ตรงนี้ มีใครสงสัยตรงนี้ไหมคะ ย้ำนะ วาดรูป อย่าเขียนขั้นตอน ย้ำ วาดรูป

1085
01:44:06,588 --> 01:44:10,588
เดี๋ยวหนูเขียนขั้นตอนมาส่งอาจารย์อีกไงคะ

1086
01:44:21,019 --> 01:44:25,019
ไหน มีใครสงสัยไหมคะ มา ๆ นี่ คำตอบพวกหนูค่ะ นี่

1087
01:44:27,899 --> 01:44:30,920
สวัสดีค่ะ

1088
01:44:30,920 --> 01:44:32,825
ยินดีค่ะ ยินดี

1089
01:44:32,825 --> 01:44:35,807
ไม่ได้ เดี๋ยวทำการบ้านมาผิดอีก

1090
01:44:35,807 --> 01:44:39,807
นี่ค่ะ ความหมายของอาจาร์ยแอน

1091
01:44:48,886 --> 01:44:52,886
เห็นไหม หนูสังเกตดูนะลูก อาจารย์นำเอาคะแนนทั้งหมดมาใส่ไว้ตรงนี้

1092
01:44:53,999 --> 01:44:57,999
เอารหัสของหนูมาวางตรงนี้ ทั้งที่รหัสของหนูอยู่ตรงนี้

1093
01:44:59,543 --> 01:45:03,543
ทำการ... ไม่ได้ Copy นะคะ ทำการย้าย

1094
01:45:06,102 --> 01:45:09,888
ข้อมูลโดยการ Simulte

1095
01:45:09,888 --> 01:45:12,537
ที่หนูได้ในแต่ละช่อง ในแต่ละบุคคล สังเกตในช่องนะคะ

1096
01:45:12,537 --> 01:45:16,537
สังเกตนะคะว่าคนแรกได้ 2 เพราะอะไร หนูดูนะลูก

1097
01:45:18,940 --> 01:45:22,940
นี่ อาจารย์ถาม บอกว่าจงบอกความแตกต่าง

1098
01:45:29,348 --> 01:45:30,524
ของ UI กับ HCI อาจารย์ถามความแตกต่าง

1099
01:45:30,524 --> 01:45:34,524
แต่หนูบอกความหมายของ UI

1100
01:45:37,588 --> 01:45:38,563
เช่นนั้น ๆ น่ะ UI ต้องทำนู้นนี่นั่น

1101
01:45:38,563 --> 01:45:40,585
แต่หนูไม่ได้บอกความแตกต่างเลย อาจารย์แค่บอก

1102
01:45:40,585 --> 01:45:43,222
แค่ความแตกต่างเฉย ๆ แต่หนู Copy ความหมายของ

1103
01:45:43,222 --> 01:45:47,222
UI มาตอบ อาจารย์ก็เลย...

1104
01:45:52,815 --> 01:45:56,815
ก็ให้ 2 แต้ม แล้วทำไมเพื่อนถึงได้ 5 ดูนะคะ คนที่ได้ 5 เดี๋ยว คนที่ 3

1105
01:45:57,485 --> 01:46:01,485
1 2 3 นี่ค่ะ

1106
01:46:01,576 --> 01:46:04,492
UI เขาบอกว่า UI

1107
01:46:04,492 --> 01:46:08,492
ที่มีความเป็นมิตรนั้น จะต้องเกิดจาก

1108
01:46:11,598 --> 01:46:15,598
การทำสิ่งต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์น่าใช้และเป็นที่

1109
01:46:18,093 --> 01:46:22,093
พึงพอใจ ส่วน HC

1110
01:46:26,063 --> 01:46:30,063
I ช่วยอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ช่วยงาน และชีวิตของคนให้สะดวกมากขึ้น นี่ไงคะ ทำไมเขาได้ 5 และทำไมคนนั้นได้ 2 เข้าใจความหมายหรือยังคะลูก

1111
01:46:34,068 --> 01:46:38,068
นะ อาจารย์มีเหตุผลนะ ทำไม นี่ค่ะ แล้วก็เด็กคนนี้

1112
01:46:40,678 --> 01:46:44,678
ทำไมถึงได้ 3 เขาได้ 5 กันหมดเลย นี่นะคะ อันนี้

1113
01:46:46,345 --> 01:46:50,345
เปิดให้เห็นเลยค่ะ

1114
01:46:52,349 --> 01:46:56,349
ผู้ใช้เปิดโปรแกรมไฟล์ PDF เป็นไฟล์ Word ขึ้นมา เปิด

1115
01:47:02,155 --> 01:47:06,155
เพื่อแก้ไขขั้นตอน ซึ่งมีผลลัพธ์ดังต่อไปนี้ มันไม่ตรงคำถามลูก โอเค ทำไมเพื่อนเขาได้กันล่ะ

1116
01:47:10,958 --> 01:47:14,958
ไปดูสุดท้ายกันเลยค่ะ นี่ค่ะ

1117
01:47:15,856 --> 01:47:16,913
อาจารย์ถามปฏิสัมพันธ์

1118
01:47:16,913 --> 01:47:20,913
แต่หนูตอบอะไรไม่รู้ นะ แต่หนูตอบอะไรไม่รู้

1119
01:47:23,911 --> 01:47:26,340
อันนี้เป็นให้หนูดูทำไม

1120
01:47:26,340 --> 01:47:30,340
หนูถึงไปคะแนนเท่านั้น เท่านั้น เท่านั้นนะลูกนะ

1121
01:47:32,156 --> 01:47:35,755
ใครสงสัยหนูสามารถมาหาอาจารย์ได้นะ

1122
01:47:35,755 --> 01:47:39,755
มาได้นะลูกนะ เราสื่อสารโดยการ

1123
01:47:41,722 --> 01:47:43,483
พิมพ์แชตกันได้นะ วันนี้ถ้าหนูไม่สงสัยอะไร

1124
01:47:43,483 --> 01:47:46,800
อาจารย์เอาไว้แค่นี้ไหมคะ แล้วสัปดาห์หน้า

1125
01:47:46,800 --> 01:47:50,800
เราจะเรียนทฤษฎีกันอีกครั้งเดียว แล้วเราจะเริ่มทำโปรเจกต์

1126
01:47:53,836 --> 01:47:56,855
กันแล้วนะคะ สัปดาห์ถัดไปนะ

1127
01:47:56,855 --> 01:48:00,855
Okey แต่อาจารย์จะพาหนูเล่นในเรื่องของ Neuron network ก่อน

1128
01:48:04,324 --> 01:48:05,039
โอเคนะ โอเคกุ้งเต้น โอเค เยี่ยม องุ่นโอค

1129
01:48:05,039 --> 01:48:07,370
องุ่นโอเค ที่พูดกันเมื่อกี้

1130
01:48:07,370 --> 01:48:10,288
โอเค โอเค ตี๋น้อย

1131
01:48:10,288 --> 01:48:13,069
บาส ไม่โอเคด้วย

1132
01:48:13,069 --> 01:48:17,069
บาสไม่โอเค บาสไม่เข้าใจ

1133
01:48:17,077 --> 01:48:21,077
โอเค บังคับขู่เข็ญให้โอเค

1134
01:48:26,303 --> 01:48:30,303
อย่างนั้นวันนี้อาจารย์แอนไว้แค่นี้นะคะ

1135
01:48:33,384 --> 01:48:37,384
ขอบคุณพี่ล่ามมากนะคะ ขอบคุณค่ะ

1136
01:48:54,197 --> 01:48:58,197
ขอบคุณนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]

