﻿1
00:00:26,655 --> 00:00:30,655
(อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค สวัสดีค่ะ พี่ล่ามคะ สวัสดีค่ะ

2
00:00:35,528 --> 00:00:35,570
เขาก็ไม่เห็นหน้าอาจารย์แอนนะ

3
00:00:35,570 --> 00:00:39,570
ตอนแรกว่าจะอันนั้นนะน้องพลอย จะ

4
00:00:45,610 --> 00:00:46,533
ออนไลน์ แต่อยากรู้ว่าอาจารย์ออนไลน์เด็กจะรู้เรื่องไหม

5
00:00:46,533 --> 00:00:50,533
คืิอเขาจะเห็นอาจารย์แอน เขาจะเห็นหน้า จะได้ยิน

6
00:00:54,642 --> 00:00:58,642
ไม่... เฉพาะออนไลน์เสียงมันไม่มีเลย

7
00:01:02,676 --> 00:01:04,058
ถ้าออนไลน์ คือ เสียงไม่มีเลย ก็ไม่รู้จะออนทำไมนะ

8
00:01:04,058 --> 00:01:08,058
เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะคะ เปิดหา Eva ก่อน

9
00:03:30,782 --> 00:03:32,178
มาแล้วพลอย

10
00:03:32,178 --> 00:03:36,178
ได้แล้วค่ะ มันเป็นเพราะอะไรน่ะคะ

11
00:03:45,465 --> 00:03:49,465
ปลั

12
00:03:50,809 --> 00:03:54,809
๊กหลวม ไฟมาแล้ว ขอโทษนะคะ

13
00:03:55,128 --> 00:03:59,128
ขอโทษด้วย น่าจะเตะสายกันด้วยนะ ไอ้เราก็ว่า

14
00:04:04,685 --> 00:04:07,922
ไม่ใกล้แล้วนะ อุตส่าห์ขยับหนีแล้วนะนี่ ปิดก่อน

15
00:04:07,922 --> 00:04:11,922
น้องพร้อมแล้วนะ พร้อมที่จะตอบ

16
00:04:20,523 --> 00:04:24,523
คำถามนะ ต้องให้เขาตอบคำถาม โอเค

17
00:04:28,335 --> 00:04:32,335
พร้อมนะคะ

18
00:04:33,390 --> 00:04:37,390
ไม่เรียงตามลำดับนะ

19
00:04:38,727 --> 00:04:42,727
นะ ไม่เรียงตามลำดับ แต่ไล่จากข้างหลังมาข้างหน้า

20
00:04:48,104 --> 00:04:52,104
ไล่จากข้างหลังมาข้างหน้า ใครเสนอตัว

21
00:04:53,548 --> 00:04:55,942
ก่อน ยกมือเลยลูก จะได้ไม่เหมือนใคร ใครยกมือขึ้นก่อน ตอบก่อน ถ้าหนู

22
00:04:55,942 --> 00:04:58,082
ตอบก่อน แล้วเพื่อนตอบซ้ำ เพื่อนต้อง

23
00:04:58,082 --> 00:05:02,082
คำตอบ ต้องเปลี่ยนนะคะ ใครพร้อมยกมือ แล้ว

24
00:05:04,615 --> 00:05:08,615
ตอบเลยลูก 2 แต้มเป็นของหนูลูก เร็ว

25
00:05:09,174 --> 00:05:12,147
แล้ว... อาสาเลยลูก ยกมือ

26
00:05:12,147 --> 00:05:16,147
ไม่ต้องเกรงใจกัน ยกมือเลย อุบล

27
00:05:25,802 --> 00:05:29,802
เอา อุบลเอา มาร์กี้ องุ่น กุ้งเต้น ตี๋น้อย

28
00:05:31,029 --> 00:05:33,134
เร็ว เร็ว ยกมือลูกมา

29
00:05:33,134 --> 00:05:37,134
หนูเตรียมมาเอาเลยลูก มา

30
00:05:41,301 --> 00:05:43,908
บาสเหรอลูก บาสเหรอครับ

31
00:05:43,908 --> 00:05:44,090
บาสจะตอบเหรอลูก

32
00:05:44,090 --> 00:05:48,090
ใคร

33
00:05:48,939 --> 00:05:52,939
ยก... ยกมือค่ะ

34
00:05:53,635 --> 00:05:57,635

35
00:05:58,682 --> 00:06:02,682
ข้อดีน่ะ ข้อดี

36
00:06:07,969 --> 00:06:11,969
ไม่ยก

37
00:06:17,510 --> 00:06:18,678
เรียกชื่อแล้วนะ

38
00:06:18,678 --> 00:06:22,678
ตอบเอาแค่ข้อดีลูก ขอข้อดี

39
00:06:29,767 --> 00:06:30,059
เพิ่มข้อหนึ่งลูก ขอข้อเดียว ตอบแค่ข้อเดียวเลยลูก

40
00:06:30,059 --> 00:06:33,820
พร้อมไหม ให้เพื่อนก่อน นี่ลูก

41
00:06:33,820 --> 00:06:37,820
อาจารย์มีให้ 2 ข้อแล้ว เป็นการจัดการความต้องการ

42
00:06:46,326 --> 00:06:50,326
กับตัว Evalonment ต่าง ๆ

43
00:06:50,644 --> 00:06:54,644
ก็คือทำการควบคุมมันไว้ได้ แล้วขอดีอีกอย่างหนึ่งคืออะไรลูก

44
00:06:55,775 --> 00:06:57,240
ใครยกมือให้ 3 คะแนน มาสิมา

45
00:06:57,240 --> 00:07:01,240

46
00:07:05,370 --> 00:07:09,370
3 คะแนน อาจารย์ไม่เคยหัก

47
00:07:10,035 --> 00:07:14,035
นะคะ ย้ำ ไม่เคยหักคะแนน ให้คะแนนดิบ ๆ ด้วย

48
00:07:18,925 --> 00:07:22,925
บวกลอยด้วย ตอบเลยลูก เตรียมมาไม่เคยผิด

49
00:07:22,945 --> 00:07:25,342
มันเป็นลักษณะของปลายเปิด โอเค อุบลตอบลูก

50
00:07:25,342 --> 00:07:29,342
ความ...

51
00:07:29,432 --> 00:07:33,432
ความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ

52
00:07:41,737 --> 00:07:42,199
ทำไมหนูถึงตอบข้อนี้คะ มัน

53
00:07:42,199 --> 00:07:46,199
เป็นการอยู่ในห้องควบคุมมันก็เลยมีความแม่นยำ

54
00:07:47,343 --> 00:07:49,811
โอเค จบ

55
00:07:49,811 --> 00:07:53,811
3 แต้ม บอกแล้วว่าให้ก็ให้

56
00:07:54,158 --> 00:07:58,158
3 แต้มเป็นของหนู สักครู่นะคะ เดี๋ยว

57
00:08:03,625 --> 00:08:07,625
อาจารย์ขอเอาปากกงปากกามาก่อน ไปเซ็นชื่อ

58
00:08:08,791 --> 00:08:12,791
มาปากกาพังมาด้ามหนึ่งแล้ว

59
00:08:13,068 --> 00:08:15,904
อุบล เดี๋ยวอาจารย์หาอุบลแป๊บลูก แป๊บ ๆ ๆ  3 แต้ม

60
00:08:15,904 --> 00:08:18,638
เรียบร้อยค่ะ ที่เหลืออาจารย์ให้

61
00:08:18,638 --> 00:08:22,638
2 แต้ม แต่ถ้าอาจารย์จิ้ม

62
00:08:24,052 --> 00:08:28,052
นะคะ จิ้มเป็นรายชื่อ อาจารย์ให้แต้มเดียวนะลูกนะ

63
00:08:34,195 --> 00:08:37,671
คือถ้าอาจารย์ชี้ใคร คนนั้นได้แค่คะแนนเดียว

64
00:08:37,671 --> 00:08:41,671
แต่ถ้าหนูยกมือตอบ 2 คะแนนยังเป็นของหนูอยู่นะ มามะลูก หามาได้ตอบเลย โอเค

65
00:08:44,640 --> 00:08:48,640
การพัฒนานวัตกรรม ทำไมหนูถึงตอบการพัฒนานวัตกรรมลูก

66
00:08:52,343 --> 00:08:56,343
มันทำงานอยู่ในห้องแลป

67
00:08:57,471 --> 00:09:01,471
เพราะมันมีการควบคุม Evaluament เอาไว้

68
00:09:10,752 --> 00:09:11,878
โอเค เยี่ยมมากค่ะ 2 แต้มเป็นของน้องมิ่งขวัญค่ะ

69
00:09:11,878 --> 00:09:12,885
มา

70
00:09:12,885 --> 00:09:16,885
กุ้งเต้น ตอบไหมลูก อันนี้ไม่ให้คะแนนเดียว

71
00:09:26,585 --> 00:09:30,585
แค่ชี้นำ โอเค ยกมือแล้ว หนูตอบเลยลูก กุ้งเต้นลูก กุ้งเต้น ภาพนี่ ขึ้นกุ้งเต้นค่ะ

72
00:09:34,979 --> 00:09:38,585
น้องพลอย ขึ้นตี๋น้อย

73
00:09:38,585 --> 00:09:42,585
ขอภาพกุ้งเต้นนิดหนึ่ง กล้องกุ้งติดไหมลูก

74
00:09:44,530 --> 00:09:48,530
มุก

75
00:09:48,645 --> 00:09:52,645
ไม่รู้หรอก อาจารย์ไม่รู้หนูเข้าใจหรือเปล่า

76
00:09:53,580 --> 00:09:57,580
พร้อมตอบเลยลูกกุ้งเต้นขา

77
00:10:35,204 --> 00:10:39,204
ได้ยินไหมคะ

78
00:10:39,656 --> 00:10:43,656
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ทำไมเขาไม่แปลให้อาจารย์ (ล่าม)

79
00:10:44,022 --> 00:10:48,022
เมื่อสักครู่ อาจารย์ได้ยินเสียง

80
00:10:55,027 --> 00:10:57,148
ล่ามไหมคะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ค่ะ เพิ่งจะได้ยินเสียงนี่ค่ะ พูดอีกทีได้ไหมคะ (ล่าม)

81
00:10:57,148 --> 00:11:01,148
เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วก็โครง

82
00:11:03,034 --> 00:11:07,034
สร้างในการปฏิบัติงานค่ะ แล้วก็

83
00:11:09,553 --> 00:11:13,553
ที่เหมาะสมการทดลองค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) เป็นการปฏิบัติงานในห้องทดลอง

84
00:11:18,213 --> 00:11:20,018
ความหมาย หาก่อน หาชื่อคนก่อน

85
00:11:20,018 --> 00:11:22,077
เจอแล้ว มา

86
00:11:22,077 --> 00:11:25,088
เรียบร้อย เชิญค่ะ

87
00:11:25,088 --> 00:11:29,088
เอาแล้ว เอาแล้ว อาจารย์

88
00:11:30,962 --> 00:11:34,962
เข้าใจในภาษามือของหนู แต่ไม่รู้ว่าแปลถูก

89
00:11:41,541 --> 00:11:45,541
หรือเปล่า มา ตี๋น้อยไหม บาส

90
00:11:46,980 --> 00:11:48,545
โอเคครับ บาสครับ

91
00:11:48,545 --> 00:11:52,545
เชิญตอบเลยลูก

92
00:12:00,168 --> 00:12:04,168
ภาพค้าง

93
00:12:27,070 --> 00:12:29,747
ภาพน้องค้างไหมน้องพลอย

94
00:12:29,747 --> 00:12:33,747
ได้ ๆ ๆ ค่ะ

95
00:13:23,116 --> 00:13:27,116
น่าจะ...

96
00:13:36,306 --> 00:13:40,306
สัญญาณกรุงเทพเขาไอ้นั่นมั้ง ฝุ่นเยอะมั้ง

97
00:13:42,089 --> 00:13:46,089
เลยทะลุทะลวงไม่ได้

98
00:14:11,149 --> 00:14:14,191

99
00:14:14,191 --> 00:14:18,191
(ล่าม) เรื่องของการดูแลครับ วิธีการปฏิบัติงาน

100
00:14:19,006 --> 00:14:23,006
ตามลำดับ ข้อที่ 1 ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) ขออีกทีหนึ่งค่ะพี่ล่าม

101
00:14:27,168 --> 00:14:29,688
แปลให้อีกทีหนึ่งค่ะ ไม่ค่อยได้ยินค่ะ

102
00:14:29,688 --> 00:14:33,267
(ล่าม) ในเรื่องของการ

103
00:14:33,267 --> 00:14:34,616
ดูแลครับ ในการปฏิบัติการทำงาน

104
00:14:34,616 --> 00:14:38,616

105
00:14:39,727 --> 00:14:43,727
ดูวิธีการในปฏิบัติการทำงานครับ

106
00:14:53,369 --> 00:14:57,369
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ความหมายของบาส คือ การทำงาน

107
00:15:00,649 --> 00:15:04,649
แบบมีถูกการควบคุมใช่หรือไม่

108
00:15:09,799 --> 00:15:13,799
ใช่ไหมลูก การทำงาน หรือการทดลองของหนู มันอยู่ในการควบคุม มัน

109
00:15:18,977 --> 00:15:19,410
ก็เลยทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไหม ความหมายของหนูน่ะ ใช่ไหมครับ

110
00:15:19,410 --> 00:15:23,410
ใช่ไหมลูก ถ้าใช่ หนูโอเคให้อาจารย์

111
00:15:26,339 --> 00:15:29,218
ก็ได้ค่ะ นั่นสิบาส

112
00:15:29,218 --> 00:15:33,218
พลังงานของคุณมีปัญหาหรือเปล่าลูก คะ

113
00:15:38,665 --> 00:15:42,665
โอเค อย่างนั้น อาจารย์เข้าใจ คือ อาจารย์กำลังแปล

114
00:15:45,943 --> 00:15:46,520
ความหมายของหนูอยู่ด้วยลูก

115
00:15:46,520 --> 00:15:49,138
แว่นอยู่ไหนล่ะ

116
00:15:49,138 --> 00:15:49,965
2 ค่ะ บาสจบค่ะ

117
00:15:49,965 --> 00:15:53,965
มา

118
00:15:53,975 --> 00:15:57,975
องุ่นขา องุ่นใช่ไหมลูก

119
00:16:02,572 --> 00:16:06,572
มา

120
00:16:12,529 --> 00:16:16,529
(ล่าม) เรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูล

121
00:16:22,321 --> 00:16:26,321
การเลือกของสิ่งแวดล้อมกับ...

122
00:16:51,237 --> 00:16:55,237
ในเรื่องของการทำงาน

123
00:16:57,394 --> 00:17:01,394
การวิเคราะห์ในเรื่องของการทดลอง ในเรื่องของสิ่ง

124
00:17:01,922 --> 00:17:04,636
แวดล้อมค่ะ เพื่อให้สะดวก

125
00:17:04,636 --> 00:17:08,636
ในการทำงาน...

126
00:17:14,224 --> 00:17:18,224
ไม่มีวิธีที่ถูก (อาจารย์สุรีย์พัชร) ความหมาย

127
00:17:24,161 --> 00:17:26,195
ของน้ององุ่น คือ หนูทำงานในห้องปฏิบัติงาน

128
00:17:26,195 --> 00:17:30,195
แล้วหนูมีการควบคุม... ทั้งหมด

129
00:17:30,916 --> 00:17:32,013
หรือควบคุมสิ่งแวดล้อม ให้มันอยู่ภายใต้

130
00:17:32,013 --> 00:17:36,013
ความต้องการของผู้ทดลองใช่ไหมคะ ความหมายของหนู

131
00:17:40,594 --> 00:17:44,594
โอเค หนูพยักหน้าแล้ว องุ่นค่ะ เรียบร้อยค่ะ 2 แต้มค่ะ

132
00:17:51,010 --> 00:17:52,025
เอาแล้ว ใครน

133
00:17:52,025 --> 00:17:52,521
ะยังไม่ตอบ ใครนะ

134
00:17:52,521 --> 00:17:56,521
มา มาร์กี้เชิญครับ

135
00:18:04,369 --> 00:18:08,369
เห็นแต่หัวค่ะ

136
00:18:12,790 --> 00:18:16,790
โอเค...

137
00:18:22,761 --> 00:18:23,394
หากล้องน้องไม่เจอ

138
00:18:23,394 --> 00:18:27,394
เอาข้างบนเลยนะ

139
00:18:40,615 --> 00:18:44,615
(ล่าม) โอเคค่ะ เห็นน้องแล้วค่ะ

140
00:18:49,418 --> 00:18:53,418
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เชิญครับมาร์กี้ เชิญครับ

141
00:19:06,519 --> 00:19:10,519
(ล่าม) ก็จะมี

142
00:19:15,257 --> 00:19:19,257
ในเรื่อง...

143
00:19:31,322 --> 00:19:35,322
ก็จะมีในส่วนของกำหนดมาตราฐาน

144
00:19:38,352 --> 00:19:42,352
ชุมชน

145
00:19:44,569 --> 00:19:48,569
ตามที่... อบรมครับ

146
00:19:56,812 --> 00:20:00,812
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เดี๋ยวนะครับมาร์กี้ น้องทำ...

147
00:20:09,118 --> 00:20:13,118
(ล่าม)

148
00:20:13,626 --> 00:20:16,860
น้องทำภาษามือตามประโยคไม่ได้ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) อ๋อ

149
00:20:16,860 --> 00:20:20,860
(ล่าม) ทำได้แค่เป็นชุมชน แล้วก็กำหนดค่ะอาจารย์

150
00:20:22,386 --> 00:20:26,386
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อ๋อ แค่คำว่า "ชุมชน" กับ "กำหนด"

151
00:20:29,805 --> 00:20:32,575
คำตอบก็ไม่ใช่อยู่ดีลูก เพราะว่ามันอยู่ในห้องแลป

152
00:20:32,575 --> 00:20:34,106
ทำงานในห้องแลบน่ะค่ะ ข้อดี

153
00:20:34,106 --> 00:20:38,106
มันคืออะไร

154
00:21:34,171 --> 00:21:38,171
(ล่าม) ครับ

155
00:21:39,165 --> 00:21:43,165
... ช่วยใน...

156
00:22:35,463 --> 00:22:39,463
(ล่าม) อาจารย์คะ น้องสะกดคำว่า "แปล" ค่ะ

157
00:22:42,390 --> 00:22:46,390
ป ปลา ร เรือ ค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) แปร

158
00:22:46,782 --> 00:22:47,791
ตัวแปร ควบคุมตัวแปรหรือเปล่าคะ

159
00:22:47,791 --> 00:22:51,791
ความหมายของหนู คือ ควบคุมตัวแปรไหม

160
00:22:54,604 --> 00:22:58,604
(ล่าม) อ๋อ ใช่ครับ

161
00:22:58,747 --> 00:23:02,747
โอเค ควบคุมตันแปรได้ ก่อนมาร์กี้

162
00:23:09,624 --> 00:23:09,744
หาก่อน มาร์กี้ มาร์กี้ครับ เรียบร้อย

163
00:23:09,744 --> 00:23:13,744
ครับ เหลืออีก 1 หรือเปล่า

164
00:23:53,903 --> 00:23:57,903
ค่อย ๆ สรุปมาให้เขาพูด พูดมาให้เข้าประเด็นนิดหนึ่งก็ยังดีค่ะ

165
00:24:04,784 --> 00:24:08,784
ใช่ค่ะ เหลือตี๋น้อย

166
00:24:11,103 --> 00:24:11,459
คนเดียว ตี๋น้อย

167
00:24:11,459 --> 00:24:15,459
หนูเชิญตอบเลยลูกมา เดี๋ยวอาจารย์แอน

168
00:24:18,976 --> 00:24:22,976
แปลได้ค่ะ ครับผม ล้นอีกแล้ว

169
00:24:26,439 --> 00:24:30,439
น้องต้องลุกขึ้นยืนไหม โอเค กลับมาแล้ว

170
00:24:31,516 --> 00:24:32,580
ย้ายกล้อง

171
00:24:32,580 --> 00:24:36,580
เดินให้ทั่วห้อง

172
00:24:41,080 --> 00:24:44,962
สรุป เบอร์ 7 ดีค่ะ

173
00:24:44,962 --> 00:24:48,962
เชิญตอบครับ

174
00:24:53,577 --> 00:24:57,577
ตี๋น้อยครับ

175
00:25:00,963 --> 00:25:04,963
(ล่าม) เกี่ยวกับ

176
00:25:08,357 --> 00:25:12,357
การจัดการครับ

177
00:25:32,260 --> 00:25:36,260
น่าจะสะกดคำว่า "กระบวนการ"

178
00:25:43,060 --> 00:25:47,060
ครับอาจารย์ (อาจารย์สุรีย์พัชร) กระบวนการ (ล่าม) ครับ เป็นการจัดการน่ะครับ

179
00:25:56,774 --> 00:26:00,774
แล้วก็เกี่ยวกับ

180
00:26:03,895 --> 00:26:05,652
ตัวแปรครับ

181
00:26:05,652 --> 00:26:09,652
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อาจารย์สรุปได้ไหม

182
00:26:13,153 --> 00:26:17,153
ตี๋น้อย คุณกำลังบอกว่าคุณ

183
00:26:19,235 --> 00:26:23,235
จัดการกับตัวแปรได้ และคุณจะควบคุมตัวแปรไม่ให้ตัวแปรมันออก

184
00:26:29,610 --> 00:26:33,610
ไปจากสิ่งที่คุณต้องการ ใช่หรือไม่ (ล่าม) ครับ ใช่ครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร)

185
00:26:35,368 --> 00:26:39,368
โอเคครับ หาไม่เจอ

186
00:26:39,516 --> 00:26:43,516
ตี๋น้อย... โอเคครับ เรียบร้อยครับ

187
00:26:45,895 --> 00:26:48,737
ครบ

188
00:26:48,737 --> 00:26:52,737
อาจารย์สรุปให้แค่

189
00:26:59,323 --> 00:27:03,323
ข้อเดียวนั่นแหละค่ะ อะไรก็ตามแค่หนูอยู่ใน

190
00:27:04,487 --> 00:27:07,791
ห้องควบคุมทุกอย่างน่ะ มันจะถูกการกำหนด แต่มันก็มีข้อเสียอยู่ 1. ล่ะ

191
00:27:07,791 --> 00:27:11,791
พื้นที่ ถ้าหนูต้องใช้อะไรที่มัน

192
00:27:16,663 --> 00:27:17,063
มากมาย หรือมันมีวัตถุที่มันเกิดเป็นควันเกิดขึ้น

193
00:27:17,063 --> 00:27:21,063
จบแล้วค่ะคราวนี้ ทำไมคะ เกิดความลำบาก

194
00:27:25,035 --> 00:27:28,230
ในการหายใจ ถูกไหมคะ มันก็เลยเกิดการ Observe

195
00:27:28,230 --> 00:27:28,706
ดูว่า User นี่ เขาพึงพอใจ

196
00:27:28,706 --> 00:27:31,582
ไหมน่ะ กับการทำงานแค่เพียงในห้องแล็บ

197
00:27:31,582 --> 00:27:35,582
เข้าใจความหมายนะคะ

198
00:27:35,951 --> 00:27:39,951
ตัว

199
00:27:40,159 --> 00:27:44,159
การเรียนรู้ในแล็บนั้น อาจารย์แอนจะเน้นแค่

200
00:27:51,651 --> 00:27:54,214
ข้อดีกับข้อเสียนะคะ แค่ 2 เรื่องพอ แต่ถ้าการศึกษา

201
00:27:54,214 --> 00:27:56,976
มัน Failed ล่ะ ข้อดี คือ หนูได้

202
00:27:56,976 --> 00:28:00,976
ธรรมชาติแน่ ๆ หนูได้การ Observe

203
00:28:07,654 --> 00:28:08,057
ข้อมูลที่ดีและหนูทำการเรียนรู้ที่มัน

204
00:28:08,057 --> 00:28:12,057
เป็นไปได้ Field ที่มันทำการ Stidie

205
00:28:15,662 --> 00:28:19,662
มันมี Noise หนูสังเกตนะคะ ว่าเวลาที่เราคุยโทรศัพท์

206
00:28:21,800 --> 00:28:23,078
แล้วมีคลื่นแทรก หรือหนูอยู่ใกล้ ๆ กับคลื่นวิทยุ

207
00:28:23,078 --> 00:28:27,078
หนูจะเห็นเลยว่าสัญญาณในการคุย

208
00:28:28,888 --> 00:28:30,900
หนูเริ่มมีปัญหา ถึงแม้นว่าต้นทางหนูกำลังคุย

209
00:28:30,900 --> 00:28:34,900
Wi-Fi หนูแรงมากเลย แต่ปลายทาง

210
00:28:37,681 --> 00:28:41,681
ของเขานี่ เขามีลมเขามีพายุ เขาก็จะบอกว่าสัญญาณของเขาน่ะ อ่อนแอ ระยะในการส่ง

211
00:28:47,067 --> 00:28:48,038
นั่นแหละ เขาเรียกว่า "Noise" นะคะ อะไรก็ตาม

212
00:28:48,038 --> 00:28:52,038
ที่วิ่งเข้ามาแทรกใน  ของเรา

213
00:28:54,414 --> 00:28:58,414
อันนี้

214
00:29:03,129 --> 00:29:04,934
Experimental อาจารย์ถามดีกว่า

215
00:29:04,934 --> 00:29:08,934
พันขา

216
00:29:09,806 --> 00:29:13,806
เปลี่ยนเป็นไมค์ลอยแล้ว

217
00:29:16,306 --> 00:29:20,306
ถามบาสดีกว่า บาสครับ

218
00:29:25,322 --> 00:29:26,865
Experimental แปลว่าอะไรลูก

219
00:29:26,865 --> 00:29:30,422
กล้องอุบลได้ไหม

220
00:29:30,422 --> 00:29:34,422
กล้องอุบลก็ไม่ได้

221
00:29:36,963 --> 00:29:40,963
บาสตอบก็ได้ลูก บอกก็ได้ Experimental แปลว่าอะไรลูก

222
00:29:51,707 --> 00:29:55,707
เปิดยังลูก เปิดยังครับ

223
00:30:06,819 --> 00:30:10,819
ทำไมเล็กกระติ๊ดจิ๋ว Re หน่อย

224
00:30:19,719 --> 00:30:22,955
น่าจะควบคุม

225
00:30:22,955 --> 00:30:26,525
ด้วยรีโมตนะ เห็นหน้าบาสแล้ว

226
00:30:26,525 --> 00:30:29,500
เชิญครับ บาสตอบให้หน่อยลูก มา

227
00:30:29,500 --> 00:30:33,500
Experimental ตรงข้างหน้าเลยลูก

228
00:30:37,471 --> 00:30:41,471
สีเหลือง ๆ เห็นไหมครับ E-x-p-e-r

229
00:30:43,340 --> 00:30:47,340
-i-t-a-l เป็นคำศัพท์ที่หนูต้องใช้ประจำลูกอันนี้

230
00:30:47,916 --> 00:30:51,916
แปลว่า... ลองแปลอยู่เหรอลูก

231
00:30:56,291 --> 00:31:00,291
ครับ ๆ ลูก เทคโนโลยีลูก เทคโนโลยี

232
00:31:16,162 --> 00:31:20,162
(ล่าม) แปลว่าทดลองครับ

233
00:31:21,031 --> 00:31:22,897
(อาจารย์สุรีย์พัชร) เก่งมากครับผม เดี๋ยว

234
00:31:22,897 --> 00:31:26,897
หาบาสแป๊บ 1 แต้มเป็นของคุณค่ะ

235
00:31:32,280 --> 00:31:36,280
เมื่อกี้เขาเรียนรู้ในห้องแล้ว เขาได้ Field แล้

236
00:31:42,721 --> 00:31:46,721
ว ตอนนี้เขาทำการทดลองแล้ว ว่าเขาจะทดลอง ทดลองอย่างไร อันนี้จะคล้าย ๆ กับหนูเรียนวิทย์

237
00:31:51,771 --> 00:31:52,796
นะคะ Part นี้จะคล้าย ๆ กับหนูเรียนวิทย์

238
00:31:52,796 --> 00:31:55,597
อันนี้นะ อันไหนที่อาจารย์ผ่าน

239
00:31:55,597 --> 00:31:58,107
หนูไม่จำเป็นต้องอ่านนะคะ หนูสังเกตนะคะ

240
00:31:58,107 --> 00:32:02,107
อันไหนที่อาจาารย์ไม่ได้เเปิด ให้สไลด์ผ่าน

241
00:32:04,577 --> 00:32:08,577
ได้เลยนะคะ ตัวนี้จะเป็นลักษณะของการทดลอง ทดลองอย่างไรล่ะ

242
00:32:09,997 --> 00:32:10,220
ควบคุมและกำหนดค่า

243
00:32:10,220 --> 00:32:14,220
ของ Interactive

244
00:32:23,779 --> 00:32:25,453
ต่าง ๆ แล้วเขายังเลือก Hypothesis นำมาทดสอบ

245
00:32:25,453 --> 00:32:29,453
Hypothesis สายนี้

246
00:32:31,162 --> 00:32:35,162
ไม่แม่น Hypothesis

247
00:32:39,787 --> 00:32:40,908
เป็นการสมมติฐานไหมลูก ใครว่าใช่ยกมือสิคะ Hypothesis

248
00:32:40,908 --> 00:32:44,908
แปลว่าสมมติฐานใช่หรือไม่

249
00:32:52,582 --> 00:32:56,582
Copy วาง Google

250
00:33:02,133 --> 00:33:06,107
Translate ค่ะ โทรศัพท์ค่ะ แปลภาษาค่ะ

251
00:33:06,107 --> 00:33:10,107
กดที่กล้องค่ะ ส่องค่ะ อาจารย์แอนบอกทุก ๆ อย่าง

252
00:33:13,548 --> 00:33:17,054
ในการแปล ใครแปลได้ตอบเลย ถ้าว่าใช้ก็ยกมือตอบให้ดู

253
00:33:17,054 --> 00:33:21,054
หน่อย โอเค ให้อาจารย์หน่อยค่ะ ถ้าไม่ใช่จะว่าอย่างไร

254
00:33:25,175 --> 00:33:29,175
น้ององุ่นจะบอกว่าอะไร มิ่งขวัญ

255
00:33:35,324 --> 00:33:36,779
จะว่าอย่างไรคะ โอเคไหม แปลว่า สมมติฐานไหม

256
00:33:36,779 --> 00:33:40,779
Hypothesis

257
00:33:41,350 --> 00:33:45,350
ไหม... เดี๋ยวต่อไปหนูจะได้ใช้ค่ะ

258
00:33:50,673 --> 00:33:54,673
ต่อมาค่ะ เป็นตัวเลขที่นำมาทำการ Condition

259
00:33:59,351 --> 00:34:03,351
เขาแล้วทำการควบคุม อย่างเช่น หนูยกตัวอย่างเช่น หนูกำหนดให้ A1 นะคะ A เท่ากับ

260
00:34:03,870 --> 00:34:06,872
Integer B = Text

261
00:34:06,872 --> 00:34:10,872
นั่นแสดงว่าถ้าเขากรอกข้อมูล A

262
00:34:15,842 --> 00:34:19,842
= ตัว ก ไก่ ระบบต้องขึ้นคำว่า "Error" นึกออกไหมคะ แต่ถ้าหากว่า

263
00:34:20,013 --> 00:34:23,201
ตัวที่หนู Control เอาไว้ อาจารย์ก็ไม่รู้จะเขียนอย่างไรนะ

264
00:34:23,201 --> 00:34:24,996
ในนี้มันเขียนได้ไหมนี่

265
00:34:24,996 --> 00:34:28,996
Note Note Note หา Note แป

266
00:34:39,850 --> 00:34:40,926
๊บลูก หาแป๊บลูก โน๊ต

267
00:34:40,926 --> 00:34:44,926
ถ้าอาจารย์กำหนด A นะคะ

268
00:34:50,861 --> 00:34:53,822
ให้ A ตัวนี้ เท่ากับค่าของ

269
00:34:53,822 --> 00:34:56,943
Integer

270
00:34:56,943 --> 00:35:00,943
และให้ B = Text

271
00:35:11,864 --> 00:35:15,864
Text ที่มีขนาด... ใช้มือเดียวอาจารย์ก็ใช่ไม่เป

272
00:35:19,869 --> 00:35:20,046
็นด้วยนะ 50 แล้วกันค่ะ

273
00:35:20,046 --> 00:35:24,046
; ถ้าอาจารย์

274
00:35:25,457 --> 00:35:29,457
Print Print

275
00:35:32,456 --> 00:35:36,456
นะคะ  Print;

276
00:35:42,548 --> 00:35:45,932
Print: a โดยที่

277
00:35:45,932 --> 00:35:49,299
ให้ a รับค่า B

278
00:35:49,299 --> 00:35:53,299
;

279
00:35:54,000 --> 00:35:58,000
คำถาม หนูดูที่หน้าจอนะคะ

280
00:36:02,912 --> 00:36:06,912
ถ้าอาจารย์ให้เขา print A ไม่ได้ print

281
00:36:07,538 --> 00:36:11,538
ตัว A นะคะ Print ค่าของ A

282
00:36:14,799 --> 00:36:15,199
เราไม่สนค่ะ ตอนนี้อาจารย์ไม่ได้สอนในการเขียนโปรแกรมนะคะ

283
00:36:15,199 --> 00:36:18,485
แต่นำค่าที่มาแสดง คือ b

284
00:36:18,485 --> 00:36:22,485
ถามว่าผลจะออกมาเป็น Integer หรือ Text

285
00:36:23,064 --> 00:36:27,064
Error คะ

286
00:36:30,547 --> 00:36:34,547
Error ครับ เพราะ อุบลใช่ไหมลูก ที่พูดออกมา

287
00:36:39,516 --> 00:36:43,069
เมื่อกี้ลูก ครับผม เพราะอะไรครับอุบล เดาล้วน ๆ

288
00:36:43,069 --> 00:36:47,069
เยี่ยม เดาล้วน ๆ มันเหมือนกันไหมลูก a กับ  b

289
00:36:48,870 --> 00:36:52,870
ค่าเหมือนกันไหม ไม่เหมือน นั่นแสดงว่าเขาก็เทียบค่าไม่ได้ ถูกต้องไหมคะ

290
00:36:55,973 --> 00:36:59,973
ถูกไหม หนูจะ Print ของตัว

291
00:37:03,549 --> 00:37:07,549
ที่เป็นตัวเลข แต่หนูกลับเอาค่าของตัวหนังสือมาแสดง มันทำไมคะ มันไม่ semolet

292
00:37:11,915 --> 00:37:14,228
มันไม่ตรงกันน่ะ พอมันไม่ตรงกันปุ๊บ มัน

293
00:37:14,228 --> 00:37:17,110
บอกว่าฉันไม่รู้เรื่อง ระบบบางอันบอกว่า

294
00:37:17,110 --> 00:37:21,110
Ignore Ignore แปลว่าอะไรนะ อย่าแปลนะ

295
00:37:22,906 --> 00:37:26,075
ย้ำอย่าแปล อย่าแปลลูก Ignor

296
00:37:26,075 --> 00:37:27,202
e อาจารย์ชอบเขียนให้เห็น ถ้าเขียนไม่เห็น

297
00:37:27,202 --> 00:37:31,202
หนูไม่รู้ค่ะลูก ต่อมาค่ะ เขาทำการ

298
00:37:35,154 --> 00:37:39,154
เปลี่ยนพฤติกรรม โดยการเปลี่ยนค่าของการวัด วัดอย่างไร Visual

299
00:37:39,932 --> 00:37:43,932
วัดที่ค่า Adtibuilt

300
00:37:43,932 --> 00:37:47,932
จาก Condition พฤติกรรมทั้งหมด เช่น อาจารย์จะทำการดูพฤติกรรม

301
00:37:48,390 --> 00:37:52,390
ของหมา เวลาที่หมานี่ เราฝึกให้เขายกมือ เขายกมือขึ้นปุ๊บ

302
00:37:58,844 --> 00:38:02,844
เขาจะได้ขนม 1 ชิ้น ถ้าเขายกมือขึ้นมา 2 ข้าง เขาจะได้ขนม 2 ชิ้น แล้วเราฝึกอย่างนี้

303
00:38:05,448 --> 00:38:05,488
ไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ถึงเวลามาปั๊บ

304
00:38:05,488 --> 00:38:09,488
หมาตัวนี้ถูกย้ายเจ้าของ

305
00:38:14,473 --> 00:38:18,473
เขายกมือเพื่อขอขนม แต่เจ้าของไม่ให้ ย้ำนะ

306
00:38:22,882 --> 00:38:26,882
เจ้าของไม่ให้ เพราะเจ้าของไม่รู้ นั่นล่ะ คือความแตกต่างจากเงื่อนไข

307
00:38:28,467 --> 00:38:29,626
หมาตัวนั้นจะทำร้ายเจ้าของ

308
00:38:29,626 --> 00:38:33,626
คนใหม่ไหม คิดว่าทำไหมคะ

309
00:38:34,373 --> 00:38:37,189
และเพราะอะไรด้วย

310
00:38:37,189 --> 00:38:41,189
อาจารย์มั่นใจนะ ถ้าเป็นหมาพันธุ์...

311
00:38:47,145 --> 00:38:51,145
พันธุ์... พันธุ์ยิ้มน่ะ

312
00:38:53,225 --> 00:38:57,225
ยิ้มไปทั่วค่ะ ขโมยมาก็ยิ้มน่ะ มันก็คงไม่ทำอะไรหรอกนะ แต่ถ้าพันธุ์

313
00:39:02,100 --> 00:39:06,100
ดุ ๆ น่ะค่ะ อาจารย์ไม่รู้นะ พันธุ์ร็อตไว

314
00:39:07,982 --> 00:39:08,949
เลอร์ พันธุ์... นึกอะไรไม่ออกแล้วค่ะ

315
00:39:08,949 --> 00:39:12,949
ที่มันดุ ๆ ก็แล้วกันค่ะ ไอ้หน้าโหด ๆ ค่ะ

316
00:39:15,401 --> 00:39:18,946
มันก็คงกัดน่ะ เหมือนหมาบ้านอาจารย์แอน มันก็ไม่กัด

317
00:39:18,946 --> 00:39:22,946
คุณยายคนเดียว เพราะคุณยายให้อาหารเขาทุกวัน แต่อาจารย์แอนเป็นคนให้บ้าง ไม่ให้บ้าง

318
00:39:27,988 --> 00:39:30,512
น้ำหอมของอาจารย์เปลี่ยนไป หมามันจำไม่ได้ มันก็กัดได้ทันที นี่ค่ะ ระวัง

319
00:39:30,512 --> 00:39:34,512
มาก ๆ นะคะ นี่เขาเรียกว่า "การเปลี่ยนพฤติกรรมในการวัด"

320
00:39:37,648 --> 00:39:41,648
เขาเลยนำมาปรับเทียบ 2 อย่าง

321
00:39:42,327 --> 00:39:43,205
เทียบเคียงกันว่า อย่างนั้นเราก็ทำการฝึกเขาใหม้

322
00:39:43,205 --> 00:39:47,205
แต่การฝึกนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเหมือนไม้

323
00:39:51,999 --> 00:39:55,999
น่ะค่ะ ถ้าต้นไม้ที่แข็งแล้วดัดกิ่งก็หัก ถ้าต้นไม้ที่เป็นกิ่งอ่อน ดัดอย่างไร ก็เป็นรูปได้

324
00:40:00,004 --> 00:40:01,917
หนูเคยเห็นใช่ไหมลูก ต้นค่อยน่ะ ต้นค่อย

325
00:40:01,917 --> 00:40:05,917
ที่เขาดัดกันนะ Factors

326
00:40:08,161 --> 00:40:12,161
เขาถามเลยว่า

327
00:40:16,006 --> 00:40:16,012
เลยค่ะ ใครที่ทำการ Represent ยกตัวอย่างขึ้นมา ค่า

328
00:40:16,012 --> 00:40:20,012
ตัวแปร ตัวแปรใดที่ทำการ Modify

329
00:40:27,449 --> 00:40:31,449
และวัดค่านั้น ๆ ของเรา เราจะได้รู้ไหมว่าสิ่งนั้น

330
00:40:31,946 --> 00:40:35,914
มันจะแสดงขึ้นมาไหม แล้วถ้าเราจะทำการ

331
00:40:35,914 --> 00:40:39,914
ทดลองดูนะคะ how you are going to do it

332
00:40:44,024 --> 00:40:44,715

333
00:40:44,715 --> 00:40:47,721
มันอย่างไร ถ้าคุณจะทำการดีไซน์

334
00:40:47,721 --> 00:40:51,721
อันนี้ขึ้นมา อันนี้คือค่า Factor Factor เขา

335
00:40:56,025 --> 00:41:00,025
กรอง Factor มี Variables Hypothesis

336
00:41:00,029 --> 00:41:01,791
แล้วก็มีการออกแบบ อาจารย์ให้ภาษาอังกฤษที่บอกตามตรงว่า

337
00:41:01,791 --> 00:41:05,791
ชาวอเมริกันบางคนไม่รู้นะคะ

338
00:41:07,768 --> 00:41:11,274
อันนี้ไทยรู้ อันนี้ไทยรู้แน่นอนค่ะ ตรงตัวเป๊ะ

339
00:41:11,274 --> 00:41:14,125
ตรงตัวเป๊ะ ตัวแปร

340
00:41:14,125 --> 00:41:18,125
มี Independent กับ

341
00:41:23,423 --> 00:41:27,423
dependent เป็นอย่าแปรผันไปตามเขา หรือเป็นตัวแปรหลัก Independent

342
00:41:31,238 --> 00:41:35,238
Charactor

343
00:41:44,043 --> 00:41:46,059
เปลี่ยน Product อยู่ที่ความแตกต่างและเงื่อนไข เช่น

344
00:41:46,059 --> 00:41:49,622
ตัวเลขในเมนู

345
00:41:49,622 --> 00:41:53,622
Independent เป็นตัวแปรตามไหมคะ

346
00:41:54,500 --> 00:41:58,500
หรือตัวแปรต้น ถ้าใครตอบตัวแปรตาม

347
00:41:59,762 --> 00:42:03,762
หนูชูนิ้วเลข 1 ขึ้นมาลูก ถ้าใครตอบตัวแปรต้น

348
00:42:10,705 --> 00:42:14,699
ให้ชู 2 นิ้ว ตัวแปรตามครับ เพราะอะไรลูกความหมาย เพราะอะไรลูก

349
00:42:14,699 --> 00:42:18,699
เพราะคำว่าอะไรคะ เห็นไหมลูก เห็นคำนั้นไหม

350
00:42:22,769 --> 00:42:26,769
อุบล เห็นคำนั้นไหมคะ บรรทัดที่ 2

351
00:42:31,914 --> 00:42:35,914
ของ Independent variable น่ะค่ะ คำว่าอะไรลูก เห็นไหมคะ

352
00:42:37,332 --> 00:42:41,332
Characteristics Change ไหม เขาเปลี่ยนแปลงไปตาม

353
00:42:46,548 --> 00:42:50,548
เงื่อนไข Condition แต่ Dependent คราวนี้ haracter เป็นตัววัด

354
00:42:54,955 --> 00:42:58,955
ค่าการทดลอง เช่น เวลา ตัวเลขที่ Error ก็แสดงว่าตอนนี้หนูจำให้ขึ้นใจ

355
00:43:03,180 --> 00:43:07,180
แล้วว่า Dependent คือ ตัวแปรต้นใช่ไหมคะ Independent เป็นตัวแปร

356
00:43:12,084 --> 00:43:16,084
ฟ้าร้อง ฝนตก อะไรเป็นตัวแปรต้น อะไรเป็นตัวแปรตาม

357
00:43:16,172 --> 00:43:20,172
ฟ้าร้อง... อันข้างหน้า ฟ้าร้อง ช่างมันนะ

358
00:43:22,968 --> 00:43:26,968
เอาแค่ฟ้าร้อง แล้วฝนตก ตัวแปรต้น

359
00:43:28,119 --> 00:43:29,457
คือ...

360
00:43:29,457 --> 00:43:33,457
ใครตอบฟ้าร้อง

361
00:43:34,588 --> 00:43:38,588
หนูชูเลข 1 ขึ้นมาลูก ชู 1 นิ้ว ใครตอบฝนตก

362
00:43:45,354 --> 00:43:49,035
หนูชูเลข 2 ค่ะ อาจารย์อยากรู้คำตอบ

363
00:43:49,035 --> 00:43:49,688
ชูเลขให้อาจารย์ดูหน่อยค่ะ

364
00:43:49,688 --> 00:43:53,688
1 หรือ 2 1. ฝนตก

365
00:43:56,542 --> 00:43:57,104
ขอโทษ ขอโทษค่ะ 1. ฟ้าร้อง 2.

366
00:43:57,104 --> 00:44:00,862
ฝนตก

367
00:44:00,862 --> 00:44:03,111
ฟ้าร้องเป็นตัวแปรต้น เยี่ยม

368
00:44:03,111 --> 00:44:07,111
อาจารย์หาคะแนนให้นะนี่

369
00:44:11,261 --> 00:44:15,261
ครบ อาจารย์ไม่ได้ลืมน้องมิ่งขวัญนะคะ

370
00:44:23,535 --> 00:44:25,841
ถึงหนูอยู่ไม่ได้ติดเพื่อน ๆ เขียนให้หนูเหมือนกันนะ ไม่ต้องห่วงค่ะ จำไว้นะคะ

371
00:44:25,841 --> 00:44:29,841
In ก็คือทำไมคะ อยู่ภายใน เป็น Subset

372
00:44:33,492 --> 00:44:35,125
ของ Dependent

373
00:44:35,125 --> 00:44:39,125
In ก็คือใน ในก็คืออยู่ด้านใน ในก็

374
00:44:41,939 --> 00:44:45,939
ตามไปตามด้านนอกอยู่ดี อันนี้คือค่าของตัวแปร Hypothesis ค่าของ Hypothesis

375
00:44:46,007 --> 00:44:50,007
นั้น มันจะอยู่ในค่าของ Independent และ

376
00:44:53,804 --> 00:44:57,804
dependent เสมอ ๆ แล้ว ค่า Null hypothesis

377
00:45:00,864 --> 00:45:04,864
ค่าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าเป็นค่าของ prediction of outcome

378
00:45:08,141 --> 00:45:12,141
เขาจะเป็นในลักษณะของ

379
00:45:12,142 --> 00:45:14,114
Error rate ในขณะ

380
00:45:14,114 --> 00:45:16,005
ที่ขณะที่... ไปเรื่อย ๆ

381
00:45:16,005 --> 00:45:20,005
ยกตัวอย่าง เช่น การกระจายโรค

382
00:45:20,457 --> 00:45:23,850
ของโรควัณโรค มีผล

383
00:45:23,850 --> 00:45:27,850
นะคะ ต่อผู้ต้องขังจริงหรือไม่

384
00:45:30,691 --> 00:45:34,691
ผู้ต้องขังอยู่อย่างไร คงไม่เห็นนะลูกนะ

385
00:45:35,463 --> 00:45:39,463
เพราะว่าอาจารย์ทำงานเกี่ยวกับผู้ต้องขัง

386
00:45:44,164 --> 00:45:46,887
เขียนโปรแกรมให้ผู้ต้องขัง อยากเห็นอะไรอาจารย์ก็

387
00:45:46,887 --> 00:45:50,382
ทำโปรแกรมอันนั้นแหละค่ะ อยากเห็น เขาจะอยู่ในห้อง

388
00:45:50,382 --> 00:45:54,382
แล้วเขาใส่โซ่ตรวน เพราะฉะนั้น เขาใส่โซ่ตรวนปุ๊บ

389
00:45:55,047 --> 00:45:58,537
นี่ล่ะค่ะ เป็นผลของการ... เดา อาจารย์เดา

390
00:45:58,537 --> 00:46:02,537
เขาอยู่กันแออัด ถ้ามีคนหนึ่งเป็นพาหะ

391
00:46:03,295 --> 00:46:04,732
อีกคนหนึ่งก็ต้องระบาด ระบาดการไอ

392
00:46:04,732 --> 00:46:08,210
เขาไม่สามารถที่จะยกขึ้นมาได้ เพราะมือเขาถูกตรึง

393
00:46:08,210 --> 00:46:12,210
อะไรสักอย่าง อาจารย์ไม่รู้นะคะ ที่มือเขาใส่อะไร

394
00:46:16,132 --> 00:46:20,132
ไว้ด้วย แล้วขาก็ใส่ไอ้ตัวลูกโซ่ใหญ่ ๆ น่ะค่ะ แล้วทีนี้เขาไอ ไอแล้ว

395
00:46:23,714 --> 00:46:27,714
อัตราในการไอนี่ พอเวลาพุ่งออกไปมันไปกระแทกกับ

396
00:46:27,790 --> 00:46:31,358
เพดาน หรือผนัง มันสะท้อนย้อนกลับ ขณะที่

397
00:46:31,358 --> 00:46:35,358
ใครร่างกายไม่แข็งแรง โรคนั้นมันก็เพิ่มขึ้น เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

398
00:46:35,368 --> 00:46:39,368
อาจารย์ชอบทำการกระจายเชื้อนนะคะ เพราะอาจารย์เป็นภูมิแพ้

399
00:46:43,529 --> 00:46:47,529
อาจารย์เลยอยากรู้เรื่องของภูมิแพ้พอสม

400
00:46:48,187 --> 00:46:51,593
ทำไอ้นั่นแล้ว เราจะรู้คำตอบลูก ไม่จำเป็นต้องรอคุณหมอ

401
00:46:51,593 --> 00:46:52,558
นี่ของอาจารย์ตนเดียวนะลูก

402
00:46:52,558 --> 00:46:52,918
แต่ถ้า none Hypothesis

403
00:46:52,918 --> 00:46:56,918
แสดงว่า พื้นที่ในจังหวัดสกลนคร เท่าที่อาจารย์

404
00:47:03,331 --> 00:47:03,701
สังเกตนะคะ อาจารย์ทำมือเท้าปาก

405
00:47:03,701 --> 00:47:07,701
จะเกิดกับเด็กที่อยู่ในชุมชน

406
00:47:08,769 --> 00:47:10,192
หรือเป็นชุมชนที่เขา บ้านของเขานี่ แม้แต่

407
00:47:10,192 --> 00:47:14,192
พื้นดินน่ะค่ะ ยังเป็นดินลูกรังอยู่เลย

408
00:47:19,810 --> 00:47:22,959
อาจารย์เข้าไปตรงพื้นที่ เขาเข้าไปวัดปุ๊บ เจอธาตุ

409
00:47:22,959 --> 00:47:26,959
นะคะ เจอธาตุเค็มน่ะ ใช้คำว่าภาคเต

410
00:47:28,205 --> 00:47:30,503
เป็นเหล็กทั้งหมดน่ะค่ะ เป็นค่าของเหล็ก ก็เลยส่งผล ทำให้ เป็นค่าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

411
00:47:30,503 --> 00:47:34,503
ไม่ว่าจะกี่ปีอาจารย์ก็เจอที่นั่นเสมอ

412
00:47:34,969 --> 00:47:38,969
และพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุ

413
00:47:41,383 --> 00:47:42,991
ก็ Null hypothesis อยู่ตรงไหนก็ตรงนั้น

414
00:47:42,991 --> 00:47:46,991
เดือนไหน ก็เดือนนั้น นั่นคือ non-hy

415
00:47:52,212 --> 00:47:54,964
Hypothesis อาจารย์ออกข้อสอบนะคะ

416
00:47:54,964 --> 00:47:56,558
คำพูดมา 1 คำ แล้วอาจารย์จะถามหนูว่า

417
00:47:56,558 --> 00:48:00,469
เขาเป็น Prediction of outcome

418
00:48:00,469 --> 00:48:04,469
หรือ non-Hypothesis ค่ะ

419
00:48:06,777 --> 00:48:10,777
แค่ 2 เงื่อนไขนะคะ ข้อสอบหน้าที่ออกนะ อาจารย์จะมีเงื่อนไขให้หนู

420
00:48:12,798 --> 00:48:16,798
1 ข้อ หนูจะทำการทดลอง ทำการดีไซน์ หนูจะทดลองอย่างไร

421
00:48:21,102 --> 00:48:23,072
อันนี้เขาทดลองเป็นกลุ่มนะคะ เป็น Group โดยการ

422
00:48:23,072 --> 00:48:27,072
แยก หรือ ระหว่าง Group

423
00:48:32,231 --> 00:48:36,231
กลุ่มของเด็กนะคะ กลุ่มของเด็กห้อง 2 กับเด็กห้อง 1 ทำการ

424
00:48:37,684 --> 00:48:41,684
ทดสอบกัน หรือระหว่างกลุ่มนะคะ หรือระหว่างกลุ่ม เด็กห้อง

425
00:48:45,704 --> 00:48:49,704
IT ห้อง 2 และเด็กปี 3 ของ IT ห้อง 3

426
00:48:49,748 --> 00:48:52,518
ทำการมาทดสอบกันว่า ความรู้ที่ได้ของเรื่อง

427
00:48:52,518 --> 00:48:55,036
Hypothesis ได้อย่างไร อันนี้อาจารย์ไม่ออกสอบนะคะ

428
00:48:55,036 --> 00:48:59,036

429
00:49:04,246 --> 00:49:05,785
ก่อนอื่นที่หนูจะเริ่มต้นวิเคราะห์ ข้อมูลหนู

430
00:49:05,785 --> 00:49:09,785
เป็นอย่างไร แล้วหรูก็ดูข้อมูลออริจินัลด้วย

431
00:49:10,471 --> 00:49:11,069
ที่ข้อมูลที่ได้มามันเป็นอย่างไรก่อน ถ้าข้อมูลที่ได้มา

432
00:49:11,069 --> 00:49:15,069
มันมีแต่ตัวเลข เราจะเก็บอย่างไรให้มันดี

433
00:49:16,163 --> 00:49:17,274
แต่ถ้าหากว่ามันต้องการทำการเลือกสถิติ

434
00:49:17,274 --> 00:49:21,274
ที่นำมาใช้ให้เกิดขึ้น หนูต้องเลือกชนิด

435
00:49:26,454 --> 00:49:29,613
ของ Data เลือกชนิดของข้อมูลก่อนนะ แล้วกำหนด

436
00:49:29,613 --> 00:49:32,108
ความต้องการนะคะ ชนิดของข้อมูล

437
00:49:32,108 --> 00:49:36,108
เช่น มีการ

438
00:49:36,694 --> 00:49:40,694
หรือค่าของตัวเลขที่มีการเงื่อนไข

439
00:49:42,012 --> 00:49:46,012
ค่า Parametric Non-parametric

440
00:49:47,041 --> 00:49:47,995
วิเคราะห์เรื่องของ

441
00:49:47,995 --> 00:49:51,995
นะคะ Power Power ก็เป็น Parametric

442
00:49:54,922 --> 00:49:58,922
เหมือนกัน ถ้า Non-Parametric จะ Less

443
00:50:00,076 --> 00:50:01,757
Power ย้ำนะคะ Parametric

444
00:50:01,757 --> 00:50:04,438
อาจารย์จะออก ถามว่า Parametric นะคะ ข้อใด

445
00:50:04,438 --> 00:50:08,438
เป็น Parametric เช่น อาจารย์บอกว่า

446
00:50:15,607 --> 00:50:19,365
More reliable

447
00:50:19,365 --> 00:50:23,365
Assume normal distribution หนูตอบได้แล้ว หนูตอบได้แล้วนะคะ

448
00:50:24,301 --> 00:50:28,301
อันนี้หนูต้องตอบได้แล้ว อาจารย์จะเขียน 2 ข้อ

449
00:50:31,384 --> 00:50:34,302
Parametric กับ Non-Parametric ย้ำนะคะ

450
00:50:34,302 --> 00:50:34,659
6 ข้อนี้ อันนี้ไม่ค่ะ

451
00:50:34,659 --> 00:50:38,659
ข้อนี้ค่ะ

452
00:50:41,846 --> 00:50:45,846
ความลำบากในการหา Single user นำมาทดลอง

453
00:50:46,900 --> 00:50:50,900
1. ปัญหาเรื่องเลย คือ Subject groups

454
00:50:56,311 --> 00:50:59,502
2. งานที่มีแต่ละอัน ไม่ได้น้อยเลยน่ะค่ะ หรือข้อมูล

455
00:50:59,502 --> 00:51:00,588
ที่มันขยายใหญ่ขึ้น หรือในเรื่องของการทดลอง

456
00:51:00,588 --> 00:51:04,588
เราจะหาอะไร เครื่องมืออะไร

457
00:51:04,821 --> 00:51:08,821
เราจะหาสถิติอะไรมาใช้ เช่น ถ้าข้อมูลอย่างนี้หนูต้องใช้ Pertest

458
00:51:15,374 --> 00:51:18,960
ขอ้มูลแบบนี้หนูต้องใช้ F Test ข้อมูล

459
00:51:18,960 --> 00:51:20,529
ของสถิติวิจัยนะคะเรื่องนี้ อันนี้ไม่ออกสอบนะคะ หน้านี้ไม่ออกสอบ

460
00:51:20,529 --> 00:51:24,529
Subject groups ถ้าข้อมูลขนาดใหญ่ เราถือว่า

461
00:51:27,834 --> 00:51:31,834
มัน more expensive

462
00:51:34,699 --> 00:51:38,098
long time to settle down มันทำไมคะ

463
00:51:38,098 --> 00:51:41,065
ตัวนี้อาจารย์ไม่ออกสอบ

464
00:51:41,065 --> 00:51:45,065
มันไม่เกี่ยวกับพวกหนูมาก มันไปเกี่ยวกับทางด้านสถิติ

465
00:51:45,136 --> 00:51:45,349
อันนี้เรื่องของงาน ไม่...

466
00:51:45,349 --> 00:51:49,349
Data gathering ค่ะ

467
00:51:53,040 --> 00:51:57,040

468
00:52:00,341 --> 00:52:01,642
synchronize หรือการ sheer volume

469
00:52:01,642 --> 00:52:05,642
1. Solution นะคะ

470
00:52:08,082 --> 00:52:12,082
การบันทึกค่าที่มันเป็นไปได้ Solution หนูคุ้นคำว่า "

471
00:52:14,185 --> 00:52:17,761
Solution" มาก มาหน้าจอ หนูจะทำอย่างไร ให้มันทำไมคะ

472
00:52:17,761 --> 00:52:18,418
ต่อทำไมคะ เหมาะสมต่อที่เรามองได้

473
00:52:18,418 --> 00:52:22,418
นะคะ การวิเคราะห์

474
00:52:24,859 --> 00:52:28,859
มา มาหน้านี้ค่ะ

475
00:52:30,622 --> 00:52:34,622
Method

476
00:52:35,968 --> 00:52:39,968
มีอยู่ทั้งหมด Think Aloud

477
00:52:43,396 --> 00:52:47,396

478
00:52:48,368 --> 00:52:49,864
Cooperative evaluation Post-task walkthroughs ดูทีละอันค่ะ Think Aloud เขาบอกว่า User

479
00:52:49,864 --> 00:52:53,864
ทำการ Observed user ทำการ Observed

480
00:53:00,379 --> 00:53:03,005
ข้อดีของเขา คือเขากำหนดได้ จัดเตรียมได้ เขาสามารถแสดงค่าในการใช้งานได้

481
00:53:03,005 --> 00:53:07,005
ข้อเสียคือ Subjective และผลทาง

482
00:53:12,336 --> 00:53:16,139
ที่เลือกและค่า Performent อันนี้คือตรงตัวเป๊ะเลยลูก ถ้าหนู

483
00:53:16,139 --> 00:53:16,959
จะใช้ความคิดนะคะ ความคิดของมนุษย์นี่

484
00:53:16,959 --> 00:53:20,959
ข้อดีคือมีตัวอย่าง คนน่ะ เราคิด

485
00:53:22,144 --> 00:53:26,144
ตัวอย่างได้ มีการจัดเตรียม Insight ได้ทุกอย่าง

486
00:53:31,459 --> 00:53:35,459
นั้นคือมนุษย์ค่ะ

487
00:53:35,852 --> 00:53:38,943
ขึ้นมาได้ด้วย นั่นแหละคือมนุษย์ แต่ข้อเสียของม

488
00:53:38,943 --> 00:53:42,943
คือ Subjective ค่ะ

489
00:53:43,322 --> 00:53:47,322
เลือกอีกเยอะแยะเลย มนุษย์ไม่ได้มีความต้องการที่หยุดอยู่กับที่นะคะ ความต้องการของมนุษย์

490
00:53:50,284 --> 00:53:54,284
ถ้าไม่เขียนลงไปลงในกระดาษแล้วเซ็น ว่าวันที่เท่ากับเท่าไร แล้วปิดท้าย รับรอง

491
00:53:55,487 --> 00:53:56,160
ได้ว่าความต้องการไม่... ไม่เคยหยุดเลย

492
00:53:56,160 --> 00:54:00,160
อาจารย์เคยรับจ้างเขียนโปรแกรมนะคะ อาจารย์โดนมาแล้ว เลยจำได้

493
00:54:06,749 --> 00:54:10,749
ในเรื่องของ Cooperative นะคะ ตัวนี้เป้นเรื่อง

494
00:54:15,622 --> 00:54:16,409
ที่นำมาคิดและ User

495
00:54:16,409 --> 00:54:20,409
...ตั้งคำถามได้ ข้อดีของเขา คือ

496
00:54:21,877 --> 00:54:25,877
Cooperative จะเป็นเรื่องของการทำงาน

497
00:54:31,037 --> 00:54:35,037
ที่ให้ U

498
00:54:40,419 --> 00:54:44,419
Cooperative คือการทำงานร่วมกันนะคะ การทำงาน

499
00:54:46,213 --> 00:54:48,990
ร่วมกัน แต่ถ้าเป็น Protocol หนู

500
00:54:48,990 --> 00:54:49,315
เรียนเครือข่ายกันหรือยัง

501
00:54:49,315 --> 00:54:50,882
เคยเรียนเครือข่ายกันไหมคะ

502
00:54:50,882 --> 00:54:54,882
น่าจะไม่เคยเรียนนะคะ เครือข่าย

503
00:54:58,628 --> 00:55:02,628
ลืมแล้วค่ะ เยี่ยมค่ะ การวิเคราะห์ Protocol Protocol คือ ข้อตกลง

504
00:55:08,584 --> 00:55:11,152
เขาเลยบอกว่า เขามี Paper เขามี Pencil

505
00:55:11,152 --> 00:55:15,152
ใครไม่รู้จัก Peper ใครไม่รู้จัก Pencil

506
00:55:20,438 --> 00:55:20,516
นะคะ มันก็คือ Cheap นั่นเอง เขากำหนดให้เขียนได้

507
00:55:20,516 --> 00:55:24,516
Protocol นี่ สามารถเขียนได้

508
00:55:25,228 --> 00:55:29,228
รู้จักไหมคะ Audio

509
00:55:31,928 --> 00:55:35,928
Computer Logging อันน

510
00:55:36,446 --> 00:55:40,446
ี้น่ะ User notebook ใคร ๆ ก็รู้จักนะ

511
00:55:40,736 --> 00:55:42,319
ที่ User ใช้ในการจดบันทึก

512
00:55:42,319 --> 00:55:46,319
และ Audio video

513
00:55:51,872 --> 00:55:55,872
หนูกำลังทำ Project จบน่ะค่ะ มีทั้งเสียงทั้งวิดีโอ แล้วก็มีการทำ ฤutomatic support ไหมคะ

514
00:56:00,457 --> 00:56:02,090
ต่าง ๆ ด้วย เวลาที่หนูจะนำเสนองาน Project จบ

515
00:56:02,090 --> 00:56:06,090
ของตัวเองนั่นล่ะค่ะ นั่นล่ะ หนูกำลัง

516
00:56:08,464 --> 00:56:12,464
แต่หนูจะวิเคราะห์หนูจะรู้ไหมว่าหนูทำลัง Prot

517
00:56:12,464 --> 00:56:14,498
เริ่มต้นมาต้องทำไมคะ ต้องมีกระดาษ ต้องมีดินสอ

518
00:56:14,498 --> 00:56:16,738
แล้วทำการทำไมคะ ออกแบบ พอออกแบบได้เสร็จปุ๊บ

519
00:56:16,738 --> 00:56:20,738
หนูก็ต้องทำการหา Audio

520
00:56:22,473 --> 00:56:26,473
หาเสียงหาดนตรีที่มันเข้ากับเนื้อเรื่องที่หนูจะนำเสนอ ต่อมาหนูนำวิดีโอเข้าใส่ หนูต้องทำอย่างไร

521
00:56:31,915 --> 00:56:35,217
พอนำวิดีโอเข้ามาปุ๊บ หนูต้องทำอย่างไร หนูต้องนำคอมพิวเตอร์

522
00:56:35,217 --> 00:56:39,217
ทำไมคะ เอามา support ในการเอา

523
00:56:40,476 --> 00:56:44,476
ภาพวิดีโอเข้ามาทำการทำไมคะ Analysis เอาออกมาในการนำเสนอ

524
00:56:45,784 --> 00:56:48,677
แล้วจากนั้น เอาออกมาให้ User ดู นี่

525
00:56:48,677 --> 00:56:49,893
ดีแล้วหรือยังที่ฉันทำ

526
00:56:49,893 --> 00:56:52,558
แล้วเขาทำการทำไมคะ รวบรวมคำที่

527
00:56:52,558 --> 00:56:56,558
เขาบอกเราว่าเอามาปรับแก้ไข

528
00:57:02,285 --> 00:57:06,285
เยอะ ๆ น่ะค่ะ มาทำการปรับแก้ไข แล้วทำการส่งข้อมูล

529
00:57:06,474 --> 00:57:10,474
ทั้ง Audio และ Video

530
00:57:11,807 --> 00:57:14,957
เป็น Automatic ที่หนูคลิกแล้วมัน

531
00:57:14,957 --> 00:57:15,777
รันให้ได่ทันที

532
00:57:15,777 --> 00:57:19,777
นี่คือ Project ของหนูใช้ไหม เมื่อหนูรู้ Automatic

533
00:57:28,501 --> 00:57:29,135
Workspace Project

534
00:57:29,135 --> 00:57:30,994
นี่แหละค่ะ เขาบอกว่าข้อดีเลย คือ

535
00:57:30,994 --> 00:57:34,584
ทำการวิเคราะห์ตามเวลาได้นะ แล้วมัน

536
00:57:34,584 --> 00:57:38,584
เอา Voice ได้ด้วย เอา Voice ในด้านงาน

537
00:57:44,511 --> 00:57:48,511
คือ มันเป็นลักษณะของ

538
00:57:50,144 --> 00:57:54,144
ทางด้านของพื้นที่ในการทำงานต่าง ๆ นะคะ Workplace

539
00:58:00,513 --> 00:58:01,101
ทำ Automatic ได้มันก็ดีทั้งนั่น คลิก ๆ

540
00:58:01,101 --> 00:58:04,268
มันก็จะรันขึ้นมาทันที

541
00:58:04,268 --> 00:58:08,268
คลิกเข้าไป แล้วก็ต้องไปกด F5 F4 นะ คลิก ๆ เข้าไป

542
00:58:11,562 --> 00:58:15,562
มันก็จะขึ้นมรให้ทันทีเลย เพราะงานของหนูเป็นงาน้าน

543
00:58:16,522 --> 00:58:16,713
วิดีโอ Post-task ค่ะ Post-task walkthrough

544
00:58:16,713 --> 00:58:20,713
ตัวนี้จะเป็นในเรื่องของความจำเป็นที่จะต้องใช้

545
00:58:21,745 --> 00:58:25,745
ส่วนตัวนี้สำคัญมาก ๆ

546
00:58:27,216 --> 00:58:31,216
นะคะ คือ Query Techniques Query เด็กปกติก็ตาย

547
00:58:36,841 --> 00:58:40,841
เรื่อง Query แต่เด็กพิเศษเราจะเก่ง Query ลูก

548
00:58:43,965 --> 00:58:47,388
Interviews หนูทำการ

549
00:58:47,388 --> 00:58:51,388
วิเคราะห์ข้อคำถามของ User 1 by 1

550
00:58:51,819 --> 00:58:55,819
แล้วใช้ Based พื้นฐานในการตั้งคำถาม

551
00:58:57,956 --> 00:59:01,956
ข้อดีอะไรหนูสามารถที่จะ Variable

552
00:59:04,388 --> 00:59:08,011
context ได้

553
00:59:08,011 --> 00:59:12,011
หนูสามารถที่จะทำการกำหนดข้อมูลนั้นได้ แล้วสามารถที่จะ Identify คำถามได้

554
00:59:14,822 --> 00:59:18,822
แต่ข้อเสียคือ มัน very subjective

555
00:59:20,556 --> 00:59:24,556
แล้ว Time consuming คือ เวลามันเยอะน่ะค่ะ เวลามันเยอะนะคะ ให้เรื่องที่จะทำของ

556
00:59:28,562 --> 00:59:29,622
หนู Interviews นานเท่าไร งานมันก็จะนานมากขึ้นเรื่อย ๆ

557
00:59:29,622 --> 00:59:33,622
นะคะ

558
00:59:36,563 --> 00:59:40,479
Questionnaries

559
00:59:40,479 --> 00:59:44,479
เขียนโปรแกรมเก่งไม่เก่ง อยู่ที่ Questionnaires ค่ะ เขา Set คำถามให้กับ User

560
00:59:47,693 --> 00:59:51,693
อันดับแรกเลยค่ะ การเขียนโปรแกรมนะคะ

561
00:59:52,249 --> 00:59:56,249
ถ้าหนูไม่เซตคำถาม เขาเรียกว่า "box"

562
00:59:56,576 --> 00:59:58,669
การถามปลายเปิด

563
00:59:58,669 --> 01:00:02,669
ถามปลายปิด ถาม ใช่ ไม่ใช่ คำตอบมีแค่ใช้กับไม่ใช่

564
01:00:03,517 --> 01:00:07,517
เท่านั้น ข้อดี คือ เร็ว แล้วก็ข้อมูลของ User ถึงแม้จะใหญ่มันก็เป็น Group ได้

565
01:00:09,247 --> 01:00:13,247
สามารถวิเคราะห์ได้ด้วย แต่ข้อเสีย คือ

566
01:00:14,631 --> 01:00:18,045
มัน Fixible แล้วบางทีมันทำการ

567
01:00:18,045 --> 01:00:21,856
อาจจะหายไปได้ เพราะการ Fix ข้อมูลของเรา

568
01:00:21,856 --> 01:00:25,856
นั่นเองนะคะ เด็กหิวแล้วนะนี่ กุ๊กกิ๊ก กุ๊กกิ๊ก

569
01:00:29,719 --> 01:00:33,719
ความต้องการของ Careful  ต่อนะคะ สไตล์ของคำถาม

570
01:00:34,717 --> 01:00:38,717
เป็นแบบ General ไหม

571
01:00:42,945 --> 01:00:46,945
หรือแบบเป็น Scalar หรือเป็นแบบ

572
01:00:47,169 --> 01:00:51,169
Multi-choice อาจารย์ชอบคำข้อสอบแบบ Multi-choice นะคะ หรือเป็นคำ

573
01:00:52,597 --> 01:00:55,833
ทำเป็น Ranked เป็นช่วงเลยค่ะว่า

574
01:00:55,833 --> 01:00:57,712
เด็ก 7 คน ข้อ 1 นี่ หนูตอบถูกกี่คน ข้อ 2 ตอบถูกกี่คน

575
01:00:57,712 --> 01:01:01,712
นะคะ

576
01:01:09,760 --> 01:01:13,760
กุ้งเต้นมีอะไร Eye tracking การวัดค่าของ

577
01:01:22,025 --> 01:01:23,474
Eye Tracking

578
01:01:23,474 --> 01:01:27,474
การวัดค่าของ Eye tracking ประกอบไปด้วยค่าของสายตา

579
01:01:28,475 --> 01:01:32,475
หนูดูนะคะตรงนี้ อาจารย์เน้นตรงนี้นะ

580
01:01:35,133 --> 01:01:38,909
ค่าของสายตา แล้วก็การ Repeate

581
01:01:38,909 --> 01:01:40,787
ค่านะคะ ของสายตาที่

582
01:01:40,787 --> 01:01:44,787
น่าสนใจในสิ่งต่าง ๆ หรือการสแกนผ่าน

583
01:01:48,224 --> 01:01:50,968
ไปทางแนวตรง แล้ว

584
01:01:50,968 --> 01:01:54,060
Optimal นั่นแสดงว่าสายตา

585
01:01:54,060 --> 01:01:57,571
ที่จะทำไมคะ Move ment

586
01:01:57,571 --> 01:02:01,571
ไปตามจุดต่าง ๆ ได้นะคะ ไม่เชื่อหนูก็ลองใช้สายตาของหนู

587
01:02:07,355 --> 01:02:07,557
ย้ายไปทาง กรอกไปทางซ้าย กรอกไปทางขวา

588
01:02:07,557 --> 01:02:11,557
และพื้นที่ซ้าย นั่นเขาเรียกว่า "Eye Tracking" ค

589
01:02:16,643 --> 01:02:17,654
่ะ กรอกสายตาซ้าย-ขวา ซ้าย-ขวา นะคะ

590
01:02:17,654 --> 01:02:21,654
ให้ดูตัวอย่าง ระว่าง Choosing an Evaluation

591
01:02:22,012 --> 01:02:26,012
Method เป็นอย่างไร เมื่อคุณจะ

592
01:02:32,645 --> 01:02:34,842
... แสดงว่าอยู่ที่การ Design กับการ Implement

593
01:02:34,842 --> 01:02:38,164
ทำการออกแบบ กับการจัดเตรียม แต่ถ้าคุณกำลัง

594
01:02:38,164 --> 01:02:42,164
ทำการ Evaluation แสดงว่าการทำงาน

595
01:02:43,196 --> 01:02:47,196
อยู่ในแล็บกับ Fiude

596
01:02:48,488 --> 01:02:50,408
40 สไลด์จะมีสไลด์นี้สรุปให้ เป็นสไลด์ที่ 40 พอดี 40 พอดี

597
01:02:50,408 --> 01:02:53,072
สไลด์สุดท้าย How objective

598
01:02:53,072 --> 01:02:57,072
คือวัตถุประสงค์ของเขาคืออะไร

599
01:03:04,334 --> 01:03:08,231
Subjective vs objective ubjective

600
01:03:08,231 --> 01:03:08,516
ขอ... มาร์กี้ตอบดีกว่า Subjective คืออะไรครับ

601
01:03:08,516 --> 01:03:12,516
Subjective คืออะไรครับ

602
01:03:16,511 --> 01:03:20,511
สไลด์ที่ 40

603
01:03:21,056 --> 01:03:21,918
วิดีโอน้องค้าง

604
01:03:21,918 --> 01:03:25,918
F5

605
01:03:36,559 --> 01:03:39,504
หรือไม่ใช่ ใช้ F5 ไหมคะน้องพลอย

606
01:03:39,504 --> 01:03:43,504
ต้องคลิก ๆ ใหม่เลย ต้อง Connect ใหม่เลย

607
01:03:47,081 --> 01:03:51,081
ใครหายใจไม่ออก

608
01:03:51,906 --> 01:03:55,906
ใช้ไอ้ตัวพิมเสนหรือเปล่า เหมือนได้กลิ่นพิมเสน

609
01:04:09,960 --> 01:04:13,960
กล้องของใครใช้ได้ไหมลูก มาร์กี้

610
01:04:24,439 --> 01:04:28,439
ตอบให้หน่อยลูก Subjective อาจารย์ขอมิ่งขวัญต้อง Subjective

611
01:04:31,810 --> 01:04:34,607
กล้ององุ่นลูก ขยับกันไปเรื่อย ๆ ลูก

612
01:04:34,607 --> 01:04:38,607
เชิญครับ

613
01:04:41,416 --> 01:04:45,416
อาจารย์ถามคำถามว่า Subjective คืออะไรครับ

614
01:04:51,191 --> 01:04:55,191
มันแปลว่าอะไรลูก Subjective บรรทัดที่ 3 ของ How objective

615
01:05:00,725 --> 01:05:03,047

616
01:05:03,047 --> 01:05:07,047
(ล่าม) สักครู่นะครับ

617
01:05:14,198 --> 01:05:18,198
(อาจารย์สุรีย์พัชร) อาจารย์

618
01:05:21,316 --> 01:05:25,316
สอนเด็กแปลดีไหมนี่

619
01:05:28,414 --> 01:05:29,896
สำเนา เปิด

620
01:05:29,896 --> 01:05:33,896
Translate

621
01:05:40,037 --> 01:05:44,037
ภาษาอังกฤษ คลิก

622
01:05:49,737 --> 01:05:53,737
Paste จ้า อาจารย์สอนการแปลลูก อาจารย์สอนการแปล

623
01:05:57,293 --> 01:05:58,059
มาร์กี้ดูก็ได้นะลูกนะ

624
01:05:58,059 --> 01:06:02,059
Subjective แปลว่า...

625
01:06:02,069 --> 01:06:06,069

626
01:06:08,774 --> 01:06:12,774
(ล่าม) อ อ่าง ไม้หันอากาศ ต เต่า

627
01:06:16,406 --> 01:06:20,406
น หนู ไม้หันอากาศ น-ัย อัตนัยครับ

628
01:06:21,194 --> 01:06:25,194
(อาจารย์สุรีย์พัชร) ครับผม มาร์กี้ดูนะ อาจารย์แอน ใช้วิธีเห็นไหมคะ สอนการแปล

629
01:06:29,576 --> 01:06:31,236
ให้เลยค่ะ หนูใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นลูก ใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นนะคะ

630
01:06:31,236 --> 01:06:35,236
อ้าว แล้วอยู่ไหนล่ะ

631
01:06:38,048 --> 01:06:42,048
สลได์อาจารย์อยู่ไหนนี่

632
01:06:42,316 --> 01:06:46,316
ที่รักจ้า สไลด์อาจารย์อยู่ไหนคะ

633
01:06:52,764 --> 01:06:56,764
อยู่นี่ Objective

634
01:06:59,126 --> 01:07:03,126
เป็นอัตนัย Objective เป็น...

635
01:07:03,257 --> 01:07:07,257
เดาเลยลูก มิ่งขวัญคะ เดาเลยค่ะ น้องมิ่งขวัญตอบว่าอะไรคะ

636
01:07:08,639 --> 01:07:12,639
คลิกขวา

637
01:07:13,436 --> 01:07:14,532
สำเนา Translate

638
01:07:14,532 --> 01:07:18,532
กากบาท คลิกขวา

639
01:07:22,263 --> 01:07:22,472
Paste จ้า มาแล้วจ้า

640
01:07:22,472 --> 01:07:26,472
มิ่งขวัญตอบอาจารย์หน่อยค่ะ

641
01:07:33,686 --> 01:07:37,686
วัตถุประสงค์

642
01:07:38,750 --> 01:07:41,008
อันนี้มันเป็นวิธีการ

643
01:07:41,008 --> 01:07:45,008
ในการแปลนะคะลูก แปลนะ

644
01:07:46,406 --> 01:07:47,059
อาจารย์แอนเน้นให้เฉย ๆ หนูจะได้

645
01:07:47,059 --> 01:07:51,059
ทำได้ ไหนล่ะ

646
01:08:10,028 --> 01:08:14,028
ต่อมานะคะ ในเรื่องของระดับ

647
01:08:24,749 --> 01:08:26,715
ของ  implementation  implementation คือ สารสนเทศ

648
01:08:26,715 --> 01:08:30,332
มีแบบทั้งทั้งแบบ high level

649
01:08:30,332 --> 01:08:34,332
และ low lavel แต่

650
01:08:36,035 --> 01:08:40,035
Interforent จะอยู่ใน

651
01:08:40,828 --> 01:08:44,828
Obtrusive กับ

652
01:08:44,831 --> 01:08:48,831
... อาจารย์ของตี๋น้อยตอบค่ะ ระดับค่า

653
01:08:50,190 --> 01:08:54,190
Inerforent of

654
01:08:56,835 --> 01:08:58,021
อาจารย์แอนช่วยค่ะ

655
01:08:58,021 --> 01:09:02,021

656
01:09:09,064 --> 01:09:13,064
อย่าตอบนะคะ คำว่า "เสือก" น่ะค่ะ อย่าตอบนะ (ล่าม) ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ครับ

657
01:09:17,659 --> 01:09:19,349
แปลว่าเลือกครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร)

658
01:09:19,349 --> 01:09:23,349
แปลว่า Obtrus

659
01:09:28,846 --> 01:09:29,338
iv นะลูก

660
01:09:29,338 --> 01:09:33,338
(ล่าม) แปลว่าเลือกครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) เป็นการลุกล้ำไหมคะ

661
01:09:38,005 --> 01:09:42,005
ลุกล้ำเข้าไป

662
01:10:38,940 --> 01:10:42,940

663
01:10:45,211 --> 01:10:49,211
(ล่าม) เลือกครับ (อาจารย์สุรีย์พัชร) Obtrusive vs Unobtrusive

664
01:10:56,907 --> 01:11:00,907
เหมือนเป็นลักษณะ

665
01:11:01,286 --> 01:11:05,286
ของ... หนูเดินเข้าไป แล้วเขาหาว่าหนูน่ะ

666
01:11:12,505 --> 01:11:16,505
เป็น obtrusive หนูบุกรุกพื้นหญ้า

667
01:11:17,718 --> 01:11:21,718
ของเขา เข้าไปโดยไม่ได้รับการอนุญาต อธิบาย

668
01:11:26,353 --> 01:11:27,966
อย่างไรดีนะ ใช่ค่ะ มันคือการบุกรุกลูก

669
01:11:27,966 --> 01:11:31,966
เหมือนกับเขาห้ามไม่ให้เดินข้าม

670
01:11:32,736 --> 01:11:36,513
สนามหญ้า แล้วหนูเดินเข้าไป แล้วหนูโดนปรับอย่างนั้นน่ะ

671
01:11:36,513 --> 01:11:40,513
เขาเรียกว่า "obtrusive"

672
01:11:44,092 --> 01:11:48,092
ลูก หนูบอกหนูอย่าตอบคำว่า "เสือก" ก็พอ

673
01:11:50,586 --> 01:11:53,097
แต่ถ้าตัวนี้ล่ะ เขาบอกบุกรุกแล้วลูก

674
01:11:53,097 --> 01:11:57,046
แล้วถ้าอันนี้ล่ะ ถ้าอันนี้ล่ะลูก

675
01:11:57,046 --> 01:12:01,046
ถ้าอันนี้บุกรุก อันนี้ก็ทำไมคะ

676
01:12:08,763 --> 01:12:09,334
ไม่สร้างความรำคาญ ก็คือไม่เสือกน่ะ

677
01:12:09,334 --> 01:12:13,334
เสือก กับไม่เสือก คำม

678
01:12:16,941 --> 01:12:20,941
มันแรงไปหน่อยลูก คำว่า "เสือก" น่ะ คือเราดูคำศัพท์อื่นก็ได้ สงบ เสงี่ยม

679
01:12:24,944 --> 01:12:28,944
เรียบร้อย หนูอยู่ในกฎระเบียบอย่างนี้น่ะค่ะ เมื่อกี้หนูอยู่นอกกฎ ครั้งนี้อยู่ในกฎ

680
01:12:31,242 --> 01:12:32,368
ดีกว่านะ ไม่เสือกกับไม่เสือกนะ โอเค

681
01:12:32,368 --> 01:12:36,368
อาจารย์ก็รับไม่ได้เหมือนกันลูก เมื่อกี้

682
01:12:40,953 --> 01:12:44,953
อันนี้ผลของค่าก็จะมีในเรื่องของเวลา อันนี้อาจารย์ไม่ถาม ใคร ๆ ก็รู้

683
01:12:48,652 --> 01:12:52,652
Subjects ค่ะ Subjects ค่ะ Equipment เอาแล้ว

684
01:12:56,818 --> 01:13:00,818
3 คนเตรียมตัวเอาคะแนนนะคะ 3 คน เตรียมตัวเอาคะแนนนะคะ

685
01:13:04,963 --> 01:13:07,892
หมายถึงอะไร เดี๋ยวอาจารย์ทำไว้ให้ดูอีกค่ะ มา

686
01:13:07,892 --> 01:13:11,892
Subjects ตอบอะไรลูก

687
01:13:17,773 --> 01:13:21,773
มา ๆ มา ๆ เลยค่ะ มา (ล่าม) วิชาค่ะ (อาจารย์สุรีย์พัชร) โอเค

688
01:13:22,566 --> 01:13:25,699
กุ้งเต้น เยี่ยม เดี๋ยวอาจารย์ใส่คะแนนให้

689
01:13:25,699 --> 01:13:29,322
กุ้งก่อน โอเค โอเค

690
01:13:29,322 --> 01:13:33,322
มี Subjects แล้ว

691
01:13:37,419 --> 01:13:41,128
Equipment ล่ะค่ะ

692
01:13:41,128 --> 01:13:43,212
Equipment

693
01:13:43,212 --> 01:13:47,212
อุปกรณ์ เสียงอุบลไหมลูก ครับ

694
01:13:49,321 --> 01:13:53,321
อาจารย์หาแป๊บหนึ่งลูก Expertise

695
01:14:00,988 --> 01:14:04,484
Expertise ยกมือเลยนะคะ ยกมือก่อนเลยนะคะ

696
01:14:04,484 --> 01:14:06,210
Expertise ความเชี่ยวชาญ

697
01:14:06,210 --> 01:14:07,877
ใช่ ถูกต้อง

698
01:14:07,877 --> 01:14:10,051
หาก่อน

699
01:14:10,051 --> 01:14:14,051

700
01:14:25,000 --> 01:14:28,826
อย่างนั้นแสดงว่าแหล่งของตัวแปรมันมาจาดเวลา วิชา อะไรอีกนะคะ

701
01:14:28,826 --> 01:14:32,826
Equipment อุปกรณ์ และก็ความเชี่ยวชาญ

702
01:14:34,164 --> 01:14:38,164
แหล่งของ Available หน้านี้

703
01:14:43,013 --> 01:14:44,801
ในหน้าสไลด์ที่ 40 หนูจำเอาไว้

704
01:14:44,801 --> 01:14:45,464
นะลูกนะ หน้านี้ เวลาอาจารย์ให้สอบ

705
01:14:45,464 --> 01:14:49,464
อาจารย์ให้หนูสอบแบบ

706
01:14:53,688 --> 01:14:57,688
Froms เหมือนเดิมดีกว่านะ หนูจะได้สบาย

707
01:14:59,155 --> 01:15:01,621
ไม่เครียดด้วย หนูจะได้ใช้การพิมพ์ด้วย

708
01:15:01,621 --> 01:15:02,382
ในสไลด์หน้า 40 นะ อาจารย์จะย้ำนะ

709
01:15:02,382 --> 01:15:06,382
จะมีเยอะพอสมควร อาจารย์จะทวนให้อีกที ว่าหน้าไหน

710
01:15:12,219 --> 01:15:16,219
ีท่อาจารย์จะออกสอบนะ หนูเตรียมตัวนะ พร้อมนะคะ พร้อมนะ

711
01:15:23,420 --> 01:15:27,420
หน้าที่ 7 นะคะ ถ้าจะจดก็จดนะคะ

712
01:15:34,058 --> 01:15:38,058
ถ้าไม่จดเดี๋ยวอาจารย์แอนลืมนะ หน้าที่ 7

713
01:15:40,181 --> 01:15:41,264
หน้าที่ 10 ข้อดี

714
01:15:41,264 --> 01:15:45,264
ข้อเสีย ที่ทำงานในแล็บ

715
01:15:46,888 --> 01:15:50,888
หน้าที่ 11 ข้อดี ข้อเสีย

716
01:15:58,119 --> 01:15:59,778
ของการเรียนรู้ใน Field

717
01:15:59,778 --> 01:16:03,778
หน้าที่ 14 Hypothesis

718
01:16:10,964 --> 01:16:14,964

719
01:16:17,061 --> 01:16:21,061
หน้าที่ 15 จะมีตัวอย่างขึ้นมา 1 ตัว หรือประโยค 1 ประโยค แล้วถามว่า

720
01:16:22,205 --> 01:16:23,068
ประโยคใดคือ Independent ประโยคใด

721
01:16:23,068 --> 01:16:27,068
คือ Dependent

722
01:16:29,773 --> 01:16:31,879
เช่น กบร้อง ฟ้าก็เลยร้อง

723
01:16:31,879 --> 01:16:35,879
อาจารย์แอน

724
01:16:38,414 --> 01:16:42,414
มั่วไปทั่วลูกอันนั้นน่ะ แล้วก็หน้า

725
01:16:44,122 --> 01:16:48,122
ที่ 16 ให้หนูจำคำว่า "Prediction

726
01:16:53,089 --> 01:16:57,086
Prediction กับ non-

727
01:16:57,086 --> 01:17:01,086
Prediction มันแตกต่างกันอย่างไรนะคะ ในหน้านี้ และมาที่...

728
01:17:05,094 --> 01:17:09,094
มาที่ หน้า 19 ในเรื่องของการวิเคาระห์ค่า Test อาจารย์เน้น

729
01:17:12,120 --> 01:17:14,113
ในเรื่องของ Parametric กับ non-Parametric เท่านั้น

730
01:17:14,113 --> 01:17:14,279
และมาที่

731
01:17:14,279 --> 01:17:18,279
Data athering

732
01:17:29,027 --> 01:17:29,677
ที่ 24 ค่ะ หนูดูที่คำว่า "Problems" ปัญหาของเขามีอะไรบ้าง

733
01:17:29,677 --> 01:17:33,677
อาจารย์มี 2 ข้อแล้วนะคะ

734
01:17:35,340 --> 01:17:39,340
แปล 2 ข้อนี้ก็ได้เป็นกา

735
01:17:45,123 --> 01:17:48,555
ร Synchronic กันหรือการแชร์

736
01:17:48,555 --> 01:17:51,907
ในเรื่องของ

737
01:17:51,907 --> 01:17:55,907
หน้าที่ 29 Addition

738
01:18:00,106 --> 01:18:04,106
ข้อดีของเขา แล้วก็ในหน้าที่ 30 30 เรื่องของ Protocol มี

739
01:18:06,958 --> 01:18:10,958
การอะไรบ้าง มีอะไรบ้าง ตั้งแต่ Peper Pencill Audio

740
01:18:16,010 --> 01:18:17,204
Logic user notebook

741
01:18:17,204 --> 01:18:21,204
ของ

742
01:18:23,381 --> 01:18:24,843
ความเชี่ยวชาญของเขา หรือ Automatic ต่าง  ๆ

743
01:18:24,843 --> 01:18:28,843
แล้วหนูก็มาอยู่ในเรื่องวิเคราะห์

744
01:18:30,412 --> 01:18:32,939
Automatic เป็นอย่างไร ข้อดี-ข้อเสียของเขา

745
01:18:32,939 --> 01:18:36,939
ตามมาด้วย  Ques

746
01:18:41,138 --> 01:18:45,138
หน้าที่ 35 นะคะ อาจารย์จะมี

747
01:18:47,465 --> 01:18:51,465
คำถามไว้ให้หนู 1 คำถาม แล้วถามหนูว่าในเรื่องของ Questionnaires

748
01:18:56,570 --> 01:19:00,570
อะไร คือข้อความที่ถูกต้อง อาจารย์เอาจาก 4 ตัวนี้ล่ะค่ะ

749
01:19:04,128 --> 01:19:07,123
นี่ค่ะ quick and reaches large user group

750
01:19:07,123 --> 01:19:11,123
นะคะ หรือว่า...

751
01:19:13,154 --> 01:19:17,154
และในหน้าที่ 36 สไตล์ของ Qus

752
01:19:17,158 --> 01:19:21,158
Quetion  สไตล์ของ Quetion มีอะไร

753
01:19:21,159 --> 01:19:24,077
จำไว้นะคะ Style ของ Question มีอะไรบ้าง แล้วก็มาที่

754
01:19:24,077 --> 01:19:25,438
สไลดสุดท้าย เป็นปิดท้ายเลย

755
01:19:25,438 --> 01:19:29,410
อาจารย์จะถามแค่ว่า

756
01:19:29,410 --> 01:19:33,410
ถ้าเราจะเลือกวิธีการของ Evaluation

757
01:19:39,195 --> 01:19:43,195
ในเรื่องของ... ทำอย่างไรถึงจะได้ตามวัตถุประสงค์

758
01:19:47,041 --> 01:19:49,691
หนูต้องตอบว่าทำไมคะ ตัว Subjective

759
01:19:49,691 --> 01:19:53,691
กับตัวของ  Objecti

760
01:20:01,181 --> 01:20:05,181
ve กับไม่อยู่ในกฎ นี่ค่ะ อาจารย์จะถามแบบนี้ อาจารย์จะถา่มเลยว่า ถ้าเลือก

761
01:20:08,801 --> 01:20:11,574
ในการวิเคราะห์แบบ Evaluation ในเรื่องของ level of information

762
01:20:11,574 --> 01:20:15,243
จะดูในเรื่องใดบ้าง

763
01:20:15,243 --> 01:20:19,243
หนูต้องตอบว่า Higth Leve

764
01:20:25,188 --> 01:20:29,188
กับ low level ในหน้านี้อาจารย์ออกข้อสอบให้หนูได้ถึง 1 2 3 4

765
01:20:29,609 --> 01:20:32,246
5 6 7 ข้อ แต่ 7 ข้อนั้นน่ะ

766
01:20:32,246 --> 01:20:36,246
มันจะอยู่ในนั้นหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง

767
01:20:40,137 --> 01:20:44,137
ฉะนั้นแล้ว ตอนนี้ตัวทฤษฎีของอาจารย์แอนหมด ถามว่าสไลด์หมดไหม ไม่หมด

768
01:20:49,192 --> 01:20:50,265
แต่อาจารย์เอาแค่หนูทำงานใน Project ได้ หนูเริ่มจับกลุ่ม...

769
01:20:50,265 --> 01:20:54,265
ที่ถามน่ะ

770
01:21:00,827 --> 01:21:01,571
2 กับ 1 หรือ 2

771
01:21:01,571 --> 01:21:05,571
กับ 3 เอา 2 กับ 3

772
01:21:07,859 --> 01:21:11,859
รักเพื่อนนะ ใคร 2 ใคร 3

773
01:21:14,356 --> 01:21:18,356
อาจารย์จะดึงเข้ากลุ่มใน Classroom นะ

774
01:21:28,320 --> 01:21:32,320
หนูดูนะคะ เขาไป Classroom แป๊บ

775
01:21:44,266 --> 01:21:48,266
เขาจัดกลุ่มไม่ได้เหรอ ในนี้

776
01:21:51,584 --> 01:21:55,205
นี่ไง จัดได้แล้ว

777
01:21:55,205 --> 01:21:59,205
สร้างกลุ่ม กลุ่มอะไรคะ เอาเป็น

778
01:22:05,271 --> 01:22:07,226
ชื่อกลุ่ม กลุ่มอะไรครับ ตั้งอะไรมาก็ได้

779
01:22:07,226 --> 01:22:11,226
ตัวแทนกลุ่มลูก หรือเขียนว่า "

780
01:22:17,062 --> 01:22:21,062
กลุ่มที่ 1" เลย โอเคครับ

781
01:22:25,966 --> 01:22:29,966
อาจารย์ขอเป็น G1 นะคะ ให้อยู่ใน G1

782
01:22:32,960 --> 01:22:36,190
บอกรหัสมาหน่อยลูก

783
01:22:36,190 --> 01:22:40,190
G1 ลูก G1

784
01:22:51,540 --> 01:22:55,540
อาจารย์ไม่ได้เรื่องใหญ่นะ

785
01:23:01,391 --> 01:23:05,391
แค่ออกแบบหน้าจอเฉย ๆ แค่บอกให้ได้ว่าหนูออกแบบให้กับใคร

786
01:23:06,176 --> 01:23:10,176
ให้กับใคร ใครได

787
01:23:13,276 --> 01:23:17,276
้เพราะมันคือ HCI ลูก ไม่ใช่การเขียนโปรแกรม แค่ออกแบบหน้าจอลูก นี่ เหมือน Classroom เขาออกแ

788
01:23:21,278 --> 01:23:24,517
หน้าจอมาเห็นไหมคะ มี Form มีงานของนักเรียน นี่ค่ะ เป็นพื้นที่ขาว ๆ

789
01:23:24,517 --> 01:23:28,517
กลุ่ม 1 โอเค มีรหัสอะไรบ้างลูก 204

790
01:23:30,583 --> 01:23:30,906
กับ... กับ 202

791
01:23:30,906 --> 01:23:34,906
ใช่ไหม

792
01:23:38,356 --> 01:23:41,797
อนงค์นาฏ 207 ค่ะ โอเค

793
01:23:41,797 --> 01:23:45,797
3 ใช่ไหม

794
01:23:49,316 --> 01:23:50,193
ถูกไหมคะ ดูที่หน้าจอลูก ถูกไหมคะ

795
01:23:50,193 --> 01:23:52,551
ถูกต้อง โอเค สร้าง

796
01:23:52,551 --> 01:23:55,789
เรียบร้อย 1 กลุ่ม

797
01:23:55,789 --> 01:23:59,789
สร้างกลุ่มใหม่ค่ะ G2 ค่ะ

798
01:24:04,316 --> 01:24:08,316
เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ อาจารย์ขอ...

799
01:24:10,491 --> 01:24:14,491
มี... ปรางหทัย

800
01:24:16,780 --> 01:24:20,780
กับทัตเทพ 2 นะคะ

801
01:24:21,111 --> 01:24:25,111
2 นะ โอเคค่ะ

802
01:24:37,312 --> 01:24:41,312
ครบหรือยัง เหลือกลุ่มสุดท้าย G3 ค่ะ

803
01:24:41,612 --> 01:24:43,272
น่าจะเหลือ 203 ไหมคะ

804
01:24:43,272 --> 01:24:47,272
203 218

805
01:24:48,749 --> 01:24:50,361
ไหมคะ กับ 206 ไหมคะ

806
01:24:50,361 --> 01:24:54,361
เอา

807
01:25:00,222 --> 01:25:04,146
ไปแล้วเหรอคะลูก

808
01:25:04,146 --> 01:25:08,146
203 กับ 218 โอเค

809
01:25:08,700 --> 01:25:12,700
หมดนะคะ

810
01:25:14,554 --> 01:25:18,554
หนูดู

811
01:25:23,551 --> 01:25:27,551
ตามกลุ่มเลยลูก หนูดูรายชื่อถูกต้องหรือไม่

812
01:25:27,933 --> 01:25:30,181
ดูตามรายชื่อนะคะ

813
01:25:30,181 --> 01:25:33,733
ถูกต้องไหม

814
01:25:33,733 --> 01:25:37,733
หนูฟังโปรเจกต์ดี ๆ นะคะ

815
01:25:42,558 --> 01:25:45,770
อาจารย์ยังไม่บอก Dead Line

816
01:25:45,770 --> 01:25:49,770
ในการส่ง แต่วิธีการทำ ให้หนูดีไซน์หน้าจอ

817
01:25:51,920 --> 01:25:55,920
นึกถึงการดีไซน์หน้าจอ เวลาที่หนูจะทำ

818
01:25:57,361 --> 01:25:58,649
ทำ... หนูจะทำการนำเสนอ

819
01:25:58,649 --> 01:26:02,227
วัด แค่หนูจะทำการนำเสนอวัด

820
01:26:02,227 --> 01:26:06,227
หนูจะทำอย่างไรให้หน้าจอมันเหมาะสม ให้คนเขาดูกันน่ะ

821
01:26:09,950 --> 01:26:12,909
หนูมีวัดต่าง ๆ วางป๊อก ๆ ๆ ๆ

822
01:26:12,909 --> 01:26:16,909
แล้วคนสนใจเขาก็จะเอาเมาส์ไปคลิก พอคลิกปั๊บ

823
01:26:23,990 --> 01:26:24,052
ข้างในน่ะ มันเกิดขึ้นเป็นภาพ

824
01:26:24,052 --> 01:26:26,163
วัดใหญ่ ๆ แค่นี้ค่ะ เสร็จแล้ว

825
01:26:26,163 --> 01:26:30,136
อาจารย์ต้องการแค่นี้ คลิกแล้วมันไปไหน แล้วหนูตอบให้ได้ว่า

826
01:26:30,136 --> 01:26:33,558
งานนี้ หนูทำเพื่ออะไร

827
01:26:33,558 --> 01:26:37,558
ใครได้ประโยชน์ ไม่ได้เขียนเป็นโปรมแกรมนะคะ

828
01:26:38,549 --> 01:26:42,549
หนูจะใช้ Canva ก็ได้ ใช้

829
01:26:49,385 --> 01:26:51,698
ใช้ Word ก็ได้ PowerPoint ก็ได้

830
01:26:51,698 --> 01:26:55,698
นำเสนอใน Google ก็ได้ ไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าหนูจะใช้เครื่องมืออะไรได้หมด

831
01:26:59,075 --> 01:27:03,075
ทุกอย่าง คะแนนอาจารย์แอนจะให้ใน LINE นะคะ ว่า

832
01:27:04,128 --> 01:27:07,888
มีอะไรบ้าง หนูจะได้รู้ว่าคะแนนมีอะไรบ้าง

833
01:27:07,888 --> 01:27:08,725
และเวลาสอบ ข้อสอบ Final

834
01:27:08,725 --> 01:27:12,051
จะถามว่า

835
01:27:12,051 --> 01:27:16,051
หนูพร้อมวันไหนอีกรอบหนึ่ง หนูจะสอบ

836
01:27:16,965 --> 01:27:20,965
ก่อนแล้วค่อยทำโปรเจกต์ก็ได้

837
01:27:24,051 --> 01:27:28,051
เลือกเอา หรือหนูจะทำ Project ส่งก่อน แล้ว

838
01:27:28,624 --> 01:27:32,624
ค่อยไปสอบ ก็ได้อีก แต่

839
01:27:35,577 --> 01:27:39,577
ทั้งหมดทั้งมวลอาจารย์ขออย่าไปจนกระทั่ง

840
01:27:41,256 --> 01:27:42,110
วันสุดท้าย หนูจะได้เสร็จสิ้นวิชานี้ไป

841
01:27:42,110 --> 01:27:43,725
เข้าใจนะคะ จะตอบอาจารย์ได้ไหมคะ ว่า

842
01:27:43,725 --> 01:27:46,476
ตอนนี้ว่าระหว่าง Project กับ

843
01:27:46,476 --> 01:27:50,476
ทำงานก่อน โปรเจกต์ดูน่า...

844
01:28:01,417 --> 01:28:04,770
เดี๋ยว Project หนูน่ากลัว

845
01:28:04,770 --> 01:28:08,770
กับทำงาน ถ้ายังเลือกไม่ได้ไม่เป็นไรนะ

846
01:28:17,427 --> 01:28:18,665
เยี่ยม

847
01:28:18,665 --> 01:28:22,665
เยี่ยม โอเค

848
01:28:28,238 --> 01:28:32,238
สอบก่อนไหม เยี่ยม ๆ

849
01:28:32,461 --> 01:28:36,461
วันไหน

850
01:28:36,634 --> 01:28:40,634
พร้อมวันไหน ไม่ต้องบอกเร็ว ๆ ก็ได้นะคะ

851
01:28:49,425 --> 01:28:53,425
ถัดสัปดาห์ก็ได้ อาจารย์ยังไม่ทำข้อสอบเลย แต่ถ้าพรุ่งนี้

852
01:28:55,226 --> 01:28:59,226
คืนนี้เขาก็ทำเสร็จค่ะ ก็ปิดเลยค่ะ ใช่ค่ะ

853
01:29:01,558 --> 01:29:05,558
ก็ปิดเลย ใช่ค่ะ ก็เหลือตอนที่ส่งงาน ส่งงาน

854
01:29:06,130 --> 01:29:10,130
ไม่ต้องนำเสนอ เพียงแค่ส่งเข้ามาใน Classroom เท่านั้น

855
01:29:13,104 --> 01:29:17,104
ไม่จำเป็นต้องในคาบก็ได้นะคะ หนูพร้อมยังไงก็ได

856
01:29:20,657 --> 01:29:24,657
้ เพราะอาจารย์ให้ใช้เน็ต หนูสอบที่ไหนก็ได้ลูก

857
01:29:27,215 --> 01:29:31,215
สอบที่ไหนก็ได้ เดี๋ยวแชร์ลิงก์ให้ค่ะ ไ

858
01:29:37,466 --> 01:29:40,056

859
01:29:40,056 --> 01:29:40,375
ยังไม่ทันได้อ่านเลย 24

860
01:29:40,375 --> 01:29:44,375
24

861
01:29:54,619 --> 01:29:58,619
พฤหัสบดีก็ได้นะคะ

862
01:30:09,146 --> 01:30:09,758
เพราะว่าแล้วแต่หนู หนูว่างวันไหนเอาวันนั้นเลยลูก

863
01:30:09,758 --> 01:30:12,041
ขอแค่ให้หนูสะดวก

864
01:30:12,041 --> 01:30:16,041
พฤหัสบดี 22

865
01:30:19,132 --> 01:30:23,132
วันเสาร์

866
01:30:26,521 --> 01:30:30,521
20 ชัวร์นะ

867
01:30:35,571 --> 01:30:38,909
โอเคนะ 20

868
01:30:38,909 --> 01:30:42,577
20 27

869
01:30:42,577 --> 01:30:46,577
20 20

870
01:30:52,987 --> 01:30:55,229
โอเค โอเค เวลาค่ะ

871
01:30:55,229 --> 01:30:59,229
10 โมง

872
01:31:03,315 --> 01:31:07,315
เอาเวลาลูก

873
01:31:11,973 --> 01:31:15,973
ไม่เป็นไร ถ้าเลือก 10 อาจารย์ก็เสร็จบ่ายโมงไง

874
01:31:21,398 --> 01:31:25,398
หนูทำนะคะ อาจารย์รอตรวจ

875
01:31:26,717 --> 01:31:30,717
9 ถึง เที่ยง 10 ถึงบ่ายโมง

876
01:31:51,450 --> 01:31:55,450
ออนไลน์ครับ อยู่ใน Forms

877
01:31:59,367 --> 01:32:03,367
มีทั้งเลือก Choice

878
01:32:09,552 --> 01:32:13,552
โอเคไหม ตามสไลด์ที่บอกเมื่อกี้นี้น่ะค่ะ อาจารย์จะ

879
01:32:15,400 --> 01:32:19,400
เขียนเอาไว้นะคะ Final Final วันที่ 20

880
01:32:20,223 --> 01:32:24,223
พฤหัสบดีที่ 20 เป็นแบบออนไลน์

881
01:32:25,251 --> 01:32:29,251
เป็นแบบออนไลน์นะคะ เวลาเริ่ม 09

882
01:32:30,367 --> 01:32:33,949
.00-

883
01:32:33,949 --> 01:32:34,588
12.00 น.

884
01:32:34,588 --> 01:32:38,588
จะตามนั้นนะ

885
01:32:45,756 --> 01:32:49,756
ใคร... ใครไม่สบาย ถ้าใครไม่สบาย แจ้งได้นะคะ

886
01:32:51,759 --> 01:32:55,740
อาจารย์ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น ย้ำนะ ใครไม่สบาย

887
01:32:55,740 --> 01:32:59,740
หนูหยุดได้นะคะ คือถ้าถึงวันสอบมา

888
01:33:03,314 --> 01:33:05,895
เราไม่สามารถบอกได้ จริงไหม ว่าเราปกติดี

889
01:33:05,895 --> 01:33:09,895
หรือไม่ เพราะมันอีกตั้งยาวไกล หนูเข้าใจนะคะ

890
01:33:10,920 --> 01:33:13,530
หนูแจ้งอาจารย์ได้เป็นการส่วนตัวได้เลยว่าอาจารย์หนูไม่สบาย

891
01:33:13,530 --> 01:33:17,247
หนูไม่สามารถสอบได้ อาจารย์ก็เห็นใจนะคะ

892
01:33:17,247 --> 01:33:21,247
เดี๋ยวไม่ทำข้อสอบใหม่หรอกค่ะ เดี๋ยวแค่ร่างใหม่

893
01:33:24,738 --> 01:33:25,739
เฉย ๆ อาจจะลดลง เพราะความที่เด็กไม่สบายก็ต้องลดข้อสอบลง ข้อสอบเต็ม 30 นะคะ

894
01:33:25,739 --> 01:33:28,267
เต็ม 30

895
01:33:28,267 --> 01:33:32,267
เต็ม 30 คะแนน หน้าสุดท้ายน่ะ

896
01:33:33,789 --> 01:33:37,789
ถ้าจำได้น่ะ หนูไปแล้ว 7 แต้ม

897
01:33:41,012 --> 01:33:42,689
สไลด์หน้าสุดท้าย ย้ำ

898
01:33:42,689 --> 01:33:46,689
นั่นแสดงว่า... ใครตอบอาจารย์ได้คะ

899
01:33:53,333 --> 01:33:54,618
หนูเริ่มต้นตั้งแต่เรื่องอะไร

900
01:33:54,618 --> 01:33:58,618
บอกไปแล้ว

901
01:34:03,027 --> 01:34:07,027
บอกไปแล้ว

902
01:34:10,589 --> 01:34:14,589
ใช้วิธีการอย่างนี้สิลูก

903
01:34:21,059 --> 01:34:25,059
หนูเปิดที่หน้าจอใช่ไหม แล้วหนูก็เอากล้อง โทรศัพท์ตัวเองน่ะ แล้ว

904
01:34:26,614 --> 01:34:30,614
เปิด Translate แล้วกดที่กล้อง

905
01:34:32,790 --> 01:34:32,847
ตอนช่วงมีแสงน่ะค่ะ มันก็จะแปลให้หนู แล้ว

906
01:34:32,847 --> 01:34:36,847
หนูเลือกด้วยนะคะ คำแปล ไม่ใช่ดูคำแปลแรก

907
01:34:38,476 --> 01:34:42,476
นะ

908
01:34:55,421 --> 01:34:59,421
ย้ำอีกรอบหนึ่งนะ Final

909
01:35:00,794 --> 01:35:04,794
พฤหัสบดี ที่ 20 ออนไลน์

910
01:35:10,731 --> 01:35:14,731
อาจารย์ส่งลิงก์ Google Forms ให้ อาจารย์ส่งให้

911
01:35:16,338 --> 01:35:19,536
ตั้งแต่ 8.50

912
01:35:19,536 --> 01:35:23,536
ใครตื่นแล้วก็ทำ และหนูเสร็จ ไม่จำเป็นให้เสร็จตอนเที่ยงตรงนะคะ

913
01:35:29,004 --> 01:35:32,767
ถ้าหนูเที่ยงตรงแล้วหนูกด หนูอย่าคิดว่า Server ของหนูกับ

914
01:35:32,767 --> 01:35:32,827
ของมหาวิทยาลัย เวลาเดียวกัน ย้ำ

915
01:35:32,827 --> 01:35:34,229
อาจารย์ดูที่วินาทีนะคะ ถ้าวินาทีมันเกิน

916
01:35:34,229 --> 01:35:38,229
วินาทีน่ะค่ะ อาจารย์อนุโลม แต่ถ้า

917
01:35:42,102 --> 01:35:44,916
นาทีเกิน อาจารย์ตัดคะแนนนะ ตามนาที

918
01:35:44,916 --> 01:35:48,916
เกิน 1 นาที ตัด 1 นาที ข้อสอบอาจารย์ถือว่าเป็นออนไลน์หนูเปิดสไลด์

919
01:35:51,040 --> 01:35:55,040
ได้หมด แล้วอาจารย์จะเขียนหัวไว้ด้วย

920
01:35:58,140 --> 01:36:02,140
เรื่องอะไร ถ้าอาจารย์เขียนหัวเรื่องอะไร หนูเปิดสไลด์หน้านั้น

921
01:36:05,657 --> 01:36:08,366
แต่หน้าไหนอาจารย์ไม่บอกเข้าใจนะ แต่สไลด์สุดท้ายมันเยอะไงคะ ตั้ง 40 สไลด์อาจารย์จำเป็นต้องบอก

922
01:36:08,366 --> 01:36:12,366
แต่ละหน้าให้หนู ไม่อย่างนั้น

923
01:36:12,715 --> 01:36:15,878
อ่านไม่ไหวหรอกค่ะ เข้าใจ อันนี้เข้าใจเด็กค่ะ เข้าใจ

924
01:36:15,878 --> 01:36:19,878
เดี๋ยวอสบเสร็จแล้ว

925
01:36:25,155 --> 01:36:29,155
ค่อยตอบอาจารย์นะคะ ว่าหนูจะส่งงานวันไหนนะ สอบไปก่อนนะคะ ตอนนี้วาง

926
01:36:29,487 --> 01:36:32,445
เรื่องงานก่อนนะ อ่าน... อ่านให้เรียบร้อยก่อน แล้วใคร

927
01:36:32,445 --> 01:36:34,889
ก็ตามที่เขาเรียกว่า

928
01:36:34,889 --> 01:36:38,889
อะไรนะคะ ต้องส่งงานใหม่ ตัวที่เป็น Neuron

929
01:36:40,695 --> 01:36:44,695
ตอนนี้อยู่ในรถอาจารย์แอนนะคะ

930
01:36:47,339 --> 01:36:48,462
เดี๋ยวลงไปก็เอาคืนได้เลย แต่เอากลับมาส่งเหมือนเดิมนะ

931
01:36:48,462 --> 01:36:52,462
ฝากกับพี่พลอยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวอาจารย์มารับคื

932
01:36:57,699 --> 01:37:01,699
ควันนี้มีใครสงสัยไหมคะ หนูอย่าสงสัยเรื่องของภาษา

933
01:37:05,702 --> 01:37:08,314
นะคะ ย้ำ อย่าสงสัยคำว่าภาษาอังกฤษ เราสามารถลากลูก เอาเมาส์ไปวาง แล้ว

934
01:37:08,314 --> 01:37:12,314
ลากคลิกขวา สำเนา เปิด Google

935
01:37:13,003 --> 01:37:17,003
Translate คลิกขวา

936
01:37:18,057 --> 01:37:18,983
เรียบร้อยค่ะ ขึ้นเลยค่ะ แปลว่าอะไร

937
01:37:18,983 --> 01:37:22,983
อาจารย์แอนแนะนำแบบนี้แหละนะ

938
01:37:25,289 --> 01:37:29,289
ดีนะ มีคำถามไหมคะ ใครที่เพิ่งมา

939
01:37:32,510 --> 01:37:36,510
ยังไม่เห็นคะแนน มีไหม

940
01:37:39,496 --> 01:37:43,042
นะครับ

941
01:37:43,042 --> 01:37:47,042
เห็นไหมลูก เดี๋ยวอาจารย์ Capture หน้าจอ

942
01:37:56,071 --> 01:38:00,071
ใส่ให้ ดีไหม อะไรนะ อ๋อ

943
01:38:00,346 --> 01:38:04,346
ที่สีแดง คือ เลยกำหนด

944
01:38:06,001 --> 01:38:10,001
เป็นการเลยกำหนดลูก แล้วก็เลยเป็น 0 คะแนน

945
01:38:13,786 --> 01:38:15,279
ส่งค่ะ แต่ที่เป็นฉบับร่าง เพราะอาจารย์แอนยัง

946
01:38:15,279 --> 01:38:19,279
ไม่ได้ส่งคะแนนให้เด็กรู้ ร่างกับไม่ร่าง

947
01:38:23,749 --> 01:38:25,751
มันก็ไม่มีผลอะไร ถูกไหมลูก ขอแค่ให้หนูรู้ อาจารย์

948
01:38:25,751 --> 01:38:28,690
ไม่ลบนะคะ คะแนนนี้ ลงแล้ว ลงเลย และ

949
01:38:28,690 --> 01:38:30,839
คะแนนที่อยู่ในนี้มันอยู่ใน Excel

950
01:38:30,839 --> 01:38:33,915
เยอะนะคะ ในนี้ก็เยอะ

951
01:38:33,915 --> 01:38:37,915
อาจารย์หมดแล้วนะคะ ใครที่มีคะแนนในกระดาษใน

952
01:38:44,443 --> 01:38:47,116
แผ่นนี้น้อย ก็น้อยนะ อาจารย์ให้ได้

953
01:38:47,116 --> 01:38:51,116
เท่านี้นะคะ โอเคทุกคนนะ โอเค อย่างนั้นวันนี้ อาจารย์แอน

954
01:38:52,317 --> 01:38:55,483
เอาไว้แค่นี้ แล้วเทอมหน้าอาจได้พบกัน

955
01:38:55,483 --> 01:38:59,483
นะ

956
01:39:00,085 --> 01:39:00,310
สวัสดีพี่ล่ามค่ะ สวัสดีค่ะ

957
01:39:00,310 --> 01:39:04,310

958
01:39:05,683 --> 01:39:09,683
[สิ้นสุดการถอดความ]

