ภาคเช้าครับ [เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ สวัสดีครับ ผู้ชมครับ เวลาของเขารัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า แล้วนะครับ วันนี้อยู่กับธีรพงศ์ ทะนัน ผมณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ อาจารย์คมคิด ศันสนะเกียรติ และเดี๋ยวช่วงข่าวต่างประเทศพบกับคุณกิตติเสรีไปอยู่นะจ๊ะวันนี้เรามาพบกันวันพฤหัสบดี 26 กันยายน 2567 นะครับ ต้องบอกว่าสถานการณ์น้ำท่วมเชียงใหม่น่าเป็นห่วงเลยทีเดียว เมื่อคืนกันทุกอาทิตย์เลยนะ ถ้าน้ำปิงสูงที่สุดในประวัติการณ์แล้วนะสูงกว่าปี 56 แล้วก็ปี 2554 ด้วยหลายคน (คุณธีรพงศ์) ก็มีความกังวลเหมือนกัน เพราะว่าระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นมานั้น รับผิดชอบในพื้นที่เศรษฐกิจ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ ช้างคลานไนท์บาร์ซา พิษณุโลกถึงเลย เห็นว่าวันนี้จะไปตลาดก่อนครับ เพื่อปลอดภัยแล้วก็เพื่อทรัพย์สินของพ่อค้าแม่ค้าด้วยนะครับ แล้วก็เห็นว่าระดับน้ำเมื่อช่วงสายที่ผ่านมามันลดลงไปนิดหนึ่งแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า เพราะว่าเห็นว่าช่วงปลายเดือนนี้ 2-3 วันนี้แหละ เดี๋ยวฝนมาอีกระลอกหนึ่ง ในครั้งนี้ ใหญ่จริงๆนะครับ ในพื้นที่ภาคเหนือ ทุกภาคส่วนครับ ในตอนนี้ ก็มีการส่งความช่วยเหลือไปในพื้นที่ภาคเหนือต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน หรือว่ารัฐบาลเอง วันนี้ก็ยังคงต้องให้กำลังใจกันต่อไปก่อน ใครที่ยังไม่ท่วมแต่คาดการณ์ว่าอาจจะมา ลองเข้าไปที่ศูนย์ก่อนนะ (คุณณัฐภัทรพล) แม่น้ำปิงนี่คือจากเชียงใหม่ใช่ไหมครับ แล้วก็ตอนนี้น้ำหวานที่ลำปางก็กำลังท่วมอยู่เหมือนกันปิง วัง มาแล้ว 2 เจ้าพระยาเดี๋ยวรอรับ มาแน่ ๆ ปีนี้ ค่อนข้างที่จะหนักเลยทีเดียวนะ คุณผู้ชม หาแต่หลายคนก็อาจจะเป็นกังวลนะครับ ว่าน้ำมันจะมาถึงพื้นที่กรุงเทพฯ หรือเปล่าแต่ว่าเขาก็มีการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำเนี่ มันไม่เยอะ เท่ากับปี 2554 (คุณณัฐภัทรพล) ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ขนาดนั้น ที่บริเวณใกล้ตลิ่งชันนะครับ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากบ่อยนี่ตอนนี้มันอาจจะขึ้นมาบ้างนะ ระวังเหมือนกัน ติดตามข่าวสารเรื่องของน้ำท่วมให้ดี ๆ ด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่เรื่องของการแจกเงินหมื่นไปต่อคิวกันที่หน้าธนาคารอีกยาวเหยียด ใช่ ธนาคารอย่างเช่น กรุงไทย แถวยาวมาก (คุณวัฒนะ) ใช่สาขาแล้วก็ตู้ ATM นะผู้คิวก็ยาวเหมือนกันนะเมื่อคืนที่ผ่านมาเที่ยงคืนเนาะรอบที่ 2 เข้าแล้วนะ 1 2 3 เลขอยู่ที่ประมาณ 4.5 ล้านคน ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาคน คุณธีรพงศ์ ในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา เปิดมือถือขึ้นมา 10,000 บาทเข้าหรือยังคือเห็นในโซเชียลนะจะมีการปล่อย บอกมาเลยครับบอกว่าไม่อยากจะเชื่อเลย เหมือนฝันเหมือนจริง ๆ เหรอ ก็มีการพูดคุยกันเหมือนกันว่าจะเอาเงินไปทำอะไรบางก็บอกว่าเอาไปซื้อของกินของใช้นี่ล่ะ เป็นหลักนะ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่เพราะว่าเมื่อวานท่านนายกแพทองธารก็บอกเกี่ยวกับเรื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเกี่ยวกับเรื่องของโครงการแจกเงิน 10,00 บาท ยังคงใช้คำว่า "พายุหมุนทางเศรษฐกิจ" เหมือนเดิมนะ เฟส 2 เฟส 3 เฟสต่อไปนี่ พยายามจะนำเข้าไปในระบบ Digital wallet ให้ได้ คือตอนนี้มีฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลต้องมองเหมือนกันนะ ว่าต่อไปเลยนะครับ คนที่จะได้เนี่ยเขาจะได้จริงหรือเปล่า 1. แล้วก็ความจริงควรจะต้องปรับเขาเรียกว่าให้มันชัดเจนกว่านี้ไหม จะได้อย่างไรแล้วจะได้เป็นเงินสดเหมือนกันไหม น่าจะดีนะแต่คาดว่าไม่น่าจะใช่เพราะว่าน่าจะต้องเข้าสู่เขาจะมีการปูลาดฐาน เพราะว่าเป็นระบบดิจิทัล ของจะมีคนเยอะกว่ามากกว่ากลุ่มก้อนแรกใน 5 วันนี้ ก็ต้องรอต่อไป ครับ เดี๋ยวท่านของกระทรวงการคลังก็น่าจะมีการออกมาแสดงความชัดเจน เกี่ยวกับเรื่องของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแจกเงิน 10,000 บาทนี่ล่ะคุณผู้ชมครับ แล้วก็กลับไปดูในสภาเมื่อวานที่ผ่านมาดีกว่าครับผู้ชมครับมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการพิจารณาร่างกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือว่าที่เรียกกันสั้น ๆ นะครับ ว่า"กฎหมายไม่ตีเด็ก" นะครับ ทำงานของคณะกรรมาธิการ ก็มีการขอถอนร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ผู้ชม หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ก็มองในความเห็นหลากหลายมุม ไปดูกันดีกว่ากับบรรยายกาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานที่ผ่านมาครับ ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่ กฎหมายไม่ตีเด็กนั่นเองนะครับ เสร็จแล้ว โดยที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดย คุณสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ครับ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้มีการกล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมนะครับว่าคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาปรับแก้ในมาตราที่ 3 เพื่อให้มีความเหมาะสม โดยมีเจตนาเพื่อให้สิทธิ์การลงโทษของผู้ปกครองในการว่ากล่าวสั่งสอน ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพพัฒนาการของเด็ก เพื่อที่จะต้องการให้ผู้ปกครองมีทัศนคติเชิงบวก ในการเลี้ยงดูบุตร มีความสัมพันธ์และความผูกพันที่ดีกับบุตรนั่นเองนะครับ จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่างกฎหมายเป็นรายมาตรา เริ่มตั้งแต่ชื่อร่างเรียงตามลำดับ จนถึงร่างมาตรา 3 โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนได้ลงชื่ออภิปรายร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นส่วนใหญ่ และต่างก็มีความเห็นตรงกันนะครับ คุณพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ที่เห็นนะครับ ว่าควรเปลี่ยนความคิดที่ว่ารักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี มาเป็นการกระทำที่อ่อนโยน ให้เหตุผลและส่งความปรารถนาดี กับบุตรในวิธีที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับท่านของวิชัย สุดสวาสดิ์ครับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครที่มีการกล่าวนะครับ ว่าสภาผู้แทนราษฎรเคยผ่านกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ไปได้แล้ว ทำไมวันนี้ต้องมีการตั้งคำถามอะไรกับการจะคุ้มครองมนุษย์ด้วยกัน โดยสมาชิกหลายคนมองว่าการเขียนตีก็เป็นรากฐานของสังคมไทย ทำให้เด็กไทยโตมาเป็นคนดี ซึ่งส่วนตัวมองว่าการเขียนไหนครับ ไม่ได้ตอบโจทย์ ว่าทุกคนจะต้องกลายเป็นคนดีนั่นเอง คุณวิชัย สุขสวัสดิ์ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีการอภิปรายนะครับ ร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้กับสังคม โดยเฉพาะสถาบันครอบครัวโดยพ่อและแม่ มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลบุตร หลาน แต่กฎหมายดังกล่าว มีกฎหมายบทบัญญัติริดรอนสิทธิ์ของพ่อแม่ในการดูแลบุตรนั่นเอง เช่นเดียวกับจ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้มีการอภิปรายต่อร่างกฎหมายไม่ตีเด็กนี่แหละครับ มีการอภิปรายว่าส่วนตัวมองว่าการลงโทษเด็กต้องดูว่าบุคคลนั้นเป็นใคร ถ้าหากเป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดก็สามารถทำได้ เพราะว่าสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทำเพื่อให้เติบโตเป็นคนดีเช่นสิ่งใดที่ถูกทำดีก็ต้องชมเชยแต่ถ้าหากทำผิด สามารถว่ากล่าวหรือว่าติตีได้ ซึ่งหากพ่อแม่ไม่มีสิทธิ์ตีลูกอะไรจะเกิดขึ้น ต้องมีการแยกแยะสิ่งที่จะเกิดขึ้น แล้วก็พ่อแม่ควรที่จะให้ลูกได้เหมือนเดิมนะ ท่านเดินทาง ชมนายแพทย์ชลน่านศรีแก้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่านพรรคเพื่อไทยครับ ก็มีการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายฉบับดังกล่าว ว่ามีทั้งเพื่อนสมาชิกสนับสนุนแล้วก็คัดค้านนะครับ ซึ่งก็ต้องมีการอภิปรายตามความเป็นจริงว่าขณะนี้เสียงส่วนใหญ่ยังคงคัดค้าน มีข้อเสนอให้คณะกรรมาธิการทำร่างกฎหมายไปปรับแก้ก่อน เนื่องจากบทบัญญัติในร่างกฎหมายขัดกับหลักการนั้นเอง จนท้ายที่สุดครับ คุณผู้ชมครับ หลังจากที่ประชุมมีการพิจารณาถึงมาตรา 3 คณะกรรมาธิการก็ได้เห็นพร้อมกัน ร่วมกันในการขอถอนร่างพระราชบัญญัติกลับไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไขโดยที่ไม่ขัดข้องนั่นเองนะครับคุณผู้ชมครับ วันนี้ติดตามกันต่อมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรการในช่วงเวลา 09.00 น. คุณธีรพงษ์ก็จะเป็นกระทู้ถามสดใช่ไหมครับ (คุณธีรพงศ์) ใช่ครับ ต่อเนื่องกับร่างกฎหมายฉบับนี้ ร่างกฎหมายไม่ตีเด็กนะครับ ทีนี้ ไปฟังมุมมองของคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม กันหน่อย เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง หมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. นะครับ ก็ถือว่าเป็นรองประธานร่างกฎหมายไม่ดีเด็กอยากก็บอกว่าสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ หลังจากมีมติให้ถอนร่างกฎหมายฉบับนี้เลยนะครับ ก็มีการร่างกฎหมายออกมาแล้วก็บอกว่าให้มีการกลับไปก่อนเสนอสภาพิจารณาอีกครั้ง ว่ากรรมาธิการได้กลับแก้วล่างบนพื้นฐานที่ว่าการลงโทษเด็กนั้น ไม่เป็นการทารุณกรรมแล้วก็ไม่เป็นการกระทำใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย หรือจิตใจเด็ก ยืนยันนะครับว่าเนื้อหาสาระในร่างที่มีการปรับแก้ เป็นไปในแง่ผู้ปกครองให้ใช้วิธีการทำโทษเด็กที่เหมาะสม ไม่มีประเด็นที่ระบุว่าพ่อแม่ผู้ปกครองไม่สามารถทำโทษบุตรได้นะครับ ส่วนที่มีการอภิปรายท้วงติงเรื่องการเฆี่ยนตีหรือคำว่า "เฆี่ยนตี" คณะกรรมาธิการไม่ได้เพิ่มเข้าไปใหม่ เป็นคำที่ปรากฏอยู่ในขั้นตอนการรับหลักการในวาระที่ 1 ที่สภาให้ความเห็นชอบเลยครับ ตนจึงมองว่าการพิจารณาวาระ 2 แล้วก็วาระ 3 ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเพิกถอนร่าง หรือไม่เห็นด้วยในการพิจารณาผ่านร่างนะครับ มีอะไรก็ตามจากมติดังกล่าวของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอาจจะสะท้อนว่าพรรคประชาชนและคณะกรรมาธิการยังไม่สามารถที่จะสื่อสารสร้างความเข้าใจในได้ร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ กับพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ได้มากพอนะครับ เพราะว่ายังมีความไม่เข้าใจอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น เพื่อสื่อสาร ทำความเข้าใจที่ถูกต้องแล้วครับว่ากฎหมายดังกล่าวนี้ แม้เป็นกฎหมายฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียว ฉบับเดียว ใน 2 สมัยประชุมสภาด้วยนะครับ ที่ผ่านมานี่ โดยที่ไม่มีร่างของการเมืองอื่นประกอบในการพิจารณาแต่ไม่ควรนำเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมืองที่จะไม่เห็นด้วย กับกฎหมายดังกล่าว ควรพิจารณาจากเนื้อหาสาระที่มุ่งเน้นการปกป้อง คุ้มครองสิทธิเด็กมากกว่านะครับ คุณณัฐวุฒิจะบอกเพิ่มเติมว่าหลังจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการจะนัดประชุมอย่างเร่งด่วนที่สุดนะครับ เพื่อทบทวนมีเหตุจำเป็นหรือมีสิ่งใดที่ต้องปรับแก้ไขหรือไม่ จะมีการปรับแก้ถ้อยคำอื่นใดหรือไม่ เพืิ่อสื่อสารเรื่องแบบนี้ต่อประชาชนแล้วก็ผู้ปกครองของเด็กทุกคนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยคณะกรรมาธิการก็จะทบทวน ว่าการแก้ไขร่างดังกล่าว ขัดต่อหลักการตามที่มีการกล่าวอ้าง ในการอภิปรายหรือไม่ รวมถึงทบทวนว่ามีถ้อยคำใด ที่อาจจะทำให้สมาชิกไม่เข้าใจหรือไม่นะครับ ตลอดจนเรื่องกระบวนการวิธีการสื่อสารต่อสาธารณะ ที่อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยภายหลังการพิจารณาทบทวนเอาร่างแล้วเดี๋ยวก็จะรีบส่งกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภานะครับ เพื่อให้ทันในเวลาที่เหลืออยู่ ของการประชุมสภาในสมัยนี้นะครับ มีเสียงคุณณัฐวุฒิครับ (คุณณัฐวุฒิ) ผมยังยืนยันว่าเป็นเนื้อหาสาระที่สอดคล้องไปในแง่ของการสนับสนุนพ่อแม่ วิธีการที่เหมาะสมในการทำโทษ ไม่ใช่กรณีของการถูกกล่าวอ้าง ว่าต่อไปนี้พ่อแม่ผู้ปกครองจะไม่สามารถลงโทษหรือกระทำใด ๆ กับบุตรได้ หรือไม่ใช่เป็นกรณีที่ถูกกล่าวอ้างว่าจะนำไปสู่ความแตกแยกในครอบครัว จะนำไปสู่การฟ้องร้องนำไปสู่การดำเนินคดีต่อพ่อแม่ผู้ปกครองซึ่งอันนั้น ไม่มีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับราชบัญญัติฉบับนี้ครับ (คุณณัฐภัทรพล) จากกฎหมายไม่ตีเด็กเสร็จสิ้นลงไปครับ คุณผู้ชม ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวาน ก็มีการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายชาติพันธุ์ เรื่องนี้มีการปฏิบัติมีการพิจารณาการถึงช่วงเย็น ๆ นะครับ ท้ายที่สุดแล้วนะครับผู้ชมครับประธานคณะกรรมาธิการที่มีการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของร่าง พรบ. ของกลุ่มชาติติพันธ์ได้เลยครับก็มีการถอนเกี่ยวกับเรื่องของร่างกฎหมายนี้กลับไปได้นั่นเองนะครับ ไปดูกันเลยครับร่างกฎหมายที่น่าสนใจอีกฉบับหนึ่ง จากที่เราได้บอกไปนะครับ ก็คือเรื่องของร่างพระราชบัญญัติคุ้มส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติติพันธ์ุ พ.ศ. ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วกฎหมายฉบับนี้มีทั้งของคุณไพรัชครับ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีการนำเสนอร่างกฎหมายที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วต่อที่ประชุม โดยคุณปิยะรัตน์ก็ได้มีการชี้แจง ถึงการพิจารณากฎหมายในชั้นของคณะกรรมาธิการนะครับ ว่าคณะกรรมาธิการได้นำผลการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกฎหมายมาพิจารณาร่วมกัน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะเป็นวาระที่สำคัญของประเทศที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันและเป็นก้าวแรกที่มั่นคงต่อประชาชนชาวชาติพันธุ์ของประเทศและประเทศไทยจะก้าวสู่สังคมพหุวัฒนธรรมที่โอบรัดคนทุกกลุ่มไว้อย่างเสมอภาค ที่ประชุมได้มีการเริ่มพิจารณาร่างกฎหมาย เป็นรายมาตราทั้ง 35 มาตรานะครับ ซึ่งเริ่มพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่างเรื่องเรียงตามลำดับจนถึงร่างมาตรา 35 ครับ โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมลงชื่ออภิปรายอย่างกว้างขวาง อย่างเช่น ทางด้านของคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติครับ ได้มีการใช้สิทธิ์ในการอภิปรายในมาตราที่ 3 ที่ทางด้านของคณะกรรมาธิการ ให้คำนิยามเรื่องของชนเผ่าพื้นเมือง มีความสุข เรื่องทางประวัติศาสตร์สัมพันธ์กับถิ่นฐาน ว่าพรรครวมพลังสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองเดียว ที่ไม่เห็นด้วยกับการบัญญัติให้มีคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" อยู่ในร่างกฎหมาย เพราะว่ามองเรื่องของความมั่นคงเป็นหลักนะครับ เพราะว่าหากมีการกำหนดไว้อนาคตสามารถแยกออกไปตั้งหรือว่าปกครองตนเองได้ในประเทศไทย มีกว่า 50 กลุ่มชาติติพันธ์ ต่างก็อยากเป็นคนไทย ไม่มีใครอยากเป็นชนเผ่าพื้นเมือง พร้อมกับย้ำว่าประเทศไทยมีเผ่าเดียว ก็คือเอาไทยรวมเลือดเนื้อ ฆ่าเชื้อไทย มาเป็นเพลงชาติเลยนะคุณธีรพงษ์ ซึ่งหลังจากนี้คุณมานพ คีรีภูวดล กรรมาธิการครับ ได้พิจารณาถึงความจำเป็นในการบัญญัติให้มีคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" ว่าจะหนีข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ไม่ได้ ที่ประเทศไทยมีการรวมกันที่หลากหลายของชนเผ่าจำเป็นต้องปกป้องคุ้มครองคนส่วนน้อยนี้นะครับ ไม่มีเรื่องความแตกแยกเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันที่ผ่านมาประเทศไทย ร่วมลงนามว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ตามปฏิญญาสากลแห่งสหประชาชาติ ทำงานกับนานาชาติมากมายเลยทีเดียวนะครับ ที่ล้วนแล้วแต่ใช้คำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" หากไทยจะไม่มีบทบัญญัตินี้ในกฎหมายจะไปคุยข้อเท็จจริงเหล่านี้ถ้าอย่างไรนะครับ อีกด้านนะครับแป๊บนึงครับอีกท่านหนึ่งครับ ไปดูตรงนั้น ของธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ พรรคประชาชนนะครับ ได้มีการอภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายร้อง ขอให้พิจารณาคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ สำหรับชนกลุ่มน้อย และกลุ่มชาติพันธ์ุที่ควรมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันกับคนส่วนมาก เช่น การเข้าถึงบริการสาธารณสุขฟรีและถ้วนหน้า สิทธิ์ในดินแดนที่ดินทำกินและการไม่เลือกปฏิบัติทางกฎหมายนั่นเองครับ โดยที่ประชุมพิจารณาต่อเนื่องมาถึงมาตรา 4 มีทางด้านของคุณปิยะรัตน์ ยาไพรัช ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ขออนุญาตที่ประชุมถอนร่างกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ออกจากการพิจารณาของสภา เพื่อที่จะมีการนำกลับไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งนะครับ โดยให้เหตุผลว่าในกฎหมายฉบับนี้ยังมีอีกหลายมิติหลายแง่มุมที่คณะกรรมาธิการต้องพิจารณาให้ครอบคลุมเพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างที่คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติติพันธ์ ของกลุ่มชาติติพันธ์ทั่วทั้งประเทศนั่นเองนะครับ หลังจากนั้นเองครับ คุณผู้ชมครับ ทำให้มานพคีรี ภูวดล ครับสสแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนในฐานะกรรมาธิการเหมือนกันนะครับก็ได้ใช้สิทธิ์ในการอธิปรายด้วยว่าคณะกรรมาธิการร่างชุดนี้พิจารณาร่างกฎหมายด้วยความรอบคอบและด้วยความเข้าใจดีกว่า ซึ่งตนก็ทราบว่าได้มีการพูดคุยกันแล้วนะครับ และอาจจะมีบางประเด็นที่ขอให้มีการพิจารณาหารือกันในที่ประชุมสภา อย่างเช่น คำว่า "ชนเผ่าพื้นเมืองและชาติพันธุ์" ไม่มีสัญญาณที่จะเป็นการถอนร่างกลับไปพิจารณา ต้องการให้สภาได้พิจารณาต่อเนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ได้มีการเสนอกฎหมายทั้งของภาคประชาชน พรรคการเมือง แล้วก็คณะรัฐมนตรีนั่นเองนะครับ อีกท่านหนึ่งลุกขึ้นมาเลยในฐานะวิปฝ่ายค้านผู้ชมคุณชุติพงษ์ภิญโญฮะสสจังหวัดระยองพรรคประชาชนลุกขึ้นมาอภิปรายครับโดยระบุว่าหากมีการถอดร่างกลับไปพิจารณาในคณะกรรมการอีกครั้ง จะทำให้เสียเวลาของสภานะครับ และการทำงานของกรรมาธิการที่ผ่านมา มีทั้งฝ่ายคณะรัฐมนตรี พรรคการเมืองทุกพรรค มาจากพรรคประชาชน ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการถอนร่างกฎหมายออกไปก่อน จึงขอให้ที่ประชุมลงมติว่าสมควรถอดร่างออกไปหรือไม่นั่นเองนะครับ ส่วนต่อมาทั้งของครูมานิตย์ สังข์พุ่มส.ส. สุรินทร์เสื้อไทยครับก็ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายในที่ประชุมวิปรัฐบาลก็ได้มีการหารือกฎหมายฉบับนี้ซึ่งรัฐบาลยังมีความสับสนกันอยู่แต่ก็คิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ เมื่อเข้าสภานะครับ เพราะว่าไม่ต้องการให้มีการระบุว่าฝ่ายรัฐบาลมีเจตนาร้าย ซึ่งตั้งแต่ต้น ทำกฎหมายมา ยังไม่เคยเห็นกฎหมายฉบับใด ที่โหวตมาตราเดียว แต่ใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ นี่แหละ แล้วก็ไม่เข้าใจการโหวตจึงเห็นว่าควรถอนร่างกฎหมายออกไปก่อนแล้วค่อยมาเจรจาความกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็มีมติเห็นชอบให้มีการถอนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติติพันธ์ พส. ออกไปก่อน ตามที่ประธานคณะกรรมาธิการเสนอด้วยคะแนนเสียง เห็นด้วย 255 เสียงไม่เห็นด้วย 137 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง อีก 1 เสียงนั่นเองนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) มาดูอีกหนึ่งมุมมองกันบ้างนะครับกับช่วงนี้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นจริยธรรมของนักการเมืองนะครับ ไปดูฝั่งของคุณนิกร จำนงกันบ้างเขาเคยเป็นอดีตคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 นะครับ ก็บอกดว่าเห็นด้วยในการก็บอกว่าเห็นด้วยนะส่วนตัว ก็จะมีการแก้ไขเรื่องของจริยธรรมนักการเมืองในพื้นที่ก่อนบอกเลยว่ามันไม่ควรจะไปอยู่ในตัวบทกฎหมายนั้น ควรจะอยู่ในใจของนักการเมืองมากกว่า แล้วก็ควรจะมีการปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับนักการเมือง เห็นว่าควรมีการแก้ไขโดยเริ่มจากกระบวนการ สสร. แล้วก็ทำประชามตินะครับ นายนิกร จำนง อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พส. และอดีตเลขานุการคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 นะครับ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรม ในระบบการเมือง บอกว่าจริยธรรมที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ในตัวบทกฎหมาย แต่ต้องสร้างให้อยู่ในใจนักการเมืองให้ได้ ซึ่งการที่นักการเมืองจะมีจริยธรรมนั้น มันตรวจสอบยากนะครับ ดังนั้น จึงต้องการส่งเสริมให้จริยธรรมเกิดขึ้น ดังนี้ จึงต้องให้การมีจริยธรรมเป็นหลักการเอาไว้ ก็จะทำให้สถาบันการเมืองและนักการเมืองดีขึ้น พร้อมยอมรับว่าประมวลจริยธรรม ไม่ว่าจะเขียนอย่างไร ก็มีความซับซ้อน ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะปัญหาที่สำคัญ ก็คือ ส.ส. ต้องมีประมวลจริยธรรมเป็นของตัวเอง เนื่องจากขณะนี้อยู่ภายใต้จริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญที่มองว่าบางเรื่องครอบทั้งหมดไม่สอดคล้องกันเพราะหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญใกล้ชิดกับประชาชนไม่ได้ ไม่เหมือนกับหน้าที่ ส.ส. ที่ต้องใกล้ชิดกับประชาชน เพราะหาก ส.ส. ไม่ใกล้ชิดกับประชาชน ก็อาจจะผิดจริยธรรมได้นะครับ นอกจากนี้ ก่อนยังบอกด้วยนะว่าสภาชุดที่ผ่านมา มาออกประมวลจริยธรรมช้า การลงโทษจึงทำได้เพียงตำหนิ และตักเตือนเท่านั้น ไม่มีการลงโทษร้ายแรง ส่วนตัวหลักปฏิบัติที่จะทำให้เกิดจริยธรรมคนมองว่าเกิดจากแรงกดดันของประชาชน ซึ่งหลักจริยธรรมที่ออกเป็นกฎหมายก็ส่วนหนึ่ง แต่ในฐานะที่นักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะ ความรับรู้ของประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากนักการเมืองไม่ผิดหลักจริยธรรม แต่ประชาชนมองว่าผิด ก็ถือเป็นบทลงโทษที่ร้ายแรงกว่านะครับ ที่จะนำไปสู่การไม่ถูกเลือก แล้วก็ไม่สนับสนุนในอนาคต ส่วนที่มีพรรคการเมืองเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมของนักการเมืองนั้น คุณนิกรย้ำนะว่าตนเห็นด้วย ว่าควรจะมีการแก้ไขแต่เนื่องจากจริยธรรมเป็นเรื่องนามธรรมที่เกี่ยวกับนักการเมือง หากแก้ไขแบบรายมาตรานี่ คุณนิกรก็บอกว่ามันเป็นไปได้ยากนะครับ ควรเริ่มที่ประชาชนก่อน ผ่านกระบวนการทำประชามติที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ส.ส.ร ได้กำหนด ในการจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ พร้อมกันนี้คุณนิกรยังบอกด้วยนะว่าเรื่องจริยธรรมนี่จำเป็นต้องแก้ไขเนื่องจากบริบทจริยธรรมเป็นปัญหานะครับ ของราชการในแต่ละหน่วยนี่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การใช้จริยธรรมแบบเหมารวมซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ขนาดที่มาตรฐานจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 219 ควรจะต้องแก้ไขที่มา โดยให้ศาลเป็นผู้ตัดสินเหมือนเดิม เพียงแต่ในการผิดจริยธรรมนั้น ต้องยึดตามหลักของแต่ละหน่วยงานนะครับ มีเสียงของคุณนิกรครับ (คุณนิกร) ผมเห็นด้วยว่าจะต้องแก้ ว่าจะมาเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่แก้ที่เขาถูกมองว่ามันเป็นเรื่องจริงการเมืองมันก็ไปยากน่าจะถ้าเป็นเรื่องแบบนี้ทำนองนี้ ควรจะเริ่มจากประชาชนคนจะเริ่มจับทั้งฉบับ ให้ สสร. เขาคิดเอง ว่าเขาจะจัดการกับนักการเมือง ไม่ใช่เราคิดว่ามันจะ คือไปว่าไปสอบ ประชาชนก็จะไม่เห็นด้วย แล้วมันก็มีแรงต้าน อีกอัน ก็คือว่าเรื่องพวกนี้ต้องทำประชามติ ปัญหาคือทำประชามติได้เหรอ (คุณณัฐภัทรพล) เกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขปมเรื่องของจริยธรรมด้วยนะครับ มีเสียงออกมาจากชั้นใดของคุณอดิศร เพียงเกษ จากพรรคเพื่อไทยได้ครับก็มีการออกมาบอกนะครับว่า จากพรรคเพื่อไทยนี่นะครับ ก็ออกมายอมถอยแล้วนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นจริยธรรมนะครับ หลังจากที่ทำงานพรรคร่วมรัฐบาลนี่ ไม่ค่อยเห็นด้วย หรือว่าเห็นต่างอะไรครับ ก็ออกมาบอกว่าไม่ใช่เป็นการเสียหน้านะครับ แต่เป็น รับฟังเสียงนั่นเองนะครับ ไปดูกันทั้งของคุณอดิศร เพียงเกษครับ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องของจริยธรรมนักการเมืองว่าที่ประชุมพรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยและเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น หากไปแตะต้องในเรื่องของจริยธรรม ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของตนเอง ตนคิดว่าพรรคเพื่อไทยได้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเห็นตรงกัน ว่าการแก้รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนนะครับ แต่เรื่องเร่งด่วนควรเป็นเรื่องของน้ำท่วม ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนนี่ล่ะครับ เพราะฉะนั้น พรรคเพื่อไทยก็จะถอยออกมาก่อนจะได้ชวนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นนะครับ เราเองก็ทราบว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นมรดกบาป จากการที่รัฐประหาร จำเป็นต้องมีการแก้ไขทั้งฉบับครับ เป้าหมาย ก็คือการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ สสร. ควรจะเป็นการเสียหน้าหรือไม่นั้น เพราะว่าหลายคนมองว่าพรรคเพื่อไทยจุดประเด็นการแก้ไขจริยธรรมขึ้นมา โดยคุณอนุศรยืนยันว่าเรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีการเสียหน้าแต่ต้องฟังความคิดเห็นของประชาชนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียด ซึ่งก็เห็นด้วยนะครับ ในการที่จะดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องการคนที่ไม่มีภาระ ไม่มีอะไรที่ขัดต่อคุณสมบัติ จึงควรชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อนนะครับ หากแก้รายมาตรา ก็จะต้องไปทำประชามติ ซึ่งจะสูญเสียเงินมากขึ้นโดยไม่จำเป็นนั่นเองนะครับ มีเสียงของคุณอดิศร เพียงเกษครับ (คุณอดิศร) ตอนแรกก็คิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะคิดเหมือนกันได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะพักภูมิใจไทย หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องให้เกียรตินะครับ ก็... ไม่ ๆ เรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีการเสียหน้า ก็คิดมากเรื่องฟังความคิดเห็นของสุภัค เราคงไม่ได้พูดว่าใครริเริ่มนะครับ ต้องฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ว่าเรื่องนี้มันเรื่องละเอียดอ่อน มีบางคนบอกว่าเรื่องตรวจสอบจะไปกลัวทำไม ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยนะครับ ในการที่จะมาดำรงตำแหน่งต่าง ๆ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการคนที่ไม่มีภาระไม่มีอะไรที่ขัดต่อคุณสมบัติผมเห็นด้วยในการส่วนตัว ทั้งฉบับ เรื่องนี้ไว้ก่อนเอาไว้แก้ (คุณณัฐภัทรพล) ช่วงนี้พักสักครู่ ผู้เดียวช่วงหน้าไปดูฝั่งวุฒิสภากันบ้างในการพัฒนานันทวัฒน์พลาด ก็มีข้อคิดเห็นเรื่องของการไม่เห็นด้วยนะครับ ในสะพานสูงกับร่างกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอมาในการประชุม ติดตามรายละเอียดกันครับ [เสียงดนตรี] เปิดค้นหา