--- title: แบ่งพิมพ์ (เช้า) NBTC SYMPOSIUM 2025 วันที่ 09/10/2025 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 08.42 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] testTestTest ำำ (พิธีกรหญิง) (พิธีกรหญิง) สวัสดีค่ะ ท่านไตรรัตน์ เอาล่ะค่ะ แล้วเดี๋ยวเราจะนำเข้าในสู่ช่วงถัดไปนะคะ ขอเสียงปรบมือต้อนรับค่ะ รวบกวนช่างภาพให้สัญญาณสักเล็กน้อยนะคะ ให้ท่านผู้บริหารได้ทราบนะคะ ว่ากล้องไหนจะถ่ายนะคะกล้องไหนนะคะ ที่ยังไม่ได้ภาพนะคะ สามารถยกมือขึ้นได้นะคะ ส่งสัญญาณให้ผู้บริหารบนเวทีทุกท่านได้ทราบนะคะ เรียบร้อยไหมคะ ทางทีมช่างภาพได้ภาพครบทุกท่านนะคะ ต้องขอขอบพระคุณด้วยนะคะ และนี่นะคะ เราได้ทำการเปิดงานในวันนี้อย่างเป็นทางการแล้วนะคะ และในช่วงเวลาต่อจากนี้ไปนะคะ เราจะมีการพักเบรกนะคะ 15 นาทีค่ะ (คุณรังสิยา) สัวสดีค่ะ ขออนุญาตเรียนเชิญทุกท่านเข้าสู่ห้องประชุมอีกครั้งหนึ่งค่ะ เพราะ Session ถัดไปกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ขอเรียนเชิญทุกท่านภายในห้องประชุมได้เลยค่ะ (คุณรังสิยา) สวัสดีค่ะ สวัสดีทุกท่านอีกครั้งนะคะ ขอเสียงปรบมือด้วยค่ะ สวัสดี ท่านบริหารกสทช. นะคะ ท่าผู้บริหาร กสทและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ผมสมติ วันนี้ก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาบรรยายในวันนี้นะครับ ก่อนอื่นขออนุญาตแนะนำนิดหนึ่งนะครับ เป็นบริษัทนะครับ ที่ลงทุนในธุรกิจพลังงานนะครับ เรามีโรงไฟฟ้าที่ทั้งผลิตจากก๊าซธรรมชาตินะครับ จากพลังแสงอาทิตย์ พลังงานลม เขื่อนนะครับ แล้วเราก็ลงทุนในโทรคมนาคม AIS นะครับ และก็ไทยคมนะครับ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาตินะครับ นำเข้าก๊าซธรรมชาติ มีนำเข้าอื่น ๆ เช่น ถนน ทางด่วน รวมถึง Data Center และก็ล่าสุดในกลุ่มธุรกิจเราก็ถือหุ้นครึ่งหนึ่งในไบแนนไทยแลนด์นะครับ ซึ่งเป็น Cripto Exchange ด้วย ในหัวข้อ โครงสร้างพื้นฐาน การปฏิวัติอุตสาหกรรมหรือปฏิวัตินะครับ ก็ขออนุญาตเข้ามาก่อนนะครับ ว่าเริ่มต้นนี่ ถามว่าอุตสาหกรรมที่ทุกคนพูดถึงตอนนี้ทุกคนพูดถึงก็คงปฎิเสธไม่ได้ครั้งที่ 4 หรือการปฏิวัติ AI นี่ ใกล้ตัวเรามากนะครับ เราเห็นว่าเทคโนโลยี AI นี่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วนะครับ แต่ AI เหล่านี้นี่ ก่อนที่จะมาถึงวันนี้นี่ ถามว่าการที่เราจะต้องหล่อเลี้ยง Computing Power พวกนี้หรือชิปนี่พวกนี้อยู่ไหนครับ อยู่ใน Data Center และใน Data Center ของเรานี่ ก็อยู่ได้อย่างไรนะครับ Data นะครับ ก็คงเป็นที่มาที่ไปว่าท่าน กสทช. ได้กรุณาเชิญธุรกิจพลังงานมาบรรยายด้วยวันนี้ ที่มช้ใน Data Center นี่ ผมย้อนกลับไปเพียง 2 ปีที่แล้วนะครับ ซึ่งกลุ่มบริษัทได้ลงทุนใน Data Center เป็นครั้งแรก ตอนนั้นจำได้ว่าดูไปที่เพื่อนของเรานี่ในอุตสาหกรรม ตอนนั้น True มี Data centeAIS มี Data Center นะครับ เพราะฉะนั้น ใครมี simnet ในประเทศไทย ทเขาใหญ่มาก ของ AIS ก็ใหญ่ ตอนนั้นเราตัดสินใจจะสร้าง 25 เมกาวัตต์ สร้างแล้วจะมีใครใช้ไหมนะครับ ไปดูงานที่สิงคโปร์นะครับ Data Center เมื่อ 2 ปีก่อนนะครับ ที่สิงคโดแวันนี้ผ่านมาเพียง 2 ปีนะครับ หลายท่านน่าจะพอทราบว่า Data Center คอมพิวเตอร์นะครับ GPU ที่ประมวลผล AI นี่ วันนี้ลูกค้ารายเดียว ที่เป็นลูกค้าไม่เอ่ยนามนะครับ เป็นลูกค้าใหญ่รายเดียวนี่ บอกว่าต้องการ 1,000 เมกาวัตต์ ใหญ่กว่าที่เราสร้างนี่ 50 เท่านะครับ แล้วขอต่อ 1 ไซซ์ นี่นะครับ ต้องบอกว่าแบ่ง ๆ กันเรายังเหลือเลยนะครับ เพราะว่า 1,000 เมกาวัตต์มันใหญ่ขนาดไหนนะครับ ฟังเป็นตัวเลขนี่อาจจะจินตนาการไม่ออก ผมว่าอย่างนี้แล้วกันนะครับ 1 เมกกาวัตตนะครับ เท่ากับการใช้ไฟประมาณ 1,500 หลังคาเรือน 1 หลังคาเรือนนี่ใช้ประมาณ 500 หน่วยนะครับ หรือประมาณ 2,000 บาท ต่อเดือนนะครับ แต่ว่า 1,000 เมกาวัตต์ โทษที 1 เมกะวัตต์ 500 หลังคาเรือน 1,000 เท่ากับครัวเรือน 1.5 ล้านครัวเรือนนะครับ ความต้องการใช้ไฟของ AI นะครับ แล้วเรามาดูน้ำนิดหนึ่ง ขอแตะเรื่องน้ำนิดหนึ่ง ค่อยไปเรื่องของเรื่องพลังงานแล้วก็พลังงานสะอาดต่อ 1 เมกะวัตต์ของ Data Center นะครับ ใช้น้ำประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ถือว่ามาก ๆ ถือว่า 100-120 นี่ถือว่าเยี่ยมมากแล้ว เท่ากับบ้าน 100 หลังคาเรือน เยอะไหมครับ เพราะฉะนั้น คอมพิวเตอร์ที่เราพูดถึงนี่ ที่มาฉลาดเข้ามาทำงานแทนคนนะครับ มันใช้พลังงานมหาศาลแล้วมันก็แย่ง Resource จากเราด้วย พลังงานเหล่านี้นะครับ เมื่อพูดถึงพลังงานแล้ว ผมอยากจะแตะนิดหนึ่งว่าสมการของธุรกิจพลังงานนี่เรามี 3 ปัจจัยหลักพยายามหาจุดสมดุล ก็คือเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ราคาและความมั่นคงนะครับ ความมั่นคงของระบบก็สำคัญ ราคาก็สำคัญ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็สำคัญนะครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ ถามว่าเรามี Data Center นี่ ไฟดับได้ไหมครับ ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าไฟดับนี่ ข้อมูลการประมวลผลเสียหายหมด การสร้าง Data Center ต้องมีไฟ 2 Source ต้องมี Backup มี Generator มี back up 2 ชั้น 3 ชั้น เพื่อให้มั่นใจว่าอย่างไรก็หยุดไม่ได้มากมายนะครับ หรือแม้แต่ระบบโทรคมนาคมก็ตามนะครับ เดี๋ยวนี้ถ้าถามว่าไปถึงตรงไหนในประเทศไทยแล้วติดต่อไม่ได้ รู้สึกอย่างไรครับ แค่ขาดสัญญาณอินเทอร์เน็ต เดี๋ยวนี้เราจะขาดใจตายแล้วนะครับ เมื่อก่อนมีปัจจัย 4 นะ เดี๋ยวนี้มี ปัจจัย 5 ปัจจัย 6 นะครับ เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก เพราะฉะนั้น ความต่อเนื่องและความมั่นคงของระบบนี่ เป็นความสพคัญมาก แต่ถ้าถ้าเรามองย้อนกลับไป การบาลา3 อันนี้นะครับ ที่เป็นความมั่นคง และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี่มักไม่ได้ไปด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการความมั่นคงสูง ๆ เราก็ต้องมีทั้งโรงไฟฟ้าที่ผลิตทั้งเชื้อเพลิง โรงไฟฟ้าที่มาจากธรรมชาตินี่ไม่ว่ามาจากพลังงานลมก็ดี แสงแดดก็ดีนี่มันพึ่งพิงธรรมชาติ เดี๋ยวติดเดี๋ยวดับใช่ไหมครับ ลมมาก็ผลิตไฟ ลมไม่มาก็ไม่ผลิต มีแดดก็ผลิต อย่างช่วงนี้ฤดูฝน ก็ไม่สามารถผลิตได้แถมเขื่อนนะครับ ถ้าช่วงฤดูน้ำท่วมปล่อยน้ำได้ไหมครับ ปล่อยมาก ๆ บ้านเรือนหรือครอบครัวที่อยู่ปลายน้ำ ก็ได้รับเสียหายนะครับ เพราะฉะนั้น ต้องคำนึงถึงบาลาสมการนี้นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Mission และ Vision ของบริษัทนี่ที่สะอาด Exficial และมั่นคง พื้นฐานให้กับประเทศไทยในทุกมิติตั้งแต่การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมไปจนถึงการพัฒนาด้านดิจิทัลนะครับ ทีนี้ถามว่าสัมการของพลังงานนี่ อีกตัวหนึ่งที่เรามักจะได้ยินประชาชนหรือว่า Public นี่ร้องอยู่เสมอนะครับ ก็คือเรื่องราคานะครับ หลายคนอาจจะบอกประเทศไทยพลังงานแพงนะครับ หน่วยหนึ่ง หรือเหลือ 1 กิโลวัตต์นี่ US Cen อย่างประเทศเพื่อนบ้าน มาเลเซีย เวียดนามนะครับ หรืออินโดนีเซียนี่ อยู่ที่ 8 usn อุตสาหกรรมไทยแข่งขันไม่ได้ เราจะทำอย่างไรนะครับ ต้องบอกว่าการที่เรามีสัดส่วนของพลังงานสะอาดในระบบค่อนข้างเยอะ ถ้าเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านนะครับ อย่างเช่น มาเลเซีย หรืออินโดนีเซียนี่ เขาผลิตพลังงานเกือบครึ่งหนึ่งของระบบ อย่างประเทศไทยจากถ่านหินแค่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เราใช้พลังงานก๊าซธรรมชาตินี่ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าถ่านหินนะครับ ครึ่งหนึ่งนะครับ และก็เราก็ยังมีพลังงานสะอาดอื่น ๆ พลังแสงแดดนะครับ ที่ไม่ปล่อยเลยนะครับ ทีนี้ ถามว่าต้นทุนล่ะนะครับ การได้มาซึ่งพลังงานสะอาดนี่ มันมีต้นทุน ย้อนกลับไปเมื่อ7 8 ปีก่อนนะครับ การจะสร้างโซลาร์ฟาร์ม 1 เมกะวัตต์สมัยนั้น 100 ล้านบาท นะครับ วันนี้ 5-6 ไปให้หลัง 1 เมกะวัตต์ ใช้เงินไม่ถึง 20 ล้านแล้วนะครับ พลังงานถูกลงมากนะครับ เราได้ทั้งสะอาดและราคาแล้ว ยังไม่ค่อยมั่นคง Winterbuy ก็เช่นเดียวกันนะครับ ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน นี่ก็ประมาณ 150 ล้าน ปัจจุบันนี่ เหลือประมาณ 5 6 10 ล้าน ต้องบอกว่าในประเทศที่และเทคโนโลยีนี่ไม่ใช่แค่ราคาถูกลงเท่านั้น ยังพัฒนาไป ทำให้ใช้ในภูมิประเทศที่อาจจะมีลมอ่อน ประเทศไทยนี่ ถ้าโตมาจะทราบดีว่าเราเป็นประเทศที่ไม่ค่อยมีภัยธรรมชาติ เราจะไม่ค่อยเจอพายุไต้ฝุ่น ไม่เจอซึนามิ ไม่เจอแผ่นดินไหวอะไรต่าง ๆ แต่ว่าปี... ต้นปีก็มีไปทีหนึ่งนะครับ แต่ต้องบอกว่าประเทศไทยค่อนข้างดีนะครับ ทางด้านตะวันออกของประเทศนี่เรามีลาว ซึ่งเป็นเขาสูงนะครับ ถ้ามีพายุหรือไต้ฝุ่นที่พัดเข้ามาจากแปซิฟิกส์นี่ ก็เจอจากลาว ก็บังลมไปหมดนะครับ ฝั่งฝั่งอินเดียนะครับ ก็จะมีภูเขาด้านพม่าบังไปหมดเช่นเดียวกัน แต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นครับ ลมมันอ่อนครับ พอลมมันอ่อนนี่ แต่ก่อนประเทศไทย มีลมประมาณถ้าโลเคชันดี ๆ 5 6 วินาที ในขณะที่ประเทศที่ลมแรง ๆ อย่างนิวซีแลนด์หรือว่าเยอรมันหรือว่าเนเธอแลนด์ที่เราไปลงทุน เฉลี่ยทั้งปีนะครับ 9-10 เมตรต่อวินาที มากกว่าเท่าหนึ่งนะครับ แถมพัดแรง อย่างต่อเนื่องด้วย ทำให้การลงทุนในพลังงานลมในประเทศไทยนี่ในอดีตเป็นไปแทบไม่ได้เลยนะครับ ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไป ทำให้มันใหญ่ขึ้น สามารถที่จะแคชหรือจับราคาที่ลดลงได้ ผลิตไฟได้ในราคาที่ถูกอันนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เรานำเข้ามานะครับ แล้วก็การผสมระหว่างพลังงานแสงแดดและพลังงานลมนี่ ช่วยให้ราคาถูกลง การนำเข้าเชื้อเพลิงลดลง นำเข้า LNG จากต่างประเทศราคาสูง นะครับ ต้องเสียเงินสกุลดอลลาร์นะครับ เพราะว่าใช้ในการนำเข้าพลังงาน ปัจจุบันนี่ ที่ใช้เชื้อเพลิงธรรมชาตินี่ เมื่อก่อนใช้พลังงานหลักนะครับ แล้วก็เอา Renubal Wind Turbine มาเสริม แต่ปัจจุบันนี่ เพื่อความสะอาดนะครับ แล้วถ้าขาดเหลือค่อยเอาพลังงานที่เป็นเขืไปเติมนะครับ ก็คือจากที่เดินเป็นเบรกโหลด เป็นพีกโหลดแทน อันนี้ก็จะตอบสมการได้ก็คือได้ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนะครับ มีราคาที่เป็นธรรม สามาถตอบสังคมได้นะครับ แล้วก็ในขณะเดียวกันก็มีความมั่นคงของระบบด้วย เพราะฉะนั้น พลังงานนี่คือ Foundation ของทุกอย่าง จะเดินได้ Telecom จะเดินได้ Data Center จะเดินได้ จะเย็นได้ ทำให้ GPU ทำให้ชิปมันประมวลผลได้ ได้นะครับ อยู่ด้วยได้พลังงานทั้งนั้น ถึงอีกจุดหนึ่งนะครับ เมื่อกี้เราพูดถึงฝั่งการผลิตแล้วก็ต้นทุนราคาการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกปัจจัยหนึ่งที่ผมว่าสำคัญมากที่นำเทคโนโลยีมาช่วยนะครับ แล้วก็พยายามที่จะปรับสมดุลของการใช้ไฟนะครับ คือเรื่อง Smart Grid แต่ก่อนเรื่องการใช้ไฟนะครับ ในอดีตนี่ การใช้ไฟก็จะแปรเปลี่ยนตามช่วงเวลาของวัน ช่วงไหนที่ร้อนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราเป็นประเทศเมืองร้อน ช่วงที่ร้อนมาก ๆ นี่ ก็ต้องใช้พลังงานในการเปิดแอร์ ในห้องสรรพสินค้า ในโรงแรง หรือใน Data Center มัน 38-40 องศา อุณหภูมิที่เราเก็บพวกชิป พวก CPU นี่ ต้องเย็นเจี๊ยบ เพื่อให้มันทำงานอย่างมรประสิทธนี่ มันก็เหมือนตู้เย็นใหญ่ ๆ เครื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้น ต้องบอกว่าการใช้พลังงานมันแปรผันตามแต่ละช่วงเวลาของวันนะครับ แต่ว่าถ้าเรานำระบบ Smart Grid มาใช้นะครับ เราจะสามารถบริหารจัดการที่ต้นทางได้นะครับ บริหารจัดการดีมานด้วย คนใช้น้อยอย่างในต่างประเทศนี่ ปัจจุบันของไทยนี่เราเป็นราคาคงที่นะครับ เรามีแค่... ราคาค่าไฟเรามีแค่ 2 อันนะครับ ก็คือ Peek กับ Off peek ราคาแปรเปลี่ยน แล้วแต่ประเทศเลย ราคาค่าไฟนี่ปรับทุก 15 นาทีนะครับ ในอังกฤษค่าไฟปรับทุกครึ่งชั่วโมง ในอเมริกา ค่าไฟปรับทุกชั่วโมง เพราะฉะนั้น เราใช้ไฟไปนี่ เราไม่รู้เลยว่าสิ้นเดือน บิลจะเท้่าไร นะครับ เพราะว่าขึ้นอยู่กับราคา ณ ขณะนั้นตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับ Demand Supply นะครับ เราจะสามารถบริหารจัดการการใช้ได้ ราคาถูก คนใช้น้อย ชาร์จ EV สิ ชาร์จแบตเตอรี่ พอราคาไทยขึ้นไปแพงดึงไฟจากแบตเตอรี่ออกมาใช้นะครับ ทำให้ Demand Supply มันเรียบขึ้น แล้วจะทำให้ราคามันสวิงน้อยลง อันนี้ก็เป็นอีกปัจจัยที่เราสามารถจำเทคโนโลยีมาช่วยมั่นคงทางด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของระบบได้นะครับ สุดท้ายนี่ ผมว่าในระบบ Telecom แล้ว ทาง Netwoนะครับ พอดีมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมชมทาง Network ของ AIS พบว่า เวลามีปัญหาบ่อยที่สุดนี่ สัญญาณดับลูกค้าใช้ไม่ได้ ปัญหาหลักคืออะไรรู้ไหมครับ ไฟดับนะครับ เพราะนอกจากเรานำความมั่นคงทางระบบ แต่ว่าบางทีถ้าสายส่งขาด คือสายส่งนี่อยู่ในการดูแลของรัฐวิสาหกิจ ก็คือ กฟพ. กฟน. นะครับ ถ้าเป็นเช่นนั้น เราก็ต้องหาเทคโนโลยีพลังงานนนี่ มีแบตเตอรี่ มี ต่อระบบเทคโนโลยีให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้ เดี๋ยวทางคุณกวีวุฒิมาพูดถึง Banking จะซื้อหุ้นตัวนี้นะครับ จะซื่อคริปโตตัวนี้ ซื้อไม่ได้ สัญญาณไม่มี ซื้อไม่ได้ พลาดโอกาส หรือขาดทุน เพราะว่ากำลังจะ Take Profit แล้ว แล้วก็ความมั่นคงและก็ความ Speed ในการ Respon นี่สำคัญมากนะครับ พลังงานคือพื้นฐานที่ทำให้เทคโนโลยีขอบพระคุณมากครับ (คุณรังสิยา) ต้องขอขอบพระคุณด้วยนะคะ กับคุณสมิทธ์ พนมยงค์ กับข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์นะคะ ขอเสียงปรบมือต้อนรับค่ะ (คุณกวีวุฒิ) ครับก็กราบสวัสดีท่านคณะกรรมการ ท่านผู้บริหารของ กสทช. และแขกผู้มีเกียรติทุก ๆ ท่านะครับ ขอบคุณนะครับ ที่ให้ทาง Xกลุ่มธุรกิจการเงิน มาเล่าในมุมมองของเราให้ฟังนะครับ จริง ๆ แล้ว อย่างที่คุณสมิทธิ์เรื่องของ Infarstug ด้านการสื่อสารนี่มีความสำคัญมากนะครับ ปัจจุบันนี่ เบอร์ 1 เลยนะครับ ถ้าท่านทราบดีนะครับ หลาย ๆ ท่านไม่ได้ไปใช้แบงค์กกันแล้วนะครับ คงใช้โทรศัพท์มือถือในการโอนเงินกันแล้ว เป็นยูสเคสเบอร์ 1 นะครับ ที่ธนาคารจะโดนว่าเยอะสุด ก็คือการโอนเงินไม่ได้นะครับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต เรื่องพวกนี้มีความสำคัญกับการใช้เงิน ผมอาจจะไม่ได้แตะเรื่อง INFRASTRUCTURE มากนะครับ หลาย ๆ ท่านจะเห็นว่าการใช้ AI ในยุคนี้นี่ จริง ๆ แล้วคือการ Coว่าด้านนี้มาอะไรบ้างนะครับ อย่างธนาคารนี่ก็ต้องเรียนว่าธนาคารเป็นธุรกิจที่ผ่าน Disruption มาหลายอันนะครับ เมื่อก่อนก็เน้นเรื่องการบริการนะครับ แล้วก็เรื่อง Mobile Bankทาง SCB Banking นะครับ ก็จะมาเล่าให้ฟังว่าเทคโนโลยีนะครับ แล้วก็ไม่ได้มีความสำเร็จมาเล่าให้ฟังมากมายนะครับ ที่เราทำอยู่เป็นอย่างไรบ้างนะครับ คาดว่าจะเป็นประโยชน์กับหลาย ๆ ท่านนะครับ บอกชัดเจนนะครับ ว่าการสร้าง AI หรือการจะใช้เทคโนโลยีภายในองค์กรนี่ 80 เปอร์เซ็นต์นี่ ผู้บริหารเห็นด้วยนะครับ ไม่ใช่ปัญหานะครับ 70 เปอร์เซ็นต์นี่ มีการทำ Pilot นะครับ ทำ Pilot กว่านี้นะครับ ในเมืองไทยน้อยกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ที่จะทำ Excross หรือ Up Scale นะครับ จะย้อนเล่าให้ฟังว่า เราเห็นอะไรที่เราจะทดลองทำ ก่อนอื่นขออนุญาต อันนี้ขออนุญาตขายของนิดหนึ่งนะครับ SCB ทำ Outlook Paper ออกมานะครับ อันนี้ฉบับที่ 2 แล้ว มี QR Code สามารถดาวน์โหลดได้นะครับ ก็เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังสั้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง เดี๋ยวค่อยไปดาวน์โจริง ๆ เทรนด์แรกที่เราเห็นนี่อาจจะไม่ต้องดูหนังสือนะครับ แต่ในเชิงของเทคโนโลยีนี่ หลาย ๆ ท่านพูดถึงเทคโนโลยีเจนตัว AI นี่จะนึกถึง Chat GPT ใช่ไหมครับโหมดที่เราเรียกว่า Chat Gimiหรือ Cross อะไรพวกนี้เป็นโมเดลปิด คือ มีความฉลาดมากนะครับ แต่ปัจจุบันเราเห็นโมเดลที่เป็นตัว Open Sourcนะครับ Model ที่สามารถเข้าไป Cutomนะครับ อย่างเช่น หลายท่าน อย่าง นะครับ ล่าสุด OpenAI มีโมเดล ASS ขึ้นมาที่เราสามารถเข้าไป Customize ได้ ความฉลาดมันพุ่ง เพราะว่าอนาคตมันจะฉลาดกว่าโมเดลที่มันเป็นตัว Soircrในเชิงของมัน INFRASTRUCTURAL มันมีการประมวลผลที่น้อยกว่านะครับ มันสามารถให้เรามี Use Case ที่จะ Unlock จากสิเราเห็นว่าการที่องค์กรระหว่างประเทศแล้วการที่จะมีการปรับปรุงพัฒนาโมเดลเป็น Oppentive ขององค์กรนะครับ อันที่ 2 นี่ คือ... คืออะไรนะครับ อันนี้มีประโยคด้านบนที่เราพูดกันในองค์กรบ่อยมากนะครับ เพราะว่าเรามีเทรนด์เรื่องของโมเดลต่าง ๆ ของ AI นี่ ที่เล็กลงเรื่อย ๆ แล้วนะ โมเดลจะเล็กลง หมายความว่าอะไร โมเดลที่เราไม่ได้จำเป็นที่เราจะต้องใช้โมเดลขนาดใหญ่ เราก็ใช้โมเดลขนาดเล็กก็ได้ที่เรียกว่า SLM ออกมามากมายนะครับ ถ้าเราสามารถจับถูกตัวแล้วนำมาใช้ได้ ก็หมายุึงต้นทุนที่ต่ำลงนะครับ แล้วก็หลาย ๆ เรื่อง เรื่อง เอาข้อมูลออกมาวิ่งนอกองค์กรก็จะเป็นเรื่องของ Privency แต่ละ Use Case เทร็นด์ชัดเจนนะครับ โมเดลจะมีความหลากหลาย ในการเลือกจำ หยิบ โมเดลมาใช้ให้ถูกต้องนะครับ และแน่นอนเรื่องของพลังงานก็ใช้น้อยลงและต้นทุนที่ต่ำลงนะครับ อันนี้ผมอาจจะแตะไว ๆ นะครับ จริง ๆ แล้วผมทำงานได้เราเห็น Regulation เกิดขึ้นต้องบอกว่ายังไม่มีตัวไหนเวิร์กนะ ส่วนใหญ่แล้วจะมีการพูดคุยกันนะครับ ที่ยุโรปนี่ เยอะนะครับ ที่อเมริกinnovator นะครับ จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วนี่ Regulation นี่ กำลังพูดคุยอยู่ว่า เราควรจะพูดคุยกันแค่ไหน ต้องนำหน้า Regulation อยู่ประมาณครึ่งก้าวนะครับ แต่ว่าถ้า Regulator นำเมื่อไหร่นี่ของจะไม่ค่อยเกิด เพราะฉะนั้นแล้ว วิธีการพุดคุยแบบนี้ใน AI ค่อนข้างเค่อยข้างเยอะ เราจะปล่อยมันหรือเราจะควบคุมมันก่อนให้มันเกิดอยากจะเรียนว่าในองค์กรที่เป็นเอกชนนี่เราเน้นเรื่องของการสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจนี่ Regulation เป็นเรื่องที่เราพูดถึงกันภายใน เราพูดคุยกันในหน่วยงานภายใน ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่เราก็มีการพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดมาก เพราะฉะนั้น หน่วยงานที่เป็น Regulation ด้วยเทรนด์ที่พูดนี่เดี๋ยวจะแชร์ Use case บ้างอันนะครับ แต่เรื่องการทำ Tranform องค์กรนี่ ต้องบอกว่าทุกธนาคารผ่านการ มันจะเริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมาย ตอนนี้เป้าหมายที่จับต้องได้คืออยากได้รายได้ 75 เปอร์เซ็นต์ของธนาคารนี่เกิดมาจากการใช้ AI ในบางส่วนนะครับ แต่ถ้าเปอร์เซ็นต์ของ Process ภายใน AI แล้วก็ 15 เปอร์เซ็นต์ของ Talen ซึ่งก็จะมีการ Define อะไรต่าง ๆ ก็คือว่าพอเราตั้งเป้าปุ๊บนี่คนจะเดินตาม มีการปรับได้ไหม ปรับได้ระหว่างทางตามความเหมาะสม อีก 2 ปีข้างหน้า อิมแพ็กตามนี้ถามว่าเป็นเรื่องที่ยากไหมแต่ว่าจริง ๆ แล้วธนาคารมีการใช้ AI มาก่อนหน้านั้นนานแล้วนะครับ เราจะพูด AI ในเรื่องของ Chat GPT แต่จริง ๆ แล้ว การทำธุรกิจโมเดลทำมานานมากแล้วนะครับ ฉะนั้นเรื่องพวกนี้ก็จะนำ AI ในรูปแบบใหม่ ๆ มาช่วยได้มากขึ้นนะครับ ทีนี้ เดี๋ยวผมเปิดวิดีโอหนึ่ง นี่เป็น ที่เกี่ยวกับว่าในอนาคตแบงค์กิ้งจะหน้าตาเป็นอย่างไร สั้น ๆ ครับ (คุณกวีวุฒิ) ขอเบรกตรงนี้ก่อนนะครับ ก็จะเห็นว่าจริง ๆ แล้ว มุมมองการเงินนี่ ต่อไปมันไม่ได้เป็น... เราจะเป็น Partner กับเขาได้อย่างไร เรากำลังพยายามพัฒนาอยู่ ก็เรียนว่าพลังงาน... เพราะว่าหลาย ๆ อันที่เราคุยนี่ ส่วนใหญ่ก็จะใช้ Conzoom อันนี้ผมไม่ลงรายละเอียดแล้วกันนะครับ จะเป็นของการทำ Agentic AI ทีนี้ วิธีการทำคืออะไร วิธีการทำนี่ จริง ๆ เรา ผมเรียน จริง ๆ เวลาเราจะทำโพรดักเกี่ยวกับด้าน AI นี่ ในที่ SCB นี่เรามีบริษัทลูกที่ดูแลอยู่ SCBX ก็เราทำลงทุน เราหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ แล้วเราก็สร้างฟอร์มดีชันบางอย่สางตอนนี้มีทีมอินโนเวชัน เขาเรียกว่า Prototype ทดลองว่ามันเวิร์กหรือเปล่าในสเกลเล็กนะครับ แล้วก็มีบริษัททำเพราะเรื่อง นะครับ แล้วโดยรอบนี่ที่ต้องทำงานร่วมกัน ก็คือบริษัทลูกของเราทุกบริษัทที่เป็น Entity นี่ จะต้อง... มีคนเก่ง ๆ ที่รู้เรื่อง Business นะครับ แล้ววงรอบถัดไป เราก็ Startup ของต่างประเทศที่เราลงทุนเราก็ไม่ได้ใช้ทุกอย่างเราก็เลือกสิ่งที่มันเหมาะสมกับเรานะครับ แล้วก็ Work กับ Intitue นะครับ ทั้งในไทยแล้วก็ในต่างประเทศนะครับ ทั้งหมดนี่ ก็เพื่อที่จะสร้างโพรดักเมื่อกี้ที่เห็นอยู่ ทีนี้ เดี๋ยวผมจะเล่า Use Case ที่ปัจจุบันเรา... เมื่อกี้นี้เป็นวิชันนะ ที่กำลังทำกันอยู่นะครับ แล้วก็มี Impack แล้วนะครับ เรื่องของการทวงหนี้ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มานะครับ เราจะ QC อันนี้เป็นเรื่องของ Complian การทวงหนี้นี่ ทวงอย่างถูกต้อง อันนี้ก็ใช้เทคโนโลยีด้านหลังในการคอนโทรลนะครับ ว่าคนพูด พูดถูกต้องหรือเปล่า แล้วก็ทำให้คนได้อย่างถูกต้อง อันนี้คืออันแรกเดี๋ยวเปิดวิดีโอให้ดู (คุณกวีวุฒิ) ครับ ตัวนี้ปัจจุบันก็ใช้ Improve ก็ปัจจุบันก็มีการทำ แล้วก็ใช้อยู่ในบริษัทลูกนะครับ เห็นว่าสิ่งหนึ่งที่ AI ทำได้นี่ ไม่ใช่แค่ Improove Service ปัจจุบันจะมีคอนเซ็ปต์ของการเวลาจะออดิทอะไรสักอย่าง มันจะเป็นการสุ่มตรวจ สามารถทำได้ทุกคน คอร์สมันได้ไหม ต้นทุนมันได้ไหม ต้องลิงก์กับเทคโนโลยีที่ใช้ แต่การสุ่มตรวจแล้วมี 100 คน แล้ว 2 คนนี้บอกว่า 2 คนนี้ไม่เจอ ทางเทคโนโลยีซึ่งหลังจากนี้จะไม่มีแล้ว ซึ่งเราจะไม่ทำให้มันคอร์สบานจนเกินไปและ Impact นะครับ ซึ่งเอามาใช้ภายใน อีกอันหนึ่ง อันนี้ก็เป็นโพรดักที่เราเทรนด์คนขายประกันของเรา ปัจจุบันการ Train คนขายประกันของเรานี่ ถ้าเอาคนมาสอนนี ่ก็จะเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือการ Roll plaหลายรูปแบบนะครับ แล้วก็เอามาทดลองคุยกับพนักงานขาย (บรรยาย) เนื่องจากวันนีมีเอัปเดตพอร์ตการลงทุนของคุณเลยนะคะ ไม่ทราบว่าวัตถุประสงค์ของการลงทุนเปลี่ยนแปลง หรือมีเป้าหมายหรือไม่คะ เป้าหมายการลงทุนของผมเหมือนเดิมครับ ความต้องการสะสมเงินไว้ใช้กองทุนที่แนะนำมันดีอยู่หรือไม่ดีอย่างไรครับ ที่คุณลงทุนอยู่ ตอนนี้เป็น New บางส่วน พอตลาดย่อลงค่อยกลับลงไปใหม่ได้ค่ะได้ค่ะ // แล้วคุณขายออกไปลงทุนกองไหนดีครับ // ทีมการลงทุนของธนาคาร CIO Office แนะนำให้ลงทุนในส่วนของกองสารหนี้เพื่อเป็นพิจารณาค่ะ (คุณกวีวุฒิ) อันตะกี้เราก็เชื่อว่าเราสามารถทำให้พนักงานขายของเรามีความมั่นใจมากขึ้นในการที่จะเทร็นด์ลุกค้าได้ เวลาจำกัด ผมจะขอ Skipเวลาจำกัด ผมจะขอ scipt บางตัวไปนะคจริง ๆ แล้วที่เราคุยกันทุกอย่างนี่ เมื่อกี้เป็น In house นะครับ เรามีทีมทำ เพราะฉะนั้น จริง ๆ ธนาคารจะ Move เข้าไปสู่ธุรมากขึ้น แล้วก็จะเกี่ยวกับ data infar structure มากขึ้น สิ่งที่เราหลังบ้านเราต้องดูแลเรื่อง Cyber Security อะไรอีกมากมายนะครับ มีสิ่งหนึ่งนะครับ ที่ผมว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ผมเล่าไปตั้งแต่แรกนะครั บก็คือว่า ถ้าเราสามารถที่จะโอน INFRASTRUCTURE จะโอนให้เหมาะกับ Use Case ราคาก็จะถูกมาก ปัจจุบันเรามีโมเดลภาษาไทยนะครับ ที่มีทั้ง Voice ทั้ง Taxtทั้ง text ชื่อว่า typhoon เป็น Open Source ก็จะต่ำกว่าในตลาด มีเรื่อง Privacy มีคนใช้อยู่สัก... ดาวน์โหลดสัก 2 ล้านดาวน์โหลด นะครับ สิ่งเหล่านี้นี่ เราเอามาใช้ในองค์กรนะครับ แล้วก็ทำให้เกิด use case ใหม่ ๆ นะครับ พยายามใช้โมเดลอื่น ๆ แล้วแพงนี่มันก็จะไม่เกิด มีความสำคัญครับ ผมก็... คอร์สจริง ๆ ต่ำได้ 10 เท่า หรือหลายร้อยเท่านะคัรบ เวลาเราพูดถึง Infent นี่ cost ต่ำได้ถึงขนาดนั้น ถ้าเรามีทีมที่ทำ open sourses นะครับ ไม่ได้เอาโมเดลสำเร็จรูปมาใช้ แล้วการ Customize ที่เราพูดถึงที่คนไทยเอามาใช้ แต่ต่างประเทศเขาไม่สนใจ เราจะทำหน้าตาเป็นอย่างไร อันนี้เป้นตัวภาษาอีสานนะ เดี๋ยวผมแชร์ให้ดูว่ามันหน้าตาอย่างไร มันพูดออกมาอย่างไร อันนี้เป็น AI แต่ข้อยเป็นปัญญาประดิษฐ์ ที่สร้างขึ้น สำหรับโมเดลภาษาไทยโดยเฉพาะ ข่อยสามารถช่วยตอบคำถามต่าง ๆ แบบให้เข้าใจง่าย ๆ ได้ ข่อยบ่ได้เว้าเป็นแต่ไทยกลางแล้วเด้อ ตอนนี้ข่อยเว้าอีสานกะได้ เห็นบ่ ในอนาคต ข่อยก็อยากเว้าสำเนียงต่าง ๆ ในประเทศไทยได้นำ ย้อนว่าเทคโนโลยีที่ดีบ่ควรจำกัดอยู่เพียงภาษาไทย แต่ว่าต้องเข้าถึงได้สุคน สุภาค สุภาษาเด้อพี่น้อง อันนี้คือเทคโนโลยีที่ชื่อว่า TTS นะครับ ภาษากลางอย่างนี้ออกมาเป็นภาษาอีสาน ถามว่าทำไปทำไม ทำเพื่อ Improve Customize Expe คนกรุงเทพฯ คนภาษากลาง คือแบงก์ ล้านคน ก็ทั่วประเทศ ลองนึกภาพว่าเราสามารถมี AI ที่สามารถจะตอบลูกค้าได้อย่าง ปัจจุบันถามว่าเอามาใช้อะไร ใช้ได้หลายอย่างมาก เอามาเทรนพนักงานที่อยู่ต่างจังหวัดใช่ไหมครับ เวลาเขาคุยกับคนภูมิภาคเขาทำอย่างไรบ้าง ผมยกตัวอย่าง จำได้บ่ค่ะ อันนี้น้องคือ Native สบายดีนะ... // สบายดีค่ะพี่ กะย้ายมาอยู่ประมาณปีหนึ่งแล้วค่ะ แล้วพี่เป็นจั๋งได๋คะ สบายดีบ่คะ // ก็เรื่อย ๆ ก็พอมีบ้าง ไม่มีบ้าง แต่ก็สู้ ๆ ยังไงก็ต้องทำเพราะต้องดูแลครอบครัว (คุณกวีวุฒิ) ครับ จะทำให้เป็นว่า prototype พวกนี้ทำออกมาให้เห็นภาพหรือใช้อะไรได้บ้าง อย่างเช่นอันนี้ก็ใช้ในการเทรนแต่ว่านี่คือ Customize ที่ใกล้ชิดมากขึ้น ก็มีความสำคัญ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งนะครับ ที่นี้ผมขออนุญาตไปไว ๆ นะครับ โดยสรุปนี่โมเดลเหล่านี้ ปัจจุบันก็มี Partner นำไปใช้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลสิริราช ที่ DDRI ก็เอาโมเดลภาษาไทยไปใช้ เหมาะเหมาะกับ use case นะครับ สิ่งที่สำคัญอีกอันหนึ่งนะครับ อันนี้ผมจะแตะเป็นพาร์ทสุดท้าย AI ภายในนี่ เรื่อง Grovefonance use case ที่เราจะทำใน scale เล็กนะครับ จะเวิร์กกับทีม Delta X ที่จะเวิร์กดูแลเรื่อง Governant นะครับ นะครับ แล้วก็แพลตฟอร์มที่เรียกว่า หลักการในการดีไซน์ที่บอกนะครับ จะต้องเป็น Agentic AI Flamework ต้องสามารถต่อได้ง่าย ไม่ได้ต่อได้ยากนะครับ แล้วก็เป็น Modular สามารถจะต่อกันได้ ปรับต่อกันได้นะครับ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บอกว่าทำเสร็จทุกอย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ มีความสำคัญมากที่ต้องโรบัสอีนาฟที่เป็น AI ขึ้นไปนี่ แล้วมันใช้ได้ไม่ต่อเนื่อง อันนั้นจะเป็น Bad Expe เวลาเป็นมนุษย์นี่ มันยังพูกคุยกันได้ แต่เวลาเป็น AI อันนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญของเทคโนโลยีนะครับ เปลี่ยนเป็น AI ทั้งหมดกับคนนี่เป็นเรื่องที่สำคัญกับความต่อเนื่องของ Infrastructure นะครับ อันนี้ผมไม่ลงรายละเอียดแล้วกันนะครับ จริง ๆ แล้วการที่จะอด็อป AI นี่อันแรกก็คือการ Set Clear แล้วก็ Manage ว่าเราจะทำสิ่งนี้ สิ่งนี้มีความสำคัญมากจากผู้นำ ถ้าเราจะทำสำเร็จไม่สำเร็จไม่รู้ แต่ต้อง set goal ให้ชัดเจน อันที่ 2 นี่ต้องมี Talent ที่ถูกต้องนะครับ แล้วก็หลาย ๆ อันที่เห็นนี่ ไม่ได้เกิดจากการ Top Down สั่งให้เขาทำ แต่เกิดจากการที่เราให้โจทย์ที่เคลียร์ คนที่เขาทำเป็น มาทำ หลาย ๆ solution นะครับ อันที่ 3 ก็คือว่าเวลาทำอันใหม่นี่ แล้วก็ที่เป็นเกี่ยวกับเรื่อง Experamentation ก็ Rewaed อะไรที่ผิด ก็เรียนรู้จากมัน ที่โชวืเหมือนจะดูเป็นเรื่องที่ดี sucess แต่ข้างหลังนี่ เราอย่าดูแค่ Success แล้วดีนี่ เราต้องดูข้างหลังในการทำงานอีกมากมายนะครับ สุดท้าย การทำ Innovation การทำ AI โชว์อย่างเดียว มันเป็นของที่เป็น long term เราทำมาหลายปีนะครับ กว่าจะได้อย่างนี้ไม่ใช่ว่าเราเอามาทำปุ๊บว่าเราทำแล้วเรามาประกาศ แต่มันเป็น Commitment ขององค์กรณ์นะครับ ที่จะ Move ไปใน Long term ในหลายองคืกรที่ economic แบบนี้นะครับ เวลาลงทุนอะไรใน long เทิร์ม สำคัญมาก ๆ นะครับ ก็ฝากไว้ประมาณนี้นะครับ ขอบคุณทุกท่านะครับ (คุณรังสิยา) ค่ะ ต้องขอขอบคุณคุณกวีวุฒิด้วยนะคะ ด้วยนะครับ สำหรับการแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจนะคะ เรียนเชิญทางด้านบนเวทีเลยค่ะ (คุณจักรกฤษณ์) ครับ กราบสวัสดีท่านขยายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการคมนาคม แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ ที่ทางคณะผู้จัดได้ให้โอกาสทางทรู โดยผมจักรกฤษณ์นะครับ ได้เข้ามา ให้ความเห็น หรือมาเล่าสู่กันฟัง จากมุมมองในมุมขององค์กรที่อยู่กับ Telecomunication นะครับ แล้วเราเองก็ได้ให้บริการกับลูกค้ากว่า 50 ล้านคน วันนี้จากหัวข้อที่เราพูดถึงหัวข้อพื้นฐานแห่งอนาคตแล้วก็เทคโนโลยีใหม่แล้วก็ดิจิทัลกำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมอย่างไรนะครับ ถ้าทุกคนเห็นภาพนี้ ผมเชื่อว่า บางท่านอาจจะเกิดทันนะครับ และบางท่านอาจจะเกิดไม่ทัน แต่เราจะบอกว่าปัจจุบันนี่ เรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดในด้านเทคโนโลยี ไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับว่า ผมนี่เกิดปี 1967 ตอนผมเกิดมานี่ พอเข้าเริ่มเรียนหนังสือเขาจะมีไมโครชิปนะ เริ่มรู้จักแล้ว แสดงว่าเรานี่เติบโตกับเทคโนโลยีมาตั้งแต่อดีตนะครับ จะเห้นว่า ในแต่ละช่วงเวลา แต่ละยุคนี่ มันมีนวัตกรรมและอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นควบคู่กันไป ถ้าเราเริ่มตั้งแต่ 1958 แล้วก็เรารู้จัก มัว สลอ นะครับ ว่ามัวสลอว์พูดถึงเรื่องอะไร เขาพูดถึงเรื่อง Capacitor นะ ว่าจะต้องแบบเติบโตทุก 2 ปี นะครับนะครับ ซึ่งก็ได้เจริญเติบโตมาอย่างที่มัวว่าจริง ๆ ใช้เวลาในยุคเริ่มต้นนี่ 40 ปี ต่อมา มาในยุคที่เป็นยึคตอินเทอร์เน็ต อันซึ่งอันนี้เราคุ้นชินแล้ว ก็ใช้เวลากว่า 17 ปี นะครับ แล้วก็จนมากระทั่งเทคโนโลยีนี่มันไปถึงเรื่องมือถือ มี Mobile เข้ามาเกี่ยวข้อง ใช้เวลาถึง 13 ปีนะครับ แล้วก็เมื่อหลายปีก่อนเราก็ได้ผ่านยุคที่เรียกว่ายุคโควิดซึ่งเป็นการเปลี่ยนพาราดามของเทคโนโลยีอย่างสำคัญเลย เพราะว่าเราต้องอยู่กับบ้านใช่ไหมครับ เราออกมาทำงานข้างนอกไม่ได้ เทคโนโลยีก็มีการพัฒนา มีการลงทุนที่จะพัฒนาให้เราสามารถที่จะ work from home ได้ โดยทำให้เกิดที่เรียกว่าเป็นยุคของการทำงานโดยเราไม่ต้องออกมาอยู่ข้างนอกมันเลยทำให้วันนี้เราเปลี่ยนพาราดาฟ ชิฟ หลาย ๆ ตัวนะครับ เป็นยุคที่ทุกคนพูดถึงก่อนหน้านี้ทั้ง 2 ท่านก็พูดถึง AI นะครับ เราปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดดวันนี้มันมีเวลาสั้นลงเรื่อย ๆ นะครับ มันสั้นลงเรื่อย ๆ จากเดิมนะครับ เราใช้เวลากว่า 40 ปี จากยุคแรก จนปัจจุบันนี่ 3 ปีมันเปลี่ยนไปแล้ว แล้วอนาคตถึงปัจจุบันล่ะ มันจะเปลี่ยนแปลงอะไร Ewise เขาพูดไว้ว่า จากข้อมูลนะครับ ใน S&P 500 เฉลี่ยอายุบริษัที่จดทะเบียนนี่จะมีอายุอยู่ประมาณ 67 ปี ปัจจุบันนี่ มีอายุแค่ 15 ปี แปลว่าอะไร เกิดแล้วก็ดับครับ แบบพุทธเลย เกิดแล้วก็ดับถ้าเกิดเราไม่มีการพัฒนาหรือเราเอาโลกของอดีตไม่ยอมเปลี่ยนโลกตัวเองนะครับ ซึ่งวันนี้เรามายุคที่เรียกว่า ยุคดิจิทัล ฉะนั้นผมอยากจะบอกกับทุกท่านว่า ถึงเวลาแล้วว่า Digital Transformation ไม่ใช่ Option แล้ว เป็นสิ่งที่ทุกคน ทุกองค์กรนะครับ ที่จะอยู่อย่างยั่งยืน ต้องทำเรื่องนี้ แล้วก็จากสถานการณ์ไม่ว่าเรื่องของสถานการณ์ของโลก หรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปนี่ เราจะเห็นว่าวันนี้ระบบเศรษฐกิจนี่ มันบังคับให้เราต้องเปลี่ยนแปลงแล้ววันนี้ผมพูดถึงเรื่องประเทศไทยนี่ จุดที่ เอ๊ะ เราจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ เราจะเป็นผู้ตามเหมือนเดิม โดยเอาเทคโนโลยีมาใช้ หรือเราจะเป็นคนที่ใช้โอกาสนี้ ในการเอาเทคโนโลยี มาพัฒนา ให้ประเทศเรานี่ก้าวกระโดด เป็น Exponential ขึ้นไป ผมเชื่อว่าจะเป็นยุคที่เราจะมีโอกาสนี้ครับ เพราะฉะนั้น วันนี้เลยอยากจะมาชวนคิดว่า เอ๊ะ วันนี้เราจะใช้ AI อย่างไร เมื่อกี้จากที่ฟังจาก คุณสมิทธิ์และคุณกวีวุฒิมาใช้ตอบโจทย์ในทุก ๆ ด้าน วันนี้ผมเชื่อว่าในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เชื่อว่าเรามีศักยภาพเพียงพอที่จะเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ ใช้งานมันอย่างต่อเนื่องแล้วเรายังสามารถพัฒนามันเพื่อที่จะนำเอาไปแข่งขันได้กับต่างประเทศนะครับ แล้ววันนี้องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เรามีโอกาสที่จะสร้าง AI ได้ หรือเอา AI ไปใช้อย่างมีคุณภาพได้นะครับ ก็วันนี้โดยทรูเองนี่ เราก็เล่งเห็นถึงความสำคัญของ AI พัฒนาเราทำในหลาย ๆ เรื่องนะครับ โดยในวันนี้ถ้าจากภาพเรามีอยู่ 3 สิ่งที่เราทำ ก็คือส่วนที่เป็นสมอง AI ต้องคิดใช่ไหมครับ AI ต้องAI ต้องมีการเก็บข้อมูลใช่ไหมครับ AI ต้องคิดใช่ไหมโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญนี่ ก็คือการประมวลผล เมื่อกี้มีคุณสมิทธ์พูดถึง Data Center Hyper Scaler ซึ่งวันนี้ความต้องการพวกนี้มีเยอะมาก ๆ เลย นะครับ เมื่อกี้เราพูดถึง 1,000 เมกะวัตต์ จะหาไฟจากไหน จะหาน้ำจากไหน วันนี้ถ้าดูในภาพรวมแล้วนี่ ดูเหมือนจะมีพอ ดูเหมือนจะมีพอ เพราะว่าเราทราบดีว่า ความต้องการใช้ไฟของประเทศเมื่อเทียบกับการผลิตของประเทศ อัตราการใช้ไฟของเรานี่ยังต่ำกว่าการผลิตอยู่กว่าครึ่ง แต่ data center มันไม่ได้กระจายอยู่ในทุกอำเถอ ทุกตำบล มันอยู่เป็นที่ ๆ นะครับ เพราะมันต้องอยู่กับไฟอยู่กับน้ำ ยกตัวอย่างเช่น วันนี้มีผู้แทนจาก EEC มานั่งฟังอยู่ด้วย ถ้า Data Center มาอยู่ที่ DEC ไฟฟ้า 1000 เมกะวัตต์ที่จะใ้ช ต้องอยู่ที่ EC จะเอาไฟจากไหนครับ เมื่อก่อนถ้าเราพูดถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานนี่ เรามักจะนึกถึงแค่เสา สาย เสาไฟฟ้า สายไฟฟ้านะครับ เพราะเราเชื่อว่ากำลังการผลิตทุกอย่างมีพอ แต่วันนีผมเชื่อว่ายังไม่พอ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องร่วมกันนะครับ มีหลายบริษัทได้เห็นถึงเรืองนี้นะครับ เมื่อกี้คุณสมิทธ์เป็นตัวแทน ของ Gulf ก็ได้เห็นตรงนี้แล้ว ว่าจะถ้ามีศักยภาพพอจะทำ Data Center True เองก็ทำนะครับ เราทำเยอะมาก แล้วก็เชื่อว่าเราพร้อมจะให้บริการเรื่องนี้ ส่วนที่ 2 connectivity พูดถึงสมอง แต่สมองจะสั่งการได้จะต้องมีเส้นประสาทนะครับ เปรียบเทียบกันก็คือว่าวันนี้เราน่ะ จะต้องมีเส้นประสาท ก็คืออะไร ก็คือพวกสัญญาณ 5G นะครับ Link ดาวเทียม อินเทอร์เน็ตบอร์ดแบรนด์ที่จะ Connect กับ Connect ทุก พูดถึงสมอง สมองที่เราส่งการไปได้ถึงมือ ถึงผู้ใช้งาน มันก็จะต้องมี 5G ดรป ิพนฟกิฟืกและรวมถึงการติดต่อกับต่างประเทศอย่าง SUBMARINE CABLE เป็นต้นนะครับ วันนี้เรามีความพร้อมตรวงนี้ ผมชื่อประเทสไทยเราพร้อม Operaถึงแม้ว่าปัจจุบันเราจะมีอยู่ 3 รายหลัก AIS แล้วก็ NT นะครับ ซึ่งให้บริการทั้ง 3-4 บริการนี้นะครับ แล้วก็อนาคตจะเป็น Centerly ซึ่งวันนี้สำนักงาน กสทช. ก็ได้สนับสนุนเรื่องนี้นะครับ เราก็เชื่อว่า connectivity และก็แบรนด์มีแล้ว แต่ว่าวันนี้ล่ะ ส่วนที่เป็นคอนเทนต์ ส่วนที่เป็นเนื้อหาของมัน วันนี้ เมื่อกี้ โชคดีมาก ที่ 2 ท่านที่มาพูดก่อนหน้านี้เขาได้แตะไปก่อนหน้าที่ผมเมื่อกี้เห็นคุณกวีวุฒิพูดถึงคอนเทนต์ที่เป็นภาษาอีสานนะครับ นี่ไงคือโอกาส เพราะวันนี้เราไม่จำเป็นต้องไปใช้ AI จากต่างประเทศ เราไม่จำเป็นต้องไปพูดภาษาอังกฤษตลอดเวลา เราสามารถพัฒนา AI ของเราเองได้ เราสามารถที่จะใช้ localonate ที่เกิดขึ้นในประเทศ เราสามารถที่จะทำ content หรือทำ ข้อมูลเพราะว่า AI นี่เมื่อกี้เราพูดถึง Open Source Open ข้อมูลจากทุกสิ่งในโลก ที่สุดมันไม่มีข้อมูลที่เป็นเกลักษณ์ของคนไทย ไม่มีข้อมูลประเทศนะครับ เท่านั้นเอง อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะชวนคุย ชวนคิดนะครับว่า ก็คือว่าวันนี้นี่ ที่ผ่านมา เราพูดถึงโอกาสเมื่อกี้เราพูดถึง AI เข้ามาเป็นโอกาส เราพูดถึงโอกาสของคนไทย ที่ผ่านมา เทคโนโลยีมันกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ อยู่ในกรุงเทพ อยู่ในเชียงใหม่ เมืองสำคัญที่มีมหาวิทยาลัย แล้วคนรากหญ้าหรือประชาชนคนไทย เขาจะเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างไรนะครับ วันนี้ผมคิดว่าเรามองว่า AI จะช่วยเสริมศักยภาพ คิดดูนะครับ วันนี้ฟังดูเหมือน AI มันเป็นเรื่องยากนะครับ ลองนึกย้อนหลังกลับไป เครื่องคิดเลข ททุกท่านเคยมช้เครื่องคิดเลขไหม สมัยก่อน ก็เราบวกเลขได้ บางคนยังต้องมาแข่งกันเลยว่า ฉันคิดเร็วกว่าเครื่องคิดเลขหรือเปล่า นะครับ ถ้าวันนี้ AI คือ เครื่องคิดเลข แล้วเราสามารถที่จะไม่ตจ้องคีย์โค้ดให้มันยุ่งยาก อยากรู้อะไร เรากดเหมือนกับตัวเลขบนเครื่องิคดเลขบวกกันได้ อย่างนั้นแปลว่าอะไร แปลว่าเราสามารถทำให้ประชาชนคนไทยนี่เข้าถึง AI ได้ ทั้งการใช้งาน เมื่อก่อน ถ้าเราอยากจะรู้ว่าว่าฝนจะตกไหม น้ำจะท่วมไหม หรือราคาข้าว ราคาผลิตภัณฑ์ พืชผลทางการเกษตรจะมีราคาเท่าไรเราต้องฟังข่าว ต่อมายุคของเทคโนโลยี มันทำให้วันนี้เราเข้าไปถามใน Google ก็ได้เห็นไหม วันนี้เราเข้าไปถาม AI ก็ได้ แต่ยิ่งไปกว่านั้น เราสามารถเข้าไปถามว่าฉันควรจะปลูกข้าวเดือนไหนถ้าฉันอยู่ที่จังหวัดนี้ ฉันควรจะปลูกข้าวพันธุ์ไหน ที่จะทำให้ฉันได้ผลประกอบการที่ดีขึ้น ฉันควรจะทำเวลาไหน อะไรคือโรคร้ายอุปสรรคที่จะทำให้ฉันปลูกไม่ได้ ทั้งหมดมันอยู่ใน AI แล้วอย่างไรครับทีนี้ แล้วจะใช้อย่างไร วันนี้เป็นโอกาสที่เราจะทำให้ จากเดิมที่เราจะทำให้เป็น Laterlency ที่เรารู้จัก AI Lentilency ต้องทำให้คนไทยสามารถเข้าถึง AI ได้ เหมือนกับที่เราใช้เครื่องคิดเลขนะครับ ซึ่ง True เองวันนี้ อีกหลายแพ็กเกจนะครับ เรากำลังจะทำแพ็กเกจเกี่ยวกับ AI เพื่อที่จะช่วยให้ประชาชนคนไทยนี่ สามารถเข้าถึง AI ได้อย่างง่าย ๆ อีกไม่นานเราก็ เมื่อกี้เรา เห็นที่เป็นทาง SCB ที่โชว์คุยกับ AI ซึ่งอันนั้นจะจะผ่านคอมพิวเตอร์ แต่เดี๋ยวเราจะมีนวัตกรรม จะมี AI Speeker วันนี้ไม่ต้องคีย์โทรศัพท์ ไม่ต้อคีย์คอมพิวเตอร์ พูดกับ... หน้า... ไม่เหมือนผมนะครับ ประมาณ 1 คืบด้วยอุปกรณ์ แล้วก็สามารถที่จะไม่ต้องคีย์ ไม่ต้องแชต Speeker คุยสอบถามได้เลย เพื่อจะทำให้เรามีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยี เพื่อให้คนไทยพัฒนาและแข่งขันได้ เมื่อพูดถึง AI แล้วนี่ เมื่อกี้ ผมมักจะพูดถึง refer 2 ท่านแรก ถ้าพูดถึงเรื่อง AI แล้วเมื่อกี้พูดถึงคุณกวีวุฒิพูดถึงว่าวันนี้การกำกับดูแล กฎกติกามันควรจะมาก่อนหรือหลัง หรือพร้อมกันนะครับ วันนี้นี่ ประเทศไทยนี่ ผมเข้าใจว่าเรายังไม่มีเรื่องของจริยธรรม AI เรามีการพูดถึง แต่เรามีการกำหนดว่าจะมีให้ทาง XDa มั้งให้กำหนดร่างนะครับว่ากรอบในการกำกับ AI เราจะกำกับอย่างไร เนื่องจากว่าวันนี้ถ้าเราจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนให้ใช้งาน AI ได้นี่ ต้องไว้ใจก่อนใช่ไหม ว่า AI นี่ จะไม่เอาข้อมูลส่วนตัวเราไปใช้ AI จะไม่หลอกลวงเรา ถูกไหมครับ ถ้าเกิดว่าวันนี้ AI มันหลอกทำอย่างไร หรือ AI ไม่มีจริยธรรมจะเป็นอย่างไร คีย์เข้าไป ไม่มีบัตรประชาชนจะซื้อซsim ทำอย่างไร AI ตอบมาเลย ไปขโมยบัตรประชาชนเพื่อนมาสิแล้วไปลงทะเบียนแทน อย่างนี้เป็นต้น เรากำลังจะบอกว่าวันนี้ AI ต้องมีจริยธรรม AI ต้องไม่เอาข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้นะครับ ซึ่งวันนี้กรอบต่าง ๆ วันนี้ ผมเชื่อว่ารัฐบาลหรือองค์กรที่ดูแลนี่ได้พยายามจะทำร่างแล้ว แต่ก็อยากจะเน้นย้ำว่าวันนี้ เราต้องมี...เราต้องมีกรอบในการกำกับดูแล และขอแตะอีกเรื่องหนึ่ง เนื่องจากผมทำ Regulatory ผมอยู่กับทรูมา 30 กว่าปี แล้วก็มาดูแลในส่วนของ Laboratory อยู่ 30 ปี ใน Presentation นี้ เห็นภาพนกหวีด นึกถึงอะไรครับ เวลาเราพูดถึงนกหวีดเราจะนึกถึงการแข่งขันนะ เราก็จะมีกรรมการมาคอยกำกับ มาคอยเป่านกหวีดว่า ลูกนี้ออก ลูกนี้เข้าอันนี้ล้ำหน้าในฟุตบอลนะ หรือถ้าเป็นวอลเลย์บอลก็อันนี้ตบติดเนต ตบออก ไปโดนทัชอะไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น วันนี้นี่ เวลาเรานึกถึง การกำกับดูแล เราจะนึกถึงนกหวีด แต่จริง ๆ แล้วนี่นกหวีดไม่ได้ใช่ภาพจำที่เรานึกถึงเฉพาะกรรมการใช้นะครับ เขามีอยู่ช่วงหนึ่ง เราก็จะวิ่งไปเป่านกหวีดเหมือนกัน นกหวีดก็ใช้เชียร์อัพได้ เวลาเชียร์ฟุตบอลตะโกนสู้เสียงเขาไม่ได้เอานกหวีดออกมาเป่าแทน ไทยแลนด์สู้ ๆ ไทยแลนด์สู้ ๆ เพราะฉะนั้น นกหวีดมันมี 2 สถานะ ก็คือเป็นทั้งกรรมการ แล้วเป็นทั้งเชียร์อัพ แปลว่าอะไร แปลว่าวันนี้ผมอยากจะบอกว่าองค์กรกำกับทั้ง กสทช. หรือองค์กรอื่น ๆ รวมทั้งรัฐบาลนี่ อาจจะต้องช่วยนะครับ ช่วยในการทั้งกำกับและส่งเสริมนะครับ เนื่องจากว่าวันนี้อย่างที่บอกว่าเทคโนโลยีไปก่อน ผู้ประกอบการรีบตามไป แต่ถ้าเกิดว่ากติกาออกมาทีหลัง กติกา มันออกมาทีหลัง และกติกาออกมาเพื่อกำกับแต่ไม่ได้ส่งเสริม มันก็ไม่ได้ทำให้เทคโนโลยีที่ไปข้างหน้ากิจการต่าง ๆ ที่เราทำต่อไปมันจะทำให้ไม่ได้ผลักไปข้างหน้า แต่จะถึงให้ถอยไปข้างหลังนะครับ ก็เลยอาจจะพูดในประเด็นนี้ว่า อยากจะให้องคืกรกำกับช่วยทั้งสนับสนุนแล้วก็ส่งเสริมนะครับ แล้วก็มาถึงช่วงสุดท้าย ผมคืดว่าวันนี้หลังจากที่เราได้ฟังทั้ง 3 ท่าน รวมทั้งผมแล้ว และก็ AI นี่จะมีส่วนสำคัญกับชีวิตเรานะครับ เราจะหยุดอยู่กับทีี่ ในภาพ หรือเราจะเดินไปข้างหน้า แต่เห็นไหมครับว่า มันมีเวลาอยู่ เวลานี่เป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราทำทุกอย่างเพื่อที่ให้เราสะดวกสบายและประหยัดเวลา อย่างนั้นแปลว่าอะไรครับ แปลว่าอนาคตไม่ใช่สิ่งที่เรารอคอยนะครับวันนี้ เป็นสิ่งที่เราต้องร่วมกันสร้างนะครับ ผมก็เลยอยากจะปิดท้ายตรงนี้ว่า ในฐานะที่เป็นคนที่มาให้ความเห็น แล้วก็เป็นตัวแทนจากทรูนะครับ เราเองก็มีบทบาท ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีอย่างแท้จริง ครับ ขอบคุณทุกท่านครับ (คุณคุณจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ ด้วยนะคะ (คุณศรัณย์) ท่านคณะกรรมการ กสทช. ท่านผู้บริการกสทช ท่านผู้มีเกียรติ ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งนะครับ ที่ได้รับเกียรติมาให้เป็นผู้บรรยายคนที่ 4 ของ Keynote Speaker ในวันนี้ เรื่องของDigital Infrastructure ที่จะ suppDigital Service ในอนาคตนะครับ Background AIS ผมเชื่อว่าทุกท่านรู้จักอยู่แล้ว ดเพิ่งจะครบ 35 ปี ไปในวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมานะครับ วันนี้เราย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 36 แล้วเรายังเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือและโครงข่ายบอร์ดแบนนะครับ แล้วอีกธุรกิจหนึ่งที่ AIS ก็ให้บริการอยู่ ก็คือ business solution ของ enterpise นี่ สิ่งที่ AIS จะเติบโตต่อไปจะเป็นเรื่องของการให้บริการ Digital Service ต่าง ๆ นะครับ เวลาเราพูดถึงบริการของ Operator นี่ เราก็มักจะนึกถึงบริการพื้นฐานหลัก ๆ นะครับ ก็คือ Voice คือการโทรนะครับ Messaging การส่งข้อความ และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต Boardband นั่นคือพื้นแต่หลายท่านอาจจะนึกไม่ถึงว่าจริง ๆ แล้วนี่บริการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่เราใช้อยู่นี่ มันทำงานอยู่บนพื้นฐานของโครงข่ายโทรคมนาคม ยกตัวอย่างเช่น ทุกวันนี้ เราแทบจะไม่ต้องใช้เงินสดกันแล้วเพราะว่าเราสามารถชำระเงินโดยใช้ QR Code นะครับ Mobile Payment นี่ มันทำงานได้ บนโครงข่ายโทรคมนาคม หมายความว่า ถ้าวันไหนโครงข่ายโทรคมนาคมนะครับ เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็น 1 ตัวอย่างเป็น Digital Service ที่อาศัยโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นพื้นฐาน Infrastructure ทุกวันนี้เราสั่งอาหารกัน เราใช้แอปพลิเคชันใช่ไหมครับ เราใช้ Lineman Robinhood การสั่งอาหารก็อยู่บนพื้นฐานของโครงข่ายโทรคมนาคม ไรเดอร์วิ่งมาส่งอาหารถึงบ้านท่าน อาศัยเนวิเกชัน ซึ่งอยู่บนโครงข่ายโทรคมนาคมเช่นเดียวกัน ใช้งานไม่ได้ไรเดอร์อยู่กับที่นะครับ ไปต่อไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าบ้านท่านอยู่ไหน ดิจิทัลทีวีนะครับตอนนี้นี่ ผุ้ชมรับชม ดิจิทัลทีวีผ่านทางโครงข่ายภาคพื้นดิน Terest อีกส่วนหนึ่งรับชมผ่านดาวเทียมนะครับ อีกส่วนหนึ่งรับชมผ่านการ Streaming มาที่บ้าน ทางสตรีมมิง ผู้รับชมพึ่งจะวิ่งแซงทางโครงข่าย Terest โตขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงนะครับ ดังนั้นนี่ โครงข่ายโทรคมนาคม content เป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการกระจายภาพและเสียงไปยังบ้านของท่านนะครับ ผมพูดตรงนี้ ไม่ได้บอกว่าโครงข่ายภาคพื้นดินไม่สำคัญ เพราะว่าถ้าโครงข่ายภาคโทรคมนาคมใช้ไม่ได้นี่ ทีวี straming ที่บ้านท่านจอดำนะครับ เพราะฉะนั้น บอร์ดแคสติงผู้ชมจำนวนมากนี่ ทุกวันนี้รับชมโดยผ่านทาง Streaming ด้วยนะครับ การกรวดวิชาออนไลน์ ซึ่งตอนนี้กำลังเฟื่องฟูมาก เป็นการขยายผลจากการที่นักเรียนมานั่งรวมกันอยู่ในสถาบันกวดวิชานะครับ ก็มีการ Scale Up ขึ้นไป โดยเป็นการเรียนออนไลน์ผ่านทางที่บ้านหรือการตั้งศูนย์เรียนออนไลน์นะครับ ก็ทำให้ครูกวดวิชาท่านเดียวนี่ ก็สามารถกวดวิชาออนไลน์ให้กับนักเรียนที่กระจายตัวตามศูนย์ต่าง ๆ ใน 4 มุมเมืองได้นะครับ และแน่นอนการกวดวิชาออนไลน์นี่ทำงานอยู่บนโครงข่ายโทรคมนาคม Telemedicine ครับ บางท่านอาจจะยังไม่เคยใช้นะครับ telemakenisine นี่ มีบทบาทสำคัญ อุปสรรคอันหนึ่งของ TELEMEDICINE เกรงว่าจะวินิจฉัยโรคผิด เกรงว่าเครื่องไม้เครื่องมืออาจจะไม่ครบถ้วนเท่ากับการไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาลนะครับ แต่ว่าสำหรับโรคบางโรค ที่สามารถที่จะคัดกรองโดยใช้ ATK ยกตัวอย่างเช่น โควิดและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A Telemedicine มีประโยชน์มาก เป็น Post sitive แล้วนี่ แพทย์สามารถการ ตรวจสอบว่าแพ้ว่าอะไร แพทย์สามารถเข้าสู่กระบวนการจ่ายยาได้เลนะครับ ตั้งแต่ปี 2019 ที่โควิดระบาดนี่ ผมป่วยเป็นโควิด 2 ครั้ง ทั้ง 2 ครั้งผมหาแพทย์ด้วย Telemedicine แน่นอนครับ ทำงานอยู่บนโครงข่ายโทรคมนาคมนะครับ Location Service เร็ว ๆ นี้จับมือกับ Google ก็นำร่องในการทำให้บริการ 191 นี่ สามารถที่จะส่งโลเคชันให้ตำรวจได้อัติโให้ตำรวจได้โดยอัตโนมัติ โดยเริ่มต้นที่ตำรวจนครบาลก่อนนะครับ และส่งไม้ต่อให้ กสทช. ท่านจะขยายผลไปให้ผู้ใช้บริการทุกรายนะครับ และขยายผลไปยังระบบปฏิบัติการทุก OS ก็มีความยินดีที่เราได้ นำร่องให้บริการนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียนะครับ ที่ทำได้ต่อจากฮ่องกง ก็ถือว่าอันนี้ก็นำหน้า อยู่ในแนวหน้าของ Asia นะครับ การแนวหน้านี่ ก็ยังเป็นประโยชน์ ในประกันภัยนะครับ และเมื่อเร็ว ๆ นี้นะครับ ก็นักกีฬาพายเรือแคนนูก็รอดชีวิตได้โดยการส่ง Location จากกลางทะเลนะครับ และการส่งโลเคชันนี่ พึ่งพาเครือข่ายจากทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี่ เราจะเห็นว่าโครงข่ายโทรคมนาคมไม่ได้ให้บริการแค่และ Broadband Internet แต่มันกลายเป็น Digital Infrastructure ที่อยู่รอบตัวพวกเราทุกคนนะครับ ในอดีตนี่ เรามองบริการ Digital Service นี้ว่า "OTT" นะครับ Over the top มันคือการให้บริการที่ทำมาหากิน อยู่บนโครงข่ายโทรคมนาคม โดยที่โครงข่ายโทรคมนาคมก็ Delever data เฉย ๆ มองเราเป็นดัมไปนะครับ มันสถานการณ์มันต่างไปแล้ว เพราะว่าถ้าโครงข่ายโทรคมนาคมใช้งานไม่ได้นี่ ธุรกิจของท่านก็หยุดด้วยนะครับ ดังนั้นนี่ ความสำคัญระหว่างผู้ให้บริการ Digital service กับโทรคมนาคมนี่มันต่างกัน เนื่องจากมันพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน จาก OAT กับ นี่ มันจะกลายเป็น digital service กับ Digital Infrastructure นั่นหมายความว่าผู้ให้บริการ Digital Service นี่ต้องคุยกับผู้ให้บริการ Digital Infrastructure แล้วอยู่ด้วยกันนะครับ ผมกำลังพูดถึงสิ่งสำคัญ 2 เรื่อง นั่นก็คือ Resiliency ความอยู่รอดได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ซึ่งแน่นอนเราจะนำเข้าสู่เรื่องนี้ในช่วงครึ่งบ่าย และเรื่องที่ 2 ก็คือในกรณีที่โครงข่ายมันไม่ถึงกับล่ม แต่ว่า มันใช้งานได้ลำบาก ในภาวะที่วิกฤตินะครับ ยกตัวอย่างเช่น Cell Size นี่ ออกแบบให้มีผู้ใช้บริการอยู่ในเซลล์ไซซ์ประมาณ 500 คนนะครับ เราอาจจะเผื่อสัก 20 เปอร์เซ็นต์ ว่าถ้าเข้ามาที่ออกแบบไว้ 20 เปอร์เซ็นต์ก็ยังใช้งานได้นะครับ 600 คนนะครับ และเผอิญมีคนอยู่ในเซลล์ไซซ์นั้น 5,000 คน แน่นอนบริการต่าง ๆ มันก็ติดขัด ใช้งานไม่ได้ คำถามก็คือหากเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นนี่ อะไรจะเป็นบริการที่เราควรจะเลี้ยงให้ใช้งานได้อยู่ อีกตัวอย่างหนึ่ง กรณีไฟฟ้าดับ โครงข่ายโทรคมนาคม ทำงานด้วยไฟสำรอง ด้วยแบตเตอรี่ และแบตเตอรี่อยู่ได้ด้วยเวลาจำกัด ต้องทำงานอยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน อะไรควรจะเป็น Digital Service ที่เราเลี้ยงไว้ให้มันทำงานได้จนวินาทีสุดท้าย แน่นอนว่า เราพูดถึง เราพูดถึง net นะครับ นั่นก็คือผู้ใช้บริการจ่ายเงินค่าเน็ตมาแล้ว เขาก็ควรจะใช้บริการ Digital Service ได้อย่างเท่าเทียมนะครับ แต่ Net newtority นี่ เราพูดถึงปกติ ในภาวะวิกฤตนี่เหมือนเรือไททานิกล่มนะครนะครับ เรือชูชีพมีไม่พอให้ลง เราต้องพูด Priority ในอดีตนี่ Pri ority ของระบบมือถือนี่ เราใช้ voice เป็น Priority หลักนะครับ เราใช้หลักคิดแบบนี้มาตั้งแต่ยุค 2G นะครับ โครงข่ายมีปัญหา Voice จะเป็นโครงข่ายสุดท้ายที่เราเลี้ยงไว้วินาทีสุดท้ายนะครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าหลักคิดนี้ ยังใช้ได้ในยุคปัจจุบันหรือไม่ เราอาจจะต้องมองถึง ว่าอะไรคือ Priority ที่เราควรจจะต้องเลี้ยงไว้จนนาทีสุดท้าย อินเทอร์เน็ตควรจะเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนนะครับ แต่วันนี้นี่ ด้วยความง่ายในการเข้าถึง และความง่ายในการโอนเงินมันทำให้อินเทอร์เน็ตนี่เป็นที่ทำมาหากินของมิจฉาชีพนะครับ หน้าที่ของ Oparator และ Racurator นี่ เราต้องพยายามจัดการกับมิจฉาชีพเหล่านี้ ไม่ให้เข้ามาหลอกลวงประชาชน.นะครับ Speaker ทั้ง 3 ท่าน ที่พูดก่อนหน้าผมนี่ พูดถึง AI และแน่นอนครับ AI มันถูกใช้งาน ทั้งฝั่ง คนดี และคนชั่วนะครับ ในอีกไม่นานนี้ท่านจะพบว่ามิจฉาชีพใช้ AI เลียงเสียงลูกหลานของท่าน หรือเลียนเสียงคุณพ่อคุณแม่อย่างแนบเนียน และโทรมาหลอกท่านอย่างแนบเนียนมาก นะครับ AI นี่ถ้าถูกใช้ในทางที่ดีก็ดี ถ้าถูกใช้ในทางที่ไม่ดีนี่จะอันตรายมากนะครับ แต่แน่นอนครับ ไม่ใช่มีแค่มิจฉาชีพจะใช้ AI อยู่ฝ่ายเดียวนะครับ ฝั่งโอเปอร์เรเตอร์ก็ใช้ AI เช่นกัน ใน 1-3 ปีข้างหน้านี่ เราจะพบการสู้กันระหว่าง AI ของ operator กับ AI ของมิจฉาชีพนะครับ Operator จะแยกแยะมิจฉาชีพ แยกแยะการโทร SMS ต่าง ๆ ของมิจฉาชีพนี่ออกจากการโทรของลูกค้าทั่วไปนะครับ โดยอาศัยข้อมูลที่เรามีอยู่ในมือนะครับ เรื่องของพลังงาน Operator โทรศัพท์มือถือนี่เราเป็นลูกค้ารายใหญ่ของการไฟฟ้านะครับ การไฟฟ้า และรวมทั้งบริษัทแม่คือ Gruff นะครับ รักเรามากเลนะครับ เราลดการใช้ไฟไม่ได้ครับ ตราบใดที่ลูกค้ายังใช้ Data เพิ่มขึ้นทุกปีนะครับ ทุก ๆ กิกะไบต์มันอาศัยไฟฟ้านะครับ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือ เราสามารถที่จะพยายามใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดนะครับ เมื่อไรที่มีการใช้งาน data น้อยเราพยายามลดการใช้ไฟฟ้าของสถานีฐานลง เพราะเราไม่ต้องการให้เป็นผู้ที่ทำร้ายโลกของเรา โดยการปล่อยก๊าซเลือนกระจก นะครับ นอกจากเรื่องของการใช้ไฟฟ้านี่ อีกสิ่งหนึ่งที่ Operator มีส่วนทำให้เกิดการทำร้ายสิ่งแวดล้อมนี่ ก็คือการโพรโมตให้ลูกค้าเปลี่ยนมือถือทุกปี มือถือเก่านี่ มันก็กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งหนึ่งที่ operaคือพยายามให้ลูกค้านี่เอามือถือของเก่านี่มาแลกของใหม่ แล้วมือถืออันเก่ากลับไปรีไซเคิลนะครับ แต่ถ้ามันจะต้องถูกทิ้งจริง ๆ นี่ ก็มีบริการรับจำกัด e-Waste อย่างถูกวิธีนะครับ เป็นสิ่งที่นอกเหนือจาก infrastructure จะให้บริการ Digital Service แล้วนี่ จำเป็นต้องดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ และสิ่งประเด็นสุกท้ายที่ผมอยากจะเอ่ยถึงนะครับ คือ Digital Social Inclusion คือ การไม่ทิ้งผู้ด้อยโอกาสไว้เบื้องหลังนะครับ ซึ่งเวลาเราพูดถึงโซเชียล inclusion นี่เรามักจะนึกถึงผู้ด้ผู้ด้อยโอกาส ผู้มีรายได้น้อยนะครับ อีกสิ่งหนึ่งที่ลืมไปไม่ได้ ก็คือผู้ใช้บริการ มือถือ 2G นี่ เขาเข้าไม่ถึงบริกาเพราะว่ามือถือ 2G มัน Run แอปไม่ได้ บริการต่าง ๆ ที่ผมโชว์มาเมื่อกี้นี่ ไม่ว่าจจะเป็น Mobile Payment นะครับ บริการสั่งอาหารดิจิทัลต่าง ๆ นี่ ผู้ใช้บริการ 2G เข้าไม่ถึงครับ เขาผู้ทิ้งไว้เบื้องหลัง ดังนั้นนี่เราต้องมีแผนในการไมเกรดหรือย้ายผู้ใช้บริการ 2G นี่ขึ้นมาอยู่บนเทคโนโลยีที่มันใช้ Digital Service ได้นะครับ Digital Economy มันถึงจะเข้าถึงผู้ใช้บริการเหล่านั้น มาดู 3G บ้าง เราอาจจจะบอกว่า 3G มันใช้ Data ได้แล้ว แต่ที่จริงแล้วนี่ ถ้าเราพูดถึง iPhone กับแอนดอรยด์นะครับ iPhone 3G เลิกซัปพอรเราไม่พูดถึง มือถือแอนดรอย 3 G ทุกวันนี้นะครับ แอนดรอยที่รองรับ 3G นี่ แอป Mobile Banking ไม่รองรับแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น หมายความว่าผู้ใช้บริการ 3G ในวันนี้ วันนี้แอนดรอยเวอร์ชันเก่าลงไปแล้วที่จะใช้ moblie banking นะครับ เขาโอนเงินไม่ได้นะครับ เขาอาจจะเข้าอินเทอร์เน็ตได้ แต่เขาใช้ Mobile Banking ไม่ได้ และเขาใช้แอปอีกหลาย ๆ แอปไม่ได้ เพราะแอนดรอยด์ไม่รองรับแล้ว ดังนั้นนอกเหนือจากการ mugrate ลูกค้า 4G 5G นี่ 3G ก็จะต้องถูกตามมาเช่นกันนะครับ การให้บริการ Digital Service นี่ และทั้งหมดนี้ครับ เป็นสิ่งที่ผมอยากฝากไว้นะครับ และก็เป็นสิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ใน Keynote ว่าโทรคมนาคมนี่กำลังจะทุกวันนี้ได้เปลี่ยนจาก Voice Messaging นี่ กลายเป็น Digital Infrantของประเทศซึ่งก็จะเป็นรากฐานสำคัญของประเทศต่อไปขอบคุณครับ (คุณรังสิยา) ค่ะ Mr saran ด้วยนะคะ เรียนเชิญทุกท่านเลยนะคะ ช่วงเวลานี้นะคะ เดี๋ยวเราจะไปพักเบรกกลางวันกันสักครุ่หนึ่งนะคะ ที่ห้องอาหาร ทุกท่านได้เลยนะคะ เราจะกลับมาเจอกันในช่วงหรือว่า Session ที่ 2 ในช่วงเวลา 13.30 น. นะคะ สามารถกลับมาเจอกันได้ในห้องนี้นะคะ ภายในห้องนี้ค่ะ แล้วสำหรับท่านใดที่รับชมผ่านช่องทางออนไลน์ค่ะ เราจะกลับเวลาบ่ายโมง 30 นาทีนั่นเองค่ะ