มหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพทเจ้าคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ [เสียงดนตรี] (คุณอุรัสยาน์) สวัสดีค่ะ ท่านผู้ชมค้าโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่ง(คุณอุรัสยาน์) สวัสดีค่ะคุณผู้ชมคะ ประเทศไทย เขานำท่านผู้ชมทุกท่านมาอย่างพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังชม การถ่ายทอดสดพระราชพิธีบำเพ็ญ พระราชกุศลสวดพระอภิธรรม พระบรมศพสมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีคุณณิศารัช อมะรักษ์ และดิฉัน อุรัสยาน์ เพ็ชรสดศิลป์ ที่เป็นผู้บรรยายค่ะ ตามที่ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนีพันปีหลวง สวรรคตนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักจัดการพระบรมศพถวาย พระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังค่ะ โดยเมื่อวานนี้นะคะ วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้ถ่ายทอดสดขบวนรถยนต์หลวง เชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวังค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไปยังอาคารภูมิสิรินั่ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พระสงฆ์เชิญพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยขบวนรถยนต์หลวง เชิญพระบรมศพนั้น ประกอบด้วยรถยนต์ของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ ตามด้วยรถยนต์หลวง เชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และขบวนรถยนต์พระที่นั่ง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยเส้นทางขบวนอัญเชิญพระบรมศพนั้น เริ่มจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เดินไปทางถนนอังรีดูนังต์ ถนนพระราม 4ถนนพญาไท ถนนศรีอยุธยา ถนนราชดำเนิน เข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี ประตูวิมาณไชยศรี พระบรมมหาราชวัง โดยตลอดสองข้างทางนั้น มีประชาชนมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ร่วมถวายความอาลัย และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดเส้นทางค่ะ เมื่อรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ ถึงพระบรมมหาราชวังแล้ว คณะแพทย์และพยาบาลรอรับพระบรมศพ และเชิญพระท่านพยาบาลพระบรมศพลงจากรถยนต์หลวง เชิญพระบรมศพ ขึ้นพระที่ขึ้นพระที่นั่งพิมานรัตยา โดยมีเจ้าพนักงานภูษามาลากำกับค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ได้ถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวังเป็นการส่วนพระองค์ จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และพระตำรวจหลวงเชิญหีบพระบรมศพ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เชิญขึ้นประดิษฐานบนพระแท่นแว่นฟ้าทอง ประกอบพระโกศท้องใหญ่ภายใต้พระเศวตฉัตร 9 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องสูงหักทองขวาง มีชุมสาย ชั้นแทรก ต้นไม้ทองเงิน นำมุกตะวันตกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อประกอบพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพค่ะ (คุณอุรัสยาน์) ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนะคะ มีพระฉายาลักษณ์ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การประกอบ หน้าพระโกศพระบรมศพนะคะ ประดิษฐานภายพระที่นั่งดุสิตปราสาท กำหนดการสวดพระอภิธรรมประจำวันนะคะ ก็จะเริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. พิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยาม เวลา 10.00 น. นะคะ พิธีธรรมรับพระราชทานฉันเช้า เวลา 9:00 น. พิธีธรรมสวดพระอภิธรรมเวลา 11:00 น. พระอภิธรรมพระราชทานฉันเพล เวลา 12:00 น. พิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยาม เวลา 15:00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เวลา 18.00 น. ประโคมย่ำยาม เวลา 19.00 น. พิธีธรรม สวดพระอภิธรรม และในเวลา 21.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และโคมยามค่ะ รื่องของการประโคมย่ำยามนั้นนะคะ นอกจากเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศแล้ว ก็ยังถือเป็นเครื่องบอกเวลาแก่เจ้าพนักงาน ในการปฏิบัติงานค่ะ ซึ่งการประโคนี้นะคะอาจจะอาการย่ำยามในวัฒนธรรม อินเดียแต่โบราณค่ะ โดยกระทำทุก 3 ชั่วโมง เริ่มจาก 6.00 น จนถึง 2100 น นะคะรูปแบบการประชุมคนแน่นอนมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้วค่ะโดยใช้วงเครื่อง ซึ่งประกอบด้วยปี่ไฉน กลองชนะ และสังฆ์ และงจรต่อมาก็ได้การเพิ่มวงปี่พาทย์นางหงส์ ร่วมประชุมตั้งแต่ครั้งงานพระศรีบรมราชชนนี สงขลารอบ 2 บรมราชชนนีสงขลารอบ พระราชสมภพของสมเด็จ พระกนิษฐาธิราช เจ้ากรมสมเด็จพระเทพฯ ค่ะ การประโคมยยามตามลำดับเริ่มจากลำโพงเพลงสำหรับบทต่อด้วยวงปีกลองชนะวงเปิดโทษนะคะ กระทงเพลงพญาโศกลอยลม ดอยผ้าห่ม สำหรับพรุ่งนี้ 2 ครั้ง ก่อนที่วงปี่พาทย์ นางหงส์ จะประโคมเพลงเรื่องนางหงส์ ได้จากเพลงพราหมณ์เก็บหัวแหวน เพลงสาวถอดแหวน เพลงกระบอกทอง เพลงคู่แมลงวันทอง และเพลงแมลงวันทองค่ะ บรรเลงครบทั้ง 3 วง ถือว่าเสร็จการประโคมย่ำยาม 1 ครั้งค่ะ เครื่องวงปี่พาทย์ก็มีบทบาทสำคัญในการประโคมประกอบพิธีศพ อย่างมีแบบแผนของไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณแล้วนะคะ ก่อนที่ภายหลังจะหันมานิยมใช้วงปี่พาทย์มอญ ปัจจุบันพบเฉพาะในงานพระบรมศพ พระศพของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ค่ะ ซึ่งวงปี่พาทย์นางหงส์นี้ ก็จะเป็นการรำวงวงปี่พาทย์ธรรมดา มาร่วมกับวงบัวลอย โดยลดทอนเครื่องดนตรีของวงปี่พาทย์ คือ ปี่ใน ตะโพน และกลองทัดออกไป และลดทอนเหม่งในวงบัวลอยออกค่ะ ใช้แต่โมงในวงปี่พาทย์เท่านั้น ที่ใช้ชื่อว่าวงปี่พาทย์นางหงส์นั้น เนื่องจากสมัยโบราณนิยมใช้เพลงเรื่องนางหงส์ 2 ชั้น เพลงพรามหเก็บหัวแหวนนะคะเป็นหลักสำคัญในการบรรเลงและประโคมซึ่งมีน้ำเสียงสนุกสนาน เป็นการปลอบโยนจิตใจแก่ญาติผู้วายชนม์ ให้ผ่อนคลายจากความสูญเสีย อีกทั้งเป็นปริศนาธรรม ว่าในการเกิดย่อมมีการดับ และในการดับย่อมมก็ยังมีการเกิดเช่นกันค่ะ (คุณณิศารัช) ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พรุ่งนี้ค่ะ ก็ได้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่เสด็จออกว่าราชการ ต่อมาเมื่อพระบรมวงศ์ฝ่ายบนชั้นสูง ซึ่งประชาชนจึงทรงพระกรุณามาให้นำมา ตั้งเป็นสถานไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศล เล่าเรื่องที่ท่านผู้ชมเห็นอยู่นี้นะคะ พุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ถนนราชชนนีพันปีหลวง นะคะพระพุทธรูปปางรำพึงค่ะ ทรงมีพระราชทานสูงในการสร้างพระพุทธรูปนี้นะคะ เพื่อเป็นที่ระลึก ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2535 ค่ะ พระพุทธรูปนี้ ทำจากเงินแท้ 90 เปอร์เซ็นต์นะคะ และมีการเททองหล่อ ในวันที่ธนายนต์ พุทธศักราช 2535 พระพุทธรูปประจำพระราชวังของพระองค์นั้น มีความสูงจากฐานแปดเหลี่ยม ถุงพระบาทนะคะ ถึง 1 นิ้ว ความสูงจากฐานบัวคว่ำบัวหงายอีกนิ้ว รวมความสูงทั้งหมด ฝันถึงพระเกตุมาลา 9 นิ้วค่ะ พระพุทธรูปปางรำพึง เป็นการแสดงพระอิริยาบถของพระพุทธเจ้านะคะ ขณะทรงพิจารณา และครุ่นคิดถึงธรรมะอย่างลึกซึ้ง พระหัตถ์ทั้ง 2 ของพระองค์ ยกขึ้นประสานกันที่พระหรือว่าหน้าอกนะคะ ซเป็นสัญลักษณ์ของการคิดทบทวนหรือว่าพิจารณา โดยพระหัตถ์ขวา พระหัตถ์ซ้าย ในท่าทางที่สงบและเงียบสงบ ฉันต้องการเพลงตัว เพื่อแสดงธรรมที่สำคัญให้แก่สัตว์โลกค่ะ เหตุการณ์ที่นำไปสู่การสร้างพระพุทธรูปปางรำพึง เกิดขึ้นขณะที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขใต้ต้นไทรค่ะ พระองค์ทรงพิจารณา ว่าฉันที่พระองค์ได้ตรัสรู้นั้น มีความลึกซึ้งและซับซ้อนเกินไป ที่จะทำให้บุคคลธรรมดาที่เต็มไปด้วยกิเลส เข้าใจได้ง่าย ดังนั้น พระองค์จึงคิดว่าจะไม่แสดงธรรมต่อผู้ใด แต่ละพระทัยหนึ่งของพระองค์ก็เกิด ความรู้สึกมักน้อยว่าจะไม่แสดงธรรมต่อใครเลย ทำทุนอาราถนาถามว่าดีพรมสากลโลก ไม่ส่งเสียงผ่านถึงพระพุทธเจ้าค่ะ ทำให้พระองค์ทรงเสียพระทัย ได้กล่าวว่ายังมีสัตว์บางประเทศในโลกนี้ที่สามารถฟังธรรมของพระพุทธองค์และเข้าใจได้ ขอให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดชาวโลก พระพุทธเจ้าทรงตัวโตสัตว์ทั้งหลาย ด้วยพุทธจักษุ และพบว่าในโลกนี้ มีบุคคลที่มีความสามารถ ในการรับธรรมแตกต่างกันไปนะคะ เช่นเดียวกับการเกิดของดอกบัวในน้ำ ที่มีหลากหลายสถานะพระพุทธรูปปางรำพึง เป็นการแสดงให้เห็นถึงการพิจารณา และตัดสินใจของพระพุทธที่จะทรงแสดงธรรมเพื่อโปรดสัตว์โลก โดยมีพระอิริยาบถที่สงบ และมรความหมายโดยตรงค่ะ แต่ละรัชกาลของพระราชวงศ์จักรีนั้น ก็มีความสำคัญและเป็นสัญลักษณ์ แห่งความเป็นมงคลที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ โดยแต่ละรัชกาล ก็จะมีพระพุทธรูปพระชนมวารที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละพระพุทธรูป ก็จะประดิษฐาน ในสถานสถานที่สำคัญ เหมาะสมตามแต่ละช่วงเวลาค่ะ สำหรับในช่วงเวลานี้นะคะ ก็จะเป็นช่วงเวลาของพระพิธีธรรการยุติธรรมสวดพระอภิธรรมเวลา 18.00 นหลังจากนั้นก็จะเป็นการประโคมย่ำยาม 19:00 นพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมไลค์ 21.00 น ค่ะก็คือธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยามค่ะ ในส่วนของการถวายสักการะพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนักพระราชวังนะคะ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการเข้าถวายสักการะพระ บรมศพ พระนางเจ้าสิริกิติ์ ชัยนาทพระบรม ราชชนนีพันปีหลวง ดังนี้ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และศาลาสมาคมในพระบรมมหาราชวังทุกวันนะคะ ในเวลา 8:30 น. ถึง 16:00 น. เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 ในการนี้ได้จัดสมุทรหลวง ลงนามถวายความอาลัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย พระราชทานนะคะ พระบรมราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าเฝ้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระสน ครบ 5 วันทุกวันเวลา 9:00 นถนน ครบ 15 วัน ทุกวันเวลา 09:00 น ถึง 21:00 น. วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 และพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ราชสกุลคณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลสวด พระอภิธรรมพระบรมศพ ภายหลังจากการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 100 วันค่ะ ก็มีความต่างกัน ที่คติความเชื่อทางศาสนา และฐานันดรของผู้วายชนม์นะคะ ที่กำกับทำให้พิธีการและพฤติกรรมนั้น มีความแตกต่างกัน สิ่งที่เราอ่านนึกว่าเป็นอาภรณ์ อันหอมพิธีกรรม ออกทั้งหมดแล้ว พิธีทั้งสามัญชนและเจ้าร่วมกัน ก็คือความปรารถนาที่จะส่งดวงวิญญาณของผู้วายชนม์ ไปสู่ภพภูมิที่ดี นั่นก็คือสรวงสวรรค์ค่ะ ก็ว่าความเชื่อในศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธที่เปรียบพระมหากษัตริย์ เป็นดั่งอวตารภาค 1 ของเทพเจ้า หรือเป็นพระโพธิสัตว์ในร่างของมนุษย์ ผสมผสานกับความเชื่อในเรื่องความตายดั้งเดิม ของคนในภูมิภาคนี้นะคะ ทำให้งานพระบรมศพ และพระศพของเจ้านั้น ในการสร้างพระเมรุเพื่อให้พระองค์กลับคืนสู่สวรรค์พิภพ ต่างจากสามัญชนค่ะ ที่ยังคงต้องเวียนว่ายตายเกิด ในวัฏสงสารต่อไป ด้วยเหตุนี่เองนะคะทำให้พระราชพิธีและธรรมเนียมปฏิบัติของพระมหากษัตริย์ เต็มไปด้วยรายละเอียดและขั้นตอนมากมายค่ะ ถ้าหากจะพิจารณาในภาพรวมแล้ว สามารถแบ่งพระราชพิธีพระบรมศพ ออกได้เป็น 4 ส่วนหลัก คือ ส่วนแรกเป็นการจัดการเกี่ยวกับพระบรมศพ นับจัดการส่งน้ำจนถึงบรรจุลงในพระโกศ ส่วนที่ 2 ก็เป็นเรื่องของพิธีกิจกรรมต่างๆในระหว่างการตั้งพระบรมศพรายการปฏิบัติตนของผู้ที่มีชีวิต ส่วนที่ 3 ค่ะ เป็นเรื่องของกระบวนแห่พระบรมศพและงานพระเมรุ สุดท้ายส่วนที่ 4 เป็นการถวายพระเพลิง และพิธีกรรมที่เกิดขึ้น ภายหลังจากการถวายพระเพลิงแล้วค่ะ ส่วนแรกเรื่องของการจัดการเกี่ยวกับพระบรมศพนับจัดการสงฆ์น้ำจนถึงบรรจุโกศ เรื่องของการชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ เดินทางไปสู่ภพหน้ากูเป็นขั้นตอนแรกนะคะในการปฏิบัติต่อศพได้หลาย วัฒนธรรมของไทยการสรงน้ำพระบรมศพหรือว่าอาบน้ำศพนั้น จะปฏิบัติภายหลัง เมื่อพระมหากษัตริย์พระองค์นั้น หรือพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จกลับสู่สวรรคาลัย บ้างเชื่อว่าการอาบน้ำศพนั้น เป็นการชำระพระวรกายให้สะอาด ก่อนเดินทางไปยังพบหน้า หรือเตรียมตัวสำหรับไปไหว้พระจุฬามณีเจดีย์ค่ะ การอาบน้ำศพก็จะใช้น้ำร้อนก่อนแล้วตามด้วยน้ำเย็น การใช้ขมิ้นชันสดกับผิวมะกรูด ขัดสีให้ทั่วร่างกายอีกที จากนั้น จึงถวายพระสุคนธ์ หรือว่าเครื่องหอม และพระมหากษัตริย์ จะนำพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร สรงน้ำพระบาท หลังจากนั้น จึงทำการถวายศาลพระเกศา หรือว่าผมนะคะ โดยใช้ผ้าสั่งไม้ เมื่อเสร็จแล้วค่ะ จึงหักภาษานั้น ในระยะว่าเป็นปริศนาธรรม ว่าไม่ต้องความสวยงามอีกแล้ว เว่าค่าธรรมเนียมการหักนี้คงมาจากจีนเพื่อเป็นการตัดสายสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตายค่ะ สำหรับในปัจจุบัน มีสถานที่ส่งน้ำพระบรมศพนั้น ก็จะใช้พระที่นั่งพิมาน เชื่อมต่อกับรถกระสันพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทค่ะ จากนั้น ก็จะเป็นการถวายสักการะพระบรมศพ ก็คือการใส่เครื่องแต่งกายและมาตรา 3 สำหรับเครื่องพระมหากษัตริย์เครื่องแต่งกายและมัดตราสารสำหรับเครื่องพระมหากษัตริย์กรรมของพระมหากษัตริย์ตามโบราณราชประเพณี จะประกอบด้วยพระโพษาสายชั้นค่ะ เครื่องประดับหัวหน้าสำหรับไปที่พักตร์ และพระมาลา ซึ่งเป็นพระมหามงกุฎ มาถวายสุขกันเสร็จแล้ว จึงอัญเชิญพระบรมศพลงสู่พระโกศ เพื่อประดิษฐานบนพระแท่นสุวรรณเป็นกระโดน เบญจดลในพระที่นั่งดุสิต มหากาพย์ อาจจะมีพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ก้าน ท่าทางของพระบรมศพในพระองค์ประชุมวางในท่านั่งประนมก่อนค่ะ ทองจำหลักลาย มีชื่ออีกอย่างว่าพระสุพรรณมณฑล ฉลองพระพักตร์ มีหน้าที่ 10 ใบหน้า ของสอบเพื่อป้อง มิให้เห็นสิ่งที่บางควรค่ะ ว่าธรรมเนียมการปิดหน้าด้วยหน้ากากทองคำนี้ อันไหนอนุญาตทำจีนเช่นในสมัยราชวงศ์เขียวนะคะกับวัฒนธรรมนี้ ในอาณาจักรจามปาและชวาเช่นกันค่ะ บรรจุพระบรมศพพระเจ้านายชั้นสูง ได้เปลี่ยนมาเป็นการบรรจุลงหีบศพ ในงานพระบรมศพสมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนีพุทธศักราช 2530 ส่งผลทำให้ขั้นตอนการฝึกรำแบบดั้งเดิม พรพรรณทราบก็ลงไปแต่ยังไว้ซึ่งทำอย่างอื่น ได้แก่ การถวายซองพระสิงห์ การถวยแผ่นทองสำหรับปิดที่พัก ในขณะที่พัชดาให้มาวางไว้ ที่ค่าภาษีแทนกันสุวรรณ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรนั้น ได้เป็นที่ประดิษฐาน อยู่เบื้องหลังพระบรมศพค่ะ โดยตั้งอยู่บนพระแท่นพระขนาดย่อม พระโกศทางออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันนะคะ ก็คือพระโกศสำหรับทรงพระบรมศพ และพระโกศพระบรมอัฐทิ ทรงพระบรมศพพระบรมศพพระบรมศพ มี 2 ชั้นค่ะ ชั้นนอกไปไหว้พระรอง มาจากคำว่าลงนะคะ ทำจากไม้หุ้มทองปิดทอง จากชั้นในเรียกว่าพระโกศ คําว่า โกฏิแปลว่าเครื่องห่อหุ้ม หรือชอบค่ะ ทำด้วยโลหะปิดทองต่อนายนิยม เรียกพระรองทองใหญ่ทำให้เรียบคลองท้องใหญ่ว่าใหญ่ภาคนี้มักจะทำในช่วงปลายรัชกาลนะคะ ไม่ใช่ต้นรัชกาล เพราะถือว่าไม่เป็นมงคล และจะสร้างก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้นค่ะ สำหรับสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดให้สร้างขึ้นเป็นประสาทยกพื้นสูงรูปจตุรมุขนะคะ หลังคาทรงปราสาท 4 ชั้น ทั้ง 4 ด้าน ยกเว้นด้านหน้าจะมีมุขเด็ข เป็นมุขอีก 1 นะคะ ด้านหน้าเป็นฝ้าชั้นด้วยกันค่ะ ซึ่งแต่ละชั้นนั้นก็จะมุงด้วยกระเบื้องสีพื้นเขียว ส้มประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา และนาคเมือง แทนหางหงส์ พระบัญชร และพระชวาลจะมีซุ้มยอดมณฑปวงนั้น ก็จะมีมุขทั้ง 4 ทิศ เป็นไม้สำหรับลายลงรักปิดทองรูปพระนารายณ์ ทรงสุบรรณบนพื้นกระจกสีน้ำเงินล้อมรอบ ก้านเทพพนม ส่วนของมุกด้านใต้ของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น ก็จะเชื่อมต่อกับพระที่นั่งพิมานรัตยา โดยประสานนะคะ ส่วนรูปด้านทิศตะวันออก ก็จะมีทางเดินเชื่อมกับพระที่นั่ง อาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท และมุขด้านทิศตะวันตก มีทางเดินเชื่อมกับศาลาเปลื้องเครื่อง มีอัศจรรย์ทางขึ้น และที่นั่ง 2 ข้างมุขเด็ด และทางขึ้นด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ด้านละแห่งนะคะ ซึ่งสร้างเพิ่มเติมในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวค่ะ สะพานนอกเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศแล้ว ก็ยังมีเครื่องใช้ที่เกี่ยว กับพระบรมศพหรือพระศพที่สำคัญ ก็คือพระโกศ ได้แก่ พระโกศทองใหญ่ และพระโกศท้องน้อยตามลำดับนะคะ สำหรับพระศพพระบรมราชวงศ์ที่ดำรงพระอิสริยศักดิ์ ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า พระศพจัดส่งพระโกศทองน้อย แต่ถ้ารับราชการ หรือว่าทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ศาสนา ก็จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระโกศทองใหญ่ เป็นกรณีพิเศษค่ะ สำหรับพระโกศทองใหญ่นั้น เป็นพระโกศสำหรับทรงพระบรมพระบรมศพพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศ์ชั้นสูง ขึ้นกระเช้าฟ้าในการพระราชพิธีพระบรมศพ พระมหากษัตริย์จากนั้น มีธรรมเนียมการประดับด้วยดอกไม้เพชร คงคาบินที่ยอดพระโกศนะคะ ที่ชั้นกระจ่างสาพระโกศ ประดับดอกไม้เล็ก ๆ ที่เรียกว่า "ดอกไม้ไหว" ก่อนเด้อรอบระดับเพชรคู่เงิน ห้อยเป็นระยะทุกมุม จะประดับดอกไม้เพชร โดยรอบดอกไม้เอว ค่อยถวายพระราชอิสริยยศอย่างสูง แต่หากใช้พระโกศทองใหญ่ ทรงพระบรมศพก็จะลดทอนเครื่องประดับพระโกศลง ตามพระราชอิสริยยศค่ะ ใหญ่ทางเส้นไหน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อปีพุทธศักราช 2351 เพื่อเตรียมสำหรับการพระบรมศพ ของพระองค์เองค่ะ และก็ได้สร้างเพิ่มเติมขึ้น ในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 เนื่องจากองค์เดิมชำรุดเสียหายมากนะคะ เพราะผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน ซึ่งเรื่องของพระโกศนั้น มันก็มีเรื่องราวมากมายเลยนะ พี่น่าสนเป็นอย่างมากค่ะ ท่านผู้ชมคะ อย่างที่เรียนให้ทราบนะคะ ว่ากำหนดการสวดพระอภิธรรมประจำวัน มันก็จะมีชื่อในทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 น. ถึงเวลา 21:00 น. จะมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ในวันที่ 30 ตุลาคม และ 31 ตุลาคมนะคะ ราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 15 วัน ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 8 พฤศจิกายน และการพูดพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 5-10 วัน ในวันที่ 12 ธันวาคมและ 13 ธันวาคม 61 พระราชชนนีศรีสังวาลย์ 100 วัน ในวันที่ 31 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2568 ค่ะ 19:00 น. วันนี้ฟรีอีกครั้งหนึ่งนะคะ ซึ่งครบ 50 รหัสรวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถ่ายทอดสดพระเทพฯ ได้ติดตามชมกันค่ะ ช่วงเวลานี้ และคนในนามของโทรทัศน์ต้องการเฉพาะกิจ แห่งประเทศไทย ขอตัวลาไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ เฉพาะกิจแห่งประเทศไทยหรือส่งไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ