--- title: ฝึก PE ถ่ายทอดสด พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 27 ต.ค.68 (ภาคค่ำ) subtitle: date: วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ตามราชประเพณี ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยเมื่อวันนี้นะคะ วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ถ่ายทอดสดขบวนรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนีพันปีหลวง จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรณ์สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวังค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินี เสด็จไปโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปยังพระบรมมหาราชวังค่ะ โดยขบวนรถหลวงเชิญพระศพนั้น ประกอบด้วยรถยนต์ของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตามด้วยรถยนต์เชิญพรหลวงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระ บรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง รถยนต์พระที่นั่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีและพระบรมวงศานุวงศ์ เส้นทางขบวนเชิญพระบรมศพนั้น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยถนนอังรีดูนังต์ถนนพระราม 4 ถนนพญาไทย ถนนศรีอยุธยาถนนราชดำเนิน ประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ค่ะ โดยตลอดสองข้างทางนั้นมีประชาชนมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ร่วมถวายความอาลัย และน้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณตลอดเส้นทาง ซึ่งเมื่อรถยนต์เชิญพระบรมศพถึงยังพระบรมมหาราชวังแล้วนะคะ ที่นั่งพิมานรัตยา พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ได้ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวังเป็นการส่วนพระองค์ จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และพระตำรวจหลวง เชิญพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทขึ้นประดิษฐานบนพระแท่นประกอบพระโกศทองใหญ่ ภายใต้พระเศวตฉัตร 9 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่อง... มีชุมสายฉัตร 5 ชั้นฉัตร 7 ชั้นต้นไม้ของเงินตะวันตกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อประกอบพระราชพิธีีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพค่ะ // ท่านผู้ชมคะ สำหรับสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายหลังจากการเสด็จสวรรคต ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 ประเทศไทยธงชาตินั้นอยู่ในห้วงเวลาแห่งความอาลัยอย่างสุดซึ้งนะคะ สำนักพระราชวังได้เตรียมการประดิษฐานพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งอันทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์แห่งนี้ เป็นพระที่นั่งทรงไทยแท้องค์เดียวในกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งยังเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง เพื่อถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามพระราชประเพณีค่ะ // โดยปกติแล้วนะคะ การจัดพิธีบำเพ็ญกุศลในทางพระพุทธศาสนา ย่อมมีการจัดแต่งเครื่องบูชาพระรัตนตรัย ด้วยดอกไม้ ธูป เทียน เป็นหลักค่ะ แต่ถ้าเป็นพระราชพิธีพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ เครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย และเครื่องราชสักการะสำหรับพระบรมศพ ย่อมมีรายละเอียดปลีกย่อยที่วิจิตรมากกว่านะคะ เนื่องจากธรรมเนียมในราชสำนักพยานนั้นการจับเครื่องบูชาในพระราชพิธีมักจะต้องมีของครบ 4 อย่าง ก็คือเทียน ทูป ข้าวตอก และดอกไม้ค่ะ ซึ่งอาจจะมีต้นเค้ามาจากประเพณีในศาสนาพราหมณ์ โดยถือว่าเทียนเป็นเครื่องให้แสงสว่าง ธูปเป็นเครื่องดับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งสอง และดอกไม้เป็นเครื่องประทินให้มีกลิ่นหอมค่ะ การจัดเครื่องบูชาสำหรับพระราชพิธีของแบ่งได้เป็น 2 อย่างประสงค์นะคะ คือ ถ้าใช้บูชาพระรัตนตรัย เรียกว่า "เครื่องนมัสการ" แต่ถ้าใช้กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบรมอัฐิหรือพระบรมรูปมักเรียกว่า เครื่องราชสักการะค่ะ สำหรับการตั้งแต่เครื่องราชสักการะ และเครื่องสักการะการต่าง ๆ ในพระราชพิธีพระบรมศพ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้นะคะ ทองคำลงยาราชาวดีเ ป็นเครื่องขนาดกลางค่ะ ประกอบด้วยเชิงเทียนทองคำลงยาปักเทียนขี้ผึ้ง เชิงธูปทองคำลงยาปักธูปไม้ระกำ ผ่านทุ่งข้าวตอกทองคำลงยา ดอกไม้สดทองคำลงยา ของทุกอย่างในสำรับจัดไว้อย่างละ 5 ชิ้นเรียงเป็นระเบียบ ทั้งสำรับท้าวคุ้มออกทองคำลงยารองรับนะคะ เครื่องราชสักการะชุดนี้ทอดไว้ด้านหน้าพระแท่นสุวรรณเบญจดล ที่ประดิษฐานพระโกศ สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงจุด เพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพค่ะ ซึ่งจะต้องมีเครื่องทองน้อยอีกชุดหนึ่งด้วยนะคะ ซึ่งใช้จุดพร้อมกันเพื่อถวายราชสักการะพระบรมศพด้วย อย่างไรก็ดีค่ะหากเป็นการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลครั้งสำคัญตามรอบเวลา เช่น สัตตะสมวาร เป็นต้น ประธานในพระราชพิธีเพิ่งจะส่งจุดเครื่องราชสักการะทองคำลงยาราชาวดีนี้ได้นะคะ เนื่องจากถือว่าเป็นการเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระมหากษัตริย์ค่ะ นอกจากนั้นแล้วยังมีเครื่องทองน้อย ซึ่งเป็นเครื่องสักการะขนาดเล็ก ประกอบด้วยทองคำรองรับเชิงเทียนทองคำ 1 เชิงเทียนขี้ผึ้งทองคำ 1 เชิงปักธูปไม้ระกำและกรวยทองคำไม้ขนาดเล็ก 3 กรวยค่ะ โดยทั่วไปเรื่องของน้อย มักจะใช้สำหรับบูชาเฉพาะวัตถุนะคะ เช่น พระบรมเป็นต้นค่ะจริงของน้อยในพระราชพิธีพระบรมศพครั้งนี้มีหลายประเทศค่ะรูปแบบการตั้งแต่งที่ต่างกัน อย่างเช่น เครื่องทองน้อยทอด ข้างเครื่องราชสักการะทองคำลงยาราชาวดี ก็คือเรื่องของเราชุดนี้นะคะ ก็จะมีเชิงเทียนและเชิงธูปทำเป็นรูปหงส์ ซึ่งถือเป็นเครื่องทองน้อยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เครื่องทองน้อย สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ จะเครื่องทองน้อยทองคำ จำหลักลายดุลย์ไม่มีการลงยาค่ะ สูงลงรักปิดทองโดยหันส่วนที่เป็นกรวยดอกไม้ไปทางพระบรมศพเสมอนะคะ หากตั้งแต่งถวายพระราชวงศ์ผู้ใหญ่ฝ่ายหน้า ก็จะทอดเครื่องทองน้อยไว้ทางด้านขวาของโต๊ะเครื่องราชสักการะ แต่ถ้าหากตั้งแต่งพระราชวงศ์ฝ่ายใน เครื่องทองน้อยข้างซ้ายของโต๊ะเครื่องราชสักการะค่ะ เครื่องทองน้อยของพระบรมศพทรงธรรม จะมีลักษณะคล้ายกับสำรับที่พระบรมวงศานุวงศ์ทางด้านซ้ายของโต๊ะเครื่องราชสักการะ โดยเครื่องทองน้อยชุดนี้นะคะ จะหันดอกไม้ไปทางตะวันออกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อันเป็นที่ตั้งธรรมมาศ และ อันนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่พระบรมศพทรงใช้เพื่อบูชาพระธรรม ดังนั้น เมื่อมีการแสดงพระธรรมเทศนา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระบรมวงศานุวงศ์เป็นประธานการบำเพ็ญพระราชกุศลในวันนั้น จะส่งเป็นผู้จุดเครื่องทองน้อยชุดนี้ ถวายแทนพระบรมศพพระค่ะ นอกจากนั้นแล้วจะมีเครื่องนมัสการพานทอง 2 ชั้น ซึ่งเป็นเครื่องนมัสการขนาดกลาง องค์ประกอบโดยรวมทองคำลงยาราชาวดีที่กล่าวไว้ข้างต้นค่ะ แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างไป เช่น พานพุ่มข้าวตอกและพานพุ่มดอกไม้สดเป็นทองคำสลักลาย 2 ชิ้นวางซ้อนกันเป็นต้นเป็นเพื่อนมัสการสำหรับพระมหากษัตริย์องค์บูชาพระพุทธรูปพระราชพิธีใหญ่ที่สุดในเขตพระราชฐานเท่านั้นนะคะ ในพระราชพิธีพระบรมศพการถอดเครื่องนมัสการพานทอง 2 ชั้น ที่ด้านหน้าพระแท่นราชบัลลังก์ประดับมุข โดยมีธรรมเนียมปฏิบัติสำคัญ คือ มีเพียงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้นที่ทรงใช้เครื่องนมัสการพานทอง 2 ชั้น เพื่อบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารได้ค่ะ สำหรับเครื่องนมัสการกระบะถมเครื่องนะคะสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร เครื่องบูชา มีเชิงเทียนเทียนขี้ผึ้ง เชิงพูดปักธูปไม้ระกำ พานข้าวตอกและทานดอกไม้ ตั้งการเตือนพรุ่งนี้จะทอดอยู่บนโต๊ะตัวเล็ก ทางด้านซ้ายของโต๊ะเครื่องกรรมการพานทอง 2 ชั้นเสมอค่ะ ส่วนเครื่องทรงธรรมสำรับใหญ่นั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องใช้บูชาพระธรรมในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลที่มีหมายกำหนดให้การแต่งกายเต็มยศหรือครึ่งยศเท่านั้นนะคะ โดยจะทอดไว้เบื้องหน้าพระอาสน์สำหรับทรงจุด เมื่อทรงสดับพระธรรมเทศนา เครื่องนมัสการชุดนี้เป็นเครื่องพิเศษค่ะ ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 นะคะ โดยมีการผสมผสานทั้งเครื่องบูชาแบบไทย ผสมแบบจีนและแบบยุโรปไว้ในสำรับเดียวกัน ประกอบด้วยของหลายอย่างค่ะ อาทิ พานทองคำทรงบานกว้างแบบจานเชิงขนาดใหญ่ สำหรับรองรับเชิงเทียนทองคำปักเทียนขี้ผึ้ง 2 เชิง กระถางธูปใบเล็ก 1 ใบ เป็นต้น ของทั้งหมดที่กล่าวมานี้นะคะจะ จัดเรียงไว้บนโต๊ะเท้าสิงห์โลหะสลักลายมังกรแบบจีน ซึ่งจะมีเชิงเทียนโลหะสีทองแบบยุโรป อยู่ข้างโต๊ะเท้าสีนี้ค่ะ เชิงเทียนทำเป็นรูปต้นปาล์ม มีกิ่งแยกสำหรับปักเทียนขี้ผึ้ง ตัวฐานเชิงเทียนก็จะทำเป็นรูปช้างสีทองยืนที่โคนต้นปาล์ม และมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ค่ะ ส่วนเครื่องบูชากระบะมุก ก็จะเป็นเครื่องนมัสการขนาดเล็กนะคะ ที่ตั้งแต่งไว้สำหรับบูชาหน้าหีบพระธรรมประจำเตียงพระอภิธรรมเสมอ ซึ่งภายในกระบะก็จะมีเครื่องบูชาที่เป็นเครื่องแก้วทั้งชุด มีเชิงเทียนแก้วเชิงทุบแก้วสะพานแก้วใส่พุ่มดอกไม้สดค่ะ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือพระบรมวงศานุวงศ์ ผู้ทรงเป็นประธานเสด็จมาในการบำเพ็ญพระราชกุศลแต่ละครั้ง จะเสด็จมาส่งจุดเครื่องกระบะมุขนี้ ก่อนที่พระพิธีธรรมจะเริ่มสวดพระอภิธรรมเสมอ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเดียวกันนะคะ กับงานศพสามัญชนค่ะ ที่เจ้าภาพจะจุดเทียนหน้าหีบพระธรรม ก่อนจะมีการสวดพระอภิธรรมนั่นเองค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) สำหรับกำหนดการสวดพระอภิธรรมประจำวันนะคะ ก็จะเริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยาม เวลา 07.00 น. พระพิธีธรรมทำรับพระราชทานฉันเช้า จากนั้นเวลา 9.00 น พิธีธรรมสวดพระอภิธรรมเวลา เวลา 11.00 น. พระพิธีธรรมรับพระราชทานฉันเพล และในเวลา 12.00 น พิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยาม เวลา 15.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เวลา 18.00 น. ประโคมย้ำยามในเวลาเวลา 19:00 น พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและเวลา 20.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยามค่ะ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีพื้นที่สำหรับพิธีสงฆ์ด้วยนะคะ เมื่อสักครู่จะเห็นว่าอยู่ทางด้านซ้ายมือที่หน้าจอโทรทัศน์นะคะ ซึ่งพื้นที่สำหรับพระสงฆ์นั้น ก็จะประกอบไปด้วยเป็นพื้นที่ที่จะจัดไว้สำหรับพระสงฆ์ ก็จะมีการจัดเตรียมให้พร้อมตลอดเวลานะคะ เนื่องจากต้องมีพระพิธีธรรมและสวดพระอภิธรรมตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืนค่ะ อีกทั้งการบำเพ็ญพระราชกุศลประจำวัน ก็มีการสลับปกรณ์เสมอตลอดช่วง 100 วันแรกนะคะ ถ้าหากเป็นพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลครั้งสำคัญตามรอบเวลา เช่น สมวารสถานเมื่อวาน เป็นต้น ก็จะมีการสวดพระพุทธมนต์ และแสดงพระธรรมเทศนาอีกด้วย สิ่งสำคัญที่เตรียมไว้สำหรับพิธีสงฆ์ก็จะมีเรื่องอาสน์สงฆ์นะคะส่งมันก็จะมีการปูลาดผ้าขาวเอาไว้เสมอเมื่อมีการบำเพ็ญพระราชกุศลเจ้าพนักงานก็จะนิมนต์พระราชาคณะขึ้นนั่ง ที่อาสสงฆ์นะคะ เพื่อนสวดพระพุทธมนต์สดับปกรณ์โดยมีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ประจำที่หัวอาจส่งด้านที่ติดกับทำมาก ก็คือพานผ่านพระมหากฐินนะคะจะมีจำนวน 2 ชุดเหตุที่เรียกผ่านพระมหากฐินก็มาจากธรรมเนียมเดิมค่ะที่เคยใช้เพื่อวางผ้าไตร แต่ในพระราชพิธีพระบรมศพจะใช้พานนี้รองรับผ้าผืนยาวพับทบไหวนะ นะคะ ที่เรียกว่าพระภูษาโยงนั่นเองค่ะ ที่ท่านผู้ชมเห็นอยู่นี้ก็จะเป็นท่านพระพิธีธรรมนะคะ ซึ่งลักษณะเป็นแท่งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำด้วยไม้แกะสลักลงลักปิดทองประดับกระจกค่ะ พื้นที่ภายในก็จะปูลาดผ้าขาวนี่มันเองแล้วก็ตั้งหีบพระธรรมพร้อมทั้งพัดแฉกนะคะในช่วง 100 วันแรก ขอการประดิษฐานพระบรมศพพอจะมีพระพิธีธรรม 2 สำรับ สำรับละ 4 รูป ค่ะ ขึ้นนั่งประจำบนแท่นนี้ทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อสวดพระอภิธรรมทั้งกลางวันและกลางคืนนะคะ โดยจะมีเวรสลับผลัดเปลี่ยนกันตามเวลาค่ะ พระพิธีธรรมที่จะขึ้นมานั่งประจำบนแท่นดังกล่าวนี้นะคะ เทียบโดยง่ายก็คือพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติหน้าที่สวดพระอภิธรรมสำหรับงานศพนั่นเองค่ะ แต่ว่าแตกต่างจากงานศพสามัญชนโดยทั่วไปคือพระพิธีธรรมต้องเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการฝึกหัดสวดพระอภิธรรมทํานองหลวงนะคะ เป็นการเฉพาะ ซึ่งไม่เหมือนการสวดพระอภิธรรมงานศพทั่วไปค่ะ รูปแบบการสวดทํานองหลวงดังกล่าวจะมีถึง 4 ทำนองด้วยนะคะ ในปัจจุบัน พระพิธีธรรมผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพระราชพิธีพระบรมศพ จะมาจากพระอารามหลวง 10 แห่ง คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดสุทัศน์สุทัศนเทพวราราม วัดจักรวรรดิราชาวาส วัดสระเกศ วัดระฆังโฆสิตาราม วัดประยุรวงศาวาส วัดอนงคาราม วัดราชสิทธาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร ค่ะ โดยพระพิธีธรรมจะเริ่มต้นสวดนะคะ เมื่อพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงเป็นประธานในพิธีการวันนั้น เสด็จมาทรงเครื่องบูชาประมุขและทรงกลมที่หน้าหีบพระธรรมแล้วซึ่งขณะสวดทํานองหลวงนั้นวิธีทำแต่ละรูปก็จะถึงพระพิธีธรรม ถือตาลปัตรทรงหน้านางที่มีสีสันต่าง ๆ เฉพาะตัวด้วยเสมอค่ะ โดยสีพัดที่แตกต่างกันนั้น ก็จะเป็นการแบ่งตามระดับความรู้เปรียญของพระพิธีธรรมแต่รูปค่ะ // ค่ะ ซึ่งพระพิธีธรรมนะคะ ก็หมายถึงพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาที่มีความรู้ความสามารถในการที่จะประกอบพิธีต่าง ๆ ทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะเกี่ยวกับการสวดนะคะ ในงานพระราชพิธีต่าง ๆ แต่เดิมนั้นพระสงฆ์ดังกล่าวนั้นจะปฏิบัติเกี่ยวกับพิธีต่าง ๆ ได้แก่ การทำหน้าที่สวดอาฏานาฏิยะสูตร ในการพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์นะคะ ซึ่งในปัจจุบันพระราชพิธีดังกล่าวก็ได้ถูกยกเลิกไป แล้ว คงเหลืออยู่แต่ในงานศาสนพิธีของท้องถิ่นนะคะ ที่เรียกกันว่าสวดภาณยักษ์ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่สวนจตุรประเวศค่ะ คือ การสวดพระปริตรที่หอศาสตราคมในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงทำหน้าที่สวดพระอภิธรรมใ นการศพครั้งที่เป็นงานหลวงงาน ในพระบรมราชานุเคราะห์ พระราชานุเคราะห์ และพระอนุเคราะห์ค่ะ รวมทั้งสิ้นทำหน้าที่ในการสวดในการพิธีมงคล อย่างเช่น การสวดในพิธีพุทธาภิเษก เทวาภิเษก หรือมังคลาภิเษก เป็นต้นค่ะ ในปัจจุบันนะคะ พระพิธีธรรมนั้นก็คือสมณศักดิ์ประเภทหนึ่งนะคะ ซึ่งพระมหากษักรุณาโปรดเกล้าจากวัดที่เป็นพระอาราม หลวงเป็นส่วนมากค่ะ ซึ่งทางวัดก็จะแต่งตั้งวัดละ 1 สำรับ พระ 4 รูปนะคะ เป็นพระพิธีธรรม เพื่อประโยชน์ในการบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ อย่างเช่น การสวดพระอภิธรรมในงานพระบรมศพพระศพหรือศพในพระบรมราชานุเคราะห์ สวดอาฏานาฏิยะสูตรในพระราชพิธีสงคราม เป็นต้นค่ะ นอกจากนี้นะคะ พระพิธีธรรมนั้นยังต้องไปสวนจตุรเวทย์ ที่หอศาสตราคมในพระบรมพระบรมมหาราชวัง ในทุกวันพระ เวียนกันไปวัดละ 1 เดือนอีกด้วยค่ะ // สำหรับบทบาลีที่พระสวดนะคะ นับว่าเป็นบทพระธรรมจริง ๆ และเป็นภาษาอินเดียโบราณ ซึ่งยากต่อการสื่อความหมายสำหรับบุคคลผู้ไม่มีพื้นฐานความรู้ในด้านนี้นะคะ บทพระธรรมที่ใช้สวดนั้น ได้แก่ พระอภิธรรม 7 บท หรือว่า 7 คัมภีร์ค่ะ ประกอบด้วยบทธัมมสังคณี ว่าด้วยธรรมที่รวมเป็นหมวดหมู่ แล้วแยกเป็นธรรม เป็นกุศลธรรม เป็นอกุศลนะคะ แลธรรมเป็นอพญากิจ หรือว่าทำที่ไม่เป็นกุศล ไม่เป็นอกุศล และทำที่ไม่เป็นทั้งกุศลและอกุศลค่ะ 2. ก็คือบทวิภังค์ ว่าด้วยทำที่แยกเป็นข้อ ๆ เช่น ขันธ์ 5 แยกออกเป็นรูปเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ 3. ก็คือบทธาตุกถาค่ะ ว่าด้วยธรรมจัดระเบียบความสัมพันธ์ โดยถือธาตุเป็นหลักนะคะ เช่น ธรรมที่สงเคราะห์เป็นหมวดกันได้และไม่ได้ พระกะถามาด้วย บัญญัติ 6 ชนิด แสดงรายละเอียดเฉพาะบัญญัติอันเกี่ยวกับบุคคลค่ะ บทที่ 5 ก็คือบทกถาวัตถุ ว่าด้วยคำถามคำตอบในหลักธรรมประมาณ 219 หัวข้อ เพื่อถือเป็นหลักในการตัดสินพระธรรมค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีค่ะ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิตมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนะคะ โดยรถยนต์พระที่นั่งได้เทียบประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตปราสาท ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภาค่ะ ซึ่งพระที่นั่งราชกรัณยสภานั้น เป็นพระที่นั่ง 2 ชั้นนะคะ ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาทค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จขึ้นทางบันไดมุกประสานมิตรพระที่นั่งพิมานรัตยาค่ะ ซึ่งเป็นพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ได้ถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นการส่วนพระองค์เมื่อวานนี้นะคะ ในขณะนี้ทุกพระองค์เสด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านพระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทอง 2 ชั้น บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรค่ะ ทรงกราบ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวข้าราชการ ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทนะคะ ไปที่หน้าพระแท่นเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกและด้านตะวันตกค่ะ ณ มุกเหนือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุก ที่หน้าพระแท่นเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าค่ะ หมอ (ผู้บรรยายหญิง) เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพครบ 4 จบแล้วนะคะ เจ้าพนักงานจะนิมนต์พระราชาคณะ 1 รูป มีการถวายอดิเรกและพระพิธีธรรมที่ทำอภิธรรม 8 รูป นั่งยังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้วค่ะ [เสียงบทสวดมนต์] (ผู้บรรยายหญิง) พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมครบ 4 จบแล้วนะคะ ซึ่งโดยทั่วไปการนั่งสวดพระอภิธรรมก็จะนั่งตามลำดับเป็นแถวเรียงหน้ากระดาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่นะคะ ซึ่งอาจจะต้องนั่งหันหน้าเข้าหากันโดยทั่วไปก็จะมี 2 แบบด้วยกัน ก็คือการนั่งตามลำดับสีพัดนะคะ คือ สีเหลืองสำหรับหัวหน้าแม่คู่รูปที่ 1 สีแดงสำหรับแม่คู่รูปที่ 2 สีน้ำเงินสำหรับแม่คู่รูปที่ 1 สีเขียวสำหรับคู่รูปที่ 2 ค่ะ หรือว่าการนั่งสวดมนต์บนสร้างหรือว่าเตียง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังนะคะ ก็จะมีสีน้ำเงิน สำหรับเคียงแม่คู่รูปที่ 1 สีเหลืองสำหรับหัวหน้าแม่คู่รูปที่ 1 สีแดงสำหรับแม่คู่รูปที่ 2 สีเขียวสำหรับเคียงแม่คู่รูปที่ 2 ค่ะ สีเหลืองและสีแดงจะนั่งตรงกลาง ส่วนสีน้ำเงินและสีเขียวนั่งขนาบขวาซ้ายค่ะโดยในวัน นี้พระพิธีธรรมที่สวดพระอภิธรรมนะคะ ประกอบด้วยพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ประกอบด้วยพระครูวิบูลศาสนกิจจาทร พระครูพิพิธธรรมภาณ พระมหานพไกร จิตตะทันโต พระพระครูใบฎีกาบัณฑิต บัณฑิตจิตโต และพระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาส ประกอบด้วยพระมหานิรันดร์สุริยะเมธี พระมหาวุฒิชัยวชิรปัญโญ พระมหาธีรวุฒิธีรวุฒโฑ และพระมหาวรวุฒิวรวินยู ค่ะ พนักงานนะคะได้นิมนต์พระราชาคณะหนึ่งรูปที่ถวายอดิเรกและพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 8 รูป ที่ได้กล่าวรายงานไปเมื่อสักครู่นี้นะคะ ขึ้นมาบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และมาายังอาสค่ะเห็นอยู่นี้เป็นเสาบัวนะคะ ซึ่งเป็นเสาร์ที่รองรับภาพพระภูษาโยง จะใช้ทั้งหมด 5 เสาค่ะ เรียงฝั่งเดียวกันหมด การที่จะกำหนดว่าใช้เสากี่เสานั้นก็ดูตามขนาดของสถานที่นะคะ ซึ่งขนาดสถานที่ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนี้ ใช้เสาบัว 5 เสาก็เหมาะสมค่ะ ขณะนี้เจ้าพนักงานพระราชพิธีได้เชิญพระภูษาโยงจากเบื้องหน้าพระแท่นสุวรรณเบญจดล สอดเชื่อมปลายกับพระภูษาโยงอีกด้านหนึ่งนะคะ ที่บริเวณอาสน์สงฆ์ (ผู้บรรยายหญิง) พระภูษาโยงนะคะ ก็คือแถบผ้านะคะ ที่ใช้สำหรับสดัปปกรณ์หรือว่าบังสกุลค่ะ แทนการใช้สายศิลนะคะ เป็นลักษณะของภูษาโยงนั้นก็จะทำด้วยภาพทาสีทองหรือสีเงินมีความกว้างหลายขนาดความยาวนั้นก็แล้วแต่ความต้องการใช้ค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินจากพระนะคะ มายังบริเวณด้านหน้าพระสงฆ์ ส่งทอดผ้าสดัปปกรณ์ถวายพระสงฆ์ค่ะ ประกอบด้วยพระเทพวชิระภินันท์ วัดบวรนิเวศวิหารวิบูลย์ศาสนกิจ พระครูพิพิธธรรมภาณ พระมหานพไกร พระครูใบฎีกา บัณฑิต บัณฑิต วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และพระมหานิรันดร์ สุริยเมธี พระมหาวุฒิชัยธีรปัญโญพระมหาธีรวุฒิธีรวุฒิโทพระมหาวรวุฒิวรวิญญู จากวัดจักรวรรดิ... วัดจักรวรรดิราชาวาส ค่ะ อีกสักครู่พระสงฆ์สดับปกรณ์ค่ะ เพลงแมว (ผู้บรรยายหญิง) ที่เสร็จสิ้นไปเมื่อในขณะที่พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงหลั่งทักษิโณทกค่ะ หลังจากนั้นพระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทค่ะ การสดับปกรณ์นั้นเป็นที่เป็นที่เข้าใจโดยทั่วไปนะคะ ก็หมายถึงการบังสกุล ใช้กับพระศพเจ้านาย แต่หากพิจารณาจากการเขียนคำนี้ทั้งในภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตนะคะ พบว่ามีความหมายคืออุปกรณ์ทั้ง 7 อภิธรรม 7 คัมภีร์ค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนะคะ เสด็จพระราชดำเนินกราบที่หน้าเครื่องนมัสการพระแท่นพระนพมหาเศวตฉัตร จากนั้นสเด็จราชดำเนินไปที่หน้าพระบรมพระโกศค่ะ ทรงกราบ ในเรื่องของการสวดพระธรรมนะคะ ในพิธีหลวงนั้นจะไม่มีการอาราธนานะคะ เมื่อจุดธูปเทียนเครื่องบูชาที่กระบะเครื่อง 5 หน้าตู้พระธรรม แล้วก็เริ่มสวดได้เลย ในเรื่องของการสวดพระพิธีธรรมนั้น ในสมัยรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ค่ะ ก็ได้โปรดให้ตั้งพระพิธีธรรมประจำวันนะคะ ที่เป็นพระอารามหลวง 12 วัด วัดพระศรีรูปเรียกว่า 1 สำรับ ในฝั่งธนบุรีให้วัดราชสิทธารามเป็นวัดต้น สำหรับจังหวัดธนบุรีนะคะ ซึ่งปัจจุบันได้รวมเป็นเขตปกครองของกรุงเทพฯ แล้ว ฝั่งพระนคร ก็ให้วัดราชบูรณะเป็นหวัดต้น ซึ่งวัดต้นทั้งวัดนี้เรียกขานในหมู่นักสวดและนักฟังทั่วไปว่าสำหรับราชครูค่ะ อันมีความหมายว่า ท่วงทำนองในการตรวจทุกวรรคทุกตอนที่เป็นของเดิม มาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา ได้รักษาไว้อย่างครบถ้วนทุกประการ มาในรัชสมัยแห่งรัชกาลที่ 4 ส่งให้อยู่พระพิธีธรรมวัดราชบูรณะนะคะ ทรงให้ตั้งพระพิธีธรรมวัดบวรนิเวศวิหารขึ้นแทน ถึงกระนั้นก็มิได้ทรงโปรดให้อาราธนาพระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหารไปสวดในงานพระศพ หรืองานศพที่อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์มาจนกระทั่งปัจจุบันนี้แต่อย่างใดค่ะ ในปีพุทธศักราช 2551 ในการบำเพ็ญพระราชกุศลกำหนด 100 วัน พระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้า กัลยาณิวัฒนากรม หลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงนี้รับสั่งให้นิมนต์พระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหารมาสวดในการนี้ด้วยนะคะ ซึ่งหน้าที่ของพระพิธีธรรมที่ทรงโปรดแต่งตั้งขึ้นไว้นั้น สำหรับสวดพระบรมศพ พระศพของบรรดาเจ้านายที่เสด็จสวรรคต องคต สิ้นพระชนม์ และสิ้นชีพิตักษัย แม้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณ หมายถึงแก่อสัญกรรมอนิจกรรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานบำเพ็ญกุศล อุทิศให้มีผ้าไตรสดับปกรณ์ปากโกศ พิธีสวดมาติกาบังสุกุลเนื่องด้วยเมื่อแรกนำศพลงบรรจุไว้ในโกศแล้ว ปัจจุบันค่ะคำว่า "สดับปกรณ์" นี้ใช้เฉพาะเจ้านายนะคะ และโปรดให้มีพระพิธีธรรมประจำสร้างสวด มีกำหนดวันตามลำดับยศ และตำแหน่งสำหรับพระสงฆ์ที่จะเข้าไปสวดพระบรมศพและพระสงฆ์เป็นต้นนั้น ก็จะต้องนิมนต์เฉพาะพระพิธีธรรม ตามพระพระอารมหลวงต่าง ๆ ให้ผลัดเปลี่ยนหมุนกันเวียนกันสวดค่ะ ซึ่งในปัจจุบันก็วัดที่มีพระพิธีธรรมเหลือ ก็มีเพียงแค่ 10 วัดเท่านั้นนะคะ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร วัดสุทัศนเทพวรารามวัดราชสิทธาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดสระเกศ วัดจักรวรรดิราชาวาส วัดระฆังโฆสิตาราม วัดประยุรวงศาวาส และวัดอนงคารามค่ะ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ลงทางบันไดมุกกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยาค่ะ เพื่อเสด็จไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง ที่ประตูกำแพงแก้ว ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภา เพื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตค่ะ สำหรับกำหนดการสวดพระอภิธรรมประจำวันนะคะ ก็จะเริ่มขึ้นในช่วงเวลา 6.00 น. ของทุกวันนะคะ โดยช่วงเวลา 6.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประคบย่ำยาม 7.00 น พระอภิธรรมรับพระราชทานฉันเช้า 9.00 น พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 1111.00 น. พระอภิธรรมพระราชทานฉันเพล 12.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยาม15.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 18.00 น. 19.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและเวลา 21.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยามค่ะ สำหรับการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมพระบรมมหาราชวังในช่วงเวลานี้ ได้ดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายแล้วค่ะ // ในช่วงนี้นะ คคณะทำงานในนามของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย คุณณิษารัตร เพ็ชรสดศิลป์ าพบรรยายภาพภาษาอังกฤษร้อยเอ็ดนายแพทย์ยงยุทธมัยลาภต้องเข้าหน้าฉันส่งไปก่อนสวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ