(ผู้บรรยายชาย) สวัสดีครับท่านผู้ชม โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ขอเชิญทุกท่านรับชมการถ่ายทอดสดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาศกัลยาณี ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยในวันนี้ผู้บรรยายพากย์ภาษาไทยได้แก่ คุณสิริเสาวภา เอกเอี่ยมสิน คุณอารยา สุขวิเศษ แล้วก็มีลักษณะขอบเขตสำหรับผู้บรรยายพากย์ภาษาอังกฤษได้แก่ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ ท่านผู้ชมสามารถรับฟังภาษาอังกฤษได้หากโทรทัศน์ของท่านมีระบบเสียง 2 ภาษา นอกจากนี้ ยังสามารถรับฟังผ่านเว็บไซต์ที่ prdee.prd.go.th และ Facebook NBT World ของกรมประชาสัมพันธ์ สำหรับกำหนดการสวดพระอภิธรรมประจำวันจะเริ่มในเวลา 06.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยามวันนี้เวลา 6.50 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการนี้พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคลและท่านผู้หญิงพลอยไพลินเจนเซ่น เฝ้าทูลละอองพระบาทเสด็จ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม รับพระราชทานฉันเช้า ซึ่งเป็นพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหารในทำนองสรภัญญะ และวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร ในทำนอง โอกาสนี้ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงคมแล้วทรงประเคนปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมทรงหลั่งทักษิโณทก และทรงคม จากนั้นเวลา 11.04 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้า ฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ราชกัญญา เสด็จไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ทรงเป็นประธานในพิธีพระพิธีธรรมที่ราชกัญญาเสด็จไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังทรงเป็นประธานในพิธีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รับพระราชทานภัตตาหารเพล ซึ่งเป็นพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร 4 รูป และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหารสีรูปพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสวดประจำทั้งกลางวันกลางคืนรับพระราชทานภัตตาหารเช้าและเพลกำหนด 100 วัน หรือตามกำหนดไว้สำหรับการสวดพระอภิธรรมเป็นการนำเอาพระอภิธรรมในพระอภิธรรมปิฎกมาสวด เพราะคำสอนในพระอภิธรรมนั้นล้วนเป็นคำสอนเพื่อให้คนที่มีชีวิตอยู่ในชีวิตอยู่ ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท เป็นการบำเพ็ญกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับ ทั้งยังเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและจารีตประเพณีอีกส่วนหนึ่ง โดยยึดตามแนวทางที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปฏิบัติในคราวเสด็จไปเทศนาพระอภิธรรม โปรดพระพุทธมารดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นหลักปฏิบัติ ซึ่งถือกันว่าเป็นบุญกุศลอันใหญ่หลวง วันนี้เป็นวันแรกของพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารครบ 7 วันการสวรรคตสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งกำหนดแบ่งออกเป็น 2 วันนะคะ คือวันนี้และวันพรุ่งนี้ โดยสาระหลักของพระในวันนี้เป็นการสวดพระพุทธมนต์และพระสงฆ์ถวายพระธรรมเทศนากัน 1 และจะมีการสวดธรรมคาถา นอกจากนี้ยังมีพระสงฆ์สดับปกรณ์ด้วยค่ะ และสายวันรุ่งขึ้นพระสงฆ์ที่จบแล้วทั้งหมดในเย็นพระราชทานฉันเพล สมเด็จพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนาอีกกันหนึ่งพระสงฆ์ 4 รูปสวดธรรมะคาถาสดับปกรณ์ 93 รูป พระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รับผ้าไตรค่ะบริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในตอนนี้นะคะ มีบรรดาผู้ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จพร้อมกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้แล้วนะคะ ซึ่งมีทั้งที่อยู่บริเวณด้านนอก แล้วก็ที่อยู่ในภาพด้วยพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วย สำหรับด้านบนนั้นเป็นที่นั่งของบรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่มีตำแหน่งเฝ้าบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ส่วนด้านล่างเป็นที่นั่งเฝ้าของข้าราชการทุกกระทรวงที่มีกำหนดเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในวันนี้ค่ะ สำหรับหมายกำหนดการในวันนี้ สำนักพระราชวังได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมพิธีแต่งกายชุดเครื่องแบบเต็มยศไว้ทุกข์ สายสะพายมหาจักรีบรมราชวงศ์หรือสายสะพายมงกุฎอุทัยค่ะ (ผู้บรรยายชาย) และภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้านมุกทิศติดด้านตะวันตกและกลับเป็นที่ประดิษฐานพระโกศสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงครับ ครับนี่เป็นบรรยากาศในภายนอกเมื่อสักครู่นี้นะครับ สำหรับผู้ที่มารอเฝ้าละอองธุลีพระบาท ที่ท่านผู้ชมเห็นอยู่นี้ นะครับ เป็นภาพภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมุขด้านทิศตะวันตก เป็นที่ประดิษฐานพระโกศสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้พระนพปฎดลมหาเศวตฉัตรกลับรายการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระบรมศพลงสู่พระหีบและเป็นสถานหลังพระแท่นสุวรรณเป็นตนเบญจดล ประกอบด้วยพระโกศทองใหญ่ภายใต้พระเศวตฉัตร 9 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องสูงฉัตรทองขวางมีชุมสายฉัตร 5 ชั้น วางแตกและต้นไม้ทองเงินนะมุกตะวันตกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งเป็นสถานที่อันทรงคุณค่าทางพระราชพิธี พระโกศทองใหญ่หรือจะเรียกว่าพระรองทองใหญ่ เป็นประโยชน์สำหรับทรงพระบรมศพหรือประกอบพระบรมราชอิสริยยศพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ และพระศพของพระบรมวงศ์ชั้นสูง หรือเป็นโกศที่มีลำดับยศสูงสุดในราชสำนักไทย พระโกศทองใหญ่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อปีมะโรง จุลศักราช 1172 ตรงกับพุทธศักราช 2351 ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รื้อทองที่หุ้มพระโกศกุดันมาใช้ในการสร้างพระโกศทองใหญ่ พระโกศทำจากไม้แกะสลักทรงแปดเหลี่ยมมุมทองคำตลอดองค์และมีฝายอดมงกุฎอันวิจิตรงดงามตะกรุดทองใหญ่ จึงกลายเป็นแบบแผนแห่งราชประเพณีที่ใช้สำหรับพระบรมศพของพระมหากษัตริย์แล้วพระศพของพระบรมวงศ์ผู้ทรงได้รับพระราชทานพระอิสริยยศสูงสุด เช่น สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระยุพราช สมเด็จพระบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้าที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเป็นพิเศษ พระโกศทองใหญ่ทั้ง 3 องค์องค์แรกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช องค์ที่ 2 ตั้งขึ้นในรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระวรวงศ์เธอกรมหมื่นปราบปรปักษ์ รองเสนาบดีกระทรวงวัง ผู้บัญชาการกรมช่างสิบหมู่สร้างขึ้นใหม่ เรียกว่า "พระโกศทองใหญ่รัชกาลที่ 5" หรือพระรองทองใหญ่รัชกาลที่ 5 องค์ที่ 3 สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 9 โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นเนื่องจากตะกรุดทองใหญ่องค์เดิมทั้ง 2 องค์ชำรุดทรุดโทรมจากกาลเวลา () ที่เห็นในขณะนี้นะคะเป็นการตั้งแต่งภายในประเทศนั่งดุสิตมหาปราสาทบริเวณด้านตะวันตกคือประโยชน์ที่เชิญออกเอกสารในครั้งนี้จะพระโกศทองใหญ่ที่ได้กล่าวไปแล้วนะว่าสร้างขึ้นมา 3 คราวด้วยในการประกาศอย่างครบถ้วนทั้งปวงดอกไม้ไหวดอกไม้เอว ตามพระราชจริยวัตรโครงสร้างประกวดล้านภายในเป็นไม้นะคะหุ้มทองคำประดับรัตนชาติสีขาว เบื้องบนสุดเป็นพุ่มเฟื้องค่ะ เป็นเครื่องยอดชั้นบนสุดของพระโกศกลับมาเป็นครั้งก็ต่างหากพระโกศประดับดอกไม้เพชรเรียกว่าดอกไม้ไหว พระโกศรอบนั้นห้อยภู่เพชรที่ออกก่อนนั้นประดับดอกไม้เพชรเรียกว่า "ดอกไม้เอว" บริเวณบ้านรองประธานสุบรรณ จะโดนตั้งเครื่องสูงสำหรับพระราชอิสริยยศและมีทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ยืนยามถวายพระเกียรติยศหมู่ละ 1 นายค่ะ บนพระแท่นสุวรรณแต่งจะโดนไปประดิษฐานอยู่บนพระธาตุทองทรายอีกทีหนึ่ง และทรงประดับพระท่านสุบรรณด้วยสุวรรณชาดศักดิ์กันดาร ลำดับที่ ของประกวดนั้นด้านหน้าประดับพระภูษาโยง เพื่อทอดลงมาอย่างกระทันทองทรายและที่ฐานมีรูปหน้าการขายพระหลายองค์อยู่นะคะ จากนั้นพระภูษาโยงไปยังผ่านพานพระมหากฐินอยู่บนเสาบัวกลุ่ม รองรับพระภูษาโยงไว้เพื่อที่เพื่อที่จะสอดเชื่อมโยงกัน สำหรับความหมายของหน้าการที่ประดับไว้บริเวณฐานนั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งกาลเวลา มีความหมายถึงเวลาซึ่งเป็นสิ่งที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งแม้กระทั่งตนเอง รูปทรงเป็นใบหน้ายักษ์พลสิงห์ที่ดูน่าเกรงขามค่ะ ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพในครั้งนี้นะคะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ถวายพระเศวตฉัตร 9 ชั้น กางกั้นพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทค่ะ สำหรับความหมายของพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรนั้น ถือเป็นสัญลักษณ์สูงสุดแห่งพระบรมราชชนีอิสริยยศที่ในหลวง รัชกาลที่ 10 ถวายพระเกียรติยศสูงสุดสูงสุด และเป็นการแสดงพระกตัญญูต่อพระราชมารดา ผู้ทรงพระคุณต่อทั้งส่วนพระองค์ และต่อแผ่นดินไทยอีกด้วยค่ะ สัญลักษณ์สูงสุดแห่งพระบรมราชอิสริยยศนั้น หรือพระนพดลมหาเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น เรียกสั้น ๆ ว่า "พระมหาเศวตฉัตร" คือเครื่องสูงที่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศและเป็นความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์แห่งประเทศไทยค่ะ ความหมายของพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระนั้นคือคำนำหน้าแสดงความย่อง นพ แปลว่า 9 ปฎล แปลว่า ชั้น รวมกันคือ 9 ชั้น มหา- แปลว่าใหญ่ถึงความยิ่งใหญ่แปลว่าขาวนะคะ ฉัตร คือ ร่มซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ดังนั้น โดยรวมจึงหมายถึง ฉัตรสีขาว 9 ชั้นอันยิ่งใหญ่ ลักษณะของพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เป็นฉัตร 9 ชั้น ทำด้วยผ้าขาวมีระบายทองแผนงวดซ้อนกัน 3 ชั้น ห้อยอุบะจำปาทองยอดรูปแหลมทรงเจดีย์จัดเป็นเครื่องสูงประเภทหนึ่ง และเป็นเครื่องราชการตะกรุดพัน 1 ใน 5 ของเครื่องหมายแห่งความเป็นพระราชาที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด สำหรับความสำคัญและความเกี่ยวข้องเครื่องหมายสูงสุดแห่งพระมหากษัตริย์พระนพปฎลมหาเศวตฉัตรนั้นถือเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่สำคัญที่สุด และเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ตามพระราชประเพณี ซึ่งจะทรงได้รับพระราชทานและกางกั้นเหนือพระที่นั่งในพระบรมราชาภิเษกเท่านั้น พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ จะยังไม่ทรงได้รับการยอมรับอย่างสมบูรณ์จนกว่าจะได้ผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและประทับภายในพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรค่ะ สำหรับที่ประดิษฐานในสถานที่สำคัญนั้น ฉัตร 9 ชั้นนี้จะประดิษฐานอยู่เหนือพระแท่นราชลังก์หรือพระแท่นที่ประทับในพระที่นั่งสำคัญสำคัญของพระบรมมหาราชวังและพระราชทานอื่น ๆ แสดงถึงพระราชอำนาจ และพระบรมเดชานุภาพที่แผ่ไพศาลไปทั่วทุกทิศ เช่น เหนือพระภัทรบิฐ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณที่ประทับพระเครื่องราชกกุธภัณฑ์ในพระราชหพิธีบรมราชาภิเษก เหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน เนื้อพระแท่นราชบรรจถรณ์หรือที่บรรทม ในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน สำหรับความเชื่อเปรียบเสมือนศูนย์กลางจักรวาลนั้น ตามคติโบราณ ฉัตรนั้นถือเป็นของสูงที่เปรียบเสมือนสวรรค์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมแห่งจักรวาล การที่ฉัตรมีชั้นลดหลั่นกันถึง 9 ชั้น ในขณะที่ฉัตรสำหรับพระราชวงศ์ชั้นอื่น ๆ มี 7 ชั้นหรือ 5 ชั้น เป็นการสื่อถึงพระราชฐานะอันสูงส่งกว่าเหนือกว่าบุคคลอื่นใดในแผ่นดิน เรื่องของความศักดิ์สิทธิ์และการสืบทอดนะคะ ตามธรรมเนียมโบราณจะไม่มีการลดพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรลงจากที่ประดิษฐานโดยเด็ดขาด เว้นแต่เมื่อมีการเปลี่ยนแผ่นดินหรือมีเหตุจำเป็นในการบูรณะปฏิสังขรณ์เท่านั้นและเมื่อนำกลับไปตั้งที่เดิมก็ต้องทำเป็นพิธี มีฤกษ์และสมโภช แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์และบทบาทในการสืบทอดราชประเพณีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งนี้การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อัญเชิญพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น มาถวายกางกั้นพระบรมโกศพระบรสมเด็จพระนางเจ้าสิริพระบรมราชินีนาถ ระบรมราชชนนีพันปีหลวงณพระที่นั่งดุสิตหาปราสาทมีความหมายสำคัญ 3 ประการค่ะ ประการแรกพระเกียรติยศสูงสุดเทียบเท่ากับโดยปกติฉัตร 9 ชั้นเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์สูงสุด ที่ใช้เฉพาะสำหรับพระมหากษัตริย์ที่ผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเท่านั้น การถวายนี้จึงเป็นการยกย่องและถวายพระเกียรติยศสูงสุดแด่พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ในฐานะแม่แห่งแผ่นดิน และผู้ทรงคุณูปการอย่างยิ่งต่อชาติ นอกจากนั้นยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความพระกตัญญุตาเป็นการแสดงออกถึงพระกตัญญุตาและพระราชศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อพระราชมารดา แล้วยังมีความหมายทางคติ ฉัตร 9 ชั้น คือสัญลักษณ์ของจักรวาลและสวรรค์ตามคติโบราณ ซึ่งหมายถึงพระบารมีอันยิ่งใหญ่ และสถานะอันสูงส่งเหนือกว่าบุคคลใด ๆ ในแผ่นดินนั่นเองค่ะ (ผู้บรรยายชาย) ครับ ท่านผู้ชมเห็นรับชมอยู่ ณ ขณะนี้นะครับ คือภาพที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังครับ พระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จะสร้างขึ้นในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ วันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2535 ลักษณะเป็นพระพุทธรูปยืนครองจีวรห่มเฉียงผ้าสังฆาฏิสงครามประสานไว้ที่พระอุระแสดงปางรำพึงสื่อความหมายถึงวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง คือ วันศุกร์ ทำจากเงินแท้ 96 เปอร์เซ็นต์ ขนาดความสูงจากฐานแปดเหลี่ยมฐานบัว 1 นิ้ว ความสูงจัดฐานบัวคว่ำ บัวหงาย 1 นิ้ว รวมความสูงทั้งหมดจากฐานถึงยอดพระรัศมีเปลว 9 นิ้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีหล่อพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พุทธศักราช 2535 และทรงประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระพุทธรูปประจำพระชนมวารในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2535 ภายหลังจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อัญเชิญพระพุทธรูปประจำพระชนมวารองค์นี้รายการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยสืบมา (ผู้บรรยายหญิง) นอกจากพระพุทธรูปประจำพระชนมวารแล้วนะคะ พระแท่นนพฎลมหาเศวตฉัตร วัดราชบัลลังก์ประดับมุกที่ไว้ปิดสถานพระพุทธรูปองค์นี้ก็นับว่ามีความสำคัญมากนะคะ พระแท่นองค์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 การตกแต่งพระแท่นพระแท่นเขาพระสุเมรุดังเห็นได้จากประดับด้วยสิ่งที่ชั้นล่างรูปสิ่งแบบแบบและเทพพนมตามลำดับค่ะ นี้มีต้นไม้ทองตั้งอยู่อย่างละคู่เป็นสัญลักษณ์ของต้นไม้ในป่าหิมพานต์เชิงเขาพระสุเมรุ และเหนือพระแท่นราชบัลลังก์นี้นี้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตรการกั้นดังนั้นเมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จขึ้นประทับแล้วก็ฉันกำลังนี้ก็เปรียบเสมือนทรงเป็นพระอินทร์ผู้เป็นราชาแห่งทวยเทพ ผู้สถิตอยู่เหนือยอดเขาพระสุเมรุนั่นเองค่ะ เป็นความสำคัญของพระแท่นพระบรมสาริกธาตุนะคะ ราชบัลลังก์ประดับมุกที่ไว้เป็นสถานพระพุทธรูปประจำพระชนมวารค่ะ สำหรับบัญชีพระสงฆ์นะคะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 7 วัน พระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันนี้นะคะ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้แก่ สมเด็จพระสังฆราช จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม พระพรหมดิลก วัดสามพระยา พระพรหมโมลี วัดปากน้ำ พระพรหมสิทธิ วัดสระเกศ พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส พระพรหมวชิรปัญญาจารย์ วัดราชโอรสาราม พระพรหมกวี วัดกัลยาณมิตร พระพรหมเสนาบดี วัดปทุมคงคา พระพรหมวชิรมุนี วัดสุทัศน์เทพ พระพรหมวชิรมุนี วัดสุทัศนเทพวรารามพระพรหมมุนีวัดศรีมหาธาตุ พระพรหมวชิรากร วัดราชผาติการาม พระพรหมวชิรเมธี จากวัดอรุณราชวราราม พระพรหมวชิรญาณ วัดบพิตรพิมุข พระพรหมวชิรญาณดม จากวัดโมลีโลกกะยาราม พระพรหมวชิรวิมลมุนี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระพรหมวชิรธีราจารย์ จากวัดวัดปากน้ำ พระพรหมวชิรรังษี จากวัดบวรนิเวศวิหาร พระพรหมวชิรวิมล วัดบวรนิเวศวิหาร พระพรหมวชิรอาจารย์ วัดอาวุธวิกสิตาราม พระพรหมวชิราธร วัดเทวราชกุญชร พระธรรมกิตติเมธี วัดราชาธิวาส พระธรรมรัตนาภรณ์ วัดเขียนเขต จังหวัดปทุมธานี พระธรรมะชิราธิบดี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พระธรรมวชิระนายก วัดราชบูรณะ พระธรรมวชิรคุณ วัดบรมนิวาส พระธรรมวชิโรดม วัดสังเวชวิศยาราม พระธรรมวชิรญาณโสภณ วัดบวรนิเวศวิหาร และพระธรรมวชิระจินดาพร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามค่ะ ส่วนพระที่ถวายพระธรรมเทศนาในวันนี้ ได้แก่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ได้แก่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และพระสวดรับเทศน์ ได้แก่ พระครูปลัดสุวัฒนธีรคุณวัดบวรนิเวศวิหาร พระมหายุทธนาธีรยุทธโท วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระเกรียงศักดิ์ กิตติปัญโญ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และพระมหาโอภาสภัตอัตถะลัทโธจาก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามค่ะ ท่านผู้ชมคะ การบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อครบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน พิธีกรรมจะปฏิบัติเหมือนกัน คือ การสวดมนต์ แสดงพระธรรมเทศนา 1 วัน ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์และสดับปกรณ์การบำเพ็ญพระราชกุศลตามระยะเวลาดังกล่าวในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทา กุมารีรัตน์ โปรดเกล้าฯ เป็นพระราชกุศลต่อไปทุก 7 วัน พระราชทานเพลิงแบบภายนอกขนาดนี้นะคะ อิทธิพลมาจากพิธีกงเต็กของจีน และของยวนค่ะ การบำเพ็ญพระราชกุศลที่ได้รับอิทธิพลมาจากพิธีกงเต็กของจีนและยวนในจำนวนรอบดังกล่าวนั้นมีคำเรียกเป็นภาษามคธอย่างนี้นะคะการพระราชพิธี 7 วัน เรียกว่าการพระราชกุศล การพระราชพิธี 7 วัน เรียกว่า "การพัฒนากุศลสตมวาร" ซึ่ง สัตตมา แปลว่าที่ 7 กราบพระราชกุศล 15 วัน เรียกว่า การพระราชกุศลปัญญาสมวาร ซึ่งแปลว่าที่ 15 ศาลพระราชกุศล 50 วันเรียกว่า "การพระราชกุศลปัญญาสมวาร" ซึ่งปัญญาสม แปลว่าที่ 50 การพระกุศล 100 วัน เรียกว่าป่านการพระราชกุศลสตมวาร ซึ่งศรัทธามะแปลว่าว่าที่ 100 ค่ะ เมื่อบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วันแล้วเรียกว่าการการปิดพระศพ เรียกว่า "ไม่ต้องบำเพ็ญพระราชกุศลทุกวัน" โดยหลังจากนั้นจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทำทุกๆอย่างวันหรือไม่ก็แล้วแต่จะส่งกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมค่ะ ครับ โดยในวันหลังจากที่เสร็จพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารถวายพระบรมสัตตมวาร ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเวลา 18.00 น. แล้วนะครับ ยังมีกำหนดการสวดพระอภิธรรมประจำวัน ในเวลา 19.00 น. และในเวลา 21.00 น. ครับ [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายหญิง) เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จราชดำเนินหมายถึงพระบรมมหาราชวังนะคะ รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภา ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพตัวอย่างบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี หลังจากนั้นจะเสด็จขึ้นทางบันไดมุกกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยาเสด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านพระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จนะคะ ตัวอย่างที่ไปสถานพระโกศค่ะ ในขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เดราชดำเนินขึ้นทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยาค่ะ สำหรับคำว่า "มุขกระสัน" นั้นนะคะ เป็นบริเวณที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร 2 หลังนะคะ ซึ่งถือว่าเป็นศัพท์โบราณ บางท่านอาจจะไม่คุ้นเคยกับคำนี้ เมื่อเสด็จออกจากที่นั่งดุสิตมหาปราสาทผ่านพระบรมวงศานุวงศ์ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่้ก่อนแล้ว ซึ่งทางด้านทิศใต้ของประสาทนั้นเป็นที่ประทับของพระบรมวงศ์ฝ่ายในนะคะ อยู่ทางทิศใต้ค่ะ ซึ่ง ณ ที่นั้นมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ประทับยืนรอหน้าพระราชอาสน์นะคะ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัคราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารีราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดีพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ประทับยืน ณ พระที่นั่งอัมพรไพลินเจนเซ่น และท่านผู้หญิงเก้าอี้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จค่ะ สำหรับหมายกำหนดการภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในวันนี้นะคะ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ แล้วนะคะ พระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาหน้าพระโกศเช่นเดียวกันค่ะ เจ้าพนักงานประโคมสังข์แตรงอนแต่ฝรั่งตีกลองชนะปี่พาทย์นะคะ กองเกียรติยศ พระบรมศพถวายความเคารพและดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีค่ะ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดีและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศค่ะ หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพานทอง 2 ชั้น บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรแล้วทรงกราบ พระปริตรนะคะพระสงฆ์ 30 รูปสวดพระพุทธมนต์ เมื่อจบแล้วถวายอดิเรก และถวายพระพรลา จากนั้นเจ้าพนักงานจะได้นิมนต์พระมหาวีรวงศ์ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ที่จะเป็นผู้ถวายพระธรรมเทศนาขึ้นนั่งยังทำมากนะคะ จากนั้นพระสงฆ์ 4 รูปสวดธรรมกถาธรรมะคาถาก็จะขึ้นนั่งยังอาจส่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานให้เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่โต๊ะข้างธรรมมาศค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี จะได้เสด็จพระราชดำเนินนะคะ ขึ้นยังบริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยเสด็จขึ้นทางบันไดมุกกะสันค่ะ กองทหารเกียรติยศ เตรียม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (ผู้บรรยายชาย) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีเอกราชพระราชปฏิสันถารกับพระบรมศานุวงศ์ที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระดำเนินไปทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จไปวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศ [เสียงดนตรี] (ผู้บรรยายชาย) ซึ่ง ณ ขณะนั้นนะครับ ครับ ซึ่ง ณ ขณะนั้นเจ้าพนักงานประโคมสังข์แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่กลองชนะปี่พาทย์ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ ทรงกราบ พระบาทสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชีนี จุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารองและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีประทับยืนหน้าพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพานทอง 2 ชั้น บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ (ผู้บรรยายหญิง) ลำดับนี้นะคะ เจ้าหน้าที่จะได้อราธนาพระปริตรพระสงฆ์ 30 รูปสวดพระพุทธมนต์ (พระพิธีธรรม) สวัสดียามเย็นจ้ายามเดินทางราตรียาวนางสาธุจ้าพระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์นะคะ ซึ่งบทเจริญพระพุทธมนต์จำนวน 10 บทนั้น ได้แก่ บทสวดบูชาไตรสรณคมน์ พระโตปมคาถาอะริยะธะนะคาถา บทขัดธัมมนิยามสูต รธัมมะนิยามะสุตตัง ติลักขณาทิคาถา ปฏิจจสมุปปาฐกถาพุทธะอุทานะคาถา ภัทเทกะรัตตะคาถา และบทภะวะตุสัพพะมังคะลัง [เสียงบทสวดมนต์] (ผู้บรรยายหญิง) หลังจากที่พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ 30 รูปนะคะ จบแล้ว ถวายอดิเรกถวาย พระพรลาค่ะ จำนวน 3 บท ด้วยกันก็ คือบทถวายอดิเรก 2 พระองค์ และก็คำถวายลาค่ะ ลำดับนี้นะคะเจ้าพนักงานนิมนต์สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ อัตถชิโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งเจ้าพนักงานนะคะ จะได้นิมนต์พระสงฆ์ทั้ง 30 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์เมื่อสักครู่นี้ ได้ลงจากพระที่นั่งนะคะ ซึ่งพระสงฆ์ทั้ง 30 รูปนั้น มีประจำอยู่นะ ณ มุกทางทิศใต้ และมุกด้านทิศตะวันออกค่ะ งานสถานที่อันไหนที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้นค่อนข้างที่จะจำกัดนะคะ ด้านหนึ่งไม่สามารถที่จะรองรับพระสงฆ์ทั้ง 30 รูปได้ จึงต้องมีการวางอาศรมนะคะ เป็นมุมฉาก รูปแรกนะคะ ที่ลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท คือ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกนะคะ นอกจากนั้นนะคะ นอกจากนั้นนะคะ สมเด็จพระพุฒาจารย์จากวัดวัดไตรมิตรวิทยารามค่ะ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม พระพรหมดิลกวัดสามพระยารัฐมนตรีจากวัดปากน้ำ พระพรหมสิทธิ จากวัดสระเกศพระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาสนะคะ พระพรหมวชิรปัญญาจารย์จากวัดราชโอรสารามค่ะ และพระพรหมกวีจากวัดกัลยาณมิตร พระพรหมเสนาบดีจากวัดปทุมคงคาค่ะ พระพรหมวชิรญาณมุนี พระพรหมวชิรกร วัดราชผาติการาม พระพรหมวชิรเมธี วัดอรุณราชวราราม พระพรหมวชิรญาณอนุวัฒน์ วัดบพิตรพิมุข พระพรหมวชิรดม จากวัดโมลีโลกกะยาราม วัดวิมลมุนี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระพรหมวชิรธีจาราม วัดปากน้ำ พระพรหมวชิรรังษี วัดบวรนิเวศวิหาร พระพรหมวชิรหม่อน วัดบวรนิเวศวิหาร พระวัดสุทัศน์อาจารย์ วัดอาวุธเอกสิทธิ์อาราม พระพรหมวชิรธร วัดเทวเทวราชกุญชรพระธรรมติเมธี จากวัดราชาธิวาส พระธรรมรัตนาภรณ์ วัดเขียนเขต จังหวัดปทุมธานีค่ะ พระธรรมวชิราธิบดี จากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามพระธรรมวชิรนายก จากวัดราชบูรณะ พระธัมมชโยรคุณ จากวัดบรมนิวาส พระธรรมวชิโรดมจากวัดสังเวชวิศยารามนะคะ พระธรรมวชิรญาณโสภณจากวัดนิเวศวิหารและพระธรรมวชิระจินดาพรจากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามค่ะ เจ้าพนักงานพระราชพิธีได้นิมนต์สมเด็จพระมหาวีรวงศ์อาชิโน่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามที่จะถวายพระธรรมเทศนาและพระสงฆ์ 4 รูปธรรมกถาขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆนะคะที่เจ้าพนักงานประโคมสังข์แตรสำหรับบทวงปี่พาทย์บรรเลงเพลงสาธุการค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เจ้าพนักงานราชพิธีตั้งที่โต๊ะข้าง พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะได้ทรงพระราชดำเนินจุดเครื่องทองน้อยที่หน้าพระสงฆ์สำหรับพระบรมศพทรงทำด้วยนะคะ ทุติยัมปิ