[เสียงบทสวดมนต์] ขอพระพร เจริญศิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล คนจนอำเภอสุขทุกประการจงมี แด่สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารและพระองค์สมเด็จพระปรเมนทรมหาราชาธิราชเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ บัดนี้ จากรับพระราชทานถวายวิสัชนา ในอรรถกถาทานะคาถา พระคุณอันดับพระปัญญาบารมี พระราชทานถวายวิสัชนาไป ไม่ต้องตามหาอธิบายในพระธรรมเทศนาบทใดบทหนึ่งก็ดี ขอเดชะพระเมตตาคุณ พระกรุณาคุณ พระขันติคุณ 4 คน ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานอภัยแก่อาตมะผู้สติปัญญาน้อย ขอถวายพระพร [เสียงบทสวดมนต์] (สมเด็จพระมหาวีรวงศ์) บัดนี้ จะรับพระราชทานถวายวิสัชนา พระธรรมเทศนา อรรถกถานาคะทานะคาถามเกษตรอันดับปัญญาบารมี อนุโลมพระราชกุศล บุญญราศรี ทักษิณา นุปทานกฤกษณ์ ซึ่งสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภพพระเจ้า ผู้ทรงพระอันประเสริฐ ทรงบำเพ็ญอุทิศถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ เนื่องในสตมวารแห่งการเสด็จสวรรคต เป็นไปตามนัยยะที่สมเด็จพระบรม อนุศาสน์ว่า กตเวทิตา ความกตัญญูกตเวที เป็นพื้นภูมิของคนดี ด้วยเหตุที่สมเด็จบรมบพิตร สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตล่วงลับไป ย่อมยังให้เกิดความว้าเหว่อ้างว้างใจของชนทั่วหน้า เพราะพระองค์ทรงเป็นเทพพนารี ผู้ปราณีต่อประชาชน ดังมารดาถนอมเลี้ยงบุตร ทรงประพฤติธรรมะตามพระบรมพุทโธ ว่าสมพระราชฐานะสมมติเทพ ควรเป็นที่เคารพสักการะบูชาของชนทุกชั้น ดังนี้ เพื่อให้ให้กรณียะอันเนื่องในพระบรมศพ สมเด็จเป็นทักษิณาทานอย่างดี สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ จึงทรงนำพระบรมวงศานุวงศ์ เฝ้าฝ่าละอองธุลีพระบาท และราษฎรให้มีจิตสโมถรในธรรมะ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามลำดับวัน อันเป็นเครื่องเพิ่มพูนพระบารมี ตักเตือนพระราชหฤทัยให้ทรงบำเพ็ญสถานะธรรม สมมาปฏิบัติ คุณสมบัติอาจจะเป็นที่ตั้งแห่งมนุษย์ นำสาธุชนให้ได้ชื่อว่าสามารถธำรงไว้ ซึ่งคุณาลังการโดยสมควร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชสมภพมายังโลกนี้ เมื่อคาบ 93 ปีกร เพื่อยังความเกษมสุขชนนีกรเป็นอันมาก ในยามที่ทรงพากเพียร ประคับประคองสุขพยนต์ให้เพิ่มพูน ในยามทุกข์ เกื้อกูลกรุบกรอบ และดำเนินพระราโชบายขยายพระราชกรณียกิจ ไปบำบัดบำรุงให้การพระองค์เสด็จสถิต สมเด็จพระอัครมเหสี ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนากาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร และในที่มารดาแห่งประชาชาติไทย พร้อมด้วยพระราชอิสริยยศ พระราชอิสริยศักดิ์ แต่ทรงมิส่งมัวเมาลุ่มหลงในพระราชลาภ กลับทรงเสียสละสรรพกำลังทุ่มเทพระราชทานไปไม่รู้หยุด เพื่อช่วยชีวิตมนุษย์หรือแม้แต่พืชพรรณธัญญาหาร ให้ปลอดภัยภยันตราย เพืื่อออบอุ้มสภาชีวิตทั้งหลายที่อ่อนแอ ให้กลับกับมีกำลังแกร่งกล้า เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคปัญหา ด้วยปัญญาบารมี ทรงประเสริฐสมเป็นผ้าชั้นอารีรัตน์ มีพระราชอานัติเลื่อมใสพระรัตนตรัยอย่างมั่นคง ทรงพระสติปัญญาเป็นสัมมาทิฏฐิ จึงทรงประกอบพระราชกิจจานุกิจ ด้วยเหตุผลอันชอบธรรม มิไม่ได้เป็นไปตามอำเภอพระราชหฤทัย ทรงพระเมตตาอาทรยิ่งใหญ่เหลือคณานับ ทรงประคับประคองสนองพระราชฐานะของพระราชสวามี ด้วยความซื่อสัตย์กตัญญูกตเวทีมิห่างหาย ทรงเป็นแบบอย่างของสตรีไทยในทุกด้าน มีพระราชจริยาวัตรอังคารศิริพรหวานละมุนละไม ทรงมีน้ำใจให้พสกนิกรทั่วหน้า ทรงบริบูรณ์ด้วยมหาปณิธาน เยี่ยงจันญาสัญญาแห่งพระโพธิสัตว์ ซึ่งมุมจะรื้อขนสรรพสัตว์ให้ล่วงพ้นจากความทุกข์ ที่ห่อหุ้มพลิกแผ่นดินแห้งแล้งให้ชุ่มชื่น ด้วยยานพานจากพงไพร ทรงแพร่พระกรุณาเสมอไปเป็นอาจิณ มหาชนทั้งแผ่นดินจึงเคารพบูชาพระองค์ชายจิตจำนงค์ประหนึ่งให้มองจริยาแห่งมหาโพธิสัตว์ ความเป็นพระโพธิสัตว์นี้ ต้องอาศัยการสั่งสมบำเพ็ญพระบารมี เป็นอเนกนัยยะ พระบารมีข้อใหญ่ ซึ่งจะขอรับพระราชทานถวายวิสัชนาในวาระนี้ ได้แก่ทานและบารมี หมายถึงจากการบริจาคสงเคราะห์ เพื่อส่งเคราะห์ผู้ขาดแคลนเพื่อสงเคราะห์ผู้ที่ควรสงเคราะห์เป็นการประพฤติเพื่อตัดเสียซึ่งความตะหนี่ หรือความเห็นแก่ประโยชน์ตน บริบูรณ์แล้วย่อมนำอำนวยผลทั้งผู้ให้และซอยไพบูลย์ เหตุฉะนี้ การบำเพ็ญทานจึงเป็นพื้นฐานแห่งธรรมะขั้นสูง บรมัติ ทั้งยังมีอานิสงส์เปลี่ยนสารม ในสุคติสมที่สมพระบรมศพ ทรงรับรองไว้ว่าพระราชทานอัญเชิญปรากฏว่าก็ได้วรดา 21 ไชโยณรงค์ ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ให้สิ่งที่ดี ให้สิ่งที่ประเสริฐ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศในภพที่ตนเกิด สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงจำแนกทานออกเป็น 2 ประการ คือ วัตถุทาน การให้พัสดุสิ่งของ และธรรมทานการให้ธรรมะ คือ การชี้แจงแสดงโอวาท สั่งสอนแนะนำโดยประการต่าง ๆ เพื่อให้บังเกิดความพ้นทุกข์ ขอให้สังเกต คือ การบำเพ็ญบารมี ยังสามารถจำแนกได้เป็น 3 ระดับ ขั้นต่ำ คือ ให้ปันสิ่งของภายนอกกาย ขั้นกลาง คือ ยอมสละได้แม้อวัยวะ ขั้นต่ำสูงสุด คือ ให้ชีวิตให้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ทานยังเป็นหนึ่งในทศพิธราชธรรม ผู้ที่... ที่ผู้ปฏิบัติราชธรรมในฐานะผู้ปกครอง หรือเป็นผู้ใหญ่ นอกจากจะเอื้ออาทร แบ่งปันพัสดุสิ่ง ของให้แก่ผู้อยู่ใต้ปกครองบังคับบัญชา แล้วการให้ความรู้ ความคิดหนทางดำเนินชีวิตที่ถูกที่ควร ย่อมเป็นประการสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เสมือนมารดาถนอมเลี้ยงบุตร ย่อมพึงสั่งสอนอบรมบุตรนำชัยเปี่ยมด้วยเมตตากรุณาเป็นที่ตั้ง ความล้ำเลิศสูงสุดของทานบารมี ย่อมได้การละความยึดถือตัวตน ความเป็นเขาเป็นเราด้วยสิ้นเชิงไปจากใจ อันหมายถึงเป้าหมายสูงสุด ในแผนการปฏิบัติธรรมะ ข้อความบทคนในทางพระบวรราชพุทธศาสนา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง มิไม่ได้เพียงพระราชทานวัตถุปัจจัยภายนอกแก่มหาชนทั้งปวงแต่สถานเดียว หากยังทรงพระมหากรุณาพระราชอาชีพ พระราชทานการศึกษา พระราชโอกาสระยะทางหนทางดำเนินชีวิต ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินานัปการ เปรียบธรรมทาน อันมีปรานีสงประเสริฐสูง ยิ่งกว่าวัตถุทานเฉพาะวิชาที่ประธานให้ แต่เพียงผ่านพอเขียนได้ แต่เป็นความรู้ทางภาคทฤษฎี ประสบการณ์ตรงในทางปฏิบัติที่จะอำนวยสุข ผู้ต้องการโอกาสได้โดยตรง ให้เขายืนหยัดมั่นคงพบแสงสว่างทางชีวิตได้ด้วยตนเอง จากประทัปที่ส่งจุดราชทานไว้ในทั่วทุกมุมพระราชอาณาเขต น้ำพระราชราชหฤทัยเยี่ยงนี้ วิธีการซื้อขนสรรพสัตว์ให้ข้ามจากห้วงทุกข์ ปกปลุกความตื่นรู้อันเป็นเมล็ดพันธุ์เดิมในชีวิต ให้ผลิตดอออกผล ทรงยอมทนลำบากตรากตรำพระวรกาย เพื่อให้ได้มาซึ่งความผาสุกของผู้อื่น เพล่งพระโพธิสัตว์สุริยาดำเนินมาเป็นฉันใด จริยธรรมพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชินีนาถราชอาณาจักรไทยก็เป็นฉันนั้น ทานที่ทรงบำเพ็ญมาโดยตลอดนั้น ไม่ได้ทรงแจกจ่ายโดยไร้กุศโลบาย หากเป็นไปอย่างทานยาวิชัย คือทรงใคร่คราวดีแล้ว จึงทรงบำเพ็ญเป็นการเลือกเฟ้นด้วยพระปัญญาญาณ ดังพระราชดำรัส ทรงสอนข้าราชบริพารไว้ว่า อย่าดูฐานะหรือความเดือดร้อนของเขา การแต่งกาย เพราะบางคนเมื่อมีโอกาสเข้าเฝ้าจะเลือกเอาชุดที่สวยที่สุดมาแต่ง แต่ให้ดูที่แววตาของเขา เพื่อจะรู้ว่ามีความทุกข์เดือดร้อนเพียงใด แม้แต่คนที่มีเงื่อนไขเฉพาะบกพร่องทางร่าง ก็ทรงรับไว้ในพระราชานุเคราะห์ และราชทานพระราชทรัพย์ พระราชาธิบายว่าตาและมือของเขา ยังใช้ได้ดี พระราชญานันท์ทัศนะเช่นนี้ ย่อมถูกสั่งสมสืบมาแต่อดีตชาติ เป็นเพราะวาสนาสมบัติฉายชัดอยู่ในพระองค์ เป็นเหตุโดยตรงแห่งการสรรเสริญพระบารมี สมเด็จบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นเนตรติแบบอย่างของชาวโลกมนุษยธรรม ทรงเป็นผู้ให้อย่างไม่มีประมาณ ไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา ไม่มีคำว่า "ฐานะสูง-ต่ำ" ไม่รังเกียจเรียกฉันว่าพวกเขาพวกใครส่งตั้ง เขาน่าจะดูไทยมันคงเพียงว่าตัดทรงปัดเป่าความทุกข์ของผู้คนทั้งหลาย ให้มาลัยไปวินัยสงฆ์ธรรม นำความเป็นตัวตน หรือพระองค์ว่าทรงกระทำไปเพื่อสุขพระองค์เข้ามาเจือปน เมื่อบุคคลใดกระทำการสละได้โดยปราศจากอัตราตัวตนเข้าเกี่ยวข้อง ย่อมมีรู้สึกว่าเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป กลับเห็นว่าสุขประโยชน์ของผู้อื่นคือสุขประโยชน์ เดียวกันกับผู้ให้ ดังนั้น อัตราตัวตนความยึดมั่นถือมั่น ค่อย ๆ จางหายไป เมื่อบำเพ็ญทานอยู่เป็นนิจ รวมก็จะปราศจากความโลภ อยากได้อยากมี ปราศจากความโกรธเคือง เพราะตั้งใจไว้ด้วยความปรารถนาดีต่อผู้รับเป็นสำคัญ เมื่อนั้นการระวางตน เมื่อนั้นละวางตนลงใต้บางบังเกิด ย่อมบังเกิดขึ้นเป็นแสงสว่างแห่งปัญญา ปราศจากความเขลาอันมืดมนทั้งปวง เมื่อดวงจิตจากโลภ โกรธ และหลง การสละ สู่การสละได้ในเบื้องตายแล้ว เมื่อนั้น ฐานะอันประเสริฐเกิดปรากฏ บทสุดท้าย แห่งนฤพาน ย้อนรำลึกไปถึงสมัยหนึ่ง ผู้ตกทุกข์ได้ยาก จะไม่ได้ใช้ จะมิไม่ใช่ราษฎรไทย แต่พลเมืองของประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีชายแดนอยู่ติดด้านทิศตะวันออก เมื่อเขาหนีร้อนมาพึ่งเย็น ไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตาย ในวันนี้ วันพรุ่ง จำต้องเดินเท้า ฝ่าป่าดงรกชัฏ ข้ามภูเขา หลั่งไหลเข้ามาสู่พื้นที่จังหวัดตราด อย่างคนบ้านแตกสาแหรกขาด เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกา สภากาชาดไทย ก็ทรงรีบรุจเสด็จพระราชดำเนินบุกบั่นชุบชีวิตผู้คนเหล่านั้นในทันที โดยมีสมเด็จพระบรมบพิตร ราชาผู้พระราชทานต้องการตั้งองครักษ์ผู้องอาจ และมีภัยอันตรายอยู่รอบด้านการปฏิบัติราชการไม่มีประมาณ ก็จงยอมเสี่ยงภัยถึงขั้นว่าพระชนมชีพ ก็จงยอมพลีเข้าแลกได้ เพื่อเชิดชูรักษาไว้ ซึ่งมนุษยธรรม น้ำพระราชหฤทัยทำการเยี่ยงนี้ อยากจะหาได้อีกในที่ใดในโลก ชาวโลกต่างสรรเสริญพระกฤษฎาบุญบารมี เมื่อทรงอุดม ทรวพระกิตติคุณเหนือมนุษย์สามัญจะทำได้ ต่างพากันถวายราชสดุดี ทรงเป็นผู้ให้ให้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เป็นอธิษฐานปกติในทางมนุษยธรรม ในโลกอารยะ พลเอก จันทบุรี สุรนาถ เคยประทานพระโอวาทไว้แด่พระธิดา เมื่อทรงเป็นพระปู่มั่น สมเด็จเจ้าอยู่หัว ว่าหนูต้องจำอะไรไว้ อย่างหนึ่ง หนูต้องแผ่เมตตาอย่างเดียว ตำแหน่งของหนูคือให้อภัยทาน เป็นทานสูงสุด นับแต่วันนั้นจบถึงวาระสุดท้ายแห่งพระชนมชีพ จึงทรงเปี่ยมด้วยทานะบารมี มิได้คลานเคลื่อนของพระบิดา ทรงบำเพ็ญอภัยทานอย่างยิ่งยวด ได้พระราชทานชีวิตใหม่ให้คนหมดสิ้นไร้หนทาง พระราชทานชุบชีวิตคนไข้ตาย ให้มีชีวิตยืนยาวต่อไป พระราชทานอารักขาให้แก่ สิงห์สา ราสัตว์สิงสาราสัตว์น้อยใหญ่ในธรรมชาติ พระราชทานอภัยอดโทษ แม้ผู้ล่วงเกินพระองค์ พระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขชีวิต ทั้งคนสัตว์และพืชบนแผ่นดินไทย พระราชทานเผื่อแผ่ให้แก่ชีวิตอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ข้าขอบขัณฑสีมา การวางพระราชหฤทัยในธรรมข้อเสียสละ และข้อละของพระตัวตของพระองค์นั้น ปรากฏชัดสะท้อนจากพระราชดำรัสหลายต่อหลายครั้งมาโดยตลอด ทรงยึดถือว่าการที่ทรงทรงประพฤติปฏิบัตินั้น เป็นไปบนพื้นฐานของความมีมานะ ถือตัวตนว่าเป็นผู้อยู่เหนือใครต่อใคร ไม่ได้ทรงถืออีกว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ให้พระองค์ทรงถือว่าโครงทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อตอบแทนบุญคุณและน้ำใจของประชาชน ที่ล้วนมีต่อพระองค์และสถาบันมหากษัตริย์ ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า บัดนี้ ข้าพเจ้าจึงได้ชื่อ ว่าที่ประชาชนแสดงความรัก ความความจงรักให้เห็นนั้นเป็นจริงใจทั้งสิ้น อันนี้เป็นอันหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่ง ว่าเราต้องตอบแทนความรักของประชาชน ด้วยการทำการกระทำมากกว่าคำพูด ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะบำบัดความทุกข์ของเขา เพราะเขาเป็นหลักพึ่งพาของพระมหากษัตริย์ตลอดมา ประชาชนเป็นมิตรของพระมหากษัตริย์ มิตรนี่ ให้ความหมายที่แท้จริง คือ ผู้ที่เอื้อเฟื้ออย่าง กว้างขวาง คอยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลืออย่างกว้างขวาง พระมหากษัตริย์ก็ไม่เป็นภัยแก่ประชาชน เหตุอันเชิดชูพระองค์ให้ทรงเป็นที่หมายแห่งความจงรักภักดีได้โดยจริงใจ ก็คือพระสังฆราชทำมีข้อทานเป็นอาทิ เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงพิจารณาเห็นการให้ ว่าเป็นธรรมะอันพึงประกอบไว้ อันคโดยชอบโดยสมควรบุคคลผู้เข้าใจในอุบายสงเคราะห์แก่บุคคล และการสมัยยอมเจริญด้วยบริวาร และยศใหญ่ มีกำลังอนุภาพมาก เครื่องตั้งมั่นแห่งตนและเป็นที่พึ่งแห่งชนทั้งหลาย สมเด็จภาษิตที่ว่า ความว่ารูปประมาณดุจต้นไม้ใหญ่ มีรากอย่างลงมั่นในพระสุธา ต้นแตกสาขาออกผล ยังเป็นที่พึ่งของฝูงวิหก ในลาวปลา ตั้งการเข้าพักอาศัยใครต้องการ พวกเราก็เข้าใจต้องการผลบริโภคได้ฉะนั้น สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงบรรลุถึงฐานะอันเลิศทุกสถานในชาตินี้ กล่าวคือสมเด็จพระบรมราชินี ในสมเด็จพระปรมินพระมหาราช สมเด็จพระบรมราชชนนี ของสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภพพระเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และแม่ของแผ่นดิน สำหรับลูกไทยทั้งชาติ ทรงเป็นศูนย์รวมรวมใจจงรัก เป็นที่หมายแห่งความภักดี บูชาอย่างจริงใจ เป็นบทพิสูจน์แห่งพุทธานุสานีที่ว่าผู้ให้ย่อมเป็นที่รักเหมือน แม้นร่มโพธิ์ไทรต้นใหญ่ใบหนา อันเป็นที่รักแดงฝูงวิหคนกกา เผื่อแผ่กิ่งก้านสาขาโดยเสมอหน้าแม้บัดนี้ร่มโพธิ์ไทรต้นแม่นั้น จะรอนล้อล้มโคตรลงตามวัยยะทำโดยสมมติ แห่งสังขาร เมล็ดพันธุ์แห่งพระราชสัตยาธิษฐานอันนั้น ที่ถูกปลูกไว้แล้ว กระทั่งเติบโต เป็นลูกต้นใหม่ในต้นแม่ยืนหยัดอย่างมั่นคงบนแผ่นดินไทย ขอร่มโพธิ์คือดวงพระราชหฤทัยอันเต็มเปี่ยมด้วยพระราชปณิธาน และพระราชธรรมของสมเด็จเจ้าทั้งสองพระองค์ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ผู้เป็นพระคุณนะทายาททุก ๆ พระองค์ จงเปิดมาด้วยกัน พระราชจริยวัตรของสมเด็จพระราชโอรสพระกาลี กระชับมั่นเป็นขัตติยะ พันธกรณีที่ยืนยงสถาพรอนุสรณ์ ซึ่งสมณพราหมณ์ คณาจารย์ ราษฎรทั่วหน้าจะได้ขอพระราชทานอาศัยพระบรมเดชานุภาพ และพระราชธรรมจริยานุภาพ เป็นเครื่องบริวารให้เย็นศิระสืบไปตลอดกาลลนาน อิมินากตปุญโญนะ อำนาจพระราชกุศลสตมวาร ที่ทรงบำเพ็ญ จงสำเร็จเป็นบุญรัตน์พิธี ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของพระองค์ผู้ทรงสั่งสมพระบารมีไว้ตลอดกาลเป็นนิตย์ จงสัมฤทธิ์สมดังพระราชปรารถนาอนุโลมสมภารมีที่ทรงสั่งสมไว้แล้วมวลมนุษยโลก ต้องตามพระกตัญญูกตเวทิตาธรรม ที่สมเด็จสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐทรงบำเพ็ญเป็นพระนวมินทราชินูทิศ เพิ่มพูนพระธรรมะบารมี ถวาย โดยควรแต่งปกติวิสัยทุกประการ ณ ที่สุดแห่งพระธรรมเทศนา สะสมจตุรวัฒน์จะขอรับประธาน สวดคาถาธรรมบรรยาย เพิ่มพูนทรัพย์ธรรม ฉลองพระราชศรัทธา ในการสั่งสมพระบารมี ให้ทวีไพบูลย์ยิ่งขึ้นสืบไป รับพระราชทานถวายวิสัชนาธรรมเทศนา ในอคฑาคาถา ยุติลงด้วยปากการัชนี ขอถวายพระพร // หลังจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดราชบพิธสีมาราม ถวายสินและถวายพระธรรมเทศนาจบแล้ว ลงจากธรรม มานั่งยังอาจทรงครับ สำหรับพระธรรมเทศนาที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้เทศถวาย คือ อคฑานะคาถา เกี่ยวกับเรื่องของความกตัญญูกตเวทิตา ความกตัญญูกตเวทีเป็นผื่นภูมิของคนดี ความเป็นผู้ให้สิ่งที่เลิศ ให้สิ่งที่ดี ให้สิ่งที่ประเสริฐ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศในภพที่ตนเกิด และฐานะบารมี จำแนกฐานออกเป็น 2 ประการ วัตถุทาน คือ การใช้วัสดุสิ่งของ พระธรรมกายและธรรมทาน คือ การให้ธรรม ในภาพเลยนะครับ ในภาพนะครับ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ลงจากธรรมาสน์แล้วขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ส่งครับ // จากนั้นก็ส่ง 4 รูป จะสวดธรรมะคาถาจำนวน 1 บทนะคะ ซึ่งเป็นการสวดบทเทศน์แค่นั้นเองค่ะ // ในขณะนี้นะครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินจุดธูปบูชากระบะมุก ที่หน้าพระท่านมุข พระสวดคาถา [เสียงบทสวดมนต์] เมน// พระสงฆ์ 4 รูป สวดอถรรคาถาในบทสวดพระเทศน์นะคะหลังจากที่ตรวจรับเทศน์เสร็จแล้ว ก็จะได้กลับลงไปนั่งยังอาส่งที่เดิมนะคะสำหรับรายพระสวดเทสีรูปนั้นนะคะ ได้แก่ พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณจากวัดบวรนิเวศวิหารพระมหายุทธนาธีรยุทธโทวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามพระมหาเกรียงศักดิ์กิตติปัญโญวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและพระมหาสุภาพจากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เช่นกันค่ะ ลำดับต่อไปจะเป็นการทอดผ้าไตรนะคะ เจ้าพนักงานพระราชพิธี ซึ่งเป็นเครื่องใช้สำหรับรับพระภูษาโยง จากบริเวณด้านหน้าพระท่านสุบรรณ เป็นจะโยนดล ซึ่งมีพระภูษาโยงโยงมาจากฐานของพระโกศ แล้วผ่านหน้าการที่อยู่เบื้องหน้าเข้าพานมหากฐิน ขณะนี้เจ้าพนักงานเชิญพระภูษาโยงคลี่ออกโดยลำดับ ประดิษฐานพระภูษาโยงบนทวนที่เป็นจุฬาพระภูษาโยง เพื่อจะมาสอนส่วนปลายจะพระภูษาโยงอีกคืนหนึ่ง ที่อยู่บนพานพระมหากฐิน ต้นอาสนะคะ สำหรับการค้นหากฐินที่ตั้งอยู่ต้นอาสว์ส่งนั้นเจ้าพนักงานจะได้ผูกผ้าขาวเป็นผ้ารองโยงบนอาสน์สงฆ์ก่อน แล้วจึงลากพระภูษาโยงไปจนสุดอาสน์สงฆ์ ตลาดนัดที่พระสงฆ์นั่งอยู่เชื่อมปลายภูษาโยงทั้ง 2 ผืนเข้าด้วยกัน เป็นลำดับสุดท้ายด้วยนะคะ เรียกกันว่าพานพระมหากฐินนั้น มาจากธรรมเนียมเดิม ที่เคยใช้เพื่อวางผ้าไตร แต่ในพระราชพิธีพระบรมศพนี้ จะใช้พานนี้ เพื่อรองรับผ้าผืนยาว พับไว้ จึงเรียกกันว่าพระภูษาโยงค่ะ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ซึ่งถวายพระพระธรรมเทศนา นั่งเป็นรูปแรกที่อาสน์สงฆ์นะคะ พร้อมด้วยพระเทศน์สวดธรรมคาถาอีก 4 รูป รวมเป็น 5 รูปค่ะ พระบาาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินไปทรงพระเจ้าอยู่หัวทรงพระดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัย ธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงพระดำเนินไปทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนา แต่ถ้าทรงที่สวนธรรมค่ะ[เสียงบทสวดมนต์] (คุณสิริเสาวภา) พระสงฆ์สดับปกรณ์นะคะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว [เสียงบทสวดมนต์]สาธุ(สมเด็จพระมหาวีรวงศ์) ขอถวายพระพร [เสียงบทสวดมนต์] (สมเด็จพระมหาวีรวงศ์) ขอถวายพระพร เจริญพระราชจริยวัตรมงคล พระชนธรรมสพน์ทุกประการสมเด็จ เจ้าทั้ง 2 พระองค์ เวลานี้สมควรแล้ว อาตมภาพทั้งปวง ขอถวายลา แด่สมเด็จพระบรมบพิตร พระเจ้าทั้ง 2 พระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ขอถวายพระพร // ฃหลังจากที่พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาถวายอดิเรก และถวายและพระพรลานะคะ สวดจำนวน 6บท ด้วยกันนะคะ คือ บทกรวดน้ำ สัพพี บทโส ธารัตน์โท บทถวายอดิเรก 2 พระองค์ บทสัพพมงคล คาถาคำถวายพระถวายพระพรลา ครั้งที่ 6 ค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) เมื่อพระสงฆ์รูปแรกก้าวลงจากอาสน์สงฆ์ เจ้าพนักงานลั่นธงชัยประโคมสังข์แตร ใส่สำหรับส่วนวงปี่พาทย์ บรรเลงเพลงกราวรำค่ะ สำหรับการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ครบ 7 วัน วันสวรรคตของพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จะมีต่อเนื่องในวันพรุ่งนี้อีก 1 วันนะคะ ซึ่งการพระราชพิธีนี้จะแบ่งออกเป็น 2 วันด้วยกัน คือ วันนี้และวันพรุ่งนี้ // และขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินไป ทรงพระราชดำเนินไปที่มหาเศวตฉัตร ทรงกราบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงดำเนินไปที่หน้าพระโกศ ทรงกราบ หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินผ่านแถวพระราชกาลมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุก พระแท่น เตรียมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออก อภิธรรมสวดพระอภิธรรม ด้านตะวันตก ณ มุขเหนือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงคม (ผู้บรรยายหญิง) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสเด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสานะคะ โดยได้มีพระราชปฏิสันถารกับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ครราชกุมารีกรมพระศรีสวางควัฒน ราชนารี หญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี คุณธรรมประการหนึ่งที่ชาวไทยถือปฏิบัติอย่างมั่นคง ก็คือการปลูกฝังให้เคารพยึดมั่นในกตัญญูกตเวทิตา ต่อผู้ทำคุณประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง มีประเพณีเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ตามระบอบเทวนิยม เมื่อเสด็จพระราชสมภพ ถือเป็นทิพยเทพาตาน สุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ คำว่า "สวรรคต" หมายถึง เสด็จไปสู่เทวสถานและเขาพระสุเมรุอันเป็นที่สถิตย์ แห่งเทวราชาตามคติความเชื่อในไตรภูมิกถา พิธีเกี่ยวกับการพระบรมศพ จึงอยู่ในกรอบของราชประเพณี ที่มีมาแต่ดั้งเดิม โดยคำนึงถึงการถวายพระเกียรติยศ เฉกเช่น เมื่อครั้งดำรงพระชนม์ชีพ พระบรมศพหรือพระศพ จะอัญเชิญไว้ในพระโกศทอง ประดิษฐาน เหนือพระเบจทอง ณ พระที่นั่งดุสิต มหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ต่างกันด้วยพระเศวตฉัตร ตามพระเกียรติยศ จัดพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นประจำวันทุกสัตตมวาร 7 วัน ปัณณะสมมวาร15 วัน ปัญญาสมวาร ปัญญาสมวาร 50 วัน และสตมวาร 100 วัน สำหรับการสวดพระพุทธมนต์เทศนาธรรม 1 กัณฑ์ สวดธรรมกถารับเทศน์ แล้วก็สวดพระอภิธรรมพระพิธีธรรมนั้นนะคะ หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในอันที่จะประกอบพิธีการได้โดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากประสงค์อื่นโดยทั่วไป เช่นนั้น คำว่า "พระพิธีธรรม" จึงเป็นชื่อตำแหน่งของพระสงฆ์ ที่ทรงพระกรุณาโปรดให้พระราชาคณะ ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในพระอารามหลวง คัดเลือกพระสงฆ์ที่อยู่จำพรรษา ในพระอารามนั้น ๆ ทำการฝึกหัดสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ โดยใช้ทำนองที่ต่างไปจากทำนองสวดสภบุคคลชั้นสามัญ ซึ่งเป็นทำนองร้อยแก้ว หรือไม่ก็เป็นทำนองสังโยค เรียกทำนองที่ฝึกใหม่นี้ว่า "ทำนองกะ" เป็นทำนองหลวง เช่น ทำนองของวัดราชวัดราชสิทธาราม ทำนองเลื่อนเป็นทำนองหลวง เช่น ทำนองของวัดระฆังโฆสิตาราม และทำนองลากซุง เป็นทำนองหลวง เช่น ทำนองของวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และวัดพระธาตุจตุพลวิมลมังคลาราม เป็นต้น นอกจากนั้น ยังทรงโปรดให้อักขระโรจนะวิธี แต่งบทสวดขึ้นมาอีกเรียกพระทำใหม่ จึงได้นำบทโฆษณาต่าง ๆ มาจากคัมภีร์อภิธรรม ทั้งอัศวทำมาและสัญญาสันโยชนา ทำมาใช้สวดคู่กับบทพระธรรม 7 คัมภีร์ ซึ่งเป็นของเดิมอีกด้วย สำหรับพัดพระพิธีธรรมนั้น มีสี 4 ด้ามด้วยกันค่ะ มีลักษณะเป็นพัดหน้านาง มีพื้นสีต่าง ๆ ซึ่งบ่งบอกถึงตำแหน่งลำดับของการนั่ง เช่น สีเหลืองสำหรับหัวหน้าแม่คู่ รูปที่ 1 สีแดงสำหรับแม่คู่ รูปที่ 2 สีน้ำเงินสำหรับเคียงแม่คู่ รูปที่ 3 และสีเขียวสำหรับเคียงแม่คู่รูปที่ 2 นางของพระพิธีธรรม มีมุข แกะสลักเป็นตัวอักษรว่าพิธีธรรม ฝั่ด้วยด้านปลายของภาคจะเป็นหัวบัวยอดแหลม เดินทำด้วยงาต่อมาได้เปลี่ยนเป็นวัสดุคล้ายงาแทน ส่วนด้านที่เป็นไม้การ การแต่งตั้งพระพิธีธรรมนั้น ปัจจุบัน การแต่งตั้งพระพิธีธรรมเป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาส ที่จะเสนอรายชื่อพระที่ได้รับการฝึกหัดทำนองสวดพระธรรม ทั้งที่เป็นบทพระธรรมเดิม และบทพระธรรมใหม่ จนเกิดความแล้ว โดยจะทำบัญชีรายชื่อ อายุ พรรษา ของพระสงฆ์เหล่านั้น รวม 4 รูป พร้อมกับระบุไปว่าภิกษุรูปใดเป็นหัวหน้า แล้วส่งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อทราบและจัดนิตยภัตถวายเป็นรายเดือน เพียงเท่านี้ พระพิธีธรรมก็นับได้ว่าเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งแล้ว ยังอย่างไรก็ตาม พระพิธีธรรมที่จะถือพัดในพิธีหลวง สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแต่งตั้งใหม่ หมายความว่าวัดที่มีพระพิธีธรรมสามารถมีมากกว่า 4 รูปก็ได้ เมื่อเวลาที่จะไปในพิธีหลวงมาถึงพระพิธีธรรมจากวัดนั้น ๆ จะไปในการพิธีหลวงเพียงวัดละ 1 สำรับ คือ 4 4 รูปเท่านั้น [เสียงบทสวดมนต์] (ผู้บรรยายหญิง) สำหรับพระพิธีธรรมในรอบเวลา 10.00 น. ถึง 21:00 น. นะคะ สร้างส่วนที่ 1 จากวัดระฆังโฆสิตาราม ได้แก่ พระพระมหาปรีชาอัตโน พระครูโฆสิตธรรมนิเทศ พระครูปลัดสมชายอติพโล พระมหาธนากร เมธงกุโร ค่ะ ส่วนในสร้างส่วนที่ 2 นั้นจากวัดมหาธาตุวัดราษฎร์รังสฤษดิ์ ได้แก่ พระมหาชัยณรงค์ กันตธัมโม พระมหาสมชายปัญญาวชิโร พระครูสมุทร จิรเดชธีรเตโช และพระมหาไพโรจน์ โชติธรรมโมค่ะ ซึ่งสร้างแรกนะคะ จากระฆังโฆสิตารามนั้น อยู่ทางทิศตะวันออก ทำนองเพื่อสำหรับ ตั้งที่ 2 คือทางทิศตะวันตกมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์นั้นสวดทำนองลากซุง หรือทำนองเลื่อนด้วยค่ะ (ผู้บรรยายชาย) ซึ่งในปัจจุบันนะครับวั ดที่มีพระพิธีธรรมมีอยู่ 10 บาทด้วยกัน วัดพระเชตุพนพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร วัดราชสิทธาราม ราชวรมหาวิหาร วัดปวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร วัดสระเกศ อาจารย์วรมหาวิหาร วัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร 10 วัดครับ (ผู้บรรยายหญิง) สำหรับการบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร จะมีวันพรุ่งนี้อีก 1 วันนะคะ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 18.30 น ซึ่งเลื่อนมาเป็นเวลา 10.00 น. นะคะ การทรงวันเพ็ญเมื่อวาน 15 วันเกิดวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 แล้ววันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. ปัญญาสมวาร 50 วัน ตรงกับวันที่ 12 ธันวาคม เวลา 17:00 น. น. และวันที่ 13 ธันวาคม 2568 10.30 น. และส่งกำแพงพระราชกุศลสตตมวาร 100 วัน ในวันที่ 31 มกราคม 2569 แล้วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ค่ะ (ผู้บรรยายชาย) และสำหรับประชาชนนะครับ ที่ต้องการจะเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลา สหาไทย สมาคมภายในพระบรมมหาราช ณ พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานครจัดพื้นที่พักคอย และกำหนดเส้นทางให้เขาได้ 2 เส้นทางด้วยกัน เส้นทางทางเข้าที่ 1 ครับเข้าเส้นทาง เป็นเส้นกลางของสนามหลวงฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสต ร์และฝั่งสาริกาเส้นทางเดินพยาบาล จากอาหาร และเข้าสู่จุดพักคอยจากนั้น ลงอุโมงค์ทางลอดตลาดประตู 1 ไปถึงอุโมงค์ทางลอดตลาดประตู 3 มุ่งหน้าเข้าสู่ประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง ส่วนทางเข้าที่ 2 จะเริ่มจากจุดพักคอยท่าช้าง ไปลงอุโมงค์มหาราชประตู 2 ขึ้นอุโมงค์มหาราชประตูที่ 1 5 สู่ประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สำหรับทางออกนั้น จะใช้ทางออกเดียวกัน คือ ออกทางประตูวิมานเทวร พระบรมมหาราชวัง ถนนมหาราชหรือไปยังถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายถนนหน้าพระธาตุ (ผู้บรรยายหญิง) การสวดพระอภิธรรมในงานของหลวงนี้นะคะ หาฟังได้ยาก โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยได้รับฟังการสวดพระพิธีอภิธรรมในช่วงเวลานี้ด้วยค่ะ นอน (ผู้บรรยายชาย) ครับ ในขณะนี้นะครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครับ ขณะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินออกจากพระที่นั่งดุสิต มหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ลงทางพระที่นั่งพิมานรัตยา เสด็จไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว ทางการปฏิบัติราชการ พระราชกรณียกิจ พาเสด็จพระราชดำเนินอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ครับ (ผู้บรรยายหญิง) ซึ่งมีเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนลักษณ์ รัตยาราชนารี กระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี หญิงพลอยไพลิน เจนเซ่นเซนได้โดยเสด็จแล้วก็ส่งเสด็จในครั้งนี้ด้วยนะคะ เมื่อประทับรถยนต์พระที่นั่งแล้ว ทหารกองเกียรติยศจะถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีค่ะ [เพลงสรรเสริญพระบารมี] (ผู้บรรยายชาย) คุณผู้ชมครับ การถ่ายทอดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในวันนี้ในการถ่ายทอดสดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ได้เสร็จสิ้นลงเรียบร้อยแล้วนะครับ ในนามของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ผู้บรรยายภาพภาษาไทยคุณสิริเสาวภา เอกเอี่ยมสิน อิ่มสิน คุณอารยา สุขวิเศษ วีระศักดิ์ ขอบเขต และผู้บรรยายภาพภาษาอังกฤษ ร้อยเอก นายแพทย์ยงยุทธมัยลาภ เป็นคนไปก่อน สวัสดีครับ สวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ