--- title: ฝึก PE ถ่ายทอดสด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 31 ต.ค. 68 (ช่วงที่ 1) subtitle: date: วันพุธที่ 5 พฤษจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ระบบเสียง 2 ภาษา สามารถรับฟังเป็นภาษาอังกฤษผ่านเว็บไซต์ predd.co.TH และ Facebook NBTWorld ค่ะ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยได้เสด็จสวรรคตเมื่อวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 เวลา 21.00 น. ณ งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยปีที่ 93 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระบรมศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุด ตามราชประเพณี ประดิษฐานพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวายมีกำหนด 1 ปี นับตั้งแต่วันสวรรคต วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เชิญพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง ในวันนั้นมีพิธีถวายราชสักการะและถวายน้ำสรงพระบรมศพ เสร็จแล้วในช่วงเย็นวันเดียวกัน ก็มีพิธีซึ่งเกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีพระบรมศพเป็นเบื้องแรกนั่นก็คือพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กล่าวคือเมื่อมีการถวายน้ำสรงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งพิมานรัตยาเป็นที่เรียบร้อยตามโบราณราชประเพณีแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพแล้ว ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เป็นคืนแรก ซึ่งสืบเนื่องตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม เป็นต้นมานะคะ คะ ก็มีการพระราชพิธีสืบเนื่องมาจนกระทั่งถึงเมื่อคืนนี้นะคะ สำหรับการพระราชพิธีบรมศพพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในครั้งนี้ ท่านผู้ชมคงได้เห็นจากการถ่ายทอดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย มาตั้งแต่เบื้องต้น จนกระทั่งถึงบัดนี้นะคะ ก็เป็นพระราชพิธีในขั้นตอนที่สำคัญอีกอีกประการหนึ่ง นั่นก็คือพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลในโอกาสที่ครบ 7 วัน ของการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง การสำคัญของการพระราชพิธีที่คนไทยทั้งปวงได้เห็นแล้วก็เป็นการแสดงออกถึงพระบรมราชนีกตัญญุตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ถวายแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีของพระองค์ท่าน แล้วก็เป็นแม่ของแผ่นดินของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ นั่นคือการที่มีพระบรมราชโองการ ในการให้จัดการพระบรมศพสูงที่สุด ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามโบราณราชประเพณีและหลายอย่างก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในรัชกาลปัจจุบันด้วยนะคะ ดังเช่น สิ่งที่เป็นการสืบทอดโบราณราชประเพณีก็มีตั้งแต่การที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ ซึ่งประดิษฐานเหนือพระแท่นสุวรรณภูมิ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องสูงมีชุมสายฉัตร 5 ชั้น บังแทรกฉัตร 7 ชั้น ต้นไม้ทองเงิน ณ มุขตะวันตกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง เรื่องนี้ทำให้เราเห็นนะคะ ว่าก็มีการสืบทอดสิ่งที่เป็นการพระบรมศพ ในสมัยโบราณ และสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ ของพระบรมราชจักรีวงศ์ แล้วก็เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วย นั่นก็คือการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ถวายพระเกียรติยศพิเศษสูงสุด คือ การตั้งแต่งพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรขาว 9 ชั้น กลางกั้นประโกศพระบรมศพ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นนะคะ ว่าเป็นการถวายพระเกียรติยศสูงสุดเป็นครั้งแรกแด่สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นสมเด็จพระบรมราชชนนีของพระองค์ท่าน นอกจากนี้ค่ะ ก็มีการส่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ประจำทั้งกลาง วันกลางคืน รับพระราชทานฉันเช้าวันละ 8 รูป เพลนวันละ 8 รูป แล้วก็มีการประโคมย่ำยามกำหนด 100 วัน นับเนื่องจาก 26 ตุลาคมพุทธศักราช 2568 มาจนถึงบัดนี้ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง พุทธศักราช 2568 นะคะ ในโอกาสที่เสด็จสวรรคตบรรจบครบ 7 วัน ในวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 ค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) ค่ะ ซึ่งในวันนี้นะคะ วันที่ 31 ตุลาคม พุทธศักราช 2568ถือได้ว่าเป็นวันที่ 2 ในการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 7 วัน ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังนะคะ ซึ่งเมื่อวานนี้นะคะ ถือว่าเป็นวันแรกนะคะ ช่วงเวลา 17.24 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏพิลาสกัลยาณี โอกาสนี้นะคะ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัคราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารีทองคำหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เจ้าผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซ่น และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จนะคะ // โดยพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ของพระราชวงศ์ไทยนั้นนะคะ ได้ยึดถือสืบต่อกันมาด้วยความเคร่ง ครัดตามโบราณราชประเพณีค่ะ เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดทูนพระเกียรติยศสูงสุดแด่พระบรมวงศ์ผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยค่ะ นับว่าเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมราชสำนัก ที่ผสมผสานหลักพระพุทธศาสนาเข้าไว้กับวัฒนธรรมไทย อย่างวิจิตรและลึกซึ้งนะคะ เป็นการสะท้อนความเชื่อของชาวพุทธโดยทั่วไปค่ะ ที่จะมีการแสดงออกถึงความกตัญญู ความระลึกถึง รวมถึงมีการเชื่อในเรื่องของอำนาจแห่งบุญกุศลนะคะ ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการเยียวยาจิตใจของพสกนิกรชาวไทยด้วย นับเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่คู่สังคมไทยมาช้านานค่ะ ในส่วนของการบำเพ็ญพระราชกุศล อุทิศถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังจัดให้มีการบำเพ็ญพระราชกุศลไปจนกว่าจะถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) ซึ่งการบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อครบ 7 วัน ซึ่งการบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อครบ 7 วัน 50 วัน และ 100 วัน พิธีกรรมปฏิบัติเหมือนกันนะคะ ก็คือมีการสวดมนต์แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ การถวายภัตตาหารแด่พระสดับปกรณ์ การบำเพ็ญพระราชกุศลตามระยะเวลาดังกล่าว ก็เริ่มมาในสมัยพระบาทสมเด็จจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บำเพ็ญพระราชกุศลต่อไปทุก 7 วัน จนพระราชทานเพลิง ในลักษณะนี้ได้รับอิทธิพลมาจากพิธีกงเต็กของจีนและญวน ตามที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงปัญญาเอาไว้ ในคำนำเรื่องตำราพิธีพระญวนค่ะ ซึ่งการบำเพ็ญพระราชกุศล ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพิธีกงเต็กของจีนและญวนในจำนวนครบรอบวันดังกล่าว ก็มีคำเรียกในภาษามคธนะคะ ก็คือการพระราชพิธี 7 วัน เรียกว่า "การพระราชกุศลสตมวาร" สตมวาร แปลว่า ที่ 7 พระราชกุศล 15 วันเรียกว่า การพระราชกุศลปัญญาสมวาร ปัญณร แปลว่าที่ 15 การพระราชกุศล 50 วันเรียกว่าการพระราชกุศลปัญญาสมวารปัญญา แปลว่าที่ 50 การพระราชกุศล 100 วันเรียกว่าการ"พระราชกุศลสตมวาร" สตม แปลว่า ที่ 100 เมื่อบำเพ็ญพระราชกุศลครบตาม จำนวน 100 วัน แล้วเรียกว่าการไม่ต้องบำเพ็ญพระราชกุศลทุกวันด้วยหลังจากนั้นจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ทำทุก ๆ 7 วัน หรือไม่ ก็แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมค่ะ โดยสถานที่ประกอบการพระราชกุศลภายในพระบรมมหาราชวังนั้ จัดขึ้นภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนะคะ คะ เป็นสถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามพระราชประเพณีค่ะ เป็นพระมหาปราสาทองค์สำคัญ เป็นพระที่นั่งองค์ประธานของพระที่นั่งทั้งหมู่ ภายในพระบรมมหาราชวัง ทำหน้าที่ทั้งเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมขนบธรรมเนียมของราชสำนักสยามในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น จวบจนถึงปัจจุบันค่ะ โดยพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นกลาง ทางทิศตะวันตกของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท มีพระที่นั่งพิมานรัตยา ประกับซ้ายประกับขวา และเรียนบริวารหรือเรือนจันทร์ต่อเนื่องทางด้านหลังได้ค่ะ ในเขตพระที่นั่งองค์นี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมชั้นเอกของกรุงกรุงรัตนโกสินทร์และเป็นพระที่นั่งทรงไทยแท้องค์เดียวในพระโดยเฉพาะยอดพระมหาปราสาทมีรูปทรงต้องด้วยศิลปะลักษณะอันวิจิตรงดงามค่ะ อย่างคุณสายสวรรค์ได้เรียนรู้ส่งไปเมื่อสักครู่นี้นะคะ ว่าสำหรับในวันนี้เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร แบ่งเป็น 2 วันค่ะ เมื่อวานนี้เป็นวันแรก มีการสวดพระพุทธมนต์และมีพระธรรมเทศนากันต์ 1 เป็นสาระหลัก และเช้าวันนี้พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์เมื่อวันวานนี้จำนวน 30 รูป จะได้รับพระราชทานฉันท์แต่ตอนท้ายก่อนที่จะมีการสิ้นพระราชพิธี ก็จะมีการสวดมาติกาและ นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 93 รูป เท่าพระชนมพรรษาค่ะ ถึงวันนี้นะค ะก็จะมีการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์นะคะ ซึ่งการถวาย ภัตตาหารเป็นการจัดอาหารถวายแด่พระสงฆ์เพื่อเป็นการทำบุญถวายความอุปถัมภ์แด่พระสงฆ์และเพื่อฟังธรรมอย่างใกล้ชิดกับพระสงฆ์ค่ะ มีจุดประสงค์เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นการสนับสนุน ให้พระสงฆ์มีปัจจัยดำรงชีพ เพื่อให้พระพุทธศาสนาสามารถคงอยู่สืบไป เป็นการส่งเสริมและบำรุงพระสงฆ์ การถวายภัตตาหารที่ถูกสุขลักษณะ ช่วยให้พระสงฆ์มีสุขภาพแข็งแรงแข็งแรง มีกำลังในการปฏิบัติกิจของสงฆ์และเผยแผ่พระธรรมและเพื่อความเป็นสิริมงคล การทำบุญถวายภัตตาหารถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตที่ดีงาม และนำมาซึ่งสิริมงคลแก่ผู้ถวายเป็นการอุทิศส่วนกุศล ทำบุญเพื่ออุทิศบุญส่วนกุศลให้แก่บุพการีชน หรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการธำรงรักษาประเพณี การถวายภัตตาหารเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา ในสังคมพุทธศาสนิกชนและยังเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามอีกด้วยนะคะ สิ่งของที่นำมาถวายสำหรับพระภิกษุก็จะประกอบไปด้วยอาหารคาว หวาน ผลไม้ น้ำดื่ม สิ่งของที่ควรถวายควรมีลักษณะ 4 ประการ ก็คือเป็นของสะอาด เป็นของปราณี หรือปรุงมาอย่างดี สามารถฉันได้ เป็นของสมควร คือ เป็นของที่ผสมฉันได้ เช่น อ้อย ขนุน มะพร้าว ควรทำให้ฉันได้ด้วย สุดท้ายนะคะ เหมาะสมแก่กาลค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) สำหรับหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันนี้ซึ่งเป็นวันที่ 2 ต่อเนื่องวานนี้เวลาประมาณ 10.00 น. นี้นะคะ จะเสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หน้าพระธาตุพปดลมหาเศวตฉัตร 230 รูปที่สวดพระพุทธมนต์ แต่วันก่อนถวายพรพระทรงประเคนปิ่นโตภัตตาหาร แด่พระสงฆ์ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นถวายอนุโมทนาถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีก 93 รูป เท่าพระชนมพรรษาทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันนี้ผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ร่วมในพระราชพิธีก็จะแต่งเครื่องแบบยศ ไว้ทุกสายสะพายมหาจักรีนะคะ ก็จะมีการเตรียมความพร้อมอยู่ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อรอการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีแล้วพระบรมวงศานุวงศ์ค่ะ ขณะเดียวกันเจ้าพนักงานก็ได้อาราธนาพระสงฆ์ขึ้นนั่งบนอาสนะสงฆ์ เพื่อเตรียมเข้าสู่พระราชพิธีเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ ในวันนี้มีบัญชีพระสงฆ์สดับปกรณ์ของพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลครบสตมวาร 7 วัน ประกอบด้วยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระธรรมเสนาบดี วัดพระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่ พระธรรมคุณาภรณ์ วัดไตรมิตรวิทยาราม พระธรรมสุธี วัดหัวลำโพง พระธรรมวชิรเมธี วัดหงส์รัตนาราม พระธรรมวชิรดิลก วัดสุทัศนเทพวราราม พระธรรมเจติยาจารย์ วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม พระธรรมวชิระปัญญาพร วัดเฉลิมพระเกียรติ ชลบุรี วชิรปราการยาจารย์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระธรรมพุทธิมงคล วัดสัมพันธวงศาราม สิทธิโกศล (ผู้บรรยายหญิง) วัดพลับพลาชัย พระเทพสาครมุนี วัดเจษฎารามพระสาระสุธี วัดเทพศิรินทราวาส พระเทพปฏิภาณกวี วัดประยุรวงศาวาส พระเทพรัตนากร วัดเทพลีลา พระเทพสุธี วัดชนะสงคราม พระเทพวชิระสุนทร วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก พระเทพวัชระจริยาจาร วัดกษัติยาธิราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยาพระเทพอิรักวาที วัดประยุร วัดประยุรวงศาวาส พระเทพวชิรโสภณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระเทพวชิระนันทพร วัดบัวขวัญ พระเทพวชิระโกศล วัดบางนานอก พระเทพวราลังการวัดศรีเอี่ยม พระเทพศาสดาจารย์ วัดบางพลีใหญ่ใน พระเทพปีชาญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร พระเทพวชิระพินัน วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ วัชรเมธี วัดสัมพันธวงศ์พระเทพรัตน์ วัดโสมนัสวิหาร พระเทพสิริวัฒน์ วัดสัมมาชัญญาวาส พระเทพวชิราภรณ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (ผู้บรรยายหญิง) พระราชวชิรดิลก วัดเพชรสมุทร จังหวัดสมุทรสงคราม พระราชดิลก วัดอาวุธวิกสิตาราม พระราชพัฒนโสภณ วัดทุ่งเศรษฐี พระราชพิพัฒธนพร วัดหลักสี่ พระราชพิพัฒน์ คณะกงสุล วัดพิชยญาติการาม พระราชพัฒนสุทร วัดราษฎร์พัฒนาสุนทร วัดทรงธรรม พระราชสุวรรณเวที วัดสุวรรณคีรี พระราชบัณฑิต วัดธาตุทอง พระราชมหาเจติยาภิบาล วัดอรุณราชวราราม พระราชวชิรโมธี วัดระฆังโฆสิตาราม (ผู้บรรยายหญิง) พระราชสมุทรพัชราจารย์ วัดกลาง สมุทรปราการ พระราช วัดนางนอง พระราชวชิราภรณ์ธรรมสุนทร วัดสุนทรธรรมทาน พระราชวังสิทธิสุนทร วัดใหญ่อินทาราม ชลบุรี พระราชสิริวัฒน์รังสี วัดชินวราราม ปทุมธานี พระราชวชิราภรณ์จารย์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระราชธรรมเมธี วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม พระราชวชิรโมลียานะเมธี วัดบวรนิเวศวิหารพระ ราชวชิราภรณ์กิจวิมล วัดสามพระยา พระอุดรคณารักษ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (ผู้บรรยายหญิง) พระจุฬามณีศร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระศรีวิสุทธิญาณ วัดราชาธิวาส พระอุดมบัณฑิต วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พระปรีชามงคลรยาน วัดเทพศิรินทร์ทราวาส พระเมธีธรรมสาร วัดอาษาสงคราม พระสิริวชิรเมธีวัด วัดศิริวัฒนาราม จังหวัดนครปฐม พระพิมลภาวนาพิธาน วัดระฆังโฆสิตาราม พระศรีรัตนตรัยดลบันดาล วัดสัมพันธวงศาราม พระเมธีวราลงกรณ์ วัดชนะสงคราม พระเมธีวรญาณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระวิสุทธิพงษ์ วัดนางชี ภาษีรัตนากร วัดไตรมิตรวิทยารามวสีพัทยาวัดชนะสงคราม พระศรีธีรพงศ์ วัดทองนพคุณ พระศรีศากยมุนี วัดโพธินิมิตร มหาสีมาราม พระศรีสิทธิวิเทศ วัดมหาพฤฒารามราศีศาสนาโมลี วัดเทวเทวราชกุญชร พระศรีรัตนวิมล วัดชัยชนะสงคราม พระวิริยะวชิระกวี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระศรีวชิรากรชนะสงคราม พระศรีวชิรวรเมธี วัดโมลีโลกกะยาราม พระเมธีธาร วัดสุวรรณดารารามจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระศรีคุณาภรณ์ วัดสระเกศ พระมงคลสุตาคม วัดสุทัศนเทพวราราม พระสุธีรัตนบัณฑิต วัดสุทธิวราราม พระปัญญารัตนากร วัดสังข์กระจาย พระปริญัติวชิระลังการ วัดไตรมิตรวิทยารามชิระรัตนสุธี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระชินวงศาจารย์วชิรเมธี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระเมธีวัชระบัณฑิต วัดใหม่ยายแป้น (ผู้บรรยายหญิง) พระมงคลเมธา วัดเครือวัลย์ พระมงคลธรรมวิธาน วัดทองเนียม พระปริยัติคติวชิรโมลี วัดป่ายางพระวชิระคณาพร วัดบวรนิเวศวิหาร พระวินัยวชิรเมธี วัดตรีทศเทพ เป็นต้นค่ะ ทั้งหมดก็จะเป็นบัญชีประสงค์ที่จะขึ้นบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อสดับปกรณ์ในโอกาสต่อไปค่ะ [เพลงสรรเสริญพระบารมี] (ผู้บรรยายหญิง) ขณะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาฏพิลาสกัลยาณี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ถึงยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภา ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี (ผู้บรรยายหญิง) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินขึ้นทางบันไดมักกะสัน พระที่นั่งพิมานรัตยา พระมหาปราสาทที่ประกอบพระราชพิธีในวันนี้ ก็คือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังดังที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายแด่สมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวงมาตั้งแต่คืนแรกค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านพระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ไปยังที่ประดิษฐานพระโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ จากนั้นทั้ง 2 พระองค์ทรงกราบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ พานทอง 2 ชั้น บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เมื่อประทับพระราชอาสน์แล้วเจ้าหน้าที่จะได้อาราธนาศีลสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีลตามลำดับค่ะ [เสียงบทสวดมนต์] ยาจปลาตีปลาตารางจองเวรมานอนนาเด้อoyota ตาราง MayaFacebook (ผู้บรรยายหญิง) เมื่อสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกถวายศีลพระสงฆ์ 10 รูป ที่... พระสงฆ์ 30 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์ธวัลกรถวายพรพระจบแล้วนะคะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนปิ่นโตภัตตาหาร แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะจนครบ 10 รูป สำหรับพระสงฆ์อีก 20 รูป นั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชวงศ์องค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชวงศ์องคมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ประเคนปิ่นโตภัตตาหารถวายพระสงฆ์ตามลำดับนะคะ ซึ่งบัญชีพระสงฆ์ 30 รูป ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร 7 วันพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวานนี้คือ 30 ตุลาคม 2568 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังประกอบด้วยสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารา มสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม พระพรหมดิลก วัดสามพระยา พระพรหมโมลี วัดปากน้ำ พระพรหมสิทธิ วัดสระเกศ พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส พระพรหมวชิรปัญญาจารย์ วัดราชโอรสาราม พระพรหมรวีวัตรกัลยาณมิตร พระพรหมเสนาบดี วัดปทุมคงคา พระพรหมวชิรมุนี วัดสุทัศน์เทพวนาราม พระพรหมมุนี วัดพระพรหมวชิรกร ราชภัฏผาติการาม พระพรหมวชิรเมธี วัดอรุณราชวราราม พระพรหมวชิรญาณ วัดพรพิมุก พระพรหมวชิรญาณอุดม วัดโมลีโลกกะยาราม พระพรหมวชิรญาณวิมลมุนี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระพรหมวชิรธีราจารย์ วัดปากน้ำ พระพรมวชิรรังษี วัดบวรนิเวศวิหาร พระพรหมวชิรวิมล วัดบวรนิเวศวิหาร พระพรหม วัดสุทัศน์อาจารย์ วัดอาวุธวิกสิตาราม พระพรหมวชิรธร วัดเทวัดเทวราชกุญชร พระธรรมกิตติเมธี วัดราชาธิวาส พระธรรมรัตนาภรณ์ วัดเขียนเขต จังหวัดปทุมธานี พระธรรมวชิระธิบดี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พระธรรมวชิระนายก วัดราชบูรณะ วัดชิระคุณ วัดบรมนิวาส พระธรรมวชิโรดม วัดสังเวชวิศยาราม พระวชิรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร และพระธรรมวชิระจินดาพรวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามค่ะ โดยขณะนี้นะคะ เจ้าพนักงานเตรียมการที่จะสดับปกรณ์ค่ะ ในการลากพระภูษาโยง ส่วนปลายของพระภูษาโยงนั้น ทอดมาจากพระโกศทรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ประดิษฐานเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล เจ้าพนักงานผ่านมาด้านหน้าอาคารพระมหากฐินตั้งรับอยู่ค่ะ โดยพระภูษาโยงที่ท่อต่อมาจากพานพระมหากฐินเบื้องหน้าพระโกศ ก็จะมีถ้วยรับเป็นระยะ ๆ ไปเชื่อมต่อก็จะมีทวยรับเป็นระยะ ๆ ไปเชื่อมสอดปลาย กับพระภูษาโยงอีกขั้นหนึ่ง ที่ตั้งอยู่บ่บนพานพระมหากฐินด้วยน้ำสะอาด 2 นะคะ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการสดับปกรณ์ในลำดับนี้ค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร เป็นเที่ยวแรกค่ะ โดยผ้าไตรจีวร ก็คือผ้าจีวร 3 ผืน ซึ่งคนไทยนั้นเรียกสั้น ๆ ว่าผ้าไตรนะคะ เป็นชื่อเรียกผ้านุ่งผ้าห่มที่พระสงฆ์นั้นใช้สอยค่ะ หมายถึงผ้า 3 ผืน ซึ่งมีทั้งผ้านุ่มและผ้าห่ม อันได้แก่สังฆาฏิ อุตราสงค์ และอันตรสาวก ซึ่งนิยมเรียกรวมกันว่าไตรจีวรนะคะ แล้วเป็นปัจจัยหรือบริขารของพระสงฆ์อย่างหนึ่งในจำนวน 8 อย่างค่ะหนังโป๊ชาย// ขอถวายพระพร เจริญพรศิริสวัสดิ์อัสนะโมง พระชนพรรษาชนบทสุขทุกประการ จงมีแด่สมเด็จพระบรมพิพระราชสมภารเจ้าทั้ง 2 พระองค์ ผู้มีผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเวลานี้สมควรแล้วอาตมาภาพทั้งปวงขอถวายพระลาแด่สมเด็จบรมบพิตรพระบรมเจ้าพระเจ้าทั้ง 2 พระองค์ทรงพระคุณอันประเสริฐขอถวายพระพร (ผู้บรรยายหญิง) เมื่อพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงหลั่งทักษิโณทก หลังจากพระสงฆ์สดับปกรณ์เรียบร้อยแล้วนั้น พระสงฆ์ก็ได้ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา จากนั้นเจ้าพนักงานก็จะได้นิมนต์พระสงฆ์ในชุดแรกลงจากอาสน์สงฆ์ค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) ในช่วงที่เจ้าพนักงานได้นิมนต์พระสงฆ์ 10 รูป ในชุดแรกลงจากพระที่นั่ง และนิมนต์พระสงฆ์ชุดที่ 2 อีก 10 รูป ยังอาสน์สงฆ์ที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้นนะคะ ก็จะมีการบรรเลงหรือของเจ้าพนักงานเครื่องสูงประโคมสังข์แตรเพลงสำหรับที่วงปี่พาทย์บรรเลงเพลงกราวรำ 2 ชั้น จวบกระทั่งพระสงฆ์ที่ 2 นั่งบนอาจส่งเรียบร้อยแล้ว วงปี่พาทย์ก็หยุดบรรเลง เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อาสน์สงฆ์เรียบร้อย พระภูษาโยงเรียบร้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตรและพระสงฆ์สดับปกรณ์เช่นนี้อีก 2 ชุดด้วยกันนะคะ จึงจะเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนปฏิบัติค่ะ การ สดับปกรณ์มีความหมายเดียวกับคำว่าบังสุกุลนะคะ แต่ว่าเป็นราชาศัพท์ซึ่งหมายถึงการนำผ้าไปทอดบนพระภูษาโยง ที่เชื่อมมาจากต้นทาง นั่นก็คือพระโกศพระบรมศพนะคะ เพื่อที่จะตั้งใจอุทิศพระราชกุศลถวายค่ะ แต่ว่าในกรณีที่ผู้รับผลอุทิศนั้นเป็นสามัญ ชนเราจะเรียกว่า "การทอดผ้าบังสุกุล" ค่ะ แต่สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ฉันหม่อมเจ้าขึ้นไปนั้น จะใช้คำว่า "การสดับปกรณ์" หากจะอธิบายอย่างเข้าใจง่ายนะคะ โดยเชื่อมโยงกับพิธีสงฆ์ตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวพุทธโดยทั่ว ๆ ไปค่ะ การทอดผ้าสดับปกรณ์นั้น ก็คือวิธีการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ ในการทอดผ้าไตรจีวรแด่พระสงฆ์ พระท่านได้พิจารณาและสวดมาติกาบังสุกุลนะคะ เป็นการแสดงเคารพและอุทิศบุญกุศลครั้งสุดท้าย ซึ่งประชาชนโดยทั่วไปจะเรียกพิธีนี้ว่า "บังสกุล" ค่ะ ส่วนงานที่เป็นพิธีหลวงก็จะเรียกว่า สดัปปกรณ์ดังที่ได้เรียนไปแล้วนะคะมีความหมายว่าการสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ค่ะ [เสียงบทสวดมนต์] (ผู้บรรยายหญิง) เมื่อพระสงฆ์สดับปกรณ์ชุดที่ 2 สดับปกรณ์เรียบร้อยแล้ว เจ้าพนักงานก็จะนิมนต์ลงจากพระสงห์ลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และนิมนต์พระสงฆ์ต่อไป ซึ่งเป็นชุดสุดท้ายของพระสงฆ์ในพระราชพิธีในกาลนี้นะคะ ได้ขึ้นอาสน์สงฆ์ ณ ของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ลำดับต่อไปค่ะ คุณผู้ชมจะสังเกตเห็นนะคะ ว่าในการถวายผ้าไตรแต่ละรอบนั้นเจ้าพนักงานมีการเชิญพระภูษาโยง มีการลากพระภูษาโยงแล้วก็เชิญกลับไปประดิษฐานบนพระมหากฐิน มีการผ้ารองโยงทุก ๆ ครั้งค่ะ ซึ่งในระหว่างนั้นเจ้าพนักงานอีกจำนวนหนึ่ง ก็จะต้องคอยระมัดระวังเสาทวยที่รับพระภูษาโยงที่ทอดมาจากพระโกศพระบรมศพซึ่งอาจจะเกิดการกระทบกระเทือนกันจนเกิดเสาลมได้หรือพระพุทธองค์ซึ่งเป็นผ้าที่มีน้ำหนักก่อนจะทำให้เสาทวยมีความไม่มั่นคงได้ง่าย จึงต้องมีคอพนักงานนะคะ คอยจับเสาแต่ละต้นไว้ให้มันนั่นเองค่ะ ขอเพิ่มเติมข้อมูลเรื่องของการสดับปกรณ์ หรือสตับปกรณ์นะคะ ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงอธิบายเอาไว้ในศาลสมเด็จว่ามูลเกิดแก่พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ ประทานเทศนาฉบับสดับปกรณ์หรือพระธรรม 7 คัมภีร์ สนองพระคุณพระพุทธมารดาอยู่พรรษา 1 ด้วยความกตัญญูคนทั้งหลาย จึงถือว่าการสวดสตับปกณ์เป็นการบำเพ็ญกุศลด้วยความกตัญญู สิ้นชีพก็นิมนต์พระมาสวดสรรพกรธรรม โดยในที่นี้หมายถึงละเอียดละเมียดละไมค่ะ ก็จะตั้งเตียงนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป ถ้าทำแต่โดยย่อก็นิมนต์พระสงฆ์ที่ชักบังสุกุลนั้นให้สวดสดับปกรณ์ด้วย (ผู้บรรยายหญิง) ซึ่งการทอดผ้าสดับปกรณ์นะคะ คือการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ โดยทอดผ้าไตรจีวรแก่พระสงฆ์ เพื่อให้พระท่านพิจารณา และสวดมาติกาบังสุกุล เป็นการแสดงความเคารพ และอุทิศบุญกุศลครั้งสุดท้าย ซึ่งในปัจจุบันมีความนิยมเรียกพิธีว่าพิธีบังสกุลค่ะ มีในงานฌาปนกิจนะคะ ว่าสดับปกรณ์ ซึ่งสดับปกรณ์ หมายถึง พิธีสวดมาติกาบังสกุลสำหรับพระบรมศพหรือพระศพของเจ้านาย โดยเป็นคำนามที่ใช้เรียกพิธีนี้และเป็นคำกริยาหมายถึงการบังสกุลค่ะ ขณะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตรอีก 10 ไตรค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) ขณะนี้คณะสงฆ์สดับปกรณ์ครบทั้ง 30 รูปแล้วนะคะ เจ้าพนักงานเชิญภูษาโยงที่โยงมาจากด้านหน้าฐานพระพระบรมโกศนั้น กลับไปประดิษฐานที่เดิมเป็นที่เรียบร้อย 2 ชุดสุดท้ายในจำนวน 30รูปที่สวดพระพุทธมนต์มาตั้งแต่เมื่อเย็นวานและรับพระราชทานฉันท์ในวันนี้ลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทค่ะ โดยพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนะคะ ใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญในแต่ละรัชสมัยนะคะ ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้น เมื่อปีพุทธศักราช 2332 ของพระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาทที่ถูกฟ้าผ่าและถูกเพลิงไหม้ค่ะ เพื่อให้เป็นท้องพระโรงหลวงใช้เสด็จออกว่าราชการและว่าราชการแผ่นดินก่อนที่ภายหลังจะกลายเป็นสถานประกอบพระราชพิธีบางส่วน อยากเป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพตามพระราชประเพณีค่ะ โดยภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทขนาดนั้น ใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ สำหรับพระมหากษัตริย์ประทับในเวลาเสด็จออกในงานพระราชพิธีอันเป็นมหาสมาคมค่ะ หรือให้ประชาชนละอองธุลีพระบาทด้านหลังพระมหาปราสาทมีมุขกระสันเชื่อมต่อกับพระที่นั่งพิมานรัตยามีพระทวารเป็นทางเชื่อมถึงกัน มุกกะสันที่ต่อกับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทางด้านทิศเหนือนั้น มีบันไดทางขึ้นพระที่นั่งบุษบกมาลา 2 ข้างค่ะ นามพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีที่มาจากชื่อสวรรค์ชั้น 74 ตามคติพุทธศาสนาจากสวรรค์ทั้งหมด 6 ชั้นที่เรียกว่าชะตามาขจรค่ะ ได้แก่ สร้างมหาราชิกาดาวดึงส์ยามาดุสิตนิมมานรดีและปรนิมมิตวสวัตตีสวรรค์ชั้นดุสิตจะมีท้าวสันดุสิตเป็นใหญ่ และเป็นที่อยู่ของพระโพธิสัตว์ ผู้สร้างสัมพันธ์หรือบุญญาบารมีอันจะลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าค่ะ // ซึ่งในวันนี้นะคะ เป็นการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สตมวาร 7 วัน ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังนะคะ ซึ่งพิธีสตมวารค่ะ คือ การทำบุญอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ เรียกตามวาระสำคัญของการบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 7 วัน ของการเสด็จสวรรคต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระบรมศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณีประดิษฐานพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทพระบรมมหาราชวังค่ะ โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินะคะ มีมติให้คณะสงฆ์ทุกวัด และวัดไทยในต่างประเทศประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล สวดพระพุทธมนต์ หรือสวดพระอภิธรรมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล ตามเวลาที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชนประจำทุกวันนะคะ เป็นเวลา 30 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2568 และประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประธานอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลเมื่อสวรรคตครอบสตมวารหรือ 7 วัน วันที่ 30 ตุลาคม 2568 นอกจากนี้สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนะคะ ได้จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลเป็นกรณีพิเศษด้วยค่ะ โดยในข่าวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ค่ะ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการจัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและแสดงความอาลัยในวาระครบ 7 วัน หรือ สตมวาร และและ 15 วัน ปัญญาสมวาร 100 วัน ปัญญาสมวาร 100 วันสตมวารแห่งการสวรรคต และการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความจงรักภักดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและในต่างประเทศนะคะ โดยมีการจัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลดังนี้ค่ะ วันที่ 30 ตุลาคม 2568 เมื่อวานนี้นะคะ เป็นวาระครบ 7 วันสตมวาร ครั้งต่อไปจะเป็นวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 วาระครบ 15 วัน ปัณณรสมวารค่ะ และวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 วาระครบ 50 วัน ปัญญาสมวาร วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2569 วาระครบ 100 วัน สตมวารค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) ทุกครั้งที่มีพระราชพิธีพระบรมศพนะคะ หรือแม้แต่กระทั่งพระราชพิธีสำคัญที่จะทรงพระกรุณาโปรดกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกอบพระราชพิธี ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังนะคะ ทุกท่านจะได้เห็นจากการถ่ายทอดสด ของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้เห็นความงามของพระที่นั่งองค์นี้ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นพระมหาปราสาทที่อยู่คู่กับกรุงรัตนโกสินทร์