--- title: ฝึก PE ถ่ายทอดสด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 31 ต.ค. 68 (ช่วงที่ 2) subtitle: date: วันพุธที่ 5 พฤษจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ต้นกรุงนะคะ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเป็นพระที่นั่งองค์ประธานในหมู่พระมหาปราสาทบริเวณนี้เราจะเป็นเขตพระราชฐานชั้นกลางนะคะ คือ นับตั้งแต่ประตูพิมานไชยศรีถึงประตูสนามราชเป็นเขตพระราชฐานชั้นกลาง ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งที่นั่งองค์นี้อยู่ทางทิศตะวันตก ของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทนะคะ มีพระที่นั่งพิมานรัตยา ซึ่งต่อเนื่องอยู่ทางด้านหลัง เชื่อมกับเขตพระราชฐานชั้นในบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2332 แทนพระที่นั่งอินทราอินทราภิเษกมหาปราสาท ที่ถูกเพลิงไหม้ไป ดังที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้แล้วนะคะ เป็นปราสาทจตุรมุขพิมุกดา เหนือพระที่นั่งก็จะมีมุกเด็ด ยื่นออกมาประดิษฐานพระที่นั่งบุษบกมาลาอยู่ตรงกลางมุกสำหรับพระมหากษัตริย์ประทับในเวลาเสด็จออกในงานพระราชพิธีออกมหาสมาคม หรือให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทนอกนะคะ จากภาพที่เราจะเคยเห็นว่ามีการเสด็จออกมหาสมาคม บริเวณสมเด็จด้านหน้า ยังเคยเป็นที่ประดิษฐาน พระสยามเทวา พระสยามเทวาธิราช ด้วยนะคะ เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นะคะ เสด็จออกมหาสมาคมในวโรกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ส่วนด้านหลังพระมหากษัตริย์ก็มีมุขกระสันเชื่อมต่อกับพระที่นั่งพิมานรัตยา เราจะได้เห็นการถ่ายทอดที่เห็นการเสด็จพระราชดำเนินมาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีฯ พระบรม และพระบรมวงศานุวงศ์ ในการเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีต่าง ๆ นะคะ จะได้เห็นภายนอกดังที่ได้ถ่ายทอดทุก ๆ ครั้งที่มีพระราชพิธี ภาพความงามแบบนี้นะคะเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงคตินิยมเรื่องของเทวราชา หรือว่าการที่พระมหากษัตริย์นี่ทรงจุติมาบำบัดทุกข์บำรุงสุขยังโลกมนุษย์นะคะ ทุกอย่างของสถาปัตยกรรม รวมไปถึงประติมากรรม สะท้อนให้เห็นถึงก็คตินิยมเทวราชา ดังนี้ ซึ่งก็สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ แล้วก็ได้โปรดให้สร้างพระบรมมหาราชวังขึ้น เป็นศูนย์กลางของราชอาณาจักรนะคะ ก็ได้ทรงทอดแบบคตินิยมความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณี ขนบจารีตต่าง ๆ ของโบราณราชประเพณี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ถอดแบบมาทำให้เราได้เห็นเอกลักษณ์ความงดงาม ของสิ่งที่เป็นความเป็นไทย อย่างที่เห็นอยู่ในวันนี้นะคะ ก็ด้วยพระบารมีพระบุญญาธิการ และพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชพระเจ้าทุก ๆ พระองค์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ นับตั้งแต่มีการตรวจโปรดให้สร้างพระบรมมหาราชวัง สร้างองค์พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ขึ้นเป็นพระอารามประจำวังหลวง อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต มาประดิษฐานนะคะ ล้วนแล้วแต่เป็นการถอดคติความเชื่อ แล้วก็เป็นการมุ่งรักษาขนมจารีตประเพณีนับตั้งแต่โบราณจนถึงทุกวันนี้ค่ะ สาธุ (ผู้บรรยายหญิง) พระสงฆ์ 11 รูปในจำนวน 93 รูปสดับปกรณ์เช่าพระชนมพรรษาสมเด็จพระเท่าพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตร 11 ผ้าไตรเป็นเที่ยวแรก ซึ่งตั้งแต่การนั่งเรียงลำดับพระสงฆ์ในงานพระราชพิธีพระบรมศพนะคะ จะขึ้นอยู่กับพระอิสริยยศและลำดับชั้นสมณศักดิ์ โดยทั่วไปแล้วนะครับและส่งที่มีสมณศักดิ์สูงกว่าจะได้นั่งลำดับที่สูงกว่าโดยลำดับตามสมณศักดิ์จากสูงนะคะ ได้แก่ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ลำดับที่จะเป็นลำดับที่สูงที่สุด สมเด็จพระราชา คณะชั้นสุพรรณบัฏ พระราชาคณะเจ้ารองชั้นหิรัญบัฏ พระราชาคณะชั้นธรรมพระราชาคณะชั้นเทศน์ พระราชาคณะชั้นราช และชั้น 3 สามัญค่ะ you go (ผู้บรรยายหญิง) เมื่อสักครู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลาค่ะ ท่านผู้ชมคะ ขณะนี้ท่านผู้ชมกำลังรับชมการถ่ายทอดสด ของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย จะได้ถวายงานในการถ่ายทอดสด ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ถวายพระบรมศพ สมเด็จสิริพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิต มหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังนะคะ ซึ่งเป็นวาระที่ครบ 7 วันการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้มีหมายกำหนดการ 2 วันต่อเนื่องค่ะ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนกระทั่งถึงวันนี้นะคะ ซึ่งก็มีพระราชพิธี ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 10:00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งเราจะยังคงถ่ายทอด ไปจนกระทั่งการพระราชพิธีค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตรแต่พระสงฆ์อีกชุดหนึ่งนะคะ ในการทอดผ้าไตรแด่พระสงฆ์และพระสงฆ์สดับปกรณ์ ก็จะปฏิบัติเป็นขั้นตอนเหมือนกันนะคะในแต่ละชุด โดยเมื่อประสงค์ชุดแรก ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนเรียบร้อย เจ้าพนักงานก็จะนิมนต์ลงจากอาสน์สงฆ์ ลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วก็นิมนต์พระสงฆ์ในชุดต่อไป ขึ้นยังพระอาส์นสงฆ์ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็จะทรงทอดผ้าไตรเช่นนี้เป็นรอบนะคะ ซึ่งในช่วงนี้ก็ยังอยู่ในช่วงของการทอดผ้าไตร สดับปกรณ์ค่ะ สำหรับพระราชพิธีในวันนี้นะคะ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ค่ะ รายการเริ่มต้นนะคะ ของการสดับปกรณ์ของพระ 93 รูปในชุดนี้นะคะ ได้มีการสวดมาติกาค่ะ ซึ่งเป็นบทสวดนะคะ โดยพระสงฆ์ 93 รูปภาพพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งการสวดมาติกานี้ เป็นการเรียกโดยย่อจากชื่อเต็มว่า "ธัมมะสังคิณีมาติกา" เป็นแม่บททั้งหลาย แต่ย่อลงมาให้คงไว้แต่สาระสำคัญ ที่เป็นธรรมะขั้นสูงว่าด้วยลักษณะแห่งบุญกุศล และสิ่งที่ไม่เป็นบุญกุศลต่าง ๆ เพื่อน้อมนำความประพฤติของมนุษย์ทั้งหลายให้มั่นคงอยู่ในความประพฤติที่เป็นกุศล โดยสามัญทั่วไป ก็เหมือนกับการให้บุคคลที่ได้ฟังบทสวดนี้ ยึดมั่นในหลักธรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นเครื่องเตือนใจให้แต่ละคนคิดดี พูดดี และปฏิบัติดี เพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วค่ะในการพระราชพิธีในครั้งนี้นะคะสม เด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สุดาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรมหาวชิราลงกรณวรราชภักดีสิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวาง วรควัฒนราชนารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ท่านผู้หญิงพลอยไพลินเจนเซน และท่านผู้หญิงศิริกิตติยา เจนเซน ร่วมในพระราชพิธีด้วยค่ะ พูดถึงเรื่องของสีของผ้าไตรจีวรนะคะ สีที่เห็นอยู่นี้เป็นสีพระราชนิยมค่ะ ซึ่งครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชปรารภ กับสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร เมื่อคราวพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกนะคะ วันที่ 2, 3 15 กรกฎาคม 2531 เรื่องสีจีวรของพระสงฆ์ที่ถูกต้องเนื่องจากทรงสังเกตเห็นว่าสีจีวรของพระราชาคณะในพระราชพิธีมี 4 ที่แตกต่างกันออกไปค่ะ สังฆราชเจ้าได้ถวายพระพรว่า "ไม่ได้กำหนดเด็ดขาด มีเพียงเรียกชื่อกาสาวะ อาศัยระยะ และห้ามมิให้ใช้สีอะไรบ้างเท่านั้น" และหลังจากนั้นนะคะ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ได้ทรงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสีของซีวอนค่ะ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้านะคะ ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ 4 จีวรทั้งจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์สำคัญต่าง ๆ และนำขึ้นถวายรัชกาลที่ 9 เพื่อให้พระองค์ทรงใช้ศึกษาประกอบพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง ให้กรมป่าไม้เขาจ้างผลิตสีธรรมชาติ จากต้นไม้ต่าง ๆ ในป่า มาให้พระองค์ทอดพระเนตรค่ะ ซึ่งสีที่ได้จากการผลิตและนำขึ้นทูลเกล้าฯ ทูลกระหม่อมถวายนั้นมากถึง 100 สีนะคะท่านทรงพิจารณาคัดเลือกเอาไว้ 5 สีด้วยกัน ตามที่ส่งพระราชดำริว่าถูกต้องตามพุทธบัญญัติซึ่งสีฝาดหรือว่าสีกลับมีความใกล้เคียงกันมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง นำสีที่ทรงพระราชดำริ เลือกเอาไว้ 5 สี มาถวายสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงมีพระวินิจฉัยประกอบพระราชดำริว่าสีใดคือสิ่งที่ถูกต้องพิสูจน์ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้าได้ถวายพระวินิจฉัยว่าสีที่ทรงพระราชดำริเลือกไว้ คือ สิ่งที่ถูกต้องตามพุทธบัญญัติ ซึ่งนับแต่นั้นมานะคะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดทำจีวรตามสีที่ทรงพระราชวินิจฉัยนั้น ถวายพระภิกษุสงฆ์ในพระราชพิธีต่าง ๆ ต่อมา 4 วันนั้น จึงมีชื่อเรียกเฉพาะ ว่า "สีจีวรพระราชนิยม" หรือ "จีวรสีพระราชนิยม" ค่ะ เวลาที่เจ้าพนักงานได้นิมนต์พระสงฆ์และลงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทพระบรมมหาราชวังนั้นนะคะ ก็จะใช้ทางขึ้นและลงทางฝั่งทิศตะวันออกนะคะ ซึ่งในบริเวณนั้นนี่ เราก็จะเห็นมี... พระแท่นอยู่พระแท่นหนึ่ง ที่ตรงด้านสุดทาง ของมุมภาพที่เห็น จากการถ่ายทอดนะคะ พระแท่นพระราชบรรจถรณ์ เป็นพระแท่นราชบรรจถรณ์ ประดับมุกนั่นเป็นพระแท่นบรรทมในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชนะคะตั้งอยู่ที่มุขด้านตะวันออก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานสรุปไว้ว่าน่าจะสร้างขึ้น สำหรับพระที่นั่งพิมานรัตยา พร้อมกับเครื่องประดับมุกอื่น ๆ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพยวดี เสด็จเข้าไปประทับในพระที่นั่งพิมานรัตยา จึงทรงนำเครื่องราชูปโภคถวายเป็นพุทธบูชาไว้ที่หอพระมณเฑียรธรรม ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้อัญเชิญพระแท่นราชบรรจถรณ์ มาประดับองค์นี้ออกมาประดิษฐาน ณ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อประดิษฐานปูชนีย ในพระราชพิธีสำคัญใด ได้ประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันค่ะ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตร สำหรับพระสงฆ์ในชุดนี้ค่ะ เกาะสมุยเป็นที่สังเกตนะคะ ว่าหลังจากการสดับปกรณ์เรียบร้อยแล้ว เจ้าพนักงานก็จะต้องเก็บภูษาโยง ขึ้นบนอาสนะสงฆ์ กับขึ้นบนพานพระมหากฐิน และถอดปลายภูษาโยงขึ้น ยังไม่เชื่อมถึงกันนะคะ ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นสะดวก ความสะดวก และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในการจัดพื้นที่เพื่อให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอนค่ะ โดยจะมีการปฏิบัติแบบนี้ทุกรอบที่มีการสับเปลี่ยนพระสงฆ์ในแต่ละครั้งนะคะ สำหรับพระแท่นพระที่นั่งที่สำคัญ ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนะคะ นอกจากแท่นราชบรรจถรณ์ ประดับพระราชมุขแล้ว ที่เราเห็นจากการถ่ายทอดทุก ๆ ครั้ง ทางด้านขวามือของภาพนะคะ เราจะเห็นพระแท่นราชบัลลังก์ประดับมุกภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ซึ่งเป็นพระแท่นองค์สำคัญ แล้วก็อยู่คู่กับไปพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนะคะ สิ่งเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงพระบารมีของพระมหากษัตริย์ ที่แผ่ไพศาลไปทั่วทั้ง 8 ทิศ รวมถึงทิศธรณีอีก 1 ทิศ รวมถึงประดิษฐาน ภายใต้เครื่องยอดอยู่กลางพระที่นั่ง มีลักษณะเป็นชั้น ๆ แทนเขาพระสุเมรุ แต่เดิมนั้นประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งอินทราภิเษกมหาปราสาท ซึ่งเมื่อถูกอัคนีต้องแล้วก็เกิดเพลิงไหม้ไปนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งเสด็จมาทรงบัญชาการดับเพลิงด้วยพระองค์เอง ก็มีพระราชดำรัส ให้ยกลงมาจากพระมหาปราสาทนั้น เมื่อโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สร้างพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทขึ้นทดแทนแล้ว จึงโปรดให้เชิญพระท่านราชบัลลังก์ ประดับมุกขึ้นมาประจำในพระที่นั่งแห่งนี้ และประดิษฐานอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนะคะ เวลาที่มีการพระราชพิธีใด ๆ ก็ตาม รวมทั้งการพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในครั้งนี้เราจะได้เห็นการเชิญพระพุทธรูป ประจำพระชนมวาร ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาประดิษฐานไว้ ณ พระแท่นราชบัลลังก์ประดับมุก โดยตลอดการพระราชพิธีนั่นเองค่ะ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ส่งตำแหน่งมาทอดผ้าไตรพระสงฆ์เป็นชุดที่ 2 ค่ะ [เสียงบทสวดมนต์] (ผู้บรรยายหญิง) เราจะเห็นนะคะ ว่าการปฏิบัติต่อพระภูษาโยงต้องกระทำแบบความเคารพนะคะ เพราะว่าโยงมาจากพระบรมโกศค่ะ ซึ่งพระภูษาโยง คือ แถบผ้าที่รองจากปากโกศ หรือหีบศพนะคะ เพื่อใช้ในพิธีบังสกุล ถือว่าสดับปกรณ์โดยคลี่ทอดผ้าจาจากปากโกศหรือว่าไปยังประสงค์ เพื่อให้พระสงฆ์รับผ้าไตรจากแถบผ้านั้นหรือว่าอาจโยงจากราชรถที่ประดิษฐานพระโกศไปยังรถนำหน้าพระศพค่ะ ส่วนผ้ารองโยงนะคะ คือ ผ้าสีขาวที่ใช้รองรับผ้าภูษาโยง ในพิธีงานบำเพ็ญกุศลศพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานของบุคคลที่มีฐานันดรศักดิ์ ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป มีหน้าที่คือวางทับอยู่ด้านล่างของผ้าภูษาโยง เพื่อที่จะรองรับน้ำหนัก และเพิ่มความสง่างามในพิธีทอดผ้าบังสุกุลค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) 1 สิ่งที่คุณผู้ชมที่รับชมการถ่ายทอดสดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยมาโดยตลอดนะคะ ก็จะได้รับทราบ แล้วได้ยินคำว่า "การประโคมย่ำยาม" การประโคมย่ำยามนี้นะคะ เป็นโบราณราชประเพณีค่ะ ใช้ในการบรรเลงดนตรี เพื่อเป็นสัญญาณบอกเวลา และเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ หรือพระอิสริยยศในงานพระราชพิธีสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานพระบรมศพหรือพระศพของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ค่ะ การประโคมย่ำยาม หมายถึง การบรรเลงดนตรีตามช่วงเวลาหรือว่ายามที่ที่กำหนดขึ้น เพื่อถวายพระเกียรติและเป็นสัญญาณ ให้ข้าราชการในพระบรมมหาราชวัง ได้ทราบกำหนดเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากว่าในสมัยก่อนนั้น ไม่ได้สามารถที่จะติดต่อสื่อสารกันได้อย่างคล่องตัว เหมือนสมัยนี้นะคะ จึงต้องใช้เสียงเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการนัดหมายกัน ตามราชประเพณีเดิม การประโคมย่ำยามจะกระทำทุก 3 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่ 6.00 น. ถึง 3.00 น. ของอีกวันรวม 8 ครั้ง ในบางช่วงเวลาและบางพระราชพิธี อาจจะมีการปรับลด หรือเพิ่มรอบตามความเหมาะสม แต่โดยทั่วไปก็จะมีการประโคมในเวลาหลัก ๆ ดังที่กล่าวค่ะ โดยครั้งนี้นะคะ จะเป็นการประโคมทั้งหมด 6 ครั้ งโดยตัดช่วงเวลา 24.00 น. 3.00 น. ออกไปค่ะ การประโคมย่ำยามนอกจากจะเป็นการบอกเวลาแล้วนะคะ ยังเป็นการสื่อถึงคติความเชื่อตามธรรมเนียมพราหมณ์และพุทธ ที่ถือว่าเป็นการส่งเสด็จดวงพระวิญญาณกลับสู่สรวงสวรรค์อีกด้วยค่ะ ส่วนเรื่องของการถวายผ้าไตรจีวรนี้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นพิธีหลวง หรือว่าพิธีของสามัญชนค่ะ ก็เป็นไปตามหลักของพระพุทธศาสนานะคะ ทั้งนี้การถวายผ้าจีวรนั้นเพื่อให้พระภิกษุหมดภาระในการแสวงหาผ้านุ่งห่มค่ะ เพื่อให้ท่านไม่ต้องกังวลใจมีเวลาในการปฏิบัติธรรมอย่างเพียงพอ และยังเป็นการช่วยให้พระภิกษุมีผ้านุ่งห่ม บำบัดความหนาว ป้องกันความร้อน ป้องกันไม่ให้ป่วยไข้ ซึ่งในสมัยพุทธกาลพระภิษุ จะใช้รักษาสุขภาพอนามัยค่ะ นั่นก็คือใช้ชายจีวรกรองน้ำดื่ม เมื่อถึงคราวจำเป็นอีกด้วย ณ เวลานี้นะคะ ยังอยู่ในช่วงของพิธีพระสงฆ์ 93 รูปที่จะสดับปกรณ์เท่าพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขึ้นนั่งอาสสงฆ์และสดับปกรณ์นะคะ ก็จะจัดเป็นชุด ๆ นะคะ เป็นลำดับกันไปค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระบรมราชินีฯ เสด็จไปทอดผ้าไตรแบบพระสงฆ์ จำนวน 3 ชุดนะคะ ลำดับต่อไปก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าก รมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัยสิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดผ้าไตรแด่พระสงฆ์ชุดต่อไป อีกจำนวน 3 ชุดค่ะ และลำดับถัดไป ก็จะเป็นการเตรียมการสำหรับการสดับปกรณ์ ในรอบต่อไปนะคะ ซึ่งเมื่อพระสงฆ์ทุกรูปขึ้นนั่งบนอาสน์สงฆ์เรียบร้อยแล้วค่ะ อีกสักครู่เจ้าพนักงานก็จะได้มีการลากผ้าขาวรองก่อนที่อัดส่งนะคะ แล้วจึงจะได้มีการทอดพระภูษาโยงบนผ้าขาวรองโยงค่ะ ที่คุณผู้ชมได้เห็นอยู่นี้ คือ ผ้าขาวรองโยงนะคะ และที่เป็นสีเหลืองมีปิดทองนั้น ก็คือพระภูษาโยงนั่นเองนะคะ มีการทอดพระภูษาโยงบนผ้าขาวรองโยงค่ะ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เชื่อมปลายพระภูษาโยงทั้ง 2 ผืนเข้าด้วยกันค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตรค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) สำหรับพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันนี้นะคะ มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลย และเจ้าคุณพระสินีนาฏพิลาสกัลยาณีขนิษฐาที่พระเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีกรมพระศรีสวางควัฒนราชนารี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณท่านผู้หญิงพลอยไพลินเจนเซ่นและท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน โดยเสด็จในกาลนี้ด้วยค่ะ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนี้นะคะ ใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ ที่เราได้เห็นในครั้งหลังมานี้นะคะ จะเป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพ จริง ๆ แล้ว ก็มีทั้งงานที่เป็นมงคลนะคะ แล้วก็เป็นงานพระบรมศพด้วยค่ะ โดยพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทค่ะ นับว่าเป็นสถานที่เพื่อประกอบพระราชพิธีสำคัญสำคัญ พระราชพิธีนะคะ เมื่อปีพุทธศักราช 2454 ค่ะ ในรัชกาลสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วยนะคะ รวมถึงเมื่อครั้งวันสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ครบ 200 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จออกมหาสมาคม อัญเชิญพระสยามเทวาธิราช จากพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ได้มาประดิษฐานที่พระที่นั่งบุษบกมาลาในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วยนะคะ เพื่อที่จะได้ให้ประชาชนนั้นได้สักการะบูชาค่ะ และขณะนี้นะคะ สมดด็จพระกณิฐขนิษฐาธิดาเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้ถวายผ้าไตรพระสงฆ์อีกชุดหนึ่งค่ะ เส้นทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ก็ได้มีการดำเนินการ ถ่ายทอดสด พระราชพิธีบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมาอย่างต่อเนื่องนะคะ ทั้งนี้ค่ะเพื่อให้มีการถ่ายทอดราชประเพณีที่งดงาม มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานแล้วนะคะ ขณะเดียวกันค่ะ ก็ยังมีการสะท้อนถึงประเพณีปฏิบัติ ตามหลักการของพระพุทธศาสนานะคะ และคติธรรม ความเชื่อของชาวพุทธ ในเรื่องของการดำเนินรอยตามผู้ที่จากไปค่ะ พูดถึงในภาษาสามัญน่ะนะคะ แต่ว่าในการนี้ก็ถือว่าเป็นการดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทนั่นเองค่ะ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั้น ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกหนแห่ง ในผืนแผ่นดินไทยนะคะ ได้ทรงเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของราษฎร ว่ามีความทุกข์อย่างไร แต่ที่ส่งเป็นห่วงอย่างมาก ก็คือความยากจนของราษฎรค่ะ ได้ทรงมีพระราชดำริว่าทุกข์สุขของราษฎรนั้น ก็คือทุกข์สุขของพระองค์ท่านเองนะคะ ก็ได้เป็นที่มาของโครงพระราชดําริค่ะ [เสียงบทสวดมนต์] โป๊ ซึ่ง (ผู้บรรยายหญิง) ซึ่งสำนักพระราชวังนะคะ ได้จัดสถานที่ในพระบรมมหาราชวัง ให้ประชาชนได้ถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และได้จัดสมุดหลวงโรงงานแสดงความอาลัยไว้ให้ประชาชนลงนามสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณด้วยนะคะ สำหรับการแต่งกายไว้ทุกข์ของประชาชนทั่วไปนะคะ กรณีแต่งชุดสีดำล้วน ไม่ควรมีลวดลาย ควรมีสีดำเป็นสีหลัก เป็นชุดสุภาพจีบนะคะ กรณีที่ไม่มีจุดสีดำ สามารถเลือกใส่ชุดสีขาวหรือว่าเสื้อผ้าสีสุภาพแทนได้ อันนี้เป็นเรื่องของการแต่งกายไว้ทุกข์ของประชาชน คนทั่วไปนะคะ ส่วนกรณีชุดเครื่องแบบพนักงานเอกชนที่มีการแต่งเครื่องแบบ สามารถติดริบบิ้นที่อกซ้ายนะคะ หรือว่าใส่ปลอกแขนสีดำเพื่อแสดงความอาลัยไว้ที่แขนซ้ายได้ค่ะ มีเกล็ดเพิ่มเติมนะคะ สำหรับในอดีต เมื่อมีงานพระบรมศพ หรือเคลื่อนศพของเจ้านาย จะมีการไว้ทุกข์ โดยหลักอยู่ 2 วิธีค่ะ ก็คือเรื่องของสีของเครื่องแต่งกาย และการโกนผม เรื่องของการใช้สีก็มีธรรมเนียมระบุถึงสีที่แสดงสถานภาพระหว่างผู้ตายกับผู้ที่ยังอยู่ ก็คือ 1. สีดำ และ 2. ก็คือสีขาว ส่วน 3. คือสีม่วงแก่หรือน้ำเงินแก่ค่ะสีดำใช้สำหรับผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีอายุแก่กว่าผู้ตาย สีขาว สำหรับผู้เยาว์ หรืออ่อนกว่าผู้ตาย และสีม่วงแก่หรือสีน้ำเงิน สำหรับผู้ที่มิได้เป็นญาติเกี่ยวดองกับผู้ตายแต่ประการใดค่ะ ส่วนกรณีที่ประชาชนที่จะร่วมถวายสักการะพระบรมศพนะคะ เรื่องของการแต่งกายต้องแต่งกายให้สุภาพไว้ทุกสีดำ มีคอปกนะคะ ไม่ส่งกางเกงขาสั้น งดใส่กางเกงยีนส์นะคะ ไม่สวมเสื้อแขนกุด ไม่สวมรองเท้าแตะ ผู้หญิงควรที่จะสวมกระโปรง หรือผ้าถุงคลุมเข่าสีดำเท่านั้น เครื่องแต่งกายที่ควรหลีกเลี่ยงเลยนะคะ หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีสัน รวมไปถึงมีลวดหลายที่ไม่สุภาพค่ะ โดยสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนได้เข้าไปสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมานะคะ ตั้งแต่ 8.30 น. ถึง 16:00 น. เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังค่ะ ตั้งแต่หน้าจากวันที่ 9 พฤศจิกายน ทุกวัน ในเวลา 9:00 น. ถึง 21:00 น. จะเปิดให้ประชาเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวังค่ะ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี ศิริกิจการที่มีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ ในลำดับต่อไปอีก 1 ชุดแล้วนะคะ ซึ่งพระองค์ท่านนั้นจะประทับอยู่ทางด้านใต้ของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนะคะ ณ ที่แห่งนั้นก็จะมีพระบรมวงศ์พระบรมศานุวงษ์รวมเฝ้าอยู่ไหนพระราชพิธีด้วยค่ะ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนี้นะคะ ใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพ พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายก่อนที่จะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิง และบางครั้งก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งพระศพพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์อีกด้วยในอดีตนะคะ และที่สำคัญที่สุด ก็คือใช้ประดิษฐานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2553 ค่ะ เมื่อมีการประดิษฐานพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นครั้งแรก ในปีพุทธศักราช 2553 นั้นเองนะคะ จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกรรณา ไม่มีการสวรรคตของพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์พระองค์ต่อ ๆ มา นอกจากนี้ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระมหากษัตริย์องค์นี้ก็ได้ใช้เป็นสถานที่ชุมนุมสงฆ์สำหรับสังคายนาพระไตรปิฎกอีกด้วยนะคะ ในรัชกาลก่อน คือ รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เคยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประดิษฐานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อปีพุทธศักราช 2489 พระบรมศพสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อพุทธศักราช 2498 พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ซึ่งเสด็จสวรรคต เมื่อพุทธศักราช 2527 พระบรมศพ สมเด็จพระศรี... สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อพุทธศักราช 2538 พระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อพุทธศักราช 2551 พระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา ศิริโสภาพรรณวดี ซึ่งสิ้นพระชนม์ เมื่อพุทธศักราช 2554 และเมื่อครั้งที่ชนชาวไทยโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง ในปีพุทธศักราช 2559 นั้นนะคะ ก็ได้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และมาถึงครั้งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบ ที่หน้าเครื่องนมัสการพระแท่น พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วเสด็จไปยังหน้าพระโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงกราบที่หน้าพระโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวข้าราชการกู้มาเฝ้า ไปส่งจุดธูปเครื่องบูชากระบะมุก ที่หน้ากระแทกเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ทางด้านตะวันออก และด้านตะวันตกค่ะ [เสียงบทสวดมนต์] (ผู้บรรยายหญิง) ขณะนี้ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทพระบรมมหาราชวัง พระพิธีธรรมก็เริ่มสวดพระอภิธรรมขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี พระราชดำเนินออกจากพระที่นั่งค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) ในอดีตนะคะ ประชาชนทั่วไป ไม่สามารถเข้าในกำแพงพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายบังคมพระบรมศพได้นะคะ เพราะว่ามีข้อจำกัดเรื่องของการเข้าถึงและการเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน แต่อย่างไรก็ตามค่ะ สมัยรัชกาลที่ 5 นะคะ ได้มีการปฏิรูปแล้วก็เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่าง ๆ ในพระบรมมหาราชวังหลายอย่างเลย อย่างเช่น การอนุญาตให้ประชาชน เข้าถวายบังคมพระบรมศพได้ ในโอกาสพิเศษต่าง ๆ มีข้อจำกัดในอดีตในสมัยโบราณ การเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง มาก มีการจำกัดสิทธิ์และการเข้าถึงสำหรับบุคคล เพื่อรักษาความปลอดความปลอดภัยและความสงบ การเปลี่ยนแปลงในรัชกาลที่ 5 นะคะ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีการปฏิรูปการปกครอง และการบริหารประเทศอย่างมหาศาลเลยค่ะ รวมถึงการฏรูปกฎระเบียบต่างๆในพระบรมมหาราชวัง เรื่องของการผ่อนปรนนะคะพระองค์ท่านทรงมีพระราชดำริที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ได้มากขึ้น และมีการผ่อนปรนกฎระเบียบให้ประชาชนสามารถเข้าถวายบังคมพระบรมศพได้ในโอกาสพิเศษค่ะ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นนะคะ เป็นการเปิดให้ประชาชนเข้าถึงพระราชฐาน ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญ ในสมัยรัชกาลที่ 5 แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่สอดคล้องกับโลกสมัยใหม่มากยิ่งขึ้นค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) โดยเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้นะคะที่พระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทุก ๆ พระองค์นั้นทรงมีพระเมตตาอย่างสูงสุด แก่ประชาชนชาวไทย แก่พสกนิกรนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อครั้งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช นั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ได้ใช้สถานที่ไม่ว่าจะเป็นพระที่นั่งพระมหาปราสาทและสถานที่สำคัญต่าง ๆ ภายในพระบรมมหาราชวังในการพระราชพิธีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องนะคะ และก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ประชาชนหรือว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้เข้าเฝ้า หรือเข้าไปร่วมในพระราชพิธีต่าง ๆ นะคะ ด้วยพระเมตตาอย่างสูงยิ่ง จึงทำให้คนไทยได้มีโอกาสได้ชื่นชมทั้งเรื่องของจารีตประเพณี และได้ชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมแห่งพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่คนทั่วทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหน นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเคยมาเยือนประเทศไทย หรือแม้แต่กระทั่งเห็นประเทศไทยผ่านสื่อต่าง ๆ ก็ตาม ย่อมจะต้องติดตาตรึงใจ และเห็น ก็จะได้รับรู้ได้ทันทีเลยว่าสถาปัตยกรรมแห่งพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือสถานที่สำคัญต่าง ๆ ที่ได้ทรงโปรดให้สร้างขึ้น และทรงทำนุบำรุงรักษาให้งดงามอยู่คู่แผ่นดินมาโดยทุกวันนี้นี่ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่างเห็นแล้วก็จะประทับใจ แล้วก็จะทำให้ได้รับรู้เลยนะคะ ว่านี่คือแผ่นดินไทย และนี่คือความงดงาม อัตลักษณ์แห่งศิลปกรรม ตามสถาปัตยกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงขนบธรรมเนียมประเพณี และจารีตต่าง ๆ ของคนไทยนั่นเองค่ะ อย่างที่ท่านเห็นอยู่นี้นะคะ สถาปัตยกรรมของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนี้ถือว่าเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมไทยประเพณี ที่มีเครื่องตกแต่งจำนวนมาก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ ตามคติความเชื่อของทั้งศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์นะคะ ทรงทราบกันดีว่าคติเทวราชาพระมหากษัตริย์เปรียบประหนึ่งผู้ที่จุติลงมา บำบัดบำรุงสุขครองราชย์ครองแผ่นดิน แล้วก็ดูแลอาณาประชาราษฎร์นั้นประหนึ่งเทวดาที่ลงมาจากสรวงสวรรค์ ดังนั้นนี่ คติของศาสนาที่มีการรับสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาก็ดีนะคะ แล้วก็ในสมัยรัตนโกสินทร์ก็สืบทอดมา อย่างเข้มข้นก็ดี ทำให้เราได้เห็นสะท้อนจากภาพเหล่านี้ แม้เพียงไม่ได้พูดออกมาเพียงเห็นด้วยสายตาก็จะทำให้เข้าใจถึงที่มาต่าง ๆ นะคะ เฉพาะไปที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จุดเด่นภายนอกก็จะอยู่ที่หลังคา หลังคาของพระที่นั่งองค์นี้นะคะ มีการประดับเครื่องยอดช่อฟ้า ใบระกา นาคเบื่อน แผนผังหงส์ค่ะ มีลักษณะเป็นพญานาค 3 หัว หน้าบรรจงรูปพระนารายณ์ ทรงสุบรรณ ดังที่เห็นอยู่นี้ มุมยอดประสาททั้ง 4 มุม ก็จำหลักเป็นรูปพญาครุฑ ยุทธนาค ไขลาแทนคันทวย ลักษณะเรือนยอดมณฑป 7 ชั้นเป็นการจำลองเขาพระสุเมรุตามคติของไตรภูมินั่นเองนะคะ แต่ละชั้นแต่ละชั้นมีความหมายด้วยค่ะ เหมือนสวรรค์ชั้นต่าง ๆ ซึ่งองค์ระฆังตอนกลาง ก็แทนสถูปจำลอง ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนตอนบนคล้ายยอดพระเจดีย์ต่อ ที่บัวกลุ่มสตรีลูกแก้ว และหยาดน้ำค้าง หมายถึง การหลุดพ้น ตามคติพระพุทธศาสนานะคะ เรื่องราวความหมายของสถาปัตยกรรมไทยผ่านไปที่นั่งองค์นี้ ก็จะทำให้เห็นความสอดคล้องแล้วก็พระราชพิธีต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประดิษฐานพระบรมศพในพระโกศบนพระแท่นต่าง ๆ ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก็สะท้อนกับคตินิยมของเขาพระสุเมรุ ภายนอกองค์พระที่นั่งด้วยนะคะ ดังนั้น นี่คือความสอดคล้อง ความงดงามที่ลงตัวของแบบแผนโบราณราชประเพณีที่ราชสำนักไทยนั้นได้สืบทอดมาอย่างเคร่งครัด ก็เป็นบุญวาสนาของคนไทยนะคะ ที่ทำเราได้มีโอกาสได้เห็น ไม่ว่าจะการเห็นจากการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หรือได้มีโอกาสเข้าไปถวายสักการะ พระบรมศพ ภายในพระที่นั่งด้วยตัวของท่านเองค่ะ ขณะนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูรอังกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาฏพิลาสกัลยาณีจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทลงพระที่นั่งพิมานรัตยาค่ะ การเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง ที่ประตูกำแพงแก้ว ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภา เสด็จพระราชดำเนินกลับ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในพระราชวังดุสิต (ผู้บรรยายหญิง) ซึ่งจะเห็นว่ามีตำรวจรวมตั้งแถว ถวายความเคารพ เพื่อรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าวันนะคะ ซึ่งผู้ที่ตั้งแถวถวายความเคารพตามราชประเพณีเรียกว่า "ตำรวจหลวง" คือ ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ทำหน้าที่ถวายความราคาพระมหากษัตริย์ในพระราชพระราชพิธีสำคัญค่ะ (ผู้บรรยายหญิง) นอกจากพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารในวาระครบ 7 วัน การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วนะคะ ในห้วงเวลาต่อไป งานสำคัญของการพระราชพิธีพระบรมศพ ก็จะมีในวาระ ครบ15 วัน เมื่อวานวาระครบ 5 วัน ปัญญาสมวารและวาระ ครบ 100 วัน สตมวาร ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล อีกด้วยนะคะ ซึ่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยก็จะได้ทำหน้าที่ถวายการรับใช้สถาบันพระมหากษัตริย์และได้ทำหน้าที่รับใช้ถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้ติดตามพระราชพิธีต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดค่ะ ท่านผู้ชมคะ การบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 7 วัน พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีทั้ง 2 วัน ตั้งแต่เมื่อเย็นวานและในวันนี้ ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการถ่ายทอดสดพระราชพิธีมาอย่างต่อเนื่อง และได้เสร็จสิ้นลงแล้วสำหรับวาระนี้ สำหรับช่วงนี้ทีมผู้บรรยาย ได้แก่ คุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง คุณธนสร อมาตยกุล คุณกมลวรรณ สุนทรธรรม และดิฉัน ปิยณี เทียมอัมพรต้องลาท่านผู้ชมไปแต่เท่านี้ ตามและ ขอเชิญรับชมรายการตามปกติ ของทางสถานีค่ะ สวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ