--- title: ฝึก PE พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธี 1 พ.ย. 68 subtitle: date: วันอังคารที่ 11 พฤษจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กลับมาด้วย พระมหากษัตริย์ทรงรับพระอำนาจอย่างสมบูรณ์ การบูชา โดนสำหรับพระราชชนนีและสยามมกุฎราชกุมาร รวมถึงสยามบรมราชกุมารี คำว่า "สัปดนเศวตฉัตร" แปลตรงตัวว่าฉัตรขาว 7 ชั้น เป็นสัญลักษณ์แห่งพระเกียรติยศชั้นสูงในราชสำนัก ก็อย่างเช่นเมื่อครั้งพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรม สมเด็จพระสุดารัตน์ราชประยูร สิ้นพระชนม์ รัชกาลที่ 5 ก็โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ถวายพระเกียรติยศด้วยฉัตร 7 ชั้น เหนือพระบรมโกศ แบบแผนที่สืบต่อมาในรัชกาลที่ 9 รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เมื่อพุทธศักราช 2489 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ถวายนพปฎลมหาเศวตฉัตรเหนือพระโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหา อานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และในรัชกาลเดียวกัน ก็โปรดเกล้าถวายเหมือนโกศสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา จนมาถึงสมเด็จพระสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ถวายพระเศวตฉัตร 9 ชั้นนี้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระราชศรัทธา และพระมหากรุณาทิคุณหาที่สุดไม่ได้ค่ะ ถือว่าเป็นการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ของพระอิสริยยศสมเด็จพระราชินีฯ แห่งราชอาณาจักรไทยที่ รับการถวายพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรปาริฉัตรขาว 9 ชั้น กลางกั้นเหนือพระโกศพระบรมศพค่ะ สิ่งนี้เป็นพระราชทานยุตาธรรมของพระบาทสมเด็จพระวัชราเกล้า เจ้าอยู่หัวเอาไว้ที่ร 9 เจ้าอยู่หัวที่ได้ถวายแด่พระบรมราชชนนี ของโรงทานนะคะด้วยความรักยิ่ง ด้วยความที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการพระราชจริยวัตรต่าง ๆ นะคะ ที่ยิ่งใหญ่ ของสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะที่ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจคู่พระบารมี ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงสถิตอยู่ในหัวใจของคนไทยตลอดกาลนะคะ ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนนี ก็เฉกเช่นเดียวกัน ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย ไม่ว่าจะวันนี้ หรือตลอดกาลต่อไปนะคะ นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมประจำทั้งกลางวัน กลางคืน รับพระราชทานฉันเช้า วันละ 8 รูป และเพลงวัน 8 รูปนะคะ แล้วก็ประโคมย่ำยามกำหนด 100 วัน สิ่งเหล่านี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงการถวายพระเกียรติยศสูงสุดนะคะ และที่ท่านผู้ชมได้เห็นอยู่ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ได้มีการถ่ายทอด ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ทุกครั้งคราวไปนั้น ก็จะได้เห็นการตั้งแต่งเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศต่าง ๆ นะคะ อย่างสมพระเกียรติยศสูงสุด ตามโบราณราชประเพณีและตามที่จะมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ค่ะ (คุณอารยา) ท่านผู้ชมคะ สำหรับพระพิธีธรรมนะคะ เป็นชื่อตำแหน่งของพระสงฆ์ ที่ทรงพระกรุณาโปรดให้พระราชาคณะผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ในพระอารามหลวง คัดเลือกพระสงฆ์ที่อยู่จำพรรษาในพระอารามนั้น ๆ ทำการฝึกหัดสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ โดยใช้ทำนองที่ต่างไปจากทำนองสวดศพ บุคคลชั้นสามัญ ซึ่งเป็นทำนองร้อยแก้ว หรือไม่ก็เป็นทำนองสังโยค เรียกทำนองที่ฝึกใหม่นี้ว่าทำนองกะ เป็นทำนองหลวง เช่น ทำนองของวัดราชสิทธาราม ทำนองเลื่อน เป็นทำนองหลวง เช่น ทำนองของวัดระฆังโฆสิตาราม ทำนองลากซุง เป็นทำนองหลวง เช่น ทำนองของวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นต้นนะคะ ในการสวดนั้น ก็จะมีพัดของพระพิธีธรรม ซึ่งมีทั้ง 4 ด้ามนะคะ มีลักษณะเป็นแผหน้านาง มีพื้นสีต่าง ๆ ซึ่งบ่งบอกถึงตำแหน่งลำดับ ของการนั่งค่ะ เช่น สีเหลือง สำหรับหัวหน้าแม่คู่ รูปที่ 1 รูปที่เป็นต้นเสียงนะคะ สีแดงสำหรับแม่คู่รูปที่ 2 สีน้ำเงินสำหรับเถียงแม่กู้รูปที่ 1 และสีเขียวสำหรับเคียงแม่คู่รูปที่ 2 ค่ะ ตรงใจกลางของพระพิธีธรรมนั้น จะมีมุขแกะสลักเป็นตัวอักษร ว่าวิธีทำฝังไว้ด้านปลายของพลาด ก็จะเป็นหัวบัวยอดแหลมเดิมทำด้วยงา แต่ต่อมาก็ได้เปลี่ยนเป็นวัสดุคล้ายงาแทนค่ะ ส่วนด้านนั้น เป็นไม้นะคะ การแต่งตั้งพระพิธีธรรม ปัจจุบัน การแต่งตั้งพระพิธีธรรม เป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาส ที่จะเสนอรายชื่อพระที่ได้รับการฝึกหัดทำนองสวดพระธรรม ทั้งที่เป็นบทพระธรรมเดิม แล้วก็บทพระธรรมใหม่ จนเกิดความชำนาญนะคะ โดยจัดทำบัญชีรายชื่ออายุพรรษาของพระสงฆ์เหล่านั้น รวม 4 รูป พร้อมกับระบุไปว่าภิกษุรูปใด เป็นหัวหน้า แล้วส่งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อทราบ และจัดนิตยภัต ถวายเป็นรายเดือน เพียงเท่านี้พระพิธีธรรม ก็นับได้ว่าเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งแล้ว อย่างไรก็ตามนะคะ พระพิธีธรรมที่จะถือพัดในพิธีหลวง สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแต่งตั้งใหม่ หมายความว่าวัดที่มีพระพิธีธรรม สามารถมีมากกว่า 4 รูปก็ได้ เมื่อเวลาที่จะไปในพิธีหลวงมาถึง พระพิธีธรรมจากวัดนั้น ๆ ก็จะไปในการพิธีหลวงเพียงวัดละ 1 สำรับ รูปเท่านั้นค่ะ โดยทั่วไปแล้ว การนั่งสวดพระอภิธรรมก็จะนั่งตามลำดับเป็นแถว เรียงหน้ากระดานนะคะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ ซึ่งอาจจะต้องนั่งหันหน้าเข้าหากัน ตามที่ปรากฏสื่อสาธารณะที่เราได้เห็นกันนะคะ มีการนั่ง 2 แบบด้วยกัน ก็คือนั่งตามลำตามลำดับศรีพัฒน์ คือสีเหลืองสำหรับหัวหน้าแม่คู่รูปที่ 1 สีแดงสำหรับแม่คู่รูปที่ 2 สีน้ำเงินสำหรับเคียง แม่คู่รูปที่ 1 แล้วก็สีเขียว สำหรับเคียงแม่คู่รูปที่ 2 นะคะ ส่วนการนั่งแบบที่ 2 นั้น เป็นการนั่งสวดมนต์สร้างหรือว่าเตียงสวดค่ะ เสียงสวดมนต์พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังนะคะ สีน้ำเงินสำหรับเคียงแม่คู่รูปที่ 1 สีเหลืองสำหรับหัวหน้าแม่คู่รูปที่ 1 สีแดงสำหรับแม่คู่รูปที่ 2 สีเขียวสำหรับเคียงแม่คู่รูปที่ 2 ค่ะ สีเหลืองและสีแดงนั้น นั่งตรงกลางนะคะ สีน้ำเงินและสีเขียว นั่งขนับขวา-ซ้ายค่ะ (คุณณิศารัช) เมื่อสักครู่ที่เราเห็นตีนสวดพระอภิธรรมนะคะก็จะเป็นสิ่งที่มีขนาดพอให้พระสงฆ์และได้ 4 รูป สำหรับ 1พอดี นัดแล้วก็มีที่สำหรับวางตู้พระธรรมได้ หลังคาบุภายในด้วยผ้าขาว ก็จะมีอุบะ ห้อยอยู่โดยรอบ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เราจะมีการจัดไว้ 2 เตียงนะคะ เตียงที่ตั้งอยู่มุขด้านตะวันออก ก็จะมีสีแดงถือว่าเป็นเตียงเอกค่ะ ส่วนที่อยู่มุขด้านตะวันตก มีสีเขียวนั้น ถือว่าเป็นเตียงรองสำหรับพระสงฆ์ ที่พระพิธีธรรมที่จะทำการสวดในวันนี้นะคะ มาจากวัดประยุรวงศาวาสค่ะ ในสร้างส่วนที่ 1 นะคะ แล้วก็วัดจักรวรรดิราชาวาส ในซ่างส่วนที่ 2 ค่ะ ค่ะ ในซ่างส่วนที่ 1 งานนะคะ วัดประยูรค่ะ ได้แก่ พระครูวิบูลศาสนกิจจาทร พระมหาอัคคธัมโม พระมหานพคไร ทันโต และพระครูใบฎีกาบัณฑิต ปัณฑิโตโตนะคะ ที่ 2 วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร สุริยะเมธี พระมหาวุฒิชัย ปัญโญ พระมหาวีรวงศ์ ธีรวุฒิโท และพระมหาวรวุฒิวรนค่ะ บนเตียงเตียงสวดพระอภิธรรม เราก็จะเห็นตู้พระธรรม คือตู้ที่บรรจุคัมภีร์พระอภิธรรม ไว้ภายในนะคะ ตั้งอยู่ที่หน้าพระพิธีธรรม ตู้พระธรรมจะมีอยู่ 3 แบบค่ะ มีทั้งแบบที่เป็นตู้ทองทึบ มีทั้งที่เป็นตู้ลายรดน้ำ ตู้ประดับลายกระจกก็มีนะคะ การสวดพระอภิธรรมในการพระบรมศพ หรือพระศพ ก็จะใช้ตู้ทองทิพย์ ซึ่งถือว่าเป็นตู้พระธรรมที่มีศักดิ์สูงสุดนะคะ พระพิธีธรรม จะมีการสวดพระอภิธรรมอย่างไร หลายคนก็อาจจะยังไม่ได้เข้าใจถ่องแท้นะคะ พระพิธีธรรมก็จะสวดพระอภิธรรม ในทำนองหลวง มีลักษณะคล้ายกับการสวดมหาชาติคำหลวง ก็คือสวดนอง มีเม็ดพรายการสวดที่แตกต่างกันไปค่ะ มีการหลบเสียง มีการเอื้อนเสียง มีลีลาในการสวดพระอภิธรรม ไพเราะ แล้วก็เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละพระอาราม ดังที่ได้กล่าวไป ว่ามี 4 พระอารามนะคะ พระสงฆ์ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นพระพิธีธรรม จะต้องเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เป็นผู้ที่มีวิริยะอุตสาหะในการฝึกซ้อม สวดพระอภิธรรมทำนองหลวง และจำลีลาการสวดตามแบบที่บูรพาจารย์ในพระอารามนั่น ๆ ได้กำหนดไว้ เพราะการสวดพระอภิธรรมทํานองหลวงนั้น จะต้องมีความเพราะว่าการสวดพระอภิธรรมทํานองหลวงนั้น จะต้องมีความไพเราะ และยังคงความศรัทธาให้เกิดขึ้นแก่ผู้ฟังได้ ย่อมเกิดจากการส่วนที่พร้อมเพรียงกัน มีความสามัคคีแห่งเสียงที่รวมกันเป็นหนึ่ง มีจังหวะเอื้อนเสียง มีจังหวะหยุดหายใจ พักพร้อมกันไปตลอดการสวด แล้วก็จะสังเกตจะมีจังหวะที่ไม่ช้าเกินไป ไม่เร็วเกินไปด้วยนะคะ การสวดพระอภิธรรม ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก็จะมีการสวดสลับกันทีละจบ จนครบยาม จึงจะพัก และจะมีเจ้าหน้าที่ประโคมก็จะประโคมย่ำยาม แต่เดิมนั้น เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมจนครบในแต่ละวันแล้ว แต่ละวันหมายถึงย่ำรุ่งเวลา 06:00 น. ถึง 24:00 น. 24:00 น. ก็จะกลับสู่พระอารามของตน แต่ในชั้นหลังมานี้นะคะ นับตั้งแต่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 นะคะ ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิดินทร ไปพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดภัตตาหารถวายพระพิธีธรรม ในพระราชพิธีเลยค่ะ ก็จะทำให้เป็นการที่ย่นระยะเวลา และทำให้พระพิธีธรรมนั่น ไม่ต้องกลับโศการามในช่วงกลางดึกนะคะ นี่ก็คือเป็นเกร็ดที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของพระพิธีธรรมนะคะ ส่วนพระพิธีธรรมคืออะไร และทำไมต้องสวดพระอภิธรรมนั้น ก็มีคำอธิบายเอาไว้นะคะ จากสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 นะคะ ในหนังสือความเข้าใจเรื่องพระอภิธรรม พระองค์ท่านทรงนิพนธ์ ไว้อย่างนี้ค่ะ บอกว่าธรรมว่าอภิธรรมนั้น ประกอบทราบว่าอภิธรรม แปลว่ายิ่งกับทำร่วมกัน แปลว่าธรรมะยิ่งหมายความว่าธรรมะที่ยิ่งคือคำพิเศษ หมายความว่าแปลกจากธรรมะ ในปิฎกตื่นความหมายนี้ต่างจากคำว่า "อภิธรรม" อภิวินัย ที่ใช้ในพระสูตรใดที่นั้น คำว่า "อภิ" หมายความว่า จำพระวินัย คือ มีเข็มแต่ไม่ปะปนกัน อีกอย่างหนึ่ง ในที่นั่นก็หมายความว่ายิ่งนั้น แหละ แต่ไม่ได้หมายถึงอีกประโยคหนึ่ง คือ อภิธรรม หมายถึง โพธิปักขิยธรรม พระวินัยก็หมายถึงอาทิพรหมจริยกาสิกขา คือ สิกขาบทมาในพระนะคะ เดี๋ยวก็เป็นส่วนหนึ่ง ในที่บางแห่ง คำว่า "อภิธรรม" หมายความว่าธรรมะ ที่เป็นการอธิบายทำนองอรรถกถา คือสถานที่อธิบายเนื้อความ ถ้าตามความหมายหลังนี้ ให้อภิธรรม ก็คือตำราที่อธิบายธรรมะ ส่วนที่แสดงความของอภิธรรมว่าธรรมะ ที่ยิ่งดังกล่าวข้างต้นนั้น เป็นการแสดงตามคัมภีร์อรรถกถา อภิธรรม แต่ถ้าไม่อ้างคัมภีร์นั้น ว่าเอาตามที่พิจารณา จะแปลว่า เฉพาะธรรมก็ได้ เพราะว่าในคัมภีร์อภิธรรม ได้แสดงเฉพาะธรรมะ ไม่เกี่ยวกับบุคคล อภิธรรมมี 7 คัมภีร์ ที่เรียกว่า "ศรัทธาปกรณ์" ดังกล่าวมาแล้ว ก็คือธัมมสังคณี วิภังค์ ธาตุกถา พระบัญญัติ นอกนั้น ก็จะมีก็กถาวัตถุ ยามากะ มาตรฐานนะคะ ทั้งหมดรวมเป็น 7 คัมภีร์ ซึ่งแต่ละคำภีร์นั้น ก็มีรายละเอียดและข้อความหมายที่แยกย่อยลงรายละเอียดออกไป อีกนะคะ ซึ่งคัมภีร์อภิธรรมที่มี 7 คัมภีร์ เราก็เลยมมักจะคุ้นหูนะคะ ที่บอกว่าอภิธรรม 7 คัมภีร์ สวดอภิธรรม 7 คัมภีร์นั่นเองค่ะ เหตุที่ต้องมีการสวดพระอภิธรรมนั้น พระอรรถกถาจารย์ได้รจนาเอาไว้ ว่าในพรรษาที่ 7 สมเด็จพระบรมศาสดา เสด็จไปแสดงพระอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ อาศัยพระพุทธะกตัญญูกตเวทิตาธรรมเป็นคติธรรม บูรชนไทยจึงกำหนดให้มีการสวดพระอภิธรรม ในงานศพนั่นเองนะคะ พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เป็นเครื่องประกอบเกียรติยศ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานถวายพระศพ หรือแก่ศพในพระบรมราชานุเคราะห์ ดังนั้น ควรที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จักต้องตั้งจิตใจให้เป็นสมาธิสั้นพระอภิธรรมด้วยความเคารพ ย่อมได้รับอานิสงส์แห่งการฟังธรรมตามกาล เป็นมงคลชีวิตตลอดไปค่ะ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งนะคะ ที่ได้รวบรวมเรียบเรียงมาจากคำอธิบาย ในเรื่องของพระอภิธรรม และก็พระพิธีธรรมว่าสวดพระอภิธรรม เพื่อความหมายอย่างไรในแต่ละงานค่ะ (คุณอารยา) ณ เวลานี้นะคะ ที่มีการพระราชพิธีนะคะ ก็มีประชาชนที่... อยากจะถวายความจงรักภักดีนะคะ อยากจะขอเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงค่ะ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ผู้ที่ประสงค์ ขอเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไปนั้น ขอให้ผู้ที่มีความประสงค์จะขอเป็นเจ้าภาพ ทำหนังสือ เรียนเลขาธิการพระราชวัง ตามแบบฟอร์มที่กำหนดนะคะ แนะนำส่งที่สำนักพระราชวัง ได้ 3ช่องทางด้วยกันค่ะ ช่องทางแรก คือส่งหนังสือแจ้งความประสงค์ด้วยตนเอง ที่แผนกสารบรรณ กองกลาง อาคารสำนักพระราชวังในพระบรมมหาราชวังนะคะ โทรศัพท์หมายเลข 022432730 2 2 2433333 33 และ 02623 5500 ต่อ 21 21 ถึง 29 ค่ะ ช่องทางที่ 2 นั้นนะคะ ส่งหนังสือแจ้งความประสงค์ทางไปรษณีย์ได้ค่ะ ตามที่อยู่ คือเรียนเลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวังในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนครกรุงเทพมหานครนะคะ ช่องทางที่ 3 นั้น ก็คือส่งทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ค่ะ หรือส่งอีเมลที่กองกลาง at Royal Office .th นะคะ โดยสแกนหนังสือเป็นไฟล์ PDF ค่ะ ทั้งนี้ทางสำนักพระราชวังจะตอบรับ ด้วยการตอบกลับ หรือว่า Reply email โดยผู้ขอเป็นเจ้าภาพ ไม่ต้องส่งหนังสือต้นฉบับกลับมาอีกครั้งในภายหลังนะคะ การนี้เมื่อเจ้าภาพที่ส่งหนังสือแจ้งความประสงค์ในการบำเพ็ญกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแล้ว สำนักพระราชวังก็จะได้มีหนังสือตอบรับ พร้อมกับแจ้งรายละเอียดในการเป็นเจ้าภาพก่อนวัน แล้วแล้วก็เวลาที่ท่านเป็นล่วงหน้า 15 วันทำการค่ะ (คุณสายสวรรค์) สำหรับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทองค์นี้นะคะ เป็นพระที่นั่งองค์ประธาน ในหมู่พระมหาปราสาท ในเขตพระราชฐานชั้นกลาง นับตั้งแต่ประตูพิมานไชยศรี ถึงประตูสนามราชกิจ จะเรียกว่าเขตพระราชฐานชั้นกลางนะคะ ซึ่งก็เป็นพระมหาปราสาทที่อยู่โคกกรุงรัตนโกสินทร์มาตั้งแต่ต้นกรุงค่ะ พระที่นั่งองค์นี้ อยู่ทางทิศตะวันตก ของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และมีพระที่นั่งพิมานรัตยา และบริวารต่อเนื่องอยู่ทางด้านหลัง ก็เชื่อมกับเขตพระราชฐานชั้นในนะคะ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2332 แทนพระที่นั่งอินทราภิเษก มหาปราสาท ที่ถูกฟ้าผ่าและเกิดเชียงใหม่ ลักษณะเป็นปราสาทจตุรมุข ที่มุขด้านเหนือพระที่นั่ง มีมุขเด็จยื่นออกมา ประดิษฐานพระที่นั่งบุษบกมาลาอยู่กลางมุข สำหรับที่พระมหากษัตริย์ จะประทับในเวลาที่เสด็จออก ในงานพระราชพิธีออกมหาสมาคมหรือว่าในการพระราชพิธีอื่น ๆ นะคะ สุด... สุดแล้วแต่จะโปรดนะคะ ซึ่งที่เราเห็นอยู่นี้ก็เป็นพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทนะคะ ที่อยู่เคียงคู่กัน เป็นภาพที่เป็นสัญลักษณ์เป็นที่จดจำของทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่ได้สื่อสารในเรื่องของความเป็นสยามประเทศ ความเป็นราชอาณาจักรไทยนะคะ ย่อมต้องนึกถึงภาพ และอัตลักษณ์ความงดงาม ของพระบรมมหาราชวัง ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 องค์ปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สร้างขึ้น และยังคงเป็นมรดกมาจนถึงทุกวันนี้ ให้แก่ทั้งชนชาวไทย เป็นที่ภาคภูมิใจ และยังเป็นสถานที่สำคัญ ในการประกอบพระราชพิธีต่าง ๆ อันควรค่าแก่การที่ให้เกิดความสง่างาม สมพระเกียรติยศต่าง ๆ ตามโบราณราชประเพณีนะคะ ก็เป็นโอกาสดี ที่ทำให้คนไทยนั้น ได้มีมรดกทางวัฒนธรรม ที่ทำให้พวกเราได้ภูมิใจจนถึงทุกวันนี้ค่ะ องค์พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น จริง ๆ แล้วก็ใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นราชพิธีอันเป็นการมงคล ของแผ่นดินของแต่ละรัชกาล ของบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ในสมัยก่อนนะคะ แล้วก็เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย ก่อนจะถวายพระเพลิง และบางครั้งก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งพระศพพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ด้วยค่ะ ที่สำคัญที่สุด ก็คือใช้ประดิษฐานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช 2353 ครั้งนั้นเอง จึงกลายเป็นธรรมเนียมสืบต่อมาค่ะ เมื่อมีการสวรรคตของพระมหากษัตริย์ แห่งพระบรมราชวงศ์ พระองค์ต่อ ๆ มา ก็มีการประดิษฐานพระบรมศพยังพระที่นั่งดุสิตปราสาทองค์นี้นะคะ มีการพระราชพิธี และพิธีอื่น ๆ ที่สำคัญ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จากการที่พระที่นั่งนี้ด้วยค่ะ อย่างเช่น ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า รัชกาลที่ 3 นะคะ ก็ได้ใช้เป็นสถานที่ชุมนุมสงฆ์ สำหรับสังคายนาพระไตรปิที่นั่งนี้ในรัชกาลที่ 9 นะคะ ก่อนที่จะถึงงานสำคัญสำคัญต่าง ๆ นะคะ ก็มีการประดิษฐานพระบรมศพหลายพระองค์นะคะ นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ซึ่งเสด็จสวรรคต เมื่อปีพุทธศักราช 2489 พระบรมศพ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกา เจ้า ซึ่งเสด็จสวรรคต เมื่อพุทธศักราช 2498 พระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 เสด็จสวรรคต เมื่อพุทธศักราช 2527 พระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งเสด็จสวรรคต พุทธศักราช 2538 นะคะ ดังนี้เป็นต้นค่ะ จนกระทั่งถึง ณ เวลานี้ พระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก็ได้ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังเดิม ถึงยังพระที่นั่งดุสิต มหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังแล้วค่ะ ขณะนี้ รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภา จะเสด็จขึ้นทางบันไดมุขกระสัน พระที่นั่งพิมานรัตยาเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ที่จะเสด็จออกยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทค่ะ สำหรับคืนนี้เป็นการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิต มหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังนะคะ ซึ่งก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระบรมศพ เช่นนี้ และวันที่เป็นวันสำคัญ ๆ อย่างเช่น ในวาระครบ 7 วัน สตมวารนะคะ ซึ่งก็มีพระราชพิธีผ่านพ้นไปแล้ว ในวันที่ 30 ตุลาคม ต่อเนื่องถึง 31 ตุลาคม เป็นเวลา 2 วัน ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร และเสด็จเสด็จพระราชดำเนินไปทรงมันบำเพ็ญพระราชกุศลพระองค์เองนะคะ พอถึง 15 วัน ก็จะมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสมวาร เมื่อ 50 วัน มาถึง ก็จะมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ที่เรียกว่า "ปัญญาสมวาร" และเมื่อถึง 100 วัน ก็จะมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารสตมวารสตมวารที่ผ่านพ้นไปนั้น ออกเสียงคล้ายกันมากนะคะ แล้วก็สะกดก็ต่างกันเพียง เล็กน้อยเท่านั้นนะคะ 7 วัน สตตมวาร จะสะกดเปิด ส.ไม้หันอากาศด้วยค่ะแล้วก็เต่า 2 ตัวสระอาเรือเมื่อวานนะคะส่วนถ้าเกิดว่าเป็น 100 วันต่างกันนิดเดียวนะคะ ก็คือ เมื่อวาน ส-ต-มอหัวแหวนสระอารเรือสระอามะวานนะคะทั้งนั้นก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบทั้ง 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วันค่ะ และตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมานะคะ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 ค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และภาพการผลิตสถานพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทให้กับประชาชน ที่เดินทางมาลงนามถวายความอาลัยณ ศาลาสหทัยสมาคม และเต็นท์ข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวังค่ะ สำหรับพระฉายาลักษณ์ และภาพการประดิษฐานพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะมีขนาดโปสการ์ด ด้านหลังมีข้อความ หมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระบรมศพสมเด็จ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระที่นั่งดุสิตปิดมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังค่ะ เสียงประชาชนที่ไปเข้าเฝ้าเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์นะคะ จะได้รับรูปภาพไปด้วยนะคะ เริ่มตั้งแต่เมื่อวานนี้เป็นวันแรกค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีฯ เสด็จออกพระที่นั่งดุสิต มหาปราสาท ณ ที่นั้น มีท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วยนะคะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ และเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศแล้ว ก็เสด็จไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทอง 2 ชั้น บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรค่ะ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินผ่านแถวข้าราชการผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องกระบะมุก ที่หน้าประเทศเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ด้านตะวันออก และด้านตะวันตก และมุขเหนือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปประทับพระราชอาสน์ทรงสดับพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมในลำดับต่อไปค่ะ สำหรับพระพิธีธรรม พิธีธรรมนะคะ ซ่างที่ 1 ทางทตะวันออกพระพิธีธรรมในสร้างที่ 1 นะคะ พระจากวัดประยุรวงศาวาส ด้านทิศตะวันตกตะวันออกนะคะแล้วก็จักรวรรดิราชาวาส ในการสร้างที่ 2 ทางทิศตะวันตก ในลำดับนี้นะคะ เจ้าพนักงานจะได้นิมนต์พระราชาคณะรูป ที่จะถวายอดิเรกค่ะ ราชาคณะวันนี้นะคะ ได้แก่พระวชิรเมธีจากวัดบุรณศิริมาตยารามค่ะ ซึ่งในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนะคะ ก็จะมีการถวายน้ำสรงพระบรมศพ แล้วก็มีการประโคมย่ำยามนะคะ ซึ่งการประโคมย่ำยามนั้น เมื่อเจ้านายเสด็จสวรรคต หรือว่าสิ้นพระชนม์ ตามธรรมเนียมราชประเพณีของวังบางอย่างหนึ่ง ก็คือชาวพนักงานฝ่ายเครื่องสูง แล้วก็กลองชนะ จะเจ้าพนักงานประโคมตามพระอิสริยยศนะคะ ได้แก่ การประโคม เวลาพระราชทานน้ำสรงพระศพ และก็ประโคมยาม การประโคมยามมีกำหนดไว้ตามระเบียบ ตามชั้นพระองค์เจ้าประโคม 15 วัน ชั้นเจ้าฟ้าประคบ 50 วัน สมเด็จเจ้าฟ้าประโคม 100 วัน หรือตามแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานไว้เป็นพระเกียรติยศค่ะ แต่โบราณนั้นนะคะ กำหนดยามไว้วันหนึ่ง 8 ยามด้วยกันนะคะ ยามแรก 6:00 น. เรียกย้ำรุ่ง ถัดมา 9:00 น. มา 12:00 น. เรียกย่ำเที่ยงถัดมา 15:00 น. 18:00 น. หรือย่ำค่ำ ถัดมา 20:00 น. 24:00 น. หรือ 2 อย่าง และ 3:00 น. ค่ะ แต่ละพระอิสริยยศนั้น จะประโคมตามยาวไม่เท่ากัน ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าลงมาจะประโคมตอนย่ำรุ่งถึง 2 ยาม จึงเรียกพระคมยาม หากพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดิน จะประโคมทุกอย่าง จึงเรียกประโคมย่ำยาม เพราะต้องไปประโคมหรือยามทุกข์ยาม 3 ชั่วโมงครั้งหนึ่ง นอกจากการประโคมยามแล้ว ในเวลาเดียวกัน ก็จะมีพระสงฆ์ มาสวดพระอภิธรรม และประเพณีอย่างหนึ่ง ที่ยกเลิกไปแล้ว ก็คือนางร้องไห้ค่ะ เหตุการประโคมยามนั้น มีนัยอยู่ ประการแรกนะคะ ก็คือเป็นเครื่องบอกพระอิสริยยศ ด้วยเครื่องดนตรี หรือเครื่องประโคมนะคะ มีจำนวนในริ้วแตกต่างกันไป เช่น แตรฝรั่ง 10 คัน แตรฝรั่ง 6 คัน หรือจำนวนกลองชนะที่ไม่เท่ากัน ทุกประการที่ 2 ก็คือเมื่อเกิดเสียงประโคมขึ้นแล้ว ย่อมบอกเวลาแก่เหล่าเจ้าพนักงาน ผู้อยู่งานทำหน้าที่ต่าง ๆ ในการพระศพ ได้จัดเวร เปลี่ยนเวร หรือกระทำหน้าที่ของตนตามรับสั่ง ขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตร แก่พระสงฆ์ ซึ่งมีทั้งพระราชาคณะ 1 รูป ได้แก่ พระราชสุดาวชิรเมธี วัดรณศิริมาตยาราม และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมอีก 8 รูป ที่นั่งรับพระราชทานผ้าไตร อยู่บนอาสน์สงฆ์นะคะ เมื่อประทับพระราชอาสน์แล้ว พระสงฆ์จะสดับปกรณ์ เป็นลำดับต่อไปค่ะ [เสียงบทสวดมนต์] (คุณสายสวรรค์) หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทกแล้ว ก็ได้ถวายอนุโมทนาถวายอดิเรก และออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังค่ะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีฯ ทรงกราบที่หน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ค่ะ การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ก็จะเสร็จสิ้นลงในเวลาเพียงเท่านี้นะคะ แต่ว่าในการปฏิบัติขั้นตอนต่าง ๆ ที่ยังคงมีอยู่นั้น ของพระพิธีธรรม รวมทั้งเรื่องของการประโคมย่ำยามนั้นนะคะ บางทีเราจะไม่ได้เห็นจากการถ่ายทอดมากนะคะ โดยเฉพาะต่างประโคมย่ำยาม แล้วก็เป็นเรื่องสำคัญค่ะ เนื่องจากเป็นเครื่องพระราชอิสริยยศ ของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์อย่างหนึ่ง คำว่า "ประโคม" หมายถึงการบรรเลงดนตรี ก็เป็นสัญญาณในพิธีบางอย่าง ในการสักการะบูชา หรือยกย่อง เป็นต้นนะคะ ส่วนคำว่า "ย่ำ" หมายถึง การตีกลอง ย่ำกลอง ก็คือ ตีกลองถี่ ๆ ถ้าย่ำฆ้อง ก็คือตีของแๆนะคะย้ำ คือการตีถี่ๆหลายครั้ง บอกเวลาสำหรับเปลี่ยนยาม เรียกว่าย่ำกลองย่ำฆ้อง ซึ่งแสงแบบนี้ ก็อาจจะเป็นศัพท์ที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณนะคะ คนรุ่นใหม่อาจจะฟังแล้วก็ไม่คุ้นนะคะ คำว่า "ยาม" นะหมายถึงส่วนแห่งวัน ที่บอกว่ายามยาม 1 มีกี่ชั่วโมงมี 3 ชั่วโมงนะคะ วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง แปลว่ามี 8 ยาม ดังนั้น เวลาที่นำเอาเรื่องของการนับย่ำแบบนี้นะคะ มาใช้ในการประโคม ก็จึงแบ่งออกเป็นเอาเป็น 8 ช่วงนั้นเองนะคะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีฯ เสด็จออกพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาศกัลยาณี จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ลงทางมุขกระสัน พระที่นั่งพิมานรัตยาค่ะ พระบรมพระวงศานุวงศ์ที่ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในวันนี้ ในการพระราชพิธีพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ก็มีท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน นะคะ บัดนี้ เสด็จพระราชดำเนิน ลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งพิมานรัตยา รถยนต์พระที่นั่งจะเทียบอยู่ที่ประตูกำแพงแก้ว ข้างพระที่นั่งราชการสภาค่ะ ค่ะ ท่านผู้ชมค่ะ การถ่ายทอดสดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังนะคะ วันนี้มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วนะคะ คุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง ดิฉันอารยา สุวิเศษศักดิ์ พร้อมทั้ง ภาคภาษาอังกฤษ โดยร้อยเอก นายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ ขอลาท่านผู้ชมไปพร้อมกันตรงนี้ ขอบพระคุณที่ติดตามชม สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ