--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ ยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม (15.13 นาที) ห้องที่ 2 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 09.15 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (คุณครูปุณยาพร) สวัสดีค่ะ สำหรับคลิปนี้นะคะ เป็นหัวข้อการสอนในหัวข้อที่ 4.2 ยีนกับกาควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม ให้ความรู้โดย ครูปุณยาพร โดยที่หัวข้อนี้นะคะ อยู่ภายใต้บทที่ 4 หัวข้อเรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จุกประสงค์นะคะ คือ ให้นักเรียนอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างยีน ลักษณะทางพันธุกรรมค่ะ ก่อนอื่นนะคะ นักเรียนจำได้ไหมคะ เกี่ยวกับโรคทาลัสซีเมียที่ได้เรียนมทานะคะ คลิป 1 ข้อที่แล้วนะคะ ธาลัสซีเมีย คืออะไร ทาลัสซีเมียคือโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง โดยเป็นโรคโลหิตจางแบบเรื้อรัง ซึ่งคนไทยนี่ มีผู้ที่เป็นโรคนี้จำนวนมากนะคะ และมีผู้ที่เป็นพาหะจำนวนมากยิ่งกว่าขึ้นไปอีก แสดงว่าโรคทาลัสซีเมียความจริงอยู่ใกล้ตัวคนไทยมากเลยนะคะ ซึ่งจากที่นักเรียนได้เรียนมาในคาบที่แล้วนะคะ ธาลัสซีเมียนี่ ถูกควบคุมโดยยีน โดยมีแอลลีล T อัลลิล T และ แอลลีล t ที่ควบคุมลักษณะที่เป็นโรค นั่นทำให้ผู้ที่มีแอลลีลใหญ่ 2 แอลลีล ดังในรูปนะคะ จะไม่เป็นโรค ส่วนผู้ที่มีแอลลีล t 2 แอลลีลในขณะที่ผู้ที่มีแอลลีล T อย่างละ 1 แอลลีลนะคะ จะไม่เป็นโรคแต่ว่าเป็นพาหะ คราวนี้ คำถาม ก็คือแอลลีลดังกล่าวเหล่านี้นี่ ทำให้เกิดโรค หรือไม่เกิดโรคได้อย่างไร เดี๋ยวอันนี้นะคะ เราจะได้มาเรียนกันในหัวข้อนี้ค่ะ เรามาทวนกันอีกรอบนะคะ กันอีกนิดหนึ่งนะคะ ว่าแอลลีลคืออะไร นะคะ ก็คือรูปแบบของยีน โดยรูปแบบของยีนนี่จัดควบคุมลักษณะพันธุกรรมผ่านโปรตีนแล้วการควบคุมนั้นนี่ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ยีนเป็นช่วงหนึ่งของสาร DNA นะคะ ที่ควบคุมหรือกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ ซึ่งยีนนั้นนี่ ก็จะไปส่งผลให้เกิดลักษณะต่าง ๆ ของพันธขึ้นอยู่กับชนิดและหน้าที่ของโปรตีนนั้น ตรงนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างลักษณะเผือกเป็นตัวอย่างก่อนนะคะ ที่นักเรียนเคยได้เรียนมาแล้ว ว่าการเกิดควบคุมได้หรือการมีหรือไม่มีลักษณธเผือกได้อย่างไร ค่ะ ซึ่งลักษณะเผือกนะคะ เกิดจากการที่ขาดเมลานินค่ะ โดยเมลานินเป็นสารสีชนิดหนึ่ง ที่อยู่บริเวณผิวหนัง ผม และม่านตาค่ะ โดยในตัวอย่างนี้นะคะลักษณะเผือกนี่ จะพบเจอโดยยีน 2 แอลลีล โดยแอลลีล A นะคะ ที่ทำหน้าที่ในการสังเคราะห์โปรตีนโดยเมลานินได้ค่ะ แต่ว่ายีนที่มีแอลลีล a นะคะ ที่มีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ไม่สามารถควบคุมได้ค่ะ อย่างในจอที่นักเรียนเห็นอยู่ตอนนี้นะคะ โปรตีนที่ทำงานได้นี่ คุณครูแทนด้วยก้อนสีแดงนะคะ ส่วนโปรตีนที่ทำงานไม่ได้ คุณครูแทนก้อนโปรตีนสีเหลืองค่ะ คราวนี้แล้วยีนที่มีแอลลีล A แอลลีล a นี่ เขาควบคุมการมี หรือไม่มีลักษณะเผือกได้อย่างไรนะคะ เดี๋ยวเรามาลองดูไปพร้อม ๆ กันค่ะ ในผู้ที่มีแอลลีล AA จะสามารถสังเคราะห์ได้ สังเคราะห์โปรตีนที่ทำงานได้ ซึ่งโปรตีนที่ทำงานได้นี้นี่ ก็จะไปทำหน้าที่สังเคราะห์นะคะ ทำให้ผู้ที่มีแอลลีลแบบนี้ มีเมลานิน ไม่มีลักษณะเผือก ในขณะที่ผู้ที่มีเฉพาะแอลลีล a นะคะ จะสังเคราะห์โปรตีนที่เป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้ ซึ่งทำให้ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนี่ ไม่มีเมลานิน นะคะ และทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ เราทราบการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมสำหรับผู้ที่มีแอลลีล A และแอลลีล a แล้วก็ผู้ที่มีเฉพาะแอลลีล a แล้วผู้ที่มีแอลลีลทั้ง 2 รูปแบบ ก็คือมีทั้ง แอลลีล A และแอลลีล a เขาจะมีการควบคุมบลักษณะอย่างำไเดี๋ยวตรงนี้คุณครูจะให้เวลาคิดสัก 10 วินาทีนะคะ แล้วลองมาคิดเล่น ๆ กัน แล้วเดี๋ยวเรามาดูคำตอบกัน เริ่มเลยนะคะ [เสียงดนตรี] ค่ะ อันนี้น่าจะพอตอบกันได้แล้วนะคะ เรามาลองดูคำตอบพร้อม ๆ กันเลยค่ะ ค่ะ มีทั้งที่เป็นพาหะนะคะ มีทั้ง แอลลีล A และ แอลลีล a ค่ะ โดยการมี แอลลีล a นะคะ ทำให้เขามีการสร้างโปรตีนที่ทำงานไม่ไดแต่ในขณะเดียวกันบุคคลนี้มีแอลลีล A อยู่ด้วยค่ะ ทำให้มีการสร้างโปรตีนได้ด้วย จึงทำให้มีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้น และทำให้บุคคลนี้ ไม่มีลักษณะ ตรงจุดนี้นะคะ นักเรียนอาจจะสังเกตถึงแอลลีลใหญ่ ถึงความแตกต่างระหว่างแอลลีลเด่นกับ แอลลีลด้อยที่นักเรียนได้เรียนมาแล้วนะคะ จะเห็นได้ว่าการมีแอลลีล A เพียงแค่ 1 แอลลีลนี่ สามารถที่จะแสดงลักษณะออกมาได้ แอลลีล A จึงจัดเป็นแอลลีลเด่นค่ะ ในทางกลับกันนะคะ ถึงแม้ว่าจะมีแอลลีล a อยู่ก็ตามกลับไม่มีการแสดงออกของแอลลีลนั้น ๆ แอลลีล a จึงจัดเป็นแอลลีลด้อยค่ะ จากที่นักเรียนได้เรียนมานะคะ นักเรียนพอจะสรุปความเชื่อมโยงกับแผนผังที่ครูให้ไว้ตั้งแต่ตอนต้นคาบได้ไหมคะ คำถามด้านล่างนี้นะคะ ว่ายีนนี่ควบคุมทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะ โดยครูอยากให้นักเรียนเชื่อมโยงระหว่างแอลลีล A แอลลีล a กับการมีอยู่และการไม่มีอยู่ของลักษณะเผือกที่ได้เรียนไปเมื่อสักครู่ สำหรับตอนนี้เริ่มได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] ค่ะ ได้เวลาแล้วนะคะ เรามาดูคำตอบกันเลยดีกว่าค่ะ จากรูปนี้นะคะ จะอธิบายการที่ยีนควบคุมลักษณะพันธุกรรมที่มีอยู่หรือไม่มีลักษณะผิวเผือกได้ เรามาลองค่อย ๆ ดูไปกันทีละขั้นนะคะ ทำหน้าที่กำหนดลักษณะของโปรตีน ยีนที่ควบคุมลักษณะเผือกนะคะ มีแอลลีล A ซึ่งจัดเป็นลักษณะที่ทำงานได้ และแอลลีล a ซึ่งกำหนดลักษณะที่เป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้ ต่อไปนะคะ โปรตีนนั้น จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางนะคะ สำหรับลักษณะเผือก ก็คือโปรตีนที่ทำงานได้หรือทำงานไม่ได้นี่ ทำให้สามารถสังเคราะห์เมลานินได้ หรือสังเคราะห์ไม่ได้นะคะ ซึ่งการมีหรือไม่มีเมลานินนี้เอง เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเรา นั่นก็คือการมีหรือไม่มีลักษระเผือกนั่นเองค่ะ จากตัวอย่างข้างต้นนะคะ จะเป็นว่ายีนควบคุมการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรมนแล้วคราวนี้ ยีนนี่กำหนดลักษณะของโปรตีนอย่างไรนะคะ คำตอบ ก็คือลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนมีผลต่อโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ค่ะ อันนี้นักเรียนอาจจะบอกนะคะ ว่าครูคะ ไม่ช่วยอะไรเลยค่ะ ลำดับนิวคลีโอไทด์คืออะไรคะ ใครที่ลืมไปแล้วนะคะ หรือ เอ๊ะ ไม่เคยเรียนมาก่อนเลย ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวคุณครูทวนให้ฟังอีกครั้งหนึ่งนะคะ ย้อนกลับไปตั้งแต่ว่า ยีนคือช่วงหนึ่งของสารแล้ว DNA คืออะไร DNA นะคะ หรือชื่อเต็ํม นะคะ เป็นสารพันธุกรรม ซึ่งประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ค่ะ ซึ่งในรูปตรงนี้นะคะ โครงสร้างตรงนี้ โดยนิวคลีโอไทด์นี่ จะมาเรียงต่อกันเป็นพอลินิวคลีจำนวน 2 สารค่ะ จำนวนสาย 1 นะคะ ส่วนอันนี้คือพอลินิวคลีโอไทด์อีกสายหนึ่งค่ะ สายคู่นี้นะคะ จะพันเป็นเกลียวสายคู่ แต่ละนิวคลีโอไทด์นี่ จะประกอบไปด้วย น้ำตาล หมู่ฟอสเฟต หมู่ฟอสเฟต และนิวคลีโอไทด์ค่ะ ในส่วนของนิวคลีโอไทด์ขึ้นมาใหญ่หน่อยนะคะ จะได้เห็นชัด ๆ กันซึ่งนิวคลีโอไทด์ที่มาต่อกันนะคะ จะตามชนิดของไนโตรเจนัสเบสค่ะ ได้แก่ หรือ A ไทมีน หรือ T พอลินิวคลี หรือ C และกวานีน หรือ G ค่ะ โดยนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส A นะคะ จะจับกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส T ค่ะ ส่วนนิวคลีโอไทด์ที่มี เบส G นะคะ จะจับกับที่มีเบส C ค่ะ คราวนี้นะคะ เราได้รู้จัก DNA แล้ว เรากลับมาที่ยีนและแอลลีลของเราดีกว่านะคะ ยีนนี่เป็นช่วงหนึ่งของสาย DNA นะคะ ที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งกำหนดโปรตีนที่ที่สังเคราะห์ขึ้น ดังนั้น ถ้าลำดับของนิวคลีโอไทด์ที่เปลี่ยนแปลงไปนี่ ก็อาจจะส่งผลให้เปลี่ยนไปด้วยนะคะ บนสาย DNA ยาว ๆ ของเรานี่ มีอยู่ด้วยกันหลายยีนค่ะ โดยยีนที่ต่างชนิดกันที่ต่างกัน ได้โปรตีนที่ต่างชนิดกัน ส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างกันที่เราเรียนมานะคะ ยีนธาลัสซีเมียกับยีนลักษณะเผือกนะคะ ก็เป็นียนคนละยีนกัน มีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกัน และได้เป็นโปรตีนต่างชนิดกัน ซึ่งส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ เรามาดูที่ 1 ยีนกันบ้างค่ะ ในกรณี 1 ยีนนะคะ แอลลีลต่างรูปแบบกัน ก็จะมีแตกต่างกัน ทำให้มีความแตกต่างของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นะคะ ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดตามไปด้วย ตัวอย่างนะคะ ก็เช่น แอลลีล T และแอลลีล t นะคะ ในกรณีตัวอย่างของโรคธาลัสซีเมียค่ะ จากในรูปนะคะ จะเห็นว่าแอลลีล T กับแอลลีล t นี่ลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันนะคะ ซึ่งก็ส่งผลให้เป็นโปรตีนที่มีลักษณะแตกต่างกัน และส่งผลต่อการเป็นหรือไม่เป็นโรคทาลัสซีเมียนั่นเองค่ะ ค่ะ จากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะ ก็พอที่จะเห็นภาพแล้วนี่ เกี่ยวข้องกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมอย่างไร ต่อจากนี้นะคะ อยากจะให้นักเรียนลองตอบคำถามนะคะ และตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองนะคะ โดยจะให้เขียนแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างยีนและโปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมในกรณีคนที่มีเลือดหมู่ AB ค่ะ น่าจะไม่ยากนะคะ สำหรับนักเรียนที่ตอบได้นี่ แสดงว่าเข้าใจแล้ว แต่ถ้าหากใครยังตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไรนะคะ ก็อาจจะลองย้อนกลับไปทำความเข้าใจหรืออาจจะสืบค้นเพิ่มเติมนะคะ หรือลองคุยกับเพื่อนดูว่าแต่ละคนมีความเข้าใจต่างกันอย่างไรบ้างนะคะ [เสียงดนตรี] จากที่เราได้เรียนมานะคะ คราวนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบค่ะ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เกิดผ่านยีนซึ่งเป็นช่วงของ DNA ที่อยู่บนโครโมโซม โดยลำดับนิวคลีโอไทด์ของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้น แอลลีลที่มีนิวคลีโอไทด์ต่างกัน และทำให้โปรตีนที่ต่างกันค่ะ จบลงไปแล้วนะคะ กับการศึกษายีนในหัวข้อยีนทางพันธุกรรม โดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปคือการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมค่ะ สำหรับตอนนี้ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี]