สวัสดีค่ะสำหรับคลิปนี้นะคะเป็นพิการสมในหัวข้อที่ 12ยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยครูเบญจพรค่ะโดยที่หัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่ 4 เรื่องกรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4จะไปสนนะคะก็คือให้นักสามารถที่จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างยีนการสังเคราะห์โปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมค่ะอยู่นะคะนักเรียนจำได้ไหมคะเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียที่ได้เรียนมาในคลิป 1 ข้อที่แล้วนะคะพรีเมี่ยมคืออะไรธาลัสซีเมียคือโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งนะคะโดยเป็นโรคโลหิตตามแบบเรื้อรังนะคะซึ้งคนไทยเนี่ยมีผู้ที่เป็นโรคนี้เป็นจำนวนมากนะคะและมีผู้ที่เป็นพาหะของโรคนี้โดยไม่แสดงอาการจำนวนมากนี่หว่างั้นก็แปลว่าโรคธาลัสซีเมียความจริงอยู่ใกล้ตัวคนไทยเรามากๆเลยนะคะที่นักเรียนได้เรียนมาในคลิปที่แล้วนะคะโรคธาลัสซีเมียควบคุมโดยยีนส์นะคะมีอะไรพี่ใหญ่ที่ควบคุมลักษณะไม่เป็นโรคและที่ควบคุมลักษณะเป็นโรคงั้นทำให้ผู้ที่มีอันใหญ่ 2 อันเลวดังในรูปนะคะจะไม่เป็นโรคส่วนผู้ที่มีอันริ้วที่เล็ก 2 อันเลวจะเป็นโรคในขณะที่ผู้ที่มี แอลลีล x และ T ใหญ่อย่างละ 1 อันเร็วนะคะไม่เป็นโรคแต่ว่าเป็นพาหะเช้านี้คำถาม ก็คือแอลลีลดังกล่าวเหล่านี้เนี่ยมันทำให้เกิดโรคหรือไม่เกิดโรคได้อย่างไรเดี๋ยววันนี้นะคะ เราจะได้มาเรียนกันในข้อนี้ค่ะ เอามาลองชวนกันอีกนิดหนึ่งนะคะ ว่าแอลลีลคืออะไร อย่าลืมนะคะ ก็คือรูปแบบของยีน ที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม ผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล้วการควบคุมนั้นนี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรนะคะยีนเป็นช่วงหนึ่งของสาย DNA นะคะ ควบคุมกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ ซึ่ง แอลลีลนี่ก็จะไปส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับชนิด แล้วก็หน้าที่โปรตีนนั้น อันนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะ เดี๋ยวเรามาลองดูในส่วนของลักษณะ เผื่อเป็นตัวอย่างก่อนนะคะ ที่นักเรียนยีนนี่แล้วว่ายืนควบคุมการเกิดการมีไม่มีลักษณะอย่างไรลักษณะเผือกนะคะ เกิดจากการที่โดยเมลานินนะคะ เป็นยีนชนิดหนึ่งที่อยู่บริเวณผิวหนังตัวอย่างยีนนะคะ ลักษณะเผือกจะมีโดย แอลลีล T นะคะ ที่ทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์ DNA ลักษณะเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ค่ะ อย่างในสไลด์ที่โรงเรียนตอนนี้นะคะ ที่ทำงานได้ด้วยส่วนโปรตีนที่ทำงานไม่ได้คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีเหลืองค่ะ คราวนี้แล้วยืนที่มี แอลลีล A ควบคุมการมีหรือไม่แอลลีลมีลักษณะเผือกได้อย่างไรในผู้ที่แอลลีล a2 อันลืมนะคะเขาก็จะสามารถโปรตีนที่ทำงานได้ซึ่งโปรตีนที่ทำงานได้นี่ ก็จะไปทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนะคะ ทำให้แบบนี้ มีอะไรและทำให้ไม่มีลักษณะในขณะที่เฉพาะนะคะ จะสังเคราะห์โปรตีนออกมาเป็นโปรตีน ที่ทำงานไม่ได้นะคะ ซึ่งทำให้ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนี่ ไม่มีเมลานินเกิดขึ้นนะคะ และทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ เราสามารถควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของแอลลีล A แล้วก็พูดที่มีเฉพาะเล็กแล้วนะคะ คำถามก็คือ แล้วผู้ที่มีแอลลีลทั้ง 2 รูปแบบ เมื่อมีหลาย ๆ แล้วก็ไอ้เล็กเนี่ยเขาจะมีการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมออกมาเป็นยังไงนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณครูจะให้เวลาคิดประมาณ10 วินาทีนะคะ ลองคิดเล่น ๆ กันแล้วเดี๋ยวเราค่อยมาดูคำพร้อมกัน เริ่มเลยนะคะ ค่ะ อันนี้น่าจะพอตอบกันได้แล้วนะคะ อย่างนั้นเรามาลองดูคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ อันนี้เป็นและ โดยการมี แอลลีล a นะคะ ทำให้เขามีการสร้างโปรตีนทำงานไม่ได้ แต่บุคคลนี้มีตัวอย่างด้วยค่ะ ทำให้มีการสร้างโปรตีนได้ด้วย ทำให้มีการขึ้นและทำให้บุคคลนี้ไม่มีตรงนี้นะคะ นักเรียนคงจะสังเกตถึง แอลลีลเด่นและแอลลีลด้อย ที่นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะ จะเห็นได้ว่าการมีอะไรใหม่ ๆ เพียงแค่ 1 ตัวใหญ่จึงจะเป็นในทางกลับกันนะคะถึงแม้ว่าจะมีอันเล็กอยู่ก็ตามแต่กลับไม่มีการแสดงออกของลักษณะนั้น จากนั้น ที่นักเรียนได้เรียนมานะคะ นักเรียนพอที่จะสรุปความเชื่อมโยงแผนผังที่ครูให้ไว้ ตั้งแต่ต้นคาบได้ไหมคะ ตารางนี้นะคะ ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไร ไรนะคะ โดยครูอยากให้นักเรียนเชื่อมโยงระหว่าง แอลลีล A กับ แอลลีล a กับการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกที่นักเรียนได้เรียนมาเมื่อสักสำหรับตอนนี้เริ่มได้เลยค่ะ ค่ะได้เวลาแล้วนะคะ เรามาดูคำตอบกันเลยดีกว่า ว่าคำตอบของเราเป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ จากรูปนี้นะคะ จะอธิบายการที่มียีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของการมีหรือไม่มีลักษณะผิวเผือกได้ เรามาลองดูกัน ไม่ค่อยถูกดูกันไปทีละกันอีกครั้งหน่ึ่งนะคะ ยีนทำหน้าที่กำหนดลักษณะของโปรตีนยีนที่ควบคุมลักษณะเผือกนะคะมีอันเลย ๆ จะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานได้และ แอลลีล a ซึ่งจะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะ ต่อมานะคะ โปรตีนนั้น ก็จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ สำหรับลักษณะเผื่อ ก็คือการมีโปรตีนที่ทำงานได้ หรือทำงานไม่ได้นทำให้สามารถสังเคราะห์เมลานินได้หรือสังเคราะห์ไม่ได้นะคะ ซึ่งการมีหรือไม่มีเมลานินนี้เองงพี่เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเรา ก็คือการมีอยู่หรือไม่มีลักษณะแบบนั้นเอง จับตัวอย่างข้างข้างต้นนะคะ ก็จะเห็นได้ว่ายีนควบคุมการแสดงของลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีน แล้วคราวนี้กำหนดลักษณะของโปรตีนได้อย่างไรนะคะ คำตอบก็คือลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนมีผลต่อโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ค่ะ อันนี้นักเรียนอาจจะบอกนะคะว่าครูคะเขาตอบแค่นี้ไม่ช่วยอะไรเลยค่ะ ลำดับนิวคลีโอไทด์คืออะไรคะ ใครที่ลืมไปแล้วนะคะ หรือว่าอาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ เหมือนมันไม่เคยเรียนมาก่อนเลย ไม่เป็นอะไรค่ะ เดี๋ยวคุณครูสอนให้ฟังอีกครั้งนึ่งนะคะ ย้อนกลับไปตั้งแต่ว่ายีน คือ ช่วงงของสาย ล้วเรียนอีกคืออะไรนะคะหรือชื่อเต็มนะคะ เป็นสารพันธุกรรมซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ค่ะ อย่างในรูปตอนนี้นะคะตามกรอบนี้คือ 1 นิวคลีโอไทด์ค่ะ ต่อกันนะคะ เป็นสายพอลินิวคลีโอไทด์จำนวน 23 ค่ะ อันนี้คือสายหนึ่งนะคะ ส่วนอันนี้ ก็คือพอลินิวคลีโอไทด์อีกสายหนึ่งค่ะ สายคู่นี้นะคะ จะพันกันเป็นโครงเกลียวคู่ นิวคลีโอไทด์เนี่ย จะประกอบไปด้วยน้ำตาลฟอสเฟต และไนโตรจีนัสเบสค่ะ อันนี้เดี๋ยวครูจะลองขยายในส่วนของนิวคลีโอไทด์ที่มาให้ใหญ่หน่อยนะคะ เราจะได้เห็นได้ชัด ๆ กันซึ่งนิวจีโอไทด์ที่มาต่อกันนี้นะคะ มี 4 ชนิดตามชนิดของไนโตรจีนัสเบสได้แก่ หรือ T ไซโทซีน หรือ C และกวานีน หรือ G ค่ะ โดยนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส a นะคะนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส จับกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสเบสดีค่ะส่วนนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสดีนะคะกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส C ค่ะ คราวนี้นะคะเราได้รู้จักกันแล้วกลับมาที่ยืนกันดีกว่า กลับมาที่รูปนี้อีกครั้งหนึ่งนะคะเป็นช่วงหนึ่งของสาย DNA นะคะ ที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้น ดังนั้น ถ้าหากว่าลำดับของนิวคลีโอไทด์เปลี่ยนแปลงไปนี่ ก็อาจจะส่งผลให้ได้เปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะ บนสาย DNA ยาวของเรานี่ อยู่ด้วยกันหลายโดยยีนต่างชนิดกันก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ต่างกัน โปรตีนชนิดต่างกันและส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่าง ๆ นะคะ อย่างตัวอย่างที่เราเรียนมานะคะ กับยีนลักษณะเผือกนะคะก็เป็นยีนคนละยีนกัน มีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกัน และได้เป็นโปรตีนแตกต่างกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมคืออะไร นิวคลีโอไทด์นะคะ เรามาลองดูที่อื่นกันบ้างในกรณีของทีมเดียวกัน นะคะ รูปแบบการก็จะมีลำนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันทำให้มีความแตกต่างของได้นะคะ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดเป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปด้วยตัวอย่างนะคะ เช่น แอลลีล T และ แอลลีล t คะ ในกรณีตัวอย่างของโรคธาลัสซีเมียค่ะ จากในรูปนะคะ จะเห็นว่า แอลลีล T ใกับเล็กเนี่ย มีลำดับนิวคลีโอไทด์แตกต่างกันนะคะ ซึ่งก็ส่งผลให้สังเคราะห์ออกมาเป็นโปรตีนที่มีลักษณะแตกต่างกันและส่งผลต่อลักษณะการเป็นหรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนั่นเองค่ะ ค่ะ จากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะ ก็น่าจะพอเห็นภาพแล้วว่าแอลลีลเกี่ยวข้องกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะ ต่อจากนี้นะคะ อยากจะให้นักเรียนลองตอบคำถาม ตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองนะคะ โดยให้เขียนแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างยีนโปรตีน และลักษณะทางพันธุกรรมในกรณีบุคคลที่มีเลือดหมู่ AB ค่ะ น่าจะไม่ยากนะคะ สำหรับนักเรียนที่ตอบได้นี่แสดงว่าเข้าใจแล้วแต่ถ้าหากว่าใครยังตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะอาจจะลองย้อนกลับไปดูคลิปนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะทำความเข้าใจ หรือว่าอาจจะสืบค้นเพิ่มเติมนะคะ แล้วก็ลองคุยเพื่อนดูว่าแต่ละคนนี่ มีความเข้าใจตรงกันหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะคะ จากที่เราได้เรียนมานะคะ คราวนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมผ่านยีนซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของสาย DNA นะคะ ที่อยู่บนโครโมโซมโดยลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน กำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้น แอลลีลรูปแบบต่างกันจะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกัน และทำให้ได้โปรตีนที่มีสมบัติการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมค่ะ