ไม่เป็นโรคส่วนผู้ที่มี t จะเป็นโรคในขณะที่ผู้ที่มี argan x และ T ใหญ่อย่างละ 1 อันเลยนะคะ จะไม่เป็นโรคแต่ว่าเป็นพาหะเช้านี้คำถาม ก็คือแอลลีลดังกล่าวเหล่านี้นี่ มันทำให้เกิดโรคหรือไม่เกิดโรคได้อย่างไร วันนี้นะคะ เราจะได้มาเรียนกันในข้อนี้ค่ะ เรามาลองชวนกันอีกนิดหนึ่งนะค ะว่าลืมคืออะไรอย่าลืมนะคะ ก็คือรูป แบบของยีน โดยที่ยีนนี่จะควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีน แล้วการควบคุมนั้นนี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรนะคะ ยีนเป็นช่วงเย็นของสาย DNA นะคะ ที่จะควบคุมกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ ซึ่งยีนนั้นนี่ก็จะไปส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับชนิดแล้วก็หน้าที่พวกนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะ เดี๋ยวเรามาลองดูในส่วนของลักษณะเผื่อเป็นตัวอย่างก่อนนะคะ ที่นักเรียนเคยได้เรียนมาแล้ว ว่าควบคุมการเกิดหรือการมีไม่มีลักษณะเผือกได้อย่างไรค่ะ ลักษณะเผือกนะค ะเกิดจากการที่โดยมีแอลลีนะคะเป็นสารสีชนิดหนึ่งที่อยู่บริเวณผิวหนัง แล้วม่านตาค่ะ ในตัวอย่างยีนนะคะ ลักษณะเผือกโดยปริยายนะคะที่ทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลลานิลลักษณะเปลี่ยนแปลงไปให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ค่ะ อย่างในที่นักเรียนตอนนี้นะคะ ที่ทำงานได้ด้วยต้น ส่วนโปรตีนที่ทำงานไม่ได้คุณครูแทนด้วนโปรตีนสีเหลืองค่ะ คราวนี้แล้วยีนที่มีแอลลีน A เขาควบคุมการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อย่างไรนะคะในผู้ที่มีแอลลีล A 2 แอลลีลนะคะ เขาก็จะสามารถโปรตีนที่ทำงานได้ที่ทำงานได้นี่ก็จะไปทำหน้าที่ในกระบวนการเมลานินนะคะทำให้พูดแบบนี้มีเมลานินและทำให้ไม่มีลักษณะในขณะที่ผู้ที่มีเฉพาะ แอลลีน a นะคะ จะสังเคราะห์โปรตีนออกมาเป็นโปรที่ทำงานไม่ได้นะคะ ซึ่งทำให้ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนี่ ไม่มีเมลานินเกิดขึ้นนะคะ และทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ เราทราบการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของผู้ที่มีเฉพาะแอลลีล A และ แอลลีล a แล้วนก็พูดที่มีเฉพาะเลขแล้วนะคะคำถามก็คือแล้วผู้ที่มีอายุทั้ง 2 รูปแบบ ก็คือมีหลาย ๆ แล้วก็แอลลีน a นี่ เขาจะมีการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมออกมาเป็นอย่างไรนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณครูจะให้เวลาคิดประมาณ 10 วินาทีนะคะ ลองมาคิดเล่น ๆ กัน แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาดูคำตอบพร้อมกัน เริ่มเลยนะคะ ค่ะ อันนี้น่าจะพอตอบกันได้แล้วนะคะ อย่างนั้นเรามาลองดูคำตอบพร้อม ๆ กันเลยค่ะ อันนี้เป็นพาหะ ทั้งตัวอย่างและโดยการมีอะไรนะคะ ทำให้เขามีการสร้างโปรตีนทำงานไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันบุคคลนี้มี แอลลีน A อยู่ด้วยค่ะ ให้มีการสร้างโปรตีนที่ทำงานได้ด้วย จึงทำให้มีการสังเคราะห์มีอะไรเกิดขึ้น และทำให้บุคคลนี้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะ ตรงนี้นะนักเรียนอาจจะระหว่างแอลลีลเด่นและแอลลีลด้อยที่นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะ จะเห็นได้ว่าการมีแอลลีล 1 แอลลีล และทำให้สามารถที่จะแสดงเมลานิน A ทางกลับกันนะคะ ถึงแม้ว่าจะมี แอลลีน a อยู่ก็ตาม แต่การแสดงออกของลักษณะ ดังนั้น แอลลีน a จึงจะเป็นลักษณะด้อยค่ะ จากอันนี้จากที่นักเรียนได้เรียนมานะคะ นักเรียนพอที่จะสรุปความเชื่อมโยงแผนผังที่ครูให้ไว้ตั้งแต่ต้นคาบได้ไหมคะ ตารางนี้นะคะ ว่ายีนนี่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะ โดยครูอยากให้นักเรียนเชื่อมโยงระหว่างแอลลีล A แอลลีล a ว่ามีหรือไม่มีลักษณะเผือกที่เรียนมาเมื่อสักครู่นะคะ ตอนนี้เริ่มได้เลยค่ะ ค่ะ ได้เวลาแล้วนะคะ เรามาดูกันต่อไปเลยดีกว่าว่าคำตอบของเราเป็นอย่างไรกันบ้างคะ จากรูปนี้นะคะ จะอธิบายการที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของการมีหรือไม่มีลักษณะผิวเผือกได้ เรามาลองดูกัน ค่อย ๆ ดูกันไปทีละคนอีกครั้งหนึ่งนะคะ ยีนทำหน้าที่กำหนดลักษณะของโปรตีนยีนที่ควบคุมลักษณะเผือกนะคะ มีอันเดียวเองง่าย ๆ ฉันจะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานได้ และ แอลลีน a ซึ่งกำหนดลักษณะเป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะ ต่อมานะคะ โปรตีนนั้นก็จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ สำหรับลักษณะเผือก ก็คือการมีโปรตีนที่ทำงานได้หรือทำงานไม่ได้นี่ ทำให้สามารถสังเคราะห์เมลานินได้ หรือสังเคราะห์ไม่ได้นะคะ ซึ่งการมีหรือไม่มีเมลานินนี้เอง ที่เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเราก็คือการมีอยู่หรือไม่มีลักษณะแบบนั่นเองค่ะ จากตัวอย่างข้างต้นนะคะ ก็จะเห็นได้ว่ายีนนี่ ควบคุมการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีน แล้วคราวนี้ยีนนี่กำหนดลักษณะของโปรตีนได้อย่างไรนะคะ คำตอบ ก็คือลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนมีผลต่อโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ค่ะ อันนี้นักเรียนอาจจะบอกนะคะ ว่าครูคะ คำตอบแค่นี้ไม่ช่วยอะไรคะ ใครที่ลืมไปแล้วนะคะ หรือว่าอาจจะรู้สึกว่าเหมือนไม่เคยเรียนมาก่อนเลยไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวคุณครูทวนให้ฟังอีกครั้งหนึ่งนะคะ ย้อนกลับไปตั้งแต่ว่ายีน คือ ช่วงหนึ่งของสาย DNA แล้วเรียนเอกคืออะไรนะคะ deoxyribonucleic Acid เป็นสารพันธุกรรม ประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ค่ะ อย่างในรูปตรงนี้นะคะ ในกรอบนี้คือ 1 นิวคลีโอไทด์ค่ะ เรียงต่อกันนะคะ เป็นสายพอลินิวคลีโอไทด์จำนวน 2-3 ค่ะ อันนี้คือสายหนึ่งนะคะ ส่วนอันนี้คือคนที่นิวคลินิวคลีโอไทด์สายคู่นี้นะคะ จะพันฏันเป็นโครงสร้างเกลียวคู่ แต่ละนิวคลีโอไทด์จะประกอบไปด้วย น้ำตาล ฟอสเฟตและไนโตรจีนัสเบสค่ะ อันนี้เดี๋ยวครูจะลองขยายดูส่วนของนิวคลีโอไทด์ที่มาให้ใหญ่หน่อยนะคะ เราจะได้เห็นชัด ๆ กัน ซึ่งนิวคลิโอไทด์ที่มาตกันนี้นะคะมี 4 ชนิดตามชนิดของไนโตรจีนัสเบสค่ะ แต่อาทิตย์นี้หรือI Mean หรือ T ไปหรือ C ค่ะ โดยนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส A นะคะ จะจับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส T ค่ะส่วน นิวคลีโอไทด์ที่มีเบส G นะคะจะจับกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส C ค่ะ คราวนี้นะคะ เราได้รู้จักกัยยีน ดีกว่าค่ะมาที่รูปนี้อีกครั้งหนึ่งนะคะ เป็นช่วงหนึ่งของสาย DNA นะคะ ที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ ซึ่งกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้น ดังนั้น ถ้าหากว่าลำดับของนิวคลีโอไทด์เปลี่ยนแปลงไปนี่ ก็อาจจะส่งผลให้ได้ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น DNA ยาวของเราอยู่ด้วยกันหลายคนค่ะ โดยยีนแต่ละชนิดกันก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์แตกต่างกัน ได้โปรตีนมาต่างชนิดกัน และส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่าง ๆ นะคะ อย่างตัวอย่างที่เราเรียนมานะคะ ยีนธาลัสซีมเลักษณะเผือกนะคะก็เป็นยีนคืออะไร ยีนกันมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกัน และได้เป็นโปรตีนแตกกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิด คราวนี้นะคะ เรามาลองดูที่อื่นกันบ้างในกรณีของทีมเดียวกันนะคะรูปแบบการก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกัน ทำให้มีความแตกต่างของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นะคะ ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดเป็นฟิโนไทป์ที่แตกต่างกันไปด้วย ตัวอย่างนะคะ เช่น แอลลีล T และแอลลีล นะคะในกรณีตัวอย่างของโรคธาลัสซีเมียจากในรูปนะคะจะเห็นว่า ใหญ่กับอายุเล็กเนี่ยมีลำดับนิวคลีโอไทด์ แตกต่างกันนะคะ ซึ่งก็ส่งผลให้สังเคราะห์ออกมาเป็นโปรตีนที่มีลักษณะต่างกัน และส่งผลต่อลักษณะการเป็นหรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนั่นเองค่ะ ค่ะ จากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะ ก็น่าที่จะพอเห็นภาพแล้วว่ายีนนี่เกี่ยวข้องกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะ ตรงจุดนี้นะคะ อยากจะให้นักเรียนลองตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองนะคะ โดยให้เขียนแผนผังความสัมพันธ์ระหว่างยีน โปรตีน และลักษณะทางพันธุกรรม ในกรณีของบุคคลที่มีเลือดหมู่ AB ค่ะ น่าจะไม่ยากนะคะ สำหรับนักเรียนที่ตอบได้นี่ แสดงว่าเข้าใจแล้ว แต่ถ้าหากว่าใครยังตอบไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรนะคะ อาจจะลองย้อนกลับไปดูคลิปนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะทำความเข้าใจ หรือว่าอาจจะสืบค้นเพิ่มเติมนะคะ แล้วก็ลองคุยกับเพื่อนดูว่าแต่ละคนนี่มีความเข้าใจตรงกันหรือแตกต่างกันยัอย่างไรบ้างนะคะ จากที่เราได้เรียนมานะคะ คราวนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมเกิดผ่านยีน ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของสาย DNA นะคะ ที่อยู่บนโครโมโซม โดยลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้น แอลลีลรูปแบบต่างกันจะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกัน และทำให้ได้โปรตีนที่มีสมบัติต่างกันค่ะ จบลงไปแล้วนะคะ กับหัวข้อยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ สำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]