﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,003 --> 00:00:08,003

3
00:00:08,004 --> 00:00:10,917

4
00:00:12,006 --> 00:00:16,006

5
00:00:16,008 --> 00:00:20,008

6
00:00:20,009 --> 00:00:24,009
[เสียงดนตรี]

7
00:00:24,011 --> 00:00:27,087

8
00:00:28,012 --> 00:00:32,012

9
00:00:32,014 --> 00:00:36,014
(คุณครูอุมาพร) สวัสดีค่ะ วันนี้นะคะ เราจะมาพูดคุยถึงบทที่ 1

10
00:00:36,015 --> 00:00:40,015
เรื่อง เซต ค่ะ ซึ่งอยู่ในมัธย

11
00:00:40,016 --> 00:00:44,016
ปีที่ 4 ค่ะ ก่อนอื่นเดี๋ยวเรามาดูวัตถุประสงค์ของบทเรียนนี้กันก่อนนะคะ

12
00:00:44,017 --> 00:00:48,017
ในบทเรียนนี้นะคะ คุณครูจะพูดถึงเนื้อหาขอ

13
00:00:48,018 --> 00:00:52,018
ของเซตเขียนสัญลักษณ์เกี่ยวกับเซตค่ะ

14
00:00:52,019 --> 00:00:56,019
แสดงเซตนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเรา

15
00:00:56,019 --> 00:01:00,019
มาเริ่มเรียนกันเลยดีกว่าค่ะ จากรูปนะคะ นักเรียนจะเห็นกล่องอยู่

16
00:01:00,020 --> 00:01:04,020
1 ใบนะคะ ซึ่งกล่องใบนี้ครูเรียกว่า "กล่อง

17
00:01:04,021 --> 00:01:08,021
ปริศนาใบนี้บรรจุปริศนาไว้มากมายเลย เดี๋ยวเรามาดู

18
00:01:08,022 --> 00:01:12,022
กันดีกว่านะคะ ว่ากล่องใบนี้มีอะไรบ้าง

19
00:01:12,022 --> 00:01:16,022
ตัวแรกค่ะ เป็นเลขอะไรคะ 1 นะคะ

20
00:01:16,022 --> 00:01:20,022
ถัดมาเป็น 2 นะคะ นักเรียนสามารถเดาได

21
00:01:20,023 --> 00:01:24,023
ได้ไหมคะ ว่าตัวถัดไปจะเป็นอะไร เป็น

22
00:01:24,024 --> 00:01:28,024
มังคุุดค่ะ a

23
00:01:28,026 --> 00:01:32,026
ทุเรียนนะคะ u ค่ะ

24
00:01:32,026 --> 00:01:36,026
O แตงโมค่ะ

25
00:01:36,028 --> 00:01:40,028
e i

26
00:01:40,029 --> 00:01:44,029
ชมพู่ค่ะ

27
00:01:44,029 --> 00:01:48,029
เดี๋ยวเรามาทำการจัดกลุ่มของต่าง ๆ เหล่านี้กันค่ะ กลุ่มแรกค่ะ

28
00:01:48,030 --> 00:01:52,030
เป็นกลุ่มของผลไม้ค่ะ นักเรียนสามารถบอกไก้ไหมคะ

29
00:01:52,031 --> 00:01:56,031
ที่เป็นผลไม้ ก็ต้องมีมังคุด ทุเรียน

30
00:01:56,032 --> 00:02:00,032
แตงโม แล้วก็ชมพู่ใช่ไหมคะ

31
00:02:00,032 --> 00:02:04,032
กลุ่มถัดมาค่ะ กลุ่มของจำนวนนับ อะไรบ้างคะ ที่เป็นจำนวนนับ

32
00:02:04,033 --> 00:02:08,033
ก็คือ 1 และ 2 นั่นเองค่ะ

33
00:02:08,034 --> 00:02:12,034
กลุ่มสุดท้ายค่ะ กลุ่มสระในภาษาอังกฤษ

34
00:02:12,035 --> 00:02:16,035
อะไรบ้างคะ ที่เป็นสระในภาษาอังกฤษ

35
00:02:16,035 --> 00:02:20,035
ก็คือ a e i o u นั่นเองค่ะ

36
00:02:20,036 --> 00:02:24,036
เห็นว่า กลุ่มทั้ง 3 กลุ่มนี้นะคะ นักเรียนบอกได้

37
00:02:24,037 --> 00:02:28,037
ใช่ไหมคะ ว่าอะไรที่อยู่ในกลุ่มและอะไรที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม

38
00:02:28,037 --> 00:02:32,037
ใช่ไหมคะ ซึ่งลักษณะแบบนี้นะคะ ในทางคณิตศาสตร์

39
00:02:32,039 --> 00:02:36,039
เราจะเรียนว่า "เซต" ค่ะ

40
00:02:36,039 --> 00:02:40,039
ในคณิตศาสตร์ใช้คำกล่าวนะคะ เรียกว่า ค

41
00:02:40,039 --> 00:02:44,039
และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มใดแล้วนะคะ

42
00:02:44,041 --> 00:02:48,041
สามารถทราบได้แน่นอน ว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่ม

43
00:02:48,041 --> 00:02:52,041
และสิ่งใดไม่อยู่ในกลุ่มค่ะ ตัวอย่างเช่น ค่ะ เซตของจำนวนนับที่น้อยกว่า 3

44
00:02:52,042 --> 00:02:56,042
นะคะ เซตของสระในภาษาอังกฤษค่ะ

45
00:02:56,043 --> 00:03:00,043
เซตของชื่อวันในสัปดาห์

46
00:03:00,044 --> 00:03:04,044
และเราจะเรียกสิ่งที่อยู่

47
00:03:04,045 --> 00:03:08,045
ในเซตนะคะ ว่า "สมาชิก" ค่ะ ตัวอย่างเช่นนะคะ จำนวนนับ

48
00:03:08,045 --> 00:03:12,045
ที่น้อยกว่า 3 ค่ะ นักเรียนสามารถบอกได้ไหมคะ ว่าสมาชิกนี้

49
00:03:12,046 --> 00:03:16,046
เป็นอะไรบ้าง

50
00:03:16,047 --> 00:03:20,047
สมาชิกของเซตนี้นะคะ คือ 1 และ 2 ค่ะ

51
00:03:20,048 --> 00:03:23,318

52
00:03:24,048 --> 00:03:28,048
เซตของสระในภาษาอังกฤษล่ะคะ ว่า

53
00:03:28,050 --> 00:03:32,050
เป็นอะไรบ้าง ก็คือมี a,

54
00:03:32,050 --> 00:03:36,050
e, i,

55
00:03:36,051 --> 00:03:39,421
o และ u ค่ะ

56
00:03:40,051 --> 00:03:44,051
เซตของชื่อวันในสัปดาห์ล่ะคะ มีสมาชิก

57
00:03:44,051 --> 00:03:48,051
ได้แก่ จันทร์,

58
00:03:48,052 --> 00:03:52,052
อังคาร

59
00:03:52,053 --> 00:03:56,053
พุธ พฤหัสบดี

60
00:03:56,054 --> 00:04:00,054
ศุกร์,

61
00:04:00,054 --> 00:04:04,054
เสาร์

62
00:04:04,054 --> 00:04:08,054

63
00:04:08,055 --> 00:04:12,055
และอาทิตย์ค่ะ

64
00:04:12,057 --> 00:04:16,057
ถัดไปค่ะ

65
00:04:16,058 --> 00:04:20,058
เซตของคำตอบของสมการ x ยกกำลัง 2

66
00:04:20,060 --> 00:04:24,060
-4 = 0 นักเรียนทราบไหมคะว่า

67
00:04:24,061 --> 00:04:28,061
อะไรเป็นคำตอบของสมการนี้ หลักการวิธีหานะคะ เราจะ

68
00:04:28,061 --> 00:04:32,061
หาจำนวนที่ยกกำลัง 2 = 4

69
00:04:32,062 --> 00:04:36,062
นั่นก็คือ 2 และ -2 ค่ะ

70
00:04:36,062 --> 00:04:40,062
2 นะคะ ถ้าครูนำ 2 ยกกำลัง 2

71
00:04:40,064 --> 00:04:44,064
เมื่อ 4-4 ก็จะเท่ากับ 0 ค่ะ เพราะฉะนั้น สมาชิกในเซตนี้

72
00:04:44,064 --> 00:04:48,064
ก็คือ 2 และ -2 ค่ะ

73
00:04:48,065 --> 00:04:52,065
ต่อไปเป็น

74
00:04:52,066 --> 00:04:56,066
การเขียนแสดงเซตนะคะ การเขียนแสดง

75
00:04:56,067 --> 00:05:00,067
จะเขียนได้ 2 แบบค่ะ ก็คือ 1. แบบแจกแจงสมาชิกค่ะ

76
00:05:00,068 --> 00:05:04,068
2. แบบบอกเงื่อนไขของสมาชิก เดี๋ยวเรามาดูแบบ

77
00:05:04,070 --> 00:05:08,070
ที่ 1 คือแบบแจกแจงสมาชิกกันดีกว่านะคะ

78
00:05:08,070 --> 00:05:12,070
แบบนี้นะคะ จะมีวิธีการเขียน ก็คือเขียน

79
00:05:12,071 --> 00:05:16,071
สมาชิกทุกตัวค่ะ ของเซตลงในวงเล็บปีกกา แล้วใช้

80
00:05:16,071 --> 00:05:20,071
เครื่องหมายจุลภาค คือ (,) นี่ค่ะ

81
00:05:20,073 --> 00:05:24,073
สมาชิกแต่ละตัวนะคะ ตัวอย่างเช่นค่ะ

82
00:05:24,074 --> 00:05:28,074
เซตของจำนวนนับที่น้อยกว่า 5 ค่ะ คุณครู

83
00:05:28,075 --> 00:05:32,075
จะเขียนได้ดังนี้นะคะ คุณครูก็จะเริ่มเขียนจากปีกกาก่อนค่ะ

84
00:05:32,075 --> 00:05:36,075
จากนั้น จำนวนนับที่น้อยกว่า 5 มีอะไรบ้างคะ 1

85
00:05:36,076 --> 00:05:40,076
2, 3, 4

86
00:05:40,076 --> 00:05:44,076
หมดหรือยังคะ หมดแล้วนะคะ ก็จะเขียน

87
00:05:44,076 --> 00:05:48,076
วงเล็บปีกกาปิดค่ะ

88
00:05:48,078 --> 00:05:52,078
ในการเขียนชื่อเซตนะคะ เราจะใช้ตัวอักษรภาษ

89
00:05:52,079 --> 00:05:56,079
ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะ สมาชิกของเซต

90
00:05:56,081 --> 00:06:00,081
จะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ พิมพ์เล็กค่ะ

91
00:06:00,082 --> 00:06:04,082
ตัวอย่างเช่นค่ะ ให้ A นะคะ แทนเซตซึ่งมีสมาชิก 3 ตัว

92
00:06:04,082 --> 00:06:08,082
ได้แก่ A, B C

93
00:06:08,083 --> 00:06:12,083
เซต A แบบแจกแจงสมาชิกได้แบบนี้ค่ะ อันดับแรก

94
00:06:12,085 --> 00:06:16,085
ก็จะเขียนชื่อเซตก่อนค่ะ แล้วหลังจากนั้น

95
00:06:16,086 --> 00:06:20,086
ก็ใส่สมาชิกลงไปในวงเล็บปีกกาค่ะ นี่ค่ะ

96
00:06:20,087 --> 00:06:24,087
อันนี้นะคะ จะอ่านว่า

97
00:06:24,089 --> 00:06:28,089
เซตของ A นะคะ จะประกอบไปด้วย a, b และ

98
00:06:28,091 --> 00:06:32,091
c ค่ะ

99
00:06:32,091 --> 00:06:36,091
ต่อไปนะคะ จะให้ B ค่ะ แทนเซตของจำนวนเต็ม

100
00:06:36,093 --> 00:06:40,093
ที่ยกกำลัง 2 แล้วได้ 16 ค่ะ เซตนี้นะคะ

101
00:06:40,094 --> 00:06:44,094
หลักการ ก็คือเราจะเขียนชื่อเซตค่ะ

102
00:06:44,094 --> 00:06:48,094
มีอะไรบ้างคะ ที่เป็นเลขยกกำลัง 2 แล้วได้เท่ากับ 10

103
00:06:48,096 --> 00:06:52,096
แล้วได้ 16 ก็คือมี 4 แล้วก็ -4 ค่ะ

104
00:06:52,096 --> 00:06:56,096

105
00:06:56,097 --> 00:07:00,097
ทีนี้ค่ะ ในกรณีที่สมาชิกของ

106
00:07:00,097 --> 00:07:04,097
เซตนะคะ มีจำนวนมาก การเขียนเซตแบบ

107
00:07:04,098 --> 00:07:08,098
แจกแจงสมาชิกนั้นนะคะ เราจะใช้จุด 3 จุดค่ะ

108
00:07:08,100 --> 00:07:12,100
อื่น ๆ ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันทั่วไปค่ะ ว่า

109
00:07:12,100 --> 00:07:16,100
อะไรบ้างอยู่ในเซตนั้นนะคะ หมายความว่า

110
00:07:16,100 --> 00:07:20,100
นักเรียนมีเซตอยู่ 1 เซตนะคะ

111
00:07:20,101 --> 00:07:24,101
นักเรียนจะเขียนสมาชิกทั้งหมดนะคะ ในเซตนั้นได้ลำบากค่ะ

112
00:07:24,103 --> 00:07:28,103
หลักการ ก็คือเราจะใช้สมาชิกแจกแจง

113
00:07:28,103 --> 00:07:32,103
ไปค่ะ อยู่ในเซตนั้นด้วยค่ะ ตัวอย่างเช่น

114
00:07:32,105 --> 00:07:36,105
ค่ะ ให้ C แทนเซตของ

115
00:07:36,105 --> 00:07:40,105
พยัญชนะในภาษาไทยนะคะ เราก็จะเขียนเซต C แบบนี้ค่ะ C= นะคะ

116
00:07:40,105 --> 00:07:44,105
c = นะคะ ถัดไป

117
00:07:44,105 --> 00:07:48,105
ตัวแรกอะไรคะ ก ไก่ ข ไข่ ฃ ฃวด

118
00:07:48,106 --> 00:07:52,106
ใช่ไหมคะ เราก็จะเขียนลงไปค่ะ

119
00:07:52,107 --> 00:07:56,107
ส่วนตัวถัด ๆ ไปนะคะ เราจะใช้จุด 3 จุดนะคะ เป็นตัวแทน

120
00:07:56,108 --> 00:08:00,108
และตัวสุดท้ายคือ ฮ นะคะ ก็จะเขียน

121
00:08:00,109 --> 00:08:04,109
ปิดท้ายค่ะ

122
00:08:04,109 --> 00:08:08,109
ต่อไป เราไปดูตัวอย่างถัดไปกันต่อนะคะ

123
00:08:08,109 --> 00:08:12,109
ตัวอย่างถัดไปค่ะ ให้ D แทนเซตของจำนวนคู่ นักเรียน

124
00:08:12,110 --> 00:08:16,110
ทราบไหมคะ ว่าจำนวนคู่มีอะไรบ้าง

125
00:08:16,111 --> 00:08:20,111
นะคะ อาจจะเข้าใจว่าจำนวนคู่นะคะ หมายถึง 2

126
00:08:20,113 --> 00:08:24,113
4 6 ไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้ว

127
00:08:24,113 --> 00:08:28,113
จำนวนคู่นะคะ ยังมีมากกว่านั้นอีกค่ะ จำนวนคู่ใน

128
00:08:28,114 --> 00:08:32,114
ทางคณิตศาสตร์ค่ะ ซึ่ง

129
00:08:32,115 --> 00:08:36,115
สามารถเป็นจำนวนคู่ลบก็ได้ค่ะ ตัวอย่างเช่น -2 -4 -6

130
00:08:36,115 --> 00:08:40,115
-8 ไปเรื่อย ๆ ค่ะ รวมถึง

131
00:08:40,115 --> 00:08:44,115
0 ด้วยนะคะ 0 ก็หารด้วย 2 ลงตัวค่ะ มีผลลัพธ์เป็น 0

132
00:08:44,116 --> 00:08:48,116
นะคะ การเขียนเซตนี้นะคะ เราจะเริ่มจากการเขียน

133
00:08:48,117 --> 00:08:52,117
เซตนะคะ และเขียนจำนวนคู่ลบก่อนค่ะ

134
00:08:52,117 --> 00:08:56,117
จำนวนคู่ลบ ก็คือ -2 -4 -6 ไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมคะ

135
00:08:56,117 --> 00:09:00,117
ทีนี้เราต้องเขียนจำนวนที่น้อยที่สุดก่อนค่ะ ซึ่งเราไม่ทราบนะคะ เราต้องเขียน ...

136
00:09:00,117 --> 00:09:04,117
ก็ไปเรื่อย ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นแล้ว เราก็จะ

137
00:09:04,117 --> 00:09:08,117
-4 -2 หลังจากนั้น

138
00:09:08,118 --> 00:09:12,118
ก็ตามด้วย 0 นะคะ แล้วก็ตามด้วย

139
00:09:12,118 --> 00:09:16,118
คู่บวกค่ะ คือ 2, 4, 6 ค่ะ

140
00:09:16,118 --> 00:09:20,118
เดี๋ยวเรามาดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งนะคะ ให้เลขโโ

141
00:09:20,119 --> 00:09:24,119
แทนเซตของเลขโดที่ปรากฏในจำนวน 121

142
00:09:24,120 --> 00:09:28,120
นักเรียนทราบไหมคะว่าเลขโดดมีอะไรบ้าง

143
00:09:28,122 --> 00:09:32,122
เลขโดดในทางคณิตศาสตร์นะคะ มี 0-9 ค่ะ

144
00:09:32,123 --> 00:09:36,123
เลขที่พบก็คือ 1 และ 2 ค่ะ ในหลักการนี้นะคะ

145
00:09:36,124 --> 00:09:40,124
เขียนเซตนะคะ ถ้ามีจำนวนใดนะคะ ซ้ำกันมากกว่า 1 ตัวนะคะ

146
00:09:40,125 --> 00:09:44,125
เราจะเขียนเพียงแค่ครั้งเดียวค่ะ ตัวอย่าง

147
00:09:44,125 --> 00:09:48,125
เซตนี้นะคะ เราก็จะเขียนเป็น E = เซตของ 1

148
00:09:48,125 --> 00:09:52,125
แล้วก็ 2 ค่ะ แบบนี้ค่ะ

149
00:09:52,126 --> 00:09:56,126
ต่อไปนะคะ เรามาดูการเขียนเซตแบบบอกเงื่อนไข

150
00:09:56,127 --> 00:10:00,127
ของสมาชิกกันค่ะ เราจะใช้

151
00:10:00,127 --> 00:10:04,127
ตัวแปรนะคะ แทนสมาชิกค่ะ แล้วบรรยายสมบัติหรือเงื่อนไขนะคะ

152
00:10:04,128 --> 00:10:08,128
ตัวอย่างเช่นค่ะ เซตนี้นะคะ อ่านว่า เซต

153
00:10:08,130 --> 00:10:12,130
ของ F ค่ะ ประกอบไปด้วยสมาชิก x ค่ะ โดยเป็นจำนวนนับที่มีหลักเดียว

154
00:10:12,130 --> 00:10:16,130
x เป็นจำนวนนับหลักเดียว

155
00:10:16,131 --> 00:10:20,131
เดี๋ยวคุณครูจะค่อย ๆ อธิบายทีละส่วนนะคะ ส่วนแรกค่ะ F

156
00:10:20,131 --> 00:10:24,131
ก็คือชื่อเซตน่ะค่ะ นักเรียนสามารถตั้งชื่อ

157
00:10:24,132 --> 00:10:28,132
เซตนะคะ ได้เองนะคะ โดยใช้อักษร

158
00:10:28,132 --> 00:10:32,132
ภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ ตัวอะไรก็ได้ค่ะ

159
00:10:32,133 --> 00:10:36,133
ส่วนถัดมานะคะ ก็คือ x ค่ะ x ในที่นี้

160
00:10:36,134 --> 00:10:40,134
ที่ใช้แทนสมาชิกนะคะ

161
00:10:40,136 --> 00:10:44,136

162
00:10:44,136 --> 00:10:48,136
ในเซตค่ะ

163
00:10:48,137 --> 00:10:52,137
นักเรียนสามารถเลือกตัวแปรได้เองนะคะ เช่นเดียวกับชื่อเซตค่ะ แต่ต้องเป็น

164
00:10:52,138 --> 00:10:56,138
ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กค่ะ สัญลักษณ์

165
00:10:56,138 --> 00:11:00,138
เราจะอ่านว่า "โดยที่" ค่ะ

166
00:11:00,139 --> 00:11:04,139
นักเรียนสามารถใช้สัญลักษณ์จุดสองจุดนะคะ

167
00:11:04,139 --> 00:11:08,139
แทนสัญลักษณ์ขีดตรง ๆ แบบนี้ค่ะ

168
00:11:08,140 --> 00:11:12,140
ส่วนคำว่า X เป็นจำนวนนับ

169
00:11:12,141 --> 00:11:16,141
นะคะ อันนี้นะคะ ก็คือเงื่อนไข หรือสมบัติค่ะ

170
00:11:16,141 --> 00:11:20,141

171
00:11:20,141 --> 00:11:23,249

172
00:11:24,143 --> 00:11:28,143
เราจะเปลี่ยนไปตามเซตนะคะ ที่เราอยากจะเขียน

173
00:11:28,144 --> 00:11:32,144
นะคะ ซึ่งในที่นี้ค่ะ จำนวนเซต

174
00:11:32,144 --> 00:11:36,144
ก็คือจำนวนนับที่มีหลักเดียวค่ะ ก็คือ 1,

175
00:11:36,145 --> 00:11:40,145
2, 3 ไปเรื่อย ๆ จนถึง 9 นะคะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ

176
00:11:40,145 --> 00:11:44,145
มากขึ้นดีกว่าค่ะ ตัวอย่างถัดไปนะคะ ให้ B

177
00:11:44,146 --> 00:11:48,146
แทนเซตของจำนวนเต็มที่ยกกำลังสองแล้วได้ 16 ค่ะ

178
00:11:48,147 --> 00:11:52,147
เซตนี้นะคะ วิธีการเขียนก็คือ เราจะเขียน B ค่ะ

179
00:11:52,148 --> 00:11:56,148
ตามด้วยตัวแปรนะคะ ซึ่งในที่นี้คุณครูจะเลือกใช้ตัวแปร x ค่ะ

180
00:11:56,148 --> 00:12:00,148
และตามด้วยสัญลักษณ์โดยที่นะคะ ซึ่ง

181
00:12:00,149 --> 00:12:04,149
เงื่อนไขของเซตนี้นะคะ คือต้องการจำนวนเต็ม

182
00:12:04,149 --> 00:12:08,149
นะคะ เพราะฉะนั้นแล้ว คุณครูจะเขียนว่า

183
00:12:08,149 --> 00:12:11,433
เป็นจำนวนเต็มค่ะ

184
00:12:12,149 --> 00:12:16,149
แล้วเงื่อนไขที่ 2

185
00:12:16,149 --> 00:12:20,149
นะคะ ก็คือต้องการให้ยกกำลังสองนะคะ

186
00:12:20,151 --> 00:12:24,151
แล้วได้ 16 ค่ะ ซึ่งในที่นี้นะคะ

187
00:12:24,152 --> 00:12:28,152
เป็น x เราจะต้องใช้ x ยกกำลัง 2 เท่ากับ 16 แบบนี้ค่ะ

188
00:12:28,152 --> 00:12:32,152
เดี๋ยวคุณครูจะอ่านเซตนี้ให้ฟังอีกครั้งนะคะ

189
00:12:32,152 --> 00:12:36,152
อันนี้เซตนี้นะคะ อ่านว่าเซตของ B

190
00:12:36,153 --> 00:12:40,153
ประกอบไปด้วยสมาชิก x

191
00:12:40,153 --> 00:12:44,153
เป็นจำนวนเต็ม และ x ยกกำลัง 2 เท่ากับ 16 ค่ะ

192
00:12:44,153 --> 00:12:48,153
ต่อไปนะคะ ให้ c ค่ะ

193
00:12:48,154 --> 00:12:52,154
แทนเซตของพยัญชนะในภาษาไทย

194
00:12:52,155 --> 00:12:56,155
เดี๋ยวเรามาเขียนเซต C กันดีกว่าค่ะ เรา

195
00:12:56,155 --> 00:13:00,155
ก็เขียนชื่อเซตค่ะ ตามด้วยตัวแปร ตามด้วยโดยที่

196
00:13:00,156 --> 00:13:04,156
และเขียนว่า F เป็นพยัญ

197
00:13:04,157 --> 00:13:08,157

198
00:13:08,157 --> 00:13:12,157

199
00:13:12,158 --> 00:13:16,158
เดี๋ยว

200
00:13:16,158 --> 00:13:20,158
เรามาดูตัวอย่างเซต G นะคะ

201
00:13:20,159 --> 00:13:24,159
2 และเศษ 1 ส่วน 2 ค่ะ

202
00:13:24,160 --> 00:13:28,160
คำว่า "เป็นสมาชิกของ" ครู

203
00:13:28,162 --> 00:13:32,162
จะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์นี้ค่ะ สัญลักษณ์แบบนี้นะคะ ตัวอย่างเช่นค่ะ

204
00:13:32,163 --> 00:13:36,163
คุณครูต้องการบอกว่า 2 เป็นสมาชิกของ

205
00:13:36,164 --> 00:13:40,164
G นะคะ คุณครูอาจเขียนเป็นสัญลักษณ์แทนค่ะ อย่างนี้นะคะ

206
00:13:40,164 --> 00:13:44,164
2 แล้วก็ตามด้วยสัญลักษณ์ แล้ว ∈ G ค่ะ

207
00:13:44,165 --> 00:13:48,165
เช่นเดียวกันกับเศษ 1 ส่วน 2 นะคะ

208
00:13:48,165 --> 00:13:52,165
คุณครูต้องการบอกว่า 2 เป็นสมาชิกของ G

209
00:13:52,166 --> 00:13:56,166
คุณครูก็จะเขียนเป็นเศษ 1 ส่วน 2 เป็นสมาชิกของ

210
00:13:56,166 --> 00:14:00,166
∈ G แบบนี้ค่ะ

211
00:14:00,167 --> 00:14:04,167
ส่วนคำว่า "ไม่เป็นสมาชิกของ" จะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์แบบนี้

212
00:14:04,168 --> 00:14:08,168
นะคะ เป็นสัญลักษณ์คล้ายกันค่ะ เป็นขีดพาดนะคะ

213
00:14:08,168 --> 00:14:12,168
ตัวอย่างเช่นค่ะ เศษ 1 ส่วน 3 ค่ะ

214
00:14:12,169 --> 00:14:16,169
นักเรียนจะเห็นว่า เศษ 1 ส่วน 3 ไม่เป็นสมาชิก

215
00:14:16,169 --> 00:14:20,169
ของ G ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นแล้ว เราจะเขียนได้เป็นเศษ 1 ส่วน 3

216
00:14:20,169 --> 00:14:24,169
ค่ะ แล้วก็เขียน G ค่ะ

217
00:14:24,170 --> 00:14:28,170
อีกสัก 1 ตัวอย่างนะคะ 1,000

218
00:14:28,170 --> 00:14:32,170
เราก็จะเห็นว่าไม่เป็นสมาชิกของ G เช่นกันนะคะ

219
00:14:32,173 --> 00:14:36,173
เพราะฉะนั้น คุณครูก็จะเขียนว่า 1,000 แล้วตามด้วยสัญลักษณ์เดิม

220
00:14:36,174 --> 00:14:40,174
แล้วก็ G ค่ะ เดี๋ยวเรามาดู

221
00:14:40,175 --> 00:14:44,175
ตัวอย่างนะคะ ของการเป็นสมาชิกของเซตค่ะ

222
00:14:44,176 --> 00:14:48,176
ตัวอย่างนี้นะคะ ให้ A เป็นสมาชิกของ

223
00:14:48,176 --> 00:14:52,176
ประกอบไปด้วยสมาชิก 0 1 และ 2 จงพิจารณาข้อความ

224
00:14:52,176 --> 00:14:56,176
ต่อไปนี้นะคะ เป็นจริงหรือเท็จค่ะ ช้อความต่อไปนี้นนะคะ

225
00:14:56,177 --> 00:15:00,177
0 เป็นสมาชิกของ A ข้อความที่ 2 ค่ะ 0

226
00:15:00,178 --> 00:15:04,178
เป็นสมาชิกของ A ข้อ 3 ค่ะ A

227
00:15:04,178 --> 00:15:08,178
เซตของ 1 2 ไม่เป็นสมาชิกของ A ค่ะ ในหลักการ

228
00:15:08,179 --> 00:15:12,179
พิจารณาโจทย์ของข้อนี้นะคะ

229
00:15:12,179 --> 00:15:16,179
ว่าในเซต A มีสมาชิกเป็นอะไรบ้าง นักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะ

230
00:15:16,179 --> 00:15:20,179
ว่าสมาชิกของเซต A มีอะไรบ้าง

231
00:15:20,179 --> 00:15:24,179
สมาชิกของเซต A นะคะ มีจำนวน 3 ตัวค่ะ

232
00:15:24,180 --> 00:15:28,180
0 น

233
00:15:28,181 --> 00:15:32,181

234
00:15:32,182 --> 00:15:36,182
ได้แก่

235
00:15:36,183 --> 00:15:40,183
0 นะคะ 1 และ 2 ค่ะ

236
00:15:40,184 --> 00:15:44,184
เมื่อเราทราบสมาชิกแล้วนะคะ เรามาดูกัน

237
00:15:44,185 --> 00:15:48,185
เรียบร้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูข้อ 1 กันเลยค่ะ ข้อ 1 นะคะ

238
00:15:48,185 --> 00:15:52,185
ระบุว่า 0 เป็นสมาชิกของ A

239
00:15:52,186 --> 00:15:56,186
ถูกต้องไหมคะ ถูกต้องค่ะ 0 เป็นสมาชิกของ A เพราะฉะนั้น

240
00:15:56,187 --> 00:16:00,187
ข้อนี้เป็นจริงค่ะ

241
00:16:00,188 --> 00:16:04,188
ข้อ 2 นะคะ เซตของ 0 เป็นสมาชิกของ A

242
00:16:04,190 --> 00:16:08,190
นักเรียนจะสังเกตเห็นว่าเซตของ 0 นะคะ จะ

243
00:16:08,190 --> 00:16:12,190
ต่างจากข้อที่ 1 นะคะ ตรงที่มีวงเล็บปีกกาใช่ไหมคะ การที่เรา

244
00:16:12,190 --> 00:16:16,190
ใส่วงเล็บปีกกานะคะ ก็จะทำให้ความหมาย

245
00:16:16,191 --> 00:16:20,191
เป็นคนละแบบนะคะ กับข้อ 1 นะคะ ซึ่งข้อ 1 ไม่ใช่เซตนะคะ

246
00:16:20,192 --> 00:16:24,192
เพราะฉะนั้นแล้ว นักเรียนลองพิจารณาดูค่ะ

247
00:16:24,192 --> 00:16:28,192
สมาชิกนะคะ จะต้องไม่มีในข้อนี้นะคะ จะต้องไม่มีวงเล็บปีกกานะคะ

248
00:16:28,194 --> 00:16:32,194
ข้อที่ 2 นะคะ เป็นเท็จค่ะ

249
00:16:32,194 --> 00:16:36,194
ส่วนในข้อที่ 3 นะคะ เซตของ

250
00:16:36,196 --> 00:16:40,196
1, 2 ไม่เป็นสมาชิกของ A ค่ะ นักเรียนจะ

251
00:16:40,197 --> 00:16:44,197
เห็นว่าเซตของ 1 2 ก็มีวงเล็บปีกกาอยู่ด้วยใช่ไหมคะ

252
00:16:44,197 --> 00:16:48,197
ข้อนี้สมาชิกตัวใด ๆ ก็ไม่มีสมาชิกเลยนะคะ

253
00:16:48,199 --> 00:16:52,199
ข้อนี้นะคะ จึงเป็นจริงค่ะ

254
00:16:52,199 --> 00:16:56,199
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ

255
00:16:56,200 --> 00:17:00,200
ง่ายหรือเปล่า เดี๋ยวเรามาทบทวนบทเรียนกันดีกว่านะคะ ในทางคณิตศาสตร์

256
00:17:00,200 --> 00:17:04,200
นะคะ จะใช้คำว่า "เซต" แสดงสิ่งต่า

257
00:17:04,200 --> 00:17:08,200
และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มใดแล้วนะคะ สามารถทราบได้

258
00:17:08,201 --> 00:17:12,201
แน่นอนว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่มค่ะ

259
00:17:12,202 --> 00:17:16,202
และสิ่งใดไม่อยู่ในกลุ่มนะคะ เรียกสิ่งที่อยู่ในเซต

260
00:17:16,204 --> 00:17:20,204
คำว่า "เป็นสมาชิกของ" แทน

261
00:17:20,204 --> 00:17:24,204
ด้วยสัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะคะ คำว่า

262
00:17:24,206 --> 00:17:28,206
ของ จะเขียนด้วยสัญลักษณ์

263
00:17:28,207 --> 00:17:32,207
ไม่เป็นสมาชิกลักษณะแบบนี้ค่ะ ต่อไปการเขียนสมาชิก

264
00:17:32,207 --> 00:17:36,207
เบื้องต้นนะคะ แบบแจกแจงสมาชิกค่ะ

265
00:17:36,208 --> 00:17:40,208
และแบบบอกเงื่อนไขของสมาชิก

266
00:17:40,210 --> 00:17:44,210
นักเรียน

267
00:17:44,211 --> 00:17:48,211
ก็อย่าลืมกลับไปทบทวนบทเรียนนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

268
00:17:48,211 --> 00:17:52,211
[เสียงดนตรี]

269
00:17:52,212 --> 00:17:56,212

270
00:17:56,214 --> 00:18:00,214
[เสียงดนตรี]

271
00:18:00,217 --> 00:18:04,217

272
00:18:04,219 --> 00:18:08,219
การ

273
00:18:08,221 --> 00:18:12,221

274
00:18:12,223 --> 00:18:16,223

275
00:18:16,224 --> 00:18:20,224

276
00:18:20,225 --> 00:18:24,225

277
00:18:24,227 --> 00:18:28,227

278
00:18:28,229 --> 00:18:31,229

279
00:18:32,231 --> 00:18:32,230

280
00:18:36,232 --> 00:18:36,236


