--- title: ฝึก PE ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. subtitle: date: วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 16.11 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) กรรมการส่งเสริมกิจการสภามหาวิทยาลัยทุกท่านนะครับ ก็ยินดีอย่างยิ่งนะที่วันนี้ได้มาร่วมงานครับเป็นความตั้งใจอย่างมากเลยที่อยากจะมาร่วมงานนี้นะครับ คือ ผมเคยไปร่วมงานครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่สุราษฎร์ที่ท่านสุเทพเป็นประธานนะครับ ผมก็รู้สึกประทับใจมากแล้วก็ผมเป็นคนมหาวิทยาลัยคืออยู่มหาลัยมา 20 กว่าปี ก่อนที่จะมาอยู่ทรากระทรวงนี่ผมตระหนักถึงบทบาทสำคัญของสภามหาวิทยาลัย แล้วก็ดีถึงบทบาทที่สำคัญของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยนะครับ เพราะว่าเป็นสิ่งที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือขับเคลื่อนอุดมศึกษาประเทศนะครับ ท่านอธิการวีระพลนี่รีบตอบรับทันทีเพราะว่าผมอยากจะมาร่วมงานนี้ เพราะเมื่อ 2 ปีที่แล้วนี่ ผมได้เห็นถึงศักยภาพของการประชุม แล้วก็เห็นว่ามันมีความสำคัญมาก ในการที่ตอบรับมานี่ก็มีเจตนาแอบแฝงอยู่ด้วยนะครับ ก็คือผมอยากจะมีการบ้านมาฝากท่านคณะกรรมการกิจการสภามหาวิทยาลัยนะครับ ผมคิดว่าถ้าเราจะทำหลายสิ่งหลายอย่างนโยบายของรัฐบาลตามนโยบายของประเทศครับ สภามหาวิทยาลัยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยมีความสำคัญมากที่จะทำเรื่องนี้นะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะบอกว่าผมอยากจะฝากการบ้านเรื่องอะไรไว้ตอนท้ายนะครับ ก่อนที่จะพูดอยู่ว่าผมยาวฝากการบ้านอะไรถึงท่านคณะกรรมการส่งเสริมกิจการสภามหาวิทยาลัย ผมอาจจะจะเริ่มต้นอย่างนี้นะครับ จริงทุกครั้งที่ผมพูดนี่ ปัจจุบันเวลาผมไปพูดที่ไหนนี่เรื่องที่ผมจะพูดอย่าพูดถึงเรื่องการพัฒนากำลังคนของประเทศนี่ป็นหลักเลย แล้วผมก็จะเริ่มต้นด้วยว่าเวลาเราพูดถึงว่าประเทศมีวิกฤตนะครับ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจ วิกฤตทางสังคม หรือวิกฤตอะไรก็แล้วแต่นี่ แต่สำหรับผม ผมคิดว่าวิกฤติที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทย ณ ปัจจุบันคือวิกฤตการศึกษาครับ คือ ตอนนี้เรากำลังมีปัญหาในการผลิตคนครับ เรามีปัญหาในการที่จะผลิตที่เราเรียกว่า Hight skill work Force คือ กำลังคนที่มีทักษะสูงครับ อันนี้เป็นประเด็นสำคัญและก็ทำให้เกิดวิกฤตอื่น ๆ ตามมานะครับ ถ้าเรามองบอกว่าเรื่องเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ การเติบโตเศรษฐกิจของประเทศนี่ ที่เราเติบโตได้ไม่ไม่ไม่ดีพอในปัจจุบันนี่ เพราะโครงสร้างทางเศรษฐกิจเรายังเป็นแบบเดิม ทุกท่านก็ได้จะทราบว่าเรายังมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจเราก็ทำอย่างไรถ้าเราอยากจะให้ไทยเศรษฐกิจของประเทศโต ทำให้สังคมของเราแข็งแรงขึ้นนี่ Foundation ที่สำคัญที่สุดเลย คือ การศึกษา คือ ทำอย่างไร ถึงจะทำให้เราสร้างการศึกษาที่เข้มแข็งและก็สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหานะครับ หลายท่านอาจจะเคยได้ยินผมพูดผมพูดบ่อยมากนะครับ ในเรื่องอุตสาหกรรม 4.0 ครับ สัก 2-3 ปีที่แล้วนะครับ ผมท่านที่เคยฟังแล้วป้าจะขออนุญาตเล่าอีก 2-3 ปีที่แล้วนี่นะครับ กระทรวงออกโดย สวทช. เราทำดัชนีชี้วัดอุตสาหกรรมขึ้นมาหนึ่ง เราเรียกว่า Thailand I fogus Index คือ ดัชนีวัดอุตสาหกรรม 4.0 นะครับ ท่านอาจจะเคยได้ยินนะว่าเราพูดถึงอุตสาหกรรม 4.0 ก็คืออุตสาหกรรม 1.0 อุตสาหกรรมพื้นฐานที่มาผลจากไอน้ำตั้งแต่ 200 กว่าปีที่แล้ว ตอนปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่เครื่องจักรไอน้ำก็เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมอุตสาหกรรม 2.0 อุตสาหกรรมเป็น Mass Production นะครับ ในอุตสาหกรรมที่ผลิตในในสายงานการประกอบ ที่เราเรียกว่า Assembly line และผลิตทีละเยอะๆอุตสาหกรรม 3.0 ก็คือการใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งเขาบอกว่าเราควรจะอยู่ในยุคปัจจุบัน คือ อุตสาหกรรม 4.0 ที่ใช้ iot ใช่ automation ใช้ Robot มากขึ้นย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วนะครับ เราทำดัชนีชี้วัดตัวหนึ่ งแล้วก็ทำร่วมกับสภาอุตสาหอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เราก็ไปวัด วัดประเทศไทยนี่มีอุตสาหกรรมอยู่ในระดับไหนบ้างนะครับ แล้วก็ไปวัดอยู่ใน EEC เขาบอก EEC เขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออกนี่เป็นไข่แดงของประเทศไทยถ้าถามว่าจะมีอุตสาหกรรมที่เป็น Advance Technology นี้มันควรจะอยู่ใน EEC แล้วมันก็ใช้อะไรใน Thailnad point Index ไปวัด ท่านเชื่อไหมครับ ว่าอุตสาหกรรมใน eec นี่เป็นอุตสาหกรรม 4.0 นี่กี่เปอร์เซ็นต์ทำนองดูตาม index ที่เราเปรียบเทียบ 2 เปอร์เซ็นต์ครับ majority ของอุตสาหกรรมที่อยู่ในประเทศไทย ใน EEC นะครับ ในประเทศไทยหรือยังผมไม่แน่ใจว่าเขาทำวัดไปถึงไหนแล้วครับ 60 กว่าเปอร์เซนต์อยู่ที่อุตสาหกรรม 2.0เป็น Mass Production นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเวลาเราบอกว่าเราจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแล้วมันมีปัญหาใช่ไหมครับ เพราะว่าค่าค่าแรงอุตสาหกรรม 2.0 labor intensive มากเลย เพราะงั้นการขึ้นค่าแรงเนี่ยมันก็จะทำให้กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่ถ้าเราไม่ขึ้นค่าแรงเลยนี่มันก็มันก็ไม่แฟร์กับคนที่ใช้แรงงาน เพราะฉะนั้น โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่จะต้องเปลี่ยนก็คือทำอย่างไรเราถึงจะต้องเป็น Where are you มีมากขึ้นต้องเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามากขึ้น ทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนจาก 2.0 เป็น 3.0 และ 3.0 4.0 คำตอบที่สำคัญนะครับว่าตอนที่เราทำ Thailand i flow point indexesซึ่ งอันนี้คือ 3 ปีที่แล้วแต่ผมคิดว่าในปัจจุบันก็คงจะไม่ได้ต่างไปจากเมื่อเช้าก่อนมากนักนะครับ critical Factor ที่สำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถเปลี่ยนจากอุตสาหกรรม 2.0 เป็น 3.0 ไม่ใช่เงินลงทุน ไม่ใช่ influencer ประเทศไทยนี้ถือว่า infaค่อนข้างดีสิ่งที่เป็น critical Factor ที่สำคัญคือคนครับเราไม่สามารถผลิตคนที่มีศักยภาพสูงเพียงพอไปตอบโจทย์ผมเล่าย้อนหลังบีบนิดนึงเหตุเกิดที่แม่โจ้นี่แหละครับเมื่อประมาณธันวาคมปี 60 5 เนี่ยผมก็ถูกเชิญ