--- title: ฝึก PE เซต ตอน 3 (18.08 นาที) ห้องที่ 2 subtitle: date: วันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูอุมาพร) สวัสดีค่ะ วันนี้นะคะ เราจะมาพูดคุยกันถึงบทที่ 1 นะคะ เรื่องเซตกันต่อค่ะ ซึ่งในบทเรียนในวันนี้นะคะ จะพูดถึงความสัมพันธ์ของเซต ในลักษณะต่าง ๆ นะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไปดูวัตถุประสงค์ของบทเรียนนี้กันดีกว่าค่ะ ในบทเรียนนี้นะคะ หลังจากที่นักเรียนเรียนจบบทเรียนนี้แล้วนะคะ นักเรียนจะต้องสามารถระบุได้ว่านะคะ เซตที่กำหนดให้นะคะ เป็นเซตที่เท่ากัน หรือเซตที่ไม่เท่ากันค่ะ ระบุได้ว่าเซตที่กำหนดให้นะคะ เป็นสับเซตหรือไม่เป็นสับเซตกันค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไปเริ่มต้นบทเรียนกันเลยดีกว่านะคะ เดี๋ยวเราไปพิจารณาเซตต่อไปนี้กันดีกว่านะคะ เซตแรกค่ะ เซต A นะคะ ประกอบไปด้วยสมาชิก คือ 0, 1, 2 และ 3 ค่ะ นะคะ ประกอบไปด้วยสมาชิก 1 0 3 และ 2 ค่ะเดี๋ยวเอาไปทำการพิจารณาสมาชิกของเซตกันดีกว่านะคะ เริ่มต้นที่ 0 ค่ะจะเห็นว่า 0 นะคะ เป็นสมาชิกของเซต A นะคะ และ 0 ฃก็เป็นของเซต D ค่ะ 1 นะคะ เป็นของเซต A ค่ะ และ 1 นะคะก็เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ 2 นะคะ เป็นสมาชิกของเซต A ค่ะ และ 2 นะคะ ก็เป็นสมาชิกของเซต B เช่นกันค่ะ 2 และ 3 นะคะ จะเห็นว่า 3 เป็นสมาชิกของเซต A ใช่ไหมคะ และ 3 ก็เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ เราจะเห็นว่าซีซั่น 2 นะคะมีสมาชิกเหมือนทุกตัวค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่าเราจะเรียกความสัมพันธ์ของเซต ในลักษณะนี้ว่าอย่างไร เรามาเริ่มต้นที่บทนิยามของเซตที่เท่ากันก่อนนะคะ เซต A ค่ะ = เซต B นะคะ หมายถึงสมาชิกทุกตัวของเซต A ค่ะ เป็นสมาชิกของเซต B นะคะ และสมาชิกทุกตัวของเซต B นะคะ เป็นสมาชิกของเซต A ค่ะ โดย เซต A นะคะเท่ากับเซต B นะคะ เราจะเขียนแทนด้วยนะคะ เซต A นะคะ ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับนะคะ แล้วก็ตามด้วย เซต D ค่ะจากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะ นักเรียนจะเห็นว่าถ้าเราพิจารณาตามบทนิยามนะคะ เราจะเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของเซต A นะคะ เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ และสมาชิกทุกตัวของเซต B นะคะ เป็นสมาชิกของเซต A ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจึงกล่าวได้ว่านะคะ เซต A = เซต B ค่ะ นักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะ เซตที่เท่ากันนะคะ จะมีจำนวนสมาชิกเท่ากันเสมอค่ะ เดี๋ยวเราไปพิจารณาเซตคู่ถัดไปกันดีกว่านะคะ เซตนี้ค่ะ เซต A นะคะ ประกอบไปด้วยสมาชิกคือ 1, 2 และ 4 ค่ะ เซต B นะคะ ประกอบด้วยสมาชิก คือ 1, 2 และ 3 ค่ะ เราไปพิจารณากันดีกว่าค่ะ ว่าเซต A และ B นั้น จะเท่ากันหรือไม่ค่ะ แล้วตอนที่ 1 นะคะ เดี๋ยวจะเห็นว่า1 นะคะเป็นของเซต A ค่ะ และ 1 นะคะเป็นสมาชิกของเซต B นะคะ ถัดมาที่ 2 ค่ะ นักเรียนเห็นว่า 2 เป็นสมาชิกของเซต A นะคะ และ 2 ก็เป็นสมาชิกของเซต B เช่นกันค่ะ 3 นะคะ นักเรียนจะเห็นว่า 3 ไม่เป็นสมาชิกของเซต A นะคะ แต่ 3 เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ แล้วเราพิจารณาข้อที่ 4 นะคะ นักเรียนจะเห็นว่า 4 เป็นสมาชิกของเซต A นะคะ แต่ B ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ นักเรียนเห็นว่าเซตทั้ง 2 นะคะ มีสมาชิกนะคะบางตัวที่ไม่เหมือนกันค่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าเราจะเรียกความสัมพันธ์ของเซต ในลักษณะนี้ว่าอย่างไรค่ะ เซต A นะคะ ไม่เท่ากับ เซต B นะคะ หมายความว่ามีสมาชิกอย่างน้อย 1 ตัวของเซต A นะคะ ที่ไม่ใช่สมาชิกของเซต B ค่ะ หรือมีสมาชิกอย่างน้อย 1 ตัวของเซต B นะคะ ที่ไม่ใช่สมาชิกของเซต A ค่ะ เซต A นะคะ ไม่เท่ากับเซต B นะคะ เราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซต A ตามด้วยเครื่องหมายไม่เท่ากับ แล้วตามด้วย เซต B นะคะ จากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะ นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า 3 ไม่เป็นสมาชิกของเซต A นะคะ แต่ 3 เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ นักเรียนจะเห็นว่า 4 เป็นสมาชิกของเซต A นะคะ แต่ 4 ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจึงกล่าวได้ว่า เซต A นะคะ ไม่เท่ากับเซต B ค่ะ เดี๋ยวเราไปพิจารณาอีก 1 ตัวอย่าง เพื่อความเข้าใจกันดีกว่านะคะ ตัวอย่างนี้ค่ะ เซต C นะคะ ประกอบด้วยสมาชิกคือ x และ y ค่ะ และเซต D นะคะ ประกอบไปด้วยสมาชิก คือ X และ Yค่ะ จะสังเกตเห็นว่านะคะ W นะคะ เป็นสมาชิกของเซต D นะคะ W ค่ะ ไม่ใช่สมาชิกของเซต C ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจะกล่าวได้ว่าเซต C นะคะไม่เท่ากับเซต B ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างถัดไปกันเลยดีกว่านะคะ ให้ เซต A ประกอบ ไปด้วยสมาชิกนะคะโดยที่ x เป็นจำนวนคู่ค่ะ เซต D นะคะ ประกอบไปด้วย สมาชิกค่ะ โดยที่ x เป็นจำนวนคี่บวกค่ะ และเซต C นะคะ ประกอบด้วยสมาชิกคือ 1, 3, 5, 7 ไปเรื่อย ๆ ค่ะ จงพิจารณานะคะ ว่าเซตคู่ใดบ้างเท่ากันนะคะ และเซตคู่ใดบ้าง ไม่เท่ากันค่ะ ก่อนอื่นที่เราจะทำการพิจารณานะคะ นักเรียนจะสังเกตเห็นว่าเซต A และ เซต B นะคะ เขียนเส้นในรูปแบบบอกเงื่อนไขนะคะ อย่างนั้นเดี๋ยวจะทำการเขียนเซต A และ B แบบแจกแจงสมาชิกค่ะ เรามาเริ่มต้นที่เซต A ก่อนนะคะ นักเรียนจะสังเกตเห็นว่าเซต A นะคะ เป็นเซตของจำนวนคู่ค่ะ เซตของจํานวนคู่นะคะ ในบทเรียนที่แล้วได้ทำการเรียนไปแล้วนะคะ แล้วก็จะเริ่มจากการเขียนจำนวนคู่ลบก่อนค่ะ หลังจากนั้นนะคะ เราก็ตามได้ 0 ค่ะ และก็ตามด้วยจำนวนคู่บวกค่ะ เดี๋ยวเรามาดูที่ เซต B กันต่อค่ะ เซต B นะคะ เป็นเซตของจำนวนคี่บวกค่ะ นักเรียนยังจำกันได้อยู่หรือเปล่าคะ ว่าจำนวนคี่บวกมีอะไรบ้าง ก็คือมี 1, 3, 5, 7 ไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นแล้วนะคะ เราก็จะเขียน 1, 3, 5, 7 แล้วก็ตามด้วย ค่ะ เดี๋ยวเรามาทำการพิจารณาเซตคู่แรกกันดีกว่านะคะ ก็คือเซต A และเซต B ค่ะ นักเรียนจะสังเกตเห็นว่าสมาชิกใน เซต A นะคะ ตัวอย่างเช่น0 ค่ะ 0 เป็นสมาชิกของเซต A ใช่ไหมคะ แต่ 0 ไม่ได้ ฃเป็นสมาชิกของเซต D ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจะได้ว่าเซต A นะคะไม่เท่ากับเซต D ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูสักครู่มานะคะ ก็คือเซต A และโซน C ค่ะ ตัวอย่างเช่น 2 ค่ะ นักเรียนจะเห็นว่า 2 นะคะเป็นสมาชิกของเซต A ค่ะ แต่ 2 นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซต C ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจึงกล่าวได้ว่า เซต A นะคะไม่เท่ากับ เซต C ค่ะ ถัดมาที่คู่สุดท้ายนะคะ ก็คือคู่B และ C ค่ะ แล้วนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า เซต C นะคะ สมาชิกของเซต C นะคะ เป็นจำนวนคี่บวกค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจึงกล่าวได้ว่านะคะสมาชิกทุกตัวของเซต D นะคะ เป็นสมาชิกของเซต C ค่ะ และสมาชิกทุกตัวของ เซต C นะคะ ก็เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ ดังนั้นนะคะ เซต B จึงเท่ากับเซต C ค่ะ เดี๋ยวเราไปพิจารณาความสัมพันธ์ของเซต ในอีกลักษณะหนึ่งที่น่าสนใจกันดีกว่าค่ะ เซต A นะคะประกอบไปด้วยสมาชิก คือ 7 และ 8 ค่ะ เซต B นะคะ ประกอบด้วยสมาชิกคือ 1, 3, 5, 7 และ 8 ค่ะ แล้วจะสังเกตเห็นว่า 7 และ 8 นะคะ เป็นสมาชิกของเซต A ค่ะ และ 7 และ 8 นะคะ ก็เป็นสมาชิกของ เซต B ค่ะ แต่ขณะที่ 1, 3 และ 5 นะคะ เป็นสมาเป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ แต่ 1, 3 และ 5 นะคะ ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซต A ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจะเห็นว่าสมาชิก ทุกตัวของเซต A นะคะ เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ แต่มีสมาชิกบางตัวนะคะ ของเซต B ค่ะ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซต A นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะ เราจะเรียกความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ว่าอย่างไรนะคะ เริ่มต้นที่บทนิยามของสับเซตค่ะ เซต A นะคะ เป็นสับเซตของเซต B นะคะ ก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซต A ค่ะ สมาชิกของเซต B นะคะ โดย เซต A นะคะ เป็นสับเซตของเซต B นะคะ เราจะเขียนแทนด้วยเซต A ค่ะ ตามด้วยสัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะคะ และก็ตามด้วยเซต B ค่ะ จากตัวอย่างนะคะ นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า 7 และ 8 นะคะ เป็นสมาชิกที่ของเซต A นะคะ และทั้ง 2 ตัวนี้นะคะ ก็เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ ซึ่งจะสอดคล้องกับบทนิยามที่กล่าวว่า สมาชิกทุกตัวของเซต A นะคะ เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจึงกล่าวได้ว่าเซต A ค่ะ เป็นสับเซต B นะคะ เดี๋ยวเราไปพิจารณาสักคู่ถัดไปกันดีกว่าค่ะ เซตนี้นะคะ เซต A ค่ะ ประกอบไปด้วยสมาชิกคือ a b และ c นะคะ เซต B นะคะ ประกอบด้วยสมาชิกคือ a, b, c และ d ค่ะ เดี๋ยวเราไปทำการพิจารณาสมาชิก ทีละตัวนะเริ่มต้นที่ a ค่ะ จะเห็นว่า A นะคะ เป็นสมาชิกของเซตA ค่ะและ นะคะก็เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ d ค่ะ เป็นสมาชิกของเซต A นะคะและ b ก็เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ ถัดมาที่ c นะคะ c เป็นสมาชิกของเซต A ค่ะแต่สีนะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ เรามาดูที่นะคะd นะคะ ไม่เป็นสมาชิกของเซต A ค่ะ แต่ d นะคะ เป็นสมาชิกของ B ค่ะ เราจะเห็นว่านะคะ มีสมาชิกบางตัวนะคะ ที่อยู่ใน เซต A ค่ะแต่ไม่ในเซต B นะคะ และมีสมาชิกบางตัวค่ะ ที่อยู่ในเซต B นะคะแต่ไม่อยู่ในเซต A ค่ะ เพราะฉะนั้นแล้ว เดี๋ยวเราไปพิจารณากันดีกว่าค่ะ ว่าความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ จะเรียกว่าอย่างไรค่ะเซต A นะคะไม่เป็นสับเซตของ เซต B นะ ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกอย่างน้อย 1 ตัวของเซต A ค่ะ ที่ไม่เป็นสมาชิกของเซต B นะคะ โดย เซต A ไม่เป็นสับเซตของเซต B นะคะ จะเขียนแทนด้วยเซต A ค่ะ ตามด้วยสัญลักษณ์นะคะ ในลักษณะคล้ายการเป็นสับเซตนะคะ แต่มีขีดพาดค่ะ แล้วก็ตามด้วย d ค่ะ จากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะ นักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะ ตัวอย่างเช่น มี ค่ะ เป็นสมาชิกของเซต a นะคะc นะคะ ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ เราจึงกล่าวได้ว่าเซต A นะคะ ไม่เป็นเซตของเซต B ค่ะ ในทางกลับกันค่ะ ลองมาดูที่ เซต B มีบ้างค่ะ คือสมาชิกตัวนี้นะคะ คือ d ค่ะ d เป็นของเซต B นะคะ แต่ d ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซต A ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจึงกล่าวได้ว่าเซต B นะคะ ไม่เป็นสับเซตของเซต A ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างเพิ่มความเข้าใจให้มากขึ้นกันดีกว่านะคะ ตัวอย่างนี้นะคะ ให้เซต A ค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ 3, 4 และ 5 นะคะ และเซต B ค่ะประกอบด้วยสมาชิกคือ 0, 1, 2, 3, 4 และ 5 ค่ะ จงพิจารณานะคะ ว่าข้อความต่อไปนี้ เป็นจริงหรือเท็จค่ะ ข้อที่ 1 นะคะเซต A เป็นสับเซตของเซต B ค่ะ ข้อที่ 2 นะคะ เซต B เป็นสับเซตของเซต A ค่ะ เดี๋ยวเรามาพิจารณาข้อที่ 1 ก่อนนะคะ นักเรียนจะสังเกตเห็นว่าสมาชิกของเซต a นะคะ ก็คือมี 3, 4 และ 5 ค่ะ ซึ่งสมาชิกทุกตัวของเซต A นะคะ จะเป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจะได้ว่า เซต A ค่ะ เป็นสับเซตของเซต B นะคะ ดังนั้น ข้อที่ 1 จึงเป็นจริงค่ะ เดี๋ยวเราแล้วมาดูข้อที่ 2 นะคะ นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า 0 นะคะ เป็นของเซต B ค่ะ แต่ 0 นะคะ ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซต A ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจะได้ว่าเซต นะคะไม่เป็นสับเซตของเซต A ค่ะ ดังนั้นนะคะ ข้อที่ 2 ค่ะ จึงเป็นเท็จนะคะ นอกจากการพิจารณาการเป็นสับเซตหรือไม่เป็นสับเซตแล้วนะคะ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจนะคะ จากความรู้ในเรื่องนี้ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่านะคะ ความรู้นี้ค่ะ เซตว่างเป็นสับเซตของเซตทุกเซตนะคะ หมายความว่านักเรียนจะต้องทราบเสมอนะคะ ว่าเซตว่างค่ะ เป็นสับเซตของเซตใด ๆ ค่ะ คุณครูมีคำถามชวนคิดนะคะ ให้นักเรียนลองคิดค่ะ ให้เซต A เป็นเซตใด ๆ นะคะ จงพิจารณาว่าเซต A เป็นสับเซตของเซต A หรือไม่ค่ะ นักเรียนลองพิจารณาดูนะคะ ค่ะ เดี๋ยวครูจะเฉลยเลยนะคะ เราจะมาพิจารณาจากบทนิยามของการเป็นสับเซตนะคะ เราจะพบว่าสมาชิกตัวของเซต A นะคะ ย่อมเป็นสมาชิกของเซต A ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจึงกล่าวได้ว่าเซต A เป็นสับเซตของเซต A ค่ะ ถัดมานะคะ เดี๋ยวจะเป็นความรู้นะคะ เกี่ยวกับบทนิยามของเซตที่เท่ากันและสับเซตค่ะ อันนี้นะคะ จะเป็นบทนิยามของเซตที่เท่ากันค่ะ จะพบว่าเซต A = เซต B นะคะ จะหมายถึงสมาชิกทุกตัวของเซต A นะคะ เป็นสมาชิกเซต B ค่ะ และสมาชิกทุกตัวของเซต B นะคะเป็นสมาชิกของเซต A ค่ะ และบทนิยามอีกอันหนึ่งนะคะ เป็นบทนิยามของการเป็นสับเซตค่ะ เซต A นะคะเป็นสับเซตของ เซต B ก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของ เซต A ค่ะ เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ นักเรียนสังเกตความสำคัญของบทนิยามทั้ง 2 ไหมคะ เรามาดูที่ข้อความนี้กันดีกว่านะคะ สมาชิกทุกตัวของเซต A เป็นสมาชิกของเซต B นะคะ ข้อความนี้นะคะ สอดคล้องกับบทนิยามของการเป็นสับเซตด้านล่างค่ะ ดังนั้นนะคะ ข้อความด้านบนจึงสามารถเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่า เซต A นะคะ เป็นสับเซตของเซต B ค่ะ เช่นเดียวกันกับข้อความนี้นะคะ นักเรียนจะเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของเซต B เป็นสมาชิกของเซต A นะคะ เราก็สามารถเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่า เซต B นะคะ เป็นสับเซต A ค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจึงได้ความรู้ใหม่ดังนี้ค่ะ เซต A นะคะ เท่ากับเซต B นะคะ ก็ต่อเมื่อเซต A เป็นสับเซตของเซต B นะคะ และเซต A เป็นสับเซต A ค่ะ ข้อความนี้นะคะ หมายความว่าถ้านักเรียนทราบว่า เซต A = เซต B แล้ว นักเรียนจะได้ว่าเซต A เป็นสับเซตของเซต B และเซต B เป็นสับเซตของ เซต A ค่ะ ในทางกลับกันนะคะ ถ้านักเรียนทราบว่าเซต A เป็นสับเซตของเซต D นะคะ และ เซต D เป็นสับเซตของเซตแล้วนะคะ นักเรียนก็จะได้ว่าเซต A = เช่นกันค่ะเดี๋ยวเราไปสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้กันอีกรอบนะคะ เซต A นะคะ ฃเท่ากับเซต B นะคะ หมายถึงสมาชิกทุกตัวของเซต A ค่ะ เป็นเป็นสมาชิกที่ของเซต B นะคะ และสมาชิกทุกตัวของ เซต B ค่ะเป็นสมาชิกของเซต A นะคะ เซต A = เซต B นะคะ จะเขียนแทนด้วยเซต A ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็ตามด้วยเซต B ค่ะ เซต A ไม่เท่ากับ C นะคะ จะเขียนแทนด้วย เซต A เขียนด้วยเครื่องหมายไม่เท่ากับแล้ว ตามด้วยเซตดีค่ะสวนเซน A เป็นสับเซตของเซต B นะคะ ก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซต A ค่ะ เป็นสมาชิกของเซต B นะคะ เซต A เป็นสับเซตของเซต B นะคะ เราจะเขียนแทนด้วย เซต A ตามด้วยเครื่องหมายลักษณะนี้ค่ะ และก็ตามด้วยเครื่องหมายลักศค่ะสวนเซต A นะคะ ไม่เป็นสับเซตของเซต B นะคะ เราจะเขียนแทนด้วยนะคะ เซต A ค่ะ ตามด้วยเครื่องหมายลักษณะคล้ายการเป็นสับเซตนะคะ แต่มีขีดพาดค่ะ และตามด้วยเซต B ค่ะ และสิ่งที่ได้เรียนรู้อันสุดท้ายนะคะ ก็คือ เซต A = เซต B นะ ก็ต่อเมื่อ เซต A เป็นสับเซตของ เซต B นะคะ และเซต B เป็นสับเซต A ค่ะ ก่อนจะจากกันวันนี้นะคะ คุณครูก็มีแบบฝึกหัดให้นักเรียนลองไปฝึกทบทวนจำนวน 2 ข้อค่ะ คุณครูหวังว่านักเรียนจะนำบทเรียนในวันนี้นะคะ นะคะไปพัฒนาเพิ่มเติมค่ะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]