﻿1
00:00:35,225 --> 00:00:35,728
สวัสดี

2
00:00:35,728 --> 00:00:36,499
ค่ะวันนี้

3
00:00:36,499 --> 00:00:37,188
นะคะเรา

4
00:00:37,188 --> 00:00:37,896
จะมาพูดคุย

5
00:00:37,896 --> 00:00:38,735
กันถึงบทที่

6
00:00:38,735 --> 00:00:38,842
1 นะคะ

7
00:00:38,842 --> 00:00:40,579
เรื่องเซตกันต่อค่ะ

8
00:00:40,579 --> 00:00:40,921
ในบทเรียน

9
00:00:40,921 --> 00:00:43,043
ในวันนี้นะคะ

10
00:00:43,043 --> 00:00:43,532
พูด

11
00:00:43,532 --> 00:00:43,909
ถึงความสัมพันธ์ของ

12
00:00:43,909 --> 00:00:47,909
เซตใน

13
00:00:52,044 --> 00:00:52,876
ได้

14
00:00:52,876 --> 00:00:53,459
ในบทเรียนนะคะ หลังจาก

15
00:00:53,459 --> 00:00:54,066
ที่นักเรียน

16
00:00:54,066 --> 00:00:54,494
เรียนจบบทเรียนนี้

17
00:00:54,494 --> 00:00:55,055
แล้วนะคะ

18
00:00:55,055 --> 00:00:56,341
เรจะต้อง

19
00:00:56,341 --> 00:00:56,484
สามารถระบุ

20
00:00:56,484 --> 00:00:57,105
ได้ว่านะคะ

21
00:00:57,105 --> 00:00:59,168
ในบทเรียนนี้นะคะหลังจากที่นักเรียนเรียนจบบทเรียนนี้แล้วนะคะไม่มีจะต้องสามารถระบุได้ว่านะคะเซตที่กำหนดให้นะคะ

22
00:00:59,168 --> 00:00:59,859
เป็นเซตที่

23
00:00:59,859 --> 00:01:00,255
เท่ากันหรือเซต

24
00:01:00,255 --> 00:01:02,309
ที่ไม่เท่ากันค่ะ

25
00:01:02,309 --> 00:01:03,271
ระบุได้ว่า

26
00:01:03,271 --> 00:01:04,226
ฉันที่กำหนด

27
00:01:04,226 --> 00:01:04,924
ให้นะคะเป็น

28
00:01:04,924 --> 00:01:05,381
สับเซตหรือไม่

29
00:01:05,381 --> 00:01:07,819
เป็นสับเซตกันค่ะ

30
00:01:07,819 --> 00:01:08,208
ถ้า

31
00:01:08,208 --> 00:01:08,795
พร้อมแล้วเดี๋ยวเรา

32
00:01:08,795 --> 00:01:09,591
ไปเริ่มต้น

33
00:01:09,591 --> 00:01:09,593
บทเรียนกัน

34
00:01:09,593 --> 00:01:10,692
เลยดีกว่านะคะ

35
00:01:10,692 --> 00:01:11,529
เดี๋ยว

36
00:01:11,529 --> 00:01:12,063
เราไปพิจารณา

37
00:01:12,063 --> 00:01:12,389
เซตต่อไป

38
00:01:12,389 --> 00:01:14,995
นี้กันดีกว่านะคะ

39
00:01:14,995 --> 00:01:15,509
เซตแรก เซต A

40
00:01:15,509 --> 00:01:16,536
นะคะประกอบ

41
00:01:16,536 --> 00:01:17,491
ไปด้วยสมา

42
00:01:17,491 --> 00:01:18,199
ชิกคือ 0 1

43
00:01:18,199 --> 00:01:20,493
2 และ 3 ค่ะ

44
00:01:20,493 --> 00:01:21,071
เซต B นะคะประกอบ

45
00:01:21,071 --> 00:01:22,906
ไปด้วยสมาชิก

46
00:01:22,906 --> 00:01:25,428
1 0 3 และ 2 ค่ะ

47
00:01:25,428 --> 00:01:25,998
เดี๋ยวเราไปทำ

48
00:01:25,998 --> 00:01:26,736
การพิจารณา

49
00:01:26,736 --> 00:01:28,119
สมาชิกขอ

50
00:01:28,119 --> 00:01:28,649
งเซตกันดีกว่า

51
00:01:28,649 --> 00:01:30,458
นะคะ เริ่มต้นที่ 0 ค่ะ

52
00:01:30,458 --> 00:01:31,575
นักเรียนจะเห็นว่า

53
00:01:31,575 --> 00:01:32,021
0 นะคะ

54
00:01:32,021 --> 00:01:32,898
เป็นสมาชิกของ

55
00:01:32,898 --> 00:01:33,444
เซต a นะ

56
00:01:33,444 --> 00:01:34,482
คะ

57
00:01:34,482 --> 00:01:35,087
และ 0 ก็

58
00:01:35,087 --> 00:01:37,907
เป็นสมาชิกของเซต D ค่ะ

59
00:01:37,907 --> 00:01:39,077
1

60
00:01:39,077 --> 00:01:39,282
นะคะ เป็นสมาชิก

61
00:01:39,282 --> 00:01:40,862
ของเซต A  ค่ะ

62
00:01:40,862 --> 00:01:41,701
และ

63
00:01:41,701 --> 00:01:42,132
1 นะคะก็เป็น

64
00:01:42,132 --> 00:01:45,109
สมาชิกของเซต B ค่ะ

65
00:01:45,109 --> 00:01:46,368
2

66
00:01:46,368 --> 00:01:47,253
นะคะเป็นสมาชิก

67
00:01:47,253 --> 00:01:47,903
ของเซต a ค่ะ

68
00:01:47,903 --> 00:01:48,680
และ

69
00:01:48,680 --> 00:01:49,958
2 นะคะ

70
00:01:49,958 --> 00:01:50,537
ก็เป็นสมาชิก

71
00:01:50,537 --> 00:01:53,621
ของเซตดีเช่นกันค่ะ

72
00:01:53,621 --> 00:01:54,347
รวมถึง 3

73
00:01:54,347 --> 00:01:54,495
นะคะ

74
00:01:54,495 --> 00:01:54,910
แต่เห็นว่า

75
00:01:54,910 --> 00:01:55,517
3

76
00:01:55,517 --> 00:01:56,364
เป็นสมาชิก

77
00:01:56,364 --> 00:01:56,881
ของเซต a ใช่

78
00:01:56,881 --> 00:01:57,715
ไหมคะ

79
00:01:57,715 --> 00:01:58,633
และ 3

80
00:01:58,633 --> 00:01:58,902
ก็เป็นสมาชิก

81
00:01:58,902 --> 00:02:00,394
ของเซต B ค่ะ

82
00:02:00,394 --> 00:02:01,621
เ

83
00:02:01,621 --> 00:02:02,321
ราจะเห็นว่าเซตทั้ง 2 นะคะ

84
00:02:02,321 --> 00:02:03,056
มีสมา

85
00:02:03,056 --> 00:02:05,275
เหมือนกันทุกตัวค่ะ

86
00:02:05,275 --> 00:02:06,377
เดี๋ยว

87
00:02:06,377 --> 00:02:06,748
เราไปดู

88
00:02:06,748 --> 00:02:07,459
กันดีกว่าค่ะ

89
00:02:07,459 --> 00:02:08,159
ว่าเราจะเรียก

90
00:02:08,159 --> 00:02:08,742
ความสัมพันธ์

91
00:02:08,742 --> 00:02:09,174
ของเซตใน

92
00:02:09,174 --> 00:02:11,917
ลักษณะนี้ว่าอย่างไร

93
00:02:11,917 --> 00:02:12,512
เรามาเริ่ม

94
00:02:12,512 --> 00:02:13,690
ต้นที่บทนิยาม

95
00:02:13,690 --> 00:02:13,699
ของเซตที่เท่ากัน

96
00:02:13,699 --> 00:02:16,794
ก่อนนะคะ

97
00:02:16,794 --> 00:02:17,758
เซต A เท่ากับ เซต B นะ

98
00:02:17,758 --> 00:02:18,478
คะหมาย

99
00:02:18,478 --> 00:02:19,327
ถึงสมาชิก

100
00:02:19,327 --> 00:02:19,329
ทุกตัวของเซต

101
00:02:19,329 --> 00:02:21,092
a ค่ะ

102
00:02:21,092 --> 00:02:21,795
เป็นสมาชิก

103
00:02:21,795 --> 00:02:22,952
ของเซต B นะ

104
00:02:22,952 --> 00:02:23,480
คะ

105
00:02:23,480 --> 00:02:24,463
และสมาชิกทุก

106
00:02:24,463 --> 00:02:26,224
ตัวของเซต B นะคะ

107
00:02:26,224 --> 00:02:26,290
เป็นสมาชิก

108
00:02:26,290 --> 00:02:28,759
ของเซต a ค่ะ

109
00:02:28,759 --> 00:02:29,500
โดย

110
00:02:29,500 --> 00:02:30,389
เซต A นะคะ

111
00:02:30,389 --> 00:02:31,278
เท่ากับเซต B  นะ

112
00:02:31,278 --> 00:02:32,638
คะ เราจะเขียน

113
00:02:32,638 --> 00:02:34,095
แทนด้วยนะคะ เซต A  ค่ะ

114
00:02:34,095 --> 00:02:34,806
ตามด้วย

115
00:02:34,806 --> 00:02:35,517
เครื่องหมายเท่า

116
00:02:35,517 --> 00:02:36,151
กับนะคะ แล้ว

117
00:02:36,151 --> 00:02:36,153
ก็ตามด้วย

118
00:02:36,153 --> 00:02:39,270
เซต B ค่ะ

119
00:02:39,270 --> 00:02:40,127
จาก

120
00:02:40,127 --> 00:02:40,799
ตัวอย่างเมื่อสักครู่

121
00:02:40,799 --> 00:02:41,906
นี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่า

122
00:02:41,906 --> 00:02:42,808
ถ้า

123
00:02:42,808 --> 00:02:43,055
เราพิจารณา

124
00:02:43,055 --> 00:02:44,083
ตามบทนิยาม

125
00:02:44,083 --> 00:02:45,122
นะคะ เรา

126
00:02:45,122 --> 00:02:45,696
จะเห็นว่าสมาชิก

127
00:02:45,696 --> 00:02:46,587
ทุกตัวของเซต

128
00:02:46,587 --> 00:02:47,731
A นะคะ

129
00:02:47,731 --> 00:02:47,839
เป็นสมาชิก

130
00:02:47,839 --> 00:02:48,965
ของเซต B ค่ะ

131
00:02:48,965 --> 00:02:49,887
และ

132
00:02:49,887 --> 00:02:50,370
สมาชิก

133
00:02:50,370 --> 00:02:50,824
ทุกตัวของ

134
00:02:50,824 --> 00:02:52,619
เซต B นะคะ

135
00:02:52,619 --> 00:02:52,703
เป็นสมาชิก

136
00:02:52,703 --> 00:02:54,599
ของเซต A ค่ะ

137
00:02:54,599 --> 00:02:55,055
ดัง

138
00:02:55,055 --> 00:02:56,534
นั้นนะคะ เราจึง

139
00:02:56,534 --> 00:02:57,365
กล่าวได้

140
00:02:57,365 --> 00:02:57,705
ว่านะคะ

141
00:02:57,705 --> 00:02:57,707

142
00:02:57,707 --> 00:02:59,921
เซต A = เซต B  ค่ะ

143
00:02:59,921 --> 00:03:00,676
จะสังเกตเห็น

144
00:03:00,676 --> 00:03:01,207
ว่านะคะเซต

145
00:03:01,207 --> 00:03:02,166
ที่เท่ากันนะ

146
00:03:02,166 --> 00:03:02,906
คะจะมีจำนวน

147
00:03:02,906 --> 00:03:04,995
สมาชิกเท่ากันเสมอค่ะ

148
00:03:04,995 --> 00:03:05,687
เดี๋ยวเราไปพิจารณา

149
00:03:05,687 --> 00:03:05,862
เซตคู่ถัดไป

150
00:03:05,862 --> 00:03:09,589
กันดีกว่านะคะ

151
00:03:09,589 --> 00:03:10,186
เซตนี้

152
00:03:10,186 --> 00:03:10,603
ค่ะ เซต A  นะคะ

153
00:03:10,603 --> 00:03:11,380
ประกอบไปด้วย

154
00:03:11,380 --> 00:03:12,604
สมาชิก

155
00:03:12,604 --> 00:03:15,157
คือ 1, 2 และ 4 ค่ะ

156
00:03:15,157 --> 00:03:16,766
เซต B นะคะ

157
00:03:16,766 --> 00:03:17,722
ประกอบไปด้วยสมาชิก

158
00:03:17,722 --> 00:03:19,491
คือ 1 2 และ 3 ค่ะ

159
00:03:19,491 --> 00:03:19,872
เราไปพิจารณา

160
00:03:19,872 --> 00:03:20,960
กันดีกว่าค่ะ

161
00:03:20,960 --> 00:03:21,706
ว่าเซต a และ b

162
00:03:21,706 --> 00:03:21,708
นั้นจะเท่า

163
00:03:21,708 --> 00:03:23,946
หรือไม่ค่ะ

164
00:03:23,946 --> 00:03:24,522
เ

165
00:03:24,522 --> 00:03:25,228
ริ่มต้นที่ 1

166
00:03:25,228 --> 00:03:26,263
นะคะ เดี๋ยวจะ

167
00:03:26,263 --> 00:03:27,009
เห็นว่าหนึ่งนะ

168
00:03:27,009 --> 00:03:27,011
คะเป็นสมาชิกของ

169
00:03:27,011 --> 00:03:28,873
เซต a ค่ะ

170
00:03:28,873 --> 00:03:29,455
และ 1

171
00:03:29,455 --> 00:03:30,318
นะคะ

172
00:03:30,318 --> 00:03:30,320
เป็นสมาชิกของ

173
00:03:30,320 --> 00:03:32,989
เซต B นะคะ

174
00:03:32,989 --> 00:03:33,863
ถัดมา

175
00:03:33,863 --> 00:03:34,513
ที่ 2 ค่ะ

176
00:03:34,513 --> 00:03:35,749
นั่นแหละจะเห็นว่า

177
00:03:35,749 --> 00:03:36,697
2 เป็นสมาชิก

178
00:03:36,697 --> 00:03:37,536
ของเซต a นะคะ

179
00:03:37,536 --> 00:03:38,499
และ 2

180
00:03:38,499 --> 00:03:38,993
ก็เป็นสมาชิก

181
00:03:38,993 --> 00:03:42,376
ของเซต B เช่นกันค่ะ

182
00:03:42,376 --> 00:03:42,895
3 นะคะ นักเรียนจะเห็น

183
00:03:42,895 --> 00:03:43,803
ว่า 3

184
00:03:43,803 --> 00:03:44,439
ไม่เป็น

185
00:03:44,439 --> 00:03:44,523
สมาชิกของเซต

186
00:03:44,523 --> 00:03:46,230
a นะคะ

187
00:03:46,230 --> 00:03:46,762
แต่ 3

188
00:03:46,762 --> 00:03:47,226
เป็นสมาชิก

189
00:03:47,226 --> 00:03:49,420
ของเซต B ค่ะ

190
00:03:49,420 --> 00:03:50,320
แล้ว

191
00:03:50,320 --> 00:03:50,902
เราพิจารณา

192
00:03:50,902 --> 00:03:51,676
ที่ 4 นะคะ

193
00:03:51,676 --> 00:03:52,638
นักเรียนจะ

194
00:03:52,638 --> 00:03:53,224
เห็นว่า 4

195
00:03:53,224 --> 00:03:53,812
เป็นสมาชิก

196
00:03:53,812 --> 00:03:55,246
ของเซต a นะคะ

197
00:03:55,246 --> 00:03:55,553
แต่ 4

198
00:03:55,553 --> 00:03:56,601
ไม่ได้

199
00:03:56,601 --> 00:03:56,722
เป็นสมาชิก

200
00:03:56,722 --> 00:03:58,922
ของเซต B ค่ะ

201
00:03:58,922 --> 00:04:00,137
นักเรียนจะเห็น

202
00:04:00,137 --> 00:04:00,896
ว่าเซตทั้ง 2 นะคะ

203
00:04:00,896 --> 00:04:01,544
มีสมา

204
00:04:01,544 --> 00:04:02,210
ชิกนะคะ

205
00:04:02,210 --> 00:04:02,212
บางตัวที่ไม่

206
00:04:02,212 --> 00:04:04,180
เหมือนกันค่ะ

207
00:04:04,180 --> 00:04:04,751
เดี๋ยว

208
00:04:04,751 --> 00:04:05,153
เรามาดู

209
00:04:05,153 --> 00:04:05,637
กันดีกว่าค่ะ

210
00:04:05,637 --> 00:04:06,447
ว่าเราจะ

211
00:04:06,447 --> 00:04:07,632
เรียกความสัม

212
00:04:07,632 --> 00:04:07,769
พันธ์ของเซตในลักษณะ

213
00:04:07,769 --> 00:04:11,769
นี้ว่าอย่างไรค่ะ

214
00:04:12,206 --> 00:04:12,737
เซต A นะคะ

215
00:04:12,737 --> 00:04:13,522
ไม่เท่ากับ

216
00:04:13,522 --> 00:04:14,277
เซต B นะ

217
00:04:14,277 --> 00:04:15,051
คะ หมายความว่า

218
00:04:15,051 --> 00:04:16,085
มี

219
00:04:16,085 --> 00:04:16,503
สมาชิก

220
00:04:16,503 --> 00:04:16,863
อย่างน้อย 1

221
00:04:16,863 --> 00:04:17,933
ตัวของ

222
00:04:17,933 --> 00:04:18,960
เซต a นะคะ

223
00:04:18,960 --> 00:04:19,702
ที่ไม่

224
00:04:19,702 --> 00:04:19,704
ใช่สมาชิก

225
00:04:19,704 --> 00:04:21,526
ของเซต B ค่ะ

226
00:04:21,526 --> 00:04:22,418
หรือ

227
00:04:22,418 --> 00:04:23,004
มีสมา

228
00:04:23,004 --> 00:04:23,652
ชิกอย่างน้อย

229
00:04:23,652 --> 00:04:25,499
1 ตัวของ

230
00:04:25,499 --> 00:04:26,267
เซต B นะคะ ที่ไม่

231
00:04:26,267 --> 00:04:26,412
ใช่สมาชิก

232
00:04:26,412 --> 00:04:29,668
ของเซต a ค่ะ

233
00:04:29,668 --> 00:04:29,953
เซต A  นะคะ

234
00:04:29,953 --> 00:04:30,817

235
00:04:30,817 --> 00:04:31,327

236
00:04:31,327 --> 00:04:32,357
เราจะเขียน

237
00:04:32,357 --> 00:04:33,136
แทนด้วย

238
00:04:33,136 --> 00:04:33,452
นะคะเซต a ตามด้วย

239
00:04:33,452 --> 00:04:35,982
เครื่องหมายไม่เท่ากับ

240
00:04:35,982 --> 00:04:37,985
ค่ะ แล้วตามด้วย เซต B นะคะ

241
00:04:37,985 --> 00:04:38,596
จากตัวอย่าง

242
00:04:38,596 --> 00:04:39,210
เมื่อสักครู่

243
00:04:39,210 --> 00:04:39,982
นี้นะคะนักเรียน

244
00:04:39,982 --> 00:04:40,498
จะสังเกต

245
00:04:40,498 --> 00:04:41,073
เห็นว่า 3

246
00:04:41,073 --> 00:04:41,707
ไม่เป็น

247
00:04:41,707 --> 00:04:41,876
สมาชิกของ

248
00:04:41,876 --> 00:04:44,430
เซต a นะคะ

249
00:04:44,430 --> 00:04:44,732
แต่ 3 เป็นสมาชิก

250
00:04:44,732 --> 00:04:47,089
ของเซต B ค่ะ

251
00:04:47,089 --> 00:04:47,921
แล้วนักเรียน

252
00:04:47,921 --> 00:04:48,702
จะเห็นว่า 4

253
00:04:48,702 --> 00:04:49,664
เป็นสมาชิก

254
00:04:49,664 --> 00:04:50,245
ของเซต a นะ

255
00:04:50,245 --> 00:04:51,272
คะ

256
00:04:51,272 --> 00:04:52,024
แต่ 4 ไม่

257
00:04:52,024 --> 00:04:52,097
ได้เป็นสมาชิก

258
00:04:52,097 --> 00:04:53,691
ของเซต B ค่ะ

259
00:04:53,691 --> 00:04:55,002
ดัง

260
00:04:55,002 --> 00:04:55,919
นั้นนะคะ เราจึงกล่าวได้

261
00:04:55,919 --> 00:04:56,222
ว่าเซต A นะคะ

262
00:04:56,222 --> 00:04:56,608
ไม่เท่ากับ

263
00:04:56,608 --> 00:04:58,541
เซต B ค่ะ

264
00:04:58,541 --> 00:04:59,458
เดี๋ยว

265
00:04:59,458 --> 00:04:59,811
เราไปพิจารณา

266
00:04:59,811 --> 00:05:01,067
อีก 1 ตัวอย่าง

267
00:05:01,067 --> 00:05:01,297
เพื่อความเข้าใจ

268
00:05:01,297 --> 00:05:02,924
กันดีกว่านะคะ

269
00:05:02,924 --> 00:05:06,058
ตัวอย่างนี้ค่ะ

270
00:05:06,058 --> 00:05:07,048
เซต C นะคะประกอบ

271
00:05:07,048 --> 00:05:08,346
ไปด้วยสมา

272
00:05:08,346 --> 00:05:09,199
ชิกคือ x และ Y ค่ะ

273
00:05:09,199 --> 00:05:09,782
และเซต D

274
00:05:09,782 --> 00:05:10,538
นะคะ

275
00:05:10,538 --> 00:05:11,200
ประกอบไปด้วยสมาชิก

276
00:05:11,200 --> 00:05:12,216
คือ W

277
00:05:12,216 --> 00:05:14,977
X และ Y นะคะ น

278
00:05:14,977 --> 00:05:15,872
ักเรียนจะ

279
00:05:15,872 --> 00:05:16,882
สังเกตเห็นว่า

280
00:05:16,882 --> 00:05:17,587
นะคะ

281
00:05:17,587 --> 00:05:18,545
W นะคะเป็น

282
00:05:18,545 --> 00:05:18,612
สมาชิกของ

283
00:05:18,612 --> 00:05:19,837
เซตดีนะคะ

284
00:05:19,837 --> 00:05:21,198
W ค่ะ

285
00:05:21,198 --> 00:05:21,900
ไม่

286
00:05:21,900 --> 00:05:22,037
ใช่สมาชิก

287
00:05:22,037 --> 00:05:23,565
ของเซต C ค่ะ

288
00:05:23,565 --> 00:05:25,261
ดังนั้นนะคะ

289
00:05:25,261 --> 00:05:26,486
เราจะกล่าวได้ว่า

290
00:05:26,486 --> 00:05:27,068
เซต C นะคะ

291
00:05:27,068 --> 00:05:28,974
ไม่เท่ากับ เซต D  ค่ะ

292
00:05:28,974 --> 00:05:29,583
เดี๋ยว

293
00:05:29,583 --> 00:05:29,957
เราไปดูตัว

294
00:05:29,957 --> 00:05:30,362
อย่างถัดไป

295
00:05:30,362 --> 00:05:31,998
กันเลยดีกว่านะคะ

296
00:05:31,998 --> 00:05:33,143
ให้

297
00:05:33,143 --> 00:05:34,555
เซ็นต์เอกสารประกอบ

298
00:05:34,555 --> 00:05:35,196
ไปด้วยสมาชิก

299
00:05:35,196 --> 00:05:36,090
นะคะโดย

300
00:05:36,090 --> 00:05:36,096
ที่ x เป็น

301
00:05:36,096 --> 00:05:37,331
จำนวนคู่ค่ะ

302
00:05:37,331 --> 00:05:38,018
นะ

303
00:05:38,018 --> 00:05:39,159
คะประกอบ

304
00:05:39,159 --> 00:05:39,612
ไปด้วยสมาชิก

305
00:05:39,612 --> 00:05:40,513
ค่ะโดยที่

306
00:05:40,513 --> 00:05:40,701
x เป็นจำนวน

307
00:05:40,701 --> 00:05:43,513
คี่บวกค่ะ

308
00:05:43,513 --> 00:05:44,746
และ เซต C นะคะประกอบ

309
00:05:44,746 --> 00:05:46,046
ด้วยสมาชิก

310
00:05:46,046 --> 00:05:46,681
คือ 1

311
00:05:46,681 --> 00:05:49,032
3 5 7 ไปเรื่อย ๆ ค่ะ

312
00:05:49,032 --> 00:05:50,000
จง

313
00:05:50,000 --> 00:05:50,634
พิจารณานะคะว่า

314
00:05:50,634 --> 00:05:51,791
เซตคู่ใดบ้าง

315
00:05:51,791 --> 00:05:52,749
เท่ากันนะคะ

316
00:05:52,749 --> 00:05:53,193
และเซตคู่

317
00:05:53,193 --> 00:05:54,585
ใดบ้างไม่เท่ากันค่ะ

318
00:05:54,585 --> 00:05:55,137
ก่อน

319
00:05:55,137 --> 00:05:56,866
อื่นที่เรา

320
00:05:56,866 --> 00:05:57,878
จะทำการพิจารณา

321
00:05:57,878 --> 00:05:58,544
นะคะ นักเรียนจะสังเกต

322
00:05:58,544 --> 00:05:59,476
เห็นว่าเซต a และ

323
00:05:59,476 --> 00:06:00,130
b

324
00:06:00,130 --> 00:06:01,053
นะคะ เขียน

325
00:06:01,053 --> 00:06:02,308
เส้นในรูปแบบบอกเงื่อนไขนะคะ

326
00:06:02,308 --> 00:06:03,077
ด

327
00:06:03,077 --> 00:06:03,723
ังนั้น เราจะ

328
00:06:03,723 --> 00:06:04,478
ทำการเขียน

329
00:06:04,478 --> 00:06:05,290

330
00:06:05,290 --> 00:06:08,386
เซต A  และ เซต B แบบแจกแจงสมาชิกค่ะ

331
00:06:08,386 --> 00:06:09,025
เรา

332
00:06:09,025 --> 00:06:09,624
มาเริ่มต้นที่

333
00:06:09,624 --> 00:06:13,155
เซต A ก่อนนะคะ

334
00:06:13,155 --> 00:06:14,217
ที่จะสังเกต

335
00:06:14,217 --> 00:06:15,705
เห็นว่า เซต A  นะ

336
00:06:15,705 --> 00:06:15,707
คะเป็นเซต

337
00:06:15,707 --> 00:06:17,744
ของจำนวนคู่ค่ะ

338
00:06:17,744 --> 00:06:18,136
เซตของ

339
00:06:18,136 --> 00:06:18,671
จํานวนคู่นะคะ

340
00:06:18,671 --> 00:06:19,540
ในบทเรียน

341
00:06:19,540 --> 00:06:20,239
ที่แล้วได้

342
00:06:20,239 --> 00:06:21,522
ทำการเขียนไปแล้วนะคะ

343
00:06:21,522 --> 00:06:22,108
ก็จะ

344
00:06:22,108 --> 00:06:22,900
เริ่มจากการ

345
00:06:22,900 --> 00:06:22,902
เขียนจำนวน

346
00:06:22,902 --> 00:06:26,902
ลบก่อนค่ะ

347
00:06:27,865 --> 00:06:28,245
หลัง

348
00:06:28,245 --> 00:06:29,593
จากนั้นนะคะเรา

349
00:06:29,593 --> 00:06:31,096
ก็ตามที่

350
00:06:31,096 --> 00:06:31,098
0 ก่อนค่ะและก็ตามด้วย

351
00:06:31,098 --> 00:06:35,098
จำนวนคู่บวกค่ะ

352
00:06:37,256 --> 00:06:37,502
เดี๋ยว

353
00:06:37,502 --> 00:06:38,440
เรามาดู

354
00:06:38,440 --> 00:06:42,440
ที่ เซต D กันต่อค่ะ

355
00:06:44,584 --> 00:06:45,608
เซต B

356
00:06:45,608 --> 00:06:46,277
นะคะ เป็น

357
00:06:46,277 --> 00:06:48,179
เซตของจำนวนคี่บวกค่ะ

358
00:06:48,179 --> 00:06:48,528
นักเรียนยังจำกันได้

359
00:06:48,528 --> 00:06:49,824
อยู่หรือเปล่าคะ

360
00:06:49,824 --> 00:06:49,825
ว่าจำนวนคี่

361
00:06:49,825 --> 00:06:51,113
บวกมีอะไรบ้าง

362
00:06:51,113 --> 00:06:52,418
ก็

363
00:06:52,418 --> 00:06:53,483
คือมี 1

364
00:06:53,483 --> 00:06:53,701
, 3, 5, 7 ไป

365
00:06:53,701 --> 00:06:55,364
เรื่อย ๆ ใช่ไหมคะ

366
00:06:55,364 --> 00:06:56,556
เพราะฉะนั้นแล้วนะคะ

367
00:06:56,556 --> 00:06:57,511
แล้ว

368
00:06:57,511 --> 00:06:58,606
ก็จะเขียน

369
00:06:58,606 --> 00:06:59,633
1 3

370
00:06:59,633 --> 00:07:00,201
5 7 แล้ว

371
00:07:00,201 --> 00:07:03,989
ก็ตามด้วยจุด 3 จุดค่ะ

372
00:07:03,989 --> 00:07:04,509
เดี๋ยว

373
00:07:04,509 --> 00:07:05,171
เรามาทำการ

374
00:07:05,171 --> 00:07:05,773
พิจารณา

375
00:07:05,773 --> 00:07:06,431
เซตคู่แรก

376
00:07:06,431 --> 00:07:06,809
กันดีกว่านะคะ

377
00:07:06,809 --> 00:07:07,209
ก็คือเซต

378
00:07:07,209 --> 00:07:11,209
a และเซต b ค่ะ

379
00:07:11,239 --> 00:07:12,329
นักเรียนจะสังเกต

380
00:07:12,329 --> 00:07:12,800
เห็นว่าสมาชิก

381
00:07:12,800 --> 00:07:13,775
ในเซต a นะคะ

382
00:07:13,775 --> 00:07:14,823
ตัวอย่างเช่น 0 ค่ะ

383
00:07:14,823 --> 00:07:15,926
0

384
00:07:15,926 --> 00:07:16,469
เป็นสมาชิก

385
00:07:16,469 --> 00:07:17,698
ของเซต a ใช่ไหมคะ

386
00:07:17,698 --> 00:07:18,591
แต่

387
00:07:18,591 --> 00:07:19,368
0 ไม่ได้

388
00:07:19,368 --> 00:07:19,370
เป็นสมาชิกของ

389
00:07:19,370 --> 00:07:20,960
เซต B ค่ะ

390
00:07:20,960 --> 00:07:21,681
ดัง

391
00:07:21,681 --> 00:07:23,219
นั้นนะคะ เรา

392
00:07:23,219 --> 00:07:23,718
จะได้ว่าเซต A นะคะ

393
00:07:23,718 --> 00:07:23,791
ไม่เท่ากับ

394
00:07:23,791 --> 00:07:27,791
เซต B ค่ะ

395
00:07:30,348 --> 00:07:31,033
เดี๋ยวเรามา

396
00:07:31,033 --> 00:07:31,937
ดูคู่ถัดมานะ

397
00:07:31,937 --> 00:07:32,492
คะ ก็คือเซต a และ

398
00:07:32,492 --> 00:07:35,509
เซต C  ค่ะ

399
00:07:35,509 --> 00:07:35,893
อย่างเช่น

400
00:07:35,893 --> 00:07:36,957
2 ค่ะ

401
00:07:36,957 --> 00:07:38,388
นักเรียนจะเห็น

402
00:07:38,388 --> 00:07:38,710
ว่าสอนนะคะเป็นสมาชิก

403
00:07:38,710 --> 00:07:40,262
ของเซต a ค่ะ

404
00:07:40,262 --> 00:07:41,503
2

405
00:07:41,503 --> 00:07:42,247
นะคะไม่ได้เป็น

406
00:07:42,247 --> 00:07:43,135
สมาชิกของเซต

407
00:07:43,135 --> 00:07:43,523
C ค่ะ

408
00:07:43,523 --> 00:07:44,099
ดังนั้นนะคะ

409
00:07:44,099 --> 00:07:45,723
เราจึงกล่าวได้ว่า

410
00:07:45,723 --> 00:07:46,331
a นะคะ

411
00:07:46,331 --> 00:07:49,737
ไม่เท่ากับ C ค่ะ

412
00:07:49,737 --> 00:07:50,632
ถัดมาที่

413
00:07:50,632 --> 00:07:51,181
คู่สุดท้าย

414
00:07:51,181 --> 00:07:53,191
นะคะ ก็คือคู่

415
00:07:53,191 --> 00:07:55,884
b และ c ค่ะ

416
00:07:55,884 --> 00:07:59,097
นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า

417
00:07:59,097 --> 00:07:59,784
เซต C นะคะ

418
00:07:59,784 --> 00:08:00,498
สมาชิกของ

419
00:08:00,498 --> 00:08:01,891
เซต C นะ

420
00:08:01,891 --> 00:08:02,481
คะเป็นจำนวน

421
00:08:02,481 --> 00:08:02,555
คี่บวกค่ะ

422
00:08:02,555 --> 00:08:04,970
ดังนั้นนะคะ เรา

423
00:08:04,970 --> 00:08:05,824
จึงกล่าวได้ว่า

424
00:08:05,824 --> 00:08:06,963
นะคะ สมาชิก

425
00:08:06,963 --> 00:08:07,996
ทุกตัวของเซต B นะ

426
00:08:07,996 --> 00:08:08,414
ครับเป็นสมา

427
00:08:08,414 --> 00:08:09,455
เป็นสมาชิกของเซต C ค่ะ

428
00:08:09,455 --> 00:08:09,913
และ

429
00:08:09,913 --> 00:08:11,452
สมาชิก

430
00:08:11,452 --> 00:08:12,279
ทุกตัวของ เซต C นะคะ

431
00:08:12,279 --> 00:08:12,371
ก็เป็นสมาชิก

432
00:08:12,371 --> 00:08:14,851
ของเซต B ค่ะ

433
00:08:14,851 --> 00:08:15,223
ดังนั้น

434
00:08:15,223 --> 00:08:16,159
นะคะ เซต B

435
00:08:16,159 --> 00:08:19,645
จึงเท่ากับเซต C ค่ะ

436
00:08:19,645 --> 00:08:21,182
เดี๋ยว

437
00:08:21,182 --> 00:08:22,019
เราไปพิจารณา

438
00:08:22,019 --> 00:08:22,940
ความสัมพันธ์ของเซต

439
00:08:22,940 --> 00:08:23,619
ในอีกลักษณะ

440
00:08:23,619 --> 00:08:23,715
หนึ่งที่น่าสน

441
00:08:23,715 --> 00:08:27,715
ใจกันดีกว่าค่ะ

442
00:08:28,167 --> 00:08:28,883
เซต A  นะคะ ประกอบ

443
00:08:28,883 --> 00:08:29,325
ไปด้วยสมาชิก

444
00:08:29,325 --> 00:08:29,691
คือ 7

445
00:08:29,691 --> 00:08:31,107
และ 8 ค่ะ

446
00:08:31,107 --> 00:08:31,570
เซต B  นะ

447
00:08:31,570 --> 00:08:33,058
คะประกอบ

448
00:08:33,058 --> 00:08:34,489
ด้วยสมาชิก

449
00:08:34,489 --> 00:08:34,491
1 3 5 7 และ

450
00:08:34,491 --> 00:08:36,943
8 ค่ะ

451
00:08:36,943 --> 00:08:38,097
นักเรียนจะสังเกต

452
00:08:38,097 --> 00:08:38,738
เห็นว่า 7 และ 8

453
00:08:38,738 --> 00:08:39,641
นะคะ เป็น

454
00:08:39,641 --> 00:08:39,708
สมาชิกของ

455
00:08:39,708 --> 00:08:40,875
เซต a ค่ะ

456
00:08:40,875 --> 00:08:41,293
และ 7

457
00:08:41,293 --> 00:08:41,997
และ 8

458
00:08:41,997 --> 00:08:42,639
นะคะ ก็

459
00:08:42,639 --> 00:08:42,818
เป็นสมาชิก

460
00:08:42,818 --> 00:08:44,163
ของ เซต B ค่ะ

461
00:08:44,163 --> 00:08:45,453
แต่

462
00:08:45,453 --> 00:08:46,112
ขณะที่

463
00:08:46,112 --> 00:08:47,003
1 3

464
00:08:47,003 --> 00:08:47,770
และ 5 นะคะ

465
00:08:47,770 --> 00:08:48,068
เป็นสมาชิก

466
00:08:48,068 --> 00:08:50,133
ของเซต B ค่ะ

467
00:08:50,133 --> 00:08:50,841
แต่ 1 3 และ 5 นะ

468
00:08:50,841 --> 00:08:51,730
คะ ไม่ได้

469
00:08:51,730 --> 00:08:52,639
เป็นสมาชิก

470
00:08:52,639 --> 00:08:53,483
ของเซต a ค่ะ

471
00:08:53,483 --> 00:08:54,275
ดัง

472
00:08:54,275 --> 00:08:54,574
นั้นนะคะ เราจะ

473
00:08:54,574 --> 00:08:55,560
เห็นว่าสมาชิก

474
00:08:55,560 --> 00:08:56,018
ตัวของ

475
00:08:56,018 --> 00:08:57,818
เซต a นะคะ

476
00:08:57,818 --> 00:08:58,095
เป็นสมาชิก

477
00:08:58,095 --> 00:08:59,105
ของเซต B ค่ะ

478
00:08:59,105 --> 00:08:59,874
แต่มี

479
00:08:59,874 --> 00:09:00,466
สมาชิก

480
00:09:00,466 --> 00:09:01,275
บางตัวนะ

481
00:09:01,275 --> 00:09:02,579
คะของ เซต B ค่ะ

482
00:09:02,579 --> 00:09:03,785
ที่ไม่

483
00:09:03,785 --> 00:09:04,176
ได้เป็นสมา

484
00:09:04,176 --> 00:09:05,398
ชิกของเซต a นะคะ

485
00:09:05,398 --> 00:09:05,984
เดี๋ยว

486
00:09:05,984 --> 00:09:06,985
เราไปดูกัน

487
00:09:06,985 --> 00:09:07,741
ดีกว่าค่ะ เราจะเรียก

488
00:09:07,741 --> 00:09:08,326
ความสัมพันธ์

489
00:09:08,326 --> 00:09:08,878
ของเซตในลักษณะ

490
00:09:08,878 --> 00:09:11,613
นี้ว่าอย่างไรนะคะ

491
00:09:11,613 --> 00:09:12,699
เริ่ม

492
00:09:12,699 --> 00:09:12,973
ต้นที่บทนิยาม

493
00:09:12,973 --> 00:09:15,009
ของสับเซตค่ะ

494
00:09:15,009 --> 00:09:15,965
เซต A นะคะ

495
00:09:15,965 --> 00:09:16,599
เป็นสับเซต

496
00:09:16,599 --> 00:09:17,744
ของ เซต B นะ

497
00:09:17,744 --> 00:09:18,406
คะ ก็ต่อเมื่อ

498
00:09:18,406 --> 00:09:19,097
สมาชิก

499
00:09:19,097 --> 00:09:19,287
ทุกตัวของ

500
00:09:19,287 --> 00:09:20,397
เซต a ค่ะ

501
00:09:20,397 --> 00:09:21,427
เป็น

502
00:09:21,427 --> 00:09:21,428
สมาชิกของ

503
00:09:21,428 --> 00:09:23,128
เซต B

504
00:09:23,128 --> 00:09:24,414

505
00:09:24,414 --> 00:09:25,054
นะคะ เป็น

506
00:09:25,054 --> 00:09:25,760
สับเซตของ

507
00:09:25,760 --> 00:09:26,555
เซต B นะคะ

508
00:09:26,555 --> 00:09:27,221
แล้วจะเขียน

509
00:09:27,221 --> 00:09:29,221
แทนด้วยเซต a ค่ะ

510
00:09:29,221 --> 00:09:29,927
ด้วยสัญลักษณ์

511
00:09:29,927 --> 00:09:30,399
ลักษณะแบบนี้นะ

512
00:09:30,399 --> 00:09:30,996
คะและก็ตาม

513
00:09:30,996 --> 00:09:34,019
ได้ เซต B ค่ะ

514
00:09:34,019 --> 00:09:35,443
จาก

515
00:09:35,443 --> 00:09:36,539
ตัวอย่างนะคะ

516
00:09:36,539 --> 00:09:37,974
และจะสังเกต

517
00:09:37,974 --> 00:09:38,899
เห็นว่า 7 และ 8

518
00:09:38,899 --> 00:09:39,309
นะคะเป็น

519
00:09:39,309 --> 00:09:39,312
สมาชิกของเซต

520
00:09:39,312 --> 00:09:41,011
a นะคะ

521
00:09:41,011 --> 00:09:41,836
ทั้ง

522
00:09:41,836 --> 00:09:42,422
2 ตัวนี้นะ

523
00:09:42,422 --> 00:09:43,058
คะก็เป็น

524
00:09:43,058 --> 00:09:43,121
สมาชิกของ

525
00:09:43,121 --> 00:09:44,787
เซต B ค่ะ

526
00:09:44,787 --> 00:09:45,364
ซึ่งจะสอด

527
00:09:45,364 --> 00:09:46,002
คล้องกับบทนิยาม

528
00:09:46,002 --> 00:09:46,899
ที่กล่าว

529
00:09:46,899 --> 00:09:47,683
ว่าสมาชิก

530
00:09:47,683 --> 00:09:49,404
ทุกตัวของเซต a นะคะ

531
00:09:49,404 --> 00:09:49,620
สมาชิก

532
00:09:49,620 --> 00:09:51,450
ของเซต B ค่ะ

533
00:09:51,450 --> 00:09:51,898
ดัง

534
00:09:51,898 --> 00:09:52,809
นั้นนะคะ เรา

535
00:09:52,809 --> 00:09:54,260
จึงกล่าว

536
00:09:54,260 --> 00:09:55,086
ได้ว่าเซต A  ค่ะ

537
00:09:55,086 --> 00:09:55,087
เป็นสับเซตของ

538
00:09:55,087 --> 00:09:57,428
เซต B นะคะ

539
00:09:57,428 --> 00:09:58,633
เดี๋ยว

540
00:09:58,633 --> 00:09:59,002
เราไปพิจารณา

541
00:09:59,002 --> 00:09:59,331
เซตคู่ถัดไป

542
00:09:59,331 --> 00:10:02,024
กันดีกว่าค่ะ

543
00:10:02,024 --> 00:10:02,536
เซตนี้

544
00:10:02,536 --> 00:10:03,232
นะคะ

545
00:10:03,232 --> 00:10:04,326
เซต A ค่ะ ประกอบ

546
00:10:04,326 --> 00:10:05,021
ไปด้วยสมาชิก

547
00:10:05,021 --> 00:10:05,431
คือ a b และ c

548
00:10:05,431 --> 00:10:06,950
นะคะ

549
00:10:06,950 --> 00:10:08,498
เซต B นะ

550
00:10:08,498 --> 00:10:09,115
คะประกอบด้วยสมาชิก

551
00:10:09,115 --> 00:10:10,662
คือ a b c และ d ค่ะ

552
00:10:10,662 --> 00:10:11,315
เดี๋ยว

553
00:10:11,315 --> 00:10:12,905
เราไปทำการ

554
00:10:12,905 --> 00:10:13,360
พิจารณาสมาชิก

555
00:10:13,360 --> 00:10:13,852
ทีละตัวนะคะ

556
00:10:13,852 --> 00:10:15,460
เริ่มต้นที่ a ค่ะ

557
00:10:15,460 --> 00:10:16,051
จะเห็น

558
00:10:16,051 --> 00:10:17,128
ว่าเอนะ

559
00:10:17,128 --> 00:10:18,030
คะเป็นสมาชิก

560
00:10:18,030 --> 00:10:18,031
ของเซต a ค่ะ

561
00:10:18,031 --> 00:10:19,591
และ

562
00:10:19,591 --> 00:10:20,571
b นะคะ

563
00:10:20,571 --> 00:10:20,663
ก็เป็นสมาชิก

564
00:10:20,663 --> 00:10:23,614
ของเซต B ค่ะ

565
00:10:23,614 --> 00:10:24,530
d

566
00:10:24,530 --> 00:10:25,271
ค่ะเป็นสมาชิก

567
00:10:25,271 --> 00:10:25,916
ของเซต

568
00:10:25,916 --> 00:10:26,818
a นะคะ

569
00:10:26,818 --> 00:10:27,640
และb

570
00:10:27,640 --> 00:10:27,642
ก็เป็นสมาชิก

571
00:10:27,642 --> 00:10:30,016
ของเซต B ค่ะ

572
00:10:30,016 --> 00:10:30,791
ถ

573
00:10:30,791 --> 00:10:31,297
ัดมาที่ c นะ

574
00:10:31,297 --> 00:10:31,999
คะ

575
00:10:31,999 --> 00:10:32,914
c เป็นสมาชิก

576
00:10:32,914 --> 00:10:33,226
ของเซต a ค่ะ

577
00:10:33,226 --> 00:10:33,984
แต่

578
00:10:33,984 --> 00:10:35,233
c นะ

579
00:10:35,233 --> 00:10:35,453
คะไม่ได้เป็นสมาชิก

580
00:10:35,453 --> 00:10:39,145
ของเซต B ค่ะ

581
00:10:39,145 --> 00:10:41,405
แล้วมาดูที่ดีนะคะ

582
00:10:41,405 --> 00:10:42,178
ดี

583
00:10:42,178 --> 00:10:42,908
นะคะ ไม่เป็น

584
00:10:42,908 --> 00:10:43,780
สมาชิกของเซต

585
00:10:43,780 --> 00:10:44,102
a ค่ะ

586
00:10:44,102 --> 00:10:45,202
แต่ d นะคะ

587
00:10:45,202 --> 00:10:45,255
เป็นสมาชิก

588
00:10:45,255 --> 00:10:47,814
ของเซต B ค่ะ

589
00:10:47,814 --> 00:10:48,327
เราจะ

590
00:10:48,327 --> 00:10:49,182
เห็นว่านะ

591
00:10:49,182 --> 00:10:49,746
คะมีสมา

592
00:10:49,746 --> 00:10:50,465
ชิกบางตัว

593
00:10:50,465 --> 00:10:51,476
นะคะ ที่อยู่

594
00:10:51,476 --> 00:10:52,051
ในเซต A  ค่ะ

595
00:10:52,051 --> 00:10:52,716
แต่ไม่

596
00:10:52,716 --> 00:10:53,847
ในเซต B นะคะ

597
00:10:53,847 --> 00:10:54,958
และมี

598
00:10:54,958 --> 00:10:55,585
สมาชิก

599
00:10:55,585 --> 00:10:56,339
บางตัวค่ะที่

600
00:10:56,339 --> 00:10:56,977
อยู่ใน Set B

601
00:10:56,977 --> 00:10:57,423
นะคะแต่

602
00:10:57,423 --> 00:10:57,653
ไม่อยู่ใน

603
00:10:57,653 --> 00:10:59,354
เซต a ค่ะ

604
00:10:59,354 --> 00:11:00,006

605
00:11:00,006 --> 00:11:00,745
เพราะฉะนั้นแล้ว เดี๋ยวเรา

606
00:11:00,745 --> 00:11:01,141
ไปพิจารณา

607
00:11:01,141 --> 00:11:02,356
กันดีกว่าค่ะ

608
00:11:02,356 --> 00:11:03,026
ว่าความสัมพันธ์

609
00:11:03,026 --> 00:11:03,544
ของเซลล์ในลักษณะ

610
00:11:03,544 --> 00:11:03,546
นี้จะเรียกว่า

611
00:11:03,546 --> 00:11:07,103
อย่างไรค่ะ

612
00:11:07,103 --> 00:11:07,935

613
00:11:07,935 --> 00:11:08,396
ไม่เป็นสับเซต

614
00:11:08,396 --> 00:11:09,077
ของเซต B นะ

615
00:11:09,077 --> 00:11:10,765
ก็ต่อเมื่อ

616
00:11:10,765 --> 00:11:11,356
มี

617
00:11:11,356 --> 00:11:11,862
สมาชิก

618
00:11:11,862 --> 00:11:12,539
อย่างน้อย 1

619
00:11:12,539 --> 00:11:12,571
ตัวของ

620
00:11:12,571 --> 00:11:14,342
เซต a ค่ะ

621
00:11:14,342 --> 00:11:14,924
ที่ไม่

622
00:11:14,924 --> 00:11:15,131
เป็นสมาชิกของ

623
00:11:15,131 --> 00:11:17,800
เซต B นะคะ

624
00:11:17,800 --> 00:11:18,687
โดย

625
00:11:18,687 --> 00:11:19,395
เซต A  ไม่

626
00:11:19,395 --> 00:11:20,102
เป็นสับเซต

627
00:11:20,102 --> 00:11:20,870
ของเซต B นะ

628
00:11:20,870 --> 00:11:21,319
คะ ก็เขียน

629
00:11:21,319 --> 00:11:23,274
แทนด้วยเซต a ค่ะ

630
00:11:23,274 --> 00:11:24,082
ตาม

631
00:11:24,082 --> 00:11:24,720
ด้วยสัญลักษณ์นะคะ

632
00:11:24,720 --> 00:11:25,879
ในลักษณะคล้าย

633
00:11:25,879 --> 00:11:27,284
การเป็นสับเซต

634
00:11:27,284 --> 00:11:27,660
นะคะ แต่ขีดคาดค่ะ

635
00:11:27,660 --> 00:11:28,268
แล้วก็ตามด้วย

636
00:11:28,268 --> 00:11:31,060
ดีค่ะ

637
00:11:31,060 --> 00:11:31,808
ตัวอย่าง

638
00:11:31,808 --> 00:11:32,470
เมื่อสักครู่

639
00:11:32,470 --> 00:11:33,434
นี้นะคะ นักเรียน

640
00:11:33,434 --> 00:11:34,351
จะสังเกตเห็น

641
00:11:34,351 --> 00:11:34,861
ว่านะคะ

642
00:11:34,861 --> 00:11:36,498
ตัวอย่างเช่นมี c ค่ะ

643
00:11:36,498 --> 00:11:36,963
เป็นสมาชิกของ

644
00:11:36,963 --> 00:11:39,718
เซต a นะคะ

645
00:11:39,718 --> 00:11:41,051
แต่ c นะคะ

646
00:11:41,051 --> 00:11:41,836
ไม่ได้เป็นสมาชิก

647
00:11:41,836 --> 00:11:42,568
ของเซต B ค่ะ

648
00:11:42,568 --> 00:11:43,071
เราจึง

649
00:11:43,071 --> 00:11:43,937
กล่าวได้ว่า

650
00:11:43,937 --> 00:11:45,510
เซต a นะคะไม่เป็น

651
00:11:45,510 --> 00:11:45,557
สับเซต

652
00:11:45,557 --> 00:11:47,468
ของเซต B ค่ะ

653
00:11:47,468 --> 00:11:48,620
ในทางกลับ

654
00:11:48,620 --> 00:11:48,761
กันค่ะ ลองมาดูที่

655
00:11:48,761 --> 00:11:50,565
เซต B บ้างค่ะ

656
00:11:50,565 --> 00:11:51,891
คือ สมาชิก

657
00:11:51,891 --> 00:11:52,463
ตัวนี้นะคะ

658
00:11:52,463 --> 00:11:53,541
คือ d ค่ะ

659
00:11:53,541 --> 00:11:54,035
d เป็นสมาชิก

660
00:11:54,035 --> 00:11:55,298
ของเซต B นะคะ

661
00:11:55,298 --> 00:11:55,603
แต่

662
00:11:55,603 --> 00:11:56,694
d ไม่ได้

663
00:11:56,694 --> 00:11:57,580
เป็นสมาชิก

664
00:11:57,580 --> 00:11:58,296
ของเซต a ค่ะ

665
00:11:58,296 --> 00:11:58,802
ดัง

666
00:11:58,802 --> 00:11:59,502
นั้นนะคะ เรา

667
00:11:59,502 --> 00:12:00,276
จึงกล่าว

668
00:12:00,276 --> 00:12:00,344
ได้ว่า Set B

669
00:12:00,344 --> 00:12:01,998
นะคะไม่เป็น

670
00:12:01,998 --> 00:12:02,019
สับเซต

671
00:12:02,019 --> 00:12:03,991
ของเซต a ค่ะ

672
00:12:03,991 --> 00:12:04,777
เดี๋ยว

673
00:12:04,777 --> 00:12:05,808
เรามาดูตัว

674
00:12:05,808 --> 00:12:06,353
อย่างเพื่อความเข้าใจให้

675
00:12:06,353 --> 00:12:07,985
มากขึ้นกันดีกว่านะคะ

676
00:12:07,985 --> 00:12:08,624
ตัว

677
00:12:08,624 --> 00:12:09,964
อย่างนี้นะ

678
00:12:09,964 --> 00:12:10,645
คะ ให้ เซต A  ค่ะประกอบ

679
00:12:10,645 --> 00:12:11,233
ไปด้วยสมา

680
00:12:11,233 --> 00:12:11,832
ชิกคือ 3

681
00:12:11,832 --> 00:12:12,657
4 และ

682
00:12:12,657 --> 00:12:13,624
5 นะคะ

683
00:12:13,624 --> 00:12:15,337
และ เซต B ประกอบ

684
00:12:15,337 --> 00:12:16,163
สมาชิก

685
00:12:16,163 --> 00:12:16,609
คือ 0 1

686
00:12:16,609 --> 00:12:17,170
2 3

687
00:12:17,170 --> 00:12:17,172
4 และ

688
00:12:17,172 --> 00:12:19,312
5 ค่ะ

689
00:12:19,312 --> 00:12:19,815
จง

690
00:12:19,815 --> 00:12:20,458
พิจารณานะคะ ว่า

691
00:12:20,458 --> 00:12:21,557
ข้อความ

692
00:12:21,557 --> 00:12:21,833
ต่อไปนี้

693
00:12:21,833 --> 00:12:23,526
เป็นจริงหรือเท็จค่ะ

694
00:12:23,526 --> 00:12:24,099
ข้อที่ 1

695
00:12:24,099 --> 00:12:25,005
นะคะ

696
00:12:25,005 --> 00:12:25,225
เซต a เป็นสับเซต

697
00:12:25,225 --> 00:12:27,509
ของเซต B ค่ะ

698
00:12:27,509 --> 00:12:28,215
ข้อที่ 2 นะคะ

699
00:12:28,215 --> 00:12:29,117
เซต B

700
00:12:29,117 --> 00:12:29,513
เป็นสับเซต

701
00:12:29,513 --> 00:12:30,957
ของเซต a ค่ะ

702
00:12:30,957 --> 00:12:32,052
เดี๋ยว

703
00:12:32,052 --> 00:12:32,402
เรามาพิจารณา

704
00:12:32,402 --> 00:12:34,622
ข้อที่ 1 ก่อนนะคะ

705
00:12:34,622 --> 00:12:35,777
แล้วจะสังเกต

706
00:12:35,777 --> 00:12:36,476
เห็นว่าสมาชิก

707
00:12:36,476 --> 00:12:36,923
ของเซต a นะคะ

708
00:12:36,923 --> 00:12:38,052
ก็คือมี

709
00:12:38,052 --> 00:12:39,555
3 4 และ 5 ค่ะ

710
00:12:39,555 --> 00:12:40,326
ซึ่งสมาชิก

711
00:12:40,326 --> 00:12:42,613
ทุกตัวของเซต a นะคะ

712
00:12:42,613 --> 00:12:42,838
เป็นสมาชิก

713
00:12:42,838 --> 00:12:44,936
ของเซต B ค่ะ

714
00:12:44,936 --> 00:12:45,644
ดัง

715
00:12:45,644 --> 00:12:46,430
นั้นนะคะ เรา

716
00:12:46,430 --> 00:12:48,260
จะได้ว่าเซต A  ค่ะ

717
00:12:48,260 --> 00:12:48,538
เป็นสับเซต

718
00:12:48,538 --> 00:12:51,149
ของเซต B นะคะ

719
00:12:51,149 --> 00:12:51,471
ดัง

720
00:12:51,471 --> 00:12:52,000
นั้น ข้อที่ 1

721
00:12:52,000 --> 00:12:56,000
จึงเป็นจริงค่ะ

722
00:13:02,633 --> 00:13:03,058
เดี๋ยวเรามาดู

723
00:13:03,058 --> 00:13:04,273
ข้อที่ 2

724
00:13:04,273 --> 00:13:04,807
นะคะ จะ

725
00:13:04,807 --> 00:13:06,027
สังเกตเห็นว่า

726
00:13:06,027 --> 00:13:06,778
0 นะคะเป็น

727
00:13:06,778 --> 00:13:07,849
ของเซต B ค่ะ

728
00:13:07,849 --> 00:13:08,256
แต่

729
00:13:08,256 --> 00:13:09,459
0 นะคะ

730
00:13:09,459 --> 00:13:09,886
ไม่ได้เป็น

731
00:13:09,886 --> 00:13:12,012
สมาชิกของเซต a ค่ะ

732
00:13:12,012 --> 00:13:12,703
ดัง

733
00:13:12,703 --> 00:13:13,952
นั้นนะคะ เราจะ

734
00:13:13,952 --> 00:13:15,155
ได้ว่า เซต B นะ

735
00:13:15,155 --> 00:13:15,203
คะ ไม่เป็นสับเซต

736
00:13:15,203 --> 00:13:19,203
ของเซต a ค่ะ

737
00:13:19,256 --> 00:13:19,967
ดัง

738
00:13:19,967 --> 00:13:20,734
นั้นนะคะ

739
00:13:20,734 --> 00:13:21,288
ข้อที่ 2

740
00:13:21,288 --> 00:13:25,288
ค่ะจริงเป็นเท็จนะคะ

741
00:13:30,435 --> 00:13:31,717
นอกจาก

742
00:13:31,717 --> 00:13:32,542
การพิจารณา

743
00:13:32,542 --> 00:13:33,426
การเป็นสับเซต

744
00:13:33,426 --> 00:13:33,811
หรือไม่เป็นสับเซต

745
00:13:33,811 --> 00:13:34,572
แล้วนะคะ ยัง

746
00:13:34,572 --> 00:13:34,935
มีสิ่งที่

747
00:13:34,935 --> 00:13:35,740
น่าสนใจนะคะ

748
00:13:35,740 --> 00:13:36,495
จากความ

749
00:13:36,495 --> 00:13:36,904
รู้ในเรื่อง

750
00:13:36,904 --> 00:13:37,484
นี้ค่ะ เดี๋ยวเรา

751
00:13:37,484 --> 00:13:37,486
ไปดูกันเลย

752
00:13:37,486 --> 00:13:41,007
ดีกว่านะคะ

753
00:13:41,007 --> 00:13:42,774
ความ

754
00:13:42,774 --> 00:13:43,546
รู้นี้ค่ะ เซตว่า

755
00:13:43,546 --> 00:13:44,634
งเป็นสับเซต

756
00:13:44,634 --> 00:13:45,595
ของเซต

757
00:13:45,595 --> 00:13:45,691
ทุกเซตนะคะ หมาย

758
00:13:45,691 --> 00:13:47,058
ความว่า นักเรียนจัด

759
00:13:47,058 --> 00:13:47,390
ทราบ

760
00:13:47,390 --> 00:13:47,677
เสมอนะคะ ว่า

761
00:13:47,677 --> 00:13:49,494
เซตว่างค่ะ

762
00:13:49,494 --> 00:13:49,835
เป็นสับเซต

763
00:13:49,835 --> 00:13:53,835
ของเซตใด ๆ ค่ะ

764
00:13:54,425 --> 00:13:54,939
คุณครูมีคำถาม

765
00:13:54,939 --> 00:13:56,031
ชวนคิดนะคะ

766
00:13:56,031 --> 00:13:56,668
ให้นักเรียน

767
00:13:56,668 --> 00:13:57,560
ลองคิดค่ะ

768
00:13:57,560 --> 00:13:59,090
ให้ เซต A  เป็นสับเซต

769
00:13:59,090 --> 00:13:59,092
ของเซตใด ๆ นะคะ

770
00:13:59,092 --> 00:14:00,141
จงพิจารณาว่า

771
00:14:00,141 --> 00:14:01,726
a เป็นสับเซต

772
00:14:01,726 --> 00:14:01,771
ของ Set a หรือ

773
00:14:01,771 --> 00:14:03,265
ไม่ค่ะ

774
00:14:03,265 --> 00:14:03,745
นักเรียน

775
00:14:03,745 --> 00:14:07,745
ลองพิจารณาดูนะคะ

776
00:14:11,157 --> 00:14:12,146
ค่ะเดี๋ยว

777
00:14:12,146 --> 00:14:13,846
กูจะเฉลยเลยนะคะ

778
00:14:13,846 --> 00:14:14,740
เรา

779
00:14:14,740 --> 00:14:15,588
จะมาพิจารณา

780
00:14:15,588 --> 00:14:16,320
จากบทนิยาม

781
00:14:16,320 --> 00:14:17,401
ของการเป็นสับเซต

782
00:14:17,401 --> 00:14:18,578
นะคะ เราจะพบว่าสมาชิก

783
00:14:18,578 --> 00:14:19,494
ทุกตัวของ

784
00:14:19,494 --> 00:14:20,889
เซต a นะคะ

785
00:14:20,889 --> 00:14:20,999
ย่อมเป็นสมาชิก

786
00:14:20,999 --> 00:14:22,441
ของเซต a ค่ะ

787
00:14:22,441 --> 00:14:22,953
ดัง

788
00:14:22,953 --> 00:14:23,471
นั้นนะคะ เรา

789
00:14:23,471 --> 00:14:25,372
จึงกล่าว

790
00:14:25,372 --> 00:14:25,685
ได้ว่าเซต A เป็นสับ

791
00:14:25,685 --> 00:14:29,279
เซตของเซต a ค่ะ

792
00:14:29,279 --> 00:14:30,073
ถ

793
00:14:30,073 --> 00:14:30,842
ัดมานะคะ เดี๋ยว

794
00:14:30,842 --> 00:14:30,849
จะเป็นความรู้

795
00:14:30,849 --> 00:14:32,096
นะคะ เกี่ยวกับ

796
00:14:32,096 --> 00:14:33,075
เ

797
00:14:33,075 --> 00:14:33,484
ซตนิยามของเซตที่เท่า

798
00:14:33,484 --> 00:14:35,510
กันและสับเซตค่ะ

799
00:14:35,510 --> 00:14:35,938
อันนี้

800
00:14:35,938 --> 00:14:36,464
นะคะจะเป็น

801
00:14:36,464 --> 00:14:37,120
บทนิยาม

802
00:14:37,120 --> 00:14:38,743
ของเซตที่เท่ากันค่ะ

803
00:14:38,743 --> 00:14:39,786
จะพบ

804
00:14:39,786 --> 00:14:40,489
ว่า เซต A

805
00:14:40,489 --> 00:14:41,323
เท่ากับ เซต B นะคะ

806
00:14:41,323 --> 00:14:42,287
จะหมายถึง

807
00:14:42,287 --> 00:14:42,737
สมาชิกของเซต

808
00:14:42,737 --> 00:14:43,862
a นะคะเป็นสมาชิก

809
00:14:43,862 --> 00:14:45,355

810
00:14:45,355 --> 00:14:46,252
และ

811
00:14:46,252 --> 00:14:47,858
สมาชิก

812
00:14:47,858 --> 00:14:48,524
ทุกตัวของ เซต B นะคะ

813
00:14:48,524 --> 00:14:48,526
เป็นสมาชิกของ

814
00:14:48,526 --> 00:14:51,376
เซต a ค่ะ

815
00:14:51,376 --> 00:14:52,033
และบทนิยาม

816
00:14:52,033 --> 00:14:53,070
อีกอันหนึง่นะคะ

817
00:14:53,070 --> 00:14:54,537
เป็นบทนิยาม

818
00:14:54,537 --> 00:14:55,033
ของการเป็นสับเซต

819
00:14:55,033 --> 00:14:55,035
ค่ะเซตนะคะเป็น

820
00:14:55,035 --> 00:14:56,832
สับเซต

821
00:14:56,832 --> 00:14:57,359
ก็

822
00:14:57,359 --> 00:14:58,132
ต่อเมื่อ

823
00:14:58,132 --> 00:14:58,831
สมาชิกทุก

824
00:14:58,831 --> 00:14:59,331
ตัวของเซต

825
00:14:59,331 --> 00:15:00,177
a ค่ะ

826
00:15:00,177 --> 00:15:00,323
เป็นสมาชิก

827
00:15:00,323 --> 00:15:03,452
ของเซต B ค่ะ

828
00:15:03,452 --> 00:15:04,341
นักเรียนสังเกตความ

829
00:15:04,341 --> 00:15:04,343
สัมพันธ์ของบทนิยาม

830
00:15:04,343 --> 00:15:07,004
ปริมาณทั้ง 2 ไหมคะ

831
00:15:07,004 --> 00:15:07,560
เรามาดูที่ข้อความ

832
00:15:07,560 --> 00:15:10,601
นี้กันดีกว่านะคะ

833
00:15:10,601 --> 00:15:12,472
สมาชิก

834
00:15:12,472 --> 00:15:13,179
ทุกตัวของ เซต A เป็น

835
00:15:13,179 --> 00:15:13,809
สมาชิกของเซต B

836
00:15:13,809 --> 00:15:14,971
นะคะ

837
00:15:14,971 --> 00:15:15,655
ข้อความนี้นะ

838
00:15:15,655 --> 00:15:16,000
คะสอดคล้องกับ

839
00:15:16,000 --> 00:15:17,104
บทนิยามของการเป็น

840
00:15:17,104 --> 00:15:19,302
เซตด้านล่างค่ะ

841
00:15:19,302 --> 00:15:20,274
ดัง

842
00:15:20,274 --> 00:15:20,919
นั้นนะคะ ข้อความ

843
00:15:20,919 --> 00:15:21,620
ด้านบนจึง

844
00:15:21,620 --> 00:15:22,789
สามารถเขียน

845
00:15:22,789 --> 00:15:24,117
เป็นสัญลักษณ์ได้

846
00:15:24,117 --> 00:15:24,829
ว่าเซต A นะคะเป็น

847
00:15:24,829 --> 00:15:24,902
สับเซต

848
00:15:24,902 --> 00:15:27,962
B ค่ะ

849
00:15:27,962 --> 00:15:27,974
เช่นเดียวกัน

850
00:15:27,974 --> 00:15:29,505
กับข้อความ

851
00:15:29,505 --> 00:15:31,675
นี้นะคะ

852
00:15:31,675 --> 00:15:32,213
นักเรียนจะเห็น

853
00:15:32,213 --> 00:15:32,884
ว่าสมาชิก

854
00:15:32,884 --> 00:15:33,142
ทุกตัวของ

855
00:15:33,142 --> 00:15:34,121
เซต B

856
00:15:34,121 --> 00:15:34,881
เป็นสมาชิก

857
00:15:34,881 --> 00:15:35,965
ของเซต a นะ

858
00:15:35,965 --> 00:15:36,866
คะ เราก็สามารถ

859
00:15:36,866 --> 00:15:37,318
เขียนเป็นสัญลักษณ์

860
00:15:37,318 --> 00:15:37,512
ได้ว่า

861
00:15:37,512 --> 00:15:38,953
เซต B นะค

862
00:15:38,953 --> 00:15:39,038
ะ เป็นสับเซต

863
00:15:39,038 --> 00:15:41,924
ของเซต a ค่ะ

864
00:15:41,924 --> 00:15:42,629
ดังนั้น

865
00:15:42,629 --> 00:15:43,211
นะคะ เรา

866
00:15:43,211 --> 00:15:43,746
จึงได้ความ

867
00:15:43,746 --> 00:15:47,746
รู้ใหม่ดังนี้ค่ะ

868
00:15:47,781 --> 00:15:48,209
เซต A นะคะ

869
00:15:48,209 --> 00:15:48,781
เท่ากับ

870
00:15:48,781 --> 00:15:49,687
เซต B

871
00:15:49,687 --> 00:15:51,302
นะคะ ก็

872
00:15:51,302 --> 00:15:52,825
เซต a เป็นสับเซตของเซต

873
00:15:52,825 --> 00:15:53,864
B นะ

874
00:15:53,864 --> 00:15:55,061
คะ และเซต B

875
00:15:55,061 --> 00:15:55,195
เป็นสับเซต

876
00:15:55,195 --> 00:15:57,743
A ค่ะ

877
00:15:57,743 --> 00:15:59,044
ข้อความ

878
00:15:59,044 --> 00:15:59,895
นี้นะคะ หมาย

879
00:15:59,895 --> 00:16:00,830
ความว่า ถ้า

880
00:16:00,830 --> 00:16:01,556
นักเรียนทราบว่า เซต A

881
00:16:01,556 --> 00:16:01,920

882
00:16:01,920 --> 00:16:03,336
= เซต B  แล้ว

883
00:16:03,336 --> 00:16:03,673
นักเรียนจะ

884
00:16:03,673 --> 00:16:04,727
ได้ว่า

885
00:16:04,727 --> 00:16:05,441
เป็นสับเซต

886
00:16:05,441 --> 00:16:05,687
ของเซต b และ c

887
00:16:05,687 --> 00:16:06,799
เป็น

888
00:16:06,799 --> 00:16:06,815
สับเซต

889
00:16:06,815 --> 00:16:08,791
ของเซต a ค่ะ

890
00:16:08,791 --> 00:16:09,735
ในทางกลับ

891
00:16:09,735 --> 00:16:10,253
กันนะคะถ้า

892
00:16:10,253 --> 00:16:11,476
นักเรียนทราบว่า

893
00:16:11,476 --> 00:16:12,361
เซต A  เป็นสับ

894
00:16:12,361 --> 00:16:13,191
เซตของ

895
00:16:13,191 --> 00:16:13,765
เซต B นะคะ

896
00:16:13,765 --> 00:16:13,940
และ b เป็น

897
00:16:13,940 --> 00:16:15,689
สับเซตของเซต B

898
00:16:15,689 --> 00:16:16,490
แล้ว

899
00:16:16,490 --> 00:16:18,216
นะคะนักเรียนก็

900
00:16:18,216 --> 00:16:20,448
จะได้ว่าเซต a = เซต B เช่นกันค่ะ

901
00:16:20,448 --> 00:16:21,133
เดี๋ยว

902
00:16:21,133 --> 00:16:21,839
เราไปสรุป

903
00:16:21,839 --> 00:16:22,227
สิ่งที่ได้

904
00:16:22,227 --> 00:16:22,776
เรียนรู้ในวัน

905
00:16:22,776 --> 00:16:22,778
นี้กันอีก

906
00:16:22,778 --> 00:16:26,419
รอบนะคะ

907
00:16:26,419 --> 00:16:27,810
เซต A  นะคะ

908
00:16:27,810 --> 00:16:28,776
เท่ากับเซต B  นะ

909
00:16:28,776 --> 00:16:29,405
คะ หมายถึง

910
00:16:29,405 --> 00:16:30,225
สมาชิกทุก

911
00:16:30,225 --> 00:16:30,505
ตัวของเซต

912
00:16:30,505 --> 00:16:31,344
a ค่ะ เป็นสมาชิก

913
00:16:31,344 --> 00:16:31,618
ขอ

914
00:16:31,618 --> 00:16:33,052
ง เซต B  นะคะ

915
00:16:33,052 --> 00:16:33,837
และ

916
00:16:33,837 --> 00:16:35,099
สมาชิก

917
00:16:35,099 --> 00:16:35,810
ทุกตัวของเสร็จดีค่ะ

918
00:16:35,810 --> 00:16:36,011
เป็นสมาชิก

919
00:16:36,011 --> 00:16:38,702
ของเซต a นะคะ

920
00:16:38,702 --> 00:16:39,090
เซต A  = เซต

921
00:16:39,090 --> 00:16:39,973
B นะคะ

922
00:16:39,973 --> 00:16:41,063
จะเขียน

923
00:16:41,063 --> 00:16:41,452
แทนด้วย  เครื่อง

924
00:16:41,452 --> 00:16:42,110
หมายเท่ากับ

925
00:16:42,110 --> 00:16:42,374
แล้วก็

926
00:16:42,374 --> 00:16:44,646
ตามด้วยเซตดีค่ะ

927
00:16:44,646 --> 00:16:44,916
เซต A

928
00:16:44,916 --> 00:16:45,615
ไม่เท่ากับ

929
00:16:45,615 --> 00:16:46,121
เซต

930
00:16:46,121 --> 00:16:47,336
นี้นะคะ จะ

931
00:16:47,336 --> 00:16:47,867
เขียนแทน

932
00:16:47,867 --> 00:16:48,465
ด้วย เซต A ตามด้วย

933
00:16:48,465 --> 00:16:49,251
เครื่องหมาย

934
00:16:49,251 --> 00:16:49,566
ไม่เท่ากับแล้ว

935
00:16:49,566 --> 00:16:53,566
ตามได้เช็ดดีค่ะ

936
00:16:53,952 --> 00:16:54,637
ส่วนเซต A  เป็นสับ

937
00:16:54,637 --> 00:16:54,973
เซตของเซต B

938
00:16:54,973 --> 00:16:56,173
นะคะ

939
00:16:56,173 --> 00:16:56,835
ก็ต่อเมื่อ

940
00:16:56,835 --> 00:16:57,179
สมาชิก

941
00:16:57,179 --> 00:16:57,253
ทุกตัวของ

942
00:16:57,253 --> 00:16:58,182
เซต a ค่ะ

943
00:16:58,182 --> 00:16:59,213
ไป

944
00:16:59,213 --> 00:16:59,214
เป็นสมาชิกของ

945
00:16:59,214 --> 00:17:02,280
เซต B นะคะ

946
00:17:02,280 --> 00:17:02,736
เซต A  เป็นสับ

947
00:17:02,736 --> 00:17:03,409
เซตของเซต B

948
00:17:03,409 --> 00:17:04,249
นะคะ เรา

949
00:17:04,249 --> 00:17:04,535
จะเขียนแทน

950
00:17:04,535 --> 00:17:05,216
ด้วย

951
00:17:05,216 --> 00:17:05,878
เซต A ตามด้วย

952
00:17:05,878 --> 00:17:07,137
เครื่องหมายลักษณะนี้ค่ะ

953
00:17:07,137 --> 00:17:10,593
เอกสาร SB ค่ะ

954
00:17:10,593 --> 00:17:11,168
ส่วนเซตนะคะ

955
00:17:11,168 --> 00:17:11,810
ไม่เป็นสับเซตของ

956
00:17:11,810 --> 00:17:13,091
เซต B นะคะ

957
00:17:13,091 --> 00:17:13,456
เราจะเขียน

958
00:17:13,456 --> 00:17:14,890
แทนด้วยนะคะ เซต A  ค่ะ

959
00:17:14,890 --> 00:17:15,098
ตาม

960
00:17:15,098 --> 00:17:16,337
ด้วยเครื่องหมาย

961
00:17:16,337 --> 00:17:17,002
ลัก

962
00:17:17,002 --> 00:17:17,915
ษณะคล้ายการ

963
00:17:17,915 --> 00:17:18,981
เป็นสับเซตนะ

964
00:17:18,981 --> 00:17:19,847
คะ แต่มี

965
00:17:19,847 --> 00:17:19,849
ขีดคาดค่ะ และตาม

966
00:17:19,849 --> 00:17:23,408
ด้วยเซต B ค่ะ

967
00:17:23,408 --> 00:17:23,985
และ

968
00:17:23,985 --> 00:17:24,575
สิ่งที่ได้

969
00:17:24,575 --> 00:17:25,458
เรียนรู้ว่าสุด

970
00:17:25,458 --> 00:17:26,356
ท้ายนะคะก็

971
00:17:26,356 --> 00:17:27,447
คือ เซต A

972
00:17:27,447 --> 00:17:27,529
เท่ากับ เซต B นะคะ

973
00:17:27,529 --> 00:17:29,551
ก็ต่อเมื่อ

974
00:17:29,551 --> 00:17:30,495
เซต A  เป็นสับ

975
00:17:30,495 --> 00:17:31,612
เซตของ

976
00:17:31,612 --> 00:17:32,625
เซต B นะคะ และ

977
00:17:32,625 --> 00:17:32,695
เซต B เป็นสับเซต

978
00:17:32,695 --> 00:17:35,155
a ค่ะ

979
00:17:35,155 --> 00:17:35,844
ก่อน

980
00:17:35,844 --> 00:17:36,551
จะจากกันวัน

981
00:17:36,551 --> 00:17:37,094
นี้นะคะคุณ

982
00:17:37,094 --> 00:17:37,626
ครูก็มีแบบ

983
00:17:37,626 --> 00:17:38,926
ฝึกหัดให้

984
00:17:38,926 --> 00:17:39,317
นักเรียนลองไปฝึกทบ

985
00:17:39,317 --> 00:17:39,319
ทวนจำนวน 2

986
00:17:39,319 --> 00:17:41,096
ข้อค่ะ

987
00:17:41,096 --> 00:17:41,600
ครูหวัง

988
00:17:41,600 --> 00:17:42,108
ว่านักเรียน

989
00:17:42,108 --> 00:17:42,812
จะนำบท

990
00:17:42,812 --> 00:17:42,993
เรียนในวัน

991
00:17:42,993 --> 00:17:44,113
นี้นะคะ และแบบฝึก

992
00:17:44,113 --> 00:17:45,501
หัดนะคะ

993
00:17:45,501 --> 00:17:46,720
ไปพัฒนา

994
00:17:46,720 --> 00:17:47,369
เพิ่มเติมค่ะ

995
00:17:47,369 --> 00:17:51,369
ปพัฒนาเพิ่มเติมค่ะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

