--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ ระบบภูมิคุ้มกัน ตอน 3 ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน (16.42 นาที) ห้องที่ 2 subtitle: date: วันพุธที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 09.15 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูธีรพัฒน์) สวัสดีครับ วันนี้มาพบกับผมคุณครูธีรพัฒน์กันอีกครั้งนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนกันในหัวข้อเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน ตอนนี้เป็นตอนที่ 3 แล้วนะครับ ในหัวข้อระบบภูมิคุ้มกัน ตอนที่ 3 นี่ จะอยู่ในหนังสือชีวภาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ บทที่ 2 หัวข้อ 2.4 นะครับ เรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับ แล้ววันนี้ที่เราจะเรียนในหัวข้อย่อยที่ 2.4.3 เรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันครับ จุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ เมื่อนักเรียนเรียนรู้แล้วนี่ครูคาดหวังว่านักเรียนจะสืบค้นข้อมูล อธิบายสาเหตุ อาการ แนวทางการป้องกัน และการรักษา โรคที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันได้นะครับ ถัดมา ก็คือนักเรียนอาจจะสืบค้นข้อมูลแล้วก็อธิบายกลไก ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส HIV นะครับ และก็ข้อสุดท้ายนะคะ นักเรียนสามารถระบุสาเหตุ และวิธีป้องกันเชื้อ HIV ได้นะครับ จากที่นักเรียนได้เรียนในคลิปการสอน เรื่องระบบภูมิคุ้มกันในตอนที่ 1 และ 2 มาแล้ว นักเ้รียนก็จะได้ทราบกันแล้วว่า กลไลการต้านกหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมในแต่ละคนนี่ ที่แตกต่างกันนี่เป็นผลมาจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคนที่ตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมแตกต่างกันไป แล้วถ้าหากระบบภูมิคุ้นมีความผิดปกติเกิดขึ้น นักเรียนคิดว่าจะส่งผลต่อการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมอย่างไรได้บ้างนะครับ เดี๋ยวเราจะมาได้เรียนกันในตอนนี้นะครับ ก่อนอื่นเลย ครูมีข้อความให้นักเรียนลองช่วยกันอ่านและทบทวนพิจารณาดูนะครับ และเดี๋ยวครูจะมีคำถามให้ลองคิดนะครับ คำถาม ก็คือนักเรียนรู้จักโรคหรือกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันอะไรบ้างนะครับ อาจจะตอบจากประสบการณ์ที่เราเคยเจอหรือรู้จักนะครับ หรือของคนรู้จักของเรานะครับ คำตอบของนักเรียนนี่อาจจะมีได้หลากหลายขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคนที่ได้รู้จักความผิดปกติของโรคที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันครับ แต่ในตอนที่ 3 นี่ เราจะมาเรียนโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มาด้วยกัน 3 โรคด้วยกันนะครับ อันแรก ก็คือโรคภูมิแพ้ หรือ Allergy อันที่ 2 โรคลูปัสนะครับ หรือโรค HIV ซึ่งโรค นี่ย่อมาจากาภาษาอังกฤษเต็ม ๆ ว่า Systemic Lupus Erythematosus และก็สุดท้าย ก็คือโรคเอดส์นะครับ ซึ่งย่อมาจาก Acquired Immunodeficiency Syndrome นะครับ เดี๋ยวเราลองมาทำความรู้จักกับโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันแต่ละโรคกันนะครับ เรามาดูโรคที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันนะครับ โรคภูมิแพ้ ซึ่งก็คนส่วนใหญ่จะเป็นกันเยอะมากนะครับ โดยเฉพาะคนที่อยู่อาศัยอยู่ในเมืองนะครับ ก็พบได้ทุกเพศทุกวัยนะครับ โรคภูมิแพ้นี่เป็นโรคที่เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันนี่ ตอบสนองต่อแอนติเจนนะครับ แอนติเจนที่เข้ามาในร่างกายเราแล้วทำให้เกิดอาการแพ้นี่ เราจะเรียกสารเหล่านี้ว่า สารที่ก่อภูมิแพ้ หรือ Allergen นะครับ เช่น อาจจะเป็นฝุ่นละออง อาจจะเป็นพาเลน สารเกรสดอกไม้ สารบางชนิดที่อยู่ในอาหารนะครับ เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้ามาแล้วนี่ สารเหล่านี้จะกระตุ้นเซลล์ B ให้สร้างแอนติบอดี้ต่อสารประกอบภูมิแพ้นั้น ๆ นะครับ ที่ถูกสร้างออกมานี่จะไปเกาะอยู่ที่บริเวณผิวของเซลล์ชนิดหนึ่งนะครับ เรียกว่า "เซลล์แมสต์" นะครับ เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ชนิดเดิมเข้ามา สารนี่นะครับ จะไปกระตุ้นให้เซลล์แมสต์นี่หลั่งสารที่เรียกว่า "ฮิสตามิน" เจ้า Histamine นี่ล่ะเ ไม่ว่าจะเป็นอาการไอ จาม คันตา คันจมูก หรือแม้กระทั่งมีน้ำตาไหลออกมานะครับ บางคนนี่อาจจะมีอาการแพ้ที่รุนแรง ก็เนื่องมาจากว่าเอนติเจนนี่ มาทำให้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจนี่หดตัว ทำให้เกิดการหายใจที่ติดขัด หรืออาจจะทำให้เกิดอาการบวมเกิดขึ้นทั่วร่างของเรา แล้วก็ทำให้ถึงแก่นะครับ การที่จะ... ลดความรุนแรงของอาการแพ้นะครับ เราสามารถใช้ยาที่เป็นแอนติฮิสตามินมาช่วยได้นะครับ ที่เกิดขึ้นได้นะครับ นอกจากเซลล์แมสต์ที่หลั่งฮิสตามินเมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้ามาแล้วนี่ สารอีกชนิดหนึ่งก็คือเซลล์ของเบโซฟิลนะครับ สร้างแล้วก็หลั่งฮิสตามินได้เช่นเดียวกัน แล้วก็สร้างอาการแพ้ได้เช่นเดียวกับเซลล์แมสต์ เรามาดูว่าแล้วการป้องกันโรคภูมิแพ้นี่แล้วจะทำได้อย่างไร แน่นอนเลย วิธีการที่ง่าย แต่อาจจะทำได้ยากเลยสำหรับบางคน ก็ต้องป้องกันนะครับ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายของเรานะครับ เราก็อาจจะต้องไปเช็กว่าเราแพ้อะไร อะไรที่เป็นสารให้เกิดภูมิแพ้ของเรานะครับ แล้วก็หลีกเลี่ยงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ก็คือการพยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะครับ ก็คือกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้ หรือว่าลดอาการของโรคภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นนะครับ โรคต่อมานะครับ ก็คือโรคลูปัสหรือโรคเอสแอลอีนะครับ โรคนี้จะเป็นโรคที่อยู่ในกลุ่มของโรคที่เรียกว่า "ภูมิคุ้มกันต้านตนเอง หรือ Autoimmune Disease นะครับ เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายนี่ สร้างแอนติบอดี้ไปกระตุ้นให้เซลล์ทีนี่ต่อต้านหรือทำลายเนื้อเยื่อหรือเซลล์ของตนเองในระบบต่าง ๆ ของเรากายเรานะครับ อาการที่อาจจะพบได้ก็คือ อาการที่มีผื่นแดงบนใบหน้าผื่นแดงบนใบหน้า หรือมีไข้ หรือเกิดอาการปวดบริเวณข้อเนื่องจากอักเสบนะครับ คนที่เป็นโรคลูปัสหรือเอสแอลอีนี่ ทำให้ระยบบประสาทส่วนกลาสงนี่ ถูกทำลาย การทำงานของหัวใจและไตอาจล้มเหลว วิธีการที่ป้องกันและรักษาสำหรับคนที่เป็นโรคเอสแอลอีนี่ ก็ทำได้โดยการรักษาตามความรุนแรงของโรคต่อเนื่องครับ และก็ต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ด้วยนะครับ เรามาดูโรคสุดท้ายกันเลยนะครับ โรคสุดท้าย ก็คือโรคเอดส์นะครับ โรคเอดส์นี่เป็นโรคที่เกิดจากความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันนะครับ เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่ามันเกิดความบกพร่องอย่างไรนะครับ โรคที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสที่เรียกว่า "HIV" นะครับ หรือเรียกว่าจากชื่อเต็มที่เรียกว่า "Human Immunodeficiency Virus" นะครับ การได้รับเขื้อ HIV นี่ จะได้รับผ่านทางเลือดหรือผ่านสารเข้ามาสู่ร่างกายของเรานะครับ ผู้ที่ได้รับเชื้อ HIV เข้ามานี่จะมีความเสี่ยงต่อการตืดเชื้อ หรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนชนิดต่าง ๆ เช่น โรคปอดบวม โรคเริมหรือโรคเชื้อราตามผิวหนัง หรือช่องปากครับ โดยโรคแทรกซ้อนเหล่านี้จะเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนเป็นโรคเอดส์ นะครับ เดี๋ยวเราลองมาดูกันว่าเจ้า HIV นี่ทำให้เกิดการบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรนะครับ เดี๋ยวเรามาทำความเข้าใจการเพิ่มจำนวนของ HIV ของผู้ช่วยกันก่อนนะครับ เซลล์ที่เป็นเหมือนเขาเรียกว่าเซลล์เจ้าบ้านที่เจ้าไวรัส HIV นี่จะเข้าไปเพิ่มจำนวน เซลล์ทีมผู้ช่วย ซึ่งเซลล์ภูมิคุ้มกันแบบที่เราได้เรียนรู้กันมาในขั้นแรกนี่ เมื่อ HIV เข้าสู่ร่างกายนะครับ ไวรัสที่เข้าไปนี่ จะไปยึดเกาะกับเซลล์เขตจาบ้านเจ้าบ้านนะครับ จากนั้นนี่ HIV ก็จะปล่อยสารพันธุกรรมนะครับ เข้าไปที่เซลล์ทีผู้ช่วยนะครับ และจะเข้าองค์ประกอบนะครับ องค์ประกอบของเซลล์ทีผู้ช่วยนะครับ สารพันธุกรรมของไวรัสรวมทั้งสารองค์ประกอบของ HIV ด้วยนะครับ หลังจากที่สร้างสารพันธุกรรมและองค์ประกอบแล้วนี่ HIV ก็จะจำลองตัวเองขึ้นมา จัดองค์ประกอบเหล่านั้น นะครับ ทำให้ได้ HIV ในเซลล์เพิ่มเป็นจำนวนมากนะครับ เมื่อมีอนึภาคของไวรัสในเซลล์เป็นจำนวนมากแล้วนี่ HIV ก็จะทำลายเซลล์ทีผู้ช่วย และแยกกลุ่มออกจากเซลล์ทีผู้ช่วยทำให้เซลล์ทีผู้ช่วยนี่ถูกทำลายนะครับ ไวรัสที่ออกก็จะไปที่เซลล์ทีผู้ช่วยเซลล์อื่น ๆ นะครับ แล้วก็เกิดจำนวน HIV ในเซลล์ทีผู้ช่วยขึ้นใหม่เรื่อย ๆ นะครับ คำถาม ก็คือการที่ HIV เข้าไปทำลายเซลล์ทีผู้ช่วยนี่ จะส่งผลการต่อต้านได้อย่างไรนะครับ เราลองมาดูคำตอบกันนะครับ HIV นี่ จะทำลายกลไกการต่อต้านหรือสิ่งแปลกปลอมจำเพนะครับ ทำลายได้อย่างไร ก็คือ เพราะว่าเซลล์เจ้าบ้านที่ HIV ใช้ในการเพิ่มจำนวน ก็คือเซลล์ทีผู้ช่วย การที่ HIV เข้าไปเพิ่มจำนวนในเซลล์ทีผู้ช่วยนี่ จะทำให้เซล์ทีผู้ช่วยนี่ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ซึ่งการลดลงของเซลล์ทีผู้ช่วยนี่ ระบบภูมิคุ้มกันทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณณ์นะครับ ก็จากที่นักเรียนได้เรียนมาแล้วว่าเซลล์ทีผู้ช่วยนี่ มีความสำคัญในการกระตุ้นการทำงาน และพัฒนาเซลล์เม็ดเลือดขาวต่าง ๆ รวมถึงเซลล์ทีด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์บีที่จะพัฒนาต่อไปเป็นเซลล์พลาสมาแล้วก็สร้างแอนติบอดีจับกับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ รวมทั้งการทำงานของทีที่ทำลายส่วนอะตอม หรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส ดังนั้น ถ้าเซลล์ทีผู้ช่วยลดจำนวนลง ก็จะทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันนี่ไม่สมบูรณ์นะครับ หลังจากที่นักเรียนได้ทราบมาแล้วนะครับ ว่า HIV สามารถทำให้เกิดความผิดปกติหรือความบกพร่องทางระบบภูมิคุ้มกัน ก็เหมือนเช่นเคย ครูจะมีข้อความให้นักเรียนลองศึกษาดูนะครับ แล้วหลังจากนั้นจะมีคำถามให้นักเรียนลองช่วยกันนะครับ เราลองมาดูข้อความเหล่านี้กัน แล้วคำถามที่ครูจะลองให้ช่วยกันคิด ก็คือว่าเจ้าเชื้อไวรัส HIV นี่ สามารถติดต่อกันได้ทางใดบ้างนะครับ นักเรียนอาจจะพอทราบคำตอบแล้วแหละ หาข้อมูลแล้วก็ลองตอบคำถามกันดูนะครับ เดี๋ยวเราลองมาดูว่าคำตอบที่นักเรียนได้สืบค้นมาดูนี่ จะมีเหมือนกับครูจัดแสดงให้ดูหรือเปล่านะครับ อันแรกเลย ก็คือว่าเจ้าเชื้อ HIV นี่สามารถติดต่อกันผ่านทางแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์ได้นะครับ และก็ขณะที่เกิดการคลอดหรือการให้น้ำมน จากแม่สู่ลูกได้เช่นกัน อันที่ 2 ก็คือติดต่อกันผ่านทางมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยนะครับ แล้วก็อีกทางก็คือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน จะทำให้สารคัดหลั่งต่าง ๆ นี่ จากอีกคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง สามารถที่จะส่งผ่านเชื้อ HIV สู่กันได้นะครับ หลังจากที่เราได้เรียนเรื่องคสามผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันแล้วนะคก็สามารถที่จะตรวจสอบความเข้าใจทั้งหมดได้นะครับ โดยครูจะมีคำถามให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจกัน 2 คำถาม คำถามแรก เพราะเหตุใดการบริจาคเลือดจึงมีความจำเป็นในการตรวจหาเชื้อ HIV ก่อนติดค้างนะครับ อีกคำถามหนึ่ง ก็คือสารก่อภูมิแพ้ส่งผลต่อของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรนะครับ ถ้าใครตอบได้ แสดงว่าเข้าใจบทเรียนนี้แล้ว ถ้าใครตอบไม่ได้หรือไม่แน่ใจ ก็ลองกลับไปทบทวนกันดู และหลังจากที่ได้เรียนมาแล้วนี่ นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหาในบทเรียนได้ว่าอย่างไรบ้างครับ อันนี้เป็นอันที่คุณครูได้สรุปมาให้นักเรียนดูนะครับ อันแรกก็คือ เมื่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติไป อาจทำให้เกิดโรคหรือความผิดปกติ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคลูปัส หรือโรคเอสโออีนะครับ หรือโรคเอดส์เป็นต้นนะครับ โรคเอดส์นี่ เกิดจากการติดเชื้อ HIV ซึ่งเชื้อ HIV นี่จะเข้าไปทำลายเซลล์ทีผู้ช่วย เซลล์ทีผู้ช่วยนี่มีความสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน จะไปกระตุ้นทำให้เกิดการตอบสนองของเซลล์เม็ดเลือดขาวเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดอื่น ๆ นะครับ เชื้อ HIV นี่สามารถติดกันได้ผ่านเลือดหรือสารคัดหลั่งนะครับ ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะจากแม่สู่ลูก การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันครับ หวังว่านักเรียนจะเข้าใจและก็รู้วิธีการป้องกันตนเองนะครับ จากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันจากโรคต่าง ๆ นะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]