﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,209
[เสียงดนตรี]

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005
(ดร.สุนัดดา) สวัสดีค่ะนักเรียน

3
00:00:08,006 --> 00:00:12,006
มาพบกับครูสุนัดดาอีกครั้งหนึ่งนะคะ วันนี้มาพบตอบ

4
00:00:12,008 --> 00:00:16,008
การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า

5
00:00:16,009 --> 00:00:20,009
จุดประสงค์การเรียนรู้ อธิบายการตอบสนอง

6
00:00:20,010 --> 00:00:24,010
ของพืชต่อสิ่งเร้าในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีผล

7
00:00:24,011 --> 00:00:28,011
ต่อการดำรงชีวิตของพืช 3.3

8
00:00:28,012 --> 00:00:32,012
การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า

9
00:00:32,012 --> 00:00:36,012
รูปที่เห็นนี้นะคะ ก็คือต้นพวงชมพูค่ะ

10
00:00:36,012 --> 00:00:40,012
พวงชมพูเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่เป็นต้นไม้

11
00:00:40,013 --> 00:00:44,013
ให้เลื้อยคลุมไปตามหลังคาและกำแพง นอกจากพวง

12
00:00:44,015 --> 00:00:48,015
ชมพูแล้ว ยังมีไม้พันธุ์อื่น

13
00:00:48,017 --> 00:00:52,017
ที่นิยมนำมาใช้แบบนี้นะคะ อย่างไรก็ตาม

14
00:00:52,017 --> 00:00:56,017
ไหม่ใช่พันธุ์ไม้ทุกชนิดที่นำมาใช้ได้

15
00:00:56,018 --> 00:01:00,018
เพราะเหตุใดพวงชมพูจึงเลื้อยได้

16
00:01:00,019 --> 00:01:04,019
ดังรูปนะคะ กับ

17
00:01:04,020 --> 00:01:08,020
การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้าที่เราจะได้ศึกษาต่อไปนี้

18
00:01:08,021 --> 00:01:12,021
นะคะ สามารถนำมาใช้อธิบายได้ค่ะ การตอบสนอง

19
00:01:12,023 --> 00:01:16,023
ของพืชเมื่อได้รับสิ่งเร้านั้นอาจมีได้หลายรูปแบบ

20
00:01:16,023 --> 00:01:20,023
แต่รูปแบบหนึ่งที่เห็น

21
00:01:20,024 --> 00:01:24,024
ได้ชัด ก็คือการเคลื่อนไหว ซึ่งสามารถแบ่ง

22
00:01:24,025 --> 00:01:28,025
ตามความสัมพันธ์กับทิศทางกับสิ่งเร้า

23
00:01:28,026 --> 00:01:32,026
นะคะ คืทอ การตอบสนองที่มีทิศทาง

24
00:01:32,028 --> 00:01:36,028
สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่ง

25
00:01:36,028 --> 00:01:40,028
และการตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทาง

26
00:01:40,028 --> 00:01:44,028
ของสิ่งเร้า 3.3.1 การตอบสนองง

27
00:01:44,028 --> 00:01:48,028
ที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

28
00:01:48,029 --> 00:01:52,029
การตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์

29
00:01:52,030 --> 00:01:56,030
กับทิศทางของสิ่งเร้าที่พบได้ทั่วไป คือ การเคลื่อนไหวที่

30
00:01:56,030 --> 00:02:00,030
เกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตของพืช โดยอาจจะมี

31
00:02:00,030 --> 00:02:04,030
ทิศทางที่เข้าหา หรือออกจากสิ่งเร้าก็ได้

32
00:02:04,031 --> 00:02:08,031
นักเรียนคิดว่าพืชที่เห็นในรูปนี้

33
00:02:08,032 --> 00:02:12,032
มีทิศทางที่เข้าหาหรือว่าออกห่างจากสิ่งเร้า

34
00:02:12,033 --> 00:02:16,033
และสิ่งเร้านั้นคืออะไร คุณครูจะให้นักเรียนคิดแป๊บหนึ่งค่ะ

35
00:02:16,034 --> 00:02:20,034
เรามาดูรูปที่ 1 กันนะคะ

36
00:02:20,035 --> 00:02:24,035
นะคะ นี่ก็คือเจริญปลายยอดพืช

37
00:02:24,035 --> 00:02:28,035
เจริญในทิศทางเข้าหาแสงค่ะ นั่นก็คือ

38
00:02:28,036 --> 00:02:32,036
สิ่งเร้า ก็คือแสงค่ะ แล้วถ้าสังเกตยอดพืชนะคะ

39
00:02:32,037 --> 00:02:36,037
ก็จะเห็นว่ามีความโค้งไปทางด้านขวาค่ะ

40
00:02:36,038 --> 00:02:40,038
ก็แปลว่าแสงที่เป็นสิ่งเร้า

41
00:02:40,038 --> 00:02:44,038
จะต้องอยู่ด้านขวามือนี้นะคะ ส่วนรูปที่ 2

42
00:02:44,039 --> 00:02:48,039
เป็นปลายรากพืช เจริญในทิศทาง

43
00:02:48,040 --> 00:02:52,040
ของโลก ส่วนยอดพืชเจริญในทิศทางตรงกันข้าวกับ

44
00:02:52,040 --> 00:02:56,040
แรงโน้มถ่วงของโลก

45
00:02:56,041 --> 00:03:00,041
สำหรับต้นไม้ต้นนี้นะคะ ก็คือต้นเทียบค่ะ

46
00:03:00,042 --> 00:03:04,042
สำหรับต้นเทียนนี้ ก็คือแรงโน้มถ่วงของโลกนะคะ จะ

47
00:03:04,042 --> 00:03:08,042
เห็นว่ารากพืชจะเจริญลงด้านล่างนะคะ

48
00:03:08,043 --> 00:03:12,043
ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

49
00:03:12,043 --> 00:03:16,043
ของโลก ส่วนยอดพืชตรงนี้ค่ะ ก็เจริญขึ้นไปในด้านบนนะคะ

50
00:03:16,044 --> 00:03:20,044
เป็นทิศทางที่ตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลกค่ะ

51
00:03:20,045 --> 00:03:24,045
เรามาดูรูปที่ 3 กันค่ะ นี่ก็คือ

52
00:03:24,046 --> 00:03:28,046
การเมล็ดพันธุ์หลักของต้นพืช

53
00:03:28,046 --> 00:03:32,046
การตอบสนองต่อการสัมผัสที่เข้าหาสิ่งเร้าค่ะ สำหรับ

54
00:03:32,047 --> 00:03:36,047
พืชต้นนี้แล้วนะคะ สิ่งเร้า ก็คือที่ปักอยู่ตรงกลาง

55
00:03:36,049 --> 00:03:40,049
นี้ค่ะ 3.3.2

56
00:03:40,049 --> 00:03:44,049
การตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับ

57
00:03:44,051 --> 00:03:48,051
ทิศทางของสิ่งเร้า การตอบสนองที่มีทิศทาง

58
00:03:48,052 --> 00:03:52,052
ไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้านะคะ

59
00:03:52,052 --> 00:03:56,052
ซึี่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำที่อยู่ในเซลล

60
00:03:56,053 --> 00:04:00,053
ที่อาจทำให้เซลล์เกิดการขยายตัว

61
00:04:00,054 --> 00:04:04,054
ได้ชั่วคราว เช่น การหุบของใบของต้นจามจุรี

62
00:04:04,054 --> 00:04:08,054
ในเวลากลางคืนค่ะ ถ้าเราดูจากรูปนะคะ

63
00:04:08,056 --> 00:04:12,056
จะเห็ฯว่าเป็นการกางใบในเวลากลางวันค่ะ ส่วน

64
00:04:12,058 --> 00:04:16,058
อีกรูปหนึ่งนะคะ เป็นการหุบใบในเวลาพลบค่ำค่ะ

65
00:04:16,058 --> 00:04:20,058
นอกจากนี้แล้วการหุบของ

66
00:04:20,058 --> 00:04:24,058
ใบไมราพ ที่ไม่มีความสัมพันธ์ที่

67
00:04:24,059 --> 00:04:28,059
มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้าเช่นเดียวกันค่ะ

68
00:04:28,061 --> 00:04:32,061
เดี๋ยวเรามาดูวิดีโอคลิปกันนะคะ

69
00:04:32,061 --> 00:04:36,061
เมื่อ

70
00:04:36,063 --> 00:04:40,063
มีเนื้อใบสัมพันธ์ของใบไมราพนะคะ จะ

71
00:04:40,063 --> 00:04:44,063
มีการหุบลงค่ะ

72
00:04:44,065 --> 00:04:48,065
แล้วก็แล้วการหุบและการบานของดอกนะ

73
00:04:48,066 --> 00:04:51,299
ที่ตอบสนองต่อแสงนะคะ

74
00:04:52,067 --> 00:04:56,067
ดอกบัวที่ตอนกลางวันและตอนกลางคืนที่

75
00:04:56,068 --> 00:05:00,068
มีความแตกต่างกันค่ะ มีอาชีพหลายอาชีพ

76
00:05:00,068 --> 00:05:04,068
นะคะ ที่ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับพืชค่ะ

77
00:05:04,069 --> 00:05:08,069
อย่างเช่น นักปรับปรุงพันธุ์พืช ที่ปรับปรุง

78
00:05:08,070 --> 00:05:12,070
พันธุ์พืชให้จากลักษณะที่ต้อิงการ

79
00:05:12,071 --> 00:05:16,071
เช่น ปลูกได้ง่าย ให้ผลผลิตสูง

80
00:05:16,072 --> 00:05:20,072
รสชาติดีขึ้น ทนต่อโรค

81
00:05:20,072 --> 00:05:24,072
และแมลงต่าง ๆ อย่างรูปที่เห็นนี้นะคะ เป็นสตรอว์เบอร์รีพันธ้พระราชทา

82
00:05:24,073 --> 00:05:28,073
ค่ะ ไร่สตอเบอรี่ที่เห็นนี้นะคั

83
00:05:28,075 --> 00:05:32,075
เป็นไร่สตรอว์เบอร์รีที่อยู่บนดอยอ่างขางค่ะ

84
00:05:32,076 --> 00:05:36,076
แล้ว สตรอว์เบอร์รี พันธุ์นี้ก็

85
00:05:36,077 --> 00:05:40,077
นิยมปลูกกันที่อื่นอีกด้วยค่ะ และก็ยังมี

86
00:05:40,078 --> 00:05:44,078
พืชชนิดอื่น ๆ อีกนะคะ อย่างเช่น ข้าวค่ะ

87
00:05:44,079 --> 00:05:48,079
ข้าวพันธุ์ กข73 นะคะ ซึ่งผ่านการ

88
00:05:48,080 --> 00:05:52,080
ปรับปรุงแล้วก็พัฒนาปรับปรุงเพื่อให้

89
00:05:52,081 --> 00:05:56,081
ทนทานต่อดินเค็มและต้านทานโรคไหม้ค่ะ

90
00:05:56,082 --> 00:06:00,082
ปรับปรุงพันธ์มะเขือเทศนะคะ

91
00:06:00,083 --> 00:06:04,083
จะให้เป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค และ

92
00:06:04,085 --> 00:06:08,085
สามารถขายได้ในท้องตลาดค่ะ

93
00:06:08,085 --> 00:06:12,085
เกษตกร เกษตกรจะปลูกพืชให้

94
00:06:12,086 --> 00:06:16,086
ให้เจริญเติบโตได้ดี เพิ่มผลผลิตให้

95
00:06:16,088 --> 00:06:20,088
จัดการผลผลิตให้ได้ตามความต้องการของตลาดนั่นเองค่ะ

96
00:06:20,089 --> 00:06:24,089
นี่คือแปลงเบญจมาศค่ะ ซึ่ง

97
00:06:24,090 --> 00:06:28,090
จะเห็นว่ามีหลอดไฟอยู่ด้วยนะคะ ซึ่งการใช้หลอดไฟนี้ค่ะ

98
00:06:28,091 --> 00:06:32,091
หลักใบนี้ค่ะ จะช่วยควบคุมของใบ

99
00:06:32,092 --> 00:06:36,092
ลำต้นเบญจมาศและการออกดอกได้ด้วยค่ะ

100
00:06:36,092 --> 00:06:40,092
เพื่อให้

101
00:06:40,093 --> 00:06:44,093
ได้ผลผลิตที่เป็นที่ต้องการของตลาดและทนต่อโรคนะคะ

102
00:06:44,095 --> 00:06:48,095
ก็มีการทำมะเขือเทศบนต้นตอมะเขือค่ะ

103
00:06:48,096 --> 00:06:52,096
โดยที่ส่วนยอดก็จะเห็นมะเขือเทศค่ะ ส่วน

104
00:06:52,097 --> 00:06:56,097
ต้นปอนะคะก็จะใช้มะเขือ

105
00:06:56,098 --> 00:07:00,098
ซึ่งมีความทนโรคและทนแมลงมากกว่าค่ะ ซึ่งนำมา

106
00:07:00,098 --> 00:07:04,098
เสียบยอดกันแล้วนะคะ ต้นไม้ต้นนี้จะเจริญเติบโต

107
00:07:04,099 --> 00:07:08,099
ขึ้่นค่ะ ก็จะให้ผลผลิตเป็นมะเขือเทศนะคะ ส่วน

108
00:07:08,100 --> 00:07:12,100
ต้นตอก็เป็นพืชที่ทนโรคทนแมลง

109
00:07:12,100 --> 00:07:16,100
แล้วก็ทำให้พืชต้นนี้เจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตเป็นที่ต้องการ

110
00:07:16,101 --> 00:07:20,101
ของท้องตลาดค่ะ นักภูมิสถาปั

111
00:07:20,101 --> 00:07:24,101
จะเลือกชนิดพันธุ์พืชที่เหมาะสม เพื่อเป็น

112
00:07:24,102 --> 00:07:28,102
การนำไปปลูกตกแต่งสถานที่ให้เหมาะสม

113
00:07:28,102 --> 00:07:32,102
กับสภาพแวดล้อมค่ะ ส่วนอาชีพรุกขกร

114
00:07:32,103 --> 00:07:36,103
นะคะ จะจัดการดูแล และรักษา

115
00:07:36,103 --> 00:07:40,103
สภาพความสมบูรณ์ของต้นไม้ในเขตเมือง ซึ่ง

116
00:07:40,103 --> 00:07:44,103
รวมถึงการคัดเลือกพันธุ์ไม้ การ

117
00:07:44,104 --> 00:07:48,104
ตัดแต่งกิ่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่จำกัด หรือพื้นที่ที่ก่อให้เกิด

118
00:07:48,104 --> 00:07:52,104
อันตรายได้ เช่น ใกล้แนวสารไฟฟ้า

119
00:07:52,105 --> 00:07:56,105
หลังจากเรียนเนื้อหาเสร็จแล้วนะคะ เราก็มาถึงช่วงสรุปเนื้อ

120
00:07:56,105 --> 00:08:00,105
ถายในบทเรียนค่ะ การตอบสนองของพืช

121
00:08:00,107 --> 00:08:04,107
มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช โดยที่พืช

122
00:08:04,107 --> 00:08:08,107
ต่อสิ่งเร้า ในรูปแบบการเคลื่อนไหวนะคะ

123
00:08:08,107 --> 00:08:12,107
แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบค่ะ คือ การตอบสนองที่มี

124
00:08:12,107 --> 00:08:16,107
ทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้านะคะ ซึ่ง

125
00:08:16,108 --> 00:08:20,108
ยอดพืชเบนเข้าหาแสงนะคะ หรือว่ารากพืชเจริญ

126
00:08:20,108 --> 00:08:24,108
ไปในทิศทางเดียวกับแรงโน้มถ่วงของโลกนะคะ

127
00:08:24,110 --> 00:08:28,110
รูปแบบหนึ่งนะคะ ก็คือการตอบสนองที่มีทิศทางไม่ตอบสัมพันธ์กับ

128
00:08:28,110 --> 00:08:32,110
สิ่งเร้าค่ะ เช่น การหุบ และการกางใบของใบ

129
00:08:32,112 --> 00:08:36,112
แล้วก็การกางใบของใบจามจุรีนะคะ หรือว่าการหุบหรือกว่ากางใบ

130
00:08:36,113 --> 00:08:40,113
ของใบไมราพค่ะ สำหรับคลิปนี้

131
00:08:40,113 --> 00:08:44,113
ขอจบการสอนเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในคลิปถัดไป

132
00:08:44,114 --> 00:08:48,114
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

133
00:08:48,115 --> 00:08:52,115

134
00:08:52,117 --> 00:08:56,117

135
00:08:56,119 --> 00:09:00,119

136
00:09:00,120 --> 00:09:04,120

137
00:09:04,121 --> 00:09:08,068

138
00:09:08,123 --> 00:09:12,123

139
00:09:12,125 --> 00:09:16,125

140
00:09:16,126 --> 00:09:20,126

141
00:09:20,128 --> 00:09:23,128

142
00:09:24,130 --> 00:09:24,131

143
00:09:28,131 --> 00:09:28,132


