﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000
[เสียงดนตรี]

2
00:00:04,004 --> 00:00:08,004

3
00:00:08,004 --> 00:00:12,004

4
00:00:12,009 --> 00:00:16,009

5
00:00:16,010 --> 00:00:20,010

6
00:00:20,014 --> 00:00:24,014

7
00:00:24,017 --> 00:00:28,017

8
00:00:28,019 --> 00:00:32,019
(ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะนักเรียนคะ คุณครูอ้อมนะคะ วันนี้

9
00:00:32,022 --> 00:00:36,022
ก็ยินดีที่ได้มาจัดเรียนรู้วิชา

10
00:00:36,023 --> 00:00:40,023
เทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยี

11
00:00:40,024 --> 00:00:44,024
มั

12
00:00:44,024 --> 00:00:48,024
นะคะ จะมีอะไรบ้างครูอ้อมขอชี้แจงก่อนเลย

13
00:00:48,026 --> 00:00:52,026
นะคะ ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบ

14
00:00:52,026 --> 00:00:56,026
และเทคโนโลยีของเรานี่นะคะ ประกอบด้วย 7 บท

15
00:00:56,027 --> 00:01:00,027
ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนค่ะ ส่วนแรกเรียกว่า

16
00:01:00,027 --> 00:01:04,027
เทคโนโลยีน่ารู้ ซึ่งประกอบด้วย 3 บทเรียนด้วยกัน

17
00:01:04,028 --> 00:01:08,028
นะคะ ครูอ้อมก็จะได้จัดการเรียนรู้กับพวกเราทั้ง 3 บทเลย

18
00:01:08,029 --> 00:01:12,029
วันนี้ค่ะ เป็นเรื่องของบทที่ 1 ระบบทาง

19
00:01:12,030 --> 00:01:16,030
เทคโนโลยีที่ซับซ้อน ซึ่งหัวข้อแรกของวันนี้เลย

20
00:01:16,030 --> 00:01:20,030
ก็ชื่อว่าระบบคืออะไรนะคะ

21
00:01:20,031 --> 00:01:24,031
ครูอ้อมก็จะได้พูดถึงความหมายของระบบคืออะไร

22
00:01:24,033 --> 00:01:28,033
แล้วก็ระบบทางธรรมชาติ ระบบ

23
00:01:28,033 --> 00:01:32,033
เทคโนโลยีหรือเป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนั่นเองนะคะ

24
00:01:32,035 --> 00:01:36,035
ก่อนอื่นขอชี้แจงจุดประสงค์นะคะ เมื่อ

25
00:01:36,037 --> 00:01:40,037
นักเรียนเรียนรู้เรื่องหัวข้อเรื่องระบบคืออะไรนี่

26
00:01:40,038 --> 00:01:44,038
ครูก็คาดหวังว่าให้นักเรียนสามารถอธิบายระบบเทคโนโลยี

27
00:01:44,038 --> 00:01:48,038
ได้นะคะ สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์

28
00:01:48,039 --> 00:01:52,039
ขององค์ประกอบต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกันภายในระบบได้

29
00:01:52,041 --> 00:01:56,041
นะคะ ก็ขอให้นักเรียนตั้งใจเรียนเพื่อจะบรรลุ

30
00:01:56,042 --> 00:02:00,042
จุดประสงค์การเรียนรู้ของเราทั้ง 2 ข้อนะคะ

31
00:02:00,042 --> 00:02:04,042
ก่อนอื่นเลยนะคะ ครูอยากให้นักเรียนบอกความสัมพันธ์

32
00:02:04,042 --> 00:02:08,042
ของ 2 ภาพนี้นะคะ อาจจะยังเห็น

33
00:02:08,042 --> 00:02:12,042
ไม่ชัดเจนเดี๋ยวครูอ้อมเอาตัวเองออกก่อน... ออกจากภาพก่อน

34
00:02:12,043 --> 00:02:16,043
ออกหรือยังเอ่ย

35
00:02:16,043 --> 00:02:20,043
ออกแล้วนะคะ นักเรียนจะได้เห็นชัดมากขึ้นนะคะ

36
00:02:20,044 --> 00:02:24,044
2 ภาพนี้สัมพันธ์กันอย่างไรคะนักเรียน

37
00:02:24,046 --> 00:02:28,046

38
00:02:28,046 --> 00:02:32,046
วิธีการง่าย ๆ ที่เรามักจะใช้นะคะ ที่เรามักจะใช้

39
00:02:32,048 --> 00:02:36,048
ในการมองภาพ หรือว่าหาความสัมพันธ์ของ 2 ภาพ ก็คือนึก

40
00:02:36,050 --> 00:02:40,050
คำ คำที่เกี่ยวข้องกับภาพนี้

41
00:02:40,050 --> 00:02:44,050
มีอะไรบ้างล่ะคะ ครูอ้อมคิดนะ อาจจะคิดถึงเค้ก

42
00:02:44,050 --> 00:02:48,050
คิดถึงขนมหวาน คิดถึงอาหาร

43
00:02:48,050 --> 00:02:52,050
คิดถึงแม่ คิดถึงลูก มีคำว่าครอบครัว

44
00:02:52,050 --> 00:02:56,050
มีความสุข ความอิ่ม ความอรอ่ย กับ

45
00:02:56,050 --> 00:03:00,050
อีกภาพหนึ่งนะ ข้าง ๆ กันมีต้นไม้

46
00:03:00,051 --> 00:03:04,051
มีแสง มีรถด้วยนะคะ มีสถานที่ ครูอ้อมคิดถึง

47
00:03:04,052 --> 00:03:08,052
คำว่า "บ้าน" บางคนอาจคิดถึงการจัดบ้าน การจัดสวน

48
00:03:08,052 --> 00:03:12,052
นะคะ หรืออาจจะคิดถึงแสง

49
00:03:12,055 --> 00:03:16,055
อากาศดี มีพืชสวนมาตกแต่ง มีต้นไม้

50
00:03:16,055 --> 00:03:20,055
มีธรรมชาติ คิดได้หมดเลยค่ะ

51
00:03:20,056 --> 00:03:24,056
แล้วพอได้คำแล้ว เราลองหัวความสัมพันธ์ดูสิ

52
00:03:24,057 --> 00:03:28,057
บางคนอาจจะได้มาเป็นประโยคเลย อาจจะได้คำว่า

53
00:03:28,057 --> 00:03:32,057
บ้านแสนสุข อาจจะได้คำว่า "บ้านแสนสุข" ก็ได้

54
00:03:32,057 --> 00:03:36,057
หรืออาจจะเป็นเช้านี้แสนอร่อย

55
00:03:36,058 --> 00:03:40,058
ก็ได้นะคะ ครูอ้อมขอยกตัวอย่างครูอ้อม

56
00:03:40,059 --> 00:03:44,059
นักเรียนกำลังทานอาหาร นักเรียนกำลังทาน

57
00:03:44,059 --> 00:03:48,059
อาหาร ก็เจาะไปถึงภายในร่างกายของเด็กคนนี้เลยนะคะ

58
00:03:48,061 --> 00:03:52,061
เมื่อทานอาหารแล้ว อาหารถูกย่อยผ่านระบบ

59
00:03:52,061 --> 00:03:56,061
ทางเดินอาหารนะคะ ก็ถูกดูดซึมนะคะ

60
00:03:56,061 --> 00:04:00,061
เมื่อย่อยแล้วก็ถูกดูดซึมสารอาหาร

61
00:04:00,062 --> 00:04:04,062
ของเราก็เอาไปใช้ประโยชน์ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

62
00:04:04,063 --> 00:04:08,063
ใช่ไหมคะ แน่นอนเมื่อมนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้ก็

63
00:04:08,063 --> 00:04:12,063
มีการหายใจ เมื่อมีการหายใจ เราก็ปลดปล่อย

64
00:04:12,064 --> 00:04:16,064
คาร์บอนไดออกไซด์ออกมาค่ะ สัมพันธ์กันแล้วกับภาพ

65
00:04:16,064 --> 00:04:20,064
ที่ 2 เพราะว่าอะไรคะ ต้นไม้หรือพืชต่าง ๆ นั้น

66
00:04:20,065 --> 00:04:24,065
ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์ด้วยแสง

67
00:04:24,065 --> 00:04:28,065
ได้ใช้จากมนุษย์นะ

68
00:04:28,066 --> 00:04:32,066
ได้ใช้คาร์บอนไดออกไซด์จากมนุษย์ เมื่อใช้ไปแล้วก็

69
00:04:32,068 --> 00:04:36,068
เกิดปลดปล่อยออกซิเจนออกมาค่ะ

70
00:04:36,069 --> 00:04:40,069
และก็กลับไปถึงมนุษย์ เพราะว่ามนุษย์ของเรานั้นใช้ออกซิเจน

71
00:04:40,070 --> 00:04:44,070
ในการหายใจ สิ่งที่ครูอ้อมกำลังพยายามเ

72
00:04:44,072 --> 00:04:48,072
เชื่อมโยงก็คือว่าเราอาจเห็น 2 ภาพที่

73
00:04:48,072 --> 00:04:52,072
อาจจะไม่สัมพันธ์กันแต่จริง ๆ แล้วมันสัมพันธ์กันอยู่นะคะ

74
00:04:52,074 --> 00:04:56,074
เริ่มที่มนุษย์วนเวียนไปถึงพืช แล้ว

75
00:04:56,074 --> 00:05:00,074
ก้กลับมาที่มนุษย์อีกเหมือนกัน ถ้าเรา

76
00:05:00,076 --> 00:05:04,076
มองทุกอยา่งเป็นอยู่ภายใต้ระบบใดระบบหนึ่ง

77
00:05:04,076 --> 00:05:08,076
ความสัมพันธ์ของส่วนต่าง ๆ นั้น ซึ่งวันนี้ก็จะ

78
00:05:08,077 --> 00:05:12,077
เป็นส่วนที่เราจะต้องได้เรียนนะคะ

79
00:05:12,078 --> 00:05:16,078
ถ้าพูดถึงระบบ นักเรียนคิดว่า

80
00:05:16,078 --> 00:05:20,078
มีระบบอะไรบ้างที่นักเรียนรู้จักคะ

81
00:05:20,080 --> 00:05:24,080
ครูอ้อมให้เวลาคิดสักประมาณ 30 วินาทีนะ

82
00:05:24,081 --> 00:05:28,081
นักเรียนได้กี่คำ ระบบอะไรบ้างที่รู้จัก

83
00:05:28,082 --> 00:05:32,082
เริ่มต้นจับเวลานะคะ 30 วินาที

84
00:05:32,082 --> 00:05:36,082
อาจารย์โน๊ต ๆ ไว้คะ ว่านักเรียนได้กี่คำ เริ่ม

85
00:05:36,083 --> 00:05:40,083

86
00:05:40,083 --> 00:05:44,083

87
00:05:44,084 --> 00:05:48,084

88
00:05:48,084 --> 00:05:52,084

89
00:05:52,084 --> 00:05:56,084

90
00:05:56,086 --> 00:06:00,086

91
00:06:00,090 --> 00:06:04,090
จะหมดเวลาแล้วค่ะ

92
00:06:04,093 --> 00:06:08,093
หมดเวลา

93
00:06:08,093 --> 00:06:12,093
ได้กี่คำกันคะ

94
00:06:12,094 --> 00:06:16,094
ได้กี่คำกันเอ่ย ระบบ หลายคน

95
00:06:16,094 --> 00:06:20,094
อาจจะซ้ำกันกับครูอ้อมนะ

96
00:06:20,096 --> 00:06:24,096
มีซ้ำกันหรือเปล่า ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบ

97
00:06:24,096 --> 00:06:28,096
เสียงตามสายนะคะ อันนี้เราคุ้นเคยดี ระบบนักศึกษา

98
00:06:28,096 --> 00:06:32,096
ระบบรับนักเรียน นักเรียน ม.4 ผ่านมาแล้ว

99
00:06:32,097 --> 00:06:36,097
ก็ยังมีระบบหมุนเวียนเลือด ระบบจัดส่ง

100
00:06:36,099 --> 00:06:40,099
หรือระบบประสาทในร่างกายของเรานะคะ ระบบต่าง ๆ

101
00:06:40,101 --> 00:06:44,101
มีเยอะเลยนักเรียนอาจจะได้เยอะกว่าครูนะคะ

102
00:06:44,101 --> 00:06:48,101
ครูให้สังเกตว่าระบบเหล่านี้นี่ ถ้าถูก

103
00:06:48,101 --> 00:06:52,101
เรียกว่าระบบ แล้วมันมีอะไรที่เหมือนกัน

104
00:06:52,103 --> 00:06:56,103
ลองคิดสิ มันมีอะไรที่เหมือนกัน คำว่า "ระบบ" เหล่านี้

105
00:06:56,103 --> 00:07:00,103
ครูอ้อมตั้งข้อสังเกตค่ะ ว่า

106
00:07:00,104 --> 00:07:04,104
ถ้าอะไรก็ตามที่ถูกเรียกว่าระบบจะต้องมีส่วนประกอบมากกว่า 1 อย่าง

107
00:07:04,105 --> 00:07:08,105
ใช่ไหมคะ อย่างเช่นการรับนักเรียน

108
00:07:08,106 --> 00:07:12,106
ต้องมีนักเรียนแหละ และต้องมีคนที่มารับนักเรียน ต้อง

109
00:07:12,107 --> 00:07:16,107
มีมากกว่า 1 อย่างแน่นอน ต้องทำงานสัมพันธ์กันค่ะ

110
00:07:16,108 --> 00:07:20,108
นักเรียนต้องเอาเอกสารมาให้ผู้รับสมัครใช่ไหมคะ เพื่อ

111
00:07:20,108 --> 00:07:24,108
ให้อะไรคะ เพื่อทำงานสัมพันธ์กันแล้ว

112
00:07:24,110 --> 00:07:28,110
ก็ต้องบรรลุเป้าหมาย ต้องรับนักเรียนได้อย่าง

113
00:07:28,111 --> 00:07:32,111
ดีใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น นี่คือ

114
00:07:32,111 --> 00:07:36,111
ที่มาของคำว่า "ความหมายของระบบ" ค่ะนักเรียน เพราะ

115
00:07:36,111 --> 00:07:40,111
คำว่า "ระบบ" นะคะ หมายถึงสิ่งต่าง ๆ ที่

116
00:07:40,112 --> 00:07:44,112
มีส่วนประกอบตั้งแต่ 2 ส่วนขึ้นไปมารวมกันนะ

117
00:07:44,112 --> 00:07:48,112
รวมกันเพื่ออะไรล่ะ เขาก็ทำงานเพื่อให้สัมพันธ์กัน

118
00:07:48,112 --> 00:07:52,112
จะให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์นั้นได้ หรือตามหน้าที่ของ

119
00:07:52,113 --> 00:07:56,113
สิ่งที่สร้าวงขึ้นมาำด้นั่นเองนะคะ ถ้าสังเกต

120
00:07:56,114 --> 00:08:00,114
ระบบนี่จะมีอยู่ 2 ส่วนหลัก ๆ ก็คือระบบทางธรรมชาติ

121
00:08:00,115 --> 00:08:04,115
นะคะ กับระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนะ

122
00:08:04,115 --> 00:08:08,115
หลังจากนี้เราจะไปดูตัวอย่างนะคะ ว่าระบบ

123
00:08:08,116 --> 00:08:12,116
ทางธรรมชาตินั่นเป็นอย่างไร ระบบที่มนุษย์สร้างเป็นอย่างไร

124
00:08:12,116 --> 00:08:16,116
โอเคนะ เราระบบกันที่ระบบ

125
00:08:16,117 --> 00:08:20,117
ทางธรรมชาติค่ะ ครูอ้อมยกตัวอย่างเมื่อกี้เอง

126
00:08:20,118 --> 00:08:24,118
ระบบย่อยอาหารของมนุษย์นะคะ จากรูปนักเรียนจะ

127
00:08:24,118 --> 00:08:28,118
เห็นส่วนประกอบหลายเลย หลายอวัยวะ

128
00:08:28,119 --> 00:08:32,119
เยอะเลยนะคะ ที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารนะ

129
00:08:32,119 --> 00:08:36,119
มีปาก มีหลอดอาหาร มีหลายอย่าง

130
00:08:36,119 --> 00:08:40,119
ครูอ้อมขอยกตัวอย่างนะ มีปาก มีระบบย่อยอาหาร

131
00:08:40,119 --> 00:08:44,119
มีกระเพาะอาหารนะคะ มีลำไส้เล็ก

132
00:08:44,120 --> 00:08:48,120
ลำไส้ใหญ่นะคะ มีจนถึงทวารหนักเลย

133
00:08:48,121 --> 00:08:52,121
เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ล่ะค่ะ ที่

134
00:08:52,121 --> 00:08:56,121
เป็นส่วนประกอบของระบบย่อยอาหาร

135
00:08:56,122 --> 00:09:00,122
เมื่อมีส่วนประกอบของระบบของอาหารแล้ว ต้องมีอะไรคะ

136
00:09:00,124 --> 00:09:04,124
ต้องทำงานสัมพันธ์กัน ทำงานสัมพันธ์กันแล้ว

137
00:09:04,124 --> 00:09:08,124
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ของระบบย่อยอาหารคืออะไรน่ะ

138
00:09:08,125 --> 00:09:12,125
ก็คือย่อยอาหารที่รับประทานนั้นให้

139
00:09:12,126 --> 00:09:16,126
ละเอียด แล้วก็ดูดซึมสารอาหารนั้น ไปเลี้ยงส่วนต

140
00:09:16,127 --> 00:09:20,127
ของร่างกายใช่ไหมคะ นั่นคือ บรรลุวัตถุประสงค์

141
00:09:20,129 --> 00:09:24,129
แล้วนะ นี่คือตัวอย่างของระบบทางธรรมชาติ

142
00:09:24,129 --> 00:09:28,129
แต่ถ้าเกิดบางจุดแล้ว

143
00:09:28,130 --> 00:09:32,130
มีความผิกพลาดขึ้นมาล่ะค่ะ อย่างเช่น

144
00:09:32,131 --> 00:09:36,131
ถ้าเราเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด

145
00:09:36,132 --> 00:09:40,132
จะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะในระบบย่อยอาหารอย่างไรครับ

146
00:09:40,132 --> 00:09:44,132
ถ้าเราอยากรู้ว่ามัน

147
00:09:44,133 --> 00:09:48,133
ส่งผลอย่างไร เราก็ต้องมาดูอวัยวะมราครูอ้อมพูด

148
00:09:48,135 --> 00:09:52,135
เมื่อกี้นี้ มีปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร

149
00:09:52,135 --> 00:09:56,135
ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก ถ้าท่านเคี้ยวไม่ละเอียดจะมีผล

150
00:09:56,136 --> 00:10:00,136
ตั้งแต่ที่ปากเลยใช่ไหมคะ แน่นอนอวัยวะต่อมา

151
00:10:00,137 --> 00:10:04,137
หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ก็ต้องหนัดขึ้นค่ะ เพราะมัน

152
00:10:04,139 --> 00:10:08,139
ละเอียด หลอดอาหารก็จะต้องออกแรง หรือจะต้องใช้

153
00:10:08,139 --> 00:10:12,139
พลังงานเพิ่มขึ้นในการบีบรัดอาหารใช่ไหมคะ

154
00:10:12,141 --> 00:10:16,141
ถ้ายังบีบรัดอาหารไม่ละเอียดแล้ว กะเพาะอาหารต้อง

155
00:10:16,142 --> 00:10:20,142
หลั่งน้ำย่อย ออกมามากกว่าปกติ

156
00:10:20,142 --> 00:10:24,142
เพื่อที่จะให้อาหารนั้นละเอียดใช่ไหมคะ

157
00:10:24,142 --> 00:10:28,142
แน่นอนค่ะ ถ้าทำงานหนักขึ้นมาแบบนี้ กระเพาะอาหาร

158
00:10:28,143 --> 00:10:32,143
หลั่งน้ำย่อยมากกว่าปกติแบบนี้ อาจนำไปสู่ภาวะ

159
00:10:32,144 --> 00:10:36,144
ผิดปกติ ก็คือภาวะอาหารไม่ย่อย

160
00:10:36,144 --> 00:10:40,144
ส่งผลต่อภาพรวมต่อภาพรวมต่อสุขภาพของผู้ทานอาหาร

161
00:10:40,146 --> 00:10:44,146
ได้นะคะ สิ่งที่ครูอ้อมกำลังพยายามบอก ก็คือว่าถ้า

162
00:10:44,146 --> 00:10:48,146
อวัยวะใดอวัยวะหนึ่งในระบบนั้นทำงานผิดปกติ

163
00:10:48,147 --> 00:10:52,147
ขึ้นมานะคะ มันก็จะส่งผลต่อภาพรวมของอวัยวะ

164
00:10:52,148 --> 00:10:56,148
นั้น เพื่อที่จะให้นักเรียนได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์

165
00:10:56,148 --> 00:11:00,148
ของอวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อยอาหารต่าง ๆ ได้

166
00:11:00,148 --> 00:11:04,148
นะคะ ขอยกตัวอย่างอื่น 1 ตัว

167
00:11:04,150 --> 00:11:08,150
ระบบทางธรรมชาตินะคะ นั่นคือระบบหายใจ

168
00:11:08,150 --> 00:11:12,150
แบบในรูปนะคะนักเรียน นักเรียนอาจจะ

169
00:11:12,150 --> 00:11:16,150
เห็นว่ามีอวัยวะที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง

170
00:11:16,151 --> 00:11:20,151
เลยนะคะ ขอยกตัวอย่างเช่น โพร่งจมูก

171
00:11:20,151 --> 00:11:24,151
กล่องเสียง หลอดลม มีปอด มีกระบังลม

172
00:11:24,152 --> 00:11:28,152
ใช่ไหมคะ แน่นอนว่าทุกอวัยวะเหล่านี้ต้องทำงาน

173
00:11:28,153 --> 00:11:32,153
ให้สัมพันธ์กันเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์

174
00:11:32,154 --> 00:11:36,154
ก็คือการแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนกับคาร์บอนไดออกไซด์

175
00:11:36,154 --> 00:11:40,154
ระหว่างปอดกับอากาศภายนอกนั่นเอง ใช่ไหมคะ

176
00:11:40,156 --> 00:11:44,156
เอาพืชบ้างค่ะ ระบบทางธรรมชาติ เช่น

177
00:11:44,157 --> 00:11:48,157
ระบบลำเลียงน้ำของพืช แน่นอนระบบลำเลียงน้ำของพืช

178
00:11:48,158 --> 00:11:52,158
ก็เพื่อลำเลียงน้ำในดินไปจนถึง

179
00:11:52,158 --> 00:11:56,158
ใบเพื่อใช้ในกระบวรการสังเคราะห์ด้วยแสง ใช่ไหมคะ

180
00:11:56,159 --> 00:12:00,159
มีอะไรบ้างล่ะ ที่เกี่ยวกับระบบลำเลียงน้ำของพืช

181
00:12:00,159 --> 00:12:04,159
ก็มีรากไงคะ ใช่ไหมคะ นำน้ำ

182
00:12:04,160 --> 00:12:08,160
จากดินนะ ก็ต้องเป็นราก ต้องมีท่อลำเลียง ต้อง

183
00:12:08,160 --> 00:12:12,160
มีใบ ทุกอย่างเหล่านี้ ล้วนอยู่ในระบบการลำเลียงน้ำขอ

184
00:12:12,160 --> 00:12:16,160
ใช่ไหมคะ นี่คือตัวอย่างของระบบทางธรรมชาติ

185
00:12:16,161 --> 00:12:20,161
นะคะ ถ้าตัวอย่างอื่น ๆ ล่ะ มีเยอะเลย

186
00:12:20,162 --> 00:12:24,162
นักเรียนลองคิดดูสิคะ ระบบนิเวศ สืบพันธุ์

187
00:12:24,162 --> 00:12:28,162
กล้ามเนื้อ ประสาท ผิวหนัง แม้แต่ระบบสุริยะ

188
00:12:28,163 --> 00:12:32,163
เหล่านี้คือระบบทางธรรมชาติหมดเลยค่ะ

189
00:12:32,164 --> 00:12:36,164
ระบบทางธรรมชาติไปแล้วเราจะยกตัวอย่าง

190
00:12:36,164 --> 00:12:40,164
ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นบ้าง

191
00:12:40,164 --> 00:12:44,164
นักเรียนเห็ฌนปากกานี้ ปากกานี้มีความพิเศษ

192
00:12:44,166 --> 00:12:48,166
ปากกาลูกลื่นส่วนใหญ่คือใช้อย่างไรคะ คือ กดไส้

193
00:12:48,166 --> 00:12:52,166
ดินสอก็จะโผล่ออกมาใช่ไหมคะ แต่ปากกาที่ครูให้มา

194
00:12:52,167 --> 00:12:56,167
มันใช้การควบคุมแบบหมุนค่ะ

195
00:12:56,168 --> 00:13:00,168
หมุน ตึ๊ก ๆ ๆ แล้วไส้มันถึงจโผล่ออ

196
00:13:00,169 --> 00:13:04,169
ถ้าระบบปากกาลูกลื่นของตัวนี้

197
00:13:04,169 --> 00:13:08,169
นักเรียนวิเคราะห์ได้ไหมคะ ว่าอะไร

198
00:13:08,170 --> 00:13:12,170
ที่เป็นส่วนประกอบของระบบในที่นี้ วิธีการก็คือ

199
00:13:12,171 --> 00:13:16,171
ดูที่โครงสร้างของมัน ที่เรามองเห็นก่อนค่ะ

200
00:13:16,172 --> 00:13:20,172
โครงสร้างที่เรามองเห็นเลย โครงสร้างภายนอก

201
00:13:20,174 --> 00:13:24,174
นักเรียน มีอะไรบ้าง นี่ไงหัวปากกา

202
00:13:24,175 --> 00:13:28,175
ไงคะ หน้าที่ของเขา ก็คือป้องกันการกระแทก

203
00:13:28,176 --> 00:13:32,176
และยึดไส้ปากกาไว้ใช่ไหมคะ เราเห็นด้ามปากกาค่ะ

204
00:13:32,176 --> 00:13:36,176
หน้าที่หลัก ๆ ของเขาก็คือจับ

205
00:13:36,177 --> 00:13:40,177
ได้สะดวกแล้วก็บรรจุไส้ปากกาข้างใน

206
00:13:40,179 --> 00:13:44,179
บางปากกาบางรุ่นก็มีที่เหน็บปากกาด้วย

207
00:13:44,180 --> 00:13:48,180
ก็เอาไว้ยึกกับวัสดุอื่น ๆ ยึดกับกระเป๋า

208
00:13:48,180 --> 00:13:52,180
นี่คือโครงสร้างภายนอกที่เราเห็นนะคะ ถ้าเราแกะ

209
00:13:52,181 --> 00:13:56,181
มันออกมานะคะ เราก็จะเห็นองค์ประกอบ

210
00:13:56,182 --> 00:14:00,182
ภายในของมัน แน่นอนหัวปากกานะคะ นอกจากป้องกันการกระแทก

211
00:14:00,182 --> 00:14:04,182
แล้ว มันยังทำหน้าที่ควบคุมการเข้าออก ของไส้ปากกา

212
00:14:04,183 --> 00:14:08,183
ด้วย ภายในปากกาานั้นก็ต้องมี

213
00:14:08,185 --> 00:14:12,185
สปริงใช่ไหมคะ ควบคู่... สำหรับ

214
00:14:12,186 --> 00:14:16,186
ควบคุมการเคลื่อนที่ของไส้ปากกา

215
00:14:16,186 --> 00:14:20,186
แน่นอนล่ะ จะเขียนได้ต้องมีไส้ปากกา

216
00:14:20,187 --> 00:14:24,187
ที่บรรจุหมึกไว้อยู่นะคะ เอาไว้สำหรับเขียนนะคะ

217
00:14:24,187 --> 00:14:28,187
นะ นี่คือระบบปากกาลูกลื่นที่ครูยกตัวอย่าง

218
00:14:28,189 --> 00:14:32,189
เราใช้วิธีการวิเคราะห์ระบบด้วยการดูโครงสร้างภายนอก

219
00:14:32,189 --> 00:14:36,189
แล้วก็ดูโครงสร้างภายใน ดูหน้าที่ของเขา

220
00:14:36,190 --> 00:14:40,190
สัมพันธ์กันนะคะ ถ้าครูหมุนไส้ปากกาก็จะโผล่ออกมา

221
00:14:40,191 --> 00:14:44,191
หมึกก็จะถูกกระจายเข้าไปยังไส้ปากกา

222
00:14:44,193 --> 00:14:48,193
ทำให้เราสามารถเขียนได้นะ

223
00:14:48,193 --> 00:14:52,193
ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาล่ะคะ

224
00:14:52,193 --> 00:14:56,193
ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ว่า

225
00:14:56,194 --> 00:15:00,194
ปากกาของนักเรียนนี่

226
00:15:00,195 --> 00:15:04,195
หัวปากกาแตกค่ะนักเรียน จะส่งผลอย่างไร

227
00:15:04,196 --> 00:15:08,196
คะ ต่อการเขียยนของนักเรียนค่ะ

228
00:15:08,197 --> 00:15:12,197
หัวปากกาแตก มันก็จะมี

229
00:15:12,198 --> 00:15:16,198
ส่วนที่เกี่ยวข้อง ก็คือไส้ปากกา

230
00:15:16,198 --> 00:15:20,198
ใช่ไหมคะ ทำให้เราไม่สะดวกต่อการควบคุมการหมุนของ

231
00:15:20,199 --> 00:15:24,199
ไส้ปากกานะคะ ไสว้ปากกาก็โยกไปมา

232
00:15:24,201 --> 00:15:28,201
ควบคุมการเขียนยาก เส้นไม่ชัดเจน เราก็จะเห็น

233
00:15:28,201 --> 00:15:32,201
ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง อะไรก็ตามที่

234
00:15:32,202 --> 00:15:36,202
มันทำงานไม่สมบูรณ์ มันก็จะมีผลไปถึง

235
00:15:36,203 --> 00:15:40,203
ภาพรวมของระบบนะคะ อย่างเช่นตัวนี้ อาจ

236
00:15:40,204 --> 00:15:44,204
ถึงขั้นเปลี่ยนไม่ได้เลย ก็ต้องซื้อปากกาใหม่

237
00:15:44,204 --> 00:15:48,204
นั่นคือความสัมพันธ์ของแต่ละส่วน

238
00:15:48,206 --> 00:15:52,206
ในแต่ละระบบนะคะ โทรศัพท์มือถือ

239
00:15:52,207 --> 00:15:56,207
ค่ะ นักเรียนคุ้นเคยมาดเลย นักเรียน

240
00:15:56,208 --> 00:16:00,208
เคยแกะดูไหมว่ามันมีอะไรบ้าง มันมีอะไรบ้างคะ

241
00:16:00,209 --> 00:16:04,209
อาจเคยเห็นนะ ว่าหนูรู้ค่ะว่ามีแบตเตอรี่ค่ะ

242
00:16:04,210 --> 00:16:08,210
แหล่งให้พลังงานค่ะ ส่วน

243
00:16:08,210 --> 00:16:12,210
ที่ชอบมักจะเป็นปัญหานะ แบตเตอรี่

244
00:16:12,212 --> 00:16:16,212
นักเรียนก็จะมีอะไรอีกคะ มีหน่วยควบคุมระบบเสียง

245
00:16:16,212 --> 00:16:20,212
ค่ะ ควบคุมไมโครโฟน ควบคุมลำโพง

246
00:16:20,213 --> 00:16:24,213
มีชุดกล่องค่ะ นักเรียนชอบถ่ายรูปนะ มีเอาไว้

247
00:16:24,214 --> 00:16:28,214
สำหรับบันทึกภาพถ่าย ดูวิดีโอก็ได้

248
00:16:28,214 --> 00:16:32,214
หน้าจอนะคะ แสดงผลเราสามารถรับ-ส่งข้อมูล

249
00:16:32,215 --> 00:16:36,215
โดยการพิมพ์สัมผัส พิมพ์สัมผัสก็ได้

250
00:16:36,216 --> 00:16:40,216
ถ้าพิจารณาไปที่ภายใน แน่นอนโทรศัพท์

251
00:16:40,216 --> 00:16:44,216
ก็ต้อวมีแผงวงจรใช่ไหมคะ ซึ่งแผงวงจรนั้น ก็ต้อง

252
00:16:44,216 --> 00:16:48,216
ด้วยหน่วยประมวลต่าง ๆ ใช่ไหมคะ มีหน่วยประมวลผล

253
00:16:48,217 --> 00:16:52,217
มีหน่วยความจำนะคะ มีหน่วยควบคุม

254
00:16:52,218 --> 00:16:56,218
หน้าจอสัมผัสด้วยนะคะ อันนี้เป็นการยกตัวอย่างว่าระบบโทรศัพท์มือถือ

255
00:16:56,219 --> 00:17:00,219
ของเรานี่ ก็ต้องมีส่วนต่าง ๆ มากมาย

256
00:17:00,221 --> 00:17:04,221
ใช่ไหมคะ เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับ

257
00:17:04,222 --> 00:17:08,222
การวิเคราะห์ระบบ

258
00:17:08,222 --> 00:17:12,222
นะคะ ทั้งทางธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

259
00:17:12,223 --> 00:17:16,223
อาจจะมีหบาย ๆ ระบบกว่านี้นักเรียนคะ อันนี้ครูก๋็ยกตัวอย

260
00:17:16,224 --> 00:17:20,224
เล็กน้อยนะคะ ถ้านักเรียนสนใจเพิ่มเติม ระบบการหายใมจของมนุษย์

261
00:17:20,225 --> 00:17:24,225
เป็นอย่างไร นักเรียนสามารถไปค้นได้นะคะ ที่ลิงก์ที่ครู

262
00:17:24,225 --> 00:17:28,225
แนบไว้ตรงนี้นะคะ เพราะฉะนั้น ในวันนี้นะคะ ครู

263
00:17:28,226 --> 00:17:32,226
ก็ขอชื่นชมนักเรียนนะคะ ที่เรียนจน

264
00:17:32,227 --> 00:17:36,227
ถึงสุดท้ายสำหรับหัวข้อนี้ หวังว่านักเรียน

265
00:17:36,228 --> 00:17:40,228
จะมีความเข้าใจและสามารถนำความรู้

266
00:17:40,228 --> 00:17:44,228
เกี่ยวกับระบบตัวนี้ไปใช้ในหัวข้อต่อไปได้นะคะ

267
00:17:44,229 --> 00:17:48,229
พบกันใหม่มนหัวข้อต่อไปนะคะ สวัสดีค่ะ

268
00:17:48,229 --> 00:17:52,229
[เสียงดนตรี]

269
00:17:52,229 --> 00:17:56,229

270
00:17:56,231 --> 00:18:00,219

271
00:18:00,232 --> 00:18:04,232

272
00:18:04,233 --> 00:18:08,233

273
00:18:08,234 --> 00:18:12,234

274
00:18:12,235 --> 00:18:16,235

275
00:18:16,236 --> 00:18:19,238

276
00:18:20,239 --> 00:18:23,241

277
00:18:24,240 --> 00:18:27,244

278
00:18:28,243 --> 00:18:31,245

279
00:18:32,244 --> 00:18:35,245

280
00:18:36,245 --> 00:18:39,248

281
00:18:40,246 --> 00:18:43,249

282
00:18:44,248 --> 00:18:47,248

283
00:18:48,250 --> 00:18:51,254

284
00:18:52,251 --> 00:18:55,252

285
00:18:56,253 --> 00:18:59,254

286
00:19:00,254 --> 00:19:03,257

287
00:19:04,256 --> 00:19:07,259

288
00:19:08,259 --> 00:19:11,262

289
00:19:12,260 --> 00:19:15,264

290
00:19:16,261 --> 00:19:19,264

291
00:19:20,264 --> 00:19:23,266

292
00:19:24,265 --> 00:19:27,267

293
00:19:28,267 --> 00:19:31,268

294
00:19:32,269 --> 00:19:35,272

295
00:19:36,270 --> 00:19:39,272

296
00:19:40,272 --> 00:19:43,274

297
00:19:44,274 --> 00:19:47,278

298
00:19:48,277 --> 00:19:51,279

299
00:19:52,278 --> 00:19:55,281

300
00:19:56,279 --> 00:19:59,281

301
00:20:00,280 --> 00:20:03,281

302
00:20:04,281 --> 00:20:07,282

303
00:20:08,282 --> 00:20:11,284

304
00:20:12,283 --> 00:20:15,284

305
00:20:16,283 --> 00:20:16,284

306
00:20:20,284 --> 00:20:20,285

307
00:20:24,286 --> 00:20:24,290


