﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,006 --> 00:00:08,006
[เสียงดนตรี]

3
00:00:08,006 --> 00:00:12,006

4
00:00:12,008 --> 00:00:16,008

5
00:00:16,009 --> 00:00:20,009

6
00:00:20,009 --> 00:00:24,009

7
00:00:24,011 --> 00:00:28,011

8
00:00:28,013 --> 00:00:32,013
(ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะ นักเรียนคะ

9
00:00:32,014 --> 00:00:36,014
ยินดีที่ได้มีโอกาสที่ได้มาจัดการเรียนความรู้วิชา

10
00:00:36,014 --> 00:00:40,014
เทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียน

11
00:00:40,015 --> 00:00:44,015
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะคะ ในวิชานี้

12
00:00:44,016 --> 00:00:48,016
นะคะ จะมีหัวข้ออะไรบ้าง ครูอ้อมขอชี้แจง

13
00:00:48,017 --> 00:00:52,017
นะคะ ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและ

14
00:00:52,018 --> 00:00:56,018
เทคโนโลยีนี่นะคะ ถูกแบ่งออกเป็น 7 บท

15
00:00:56,020 --> 00:01:00,020
นั้น ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนค่ะ ส่วนแรกเรียหว่า

16
00:01:00,020 --> 00:01:04,020
เทคโนโลยีน่ารู้ ซึ่งประกอบด้วย 2 บทเรียน

17
00:01:04,021 --> 00:01:08,021
นะคะ ครูอ้อมก็ได้จัดความรู้ทั้ง 3 แบบเลย

18
00:01:08,022 --> 00:01:12,022
วันนี้ค่ะเป็นเรื่องของบทที่ 1 ระบบ

19
00:01:12,022 --> 00:01:16,022
ทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ซึ่งหัวข้อแรกของวันนี้เลย

20
00:01:16,024 --> 00:01:20,024
ก็ชื่อว่า "ระบบคืออะไร" ก็เดี๋ยว

21
00:01:20,024 --> 00:01:24,024
ครูอ้อมก็จะได้พูดถึงความหมายของระบบคืออะไร

22
00:01:24,025 --> 00:01:28,025
แล้วก็ระบบทางธรรมชาตินะคะ กับระบบ

23
00:01:28,026 --> 00:01:32,026
ทางเทคโนโลยีหรือเป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนั่นเองนะคะ

24
00:01:32,027 --> 00:01:36,027
ก่อนอื่นขอชี้แจงจุดประสงค์

25
00:01:36,027 --> 00:01:40,027
เรียนรู้เรื่องความรู้เรื่องระบบคืออะไรนะคะ

26
00:01:40,029 --> 00:01:44,029
ครูก็คาดหวังให้นักเรียนสามารถอธิบายความหมาย

27
00:01:44,029 --> 00:01:48,029
ของระบบได้นะคะ สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์

28
00:01:48,031 --> 00:01:52,031
ขององค์ประกอบต่าง ๆ

29
00:01:52,031 --> 00:01:56,031
นะคะ ก็ขอให้นักเรียนตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้บรรลุ

30
00:01:56,033 --> 00:02:00,033
การเรียนรู้ของเราในวันนี้ทั้ง 2 ข้อ

31
00:02:00,033 --> 00:02:04,033
ก่อนอื่นเลยนะคะ ครูอยากให้นักเรียนบอกความสัมพันธ์

32
00:02:04,035 --> 00:02:08,035
ของ 2 ภาพนี้ อาจจะยังเห็นไม่ชัดเจน

33
00:02:08,035 --> 00:02:12,035
เดี๋ยวครูอ้อมเอาตัวเองออกจากภาพก่อน

34
00:02:12,037 --> 00:02:16,037
นะคะ ออกหรือยังเอ่ย

35
00:02:16,038 --> 00:02:20,038
ออกแล้วนะคะ นักเรียนจะได้เห็นชัดมากขึ้นนะคะ

36
00:02:20,039 --> 00:02:24,039
2 ภาพนี้สัมพันธ์กันอย่างไรคะนักเรียน

37
00:02:24,040 --> 00:02:28,040
วิธีการ

38
00:02:28,040 --> 00:02:32,040
ง่าย ๆ ที่เรามักจะใช้นะคะ ที่เรามักจะใช้

39
00:02:32,041 --> 00:02:36,041
ในการมองภาพ หรือว่าหาความสัมพันธ์ของ 2

40
00:02:36,042 --> 00:02:40,042
คำ คำที่เกี่ยวข้องกับภาพนี้ อาจจะมีอะไร

41
00:02:40,042 --> 00:02:44,042
มีอะไรบ้างล่ะคะ ครูอ้อมคิดนะ คิดถึงเค้ก

42
00:02:44,042 --> 00:02:48,042
คิดถึงขนมหวาน คิดถึงอาหาร

43
00:02:48,043 --> 00:02:52,043
คิดถึงแม่ คิดถึงลูก มีคำว่า ครอบครัว

44
00:02:52,045 --> 00:02:56,045
มีความสุข ความอิ่ม ความอร่อย กับ

45
00:02:56,045 --> 00:03:00,045
ภาพหนึ่งนะคะ ข้าง ๆ กัน มีบ้าน

46
00:03:00,046 --> 00:03:04,046
มีรถด้วยนะคะ มีสถานที่ ครูอ้อมคิดถึง

47
00:03:04,047 --> 00:03:08,047
คำว่าบ้าน บางคนอาจคิดถึงคำว่าบ้าน

48
00:03:08,047 --> 00:03:12,047
นะคะ หรืออาจจะคิดถึงแสง

49
00:03:12,049 --> 00:03:16,049
อากาศดี มีพืชสวนมาตกแต่ง

50
00:03:16,050 --> 00:03:20,050
มีธรรมชาติ คิดได้หมดเลยค่ะ

51
00:03:20,050 --> 00:03:24,050
แล้วพอได้คำแล้ว เราลองหาความสัมพันธ์ดูสิ

52
00:03:24,051 --> 00:03:28,051
บางคนอาจจะได้มาเป็นประโยคเลย เป็น

53
00:03:28,053 --> 00:03:32,053
"บ้านแสนสุข" คำว่า "บ้านแสนสุข" ก็ได้

54
00:03:32,053 --> 00:03:36,053
นะคะ หรืออาจจะเป็นเช้านี้แสนอร่อย

55
00:03:36,054 --> 00:03:40,054
ก็ได้นะคะ ครูอ้อมขอยกตัวอย่างครูอ้อม รูปแ

56
00:03:40,057 --> 00:03:44,057
นักเรียนกำลังทานอาหาร นักเรียนกำลัง

57
00:03:44,057 --> 00:03:48,057
ทานอาหาร ก็เจาะเข้าไปถึงภายในของเด็กคนนี้เลย

58
00:03:48,058 --> 00:03:52,058
นะคะ เมื่อทานอาหารแล้ว อาหารถูกย่อยผ่านระบบ

59
00:03:52,060 --> 00:03:56,060
ทางเดินอาหารนะคะ ก็ถูกดูดซึมนะคะ

60
00:03:56,060 --> 00:04:00,060
เมื่อย่อยแล้วก็ถูกดูดซึมนะคะ เมื่อ

61
00:04:00,061 --> 00:04:04,061
ร่างกายของเราก็เอาไปใช้ประโยชน์ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

62
00:04:04,062 --> 00:04:08,062
ใช่ไหมคะ แน่นอนเมื่อมนุษย์ดำรงอยู่ได้ก็ต้องมีการหายใจ

63
00:04:08,063 --> 00:04:12,063
มีหารหายใจ เมื่อมีการหายใจ เราก็ปลอก

64
00:04:12,063 --> 00:04:16,063
ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาค่ะ สัมพันธ์กับภาพ

65
00:04:16,065 --> 00:04:20,065
ที่ 2 เพราะว่าอะไรคะ ต้นไม้ หรือพืชต่าง ๆ นั้น

66
00:04:20,065 --> 00:04:24,065
ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

67
00:04:24,067 --> 00:04:28,067
ได้ใช้จากมนุษย์นะ

68
00:04:28,067 --> 00:04:32,067
ได้ใช้คาร์บอนไดออกไซด์จากมนุษย์ เมื่อ

69
00:04:32,067 --> 00:04:36,067
เกิดปลดปล่อยออกซิเจนออกมาค่ะ

70
00:04:36,067 --> 00:04:40,067
ก็กลับไปถึงมนุษย์เพราะว่ามนุษย์ของเรานั้นใช้ออกซิเจนในการหายใจ

71
00:04:40,068 --> 00:04:44,068
ScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockScrollLockในการหายใจ สิ่งที่ครูอ้อม

72
00:04:44,068 --> 00:04:48,068
เชื่อมโยง ก็คือว่าเราอาจเห็น 2 ภาพที่มัน

73
00:04:48,069 --> 00:04:52,069
อาจจะไม่สัมพันธ์กันนะคะ แต่จริง ๆ แล้ว มันสัมพันธ์กันอยู่นะคะ

74
00:04:52,069 --> 00:04:56,069
เริ่มที่มนุษย์วนเวียนไปถึงพืชแล้วก็

75
00:04:56,069 --> 00:05:00,069
ก็กลับมาที่มนุษย์อีกเหมือนกัน ถ้าเรา

76
00:05:00,070 --> 00:05:04,070
มองทุกอย่างเป็นอยู่ภายใต้ของความ

77
00:05:04,071 --> 00:05:08,071
เห็นควารมสัมพันธ์ของส่วนต่าง ๆ นั้น ซึ่งวันนี้ก็

78
00:05:08,072 --> 00:05:12,072
เป็นส่วนที่เราจะต้องได้เรียนนะคะ

79
00:05:12,072 --> 00:05:16,072
ถ้าพูดถึงระบบ นักเรียนคิดว่า

80
00:05:16,073 --> 00:05:20,073
มีระบบอะไรบ้างที่นักเรีนยนรู้จักคะ

81
00:05:20,074 --> 00:05:24,074
ครูอ้อมให้เวลาคิดสั 30 วินาทีนะ

82
00:05:24,075 --> 00:05:28,075
นักเรียนได้กี่คำ ระบบอะไรบ้างที่รู้จัก

83
00:05:28,075 --> 00:05:32,075
เริ่มต้นจับเวลานะคะ 30 วินาที

84
00:05:32,076 --> 00:05:36,076
อาจจะทดโน้ตไว้ค่ะ ว่านักเรียนได้กี่คำ เริ่ม

85
00:05:36,078 --> 00:05:40,078

86
00:05:40,078 --> 00:05:44,078

87
00:05:44,080 --> 00:05:48,080

88
00:05:48,080 --> 00:05:52,080

89
00:05:52,082 --> 00:05:56,082

90
00:05:56,084 --> 00:06:00,084

91
00:06:00,085 --> 00:06:04,085
จะหมดเวลาแล้วค่ะ

92
00:06:04,088 --> 00:06:08,088
หมดเวลา

93
00:06:08,090 --> 00:06:12,090
ได้กี่คำกันคะ

94
00:06:12,091 --> 00:06:16,091
ได้กี่คำกันเอ่ย ระบบ

95
00:06:16,091 --> 00:06:20,091
อาจจะซ้ำกันกับครูอ้อมนะ มีระบบอะไรบ้าง

96
00:06:20,092 --> 00:06:24,092
มีซ้ำกันหรือเปล่า ระบบระบบบำบัดน้ำเสีย

97
00:06:24,093 --> 00:06:28,093
เสียงตามสาย อะไรที่เราคุ้นเคยกันดี

98
00:06:28,093 --> 00:06:32,093
ระบบรับนักเรียน นักเรียน ม. 4 ผ่านมาแล้ว

99
00:06:32,095 --> 00:06:36,095
ก็ยังมีระบบกหมุนเวียนเลือด การจัดส่งสินค้า

100
00:06:36,095 --> 00:06:40,095
หรือระบบประสาทในร่างกายของเรา

101
00:06:40,096 --> 00:06:44,096
มีเยอะเลย นักเรียนอาจจะได้เยอะกว่าครู

102
00:06:44,096 --> 00:06:48,096
มาให้สังเกตว่าระบบเหล่านี้

103
00:06:48,098 --> 00:06:52,098
เรียกว่าระบบแล้ว มันมีอะไรที่เหมือนกันคะ ล

104
00:06:52,099 --> 00:06:56,099
ลองคิดสิ มันมีอะไรที่เหมือนกันระบบนี่

105
00:06:56,099 --> 00:07:00,099
ครูอ้อมตั้งข้อสังเหตค่ะ ว่า

106
00:07:00,099 --> 00:07:04,099
ถ้าอะไรก็ตามที่ถูกเรียกว่าระบบแล้วมันต้องมีส่วนประกอบ

107
00:07:04,101 --> 00:07:08,101
มากกว่า 1 อย่าง ใช่ไหมคะ อย่างเช่นการรับนักเรียน

108
00:07:08,102 --> 00:07:12,102
ต้องมีนักเรียนแหบะ จะต้องมีคนที่มารับนักเรียน

109
00:07:12,102 --> 00:07:16,102
มีมากกว่า 1 อย่างแน่นอน ต้องทำงานสัมพันธ์กันค่ะ

110
00:07:16,104 --> 00:07:20,104
นักเรียนต้องเอาเอกสารมาให้ผู้รับสมัคร

111
00:07:20,104 --> 00:07:24,104
ScrollLockScrollLockให้อะไรคะ เพื่อทำงานสัมพันธกร

112
00:07:24,105 --> 00:07:28,105
นี่ก็ต้องบรรลุเป้าหมาย ก็คือสามารถรับ

113
00:07:28,106 --> 00:07:32,106
ได้อย่างดีใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น นี่คือความหมาย

114
00:07:32,106 --> 00:07:36,106
ของคำว่า "ความหมายของระบบ" ค่ะนักเรียน เพราะ

115
00:07:36,107 --> 00:07:40,107
คำว่าระบบนะคะ โดยทั่วไปนั้น หมายถึงสิ่งต่าง ๆ

116
00:07:40,107 --> 00:07:44,107
ส่วนประกอบตั้งแต่  ส่วนขึ้นไป

117
00:07:44,108 --> 00:07:48,108
รวมกันเพื่ออะไรล่ะ เขาก็ทำงานสัมพันธ์กันอย่างไรล่ะ

118
00:07:48,109 --> 00:07:52,109
ให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์นั้นได้หรือได้ทำตามหน้าที่

119
00:07:52,109 --> 00:07:56,109
ที่สร้างขึ้นมาได้นั่นเองนะคะ ถ้าสังเกต

120
00:07:56,110 --> 00:08:00,110
ระบบนี่ มันจะมีอยู่  ส่วนหลัก ๆ ที่

121
00:08:00,111 --> 00:08:04,111
ทางธรรมชาตินะคะ กับระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น

122
00:08:04,113 --> 00:08:08,113
หลังจากนี้เราจะไปดูตัวอย่างระบบทางธรรมชาตินั้นเป็น

123
00:08:08,114 --> 00:08:12,114
ัอย่างไร ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้น เป็นอย่างไร

124
00:08:12,114 --> 00:08:16,114
โออเคนะ เราเริ่มกันที่ระบบ

125
00:08:16,114 --> 00:08:20,114
ทางธรรมชาติค่ะ ครูอ้อมยกตัวอย่างเมื่อกี้เอง ระบบ

126
00:08:20,116 --> 00:08:24,116
ย่อยอาหารของมนุษย์นะคะ จากรูปนักเรียนจะเห็น

127
00:08:24,116 --> 00:08:28,116
ส่วนประกอบหลายเลย อวัยวะมีหลายเลย

128
00:08:28,117 --> 00:08:32,117
เยอะเลยนะคะ ที่เกี่ยวข้องกับระบบอาหาร

129
00:08:32,117 --> 00:08:36,117
มีปาก มีหลอดอาหาร มีหลายอย่าง ครูอ้อม

130
00:08:36,118 --> 00:08:40,118
ขอยกตัวอย่างนะว่ามีปาก มีหลอดอาหาร

131
00:08:40,118 --> 00:08:44,118
มีกระเพาะแอาหาร มีลำไส้เล็ก

132
00:08:44,119 --> 00:08:48,119
ลำไส้ใหญ่ มีจนถึงทวารหนักเลย

133
00:08:48,119 --> 00:08:52,119
เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ล่ะค่ะ

134
00:08:52,120 --> 00:08:56,120
เป็นส่วนประกอบของระบบย่อยอาหาร เมื่อมี

135
00:08:56,121 --> 00:09:00,121
ส่วนประกอบของระบบย่อยอาหาร มีอะไรคะ้มื่อกี้นี้

136
00:09:00,121 --> 00:09:04,121
ต้องทำงานสัมพันธ์กัน เพื่ออะไร

137
00:09:04,122 --> 00:09:08,122
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์

138
00:09:08,123 --> 00:09:12,123
ก็เพื่อย่อยอาหารให้รับประทาน.. เพื่อย่อยอาหารนั้น

139
00:09:12,124 --> 00:09:16,124
ให้ละเอียด แล้วก็ดูดซึมสารอาหารนั้น

140
00:09:16,124 --> 00:09:20,124
ของร่างกาย ใช่ไหมคะ ใช่

141
00:09:20,125 --> 00:09:24,125
แล้วนะ นี่คือตัวอย่างของระบบธรรมชาติ

142
00:09:24,125 --> 00:09:28,125
นะคะ แต่ถ้าเกิดบางจุดแล้ว

143
00:09:28,126 --> 00:09:32,126
มีความผิดพลาดขึ้นมาล่ะคะ อย่างเช่น

144
00:09:32,127 --> 00:09:36,127
ถ้าเรราเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด

145
00:09:36,128 --> 00:09:40,128
จะส่งผลกับการทำงานในระบบย่ิยอหาร

146
00:09:40,128 --> 00:09:44,128
คะ ถ้าเราอยากรู้ว่ามัน

147
00:09:44,129 --> 00:09:48,129
จะส่งผลอย่างไร เราก็ต้องมาดูอวัยวะที่ครูอ้อมพูดถึง้

148
00:09:48,129 --> 00:09:52,129
มีปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร

149
00:09:52,129 --> 00:09:56,129
ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก

150
00:09:56,129 --> 00:10:00,129
ตั้งแต่ที่ปากเลยใช่ไหมคะ แน่นอนอวัยวะต่อมา

151
00:10:00,129 --> 00:10:04,129
หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ก็ต้องทำงานหนักขึ้นค่ะ

152
00:10:04,131 --> 00:10:08,131
หลอดอาหารก็เลยต้องออกแรง เพื่อบีบ

153
00:10:08,131 --> 00:10:12,131
พลังงานเพิ่มขึ้นในการบีบลัดอาหารใช่ไหมคะ

154
00:10:12,133 --> 00:10:16,133
ถ้ายังบีบรัดอาหารไม่ละเอียดแล้วกระเพาะอาหาร

155
00:10:16,133 --> 00:10:20,133
ก็ต้องหลั่งน้ำย่อย  ออกมามากกว่าปกติ

156
00:10:20,133 --> 00:10:24,133
เพื่อที่จะให้อาหารนั้นละเอียด

157
00:10:24,134 --> 00:10:28,134
แน่นอนค่ะ ถ้าทำงานหนักขึ้นมาแบบนี้ ระบบ

158
00:10:28,134 --> 00:10:32,134
น้ำย่อยมากกว่าปกติแบบนี้อาจจะนำไปสู่ภาวะ

159
00:10:32,135 --> 00:10:36,135
ผิดปกติ ก็คือภาวะอาหารไม่ย่อย

160
00:10:36,135 --> 00:10:40,135
ส่งผลต่อภาพรวมของผู้ทานอาหาร

161
00:10:40,136 --> 00:10:44,136
ได้นะคะ สิ่งที่ครูอ้อมพยายามบอกถ้า

162
00:10:44,136 --> 00:10:48,136
อวัยวะใดอวัยวะหนึ่งทำงาน

163
00:10:48,137 --> 00:10:52,137
ผิดปกติขึ้นมานะคะ มันก็จะส่งผลต่อภาพรวมระบบนั้น

164
00:10:52,138 --> 00:10:56,138
เพื่อที่จะให้นักเรียนได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์

165
00:10:56,138 --> 00:11:00,138
ของอวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อยอาหารได้

166
00:11:00,138 --> 00:11:04,138
นะคะ ขอยกตัวอย่างอีก 1 ตัวสำหรับ

167
00:11:04,139 --> 00:11:08,139
ระบบทางธรรมชาตินะคะ นั่นคือระบบหายใจ

168
00:11:08,139 --> 00:11:12,139
แบบในรูปนะคะนักเรียน นักเรียน

169
00:11:12,139 --> 00:11:16,139
อาจจะเห็ฯว่ามีอวัยวะที่เกี่ยวข้องหลายอย่างเลย

170
00:11:16,139 --> 00:11:20,139
นะคะ ขอยกตัวอย่างเช่น จมูก โพรงจมูก คอหอย

171
00:11:20,139 --> 00:11:24,139
กล่องเสียง หลอดลม มีปอด มีกระบังลม

172
00:11:24,140 --> 00:11:28,140
ใช่ไหมคะ แน่นอนว่าทุกอวัยวะเหล่านี้

173
00:11:28,141 --> 00:11:32,141
ต้องทำงานให้สัมพันธ์กัน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์

174
00:11:32,142 --> 00:11:36,142
การแลกเปลี่ยนแก๊สกับคาร์บอนไดออกไซด์

175
00:11:36,143 --> 00:11:40,143
ระหว่างปอด กับอากาศภายนอกนั่นเอง

176
00:11:40,144 --> 00:11:44,144
เอาพืชบ้างค่ะ เช่น

177
00:11:44,144 --> 00:11:48,144
ระบบลำเลียงน้ำของพืช แน่นอนว่าระบบลำเลียงน้ำของพืช

178
00:11:48,145 --> 00:11:52,145
ก็เพื่อลำเลียงน้ำในดินไปจนถึง

179
00:11:52,146 --> 00:11:56,146
ใบ เพื่อใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ใช่ไหมคะ

180
00:11:56,146 --> 00:12:00,146
มีอะไรบ้างล่ะที่เกี่ยวกับระบบลำเลียงน้ำของพื

181
00:12:00,148 --> 00:12:04,148
ก็มีรากไงคะ ใช่ไหมคะ

182
00:12:04,148 --> 00:12:08,148
ดินนะ ก็ต้องเป็นราก ต้องมีท่อลำเลียง ต้องมี

183
00:12:08,149 --> 00:12:12,149
ใบ ทุกอย่างเหล่านี้ ล้วนอยู่ในระบบลำเลียงน้ำของพื

184
00:12:12,150 --> 00:12:16,150
นะคะ นี่คือระบบทางธรรมชาติ

185
00:12:16,150 --> 00:12:20,150
นะคะ ถ้าตัวอย่างอื่น ๆ ล่ะ มีเยอะเลย นักเรียน

186
00:12:20,150 --> 00:12:24,150
ลองคิดดูสิคะ ระบบนิเวศ ภูมิคุ้มกัน สืบพันธ์ุ

187
00:12:24,151 --> 00:12:28,151
กล้ามเนื้อ ประสาท ผิวหนัง แม้แต่ระบยสุริยะ ระบบ

188
00:12:28,153 --> 00:12:32,153
เหล่านี้คือระบบทางธรรมชาติหมดเลยนะคะ

189
00:12:32,153 --> 00:12:36,153
ระบบทางธรรมชาติไปแล้ว เราจะยก

190
00:12:36,154 --> 00:12:40,154
ตัวอย่าง ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นบ้าง

191
00:12:40,155 --> 00:12:44,155
นักเรียนเห็นปากกานี้ ปากกานี้มีความพิเศษ

192
00:12:44,156 --> 00:12:48,156
ปากกาลูกลื่นนั้น วิธีการส่วนใหญ่ใช้

193
00:12:48,156 --> 00:12:52,156
ไส้ดินสอก็จะโผล่ออกมาใช่ไหมคะ

194
00:12:52,157 --> 00:12:56,157
มันใช้การควบคุมแบบหมุนค่ะ

195
00:12:56,159 --> 00:13:00,159
หมุนตึ๊ก ๆ ๆ แล้วไส้มันถึงจะโผล่ออกมา

196
00:13:00,159 --> 00:13:04,159
ถ้าระบบปากกาลูกลื่นของตัวนี้นี่

197
00:13:04,160 --> 00:13:08,160
นัก้เรียนวิเคราะห์ได้ไหมคะ ว่ามีระบบ

198
00:13:08,160 --> 00:13:12,160
ที่เป็นส่วนประกอบในที่นี้ วิธีการ

199
00:13:12,161 --> 00:13:16,161
ก็คือดูที่โครงสร้างของมัน ที่เรามองเห็นก่อนเลยค่ะ

200
00:13:16,163 --> 00:13:20,163
โครงสร้างที่เรามองเห็นเลย โครงสร้างอะไรคะ

201
00:13:20,164 --> 00:13:24,164
นักเรียน มีอะไรบ้าง นี่ไง หัวปากกาไงคะ

202
00:13:24,164 --> 00:13:28,164
หน้าที่ของเขา ก็คือกันกระแทก

203
00:13:28,165 --> 00:13:32,165
และยึดไส้ปากกาไว้ เราเห็นด้ามปากกาค่ะ

204
00:13:32,167 --> 00:13:36,167
หน้าที่หลัก ๆ ของเขาก็คือ เราสามารถ

205
00:13:36,167 --> 00:13:40,167
เขียนให้สะดวก และบรรจุไส้ปากกาภายใน

206
00:13:40,167 --> 00:13:44,167
บางปากกาบางรุ่นก็มีที่เหน็บปากกาด้วย

207
00:13:44,167 --> 00:13:48,167
เอาไว้ยึดกับวัสดุอื่น ๆ ยึดกับกระเป๋า

208
00:13:48,169 --> 00:13:52,169
นี่คือโครงสร้างภายนอกที่เราเห็น เมื่อ

209
00:13:52,169 --> 00:13:56,169
แกะมันออกมานะคะ เราก็จะเห็นองค์ประกอบภายใน

210
00:13:56,171 --> 00:14:00,171
ของมัน แน่นอนหัวปากกา นอกจากป้องกันการกระแทก

211
00:14:00,171 --> 00:14:04,171
แล้ส มันยังทำหน้าที่การเข้าออกของไส้ปากกาด้วย

212
00:14:04,172 --> 00:14:08,172
ภายในปากกานั้นก็ยังต้องมี

213
00:14:08,172 --> 00:14:12,172
สปิงใช่ไหมคะ ควบคุมกับ

214
00:14:12,174 --> 00:14:16,174
การเคลื่อนที่ของไส้ปากกา ร่วมกับหัวปากกา

215
00:14:16,174 --> 00:14:20,174
แน่นอนล่ะ จะเขียนได้ต้อวมีไส้ปากกา

216
00:14:20,176 --> 00:14:24,176
ที่บรรจุหมึกไว้อยู่นะคะ เอาไว้สำหรับเขียน

217
00:14:24,177 --> 00:14:28,177
นะ นี่คือระบบปากกาลูกลื่นที่ครูยกตัวอย่าง

218
00:14:28,177 --> 00:14:32,177
เราใช้วิธีการวิเคราะห์ระบบด้วยการดูโครงสร้างภายนอก

219
00:14:32,178 --> 00:14:36,178
แล้วก็ดูโครงสร้างภายใน ดูหน้าที่ของขา

220
00:14:36,179 --> 00:14:40,179
สัมพันธ์กันนะคะ ถ้าครุหมุน

221
00:14:40,180 --> 00:14:44,180
หมึกก็จะถูกกระจายเข้าไปในปากกา

222
00:14:44,181 --> 00:14:48,181
ทำให้เราสามารถเขียนได้นะคะ

223
00:14:48,182 --> 00:14:52,182
ถ้าเกดิปัญหาขึ้นมาล่ะคะ

224
00:14:52,182 --> 00:14:56,182
ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาว่า...

225
00:14:56,182 --> 00:15:00,182
ปากกาของนักเรียนนี่ หัว

226
00:15:00,183 --> 00:15:04,183
ปากกาแตกค่ะนักเรียนจะส่งผลอย่างไรคะ

227
00:15:04,183 --> 00:15:08,183
ต่อการเขียนของนักเรียนค่ะ

228
00:15:08,184 --> 00:15:12,184
หัวปากกาแตก มันก็จะมี

229
00:15:12,186 --> 00:15:16,186
ส่วนที่เกี่ยวข้อง คือไส้ปากกา

230
00:15:16,187 --> 00:15:20,187
ใช่ไหมคะ ทำให้เราไม่สะดวกต่อการควบคุม

231
00:15:20,187 --> 00:15:24,187
การหมุนไสเล้ปากกา ไส้ปากกาก็โยกไปมา

232
00:15:24,188 --> 00:15:28,188
ควบคุมการเขียนยาก ดังนั้น

233
00:15:28,188 --> 00:15:32,188
เราจะเห็นว่าส่วนใดส่วนหนึ่งที่

234
00:15:32,189 --> 00:15:36,189
มันทำงานไม่สมบูรณ์มันก็จะมีผลต่อภาพรวม

235
00:15:36,189 --> 00:15:40,189
ของระบบนะคะ อย่างเช่นตัวนี้

236
00:15:40,190 --> 00:15:44,190
อาจถึงขั้นเขียนไม่ได้เลย เห็นไหมคะ

237
00:15:44,190 --> 00:15:48,190
นั่นคือความสัมพันธ์ของแต่ละส่วน

238
00:15:48,191 --> 00:15:52,191
ในแต่ละระบบนะคะ โทรศัพท์มือถือ

239
00:15:52,192 --> 00:15:56,192
ค่ะ นักเรียนคุ้นเคยมากเลย นักเรียนเคย

240
00:15:56,193 --> 00:16:00,193
แกะดูไหม ว่ามันมีอะไรบ้าง อาจเคยเห็นนะ

241
00:16:00,194 --> 00:16:04,194
นักเรียนอาจจะเหคยเห็นนะ หนูรู้ค่ะ แบตเตอรี่

242
00:16:04,195 --> 00:16:08,195
ค่ะ เป็นแหล่งให้พลังงานค่ะ ส่วนที่

243
00:16:08,196 --> 00:16:12,196
ชอบ... มักจะเป็นปัญหานะ แบตเตอรี่

244
00:16:12,196 --> 00:16:16,196
นักเรียน ก็จะมีอะไรคะ มีระบบ

245
00:16:16,197 --> 00:16:20,197
เสียงค่ะ ควบคุมไมโครโฟน ควบคุมกล้อง

246
00:16:20,198 --> 00:16:24,198
นะคะ มีชุดกล้องค่ะ นักเรียนชอบถ่ายรูปนะ มีเอาไว้สำหรับ

247
00:16:24,199 --> 00:16:28,199
บันทึกภาพถ่าย ดูวิดีโอก็ได้

248
00:16:28,199 --> 00:16:32,199
หน้าจอนะคะ แสดงถึงการพิมพ์นะ

249
00:16:32,201 --> 00:16:36,201
โดยการพิมพ์สัมผัส ระบบพิมพ์สัมผัสก็ไ

250
00:16:36,201 --> 00:16:40,201
นะคะ ถ้าพิจารณาไปที่ภายใน แน่นอนโทรศัพท์

251
00:16:40,202 --> 00:16:44,202
ก็ต้องมีแผงวงจรใช่ไหมคะ ซึ่งแผงวงจรก็

252
00:16:44,204 --> 00:16:48,204
ประกอบด้วยหน่วยประมวลผล

253
00:16:48,204 --> 00:16:52,204
มีหน่วยความจำนะคะ มีหน่วยควบคุมหน้าจอ

254
00:16:52,204 --> 00:16:56,204
สัมผัสด้วยนะคะ อันนี้เป็นการยกตัวอย่างว่าระบบโทรศัพท์มือถือ

255
00:16:56,205 --> 00:17:00,205
ของเรานี่ ข้างในของมันก็มีส่วนต่าง ๆ มากมาย

256
00:17:00,205 --> 00:17:04,205
ใช่ไหมคะ เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับ

257
00:17:04,207 --> 00:17:08,207
การวิเคราะห์ระบบ

258
00:17:08,207 --> 00:17:12,207
นะคะ ทั้งทางธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

259
00:17:12,209 --> 00:17:16,209
อาจจะมีหลาย ๆ ระบบกว่านี้ค่ะ  นักเรียน

260
00:17:16,209 --> 00:17:20,209
เล็กน้อยนะคะ ถ้านักเรียนสนใจเพิ่มเติมนะคะ ว่า

261
00:17:20,211 --> 00:17:24,211
เป็นอย่างไร นักเรียนสามารถไปค้นได้ ที่ลิงก์ที่ครูแนบ

262
00:17:24,212 --> 00:17:28,212
ไว้ตรงนี้นะคะ เพราะฉะนั้น ในวันนี้นะคะ ครู

263
00:17:28,213 --> 00:17:32,213
ก็ขอชื่นชมนักเรียน ที่เรยีนจนถึงหัวข้อ

264
00:17:32,214 --> 00:17:36,214
สุดท้ายเลย สำหรับหัวข้อนี้ ก็หวังว่านักเรียน

265
00:17:36,214 --> 00:17:40,214
จะมีความเข้าใจ และสามารถนำความรู้ในระบบตรงนี้

266
00:17:40,215 --> 00:17:44,215
เกี่ยวกับระบบตัวนี้ไปใช้ในหัวข้อต่อไปได้ แล้ว

267
00:17:44,217 --> 00:17:48,217
พบกันใหม่ในหัวข้อต่อไปนะคะ สวัสดีค่ะ

268
00:17:48,218 --> 00:17:52,218
[เสียงดนตรี]

269
00:17:52,220 --> 00:17:56,220

270
00:17:56,220 --> 00:18:00,220

271
00:18:00,222 --> 00:18:04,222

272
00:18:04,223 --> 00:18:08,223

273
00:18:08,224 --> 00:18:11,225

274
00:18:12,226 --> 00:18:15,229

275
00:18:16,228 --> 00:18:16,229


