เข้าใจในเรื่องของพรบผู้พิการนะครับในการดำเนินจะทำอย่างไรได้สิทธิ์อะไรบ้างอะไรเป็นจุดแรกนะครับในการทำงานครั้งนี้เราจะได้เรียนรู้แต่ก็จะนำไปสู่ในเรื่องของการยกระดับนะครับ คนพิการระดับสากล ในการทำงานต่าง ๆ ให้มันมีความมั่นคงและมั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไปในการทำการทำงาน อันนี้ก็ขอบคุณขอบคุณทาง มจธ. นะครับ โอกาสสงขลานครินทร์ ฃนักเรียนมีการทำงานในครั้งนี้ขอบคุณครับกราบขอบพระคุณนะครับท่านอาจารย์จะไปครับขอเรียนเชิญดรสุนทรเทพรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรีจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิตวิทยาเขตสุพรรณบุรีครับขอเชิญครับ // ค่ะ สวัสดีค่ะ ท่านผู้ว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะคะ พอดีนะคะ ท่านรองปลัดท่านอธิบดีค่ะ ในส่วนของมหาลัยสวนดุสิตเองนี่ ได้จัดการศึกษาเรื่องของการศึกษาพิเศษนี่ 70 กว่าปีแล้วค่ะท่านเราก็ได้ผลิตมีทั้งอนุบาลระดับอนุบาลด้วยแล้ว ก็ระดับปริญญาตรี ขณะนี้ขยายผลไปถึงระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต ในส่วนของความเชี่ยวชาญด้านล่างภาษามือนี่ เรามีมากโครงการครั้งนี้ ก็เลยเราจะเชิญรับสมัครผู้ที่พิการทางการได้ยินมานะคะ ซึ่งท่านต้องทราบไหมคะ ว่าในสุพรรณบุรี มีคนพิการทางด้านได้ยินนี่ ทางด้านบกพร่องทางด้านบกพร่องทางการได้ยินไหมคะ 4,000 ค่ะท่าน ท่าน พมจ. จังหวัดเป็นผู้ให้ข้อมูลนะครับ วันนี้ท่านมาร่วมงานด้วย พมจ. จังหวัดสุพรรณบุรีนะคะ ต้องขอขอบพระคุณท่านค่ะ เพราะฉะนั้น ท่านคงให้เราได้อบรมไปอีกยาวเลย แต่เราก็จะอบรมในแง่ความเชี่ยวชาญของสวนดุสิตค่ะ คือเรื่องของการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ แล้วก็ประดิษฐ์ดอกไม้แห้งค่ะ ซึ่งดอกไม้จันทน์ที่ผลิตออกมาจากผู้พิการหรือผู้บกพร่องการได้ยินมหาลัยสวนดุสิตรับซื้อทั้งหมด น่าจะเป็นการสร้างรายได้ให้ได้นะคะ ต้องขอขอบคุณค่ะ ที่ท่านจะลงพื้นที่ไปนะคะ ในวันที่ 14-15 พฤษภาคม เพื่อที่จะไป Workshop กันค่ะ กราบขอบพระคุณโครงการนี้เป็นอย่างมากนะคะ ที่ทำให้สวนดุสิตใดได้โอกาสในครั้งนี้ แล้วก็พัฒนาผู้พิการไปสู่ความให้เขามีรายได้ในอาชีพค่ะ กราบขอขอบพระคุณค่ ะ // ขอขอบคุณขอบคุณท่านดรวราณี ขอเรียนเชิญท่านรองศาสตราจารย์ จะลดไวกว่านี้ครับท่านผู้อำนวยการสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ขอเรียนเชิญครับ // กราบสวัสดีท่านรัฐมนตรีนะคะ ท่านอธิบดีค่ะ ท่านรองปลัดฯ ท่านอธิการบดี และท่านผู้บริหารทุกท่านนะคะ ก็วันนี้จรวรรณค่ะ มาในนามสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังนะคะ จริง ๆ ลาดกระบังนี่ ได้รับนโยบายจากท่านอธิการบดีค่ะ ว่าอยากจะให้ 3 พระจอมนี่ ได้ทำงานร่วมมือกันนะคะ เป็นปึกแผ่นนะคะ และท่านนี่ก็มอบนโยบายให้สำนักการเรียนรู้นี่ ได้ดูแลคนทุกช่วงวัยเลยค่ะ ซึ่งหนูก็ดูแลเด็กตั้งแต่ 3 ขวบนะคะ ไปจนถึง 80 กว่าขวบเลยค่ะ ค่ะ ตอนนี้นะคะ 80 กว่าปีค่ะ ซึ่งทางบางมดก็น่ารักมาก ๆ นะคะ กับเราจริง ๆ เลยค่ะ ที่อยากจะให้เรามาเป็นหนึ่งหน่วยงานที่จะช่วยพัฒนาทักษะของผู้พิการนะคะซึ่งผู้พิการนี่ ก็เป็นกลุ่มสำคัญอีกกลุ่มหนึ่ง ของ Learning เซ็นเตอร์เรานะคะวันนี้ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งมากๆที่จะได้มีการพัฒนาคอร์สต่าง ๆ ที่จะช่วยในการพัฒนาผู้พิการซึ่ง Life long Centre เนี่ย ดูแลคอร์สออนไลน์เราอยู่แล้ว กว่าร้อยวิชานะคะ ในสถาบันค่ะ ซึ่งการผลิตสื่อการให้ผู้พิการได้เป็นผู้ประกอบการได้ การให้ผู้พิการได้สามารถพรีเซนต์ได้เป็น ทำงานอยู่ที่บ้านได้ รายได้เพิ่มขึ้นนี่ สามารถเล่นได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยนะคะ ก็จะช่วยให้เขานี่ ไม่ต้องเดินทางออกมาทำงานข้างนอกนะคะ สามารถเป็น TikToker ได้ด้วยนะคะ ซึ่งอันนี้ค่ะ เป็นสิ่งที่ทางลาดกระบังอยากจะทำ แล้วก็อยากจะสนับสนุนผู้พิการมาก ๆ เพราะว่าเรามีคอร์สออนไลน์อยู่แล้ว เรามีสถานที่ฝึกอบรมอยู่แล้วนะคะ ยินดีเป็นอย่างยิ่งมาก ๆ เลยค่ะ ในวันนี้ที่จะได้เป็น 1 ใน 6 มหาวิทยาลัยนะคะ ในการที่พัฒนาทักษะของผู้พิการนะคะ มี Skill Up Skill แล้วก็มาเรียน กันนะคะบางมดอีกครั้งหนึงมากๆเลยค่ะที่เชิญลาดกระบังมาเป็นหนึ่งในหกมหาวิทยาลัยค่ะ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยเช่นกันนะคะ ขอบพระคุณมาก ๆ เลยค่ะ [เสียงปรบมือ] // ครับ ขอบพระคุณอาจารย์จรวรรณนะครับ ขอเรียนเชิญท่านรองศาสตราจารย์ดรสุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ขอเรียนเชิญครับว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านปลัดกระทรวง ท่านอธิบดี แล้วก็ผู้แทนมหาลัยพันธมิตร กับผู้บริหาร มจธ. ก็ทำเรื่องคนพิการมายาวนานนะครับ ประมาณ 10 แล้วก็สามารถอบรมคนพิการไปแล้วนี่ ก็ประมาณ 400 คน นะครับ ครึ่งหนึ่งก็จะได้งานทำนะครับ อย่างมีศักดิ์ศรี แล้วก็ไม่แพ้คนปกตินะครับ วันนี้ก็มีความยินดีมากนะครับ ที่นำโดยท่านรัฐมนตรี แล้วก็ท่านปลัด ท่านอธิบดีนะครับ ที่มีดำริให้ขยายโครงการนี้นะครับ เป็นเครือข่ายน้อย ๆ ทุกภาคในประเทศไทย ในอนาคตนี่ ก็คงมีการให้มหาวิทยาลัยในภูมิภาคขยายเครือข่ายในพื้นที่นะครับ ให้ครอบคลุมมากขึ้น ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่งนะครับ ตอบโจทย์เรื่องความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็เป็นการพัฒนาสังคม และผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นโจทย์ใหญ่ SDG นะครับ ของสหประชาชาติที่ประเทศไทยได้ไปให้คำมั่นสัญญาไปแล้วนะครับ มจธ. เองนี่ ก็ได้รับความกรุณาจากภาคเอกชนมากนะครับ ในการสนับสนุนในช่วงต้นนะครับ โดยให้เป็นทุนให้เราจับมาตลอด และยังช่วยรับผู้พิการที่ได้รับการฝึกอาชีพแล้วนี่เข้าไปทำงาน ผมต้องขอขอบคุณกรรมการส่งเสริมเรานะครับ ไม่ว่าจะเป็น ดร. สุมารี นะครับ รวมถึงศิษย์เก่า รวมถึงบริษัทของศิษย์เก่าอีกหลายบริษัทนะครับ ที่เข้ามาช่วยทำให้การทำงานของเรานี่ ต่อเนื่องก็มีความมุ่งมั่นนะครับ ตอนนี้เราก็ได้ต่อยอดนะครับ ร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน พยายามเอาหลักสูตรที่เราไปอบรมนี่ไปเทียบวุฒินะครับ แล้วเมื่อได้วุฒินี่ ผู้พิการนอกจากจะได้ประกาศนียบัตรจากเราแล้วนี่ ยังได้ประกาศคุณวุฒิวิชาชีพที่เทียบเท่า แล้วก็สามารถเอาไปสมัครงานได้อย่างมีศักดิ์ศรีนะครับ อย่างมีศักดิ์ศรี นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้วนี่ เรายังพยายามขยายผลนะครับ ไปยังผู้พิการนะครับ จาก ตชด. แล้วก็ผู้ที่ผู้ต้องขังต่าง ๆ การสร้างอาชีพต่าง ๆ เหล่านี้นี่ ถ้าเขาสามารถทำงานได้อย่างมีศักดิ์ศรี ทำงานได้อย่างเป็นมนุษย์คนหนึ่งนี่ ผมก็เชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาสังคมไปได้อย่างมากนะครับ แล้วก็ประเทศไทย ก็จะสามารถพัฒนาไปได้นะครับ แล้วก็ลดภาระต่าง ๆ ไปอีกพอสมควรนะครับ ท้ายที่สุดนี้ ผมคิดว่าในการทำงานในโครงการนี้นี่ เราก็ต้องการความมุ่งมั่นนะครับ เพราะว่าผู้พิการก็มีความละเอียดอ่อน การที่สามารถเข้าใจ แล้วก็ดูแลเขาให้เขาบรรลุในการฝึกอาชีพต่าง ๆ นี่ ก็จะสะท้อนให้เห็นนะครับ เมื่อเขาได้งานทำ เขาได้อะไรนี่ แล้วลองพูดคุยดูนะครับ เราพูดง่าย ๆ นะครับ ผมก็แทบน้ำตาร่วงนะครับ เวลาเขารับประกาศนียบัตรแล้วก็ได้พูดคุยกับเขา เขาก็มีความจริงใจมากนะครับ ก็มหาวิทยาลัยนี่ ก็จะพยายามจ้างคนพิการด้วย ก็ต้องฝากทางมหาวิทยาลัยพันธมิตรนะครับ แล้วก็ภาคเอกชนในจังหวัด รวมถึงทางราชการในจังหวัด ถ้าเราสามารถชักชวนเขาให้เขามาเป็นพันธมิตร แล้วดูผู้พิการที่มีศักยภาพ และสามารถรับเข้าทำงานได้มีความคิดว่าจะเป็นบุญกุศล แล้วก็ช่วยเป็นมนุษย์ให้มีศักดิ์ศรีมากขึ้นนะครับ สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณทางกระทรวง พม. นะครับ ท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ท่านอธิบดี ทั้งท่านปลัด อธิบดีที่ช่วยผลักดันแล้วก็ขับเคลื่อนโครงการนี้นะครับ เราจะพยายามทำให้ได้ผลสำเร็จ แล้วก็ยั่งยืนนะครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] // ครับ ขอขอบคุณมากครับท่านอาจารย์สุวิทย์ แซ่เตีย ครับ ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ขอบคุณผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษา ทั้ง 6 แห่งนะครับ ในการที่ได้ขึ้นมาพูดกับพวกเราในวันนี้ครับ // ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ และในลำดับถัดไป จะเป็นการกล่าวคำแถลงข่าวดิฉันค่ะใคร่ขอเรียนเชิญนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวคำแถลงข่าว ขอกราบเรียนเชิญค่ะ [เสียงดนตรี] // เรียนท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนะครับท่านอาจารย์สุวิทย์ แซ่เตีย นะครับ ท่านผู้แทนมหาวิทยาลัยจากค่าภูมิภาคภูมิภาคท่านรองปลัดกระทรวงอธิบดีกรมส่งเสริมพัฒนาชีวิตคนพิการ ท่านผู้บริหารกระทรวงพม. นะครับ ท่านคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ท่านแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่รักทุกท่านครับ 10 ตุลาคม 2566 นะครับ เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมที่ มจธ. นะครับ โอกาสพบกับท่านอาจารย์สุวิทย์ ก็บอกว่าวันนี้งานวันนี้เกิดขึ้นได้ จริง ๆ ต้องขอบคุณงานในวันนั้น แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์สุวิทย์ที่เป็นบันดาลใจให้กับตัวผมในขณะนั้น เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ มาถึงวันนี้เกือบ 7 เดือน พรุ่งนี้นะครับก็จะครบ 7 เดือนพอดี การที่ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง การที่ได้พบเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง ถึงได้เข้าใจครับ ว่าวันนี้การทำงานให้กับพี่น้องคนพิการนั้น คนพิการไม่ได้ต้องการความสงสาร ภาษาอังกฤษก็บอกว่าเขาไม่ได้ต้องการ คนพิการต้องการโอกาส คนพิการต้องการศักยภาพที่จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นอยู่ในสังคมด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี ที่เท่ากับคนพวกเราทุก ๆ คนไม่ได้ต่างอะไรกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่ามกลางปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันและในประเทศไทยของเรา ถ้าไม่นับเรื่อง คือการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่ ปี 30 ปี 20 ปัญหาที่เรากำลังจะเจอในระยะสั้น ไม่ถึง 10 ปีจากนี้ไป ก็คือปัญหาวิกฤตประชากร มันจะลามมาจนถึงสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย สถาบันราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชมงคล รวมไปถึงทั้งหลายระดับอาชีวะเทคนิคสารพัดช่าง ว่าอีกในอนาคตอีกไม่นาน จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่มันน้อยลง แล้วจะฟีดเข้าในมหาวิทยาลัย ก็จะลดลงไป เมื่อสักครู่ผมได้มีโอกาสคุยกับท่านอาจารย์สุวิทย์ พูดคุยกันถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เรื่อง AI แล้วก็จะสงสัยว่าอีกหน่อยจะมีมนุษย์ไปทำไม เพราะว่าAI มันทำหมดทุกอย่างอยู่แล้ว แล้วก็จะลามไปถึงว่าพอคนเข้ามหาวิทยาลัยน้อย คนทำงานมันก็จะน้อยลง น้อยลงไปอีกตรงกันข้ามผู้สูงอายุที่มากขึ้น มากขึ้นทุกวัน ทุกวัน วันนี้ด้วยแรงงานที่น้อยลง กำลังคนทำงานที่น้อยลง จำเป็นอย่างยิ่งครับพี่ประเทศไทยของเรา ในระยะสั้น และระยะทางนั้น เราจะต้องหากำลังแรงงาน หรือว่าศักยภาพ ประสิทธิภาพ Productivity ของคนทุก ๆคนที่อยู่ในสังคมไทย วันนี้อย่างที่ผมได้กลับไปเมื่อสักครู่ว่าคนพิการไม่ได้ต้องการความสงสาร เขาต้องการโอกาส ดังนั้น วันนี้เรากำลังจะหยิบยื่นโอกาส แล้วก็จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า ที่จะมาผลักดันมิติทุก ๆ มิติของสังคมไทย บอกว่านะครับทั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นในภาคเหนือ มช . ภาคอีสาน มข. ภาคกลางของเรานะครับ สวนดุสิตที่สุพรรณบ้านผมเองนะครับ มีทั้งเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แล้วก็สงขลานครินทร์ แล้วก็ต้องขอบคุณครับเจ้าของสถานที่นะครับ พี่ใหญ่เลย จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ก็คือ มจธ. นี่เป็นจุดเริ่มต้นครับ เพราะว่าผมเองได้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมปีที่แล้ว กลับไปที่กระทรวง ก็ได้เรียนท่านปลัดรองปลัดวันนี้มากับเรา วันนี้ท่านปลัดติดงานอยู่นะครับ ผมขอให้ท่านปลัดสำนักนายก ประชุมกับท่านนายก จะมีท่านรองปลัดและอธิบดีมา ผมบอกผมไม่รีบ แต่ว่าขอด่วน โครงการนี้ต้องเกิดให้ได้ โชคดีปรับ ครม. ครั้งล่าสุดมา ผมยังเป็นรัฐมนตรีอยู่นะครับ ผมบอกว่าอย่างไรเสียโครงการนี้ต้องเกิด ตอนที่ผมยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. อยู่ ก็โชคดีว่ากลับ กทม. ก่อน แล้วผมยังอยู่ก็เลยได้มีโอกาสมาพูดอะไรข่าวเลยวันนี้นะครับ ก็ตอนแรกก็ลุ้นอยู่ว่าอยากจะเป็นรัฐมนตรีกับเขาอยู่หรือไม่ แต่วันนี้ครับ เราได้มีโอกาสมา เห็นแล้วมันทำได้จริง แต่การที่จะทำโครงการลักษณะนี้ได้ ผู้บริหารของสถานศึกษาของมหาวิทยาลัย แต่ละมหาวิทยาลัย จะต้องเข้าใจถึงบริบท ของการที่ไปเอาคนพิการเข้ามา ฝึกฝีมือ มา Upskill มา Reskill เสียก่อน ณเข้าใจถึงวิถีชีวิต ของคนพิการว่าแต่ละย่างก้าว หรือว่าแต่ละเมตรที่ออกมาจากบ้านเขานั้น มันคือความท้าทายการผจญภัยที่จบกันไปแล้วนี่จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ อารยสถาปัตย์ในกรุงเทพฯ ในประเทศไทยในวันนี้ บางครั้งไม่ค่อยเอื้อคนพิการ บางครั้งจะทำให้คนพิการไม่ต้องใช้กองทุนคนพิการอีกต่อไป ใช้กองทุนฌาปนกิจแทน เพราะว่าออกมาแล้ว เสียชีวิตไปเลย ก็มีทางลาดชถึง 45 องศาอารยสถาปัตย์ที่มันไม่ได้ตอบโจทย์ ดังนั้น วันนี้เรากำลังมาเชื้อเชิญนะครับ สถาบันการศึกษา วันนี้เราเริ่มต้นกันที่ 6 แห่ง และในอนาคตอันใกล้ผมก็จะไปขอเซ็น MOU กับทาง อว. แล้วก็ สธ. ในการที่จะขยายเครือข่ายของพวกเรา เมื่อสักครู่อาจารย์สุวิทย์บอกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ท่านดีคนพิการเข้าอบรมกว่า 400 คน แล้วก็ได้มีงานการทำไป ผมกำลังคิดว่านี่แค่มหาวิทยาลัยเดียว ในประเทศไทยของเรามีสถาบันที่มีคุณภาพนับพัน นับหมื่นแห่ง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนะครับ ถ้าแห่งเดียวทำได้ 400 10,000 แห่งจะทำได้สักเท่าไหร เท่าไหร จำนวนพี่น้องคนพิการ 2 ล้านกว่าชีวิตในประเทศไทยนะครับ แน่นอนความพิการมีดีกรีที่แตกต่างกันไป แต่ไอ้ดีกรีที่แตกต่างกันไปนั้น ด้วยเทคโนโลยีพัฒนาการทั้งหลาย มันกำลังจะทำให้เส้นบาง ๆ ระหว่างความพิการกับความไม่พิการนั้น มันก็ค่อย ๆ ลดน้อย หายลงไป เมื่อสักครู่ก็ได้เห็นการสาธิตนะครับ เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่าง นี่คือสิ่งที่ผมต้องการจะเห็นว่าพี่น้องคนพิการนั้น ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ แล้วก็มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขาเอง แล้วก็มาพัฒนาสังคมไทย แน่นอนวันนี้ในภาคเอกชน มีกฎหมายมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการภายใต้ พรบ. ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 35 กว่าจะจำได้นี่ก็ผมเองก็ปาเข้าไป 7 เดือนพอดีนะครับ ก็ได้องค์ความรู้ใหม่ ต้องขอบคุณเพื่อน ๆ และการกระทรวง พม. ที่ทำผมได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็มาประยุกต์ร่วมกัน ดังนั้น วันนี้นะครับ เรียนว่าการที่เราจะมาส่งเสริมศักยภาพชีวิต แล้วก็คุณภาพชีวิตของพี่น้องคนพิการนั้น มันจะอยู่ภายใต้ร่มนโยบายใหญ่ของกระทรวง พม. เรามีนโยบายเรียกว่า 5 x 5 ฝ่าวิกฤตประชากรนะครับ นโยบายนำข้อเสนอนี้ได้ผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว ผมเองได้ไปนำเสนอต่อที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ ของสหประชาชาติ ว่าด้วยการพัฒนา แล้วก็เรื่องของประชากร เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ทั่วโลกยอมรับในแผนนี้ เพราะว่าการแก้ไขปัญหาวิกฤตประชากรที่มันจะกระทบ กับทุกภาคส่วนภาคเอกชน ภาครัฐ เมื่อสักครู่ผมได้กล่าวไปว่าด้วยประชากรที่น้อยลง คนก็จะเข้ามหาวิทยาลัยที่น้อยลง คนก็จะมาทำงานได้น้อยลง ดังนั้น การที่มหามหาวิทยาลัยทุกแห่งสถาบันการศึกษา Higher Education ในประเทศไทย เริ่มที่จะเปิดตลาดไม่มีคนพิการเข้ามามาก ในอนาคตเมื่อเด็กเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยน้อยลง แล้วเราจะใช้คนกลุ่มไหนเข้ามาเรียนได้อีก คนพิการ แน่นอนเป็นคนกลุ่มสำคัญ พี่น้องคนสูงอายุจะต้องกลับเข้ามาเรียนใหม่ ในอนาคตผมคิดว่าเราจะได้เห็นนักศึกษานิสิตในมหาวิทยาลัยไม่ใช่คนรุ่นใหม่ เด็กวัยรุ่นอายุสิบกว่า ๆ 20 ต้น ๆ อีกต่อไป อีกหน่อยเราจะได้เห็นคนอายุ 50 มาอยู่ในมหาวิทยาลัย คนอายุ 60 กว่ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย และที่สำคัญคนพิการเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย นี่คือการที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามสภาพบริบทของสังคมที่เกิดขึ้น และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น เราพร้อมที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนแล้วก็สนับสนุนการทำงานทุก ๆ อย่าง ต้องบอกว่าลำพังกระทรวง พม. เราเอง เราเปรียบเสมือนกาวนะครับ ไปติดต่อคนนู้นติดต่อคนนี้ แล้วเราก็มาทากาวเชื่อมกันเหมือนอย่างวันนี้ เราเป็นกาวมาเชื่อม 6 มหาวิทยาลัย เหนือ กลาง อีสาน ใต้ ให้มาเชื่อมด้วยกัน แล้วก็สร้างให้มาเชื่อมด้วยกัน แล้วก็ช่างเป็นเครือข่าย แล้วก็มาพัฒนาพัฒนาสังคม แล้วก็มาพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีอยู่หลายมิติเหลือเกิน ผมต้องขอขอบคุณนะครับ ท่านอาจารย์สุวิทย์ ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยทั้ง 6 แห่ง ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมกันนะครับ ในโครงการนี้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับ ว่าในอนาคตอันใกล้ทั้ง 6 มหาวิทยาลัยนี้จะเหมือนโหนดแล้วก็ขยายความของโครงการของเรา ไปตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในแต่ละภูมิภาค แล้วส่งผลให้พี่น้องคนพิการได้ไม่ต้องจากบ้าน จากถิ่นฐานมาทำงานในกรุงเทพฯ อยู่เหนือก็ทำงานภาคเหนือ อยู่อีสานก็ทำงานภาคอีสาน อยู่ภาคใต้ ก็ทำงานภาคใต้ หรือแม้แต่ภาคตะวันออก แล้วเราจะได้มีโอกาสมาเห็น การพัฒนาสังคมได้เห็นการพัฒนาสังคม ความมั่นคงของชีวิต ของพี่น้องคนไทยทั้ง 66 ล้านคน ไม่ว่าจะเพศใด ไม่ว่าจะอายุเท่าใด ไม่ว่าจะสถานะภาพใด เป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุก ๆ คนนะครับ แล้วก็ขอขอบคุณทั้ง 6 มหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่งนะครับ ในโครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ การประกอบอาชีพผ่านโมเดลการฝึกอบรมฝึกงานคนพิการ ชื่อโครงการยาวมากก็เป็นสิ่งเดียวที่ผมต้องอ่านในนี้นะครับ เพราะว่าอันอื่นนี่รู้ แต่ชื่อโครงการยาวมากจำไม่ได้นะครับ แล้วก็กระทรวง พม. ครับ โดยกรมส่งและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ เรามีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอยู่ เงินเยอะมาก ฉะนั้น ขอมาเลยครับ เดี๋ยวผมอนุมัติ ผมอนุมัติไม่ได้ ขออภัยนะครับ ท่านอธิบดีอยู่นี่ เดี๋ยวผมไปขอท่านอธิบดี ให้อยากทำอะไรนะครับ ขอมาสตางค์เรามีแล้ว ก็ไม่ใช่สตางค์ของเรา ด้วยเป็นสตางค์ของภาคเอกชนจ่ายมาเข้ากองทุน ฉะนั้น เรื่องสตางค์เรื่องเล็กครับไม่ใช่ตังค์ผมใช้เลยลักหลับแล้วก็โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะได้เห็นคนพิการที่ไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่เรากำลังจะหยิบยื่นโอกาสให้กับพวกเขาเหล่านั้น แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับ สังคมไทยจากนี้ไป เราเดินไปข้างหน้าด้วยกันไม่ว่าจะอายุใด77 BB boomer Gen X Gen Y gen จะเอาฝ้าเดินไปด้วยกันครับ และทุกสถานะโดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งแล้วขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] ให้โชคดีครับขอบคุณครับ (คุณฮานีฟ) ขอบขอบพระคุณนะครับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานในพิธีนะครับ ขอให้ท่านอยู่บนเวทีครู่หนึ่งนะครับ รอต่อไปเราจะเป็นการมอบของที่ระลึกให้กับตัวแทนจากสถาบันทั้ง 5 แห่ง ที่ได้มาเข้าร่วมงานในวันนี้นะครับ โอเคนะครับ เดี๋ยวเราสามารถถ่ายภาพไปด้วยได้นะครับ ลำดับนี้ขอเรียนเชิญท่านรศ.น.สพ. ดร.ชูชาติ กมลเลิศ ครับ ท่านผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ ครับ ลำดับถัดไปครับ ท่าน ผศ. ดร.ชัยณรงค์ เหลืองวิลัย ครับ ท่านผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ ลำดับถัดไปครับ เรียนเชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า ครับ ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรมนุษย์และสังคม จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ครับ ลำดับที่ 4 ครับ ขอเรียนเชิญ ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ กับท่านอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ครับ ลำดับที่ 5 ครับ ขอเรียนเชิญท่าน รศ.ดร.จรสวรรณ โกยวานิช ครับ การเรียนรู้ตลอดชีวิต จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังครับ ครับ ในลำดับถัดไปขอเรียนเชิญท่านรองอธิการบดีท่าน สุวิทย์ แซ่เตีย มอบของที่ระลึกให้กับท่านประธานในพิธีครับ เรียนเชิญท่านรองปลัดนะครับ ในโอกาสนี้นะครับ ขอเรียนเชิญนายอนันต์ นะครับ ท่านรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ แล้วก็เป็นการถ่ายภาพทั้งหมดเลยนะครับ ก็คือ... (คุณฮานีฟ) ขอเชิญผู้บริหารเครือข่ายทั้้ง 5 สถาบันนะคะ ของเราในวันนี้นะคะ เป็นภาพที่ภาคภูมิใจนะคะ ของเพื่อนพี่น้องคนพิการนะคะ ที่จะได้รับโอกาสดี ๆ ค่ะ จากทางกระทรวงนะคะ และก็มหาวิทยาลัยทั้ง 6 มหาวิทยาลัยในวันนี้ค่ะ // เดี๋ยวจะแบ่งเป็น 2 เซตนะครับพี่เมย์ อันนี้เป็นเซตแรกนะครับ [เสียงดนตรี] // ค่ะ พี่สื่อมวลชนให้สัญญาณได้เลยนะคะ // โอเคครับ เดี๋ยวอยู่บนเวทีอีกสักครู่หนึ่งนะครับ ยังรออยู่ // เดี๋ยวจะเติมเข้าไปอีกนะคะขอในช่วงนี้ขอเชิญนะคะ เพื่อนพี่น้องคนพิการนะคะ ร่วมถ่ายรูปนะคะ กับทางผู้ใหญ่ใจดีของเราในวันนี้นะคะ เราไปถึงคณะผู้บริหารค่ะ นางสาวสนธยาบุญญพิสิฏฐ์ค่ะผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ค่ะ ผู้อำนวยการกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีด้วยนะคะ เรียนเชิญขึ้นบนเวทีนะคะ ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกนะคะ วันนี้เราก็มีเพื่อนพี่น้องคนพิการนะคะ ที่เป็น Role Model ของเรานี้ค่ะ มาร่วมงานค่ะยินดีที่จะขยายโอกาสต่อ ๆ ไป ให้กับเพื่อนพี่ก็พิการทั่วทุกภูมิภาคเลยนะคะ // ครับ วันนี้อาจจะต้องใช้เวลานิดหนึ่ง แต่ไม่ต้องรีบนะครับ ให้ทุกท่านอยู่ในเฟรมได้มีภาพที่นี่สวยดี ภาพที่เท่ ๆ นะครับ // วันนี้นะคะเรามีผู้ที่มีส่วนร่วมและสำคัญมากมายเลยนะคะที่ร่วม ขอเรียนเชิญท่านนายกสมาคมนะคะ ผู้พิการทุกประเภทนะคะ ขึ้นถ่ายรูปด้านบนด้วยนะคะ (คุณฮานีฟ) อาจจะต้องมีการจัดพื้นที่สักนิดหนึ่งครับ แต่ไม่เป็นไรครับไม่เป็นไรนะคะ เรารอได้นะคะ // เชิญตามสบายนะครับ ว่าได้ภาพที่สวยเท่ ๆ สำหรับทุกท่าน // ไปถึงเพื่อนพี่น้องคนพิการเราถามว่า // ได้ค่ะ ได้ค่ะ // ขอบคุณครับ วันนี้แฟนเราล้นนะครับ เฟรมเราแน่นวันนั้นนะครับ เพื่อเป็นการเก็บภาพในประวัติศาสตร์นะครับ ก็เรียกว่าแสดงความยินดีกับทุก ๆ ท่านเลย มีส่วนร่วมในการเปิดตัวโครงการอุดมศึกษาในการเป็นงานที่เราก็ให้ความสำคัญ เราก็จัดขึ้นมานี่ ก็จะให้ความสำคัญสามารถให้สัญญาได้เลยนะครับ // ได้ค่ะ เดี๋ยวขออนุญาตเข้าเฟรมด้วยนะคะ (คุณฮานีฟ) กดไลค์นะครับ เรียนเชิญทุกท่านกดไลก์นะครับ // มินิฮาร์ทอีกรูปหนึ่งนะคะ (คุณฮานีฟ) มินิฮาร์ทนะครับ กลับมากดไลค์นะครับ โอเคครับผม ขอบคุณทุกท่านครับ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) เรามี... เรามีภาพกับเขาด้วนะครับพี่เมย์ครับ ไปถ่ายบูมเมอแรงสามารถแท็กได้นะครับ (คุณเมราณี) เต็มด้วยนะคะ ในงานที่ใหญ่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้นะคะ ต้องขอขอบพระคุณนะคะ รัฐมนตรีกระทรวง... กระทรวงว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยนะคะ นายวราวุธ ศิลปอาชา ค่ะ ประธานในพิธีของเรานะคะ ในช่วงนี้ค่ะ ทางประธานนะคะ จะ... ในช่วงถัดไปนะคะ ท่านประธานนะคะ จะได้ให้สัมภาษณ์กับพี่ ๆ สื่อมวลชนนะคะ และเยี่ยมสื่อมวลชนนะคะ ในช่วงนี้ก็ขอเชิญคณะทำงานร่วมไปถึงแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ ร่วมเยี่ยมชมบูธค่ะ ของ 6 สถาบันในวันนะคะ ที่มาร่วมออกบูธกับเรา โชว์หลักสูตรต่าง ๆ นะคะ ที่จะเกิดขึ้นในโครงการครั้งนี้ค่ะ (คุณฮานีฟ) ครับระหว่างนี้นะครับ ช่วงถัดไปของบริเวณหน้าเวทีน่าจะเป็นกิจกรรมเสวนานะครับ กิจกรรมเสวนา ในช่วง 11.15 น. ช่วงนี้ครับ น่าจะเป็นครับ ในช่วงนี้ครับ ก็จะเป็นการให้ทุก ๆ ท่านได้ออกไปเยี่ยมชมบูธนิทรรศการ ที่ได้ออกมาจัดแสดงจากทั้ง 6 สถานบัน ในการดึงมาจากหน่วยงานที่มาไล่เรียงตามลำดับนะครับ สถาบันแรกครับ อาจารย์มาไว้ด้วยขอนแก่นครับมาในหลักสูตรการอบรมพัฒนาศักยภาพคนพิการ อบรมการสร้างดอกไม้จันทน์ครับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ มาในหลักการสร้างอาชีพ สถาบันที่ 3 มหาวิทยาลัยวิทยาเขตสุพรรณบุรีครับ มาในหลักสูตรงานประดิษฐ์ดอกไม้แห้ง และดอกไม้จันทน์นะครับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังครับ มาในหลักสูตร EMR คือคนพิการสร้างงานสร้างอาชีพครับ และมหาลัยเจ้าภาพครับทั้งหมดของเรามาในหลักสูตรเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานนะครับ ซึ่งในช่วงนี้ก็สามารถเข้าไปรับชมบูธต่าง ๆ ตรงกลางด้านในแต่ละคนจะมีอะไรน่าสนใจบ้างต้องรอลองติดตามดูกันตอนนี้ก็จะกลับมาพบกันอีกหนึ่งครั้งในช่วงเวลา 11.15 น.(คุณวราวุธ) คนพิการ เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วนั้นนี่ คนพิการไม่ได้ต้องการความสงสาร ไม่ได้ต้องการบุญ คนพิการต้องการโอกาสในการทำงานและทางกระทรวง พม. เอง เราอยากให้คนพิการนั้น ได้รับการจ้าง งาน ไม่ใช่เพราะความพิการ ไม่ใช่เพราะมาตรา 33 ของ พรบ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่เราต้องการให้บริษัทห้างร้านทั้งหลายจ้างงานคนพิการ เพราะทักษะที่พี่น้องคนพิการมี และมีมากกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งในขณะนี้ คนพิการทั่วประเทศกว่า 2,500,000 ชีวิตนั้นนะครับ มีเพียงแค่หยิบมือเดียวเท่านั้น ที่ได้รับการฝึกอบรม แล้วก็มีงานทำนี้ต้องขอขอบคุณทางท่านอาจารย์สุวิทย์นะครับ ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มจธ. ที่ได้เป็นหรือว่าจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ที่ครบรอบ 10 ปีที่ทาง มจธ. นั้น ได้ทำโครงการนี้ขึ้นมา ผมเองถึงได้มาขอขยายผล เริ่มต้นใช้เครือข่ายมหาวิทยาลัยทางแต่ละภาคเสียก่อน วันนี้เราได้เห็นความคืบหน้านะครับ และในอนาคตอันใกล้ ผมเองก็จะขยายความทำงานนี้นะครับ ไปยังกระทรวง อว. กระทรวงศึกษา ผมชื่อว่าภาคเอกชนมีความต้องการทักษะฝีมืออีกมากมาย ซึ่งทักษาฝีมือเหล่านี้ซ่อนอยู่ในพี่น้องคนพิการกว่าล้านชีวิตในประเทศไทย หน้าที่ของพวกเรา หน้าที่ของภาครัฐ ที่จะไปดึงเอาศักยภาพเหล่านั้นออกมา เป็นประโยชน์การพัฒนาประเทศอย่างไร ผมคิดว่าสำคัญที่สุด ต้องคุยกับเอกชนก่อนนะครับ เหตุที่ผมอยากจะให้มีโครงการนี้ทั่วประเทศ เพื่อที่ว่าพี่น้องคนพิการจะได้ไม่ต้องจากภูมิลำเนาเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ๆ อย่างเดียวนะครับ จะได้ที่บ้านอยู่ในชุมชนอยู่ในภูมิลำเนาของท่านเองนะครับ แล้วก็จะได้เป็นส่วนสำคัญ ในการที่จะไปพัฒนาพื้นที่ของเขา นะครับ ดังนั้น การทำงานทั่วประเทศ และการขยายผลของทุกๆมหาวิทยาลัย นั้นก็จะเป็นเป้าหมายสุดท้าย เป้าหมายปลายทางของโครงการนี้นะครับ อันนี้ต้องขอรบกวนทางมหาวิทยาลัยนะครับ เพราะว่าผมเชื่อว่ามหาวิทยาลัยแต่ละพื้นที่นั้น ปกติก็จะทำงานกับภาคเอกชนอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้อาจจะเพิ่มมิติขึ้นไปอีกมิติหนึ่งนะครับ ว่านอกจากอาชีพการงานปกติแล้ว ทางภาคนั้นสามารถแจ้งความจำนง หรือว่าสามารถ Accommodate รองรับของคนพิการได้มากน้อยอย่างไร เพราะว่า ต้องเรียนว่าถึงแม้เราอยากให้พี่น้องคนพิการได้รับการจ้างงานเพราะศักยภาพทางกายภาพกับการเข้าไปทำงานในบริษัทหรือภาคเอกชนต่าง ๆ นั้น ต้องมีสถาปัตยกรรมเราก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการดำเนินชีวิตของพี่น้องคนพิการด้วย เอาง่าย ๆ ก็เรื่องอารยสถาปัตย์ทั้งหลายนะครับ อาจจะต้องมีทางสำหรับคนตาบอดไหม ก็ต้องมีสำหรับมนุษย์ล้อหรือไม่อย่างไรนะครับ อันนี้ก็คงจะต้องเป็นสิ่งที่ทางมหาวิทยาลัยต้องดำเนินการ แล้วก็ประสานงานกับภาคเอกชนในแต่ละพื้นที่นะครับ วันนี้ทางกระทรวง พม. นะครับ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผมได้มอบนโยบายวันนี้เรามีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอยู่ แล้วก็มีเงินอยู่พอสมควร ดังนั้น การที่เราจะใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้ เข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตของพี่น้องคนพิการ เป็นหัวใจที่สำคัญ นอกจากอำนวยความสะดวก ในการดำเนินชีวิตประจำวันแล้ว ยังสามารถเข้าไปลดช่องว่างระหว่างความพิการ แล้วไม่พิการได้ด้วย ดังนั้น ถึงได้บอกว่าความร่วมมือกันระหว่างกระทรวง พม. และกระทรวง อว. นั้น เป็นหัวใจสำคัญ รวมถึงกระทรวงศึกษาด้วยนะครับ การ Combine เอาเทคโนโลยีองค์ความรู้ทั้งในส่วนของภาคราชการ และทางสถาบันสถานศึกษาเข้ามาด้วยกันนั้น ท้ายที่สุดคนที่ได้ประโยชน์ก็จะเป็นพี่น้องคนพิการ แล้วก็พี่น้องคนไทยนะครับ ผมได้หารือกับทางกรมนะครับ เพราะว่าอย่างภาคเอกชนเรามีมาตรา 33 33, 34, 35 ภายใต้ พรบ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอยู่ แต่ในภาครัฐยังไม่ได้มีการมีการขอความร่วมมือ แต่ว่าไม่ได้มีบทลงโทษนะครับ ตอนนี้ที่กระทรวงเพียงแค่ 3 กระทรวงเท่านั้น ที่ได้มีการจ้างงานครบตามโควตานะครับ ที่ทางกฎหมายได้กำหนดไว้ที่เหลือนะครับ ขออนุญาตไม่เอ่ยถามว่ามีกระทรวงอะไรบ้าง แต่ว่ายังมีอีกหลายกระทรวง ซึ่ง เอง ก็กำลังหาหรือว่าจะขอมีบทค่าปรับแบบมาตรา 34 ได้หรือไม่ เพราะว่ากระทรวง พม. เอาเข้าจริง ๆ แล้วงบประมาณก็ค่อนข้างน้อย จะขอปรับกระทรวง เอางบประมาณมาให้กระทรวงพอเป็นค่าปรับดีไหม ก็กำลังหารือกันอยู่นะครับ ตอนนี้มหาวิทยาลัยละ 50 คนนะครับ ก็ทำเหมือน... คือ ต้องบอกว่าทั้งหมดนี่ ผมก็เรียนพักลักจำมาจาก มจธ. นะครับจากท่านอาจารย์สุวิทย์ แล้วก็ขยายผลอีก 5 แห่ง ดังนั้นปีหนึ่งนะครับ 6 แห่ง แห่งละ 50 คน เกาะ 300 คนพี่น้องคนพิการแล้วก็คาดหวังว่าอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ของที่เข้าอบรมก็คือ 150 คนนั้นนะครับ จะสามารถมีงานทำแล้วก็ทุกคนที่เข้าร่วมจะมีรายได้นะครับ ไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำในปี 2567 นะครับ ซึ่งพี่น้องคนพิการในอนาคตถ้าหากว่าได้รับการจ้างงาน โอกาสที่เขาจะต้องมาพึ่งพาสวัสดิการของรัฐ ก็จะน้อยลงนะครับ แล้วก็ประเทศชาติก็จะได้ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นด้วย อันนี้ก็จะเป็นเป้าหมายที่ยิงปืนนัดเดียว กระสุนนัดเดียว ได้นก 2 ตัว อ๋อ ก็แค่ 6 มหาวิทยาลัย แต่ถ้าเกิดเปลี่ยนจาก 6 แห่ง เป็น 60 เป็น 600 หรือ6,000 ก็คูณขึ้นไปอีกพันเท่า ผมคิดว่าท้ายที่สุดแล้วถ้าโครงการนี้ขยายผลได้ทั่วประเทศ ทุกสถาบันการศึกษา แต่ไม่ใช่ว่าทุกสถาบันการศึกษาจะเข้าร่วมโครงการ แล้วแล้วก็เริ่มทำงานได้เลยนะครับ ผู้บริหารของแต่ละสถาบัน ต้องมีความเข้าใจถึงข้อจำกัด ต้องมีความเข้าใจถึงความต้องการของพี่น้องคนพิการเสียก่อน และภาคเอกชนที่ทำงานร่วมกับแต่ละสถาบันการศึกษานั้นเข้ามาร่วมทำงานด้วย ถึงจะสำเร็จ ไม่ได้แปลว่าทุกคนสามารถเข้าร่วมโครงการได้ทันทีเลย ต้องมาศึกษา ต้องมาพูดคุยทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ แล้วผมเชื่อว่าวันนี้นะครับ ภาษาอังกฤษเขาบอกว่าการเดินทาง.... มีสุภาษิตจะกลับก็บอกเดินทางหมื่นลี้เริ่มต้นด้วยก้าวแรกนะครับ เราจะมา A thousand miles journey start with the first step ตอนนี้สั่ง มจธ. เริ่มที่ 50 วันนี้เราขยายเป็น 300 แล้วในอนาคตก็จะเป็น 3,000 30,000 และ 300,000 ในที่สุดนะครับ ทางมหาวิทยาลัยที่วันนี้เรามีอยู่ 6 แห่งเข้าร่วมนะครับ มี มช. มี มข. ทั้งทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางแล้วก็มี มจธ. นะครับ เรามีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เรามีสวนดุสิตที่สุพรรณฯ แล้วก็มีสงขลานครินทร์ ซึ่งแห่งนี้ พี่น้องคนพิการเข้าไปติดต่อที่ 6 มหาวิทยาลัยนี้ได้ก่อน หรือจะติดต่อเข้ามาที่กระทรวงพม. เอง หรือคิดอะไรไม่ออกนะครับ1300 ครับ จัดการสวัสดิภาพประชาชนขอกระทรวงพม. โทรมาได้ 24 ชั่วโมง แล้วเดี๋ยวเราจะเชื่อมต่อให้ครับ ไม่มีครับ ครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ [เสียงดนตรี] (คุณวราวุธ) ตอนนี้ในกระบวนการของการสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการ จะเป็นประเด็นแรก ที่เราเริ่มดำเนินการ โดยการจังหวัด จัดหางานจังหวัดแล้วก็ในส่วนของนะ คุณหมอ 2 ท่านที่ประสบผลสำเร็จ วันนี้ก็จะเป็นผลงานที่ทางคุณหมออภิสิทธิ์ ท่านได้ให้คำแนะนำว่าพิการที่อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ดำเนินการมาระดับหนึ่งผลงาน ท่านบอกว่ายังยังต้องพัฒนาอีกเยอะ เพราะฉะนั้น ท่านก็อยากให้ทางมหาวิยาบัยขอนแก่น ความรู้ความเชี่ยวชาญของคณาจารย์จากคณะวิชาต่าง ๆ ไปช่วยในการที่จะไปยกระดับในส่วนของทักษะของการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำสบู่ และเรื่องของ เรื่องของช่วยเรื่องของต่าง ๆ นะครับ โครงการที่คุณหมอวิศิษฐ์ ท่านส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกไผ่ซางหม่น คุณภาพดี แล้วก็ ที่ทางมหาลัยขอนแก่นจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับทางเครือข่ายคนพิการของจังหวัดขอนแก่นนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนไปเบื้องต้นครับ ครับ // ผู้ประกอบการ คือ ท่านก็อยากที่จะเข้ามาเข้าร่วมโครงการ เพราะเขาไม่รู้เรื่องพรบ. คนพิการอยู่นะครับ ครับ ใช่ครับ ใช่ครับ // ครับสำหรับธุรกิจของเรานะครับ เราอยากเป็นผู้ประกอบผู้ประกอบการเกี่ยวกับการทำเบเกอรีครับ ซึ่งเราได้อาจจะค้นหาข้อมูลแหล่งทุนสนับสนุนของพวกเราครับ และก็เราจะเริ่มทำการวางแผนนะครับ ในการที่จะหาวิทยากรในการทำขนม.... สอนขนมเบเกอรีก็เราจะมีการลงมือปฏิบัติจริงครับ และก็ฝึกการคำนวณคำนวณต้นทุน และก็กำไร ขาดทุน แล้วก็ฝึกปฏิบัติงานครับก็จะมีการทำประชาสัมพันธ์ และก็ทำการตลาดจริงครับ แล้วก็ในส่วนสุดท้ายของเรานะคะจะเป็นการอ่านสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นครับ แล้วก็นำมาพัฒนาแล้วก็ปรับปรุงครับ หากธุรกิจของเราในครั้งนี้ครับ หากประสบผลสำเร็จ เราก็จะหาแหล่งทุนที่จะขยายในการทำธุรกิจของเราต่อไปครับ ขอบคุณครับ // สวัสดีค่ะ ท่าน เรามีท่านหัวหน้าโครงการค่ะ ท่านผู้ช่วยอธิการบดีค่ะ ท่านทอแสง รัศมี ค่ะ ทำเรื่องคนพิการมาก่อนหน้านั้นแล้วค่ะท่าน เดี๋ยวจะขออนุญาตให้ท่านได้แนะนำนะคะ // สวัสดีค่ะ พระจอมเกล้าลาดกระบังนะคะ เราน่ะ เคยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการค่ะ ทำเป็นสื่อภาพยนตร์สั้น ๆ แรงบันดาลใจ Inspiration นะคะ เราก็ให้คนพิการต้นแบบ จะได้มีส่วนร่วมในสื่อด้วย ก็ทำให้เห็นว่าเขาว่าได้เกี่ยวกับให้น้าทักษะ แล้วก็สามารถที่จะเอาไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ เพราะรอบนี้ได้รับโอกาสจัดอบรมค่ะ แล้วก็เลยเป็นหลักสูตรนักสื่อสารดิจิทัลค่ะ DEP Master Class size L ค่ะ ซึ่ง D คือ ที่ Digitalแล้วก็ตัววิชานี้ค่ะ คนที่มาอบรม เขาก็จะได้สามารถไปทำงานเองที่บ้านได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Iกราฟฟิกการออกแบบการทำสื่อทำคลิปวีดีโอนะคะแล้วก็เราก็จะให้เขาได้ฝึกงานแล้วก็รับประโยชน์จากภาคเอกชน ซึ่งไปละทำที่บ้านก็ได้เงินจากที่บ้านได้เลยไม่ต้องออกค่ะ แล้วก็เราน่ะ แผนกหนูสื่อสารองค์กรค่ะ ก็เขาก็จะได้มาฝึกงานกับฝ่ายสื่อสารองค์กร พระจอมเกล้าลาดกระบังด้วยค่ะ อันนี้ก็เลยเป็นโครงการของเราค่ะ อาจารย์หนู ทำงานด้วยกันค่ะ ใช่ค่ะ ก็นอกจากผู้พิการจริง ๆ กับผู้สูงอายุแล้วก็อบรม แล้วเดี๋ยวนี้มันก็จะมาอบรมกับเราที่นี่ ขอบพระคุณค่ะ