--- title: (แบ่งพิมพ์) งานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษาฯ มจธ. 30 ม.ค. 2569 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.11 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณเกียรติยา) นะคะ ขอบพระคุณทุกท่านเชิญนั่งได้นะคะ เอาล่ะค่ะ วันนี้ดิฉันขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ดิฉันเป็นผู้สื่อข่าวแล้วก็เป็นผู้ประกาศข่าวของช่อง MCOT HD นะคะ รวมทั้งเป็นผู้บรรยายงานกองทัพไทยนด้วยค่ะ ด้วยนะคะ วันนี้รู้สึกยินดีมาก ๆ เลย ที่ได้มางานแถลงข่าวในวันนี้ แล้วก็ขอต้อนรับทุกท่านเข้างานอย่างอุ่นหนาฝาคลั่งเลยนะคะ ขอนำทุกท่านเข้าสู่งานแถลงข่าวงานการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. ค่ะ วันนี้นะคะ ขอกราบเรียนเชิญ ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นางสาวสนธยา บุณยภูษิต นะคะ ท่านเป็นผู้แทนรัฐมนตรี ประธานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในวันนี้ค่ะ นอกจากนี้นะคะ ก็ยังมีท่านผู้อำนวกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะคะ ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เจ้าบ้านนะคะ และเป็นที่ปรึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีคณะกรรกมารส่งเสริมคนพิการ และมหาวิทยาลัยเครือข่ายจาก 9 สถาบันการศึกษาวันนี้มากันอย่างอุ่นหนาฝาคลั่งเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่นนะคะ มหาวิทยายลัยสวนดิสุต วิทยาเขตสุพรรณบุรี ราชมงคลพระนครนะคะ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ค่ะ นอกจากนี้ ก็ยังมีมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาธนบุรีค่ะ วันนี้ก็ยังมีหัวหน้าโครงการอีกทั้ง 12 ท่านด้วยนะคะ มีผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเครือข่าย และท่านผู้บริหารจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะคะ รวมทั้งผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และที่สำคัญ ก็คือพี่น้องคนพิการนะคะ สื่อมวลชนแล้วก็แขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้ อย่างที่บอกว่าอุ่นหนาฝาคลั่งกัน ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. โดยมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรีค่ะ วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยนะคะ ซึ่งทางมหาวิมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนั้น ก็อย่างที่ทราบว่าได้ดำเนินโครงการเกี่ยวกับคยพิการมาตั้งแต่ปี 2557 แล้วนะคะ แล้วก็ได้เกิดความร่วมมือของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เมื่อปีที่แล้วนะคะ เกิดการร่วมมือกันต่อไป จนขยายผลจนปีนี้นะคะ เป็นปีที่ 2 แล้วนะคะ จะดำเนินโครงการต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2568 - 2569 ค่ะ การจัดงานวันนี้ เพื่อเป็นการขยายผลการดำเนินโครงการ ฝึกอบรม ฝึกงานคนพิการนะคะ ด้านการฝึกงาน มจธ. ไปยังในส่วนภูมิภาคอย่างที่เราได้ทราบว่ามีหลากหลายด้วยกันนะคะ นอกจากนี้เพื่อเป็นส่งเสริมแล้วก็สนับสนุนให้โครงการพัฒนาศักยภาพคนพิการให้คนพิการได้มีอาชีพนะคะ ได้มีรายได้ เพื่อส่งเสริมให้สถาศึกษาสถานประกอบการต่าง ๆ สร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการต่าง ๆ นะคะ รวมทั้งได้รับความร่สมมือสนับสนุนงบประมาณค่ะ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คุณภาพชีวิตคนพิการนะคะ โดยปีที่ 2 นี่นะคะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือว่า มจธ. นี่ ได้ร่วมมือกับ อีก 8 สถาบันศึกษาชั้นนำนะคะ แต่ละภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร นะคะ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ศูนย์การศึกษาอู่ทองทวารวดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แล้วก็สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นะคะ รวมหลักสูตรการฝึกอบรมทั้งสิ้น 12 หลักสูตรด้วยกันนะคะ เพื่เป็นการ Upskil แล้วก็ Reskill ให้กับคนพิการของเรานะคะ ในวันนี้ค่ะก็ยังจะมีการออกบูธด้านหน้านี้นะคะ ออกบูธนำเสนอรายละเอียดทั้ง 12 โครงการด้วยนะคะ ซึ่งเมื่อกี้แอบไปดูมาแล้ว น่าสนใจมากเลยทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะของโบว์เบเกอรี่นะคะ วันนี้มีขนมเทมเบอร์ริงมาให้ลองได้ชิมกันด้วยนะคะ ใครสนใจนะคะ น่ารับประทานมาก ๆ ทีเดียวค่ะ เอามาเป็นโครงการขยายผลอีกมากมายนะคะ ขนมอร่อย ๆ นำมาอีกมากมายนะคะ โบว์เบเกอรี่เป็นอย่างสูงเลยค่ะ เอาล่ะค่ะ อันดับแรกนะคะ ได้รู้สึกผ่อนคลายนะคะ หลังจากที่เดินทางมาเหน็ดเหนื่อย เราขอเรียนเชิญทุกท่านรับฟังขับร้องโดยวงประสานเสียง ศิษย์เก่า มจธ. และคนพิการ มจธ. วันนี้มา 2 บทเพลงด้วยกันค่ะ บทเพลงแรก ก็คือ รักข้ามขอบฟ้านะคะ แล้วเพลงที่ 2 ก็คือเพลงปราถนาสิ่งใด ขอเชิญรับชมรับฟังได้เลยค่ะ ขอเสียงปรบมือด้วยค่ะ [เสียงปรบมือ] รักข้ามขอบฟ้า รักคือสื่อภาษาสวรรค์ สวรรค์อาจมีใจคนละดวง ต่างเก็บอยู่คนละทรวง ไม่ห่วงถ้ามีสัมพันธ์ [เสียงดนตรี] ขอบฟ้า เหนืออนันต์ใดนั่น ใช่รักจะมั่นอย่างนกโบยบิน รักข้ามแผ่นน้ำ รักข้ามแผ่นดิน เมื่อความรักยิ่ง ฟ้ายังสิ้นความกว้างไกล ขอบฟ้า ทิ้งโค้งมาคลุมครอบ รายรอบถูกกดไว้ภายใน เหมือนอ้อมกอดรัก แม้ได้โอบใคร ชาติภาษาไม่ สำคัญเท่าใจเดียวกัน รักข้ามขอบฟ้า รักคือสื่อภาษาสวรรค์ อาจมีใจคนละดวง ต่างเก็บอยู่คนละทรวง ไม่ห่วงถ้ามีสัมพันธ์ ขอบฟ้า แม้จะคนละฟาก ห่างไกลกันมาก แต่ก็ฟ้าเดียวกัน รักข้ามขอบฟ้า ข้ามมาข้ามมาผูกพัน ผูกใจรักมั่น สองดวงให้เป็นดวงเดียว รักข้ามรักข้ามขอบฟ้า รักคือสื่อภาษาสวรรค์ อาจมีใจคนละดวง อาจเก็บอยู่คนละทรวง ไม่ห่วงถ้ามีสัมพันธ์ ขอบฟ้าแม้จะคนละฟาก ห่างไกลกันมาก แต่ก็ฟ้าเดียวกัน ขอบฟ้าเดียวกัน รักข้ามขอบฟ้า ผูกพัน ผูกใจรักมั่น สองดวงให้เป็นดวงเดียว [เสียงปรบมือ] [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] อยู่เพื่อความรัก หรืออยู่เพื่อความฝัน หรือเพื่อศรัทธา หรืออยู่เพื่อความหวัง อยู่เพื่อชีวิต เพราะอยู่เพื่อใครกัน ...ชื่อยัง ต้องอยู่เพื่อใคร ยังรู้สึก ยังต้องการใครสักคน ยังฝันใฝ่ ทางหนใดจะหลุดพ้น เฝ้าตามหาร้อยพันหมื่นเหตุผล เหตุใดหนอใจเราใยสับสน หมื่นชีวิตคนเราล้วนทุกทน หมื่นเหตุผลหัวใจ ปราถนาสิ่งใดกัน สิ่งที่ฉันนั้นเฝ้าคอย มีชีวิตลอย ลาลับไป ฟ้าชีวิตยังมีคนเคียงข้างหรือไม่ หรือชีวิตฉันเลยล่วงไป โดยไม่มีอะไรเลย ยังทุกข์ทน ยังวกวนไร้จุดหมาย ยังร้องไห้ ให้เรื่องราวที่ผ่านพ้น เฝ้าตามหาร้อยพันหมื่นเหตุผล เหตุใดหนอใจเราใยสับสน หนึ่งชีวิตคนเราล้วนทุกข์ หมื่นเหตุผลอับจนหัวใจ ปราถนาสิ่งใดกัน สิ่งที่ฉันนั้นเฝ้าคอย มีชีวิตอย่างลับไป โดยไม่มีอะไรเลย ชีวิตฉันมีคุณค่าหรือไม่ หรือชีวิตฉันเลยล่วงไป โดยไม่มีอะไรเลย เฝ้าตามหาร้อยพันหมื่นเหตุผล เหตุใดหนอใจเราใยสับสน หนึ่งชีวิตคนเราล้วนทุกข์ทน หมื่นเหตุผลอับจนหัวใจ ปรารถนาสิ่งใดกัน สิ่งที่ฉันนั้นเฝ้าคอย ใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอย ดวงตะวันลอยลับไป ดวงดาวลอยเกลื่อนฟ้า ชีวิตฉันมีค่าหรือไม่ เมื่อชีวิตเราได้ทั่วไป หรือไม่มีอะไรเลย อยู่เพื่อความรัก หรืออยู่เพื่อความฝัน อยู่เพื่อศรัทธา หรืออยู่เพื่อความฝัน อยู่เพื่อชีวิต... ใครกัน หรืออยู่ไปเพื่อใครกัน ชื่อยังต้องอยู่เพื่อใคร ปราถนาสิ่งใดกัน [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ค่ะ ต้องปรบมือให้ดัง ๆ เลยนะคะ กับ 2 เพลงที่เพราะมาก กับวงประสานเสียงกับอาจารย์ป๊อบ นะคะ แล้วก็วาทยากรด้วยขอเสียงปรบมืออีกครั้งค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ค่ะ เรียนเชิญน้อง ๆ ลงจากเวทีนะคะ อีกสักครู่ขอเรียนเชิญพี่ ๆ สื่อมวลชนขึ้นบนเวทีเพื่อเชิญกลับมายังงานด้านล่างนะคะ ขอบคุณน้อง ๆ มาก ๆ เลยนะคะ ร้องเพราะมาก ๆ พี่ยังแอบร้องตามเลยนะคะ ค่ะ เรียนเชิญพี่ ๆ สื่อมวลชนขึ้นบนเวที เพื่อถ่ายรูปบริเวณงานด้วยค่ะ เรียนเชิญค่ะ วันนี้ได้รับเกียรติจากท่านสื่อมวลชน จากหลากหลายสาขา มากัน เพราะว่าปัจจุบันนี้โครงการการช่วยเหลือคนพิการเป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นมากนะคะ ยิ้มหวาน ๆ เลยค่ะ เดี๋ยวจะรบกวนทุกท่านช่วยยืนด้วยได้ไหมคะ ขอบพระคุณค่ะ ขอบพระคุณค่ะ รบกวนนั่งได้เลยนะคะ ลำดับถัดไปค่ะ เรายังมีให้ชมวีดีทัศน์ที่มาของโครงการด้วยนะคะ ว่ามีที่มาอย่างไร ทุกท่านจะได้มีความเข้าใจมากขึ้นนคะ พร้อมแล้วหรือยังคะ ค่ะ เรียนเชิญรับชมเลยค่ะ พลังเครือข่าย พลังสู่อนาคตที่ยั่งยืน โครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. ระยะที่ 2 ในสังคมที่โอกาสไม่ได้มีให้ทุกคนเท่ากัน คนพิกาสรจำนวนมาก ยังเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษา การมีอาชีพที่มั่นคง แต่ในศักยภาพของพวกเราไม่เคยจางหาย ด้วยความร่วมมือจากภาคการศึกษา จึงได้เกิดโครงการที่มุ่งมั่น สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง (รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์) โครงการแบบนี้สร้างผลกระทบกับประเทศได้มาก ขณะเดียวกันก็เสริมสร้างศักดิ์ศรีให้กับผู้พิการ เราก็คุยกับกระทรวง พม. ว่าระบะที่ 2 นี่ เราน่าจะดำเนินการต่อเนื่องยังมีผู้พิการอีกมาก ที่อยากจะฝึกอบรม ที่อยากจะมีอาชีพ อันนั้นก็เป็นที่มาของระยะที่ 2 คราวนี่ในอนาคตนี่ก็เป็นอย่างที่ทราบกัน เทคโนโลยี AI ใช้หุนยนต์ระบบอัตโนมัติก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มมหาวิทยาลัยนี่ก็มานั่งคิดกันว่าเอ๊ะเราจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ แล้วก็ช่วยฝึกอาชีพให้กับผู้พิการได้มากน้อยแค่ไหน เราก็ลองสาธิตให้ผู้พิการอยู่ที่หนึ่ง แล้วก็มีการสั่งให้มีการชงกาแฟอัตโนมัติอีกที่หนึ่งก็ทำได้ดี อันนี้ก็เป็นแนวคิดว่าผู้พิการนี่ไม่ต้องเดินทาง สามารถทำอยู่ที่บ้าน แต่ก็สามารถที่จะทำงานอะไรต่าง ๆ ได้ ตัวอย่าง เช่น ที่เห็นได้ชัด ก็คือเราสามารถให้ก็เหมือนรักษาความปลอดภัยในสถานที่ต่าง ๆ อันนี้ก็ทำให้ผู้การนี่ มีอาชีพได้นะครับ โดยเหมาะสมกับสภาพร่างกาย หรือให้เขาเป็นพนักงานต้องรับ ในสถานที่ราชการ ก็จะสร้างความเข้าอกเข้าใจให้ในสังคมได้มากขึ้น เพราะฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นี่เมื่อผนวกกับเทคโนโลยี ก็จะนำไปสู่การส้รางอาชีพอาชีพ ทำให้ผู้พิการมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมคิดว่าโครงการแบบนี้ เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยจะต้องเข้ามาช่วยสังคมกันอย่างเต็มที่ ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายนะครับ ที่รับฟังและรับชม ขอบคุณครับ (ดร.อรกัญญาณี ) จากความสพเร็จผลการขยายผลเครือข่ายเพื่อการศึกษาคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลฝึกฝึกงานคนพิการ มจธ. ซึ่งดำเนินการเดือนมีนาคมระหว่าง 2567 ถึงเดือนมีนาคม 2568 โดยมี 6 สถาบันอุดมศึกษาเข้าครอบคลุมหลักสูตรเพื่อการทำงานในสถานประกอบการ และการประกอบอาชีพอิสระ มีคนพิการเข้าร่วมโครงการถึง 300 คน และประสบความสำเร็จในการมีอาชีพ และมีรายได้มากถึง 85 เปอร์เซ็นต์ // ตอนนี้รู้สึกภาคภูมิใจที่มีโอกาสได้เข้ามาเรียนในจุดนี้ ตรงนี้เป็นกำไรสำหรับพี่แล้ว ถ้าอยู่บ้านพี่ก็เป็นแค่ผู้ป่วย // โครงการนี้มันทำให้เราได้สัมพันธ์ความรัก ความอบอุ่นน่ะค่ะ // ดีใจพบปะเพื่อน แล้วได้ความรู้ // มันเหมือนกับเราได้เพิ่มความรู้ในบทเรียนครับ เรื่องการตัดต่อวิดีโอ การใช้ออฟฟิศต่าง ๆ การดูกล้องวงจรอะไรอย่างนี้ครับ // จบจากอันนี้ไปแล้วก็อยากจะนำความรู้ที่ได้มาไปใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ // ก็สนุกดีค่ะ ก็มีอาชีพติดตัวไปด้วย // เรารู้สึกภูมิใจมาก เพราะว่าศักยภาพของผู้พิการ เรามีศักยภาพ และสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาใคร // คนพิการสามารถทำได้ครับผม เมื่อก่อนนี้คนพิการจะอยู่บ้าน แล้วจะไม่มีความรู้อะไรเลย แต่เดี๋ยวนี้ทางมหาวิทยาลัยให้ความรู้ตรงนี้แล้ว มันสมหวังน่ะครับ [เสียงดนตรี] // มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ทำหน้าที่เป็นเข้าภาพเครือข่าย ถ่ายทอดความรู้และกระบวนการในการฝึกอาชีพต่าง ๆ ผ่านโครงการ Tain Tainer พร้อมสนับสนุนการบริหารโครงการตั้งแต่การออกแบบหลักสูตร การคัดเลือกผู้เข้าอบรมไปจนถึงการติดตามผลรับความสำเร็จของคนพิการตามระบบ ในปี 2568 นี้ ก้าวเข้าสู่โครงการในระยะที่ 2 โดยเราขยายความร่วมมือไป 8 สถาบันการศึกษา ซึ่งเปิดหลักสูตรการอบรมในครั้งนี้มีทั้งสิ้น 12 หลักสูตร ครอบคลุมคนพิการที่มีขยายโอกาสไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ได้ครอบคลุม ทำให้คนพิการสามารถฝึกอบรมใกล้บ้านได้มากยิ่งขึ้น โครงการระยะที่ 2 นี้ สอดคล้องกับนโยบาย "พม. ใกล้คุณ พก. ใกล้บ้าน" โดยเป้าหมายสามารถฝึกอบรมคนพิการให้มีโอกาสสูงถึง 370 คน // เหมือนคนพิการได้โอกาส เราก็ได้ให้กับชีวิตของตนเองและสังคม ผ่านภาคการศึกษา สู่การยอมรับของจากภาครัฐ โครงการนี้ คือ หลักฐานว่าความร่วมมือ คือ พลัง และศักยภาพของคนพิการ คือ เรื่องจริง (ดร.อรกัญญาณี ) ในนามของคณะทำงาน พวกเราหวังว่าความร่วมมือดี ๆ แบบนี้จะไม่หยุดอยู่แค่ภายในรั้วมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น แต่จะขยายขอบเขตไปสู่หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนอื่น ๆ ทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อช่วยให้คนพิการมีที่ยืน และสามารถพัฒนาศักยภาพ และใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ สร้างคุณค่าให้กับตนเอง สังคม และประเทศไทยของเราค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ทำให้เราทราบมากขึ้นยิ่งแล้วนะคะ ว่าโครงการมีความสำคัญแล้วก็น่าสนใจอย่างไรบ้าง ในลำดับถัดไปค่ะ ขอเรียนเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย นะคะ ท่านอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีท่านจะมากล่าวต้อนรับ และกล่าวอีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะท่าน (รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์) เรียนท่านประธานในพิธี ท่านอธิบดี และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บริหารและกองทุนส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเครือข่าย แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และสื่อมวลชนที่เคารพ ในนามของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานแถลงข่าวเปิดตัว ขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. ในโอกาสนี้ ใคร่ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ต่อท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธาน และเป็นผู้กล่าวแถลงข่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทั้งคนพิการในเชิงนโยบา ยและความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ระหว่างภาครัฐและภาคการศึกษา สำหรับที่มาของโครงการนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในฐานะเป็นสถาบันอุดมศศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ได้ให้ความสำคัญ กับการใช้องค์ความรู้วิชาการ และทรัพยากรของมหาวิทยาลัย เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างโอกาสด้านอาชีพ และรายได้ให้แก่คนพิการอย่างเป็นรูปธรรม จากแนวคิดดังกล่าวได้นำไปสู่การพัฒนาโมเดลการฝึกอบรม ฝึกงานคนพิการ มจธ. ซึ่งเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะกับสถานศึกษาประกอบการ และบริบทการทำงานจริง โดยดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยใช้งบประมาณจากหน่วยงานพันธมิตรภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ตามมาตรา 35 โดยโมเดลนี้ มจธ. ดำเนินการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การรับฟังเสียงจากคนพิการ และสถานประกอบการที่ต้องการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 ออกแบบหลักสูตร คัดเลือกคนพิการ จัดฝึกอบรม ประเมินผล ช่วยหางาน เป็นพี่เลี้ยงระหว่างทำงาน และติดตามผลอย่างต่อเนื่องโดยหลักสูตรแรกที่ มจธ. เปิดสอน คือ หลักสูตรเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน ที่เน้นการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับงานสำนักงานต่าง ๆ โมเดลนี้ได้ถูกถ่ายทอดไปยังสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 5 แห่ง ในโครงการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. ระหว่างปี 2567-2568 และประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน โดยคนพิการเข้าร่วม จำนวน 300 คน สามารถเข้าสู่ทำงานจริง และมีรายได้ คิดเป็น 85 เปอร์เซ็นต์ ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงผลลัพธ์ของมหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่ง โดยเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน จึงนำไปสู่การยกระดับโครงการ... สู่ปี 2568-2569 ซึ่งเป็นการขยายผลในระดับประเทศ ที่มีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำหน้าที่เป็นสถาบันต้นแบบและแม่ข่ายกับมหาวิทยาลัยเครือข่ายร่วมจากทั่วประเทศ โครงการนี้เป็นผลจากความร่วมมือเชิงนโยบาย ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ 9 สถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้เห็นถึงการบูรณาการภาครัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างเป็นระบบ โดยมหาวิทยาลัยเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ศูนย์การศึกษาอู่ทองทวารวดี อู่ทองธาราวดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร หัวใจสำคัญของโครง คือการ Upskil Reskill คนพิการให้สามารถประกอบอาชีพได้จริง ทั้งในรู้แบบของการทำงานในสถานประกอบการ และการประกอบอาชีพอิสระ โดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่ การทำงานใกล้บ้าน และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว ท้ายที่สุดนี้ในนามของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ใคร่ขอขอบคุณท่านประธานในพิธี ภาคีทุกเครือข่าย ทุกหน่วยงานมหาวิทยาลัยเครือข่ายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ช่วยขับเคลื่อนโครงการอันทรงคุณค่านี้ ผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญ ในการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีในการทำงานของคนพิการไทยอย่างยั่งยืน ขอบพระคุณครับ (คุณเกียรติยา) ขอเสียงปรบมือให้ท่ารองอธิการด้วยนะคะ ท่านรองศาสตราจารย์ ดร. สุวิทย์ แซ่เตีย ค่ะ หลังจากที่ฟังท่านแล้วนะคะ ลำดับถัดไปค่ะ เราจะมาฟังกันว่าสถาบันแต่ละการศึกษานั้น นำอะไรมานำเสนอบ้าง วันนี้เราจะได้ทราบกันอย่างคร่าว ๆ นะคะ แต่ถ้าสนใจนี่ จะมีบอร์ดด้าานซ้ายที่ดิฉันได้กล่าวไว้นะคะ ลำดับถัดไปค่ะ รายงานหลักสูตรวันนี้นะคะ ได้รับเกียรติจากผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ทั้ง 9 แห่งนะคะ ใน 12 หลักสูตรนะคะ ให้เกียรติขึ้นกล่าวรายงานตามลำดับค่ะ ลำดับแรกเลยก็จะเป็นเจ้าบ้านเลยนะคะ โดยมหาวิทยาลัยธนบุรีบางมด หลักสูตรเจ้าหน้าที่สำนักงานค่ะ โดย ดร.อรกัญญาณี เลี้ยงอิสสระ ท่านเป็นผู้ช่วยธการบดี ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์และกายภาพ การขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพผ่านโมเดลการฝึกอบรม ฝึกงานคนพิการ มจธ. ขอเรียนเชิญเลยค่ะ [เสียงปรบมือ] (ดร.อรกัญญาณี ) สวัสดีค่ะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนะคะ ในฐานะมหาวิทยาลัยต้นแบบนะคะ แล้วก็แม่ข่ายนะคะ ปีนี้เราเปิดหลักสูตรด้วยกัน 4 หลักสูตรค่ะ ดิฉันเป็นตัวแทนหลักสูตรที่ 1 ค่ะ หลักสูตรเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานค่ะ โดยหลักสูตรนี้ในรอบนี้นะคะ เรารับคนพิการทุกประเภทนะคะ จำนวน 20 คนค่ะ โดยเนื้อหาของหลักสูตรนั้นนะคะ จะเน้นไปเรื่องของโปรแกรมคอมพิวเตอร์นะคะ แล้วก็โปรแกรมอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับสำนักงานทั้งหมดนะคะ คนพิการที่ได้รับการฝึกนะคะ จะสามารถเทียบคุณวุฒิวิชาชีพได้ด้านทักษะดิจิทัลเลเวล 2 ได้ด้วยนะคะ ซึ่งถ้าผ่านโครงการนี้นะคะ ซึ่งเราได้รับการรับรองจากคุณวุฒิอาชีพนะคะ ดังนั้น แปลว่าคนพิการที่ผ่านการฝึกอบรมของหลักสูตรนี้นี่ จะได้ทั้งประกาศนียบัตรของโครงการ และได้ใบประกอบคุณวุฒิวิชาชีพด้วยนะคะ ก็็จุดเด่นของโครงการในปีนี้นะคะ เราจะพยายามนำเรื่องของ AI นะคะ มาประยุกต์กับเรื่องของการใช้คอมพิวเตอร์ได้มากขึ้นค่ะ สามารถได้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) กราบขอบพระคุณนะคะ ดร.อรกัญญาณี เลี้ยงอิสสระ ค่ะ ลำดับถัดไปค่ะ ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แต่คราวนี้เป็นบางขุนเทียนค่ะ หลักสูตรนักพัฒนาธุรกิจ (Business Developer) ประเภทวิสาหกิจชุมชนนะคะ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรนุช ชื่นฤดีมล เป็นอาจารย์ประจำสาขาการออกแบบสถาปัตยกรรมศาสตร์ เรียนเชิญ ขอเสียงปรบมือด้วยค่ะ กราบสวัสดีท่านประธานนะคะ ดิฉันเป็นตัวแทนจากคณะสถาปัตฯ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าบางขุนเทียน หลักสูตรที่รับผิดชอบนะคะ ก็จะพัฒนาทักษะผู้ประกอบการนะคะ ประเภทวิสาหกิจชุมชนนะคะ โดยเราได้รับการ... ความร่วมมือแล้วก็ประสานงานทางศูนย์พัฒนาทักษะ และ..อาชีพคนพิการสมุทรสาคร และ พมจ. สมุทรสาครนะคะ ได้คนพิการจากทางกระทุ่มแบน แล้วก็ขณะเดียวกันก็ได้คนพิการจากบางขุนเทียนเอง 20 คน ซึ่งเราก็วางเป้าไว้ว่าจะพัฒนา Branding โดยใช้วัตถุดิบจากพื้นที่บางขุนเทียน ทั้งในเรื่องของวัตถุดิบที่เป็นพืชป่าชายเลน และขณะเดียวกันก็พัฒนาหัตถกรรมเกี่ยวกับการแปรรูปขยะ ก็หวังว่าจะประสบความสำเร็จ และทีมงานที่อยู่ข้างหลังก็มาร่วมงานด้วยวันนี้ ก็รู้สึกดีใจมากที่ทุกท่านมาร่วมงานกับพวกเรานะคะ ขอบคุณค่ะ (คุณเกียรติยา) ขอบพระคุณนะคะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรนุช ชื่นฤดีมล ค่ะ ลำดับถัดไปค่ะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แต่มาจากราชบุรียนะคะ เป็นหลักสูตรด้านการเกษตร โดยใช้เทคโนโลยี โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนัญญา เพียรเจริญ ท่านเป็นผู้ช่วยฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ และกายภาพมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราชบุรี ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์และกายภาพ ขอเรียนเชิญค่ะอาจารย์ // ค่ะ สวัสดีค่ะ ก็คือว่าเป็นตัวแทนนะคะ ของการศึกษาราชบุรีค่ะ ก็คือว่าหลักสูตรที่จะอบรมนะคะ เกี่ยวกับการฝึกอบรมทักษะการเกษตรนะคะ โดยใช้เทคโนโลยีสำหรับคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพค่ะ ขอเล่าจุดเริ่มต้นนิดหนึ่งค่ะ ก็คือว่าพื้นที่การศึกษาราชบุรีนี่ อยู่ที่อำเภอบางบัว จอมบึง ราชบุรีค่ะ ในปี 2562 นี่ เราฝึกอบรมคนพิการมาฝึกอบรมหลักสูตรคนพิการที่บางมดค่ะ แต่พบว่าคนพิการนี่ ไม่ได้รับการจ้างงาน การจ้างงานจากสถานประกอบการ เป็นเพราะว่าไกลบ้านค่ะ เราก็เลยกลับไปนะคะ เราก็สำรวจของคนพิการนี่ คนพิการอยากจะประกอบอาชีพทางการเกษตรที่อยู่ใกล้บ้านค่ะ อันนี้ก็คือก็คือจุดเริ่มต้นของหลักสูตรนะคะ เรามีการอกแบบแปลงปลูกผักนะคะ ยกสูงค่ะ เพื่อให้เหมาะสมกับสรีระคนพิการค่ะ โดยควบคุมการรดน้ำอัตโนมัติผ่านระบบ IOT ผ่านมือถือค่ะ ไม่ว่าคนพิการจะอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย สามารถสั่งการรดน้ำได้ค่ะ จำนวนผู้เข้าอบรมนะคะ ของเรามี 20 คนค่ะ แล้วก็เราอบรมนะคะ โดยมีใช้ความรู้ทั่วไป อบรมการความรู้ทั่วไปค่ะ แล้วมีการปฏิบัติจริงที่แปลงแปลงนะคะ โดยแปลงที่มีการปลุกผักของเรานะคะ อยู่ที่พื้นที่การเรียนรู้ มจธ. ราชบุรีค่ะ ซึ่งปัจจุบันน่ะค่ะ มีคนพิการมีคนพิการจำนวน 6 คน ค่ะ ที่ได้รับทุนจ้างานจากบริษัทเบทาโกร ตามมาตรา 35 ค่ะ เราคิดว่านะคะ หลังจากคนพิการนี่ค่ะ จบหลักสูตรนี้นี่ เขาสามารถที่จะประกอบอาชีพใกล้บ้าน หรือทำงานได้ที่บ้าน ซึ่งเรามาช่วยกันพัฒนาชีวิตคนพิการด้วยการ [เสียงปรบมือ] สร้างอาชีพค่ะ ขอบคุณค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ขอบพระคุณนะคะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนัญญา เพียรเจริญ นะคะ จากวิศกรรมอุตสาหกรรมบางมดนะคะ จังหวัดสระแก้วค่ะ ค่ะ หลักสูตรการฝึกทักษะอาชีพคนพิการด้านการซ่อมบำรุง แล้วก็ดัดแปลงรถเข็นสามล้อมือโยกติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้านะคะ โดยดร.ศุภฤกษ์ บุญเทียร คณะวิศวกรรมศาสตร์ ขอเรียนเชิญค่ะ อาจารย์คะ // สวัสดีครับ ก็สำหรับหลักสูตรสุดท้ายของ มจธ. นะครับ ก็เป็นหลักสูตรที่จะช่วยพัฒนาคนพิการในการที่จะให้เขาสามารถซ่อมบำรุงรถเข็น วีลแชร์ที่เขานั่ง แล้วก็ดัดแปลงนะครับ รถเข็นสามล้อมือโยกมอเตอร์ไฟฟ้านะครับ ให้เขานี่สามารถทั้งซ่อมทั้งดัดแปลงได้ด้วยตนเองนะครับ โดยหลักสูตรนี้นะครับ ของผู้พิการเองนะครับ โดยความต้องการนี้มาจากชมรมมนุษย์ล้อปราจีนบุรี จังหวัดสระแก้วนะครับ ชมรมมนุษย์ล้อจังหวัดสระแก้วนะครับ เราก็เข้าไปพูดคุยแล้วก็สร้างหลักสูตรให้กับผู้พิการตรงนั้นนะครับ เพื่อให้เขาซ่อมบำรุงแล้วก็ดัดแปลง ให้เขามีการสร้างอาชีพเขาเอง ให้เขาสามารถทำงานอยู่ใกล้บ้านใช่ไหมครับ ทำงานได้แล้วก็ใช้งานรถเข็นได้ เพื่อเพิมศักยภาพให้ผู้พิการเราก็ทราบดีว่าผู้พิการเองนี่ เวลาที่เขาเดินทาง เขาค่อนข้างลำบาก การดัดแปลงมอเตอร์ไฟฟ้าที่จะทำให้เขาสามารถเดินทางไปประกอบกิจกรรมต่าง ๆ นะครับ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้พวกเขาได้อย่างมาก ผมก็หวังว่าหลักสูตรนี้เราไม่ใช่แค่สอนเขาให้เรียนแค่ผ่าน แต่เราจะเป็นการมอบอาชีพให้เขา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นการทำอยู่ใกล้บ้าน เรพาะเขามีชมรมอยู่แล้วนะครับ ก็หวังว่าหลักศูตรนี้จะยกระดที่จังหวัดสระแก้วเป็นจุดเริ่มต้ [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ขอบพระคุณนะคะ การพัฒนาทักษะและต่อยอดการประกอบอาชีพของคนพิการ ในจังหวัดขอนแก่นประจำปี 2568 ก็เรียนท่านประธานนะครับ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ทีเ่ป็นปเป็นเจ้าภาพเรา เป็นเจ