﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,001 --> 00:00:08,001

3
00:00:08,003 --> 00:00:12,003

4
00:00:12,004 --> 00:00:16,004

5
00:00:16,008 --> 00:00:20,008

6
00:00:20,010 --> 00:00:24,010

7
00:00:24,012 --> 00:00:28,012

8
00:00:28,013 --> 00:00:32,013

9
00:00:32,014 --> 00:00:36,014

10
00:00:36,016 --> 00:00:40,016

11
00:00:40,020 --> 00:00:44,020

12
00:00:44,021 --> 00:00:48,021

13
00:00:48,023 --> 00:00:52,023

14
00:00:52,028 --> 00:00:56,028

15
00:00:56,029 --> 00:01:00,029

16
00:01:00,031 --> 00:01:04,031

17
00:01:02,444 --> 00:01:06,444

18
00:01:06,448 --> 00:01:10,448

19
00:01:10,451 --> 00:01:14,451

20
00:01:14,452 --> 00:01:18,452

21
00:01:18,455 --> 00:01:22,455
เทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีชั้นปีที่ 4 นะครับ

22
00:01:22,458 --> 00:01:26,458

23
00:01:26,459 --> 00:01:30,459
เรียนรู้กันในหัวข้อกระบวนการออกแบบ

24
00:01:30,459 --> 00:01:34,459
เชิงวิศวกรรมนะครับ โดยที่เราจะมาเรียนกันต่อ

25
00:01:34,461 --> 00:01:38,461
ในบทที่ 6 นะครับ ในหัวข้อที่ 2 ก็คือ

26
00:01:38,462 --> 00:01:42,462
ตอนที่ 2 ซึ่งการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ

27
00:01:42,462 --> 00:01:46,462
กับ 2 ขั้นตอนของกระบวน

28
00:01:46,463 --> 00:01:50,463
การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา และขั้นตอนการวางแผน

29
00:01:50,463 --> 00:01:54,463
และดำเนินการแก้ปัญหาครับ โดยที่มีจุดประสงค์การเรียนรู้ครั้งนี้นะครับ

30
00:01:54,464 --> 00:01:58,464
คือ ต้องการให้นักเรียนสามารถแยกวิธีการออกแบบ

31
00:01:58,465 --> 00:02:02,465
โดยวิเคราะห์จากองค์ประกอบที่จำเป็นและเปรียบ

32
00:02:02,466 --> 00:02:06,466
แก้ปัญหาครับ และให้นักเรียนสามารถวางแผนขั้นตอนการทำงาน

33
00:02:06,468 --> 00:02:10,468
และดำเนินการแก้ปัญหาได้ครับ ถ้านักเรียนพร้อมแล้ว เราไปเริ่มเรียนรู้

34
00:02:10,468 --> 00:02:14,468
กันเลยครับ นักเรียนยังคงจำกันได้ไหมครับ ว่า

35
00:02:14,468 --> 00:02:18,468
การเรียนรู้ในครั้งก่อนจาก

36
00:02:18,471 --> 00:02:22,471
เราได้สำรวจสถานการณ์และวิเคราะห์องค์ประกอบ

37
00:02:22,471 --> 00:02:26,471
และสาเหตุของปัญหาจนได้ขอบเขตของปัญหาที่เราสนใจ

38
00:02:26,472 --> 00:02:30,472
ก็คือ ปัญหาการสูญเสียการได้ยินของผู้สูงอายุ

39
00:02:30,474 --> 00:02:34,474
ที่เกิดขึ้นจากการที่ประสาทหูเสื่อมลงตามวัย ส่งผล

40
00:02:34,474 --> 00:02:38,474
ต่อการได้ยินเสียง ดังนั้น จึงต้องการวิธีการที่ช่วย

41
00:02:38,475 --> 00:02:42,475
ให้ผู้สูงอายุสามารถได้ยินเสียงได้ดีขึ้นนั่นเองครับ หรือ

42
00:02:42,477 --> 00:02:46,477
การได้ยินปกติ ต่อมา เราได้นำขอบเขต

43
00:02:46,478 --> 00:02:50,478
ของปัญหานั้นมากำหนดประเด็น เพื่อรวบรวม

44
00:02:50,478 --> 00:02:54,478
หาแนวทางในการแก้ปัญหาและสรุปความเชื่อมโยงข้อมูล

45
00:02:54,478 --> 00:02:58,478
ที่รวบรวมมา ซึ่งอาจสรุปในรูปแบบแผนที่ความคิด

46
00:02:58,480 --> 00:03:02,480
รวมทั้งเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียของ

47
00:03:02,481 --> 00:03:06,481
การแก้ปัญหาที่เราสนใจ ซึ่งก็คืออุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง

48
00:03:06,481 --> 00:03:10,481
แต่ละประเภทนะครับ

49
00:03:10,482 --> 00:03:14,482
ซึ่งจากการเปรียบเทียบเครื่องช่วยฟังแต่ละประเภท พบว่าข้อดี

50
00:03:14,484 --> 00:03:18,484
กับข้อจำกัดแตกต่างกันไป ซึ่งเราสามารถนำข้อมูล

51
00:03:18,484 --> 00:03:22,484
ดังกล่างนะครับ มาเป็นแนวทางในการออกแบบและพัฒนา

52
00:03:22,486 --> 00:03:26,486
เครื่องช่วยฟังของเรานั่นเองอย่างเหมาะสม ภายใต้ความรู้

53
00:03:26,486 --> 00:03:30,486
ความสามารถ ทรัพยากร และข้อจำกัดที่เรามีครับ

54
00:03:30,487 --> 00:03:34,487
ในการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา

55
00:03:34,488 --> 00:03:38,488
ง่ายขึ้น เราอาจคิดถึงสิ่งที่เราควรทำในขั้นตอนนี้กันครับ

56
00:03:38,490 --> 00:03:42,490
ซึ่งประกอบด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น

57
00:03:42,491 --> 00:03:46,491
ต่อการแก้ปัญหา การสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา

58
00:03:46,491 --> 00:03:50,491
และการถ่ายทอดความคิดในการถ่ายทอด

59
00:03:50,492 --> 00:03:54,492
ดังนั้น เรามาเริ่มเรียนรู้กันในเรื่องการวิเคราะห์องค์ประกอบ

60
00:03:54,492 --> 00:03:58,492
พื้นฐานที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหากันก่อนนะครับ

61
00:03:58,493 --> 00:04:02,493
จากแนวคิดที่จะพัฒนาเครื่องช่วยฟัง สิ่งที่จะช่วยให้

62
00:04:02,494 --> 00:04:06,494
คิดแก้ปัยหาอย่างเหมาะสม คือ วิคิด

63
00:04:06,495 --> 00:04:10,495
ต่อการแก้ปัญหา วิธีการหนึ่ง คือ การใช้เทคนิค function analyu

64
00:04:10,495 --> 00:04:14,495
ฟังก์ชันอนาไลซิสไดอะแกรม

65
00:04:14,495 --> 00:04:18,495
หน้าที่หรือคุณสมบัติที่จำเป็นและควรมีต่อการออกแบบ

66
00:04:18,496 --> 00:04:22,496
ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเราอาจจะพิจารณาจากสิ่ง

67
00:04:22,498 --> 00:04:26,498
ที่มีอยู่แล้ว และแยกแยะในแต่ละองค์ประกอบพื้นฐานที่

68
00:04:26,498 --> 00:04:30,498
ใช้งานได้ตามหน้าที่โดยตัดส่วนที่ไม่จำเป็น

69
00:04:30,499 --> 00:04:34,499
ออกไป แล้วถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพร่าง 2 มิติ

70
00:04:34,501 --> 00:04:38,501
หรือ 3 มิติ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เช่น ไม้เท้า

71
00:04:38,501 --> 00:04:42,501
ผลิตภัณฑ์กันครับ ไม้เท้า นักเรียนลองคิดกัน

72
00:04:42,502 --> 00:04:46,502
คิดดูกันนะครับ ว่าน่าจะมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรกันบ้าง

73
00:04:46,502 --> 00:04:50,502
คุณครูจะให้เวลาคิด 10 วินาทีครับ

74
00:04:50,503 --> 00:04:54,503

75
00:04:54,504 --> 00:04:58,504
นักเรียน

76
00:04:58,506 --> 00:05:02,506
คิดว่าไม้เท้าควรมีองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อให้

77
00:05:02,507 --> 00:05:06,507
ใช้งานได้ ประกอบด้วยอะไรบ้างครับ มี

78
00:05:06,507 --> 00:05:10,507
ที่จับใช่ไหมครับ แล้วมีอะไรอีกครับ

79
00:05:10,508 --> 00:05:14,508
แท่งค้ำยันใช่ไหมครับ แล้วก็มีฐาน

80
00:05:14,509 --> 00:05:18,509
ทั้งหมดล้วนแต่เป็นองค์ประกอบจำเป็นที่ไม้เท้านำ

81
00:05:18,510 --> 00:05:22,510
มาใช้งานครับ ตอนนี้เราลองมาช่วยกันวิเคราะห์กันครับ

82
00:05:22,511 --> 00:05:26,511
เครื่องช่วยฟัง แม้จะมีหลายรูปแบบ แต่จะ

83
00:05:26,512 --> 00:05:30,512
อะไรบ้างครับ ที่จำเป็นต่อการทำงานของอุปกรณ์ เพื่อช่วย

84
00:05:30,513 --> 00:05:34,513
ให้การได้ยินเสียงได้ดีขึ้น อย่างแรก ก็คือ

85
00:05:34,513 --> 00:05:38,513
อุปกรณ์รับเสียง เช่น ไมโครโฟนขนาดเล็ก ที่

86
00:05:38,514 --> 00:05:42,514
ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า

87
00:05:42,516 --> 00:05:46,516
วงจรขยายเสียง ซึ่งทำหน้าที่ขยายสัญญาณไฟฟ้า

88
00:05:46,516 --> 00:05:50,516
ที่เปลี่ยนมาจากสัญญาณเสียงให้ตรงกับผู้ใช้งาน

89
00:05:50,516 --> 00:05:54,516
อุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง เช่น ลำโพงขนาดเล็ก

90
00:05:54,517 --> 00:05:58,517
ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้ามาสัญญาณเสียง

91
00:05:58,517 --> 00:06:02,517
ทำการส่งสัญญาณเข้าไปยังหูของผู้ใช้งาน

92
00:06:02,518 --> 00:06:06,518
จากนี้นะครับ ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่จำเป็น คือ

93
00:06:06,519 --> 00:06:10,519
แหล่งกำเนินไฟฟ้า อุปกรณ์สำหรับปิด-เปิด อุปกรณ์

94
00:06:10,519 --> 00:06:14,519
สำหรับปรับระดับเสียง อุปกรณ์ทั้งหมดนี้

95
00:06:14,520 --> 00:06:18,520
จำเป็น เพื่อช่วยให้เครื่องช่วยฟังนะครับ

96
00:06:18,520 --> 00:06:22,520
ใช้งานหรือใช้ประโยชน์ได้ตามหน้าที่ครับ ใน

97
00:06:22,520 --> 00:06:26,520
กิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 1 ให้นักเรียนจำแนกอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น

98
00:06:26,521 --> 00:06:30,521
และควรมีต่อแนวทางการแก้ปัญหาที่นักเรียนสนใจ

99
00:06:30,521 --> 00:06:34,521
โดยการวิเคราะห์ด้วย funcetion analysi

100
00:06:34,523 --> 00:06:38,523
ผลการวิเคราะห์เป็นภาพ 2 มิติ หรือ 3 มิติ โดยสรุป

101
00:06:38,523 --> 00:06:42,523
หน้าที่และคุณสมบัติของแต่ละองค์ประกอบพื้นฐาน โดย

102
00:06:42,523 --> 00:06:46,523
มีเวลาในการทำกิจกรรม 20 นาทีครับ โดยนักเรียนอาจ

103
00:06:46,523 --> 00:06:50,523
หยุดพักวีดีทัศน์นี้ไว้ก่อนเพื่อทำกิจกรรมครับ

104
00:06:50,524 --> 00:06:54,524
ปัญหาในลำดับถัดมา ก็คือการสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาครับ

105
00:06:54,526 --> 00:06:58,526
โดยในขั้นตอนนี้ ก็คือนำข้อมูลองค์ประกอบที่จำเป็น

106
00:06:58,527 --> 00:07:02,527
ต่อการพัฒนาแนวทางในการแก้ปัญหา โดยใช้ปัญหา

107
00:07:02,528 --> 00:07:06,528
ที่กำหนดไว้ มาใช้ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา เพื่อ

108
00:07:06,528 --> 00:07:10,528
รายละเอียดที่ชัดเจนและอาจออกแบบไว้หลายแนวทาง

109
00:07:10,529 --> 00:07:14,529
เพื่อที่จะได้นำแนวทางเหล่านี้นะครับ มาพิจารณาตัดสินใจเลือก

110
00:07:14,531 --> 00:07:18,531
แนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม

111
00:07:18,531 --> 00:07:22,531
จากเงื่อนไขและขอบเขตของปัญหา และพิจารณา

112
00:07:22,532 --> 00:07:26,532
ปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ เช่น ข้อดี ข้อเสีย

113
00:07:26,532 --> 00:07:30,532
ของแนงทางการแก้ปัญหา ความสอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่

114
00:07:30,534 --> 00:07:34,534
ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

115
00:07:34,535 --> 00:07:38,535
การนำไปใช้งานเพื่อแก้ปัญหา การประหยัด

116
00:07:38,536 --> 00:07:42,536
ความปลอดภัย การบำรุงรักษา

117
00:07:42,537 --> 00:07:46,537
ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ที่นำมาพิจารณาอาจปรับเปลี่ยน

118
00:07:46,537 --> 00:07:50,537
ได้ตามความเหมาะสมตามปัญหาต่าง ๆ ครับ

119
00:07:50,538 --> 00:07:54,538
ลองมาดูตัวอย่างการสร้างแนวทางในการแก้ปัญหา ผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่อง

120
00:07:54,540 --> 00:07:58,540
การได้ยินซึ่งเรามีแนวคิดที่จะสร้างเครื่องช่วยฟังใช่ไหมครับ

121
00:07:58,543 --> 00:08:02,543
จากการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น

122
00:08:02,543 --> 00:08:06,543
มีส่วนของวงจรขยายเสียง อาจเกินความสามารถ

123
00:08:06,544 --> 00:08:10,544
ที่เกินความสามารถของนักเรียน

124
00:08:10,545 --> 00:08:14,545
ความรู้นะครับ ในระดับชั้นมัธยมศึกษา แต่

125
00:08:14,547 --> 00:08:18,547
จาการสืบค้นนะครับ พบว่ามีการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์

126
00:08:18,547 --> 00:08:22,547
ที่สามารถนำมาสร้างวงจร

127
00:08:22,548 --> 00:08:26,548
ซึ่งมีผู้ผลิตชุดวงจรไว้หลายแบบ ซึ่งวงจร

128
00:08:26,548 --> 00:08:30,548
นะครับ อาจมีอุปกรณ์ที่ช่วยขยายเสียงแตกต่างกัน

129
00:08:30,549 --> 00:08:34,549
ซึ่งอาจนำข้อมูลแต่ละวงจรเหล่านี้นะครับ มาเปรียบเทียบกัน

130
00:08:34,551 --> 00:08:38,551
ของตาราง โดยกำหนดเกณฑ์ในการเปรียบเทียบนะครับ

131
00:08:38,551 --> 00:08:42,551
กับการพิจารณาครับ ตัวอย่างการกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณา

132
00:08:42,552 --> 00:08:46,552
เพื่อเปรียบเทียบวงจรแต่ละแบบ เช่น ปริมาณกระแสไฟฟ้า

133
00:08:46,553 --> 00:08:50,553
ที่ใช้ คุณภาพของเสียงที่ได้ การปรับ

134
00:08:50,553 --> 00:08:54,553
เปลี่ยนความดันของเสียง การประกอบหรือซ่อม

135
00:08:54,554 --> 00:08:58,554
ราคา โดยนำเกณฑ์เหล่านี้นะครับ มาพิจารณาในแต่ละ

136
00:08:58,554 --> 00:09:02,554
วงจร และให้ค่าน้ำหนักคะแนนเป็นตัวเลข

137
00:09:02,555 --> 00:09:06,555
กับคุณภาพที่มี ซึ่งจากตัวอย่างการพิจารณาพบว่า

138
00:09:06,555 --> 00:09:10,555
วงจรขยายเสียงแบบที่ 2 นะครับ เมื่อพิจารณาว่า เมื่อ

139
00:09:10,555 --> 00:09:14,555
ใช้ในการออกแบบและพัฒนาเครื่องช่วยฟัง เมื่อพิจารณา

140
00:09:14,557 --> 00:09:18,557
ทั้งหมดโดยได้ผลคะแนนสูงสุด แต่ด้วยขนาด

141
00:09:18,557 --> 00:09:22,557
ของแผง... แต่ด้วยขนาดของแผ่นวงจรนะครับ ที่มีขนาดใหญ่

142
00:09:22,558 --> 00:09:26,558
จึงมีข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ได้ใน

143
00:09:26,559 --> 00:09:30,559
เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหู และเครื่องช่วยฟังแบบ

144
00:09:30,559 --> 00:09:34,559
ในช่องหูได้ครับ แต่จากขนาดของแผงวงจรพิมพ์

145
00:09:34,560 --> 00:09:38,560
ยังสามารถนำมาพัฒนาเครื่องช่วยฟังแบบกล่องได้ครับ

146
00:09:38,561 --> 00:09:42,561
การออกแบบเครื่องช่วยฟังแล้ว ยังมี

147
00:09:42,561 --> 00:09:46,561
ส่วนประกอบอื่นที่มีความจำเป็นต่อเครื่องช่วยฟัง

148
00:09:46,563 --> 00:09:50,563
ที่เราได้วิเคราะห์ด้วย Function Analysis diagram

149
00:09:50,563 --> 00:09:54,563
อุปกรณ์รับเสียง อุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง แหล่งกำเนิด

150
00:09:54,565 --> 00:09:58,565
ไฟฟ้า ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้นะครับ ใช้

151
00:09:58,566 --> 00:10:02,566
อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการผลิต จำหน่าย

152
00:10:02,567 --> 00:10:06,567
เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบและพัฒนาเครื่องช่วยฟัง

153
00:10:06,568 --> 00:10:10,568
ดังรูปแผนที่ความคิดแสดงการพัฒนาเครื่องช่วยฟัง

154
00:10:10,569 --> 00:10:14,569
ซึ่งเราอาจเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

155
00:10:14,570 --> 00:10:18,570
เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในการออกแบบและพัฒนาเครื่องช่วยฟัง

156
00:10:18,571 --> 00:10:22,571
ได้ดังนี้ครับ อุปกรณ์รับเสียง เลือก

157
00:10:22,571 --> 00:10:26,571
ไมครอนเดนเซอร์ เนื่องจากมีความไวในการรับเสียง

158
00:10:26,571 --> 00:10:30,571
อุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง เลือกใช้อุปกรณ์ชนิด

159
00:10:30,571 --> 00:10:34,571
ใส่ในช่องหู เนื่องจากมีความสะดวกในการใช้งาน และมีน้ำหนักน้อย

160
00:10:34,572 --> 00:10:38,572
กว่าลำโพงนะครับ แหล่งกำเนิดไฟฟ้านะครับ

161
00:10:38,573 --> 00:10:42,573
เลือกใช้แบตเตอรี่ 3A 1.5 โวลต์

162
00:10:42,573 --> 00:10:46,573
2 ก้อน ก็ให้ความต่างศักย์ไฟฟ้ามีความต่างกัน 3 โว

163
00:10:46,574 --> 00:10:50,574
มีน้ำหนักเบา และหาซื้อได้สะดวกครับ เมื่อเรา

164
00:10:50,574 --> 00:10:54,574
รูปแบบวงจรขยายเสียง อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์

165
00:10:54,576 --> 00:10:58,576
ที่นำมาใช้ในการพัฒนาเครื่องช่วยฟังเรียบร้อยแล้ว เราสามารถนำอุปกรณ์

166
00:10:58,576 --> 00:11:02,576
ต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ มาทดลองแบบรูปแบบ

167
00:11:02,576 --> 00:11:06,576
ขยายเสียง เพื่อทดสอบการทำงานว่าขยายเสียง

168
00:11:06,577 --> 00:11:10,577
ในการได้ยินให้ดีขึ้นได้หรือไม่นะครับ

169
00:11:10,579 --> 00:11:14,579
ในกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 2 ให้นักเรียนทราบทางเลือกการ

170
00:11:14,579 --> 00:11:18,579
แก้ปัญหาที่นักเรียนสนใจ และจากการที่

171
00:11:18,581 --> 00:11:22,581
โดยใช้ผลจากการจำแนกองค์ประกอบ

172
00:11:22,582 --> 00:11:26,582
และควรมีต่อแนวทางการแก้ปัญหาและแนวทาง

173
00:11:26,582 --> 00:11:30,582
ที่รวบรวมไว้ จากนั้นประเมินการแก้ปัญหาที่สร้างขึ้น

174
00:11:30,583 --> 00:11:34,583
โดยสร้างตารางนะครับ เพื่อตัดสินใจในการแก้ปัญห

175
00:11:34,584 --> 00:11:38,584
โดยมีเวลานะครับ ในการทำกิจกรรมนี้นะครับ

176
00:11:38,586 --> 00:11:42,586
20 นาทีครับ นักเรียนอาจหยุดพักวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อนแล้ว

177
00:11:42,587 --> 00:11:46,587
ทำกิจกรรมครับ การแก้ปัญหาในลำดับถัดมาครับ คือ การถ่ายทอด

178
00:11:46,587 --> 00:11:50,587
ความคิดในการแก้ปัญหาครับ ซึ่งใน

179
00:11:50,589 --> 00:11:54,589
การนำทางเลือกในการแก้ปัญหาของเรานั้น มาพัฒนา

180
00:11:54,589 --> 00:11:58,589
ชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งจากตัวอย่างนะครับ ปัญหา

181
00:11:58,589 --> 00:12:02,589
ผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินนะ

182
00:12:02,590 --> 00:12:06,590
ครับ ของเครื่องช่วยฟังของการใช้งานของ

183
00:12:06,591 --> 00:12:10,591
วงจรขยายเสียงและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต่อ

184
00:12:10,591 --> 00:12:14,591
เครื่องช่วยฟัง การถ่ายทอดความคิดในเครื่องช่วยฟัง

185
00:12:14,592 --> 00:12:18,592
สำคัญนะครับ เนื่องจากเป็นการสื่อสารแนวคิดในการแก้ปัญหา

186
00:12:18,592 --> 00:12:22,592
หรือสนองความต้องการของเราให้เป็นรูปธรรม

187
00:12:22,593 --> 00:12:26,593
ซึ่งอาจเริ่มต้นนะครับจากเรื่องที่ง่าย ใช้ทรัพยากรที่

188
00:12:26,595 --> 00:12:30,595
น้อย ไปจนถึงวิธีการที่ซับซ้อน ดังนั้น

189
00:12:30,596 --> 00:12:34,596
เราไปเริ่มเรียนรู้กันเลยครับ ว่ามีวิธีการอะไรในการถ่ายทอด

190
00:12:34,596 --> 00:12:38,596
ความคิดอะไรบ้าง ซึ่งเรานะครับ อาจจะเริ่มต้นความคิด

191
00:12:38,598 --> 00:12:42,598
จากการถ่ายทอดความคิดอย่างง่ายนะครับ เช่น การถ่ายทอดภาพ 2 มิติ

192
00:12:42,598 --> 00:12:46,598
ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่างนะครับ ซึ่งแสดงให้เห็น

193
00:12:46,599 --> 00:12:50,599
ถึงความกว้าง ความยาว หรือความสูงของชิ้นงานนะครับ

194
00:12:50,601 --> 00:12:54,601
ถัดมานะครับ เป็นภาพ 3 มิติ นะครับ

195
00:12:54,603 --> 00:12:58,603
ด้วย ความกว้าง ความยาว และความสูง มีความเหมือนจริง

196
00:12:58,603 --> 00:13:02,603
มากกว่าภาพ 2 มิตินะครับ การเขียนภาพ 3 มิติ

197
00:13:02,604 --> 00:13:06,604
ที่นิยมใช้นะครับ มี 2 แบบ ก็คือแบบที่ 1 ก็คือภาพออบลิค

198
00:13:06,605 --> 00:13:10,605
นะครับ เป็นภาพ 3 มิติ ที่มองเห็นภาพเป็น

199
00:13:10,606 --> 00:13:14,606
แนวตรงนะครับ มีฐานของภาพขนานกับเส้น

200
00:13:14,606 --> 00:13:18,606
วัดขนาดได้ ส่วนด้านยาวนะครับ นิยมเขียนให้

201
00:13:18,606 --> 00:13:22,606
ทำมุม 45 องศาครับ ภาพ 3 มิติอีกแบบหนึ่งนะครับ

202
00:13:22,607 --> 00:13:26,607
ก็คือภาพไอโซเมตริกนะครับ ก็คือ

203
00:13:26,607 --> 00:13:30,607
มองเห็นรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับของจริง มีเส้นแนวสัน

204
00:13:30,608 --> 00:13:34,608
ของวัตถุนี่ตั้งฉากกับเส้นระดับนะครับ ส่วนความกว้าง

205
00:13:34,609 --> 00:13:38,609
กับความยาวจะทำมุม 30 องศากับเส้นระดับครับ

206
00:13:38,610 --> 00:13:42,610
ภาพฉาย ภาพฉายเป็นภาพแสดงรายละเอียด

207
00:13:42,610 --> 00:13:46,610
ของชิ้นงานที่ออกแบบไว้ในแต่ละด้านนะครับ ประกอบด้วย

208
00:13:46,611 --> 00:13:50,611
ภาพด้านหน้า ด้านข้าง และด้านบนเป็นอย่างน้อยนะครับ

209
00:13:50,612 --> 00:13:54,612
โดยภาพแต่ละด้าน ก็คือภาพที่เราใช้ตามอง

210
00:13:54,612 --> 00:13:58,612
ในแต่ละด้านนะครับ แล้วเขียนออกมาเป็นภาพ 2 มิติ

211
00:13:58,612 --> 00:14:02,612
ในบางกรณีจำเป็นอาจจะมีภาพด้านหลัง และภาพด้านล่าง

212
00:14:02,613 --> 00:14:06,613
ก็ได้นะครับ โดยภาพฉายแต่ละด้านจะแสดงขนาด

213
00:14:06,614 --> 00:14:10,614
และหน่วยในการวัด เพื่อสามารถนำไปใช้สร้างแบบจำลองหรือชิ้นงานได้ครับ

214
00:14:10,615 --> 00:14:14,615
นอกจากการถ่ายทอดความคิดผ่านการแสดงแล

215
00:14:14,615 --> 00:14:18,615
แล้วยังสามารถสื่อสารแนวคิดออกมาเป็นรูปแบบอื่น เช่น

216
00:14:18,615 --> 00:14:22,615
ผังงาน ซึ่งเป็นการออกแบบแนวคิดอีกรูปแบบหนึ่ง

217
00:14:22,616 --> 00:14:26,616
ซึ่งแสดงรายละเอียด อาจเป็นขั้นตอนนะครับ

218
00:14:26,616 --> 00:14:30,616
ในการสื่อความหมายของลำดับการทำงาน เช่น

219
00:14:30,617 --> 00:14:34,617
ขั้นตอนการรักษาพยาบาล ในโรงพยาบาล

220
00:14:34,618 --> 00:14:38,618
ในการแก้ปัญหานะครับ ยังสามารถใช้แผนภาพนะครับ

221
00:14:38,618 --> 00:14:42,618
ซึ่งเป็นการออกแบบแนวคิดการทำงานออกมาเป็นภาพนะครับ พร้อม

222
00:14:42,618 --> 00:14:46,618
แสดงละเอียด พร้อมแสดงองค์ประกอบของ

223
00:14:46,618 --> 00:14:50,618
วิธีการอย่างไร นำตัวอย่างลักษณะแปลงระบบบำบัดน้ำ

224
00:14:50,619 --> 00:14:54,619
นะครับ ด้วยเครื่องดายหญ้านะครับ

225
00:14:54,620 --> 00:14:58,620
การสื่อสารแนวคิดนะครับ ยังสามารถใช้ซอฟตร์แวร์ออกแบบ

226
00:14:58,620 --> 00:15:02,620
เป็นภาพ 2 มิติ และภาพ 3 มิติ โดย

227
00:15:02,623 --> 00:15:06,623
จะช่วยให้ผู้ออกแบบเห็นภาพออกแบบใน

228
00:15:06,623 --> 00:15:10,623
มุมต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น

229
00:15:10,624 --> 00:15:14,624
ปรับเปลี่ยนส่วนต่าง ๆ ของสิ่งที่ออกแบบตามความคิดของเราได้รวดเร็ว

230
00:15:14,624 --> 00:15:18,624
นะครับ ซอฟต์แวร์นะครับ

231
00:15:18,625 --> 00:15:22,625
แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและ ที่แตกต่างกัน

232
00:15:22,625 --> 00:15:26,625
จึงควรเลือกใช้นะครับ ให้เหมาะสมกับการใช้งานครับ

233
00:15:26,625 --> 00:15:30,625
ตัวอย่างการออกแบบเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูงอายุนะครับ

234
00:15:30,626 --> 00:15:34,626
สามารถออกแบบด้วยการเขียนออกแบบมาเป็นภาพ 3 มิติ

235
00:15:34,627 --> 00:15:38,627
ฉาย เพื่อให้เห็นรายละเอียดของชิ้นงานได้มากขึ้น

236
00:15:38,627 --> 00:15:42,627
เพื่อสื่อสารแล้วก็อธิบายให้กับผู้อื่นได้เข้าใจอย่างชัดเจน

237
00:15:42,629 --> 00:15:46,629
แล้วยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์ในการออกแบบเพื่อสื่อสารออกมาเป็น

238
00:15:46,629 --> 00:15:50,629
ภาพ 3 มิติ แล้วก็ภาพฉายเช่นเดียวกันครับ ตอน

239
00:15:50,629 --> 00:15:54,629
ที่ 6.3 ตอนที่ 3 ครับ ให้นักเรียนออกแบบและพัฒนา

240
00:15:54,630 --> 00:15:58,630
การแก้ปัญหาตามแนวทางที่ตัวเองเลือกนะครับ จาก

241
00:15:58,631 --> 00:16:02,631
ที่ 6.3 ตอนที่ 2 และสื่อสารให้ผู้อื่นนะครับ เข้าใจ

242
00:16:02,631 --> 00:16:06,631
ด้วยวิธีการที่เหมาะสม โดย

243
00:16:06,632 --> 00:16:10,632
ซึ่งอาจจะเป็นการเขียนภาพร่างของชิ้นงานนะครับ หรือ

244
00:16:10,632 --> 00:16:14,632
แผนผัง หรือแผนภาพของวิธีการแก้ปัญหานะครับ

245
00:16:14,634 --> 00:16:18,634
หากเป็นภาพร่างนะครับ ของชิ้นงาน ควรระบุรายละเอียดของวัสดุ

246
00:16:18,636 --> 00:16:22,636
ที่ใช้สร้างนะครับ ขนาดของชิ้นงาน โดย

247
00:16:22,636 --> 00:16:26,636
ในการทำกิจกรรม 20 ครับ นักเรียนอาจพักวีดิทัศน์นี้

248
00:16:26,637 --> 00:16:30,637
ไว้ก่อนเพื่อทำกิจกรรมครับ เมื่อดำเนินการแก้ปัญหา

249
00:16:30,638 --> 00:16:34,638
มาถึงตอนนี้นะครับ นักเรียนคงได้ออกแบบและพัฒนาแนวคิดได้

250
00:16:34,639 --> 00:16:38,639
ชัดเจน รวมทั้งเลือกวิธีการใช้งานที่

251
00:16:38,640 --> 00:16:42,640
เข้าใจแล้ว จากตัวอย่าง ปัญหาผู้สูงอายุ

252
00:16:42,641 --> 00:16:46,641
สูญเสียการได้ยินที่ได้มีการออกแบบและถ่ายทอด

253
00:16:46,643 --> 00:16:50,643
ความคิดออกมาเป็นภาพ 3 มิติและภาพฉายนะครับ ก่อนลงมือ

254
00:16:50,643 --> 00:16:54,643
สร้างชิ้นงานนะครับ ควรมีการวางแผน

255
00:16:54,643 --> 00:16:58,643
ขั้นตอนของกิจกรรมในการสร้างชิ้นงาน และพัฒนาชิ้นงาน

256
00:16:58,644 --> 00:17:02,644
ตามที่ได้ออกแบบไว้นะครับ มีการกำหนดเป้าหมาย

257
00:17:02,644 --> 00:17:06,644
แล้วก็เวลาในการดำเนินงาน หากการแก้ปัญหานั้นมีการ

258
00:17:06,644 --> 00:17:10,644
ดำเนินงานโดยหลายคนนะครับ อาจ

259
00:17:10,644 --> 00:17:14,644
ในแต่ละขั้นตอนนะครับ อย่างชัดเจน

260
00:17:14,645 --> 00:17:18,645
ชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาตามวิธีการที่ออกแบบไว้ครับ

261
00:17:18,646 --> 00:17:22,646
เมื่อเราได้กำหนดรายละเอียดต่าง ๆ แล้วนะครับ นำข้อมูล

262
00:17:22,647 --> 00:17:26,647
มาจัดทำในรูปแบบของตาราง เพื่อให้ได้รูปแบบที่

263
00:17:26,647 --> 00:17:30,647
ชัดเจนขึ้นนะครับ เช่น ตัวอย่างแผนการปฎิบัติงานการสร้าง

264
00:17:30,647 --> 00:17:34,647
เครื่องช่วยฟังนะครับ ซึ่งได้มีการกำหนดกิจกรรมที่ต้อง

265
00:17:34,649 --> 00:17:38,649
ดำเนินการนะครับ โดยมีการจัดลำดับนะครับ

266
00:17:38,650 --> 00:17:42,650
กิจกรรมที่ต้องดำเนินการนะครับ ก่อนและหลังที่

267
00:17:42,650 --> 00:17:46,650
ระบุจำนวนเวลาที่ใช้ในการดำเนินการในแต่ละกิจกรรม

268
00:17:46,652 --> 00:17:50,652
และช่วงเวลาที่ดำเนินการกิจกรรมนั้น ๆ นะครับ ในการแก้ปัญหา

269
00:17:50,652 --> 00:17:54,652
ซึ่งนักเรียนจะเห็นว่าการจัดทำแผนปฏิบัติงานนะครับ

270
00:17:54,653 --> 00:17:58,653
จะช่วยให้ผู้แก้ปัญหา และผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ

271
00:17:58,655 --> 00:18:02,655
ที่ชัดเจน ทำให้สามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน

272
00:18:02,655 --> 00:18:06,655
และก็จึงส่งผลต่อความสำเร็จในการแก้ปัญหาครับ

273
00:18:06,656 --> 00:18:10,656
ในกิจกรรมที่ 6.4 นะครับ ให้นักเรียนวางแผน

274
00:18:10,658 --> 00:18:14,658
การดำเนินงานนะครับ ในการแก้ปัญหา

275
00:18:14,658 --> 00:18:18,658
และก็ระยะเวลาในการปฏิบัติงานในแต่ละกิจกรรมนะครับ

276
00:18:18,658 --> 00:18:22,658
เริ่มต้นครับ จนสิ้นสุดของกระบวนการ

277
00:18:22,659 --> 00:18:26,659
วิธีการแก้ปัญหา จากนั้นนะครับ ให้นำข้อมูลที่กำหนดขึ้นนะครับ

278
00:18:26,659 --> 00:18:30,659
จัดทำในรูปแบบของตารางนะครับ โดยใช้

279
00:18:30,660 --> 00:18:34,660
เวลานะครับ ในการทำกิจกรรม 20 นะครับ นักเรียนนะครับ อาจ

280
00:18:34,661 --> 00:18:38,661
พักวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อนเพื่อทำกิจกรรมครับ หลังจาก

281
00:18:38,662 --> 00:18:42,662
วางแผนการทำงานเรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไปคือการแก้ปัญหา

282
00:18:42,663 --> 00:18:46,663
ซึ่งอาจเป็นการสร้างชิ้นงาน หรือเป็นการนำ

283
00:18:46,664 --> 00:18:50,664
ไปปฏิบัตินะครับ ตามแผนที่กำหนดไว้ หากเป็นการ

284
00:18:50,667 --> 00:18:54,667
สร้างชิ้นงานนะครับ ควรเลือกใช้วัสดุ

285
00:18:54,668 --> 00:18:58,668
กับประเภทของงาน รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานต้อง

286
00:18:58,669 --> 00:19:02,669
ใช้อย่างถูกต้อง และก็้องคำนึงถึงวิธีการใช้งาน

287
00:19:02,670 --> 00:19:06,670
การเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ นักเรียนได้เรียนรู้

288
00:19:06,670 --> 00:19:10,670
ใน 2 ขั้นตอนของการแก้ปัญหาและออกแบบเชิงวิศวกรรม

289
00:19:10,671 --> 00:19:14,671
ซึ่งช่วยให้เราสามรถออกแบบวิธีการแก้ปัญหาและลงมือแก้ปัญหาได้

290
00:19:14,672 --> 00:19:18,672
อย่างเหมาะสมนะครับ ซึ่งวิธีในการแก้ไขปัญหานะครับ

291
00:19:18,674 --> 00:19:22,674
หลังจากที่ได้เลือกแนวทางในการแก้

292
00:19:22,674 --> 00:19:26,674
นำข้อมูลแล้วก็แนวคิด

293
00:19:26,676 --> 00:19:30,676
ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา และตัดสินใจเลือกการแก้ปัญหา

294
00:19:30,676 --> 00:19:34,676
ภายใต้ขอบเขตปัญหา ความรู้ ขอบเขต

295
00:19:34,677 --> 00:19:38,677
ที่มีนะครับ และถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรม

296
00:19:38,678 --> 00:19:42,678
เพื่อให้ผู้อื่นนะครับ เข้าใจด้วยวิธีการที่เหมาะสมนะครับ

297
00:19:42,680 --> 00:19:46,680
ขั้นต่อมา คือ ขั้นวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา

298
00:19:46,680 --> 00:19:50,680
ลงมือแก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้นะครับ แล้วก็ขั้นตอน

299
00:19:50,682 --> 00:19:54,682
ทำงาน เป้าหมายนะครับ และก็ระยะเวลาในการดำเนินงาน

300
00:19:54,682 --> 00:19:58,682
ในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน และจึงสร้างชิ้นงาน

301
00:19:58,683 --> 00:20:02,683
ตามที่ออกแบบไว้ครับ ในครั้งหน้านะครับ เราจะมาเรียนรู้

302
00:20:02,684 --> 00:20:06,684
กันต่อนะครับ ว่าหลังจากที่เราได้ออกแบบวิธีการใช้งาน

303
00:20:06,684 --> 00:20:10,684
หรือวิธีการในการแก้ปัญหาแล้ว เราจะทราบได้อย่างไรครับ

304
00:20:10,686 --> 00:20:14,686
หรือวิธีการในการแก้ปัญหาของเราดีเพียงใด

305
00:20:14,686 --> 00:20:18,686
หรือได้อย่างเหมาะสมหรือไม่อย่างไรนะครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

306
00:20:18,686 --> 00:20:22,686
[เสียงดนตรี]

307
00:20:22,688 --> 00:20:26,688

308
00:20:26,689 --> 00:20:30,689

309
00:20:30,690 --> 00:20:34,690

310
00:20:34,691 --> 00:20:38,691

311
00:20:38,692 --> 00:20:42,692

312
00:20:42,694 --> 00:20:46,694

313
00:20:46,695 --> 00:20:50,695

314
00:20:50,697 --> 00:20:53,697

315
00:20:54,699 --> 00:20:57,700

316
00:20:58,702 --> 00:21:01,705

317
00:21:02,703 --> 00:21:05,703

318
00:21:06,706 --> 00:21:09,709

319
00:21:10,707 --> 00:21:10,708

320
00:21:14,709 --> 00:21:14,711

321
00:21:18,711 --> 00:21:18,714


