Accuracy : 37.55%
Insertion : 1387
Deletion : 16793
Substitution : 504
Correction : 12620
Reference tokens : 29917
Hypothesis tokens : 14511
(อาจารย์ธิดารัตน์)อย่างที่บอจากผู้ส่งไปยังผู้รับนั่นเองนะคะเราก็จะมาดูว่าตัวกลางตัวนี้นี่มันจะมีประเภทอะไรบ้างแล้วแยกเป็นประเภทไหนบ้างนะคะอาจจะเป็นสิ่งที่นักศึกษาใช้งานกันอยู่แล้วณปัจจุบันใกล้ตัวนะคะเดี๋ยวเราก็มาจำแนกประเภทแล้วก็ตีกรอบว่าแต่ละประเภทนี้เขาจัดอยู่ในตัวมาตรฐานอะไรนั่นเองนะคะจากรูปภาพนะคะอย่างที่บอกไปการสื่อสารนะคะเหมือนอาจารย์พูดหน้าห้องกับนักเรียนนะคะก็จะเป็นผู้ส่งสารแล้วก็ปลายทางก็จะเป็นนักศึกษาทุกคนเช่นเดียวกันในการสื่อสารในตัวระบบคอมพิวเตอร์นะคะก็จะมีผู้ส่งและก็ผู้รับนั่นเองนะคะs(S)enderกับReceiverนะคะแน่นอนนะคะการใช้การสื่อสารนะคะในคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ถูกไหมคะเหมือนเวลาเราใช้คอมพิวเตอร์อาจจะทำการบ้านน-ี่หรือว่าส่งFacebookคุยกับเพื่อนนี่มันกจะ(-็)ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เด(ต้)-ินทางกล-ับบคอมพิวเตอร์ปลายทางถูกไหมคะที่เราจะส่งข้อมูลห-่างกันดังนั้นคอมพิวเตอร์นะคะของผู้ส่งก็จะอยู่ฝั่งที่ผู้ส่งและก็ผู้รับดังนั้นสายที่ใช้ในการสื่อสารอย่างสมมต-ุด(-ิ)ในห้องแล-็ป(บ)ตัวนี้นะคะสายที่อยู่ในหลังเครื-้(-่)องคอมฯก็จะเค(ป)-็-ือ(น)สายแลนถูกไหมคะที่อ(เ)ปย-ู(-็)นเส-่ในหลังคอมสาย(-้น)สีขาวๆในการเชื่อมต่อนั่นเองคราวนี้สื่อกลางนะคะก็คือTransmissionMediaตทรานสครง-ิปชั่นม-ีเ(-้)ดียก็จะเป็นสายหรืออากาศที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันนะคะเราจะมาดูว่าเดี๋ยวเขา(อ)พูดไปเมื่อกี้ลืมตามชื่อตัวกลางสื่อสารแล้วก็p(P)hysicall(L)ayerจากที่เรียนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะคะเราจะมีตัวOSIl(L)ayerนะคะกับTCtcp(P/)IPนะคะมันก็จะมีชั้นที่ล่างสุดก็คือชั้นที่เป็นp(P)hysicalก็คือมองภาพได้จับต้องได้นะคะก็ใช้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ก็คือชั้นที่เอาสายแลนเสียบข้างหลังนะคะก็จะเรียกเป็นp(P)hysicall(L)ayerในการเสียบแล้วก็ส่งข้อมูลนั่นเองนะคะสายสื่อสารมาตรฐานของเรานะคะอันนี้ก็จะเป็นหลักๆก่อนนะคะณปัจจุบันอาจจะมีการเพิ่มตัว...เพิ่มเติมของตัวฟังก์ชันนะคะของตัวสายสื่อสารขึ้นมานะคะก็จะมีทั้งหมด4อันที่อาจารย์นำมายกตัวอย่างแล้วก็น(เ)อ-้-ำ(า)มาสอนในครั้งนี้ก็จะมีมาตรฐานเ(1)0Bป็น(A)Sเบ(E)สมาตรฐานIETri(EE)pleT802.4มาตรฐานi(I)EEeee(E)802.5มาตรฐานFDfddi(DI)นะคะเดี๋ยวเราจะมาดูแต่ละตัวแต่ละมาตรฐานนะคะว่ามันมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะเราจะมาดูมาตรฐานITr(EE)ipleEตัวแรกของเรานะคะ802.3นะคะก็จะเป็นการส่งข้อมูลสื่อสารนะคะทั่วไปของตัวอินเทอร์เน็ตนั่นเองนะคะโดยจะแบ่งเป็นย่อยๆตามนี้พูดง่ายๆมันจะมีตัวอักษรด้านหน้านะคะเพื่อแบ่งเป็นประเภทแล้วก็ตัวเลขหรือว่าตัวอล-ู(-ั)กศ(ษ)รด้านหลังนะคะเพื่อแบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีกอย่างตัวแรกนะคะ10BASEkendric(5)kนะคะหรือว่าตัวOriginal802.3นะคะกว-่(-็)าจะเป็นการสื่อสารพของ(วก)อินเทอร์เน็ตทั่วไปนะคะถัดมาอันที่10BASE2เล่นเบสหรือว่าs(C)hei(a)pmernetห(น)ะคะรือว่าอันที่31BASE5STtent(A)RLacle(AN)อันที่410BASE-Tและอันสุดท้าย10Bkend(A)SErick(36)หรือว่าตัวBroadbaบอร์ดแบรน(nd)ด์นะคะอันนี้เราจะไม่ได้ลงลึกไปทั้งหมดเราจะเลือกมาแค่บางตัวมาตรฐานนะคะเพื่อระบบ(-ุ)แต่ละตัวที่มันใกล้ตัวแล้วก็คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานนะคะในชีวิตจริงนี่มากที่สุดนั่นเองนะคะเดี๋ยวเรามาดูตารางนะคะของตารางสายมาตรฐาน10Bเน้นเบ(ASE)สของเรานะคะดูง่ายๆนะคะของเรานี่จะมีสายที่เราใช้งานส่วนมากก็จะเป็นถ้าในห้องแล-็ป(บ)ก็จะเป็นสายแลนถูกไหมคะในการสื่อสารสีขาวๆของเราใช้สา-่(ย)แว(ล)-่นก็จะแบ่งประเภทอีกว่าเป็นแร-้(ล)านแบบไหนมีสายที่มันคลุมเปใ(-็)นการป้องกันการรบกวนกันของสัญญาณหรือเปล่าแล้วก็มีสายโ(C)oaxคแอก(i)alเชียลนะคะ2แบบนะคะตรงนี้นะคะแล้วก็แบบบิ(มี)ดเกลียวแล้วก็ไม่ปิ(มี)ดเกลี-้ยวอีกมันก็จะแยกเฉพาะของใสา-่(ย)ลงไปอีกว่ามีเฉพาะประเภทอะไรนะคะอันนี้ก็จะเป็นลักษณะประเภทตารางให้มาดูความเปรียบเทียบนะคะว่าแต(จะ)-่มีสายโคแอกเชียลแล้วที่ต่างกันก็คือจะเป็นเทคนิคการส่งอันนี้มันจะแยกประเภทลงไปอีกนะคะว่ากรณีเราส่งนี่ส่งเป็นแบบวิธีไหนใช้ความถี่นะคะใช้ค่าความถี่ไหมหรือว่าเป็นช่วงเวลาใ(ไ)หม-่นะคะอัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไรแล้วก็ระยะทางนะคะสูงสุดที่สามารถส่งตัวข้อมูลไปได้โดยไม่ต้องใช้ตัวกระจายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณขึ้นใหม่อีกรอบหนึ่งอันนี้จะเป็นตารางคร่าวๆให้ดูอีกรอบน-ึงนะคะเพราะว่าถ้าจะเรียนละเอียดก็คือเราจะต้องเรียนตั้งแต่เทคนิคการส่งสัญญาณของแต่ละตัวแล้วก็มาดูประเภทอีกนะคะอันนี้จะเป็นตารางสรุปรวมให้ดูแล้วกันนะคะเดี๋ยวให้นักศึกษาไปจำเอานะคะว่าตัวไหนที่ให้นะคะระยะทางสูงที่สุดนะคะเอาสังเกตง่ายๆนะคะใสา-่(ย)แลรง(น)กับโคแอ-็กเซ(ช)-ียลนี่โคแอกเ*(ช)-ีย***(ล)วจะให้การส่งสัญญาณที่ระยะทางที่ใ(ไ)กล-้กว่านะคะเราจะมาดูตรงตารางตรงนี้ได้อยู่ที่3,600นะคะ0ก(p)ermete-ิโลเมตร(r)อัตราความเร็วนะคะ10Mbpเมกะ(s)บิตเปอร์เซ็นต์ในการส่งข้อมูลนะคะแล้วก็จะมีตัวรูปแบบเทคนิคการส่งเป็นb(D)Ppsk(SK)นะคะมันก็จะแยกประเภทลงไปอีกนะคะอันนี้ยกตัวอย่างเปร-ียะ(บ)เภท-ียบมาให้ดูเบื้องต้นก่อนถัดมานะคะมาตรฐานIie(E)Eee(E)802.4นะคะเป็นการมาตรฐานแบบTokenBusเป็นการสื่อสารอยู่3แบบBroadbaแบรนด์(nd)นะคะs(C)arriea(r)bandแล้วก็สายFiberOpticเราเรียนเครือข่ายมาแล้วการเชื่อมต่อพวกBuบาส(s)พวกRiล-ิง(ng)น่าจะได้เรียนมาแล้วนะคุ้นๆไหมหรือว่าคืนคืนอาจารย์ไปหมดแล้วเแล(ข)-้ว(า)ก็สายแลนเดี๋ยวก็จะ...เดีม(-๋)ย-ัน(ว)ก็จะคุ้นๆนะคะBroadbแบรนด์(and)เป็นสายโคแอกเชียลไม่แน่ใจว่าในแล-็ป(บ)ตัวเครือข่ายเราได้มีได้ดูสายCโค(o)aแอ(x)กซ์ก-ันหรือเปล่าได้ดูไหมอ๋อเรียนออนไลน์โอ-๋เค(อ)โอเคๆไม่เป็นอะไรเดี๋ยวๆเดี๋ยวจะมีในสไลด์ให้ดูนะคะจะมีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกันพูดง่ายๆไม่ว่าจะเป็นสายแลนสายโคแอกซ์หรือสายไฟเบอร์นี่เขาสามารถที่จะมีการส่งสัญญาณที่อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้ตามอุปกรณ์ที่รับแล-้วกะ(-็)ส่งด้วยเช่นเดียวกันนะคะแล้วก็ช่องทางBandwiแบนด์ว-ิ(d)tดท(h)-์นะคะb(B)andwidthก็คือช่องทางที่สามารถจะส่งข้อมูลไปเข้าใจคำว่าBandwiาแฟนปิด(dth)อยู่นะความกะป(ว)-้างเหมือนข(ถ)น-ุนเ(ใ)หมือนการ-ัน(…)เวลาเราขึ้นถนนไปปลายทางนี่b(B)andwidthก็คือความกว้างของถนนที่เราจะส่งข้อมูลไปก็เหมือนรถนี่มันขี่ได้กี่คันในถนนเส้นหน-ึ่งก็คือมันกว้างเยอะขนาดไหนในการส่งข้อมูลไม่งงนะงงให้ถามนะคะผ(ถ)-ัดมาCarrierbแบรนด์(and)นะคะก็คือเป็นBroadbแบรนด์(and)ก็คือตัเป-็(ว)นข้างบนน-ี่ช่องทางเดียวนะคะมีช่องทางเดียวต่อ1สายเหมือนถนนน่ะมีเส้นเดียวรถสามารถขับได้แค่คันเดียวเหมือนขับอยู่ในซอยไม่งงนะราคาสายจะถูกลงเพราะความกว้างมันก็b(B)andwidthก็จะน้อยลงนะคะแล้วก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้ว่าจะขี่เหมือนเราขับรถนี่จะส่งที่อัตราความเร็วเท่าไรอันนี้ก็จะมีสามารถส่งได้ที่อัตราความเร็วที่เราเลือกได้นั่นเองนะคะว่าจะสามารถส่งที่ความเร็วเท่าไรนั่นเองอันที่3ก็จะเป็นFiberOpticนะคะพ(ท)-ี่เอามานะคะใช้นะคะแทน2ตัวนี้นะคะอัตราความเร็วแ(เ)รล-้(า)วก็จะเห็นว่าFiberจะมีอัตราความเร็วที่มันสูงขึ้นนะคะมันก็จะเป็นสายแลนโคแอกเชียลนะคะแล-้วก็ไฟเบอร์นะคะตามคุณภาพของตัวสายส่งแล้วก็สามารถใช้กับแลนในเครือข่ายอันนี้ข้ามไปก่อนแล้วกันPassiveกับActiveSt(T)ARนarอัน(ะ)คะก็คืนี-้(อ)ใช้ได้กับตัวเครือข่ายของเราได้นั่ง(น)เองนะคะโอเคTokenb(B)usของเราก็จะมี3แบบนะคะหรือถ้าเรามาทำเป็นตารางสรุป2อันนี้เป็นตัวที่เป็นโคแอกเชียAccess(ล)อันนี้เป-็นไฟเบอร์ออปติ-็นFiberOptic(ก)อย่างที่บอกไปไฟเบอร์จะให้อัตราความเร็วที่ในการส่งที่ค่อนข้างสูงที่สุดนะคะแต่ว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละร้(อั)านก็จะแตกต่างกันไปนะคะเดี๋ยวเราจะมาพูดแยกแต่ละประเภทอีกว่าCoโค(a)xialนีแอกเชีย(-่)ลข้อดีอะไรข้อเสียอะไรไฟเบอร์ออฟติกข้อดีอะไรข้อเสียอะไรนั่นเองนะคะอันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณปกติโคแอ-็กเซ(ช)-ียลนี่จะมีค-่(ว)ามคว(-่)าตัม(ว)ต้านทานที่อยู่ที่75โอห์มค่าความต้านทานคืออะไรในกรณีที่เราใช้จส(-่)ายส่งที่เป็นทองแดงนี่เหมือนสายไฟนี่มันจะมีค่าความต้านทานเวลาเราส่งพวกไม่ว่าจะเป็นพวกเสียงนะคะหรือว่าถ้าเป็นสายไฟมันก็คือกระแสไฟฟ้ามันจะมีค่าความต้านทานนะคะที่สามารถที่จะคำนวณมันก็จะมีคำนวณค่าอีกว่ากี่โอมห์แล้วจะ(ก็)ส่งได้เท่าไรนะคะคราวนี้เทคนิคในการส่งสัญญาณนะคะมันก็จะมีหลายแบบam(AM)ก็จะเป็นAmpliนแอมพล-ิ(t)udจูดm(eM)odulationนะคะPulsเผา(e)นะคะหรือว่าจะเป็นFrequenz(c)yอันนี้ก็จะเป็นรูปแบบเทคนิคการส่งสัญญาณอีกนะคะคอัน(ราว)นี้เราเรียนเป็นภาพรวมนะเราไม่ได้เรียนเป็นรายละเอียดลงลึกของเทคนิคการส่งสัญญาณนะคะอาจารย์จะขอไม่ไลง(ด)-้อธรายละเอ(-ิ)บ-ี(า)ยดละเอียดทั้งหมดนะคะมแต่(-ัน)จะมีชื่อการส่งสัญญาณเทคนิคBroadbandCarridคา(e)rbริเ(a)nบท(d)แล้วก็ไฟเบอร์ออฟ(ป)ติค(ก)นะคะแ(เ)รล-้(า)วก็จะเป็นอัตราความเร็วที่สามารถส่งได้นะคะน-ั่นเองก็จะเห็นว่าตัวไฟเบอร์นี่จะดีที่สุดนั่นเองนะคะระยะทางนะคะถ้าเป็นFไฟ(i)berเบอร(O)pt-์ออฟ(ic)ติกนะคะที่ความเร็วนะคะมากที่สุดด(น)-ี-่กว(-็)-่าจะได้มาตระยะฐ(ท)าน(ง)ที่สูงที่สุดแต่พครา(อด)วน-ี-้ตรง(-ัว)นี้มันไม่ได้ปรับแก้น-่ะค-่ะถัดมาถามได้นะอันไหนงงถัดมาเป็นมาตรฐานi(I)Eeee(EE)802.5นะคะ802.5ก็จะเป็นสายคู่เกลียวตามชื่อนะคะใสา-่(ย)คู่เกลียวแบบม(ช)-ีลช-ิว(ด์)2ลักษณะก็คือสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่1แล-้(ะ)วก็4Mbpเมกะ(s)บิตเปอร์เซ-็นต(L)A-์เ(N)ป็นแลนแล-้วก็Tโ(o)ken-Riทเค็นร-ิง(ng)ถ้าเป็นBบาส(us)ก็คือเป็นสายแล้วก็อุปกรณ์ต่อเสียบเข้าไปในตัวสวิตช์หรือHuคร-ั(b)บหรือRouterนะBusนึกบัสไม-่(อ)องง(ก)นะถ้าเป็นRinลิง(g)ก็คืออุปกรณ์ทุกตัวต้องต่อเชื่อมกันเวลาถ้าอันไหนร(ล)-่มก็คือจะล่มทั้งระบบคุ้นๆนะคุ้นๆนะไม่คุ้นถามได้นะอีกมาตรฐานหนึ่งที่เรามาใช้ก็คือจะเป็นมาตรฐานของIib(B)MIBmibm(M)ก็จะเป็นพวกบริษัทนะคะที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในระบบเครือข่ายด้วยต่างๆโทรคมนาคมนะคะส(ก)าย(ร)สื่อสารของเขาก็จะมีเรื่อง2แบบก็คือแบบไม่มีช-ีลด-ิว(-์)แล้วก็แบบมีช-ีล-ิว(ด์)แล้วก็จะมีอัตราความเร็วในการส่งข้อมูลด้วยเช่นเดียวกันนะคะเดี๋ยวเราจะมาดูตารางถัดมานะคะที่ใช้เปรียบเทียบอันนี้ก็จะเป็น802.5นะคะคู่มีเกลียวแล้วก็ของตัวIibm(BM)ก็จะเป็นแบ-่บ(ง)มีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียวบางคนจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณทำไมมีทั้งแบบคู่มบ-ิ(-ี)ดเกลียวแล้วก็คู่ไม่มีเกลียวกรณีที่มันมีตีเกลียวกัน(บ)เพื่อลดสัญญาณรบกวนนะคะปกติเวลาส่งสัญญาณข้อมูลนี่มันก็จะเป็นสายที่มันนคู่ขนานกันไปเรื่อยๆนะคะถ้ามีการคู่ตีเกลียวขึ้นมานี่ก็จะช่วยลดสัญญาณรบกวนระหว่างช่องสัญญาณที่อยู่ข้างๆนั่นเองนะคะในการส่งข้อมูลอันนี้ก็จะเป็นเทคนิคนะคะแล้วก็จะเป็นอัตราความเร็วแล-้(ะ)วก็จำนวนr(R)epeaterจำนวนr(R)epeaterก็คือกรณีเราส่งสัญญาณข้อมูลนี่เข้ามานะคะแล้วสัญญาณข้อมูลนี่เราสามารถส่งได้ที่ระยะทางเท่าไรนะคะมองภาพง่ายๆเวลาเราส่งให้มองภาพง่ายที่สุดถ้าเราน่าจะเข้าใจนะก-็จะเป-็นแค-ือ(บบ)องค์การโทรศัพท์ถูกไหมคะมันกว่า(-็)จะมีชุมสายทุกที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็เหมือนกันก็จะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกันนะคะไม่ว่าจะเป็นTOTท(3)Broรีบอ(a)dbร์ด(a)nแบ(d)นด์นะคะCat(AT)Telecomอะไรต่างๆท(น)-ี่มันจะมีชุมสายในการกระจายสัญญาณเช่นเดียวกันว่าเราส่งสัญญาณมาถึงระดับนี้แล้วต้องมีตู้พักกระจายสัญญาณที่จุดไหนเพื่อจะทำการทวนสัญญาณเพื่อให้สัญญาณมันชัดเจนแล้วก็ส่งไปยังปลายทางได้ครบข้อมูลที่จ-ับ(าก)ผู้ส-ู(-่)งนั่นเองนะคะอันนี้ไม่ได้ระบุตัวr(R)epeaterเข้ามานะคะตัใน(ว)ระยะทางอันนี้ก็ตัเป็นจำนวน(R)repeaterที่สูงสุดนะคะที่เราสามารถส่งนะคะอัตราความเร็วแล้วก็ที่จะทวนสัญญาน(ณ)ะคะให้ถึงปลายทางได้นั่นเองนะคะถัดมาตัวที่3ของเรามาตรฐานFfd(D)Ddi(I)นะคะตามชื่อก็จะเป-็นFiberDistri-็นไฟเบอร์14(b)utนิ-้ว(ed)DataInterfaceนะคะก็จะเป็นโปรโตคอลนะคะของตัวแท(ล)นนะคะก็คือLocร้อง(a)lAเร-ี(r)eยน(a)NetworkของเรานะคะแบบToken-Ringมีอัตราการส่งข้อมูลที่100น(M)bะคะ(ps)เม-ักะบิตเปอร์เซ็นต์มันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้ถูกไหมอันนี้ก็จะเพิ่มขึ้นนะเป็น100นะคะเราก็จะมาดูตารางนี่อัตราความเร็วม-ัา(น)จะเพิ่มขึ้นนะคะแต่เทคนิคสัญญาณในการส่งนีมา(-่)จะต่างไปf(F)Ddiก(DI)-็จากชื่อก็ตัวเ(F)องก็จะย-่อมาจากตัวFiberอยมาจ(-่)างที่บอกไปไฟเบอร์Fiberก็จะส่งสัญญาณได้ระยะไกลกว่าแล้วก็สัญญาณดีกว่านะคะr(R)epeaterแล้วก็ระยะทางระหว่างr(R)epeaterนะคะทุก200เมตรก็จะมีตัวr(R)epeaterเพื่อทวนสัญญาณทำเพื่อให้สัญญาณนี่ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองงงกันไหมถ้าเงียบๆอาจารย์ถือว่าเข้าใจนะถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะคะคราวนี้เราจะมาดูประเภทตัวกลางสื่อสารประเภทของมันก็จะมีแบบWirไวน-์(e)ก็คือมีสายV(W)iro(e)lest(s)ก็คือไม่มีสายนะตามชื่อเลยก็จะมีสายแบบไหนบ้างTwisted-paทวิสแพร์(ir)ก็คือพันคู่ตีเกลียวCoaxialFสายไฟเบอ(i)berOptร์ออฟต-ิก(ic)แล้วก็FreeSpaceFreeSpaceก็พวกอากาศที่เราส่งสัญญาณไปหากันอย่างพวกWi-Fiนะคะหรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียมนะคะAntennaแอ๊นหน้าต่างๆก็ต-ัว(จะ)อยู่ในประเภทนี้เป็นUnอ-ั(g)uiนตร(d)eาย(d)นะคะเรามาดูต่อสายสื่อสารนะคะแบบใช้สายนะคะที่มีท่อนำท่อนำก็คือมีอุปกรณ์เหมือนเรามีถนนเดินทางไปนะคะก็จะมีการเชื่อมอุปกรณ์นะคะจากต้นทางไปยังปลายทางอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งนะคะโดยมีTwisteทวิตแ(d)-pairCพรโคแอก(o)axiเชียล(al)แล้วก็Fibไฟเบ(e)rOpticกอร์ออฟติกแล้วก-็คือจะเป็น3สา(อ)ม-ัญ(น)ที่พูดไปอยู่ฝั่งขวาที่มันจะเป็นWiราย(re)นะคะเดี๋ยวเราจะมาดูอันแรกของเรานะคะที่มีสายส่งของอุปกรณ์ตัวใสา-่(ย)คู่พันเกลียวนะคะอย่างเหมือนสายLแลน(AN)สมมติ-ำ(เ)รอ(า)กแกะออกมาจะเห็นว่ามันจะตีเกลียวคู่กันNetworkน่าจะได้เรียนแล้วอันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอนi(I)nsulatorก็คือเป็นอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนหุ้มของตัวใสา-่(ย)ทองแดงที่อยู่แต่ละคู่นั่นเองนะคะเดี๋ยวเรามาดูต่อนะสายคู่ตีเกลียวจะมี2อันUTutp(P)กับs(S)TPUtpyouก็คือu(U)nshieldedSก็คือC(S)hieldedUShielสิว(ded)ก็คือไม่มีตัวเขาเรียกเป็นตัวหุ้มอีกรอบหนึ่งเพื่อช่วยลดสัญญาณลดทอนนะคะSstp(TP)ก็จะมีสายตัวหุ้มตรงนี้อีกอันหนึ่งพ(ต)-ัร-ุ(ว)-่งนี้นะคะลักษณะก็จะต่างกันสายLan(AN)ของเราก็จะเป็นส่วนมากก็จะใช้เป็นUutp(TP)ธรรมดาที่อยู่ในห้องแล-็ป(บ)นะคะถ้าธรร(ไ)ม-่ใชา(-่)ติอุปกรณ์ที่ต้องการส่งข้อมูลแล้วก็ไม่มีสัญญาณรบกวนนะคะถ้าต้องการแบอ(บ)กว่ามีตัวShieldเฉดด-ิ(i)n-้ง(g)หรือว่ามีตัวป้องกันสัญญาณรบกวนนะคะก็จะเปค-ือ(-็น)ตัวSTstp(P)ของเราอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของสายแลน(LAN)ที่เราเห็นใช้ทั่วไปก็จะเป็นตัวนี้นะคะเข้าสายน่าจะเรียนมาแล้วนะโอเคเรียนมาแล้วเแป(ร)ากลว่า(-็)จะรู้ว่าเข้าสายด้วยคู่ไหนเป็นต่อตรงต่อCค(r)oรอส(ss)ถูกนะสลับสายกันอย่างไรสีอะไรอันนี้เป็นShieldค-ิว(ed)แล้วก็u(U)nshieldedมันก็จะเป็นเหมือนพ(F)oiลอย(l)น-่ะป(ต)-้องกันไว้อีกรอบหนึ-่งนะคะแต่ว่าทั่วไปนี่ที่เราใช้น-ีะ(-่)ไม่ค่อยเห็นนะคะมัว่า(น)กจะ(-็)ใช้กับอุปกรณ์ที่เฉพาะนิดหนึ่งแล้วก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้นอันไหนที่มันมีคุณภาพดีกว่าแน่นอนราคาก็จะสูงขึ้นประสิทธิภาพก็จะดียิ่งขึ้นตามไปด้วยนั่นเองนะคะไม่ไปอันนี้ก็จะเป็นสายนะคะคู่ตีเกลียวของเรานะคะโดยจะมีทั้งหมด4คู่นะข-่าว-ฟ้าฟ้าขาว-ส้มส้ๆ(ม)ขาว-เขียวเขียวขาว-น้ำตาลน้ำตาลนะคะก็ตามตัวย่อตัวนี้นะคะก็จะสามารถส่งข้อมูลได้ระยใน(ะ)ทางที่ไม่ค่อยไกลสักเท่าไรแล้วก็จะเห็นว่าตามอุปกรณ์ตามห้องนะคะที่ระยะทางที่ไม่ค่อยไกลถัดมาอันนี้ก็พูดไปแล้วนะ4คู่8เส้นคราวนี้นะคะถ้าเราจะมาพูดถึงการกำหนดปลายสายก็คือในกรณีที่เราต้องการต่ออุปกรณ์2อุปกรณ์อาจจะเป็นคอมฯกับSwiสวิตช์(tch)นะคะคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์นี่เราจะใช้การต่อสายในรูปแบบไหนนะคะมันจะมีอยู่2รูปแบบt(T)568a(A)กับt(T)568b(B)2ลักษณะนะคะเดี๋ยวมาดูรูปแบบแรกของเรานะคะต่อตรงตามตรงชื่อตรงๆเลยไม่ได้Crosคอส(s)กันนะก็จะเป็นT5:00น68Bการเข้าสาย2ฝั่งจา(ะ)กสีเดียวกันนะคะเริ่มจากขาว-ส้มส้ม-เขียวขาว-ส้มส้มขาว-เขียวน้ำเงินขาว-น้ำเงินเขียวขาว-น้ำตาลน้ำตาลนะคะอันนี้ก็จะเป็นสายที่ต่อสูงหัว2อ(ก)-ัน2ฝั่งเหมือนกันนะคะสีเหมือนกันทั้งส(2)องฝั่งอันนี้ก็คือการต่อตรงขาว-ส้มส้มขาว-เขียวน้ำเงินขาวน้ำเงินเขียวขาว-น้ำตาลน้ำตาลจะเหมือนกันทั้งส(2)องฝั่งโอเคนะพื้นฐานต่อสายทั้งสองฝั่งต้องทำได้ตัวเคย(อง)เรียนคอมฯจำได้ท่องได้ต่อตรงโอเOK(ค)ทำได้ใช่ไหมต่อได้แต่ว่าต้องTเ(e)sทส(t)แล้วมันผ(อ)-่านเ(อ)ลย-ู่ใช่ไหมโอOK(เค)แปลว่าให้เขียนใสา-่(ย)ตรงใสา-่(ย)Crossไล่ได้ไดล-่(-้)ถูกโอเคโอเคจ(ถ)-ัดมาถัดมาเมื่อกี้ก็คือสายตรงก็คือการต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไปยังส(S)witวิตช(c)hRoute-์เราเตอ(r)ร์ต่างๆนะคะส(2)องฝั่งจะเข้าสายลักษณะเดียวกันไล่ลำดับสีเหมือนกันนะคะอุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อก็จะเป็นพวกHท-ัพ(ub)กับคอมพิวเตอร์ก็คืออุปกรณ์ที่มันต่างกันนะคะSwitch-สวิตซ์คอมพิวเตอร์Router-คอมพิวเตอร์หรือจะเป็นสวิตซ(ช)-์ก็ได้เช่นเดียวกันนะคะเหมือนในห้องแล-็บเรป(า)นะก็จะมีคอมฯกับs(S)witchSwitchSwitchอยู่ตรงนี้ใช่ไหมคะแล้วก็ต่อลากสายเข้าหากันแต่ละPortนะพอร-์ต(คะ)แต่ละไอ(IT)พีถัดมาสายไฟเมื่อกี้จากขาว-ส้มสๆก็(-้ม)จะเลื่อนขึ้นมาเราจะสลับกัน3ตัวแรกและกพ(-่)อร(น)-์ตต-ัวลำดับสุดท้ายก็คือตัวที่6มี123แล้วก็มีตัวที่6ที่สลับสีนะคะเมื่อพ(ก)-ี-่(-้)จะเป็นข-่าว-ส้มส้มใช่ไหมคะอันนี้ก็จะเป็นขาว-เขียวเขียวขาว-ส้มส้มขาวน้ำเงินขาว-น้ำเงินส้มขาว-น้ำตาลน้ำตาลแล-้วฝั่งเดิมก็จะเป็นเหมือนเดิมส(2)องฝั่งจะไม่เหมือนกันนะคะในการเข้าหัวก็จะเป็นลักษณะแบบนี้ตัวนี้จะแทนด้วย568Aถaค-่(-้)าสีที่ขึ้นด้วยขาว-ส้มก็จะเป็นค(5)-่า68Bโอเคนะโอเคอุปกรณ์นะคะในการเชื่อมต่อของเรานะคะของสายCrossนะคะก็คือลักษณะก็เหมือนการต่ออุปกรณ์กับอุปกรณ์หากันจ-ั(-ำ)บง่ายๆเลยนะคะอย-่างHuกฮับ(b)กับHubฮับกับSwitchกับSwitchหรือว่าSwitchกับค(H)uอม(b)พิวเตอร์หรือคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะคก็(-ือ)สามารถที่จะโอนผ(ถ)-่ายขนค(-้)อมพ(-ู)ล-ิวเตอร์หากันในกรณีที่เราใช้ในกรณีไหนสมมุติที่เราจะ(มี)โอนข้อมูลใจา(น)กคอมพิวเตอร์ต้องการที่จะโอไป(นใ)ส-ู-่คอมพิวเตอร์แล้วเราไม่มีw(W)irelessWirelessพผ-่า(-ัง)นะคะระบบเครือข่ายพังงเรอ(า)บสามารถใช้สายเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ทั้ง2อันแล้วก็ทำการโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันได้นั่นเองนะคะโอok(เค)นะใสาย-่(C)roคลอส(ss)อันนี้เดี๋ยวผ่านเลยแล้วกันนะมันละเอียดเกินไปนะคะมันจะเยอะอันนี้ก็จะบอกลักษณะของประเภทของu(U)Ttp(P)ก็คือUnshieldeอันชิว(d)ก็คือสายที่เราใช้เมื่อกี้นั่นล่-ี-้(ะ)ค่ะถัดมาอันนี้เคยเข้าสายแล้วน่าจะรู้ว่าRrj(J-)45นะคะตัวผู้ตัวเมียนะคะตัวเมียตัวผู้ของเรานะคะเราจะเห็นพวกทองแดงนะคะที่เชื่อมมานะคะเข้ากับตัวหัวเพื่อให้อุปกรณ์กับตัวสายส่งสัญญาณนี่สามารถที่จะเชื่อมต่อเข้าหากันได้นั่นเองนะคะฉ(ถ)-ัน(ด)มาจา(ะ)กมาพูดถึงประสิทธิภาพนะคะของสายUns-ั(h)ieldedณห์ชิวของเราหรือว่าu(U)Ttp(P)ของเรานะคะตัวนี้นะคะกเข(-็)าจะเห็นว่าเดซิเบลกับกิโลเมตรm(G)augshi(e)roMDiametens(r)อion(-๋อ)ความถี่นะคะที่ใช้นะคะมีความถี่เยอะนะคะมันก็สามารถที่จะส่งระยะทางนะคะตัวข้อมูลได้เพิ่มมากขึ้นนั่นเองจากตัวเก่าเลยอันนี้เป็นดูภาพรวมคร่าวๆแล้วกันนะคะเมื่อกี้ไปที่สายทองแดงอันแรกของเราแล้วนะคะใสายCros-่คลอส(s)ของเราใสา-่(ย)ตรงของเรานะคะถัดมาจะเป็นสายโคแอกเชียลโคแอกเชียลข้างในกจะ(-็)เป็นทองแดงเหมือนกันเหมือนตัวสายแลนก็เป็นทองแดงเหมือนกันรวมถึงสายไฟบ้านเราก็เป็นทองแดงเหมือนกันความต้านทานก็จะมีเหมือนกันเป็นอุปกรณ์สื่อสารหรือว่าส่งพวกกระแสไฟฟ้านะคะมันก็จะดูจากวัสดุนั่นแหละนะคะเวลาคำนวณพวกค่าต้านทานนะคะพวกโอห์วง(ม)ต่างๆจะ(ก็)ดูตัวภายในที่ใช้ในการส่งสัญญาณโคแอกเชียลนะคะก็จะเป็นอุปกรณ์ตัวที่2ที่ใช้ในการส่งสัญญาณในรูปแบบมีสายของเรานะคะด้านในสุดจะเป็นทองแดงนะคะInnerconductoอินเ(r)นอ(ะ)ร์คอ(ะ)นดักเตอร์แล้วก็จะเป็นi(I)nsulatorก็คือพวกตัวปกคลุมต่างๆมันจะมีทั้งพลาสติกนะคะแล้วก็จะมีเหล็กสานนะคะเป็นแบบพวกทองแดงนะคะศ(ส)าล(น)อีกรอบหนึ่งแล้วก็จะมีพลาสติกหุ้มอีกรอบหนึ่งแล้วก็จะมีท่อที่ใช้ในการส่งอีกรอบหนึ่งนะคะเดี๋ยวเราจะมาดูรูปภาพจริงดีกว่าบางคนอาจจะมองภาพไม่ชัดเจนนะลักษณะแบบนี้นะคะการเข้าสายก็จะยากกว่าการเข้าสายแบบRJrj(-)45นะคะอุปกรณ์หัวต่อชิ้นก็จะแพงกว่าRrj(J)-45ตามลำดับนะอันไหนที่มันคุณภาพในการส่งค่อนข้างเยอะนะคะการเข้าสายก็คือจะเริ่มตั-้งแต่ทำการตรงนี-้นะคะจะเอามันจะมีหัวทองแดงเข้ามาให้เราย้ำสายก่อนนะคะแล้วก็เอาตัวคอนเน็กต์เป็นBNCหรือว่าแล้วแต่ประเภทนะคะของตัวสายCoaxเข้าสายอีกรอบนะคะแล้วก็ทำการปิดป้องกันในกรณีที่อาจจะมีพวกความชื้นหรืออะไรเข้ามาเขาก็จะมีพลาสติกที่ไว้ทำการครอบคลุมอีกรอบหนึ่งเขาเรียกข้อหดนะคะใแต-่(น)การท-ำ-ี่จะคลุมตัวหัวต่อนี่ให้ยึดติดกับตัวสายนี่ให้มั่นคงพูดง่ายๆนะคะมันก็จะมีแบบผอมนะคะThinกับThickก็คือผอมแบบแล้วก็หนาขึ้นนั่นเองนะคะอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของตัวขนาดที่บอกที่4มิลลิเมตรแล้วก็10มิลลิเมตรนั่นเองสายโคแอกเชียลก็จะมีหลากหลายประเภทอีกเหมือนกันนะคะตามอุปกรณ์ด้วยตามยี่ห้อตามประเภทที่ใช้นะคะนั่นก็คือสายของเราคราวนี้เมื่อกี้เราต่อสายแลนไปเรียบร้อยเราดูถึงRJ-45นะคะถ้าเป็นสายต่อที่เป็นของโครแอกเชียลจะเรียกว่าBNCConnectorตรงนี้เวลาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์จะใช้การหมุนเพื่อให้มันลงล็อกนะคะเพื่อจะยึดอุปกรณ์ไม่ให้หลุดนั่นเองตัวBNCของเราก็จะมีหลายประเภทก็เหมือน3ประเภทง่ายๆเหมือนเราจะต่อท่อประปาถ้าอยู่บ้านเคยต่อท่อประปาเองหรือเปล่าท่อประปามันจะมีอะไรบ้างโมหัวธรรมดานะมันเป็นหัวที่ต่อสำหรับให้อันนี้เรียกว่าตัวผู้แล้วกันนะอันนี้จะเป็นพวกตัวเมียที่ไปConnectนะคะก็จะมีT-Connectorก็จะเป็นรูปตัวTที่จริงจะมีตัวI-Connectorด้วยนะคะแต่พอดีไม่ได้มีรูปในนี้นะคะแล้วก็Terminatorก็คือเวลาปิดเหมือนเวลาเราต่อท่อประปาก็จะมีทั้งตัวTตัวIแล้วก็ตัวที่ปิดท่อไม่ให้ทำการส่งสัญญาณไปนั่นเองนะคะอันนี้ก็จะมีGroundwireในกรณีที่เกิดไฟรั่วทั่วไปแน่นอนอุปกรณ์ไฟฟ้าอุปกรณ์โทรคมนาคมทุกอย่างนะคะต้องมีไฟในการสื่อสารหรือว่าใช้ไฟในการหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ก็ต้องมีการป้องกันพวกสัญญาณไฟขึ้นมานั่นเองก็จะมี50วัตต์ตรงนี้นะคะถัดมาพูดถึงข้อดีข้อเสียอย่างที่บอกไปเมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ที่เป็นสายแลนของเรานะคะตัวCoaxialก็จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เข้าสายสายเดินทั่วไปนะคะสายจะค่อนข้างมีขนาดใหญ่กว่าสายแลนจะหนาหนักแล้วก็ใหญ่นะคะการติดตั้งก็จะค่อนข้างยุ่งยากสายแลนของเราเวลาเข้าหัวก็แค่เรียงแล้วก็ย้ำสายก็เสร็จเรียบร้อยนะคะถ้าเป็นCoaxก็คือจะย้ำตัวทองแดงข้างในก่อนแล้วก็หัวBNCที่จะเชื่อมกับBNCนี่ย้ำอีกรอบนึงนะคะถ้าย้ำไม่ได้ก็คือเสียต้องตัดทิ้งใหม่นะคะก็เริ่มใหม่ก็คือเสียหัวใหม่แล้วก็ต้องย้ำเสร็จทั้ง2รอบเรียบร้อยนะคะต้องใช้ท่อหดเชื่อมอีกรอบหนึ่งแล้วก็ค่อยTestสายว่าตัวสายนี่มันรับส่งสัญญาณได้หรือเปล่าข้อดีระยะทางที่ในการส่งสัญญาณที่ไกลขึ้นป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดีนะคะเพราะว่าจะสังเกตว่าไอ้ตัวCoaxนี่จะมีแค่สายทองแดงเส้นเดียวที่อยู่ตรงกลางแต่ว่าถ้าเป็นสายคู่บิดเกลียวนี่มันจะมีคู่ส่งสัญญาณที่เป็นคู่ๆ4คู่นะจำได้นะที่เราท่องสีไปเมื่อกี้มันจะมีคู่ไปดังนั้นนี่สัญญาณที่ใช้ในการส่งนี่มันก็จะมีเครื่องเครื่องที่มันส่งอยู่ด้วยกันนะคะมันจะเกิดสัญญาณรบกวนได้อันนี้ก็เลยจะส่งสัญญาณได้ระยะที่ไกลกว่านั่นเองนะคะถัดมาประสิทธิภาพนะคะของCoaxialนะคะอันนี้ต้องดูความถี่ในการส่งยิ่งความถี่เยอะนะคะระยะทางในการส่งก็จะเพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะตรงนี้ตามกราฟมองภาพง่ายๆเลยถัดมาเอาเป็นรูปภาพมาให้ดูคร่าวๆอันนี้เป็นการลักษณะการส่งสัญญาณข้างในอันนี้ขอข้ามแล้วกันนะเดี๋ยวมันจะเยอะไปมาดูสายใยแก้วนำแสงของเรานะคะสายใยแก้วนำแสงอย่างที่บอกไปว่าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถส่งสัญญาณนะคะจากต้นทางไปปลายทางได้ระยะที่ไกลที่สุดพูดง่ายๆดีสุดดีสุดจะตามมาด้วยราคาที่แพงที่สุดนั่นเองนะคะจะมีอะไรบ้างมีCoreก็คือเส้นใยแก้วที่อยู่ข้างในนะคะก็จะผลิตจากแก้วตามชื่อเอาแก้วมาผลิตเป็นเส้นมันต้องเปราะแตกแล้วก็ง่ายถูกไหมคะก็จะมีการส่งจะส่งเป็นสัญญาณเลเซอร์นะคะหรือว่าเพื่อส่งสัญญาณจากต้นทางไปปลายทางแล้วก็มีผู้รับนะคะแล้วก็มีตัวห่อหุ้มCladdingมาดูถัดไปคราวนี้เราจะมาแบ่งประเภทของตัวสัญญาณFiberOpticก็จะมีตัวส่งสัญญาณนี่มันก็จะแบ่งประเภทอีกว่ามันมีประเภทอะไรบ้างนะคะจะมีรูปแบบอะไรบ้างMultimodeกับSinglemodeก็คือกรณีที่เราต้องการส่งสัญญาณนี่สามารถส่งสัญญาณไปพร้อมกันโดยฉายแสงลงไปพร้อมกันครั้งเดียวไหมหรือว่าส่งไปแค่ครั้งเดียวแล้วมันต่างกันอย่างไหนอันไหนมันดีกว่ากันนะคะMultimodeก็จะแบ่งออกเป็นอีกStepindexตามชื่อแล้วก็Gradedindexเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าแต่ละตัวนี่มันต่างกันอย่างไรและตัวไหนนี่มันเหมาะกับการส่งข้อมูลแบบไหนบ้างนั่นเองดูจากรูปนี่พอเข้าใจไหมคะอันนี้ก็จะเป็นMultimodeทั้ง2อันMultimodeก็คือการส่งสัญญาณนะคะหลายๆลำแสงพร้อมกันเข้าสู่สายใยแก้วนำแสงนั่นเองสมมติเราส่งคลื่นสัญญาณมาเป็นเหลี่ยมๆเหลี่ยมๆอย่างนี้ปกติเวลาเราส่งข้อมูลสมมุติเป็นเสียงพูดเราพูด12345678910ปลายทางก็ต้องได้รับ12345678910ถูกไหมคะเราจะเห็นว่าเราส่งคลื่นเป็นคลื่นเหลี่ยมปึ๊บๆๆๆปลายทางของMultimodeจะเห็นว่ามันจะลดทอนสัญญาณลงเป็นตัวCurveเป็นภูเขาเป็นคลื่นนะคะถ้าเป็นSingleModeนะคะมันจะเปลี่ยนแค่ตรงความสูงตรงนี้นิดเดียวตรงหัวมันนะคะตรงAmplitudeความสูงของมันนี่ให้มันโค้งมนลงมาเราก็จะรู้ได้เลยว่าสัญญาณที่ดีที่สุดในการส่งก็จะเป็นรูปSinglemodeถูกไหมดูภาพแบบดูจากรูปเลยง่ายๆงงไหมข้างบนนี่มันก็จะลดทอนลงมาอันนี้ก็จะเริ่มมีสัญญาณที่มันดีขึ้นนะคะก็คือหน้าตาที่มันเหมือนกับต้นทางมากที่สุดก็คือการส่งสัญญาณที่ดีที่สุดนะคะไม่งงนะstepindexนะคะอันนี้ก็จะเห็นว่ามันส่งแล้วก็อาจจะมีการหักเหในการส่งข้อมูลในช่องสัญญาณของกันก็อาจจะเกิดลดทอนได้นะคะดังนั้นสัญญาณของเรานี่มันก็จะมีขนาดที่ถูกปรับเล็กลงนะคะแล้วก็การเปลี่ยนรูปของตัวสัญญาณของปลายทางที่ได้รับนี่ก็ต้องปรับลงนะคะgradedนะคะเนื่องจากไม่ค่อยมีการหักเหของสัญญาณนะคะทำให้การเปลี่ยนรูปนี่ก็จะเพิ่มขึ้นก็คือไม่เปลี่ยนเยอะเท่าไรนะคะสัญญาณมันก็จะดีขึ้นจากตัวข้างบนนะคะถ้าเป็นSinglemodeมันก็ส่งมาเป็นลำแสงเดียวแน่นอนมันก็จะไม่ค่อยโดนท่อในการส่งก็คือตัวใยแก้วของเรานี่ไม่มีการหักเหของสัญญาณนะคะทำให้รูปทรงในปลายทางที่ได้รับนี่ก็จะเหมือนสัญญาณต้นทางที่เราส่งมานั่นเองนะคะถัดมาไฟเบอร์ออปติกของเราก็จะแบ่งออกเป็น2ประเภทนะคะเป็นMultimodeกับSinglemodeเมื่อกี้ที่เราบอกไปนะคะตามชื่อMultimodeก็เป็นตัวMถูกไหมคะMMFนะคะถ้าเป็นตัวSingleก็เป็นSMFก็เป็นSingleModeFiberOpticของเราเดี๋ยวลงรายละเอียดของเรานะคะเนื่องจากสายใยแก้วของเรานะคะก็จะมีลำแสงนะคะที่นำส่งจากต้นทางไปยังปลายทางนะคะจะเป็นLEDหรือว่าจะเป็นเลเซอร์ก็แล้วแต่นะคะตัวMultimodeของเราแบ่งเป็น2ชนิดนะคะแบบStepIndexหรือGradedIndexนะคะตัวนี้นะคะเนื่องจากนะคะมีความเบาบางของสัญญาณแล้วก็การแตกตัวของสัญญาณที่อยู่ในช่องตัวFiberOpticของเราก็จะทำให้ความเร็วของสัญญาณที่ใช้ในการส่งนี่ถูกลดลงนะคะตัวนี้แล้วก็มีข้อจำกัดระยะทางก็อยู่ที่500เมตรจากรูปก็จะเห็นว่ามันคุณภาพที่ด้อยที่สุดนะคะถัดมาตัวGradedIndexนี่พยายามที่จะให้ส่งตัวสัญญาณนี่อยู่ในท่อกลางมากที่สุดมันจะได้ไม่เกิดการหักเหหรือไปชนกับท่อนะคะหรือว่าตัวสายส่งของเรานี่ทำให้การส่งสัญญาณนี่มันถึงไปปลายทางพร้อมกันแล้วก็ได้ระยะที่ได้ไกลกว่านะคะได้ไกลกว่า1กิโลเมตรอันนี้คืออยู่ที่500เมตรพูดง่ายๆก็คือมันเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณที่มากขึ้นนั่นเองนะคะเป็นMultimodeนะMMFนะคะคราวนี้ตัวสุดท้ายที่บอกไปว่าSingleModeนี่มีการส่งสัญญาณนี่ค่อนข้างได้สัญญาณเหมือนกับต้นแบบมากที่สุดตัวนี้ก็จะส่งสัญญาณที่อยู่ในเส้นกลางของเรานะคะแล้วก็ระยะทางไกลสูงสุดถึง100กิโลเมตรราคาก็จะค่อนข้างสูงนะคะเดี๋ยวเราไปดูรูปอีกครั้งหนึ่งนะคะจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นStepindexGradedแล้วก็Singleอันนี้ก็คือพยายามให้มันอยู่ตรงกลางมันจะได้ไม่เกิดการลดทอนหรือหักเหนะคะของตัวสัญญาณอันนี้ก็คือส่งเป็นSingleก็คือลำแสงเดียวแน่นอนมันก็จะไม่โดนการลดทอนข้อมูลปลายทางก็จะค่อนข้างได้รับเกือบครบถ้วนนั่นเองนะคะถัดมามาดูประเภทนะคะโดยรวมมันก็จะมาดูที่ขนาดของCoreแล้วก็Claddingนะคะก็คือเวลาตัวสายไฟเบอร์ออปติกนี่เนื่องจากมันเป็นเส้นใยแก้วนำแสงนะคะแล้วค่อนข้างมีขนาดที่เล็กแล้วก็เบาแล้วก็บางที่สุดน้ำหนักเบาที่สุดเลยนะคะเราก็จะมาดูขนาดของแต่ละประเภทนะคะแล้วก็สามารถใช้กับเป็นMultimodeประเภทไหนบ้างก็คือสามารถใช้ส่งสัญญาณกับอุปกรณ์ประเภทไหนนะคะถ้าเป็นที่Singlemodeเราจะเห็นว่าขนาดของตัวCoreนะคะและขนาดของCladdingนี่อยู่ที่7ต่อ125นะคะเวลาเขาเขียนก็จะเป็นตัวทับนะคะเป็น7/125นั่นเองตัวกลางนะคะคือตัวห่อหุ้มนี่มีขนาดเท่าไรจะเห็นว่าCladdingนี่จะมีค่าเท่ากันหมดอยู่ที่125ดังนั้นตัวที่เราสังเกตก็คือเราจะมาดูที่ตัวCoreก็คือตัวกลางของตัวใยแก้วนำแสงของเรานี่ว่ามีขนาดที่แตกต่างอะไรบ้างนั่นเองนะคะตรงนี้โอเคเดี๋ยวดูถัดมานะคะโอเคเราดูตัวอุปกรณ์ต่อดีกว่าคราวนี้สายแลนRJ-45นะคะCoaxialBNCแล้วก็FiberOpticจะมีชื่อหัวต่อที่แตกต่างกันแตกต่างตามอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อบริษัทผู้ผลิตแบรนด์สินค้าที่เขาผลิตก็จะขายหัวต่อที่แต่ละประเภทไม่เหมือนกันด้วยนะอย่างSCconnectorนะคะSCconnectorแล้วก็MT-RJก็จะมีสั่งTXRXก็คือภาครับแล้วก็ภาคส่งเป็นคู่กันนะคะทั้ง2ตัวการเข้าสายก็จะยากยิ่งกว่าการเข้าสายของCoaxเพิ่มระดับขึ้นไปอีกเนื่องจากตัวแก้วนี่จะค่อนข้างบางมากๆนะคะก็คือต้องทำการเฉือนเปราะแล้วก็ค่อยใส่อุปกรณ์เชื่อมต่อแต่ละหัวมาให้นั่นเองนะคะอย่างที่บอกปัจจุบันนี่หัวนะคะไม่ว่าจะเป็นสายแลนโคแอกหรือว่าไฟเบอร์ออปติกนี่สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนนะเขาสามารถซื้อที่เป็นอุปกรณ์ที่เข้าสายสำเร็จรูปมาแล้วแล้วก็สามารถเลือกระยะทางได้แต่ว่าถ้าถ้าเป็นในตัวชิ้นงานหรือว่าหน้างานจริงๆนี่การต่อเชื่อมอุปกรณ์นี่เราก็ต้องมีอยู่นะคะอุปกรณ์Testสัญญาณว่าส่งสัญญาณจากต้นทางปลายทางก็เหมือนTestสายแลนนะคะอุปกรณ์Testก็จะแตกต่างกันไปนะคะว่าสามารถเชื่อมต่อกับหัวแล้วสามารถส่งสัญญาณได้จริงหรือเปล่าจะเป็นแตกต่างกันอันนี้จะเป็นเหล็กนะคะถ้าอาจารย์จำไม่ผิดอันนี้น่าจะเป็นพลาสติกเวลาคลิกเข้าไปเชื่อมกับอุปกรณ์นะคะอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของFiberOpticเหมือนกันMT-RJก็จะมี3รูปแบบนะคะที่ใช้ในการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ไฟเบอร์ออปติกของเราถัดมามาดูประสิทธิภาพนะคะที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์นะคะความถี่พูดผิดความยาวคลื่นWavelengthนาโนเมตรตรงนี้ความยาวคลื่นเท่าไรนะคะการลดทอนของสัญญาณLossเดซิเบลต่อกิโลเมตรก็แล้วแต่ว่าเราจะเห็นว่าประมาณตรงนี้คลื่นความถี่ตรงนี้นี่ค่อนข้างมีการลดทอนนี่ค่อนข้างเยอะตามระยะทางนี่เป็นประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณดังนั้นการส่งสัญญาณเป็นช่วงไหนนะคะที่จะดีก็จะดูว่าตรงไหนที่มันลดทอนได้น้อยนะคะก็คือสามารถที่จะส่งสัญญาณของข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองนะคะเมื่อกี้พูดไปถึงสายส่งสัญญาณเรียบร้อยแล้วคราวนี้ก็จะเป็นรูปแบบของอุปกรณ์ไร้สายบ้างก็คือคลื่นที่ใช้ในการส่งสัญญาณของเรานะคะก็จะเป็นพวกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำการส่งนะคะไม่ว่าจะเป็นเสียงนะคะหรือข้อมูลนะคะพวกDataพวกVoiceพวกมัลติมีเดียส่งไปให้เรานั่นเองนะคะโดยใช้เป็นอุปกรณ์ไร้สายก็คือWirelessนะคะแล้วก็จะมี3ประเภทวิทยุคลื่นวิทยุไมโครเวฟแล้วก็อินฟราเรดซึ่งเราน่าจะเคยใช้กันทั้งหมดอยู่แล้วนะคะอันนี้ก็จะเป็นสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ที่กี่กิโลเฮิร์ตซ์ถึงเท่าไรอันนี้3ถึง300นะคะ3กิโลเฮิร์ตซ์ถึง300GHzนะคะมันก็จะเป็นคลื่นความถี่ของคลื่นวิทยุกับคลื่นไมโครเวฟนะคะInfraredเดี๋ยวนี้น่าจะไม่ค่อยได้ใช้นะคะถ้าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสารสมัยก่อนนะคะเวลาเราส่งข้อมูลหากันส่งรูปภาพต่างๆนี่สามารถที่จะใช้ตัวInfraredนะคะเปิดช่องให้ตัวช่องสัญญาณของInfraredนี่อยู่ในระยะเดียวกันแล้วก็ไม่มีสิ่งรบกวนก็สามารถส่งอุปกรณ์เข้าหากันได้นะคะInfraredนี่เป็นการใช้กับโทรศัพท์รุ่นแรกๆเลยนะคะถ้าใครทันนี่ก็จะเห็นว่าเสาที่ใช้อินฟราเรดในการส่งสัญญาณแล้วก็จะมีคลื่นความถี่ต่างๆนะคะถัดมาอาจารย์มองเป็นภาพรวมคร่าวๆนะพูดให้ฟังวิธีการแพร่สัญญาณในการส่งข้อมูลการส่งข้อมูลที่เป็นรูปแบบไร้สายนี่มันก็จะมีหลากหลายรูปแบบนะคะGroundPropagationก็จะเป็นลักษณะที่เราใช้อยู่ณปัจจุบันก็คือเสาสัญญาณที่อยู่แต่ละที่นะคะเหมือนเราใช้ระบบCellularโทรศัพท์นะอาจจะใช้คลื่นDTACAISนะมีอะไรอีกล่ะTrueCatTelecomนะคะจริงๆมันก็มีคลื่นอีกนะแต่จำชื่อไม่ได้นะคะก็จะมีการส่งสัญญาณนะคะภาคพื้นดินการส่งสัญญาณนะคะเราจะเห็นว่าเราจะใช้เสาสัญญาณในการส่งข้อมูลง่ายๆถ้าเป็นระบบเครือข่ายโทรศัพท์จะเป็นTowerขาวแดงที่เราเห็นตามจุดต่างๆกระจายสัญญาณนะคะแล้วก็จะมีติดว่าเป็นบริษัทไหนเป็นผู้ให้บริการของAISไหมของTrueไหมนะคะแต่ละที่ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเช็กนะคะว่าจะสามารถส่งแล้วก็ให้สัญญาณครอบคลุมพื้นที่เราอย่างไรเหมือนบอกว่าครอบคลุมพื้นที่ของประเทศไทยภาคอีสานอะไรก็ว่ากันไปนะคะจะเรียกว่าGroundPropagationก็คือการส่งสัญญาณภาคพื้นดินง่ายๆทั่วไปถัดมาอันที่2SkyPropagationตามชื่อSkyก็คือท้องฟ้าถูกไหมคะก็จะเป็นพวกสัญญาณดาวเทียมนะคะที่ยิงลงมารับข้อมูลจากข้างบนแล้วก็ยิงข้อมูลกลับมาพวกการใช้การส่งโทรศัพท์ที่ข้ามภูมิภาคหรือว่าการใช้โทรศัพท์ในกรณีที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารที่มันไม่มีสายส่งสัญญาณมันก็ใช้ตัวนี้SkyPropagationนะคะใช้ดาวเทียมนะคะในการสื่อสารตัวนี้แล้วก็อันที่3Line-of-sightLine-of-sightจะเป็นการส่งข้อมูลระหว่างการส่งสัญญาณจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งอาจจะเป็นกรณีที่อุปกรณ์มีสัญญาณกีดขวางค่อนข้างเยอะนะคะสามารถที่จะส่งนะคะเสาอากาศพวกจานรับสัญญาณต่างๆนี่อาจจะติดตั้งบริเวณที่บนที่สูงบนตึกบนอาคารแล้วก็หันหน้าตัวอุปกรณ์สัญญาณนี่ภาครับกับภาคส่งอยู่ในพื้นระดับเดียวกันเพื่อจะได้ส่งสัญญาณแล้วก็ไม่มีสิ่งกีดขวางนั่นเองนะคะดูจากรูปได้เลยนะคะมันก็จะรูปนี่จะสื่อให้เราเข้าใจเบื้องต้นก่อนนี่มันก็จะมีระยะว่าการส่งสัญญาณแบบLine-of-sightแบบนี้นี่มันส่งได้ที่ละเท่าไรแล้วก็ต้องเพิ่มตัวLine-of-sightกี่ตัวเพื่อจะส่งสัญญาณไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้องนั่นเองนะคะอันนี้ย่านความถี่เยอะไปนะเดี๋ยวอาจารย์ให้ไปดูไปอ่านเล่นๆแล้วกันนะคะพวกAMFMUHFมีSatelliteRadarก็จะแบ่งประเภทออกไปนะคะอย่างที่บอกไปว่ามันจะมีสายสื่อสารแบบไร้สายก็จะแบ่งออกเป็น3ประเภทRadioWaveMicrowaveแล้วก็Infraredนะคะ3อันอันนี้เป็นเสาส่งสัญญาณเอาแบบง่ายๆสรุปแบบง่ายๆแล้วกันนะคะถ้าเป็นคลื่นวิทยุMulticastก็คือสามารถกระจายส่งสัญญาณไปทั่วทิศทางของเราตัวนี้เหมือนระบบกระจายเสียงโทรทัศน์เสียงตามสายประกาศเวลาตื่นเช้าตามหมู่บ้านจะมีเสียงตอนเช้าเสียงตามสายตอนเช้ามาประกาศอันนี้ก็จะเป็นMulticastเหมือนกันนะคะก็คือส่งไปอย่างเดียวให้ผู้รับรับข้อมูลของเรานะคะหรือกระจายเสียงโทรทัศน์โทรทัศน์อยู่บ้านเราเราก็โต้ตอบกับเขาไม่ได้ใช่ไหมก็ดูได้อย่างเดียวถูกไหมคะมันก็จะเป็นการBroadcastกระจายออกไปและจะเป็นPagerเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีแล้วนะรับแต่ข้อความถูกไหมคะถัดมาAntennaอันนี้เอามารูปมาให้ดูคร่าวๆเฉยๆนะคะมันก็จะเป็นเวลารับส่งสัญญาณที่ตามเสาขาวแดงตรงTowerต่างๆเขาจะมีการรับส่งสัญญาณพวกนี้มันจะมีรูปแบบลักษณะที่แตกต่างกันนะคะว่าพื้นที่ในการรับตัวสัญญาณนี่สมมติเป็นแบบจานนะคะมีAntennaหรือว่าจะเป็นHornที่เป็นรูปแบบนี้พื้นที่ในการรับข้อมูลอยู่ที่เท่าไรแล้วก็ต้องหมุนองศาไปที่เท่าไรที่จะรับข้อมูลได้นะคะมันจะมีการคำนวณนะคะว่าสามารถหันไปที่องศาเท่าไรแล้วรับข้อมูลมาแล้วจะได้สัญญาณที่มันดีที่สุดนั่นเองเอารูปตัวอย่างมาให้ดูเฉยๆนะคะอันนี้จะเป็นพวกรับส่งสัญญาณนะคะอาจจะเป็นลักษณะของGroundนะคะหรือไอ้ตัวLine-of-sightในการส่งข้อมูลนั่นเองคลื่นไมโครเวฟก็เป็นแบบUnicastนั่นเองเมื่อกี้Multicastก็คือแพร่กระจายออกไปอันนี้Unicastนะคะพวกโทรศัพท์แบบCellularCellularก็เหมือนโทรศัพท์บ้านเอ้ยโทรศัพท์มือถือที่เราใช้พูดผิดนะคะเครือข่ายดาวเทียมแล้วก็แลนแบบไร้สายก็จะมีพื้นที่ที่ให้การครอบคลุมเช่นเดียวกันนะคะว่ากระจายออกไปแล้วให้บริการถึงพื้นที่ไหนครอบคลุมเขตพื้นที่อะไรบ้างนั่นเองนะคะวันนี้ใกล้แล้วใกล้แล้วใกล้จะหมดแล้วนะคะอินฟราเรดก็จะเป็นการส่งข้อมูลสัญญาณช่วงสั้นๆปัจจุบันยังมีไหมสมัยก่อนก็จะมีพวกพรินเตอร์พรินเตอร์ก็ใช้อินฟราเรดเหมือนกันถ้าเคยเห็นรุ่นก่อนๆมันจะมีช่องดำๆนะคะเหมือนเป็นการไว้รับส่งสัญญาณในการส่งข้อมูลของตัวอินฟราเรดนั่นเองนะคะถ้ามือถือสมมติอาจารย์มีมือถือที่ใช้อินฟราเรดได้นะคะสมัยก่อนนักเรียนก็มีเครื่องมือถือที่ใช้อินฟราเรดได้เราก็สามารถที่จะส่งข้อมูลหากันเหมือนสมัยก่อนนี่เราอยากส่งรูปหากันนี่นะคะระบบเครือข่ายมันก็จะค่อนข้างแพงนะสมัยก่อนนะคะเราสามารถใช้อินฟราเรดเปิดตัวช่องสัญญาณแล้วก็หันหน้าตัวอุปกรณ์ที่เป็นช่องสัญญาณอินฟราเรดนี่เชื่อมต่อกันแล้วก็ส่งสัญญาณข้อมูลหากันได้นั่นเองนะคะอินฟราเรดก็จะเป็นส่งช่วงสัญญาณแบบสั้นๆจริงๆต้องใกล้ๆกันแล้วก็ไม่มีอุปกรณ์มาปิดขวางการส่งสัญญาณข้อมูลนะคะโดยใช้การแพร่ของสัญญาณนะคะLine-of-sightก็คือLine-of-sightก็คือเป็นเส้นระนาบเดียวกันจะได้ส่งข้อมูลถึงกันได้นั่นเองนะคะคราวนี้เราจะมาเปรียบเทียบดูสิอุปกรณ์ที่พูดกันไปทั้งหมดนะคะUTPSUPโคแอกเชียลนะคะไฟเบอร์นะคะRadioไมโครเวฟSatelliteอย่างที่บอกไปเราก็น่าจะเข้าใจนะคะว่าตัวคลื่นไมโครเวฟนะคะพวกส่งสัญญาณนะคะพวกLine-of-sightต่างๆหรือเป็นพวกดาวเทียมนี่จะค่อนข้างให้การส่งสัญญาณข้อมูลไกลที่สุดระยะไกลที่สุดราคาก็จะสูงตามไปด้วยนะคะพูดง่ายๆด้านบนก็จะราคาถูกสุดแล้วก็ไล่คุณสมบัติมาแล้วก็ส่งสัญญาณได้ไกลนะคะเสียงรบกวนก็จะลดน้อยลงตามตัวอุปกรณ์นั่นเองนะคะSecurityถ้าเป็นอุปกรณ์ที่แพงมากขึ้นนะคะSecurityในการส่งสัญญาณก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกันนะคะอันนี้ก็จะทำให้เราทราบถึงมาตรฐานตัวกลางที่ใช้ในการสื่อสารหรือว่าคมนาคมของเรานะคะไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายNetworkนะคะหรือว่าการส่งนะคะเกี่ยวกับดาวเทียมหรือว่าตัวไมโครเวฟต่างๆอันนี้เราสรุปตารางนะคะบทที่3ของเราก็จะเป็นประมาณนี้นะคะมีทั้งแบบสื่อมีสายสื่อไร้สายนะคะที่จริงถ้าเป็นคุณสมบัติจริงๆนะคะแต่ละตัวสามารถแตกเป็นแต่ละรายวิชาได้เลยนะคะโอเควันนี้ไม่ได้ทำคำศัพท์มาให้จริงๆด้วยก็เลยอาจจะมีรอบหน้าจะพยายามทำคำศัพท์มาเพิ่มให้นะคะว่าแต่ละตัวคำศัพท์ที่อาจารย์พูดไปแล้วมันหมายการตรงนี้นะคะจ(วา)ะม-ีหัว-่ท(า)อย่างไรนงแดง(ะ)คะใครมีข้อคำถามอะไรไหมคะเงียบอาจารย์พูดอะไรไม่รู้นะคะแต่รเข้ามาให้เราย้ำใสก(-ู้ว)-่าตอนน-ี้เสร็จแล้วจะคะ(บ)แล้วเรียบร้อยก็เอ(ห)มาต(-ื)-ัวคอนเดิมนะคะวันนี้จะเป็นบททb(-ี)-่3ncห(เ)ร-ือว่าพูดไปแล้วนะคะมแ(า)ตรฐานโดยรวมนะในเทคโนโลยีบทที่2-่ประเภท(อ)-ันนี้จะเป็นสาะ(ย)สืคะข(-่)อง(ส)ต-ัญญาว(ณ)สายสโ(-่)งแล้วก็เป็นWirelessแล้วก็Wireคแอกซ์เข-้(l)essLANแล้วก็เป็นWireนะคะเดี๋าสายอีกรอบนะควเราจะมีงานท้ายบทให้ทำแล้วก็จะมีคลิปออนไลน์เดี๋ยวจะให้ทุกคนทำเป็การปิด(น)ออนไลน์ป้อง(ทุ)ก-ั(ค)นในะคะทุกครณี(นม)ท-ีเครื่องคอมฯปร-่อา(ะ)จ-ำคอมฯหรือว่จะ(า)มีโทรศัพท์มือถือทว(-ุ)กคนอว(ย)-ู่แามช-ื(ล)-้วนะคะสำหร-ับเส-ืออ(ห)ะไร-ือเปล่าชื่อเข(ส)-ื-้า(อ)ไหมฮึค่า(ะ)เดี๋ขา(ยว)จะมีเดีพลาสติกที-่ไ(-๋ย)วให-้พี่เขามาช่วยอ่านนะคะเดี๋ยวจะทดสทำการครอบคลุมอีกรอบกห(-ั)น-ึ(ก)-่อนเพราะงเข(ว่)าเราม-ีเพื่อนหลายกลท(-ุ)-่มนะเดี๋ยวจะลอห(ง)ด-ูนะคะเดี๋ยวให้ทุกคนเข้าเน็ตหรือมือถือในการที่จะคุมตัวหัวต่อ-็ได้นะให้ยึดติ(คะเ)ด-ี๋ยกับตัวอาส(จ)ารยน(-์)จ-ี-่(ะ)ให-้ใช-้Kahootนะคะโอเคอย่างนั้นเดี๋ยมันคง(ว)พ-ี-ูดง(-่ล)-่ายๆนะคะมก็เ-ัน-ื้อหาก็จะประมาณน-ีแ(-้)บบของนะคะทินพริกก-็เดี๋ยวจะขอบค-ุณพี่ล่-ือผอ(า)มแล้วก-็ห(-ัน)นะคะขอบคุาขึ้นนั(ณค)-่น(ะ)เดี๋ยวเราเจองนะคะอก-ันสัปดาห์หน-้าแ-ี(ล)-้วก-ั-็(น)นะคะขอบจะเป็นล-ั(ค)-ุณค่ะเดี๋ยวอาจารย์ขอStopหยุดกษณะข(ไ)อง(-้)ตัวสขนา(ไล)ด-์ท(น)-ี-้ก-่บอนกท(น)ะคะ-ี่4Minแป๊บล้วก็10บา(ห)ทน-ั(-ึ)-่นเอง
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-17 17:52:40
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}