Accuracy : 94.42%
Insertion : 238
Deletion : 814
Substitution : 118
Correction : 20049
Reference tokens : 20981
Hypothesis tokens : 20405
(อาจารย์เกวลี)ล่ามล่ามได้ยินไหมคะได้ยินโอเคค่ะวันนี้เป็นบทสุดท้ายก่อนสอบมิดเทอมสอบกลางภาคอาทิตย์หน้านะคะข้อสอบถึงเนื้อหาวันนี้นะคะสอบในห้องเรียนเรานี่แหละในเวลาเรียนนะคะอาทิตย์หน้าสอบเตรียมตัวมาด้วยนะคะสอบๆวันนี้จะเป็นบทที่6นะคะเกี่ยวกับตะกร้าสินค้าแล้วก็การรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ในการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นะคะเนื้อหาวันนี้ก็จะม-ีเก-ี-่ยวกับองค์ประกอบลักษณะการทำงานของระบบตะกร้าสินค้านะคะรูปแบบของตะกร้าสินค้าที่เหมาะสมวิธีการชำระเงินแล้วก็ถ้าเราเป็นร้านค้าออนไลน์นี่เราจะทำเรื่องเปิดร้านรับบัตรเครดิตอย่าางไรนะคะแล้วก็ข้อที่ควรระวังในการชำระเงินโดยขั้นตอนของการที่เราจะได้มาซึ่งตะกร้าสินค้านี่เราก็ต้องมีระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือว่าเว็บไซต์ของเราก่อนนะคะขั้นตอนแรกก็มาตรฐานเลยเราก็ต้องสร้างเว็บไซต์ขึ้นมานะคะโดยในเว็บไซต์ของเรานี่มันก็จะต้องมีการติดตั้งระบบตะกร้าสินค้าเอาไว้นะคะโดยที่มันก็จะมีการตั้งค่าในตะกร้าสินค้ารถเข็นต่างๆเช่นมีรหัสสินค้าอะไรรายละเอียดของสินค้าขนาดต่างๆราคาค่าขนส่งค่าการจัดการต่างๆถ้าลูกค้าหยิบสินค้าลงใส่ตะกร้าเมื่อไหร่มันจะมีอะไรที่แสดงข้อมูลบ้างนี่นะคะพอเรามีระบบเว็บไซต์ของเราแล้วมีระบบตะกร้าสินค้าแล้วเราก็จะเลือกว่าเราจะต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยในการชำระเงินซึ่งระบบที่ใช้ในปัจจุบันนี่จะเป็นระบบsslนะคะซึ่งเราจะต้องขออนุญาตใช้งานถ้าเราสร้างเว็บไซต์ใหม่ของเราขึ้นมาเลยนะคะรวมถึงจะต้องเป็นไปสมัครเป็นร้านค้าที่รับบัตรเครดิตก็คือถ้าส่วนมากซื้อของออนไลน์น่ะค่ะถ้าเป็นคนที่มีงานทำแล้วนะคะเขาก็จะนิยมจ่ายผ่านบัตรเครดิตไว้คิดเงินทีเดียวตอนสิ้นเดือนอะไรก็ว่าไปนะคะรวมถึงจะต้องมีส่วนของการสร้างหน้าฟอรfr(-์ม)omนะคะสำหรับสั่งซื้อสินค้าโดยส่วนมากเว็บเพจที่เราสร้างไว้แล้วนี่มันจะอยู่บนwebserverที่ติดตั้งsslไว้แล้วนะคะเพราะว่ามันเป็นมาตรฐานที่ใช้ในปัจจุบันในส่วนของหน้าร้านเราก็ต้องมีonlinecatalogก็คือรายการสินค้านั่นแหละนะคะให้ลูกค้าสามารถดูราคาหรือว่าเพิ่มจำนวนสินค้าได้ผ่านหน้าonlinecatalogของเรานะคะพอสินค้าถูกเพิ่มมันจะแสดงผลบนตะกร้าสินค้าหรือว่ารถเข็นหลังจากนั้นถ้าลูกค้ากดยืนยันคำสั่งซื้อก็จะมีกระบวนการถัดมาก็คือการชำระเงินแล้วก็มันจะมีการส่งใบคำขอซื้อไปยังผู้ขายอันนี้เป็นกระบวนการที่ถ้าใครซื้อของออะ(น)ไลนร(-์)ต-ัอน(ว)นี้จะเข้าใจง่ายๆนะคะโดยส่วนที่ส่งนอกจากรายการสินค้าแล้วมันจะมีข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิตที่ลูกค้าทำการสั่งซื้อให้ผู้ขายนี่ไปตัดยอดเงินมีใบสั่งซื้อข้อมูลการขนส่งต่างๆแล้วก็เอาใบข้อมูลนี้ไปยืนยันกับการขนส่งว่าที่อยู่ผู้รับคือที่ไหนนะคะรวมถึงก็จะมีการบอกการtrackingสินค้าก็คืและ(อ)การติดตามสินค้าด้วยนะคะอาจจะมีการสั่งซื้อเพิ่มเติมหรือซื้ออีกครั้งให้ใครนะคะก็จะสามารถเพิ่มเติมรายละเอียดไปที่ผู้ขายได้หลังจากนั้นถ้าส่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็จะถือว่ากระบวนการทำธุรกรรมในเว็บไซต์ของเรานี่เสร็จสิ้นสมบูรณ์นะคะโดยส่วนที่สำคัญที่สุดของการจัดการระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี่แน่นอนในหน้าร้านสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือระบบตะกร้าสินค้านะคะโดยตัวตะกร้าสินค้านี่มันก็เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เหมือนมันเป็นรถเข็นตามห้างสรรพสินค้าที่เราไปน-ีะ(-่)ค-่ะเอาไว้ใส่สินค้าที่เราเลือกนะคะจากเดิมเราเข-ี(-็)ยนสินค้าในห้างเราก็แค่เขปล(-็)-ี่ยนสินค้าในโลกออนไลน์บนเว็บไซต์นะคะก็จะมีการเก็บข้อมูลต่างๆสินค้าที่ถูกเลือกไว้แล้วจะมีการเก็บแน่นอนค่ะรหัสสินค้าชื่อสินค้าเราไปซื้อของในห้างนะมันก็จะมีใบเสร็จมาให้มันก็จะมีรหัสสินค้ามีชื่อสินค้ามีราคาที่เขาขายให้เราอันนี้เป็นมาตรฐานอยู่แล้วนะคะว่าเราซื้อของไปกี่ชิ้นคิดเป็นเงินเท่าไรแต่ละชิ้นมีรหัสสินค้าอะไรนะคะแล้วก็ข้อมูลเหล่านี้นี่มันก็จะถูกเก็บไว้ในระหว่างที่เรากำลังเลือกสินค้าไปเรื่อยๆหรือระหว่างรอชำระเงินไอ้ของพวกนี้มันก็จะอยู่บนตะกร้าให้เรานะคะโดยการมีตะกร้าสินค้านี่มันก็เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้านะคะก่อนที่เราจะสั่งซื้อเราสามารถต(เ)ปรวจ(-ิด)ดูรายการสินค้าได้เพิ่มหรือลด(บ)สินค้าหรือแก้ไขสินค้าได้นะคะเปลี่ยนแปลงจำนวนตามที่เราต้องการตราบใดที่ยังไม่เข้าสู่หน้าในการชำระเงินนะคะโดยลักษณะการทำงานที่เคยชินของเรานะเวลาซื้อของออนไลน์ก็เลือกรายการสินค้าจากแค็ตตาลcatal(-็)อog(ก)หรือรายการสินค้าที่เขามีให้บนหน้าเว็บนะคะหลังจากนั้นก็กดสั่งซื้อสินค้าโดยการกดคลิกหยอดสินค้าหรือเพิ่มจำนวนสินค้าลงในตะกร้าที่เราต้องการนะคะพอเราพอใจกับสินค้าที่เราเลือกแล้วเราก็ไปchecเช็คเ(k)oอาท(ut)-์ก็คือการคำนวณราคาสินค้ารวมค่าขนส่งนะคะถ้าเป็นคนที่จ่ายผ่านบัตรเครดิตมันก็จะเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการชำระเงินผ่านระบบบัตรเครดิตอีกทีหนึ่งเราก็จะถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์สำหรับการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์นะคะโดยองค์ประกอบของระบบตะกร้าสินค้านะคะก็มันจะรับข้อมูลมาจากแค็ตตาล็อกcataloออนไgonli(ล)นne(-์)นะคะหลังจากนั้นพอเราเอาสินค้าใส่ในตะกร้านี่มันก็จะมีการคำนวณราคาก็เป็นระบบคำนวณราคานะคะถ้าลูกค้าพอใจหรือต้องการยืนยันสินค้าตามราคาที่เราแสดงผลไปนะคะถ้าเขากดตกลงมันก็จะเข้าสู่กระบวนการในการชำระเงินต่อไปนะคะก็ในราคาชำระเงินบางคนเขียนเว็บไซต์ส่งอาจารย์แล้วรวม…ลืมคิดค่าขนส่งเป็นราคาธรรมดาเฉยเฉๆ(ย)เพราะฉะนั้นเราขายของออนไลน์มันอาจจะมีค่าขนส่งด้วยแต่มันก็จะมีอะไรเพิ่มเติมเข้ามาทำให้เราไม่ต้องจ่ายค่าขนส่งก็ได้เดี๋ยวอาจารย์จะพูดถึงในสไลด์ถัดๆไปนะคะว่าทำอย่างไรจะใ(ไ)มห-้(-่)มีค่าส่งนะคะสำหรับลูกค้านะโดยองค์ประกอบของตะกร้าสินค้านี่มันก็จะมีโปรแกรมย่อยๆอยู่ในนั้นอีกนะคะอย่างเช่นที่เคยให้ทำงานไปไปดูว่าserverเหล่านั้นนี-่(-้)เขามีโปรแกรมที่ช่วยทำให้เว็บไซต์เราทำงานง่ายขึ้นหรือเปล่ามีcgiไหมcommongateway(t)interfaceนะคะก็จะเป็นมาตรฐานสำหรับwเว(e)bser-็บเซ-ิ(v)eร-์(r)ฟเวอร์ในการส่งคำร้องต่างๆมีapplicationserviceproviderไหมนะคะมีการรองรับภาษาphpสำหรับการเขียนเว็บไซต์หรือเปล่านะคะก็ไปดูที่servเซิร-์(e)rฟเวอร์ที่ให้บริการได้นะคะองค์ประกอบหลักของระบบตะกร้าสินค้าเลยจะมีอยู่2อย่างนะคะก็จะมีการรับสินค้าเข้าใส่ในรถเข็นกับระบบรับชำระเงินนะคะโดยระบบตะกร้าหรือรถเข็นนี่ส่วนใหญ่จะมี2ระบบซึ่งเว็บไซต์ในปัจจุบันเขาก็จะมีทั้ง2ระบบนี้ให้คุณเลือกให้คุณใช้งานอยู่แล้วนะคะมีแบบเติมตัวเลขตามจำนวนสินค้าเช่นเขาเขียนไว้แล้วว่ามีสินค้าทั้งหมด325ชิ้นคุณสามารถใส่ได้สูงสุด325ชิ้นได้เช่นเดียวกันแต่คุณใส่เกินไม่ได้นะคะหรือจะค่อยค่อๆ(ย)กดเครื่องหมายบ(+)วกเพิ่มสินค้าลงตะกร้าทีละชิ้นก็ได้แล้วก็เป็นเครื่องหมายล(-)บในการลบจำนวนสินค้าลงทีละชิ้นก็ได้หรือเราจะลบจำนวนที่เป็นตัวเลขออกเลยแล้วเราใส่ตัวเลขที่เราต้องการก็ได้นะคะอันนี้เป็นระบบตะกร้าสินค้าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอยู่แล้วแต่ก็อาจารย์ก็จะมีตัวอย่างแบบเดิมให้ดูด้วยนะคะโดยการกดสั่งสินค้าหรือคลิกสั่งสินค้าในแต่ละครั้งนี่ของทั้งสอ2(ง)แบบเมื่อกี้ทั้งแบบเพิ่มจำนวนสินค้าแล้วก็แบบหยอดสินค้านี่มันจะเป็นการส่งรหัสสินค้ารายละเอียดต่างๆราคาข้อมูลอื่นๆไปยังโปรแกรมประมวลผลเพื่อคำนวณยอดเงินแล้วก็แสดงรายการสั่งซื้อที่สั่งซื้อไปเช่นสั่งซื้อตัวนี้ค่ะอาจจะเป็นราคา3,000บาทซื้อไป5ชิ้นก็ต้องคำนวณเงินให้ด้วยนะคะไม่ใช่ว่าของราคา3,000บาทซื้อไป5ชิ้นแต่ราคาสุทธิก็ยัง3,000บาทอยู่ดีอย-่-ั(า)งนี้ไม่ได้นะคะผ-ิดถ้าสมมติว่าเราพอใจในการซื้อสินค้าแล้วเราก็กดสั่งซื้อสินค้าได้แล้วมันก็จะมีการประมวลผลผ่านตัวcommongateway(t)interfaceหรือตัวapplicationserviceproviderต่างๆนะคะมันก็จะมีหน้าสรุปราคาให้เราว่าเราสั่งซื้อสินค้าตัวนี้เป็นราคาเท่าไรจำนวนกี่ชิ้นนะคะก็อันนี้เป็นขั้นตอนมาตรฐานที่เว็บไซต์e-commerceในปัจจุบันทำได้กันอยู่แล้วนะคะโดยรูปแบบของตะกร้าสินค้านี่เราสามารถแบ่งออกได้เป็น2รูปแบบแบบแรกเป็นแบบแสดงผลแล้วก็ตามที่เราให้บริการนะคะอันแรกแบ่งตามลักษณะการแสดงผลอันนี้จะเป็นเว็บไซต์ที-่ค-่อนข้างผ่านมานานแล้วนะคะก็จะเป็นแบบเfr(ฟ)รมเฟamefr(ร)มame(ใน)ที-่นี้คือตะกร้าสินค้าเขาจะอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งในหน้าเว็บไซต์เลยถ้าเราอยากได้สินค้าตัวไหนเราก็ไปกดเพิ่มสินค้าซึ่งแบบเฟรมนี่เป็นการออกแบบที่ทำให้การปรับแต่งหน้าเว็บไซต์นี่มันปรับแต่งได้ยากเพราะมันจะถูกจำกัดตำแหน่งไว้แล้วว่าตะกร้าสินค้าจะอยู่มุมไหนถ้าเราตกแต่งเว็บไซต์นี่มันจะเคลื่อนไม่ได้นะคะหรือเวลาเราออกแบบมานี่เวลาไปแสดงผลจริงๆนี่บางทีมันไม่ตรงกับที่เราต้องการนะคะแบบเฟรมนี่เลยไม่ค่อยได้รับความนิยมในปัจจุบันแล้วแล้วก็ไม่มีเห็นแล้วล่ะค่ะมันมีเป็นแบบเก่ามากหรือเป็นแบบpop-upถ้าสมมติเราอยากซื้อสินค้าตัวไหนพอกดสั่งซื้อมันก็จะเด้งตัวpop-upนี้ขึ้นมาให้เราใส่ข้อมูลว่าเราต้องการสินค้าชนิดนี้กี่ชิ้นรวมแล้วเป็นเงินกี่บาทหรือคิดเงินแล้วรวมค่าส่งสินค้าแล้วเป็นเท่าไรนะคะอันนี้ก็จะเป็นpop-upเด้งขึ้นมาอีกในแบบหนึ่งนะคะในแบบนี้ก็ในปัจจุบันก็ไม่ได้รับความนิยมแล้วนะคะหรือจะเป็นแบบตะกร้าที่ตามการให้บริการเช่นการสั่งสินค้าแบบค้าส่งนะคะซื้อเกิน2โหล3โหลเราจะได้ส่วนลดลงไปตามปริมาณที่เราซื้ออันนี้เขาเรียกว่า"ค-้(-่)าส่ง"นะคะก็สินค้าพวกนี้นี่มันจะมีข้อดีคือราคาสินค้าจะเหมือนกับที่ไปซื้อตามหน้าโรงงานนะคะถห(-้)ากคุณขับรถไปเองก็จะยิ่งประหยัดแต่ถ้าคุณให้เขาส่งให้มันก็จะมีค่าขนส่งค่าประกันความเสียหายโดยที่เราจะต้องออกเองนะคะบางคนก็ต้องมาเปรียบเทียบกันดูว่าระหว่างไปซื้อที่หน้าโรงงานกับซื้อสั่งแบบนี้อันไหนมันจะคุ้มกับเรามากกว่ากันนะคะหรือเป็นแบบตะกร้าแบบเพิ่มยอดขายก็จะเป็นตะกร้าสินค้าที่คำนวณส่วนลดให้เมื่อถึงปริมาณสินค้าถึงระดับที่กำหนดไว้เช่นซื้อครบ3ชิ้นลดลงอีก2บาทหรือถ้าซื้อครบ20ชิ้นลดไป10เปอร์เซ็นต์นะคะแล้วก็บางทีอาจจะเป็นการซื้อสินค้าที่ถ้าเรามีคูปองลดราคามันก็จะเป็นส่วนลดให้เราได้เช่นคูปองลดราคาหรือคูปองในการส่งฟรีหรือคูปองส่วนลดใดๆนะคะหรืออาจจะเป็นการขายแบบผูกขาดเช่นถ้าคุณจะซื้อโต๊ะคอมพิวเตอร์ในราคานี้คุณจะต้องซื้อเก้าอี้ด้วยนะคะเหมือนจะซื้อเสื้อตัวนี้ในราคาพิเศษคุณจะต้องซื้ออีกตัวหนึ่งเพื่อให้ได้ราคาลดไปอีก5(2)0เปอร์เซ็นต์อันนี้คือการผูกขาดนะคะที่ห(เ)ปร-ือ(-็น)รูปแบบเฉพาะตัวแทนจำหน่ายมันจะเป็นตะกร้าสินค้าเฉพาะกลุ่มจะต้องเป็นตัวแทนของบริษัทเข้ามาซื้อสินค้านะคะระบบตะกร้าสินค้าแบบนี้นี่มันก็จะมีการยืนยันสั่งซื้อแล้วก็มีการกำหนดชื่อรหัสรหัสผ่านในการเข้ามาซื้อสินค้าเพื่อให้ทราบว่าเป็นตัวตนจริงของผู้แทนจำหน่ายมันจะมีการแบ่งประเภทคุณสมบัติของตัวแทนจำหน่ายแต่ละรายเช่นถ้าคุณเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ระดับสูงขึ้นมันก็อาจจะมีเปอร์เซ็นต์ส่วนลดเยอะขึ้นนะคะหรืออย่างเช่นตัวนี้เขาก็เป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อหนึ่งเขาบอกว่าถ้าเป็นมา.(…)..มาเป็นนักธุรกิจในการเป็นตัวแทนของเขานี่ครั้งแรกเลยซื้อของครั้งแรกลดไปเลย9เปอร์เซ็นต์นะคะถ้ามาร่วมงานกับเขานะเป็นตัวแทนจำหน่ายอันนี้ก็จะเป็นการโฆษณาของเขาเลยว่าถ้ามาซื้อใน(โด)ไทยในฐานะผู้แทนจำหน่ายนี่จะมีส่วนลดให้กี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่าไปนะคะหรืออาจจะเป็นตะกร้าสินค้าเพื่อการส่งออกนะคะเขาจะเขียนไว้เลยว่าถ้าซื้อสินค้าชิ้นนี้ด้านบนน-่ะนะคะถ้าเป็นประเทศไทยส่งemsก็คือส่งด่วนถ้าซื้อครบ1โหลจะลดไป10เปอร์เซ็นต์นะคะอันนี้เป็นแบบขายส่งด้วยนะขายปลีกขายส่งด้วยแล้วก็พิเศษคือถ้าจะให้ส่งออกต่างประเทศจะต้องเสียค่าส่งอีก60usdollarก็คือ60เหรียญนะคะอันนี้เป็นแบบตะกร้าเพื่อการส่งออกนะคะก็แล้วแต่ว่าธุรกิจที่เราทำนะคะเป็นธุรกิจประเภทไหนอันนี้ก็เป็นส่งออกเหมือนกันนะคะมันก็จะมีส่วนของการexportก็คือการส่งออกนะคะเขาก็จะเขียนตรงนี่เลยเหมือนที่เราเคยทำสัปดาห์ก่อนmetatagอธิบายว่าหน้านี้เขาทำกิจกรรมอะไรสำหรับหน(ว่)-้าเว็บเพจนี้นะคะที่เราเคยเขียนไปแล้วหรือรูปแบบการให้บริการเป็นตะกร้าสินค้าแบบลับเฉพาะมีลักษณะคล้ายๆกับตะกร้าแบบส่งออกแต่ต่างกันแค่ว่าเขาจะยังไม่ให้คุณเห็นราคาจนกว่าคุณจะเป็นสมาชิกนะคะหรือสมัครสมาชิกก่อนถ้าเราอยากทราบราคาเราต้องลงทะเบียนเพื่อขอรหัสในการloginเข้าไปซื้อสินค้าเหมือนรูปนี้ตัวอย่างนะคะยังไม่โชว์มันยังไม่แสดงราคาให้เราจนกว่าเราจะเข้าสู่ระบบวิธีการล-็คือการlogอ-ิน(in)หรืออาจจะสมัครสมาชิกใหม่พอสมัครสมาชิกแล้วเขาก็แสดงราคาให้เราดูว่านี่สิ่งที่เราอยากรู้ราคานี-่มันร-่แ(า)คาเท-่านี้นะถามว่ามีประโยชน์อะไรเขาก็จะได้ข้อมูลของเราเพื่ออาจจะเป็นการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์สินค้าในอนาคตต่อไปนะคะก็อันนี้เป็นตะกร้าแบบลับเฉพาะนะคะหรือจะเป็นตะกร้าสินค้าแบบแก้ไขรายละเอียดได้ตะกร้าสินค้าแบบนี้ก็จะเราก็สามารถปรับเปลี่ยนคุณสมบัติหรือส(s)peเปก(c)บางอย่างของสินค้าที่เราต้องการได้นะคะเช่นตัวอย่างคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ถ้าเราอยากเพิ่มหน่วยความจำตามที่เราต้องการนี-่(-้)เราจะต้องเพิ่มเงินอีกเท่าไรเขาก็จะแสดงให้ดูถ้าคุณเอาขนาดมาตรฐานเลยก็จะไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่ถ้าคุณอยากเปลี่ยนหน่วยความจำคุณก็เพิ่มสตางค์ตามที่เว็บไซต์เขอ(า)งแสดงผลไว้นะคะอันนี้ก็เป็นเราสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของเราเลยนะคะแล้วก็ต่อมาพอเราเลือกสินค้าได้แล้วเราจะชำระเงินอย่างไรอันนี้เราเคยเรียนไปแล้วนะคะก็จะมีทั้งเก็บเงินปลายทางโอนเงินบัตรเครดิตหรือการใช้e-moneye-cashต่างๆนะคะwalletต่างๆก็ใช้ได้โดยถ้าสมมติเราเป็นผู้ประกอบการแล-้วเราะ(อ)ยา-ัง(ก)เป็นร้านที่รับชำระผ่านบัตรเครดิตได้นี่มันก็จะมีขั้นตอนอยู่ประมาณ10ขั้นตอนนะคะโดยที่เราจะต้องยื่นรายการเหล่านี้ไปที่ธนาคารนะคะหรือสถาบันทางการเงินที่เขาดูแลเกี่ยวกับการดูแลร้านที่สามารถรับชำระผ่านบัตรเครดิตได้นะคะก็เราต้องเขียนบอกก-่อนเลยว่าร้านค้าเรานี่เปิดร้านวัตถุประสงค์ของร้านเราคืออะไรขายอะไรนะคะมีสินค้าอะไรบ้างจุดแข็งของสินค้าข้อดีของสินค้าเราคืออะไรเราบรรจุสินค้าอย่างไรเราขนส่งอย่างไรใครเป็นกลุ่มเป้าหมายของร้านเรานะคะหน้าเว็บไซต์ของเราหน้าตาเป็นอย่างไรลิงก์ที่แสดงurlของเว็บไซต์เราคืออะไรนะคะสามารถเข้าถึงได้จริงไหมนะคะแล้วก็ถ้ามันมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อลูกค้าหรือธนาคารเราจะรับผิดชอบอย่างไรนะคะในการส่งสินค้าการประกันภัยการรับคืนสินค้าเรามีนโยบายเขียนไว้ว่าอย่างไรทีมงานของเร-่(า)เป็นใครบ้างนะคะใครเป็นเจ้าของบริษัทใครเป็นผู้จดทะเบียนบริษัทต้องใส่มานะคะรวมถึงสถานะทางการเงินทุนจดทะเบียนเท่าไรแล้วลองพยากรณ์ดูสิว่ายอดขายที่เราจะได้รับแต่ละเดือนหรือต่อปีนี่ประมาณเท่าไรนะคะหลังจากนั้นก็เอาสัญญาการสั่งซื้อหรือว่าpartnerหรือคู่ค้าของเรานี่เราสั่งของจากใครหรือใครเป็นผู้ร่วมธุรกิจกับเราเตรียมมาให้ธนาคารดูด้วยนะคะขั้นตอนก็จะมีคร่าวๆประมาณนี้ถ้าสมมติว่าใครมีหน้าร้านออนไลน์จริงจริๆ(ง)อยากให้สามารถรับชำระผ่านบัตรเครดิตได้ก็สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะซึ่งปัจจุบันยิ่งหลังจากโควิดนี่ก็เริ่มไม่ค่อยมีใครพกเงินสดเท่าไรใช้จ่ายผ่านบัตรแตะบัตรจ่ายจ่ายผ่านqrcodeบ้างหรือถ้าใครใช้โทรศัพท์iphoneก็อาจจะมีบัตรเครดิตอยู่ในโทรศัพท์อยู่แล้วแค่โทรศัพท์ไปใกล้ๆก็สามารถชำระเงินได้อย่างนี้นะคะแต่ในไทยนี่นะคะร้านค้าส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยอยากใช้บัตรเครดิตสักเท่าไร-่หรือว่าถ้าไปใช้เนี่ยหลายๆคนจะเจอปัญหาเดียวกันเช่นบางทีธนาคารเขาอยากได้ค่าบริการ5-10เปอร์เซ็นต์จากยอดของทางที่เราขายสินค้าแต่ละรายการทำให้ถ้าใครซื้อของออนไลน์เขาจะบอกว่าถ้าราคาสินค้าไม่เกิน1,000หรือไม่เกิน500บาทนี่เขาจะไม่ให้รูดซื้อสินค้าหรือว่ารูดซื้อสินค้าก็ได-้แต่คุณจะต-้องจ่ายค่าธรรมเนียม5เปอร์เซ็นต์นั้นแทนที่ร้านค้าจะเป็นคนจ่ายนะคะรวมถึงจะต้องมีเงินฝากค้ำประกันในบัญชีที่ธนาคารเขาจะกันเอาไว้ประกันความเสี่ยงเกิดเขาเรียกเก็บผ่านบัตรเครดิตไม่ได้น่ะนะคะก็ทำให้ร้านค้ารายย่อยนี่ก็ไม่ค่อยอยากใช้บริการบัตรเครดิตเท่าไรจะชอบรับเงินสดเสียมากกว่านะคะเพราะว่ามันได้เงินแน่นอนจริงๆนะคะซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยในการชำระเงินนี่ก็จะมีส่วนที่สำคัญอยู่สอ2(ง)จุดก็คือการคำนวณสินค้าเมื่อเราสิ้นสุดการเลือกซื้อสินค้าแล้วกับการชำระเงินในที่นี้นะคะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตการรักษาความปลอดภัยในการชำระเงินที่ดีนะคะมันก็จะต้องเริ่มจากการคำนวณเงินที่ดีในระบบที่นักศึกษาทำนะคะจะต้องคำนวณตัวเลขอย่างถูกต้องนะคะแล้วก็แสดงค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนเช่นราคาสินค้าภาษีค่าขนส่งค่าวัสดุห่อหุ้มนะคะบางทีจะมีเสียค่ากล่องก็ต้องอธิบายเป็นส่วนๆให้ชัดเจนนะคะแล้วก็ควรมีความยืดหยุ่นในการแสดงผลหรืออาจจะเพิ่มการประมวลผลอื่นๆได้เช่นอาจจะมีการคิดเรื่องส่วนลดอัตโนมัตินะคะใช้คูปองส่วนลดแล้วลดค่าส่งไปกี่บาทว่าไปนะคะถ้าซื้อของเกิน300บาทได้ลดอีก5บาทก็ต้องคำนวณอัตโนมัตินะคะไม่ต้องให้ลูกค้าเป็นคนกดเลือกเองนะคะแล้วก็มีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อที่เป็นสมาชิกหรือเปล่านะคะเช่นถ้าคุณล(l)ogin-็อกอินเป็นสมาชิกจะลดไให(ป)-้5เปอร์เซ็นต์ใดๆก็ว่าไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งนะคะถ้ามีระบบสมาชิกเมื่อไหร่หรือเกี่ยวข้องกับการชำระเงินระบบรักษาความปลอดภัยก็จะตามมาทันทีนะคะโดยระบบรักษาความปลอดภัยในการชำระเงินที่นิยมทั่วไปในปัจจุบันเลยนะคะเขาเรียกว่าระบบsslsecuresocketlayerตัวนี้เนี่ยมันจะต้องมีการจดทะเบียนกับบริษัทที่ชื่อว่าvบร(e)risi-ิษัทซา(gn)ยนะคะหรือว่าผู้ให้ใบลองไปรับรองอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆก็ได้นะคะแต่เวั(ป็)นที่นิยอมก็คือจะเป็น2บริษัทนี้ซึ่งมันจะสร้างกุญแจสำหรับเข้ารหัสที่ทำให้webbrowserนี่นะคะรู้จักแล้วก็ทำการเข้ารหัสระหว่างที่เราทำธุรกรรมใดๆบนเว็บไซต์นั้นๆนะคะโดยบริษัทverisignนี่เขาเป็นผู้ให้บริการมาตั้งแต่ปี1995นะคะแล้วก็ได้รับความเชื่อถือในระบบรักษาความปลอดภัยแล้วก็มีความน่าเชื่อถือมาโดยตลอดนะคะถ้าคุณเห็นสัญลักษณ์นี้ตามเว็บไซต์ใดๆก็ตามนะคะก็ให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เราทำอยู่ในเว็บไซต์นั้นๆนี่จะได้รับการป้องกันแล้วก็มีความปลอดภัยสูงสุดนะคะในปัจจุบันน-ี่บริษัทverisignนี่เป็นบริษัทที่ให้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์อันดับ1ของโลกนะคะถ้าใครเห็นสัญลักษณ์นี้เราก็มั่นใจได้นะคะอันนี้เป็นตารางเปรียบเทียบรูปแบบรูปแบบของการใช้บริการsslนะคะอย่างเช่นถ้าคุณอยากได้ความปลอดภัยที่สูงมากค่าใช้จ่ายมันก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วยรวมถึงถ้าใครใช้บริการแล้วอยากได้การันตีก็คือแถบเขียวหน้าเว็บไซต์แบบนี้นะคะไม่ใช่ว่าทุกราคาจะได้นะคะจะต้องจ่ายเกือบ30,000บาทถึงจะได้สัญลักษณ์ที่บอกว่าเว็บไซต์เราได้รับการป้องกันจากsslอย่างดีแล้วนะคะก็ถ้าต่อไปใครทำงานเกี่ยวกับการเขียนเว็บไซต์นะคะก็ถ้าทำเชิงธุรกิจอย่าลืมใช้บริการของการรักษาความปลอดภัยด้วยนะคะอันนี้เป็นหน้าของเว็บไซต์verisignถ้าใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของเขาน่ะนะคะแต่ปัจจุบันมันไม่ได้มีแค่ระบบรักษาความปลอดภัยแบบsslมันมีแบบsetด้วยนะคะซึ่งก็ได้รับความนิยมใกล้เคียงกันของทั้ง2ระบบนะคะอย่างที่บอกค่ะsslนี่มันเป็นวิธีการในการเพิ่มความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายนะคะโดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นความลับเช่นรหัสผ่านเช่นรห-ัสผ่านหมายเลขบัตรเครดิตเวลาเรากรอกผ่านระบบออนไลน์นี่จะต้องกรอกแล้วรู้สึกปลอดภัยนะคะโดยที่ระหว่างการรับส่งข้อมูลนี่จะไม่มีใครนอกเหนือเครือข่ายสามารถดึงข้อมูลที่เป็นความลับจะ(ไป)ใช้ได้นะคะวิธีการเข้ารหัสนี่เขาจะใช้กุญแจแบบอสมมาตรก็คือกุญแจคนละดอกกันแล้วก็ตัวsslนี่เขาจะรองรับเรื่องการยืนยันตัวตนการคงสภาพของข้อมูลแล้วก็ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเราด้วยนะคะโดยsslนี่เขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการตรวจสอบการเข้ารหัสนะคะระหว่างเครื่องแม่ข่ายกับเครื่องลูกข่ายซึ่งหลักการทำงานจะมีอยู่3ส่วนใหญ่ๆคือตรวจสอบว่าserverwebsเว็บไ(i)tซต(e)-์ที่เราเข้าใช้งานน-ี่เป็นserverจริงไหมนะคะแล้วก็ตรวจสอบว่าเครื่องลูกข่ายนี่ที่เข้ามาใช้งานเนี่เป็นเครื่องลูกข่ายที่ได้รับการยืนยันตัวตนจริงแล้วหรือเปล่านะคะเหมือนช่วงนี้ในโลกออนไลน์เขาจะบอกว่าระวังเว็บไซต์หรือเพจfacebookปลอมสำหรับพ(ท)-ี่พักต่างๆแล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าแฟนfanpagefacebookตัวไหนเป็นข้อมูลจริงนะคะอันนี้ก็เหมือนกันค่ะกับหน้าที่ของsslเขาก็จะรู้ว่าข้อมูลที่ร้องขอเข้ามากับข้อมูลที่ส่งไปนี่เป็นข้อมูลจริงหรือเปล่านะคะโดยที่มีการยืนยันโดยใช้รหัสลับที่เป็นกุญแจคนละดอกกันนี่ในการเชื่อมต่อระหว่างการรับส่งข้อมูลนะคะหลักการทำงานนี่มันจะเป็นsslนี่จะเป็นข้อตกลงที่อยู่ตรงกลางระหว่างตัวเว็บไซต์กับการรับส่งข้อมูลนะคะโดยที่มันสามารถทำงานกับวิธีการหรือการข้อตกลงต่างๆทั้งการเป็นเว็บไซต์หรือการรับส่งข้อมูลหรือการส่งvpnก็ได้นะคะโดยsslนการ(-ี่)ทำงานตามหลักการการเข้ารหัสข้อมูลก็คือถ้ามีคนแอบได้ข้อมูลของเราไปนี่มั่นใจได้เลยว่าเขาจะอ่านข้อมูลเราไม่ได้นะคะโดยการเข้ารหัสข้อมูลของsslนี่มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบข้อมูลให้แตกต่างไปจากต้นฉบับทำให้คนอื่นนี่ไม่สามารถอ่านแล-้ะ(ว)เข้าใจข้อมูลของเราได้นะคะถ้าไม่ใช้วิธีการแปลงข้อมูลกลับมาอยู่ในรูปแบบเดิมซึ่งเรียกว่า"การถอดรหัส"นะคะการเข้ารหัสและการถอดรหัสจะใช้กุญแจกุญแจในที่นี้ไม่ใช่กุญแจที่เราจับต้องได้นะคะมันจะเป็นกุญแจแบบดิจิทัลเอาไว้ในการทำงานโดยที่ผู้รับและผู้ส่งจะมีกุญแจที่สามารถเขียนหรืออ่านข้อมูลนี้ได้ถ้าใครไม่มีกุญแจก็จะไม่สามารถทำได้นะคะโดยการเข้ารหัสข้อมูลแบบsslนี่จะมีกุญแจอยู่2ประเภทกุญแจสมมาตรกับกุญแจอสมมาตรก็คือกุญแจที่เหมือนกันกับกุญแจที่ต่างกันนั่นเองนะคะถ้าเราใช้กุญแจแบบสมมาตรมันจะเป็นการเข้ารหัสแล้วก็การถอดรหัสโดยใช้กุญแจดอกเดียวกันข้อดีของการใช้กุญแจเหมือนกันก็คือมันเร็วเพราะมันใช้เวลาในการคำนวณการถอดรหัสมันน้อยกว่าแล้วก็สามารถทำได้ง่ายกว่าในการสร้างกุญแจขึ้นมานะคะข้อเสียคือการบริหารจัดการกุญแจมันอาจจะทำได้ยากเพราะการเข้ารหัสการถอดรหัสมันเหมือนกันถ้าสมมติว่าใครได้กุญแจดอกเ(…)ด-ีย(อก)วแค่เอาไปดอกเดียวน่ะค่ะเขาก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลของคุณได้ซึ่งมันแตกต่างจากนี่ค่ะมันใช้ก-ุญแจดอกเดียวกันนะข้อมูลที่เข้ารหัสแล้วมันจะเป็นอย่างไรเช่นข้อมูลว่า"ผมชื่อนายดำ"นะคะผมชื่อนายดำนี่ถ้าถูกเข้ารหัสแล้วมันจะกลายเป็นตัวหนังสืออะไรก็ไม่รู้เหมือนข้างล่างนะคะถ้าใครไม่มีกุญแจเขาก็จะอ่านข้อมูลไม่ได้แต่ถ้าคนที่มีกุญแจอยู่เขาก็จะสามารถข(ถ)อดรหัสออกมาเป็นคำว่า"ผมชื่อนายดำ"ได้เช่นเดียวกันนะคะแต่ถ้ามันเป็นกุญแจที่ต่างกันล่ะนะคะหรือว่าค(ก)-ุณ(ญ)แจอาจสมมาตรมันทำให้การบริหารจัดการกุญแจมันง่ายกว่าเพราะว่ากุญแจที่ใช้ในการเข้ารหัสแล้วก็ถอดรหัสนี-่(-้)มันต่างกันแล้วก็สามารถระบุคนได้ง่ายเพราะว่าเราจะต้องมีลายเซ็นดิจิทัลแนบไปด้วยนะคะข้อเสียคือพอมันปลอดภัยมากๆเวลาในการเข้ารหัสแล-้วกะ(-็)ถอดรหัสนี่มันก็จะนานขึ้นเพราะว่ามันจะมีการคำนวณการถอดรหัสที่นานขึ้นหรือการเข้ารหัสที่นานขึ้นนะคะก็แต่ความปลอดภัยมันก็มีมากกว่านะคะอย่างตัวนี้นะคะก็จะเป็นการเข้ารหัสเหมือนกันค่ะแต่ว่ากุญแจมันจะมีกุญแจสาธารณะกับกุญแจส่วนตัวนะคะในการเข้ารหัสก็คือพอก(เ)ราณ(ม)-ีกุญแจสาธารณะเพื่อเข้ารหัสข้อมูลเราจะถามกุญแจของนางแดงก่อนว่ากุญแจขอคุณแจ้งคุณหน้าตาเป็นอย่างไรขอดูหน่อยนะคะถ้านางแดงส่งกุญแจส่วนตัวมาให้นะคะเราก็จะปั๊มกุญแจส่วนตัวนี้แปะเข้าไปด้วยเพื่อให้นางแดงเท่านั้นสามารถเปิดได้ไม่ใช่ใครก็ได้ที่สามารถจะเปิดได-้นะคะอันนี-้คือกุญแจที่มันไม่เหมือนกันเข้ารหัสจะเป็นดอกหนึ่งแล้วก็เอาส่วนของค(ก)-ุญแจนาณ(ง)แดงมาเข้ารหัสด้วยนะคะแตเฉ(-่)พา(อ)ะเปิดเราสามารถจะเปิดโดยใช้กุญแจรถส่วนตัวของนางแดงเท่านั้นแบอย-่(บ)างนี้นะคะระบบถต-่อ(-ัด)มาจะเป็นระบบsetทีนะคะก็จะเป็นระบบที่พัฒนาเพื่อชำระเงินด้วยบัตรเครดิตโดยเฉพาะนะคะแล้วก็อย่างปลอดภัยโดยที่คนที่ใช้งานบัตรเครดิตอาจจะเป็นร้านค้าหรือว่าธนาคารหรือองค์กรเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้านี่จะจะต้องมีใบรับรองดิจิทัลก่อนนะคะเพื่อรับรองที่รับรองว่าทุกฝ่ายหรือทุกคนที่เกิดขึ้นนี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตัวนี้นะคะโดยตัวsetนี-่จะทำการเข้ารหัสข้อมูลรายการสินค้าก่อนจะส่งข้อมูลลงไปบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนะคะกลไกในการรักษาความปลอดภัยมันก็จะประกอบด้วยมันสามารถรักษาความลับของข้อมูลที่ส่งได้แล้วก็มีความน่าเชื่อถือมีการตรวจสอบสิทธิ์ที่เกิดขึ้นจริงโดยองค์กรที่ออกใบรับรองมาให้นะคะข้อแตกต่างระหว่างssl...(แต่)setนี่จะมีธนาคารหรือว่าสถาบันทางการเงินมาเกี่ยวข้องด้วยนะคะในการทำแ(ใ)บรับรองนี่sslนี่ก็จะมีแค่เฉพ200(าะ)serverแต่ท(s)e-ี-่(t)ต้องมีทุกคนนะคะการตรวจสอบก็จะต่างกันนะคะsslก็ต่างคนต่างตรวจสอบแต่ว่าsetนี่มันก็จะมีองค์กรรับรองใบรับรองดิจิทัลนี่เป็นคนตรวจสอบนะคะข้อมูลsslจะต้องป้อนใหม่ทุกครั้งจะไม่เก็บไว้เพื่อความปลอดภัยนะคะแต่ว่าsetนี่เราสามารถเก็บข้อมูลไว้ในe-walletได้เพียงการป้อนข้อมูลทิ้งไว้น่ะนะคะการจำกัดการเข้าถึงก็แต(จะ)กต่างกันนะคะถ้าsslไม(นี)-่สามารถเข้าได้ทุกระดับแต่ถ้าsetนี่ก็ธนาคารก็จะไม่รู้ว่าเราซื้ออะไรนะคะแล้วก็คนขายนี-้มันจ-่(ะ)เขาก็จะไม่รู้ว่าข้อมูลบัตรเครดิตของเราคืออะไรนะคะมันเลยรู้สึกว่าการใช้บัตรเครดิตนี่ค่อนข้างปลอดภัยเพราะว่ามันจะมีองค์กรกลางที่ดูแลเรื่องพวกนี้ให้นะคะการใช้ข้อมูลนะคะก็จะมีการเข้ารหัสคำสั่งนะคะบุคคลที่3ก็ไม่สามารถดูได้การป้องกันข้อมูลก็จะสร้างกุญแจมาโดยเฉพาะนะคะการพิสูจน์ตัวตนตัวsslนี่ไม่มีสนับสนุนบริการตัวนี้แต่setมีนะคะการเข้ารหัสข้อมูลแบ-ั(บ)ตรเครดิตก็setนี่จะมีการแยกคำสั่งซื้อกับข้อมูลแบ-ั(บ)ตรเครดิตแยกออกจากกันนะคะก็รักษาความปลอดภัยได้ดีกว่าsslในระดับหนึ่งวันนี้นะคะจากสไลด์ต้นๆที่อาจารย์ถามว่าทำไมตะกร้าสินค้าถึงสำคัญที่สุดในระบบการซื้อของออนไลน์ในความคิดนักศึกษานะไม่ต้องหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตนะลองดูสิว่าจะตอบอาจารย์ว่าอย่างไรเช่นทำไมเต-้อ(รา)งซื้อของแล้วทำไมไอ้ตะกร้าสินค้าที่เราเพิ่มสินค้าเข้าไปมันดูสำคัญทั้งมันคำนวณเงินให้เราใช่ไหมมันเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินใช่ไหมนะคะแล้วก็เมื่อกี้นี้อาจารย์เปรียบเทียบให้แล้วระหว่างsslกับsetลองดูสิว่าถ้าเราเป็นร้านค้าsslดีอย่างไรมีข้อเสียอะไรบ้างแล้วsetมันมีข้อดีอย-่-ั(า)งไง(ร)ข้อเสียอย-่-ั(า)งไง(ร)ก็ลองเปรียบเทียบเหตุผลให้อาจารย์หน่อยนะคะทำใส่ในwordนั่นแหล-่ะค่ะแล้วก็ส่งในgoogleclassroomเหมือนเดิมนะคะข้อแรกย-ัง(-้ำ)เหมือนเดิมไม่ต้องหาในอินเทอร์เน็ตเอาในความคิดของเรานะคะว่าทำไมตะกร้าสินค้ามันดูสำคัญเริ่มทำได้ค่ะเดี๋ยวทำงานในห้องก่อนนะคะล่ามแป๊บหนึ่งเอาไว้ก่อนก็ได้[สิ้นสุดการถอดความด-้(])
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2023-12-15 17:02:05
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}