Accuracy : 89.72%
Insertion : 551
Deletion : 1681
Substitution : 451
Correction : 23967
Reference tokens : 26099
Hypothesis tokens : 24969

(ผศ.ดร.กาญจนา)เดี๋ยววันนี้เราจะมาดูในเรื่องของการอ่านในใจกันนะคะการถ้(อ่)แ(ใ)-่ใจดูจากหน้าที่เท่าไ-่เอ่ย40เท่าไ-่ลูกหน้า41ค่ะทุกคนดูเอกสารในหน้า41ค่ะการอ่านในใจนะคะมีวิธีการที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จหรือมีผลสัมฤทธิ์นะคะในการอ่านในใจหลากหลายวิธีด้วยกันเทคนิควิธีการอันที่1นะคะเราเรียกว่าวิธีการแบบไหนลูกแบบเราคร-่าวการอ่านแบบคร่าวๆนะคะหรืออีกอย่างหนึ่งเราเรียกว่าskimmingการจิมิ(อ่)ถ้านางแบบครข้อคว(-่)ม(ๆ)นี้มีลักษณะอย่างไรดูนะอันที่1นะคะก็คือในขั้นที่1จะต้องมีการอ่านสำรวจนะคะข้อมูลก่อนการสำรวจข้อมูลที่ว่านี้ดูอะไรบ้างดูอะไรบ้างค-่ะหยิบหนังสือขึ้นมา1เล่มดูอะไรก่อนที่เป็นข้อมูลเบื้องต้น1.หน้าปกใช่ไหมคะหยิบขึ้นมาเราดูเห็นก่อนเลยก็คือหน้าปกนอกจากดูหน้าปกแล้วดูอะไรอีกคะคำนำสารบัญอันดับแรกเลยคือดูหน้าปกว่าชื่อเรื่องอะไรใครเป็นผู้แต่งใช่ไหมคะวิธีการประกอบร่างหนังสือนี่เป็น-่-ั(า)งไง(ร)เล่มหนาไ-้ถือพอดีไหมนะคะขนาดเท่าไ-่น้ำหนักเป็น-่-ั(า)งไง(ร)สีกระดาษเป็น-่-ั(า)งไง(ร)คราวนี้ไปดูอะไรต่อดูคำนำดูสารบัญใช่ไหมคะสารบัญในที่นี้ในเนื้อห(…)ในหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้างวิธีการในการเรียบเรียงหนังสือเป็นอย่างไรเราจะดูได้จากอะไรนะสารบัญนั่นเองนะคะดูจำนวนหน้าว่ากี่หน้าดูราคาด้วยไหมคะดูด้วยค่ะต้องดูราคาด้วยว่าราคาเท่าไจั-่(ด)พิมพ์ปีพ..อะไรทำไมต้องดูรายละเอียดข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้นๆนักศึกษานั่งดีๆค่ะถ้าหนูไม่สบายหนูไปพักได้เลยลูกห้องข้างล่างอืมไม่ๆถ้าฉ(ห)-ั-ูรู้สึกไม่สบายหนูลงไปห้องข้างล่างเลยค่ะมีห้องพยาบาลม(ะ)-่-้(ะ)มีศูนย์แพทย์อยู่นะจ(ค)-๊ะดูแลตัวเองนะคะต่อไปนะคะstepถบต(-ัด)มาพ-่อสำรวจพลิกซ้ายพลิกขวาดูหนังสือแล้วดูส-ิ(-ี)หนังสือด้วยไหมคะร(ด)-ูปกดูสีด้วยไหมดูใช่ไหมคะว่ามันมีความดึงดูดมากน้อยแค่ไหนใช่ไหมคะต่โทร(อ)มานะคะขั้นที่2การอ่านข้อมูลหรืออ่านเนื้อหาทั้งหมดอย่างรวดเร็วโดยวิธีการอะไรอ่านอย่างรวดเร็วโดยใช้การสังเกตตำแหน่งที่เรียกว่าใจความสำคัญปกติแล้วใจความสำคัญอยู่ตำแหน่งไหนบ้างอะร(น)ใครตอบก(ร)-ูได้บ้างว่าใจความสำคัญอยู่ตำแหน่งไหนต้นกลางท้ายอยู่ตรงไหนของประโยคคะค-่ะตรงกลางหรอคะตรงไหนคะตรงกลางเหรอคะท้ายเหรอคะตรงไหนอีกคะปกติแล้วใน1ย่อหน-้าเอ-้าไม่เอาใน1ประโยคก็ได้ใน1ย่อหน้าใน1ย่อหน้าใจความสำคัญจะอยู่2ตำแหน่งใหญ่ใหญๆ(-่)ด้วยกันก็คือต้นประโยคนะคะต้นข้อความกับอะไรลูกข(-้)ายข้อความท้ายสุดท้ายนี่นะคะเขาเรียกว่าเป็นส่วนที่เป็นส่วนสรุปแต่ส่วนแรกนะคะเขาเรียกว่าเป็นส่วนเหตห็ดออกก็เรียกว่าเป็นส่วนเหต-ุผลนะคะส่วนเหตุผลแล้วตอนท้ายนี-่(-้)จะเป็นข้อสรุปแต่ใดๆก็ตามแต่2อย่างนี้2ตำแหน่งนี้อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมดให(จ)-้ความสำคัญในย่อหน้ายาวๆอาจจะยังปรากฏอยู่ในตอนไหนของใจความได้ด้วยอยู่ตรงส่วนกลางก็ได้นะคะน(ต)-่ร(ล)-ักๆเลยจ-้(ะ)อยู่ที่ไหนคะเป็นอันดับแรกต้นประโยคและข(-้)ายประโยคหรือต้นข้อความหรือท้ายข้อความนั-้(-่)นเองนะคะดังนั้นเวลาที่เราต้องการจะอ่านคร่าวๆเราเห็นใจความสำคัญก(พ)-ุ-้(-่)งไปที่ไหนก่อนเลยต้นข้อความกับส่วนท้ายเพื่อทำการskimmiสกิมมิ-่ง(ng)นั่นเองนะคะวิธีนี้นะคะมีประโยชน์อย่างไรมีประโยชน์ในการทำให้เราอ่านได้เร็วขึ้นเพราะอ่านได้เร็วเราก็จะเพิ่มจำนวนของหนังสือได้มากขึ้นพูดง่ายๆอ่านได้จบไวขึ้นอ่านจับใจความได้ไวขึ้นแล้วทำให้เราเพิ่มปริมาณของการอ่านให้สูงขึ้นด้วยนะคะนี่คืออ่านแบบที่1เขาเรียกว่าอ่านแบบskimmบสกิมม-ิ่ง(ing)หรืออ่านแบบคร่าวค(ๆ)ร่า-ิธีนี้เหมาะสำหรับนักศึกษาไหมคะเหมาะมากเพราะอะไรเพราะมันจะช่วยทำให้นักศึกษา1.รู้ตำแหน่งของใจความเวลาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบนะคะเบื้องต้นอันดับแรกต้องอ่านคร่าวๆก่อนรอบที่1รอบที่2ค่อยมาอ่านละเอียดใช่ไหมคะเพื่อบันทึกใจความแล้วทำการช็อตโน๊ตหรือบันทึกสรุปแบบสรุปเอาไว้อ่านทบทวอ(ค)ะต-่อมาประเภทที่2ค่ะแบบที่2นะคะเราเรียกว่า"การอ่านแบบกวาดสายตา"ารอ-็น(-่)ง(น)แบบกวาดสายตาหรือภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าscanniก่(ng)ล(ะ)-ิง(ะ)การscanรสแกนน(n)in-ิ่ง(g)นั้นคืออะไรนะคะเขาบอกว่าการอ่านแบบscanningเป็นการอ่านเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะบางอย่างเป็นการอ่านเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะบางอย่างนะคะโดยวิธีการในการอ่านนั้นจะต้องอ่านอย่างรวดเร็วไม่ใช่อ่านเพื่อดูสังเกตตำแหน่งใจความสำคัญแล้วนะคะแต่ดูโดยใช้สายตากวาดไปครั้งเดียวนี่ค่ะครั้งเดียว2-3บรรทัดรวดเลยต้องใช้สายตาในการกวาดนะคะเพื่อสังเกตทีเดียว2-3บรรทัดนะคะสังเกต-่-ั(า)งไง(ร)ทีนี้เวลาที่เราจะใช้กับกรณีของการส(s)caแกน(n)niนิ-่ง(ng)นี้ก็คือใช้ในกรณีที่เราต้องการ1.ค่ะเปิดพจนานุกรมหาคำศัพท์ภาษาไทยเอ-้ยภาษาอังกฤษเอยหรือภาษาต่างๆอะไรก็ได้เราใช้วิธีการก็คือควบรวมนะคะทีละ3บรรทัดเพื่อหาคำที่เราต้องการฝ(-้)นคำศัพท์ต่างๆนะคะหรือหาหมายเลขโทรศัพท์ได้ไหมคะสมัยก่อนมีสมุดโทรศัพท์ณ(ะ)ปัจจุบันนี้ก็อาจจะมีแบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะทำเป็นe-bookอย่างนี้ค่ะเราก็ใช้วิธีการscanninสแกน(g)หรนิ-้ว(-ือ)เปิดดูหน้าสารบัญในหนังสือนะคะที่เป็นลักษณะของสารานุกรมนะคะเราต้องการจะค้นหาเรื่องอะไรทำอย่างง(ร)คะใช้สายตากวาดไปเพื่อให้เจอคำที่เราต้องการค้นวิธีนี้นะคะจะทำได้เร็วขึ้นถ้ามีเครื่องมือช่วยเช่นใช้กระดาษแข็งค่ะหรือใช้นิ้วชี้ตามเพื่อค้นอะไรลูกค้นหาคำใช้กระดาษช่วยก็ได้ค่ะแต่หลักๆแล้ววิธีการในการใช้นิ้วหรือใช้กระดาษ-ี้นะคะเขาจะไม่ค่อยนิยมกับการอ่านแบบละเอียดหรืออ่านแบบสกิมมิ่งเขาก็ไม่ใช้ใช้เฉพาะการหาแบบsแ(c)anninกนนิ่ง(g)เท่านั้ะคะการโ(s)caคลน(n)niนิ-่ง(ng)นะคะอ่านแบบกวาดสายตาอนุญาตหรือนิยมนะคะใช้อุปกรณ์ช่วยแต่ถ้าเป็นการอ่านแบบอื่นเขาไม่นิยมแล-้(ะ)เขาไม่แนะนำนะคะโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กนักเรียนเพ(ธ)-ื่อจะไปเป็นครูเวลาเธอสอนเด็กอ่าน-่(-้)าเด็กชี้ตามตัวอักษรนั่นแสดงว่าผิดบุคลิกภาพที่ดีของอะไรลูารอ่านเวลาเด็กอ่านนะคะแล้วถ้าอ่านในใจมีเสียงขมุบขมิบแล-้ะ(ว)ใช้นิ้วมือชี้ตามอันนี้ถ้าเป็นการอ่านในเบื้องต้นแรกๆไม่ได้เป็นปัญหาอะไรนะแต่ถ้าเด็กติดเป็นนิสัยอันนี้ก(ร)-ูจะต้องแก้ตรงนี้นะคะไม่ให้เด็กใช้อะไรลูกใช้นิ้วชี้ตามตัวอักษร-้(ะ)าวต่อไปนะคะแบบที่3ค่ะเราเรียกว่าแบบที่3เราเรียกว่าการอ่านแบบsq3rนั่นแหละครูบอกให้ไปตั้งนานแล้วเออไม่เป็นไรลูก-ั(ๆ)ไปพักผ่อนก่อนลูกไปพอดีมีเพื่อนไม่สบายนะคะขออนุญาตไปหาม(-ู)นย์อสุน(แ)ร(-์)ข้างล่างนะคะมีศูนย์แพทย์อยู่ไปหาศูนย์แพทย์เลยค่ะต่อเลยนะคะแบบที่3นะคะเราเรียกว่าsq3rร(ด)-ู-้-ั(า)กชื่อนักศึกษาคิดว่ามีอยู่กี่ขั้นตอนด้วยกันในการอ่านsq3rคิดว่ามีอยู่กี่ขั้นตอนอ่านในใจนี้มีอยู่กี่ขั้นตอน3หรอค-่ะมี3หรอค-่ะ3ใครว่า3ยกมือใครว่าส(4)-ียกมือยกสูงๆเลยลูกมั่นใจไม่เป็นไรใครว-่ะ(า)5ยกมือ-ูโอเคขอบคุณค่ะคำตอบคือ5ค(ข)-ั-้นค่ะขั้นที่1เราเรียกว่า"อ่านสำรวจ"หรือมาจากภาษาอังกฤษที่ใช้คำว่าsurveyตัวย่อคือตัวเอ(ss)ย่อมาจากsurveyการสำรวจก่อนค่ะสำรวจเข้าคร่าวๆนะคะเหมือนอย่างในขั้นของการskimminสกิม(g)นะมิ-่ง(คะ)ดูคร่าวๆนะคะฝ(ข)-ั-้ด(ท)-ี-่2ค่ะอ่านแล้วตั้งคำถามอ่านอย่างมีจุดมุ่งหมายอ่านเพื่อให้ได้คำตอบว่าใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไรการตั้งคำถามในลักษณะเช่นนี้เราเรียกขั้นนี้ว่าquestionหรือตัวย่อคือห(q)-ิว2แล้วนะคะว(ข)-ั-้นที่3ค่ะเมื่อได้คำตอบแล้วนะคะว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไรอ(ข)-ั-้นที่3ก็คืออ่านอย่างเร็วค่ะคราวนี้ถ้าจะต้องการอ่านอย่างเร็วเราต้องใช้เทคนิคอะไร-้-่ะ(ว)ทีนี้ท(-่)านแบบไหนคะอ่านแบบส(s)kimminกิมมิ่ง(g)อีกเช่นกันก็คือดูตำแหน่งดูใจความสำคัญเ(ะ)ะเร(พ)-ื่อให้เกิดความรวดเร็วค(ข)-ั-้นที่4ค่ะมาจากอะไรคะขออภัยขออภัยะคะ(-ั้น)ที่3นะคะในได(ขั)-้ที่3นี้มาจากตัวrที่เขาบอกว่า3อ(r)-ัrตัวที่1คืออ่านอย่างเร็วหรือขั้นrท่าน(e)adนะคะต่อมาอาร์ตัวที่2ค่ะเร(พอ)เราใช้วิธีการrรีด(ead)แบบส(s)kiกิม(m)miมิ-่ง(ng)แล้วนะคะเราก็มาอ่านเพื่อจำนะคะอ่านเพื่อการจำภาษาอังกฤษคือreciteนะคะเป็นrตัวที่2นะคะแต่เป็นขั้นที่เท่าไ-่คะของกระบวนการอ่านนี้ด(-ั)-้นที่4นะคะอ่านเพื่อจำหรือreciไซส์(te)นะคะเป็นการจำส่วนท้ายของข้อความเชื่อมกับต้นข้อความจ(ถ)-ัดไปพูดง่ายๆเวลาที่เราอ่านในขั้นres(c)iz(t)eเพื่อจำให้เราจำส่วนท้ายของประโยคและระจำส่วนต้นของประโยคถัดไปจะเกิดความเชื่อมโยงแบบนี้ไปเรื่อยๆก็(ขา)บอกว่าเทคนิคการจำนี้จะทำให้ผู้อ่านมีความจำเพิ่มมากขึ้นนะคะแล้วก็มีข้อมูลที่เป็นลักษณะของการเชื่อมโยงต่อต(ๆ)-่อกันไปจนจบเนื้อความในย่อหน้านั้นๆนี่คืออ(r)ตัวที่2นะคะและสุดท้ายคืออ(r)ตัวที่3นะคะขั้นของการอ่านทบทวนนั่นก็คือreviewนะครีวิ(ะน)วง-ั-้(-่)นก็คือreviewrรีวิวร(e)vi-ีว-ิว(ew)นะคะเป็นลักษณะของการสรุปใจความล(า)-ักการอ่านทั้งหมดสรุปแล้วทำให้มันเป็นภาษาของตัวเองสรุปให้เป็นภาษาของตนเองพูดง่ายๆเวลาเราจ-ำน่มาค่ะเรามักจะไปจำส่วนที่เป็นข้อความจากในหนังสือตรงนั้นมันจะทำให้เราขาดในเรื่องของการสรุปความรู้ที่เป็นองค์ความรู้ตามความเข้าใจของตัวเราเองวิธีการในขั้นนี้เราจะให้ผู้อ่านทำการสรุปใจความสำคัญด้วยภาษาด้วยความคิดของตัวเองเอาเนื้อความมาเรียบเรียงใหม่เพื่อให้เกิดความรู้ที่เป็นชุดความรู้ของผู้อ่านคนนั้นๆนะคะต่อไ-้ายนะคะวิธีการที่4นะคะนั่นก็คือการอ่านอย่างละเอียดหรือที่เราเรียกว่าintensivereadingนะคะการอ่านอย่างละเอียดนะคะขั้นนี้เขาบอกว่าเป็นขั้นสุดท้ายค่ะเป็นขั้นสุดท้ายของการอ่านในใจอ่านอย่างละเอียดนี้นะคะจะต้องมีทักษะในการพินิจพิเคราะห์และในบางครั้งยังจำเป็นจะต้องอาศัยทักษะในการตีความด้วยการตีความคืออะไรการตีความคือการระบุหรือค้นหาความหมายของคำประโยคหรือข้อความนะคะพ(ท)-ี่อาจจะไม่ได้มีความหมายตรงตามสิ่งที่ปรากฏตามรูปอักษรนั้นๆเช่นสมม-ุติเขาใช้คำว่า"มือขวา"นะคะก็เป็นมือขวาของคุณนะคะมือขวาคำว่า"มือขวา"ถ้าเป็นความหมายโดยตรงที่ไม่ต้องอาศัยการตีความมือขวาคืออะไรลูกซ(ค)-ื-้ออวัยวะใช่ไหมคะที่อยู่ฝั่งขวาแต่ถ้าเป็นการตีความอีกความหมายนึ-่งมันเป็นความหมายแฝงคืออะไรคะหมายถึงอะไรลูกคนสนิทใช่ไหมคะมือขวาคือคนสนิทเพราะคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ส่วนใหญ่ถนัดอะไรกันลูกถนัดมือขวากฎ(คน)มือซ้ายน้อยใจใช่ไหมคะก็เลยตั้งเป็นวันมือซ้ายแห่งโลกขึ้นมาใช่ไหมคะคนถนัดซ้ายก็มีแต่เป็นคนส่วนน้อยใช่ไหมคะแล้วก็(ขา)บอกว่าจะมีความพิเศษสำหรับคนที่ถนัดมือซ้ายแต่พอคนส่วนใหญ่อ(น)-่ะค่ะถนัดมือขวาเขาก็เลยใช้คำนี้มาเป็นคำเปรียบนะคะหมายถึงคนที่เรียกใช้ง่ายคนที่เชื่อใจคนที่ไว้ใจนะคะให้ทำอะไรก็ตามแต่เป็นคนข้างกายเขาเรียกว่าเป็นมือขวาอืมเห็นไหมเพระฉะนั้นนี่คือการตีความนี่คือการตีความนะคะดังนั้นเวลาที่เราอ่านน-่ะค-่ะเราจึงจะต้องทำความเข้าใจกับคำสำนวนข้อความประโยคต่างๆที่มันมีความแป(ฝ)งอยู่ตรงนั้นก็(-่อ)มานะคะในบางครั้งค่ะหากมีการพิจารณาถึงความงามของวรรณศิลป์หมายความว่า-่-ั(า)งไง(ร)ความงามของวรรณศิลป์หมายถึงภาษาที่มันมีความงดงามอ(น)-่ะค่ะใช้ภาษาเพื่อความงดงามอ(จ)การอ่านอะไรบ้างเช่นอ่านวรรณคดีอ่านบทประพันธ์เคยอ่านบทประพันธ์แล้วนึกภาพตามไหมคะแล้วทำไมเขาใช้คำได้สวยขนาดนี้เคยได้ยินไหมคะตะวันส่องใสฉาแดด(บ)ฉายลงมาทาบทาทิวทุ่งโอ้โหเป็นอย่างง(ร)คะลงมาถ(ท)-้ลงมาทาทิวทุ่งเล่นอักษรไปอีกใช่ไหมคะเล่นเสียงอะไรลูกเสียงททหารตะวันส่องใสดด(าบ)ฉายลงมาทาบทาทิวทุ่งก(ส)-่องใสฉาบฉายทาบทาทิวทุ่งนี่คือวรรณศิลป์ใช่หรือไม่เพราะฉะนั้นในบางกรณีของการอ่านละเอียดเราจะต้องพิจารณาถึงความงามของการใช้ภาษาในเชิงวรรณศิลป์ด้วยนะคะก็(-่อ)มานะคะเวลาที่เราจะอ่านในใจนะลูกนะสิ่งหนึ่งที่เป็นวัตถุประสงค์หลักของการอ่านในใจก็คือต้องการให้ผู้อ่านมีความสามารถในการอ่านเร็วนั่นเองเราจะสังเกตได้ว่าตอนเราเรียนประถมศึกษาสิ่งที่เกิดก็คือถ้าตอนประถมต้นปอ(.)1ถ(-)-ึง.3คุณครูจะสอนให้นักเรียนอ่านออกเสียงนะคะอ่านออกเสียงเพื่อสะกดคำให้ถูกต้องแล(-่)พอเป็นเด็กป.4ถ(-)-ึง.6ขึ้นมาการอ่านออกเสียงจะลดน้อยลงแต่จะไปเน้นเรื่องของการอะไลูกอ่านในใจเพื่อทำให้เรียนได้เร็วขึ้นใช่ไหมคะก(-่)ร(น)ได้ไวขึ้นนั-้(-่)นเองเพราะฉะนั้นนะคะในเรื่องของการพัฒนาการอ่านเร็วนะคะมีอะไรอยู่มากมายที่เป็นเทคนิคนะมีเทคนิควิธีการอยู่มากมายนะคะแล้วก็ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องนักศึกษาดูหน้า403ค่ะอ(ด)-ู-่หน้า43เขาบอกว่าขั้นที่1นะคะต้องฝึกการเคลื่อนสายตาฝึกการเคลื่อนสายตานะคะต้องฝึกการเคลื่อนนะคะโดยการหยุดสายตานะคะอยู่ตรงประโยคหรือคำหรือวลีนะคะหรือข้อความนะคะไม่สะดุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งนะาม(คะ)ไม่สะดุดอยู่ตรงที่ใดที่หนึ่งทีนี้มันมีตัวอย่างอยู่ในหน้า43ค่ะเรื่องกล้วยตานีครูให้เวลา30วินาทีในการอ่านข้อความเรื่องกล้วยตานีจำนวน4บรรทัดาจพราะเวลาสักยี่…30วินาทีทุกคนดูเอกสารค่ะเปิดเอกสารหน้า43ค่ะเปิดเอกสารหน้า43ครบ30วินาทีแล้วเดี๋ยเราเพอ(-ื)-่า(อ)-้วก็ลองอ่านดูอ่ะคนไหนที่อ่านไม่จบไม่เป็นไรค่ะเพิ่มเ(ไ)-็น1นาทีได้นะคะ4บรรทัดนี้เขาพูดถึงอะไรคะเรื่องอะไรนะคะกล้วยกล้วยอะไรคะลูก(นักศึกษา)ล้วยตานี(ผศ.ด.กาญจนา)กล้วยตานีเรื่องของกล้วยตานีกล้วยตานีกล้วยตานีมีที่มาจากอะไรคะมีที่มาจากประเทศอะไรคะในเมืองไทยหรือเปล่าไม่ได้เกิดในเมืองไทยใช่ไหมคะมาจากอะไรนะคะ(นักศึกษา)อินเดีย(ผศ.ดร.กาญจนา)มาจากอินเดียอินเดียตอนไหนนี่(นักศึกษา)ตอนใต้(ผศ.ดร.กาญจา)อิเด-ียตอนใต้ใช-่ไหมคะมาจากอินเดียตอนใต้ปลูกมาตั้งตั้งแต่สมัยไหนค-่นี่(นักศึกษา)สุโขทั(ผศ.ดร.กาญจนา)สุโขทัยคาดว่าปลูกกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยปัจจุบันนิยมปลูกกันมากที่จังหวัดอะไรคะอยู่ที่อำเภอสวรรคโลกนิยมรับประทานหรือว่าเอาไปใช้งานคะนิยมเอาไปใช้งานเนื่องจากกล้วยตานีมีคุณสมบัติอย่างไรใบเหนียวเพราะฉะนั้นกล้วยตานีจึงเป็นกล้วยที่ไม่นิยมรับประทานแต่นิยมนำไปใช้งานเพราะมีคุณสมบัติคือy(บ)เหนียวอ่านแล้วจับใจความแตได-้(-่)คำถามคือเพ(ล)-ื่อนสายตาได้เร็วแล้เรา(ว)สามารถจับประเด็นได้ไหมสิ่งที่ก(ร)-ูอธิบายมาก็คือประเด็นสำคัญหรือใจความสำคัญของ4บรรทัดนี้ใช่ไหมคะต่อไปนะคะเวลาอ่านค่ะพอในข้อที่2นะคะจะต้องอ่านอย่างมีสมาธิเลื่อนสายตาได้เร็วแล้วจะต้องมีสมาธิด้วยเราจะสังเกตได้ว่าหลายครั้งที่เราจะต้องกลับมาวนอ่านซ้ำอีกรอบนึ-่งทั้งท(ๆ)-ั้งที่เพิ่งอ่านไปเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมานี-่(-้)เองในย่อหน้าเดียวกันอาจจะต้องทวนกลับมาซ้ำอีกหลายหลาๆ(ย)รอบม(น)-ั-่นเป็นเพราะอะไรเป็นเพราะว่าขาดสมาธินั่นเองค่ะสมาธินะคะเป็นสิ่งสำคัญนะคะจำเป็นจะต้องมีสมาธินะคะถ้าเราฟุ้งซ่านครูก็เป็นนะคะคร(-ุ้)สร(ซ่)-้ง(น)เวลาอ่านแล้วใจมันคิดไปตามตัวหนังสือแล้วมันกลับมาที่ตัวหนังสือไม่ได้นึกออกไหมคะราะ(อ)มันมีคำว่าไข่เอ๊ยวันนี้อยากกินไข่เจียวคิดไปแล้วนะคะแล้วเนื้อหาเรากว-่แต่สายตาการเคลื่อนสายตาเรายังทำอยู่แต่สติเราไม่ไปกับการเคลื่อนสายตา-ื้(-ึก)ออกไ-่ลูกเพราะฉะนั้นเอ้าเมื่อ-ี้อ่านไปถึงไหนแล้ววะกลับมาใหม่อีกรอบนึ-่งเคยเป็นกันไหมคะถ้าเป็นแสดงว่าเราไม่มีสมาธินั-้(-่)นเองต่อไปค่ะอันที่3นะคะในการฝึกฝนการอ่านเร็วจำเป็นจะต้องทำอยู่อย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านในระดับอุดมศึกษาทำไมจึงจะต้องอ่านอย่างสม่ำเสมอถ้าเราไม่อ่านอย่างสม่ำเสมอสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเวลาจะสอบค่ะเราจะต้องไปโหมหรือต้องไปเร่งเอาในตอนท้ายแตกต่างกันไหมคะกับคนที่อ่านทุกวันท(-่)านวันละ1หน้าอ่านวันละ1วิชาอ่านวันละ1เรื่องอ่านทุกวันก่อนนอนเขาถึงได้ฝึกการอ่านให้กับเด็กอ(น)-่ะค่ะเริ่มปลูกฝังการอ่านให้กับนักเรียนตั้งแต่ตอนเด็กเลยเริ่มแต่อนุบาลเลยมั้งค-่ะอนุบาลนี่คุณหมอนะคะที่เป็นแนวการเลี้ยงลูกสมัยใหม่ะนะคะเขาจะให้มีกิจกรรมก่อนนอนก็คืออ่านหนังสือนิทานนะคะอย่างน้อยนะคะก็คือ30นาทีก่อนนอนทุกวันเด็กก็จะมีความรู้แล้วก็มีความสามารถในการจดจำการเรียนรู้หรืออ่านหนังสือได้เร็วกว่าเด็กที่ไม่ได้อ่านหนังสือก่อนนอนมันมีงานวิจัยออกมารองรับมากมายนะคะเพราะฉะนั้นพอเด็กมีพฤติกรรมหรือมีนิสัยนะคะที่ได้รับการปลูกฝังมาพอโตขึ้นถ้าได้รับการฝึกอย่างต่อเนื่องสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์นะคะกับการเรียนมากมาๆ(ก)เลยโดยเฉพาะอย่างยิ-่งอย-่งที่ครูบอกว่าในระดับอุดมศึกษาถ้าเราเ(ไ)-็นเร่งอ่านรายวิชาต่างๆมีมากไหมคะในแต่ละเทอมรายวิชาต่างๆนะคะมีเป็นจำนวนมากะนะคะแล้วในขณะเดียวกันเวลาปลายภาคนี่ล่ะค่ะตัวดีเลยมีงานมีกิจกรรมเยอะใช่ไหมคะถ้าเราไม่รีบเคลียร์การบ้านแล้วอ่านทบทวนเอาไว้ก่อนง(-่)านปู(ตุ)นเอาไว้ก่อนเห-ื-ั(อ)นหยอดกระปุกอ(น)-่ะค่ะเห-ื-ั(อ)นหยอดกระปุกอ่านหนังสือเห-ื-ั(อ)นหยอดกระปุกเวลามันเต็มอ(น)-่ะค่ะเวลามันจะใช้งานมันหยิบมาใช้งานได้เลยใช่ไหมคะแต่สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านเลยแล้วต้องไปเล(ร)-่น(ง)ป(ต)-ิด(ม)ในวันเดียวน่ะค่ะในสัปดาห์เดียวหรือก่อนสอบในระยะเวลากระชั้นชิดจะมีปัญหาเรื่องนี้มากเกิดปัญหาต่างๆมากมายนะคะต่อไปนะคะนอกจากความสามารถในการเคลื่อนสายตานะคะการอ่านอย่างมีสมาธิอ่านอย่างสม่ำเสมอแล้ววิธีหนึ่งที่จะช่วยให้อ่านได้เร็วขึ้นก็คือการกำหนดเวลาในการอ่านค่ะการกำหนดเวลาในการอ่านคืออะไรนะคะการกำหนดเวลาในการอ่านนั้นก็คือเราต้องกำหนดเวลาในการอ่านให้แน่นอนนะคะแล้วก็ดูว่าถ้าใช้เวลาจำกัดนี่จะสามารถเข้าใจเรื่องที่อ่านนั้นได้ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ม่(-ูด)ง่ายเหมือนกับการทำเขาเรียกอะไรนะภารกิจนะคะพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆสมม-ุติเราหยิบหนังสือเล่มนี้มาแล้วก็(รา)ตั้งใจว่าเราจะใช้เวลาในการอ่านเร(ด)-ิ-่มที-่เล่มนี้อาจจะใช้1วันเข้(ต่อ)มานะคะเราอจะเร่งเวลาขึ้ะคะอ่านเร็วขึ้นให้เวลาตัวเองแค่เท่าไ-่ลูก6ชั่วโมงอย่างนี้เป็นต้นนะคะนี่คือการกำหนดเวลาเพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านเร็วนะคะต่อไปนะคะอันที่5นะคะก็คือเราจำเป็นจะต้องมีคำศัพท์ในหัวหรือมีคลังคำเยอะๆต้องมีคลังคำหรือรู้ความหมายของคำศัพท์เพราะมิฉะนั้นแล้วเราจะไม่สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาแล้วอ่านอย่างลื่นไหลเชื่อมโยงต่อเนื่องกันไปได้เพถ(ะ)ติดขัดใช่ไหมคะติดขัดกับความไม่เข้าใจความหมายของคำหรือข้อความนะคะคำศัพท์ก็มีความสำคัญด(ก)-้น(ร)มีวงคำศัพท์ที่กว้างทำให้การอ่านเร็วมันประสบความสำเร็จได้นะคะทีนี้นอกเหนือจากเรื่องของเทคนิคที่ช่วยให้การอ่านรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้วนะคะมาดูสิว่าอะไรเป็นอุปสรรคนะคะอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคมีอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคว(อ)-ันที่1นะคะเห็นไหมที่ครูบอกการใช้นิ้วหรืออุปกรณ์ต่างๆส(ช)-ี-้ตัวหนังสือการใช้นิ้วหรืออุปกรณ์ต่างๆชี้ตัวหนังสืออนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะอะไรลูกการscaสแกน(n)เท่านั้นคือเช่นหาอะไรลูกหาคำศัพท์หาเบอร์โทรศัพท์หาคำสำคัญหรือเปิดสารบัญนะคะอันนี้ไม่ว่ากันแต่ถ้าเป็นการอ่านในทุกแบบเลยเขาบอกว่ามันจะทำให้การอ่านเร็วมันเป็นอย่นได้(าง)ง(ร)คะมันไปได้ช้าไม่ควรใช้อุปกรณ์ใดๆทั้งนั้นการเคลื่อนไหวศีรษะไปตามตัวอักษรเวลาอ่านแล-้ะ(ว)-่ายหน้าตามตัวอักษรไปด้วยเหนื่อยไหมคะนี่ก็เป็นอุปสรรคที่ทำให้อ่านได้ช้าหรือการอ่านย้อนกลับเนื่องจากขาดสมาธิอย่างที่ก(ร)-ูได้พูดไปแล้วว่าถ้าไม่มีสมาธิเสียเวลากลับไปอ่านซ้ำอีกหลายรอบเลยแหละดังนั้นก่อนอ่านต้องอะไรก่อนคะทำสมาธิก่อะคะตั้งใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เราจะอ่านแล้วเราจะไม่เสียเวลาใช้เวลาสั้นลงอ่านได้เร็วขึ้นหรือการอ่านโดยใช้เสียงหรือทำปากขมุบขมิบเวลาอ่านแล้วมีเสียงพึมพำออกมาจากเราอ(น)-่ะค่ะสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเพื่อน1.ลรา(-่ะ)-่า(ะ)เพื่อนที่เขาไม่คุ้นชินกับการอะไรคะได้ยินเสียงรบกวนเขาจะเสียเวลาแล-้วส(ห)งุดหง-ุ(-ิ)ดไปกับเราด้วยตัวเราเองก็เช่นเดียวกันถ้พระ(า)อ่านนะคะแล้เรา(ว)มีการทำปากขมุบขมิบนะคะสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ1.นะคะเราเองนะคะก็จะอ่านได้ช้าลงะแล้วก็ไปสร้างอาจจต(…)อมในกรณีเดียวกันอาจจะไปสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่นได้เป็นมารยาทในการอ่านที่ไม่ดีนี่คือตัวมารยาทนะคะในการอ่านที่ดีนั-้(-่)นเองนะคราวนี้ค่ะายหน้า49ขออภัยค่ะเดี๋-่า(ๆ)ลืมนะยังนะยังนะแป๊บนึ-่งค่ะต(ร)ม(ว)นี้นะคะนักศึกษานะคะดูในหน้า44ก่อนค่ะเดี๋ยวรกวนล่าง(ม)นะคะช่วยช่วยแปลนะคะก็คือให้เปิดหนังสือหน้า44ค่ะเปิดหนังสือหน้า44นะคะทุกคนจะเห็นนะคร(ะ)-ับแบบฝึกทักษะการกวาดสายตาอย่างรวดเร็วเรื่อง"จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า"จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้านะคะใช้เวลา1นาทีค่ะให้หาดูซ(ส)-ิว่ามีคำว่า"จันทร์"อยู่กี่คำ1นาทีค่ะมีคำว่า"จันทร์"อยู่กี่คำขีดเส้นใต้ไว้ด้วยก็ได้นะคะจะได้ตอบ1นาทีค่ะใช้การscสแกน(an)นะคะท(พ)าะหาแค่คำว่า"จันทร์"ส(s)caแกน(n)เลยค่ะเดี๋ยวจรอเพื่อ-ี่ค่ะหมดเวลานะคะเรามาเฉลยกันค่ะคำว่า"จันทร์"จากเรื่องจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้ามีคำว่าจันทร์อยู่กี่คำคะ4คำหรอค-่ะอยู่ในบรรทัดที่เท่าไ-่บ้างจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าขอใครขอข้าวขอแกงท้องแห้งหนอร้องจนเสียงแหบถึงแสบคอจันทร์ที่3หรือยังคะง(จ)-ั-้ทร์จะรอให้เราก็เปล่าดายใช่ไหมคะและคำว่าจันทร์ที่4อยู่ในบรรทัดสุดท้ายนะคะในประโยคที่ว่าไปมัวหมายจันทร์เจ้าก(อ)ดข้าวเอยครบหรือยัง4เพราะค(ฉ)นั้4(น)ถ้าเราใช้วิธีการอ่านเราใช้วิธีการที่เราเรียกว่าsแ(c)anninกนนิ่ง(g)ใช่ไหมคะการsส(c)anนะคแกน(ะ)ค้นเฉพาะคำที่เราต้องการแค่คำเดียวค-ือาม(คำ)ว่า"จันทร์"นะคะต่อไปตัวอย่างที่2ค่ะแบบฝึกที่2น(จ)-้องอ่านบทดอกสร้อยต่อไปนี้นะคะจงอ่านบทดอกสร้อยต่อไปนี้นะคะและค้นหาคำว่า"แมว"คำว่า"เหมียว"และคำว่า"หนู"ว่ามีอยู่อย่างละกี่คำ"แมว"กี่คำ"เหมียว"กี่คำ"หนูอ(")หนูก-ี่คำเริ่มค่ะ1นาทีค่ะ1นาทีผ่านไปเฉลยกันค่ะแมวกี่คำลูก2เมียกี่คำลูก3หนูกี่คำคะ1เพราะฉะนั้นา(ะ)า(ะ)321ใช่ไหมคะเรียงกันใช่ไหมคะแมวมีส(2)องเหมียวมี3หนูมีห(1)นึ่งอ่ะใครตอบถูกบ้างนะคะต่อไปในหน้า45ค่ะ45หนูมี1ค่ะต่อไปข้ามไปหน้า45ค่ะห(ข)-้ามไปหน้า45หน้5(า)45อ่านโจทย์ดูค่ะล(จ)งอ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้และขีดเส้นใต้คำว-่า"ป-่า"และ"สัตว์"ในนี้มีคำว่า"ป่า"และ"สัตว์"อยู่กี่คำอ(า)ให้เวลา3นาทีอย่าลืมว่าเรากำลังอ่านเร็วอยู่นะคะอ่านเร็วเพราะฉะนั้นการจำกัดเวลาคือการวัดว่าเราอ่านได้เร็วเพียงใดชื่อเรื่องการปลูกป่าค่ะ3นาทีนะคะนักศภา(-ึก)ษามีคำถามค่ะล่ามนักศึา(ก)ษาถามว่า-่างไรคะ(ล่าม)หน้า45ค่ะก็คือให้จ-ับคำว่าอะไรคะค่ะก็คือจะให้หาคำว่าอะไรคะอันนี้อาจางไงคะ(ร)ย์ได้ยินไหมคะ(ผศ.ดร.กาญจนา)พอดีไม่ได้ยินเสียงค่ะล่ก็(าม)ไม่ได้ยินเสียง(ล่าม)ค่ะอง(า)จารย์ได้ยินเสียงนะ(หม)คะ(ผศ.ดร.กาญจนา)คือในโจทย์อ(น)-่ะค่ะในโจทย์เขามีมีข้อความคำสั่งอยู่แล้วไ(ใ)-่(-้)ทำตามโจทย์ได้เลย(ล่าม)น้องบอกว่าโอเคค่ะขอบคุณค่ะ(ผศ.ดร.กาญจนา)อย่า-ั้นตอนนี้นะคร(ะ)-ับเพิ่มเวลามาอีกนะคะเพิ่มเป็น3นาทีใน(-้)นักศึกษาใช้เวลาอีก3นาทีในการอ่านแล้วก็ทำกิจกรรมการหาคำไป(ใน)หน้า45โดยให้หาคำว่า"ป่า"และคำว่า"สัตว์"ที่อยู่ในบทร้อยกรองหน้า45"-๋(-่)"มีอยู่กี่คำ"สัตว์"มีอยู่กี่คำระบบ(-ุ)คำตอบภายใน3นาทีค่ะได้คำตอบหรือยังคะได้แล้วนะคะทุกคนค-่ะเฉลยพร้อมกันมีคำว่า"ป่า"อยู่กี่คำคะเอา-่-ั(า)งไง(ร)6หรือ7ดีๆอ่ะใครว-่ะ(า)6ยกมือหน(คร)ว่าแ(7)จกยกมือเอ-้ามาดูซ(ส)-ิ6หรือ7ไม่นับชื่อเรื่องนะไม่ได้นับชื่อเรื่องไม่ได้นับชื่อเรื่องไม่ได้ร(น)-ับชื่อเรื่องก็จะมีบ(6)อกคำด้วยกันค่ะ4(-ี)6นะคะคำตอบคือ6คำเป็นอสแกน(ย)-่างไรคะscanขึ้นร(ล)-ื-่องหรือยังsแกน(can)คล่องแล้วใช่ไหมต่อไมspy(ป)ดูหน้า46นะคะดูหน้า46ะหน้า46ภาษาก(ร)-ูต้องพิมพ์ผิดแน่ๆเลยดูในหอ(น)-้-่ะ(า)46ค่ะชื่อเรื่องว่า"เที่ยวทุ่ง"ความยาวยาวมากเลยนะคะเป็นบทความค่ะผู้เขียนคืออาจารย์ส.พลายน้อยนะคะจริงๆ2(.)คือนามปากกาชื่อจริงของท่านคือสมบัติค่ะอาจารย์สมบัติพลายน้อยอาจารย์เขียนเกี่ยวกับเรื่องของเที่ยวทุ่งเขียะคะเรื่องบทความเขียนบทความเรื่อง"เที่ยวทุ่ง"นักศึกษาอ่านแล้วตอบคำถามในหน้า49ค่ะเขียนคำตอบลงไปเลยก(ร)-ูจะให้เวลา20นาทีอันนี้จะไม่ใช่การอ่านแบบscanninส(g)ก(ล)นนิ-้วนะคะแต่เป็นการอ่านแบบskimmingหรืบสกิมมิ่ง(อ)อ่านละเอียดด้วยค่ะทั้งส(s)k-ิ(i)mmingมมิ่งและอ่านละเอียด20นาทีน่าจะไม่พอเดี๋ยวก(ร)-ูจะเพิ่มเวลาให้เป็น30นาทีเผื่อเพื่อนๆด้วยนะคะ30นาทีแล้วตอบคำถามจำนวน5ข้ออีก30นาทีเราจะมาเฉลยคำตอบกันค่ะตอนนี้ให้ทำกิจกรรมคือทำแบบฝึกหัดอ่านบทความในหน้า460ถ(-)-ึง49เริ่มได้เลยค่ะเหลืออีก15นาทีนะคะด(-ี)-็ก9นาทีหมดเวลาแล้วค่ะหมดเวลาสำหรับการทำแบบฝึกหัด5ข้อแล้วค่ะตอน(ราว)นี้เรามาดูเฉลยนะคะเรามาดูเฉลยกันก่อนที่เราจะเฉลยเราทบทวนใจความสำคัญของบทความเรื่อง"เที่ยวทุ่ง"กันก่อนเที่ยวทุ่งคืออะไรคะเที่ยวทุ่งคืออะไรเที่ยวทุ่งคืน(อ)ลักษณะของการท่องเที่ยวของคนในสมัยก่อนใช่ไหมคะใช้อะไรเดินทางคะรถยนต์เวียนสัตว์หรือใช้อะไรดีคะใช้เรือเป็นพาหนะในการสัญจรหรือการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวกิจกรรมของการท่องเที่ยวหรือที่เรียกว่าเที่ยวทุ่งนั้นมีอะไรบ้างคะใครตอบได้บ้างกิจกรรมของการท่องเที่ยว-ั(า)งน้ำของคนไทยในสมัยก่อนมีกิจกรรมอะไรบ้างตกปลาอะไรนะลูกขายของอะไรนะคะเราตอบเฉพาะในเนื้อความในบทความนี้นะคะขายของทางเรือ-่(ร)นแล้วอาจจะพบได้นะคะในลักษณะของการค้าขายแต่นี่คือไปท่องเที่ยวหรือไปพักผ่อนหย่อนใจเพราะฉะนั้นเวลาไปพักผ่อนหย่อนใจไม่น่าจะไปทำการค้าเพื่อหากำไรใช่ไหมคะแปล(ต่)เป็นลักษณะของหน(1.)-ึ่งไปตกปลาเพื่อเอาปลามานำเป็นอาหารนะคะในการไปเที่ยวครั้งนั้นๆตกปลาเสร็จทำอาหารกินกันตรงนั้นเลยใช่ไหมคะอะไรอีกผู้หญิงไปทำอะไรคะเก็บดอกบัวเก็บผักไปทำอาหารอาจจะทำอาหารในมื้อนั้นๆที่ไปปิกนิกกันะสมัยก่อนก็น่าจะเป็นการปิกนิกนะลักษณะการปิกนิกเก็บผักไปทำอาหารก-ิ-่นหรือเก็บผักเผื่อไว้สำหรับการทำอาหารในมื้อเย็นนะคะตอนกลับบ้านขากลับได้ผักได้สิ่งของใช่ไหมคะที่ได้จากการเดินทางทางเรือน-ั(-ี)-่แหละนะคะเอากลับไปเป็นมื้ออาหารด้วยแต่สิ่งที่เราเห็นอยู่ในเนื้อความนี้จะเป็นลักษณะของการขยายความเหตุการณ์ต่างๆใช่ไหมคะเช่นพูดถึงเรื่องของการไปทุ่งใช่ไหมคะการไปทุ่งไปทุ่งกับเที่ยวทุ่งต่างกันไหมต่างกันไป19:0(-ุ่ง)0นก็คือการไปปลดทุกข์ไปขับถ่ายแต่เที่ยวทุ่งจ(-ื)อก-ัน(ร)ไปเที่ยวใช่ไหมคะนิยมไปเที่ยวกันในฤดูไหนคะฤดูฝนเห-่ะ(รอ)คะตอนฝนมีใครเที่ยวไหมลูกอืมฝนตกมีใครไปเที่ยวไหมคะไม่มีต้องรอให้ฝนอะไรก่อนหยุดก่อนนิยมเที่ยวในเดือนอะไรคะเดือน12น้ำนองเต็มตลิ่งน้ำไหลแรงไ-่ใ(คะ)ช่เดือน12ไหลไม่แรงเป็นลักษณะของน้ำนิ่งพายเรือสะดวกไหมคะสะดวกน้ำไหลเข้าไปในท้องนาใช่ไหมคะเวลาพายเรือก็จะได้เห็นบรรยากาศต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งทุ่งดอกบัวที-่นี-่(-้)เขาก็มีการขยายความใช่ไหมคะว่าในสมัยก่อนคนนิยมไปเที่ยวทุ่งดอกบัวขนาดไหนถึงขั้นว่ะ(า)มีการเสด็จประพาสทุ่งบัวของใครคะของรัชกาลที่5พระล(อ)ค์โปรโ(ด)มทหรือชอบก-ัน(าร)เที่ยวทางน้ำใชได-้(-่)ไหมคะปรากฏว่ามีผู้หญิงคนนึ-่เขาเรียกว่าเชิญใช่ไหมคะได้ทูลเชิญให้รัชกาลที่5เสด็จผ่านที่นาของตนเองม(ต)-่รู้ว่ารัชกาลที่5เป็นอย่างง(ร)ลูกชอบมากชอบนาบัวแต่ที่นาของนางคนนี้มีบัวไหมคะไม่มีบัวแต่อยากโชว์ก็เลยไปเอาดอกบัวจากที่นาของคนอื่นมาปักเอาไว้ในเลนหรือตร(ม)หวังจะหลอกใช่ไหมคะเหมือนป(อ)วดนั่นแหละนะคะจะอวดแต่ปรากฏว่าพอถึงวันเสด็จจริงๆบัวมันสดชื่นไหมมันไม่ได้สดชื่นเพราะมันไม่มีรากมันไม่ได้หยั่งลึกลงไปในดินในตมใช่ไหมมันเป็นบัวที่ถูกนำมาปักไว้มันจ-ึะ(ง)เห*(-ี)-่ยวเฉาในวันรับเสด็จมันจึงเป็นที่มาของคำว่าคำว่าอะไรคะคำว่า"กร-ุ"นะคะเพราะนางผู้หญิงคนนี้ชื่อว่า"นางกรุด"หรือสมัยก่อนเราเรียกว่า"อำแดงปล(รุ)"นั่นเอง-็แ(-่อ)-่(า)เขาก็พูดถึงเรื่องของดอกบัวใช่ไหมคะพูดถึงเรื่องของกิจกรรมทางน้ำนะคะอาหารการกินนะคะเขาขยายความให้เห็นภาพค่ะน(ต)-่าร(หล)-ักๆของเรานะคะก็คือ5ข้อที่เป็นคำถามใจความสำคัญถ้าคราวนี้ค่ะมาดูเฉลยค่ะข้อที่1ค่ะคำว่าเที่ยวทุ่งหมายความว่าอย่างไรคำว่าเที่ยวทุ่งหมายความว่าอย่างไรคำตอบคือกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำฟ(ข)-้องผู้คนในสมัยก่อนนิยมท่องเที่ยวในช่วงฤดูน้ำหลากถ้าใครตอบคำตอบโดยการนำเอาข้อความจากในบทความมาทั้งหมดถือว่าผิดเพราะจะต้องมีการสรุปเป็นภาษาของตัวเราแล้วเขียนตอบออกมาด้(ช่)ไหมคะอันนี้อยู่ในขั้นของการอ่านละเอียดใช่ไหมคะอืมเราเรียนหลักการไปแล้ว-ัก(-่า)การอ่านละเอียดจะต้องอ่านสรุปแล้วให้เป็นความคิดของเราด้วยภาษาของเราดังนั้นคำตอบในข้อ1.คำว่าเที่ยวทุ่งยั(จึ)งไม่ใช่การยกเอาข้อความในย่อหน้าที่1เอามาตอบคำตอบที่มัด(ก)ยกมาก็คือการไปเที่ยวตามทุ่งนาในเวลาหน้าน้ำทิศน้ำเจิ่งไปทั่วหน้าแล้งไม่มีใครไปเที่ยวทุ่งถ้ายกข้อความนี้มาแสดงว่าไม่ถูกต้องไม่เข้าหลักการอ่านแบบละเอียดก็(-่อ)มาค่ะข้อ2.สำนวนน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรงหมายความว่าอย่างไรคำตอบคือคนพูดมากแต่หาสาระใจความไม่ได้หรือคนพูดมากแต่ไม่มีสาระนะคะคำตอบคือประมาณนี้นะคะข้อ3.ค่ะคำว่า"กร-ุ"เกิดขึ้นในสมัยใดและมีความหมายว่าอย่างไรคำถามในข้อ3นี้เวลาตอบอย่าเขียนแยกแยกบรรทัดอย-่เขียนแยกบรรทัดเพราะอด(ย์)เขาเป็นคำถามเดียวกันแต่มีคำถามย่อยอยู่2คำถามเวลาตอบให้เขียนตอบต่อเนื่องกันใช้วิธีการเว้นวรรคเพื่อให้เห็นว่าย่อหน้านี้ว-ัด(รค)นี้เป็นคำตอบที่1วรรคต่อ-ัดถัดมาเป็นคำตอบที่2ห้ามเขียนข้อละบรรทัดนะคะคำตอบก็คือคำว่าโ(")กร-ุดธ(")เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่5และมีความหมายว่าการทำเห(ล)-ียญ(น)แบบหรือการสร้างขึ้นใหม่เพื่อให้เหมือนของเดิมหรือของจริงในบทความเ(ใ)-็(-้)-ำว่า"ทำเทียม"ใช่ไหมคะเขา(พอ")ทำเทียม"เราก็อาจจะต้องมาแปลความอีกรอบนึ-่งว่าทำเทียมคืออะไรเพราะฉะนั้นเราขยายแบบนี้ถูกแล้วใช่ไหมคะนั่นก็คือการสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนของเดิมหรือของจริงนะคะต่อไปข้อที่4ค่ะโจทย์เขาถามว่าจงยกชื่อพ-ันรรณ(ธุ์)ไม้น้ำที่ปรากฏในเรื่องนี้มา5ชนิดให้สังเกตที่คำว่า"พันธุพรรณ(-์)ไม้น้ำ"ชื่อพืชที่ปรากฏอยู่ในบทความนี้ไม่ได้เป็นพ-ันรรณ(ธุ์)ไม้น้ำทุกชนิดดังนั้นเวลาเลือกตอบเราจะต้องหาความหมายลักษณะหรือที่มาของพืชแต่ละชนิดเพื่อให้เลือกชนิดของพืชมาตอบให้ถูกต้องมีอะไรบ้างที่น่าจะเป็นพันธุ์ไม้น้ำทุกคนเปิดกลับไปดูตั้งแต่หน้า46ค่ะในหน้า46ย่อหน้าที่3มีสายบัวผักบุ้งย่อหน้าที่6ผักสันตะวาใบยู่ยี่บัวสายบัวหลวงหน้า47ย(-ี)-์บัวผันบัวเผื่อนบัวขาว(ม)บัวสายส่วนในบทร้อยกรองในเรื่องพระมาลัยระบุถึงชนิดของดอกบัวแต่ละชนิดเอาไว้แล้วนะคะเพราะฉะนั้นก็จะซ้ำกันกับที่อธิบายมาเมื่อกี้นี้ต่อไปย่อหน้าสุดท้ายของหน25(-้า)47มีคำว่าดอกโสนต้นมะกอกน้ำต้นมะดันคำถามคือต้นมะกอกน้ำต้นมะดันเป็นพันธุพรรณ(-์)ไม้น้ำใช่หรือไม่คำตอบคือไม่ใช่เพราะฉะนั้น2คำนี้2ชนิดนี้เอามาตอบได้ไหมคะไม่สามารถเอามาตอบได้ค่ะเพราะไม่ใช่พ-ันรรณ(ธุ์)ไม้น้ำต่อไปหน้า48ค่ะแพงพวยหญ้าปล้องต้นระกำคำถามคือต้นระกำเป็นพ-ันธรร(-ุ์)ไม้น้ำไหมคะเราsearchหาข้อมูลได้นะคะจากไหนคะsearchในgoogleในwikiนวิก-ิ(p)ediaใพีเดีย(น)สารานุกรมพืชได้ไหมคะได้มีต้นกระจับต้นจอกดอกบัวต(ก)-ั-้มกุ้งสาหร่ายสายติ่งตับเต่าบัวผันช(น)-ัก(ค)ะทพิมพ(-ี่)-์ตอบมาทั้งหมดนี้นำมาตอบได้ทั้งหมดเลยค่ะยกเว้นอะไรลูกยกเว้นต้นมะกอกน้ำต้นมะดันต้นระกำส่วนบัวเวลาตอบในข้อ4เราให้ตอบแค่คำว่า"บัว"ไม่ควรตอบแยกว่าบัวผันเป็นคำตอบที่1บัวสายเป็นคำตอบที่2บัวขาว(ม)เป็นคำตอบที่3นะคะ45:00นตอบม(บ)-ัวทั้งหมดทั้ง5ชนิดถ้าใครตอบม(บ)-ัวแต่เพียงอย่างเดียวแต่แยกชนิดมาถูกไหมคะไม่ถูกนะคะต้องตอบให้ครบ51.บัว2.แพงพวย3.หญ้าปล้อง4.กระจับ5.จอก6ง(.)อะไรคะก้ามกุ้ง7.สาหร่าย8.สายติ่ง9.ตับเต่า1จ็(0.)สันตะวา11.ผักบุ้ง11ชื่อนี้เอามาตอบได้หมดเลยค่ะเลือกมาตอบแค่5ชนิดข้อสุดท้ายข้อที่5ในสมัยโบราณชาวบ้านใช้สิ่งใดบูชากัณฑ์เทศน์มหาชาติคำตอบคือดอกบัวชนิดต่างๆอย่างละ1,000ดอกดอกบัวชนิดต่างๆอย่างละ1,000ดอกนี่คือคำตอบนะคะที่อ้างอิงจากเนื้อความถ้าโจทย์เขาถามว่าในปัจจุบันผู้คนนิยมใช้อะไรในการบูชากัณฑ์เทศน์ยังตอบดอกบัวได้เหมือนเดิมไหมคะดอกบัวหรือดอกไม้ชนิดอื่นๆใช่ไหมคะเพราะอะไรเพราะว่าปัจจุบันความนิยมเปลี่ยนไปดอกบัวไม่ได้มีปริมาณมากเพียงพอถึงอย่างละ1,000ดอกเพราะฉะนั้นอันนี้คือปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ถ้าอ้างอิงในเนื้อห(ว)เขาบอกว่าบัวสารพัดชนิดบัวเผื่อนบัวขาว(ม)ใช่ไหมคะก(บ)-ัวอะไรอีกคะบัวสายใช่ไหมคะและค(บ)-ัวชนิดต่างๆบัวหลวงก็ได้แล้วแต่ว่าหยิบอะไรมานั่นแสดงให้เห็นว่าอะไรคะสมัยก่อนอุดมสมบูรณ์มากเลยใช่ไหมคะดอกบัวเต็มทุ่งไปหมดเลยก็นึกภาพตามเวลาทำบุญทีดอกบัวหอมฟุ้งไปทั่-ัดจะเป็น-่-ั(า)งไง(ร)งานบุญแต่ละครั้งดอกบัวเยอะขนาดนี้ใช่ไหมคะง(น)-ั-้(-่)ะ(ส)งให-้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของคนไทยในสมัยโบราณโอเคดังนั้นย้อนกลับมาที่คำตอบคำตอบก็คือนิยมใช้ดอกบัวชนิดต่างๆอย่างละ1,000ดอกนะคะใครตอบครบทั้ง5ข้อนี้แล้วนะคะเดี๋ยวเอาเอกสารเอาหนังสือมาส่งครูนะคะเดี๋ยวครูจะลงคะแนนให้นะคะเดีล้(-๋ย)วค-ุณ(รู)จะเซ็นกำกับแล้วลงคะแนนให้เซ็นทรัล(-้าย)คาบนี้เลยนะคะแล้วก็เหม(ชิ้)-ือนเดิมนะคะที่เป็นการอ่านออกเสียงที่ครูให้ไปเติมใช่ไหมคะายแบบฝึกหัดนักศภา(-ึก)ษาเอามาส่งด้วยที-ี-ิด(-้)ในบทที่1นะคะเราจบเนื้อหากันตรงนี้แล้วเราจะขึ้นบทที่2แต่ในบทที่2ก(ร)-ูจะพาไปที่ยวเรื่องของหลักการสอนอ่านเนื้อความเอกสารอยู่ในlineกลุ่มที่ครูส่งให้แล้วเพื่อนๆเด็กตาครูส่งให้แล้วนะลูกนะส่งให้แล้วนะคะบทที่2เราใช้ฝ(ไ)ฟล-่าย(-์)นี้เพราะฉะนั้นครั้งต่อไปก(ะ)ร(ะ)ในบทที่2ณ(ะ)นะคะจะเป็นเรื่องของหลักการสอนอ่านในบทที่2นี้นักศึกษาจำเป็นนะคะจะต้องเรียนรู้วิธีการสอนอ่านในรูปแบบต่างๆและอาจจะต้องมีการแสดงบทบาทสมม-ุตินะคะเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างเกมประกอบการอ่านนะคะการออกแบบกิจกรรมประกอบการอ่านด้วยการเล่นเกมมีอยู่ในเอกสารที่ครูส่งให้แล้วนะคะในตอนท้ายเพราะฉะนั้นในครั้งหน้าเดี๋ยวก(ร)-ูจะให้ทำงานกลุ่มนะคะแต่หลักๆคือห้องเรียนเราห้องนี้อาจจะไม่เอื้อเดี๋ยวก(ร)-ูขอไปทำการบ้านนิดนึ-่งนะว่าครูจะทำ-่-ั(า)งไง(ร)ดีนะคะก-ับกับรูปแบบของการเรียนการสอนที่ทำกระบวนการกลุ่มนะคะแล้วเดี๋ยวครูแจ้งอีกทป(-ี)ในlineกลุ่มเ(ะ)โอเคก็เดี๋ยวรวบรวมนะคะเอกสารทุกคนนะคะรวบรวมเอกสารส่งครูที่โต๊ะเดี๋ยวก(ร)-ูจะคืนให้นะคะมาเข้าแถวเลยก็ได้นะคะเข้าแถวต่อกันแล้วเดี๋ยวครูจะเส(ซ)-็จ(น)แล้วก็ลงคะแนนให้ถ้าลงในipadใช่ไหมคะเดี๋ยวครูถ่ายรูปค่ะก(ร)-ูจะถ่ายรูปของก(ร)-ูเองนะคะโอเคค่ะสำหรับชั่วโมงนี้นะคะกิจกรรมในวันนี้นะคะบทที่1เราจบช้(ท่)านี้แล้วก็เตรียมกิจกรรมในบทที่2ในครั้งต่อไปนะคะขอบคุณล่ามนะคะต(ร)น(ว)นี้ก็จะให้นักศึกษาได้แยกย้ายแลนะ(-้ว)-่ะขอบคุณมากค่ะ[สิ้นสุดการถอดความ]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2023-12-15 16:09:30
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}