Accuracy : 93.51%
Insertion : 636
Deletion : 1066
Substitution : 385
Correction : 30701
Reference tokens : 32152
Hypothesis tokens : 31722
(อาจารย์)ได้หนังสือครบทุกคนแล้วใช่ไหมครบทั้ง2วิชาแล้วนะคะโอเคโอเคเดี๋ยวขอสอนรอของระบบนิดหนึ-่งนะคะเพราะว่าจะได้เห็นภาพไปด้วยพร้อมๆกันเนาะเริ่มต้นตั้งแต่ที่ครูตั้งคำถามในตอนแรกก่อนนั่นแหละว่าทำไมอ(น)-่ะถึงต้องไปศึกษาของตะวันตกแล้วค่อยมาศึกษาของไทยก็เลยใช้วิธีการว่าให้เราภาพตามว่าโลกเราอ(น)-่ะขึ้นมาคนเกิดขึ้นมาพร้อมกันก็จริงแต่อารยธรรมแล้วก็ทำสมบูรณ์แบบของคนน่ะมันไม่ได้พร้อมกันม(ซ)-ึ-่งยุโรปหรือตะวันตกเนี่ยเป็น...เขาเรียกว่าเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างอารยธรรมและความเจริญได้มาก่อนเรารวมไปถึงศิลปะวรรณคดีวรรณกรรมด้วยนะคะศิลปะวรรณคดีวรรณกรรมเนี่ยที่ต้องพูดคำว่าศิลปะวรรณคดีวรรณกรรมเพราะเรากำลังจะนำมาสู่คำว่า"วรรณกรรมวิจารณ์"หรือ"วรรณคดีวิจารณ์"ซึ่งพอมีศิลปะวรรณคดีวรรณกรรมขึ้นมาแล้วมันก็ต้องมีการวิจารณ์ร่วมด้วยนะคะมันถึงจะสามารถพัฒนาได้เหมือนอย่างที่สัปดาห์ที่แล้วครูพูดถึงความหมายของการวิจารณ์วรรณกรรมว่าการวิจารณ์วรรณกรรมก็เหมือนกับอะไรที่ไม่มีปุ๋ยนะต้นไม้ที่ไม่มีปุ๋ยใช่ไหมถ้าไม่มีปุ๋ยก็จะไม่สามารถพัฒนาให้เจริญงอกงามได้คราวนี้มาดูว่าแล้วตะวันตกเขามีการวิจารณ์แบบไหนคนสามารถที่ทำให้เป็นระเบียบวิธีการวิจารณ์ตนเราเอามาใช้รวมถึงปัจจุบันด้วยที่ครั้งแรกครูพูดถึงคำว่า"สตรีนิยม"จำคำว่า"สตรีนิยม"ได้ไหมที่บอกว่าความไม่เท่าเทียมกันของผู้หญิงเนี่ยของผู้หญิงหรือผู้ชายเนี่ยจนเกิดเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมเนี่ยเริ่มตระหนักและเริ่มคิดว่าผู้หญิงกับผู้ชายต้องเท่าเทียมกันให้ได้แล้วก็เกิดเป็นคำว่า"ทฤษฎีสตรีนิยม"ซึ่งเราเนี่ยประเทศไทยที่อยู่แถบตะวันออกก็เอาทฤษฎีนี้มาใช้ด้วยเช่นกันนะคะโดยทฤษฎีเหล่านี้เป็นทฤษฎีที่ถูกจัดและเรียบเรียงเอาไว้ในตะวันตกมาก่อนเราคราวนี้ดูจุดเริ่มต้นของทฤษฎีตะวันตกหรือวรรณกรรมวิจารณ์ของตะวันตกนะคะจุดเริ่มต้นแรกที่เขาเรียกว่า"ยุคสมัยแรกของการวิจารณ์วรรณกรรม"คือยุคกรีกและโรมันโบราณนักศึกษากรีกและโรมันไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกันเหมือนที่ครูบอกว่าสุโขทัยกับอยุธยาก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกันแต่เขาอยู่คนละที่ความเจริญเนี่ยมันแค่เหมือนกับต่อเนื่องกันและมีการใช้แนวคิดความคิดหลายๆอย่างแบบเดียวกันเท่านั้นเองนะคะดูประเทศแรกถ้าครูถามว่าชาติแรกที่เป็นต้นกำเนิดของการวิจารณ์วรรณกรรมเราต้องตอบว่า"ชาติกรีก"โอเคไหมโอเคไหมแต่ถ้าคก(ร)-ูถามว่ายุคแรกของการวิจารณ์วรรณกรรมต้องตอบว่ายุคกรีกและโรมันโอเคนะคะที่ต้องใช้เป็นคำว่า"ยุค"ก็เป็นเพราะว่าทั้งกรีกและโรมันมีลักษณะของการวิจารณ์วรรณกรรมแบบเดียวกันซึ่งยุคแรกเนี่ยใช้เรียกอีกชื่อหนึ่งสั้นๆว่า"ยุคคลาสสิค"ต่อไปนี้ถ้าครูพูดคำว่า"ยุคคลาสสิก"เมื่อไหร่ให้คุณรู้เอาไว้กรีกและโรมันเพราะเป็นยุคเก่าแก่และเป็นยุคแรกของการวิจารณ์วรรณกรรมดูวิธีการวิจารณ์วรรณกรรมของเขานะคะมีแนวคิดอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างแนวคิดการวิจารณ์วรรณกรรมในยุคแรกนี้เขามีความคิดว่าวรรณคดีเป็นงานสร้างสรรค์ที่เกิดจากการเลียนแบบความจริงธรรมชาติเน้นให้เห็นคุณค่าความสำคัญของศิลปะในฐานะเบ้าหลอมที่ช่วยพัฒนาอารมณ์ของมนุษย์keywordที่ต้องขีดเส้นใต้1.การเลียนแบบความจริงธรรมชาติ2.มีคุณค่าช่วยพัฒนาอารมณ์ความเชื่อของมนุษย์นี่ก็คือแนวคิดแรกของยุคคลาสสิคคราวนี้ยุคเนี้ยถึงแม้ว่าเขาจะมีความคิดว่าวรรณคดีวรรณกรรมเกิดขึ้น-ื่องจากการเลียนแบบมีคุณค่าในเชิงสั่งสอนพัฒนาอารมณ์มนุษย์เนี่ยแตปล(-่)ในขณะเดียวกันก็มีอำนาจในการโน้มน้าวชักจูงมนุษย์ไปในทางเสื่อมเสียของรัฐได้ซึ่งส่งเสริมทั้งความดีส่งเสริมทั้งคุณค่าส่งเสริมทั้งส(ศ)-ี-ิน(ล)ธรรค้าท(ม)-ำอันดีแล้วก็สามารถที่จะโน้มน้าวใจมนุษย์ไปในทางเสื่อมเสียได้โดยให้คุณคิดภาพว-่าดในอดีตคนรู้การศึกษาไม่ได้เยอะคนรู้หนังสือไม่ได้เยอะเพราะฉะนั้นเวลาที่ใครก็ตามที่ได้อ่านหนังสือหนังสือจึงค่อนข้างมีอิทธิพลกับคนที่ได้อ่านเช่นหนังสือบอกว่ารัฐบาลชุดนี้อันนี้คือสมมตินะสมมติหนังสือบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ดีนะเพราะว่าทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง1,2,3,4,5คนในยุคนั้นไม่ได้รู้อะไรเยอะพอหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านข(โ)น-้มหน-้าวใส(จ)-่ไปได้เลยอ(น)-่ะเชื่อได้แบบนี้เป็นต้นซึ่งในขณะนั้นมันไม่ได้มีรัฐบาลหรอกแต่เขามีความเชื่อในเรื่องของการปกครองระบอบพระมหากษัตริย์อยู่แล-้ะ(ว)ฉะนั้นการใส่แนวความคิดอะไรก็ตามที่เป็นแนวความคิดความเชื่อของคนเข้าไปมันก็เลยกลายเป็นว่ามีอิทธิพลกับคนที่ได้อ่านนั-้(-่)นเองโอเคนะคะคราวนี้แนวความคิดความเชื่อของวรรณคดีวรรณกรรมในยุคนี้ไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นแบบนี้เสีซะ(ย)ทีเดียวมันผ่านความคิดมันผ่านการกลั่นกรองจากนักปราชญ์หลายๆคนแล้วนะคะแต่เราจะมาเริ่มต้นรู้จักนักปราชญ์คนแรกของกรีกที่เป็นที่รู้จักแล้วก็เป็นที่เขาเรียกว่าอะไรเป็นที่กล่าวถึงว่าใครที่พูดถึงวรรณคดีวรรณกรรมเนี่ยต้องพูดถึงคนนี้ก่อนเพราะเป็นคนแรกในยุคนั้นคนแรกคนนี้ก็คือh(เ)พลโello(ต)นักศึกษาทำท่าตามเพส(ล)โตเลยก็คือเอามือชี้นิ้วขึ้นข้างบนปลายนิ้วชี้ขึ้นข้างบนท่านี้ไม่ได้เป็นภาพแบบเท่ๆแบบถ่ายรูปแบบnumberoneของคณิ(รุ)ตศาสตร์แต่อันนี้เป็นค่าที่แเพลถว(โ)ต-้นเน-ี่ยสะท้อนให้เห็นความคิดความเชื่อของคนในยุคนั้นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกมนุษย์เกิดขึ้นมาจากข้างบนก็คือเทพระเจ้าเราอ(น)-่ะปฏิเสธไม่ได้ว่าคนในยุคอดีตเขาต้องหาจุดความเชื่อซึ่งศาสนายังไม่ได้มาถึงแน่นอนไม่ใช่ว่าเกิดมาเป็นมนุษย์แล้วมีศาสนาเลยไม่ใช่แต่คนเกิดขึ้นมาแล้วคนต้องหาละความเชื่ออะไรสักอย่างหนึ-่งโดยเฉพาะในยุคแรกชาวกรีกชาวยุโรปชาวตะวันตกในเทพเจ้าให้ทายเราเนี่ยแถบตะวันออกแถบชนชาติเราเชื่อถืออะไรนับถืออะไรอะไรนะภูตผีนักศึกษาก่อนที่เราจะมีศาสนาพุทธเรานับถือผีมาก่อนฉะนั้นบางคนที่บอกว่าโอ๊ยมันเป็นเรื่องงมงายนี่โน่นนั่นคุณบรรพบุรุษของคุณน่ะเคยนับถือสิ่งนี้มาก่อนดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอ(น)-่ะทำไมความเชื่อนี้มันยังคงอยู่อยู่สมัยมันเปลี่ยนไปขนาดนี้ทำไมความเชื่อนี้มันยังคงอยู่ก็เป็นเพราะว่าในอดีตก่อนที่จะมีศาสนาพุทธศาสนาคริสต์หรืออะไรก็ตามเนี่ยเรานับถือผีมาก่อนเหมือนกันตะวันตกเขาก็มีการนับถือเทพเจ้าในก่อนที่จะมีศาสนาคริสต์เหมือนกันนะคะคราวนี้เพลโธอ(ต)ก็บอกว่าทุกอย่างมาจากเทพเจ้าดังนั้นวรรณคดีและวรรณกรรมที่เพลโต-้พูดถึงก็บอกว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างเช่นเดียวกันนะคะเดี(พล)-๋ยวโท(ต)รบอกว่าวรรณคดีก็เหมือนกันมันทุกสิ่งทุกอย่างมันก็รวมถึงวรรณคดีวรรณกรรมด้วยดังนั้นในเมื่อเทพเจ้าเป็นผู้สร้างวรรณคดีก็เลยมีอำนาจในการชักจูงมนุษย์ไปในทางเสื่อมเสียหรืออันตรายต่อความมั่นคงของรัฐได้และสิ่งที่เพลอยโต-้ให้ไว้อีกข้อหนึ-่งก็คือวรรณคดีไม่สามารถสอนมนุษย์ได้ใช้ท่านี้ได้เลยเพลโตชราะ(-ี)-้ขึtoshi(-้น)ข้างบนไม่สามารถสอ-่ง(น)ได้โอเคนะคะนี่คือแนวคิดของเพลโตวรรณคดีไม่สามารถสอนได้ต่อไปคนที่มีความสำคัญอีกคนหนึ่งก็คืออริสโตเติลนักศึกษา15ว่าในขณะที่เพลโต-้กำลังยืนสอนอยู่เหมือนครูกำลังยืนสอนนั่งซ้ายอยู่เนี่ยอริสโตเติลก็เป็นหนึ่งในนักเรียนที่กำลังนั่งเรียนกับโตอยู่อริสโตเติลเนี่ยคิดต่างกับเกี(พล)ยวโตคือเป็นนักเรียนแหละเขาเป็นครูแหละแต่มีความเห็นต่างซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ความนะคะความเห็นต่างบางครั้งอาจจะถูกก็ได้เพราะอะไรเพราะความเห็นต่างของอริสโตเติลเนี่ยเป็นที่มาที่ทำให้คนรู้จักอริสโตเติลและทฤษฎีของอริสโตเติลก็เป็นที่น่าเชื่อถือและยอมรับมากกว่าเพ-ี(ล)ยงโตอริสโตเติลถ้(ท่)าของอริสโตเติลคือทถ-้(-่)านี้คือเอามือแบบข้างล่างแบบม(น)-ี-้แล้วก็เหมือนกับให้มันแบบทั่วถึงคนแบบนี้ซึ่งการชี้แบบนี้อลิสโตเติลกำลังจะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเกิดจากมนุษย์เกิดจากการเลียนแบบของมนุษย์ไม่ใช่พระเจ้าฉะนั้นความคิดเห็นอล(ร)-ิสโตเติลขัดแย้งกับเพลฏโต-้แล้วนะคะแล้วความคิดเห็นของอลิซก็ยังบอกอีกว่าในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากการเลียนแบบของมนุษย์ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์สามารถเอาไปใช้ในการสั่งสอนได้และการเรียนแบบน่ะต้องเป็นการเรียนแบบที่ดีด้วยถึงจะมีความสำคัญตข(-่)อรูปแบบกวีนิพนธ์เช่นสิ่งที่เขาจะเขียนขึ้นมาได้มันต้องผ่านสิ่งที่มนุษย์เคยเห็นมาก่อนเช่นรูปแบบคำประพันธ์คำประพันธ์เนาะเวลาที่เราอ(น)-่ะจะบรรยายได้ว่านางคนนี้สวยอย-่-ั(า)งไง(ร)บางครั้งมันก็ต้องผ่านการเคยเห็นหรือการเรียนแบบมนุษย์มาก่อนหรือแม้กระทั่งในขณะที่เขาแต่งเนี่ยเ(จะ)รามีรูปแบบคำประพันธ์เนาะรูปแบบคำประพันธ์ที่ถูกต้องนั่นก็คือต้องแต่งเหมือนกับอันแรกๆที่เคยแส-ั(ต)-่งมานี่ก็คือให้เห็นคุณค่าและรูปแบบของคำประพันธ์ด้วยนะคะฉะนั้นวรรณคดีวรรณกรรมในยุคกรีกที่มาจากแนวความคิดของอริสโตเติลจึงมีข้อสรุปว่า1.เกิดขึ้นจากการเลียนแบบมนุษย์จะเขียนขึ้นมาได้ก็มานุษยช(-์)เป็นคนเขียนนะไม่ใช่เทพเจ้าเขียนนั่นแสดงว่ามันก็ต้องเคยเห็นมาก่อน2การเร(ล)-ียนแบบที่ดีต้องสามารถเอาไปใช้ในการสั่งสอนได้เช่นถ้าเนื้อหาบอกว่าคนเน-ี-ี้ยมีพฤติกรรมแบบนี้ผลของพฤติกรรมก็ต้องเป็นแบบนี้นี่แสดงว่าเอาไปใช้สอนได้คนที่อ่านก็จะได้รู้ว่าฉันไม่ควรทำแบบนี้เพราะเดี๋ยวฉันจะเจออะไรแบบนี้เป็นต้นนะคะรวมถึงรูปแบบคำประพันธ์ที่ในยุคแรกรูปแบบคำประพันธ์ก็จะเน้นไปในเชิงคุณค่าทางอารมณ์โดยเฉพาะเรื่องราวที่เป็นแบบโศกนาฏกรรมวรรณคดีวรรณกรรมในกรีกยุคแรกจะเป็นโศกนาฏกรรมจ๋านะคะถและ(-้า)ใครคิดไม่ออกว่าส่งโศกนาฏกรรมมันต้องเป็นแบบไหนให้นึกถึงromeoandjulietพระเอกและนางเอกต้องตายตอนจบแบบนี้เป็นต้นนี่ก็คือแนวโศกนาฏกรรมนะคะดังนั้นวรรณคดีวรรณกรรมยุคนี้ก็เลยอ(จ)ะไรแต่เน้นคุณค่าไปในเชิงนั้นดังนั้นสองคนนี้แถวเพลโต-้กับอริสโตเติลถ้าที่ครูเอามาให้ดู2คนไม่ใช่แบบท่าถ่ายรูปเท่ๆแต่เป็นท่าที่แสดงให้เห็นว่าทฤษฎีส(2)องคนนี้ไม่เหมือนกันนะคนหนึ-่งชี้ข้างบนจะมีความเชื่อในเรื่องเทพเจ้ศ(า)คนหนึ-่งชสิ(-ี้)ข้างล่างทั่วไปก็คือเหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จากมนุษย์ก(ต)-่ล-ั(อ)บไปคราวนี้กรีกเริ่มเสื่อมอำนาจอาณาจักรที่มาแทนที่ก็คืออาณาจักรโรมันนี้แหละที่ครูบอกว่าเขาไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกันเสียซะทีเดียวมาก่อนเพราะเกร-ีด(ก)เริ่มเสื่อมอำนาจโรมันเริ่มเข้ามาแทนที่คู่ขนานกันเหมือนกับเราอ(น)-่ะสุโขทัยเริ่มเสื่อมอำนาจอยุธยาก็เริ่มรุ่งเรืองขึ้นมาแต่แนวความคิดยังเป็นแบบเดิมยังเป็นแบบแนวเดิมนั่นเองนะคะยุคนี้จะเป็นลักษณะความคิดความเชื่อตามแบบกรีกแทบจะทุกอย่างเลยกรีกนักปราชญ์คนสำคัญเมื่อกี้ที่พูดถึงไปมีแค่ส(2)องคนที่เด่นๆเลยคือชื่ออะไรกับอะไรนะคะใครกับใครนะเพก-ี(ล)ยวโตกับอริสโตเติลเพลโตกับอริสโตเติลพออาณาจักรโรมันขึ้นมาอาณาจักรโรมันเนี่ยหยิบแนวคิดของอริสโตเติลมาต่อเนื่องเลยโดยที่ไม่ได้มีข้อกังขาใดๆทั้งสิ้นนะคะและอีกอย่างหนึ-่งนอกจากจะหยิบแนวคิดของอริสโตเติลต่อเนื่องมาแล้วเนี่ยก็มีนักปราชญ์คนสำคัญหลายคนที่ใช้แนวคิดนี้มาใช้ในการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรมด้วยโดยเฉพาะฮอเรซกับforestลองจ-ี(-ิ)นัสฮอเรซลองhoarsen(จ)-ินัessเ(ส)นี่ยเป็นนักปราชญ์ในยุคโรมันเกิดในอาณาจักรโรมันเนาะลืมไปว่าเรียกรวมเดียวกันนะคะแต่ว่าอาณาจักรโรมันฮอเhoar(ร)ซนsene(-ี่)ssบอกว่าเห็นด้วยกับทฤษฎีของอริสโตเติลทุกอย่างแล้วก็เห็นด้วยว่าวรรณคดีมีคุณค่าในเชิงสั่งสอนแล้วก็มีความบันเทิงควบคู่ไปด้วยเช่นสั่งสอนก็เช่นทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วอะไรพวกนี้นะคะเพิ่มเติมตรงที่ว่าวรรณคดีเนี่ยต้องเต็มไปด้วยอารมณ์สะเข(ท)-ื-่อนใจให้มีพลังต่อการสร้างอารมณ์ความรู้สึกอ่านเช่นอ่านไปแล้วอิ่มค(ผ)ร-ู-้อ่านแล้วต้องอินนี่ก็คือลองส(จ)-ิน-ัะ(ส)ที่พูดถึงอาวรรณคดีที่อยู่ในยุคนี้นะคะซึ่งลองจินะเ(-ัส)นี่ยไหนบอกว่าวรรณคดีที่ดีต้องเต็มไปด้วยอารมณ์สะเทือนใจเนี่ยก็จะมีพูดถึง5ข้อข้อแรกก็คือการใช้ภาษาแบบอปร(-ุ)ะมาอณ(-ุ)ปร(ไ)ะมา(ย)ณคือการใช้คำเปรียบเทียบนั่นแหละร้องไห้เป็นสายเลือด2.การเลือกเฟ้นใช้ถ้อยคำที่สูงส่งใช้ถ้อยคำให้มันก(อ)-ินให้มันรู้สึกซาบซึ้ง3.จัดระเบียบถ้อยคำให้ได้จังหวะจะโคนให้มันมีความไพเราะนั-้(-่)นเองนะคะ4ส-ิ(.)อารมณ์สะเทือนใจต้องเกิดจากแรงบันดาลใไป(จ)ของกวีก็มีส่วนสำคัญในการสร้างเหมือนกันแล้วก็สุดท้ายความสามารถของกวีการโน้มน้าวใจผู้อ่านซึ่งทั้ง5ข้อเนี้ยเอามาหลอมรวมกันก็คือได้เป็นก้อนที่ครูพูดถึงเมื่อกี้ว่าวรรณคดีที่ดีต้องสามารถทำให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจกับผู้อ่านได้แลเรา(-้ว)ก็มีพลังต่อการสร้างอารมณ์ความรู้สึกผู้อ่านนั่นเองนะคะฉะนั้นสรุปวรรณคดีวรรณกรรมวิจารณ์ในยุคแรกก็คือกรีกและโรมันเนี่ย(1)หนึ่งเลยค(จ)ะแนนที่รูปแบบวรรณคดีเป็นหลักเช่นแต่งให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์โศกนาฏกรรมก็ต้องเป็นโศกนาฏกรรม2.เน้นอารมณ์ความรู้สึกผูเมื(-้อ)-่านกอ(-็)คืน(อ)มีพลังในการสร้างอารมณ์ให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์อิ-่(น)มแล้วก็3.สามารถที่จะทำให้ผู้อ่านเนี่ยโน้มน้าวใจแบบเหมือนกับมีคุณค่าในเชิงสั่งสอนนะคะคือ3.สามารถเอาไปใช้ในการสั่งสอนหรือก(ผ)-ู-้อ่านหรือมนุษย์ได้อันนี้ก็คือยุคแรกของการวิจารณ์วรรณกรรมนะคะต่อไปยุคที่2ยุคที่2เรียกว่า"การวิจารณ์วรรณกรรมสมัยกลาง"นักศึกษาดูภาพแล้วนักศึกษาคิดถึงอะไรจากภาพนึกถึงอะไรเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อเดือนธันวาคมนึกถึงอะไรคะคริสต์มาสคริสต์มาสก็คือเป็นเกี่ยวกับพระเยซูโอเคไหมคริสต์มาสเกี่ยวกับพระเยซูพระเยซูก็คือเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ฉะนั้นจากภาพยุคสมัยกลางของการวิจารณ์วรรณกรรมเป็นยุคสมัยที่ศาสนาคริสต์เริ่มเข้ามามีอิทธิพลกับสังคมเนี่ยคือยุคที่เริ่มมีศาสนาแล้วนะคะยุคแรกยังไม่ถึงขั้นว่ามีศาสถ(น)านะแต่พอยุคสมัยกลางศาสนาคริสต์เริ่มแผน(-่)แล-้ะ(ว)เขาเริ่มเผยแผ่ศาสนาแล้วนะคะข้(คร)าวเนี้ยธรรมชาติของมนุษย์อะไรก็ตามที่มาใหม่เราจะคลั่งไคล้เสมอคน(ล)-ั่งภายในที่นี้ก็คือเหมือนกับว่าว-่ะว-้าวแล้วรู้สึกว่าอันนี้น่าสนวห(-้)าย(ว)แล้วอยากติดตามหนึ่งในนั้นที่ว้าวในสังคมก็คือศาสนาคริสต์ที่เริ่มแถเข้ามาโดยภ(ศ)าษาสนาคริสต์เข้ามาปุ๊บจากทีแรกคนเหมือนกับไปในเรื่องของการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรมคนก็เหมือนกับหยุดสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรมแล้วมาแล้วหันมาสนใจในด้านศาซ้(สน)ายแทนนะคะหยุด(ค)ในที่นี้ครูไม่ได้แปลว่าเขายกเลิกการสร้างสรรค์วรรณกรรมนะยุคนี้เขาจะใช้เป็นคำว่าdarkที่แปลว่ายุคมืดของการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรมรวมไปถึงการวิจารณ์วรรณกรรมด้วยยุคมืดจะใช้เป็นคำว่า"ดับไฟ"คือดับไฟเอาไว้ไม่ได้แปลว่าถอดสายอะไรออกทั้งหมดแค่ดับไฟคก(ร)-ูใช้คำนี้น-้(ะ)องยุคมืดdarkageเพราะว่าอะไรเพราะว่าวรรณคดีวรรณกรรมหลายๆอย่างถูกลดบทบาทลงนักบุญออกัสตินและนักบุญเจโแ(ร)ม-่(-ี)นะคะที่เขากำลังเผยแผ่ศาสนาเนี่ยเขาก็เหมือนกับว่าอยากให้คนให้ความสำคัญกับศาสนาเต็มที่ก็เลยต่อต้านการใช้ศ-ิ(-ี)ลธรรมในกวีนิพนธ์คือจะเอามารวมกันไม่ได้นะศาสนาก็คือศาสนาวรรณคดีก็คือวรรณคดีค-ุวร(ณ)จะเอามารวมกันไม่ได้ฉะนั้นถ้าคุณเนี่ยสนใจศาสนาคุณก็ต้องเคร่งในเรื่องของศาสนานี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนั้นวรรณคดีวรรณกรรมถูกลดบทบาทลงแนวคิดใหม่ไม่ได้โดนสร้างขึ้นมาใหม่ฉะนั้นถ้าแนวคิดใหม่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แสดงว่ายุคสมัยกลางยังเอาความเชื่อของใครมาใช้อยู่คะของกรีกเนี่ยของใครแนวความเชื่อของกรีกคือของใครเอามาใช้อยู่ใครเอาเ(ข)อาเพลงกรีกเมื่อกี้ใครอันนี้คือตถาม(อบ)ว่าคนที่1เออ(พล)โต-้หรืออริสโตเติลห(ข)นองใคา(ร)ยข้อสอบแล้ว1นะคะอย่างเช่นของใครใครตอบเพลโต-้ยกมือยกมือยกมือใครตอบเพลโตโ-้(อ)เok(ค)มีคนตอบเพลโต-้ให้ตอบอริสโตเติลยกมืออริสโตเติลโอเคค่ะอริสโตเติลถูกต้องนะคะยุคนี้ยังเอาแนวคิดของอริสโตเติลเข้ามาเพราะอะไรให้นักศึกษาคิดภาพแบบนี้เลยเแ(พ)ล-้วโตเนี่ยถูกลบไปแล้วจากแนวคิดของเด็กคือพอมีอริสโตเติลสร้างแนวคิดใหม่ปุ๊บคนก็เลยเชื่ออริสโตเติลมากกว่าเพpho(ล)โto(ต)แล้วดังนั้นก็เลยจะถูกพูดถึงในมุมของคนแรกที่คิดมากกว่าแต่คนที่เป็นผู้นำจนถึงปัจจุบันใช้คำว่า"ปัจจุบัน"ได้เลยปัจจุบันเราเรียนภาษาไทยเราก็จะได้ยินคำว่า"อริสโตเติล""อริสโตเติล"อยู่เรื่อยๆนะคะเพราะว่าค่อนข้างมีอิทธิพลทางด้านวรรณคดีวรรณกรรมของเราเนะคราวนีะ(-้)ยุคนี้ยังไม่ได้สร้างอะไรใหม่ๆก็ยังเป็นของอริสโตเติลเหมือนเดิมแต่พอช่วงปลายสมัยกลางพอศาสนาคริสต์เนี่ยมันเริ่มถึงจุดอิ่มตัวก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์นั่นแหละค่ะถ้าอะไรเริ่มอิ่มตัวปุ๊บเราก็จะเริ่มกลับไปสู่อดีตมากขึ้นก็คือเริ่มโหยหาอดีตเช่นเราอ(น)-่ะเอาความเป็นมนุษย์วัยรุ่นของเราในขณะนี้เคยมีแฟนคนหนึ-่งแล้วพอแบบเลิกกันไปปุ๊บมีแฟนใหม่โอ๊ยแรกๆเนี่ยดีมากรักมากห(พ)อพักหลังๆเริ่มออกลายแล้วเริ่มถึงจุดอิ่มตัวก็เริ่มรู้สึกว่าคนเก่าว(น)-่ะเมื่อก่อนเขายังเปิดขวดน้ำให้ฉันเลยเพลงนี้ใช่ไหมอันนี้ก็คือการโหยหาจากการที่เราเริ่มอิ่มตัวกับสิ่งปัจจุบันเหมือนกันในยุคสมัยกลางพ.(อ)ศาสนามคริสต์คนเริ่มอิ่มตัวและคนเริ่มกลับมาสนใจการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรมอีกครั้งหนึ่งโดยในช่วงศตวรรษที่15คือช่วงปลายสมัยกลางอันนี้คือยังอยู่สมัยกลางนะคะแต่เป็นช่วงปลายมีดังเต้กับbบล็(oc)อกcacs(c)ioเนี่ย(ท)พ-ี่เป็นผู้พยายามนำกฎวรรณคดีของกรีกกลับมาใช้ใหม่ด้วยการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรมโดยนำรูปแบบคำประพันธ์แบบเดิมมาใช้แนวความคิดแบบเดิมมาใช้อีกครั้งหนึ่งจากทีพ-ิธ(-่ท)-ีแรกเป็นยุคมืดดับไปไว้บล็อคคาca(ช)-ิsio(โอ)ก็พยายามร่วมรวมกฎศีลธรรมสมัยกลางเข้ากับวรรณคดีคลาสสิกคฉ(จ)ากที่ทีแรกนักบุญต่างๆพยายามต่อต้านกฎศีลธรรมกับวรรณคดีว่าใช้ด้วยกันไม่ได้พอถึงปลายสมัยกลางblog(c)cacs(c)ioก็พยายามเอามารวบรวมอีกครั้งหนึ่งนะคะเนี่ยให้เห็นภาพว่าถ้านคณะ(-ัก)ศึกษาขีดเส้นกราฟถ้ากำลังขีดเส้นอยู่ให้ขีดเส้นมาจากทีแรกคลาสสิคเข-ีต(ด)ลาด(ก)ยาวแล้วพอมาถึงยุคสมัยกลางฉ(ข)-ีดกราฟให้มันตกลงมาแล้วก็เขียน2อาทิตย์แรกเขียนเลข1นะยุคแรกเพราะมันตกลงมาปุ๊บเขียนเลข2นะคะแล้วคราวนี้มันกำลังจะเข้าไปสู่ยุคสมัยที่3ยุคที่3ให้ลากกราฟขึ้นมาแบบสูงได้เลยแล้วก็เขียนเลข3เยรา(นะ)คา(ะ)ย-ุก(ค)ที่3เนี่ยสูงขึ้นมาเพราะอะไรยุคนี้ถูกเรียกว่ายุคนีโอคลาสสิกคือก่อนที่จะไปรู้ความหมายว่าม(น)-ีโอc(ค)ลาสlass(ส)-ิic(ก)แปลว่าฟื้นฟูคือยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการเนี่ยม-ั(า)นรู้ความหมายก่อนว่ายุคนีโ-้(อ)คลาสสิคมันคือ2คำเอามารวมกันนั่นก็คือคำว่า"ม(น)-ีโอ"คำว่า"คลาสสิคนne(-ี)oแปลว่าอะไรคะใครพอเดาได้นีโneo(อ)เหมือนกับคำว่าnน-ิว(ew)ความหมายเหมือนกับคำว่าnewแปลว่าใหม่neoเหมือนความหมายก็คือคำว่า"neน-ิว(w")แปลว่าใหม่คลาสสิค(ก)ก็คือยุคเก่ายุคคลาสสิค(ก)คือยุคอะไรกรีกและโรมันโบราณยุคคลาสสิค(ก)ยุคกรีกและโรมันโบราณฉช(ะ)น-ั้ะ(น)ต่อไปนี้ถ้าครูพูดคำว่าคลาสส-ิเฉยๆจะหมายความว่ากรีกและโรมันโบราณแต่ถ้าครูพูดถึงนีโอคลาสสิคแสดงว่าเป็นยุคที่3แล้วไม่ใช่ยุคแรกนะคะยุคนีโอคลาสสิคเป็นยุคที่ถูกเรียกว่าเป็นยุคแห่งการฟื้นฟูศิลปวิทยาการแทบจะทุกประเภทถ้าใครที่เคยดูแวร์ซายแวร์ซายก็คือเขาพูดถึงรูปพระเจ้าหลุยส์ที่14ใช่ไหมที่แบบมีการสร้างพระราชวังแวร์ซายหรือว่าการสร้างสถาปัตยกรรมประติมากรรมหลากหลายประเภทในยุคนี้จะเห็นมีการนำศิลปะต่างๆมาสร้างสรรค์เยอะมากยุคนี้นะคะเป็นยุคที่ศิลปะทุกแขนงเจริญถึงจุดสูงสุดแตปล(-่)คำว่า"เจริญถ-ุ(-ึ)งจุดสูงสุดเ(")นี่ยไม่ได้แปลว่าเขาคิดใหม่ทั้งหมดเพราะมันมีคำว่าคลาสสิคอยู่ในชื่อยุคด้วยนั่นหมายถึงการที่เขาเอาของเก่ากลับมาใช้ใหม่แล้วให้ไฉไลกว่าเดิมคืออันนี้ภาษาปากเลยเอาของเก่ากลับมาใช้ใหม่แล้วให้ไฉไลกว่าเดิมไฉไลกว่าเดิมคืออะไรย-ุก(ค)นี้เป็นยุคที่ธ(ก)ร-ีกทรมะ(-ำ)ดีอย-่-ั(า)งไง(ร)ยุคนี้ให้ดีกว่าไปเลยโดยศิลปะ...ขอโทษนักปราชญ์ในยุคนี้จะเรียกตัวเองว่า"น-ัะ(ก)มนุษยนิยม"นักมนุษยนิยมก็คือเป็นคนที่ศึกษาเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ดังนั้นเขาก็เลยจะค่อนข้างมีความรู้ที่เกี่ยวกับมนุษย์แทบจะทุกเรื่องต่อมามีการค้นพบงานวรรณคดีวรรณกรรมสมัยกรีกและโรมันแล้วก็เอานักศึกษาใหม่อย่างจริงจังจริงจังถึงขั้นไหนจริงจังถึงขั้นที่ว่ากฎเกณฑ์อื่นที่เกิดขึ้นมาใหม่หลังจากกรีกและโรมันน-ี่เป็นสิ่งที่ผิดหมดง(น)-ั-้(-่)นแสดงว่าถ้ากรีกและโรมันทำมาแบบไหนบทกวีเขียนอย-่-ั(า)งไง(ร)ยุคนี้ก็ต้องเขียนแบบนั้นเร(ล)-ียนแบบให้มันดีให้มันเป๊ะนักวิจารณ์อิตาลียืนยันว่าวรรณคดีรูปแบบวรรณคดีคือแบบของปรัชญาและการเรียนแบบชีวิตความคิดของใครคะการเลียนแบบของใครอริสโตเติลชื่อของเขาจะถูกพูดถึงก็แทบทุกยุคทุกสมัยเลยนะคะแล้วนักวิจารณ์ฝรั่งเศสปฏิเสธแบบแผนองค์กรที่แต่งมายุคสมัยกลางคข-ึ้(-ือ)นตอนยุคสมัยกลางที่มีการดับไฟอ(น)-่ะถ้าใครอะไรขึ้นมาใหม่โป๊ถือว่าผิดหมดไม่โอเคไม่เอาถ้าจะให้ถูกให้มันเพราะก็ต้องเป็นแบบอริสโตเติลเท่านั้นนะคะเรื่องนักคิดคนสำคัญก็จะมีนิโคลัสบัวโล-่ที่มีการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรมแนวที่เกี่ยวข้องแนวแบบคล้ายๆของยุคกรีกและโรมันนะคะเช่นแนวromeoandjulietขอเป็นที่เน้นคุณค่าทางอารมณ์สะเทือนใจประมาณนี้นะคะป(ท)-ีนี้สรุปยุคสมัยนีโอคลาสสิคยึดมั่นในขนบกรีกและโรมันอย่างเคร่งครัดดูสิว่าแบบขนาดไหนนะคะ2.9อ(กว)-ีต้องปฏิบัติตามกฎวรรณคดีคลาสสิคอันไหนพ(ท)-ี-่แต-่งขึ้นมาแล้วมันไม่เหมือนของวันน-ีโอคลาสส-้classic(-ิค)ปฏิเสธหมดเลยนะคะ3วรรณคดีเปรียบเสมือนกระจกเงาส่องให้เห็นธรรมชาติซึ่งสร้างโดยฝีมือมนุษย์นักศึกษากระจกเงาส่อ2(ง)ให้เห็นธรรมชาติซึ่งถูกสร้างโดยฝีมือแมนุษย-่(-์)ถ้าจะพูดเป็นภาษาปากก็คือเกิดขึ้นจากการเลียนแบบมนุษย์นั่นแหละนะคะการเลี-้ยง(น)แบบเป็นการเร(ล)-ียนแบบเสร็จปุ๊บก็นึกถึงคำของอริสโตเติลขึ้นมาทันทีอะไรที่พูดขึ้นมาปุ๊บมันคือคำของอริสโตเติลทั้งนั้นเลยนะคะแล้วเนื้อหาหรือเสน่ห์ของเรื่องเนี่ยขึ้นอยู่กับการแสดงออกอย่างใหม่และแสดงให้เห็นถึงความฉลาดของมนุษย์รา(นะ)คา(ะ)นี้ก็คือแนวความคิดในยุคนีโอคลาสสิค(ก)นักศึกษากราฟเมื่อกี้มันพุ่งขึ้นสูงใช่ไหมที่เป็นอย-ู่(-ุค)นีโอคลาสสิค(ก)คราวนี้ก็ให้เห็นธรรมชาติของมนุษย์อีกเหมือนเดิมนั่นก็คือธรรมชาติของมนุษย์ถ้าอะไรก็ตามถ้ามันถึงจุดสูงแล้วอ(น)-่ะมันก็ต้องดรอปลงทุกอย่างไปทุกครั้งไปอันนี้คือธรรมชาติของมนุษย์จริงๆนะคะวรรณคดีวิจารณ์ก็แสดงให้เห็นอย่างถึงความเป็นธรรมชาติของมนุษย์เหมือนกันเพราะอะไรเพราะยุคนีโอคลาสสิค(ก)เนี่มัย(น)เคร่งครัดมากเคร่งมากจนถึงขั้นที่ว่าอะไรก็ตามที่แต่งขึ้นมาใหม่ในยุคนั้นผิดหมดใช่ไหมพอมาถึงยุคที่4ก็คือยุคโรแมนติกยุคนี้กราฟจะตกลงมาอีกรอบหนึ-่งเหตุผลถ้ามันเคร่งเกินไปคนก็จะรู้สึกว่าคนมันไม่น่าสนใจแล-้ะ(ว)มันตึงเกินมันพัฒนาต่อไม่ได้นะคะแล้วอีกอย่างความหมายของคำว่า"โรแมนติก"คภ(ร)-ูษาอธิบายก่อนว่าถ้าเปรียบเทียบกับเราอ(น)-่ะถ้าเกิดว่ามีผู้ชายสักคนหนึ-่งโอ้โหโรแมนติกมากเลยวันเกิดฉันเขาแต่งห้องแล้วก็จุดเทียนแล้วก็สร้างบรรยากาศให้มันดูสวยงามทำให้ฉันรู้สึกดีมากเลยนักศึกษารู้เอาไว้เลยว่าเขาไม่ได้ทำแบบนี้ทุกวันโอเคไหมมันเป็นแค่เฉพาะพิเศษเท่านั้นมันเป็นเฉพาะพิเศษเนี่ยนั่นแสดงว่ามันไม่ใช่ธรรมชาติมันไม่ใช่ความจริงแท้ความจริงแท้ของมนุษย์ไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกวันแน่นอนดังนั้นคำว่า"romance"หรือยุคโรแมนติกเนี่ยก็แปลว่าเป็นยุคที่มนุษย์พยายามหาอะไรที่ไม่ใช่ความจริงแทผล(-้)นั-้(-่)นเองมาดูว่าเหตุผลที่เกิดยุคโรแมนติกคืออะไรบ้างนะคะเหตุผลที่เกิดยุคโรแมนติกอันดับแรกที่ครูพูดไปนั่นแหละก็คือถ้าอ-ันไหนมันตึงเกินไปเขาก็รู้สึกว่ามันเคร่งแล้วมันจะไม่สามารถพัฒนาต่อได้เขาก็เลยเหมือนกล-ับหยุดพอแล-้ะ(ว)เหนื่อยและอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมยุคนั้นก็คือมีการเลิกระบบศักดินาก็คือการเลิกทาสฉะนั้นเมื่อก่อนสังคมคนยุโรปจะมีแค่ชนชั้นห(ส)น-ูงกับชนชั้นล่างชนชั้นสูงก็คือพวกเจ้านายไปเลยชนชั้นล่างก็คือพวกทาสคนที่มีความคิดได้สามารถคิดได้มีแค่ชั้นสูงเท่านั้นส่วนชนชั้นล่างที่เป็นชั้นธ(ท)าต(ส)-ุคิดไม่ได้ไม่ใช่เขาคิดไม่ได้จริงๆนะนักศึกน้องส(ษ)าแต่เขาคิดไม่ได้เพราะว่าสังคมไม่เปิดโอกาสให้เขาคิดใครที่แบบมันมีขนาดนั้นจริงๆเหรอคุณถ้าเคยดูพรมพรหมลิขิตถูกแล้วนะเมื่อกี้เลยอีอึ่งอีอึ่งที่เป็นผ(ท)-้าสใช่ไหมที่กูใช้คำว่าอีเพราะว่าระบบของคนในสังคมในขณะนั้นนอกเขาเรียกเขาว่าอีซึงๆเงี้ยเนี่ยพูดกับนางเอกนางเอกก็ถามว่าอ้าวทำไมล่ะทำไมถึงไม่คิดทำไมถึงไม่รู้ถ(อ)-ึ-่งก็ตอบได้แค่ว่า"ไม่จำเป็นต้องรู้"ก็ไม่จำเป็นต้องคิดอ-ื(-ึ)-่น(ง)เป็นแค่ภ(ท)าพ(ส)อันนี้คุณไม่ต้องไปนึกถึงยุโรปเลยไม่ต้องไปนึกถึงเขาตะวันตกเลยของไทยอ(น)-่ะก็เป็นของไทยก็มีให้เห็นฉะนั้นระบบชนชั้นมันไม่เปิดโอกาสให้คนชั้นล่างมีโอกาสได้คิดมีโอกาสได้เปิดโลกนะคะคราวเนี้ยพอมาถึงยุคที่มีการยกเลิกระบบศักดินาปุ๊บชนชั้นล่างเริ่มค่อยๆหายไปเกิดเป็นชนชั้นกลางขึ้นนั่นก็คือคนเริ่มมีสิทธิเสรีภาพในการคิดในการเห็นอะไรเลยกลายเป็นว่ามนุษย์เนี่ยจากเดิมที่ถูกครอบไว้เลข(ย)กลายเป็นหลุดออกจากกรอบแบบหลุดไปเลยนะคะพูดคำว่าหลุดไปเลยนะยุคนี้เป็นยุคที่มนุษย์เนี่ยทางยึดมั่นในปัจเจกชนนิยมปัจเจกชนนิยมก็คือให้คุณค่าของตัวเองฉันคิดอะไรอยู่ฉันสามารถคิดอะไรได้ฉันก็จะคิดม(ต)-ีความหมายซึ่งจะตีความอย-่-ั(า)งไง(ร)ก็ได้ฉันเห็นไม้ฉันจะตีความเป็นมาอย่างนี้เป็นต้นวรรณคดีวรรณกรรมเหมือนกันถูกพาเขียนมาแบบนี้ฉันไม่จำเป็นต้องเขียนแบบเดิมก็ได้นี่ทำไมฉันต้องไปเคร่งครัดกับรูปแบบของคห(ล)าสสิกด้วล้วยอ่ะจะเขียนแบบอื่นก็ย่อมได้สิ-่เพราะมันเป็นความคิดของฉันนมันเป็นสิทธิ์ของฉันน-ึกถึงอดีตที่นานแสนนานดินแดนที่อยู่ไกลแสนไกลก็คือโหยหาอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้อ(น)-่ะจินตนาการมีอิสระแสดงออกอย่างประหลาดและผิดธรรมชาติถ้าคิดไม่ออกวรรณคดีวรรณกรรมแนวโรแมนติกของไทยเอาแบบที่เด่นเลยพระอภัยมณ-ีอย่างน-ี-้คิดออกไหมคะชัดอันนี้ชัดมากนะคะชัดมากอย-่-ั(า)งไง(ร)เอามีคนมีนางเงือกมีนางยักษ์คนธรรมดาสามารถไปมีอะไรกับนางเงือกกับนางยักษ์ก็ได้ลูกออกมาก็เป็นคนที่มีพละกำลังเฉยแต่ว่ายน้ำเก่งเหมือนนางเงือกเอาอะไรอย่างเ(น)ง-ี้ยหิวว่ะคิดอะไรที่มันดูนอกกรอบที่มันหลุดกรอบไปเลยวรรณคดีไทยในอดีตส่วนใหญ่มีแต่แนวโรแมนติกนะคะนักศึกษาแนวโรแมนติกนี่ไม่ใช่ว่าอุ้ยพระเอกกับนางเอกคล(ร)องคู่กันชวดนิจนิรันดร์อะไรเงี้ยอันนั้นวัดไทยก็มีส่วนแต่ไม่ใช่คำว่า"โรแมนติกที่แท้จริงโรแมนติกที่แท้จริงก็คือมันเหนือธรรมชาติในจินตนาการคิดไม่ออกอีกรอบเอาปลาบู่ทองนี่แหละคก(ร)-ูว่ามันเว้าวสุดแล้วนะคะในยุคนั้นนะคะอย่างปลาบู่ทองอย่างนี้แม่ทีแรกก็อยู่ด้วยกันแบบมันก็ดูเป็นธรรมชาติของมนุษย์ดีนี่แหละแต่พ่อแม่ตายปุ๊บไปเกิดเป็นปลาบู่พ-่อไปเกิดเป็นปลาบู่เอ้าพูดได้เฉยเพร(อ)าะพูดได้เฉยเสร็จปุ๊บนางร้ายเห็นว่าปลส(า)บู่นะเป็นแม่แทนที่จะตกกลับเอาปลาบู่มากินซะเลยเนี้ยมันก็ดูแบบผแท็(-ิด)กธรรมชาติแล้วใช่ไหมพ-่อกินเสร็จปุ๊บนางเอกเห็นว่าแม่ตัวเองถูกกินก็เลยเอาเกล็ดปลาของแม่เนี่ยไปใส่ต้นมะเขือต้นมะเขือก็กลายเป็นวิญญาณแม่อีกเสียอย่ซะ(า)งน-ั้นมันดูแบบอะไรวะอีหยังวะไปหมดสำหรับเราในยุคนี้แต่จริงๆมันก็คือเป็นวรรณคดีวรรณกรรมแนวโรแมนติกนี่แหละก็คือมันเหนือความจริงมันเหนือธรรมชาติซึ่งมันสืบเนื่องมาจากยุคที่คนน่ะถูกกดขี่เกินไปไงพอมันหลุดออกมาแล้วมันก็เลยกลายเป็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างฉันสามารถสร้างได้ด้วยจินตนาการของฉันนะคะหรืออีกเรื่องหนึ-่งที่เมื่อกี้ยกตัวอย่างวรรณคดีไทยเนาะจะมีวรรณกรรมไทยสมัยใหม่อวตารถึงจะเป็นยุคสมัยใหม่นะแต่ก็เป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับความเป็นยุคโรแมนติกก็คือเป็นวรรณคดีแนวโรว(แ)มนติกแบบนี้นั่นเองนะคะก็คือจะบอกว่าเป็นความคิดเหนือโลกเหนือจินตนาการของมนุษย์จริงๆที่แบบว่าคนมีโลกคู่ขนานที่สามารถแบบอยู่ร่วมกันได-้อย่างนี-้เป็นต้นนะคะนี่ก็คือวรรณคดียุคโรแมนติกนะคะคราวนี้ยุคสุดท้ายของการวิจารณ์วรรณคดีนักศึกษาพอมันตกลงมาใช่ไหมที่แบบเป็นยุคที่4เนาะด้วยความที่ว่ามนุษย์เราอ(น)-่ะมันออกนอกโลกไปมากมันก็ต้องมีคนเรียกกลับเข้ามามาสู่ความจริงเห(ถ)อะแต่ทีแรกถูกบังคับเกินไปก็เลยหลุดกรอบพอหลระ(-ุด)กรอบปุ๊บก็ต้องมีคนดึงเข้ามาซึ่งการดึงเข้ามาหรือจะเป็นการวิจารณ์ในศตวรรษที่20จนถึงปัจจุบันนะคะการวิจารณ์ในศตวรรษที่19จนถึงปัจจุบันกราฟจะขึ้นมาแล-้วจากะพ(ท)-ี่ตกลงมาจะขึ้นมาแล้วก็ขีดลากยาวการวิจารณ์ในยุคนี้จะเป็นการวิจารณ์ที่ต่อต้านลัทธิโรแมนติกต่อต้านลัทธิโรแมนติกก็คือการต่อต้านความเหนือจริงทั้งปวงคือให้กลับมาสู่โลกแห่งความจริงโดยใช้หลักอยู่2หลักหรา(ลั)กแรกก็คือหลักสัจนิยมหลักที่ส(2)องก็คือธรรมชาตินิยมนะคะในกรอบครูพิมพ์ธรรมชาติต้องอยู่ข้างล่างนะคะครูพิมพ์ผิดกันนิดหนึ-่งอ(น)-่ะนิดผิดนะคะเดี๋ยวน-ักศึ-้องส(กษ)าวแบบปรับเองเนาะอันแรกคือสัจนิยมอันที่ส(2)องก็คือธรรมชาตินิยมตัสสะแปลว่าความจริงธรรมชาติก็คือต้องไม่เหนือธรรมชาติคือต้องเป็นไปตามธรรมชาติเช่นถ้าเป็นมนุษย์ก็ต้องมีเกิดแต(ก)-่เจ็บตายแล้วก็จบไปแค่นั้นไม่ใช่ว่าตายแล้วไปเกิดเป็นปลาบู่ปลส(า)บู่ตายแล้วเกร(ล)-็ดไปเกิดเป็นต้นมะเขืออันนี้ไม่ใช่นะคะฉะนั้นเมื่อกี้ไปที่เหนือธรรมชาติเนี่ยถูกดึงกลับมาในยุคศตวรรษที่19นะคะนั่นก็คือใกล้เคียงกับยุคเราแล-้ะ(ว)ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่19มาจนถึงเราเนี่ยการวิจารณ์จะเป็นแนวปัจจุบันเป็นแนวความจริงแล้วนะคะมาดูว่าสัจจะความจริงน่ะมีหลักอะไรบ้างหลักแห่งความจริง1.แ(เ)ละ(ย)มีความเป็นวิทยาศาสตร์ต้องพิสูจน์ได้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกพิสูจน์ได้ผู้หญิงคนนี้เขาทำชั่วเขาก็ต้องได้รับผลของการกระทำผู้หญิงคนนี้ทำดีเขาก็ต้องรับผลของการกระทำนี่คือพิสูจน์ไดา(-้)2.มีเหตุมีผลมีความสมจริงมีเหตุมีผลมีความสมจร-ุข(-ิง)อย่างเช่นที่ครูพูดถึงการวิจารณ์ที่อะไรนะพูดถึงนาคี2สัปดาห์ที่แล้วพอจำได้ไหมคะที่บอกว่าเออเขากลัวพญานาคแต่เขาเอาเสื้อสีแดงมาแขวนไว้หน้าบ้านอันนี้มันสมจริงไหมมันสมเหตุสมผลไหมไม่ใช่ใช่ไหมเพราะว่าบ้าเหรอพญานาคกับเสื้อสีแดงมันเกี่ยวอะไรกันอันนั้นผิดไม่นะคะพูดถึงผีแม่ม่ายมีข่าวผีแม่ม่ายนะรู้หรือยังพอคก(ร)-ูพูดถึงสไ(-ั)ปดาหร(-์)ท-ี-์(-่)แล้วปุ๊บขอนแก่นที่ขอนแก่นนะคะผีแม่ม่ายอาละวาดว-่าอย-่างน-ั้นนะคะมีใครดูข่าวเหมือนครูไหมใครเป็นคนขอนแก่นไหมคะมีไหมคก(ร)-ูนี่แหละมีคร-ู-่แต่เป็นคนขอนแก่นแต่ว่าเขาบอกว่าอยู่อำเภออะไรนี่แหละนักศึกษาบอกว่าผีหรือไม่อะไรนะมีคนตาย10คนแล้วอ-่ะส(าซ)-ั-้(-่)นแล้วคราวนี้คนในหมู่บ้านฝันเขาจะเอาคนส(2)องคนเขาก็เลยแบบกลัวว่าเออคือตอนนี้10คนแล้วเหลืออีก2คนเลยผู้ชายก็ทาเล็น(บ)สีแดงคือกลับไปสู่ยุคอดีตจริงจังอ(น)-่ะคือที่เราพูดเหมือนหัวเราะขำหมู่บ้านเขาจริงจังเนี่ยเออผู้ชายก็แบบทานเล-็ย(บ)สีแดงผู้หญิงเอ้ยไม่ใช่อะไรนะที่หน้าบ้านก็มีเสื้อสีแดงแขวนเร่งอ่ะแบบสมบูรณ์เลยตามยุคอดีตที่เราเคยได้ยินมามาใช้ในปัจจุบันและนักศึกษากลับมาอีกแล้วนะคะอันนี้ก็คือความสมเหตุสมผลที่บอกว่าหน(บา)-ังเรื่องอ(น)-่ะยกตัวอย่างไปเนี่ยพญานาคคือแโง่เนาะคือคือแบบแต่เขาเอาเสื้อสีแดงมาเอาไว้ในฉากมันก็ไม่ใช่แล้วนะคะแล้วก็ให้ความสำคัญกับชีวประวัติผู้เขียนให้ความสำคัญกับชีวประวัติผู้เขียนก็อย่างเช่นที่บอกว่าเราอ่านเรื่องที่รักสัปดาห์ที่แล้วที่รักพ(ท)-ี่บอกว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของผู้แต่งชื่อว่าซาการียาอมตยาที่เป็นคนในจังหวัด3ชายแดนภาคใต้โดยพอเราอ่านเสร็จปุ๊บเราจะรู้ว่าสิ่งที่เขาต้องการที่สุดก็คือเสรีภาพสันติภาพความสงบสุขให้มันเกิดขึ้นกับสังคมของเขานั่นเองนะคะแล้วก็วรรณคดีที่ดีควรเป็นเรื่องเกี่ยวมนุษย์และสามารถยกระดับจิตใจมนุษย์ให้สูงขึ้นได้นี่คือวรรณคดีวรรณกรรมและการวิจารณ์ในยุคปัจจุบันที่ต้องอาศัยความเป็นจริงเป็นหลักเช่นคุณจะวิจารณ์เรื่องใดก็ตามคุณต้องวิจารณ์แล้วให้มันเกิดประโยชน์กับผู้อ่านด้วยคุณต้องวิจารณ์ไปในเชิงความจริงคุณต้องวิจารณ์ให้มันสามารถแสดงมุมมองหรือทัศนคติของคุณได้ด้วยอย่างเช่นคุณอ่านหนังผีเอ้ยนวนิยายผีสมม-ุติค-ุน(ณ)อ่านนวนิยายผีเวลาคุณวิจารณ์คุณก็ควรวิจารณ์ให้มันเป็นไปในเชิงความจริงอ้าวแล้วมันจะเป็นความจริงได้ไงในเมื่อมันเป็นนวนิยายผีอาจารย์คุณก็ลองหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์หรือหาคนที่เขาเคยใหา(-้)ยข้ออ้างอิงเอาไว้มาเขียนไว้ในการวิจารณ์คุณด้วยมันจะได้สร้างความน่าเชื่อถือเป็นต้นนะคะอันนี้คือยกตัวอย่างเฉยๆนะคะต่อไปธรรมชาติของมนุษย์ธรรมชาตินิยมที่บอกว่านอกจากจะมีความจริงเป็นหลักแล้วเนี่ยก็ต้องธรรมชาตินิยมด้วยเพราะมนุษย์เนี่ยมีแรงขับอยู่2แรงมนุษย์มีแรงกำหนดหรือแรงขับเนี่ยอยู่2แรงนั่นก็คือกรรมพันธุ์สิ่งแวดล้อมนะคะยกตัวอย่างเราเกิดมาหน้าตาแบบเนี้เป็ย(น)เพราะกรรมพันธุ์หรือสิ่งแวดล้อมคะเราเกิดมาหน้าตาแบบนี้เพราะกรรมพันธุ์พ่อเป็นแบบนี้แม่เป็นแบบนี้อาจจะไม่ได้เหมือนพ่อแม่ซ(ส)ะทีเดียวอาจจะเหมือนญาติพี่น้องก็เป็นเพราะกรรมพันธุ์เชื้อสายจมูกหูตาปากอะไรก็ว่าไปแต่นิสัยของเราที่เกิดขึ้นเป็นกรรมพันธุ์หรือสิ่งแวดล้อมสิ่งแวดล้อมโอเคไหมบางคนเขาก็เลยจะบอกว่าเอ้าพ-่อก-ั-็(บ)แม่ก็คข-ึ้(-ือ)น-ิขา(สั)ยดีอยู่ทำไมลูกถึงนิสัยแบบนี้มันไม่เกี่ยวกับพ่อแม่ไม่เกี่ยวกับแต่มันเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในการเลี้ยงดูเขานะคะฉะนั้นคนเราทุกคนนี่จะเกิดขึ้นจาก2แรงบางคนบอกว่าอาจารย์ขาแต่หน้าหนูที่สวยทุกวันนี้เพราะสิ่งแวดล้อมนะคะเพราะว่าเห็นเขาทำจมูกสบ(หน)-ูก-่(-็)ไปทำจมูกมาอันนี้มันก็มันก็ยังอยู่ใน2อย่างนี้ไงโอเคไหมคือหน้าตอนเกิดเป็นกรรมพันธุ์หน้าตอนโตอาจจะเป็นสิ่งแวดล้อมอันนี้ก็แล้วแต่แต่มันก็ยังอยู่ข้อกำหนดอยู่2แรงนี้นะคะเหมือนกันกับงานเขียนเขาบอกว่างานเขียนหรืองานวิจารณ์เกิดจากกรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกันเช่นสิ่งที่คุณเขียนน-ี่กำลังเขียนค-ุวร(ณ)ใช้มือเขียนอยู่เนี่ยมันอาจจะเป็นการสร้างกรรมพันธุ์อะไรก็ตามที่ทำให้คุณได้เขียนขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ความรู้ความคิดนั่นน-่ะคือสิ่งแวดล้อมที่สร้างงานชิ้นนี้ขึ้นมานะคะรวมถึงเวลาที่คุณวิจารณ์ด้วยเช่นกันบางครั้งคุณวิจารณ์เอากร-ำ(ร)มะพันธุ์ก็คืออาจจะเป็นความรู้สึกที่คุณน่ะคิดว่ามันดีหรือไม่ดีแต่สิ่งแวดล้อมมันอาจจะเป็นเหตุผลอื่นๆที่คุณเอามาใช้ประกอบในการวิจารณ์ด้วยก็ได้นะคะนี่คือเหตุผลการวิจารณ์วรรณกรรมทั้ง5ยุคนะคะคราวนี้ทำเป็นรูปกราฟตามครูทำมือเป็นรูปกราฟตอนแรกจะขค-ิ(-ี)ดเป็นเส้นตรงยาวมาอันนี้คือเขียนเลข1เนาะแล้วก็2ยุคที่2คือยุคสมัยกลางขผ-ิ(-ี)ดขึ้นหรือลงทำไมกล-้ากขึ้นหรือลงมีคนขึ้นมีคนลงทั้งขึ้นทั้งลงสรุปสมัยกลางdarkageยุคมืดขึ้นหรไม่(-ือ)ลงลงลงก่อนลงก่อนก็คือการวิจารณ์วรรณกรรมก็คือเหมือนกับถูกลดบทบาทลงนะคะแล้วก็อยู่ที่3นne(-ี)โอคocla(ล)าสิssic(ค)ขึ้นขึ้นแบบพุ่งปรี๊ดเลยพุ่งปรี๊ดทีแรกที่ขีดมาด้วยนะคะซื้อให้ให้ระดับคือสูงกว่าตรงที่เส้นแรกเลยยุคที่3ปุ๊บเขียนเลข3ไว้ย-ุก(ค)ที่3อันเคร่งครัดมากก็คือยุคนีโอคลาสสิค(ก)อะไรตกลงมาเป็นยุคโรแมนติกตกลงมายุคโรแมนติกตกลงมาเสร็จแล้วมันแบบเหนือความจริงมันเกินธรรมชาติก็เลยกลับมาสู่ยุคศตวรรษที่19ถึงปัจจุบันก็คือขีดเส้-่(น)ลาด(ก)ยาวโอเคนะคะฉช(ะ)น-ั้ะ(น)การวิจารณ์วรรณกรรมของเราจะเป็นตึกๆแล้วก็หลับยาวเหมือนแบบระบบหายใจและระบบหัวใจของเรานี่แหละนะคะคำถามช่วยกันตอบเพื่อที่จะทวนนะคะเดี๋ยวเราจะได-้รู-้ว่าเดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะทำอะไรกันดีนะคะคำถามยุคคลาสสิกค-ืปร(อ)ะยุก(ค)ต์อะไรคะกป(ร)-ีกและโรมันโอเคนะยุคคลาสสิกยุคกรีกและโรมันยุคที่คนมีความคิดเหนือโลกเหนือจินตนาการคือยุคโรแมนติกยุคที่ทุกอย่างต้องเป็นความจริงต้องมีเหตุผลต้องสามารถพิสูจน์ได้คือยุคศตวรรษที่19ถึงปัจจุบันยุคที่ศาสนาคริสต์เริ่มเข้ามามีบทบาทกับสังคมศาสนาคริสต์เริ่มเข้ามามีบทบาทกับสังคมแน-ีโว(อ)คลาสสิค(ก)ผิดค่ะสมัยกลางยุคที่พยายามต่อต้านแนวความคิดคนอื่นแนวความคิดของกรีกและโรมันต้องถูกเท่านั้นนีโอคลาสสิค(ก)ยุคที่ระบบศักดินาก็คือพวกเลิกทาสทั้งหลายเนี่ยหายไปย-ุก(ค)โรแมนติกโอok(เค)ยุคสมัยไหนที่ให้ความสำคัญกับรูปแบบคำประพันธ์ยุคนีโอคลาสสิคด้วยแล้วก็ย-ุก(ค)คลาสสิคด้วยก็คือทั้งส(2)องยุคเลยก็คือให้ความสำคัญกับรูปแบบคำประพันธ์ยุคไหนที่วิจารณ์วรรณกรรมที่อาจจะมีการนำเอาชีวประวัติของผู้เขียนมาร่วมวิจารณ์ตั(ด้)วยก็ได้เอาชีวประวัติของผู้เขียนมาร่วมวิจารณ์ด้วยก็ได้คนา(-ือ)ย-ุค..ก(.)ย-ุคอ-ัง(ะ)ไง(ร)คะอะไรนะเหม-ื-ั(อ)นจะได้ยินแว๊บๆยุคศตวรรษที่19นคะยุคศตวรรษที่19นา(ะ)คา(ะ)ยุคศตวรรษที่19ถึงปัจจุบันก็คือเอาเป็นแนวความจริงเป็นหลักนั่นเองก็เลยจะเน้นว่าเราก็จะศึกษาทั้งแนวความจริงด้วยบางครั้งอาจจะมีการเอาชีวประวัติของผู้เขียนมาใช้ในการวิจารณ์วรรณกรรมด้วยก็ได้นะคะบทเนี้ยข้อสอบเป็นแนวความจำแบบที่ครูถามนั่นแหละเพราะว่ายังไม่ได้เริ่มต้นการวิเคราะห์แต่จะให้นักศึกษาจำให้ได้ก่อนว่ายุคสมัยแต่ละยุคเนี่ยมีลักษณะการวิจารณ์อย-่-ั(า)งไง(ร)แล้วมีอะไรที่เกิดขึ้นบ้างมีความสำคัญอย-่-ั(า)งไง(ร)เกิดขึ้นบ้างนะคะคราวนี้สัปดาห์หน้าที่บอกว่าเดี๋ยวจะเป็นการนำเสนอแบบกลุ่มนะคะสัปดาห์หน้าของเรามี2งานเลยเนาะท-ัา(-้)งพัฒนาการวรรณคดีไทยพัฒนาการวรรณคดีไทยก็คือแค่ไปอ่านศึกษามาแค่เรื่องเดียวทั้ง6คนเนี่ยไปอ่านมาเรื่องเดียวแล้วก็มาพูดให้เพื่อนฟังเฉยๆโอเคไหมเอาแบบการสร(-ั)-้นาง(ๆ)แบบไม่ต้องอะไรมากมายแค่คุยแค่คก(ร)-ูอยากให้นักศึกษาเหมือนกับว่าศึกษาว่าในยุคสุโขทัยมันมีวรรณคดีที่น่าสนใจนะแล้วไ(เ)นม-่(-ื)ต-้องหาภาพรวมมันเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนะคะตรงเนี้ยไม่ต้องทำpowerpointไม่ต้องทำอะไรแค่ไปอ่านมาอ่านหนังสือมาแล้วก็พูดให้เพื่อนฟังเฉยๆแต่คราวนี้งานวิชาวรรณกรรมวิจารณ์บทต่อไปจะเป็นบทประวัติการวิจารณ์วรรณกรรมในประเทศไทยนะคะจะให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มเหมือนเดิมครูจะให้นักศึกษาทำงานกลุ่มเป็นส่วนใหญ่จะได้ลดภาระงานแต่บางคนบอกว่างานกลุ่มก็เป็นภาระหนูนี่แหละค่ะก็ขึ้นอยู่กับการบริหารงานของเรานะคะถือว่าครูช่วยได้แค่นี้นะคะถือว่าคผ(ร)-ู-้ช่วยแล้วนะคะแบ่งกลุ่มเด-ี๋า(ย)วนะ12กลุ่มละ4คน3กลุ่ม4คน3กลุ่มครั้งที่แล้ว2กลุ่มเนาะ6คนคเข(ร)-้าวนี้4คน3กลุ่มคก(ร)-ูคืก-็(อ)เป็นห่วงเพื่อนคนที่เขาไม่ค่อยมาแต่เขาจะทำอะไรช่วยเราไหมล่ะปกติเขาทำไรช่วยเพื่อนไหมคะที่หายไปก็ไม่ใช่ไหมคะสงสารเขานะคะคือหมายถึงเราเนี่ยค่ะน่าสงสารพ(ท)-ี-่น-ี-ิ(-้)4คน3กลุ่มนะคะกลุ่มแรกไปศึกษาประวัติการวิจารณ์วรรณกรรมในประเทศไทยยุคสุโขทัยอยุธยาแล้วก็ธนบุรีสุโขทัยอยุธยาธนบุรีกลุ่มที่1เดี๋ยวค่อยไปจับฉ(ส)ลากกันอีกทีหนึ-่งค่อยว่ากันกลุ่มที่2รัชกาลที่1รัชกาลที่2รัชกาลที่3องค์ที่2รัชกาลที่1รัชกาลที่2รัชกาลที่3กลุ่มที่3รัชกาลที่4รัชกาลที่5รัชกาลที่6เนื้อหาของเราจะต่อเนื่องการบทที่3กับบทที่4นะคะเพราะว่าบทที่3กับบทที่4จะต่อเนื่องกันก็คือประวัติการวิจารณ์วรรณกรรมในประเทศไทยทั้งหมดเลยที่เหลือครูจะบรรยายให้นะคะเอาแค่3กลุ่มก็พคู-่(อ)คราวนี้เนื้อหาที่ต้องทำแต่ละกลุ่มถึงครูจะพูดเยอะก็จริงกโห(ล)ท-ุ่มน(1)-ึงตั้ง3รัชกาลไหนอาจารย์มันดูเยอะไปไหมถ้าเปิดดเน(-ู)-็ตหรือหาไม่เยอะเลยแต่สิ่งที่กูอยากจะให้เราออกมาพูดให้เพื่อนฟังก็คือให้ออกมาพูดว่าแต่ละยุคสมัยเนี่ยเกี่ยวกับวรรณคดีวรรณกรรมเป็นอย่างไรบ้างและมีการวิจารณ์วรรณกรรมหรือหลักฐานการวิจารณ์วรรณกรรมเป็นอย่างไรลักษณะของการวิจารณ์วรรณกรรมในยุคที่คุณมานำเสนอเนี่ยเป็นอย่างไรตัวอย่างย-ุกพ(คท)-ี่ห(1)น-ึ่งเน-ี่ย(ท)พ-ี่ครูให้ของกลุ่มที่1นะสุโขทัยอยุาญ(ธย)าธนบุรีเนี่ยสุโขทัยจะเหมือนกับไม่ค่อยมีการวิจารณ์วรรณกรรมเท่าไหร-่เพราะเป็นยุคแห่งการสร้างใช่ไหมแต่พอมาถึงอยุธยาการวิจารณ์วรรณกรรมนอย(-ี)-่างครูสอนเอาไว้แล้วว่าการวิจารณ์วรรณกรรมต้องมี3วิแรกก็คือมีการวิเคราะห์วม-ี(-ิ)ที่ส(2)องก็คือมีการวิจารณ์และวิธีที่3คือการวิพากษ์ฉะนั้นมีลักษณะหรือเหตุการณ์อะไรบ้างไหมที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคที่มันใช้3วินี่ซึ่งถ้ามียุคไหนพ(ท)-ี่ใช้ลักษณะการวิจารณ์ทั้ง3วิแสดงว่านี่อาจจะเป็นหลักฐานการวิจารณ์วรรณกรรมน-ัา(-้)นๆก็ได้นะคะเช่นการประชุมนักปราชญ์เพื่อที่จะแต่งหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งการประชุมเนี่ยเรียกคนมานั่งรวมกันแล้วก็มานั่งดูซ(ส)-ิว่าเราจะแต่งอย-่-ั(า)งไง(ร)พอคุยกันเสร็จว่าจะแต่งอย-่-ั(า)งไง(ร)เสร็จแล้วก็โอเคอย่างนั้นมาแต่งเขียนเอาไว้เป็นหนังสือเล่มหนึ่งแล-้ะ(ว)กันนักศึกษาคิดว่าใช้3วิไหมที่ครูพูดไปเมื่อกี้ใช่ไหมใช้การวิเคราะห์ไหมใช้คุยกันว่าจะแต่งยังไงเนี่ย(ใ)ชรา(-้)ยการวิเคราะห์มาใช้ในการวิจารณ์ไหมคนหนึ-่งอ(น)-่ะเธอว-่าอย-่างไง(ร)เธอว-่าอย-่างไง(ร)เธอว่าไงใช้การวิจารณ์ไหมใช่แล้วถ้าบอกว่าโอเคอย่างน-ั้นโอเคนะเอา3คนนี้นะมีคนแต่งหลายคนเอาคนนี้โอเคอย่างน-ั้นเขียนตามคนนี้นะเอาว่ามาสิเอาแล้วก็เขียนไปใช่การวิพากษ์ไหมใช่ฉะนั้นลักษณะของเหตุการณ์แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการวิจารณ์วรรณกรรมเหมือนกันดังนั้นคุณก็ลองดูว่าในแต่ละยุคสมัยที่คุณได้รับมอบหมายไปมีการวิจารณ์วรรณกรรมไหมจะได้เอามาพูดให้เพื่อนฟังก็ถือว่าเราจะได้วิเคราะห์ว่าในแต่ละยุคการวิจารณ์วรรณกรรมแตกต่างกันอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนะคะนี่ก็คือเอาแค่9:00น3ก-็(ล)-ุ่มจะใชแค-่(-้)คำว่า3ยุค-ิวก็ไม่ได้3กลุ่มถึงรัชกาลที่6ก็แล้วกันนะคะ3กลุ่มก็คือสุโขทัยถึงรัชกาลที่6ที่เหลือเดี๋ยวคก(ร)-ูจะบรรยายเพิ่มเติมเองแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าอาจารย์ของหนูหามาได้แค่นิดเดียวแล้วเพื่อนจะได้ความรู้อะไรครูจะเพิ่มเติมให้แล้วนะคะแต่ที่แน่ๆทำpoiพ้อย(nt)อะไรมาให้เพื่อนเห็นภาพประกอบด้วยเพราะว่าเราจะไม่ใช่แค่เหล-้(-่)าเหมือนกับพัฒนาการเนาะพัฒนาการเค(ข)-้าให้มาเล่าเรื่องเฉยๆต้องทำให้ก็ได้แต่ว่าวรรณกรรมวิจารณ์ให้ทำพลอยด้วยนะคะพัฒนาการวรรณคดีไทย5คะแนนอันนี้10คะแนนนะคะอันนี้10คะแนนเราต้องแยกแบบนี้เพราะว่าเราเจอกัน2ครั้ง2วิชานะคะเดี๋ยวจะงงนะคะมีใครมีคำถามอะไรไหมคะใครมีคำถามไหมเนื้อหานอกจากในหนังสือนักศึกษาสามารถหาเพิ่มเติมจากที่อื่นด้วยนะเพราะว่าอย่างเช่นพื้นฐานแต่ละยุคสมัยบางทีอ่ะหนังสืออาจจะไม่เห็นภาพเราก็อาจจะไปดูเพิ่มเติมว่าในช่วงสม-ัยสุโขท-ัยบรรยากาศบ้านเมืองเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)อย่างน้อยนักเรียนเรียนพัฒนาการมาและรู้และว่าพัฒนาการในสมัยสุโขทัยเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)เป็นการสร้างสรรค์พอดีเลยเดี๋ยวสัปดาห์หน้าเรียนอยุธยาคนที่ได้กลุ่มแรกก็จะได้แบบพูดสุโขทัยกับอยุธยาได้แล้วนะคะ1.อันนี้คือได้เปรียบเพื่อนเลยกลุ่มแรกนะคะจับสลาะ(ก)เอานะจ๊ะโอok(เค)ถ้าไม่มีคำถามไม่มีเนาะโอเคถ้าไม่มีคำถามแล้วอาทิตย์หน้าเจอกันค่ะเจอพัฒนาการกป(-่)อนหัวหน้าเชิญค่ะโอเคนะออนไลน์[สิ้นสุดการถอดความ]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-12 22:26:12
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}