Accuracy : 91.96%
Insertion : 407
Deletion : 1417
Substitution : 155
Correction : 23053
Reference tokens : 24625
Hypothesis tokens : 23615

(อาจารย์ธิดารัตน์)สวัสดีค่ะสวัสดีล่ามทางไกลนะคะโอเคนะคะก็เดี๋ยววันนี้เราจะมาเริ่มเรียนนะคะของรายวิชามาตรฐานสากลของเรานะคะเป็นบทถัดมานะคะก็คือจะพูดถึงตัวมาตรฐานนะคะตัวล่าสุดตัวนี้นะคะก็คือตัวมาตรฐานITILนะคะITILตัวนี้นี่เองตัวหนังสือมันขึ้นไหมหรือไม่ขึ้นอ๋อโอเคเดี๋ยวสักครู่นะคะสวัสดีค่ะได้แล้วใช่ไหมคะโอเคค่ะก็เดี๋ยวมาเริ่มกันนะคะก็ตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะเดี๋ยวเราจะมาดูประวัติความเป็นมานะคะแล้วก็ตัวมาตรฐานตัวนี้นี่เขามีประโยชน์อะไรบ้างแล้วก็มีหน่วยงานหรือองค์กรที่ไหนใช้บ้างแล้วเกิดประโยชน์อะไรนะคะทำให้เกิดผลตอบรับที่ดีกับหน่วยงานหรือองค์กรของเราอย่างไรบ้างนั่นเอนะคะตัวมาตรฐานITILของเรานะคะก็ย่อมาจากตัวi(I)nfola(r)mmationTechnologyInfrastrucINFRASTRUCT(t)urURA(e)LLibraryนั่นเองเจอแล้วก็เรามาดูถึงความเป็นมานะคะของมาตรฐานITILของเราITILของเราตัวนี้นะคะก็จะเริ่มมาจากฝั่งของประเทศอังกฤษนั่นเองนะคะก็เริ่มตั้งแต่คริสต-์ศักราชนะคะ1980นั่นเองนะคะเนื่องจากแต่ละหน่วยงานมั-ี่ก็จะมีการให้บริการนะคะเกี่ยวกับด้านITหรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศของเราแต่เนื่องจากการให้บริการนี่ยังไม่เพียงพอหรือยังไม่ครอบคลุมนั่นเองจึงได้มีหน่วยงา-ี่เข้ามากำกับแล้วก็ควบคุมดูแลนะคะหน่วยงานตัวนี้ก็ชื่อว่าCCTAนะคะซึ่งปัจจุบันนี่ก็จะเป็นการทำงานร่วมกันของ2หน่วยงานก็คือOGCแล้วก็BSIคือ2ใ(ห)-่วยงานนี้ก็จะเข้ามาช่วยกำกับดูแลนะคะการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจนกระทั่งนะคะเมื่อปีคริสต-์ศักราช2000ก็ได้มีการพัฒนานะคะเกี่ยวกับหล(กร)ก(บ)ในการที่จะบริหารจัดการทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ-่างไรนี่ให้มันเกิดประโยชน์แล้วก็เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะคะคือใช้อย่าะ(ง)ไรก็ได้นี่ให้มันเกิดประสิทธิภาพให้กับหน่วยงานให้กับองค์กรของเราะคะแก่ภาครัฐแล้วก็เอกชนโดยเริ่มต้นแรกๆนี่ย-ังไม่ได้เป็นชื่อตัวมาตรฐานตัวITILนะคะเราใช้ชื่อมาตรฐานที่ว่าGITIMMนั่นเองนะคะเราก็ใช้ชื่อนี้มาก่อนก่อนที่จะถูกเปลี่ยนชื่อนะคะจนเป็นมาตรฐานตัวช(I)TI-ี้วั(Lณ)ดและปัจจุบ-ันน-ั-่นเองนะคะคราวนี้เดี๋ยวเราจะมาดูประโยชน์นะคะในการที่เอาตัวกรอบแนวความคิดวิธีการปฏิบัตินี่ที่นำมาใช้กับหน่วยงานกับองค์กรภาครัฐแล้วก็ภาคเอในส-่ว(กช)นของเรานี่ว่าใช้แล้วนี่เกิดประโยชน์อะไรบ้างเริ่มต้นก็ช่วยลดต้นทุนนั่นเองนะคะในการบริหารจัดการดูแลเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรเทคโนโลยีสารสนเทศของเราอันที่2นะคะก็ช่วยปรับปรุงนะคะการให้บริการนี่ให้มีกระบวนการหรือว่าขั้นตอนที่เป็นวิธีแนวปฏิบัติที่สามารถปฏิบัติงานได้จริงแล้วก็เกิดประโยชน์แล้วก็ผลลัพธ์ตามมาข้อ3ก็คือช่วยให้หน่วยงานนะคะที่ให้บริการลูกค้านะคะเกี่ยวกับตัวเทคโนโลยีสารสนเทศนี่แล้วก็ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในการใช้บริการเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการให้บริการนะคะมีมาตรฐานแล้วก็มีความเป็นอาชีพที่ดีนั่นเองนะคะอันนี้ก็ถือว่าเป็นประโยชน์นะคะ3ข้อเดี๋ยวเรามาดูต่อนะคะเกี่ยวกับประโยชน์ข้อที่4ก็เมื่อเรามีกรอบแนวความคิดที่ใช้ร่วมกันดังนั้นตัวหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานี่ก็จะได้รับตัวมาตรฐานสกล-ี่เป็นเครื่องการันตีจะ(ก)องค์กรด้วยจะทำให้ผู้ใช้บริการหรือว่าหน่วยงานอื่นๆนี่เกิดความมั่นใจกับหน่วยงานของเราข้อที่5ของเราช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแล้วก็ทักษะการทำงานที่มากยิ่งขึ้นนะคะช่วยลดขั้นตอนในการทำงานมีระยะเวลาในการทำงานที่อาจจะสั้นลงนะคะแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีหรือว่าดียิ่งกว่านั่นเองนะคะข้อ6นะคะก็ให้บริการนะคะหน่วยงานมีความคล่องตัวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตามกรอบคุณลักษณะการทำงานของตัวมาตรฐานITILของเรานั่นเองเมื่อกี้ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งหมด6ข้อที่เราได้นำตัวมาตรฐานITIl(L)หรือว(ม)-่ตรฐานสากลของเรานี่มาใช้ในหน่วยงานแล้วก็องค์กรแล้วมันเกิดประโยชน์อะไรบ้างคราวนี้เรามาดูตัวบริษัทหรือว่าหน่วยงานที่เข-้านำตัวมาตรฐานตัวนี้มาใช้งานจริงๆนะคะเริ่มต้นที่บริษัทแรกP&Gซึ่งเป็นบริษัทที่นักศึกษาทุกคนต้องได้ใช้เครื่องอุปโภคบริโภคสิ่งของเหล่านี้แน่นะคะทุกๆคนเลยนะคะเราจะมาดูว่าหน่วยงานนี้เขานำตัวมาตรฐานIT-ัว(IL)นี-้(-่)มาใช้ในองค์กรนะคะก็ตั้งแต่เริ่มต้นเลยตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช1999นะคะแล้วเนื่องจากเขาใช้งานตัวมา-ัญห(ตรฐ)นี้มาต่อเนื่องจนกระทั่ง4ปีนะคะก็มีอะไายงานทำให้เราทราบว่าตัวมาตรฐตัวนี้นี่สามารถที่จะลดต้นทุนนะคะในการบริหารจัดการนะคะเกี่ยวกับตัวเทคโนโลยีสารสนเทศลดลงไปถึง500ล้านเหรียญสหรัฐก็ถือว่าเป็นการประหยัดต้นทุนที่ค่อนข้างสูงนั่นเองหรือจะเป็นการคิดต้นทุนด้านปฏิบัติงานก็สามารถที่จะช่วยลดต้นทุน6-8เปอร์เซ็นต์และในการดูแลนะคะบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของเราก็ลดลงนะคะค-็(-ื)ประหยัดมากขึ้นตั้งแต่15ถ(-)-ึง20เปอร์เซ็นต์ตัวหน่วยงานนะคะของตัวผ(P)&Gลิตภัณฑ์นี่เราก็จะเห็นได้จากพวกผลิตภัณฑ์ที่ขายตามพวกห้างสรรพสินค้าหรือว่าร้านค้าต่างๆซึ่งนักศึกษาน่าจะได้ใช้มาอุปโภคบริโภคนะคะไม่ว่าจเป็นพวกยาสระผมPanteแพนทีน(ne,)Head&Shouldersนะคะยาสีฟันต่างๆมากมายนะคะDownyดาวนี่นะคะซึ่งเปลี่ยนP&Gนี่เขาจะเป็นบริษัทที่ยักษ์ใหญ่ของอเมริกานะคะก็ถูก…ให้บริการลูกค้ามา150กว่าปีแล้วและเริ่มเข้าไทยประมาณ50กว่าปีดังนั้นก็จะเป็นบริษัทที่ค่อนข้างให้บริการเกือบทั่วโลกนั่นเองแล้(เรา)ก็จะเห็นแบรนด์สินค้าพวกนี้นี่ก็จะเป็นเหมือนHead&s(S)houldersนะคะก็จะมีหลากหลายประเทศอ(น)ะคาหา(ะ)ก็จะเป็นผลิตภายใต้ตัวPLC(&G)นะคะก็จะเป็นตามชื่อของแต่ละประเทศอาจจะเป็นP&Gของอเมหน-้าต(ริก)านะคะของไทยเรามันก็จะมีหน้าตาที่แบรนด์นะคะเป็นแบรนด์เดียวกันนะคะแล้วก็แต่ละการผลิตก็แล้วแต่-ั(ะ)ประเทศนั-้(-่)นอีกนะคะอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างของหน่วยงานแรกที่นำมาใช้แล้วเกิดประโยชน์จริงๆถัดมาหน่วยงานที่2หรือว่าองค์กรที่2ที่เรานำมายกตัวอย่างนะคะก็จะเป็นCaterpillarนะคะก็จะเป็นบริษัทหรือว่าองค์กรที่ให้บริการนะคะเกี่ยวกับพวกรถขุดเจาะรถตักดินนะคะพวกแม(บ)-็คโค(ฮ)ต่างๆซึ่งเราน่าจะเคยเห็นตามพวกไซซ(ต)-์ก่อสร้างนะคะที่เป็นการสร้างถนนสร้างอาคารบ้านเรือนนะคะบริษัทนี้ก็จะเป็นบริษัทค่อนข้างใหญ่ในการให้บริการพวกเครื่องนะคะเข้าไปใช้ในการขุดเจาะนะคะดินนะคะหรือว่าทำเสาปงเสาปูนนะคะบริษัทCaterpillarนี่ก็ได้นำตัวมาตรฐานตัวITILนี่มาใช้เหมือนกันนะคะของตัวC(P)&Gaterpillarก็ใช้เมื่อคริสต-์ศักราช19909นะคะต(ถ)-ัดมาอีกทีนึ-่งนะคะเวลานี่นะตัวCaterpillarนี่ก็ได้นำมาใช้เช่นเดียวกันก็คือปีคริสต์ศักราช2000นะคะก็จช่วยลดปัญหานะคะที่เกิดขึ้นณปัจจุบันและก็สามารถเพิ่มอัตราการตอบสนองกับผู้ใช้บริการก็คือพูดง่ายๆคือลูกค้าหรือผู้มาใช้บริการมาซื้อสินค้าของบริษัทCaterpillarหรือว่ามีการเช่าซื้อต่างๆนี่ก็เกิดความไว้วางใจนะคะแล้เรา(ว)ทำให้ลูกค้านี่เพิ่มมากขึ้นเป็น6จากที่ตั้งเป้าไว้60-70เปอร์เซ็นต-์-์90เปอร์เซ็นต์ก็เพิ่มขึ้นเป็น90เปอร์เซ็นต์ก็ค่อนข้างมีอัตราลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นนะคะเราก็ได้ผลกำไรหรือว่าผลตอบแทนที่มากขึ้นต่อห-่วยองค์กรของเรานั่นเองนะคะอันนี้ก็จะเป็นบริษัทที่2นะคะในตัวอย่างที่ถูกนำไปใช้งานจริงนะคะถัดมานะคะก็จะเป็นบริษัทนะคะOntarioJusticeEnterpriseนะคะอันนีseบริษัทนายหน้าที่ทำหน้าที่ดูแลระบบของรัฐบาลแคนาดานำITILมาใช-้ก็ในองค์กนะคะจัดส่งนะคะก็จะเป็นบริษัทของประเทศแคนาดานะคะบริษัทนี้ก็จะทำหน้าที่ดูแลเกี่นะ(ยว)คะ-ับระบบของรัฐรัฐบาลแคนาดาเห-ั-่นเองก็นำตัวมาตรฐานITILมาใช้นะคะก็จะเป็นใช้ป(ท)-ี-่เดียวกันกับตัวP&Gเลยก็จะอยู่ที่ปีคริสต์ศักราช1999นะคะโดยเข-้าย(ช้)VirtualservicedeskตัวVirtualv(s)ers(v)icon(ed)eskนี่เป็นอย่างไรก็ตามชื่อนะคะVirtuว่(al)ก็คืออาะอยู่ที่ไหนก็ได้สามารถที่จะให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศกรณีที่รัฐบาลของแคนาดาหรือว่าเป็นเจ้าหน้าที่พนักงานนะคะที่อยู่ในหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐบาลแคนาดานี่เกิดมีปัญหาเกี่ยวกับระบบสารสนเทศของเราเราก็สามารถที่จะเข้าไปให้บริการการให้บริการนี้คืออย่างไ-ี(ร)เราไม่จำเป็นต้องที่ไปนั่งอยู่รัฐบาลของแคนาดาก็สามารถที่จะอยู่ที่ไหนก็ได้ที่สามารถให้บริการก็คือสามารถที่จะRemoteหรือว่าเข้าไปใน(-ัง)เครื่องคอมพิวเตอร์หรือว่าตัวระบบเซิร์ฟเวอร์เพื่อสามารถจัดการดูแลให้โดยอาจจะไม่ต้องพบปะกับผู้ขอใช้บริการได้เลยอันนี้ก็จะช่วยลดระยะเวลาในการเข้าไปทำงาะคะปัญหาก็จะถูกการแก้ไขที่จะค่อนข้างรวดเร็วก็คือมีแจ้งมาก็สามารถที่จะAccessหรือว่าเข้ามาแก้ปัญหาตัวระบบนี-้(-่)ได้ค่อนข้างรวดเร็วดังนั้นความต้องการของลูกค้าก็จะถตั-้ง(-ูก)ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วก็จะเกิดความพึงพอใจให้กับลูกค้านั่นเองนะคะแก้ปัญหาได้เร็วช่วยลดจำนวนนะคะการจ้างเกี่ยวกับบุคลากรไม่ต้องเสียค่าเดินทางนู่นนี่นั่นนะคะก็จะมีค่าใช้จ่ายที่จะลดลงก็คือช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซัพพอร์ตหรือว่าค่าเข้าไปดูแลได้ถึง40เปอร์เซ็นต์อันนี้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้นนะคะทำให้แก้ปัญหาแล้วก็ตรวจระบบงานของระบบรัฐบาลของแคนาดาก็สามารถที่จะดำเนินงานไปอย่างปกติโดยไม่มีการสะดุดนั่นเก็(อง)คือกรณีที่มีปัญหาขึ้นมาก็สามารถที่จะเข้ามาแจ้งนะคะแล้วก็สามารถที่จะได้รับการแก้ไขขึ้(ค่อ)นข้างรวดเร็วนะคะอันนี้ก็จะค่อนข้างเกิดประโยชน์กับผู้ใช้บริการของเรานั่นเองอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างนะคะที่3ของหน่วยงานที่นำมาใช้งานนั่นเองเราก็จะเห็นว่าเริ่มใช้ตั้งแต่ต้นๆก็คือตั้งแต่ปีคริสต์ศักร.ศ.(าช)1999นั่นเองนะคะแต่ละหน่วยงานที่นำมาใช้ก็เกิดผลตอบรับที่ดีช่วยลดค่าใช้จ่ายช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการเกี่ยวกับหน่วยงานหรือว่าองค์กรใ(ไ)-้ค่อนข้างสูงทีเดียวคราวนี้เราจะมาดูวิวัฒนาการหรือการพัฒนาการของตัวมาตรฐานITILหรือว่าตัวITILของเรานั่นเองนะคะในปีศ(ค)ริสต์ศักราช2005นะคะเดือนธันวาคมนะคะหน่วยงานOGCนะคะก็ได้มีการเผยแพร่เกี่ยวกับตัวมาตรฐานITILนะคะให้กับผู้ที่ต้องการนำตัวมาตรฐานตัวนี้ไปใช้งานกับหน่วยงานหรือว่าองค์กรของตัวเองนะคะคราวนี้เนื่องจากมีการใช้งานกันมากยิ่งขึ้นนะคะก็ได้มีการพัฒนาอ(ห)-้ตัวมาตรฐานของเรานี่มันค่อนข้างมีประสิทธิภาพหรือช่วยแก้ปัญหาหรือว่าไม่เกิดจุดบกพร่องในการใช้ตัวมาตรฐานตัวนี้ก็เกิดตัวมาตรฐานI-T-I-LITILของเรานี่ในเวอร์ชันที่2เป็นเวอร์ชันที่ถูกพัฒนาขึ้นมานะคะตัวเวอร์ชันที่2คราวนี้ก็มีการพัฒนาเกิดมาถัดไปอีกก็จะเป็นเวอร์ชันที่3โดยมีชื่อที่เรียกเต็มก็คือi(I)nformationTechnologyi(I)nfrastructureLibraryแล้วก็เวอร์ชัน3นะคะซึ่งถูกกำหนดหลักนะคะออกเป็น5มาตรฐานในตัวกรอบแนวคิดในแนวปฏิบัติที่จะเอาตัวมาตรฐานITILนี่ไปประยุกต์ใช้เกี่ยวกับตัวระบบสารสนเทศว่ามีการกระทำหรือว่าทำตามขั้นตอนนะคะที่เอาไว้ตรงนี้ก็จะสามารถช่วยลดนะคะปัญหาต่างๆหรือช่วยทำให้ทรัพยากรที่ใช้ในตัวเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ใช้อย่างประหยัดแล้วก็คุ้มค่าแล้วก็เกิดประโยชน์มากที่สุดนั่นเองนะคะอันนี้ก็จะเป็นวิวัฒนาการนั่นเองนะคะว่าหน่วยงานไหนที่ทำการเผยแพร่แล้วก็มีการพัฒนาไปเรื่อยๆนะคะถัดมาเดี๋ยวเราจะมาดูข้อแตกต่างระหว่างเวอร์ชัน2กับเวอร์ชัน3ว่าเขามีการปรับเปลี่ยนหรือว่าพัฒนาอะไรมากยิ่งขึ้นนะคะก็เริ่มจาารปรับนะคะตัวโครงสร้างน-่ะค-่ะแล้วก็เม(-้)-็นเกี่ยวกับกระบวนการนะคะปรับแต่งให้ตัวเทคโนโลยีสารสนเทศเ-่(-้)ากับทุกธุรกิจเพราะว่าแต่ละบริษัทหน่วยงานองค์กร-ี่ก็จะกรณ(ม)-ีระบบสารสนเทศนี่แต่ละที่ที่จะต่างกันไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเกี่ยวกับบริษัทหรือจำนวนบุคลากรหรือโครงสร้างต่างๆนี่จะค่อนข้างแตกต่างกันรวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้นั่นเองนะคะดังนั้นก็สามารถที่จะปรับแล้วก็สามารถนำไปประยุกต์ได้กับทุกหน่วยงานนั่นเองไปช่วยนะคะการบริหารจัดการเกี่ยวกับกระบวนการการให้บริการของหน่วยงานนั่เองให้บริการด้านสารสนเทศนะคะให้กับหน่วยธุรกิจหรือมีการให้บริการนะคะเชิงปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะคะโดยเราจะเน้นที่การทำงานเชิงปฏิบัติให้ดีที่สุดนะคะว่าเรามีก-ัน(าร)ปฏิบัติตามแนวทางนี้แล้วเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาตามเป็นผลลัพธ์ของเรานั่นเองนะคะอันนี้ก็จะเป็นรูปแบบของข้อแตกต่างระหว่างเวอร์ชัน2กับเวอร์ชัน3นั่นเองถัดมาเดี๋ยวเราจะมาดูโครงสร้างของตัวมาตรฐานITILของเรานะคะในเวอร์ชัน3นะคะตัวนี้ก็จะอยู่ภายใต้กระบวนการITServiceManagementนะคะก็คือการให้บริการที่มีความสะดวกนะคะและก็การใช้นะคะกำหนดต้นทุนอย่างชัดเจนก็คือเรามีอุปกรณ์สารสนเทศมีบุคลากรมีทรัพยากรเท่าไรใช้ไปเท่าไรแล้วเกิดผลลัพธ์ตอบกลับมาเป็นเท่าไรก็คือสามารถที่จะกำหนดและก็วัดได้อย่างชัดเจนนะคะพูดถึงความสำเร็จนะคะรวมไปถึงการให้บริการแล้วก็มาตรฐานการปรับปรุงนะคะโดยเราสามารถกำหนดเป้าหมายได้เลยว่าสามารถนำมาตรฐานตัวนี้ไปใช้กับหน่วยงานองค์กรของเรานะคะโดยจะแบ่งเป็นหัวข้อหลักดังต่อไปนี้นั่นเองนะคะอันแรกของเรานะคะก็จะพูดถึงs(S)ervices(S)trategyพูดง่ายๆคือเป็นการวางกลยุทธ์นี่ค่ะให้กับหน่วยงานของเราด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานะคะโดยเน้นหลักนะคะไปที่ตัวServiceManagementหรือว่าการจัดการด้านการให้บริการของเราเน้นนโยบายทางปฏิบัติกระบวนการการให้บริการให้บริการอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพให้บริการอย่างไรให้เกิดผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าแล้วก็การให้บริการอย่างไรให้ครบวงจรนะคะตามที่แผนหรือว่าตัวมาตรฐานของเราได้กำหนดไว้ต(น)-ั-่-้ง(น)เองนะคะถัดมาจะเป็นรูปแบบของServiceDesignนะคะตัวนี้ก็จะเป็นรูปแบบของกิจกรรมนะคะกระบวนการนะคะที่เราสามารถพัฒนากลยุทธ์การบริหารจัดการระบบบริการโดยมีหัวข้อหลักๆดังนี้นะคะเริ่มแรกนะคะAvailabilityManagementก็คือความพร้อมที่จะให้บริการเมื่อลูกค้าต้องการที่จะใช้บริการเราพร้อมให้บริการเสมอไม่มีการติดปัญหานะคะไม่ติดขัดลูกค้าเรียกใช้ตอนไหนก็ให้บริการได้เสมออันที่2CapacityManagementนะคะการเพิ่มการให้บริการอย่างรวดเร็วและก็มีประสิทธิภาพพร้อมให้บริการบริการตามช่วงระยะเวลาที่กำหนดไม่ต้องใช้เวลาเยอะแล้วก็บริการแล้วแก้ปัญหาได้ทันทีไม่ใช่ว่าทำงานเร็วแต่ค(ผ)ลลัพธนรับ(-์)ไม่ได-้อันนี-้ก็คือทำงานได้รวดเร็วแล้เรา(ว)ก็เกิดประสิทธิภาพนั่นเองนะคะถัดมาอันที่3นะคะก็จะเป็นContinuityManagementก็คือความสามารถในการให้บริการอย่างต่อเนื่องเนื่องจากมีความต้องการของลูกค้าคนที่1เราก็ให้บริการไปเรียบร้อยแล้วก็จะมีลูกค้าควต้องการของลูกค้าที่2ที่3ที่4เรแล-้(า)ก็สามารถที่จะให้บริการอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็วแล้วก็มีประสิทธิภาพไม่เกิดความผิดพลาดนั่นเองนะคะแล้วก็ข้อที่4ก็จะเป-็SecurityManagementนะคะก็จะเป็นการให้บริการแล้วก็รักษาความปลอดภัยด้วยนั่นเองะคะให้ไปบริการแล้วนะคะไม่มีข้อมูลรั่วไหลหรือว่าไม่เกิดปัญหาที่ตามหลังมาเกี่ยวกับตัวระบบนั่ง(น)เองนะคะก็จะเป็นการรักษาความปลอดภัยด้านServiceDesignของเรานะคะถัดมก็จะเป็นServiceTransitionตัวนี้ก็จะเน้นการให้บริการที่ดีที่สุดนะคะสามารถส่งมอบเพื่อนำไปใช้เ(ใ)-็ตระบบปฏิบัติงานนะคะการรับข้อมูลจากตัวServiceDesiฏำหร(gn)ก็คือเมื่อกี้นะคะแล้วก็ส่งมอบนะคะดำเนินงานนะคะทุกรายการเพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องโดยก็จะมีกุญแจหลักของตัวServiceTransitionนะคะเริ่มจากนะคะChangeManagementนะคะก็คือการจัดการที่มีการป-ับเปลี่ยนปรับเปลี่ยนตรงไหนแล้วจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีอันนี้2c(C)onfigurationm(M)anagementนะคะก็จะเป็นจัดการควบคุมดูแลนะคะของตัวการให้บริการนะคะอันที่3ก็จะเป็นReleat(s)edManagementนะคะก็จะเป็นการสืบเนื่องหรือว่าความสอดคล้องกันของตัวบริหารจัดการของตัวระบบงานต่างๆแล้วก็ตัวสุดท้ายนะคะก็จะเป็นเซอร์วิสServiceKnowledgeManagementนะคะก็จะเป็นการให้บริการเกี่ยวกับการจัดการความรู้นั่นเองเพื่อจะให้ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าว่าลูกค้าต้องการให้บริการตรงไหนเกี่ยวกับองค์ความรู้ตรงนี้ก็สามารถที่จะให้บริการได้นั่นเองนะคะถัดมาServiceOperationนะคะอันนี้ก็จะเป็นรูปแบบของงานปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จในการดูแลรักษาการทำงานหรือการบริการตามข้อตกลงที่เราได้ทำสัญญากันไว้หรือที่เรียกว่า"พันธสัญญาบริกา"หรือว่า"ServiceLevelAgreement"กรณีที่ลูกค้าต้องการมาใช้บริการกับหน่วยงานหรือองค์กรของเรานะคะมันก็จะมีข้อสัญญาว่าเราจะให้บริการลูกค้ากี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์นะคะเป็นระยะเวลาเท่าไรก็จะมีข้อตกลงมีข้อเงื่อนไขอะไรข้อยกเว้นอะไรบ้างอันนี้จะเป็นรูปแบบข้อตกลงซึ่งจะมีกุญแจหลักของตัวServiceOperationก็คือIncidentManagementกรณีที่เกิดปัญหาที่อจะเพิ่มขึ้นหรือว่าไม่มีข้อสัญญาหรือว่าอะไรขึ้นมานี่เราสามารถที่จะรับมือหรือว่าแก้ปัญหาตรงนี้ได้หรือไม่นะคะProblemManagementนะคะปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวระบบหรือว่าการให้บริการของเรานะคะมีวิธีการแก้ไขแล้วก็จัดการอย่างไรRequestFulfillmentนะRequestFulfillmentนะคะกรณีที่ความต้องการของลูกค้าอยู่ตามขอบเขตของเราไหมหรือว่าตามข้อสัญญาของเราหรือเปล่าแล้วก็อันสุดท้ายก็จะเป็นEventManagementนะคะก็จะเป็นกรณีนะคะที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่เราได้ทำการตกลงเราจะมีวิธีการจัดการอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะก็จะเป็นลักษณะพวกเงื่อนไขต่างๆที่เราได้ทำข้อตกลงไว้กับผู้ที่มาขอใช้บริการจากเรานั่นเองนะคะว่ามันจะข้(คร)ควบค-ุมดูแลแล้วก็จะมีขอบเขตถึงระดับไหนนั่นเองนะคะถัดมาก็จะเป็นContinualServiceImprovementนะคะก็อันนี้ก็จะเป็นลักษณะทำอย่างไรการให้บริการของเรานี่จะมีการให้บริการที่ดียิ่งขึ้นไปดังม(น)-ั-้นก็ต้องมีการปรับปรุงและก็พัฒนาการให้บริการที่ม(ด)-ีอยู่แล้วให้มันดียิ่งขึ้นไปอาจจะทำให้การให้การให้บริการที่เร็วขึ้นหรือไม่ต้องแก้ปัญหาหลายรอบแล้วก็เสร็จนั่นเองก็คือระยะเวลาเร็วขึ้นมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นซึ่งเราก็จะมีกุญแจหลักอยู่นะคะเริ่มจากServiceReportingServiceMeasurementนะคะServiceReportingก็จะเป็นลักษณะกระบวนการเวลาเราแก้ปัญหาให้กับตัวระบบหรือว่าลูกค้าเป็นกรณีหรือว่าเป็นปัญหาที่แจ้งเข้ามาก็จะมีการสรุปรายงานนั่นเองว่าจะเกิดปัญหาตรงนี้เราสามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีการอะไรแล้วก็ใช้ระยะเวลาช่วงไหนถึงช่วงไหนก็คือเป็นการออกReportสรุปการให้บริการนั่นเองดังนั้นในกรณีที่มีการแจ้งปัญหาในปัญหาที่คล้ายๆเดิมเข้ามาเรแล-้(า)ก็สามารถที่จะดูตัวReporวิเครา(t)ะห์Serviceตัวนี้ทำให้เรารู้ถึงกระบวนการที่จะมาแก้ปัญหาแล้วก็ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาได้เร็วยิ่งขึ้นเรารู้ถึงวิธีการแก้ปัญหาแล้วว่าต้องทำตามขั้นตอนนี้123แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วแล้วก็ดีขึ้นไม่ต้องไปหาสาเหตุที่มันทำให้เกิดปัญหาตัวนี้ก่อะคะเรารู้วิธีแก้ปัญหาได้เลยServiceMeasurementนะคะอันนี้เป็นการให้บริการโดยเราใช้ตัวเครื่องมืออะไรบ้างมีอุปกรณ์มีเครื่องมือตัวไหนที่ช่วยแก้ปัญหาตรงนี้มีวิธีการแบบไหนม(อ)-ั-ี้ก็จะเป็นตัวหนึ่งที่คล้ายๆเป็นรายละเอียดกับตัวServiceReportingนั่นเองนะคะถัดมServic7(e)LevelManagementคราวนี้จะ(าร)ให้บริการนี่มันก็จะมีหลากหลายรูปแบบหลากหลายระดับตามที่ผู้ใช้บริการห-ือว่าลูกค้านี่ต้องการใช้บริการกับเรามันก็จะมีระดับการให้บริการสุดท้ายมันก็จะเชื่อมโยงกับตัวServiceLevelM(A)anagreementข้อตกลงที่เราทำพันธสัญญานั่นเองว่าเราทำพันธสัญญาหรือว่าข้อตกลงที่ขอใช้บริการจากหน่วยงานนี่อยู่ระดับไหนบางคนอยากให้บริการ24ชั่วโมง7วันคือตัวระบบงานหรือว่าบริษัทของเราเกิดปัญหาช่วงเวลาใดก็ได้สามารถที่จะร้องขอให้ผู้ให้บริการของเรานี่เข้ามาแก้ปัญหาได้ตลอด24ชั่วโมง7วันก็ค-ือเหมือน7-e-ือ(l)evenเลยมีปัญหาตอนไหนแจ้งไปแก้ปัญหาทันทีหรือเราจะใช้เฉพาะช่วงเวลาทำการจันทร์ถึงศุกร์กี่โมงถึงกี่โมงก็ว่ากันไปอาจจะเป็น8ชั่วโมงต่อวัน5วันต่อสัปดาห์อะไรอย่างนี้ก็เลือกกันได้ดังนั้นการให้บริการมันก็จะมีขอบเขตที่กำหนดไว้ตามข้อพันธสัญญาอยู่แล้วนะคะว่าต้องให้บริการแบบไหนหรือมีอีกแบบหนึ่งก็คือกรณีที่เกิดปัญหาLevelก็คือมันจะมีปัญหาที่ปัญหาเล็กปัญหามากระดับสูงระดับสูงมากนะคะมันก็จะมีUrgentไม่Urgentก็คือกรณีที่ถ้าระบบของผู้ใช้บริการปัญหาระดับสูงก็คือระบบการทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานี่ใช้งานไม่ได้เลยซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบของหน่วยงานบริษัทหรือว่าองค์กรหรือโรงงานอย่างกรณีของP&Gนี่ถ้าตัวโรงงานของเขาไม่สามารถที่จะผลิตตัวรายสินค้าการให้บริการต่างๆขึ้นมาหรือไม่สามารถเชื่อมต่อโอนข้อมูลระหว่างองค์กรหรือว่าหน่วยงานได้อันนี้ก็จะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับบริษัทของเขานี่ก็คือทำให้เกิดการหยุดชะงักนะคะของการทำงานดังนั้นก็มันก็จะมีข้อตกลงมาอีกว่าถ้เกิดมีปัญหาที่ค่อนข้างสูงที่ส่งผลกระทบหรือว่าความเสี่ยงที่จะเกิดกับหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเขาเยอะนี่ในพันธสัญญาหรือข้อตกลงของเรานี่มีการกำหนดว่าจะสามารถเรียกผู้ให้บริการมาช่วยแก้ปัญหาได้ตลอดหรือไม่หรือว่าสามารถที่จะเรียกนะคะบริษัทหรือว่าหน่วยงานเสริมต่างๆเข้ามาช่วยเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาในช่วงเวลาที่กำหนดไว้เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับหน่วยงานหรือว่าองค์กรให้มันมากนั่นเองมันก็จะมีแล้วแต่ระดับนะคะที่เราได้ทำข้อกำหนดกันไว้นั่นเองอันนี้ก็จะเป็นการพูดเกี่ยวกับตัวมาตรฐานITILประวัติความเป็นมาวิวัฒนาการการพัฒนาประโยชน์ที่ได้รับแล้วก็โครงสร้างนะคะของตัวมาตรฐานITILที่ถูกพัฒนาจากเวอร์ชัน1มาเป็นเวอร์ชัน2มาเป็นเวอร์ชัน3เราก็จะรู้ว่ามันมีข้อกำหนดอะไรบ้างที่ต้องทำบ้างแล้วมีกระบวนการมีระดับนะคะการให้บริการตัวไหนมีรูปแบบReportนะคะมีตัวงานตัวไหนบ้างที่จะตอบสนองกับความต้องการของลูกค้านั่นเองนะคะอันนี้ก็จะเป็นหลักๆนะคะของตัวมาตรฐานITILของเรานั่นเองคราตอน(ว)นี้เมื่อเรารู้นะคะถึงประวัติการพัฒนาประโยชน์แล้วก็โครงสร้างนะคะตัวแบบฝึกหัดนะคะเกี่ยวกับตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะก็จะกำหนดนะคะถือว่าเป็นการทบทวนที่อาจารย์กล่าวเมื่อกี้นั่นเองก็จะมีทั้งหมด5ข้อโดยข้อแรกก็จะหมายถึงนะคะตัวมาตรฐานของเรานี่หมายถึงอะไรข้อที่2นะคะก็จะถูกมาตรฐานนะคะตัวITILนี่ก่อนที่จะถูกปรับเปลี่ยนมาใช้เรียกว่ามาตรฐานITILหรือว่าITILน-ี่ชื่อก่อนหน้านี้คือชื่อว่าอะไรแล้วก็ประโยชน์ที่ได้รับมีกี่ข้อ6ข้อไหมนะคะก็ไปดูว่าประโยชน์ที่หน่วยงานหรือว่าองค์กรนำตัวมาตรฐานตัวนี-่(-้)-ี-ำ(-่)ไปใช้งานแล้วเกิดประโยชน์อะไรขึ้นแล้วก็ข้อ4ก็จะเป็นโครงสร้างนะคะที่กล่าวไปเมื่อกี้มีทั้งServiceAgreementนะคะContinuousอะไรต่างๆนี่โครงสร้างทั้งหมดมีกี่องค์ประกอบแล้วแต่องค์ประกอบมีองค์ประกอบย่อยอะไรบ้างที่มาสนับสนุนตัวโครงสร้างทั้งหมดแล้วก็ข้อ5ก็จะเป็นตัวมาตรฐานITILนี่เราสามารถนำมาใช้ในขั้นตอนที่เท่าไรแล้วเพราะอะไรแล้วจะเกิดประโยชน์อะไรถัดมาหรือไม-่นั-่นเองนะคะอันนี้ก็จะเป็นแบบสรุปย่อๆมาให้นะคะเพราะตัวมาตรฐานตัวITILน-ี-้วัดใน-่ก็จะค่อนข้างมีรายละเอียดค่อนข้างเยอา(ะ)นั่นเอก(ง)นะคะส่วนงานของเราก็จะมีทั้งหมด5ข้อนะคะเดี๋ยวเราก็จะมาทบทวนแล้วก็ตอบคำถามตัวนี้เข้าไปนะคะโดยอาจารย์ก็ทำการเปิดตัวClassroomนะคะให้นักศึกษากรอกตัวงานนะคะตัวท้ายบทให้เรียบร้อยแล้วก็เอามาจัดส่งกับตัวClassroomของเรานะคะเป็นตัวกลุ่มเดิมนะคะของตัวรายวิชานี้นั่นเองนะคะใครมีข-้คำถามเกี่ยวกับตัวมาตรฐานITILตัวนี้ไหมคะหรือพูดไปแล้วอาจจะเร็วไปช้าไปนะคะถามได้นะคะว่าตรงไหนถามค่ะสัปดาห์หน้าค่ะเดี๋ยวจะมีสอบเดี๋ยวอาจารย์จะกำหนดนะคะว่าเราจะสอบถึงตัวมาตรฐานตัวไหนตัวเนื้อหาอะไรนะคะแล้วก็จะมาแจ้งในกลุ่มให้ทราบอีกรอบหนึ่งจะได้เตรียมตัวก-่อนสอ-ั(บ)มีคำถามเพิ่มเติมไหมคนอื่น-ีข้อคำถามอะไรไหมคะตอนบ่ายพร้อมสอบไหมคะโอเคโอเคอย่างนั้นเดี๋ยวเราก็ทำท้ายบทของเรานะคะทั้งหมด5ข้ออันนี้ก็สรุปมาให้นะจะได้แบบไม่เยอะจนเกินไปนะคะเดี๋ยวเราก็จะมีการสอบMidT(t)ermใช่ไหมคะตอนนี้เราเรียนมาถึงบทที่6แลรา(-้ว)ใช่ไหมเอ่ยเราก็จะมีตัวมาตรฐานหลายๆตัวรวมถึงขั้นตอนการทำงานของตัวมาตรฐานรายละเอียดต่างๆตัวข้อสอบของเรานะคะตัวนี้นะคะก็เดี๋ยวอาจารย์จะแบ่งนะคะตัวเนื้อหานะคะว่าที่เราจะมาใช้ใช้สอบนะคะจะมีหัวข้ออะไรบ้างนะก็เริ่มตั้งแต่บทที่1ของเรานะคะเกี่ยวกับพวกอธิบายเกี่ยวกับตัวมาตรฐานนะคะทั้งหมดของเราถูกไหมคะว่าเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องมาตรฐานอะไรบ้างนะคะในตัวรายวิชานี้นะบทที่1ถัดมานะคะบทที่2ก็จะเป็นตัวมาตรฐานIEEEถช่(-ูก)ไหมคะมาตรฐานIEEEของเรานี่ก็จะค่อนข้างมีรายละเอียดที่ข้างเยอะกว่ามาตรฐานตัวอื่นเพราะว่าเป็นตัวมาตรฐานที่นักศึกษาน่าจะถูกนำมาใช้หรือว่าอาจจะใช้อุปกรณ์นะคะหรือว่าพบเห็นตัวอุปกรณ์ได้ค่อนข้างเยอะรวมถึงในมาตรฐานIEEEนี่ก็จะไปสอดคล้องกับตัวรายวิชาอื่นเกี่ยวกับพวกวิชาเครือข่ายหรือว่าวิชาสื่อสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆนั่นเองบทที่3ของเราก็จะเป็นเกี่ยวกับตัวสายสื่อสารมาตรฐานนะคะว่าสายสื่อสารของเรามีทั้งหมดกี่ประเภทนะคะมีคุณสมบัติอะไรทำมาจากวัสดุประเภทไหนสายสื่อสารต่างๆให้ระยะทางใกล้ไกลระดับไหนจะเป็นสายสื่อสารนะคะตัวไหนที่เหมาะกับอุปกรณ์ประเภทไหนแล้วก็มีลักษณะการเชื่อมต่ออย่างไรนะคะแล้วก็มีตัวเชื่อมต่อหรือว่าพวกc(C)onnectorต่างๆนี่มีลักษณะแบบไหนนั่นเองนะคะอันนี้ก็จะเป็นรูปแบบของบทที่3ของเราเป็นสายสื่อสารมาตรฐานแล้วก็คราวนี้นะคะบทที่4ของเราบทที่4ก็จะพูดถึงรูปแบบของอินเทอร์เน็ตนั่นเองนะคะว่าเราสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือว่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์นะคะในตัวระบบเครือข่ายของเราได้ในรูปแบบไหนบ้างเชื่อมต่อแล้วทำการส่งสัญญาณข้อมูลอย่างไรอินเทอร์เน็ตนะคะสามารถส่งสัญญาณข้อมูลอยู่ที่ความเร็วเท่าไรต่อด้วยอุปกรณ์อะไรบ้างใช้สายทองแดงไหมหรือว่าใช้สายFiber-opticในการเชื่อมต่-ันนี้ก็จะได้ไปทบทวนนะสำหรับบทที่4ของเราคราวนี้มาพูดถึงบทที่5ที่เรา-ึ(-ิ)-่งเรียนไปก่อนหน้านี้ก็คือสัปดาห์ก่อนของเรานะคะก็จะเป็นรูปแบบของตัวเครือข่ายTokenBusกับTokenRingนั่นเองนะคะอันนี้ก็จะใช้นะคะในการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ในการสื่อสารเช่นเดียวกันนะคะแล้วในกรณีที่เราส่งข้อมูลไปนะคะในหน่วยสื่อสารของเรานี่แล้วมีการส่งข้อมูลพร้อมกันเกิดการชนกันของข้อมูลเขามีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรมีการส-ุ-่ง(ม)เวลาขึ้นมาไหมหรือถ้าสุ่มเวลาขึ้นมาแล้วเกิดการชนกันของข้อมูลในการส่งข้อมูลในวงเครือข่ายเขามีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรไม่ให้ต้องรอระยะเวลาไปเรื่อยๆนั่นเองรวมถึงTokenbusกับTokenRingมีการต่อสายสื่อสารด้วยสายแบบไหนนะคะมีการวงโคจรสร้างแบบวงกลมหรือว่าเป็นเส้นตรงนะคะแล้วกรณีถ้าสายสื่อสารในอ(ว)ค์สื่อสารนั้นเกิดขาดขึ้นมาสามารถที่จะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรนะคะมีวงจรBackupไหมหรือตัวสายสื่อสารแบบไหนที่ยังสามารถให้บริการตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ในสายสื่อสารเหล่านั้นได้หรือเปล่านะคะอันนี้ก็จะคุ้นๆนะเพราะเราเรียนมาแล้วนะคะสามารถที่จะไปทบทวนกันได้นั่นเองแล้วก็อันนี้จะเป็นรูปแบบของการสื่อสารนั่นเองนะคะเราเรียนมา5บทเรียบร้อยแล้วก็บทที่6ที่เราเรียนไปเมื่อกี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐานนะคะอันนี้ก็จะแยกหน้าตาต่างกันแล้วนะคะก็จะเป็นมาตรฐานตัวITILที(ก็)-่ว่าจะเป็นตัวมาตรฐานอีกตัวห-ึ-่งซึ่งจะเป็นกรอบวิธีแนวทางปฏิบัติว่าเราสามารถนำกระบวนการนะคะที่เขาผ่านวิธีการใช้งานที่เป็นวิธีปฏิบัติที่ดีมาแล้วทำแล้วเกิดประโยชน์เกิดผลลัพธ์ได้ผลกำไรกับหน่วยงานกับองค์กรของเขาค่อนข้างสูงดังนั้นตัวมาตรฐานหรือว่าขั้นตอนวิธีการปฏิบัติที่ดีที่สุดที่ถูกการใช้งานมาหรือว่ามีการรับรองจากหน่วยงานเหล่านี้เราก็สามารถที่จะให้หน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานี่นำไปใช้งานเพื่อให้มันเกิดประโยชน์ก็จะทำให้หน่วยงานหรือองค์กรของเราเมื่อนำไปใช้ก็จะช่วยลดต้นทุนในการดูแลบริหารจัดการไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรบุคคลนะคะทรัพยากรอุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ในองค์กรของเราช่วยประหยัดต้นทุนนะคะช่วยให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจเมื่อได้รับการให้บริการที่ดีจากผู้ให้บริการทำให้เกิดผลตอบรับที่ดีกับหน่วยงานทำให้หน้าตาหรือว่าชื่อเสียงของหน่วยงานของเรานะคะไปในทิศทางที่ดีแล้วท้ายที่สุดก็จะเกิดผลตอบรับกลับมาก็คือทำให้มีลูกค้าหรือว่าความต้องการของลูกค้าที่จะมาใช้บริการของหน่วยงานของเรานี่ดียิ่งขึ้นก็คือเพิ่มมากๆขึ้นนะคะว่าใ(ห)-่วยงานนี้มีการบริหารจัดการดูแลนะคะระบบสารสนเทศที่ดีนะคะให้กับลูกค้าในระยะเวลาที่กำหนดรวดเร็วมีประสิทธิภาพและก็เกิดประโยชน์อันนี้ก็ต้องเป็นสิ่งที่ตามมาเกี่ยวกับการใช้ตัวมาตรฐานITILของเรานั่นเองนะคะอันนี้ก็จะเป็นสรุปคร่าวๆนะคะของทั้งหมด6บทซึ่งเดี๋ยวอาจารย์จะไปแจ้งถึงเนื้อหาหัวข้อที่เราจะสอบหัก(ะคะ)ว่าเราจะสอบถึงบทไหนนะคะเป็นข้อกาหรือว่าข้อเขียนหรือว่ารายละเอียดอะไรบ้างนั่นเองนะคะคิดว่าน่าจะเป็นของสัปดาห์หน้าเพราะว่าตอนแรกว่าจะสอบสัปดาห์นี้ก็กลัวจะค่อนข้างเยอะไปเพราะว่าเดี๋ยวจะมีทั้งสอบช่วงเช้าแล้วก็ตอนบ่ายก็กลัวจะทส่(บท)วนหรือว่าจะแบบ2รายวิชาพร้อมกันอาจจะไม่มีเวลานะเพราะฉ(ม)ะน-ั-้นเป็นช่วงเวลาที่หยุดหลายวันต่อเนื่องน-่ะค-่ะก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้าเดี๋ยวอาจาร-ัน(ย์)จะมาแจ้งรายละเอียดอีกรอบหนึ่งนะคะก็หลักๆอาจจะเป็นมีรูปแบบของข้อกานะเพื่ะก-็(อ)จะได้มีความสะดวกนะคะของนักเรียนด้วยนะคะแล้วก็อย่าลืมไปทบทวนนะแล้วก็ใครที่ยังส่งงานไม่ครบนะคะตัวไหนบ้างนะคะก็สามารถที่จะส่งตัวการบ้านย้อนหลังได้นะคะท้ายบทของเรานะคะก็เดี๋ยวอาจารย์กำหนดไว้นะคะหลักๆก็อยากให้ส่งนะคะภายในวันนี้นะคะเพื่อจะได้ไม่เกิดการหลงลืมนะการทำการบ้านต่างๆแล้วก็จะได้เป็นการทบทวนแต่ละสัปดาห์ไปด้วยนะคะว่าเราเรียนอะไรบ้างมีเนื้อหาอะไรอันไหนที่ได้ไม่เข้าใจตรงไหะคะจะได้มาถามนะคะมันจะได้ไม่สะสมพูดง่ายๆนะมันก็จะมีเนื้อหาเพิ่มไปเรื่อยๆก็คือตรง(-ัว)มาตรฐานของเราก็จะครบตามตัวบทที่1ที่อาจารย์เกริ่นไว้แล้วว่าเราจะเรียนเกี่ยวกับตัวมาตรฐานอะไรบ้างทั้งหมดม(น)-ั-่งนะ-ีก(คะ)ใครมีข้อคำถามตรงไหนเพิ่มเติมอีกไหมคะมีไหมๆ5ข้อ5เดี๋ยวขอดูข้อ5ก่อนนะคะข้อ5ข้อ5นะคะของโจทย์ของเราก็คือโครงสร้างของตัวป(า)ตรฐาน-ัญหา(I)TILต้องนที-่(-ำ)องค์ประกอบใดมาใช้ในขั้นตอนแรกเพราะอะไรตอน(-ัว)นี้เราก็จะมีโครงสร้างที่เราอาจารย์พูดไปถึงเรียบร้อยนะใช่เราก็...มันถามว่าเราจะองค์ประกอบใดมาใช้ในขั้นตอนแรกเพราะอะไรนะคะอันนี้ก็จะเริ่มจากServiceStrategyถูกไหมคะก็จะเป็นกลยุทธ์ในการบริการนั่นเองถูกไหมเหมือน...เหมือนเราจะดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของเราถูกไหมคะเราก็ดูว่าหน่วยงานการให้บริการของเรานี่เขาจะมีกลยุทธ์ทางไหนบ้างอันนี้ก็จะเป็นเหมือนการมองภาพรวมทั้งหมดของการให้บริการนั่นเองจะมีการให้บริการแบบไหนมีนโยบายมีแนวทางปฏิบัติอะไรก็มีกระบวนการแล-้ะ(ว)หลังจากนั้นก็จะเป็นข้อที่มาสนับสนุนหรือว่าเสริมย-่ไม(นั)-่นเองโอเคน-ี(ะ)มันก็จะมีการDesignออกแบบกิจกรรมทำให้ผลลัพธ์บริการด-ีม-ีการเหมือนข้อตกลงต่างๆปัญหามันจะมีแบบไหนบ้างมีพันธสัญญาอะไรอย่างนี้แล้-ี(ว)ก็ความต่อเนื่องในการให้บริการแล้วก็จบนั่นเองก็จะเป็นหลักๆก็จะประมาณนี้ตัวStrategyก็เหมือนทุกหน่วยงานทุกองค์กรก็จะมีกลยุทธ์ไม-่ว่าจ-่ได-้(ะ)เป็นกลยุทธ์ของหน่วยงานโดยตรงหรื-ันนี้จะเป็นกลยุทธ์เกี่ยวกับการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะโอเคเราก็ไปอธิบายเพิ่มเติมก็(-่า)ในกลยุทธ์ของเราเองวิธีการคิดของเรานี่เป็นรูปแบบอย่างไรที่เราจะเอามานำมาใช้วิธีการแก้ปัญหานะคะยังงงอยู่ไหมโอเคนะคะวันนี้ก็เดี๋ยวเราจะให้น้องนักศึกษาเขาทำแบบฝึกหัดท้ายบทนะคะก็เกี่ยวกับตัวมาตรฐานITILก็จะเรียบร้อยแล้วอย่างนั้นก็ขอบคุณล่ามทางไกลด้วยนะคขอบคุณค่ะ[สิ้นสุดการถอดความะ(])

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-03 16:39:04
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}