Accuracy : 89.63%
Insertion : 608
Deletion : 1127
Substitution : 354
Correction : 18657
Reference tokens : 20138
Hypothesis tokens : 19619
(ดร.เกวลี)ก็อันนี้จะเป็นเนื้อหานะคะหลังจากป(m)idte-ิดเทอม(rm)บทที่6นะคะเกี่ยวข้องกับการจัดการที่อยู่ของเครือข่ายแล้วก็firewallนะคะหมายเลขipaddressเนี่ยจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า"natแ(")นะคท(ะ)n-a-tก็คือการแปลความหมายหรือแปลที่อยู่ของเครือข่ายนั้นๆโดยเครือข่ายเนี่ยเราจะใช้หมายเลขipaddressนะคะเป็นสิ่งที่ระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ในการรับส่งข้อมูลเช่นคอมพิวเตอร์ที่นักศึกษาใช้อยู่ตอนนี้แต่ละเครื่องก็จะมีหมายเลขipaddressที่ไม่ซ้ำกันเพื่อเป็นตัวระบุต้นทางแล้วก็ไปลายทางว่าเครื่องไหนส่งไปหาใครหรือเครื่องไหนจะเป็นผู้รับคลแม-่(-้)ขายๆกับทะเบียนบ้านเราอ(น)-่ะค่ะหมายเลขบ้านเลขที่ซึ่งปัจจุบันเนี่ยอุปกรณ์มันก็มีเพิ่มขึ้นเยอะมากการใช้งานอินเทอร์เน็ตก็มากขึ้นเช่นเดียวกันไม่ได้มีเพียงแค่ในคอมพิวเตอร์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ก็จะมีหมายเลขipaddressเช่นเดียวกันโทรศัพท์เราก็มีนะคะเหมือนกับที่ว่าทำไมเวลาเห็นข่าวทำไมเขาตามจับได้ว่าใครเป็นคนโพสต-ูด(-์)หมิ่นประมาทใครเป็นคนโพสต์ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องบนเครือข่ายทำไมเขาตามจับได้ทั้งๆที่เราเปลี่ยนfacebookไปแล้วเราเปลี่ยนinstagramไปแล้วเราเปลี่ยนtiไป(k)tตอบ(ok)ไปแล้วทำไมเขายังตามตัวได้เพราะหมายเลขipของโทรศัพท์ที่เขาเล่นไม่ได้เปลี่ยนเขาก็ถามตัวเจออยู่แล้วนะคะแล้วด้วยเทคโนโลยีการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่รวมถล(-ึ)งคอมพิวเตอร์เนี่ยมันเยอะมากหมายเลขipมันเลยไม่เพียงพอต่อความต้องการใ(ค)กล้ายๆกับเลขทะเบียนรถยนต์แต่ละที่มันก็จะเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วก็จะไม่ซ้ำกันเมื่อก่อนตัวหนังสือที่ใช้ในรถยนต์จะใช้ตัวหนังสือแค่ตัวเดียวเดี๋ยวนี้มันไม่พอเขาก็เพิ่มตัวอักษรเป็น2ตัวถ้าจังหวัดไหนมีรถจำนวนมากๆเช่นกรุงเทพฯแค่ตัวหนังสือ2ตัวมันก็ไม่พอเขาก็จะเพิ่มตัวเลขเข้าไปข้างหน้าอีกนะคะดังนั้นคล้ายๆกับเครือข่ายน-ี-่แหละค่ะพอมันคนใช้งานเยอะมากๆมันก็ต้องมีวิธีการแก้ไขทำอย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะปัญหาแผน(การ)ที่ที่อยู่ของคอมพิวเตอร์ไม่พอทำอย-่-ั(า)งไง(ร)ให้มันใช้ได้แล้วก็ยังปลอดภัยด้วยอันนี้คือการตั้งคำถามแล้วก็การหากระบวนการแก้ปัญหาเขาเลยใช้ตัวแนะนำตัวนี้nateeนะคะตัวกา-ัน(ร)ทางออกในการแก้ไขปัญหาซึ่งตัวnนะเ(at)นี่ยมันเป็นมาตรฐานหนึ่งของการทำงานด้านเครือข่ายตั้งแต่ปี1994แล-้ะ(ว)นานมากนะคะมันก็สามารถแปลงipaddressหลายๆตัวนะคะเหมือนเช่นในห้องคอมพิวเตอร์ห้องนี้มันอาจจะมีipaddress20กว่าเครื่องก็จริงแต่อาจจะเปลี่ยนให้เป็นipaddessเดียวนะคะในการติดต่อกับเครือข่ายอื่นก็ได้บางทีการเข้ารหัสข้อมูลมันเยอะมากๆแต่ว่าอาจจะแปลงipaddressให้เป็นตัวเดียวเป็นการรับส่งข้อมูลในห้องนี้แล้วก็มีตัวswสว-ิ(i)tตช์(ch)ตัวหนึ-่งในห้องนี้เป็นตัวกระต(จ)-่ายไปตามipaddressย่อยที่ใช้งานจริงในห้องนี้นะคะแต่เวลาเราออกใช้งานออกข้างนอกเนี่ยมันก็จะแปลให้เหลือแค่ipaddreสี(ss)เดียวเพื่อให้ปริมาณipได้ไม่เยอะมากหลักการทำงานทั่วไปนะคะในระบบเครือข่ายของทุกที่ภายในองค์กรต่างๆเนี่ยเครื่องserverนะคะกำหนดipaddressภายในองค์กรเรียกว่า"ipaddressแบบส่วนตัว"นะคะส่วนมากก็จะขึ้นต้นด้วย192.168.0.1หรืออาจจะเป็น10.0.0.1เป็นต้นนะคะอันเนี้เป็ย(น)serverขององค์กรนั้นเป็นคนกำหนดแต่ipพ่อ(a)dreไ****(ss)***ที่ออกไปสู่ระบบภายนอกจริงๆจะไม่ใช่เลขพวกนี้โดยipaddrธีรเ(e)sดช(s)เหล่านี้นี่มันจะไม่สามารถนำไปใช้บนระบบอินเทอร์เน็ตได้ถ้าไม่ทำการแปลงเส-ี-ั(ย)กอ-่อนก็คือเหมือนถ้าเราไม่ลงทะเบียนหรือเราไม่ยืนยันตัวตนการแปลงipaddressก็ทำไม่ได้ซึ่งเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการ"registerip"ก็คือกันยืนยันเดี๋ยวลงทะเบียนipadไ****(e)s**(s)*นั่นแหละตัวอย่างเช่นคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ปัจจุบันตอนนี้ในห้องนี้เป็นเครือข่ายภายในมหาวิทยาลัยโดยserverมหาวิทยาลัยกำหนดให้ขึ้นต้นด้วย192.168ในห้องนี้ก็จะเป็น192.168จ(.)-ุด1.21(8)ซึ่งเป็นipaddressภายในองค์กรแต่ถ้าเราจะใช้อินเทอร์เน็ตภายนอกเช่นเราจะเล่นfacebookนะคะyoutubeipของเราจะเปลี่ยนไปนะคะโดยไม่ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า"router"นะคะหรือswiftchเป็นอุปกรณ์ที่แปลงหมายเลขipของเราเพื่อให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้นะคะโดยสรุปก็คือไอ้ตัวเล็(nat)กเนี่ยมันจะเปลี่ยนipaddressแบบภายในให้กลายเป็นipaddressสาธารณะเพื่อให้สามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้นะคะซึ่งหมายเลขเหล่านี้จะเป็นแบบสุ่มโดยผู้ให้บริการมหาลัยเราใช้เน็ตของntntเป็นทีก็จะเป็นคนแปลงหมายเลขipaddressให้เรานะคะรวมทั้งการที่เราใช้เ(n)aน-็(t)ตเนี่ยมันยังช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายเราด้วยเพราะว่าnaเ(t)น-็ต(-ี่)มันจะซ่อนipaddressจริงๆของเราไว้นะคะมันจะถูกแปลงโดยตัวก(ผ)-ู-้ให้บริกเบอ(า)รอิน-์37(ด)นะแต่ไ*******ได้จริงเราเนี่ยบุคคลภายนอกจะไม่รู้นะคะโดยการทำแหน(nat)บหลังมี2อันนะคะมีstaticกับdynamicค**ไอ้ตัวเล็กเนี่ยstaticอันแรกก็คือเป็นการตั้งค่าแบบคงที่นะคะก็จะเป็นการแปลงหมายเลขipaddressแบบ1หนึ่งต่อห(1)น-ึ่งนะคะหมายเลขภายใน1เครื่องก็จะแปลงเป็นipaddressของเครือข่ายภายนอกอ-ีก1หมายเลขซึ่งส่วนมากมันจะทำกับเครื่องserverภายในองค์กรนะคะอันนี้จะผ่านภายในนะคะเพื่อใช้งานภายนอกไม่ได้ผ่านไอ้ตัวผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตนะคะมันจะใช้serverภายในองค์กรซึ่งแตกต่างจากตัวdynamicนะคะมันจะเป็นแบบrandomไม่ได้แบบหนึ่งต่อหนึ่งแบบไ(เ)ม-ื-่อก-ิน(-ี้)เพราะว่าipaddressของเครือข่ายภายในเนี่ยมันจะมีจำนวนเยอะมากใช้งานนะคะมันก็จะสร้างipaddressใหม่เรียงตามหมายเลขไปเรื่อยๆตามลำดับใคห-้(ร)เข้าใช้งานก่อนก็ได้หมายเลขipต้นๆต้(มั)นก็จะเป็นการตรวจสอบด้วยว่าใครเข้าใช้งานตอนไหนนะคะจะไม่ได้แบบยึดเฉพาะนะคะแบบstaticคือคุณใช้วันนี้เลขเป็นแบบนี้คุณใช้วันถัดไปเดี๋ยวก็ยังจะเป็นเลขเดิมแต่แบบไ(d)ynดนา(a)mม-ิก(ic)ไม่ใช่ใครมาก่อนได้เล-่(ข)นกันก่อนไม่ได้เกี่ยวข้องกับp(f)ic(x)kตายตัวว่าเลขนี้จะเป็นของใครนะคะประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้naแนท(t)นะคะก็คือเราสามารถเก็บรักษาipaddressที่จดทะเบียนไว้ถูกต้องแล้วเก็บไว้นะคะเพื่อใช้เชื่อมต่ออินเต(ท)อร์เน็ตแล้วก็การออกแบบเครือข่ายถ้าเราท้องออกแบบด้วยน(n)aะเ(t)นี่มยกา(-ัน)รบริหารจัดการง่ายๆแล้วก็ถ้าจะติดต่อกันภายในองค์กรใช้เครือข่ายเดียวกันถ้าเราใช้แนท(nat)มันก็สามารถส่งข้อมูลได้เร็วกว่ามันจะอ้างอิงหมายเลขของaddressภายในองค์กรนะคะไม่ต้องการอ้างอิงที่อยู่ซ้ำซากนะคะมีความปลอดภัยเพราะว่าเราจะซ่อนipaddressของเครื่องขององค์กรของเราไว้แล้วจะมีหมายเลขipaddressในชุดหนึ-่งสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายนอกนะคะแต่ข้อเสียก็คืออ-ุปกรณ-่อน(-์)ที่ใช้งานด้วยเนี่เป็ย(น)อุปกรณ์ช่างเฉพาะแล้วก็ทำให้การติดตั้งระบบค่อนข้างยากต้องอาศัยผู้เชี****(-่ย)วชาญระดับหนึ่งนะคะบางครั้งถ้าเล่นอินเตอร์เน็ตนะคะมันก็อาจจะเกิดการหน่วงเวลาหรือว่าด(d)elay-ีเลย์เพราะว่าaddressของคนภายในองค์กรบางทีมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆมันก็ทำให้เกิดการ..ล(.)เวลานักศึกษามาถึงเรียกว่า"lag"แ(ก)รด(ะ)ต-ุกบ้างบางทีมันไม่ได้เป็นกับสมรรถนะของอุปกรณ์ที่คุณใช้บางทีมันเกิดขึ้นจากการที่อินเตอร์เน็ตมีคนใช้เวลาใช้ทำงานร่วมกันในเวลานั้นพร้อมกันหลายๆคนแล้วไม่มีการสับเปลี่ยนipaddressขึ้นมามันก็เลยทำให้คุณรู้สึกว่าเล่นเกมทำไมมันกระตุกหรือทำงานหรือว่าดูคลิปว-ี(-ิ)ดีโอทำไมมันชข(-้)าอันนี้ก็ส่วนหนึ่งของการที่มันจะมีการdeดีเ(l)aลย(y)-์ในการเปลี่ยนipaddressภให้(าย)ในองค์กรนะคะต่อมาfirewไฟ(a)lบ-่(l)เนื้อหาที่จะเรียนfireไฟ(w)aวอ2(ll)5ข้อ(v)เกี่ยวกับการหลักการทำงานในapplicationของในระดับtransportlayerแล้วก็ระดับnetworklayerนะคะไ(f)irฟร-์(e)wallวอลล์คืออะไรถ้าเราเปรียบเทียบfirewallกับการรักษาความปลอดภัยภายนอกนะคะทางด้านกายภาพของคอมพิวเตอร์ก็จะเหมือนกันการที่เราล็อค(ก)ประตูแล้วมีคีย์การ์ดมีบัตรผ่านเข้าออกมียามเฝ้าถ้าคุณไม่มีบัตรผ่านคุณก็ไม่สามารถเข้าหรือไม่สามารถออกได้หน้าที่หลักของfirewallมีอยู่2แบบอันแรกก็คือการกรองการจราจรทางเครือข่ายนะคะพ(ท)-ี่เข้ามาในเครือข่ายภายในนะคะซึ่งสิ่งเหล่านี้มันมาจากภายนอกอยู่แล้วถ้าสิ่งที่ภายนอกจะเข้ามาจะต้องผ่านตัวfirewaรอ(ll)ก่อนคัดกรองก่อนนะคะหลังจากนั้นก็จะมีการควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ควบคุมแค่ภายนอกไ(ภ)ายปไห(ใ)นก็ควบคุมนะคะเช่นสมมุติว่ามหาวิทยาลัยเราเห็นนักศึกษาเล่นtiติ-๊(k)tกต๊(ok)อกเยอะถามว่ามหาวิทยาลัยล็อค(ก)ได้ไหมไม่ให้ใช้ติ๊กต๊อกได้โดยใช้ไฟวอลไม่เล่นfacebookก็ล็อกไม่เล่นfacebookทำได้เว็บไซต์ไหนไม่เหมาะสมเราสามารถตั้งค่าfirewallไม่ให้เขาสามารถออกไปดูได้นะคะซึ่งการลงทุนกับการติดตั้งfirewallเนี่ยเราก็ต้องวิเคราะห์ว่ามันสัมพันธ์กับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการโจมตีทางเครือข่ายไหมนะคะบางคนบอกว่าไม่มีก็ได้ไม่เป็นอะไรหรอกมันจะมีfirewaไฟวอล(ll)ที่เป็นมาตรฐานที่ติดตั้งมากับระบบปฏิบัติการwindowsอยู่แล้วไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมก็ได้แต่บางคนก็พูดว่าถ้าไม่มีfirewalไฟวอล(l)ถ้าใครเล่นเกมออนไลน์บางคนเขาจะปิดfirewallไว้นะคะเพราะว่ามันก็จะมีโปรแกรมส่วนเสริมต่างๆเนี่ยมันจะใช้งานไม่ได้เพราะว่าfirไ(e)walผบ่แ(l)ม-่(-ั)นอาจจะมองเห็นว่าเป็นภัยคุกคามหรือเปล่ามันจะไม่เข้าหรือไม่ใช้งานนะคะซึ่งfirewalสว(l)ถ้าสมมุติเราปิดหรือเราลบออกเราไม่อยากให้มันมีเขาบอกว่าเหมือนกับเราเปิดประตูบ้านทิ้งไว้นะคะหรือเราไม่มีรั้วบ้านบางคนบอกว่ามีรั้วขโมยมันก็เข้าได้อยู่ดีแต่เฉั(ช่)นเบ(ด)-ีย-ื่อ(ว)กับการมีfirewaไฟวอ(ll)ถามว่าบางทีถ้าเป็นคนที่มีความสามารถสูงในการบุกรุกเครือข่ายเนี่ยเขาทำได้ไหมทำได้แต่มันจะถค-ุ(-่)ว-้ม(ง)เวลาให้เขาทำได้ช้าลงเราอาจจะรู้ตัวแล้วก็ป้องกันได้เร็วขึ้นนะคะม-ี-่ก็ดีกว่าไม่มีหรือบางคนบอกว่าfirewallwindowsมีแล้วก็เหมือนมีกุญแจล็อค(ก)บ้าน1ชั้นบางคนบอกว่าอยากให้ปลอดภัยมากกว่านั้นก็เหมือนเราคล้องกุญแจเพิ่มอีกก็แล้วแต่การลงทุนนะคะหรือการให้ความสำคัญกับfirewallขององค์กรนั้นๆโดยการตั้งค่ารูปแบบการเชื่อมต่อของfirewallนี่ก็เป็นปราการด่านแรกนะคะเหมือนรั้วบ้านเรานี่แหละนะคะไม่ว่าจะเข้าหรือออกนะคะถ้าเป็นจากภายนอกก็จะเป็นทางอินเตอร์เน็ตนะคะเครือข่ายสำนักงานต่างๆหรือด้วยตัวคอมพิวเตอร์เองนใ(ะ)ครวะfireเน(w)a-ี-่ย(ll)เป็นเหมือนยามเฝ้าประตูถ้5(า)โดยทั่วไปแล้วถ้าเรามีการเปิดการใช้งานfirewallนะคะพ(ท)-ี่มีมาตรฐานเพียงพอในการรักษาความปลอดภัยถ้าเป็นข้อมูลที่ไม่มีปัญหาหรือะไรเป็นข้อมูลที่ปลอดภัยมันก็จะอนุญาตให้สามารถทำการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้แต่ถ้าข้อมูลนั้นfirewaไฟวอ(ll)มันคัดกรองแล้วว่ามันไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่ส่งมาหรือโปรแกรมที่กำลังจะพยายามเปิดขึ้นมาไม่น่าเชื่อถือมันก็จะสั่งปิดกั้นแล้วก็หยุดกระบวนการนั้นๆทันทีอันนี-่(-้)คือความสามารถเข้(คร่)าวๆของfirewallต่อมาเป็นpโป(r)otocรโตคอล(ol)tcp/ipนะคะหรือว่าเป็นข้อตกลงในการเชื่อมต่อแล-้ะ(ว)กันตัวล(p)rะค(o)รพีพีเนี่ยนะคะมันจะใช้งานร่วมกับไฟร์วอลล์firewallเนี่ยจะใช้ข้อมูลจากpackageข้อมูลจากpackageแล้วพิจารณาว่าจะข้อมูลต่างๆเนี่ยเวลาเขาส่งมาทางเครือข่ายเขาจะแพ็ค(ก)มาเป็นก้อนคล้ายๆกับหอพัสดุมาให้เราเขาเรียกว่าpackageก่อนที่จะใช้ข้อมูลเขาจะพิจารณาว่ากล่องที่คุ้มข้อมูลนะ(-ั)เนี่ยมันน่าเชื่อถือไหมจะอนุญาตให้ผ่านหรือเปล่าการควบคุมการเข้าถึงfirewallเนี่ยมันเลยทำได้หลายระดับหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับชนิดแล้วก็เทคโนโล-ิค(ยี)ที่เอามาใช้นะคะจะให้กำหนดว่าให้มันมีการให้บริการอะไรได้บ้างให้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตจากที่ไหนได้บ้างหรือข้อมูลจากตรงไหนที่จะอนุญาตให้สามารถเชื่อมต่อกับเราได้นะคะไอ้ตัวที่tcp/ipเ(p)นี่ยมันเป็นข้อตกลงหรือเป็นทางคอมพิวเตอร์protบทล(o)cะคร(ol)นะคะข้อตกลงในการสื่อสารภายในเครือข่ายส่วนบุคคลนะคะตัวอินเทอร-์(า)เน็ตคือใช้ในภายในองค์กรก็ตัวเอ็***(ก)ทราเน็ตก็คือใช้ระหว่างองค์กรถ้าติดต่อกับภายนอกก็ใช้อินเทอร-์(า)เน็ตโดยtcp/ipเนี่ยมันจะมีอยู่4ชั้นนะคะสีเบเยอร์applicationlayertransportlayernetworklayerแล้วก็networkinterfaceนี่คือสิ่งที่4tcpทำงานร่วมกัน4layerนะคสีเบเยอร-์(ะ)มันจะมีprต-ั(o)tocวละคร(ol)ที่เกี่ยวข้องอีกเช่นosimodelหรือosilayerก็จะมีอยู่7layerเมื่อกี้tcp/ที่พ-ี่(ip)มี4ส-ี(l)ayeเบเย(r)อร์5osi7layerมเบอร์โทรไอ้เนี่ยม-ันก็จะอธิบายถึงแนวคิดนะคะคุณสมบัติพิเศษมาตรฐานการทำงานของการสื่อสารแบ่งการทำงานอินเทอร์เน็ตเป็นชั้นๆออกแบบมาเนี่ยก็จะเป็นมาตรฐานปัจจุบันก็ยังใช้อยู่นะคะเป็นมาตรฐานในการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลนะคะซึ่งบรรจุไปด้วย7ชั้นหรือ7layerเนี่ยก็จะมีหน้าที่การทำงานแตกต่างกันไปอันนี้เป็นการเปรียบเทียบระหว่างtcp/ipที่มี4ชั้นก-ับos-็จะม-ี(i)7ฉ(ช)-ั-้นนะคะโดยtcp/iเ(p)นี่ยมีแนวคิดพื้นฐานที่แตกต่างจากosiคือมันไม่มีพื้นฐานการสื่อสารในการสนทนานะคะมันจะใช้เครือข่ายสากลแทนที่ทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายกำหนดเส้นทางให้กับข้อมูลเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วนะคะระหว่าง4ชั้น7ชั้นของทั้งส(2)องโมเดลจะเห็นว่ามีบางฉ(ช)-ั-้นที่เราสามารถกำหนดคุณสมบัติได้ใกล้เคียงกันแต่บางท่า(ชั้)นก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยก็มีนะคะบางชั-้นก็ไม่สัมพันธ์กันเลยก็อยู่ที่ว่าการทำงานของเรามันเหมาะสมกับการทำงานแบบไหนต้องการความละเอียดหรือว่าต้องการความรวดเร็วในการสื่อสารแล้วแต่นโยบายขององค์กรนั้นๆที่เขาจะเลือกใช้โมเดลไหนนะคะซึ่งการรับส่งข้อมูลในtcp/ipเนี่ยมันจะเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีการส่งแบบเฉพาะเจาะจงนะคะมันจะมีการกำหนดชุดของขั้นตอนการทำงานแล้วก็กฎระเบียบที่ต้องทำการตกลงกันไว-้ตั-้งแต่แรกนะคะคอมพิวเตอร์พ(ท)-ี่จะส่งข้อมูลระหว่างกันจะต้องใช้ข้อตกลงเดียวกันหรือว่าใช้prโปร(o)tocoโตคอล(l)เดียวกันใช้ระเบียบเดียวกันจะต้องมีการกำหนดเ(h)eadeฮดเดอร์headerก็คือก่อนที่เราจะส่งข้อมูลไปเนี่ยอย่างที่อาจารย์บอกเขาจะแพ็ค(ก)ให้เป็นเหมือนพัสดุกูจะต้องแปะหัวข้อหรือแปะรายละเอียดในการส่งทุกครั้งส่งให้ใครครั้งที่1เขาก็จะแปะข้อมูลว่าเขาได้รับแล้วครั้งที่2ก็จะไ(แ)ปะอันที่2ครั้งที่3ก็จะแปะที่3ใ(ค)กล้ายๆกับถ้าพูดง่ายเห็นภาพคือการส่งหนังสือราชการใครเป็นคนรับคนแรกเซ-็นใครเป็นคนรัก(บ)คนที่ส(2)องเซ็นให้เป็นคนอ่านคนที่3เซ็นเส้(ซ็)นไปเรื่อยๆทุกคนต้องเซ็นอ่านแล้วก็ต้องเซ็นรับทราบอันนี้เป็นต้นโดยกระบวนการสื่อสารหลักนะคะก็จะอนุญาตให้packageหรือพัสดุผ่านการคัดกรองแล้วผ่านไปได้นะคะซึ่งส่วนใหญ่จะพิจารณาในส่วนของheaderในlaระยะ(yer)ที่3protocละคร(ol)ต่อมาหรือข้อตกลงต่อมาในระดับapplicationนะคะก็จะเป็นชั้นบนสุดเป็นฉ(ช)-ั-้นข(ท)-ี-่พูด-้ปุ้(ง่า)ยๆไง(ก็)คือมันเป็นส่วนของการทำงานหน้าจอinterfaceเราสามารถมองเห็นข้อมูลได้มองเห็นการสั่งงานได้protโปรโต(o)cคอล(ol)ที่ใช้งานบ่อยๆก็จะเป็นพวกdomainnameserverdnsนะคะhttphttpssmtppop3imapนะคะsnmpเนี่ยพวร-ุ(ก)-่งนี้จะเกี่ยวข้องกับการส่งemailftpก็คือfiletransferprotocalเนี่ยจะเป็นเกี่ยวกับการส่งข้อมูลที่เป็นไฟล์ระหว่างกันb(d)nsนะคะเป็นโดเมนเนมทำหน้าที่คล้ายๆกับสมุดโทรศัพท์ถ้าเราต้องการจะสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ในเครื่องอื่นในเครือข่ายเราก็ต้องไปสอบถามiไอ(p)-้พีนะคะที่domainnameserverก่อนถ้ามันไม่มีข้อมูลหาให้ไม่ได้นะคะไม่ได้จดไว้ก็จะต้องค้นหาข้อมูลอาจจะลองข-้อไง(ป)ที่serverอื่นก็ได้นะคะเชฉ-ั(-่)นอยากส่งข้อมูลไปบริษัทนั้นipaddressคืออะไรเวลาคอมพิวเตอร์ส่งข้อมูลหากันเขาจะไม่ดูว่าชื่อเ(w)wว-็(w)บอะไรมันจะเอาipaddressของเว็บนั้นๆลิงก์ไปที่เครื่องserverที่เก็บข้อมูลอยู่เหมือนเขาอยากดูข้อมูลราชภัฏสกลนครคอมพิวเตอร์มันไม่ได้หาเจอคำว่า"มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครd(.)otac.th"ไม่ใช่มันจะต้องไปดูว่าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเราเนี่ยคือipaddressอะไรแล้วมันถึงจะเข้าไปดูข้อมูลในserverที่ipaddressนั้นชี้ทางไปต่อไประมาณเป็นhttpมันจะเป็นการรบส่งข้อมูลและส่งไฟล์hg(t)mailนะคะก็คือภาษาที่เราใช้เขียนเว็บนั่นแหละนะคะซึ่งตัวhttp(ml)เนี่ยมันก็ทำงานแบบclientserverเครื่องแม่ข่ายกับเครื่องลูกข่ายมีhostทำงานที่เรียกว่าเคร-ื-่องแม่ขายserverนะคะเป็นwebserverก็ให้บริการในส่วนของการให้ข้อมูลให้บริการข้อมูลเว็บนะคะส่วนเครื่องลูกข่ายก็จะเป็นโปรแกรมพวกwebbrowsergooglechromeinternetexplorerจะเป็นตัวที่ร้องขอให้เครื่องserverแสดงข้อมูลhtmlน-ัา(-้)นๆให้เราดูหน่อยนะคะเราร้องขออะไรไปserverก็จะส่งข้อมูลนั้นกลับมาแสดงผลให้เราซึ่งเป็นhttpsนะคะอีกอันก็คือเพิ่มความปลอดภัยอันนี้เราเคยพูดแล้วนะคะว่าเป็นการเข้ารหัสข้อมูลเพิ่มขึ้นระหว่างserverกับbrowserนะคะให้ใช้งานได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นจากhttpธรรมดานั่นเองนะคะประมาณเป็นsmtpก็จะเป็นเกี่ยวกับการส่งรับส่งอีเมลไอ้ตัวsmtpเนี่ยก็จะทำหน้าที่ส่งอีเมลจากเ(s)erซิร(v)e-์ฟ(r)เวอร์ของผู้ส่งไปยังเ(s)erซิร(v)e-์ฟ(r)เวอร์ของผู้รับนะคะส่วนมากจะเป็นเกี่ยวกับservereg(-)mailระหว่างองค์กรหรือภายในองค์กรเขาจะนิยมใช้ตัวแบบนี้นะคะต่อมาเป็นป(p)o-๊อ(p)ปนะคะก็จะเป็นข้อตกลงในการใช้อีเมลในส่วนของเครื่องลูกข่ายนะคะเช่นถ้าบางบริษัทตอนนี้ก็ยังใช้โปรแกรมmicrosoftoutlookในการดูข้อมูลอีเมลนะคะมาเก็บไว้ที่serverเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เลยไม่จำเป็นจะต้องเปิดผ่านเว็บทุกครั้งแค่คุณเปิดโปรแกรมนี้ขึ้นมาคุณก็สามารถอ่านอีเมลได้แม้จะไม่มีอินเทอร์เน็ตมันก็ยัง...เหมือนดึงข้อมูลมาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เราแล้วก็สามารถดูตอนไหนก็ได้ตประ(-่อ)มาณเป็นimapก็จะเป็นข้อตกลงในการจัดการกล่องข้อความนะคะจัด...เข้ามาเช่นสร้างโฟลเดอร์จัดเก็บอีเมลได้แสดงรายละเอียดว่าอีเมลนั้นได้ถูกเปิดอ่านแล้วหรือยังเช่นการทำงานของgmailเป็นอีเมลของgoogleน-่ะค-่ะตอนนี้ก็คุณก็สามารถสร้างโฟลเดอร์ได้นะคะบางอันเรายัง...เราอ่านแล้วเราไม่สนใจเราอาจจะทำเป็นเครื่องหมายว่าอ่านแล้วแต่จริงๆไม่ได้กดอ่านก็ได้อะไรอย่เ(า)งน-ี้ยนะคะอันนี้เป็นสถาปัตยกรรมของก-ัน(าร)ส่งe-mailนะคะก็ทำงานร่วมกันทั้งsmtpแล้วก็popรวมถึงไ(i)mอ-้แ(ap)หม่มทั้ง3ส่วนนี้สามารถทำงานร่วมกันได้นะคะเพราะว่าserverในปัจจุบันเนี่ยมันให้บริการครอบคลุมไม่ว่าคุณจะใช้บริการอีเมลชนิดไหนนะคะserverก็สามารถจัดการรับส่งข้อมูลอีเมลให้คุณได้ไอ้(เช่)หนเดีย-ูแ(ว)ก-่(-ั)นเมื่อก่อนไม่ต้องระบุเลยว่าคุณจะใช้อุปกรณ์อะไรในการรับส่งอีเมลนี้ไม่ต้องนะคะคุณสามารถใช้ละครเลยนะคะก็จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการจัดการเครือข่ายของอุปกรณ์ต่างๆช่วยให้ผู้ดูแลระบบเนี่ยสามารถจัดการระบบเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็สามารถติดตามวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระบบได้ด้วยนะคะมันจะมีการส่งข้อมูลส่งแจ้งเตือนอะไรกลับมานะคะต-่อบมาเป็นftpนะคะมันจะใช้สำหรับการถ่ายโอนไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์2ขึ้นไปจะต้องมีการกรอกusernamepasswordเพื่อยืนยันตัวตนเพราะว่ามันจะเป็นการส่งข้อมูลหากันช(ค)-่อนข้างโดยตรงนะคะถ้าเป็นเมื่อก่อนเนี่ยเวลาเราอัพ(ป)โหลดข้อมูลจริงๆแล้วเวลาทำเว็บไซต์คุณก็ต้องติดตั้งโปรแกรมที่สามารถใช้งานftpตัวนี้ได้นะคะเช่นเราจะเอ-ำ(า)ข้อมูลขึ้นไปบนเว็บไซต์เมื่อก่อนนะตอนนี้ตอนนี้เครื่องมือเราใช้เยอะมากใช้เครื่องมือสำเร็จรูปก็เยอะแต่เมื่อก่อนมันไม่ใช่มันจะต้องมีการเชื่อมต่อกับseเซ-ิ(r)vร-์ฟ(er)เวอร์โดยตรงเพื่อนำการอัพ(ป)โหลดข้อมูลขึ้นไปหรือดึงข้อมูลออกมาเราก็ใช้ตัวftpนี่แหละเป็นตัวกลางในการอัพ(ป)โหลดหรือดาวน์โหลดข้อมูลนะคะตประ(-่อ)มาณเป็นระดับชั้นtransportlayerนะคะก็มีการเชื่อมต่อแบบprocโ(e)sพส(s)ต-่อproบกูเ(c)eสร็(ss)จก็คือมงานแต่งงานม-ีการใช้พอร์ตใช้socketซึ่งในตัวtransportlayerเนี่ยจะมีตัวละครหลักที่ใช้งานอยู่2ตัวคือtcp/iu(p)tcpนะคะตัวท(t)c-ี-่(p)ๆเนี่ยเมื่อกี้มันเป็นtcpใช่ไหมคะมันจะคนละอันกันนะอันนี้บัญชีเฉยๆจะเป็นการเชื่อมต่อแบบส่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มีการรับประกันข้อมูลว่าถึงปลายทางแน่นอนถ้าข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มากๆเขาจะแบ่งpackageหรือแบ่งกล่องเป็นกล่องใ(ย)หญ-่อยๆแต่ตัวtcpเนี่ยจะเป็นคนที่คอยทำหน้าที่ควบคุมว่าคุณย่อยเป็น3กล่องtcพี-่(p)จะเป็นคนควบคุมว่า3กล่องนี้จะต้องถูกส่งไปให้ถึงผู้รับเหมือนกันแล้วพอถึงปลายทางมันจะมีตัวที่tcpนะคะคอยรวม3กล่องใหญ(นี้)-่ให้กลายเป็นกล่องเดียวเปิดlineเปิดข้อมูลอ่านได้หรือเปิดข้อมูลดูได้ซึ่งการสร้างการทำงานของตัวtcpเนี่ยเขาจะเรียกว่าthree-ทีว-ี(w)ayco(ha)ndshakeก็คือtic(การ)ส่งไปส่งกลับ3ขั้นตอนอันแรกถ้าเราจะส่งข้อมูลเราจะต้องส่งข้อความไปบอกก่อนว่าเราต้องการจะส่งข้อมูลนะพอปลายทางได้รับเขาคำ(จะ)ตอบกลับมาพร้อมกับรหัสที่จะใช้รับหรือส่งข้อมูลนะคะเขาส่งกลับมาต้นทางก็จะpacแพค(k)aเกจ(ge)ที่เรามีที่ต้องการจะส่งใส่รหัสอยู่heไสเ(a)dฮ-็ด(er)เด้อที่เขาส่งกลับมาให้เราเพื่อเป็นการยืนยันว่าเต(ร)-่าเป็นคนที่ต้องการจะสื่อสารกับเขาจริงๆถ้5(า)ทำให้ครบ3ข้อนี้ก็จะเริ่มกระบวนการรับส่งข้อมูลจริงเกิดขึ้นนะคะลักษณะการทำงานจะเป็นแบวัน(บ)นี้ร้องขอไปก่อนพอขอร้องขอไปปุ๊บเขาจะส่งรหัสกลับมาเพร(อ)าะส่งรหัสกลับมาก็แปะไปที่packageแล้วก็ส่งกลับไปจะจะทำแบบนี้นะคะในกระบวนการรับส่งจะมี3ขั้นตอนเรียกว่าthree-wav(y)handshakeนะคะโต-่อมาudt(p)อันนี้จะตรงข้ามกับtcpจะเป็นการส่งที่รวดเร็วทำได้เร็วกว่าไม่ต้องรอไม่ต้องร้องขออยากส่งส่งเลยแต่เชื่อถือไม่ได้ไม่รู้ว่าเขาจะได้รับไหมไม่รู้ว่าเขาจะตอบกลับหรือเปล่าข้อดีคือมันส่งได้เร็วส่วนมากเขาจะเหมาะกับการที่เป็นข้อมูลแบบบอร์ดแคชก็คือส่งไปเลยใครได้รับก็อ่านใครไม่อ่านก็ไม่เป็นไรเหมือนกันกระจายข่าวนะคะพูดให้เร็วใครได้เน-ี(ร)-ั-่ย(บ)ไม่ไดหล(-้ร)-ับไม่รู้นะคะคุ(พู)ณไปก่อนไม่มีการการันตีว่าการสื่อสารนี้จะมีคนตอบรับไหมไม่สนนะคะตัวทt-ี-่ต(cp)-ีเนี่ยมันเลยมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเลยนิยมใช้บนอินเตอร์เน็ตมากกว่าแต่กล-ับอ(u)tpยู่ดีๆเนี่ยทำงานก็ทำงานเสร็จเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่าถูกไหมผิดหรือเปล่าไม่สนข้อมูลที่ส่งไปแค่ให้มั่นใจว่ามันไม่ได้เสียหายไปนะข(พ)อข้อมูลไม่เสียหายอะไรก็ส่งไปเลยไม่สนว่าจะมีอะไรตกหล่นหายไประหว่างทางหรือเปล่านะคะข้อผิดพลาดอะไรเยอะกว่าแต่มันส่งได้เร็วกว่าข้อดีมีแค่นี้นะคะต่อมาเป็นการสื่อสารในระดับnetworkนะคะก็จะมีการศึกษาหลักก็คือไอ(ip)พีและก็ไ(i)cmอซ-ี(p)iเอ(p)-็มพีไอ้พี่ก็เกี่ยวข้องกับการรับส่งpacให-้(k)aเกด(ge)อยู่แล้วicmpเนี่ยก็ใช้วิเคราะห์แล้วก็บริหารจัดการเครือข่ายอันนี้จะอยู่ในชั้นเดียวกันดูipinternetprotocoปตท(l)นะคะข้อตกลงในการจัดการที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตก็จะเป็นทั้งรับส่งpaแพ-็(c)kคเกจ(age)ต่างๆค้นหาเส้นทางในการสื่อสารนะคะอันนี้ก็จะเป็นการให้บริการแบบconnectionrateเมื่อคืนไม่สนจะถึงไหมไม่ถึงไม่รู้นะคะเป็นหน้าที่ของคนอื่นที่ต้องรับผิดชอบไปฉันมีหน้าที่ส่งนะคะคุณก็ค่อยมาเช็คเอาวท์(-่า)ฉันส่งถูกไหมอะไรอย่างนี้นะคะดังนั้นการแก้ปัญหาก็คือเขาเลยให้ทำงานร่วมกับp(t)cpเลยเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลถึงแน่นอนiไอ(p)-้พีมันก็เลยเหมือนแบบเป็นการส่งจดหมายแบบธรรมดาไม่รู้ถึงตอนไหนอ(น)-่ะส่งไปเลยเน้นความเร็วส่งไปแล้วไม่สนแล้วเขาจะรับตอนไหนไม่รู้นะคะtcพี-่(p)ๆก็เลยมาช่วยเอาจากจดหมายธรรมดาเพิ่มลงทะเบียนให้นิดหนึ-่งนะคะเพื่อการันตีว่าถึงแน่นอนนะคะอุปกรณ์ที่ใช้ในการกำหนดเส้นทางเราจะเรียกว่า"router"นะคะตัวไอ(ic)ซีmpเนี่ยมันก็จะเป็นตัวที่คอยรายงานข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างการส่งข้อมูลที่เป็นpackageต่างๆนะคะก็คือมันจับแจ้งข้อผิดพลาดของเครือข่ายนะคะแจ้งถ้ามีการใช้งานเครือข่ายเป็นปริมาณมากๆแบบผิดปกตินะคะเป็นตัวที่ช่วยค้นหาข้อผิดพลาดเช่นการเชื่อมต่อตัวนี้มันเชื่อมต่อกันได้หรือเปล่าโดยใช้คำสั่งว่าpingนะคะเช่นpiย-ิง(ng)ไปหาคนนั้นสิเขาจะได้รับข้อมูลเราหรือเปล่าเขาออนไลน์อยู่ไหมนะคะรวมถึงการแจ้งการหมดเวลานะคะว่าในการสื่อสารครั้งนี้เขากำหนดเวลาไว้เท่าไหร-่เกินเวลาหรือยังนะคะโดยข้อตกลงในการเชื่อมต่อเครือข่ายเนี่ยมันก็จะมีวิธีการแล้วก็การทำงานบนลิงค(ก)-์ต่างๆนะคะการเชื่อมต่อเครือข่ายเนี่ยเราจะมองคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องหรืออุปกรณ์แต่ละอันเนี่ยเรียกว่า"nโหน(o)dดกล(e")อนเป็นก้อนนะคะโดยประกอบด้วยทั้งethernetแล้วก็ตัวอ(a)r-ัพ(p)เน-็ตนะคะหน้าที่หลักนะคะก็จะเป็นการสื่อสารในแต่ละโหนดหรือแต่ละจุดที่กำหนดไว้ให้เป็นไปตามเส้นทางที่เรากำหนดผู้รับก็ทำงานในทางกลับกันก็คือรอรับข้อมูลแล้วก็ส่งไปกับโปรแกรม...ให้ฉ(ช)-ั-้นในการแปลงข้อมูลชั้นสูงขึ้นไปที่ใช้ทำงานร่วมกันนะคะก็จะมีการรับส่งข้อมูลแบบนี้จากชั้นล่างสุดก็ค่อยๆส่งขึ้นไปชั้นบนสุดนะคะetheดอินเทอร์เ(r)nน-็ต(et)คืออะไรเป็นเทคโนโลย-ี-่เครือข่ายหลักของเทคนิคก(.)..รุงเทพนะคะแล้วก็เป็นเครือข่ายที่ใช้ภายในองค์กรหรือในท้องถิ่นมากที่สุดท-ั-้องถิ่นในที่นี่ไม่ใช่บ้านเหนู(รา)นะมันจะหมายถึงโลโก-้อาหารก-็คือการใช้งานเครือข่ายภายในองค์กรนั่นแหละนะคะหรือว่าที่เราใช้กันตอนนี้ก็คือn(l)anlocalareanetworkก็มีการรับส่งแบบsuccee(sma)dก็คือเป็นการตรวจสอบการข(ค)-ับข(ค)-ั-้า(-่)งของการสื่อสารข้อมูลแบบคอขวดข้อมูลเหมือนถนนน่ะค่ะวิ่งมา8เลนอยู่ดีๆเหลือ2เลนรถมันก็ต้องมาออกกันตรงปากขวดจะขายก็แล้วแต่นะแต่ขวดขวดข้างล่างมันกว้างแต่ปากขวดมันแคบข(พ)อน้ำจริงๆแล้วเรๆ(า)ออกไม่เร็วเหมือนแก้วน้ำแก้วน้ำปากกับขครู(วด)แก้วมันเท่ากันน้ำไหลออกหมดพร้อมกันไอ้ตัวอินเทอร์เน็ตเนี่ยมันจะมีตัวที่ช่วยจัดการก็คือถ้าสมมุติว่าปริมาณคนใช้งานมากๆสักพักโดนบีบให้เหลือ2เลนมันจะแก้ไขปัญหานั้นอย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะต-่อบมาตัวอ(a)rาบ(p)นะคะหรือเป็นprotวิธ-ี(o)cการ(ol)ที่ใช้ในการค้นหาmacaddressmacaddressจะเป็นหมายเลข1นะคะแก้ไขบัตรประชาชนของเครื่องก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะเป็นตัวเลขที่แต่ละเครื่องไม่เหมือนกันนะคะก็เป็นอีกตัวหนึ-่งที่ไว้ในการยืนยันว่าต้นทางปลายทางเป็นคนที่เราต้องการส่งข้อมูลจริงไหมนอกจากร้องขอipaddressแล้วตัวaค-ับ(rp)เนี่ก็จย(ะ)ร้องขอmacaddressมาเพื่อระบุตัวตนอีกครั้งหนึ่งเหมือนกันนะคะวันนี้เลยมีงานให้ทำนะคะจะให้หาข้อมูลเพิ่มเติมว(อ)-ันนี้ทำเป็นท้ายบทเนาะทำวันนี้ก็น่าจะเสร็จลองหาข้อมูลเพิ่มว่าไอ้ตัวstaticแนท(nat)กับdynamicแน(-์ฤ)ทเนี่ยไม่มีการทำงานอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนะคะแล้วไอ้ตัวที่ตีกับosimodelเนี่ยข้อดีข้อเสียเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะsmcpอธิบายไปแล้วมันคืออะไรทำงานอย-่-ั(า)งไรตัวงs(f)tpลองหาดูสิว่านอกจากส่ง...รับส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วมีอย่างอื่นอีกไหมtcpthree-wayhandshakeอาจารยx(-์)พูดยังไงไม่เข้าใจไม-่ม-ีคนอื่นที่ไฟล์เป็นรูปภาพไม่เข้าใจมากกว่านี้หรือเปล่าลองหาดูนะคะทำในห้องน่าจะเสร็จเดี๋ยวทำส่งในclassroomเหมือนเดิมก็ทำในwordนะคะก็เอา5ข้อนี้แหละเริ่มทำเลยเดี๋ยวอาจารย์เดินดูด้วย
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-17 23:29:43
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}