Accuracy : 83.67%
Insertion : 735
Deletion : 2126
Substitution : 569
Correction : 18315
Reference tokens : 21010
Hypothesis tokens : 19619
(ดร.เกวลี)ก็อันนี้จะเป็นเนื้อหานะคะหลังจากMidteป-ิด(rm)เท(ป)-็อม(น)บทที่6นะคะจะเกี่ยวข้องกับการจัดการที่อยู่ของเครือข่ายแล้วก็FirewallนะคะหมายเลขIPAddressเนี่ยจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า"NAT"นะคะNแน(-)A-Tนทnat(-ี่)ก็คือการแปลงความหมายหรือแปลงที่อยู่ของเครือข่ายนั้นๆโดยเครือข่ายเนี่ยเราจะใช้หมายเลขIPAddressนะคะเป็นสิ่งที่ระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ในการรับส่งข้อมูลเช่นคอมพิวเตอร์ที่นักศึกษาใช้อยู่ตอนนี้แต่ละเครื่องก็จะมีหมายเลขIPAddressที่ไม่ซ้ำกันนะคะเพื่อเป็นตัวระบุต้นทางแล้วก็ไปลายทางว่าเครื่องไหนส่งไปหาใครหรือเครื่องไหนจะเป็นผู้รับคแม่(ล้)ขายๆกับทะเบียนบ้านเราอ(น)-่ะค่ะหมายเลขบ้านเลขที่ซึ่งปัจจุบันเนี่ยอุปกรณ์มันก็มีเพิ่มขึ้นเยอะมากนะคะการใช้งานอินเทอร์เน็ตก็มากขึ้นเช่นเดียวกันไม่ได้มีเพียงแค่ในคอมพิวเตอร์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ก็จะมีหมายเลขIPAddressเช่นเดียวกันโทรศัพท์เราก็มีนะคะเหมือนกับที่ว่าทำไมเวลาเห็นข่าวทำไมเขาตามจับได้ว่าใครเป็นคนโพส-ูด(ต์)หมิ่นประมาทใครเป็นคนโพสต์ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องบนเครือข่ายทำไมเขาตามจับได้ทั้งๆที่เราเปลี่ยนFacebookไปแล้วเราเปลี่ยนInstagramไปแล้วเราเปลี่ยนTikToไปตอบ(k)ไปแล้วทำไมเขายังตามตัวได้เพราะหมายเลขIPของโทรศัพท์ที่เขาเล่นมันไม่ได้เปลี่ยนเขาก็ถามตัวเจออยู่แล้วนะคะแล้วด้วยเทคโนโลยีการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่รวมถล(-ึ)งคอมพิวเตอร์เนี่ยมันมีเยอะมากหมายเลขIPมันเลยไม่เพียงพอต่อความต้องการใ(ค)กล้ายๆกับเลขทะเบียนรถยนต์แต่ละที่มันก็จะเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วก็จะไม่ซ้ำกันเมื่อก่อนตัวหนังสือที่ใช้ในรถยนต์จะใช้ตัวหนังสือแค่ตัวเดียวเดี๋ยวนี้มันไม่พอเขาก็เพิ่มตัวอักษรเป็น2ตัวถ้าจังหวัดไหนมีรถจำนวนมากๆเช่นกรุงเทพฯแค่ตัวหนังสือ2ตัวมันก็ไม่พอเขาก็จะเพิ่มตัวเลขเข้าไปข้างหน้าอีกนะคะดังนั้นคล้ายๆกับเครือข่ายน-ี-่แหละค่ะพอมันคนใช้งานเยอะมากๆมันก็ต้องมีวิธีการแก้ไขทำอย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะปัญหาแผน(การ)ที่ที่อยู่ของคอมพิวเตอร์ไม่พอทำอย-่-ั(า)งไง(ร)ให้มันใช้ได้แล้วก็ยังปลอดภัยด้วยอันนี้คือการตั้งคำถามแล้วก็การหากระบวนการแก้ปัญหานะคะเขาเลยใช้ตัวแนะ(NAT)นำตัวนี้N-A-na(T)นtee(-ี่)นะคะเป็นตัวก-ัน(าร)ทางออกในการแก้ไขปัญหาซึ่งตัวนะเ(NAT)นี่ยมันเป็นมาตรฐานหนึ่งของการทำงานด้านเครือข่ายตั้งแต่ปี1994แล-้ะ(ว)นานมากนะคะมันก็สามารถแปลงIPAddressหลายๆตัวนะคะเหมือนเช่นในห้องคอมพิวเตอร์ห้องนี้มันอาจจะมีIPAddress20กว่าเครื่องก็จริงแต่อาจจะเปลี่ยนให้เป็นIPAddesS(s)เดียวนะคะในการติดต่อกับเครือข่ายอื่นก็ได้นะคะอย่างเช่นด(ถ)-้ามันจำเป็นนี่บางทีการเข้ารหัสข้อมูลมันเยอะมากๆแต่ว่าอาจจะแปลงIPAddressให้เป็นตัวเดียวเป็นการรับส่งข้อมูลในห้องนี้แล้วก็มีตัวSwitchสวิต(อ)-ีช-์(ก)ตัวหนึ-่งในห้องนี้เป็นตัวกระต(จ)-่ายไปตามIPAddressย่อยที่ใช้งานจริงในห้องนี้นะคะแต่เวลาเราออกใช้งานออกข้างนอกเนี่ยมันก็จะแปลงให้เหลือแค่IPAddresส-ี(s)เดียวเพื่อให้ปริมาณIPAddressนPได(-ั)-้นไม่เยอะมากนะคะหลักการทำงานทั่วไปนะคะในระบบเครือข่ายของทุกที่ภายในองค์กรต่างๆเนี่เขาก็มย(-ี)เครื่องServerนะคะเครื่องServerนี้จะกำหนดIPAddressภายในองค์กรนะคะเรียกว่าIPAddressแบบ"ส่วนตัว"นะคะส่วนมากก็จะขึ้นต้นด้วย192.168.0.1หรืออาจจะเป็น10.0.0.1เป็นต้นนะคะอันเนี้เป็ย(น)Serverขององค์กรนั้นๆเป็นคนกำหนดแต่พ-่อIPไ**(A)dres*****(s)ที่ออกไปสู่ระบบภายนอกจริงๆจะไม่ใช่เลขพวกนี้นะคะโดยIPAddธีร(r)eเดช(ss)เหล่านี้นี่มันจะไม่สามารถนำไปใช้บนระบบอินเทอร์เน็ตได้ถ้าไม่ทำการแปลงเส-ี-ั(ย)กอ-่อนนะคะก็คือเหมือนถ้าเราไม่ลงทะเบียนหรือเราไม่ยืนยันตัวตนการแปลงIPAddressก็จะทำไม่ได้นะคะซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการ"r(R)egisterIP"ก็คือก-ัน(าร)ยืนยันหรเด-ี๋(-ือ)ยวลงทะเบียนIPไ*(A)ddre******(ss)นั่นแหละตัวอย่างเช่นคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ปัจจุบันตอนนี้ในห้องนี้เป็นเครือข่ายภายในมหาวิทยาลัยโดยServerมหาวิทยาลัยกำหนดให้ขึ้นต้นด้วย192.168ในห้องนี้ก็จะเป็น192.168จ(.)-ุด1.28นะค1(ะ)ซึ่งเป็นIPAddressภายในองค์กรแต่ถ้าเราจะใช้อินเทอร์เน็ตภายนอกเช่นเราจะเล่นf(F)acebookนะคะดูYouTubeIPของเราจะเปลี่ยนไปนะคะโดยมันจไม่ใ(ะ)มช-้(-ี)อุปกรณ์ที่เรียกว่า"Router"นะคะหรือ"Swiftch"เป็นอุปกรณ์ที่แปลงหมายเลขIPของเราเพื่อให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้นะคะโดยสรุปก็คือไอ้ตัวเล็(NAT)กเนี่ยมันจะเปลี่ยนIPAddressแบบภายในให้กลายเป็นIPAddressสาธารณะเพื่อให้สามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้นะคะซึ่งหมายเลขเหล่านี้จะเป็นแบบสุ่มโดยผู้ให้บริการอินเทอร-์เน็ตอย่างเช่นมหาวิทยาลัยเราใช้เน็ตของเ(N)Tป-็น(NT)ทีก็จะเป็นคนแปลงหมายเลขIPAddressให้เรานะคะรวมทั้งการที่เราใช้Nเน็(AT)ตเนี่ยมันยังช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายเราด้วยนะคะเพราะว่าNATเน-ี-็ต(-่)มันจะซ่อนIPAddressจริงๆของเราไว้นะคะมันจะถูกแปลงโดยตัวก(ผ)-ู-้ให้บริการอินเบ(ท)อรเน-์37(-็ต)นะแต่IPAddressไ*******ได้จริงๆเราเนี่ยบุคคลภายนอกจะไม่รู้นะคะโดยการทำNแหน(AT)บหลักง(ๆ)มี2อันนะคะมีs(S)taticกับDynamicดค**(-้วย)ไอ้ตัวNAเล-็(T)กเนี่ย(S)staticอันแรกก็คือเป็นการตั้งค่าแบบคงที่นะคะก็จะเป็นการแปลงหมายเลขIPAddressแบบ1หนึ่งต่อห(1)น-ึ่งนะคะหมายเลขภายใน1เครื่องก็จะแปลงเป็นIPAddressของเครือข่ายภายนอกอ-ีก1หมายเลขนะคะซึ่งส่วนมากมันจะทำกับเครื่องServerภายในองค์กรนะคะอันนี้จะผ่านภายในนะคะเพื่อใช้งานภายนอกเมื่อ…ไม่ได้ผ่านไอ้ตัวผู้ให้บริการอินเต(ท)อร์เน็ตนะคะมันจะใช้Serverภายในองค์กรซึ่งแตกต่างจากตัวDynamicนะคะมันจะเป็นแบบRandomนะคะไม่ได้แบบห(1)นึ่งต่อ1หน(เ)-ึ่งไม-ื-่อก-ี-ิ(-้)น-ี้แล้วเพราะว่าIPAddressของเครือข่ายภายในเนี่ยมันจะมีจำนวนเยอะมาก…ใช้งานนะคะมันก็จะสร้างIPAddressใหม่เรียงตามหมายเลขไปเรื่อยๆตามลำดับใคห-้(ร)เข้าใช้งานก่อนก็ได้หมายเลขIPต้นๆต้(มั)นก็จะเป็นการตรวจสอบด้วยว่าใครเข้าใช้งานตอนไหนนะคะจะไม่ได้แบบยึดเฉพาะนะคะแบบs(S)taticคือคุณใช้วันนี้เลขเป็นแบบนี้คุณใช้วันถัดไปเดี๋ยวก็ยังจะเป็นเลขเดิมแต่แบบDyไดน(n)amาม-ิก(ic)ไม่ใช่ใครมาก่อนได้เล-่(ข)นก-ั-้นก่อนนะคะไม่ได้เกี่ยวข้องกับp(F)ic(x)kตายตัวว่าเลขนี้จะเป็นของใครนะคะประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้Nแนท(AT)นะคะก็คือเราสามารถเก็บรักษาIPAddressที่จดทะเบียนไว้ถูกต้องแล้วเก็บไว้นะคะเพื่อใช้เชื่อมต่ออินเต(ท)อร์เน็ตแล้วก็การออกแบบเครือข่ายถ้าเราท้องออกแบบด้วยน(N)Aะเ(T)นี่มยกา(-ัน)รบริหารจัดการได้ง่ายนะคๆ(ะ)แล้วก็ถ้าจะติดต่อกันภายในองค์กรใช้เครือข่ายเดียวกันถ้าเราใช้แ(N)Aนท(T)มันก็สามารถส่งข้อมูลได้เร็วกว่าเพราะว่ามันจะอ้างอิงหมายเลขของa(A)ddressภายในองค์กรนะคะไม่ต้องการอ้างอิงที่อยู่ซ้ำซากนะคะมีความปลอดภัยเพราะว่าเราจะซ่อนIPAddressของเครื่องขององค์กรของเราไว้นะคะแล้วจะมีหมายเลขIPAddressอีใน(ก)ชุดหนึ-่งสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายนอกนะคะแต่ข้อเสียก็คืออ-ุปก-่อน(รณ์)ที่ใช้งานด้วยเนี่เป็ย(น)อุปกรณ์ช(ค)-่อนข้างเฉพาะแล้วก็ทำให้การติดตั้งระบบค่อนข้างยากนะคะต้องอาศัยผู้เช****(-ี่ย)วชาญระดับหนึ่งนะคะบางครั้งถ้าเล่นอินเต(ท)อร์เน็ตนะคะมันก็อาจจะเกิดการหน่วงเวลาหรือว่าด(D)elay-ีเลย์เพราะว่าAddressของคนภายในองค์กรบางทีมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆมันก็ทำให้เกิดการ..ล(.)เวลานักศึกษามาถึงเรียกว่า"Lag"แ(ก)รด(ะ)ต-ุกบ้างบางทีมันไม่ได้เป็นกับสมรรถนะของอุปกรณ์ที่คุณใช้บางทีมันเกิดขึ้นจากการที่อินเต(ท)อร์เน็ตมีคนใช้เวลา…ใช้ทำงานร่วมกันในเวลานั้นพร้อมกันหลายๆคนแล้วไม-ั-่(น)มีการสับเปลี่ยนIPAddressขึ้นมามันก็เลยทำให้คุณรู้สึกว่าเล่นเกมทำไมมันกระตุกหรือทำงานหรือว่าดูคลิปว-ี(-ิ)ดีโอทำไมมันชข(-้)าอันนี้ก็ส่วนหนึ่งของการที่มันจะมีการด(D)el-ีเลย(ay)-์ในการเปลี่ยนIPAddressให้(ภาย)ในองค์กรนะคะต่อมาFirewaไฟบ่(ll)เนื้อหาที่จะเรียนFirewallน-ี้ไฟว(มี)อยู2(-่)5ข้อนะคะก็จะเป็นเกี่ยวกับการหลักการทำงานโปรโตคอลTCP/IPนะคะโปรโตคอน(ล)ในระดับApplicationโปรโตข(ค)อง(ล)ในระดับTransportl(L)ayerแล้วก็ระดับNetworkl(L)ayerนะคะFireไฟร์ว(w)aอลล(ll)-์คืออะไรนะคะถ้าเราเปรียบเทียบFirewallกับการรักษาความปลอดภัยภายนอกนะคะทางด้านกายภาพFirewallของคอมพิวเตอร์ก็จะเหมือนกันการที่เราล็อค(ก)ประตูแล้วมีคีย์การ์ดมีบัตรผ่านเข้า-ออกมียามเฝ้าถ้าคุณไม่มีบัตรผ่านคุณก็ไม่สามารถเข้าหรือไม่สามารถออกได้นะคะหน้าที่หลักของFirewallมีอยู่2แบบอันแรกก็คือการกรองการจราจรทางเครือข่ายนะคะพ(ท)-ี่เข้ามาในเครือข่ายภายในนะคะซึ่งสิ่งเหล่านี้มันมาจากภายนอกอยู่แล้วถ้าสิ่งที่ภายนอกจะเข้ามาจะต้องผ่านตัวFirewalรอ(l)ก่อนคัดกรองก่อนนะคะหลังจากนั้นก็จะมีการควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ควบคุมแค่ภายนอกภไปไห(ายใ)นก็ควบคุมนะคะเช่นสมม-ุติว่ามหาวิทยาลัยเราเห็นนักศึกษาเล่นTiติ-๊(k)Tกต๊(ok)อกเยอะถามว่ามหาวิทยาลัยล็อค(ก)ได้ไหมไม่ให้ใช้Tiต(k)Tokล-ิ๊กต-๊(-็)อกได้โดยใช้Firไ(e)waฟวอล(ll)ไม่ให้เล่นFacebookก็ล็อกไม่ให้เล่นFacebookทำได้นะคะเว็บไซต์ไหนไม่เหมาะสมเราสามารถตั้งค่าFirewallไม่ให้เขาสามารถออกไปดูได้นะคะซึ่งการลงทุนกับการติดตั้งFirewallเนี่ยเราก็ต้องวิเคราะห์ว่ามันสัมพันธ์กับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการโจมตีทางเครือข่ายไหมนะคะบางคนบอกว่าไม่มีก็ได้ไม่เป็นอะไรหรอกมันจะมีFirewalไฟวอล(l)ที่เป็นมาตรฐานที่ติดตั้งมากับระบบปฏิบัติการWindowsอยู่แล้วไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมก็ได้แต่บางคนก็พูดว่าถ้าไม่มีFirewalไฟวอล(l)ถ้าใครเล่นเกมออนไลน์นี่บางคนเขาจะปิดFirewallไว้นะคะเพราะว่ามันก็จะมีโปรแกรมส่วนเสริมต่างๆเนี่ยมันจะใช้งานไม่ได้เพราะว่าFirewไผบ(a)l-่แ(l)ม-่(-ั)นอาจจะมองเห็นว่าเป็นภัยคุกคามหรือเปล่ามันจะไม่ให้เข้าหรือไม่ให้ใช้งานนะคะซึ่งFirewallนีสว(-่)ถ้าสมมุติเราปิดหรือเราลบออกเราไม่อยากให้มันมีเขาบอกว่าเหมือนกับเราเปิดประตูบ้านทิ้งไว้นะคะหรือเราไม่มีรั้วบ้านบางคนบอกว่ามีรั้วขโมยมันก็เข้าได้อยู่ดีแต่เฉั(ช่)นเดบ-ื(-ี)ย-่อ(ว)กับการมีFireไ(w)aฟวอ(ll)ถามว่าบางทีถ้าเป็นคนที่มีความสามารถสูงในการบุกรุกเครือข่ายเนี่ยเขาทำได้ไหมทำได้แต่มันจะถค-ุ้ม(-่วง)เวลาให้เขาทำได้ช้าลงเราก็อาจจะรู้ตัวแล้วก็ป้องกันได้เร็วขึ้นนะคะม-ี-่ก็ดีกว่าไม่มีนะคะหรือบางคนบอกว่าFirewallในWindowsมีแล้วก็เหมือนมีกุญแจล็อค(ก)บ้าน1ชั้นบางคนบอกว่าอยากให้ปลอดภัยมากกว่านั้นก็เหมือนเราคล้องกุญแจเพิ่มไปอีกก็แล้วแต่การลงทุนนะคะหรือการให้ความสำคัญกับFirewallขององค์กรนั้นๆโดยการตั้งค่ารูปแบบการเชื่อมต่อของFirewallนี่ก็เป็นปราการด่านแรกนะคะเหมือนรั้วบ้านเรานี่แหละนะคะไม่ว่าจะเข้าหรือออกนะคะถ้าเป็นจากภายนอกก็จะเป็นทางอินเต(ท)อร์เน็ตนะคะเครือข่ายสำนักงานต่างๆหรือด้วยตัวคอมพิวเตอร์เองนใ(ะ)ครวะFirewalเ(l)นี่ยเป็นเหมือนยามเฝ้าประตูนะคะถ้5(า)โดยทั่วไปแล้วถ้าเรามีการเปิดการใช้งานFirewallนะคะพ(ท)-ี่มีมาตรฐานเพียงพอในการรักษาความปลอดภัยถ้าเป็นข้อมูลที่ไม่มีปัญหาอ(ห)ะไร-ือเป็นข้อมูลที่ปลอดภัยมันก็จะอนุญาตให้สามารถทำการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้แต่ถ้าข้อมูลนั้นFireไ(w)aฟวอ(ll)มันคัดกรองแล้วว่ามันไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่ส่งมาหรือโปรแกรมที่กำลังจะพยายามเปิดขึ้นมามันไม่น่าเชื่อถือมันก็จะสั่งปิดกั้นแล้วก็หยุดกระบวนการนั้นๆทันทีนะคะอันนี-่(-้)คือความสามารถเ(ค)รข-้(-่)าวๆของFirewallต่อมาเป็นโปรโตคอลTCtcp(P/)IPนะคะหรือว่าเป็นข้อตกลงในการเชื่อมต่อแล-้ะ(ว)กันนะคะตัวโปรโตคอลTCP/Iละครพีพีเ(P)นี่ยนะคะมันจะใช้งานร่วมกับFirewallเไฟ(พ)รา-์(ะ)ว-่อล(า)ล์Firewallเนี่ยจะใช้ข้อมูลจากPackageข้อมูลนะคะแล้วพิจารณาว่าจะข้อมูลต่างๆเนี่ยเวลาเขาส่งมาทางเครือข่ายเขาจะแพ็ค(ก)มาเป็นก้อนคล้ายๆกับห-่อพัสดุมาให้เรานะคะเขาเลยเรียกว่า"Package"ก่อนที่จะใช้ข้อมูลนี่เขาจะพิจารณาว่ากล่องที่ค(ห)-ุ้มข้อมูลอันน-ีะเ(-้)นี่ยมันน่าเชื่อถือไหมจะอนุญาตให้ผ่านหรือเปล่าการควบคุมการเข้าถึงFirewallเนี่ยมันเลยทำได้หลายระดับหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับชนิดแล้วก็เทคโนโล-ิค(ยี)ที่เอามาใช้นะคะจะให้กำหนดว่าให้มันมีการให้บริการอะไรได้บ้างให้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตจากที่ไหนได้บ้างหรือข้อมูลจากตรงไหนที่จะอนุญาตให้สามารถเชื่อมต่อกับเราได้นะคะไอ้ตัวที่TCP/Iเ(P)นี่ยมันเป็นข้อตกลงหรือเป็นทางคอมพิวเตอร์เรียกว่าโปรโบทละ(ต)คอร(ล)นะคะข้อตกลงในการสื่อสารภายในเครือข่ายส่วนบุคคลนะคะตัวIntrอินเท(a)netกอร์เน-็ตคือใช้งใ(า)นภายในองค์กรก็ตัวเ(E)xtra***ทร(n)eาเ(t)น็ตก็คือใช้ระหว่างองค์กรถ้าติดต่อกับภายนอกก็ใช้อินเทอร์เน็ตนะคะโดยTt(C)Pcp(/)IPเนี่ยมันจะมีอยู่4ชั้นนะคะส(4)La-ีเบ(y)ersมเยอร-์(-ี)Applicationl(L)ayer,Transportl(L)ayer,Networkl(L)ayerแล้วก็NetworkInterfaceอันนี-่(-้)คือสิ่งที่TCP/4tcp(IP)ทำงานร่วมกัน4ส(L)ayer-ีเบเย(น)ะอร์(คะ)มันก็จะมีโปรโต-ัว(คอ)ละครที่เกี่ยวข้องอีกเช่นOSIm(M)odelหรือOSIl(L)ayerอีกนะคะก็จะมีอยู่7l(L)ayerเมื่อกี้Tท-ี(C)P-่พี่(/IP)มีส(4)La-ีเบ(y)erถ้เยอร-์(า)5OSIนี่มี7l(L)ayerเ(น)ะคะโดยตัวOบอร์โทรไอ-้เ(SI)นี่ยมันก็จะอธิบายถึงแนวคิดนะคะคุณสมบัติพิเศษมาตรฐานการทำงานของการสื่อสารนะคะแบ่งการทำงานอินเทอร์เน็ตเป็นชั้นๆออกแบบมาเนี่ยก็จะเป็นมาตรฐานปัจจุบันก็ยังใช้อยู่นะคะเป็นมาตรฐานในการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลนะคะซึ่งบรรจุไปด้วย7ชั้นหรือ7l(L)ayerเนี่ยก็จะมีหน้าที่การทำงานแตกต่างกันไปอันนี้เป็นการเปรียบเทียบระหว่างTt(C)Pcp(/)IPที่มี4ชั้นกับOSIก็จะมี7ฉ(ช)-ั-้นนะคะโดยTCt(P)/cpเ(IP)นี่ยมีแนวคิดพื้นฐานที่แตกต่างจากOSIคือมันไม่ได้มีพื้นฐานการสื่อสารในการสนทนานะคะมันจะใช้เครือข่ายสากลแทนที่ทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายกำหนดเส้นทางให้กับข้อมูลเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วนะคะระหว่าง4ชั้นกับ7ชั้นของทั้งส(2)องโมเดลจะเห็นว่ามีบางฉ(ช)-ั-้นที่เราสามารถกำหนดคุณสมบัติได้ใกล้เคียงกันแต่บางท่า(ชั้)นก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยก็มีนะคะบางชั-้นก็ไม่สัมพันธ์กันเลยก็อยู่ที่ว่าการทำงานของเรามันเหมาะสมกับการทำงานแบบไหนต้องการความละเอียดหรือว่าต้องการความรวดเร็วในการสื่อสารก็แล้วแต่นโยบายขององค์กรนั้นๆที่เขาจะเลือกใช้โมเดลไหนนะคะซึ่งการรับส่งข้อมูลในTCPtcp(/)IPเนี่ยมันจะเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีการส่งแบบเฉพาะเจาะจงนะคะมันจะมีการกำหนดชุดของขั้นตอนการทำงานแล้วก็กฎระเบียบที่ต้องทำการตกลงกันไว-้ตั-้งแต่แรกนะคะคอมพิวเตอร์พ(ท)-ี่จะส่งข้อมูลระหว่างกันจะต้องใช้ข้อตกลงเดียวกันหรือว่าใช้โปรโตคอลเดียวกันใช้ระเบียบเดียวกันจะต้องมีการกำหนดHeเฮด(a)dเด(e)อร์Headerก็คือก่อนที่เราจะส่งข้อมูลไปเนี่ยอย่างที่อาจารย์บอกเขาจะแพ็ค(ก)ให้เป็นเหมือนพัสดุคุก-ู(ณ)จะต้องแปะหัวข้อหรือแปะรายละเอียดในการส่งทุกครั้งนะคะส่งให้ใครครั้งที่1เขาก็จะแปะข้อมูลว่าเขาได้รับแล้วครั้งที่2ก็จะไ(แ)ปะอันที่2ครั้งที่3ก็จะแปะที่3ใ(ค)กล้ายๆกับถ้าพูดง่ายๆให้เห็นภาพคือการส่งหนังสือราชการใครเป็นคนรับคนแรกเซ-็นใครเป็นคนรัก(บ)คนที่ส(2)องเซ็นให้เป็นคนอ่านคนที่3เส้(ซ็)นไปเรื่อยๆนะคะทุกคนต้องเซ็นอ่านแล้วก็ต้องเซ็นรับทราบอย่-ัน(าง)นี้เป็นต้นโดยกระบวนการสื่อสารหลักนะคะก็จะอนุญาตให้Packageหรือพัสดุที่ผ่านการคัดกรองแล้วผ่านไปได้นะคะซึ่งส่วนใหญ่จะพิจารณาในส่วนของHeaderในLayระยะ(er)ที่3ล(น)ะคะโปรโตคอลต่อมาหรือข้อตกลงต่อมาในระดับApplicationนะคะก็จะเป็นชั้นบนสุดเป็นฉ(ช)-ั-้นข(ท)-ี-่พูด-้ป(ง)-่-ุ-้(า)ยๆไง(ก็)คือมันเป็นส่วนของการทำงานหน้าจอหรือInterfaceเราสามารถมองเห็นข้อมูลได้มองเห็นการสั่งงานได้นะคะโปรโตคอลที่ใช้งานบ่อยๆก็จะเป็นพวกd(D)omainn(N)ameServerd(D)Nns(S)นะคะHTTP,HTTPS,SMTP,POPะhttphttpssmtppop3(,)Iimap(MAP)นะคะSsn(N)Mmp(P)เนี่ยพรุ(วก)-่งนี้จะเกี่ยวข้องกับการส่งอีเมลแต่งemailf(F)Ttp(P)ก็คือf(F)ilet(T)ransferp(P)rotocalเนี่ยจะเป็นเกี่ยวกับการส่งข้อมูลที่เป็นไฟล์ระหว่างกันนะคะDNSนะคะเป็นbnsโดเมนเนมทำหน้าที่คล้ายๆกับสมุดโทรศัพท์ถ้าเราต้องการจะสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ในเครื่องอื่นในเครือข่ายเราก็ต้องไปสอบถามIPไอ้พีนะคะที่d(D)omainn(N)ameServerก่อนนะคะถ้ามันไม่มีข้อมูลหาให้ไม่ได้นะคะไม่ได้จดไว้ก็จะต้องค้นหาข้อมูลโดยอาจจะลองข-้อไง(ป)ที่Serverอื่นก็ได้นะคะเชฉ-ั(-่)นอยากส่งข้อมูลไปบริษัทนั้นIPAddressคืออะไรเวลาคอมพิวเตอร์ส่งข้อมูลหากันเขาจะไม่ดูว่าชื่อเว็(www)บอะไรมันจะเอาIPAddressของเว็บนั้นๆลิงก์ไปที่เครื่องServerที่เก็บข้อมูลอยู่นะคะเหมือนเขาอยากดูข้อมูลราชภัฏสกลนครคอมพิวเตอร์มันไม่ได้หาเจอคำว่า"มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครd(.)otac.th"ไม่ใช่มันจะต้องไปดูว่าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเราเนี่ยคือIPAddressอะไรแล้วมันถึงจะเข้าไปดูข้อมูลในServerที่IPAddresS(s)นั้นๆชี้ทางไปนะปร(ค)ะต่อมาณเป็นHTTPhttpมั(ก็)นจะเป็นการร-ับ-ส่งข้อมูลหรือรับและ(-)ส่งไฟล์HTMLนะคGmail(ะ)ก็คือภาษาที่เราใช้เขียนเว็บนั่นแหละนะคะซึ่งตัวHTTPhttpเนี่ยมันก็ทำงานแบบc(C)lientServerเครื่องแม่ข่ายกับเครื่องลูกข่ายมีHostทำงานที่เรียกว่า"เคร-ื-่องแม่ข-่าย"Serverนะคะเป็นw(W)ebServerก็ให้บริการในส่วนของการให้ข้อมูลให้บริการข้อมูลเว็บนะคะส่วนเครื่องลูกข่ายก็จะเป็นโปรแกรมพวกWebBrowser,GoogleChrome,i(I)nternete(E)xplorerจะเป็นตัวที่ร้องขอให้เครื่องServerนะคะแสดงข้อมูลHhtml(TML)น-ัา(-้)นๆให้เราดูหน่อยนะคะเราร้องขออะไรไปServerก็จะส่งข้อมูลนั้นกลับมาแสดงผลให้เรากับอีกอันหซ(น)-ึ่งเป็นHht(T)Ttps(PS)นะคะก็คือเพิ่มความปลอดภัยนะคะอันนี้อาจเ(า)รยา(-์)เคยพูดแล้วนะคะว่าเป็นการเข้ารหัสข้อมูลเพิ่มขึ้นระหว่างServerกับBrowserนะคะให้ใช้งานได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นจากHThttp(TP)ธรรมดานั่นเองนะปร(ค)ะต่อมาณเป็นs(S)MTmtp(P)ก็จะเป็นเกี่ยวกับการส่งรับ-ส่งอีเมลนะคะไอ้ตัวs(S)Mmtp(TP)เนี่ยก็จะทำหน้าที่ส่งอีเมลจากเ(S)erveซิร์ฟ(r)เวอร์ของผู้ส่งไปยังเ(S)erveซิร์ฟ(r)เวอร์ของผู้รับนะคะส่วนมากจะเป็นเกี่ยวกับServerอีเมGmail(ล)ระหว่างองค์กรหรือภายในองค์กรเขาจะนิยมใช้ตัวแบบนี้นะคะต่อมาเป็นPป-๊อ(OP)ปนะคะก็จะเป็นข้อตกลงในการใช้อีเมลในส่วนของเครื่องลูกข่ายนะคะเช่นถ้าบางบริษัทตอนนี้ก็ยังใช้โปรแกรมMicrosoftOutlookในการดูข้อมูลอีเมลนะคะมาเก็บไว้ที่Serverเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เลยไม่จำเป็นจะต้องเปิดผ่านเว็บทุกครั้งแค่คุณเปิดโปรแกรมนี้ขึ้นมาคุณก็สามารถอ่านอีเมลได้แม้จะไม่มีอินเทอร์เน็ตมันก็ยัง...เหมือนดึงข้อมูลมาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เราแล้วนะคะก็สามารถดูตอนไหนก็ได้ตประ(-่อ)มาณเป็นIMAPนim(ะ)คap(ะ)ก็จะเป็นข้อตกลงในการจัดการกล่องข้อความนะคะจัด...เข้ามาเช่นสร้างโฟลเดอร์จัดเก็บอีเมลได้แสดงรายละเอียดว่าอีเมลนั้นได้ถูกเปิดอ่านแล้วหรือยังเช่นการทำงานของGmailเป็นอีเมลของGoogleน-่ะค-่ะตอนนี้ก็คุณก็สามารถสร้างโฟลเดอร์ได้นะคะบางอันเรายัง...เราอ่านแล้วเราไม่สนใจเราอาจจะทำเป็นเครื่องหมายว่าอ่านแล้วแต่จริงๆเราไม่ได้กดอ่านก็ได้อะไรอย่เ(า)งน-ี้ยนะคะอันนี้เป็นสถาปัตยกรรมของก-ัน(าร)ส่งอีema(เ)มil(ล)นะคะก็ทำงานร่วมกันทั้งSsm(M)Ttp(P)แล้วก็Pop(OP)รวมถึงIMไอ-้แ(AP)หม่มทั้ง3ส่วนนี้สามารถทำงานร่วมกันได้นะคะเพราะว่าServerในปัจจุบันเนี่ยมันให้บริการครอบคลุมไม่ว่าคุณจะใช้บริการอีเมลชนิดไหนนะคะServerก็สามารถจัดการรับ-ส่งข้อมูลอีเมลให้คุณได้เไอ(ช)-่นเด-้หน(-ี)ย-ูแ(ว)ก-่(-ั)นเมื่อก่อนไม(นี)-่ต้องระบุเลยว่าคุณจะใช้อ(โ)-ุปกรโณ์(ตค)อะ(ล)ไหร(น)ในการรับ-ส่งอีเมลเดี๋ยวนี้ไม่ต้องนะคะคุณสามารถใช-้ร่วมกันทั-้ง3โปรโตละคอร(ล)เลยSNMPนะคะก็จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการจัดการเครือข่ายระหวขอ(-่า)งอุปกรณ์ต่างๆนะคะช่วยให้ผู้ดูแลระบบเนี่ยสามารถจัดการระบบเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็สามารถติดตามวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระบบได้ด้วยนะคะมันก็จะมีการส่งข้อมูลส่งแจ้งเตือนอะไรกลับมานะคะต-่อบมาเป็นftp(FTP)นะคะมันจะใช้สำหรับการถ่ายโอนไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์2ขึ้นไปจะต้องมีการกรอกu(U)sernamePasswordเพื่อยืนยันตัวตนนะคะเพราะว่ามันจะเป็นการส่งข้อมูลหากันช(ค)-่อนข้างโดยตรงนะคะถ้าเป็นเมื่อก่อนเนี่ยเวลาเราอัพ(ป)โหลดข้อมูลจริงๆแล้วเวลาทำเว็บไซต์คุณก็ต้องติดตั้งโปรแกรมที่สามารถใช้งานf(F)Ttp(P)ตัวนี้ได้นะคะเช่นเราจะเอ-ำ(า)ข้อมูลขึ้นไปบนเว็บไซต์เมื่อก่อนนะตอนนี้ตอนนี้เครื่องมือเราใช้เยอะมากแล้วใช้เครื่องมือสำเร็จรูปก็เยอะแต่เมื่อก่อนมันไม่ใช่มันจะต้องมีการเชื่อมต่อกับเ(S)erveซิร์ฟ(r)เวอร์โดยตรงเพื่อน(ท)-ำการอัพ(ป)โหลดข้อมูลขึ้นไปหรือดึงข้อมูลออกมานะคะเราก็ใช้ตัวftp(FTP)นี่แหละเป็นตัวกลางในการอัพ(ป)โหลดหรือดาวน์โหลดข้อมูลนะคะประ(ต่อ)มาณเป็นระดับชั้นTransportl(L)ayerนะคะก็มีการเชื่อมต่อแบบProcโพส(ess)ต-่อบ(P)roceกูเสร็(ss)จก็คืองานแต่ง(อ)งานนะคะมีการใช้Poพอร์(rt)ตใช้s(S)ocketซึ่งในตัวTransportl(L)ayerเนี่ยจะมีโปรโตค-ัว(อ)ละครหลักที่ใช้งานอยู่2ตัวก็คือTCPกับUtcputp(DP)นะคะตัวTCที-่(P)ๆเนี่ยเมื่อกี้มันเป็นTCPtcp(/IP)ใช่ไหมคะมันจะคนละอันกันนะคอ(ร)า-ัน(ว)นี้เป็นบัญ(T)Cช-ี(P)เฉยๆมันจะเป็นการเชื่อมต่อแบบส่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มีการรับประกันข้อมูลว่าถึงปลายทางแน่นอนถ้าข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มากๆเขาจะแบ่งPackageหรือแบ่งกล่องเป็นกล่องใ(ย)หญ-่อยๆแต่ตัวTCtcp(P)เนี่ยจะเป็นคนที่คอยทำหน้าที่ควบคุมว่าสมมติคุณย่อยเป็น3กล่องตัวTพ-ี่(CP)จะเป็นคนควบคุมว่า3กล่องนี้จะต้องถูกส่งไปให้ถึงผู้รับเหมือนกันแล้วพอถึงปลายทางมันจะมีตัวที่TCPน-ีะ(-่)คะคอยรวม3กล่องนใหญ(-ี้)-่ให้กลายเป็นกล่องเดียวเพป-ิ(-ื)-่อใหดLINE(-้)เปิดข้อมูลอ่านได้หรือเปิดข้อมูลดูได้นะคะซึ่งการสร้างการทำงานของตัวt(T)Ccp(P)เนี่ยเขาจะเรียกว่า"Three-ทีว-ี(W)ayHandshake"ก็คือเปacona(-็)นtic(การ)ส่งไปส่งกลับ3ขั้นตอนนะคะอันแรกถ้าเราจะส่งข้อมูลเราจะต้องส่งข้อความไปบอกก่อนว่าเราต้องการจะส่งข้อมูลนะพอปลายทางได้รับเขาจค-ำ(ะ)ตอบกลับมาพร้อมกับรหัสที่จะใช้รับหรือส่งข้อมูลนะคะพอเขาส่งกลับมาต้นทางก็จะแพคเอาPackaกจ(ge)ที่เรามีที่ต้องการจะส่งใส่รหัสหรือยู(ใส)-่ไ(H)eadeสเฮ็ด(r)เด้อที่เขาส่งกลับมาให้เราเพื่อเป็นการยืนยันว่าเต(ร)-่าเป็นคนที่ต้องการจะสื่อสารกับเขาจริงๆถ้5(า)ทำให(ได)-้ครบ3ข้อนี้ก็จะเริ่มกระบวนการรับ-ส่งข้อมูลจริงเกิดขึ้นนะคะลักษณะการทำงานจะเป็นแบวัน(บ)นี้ร้องขอไปก่อนพอขอร้องขอไปป-ุ(-ึ)-๊บเขาจะส่งรหัสกลับมาเพร(อ)าะส่งรหัสกลับมาก็แปะไปที่Packageแล้วก็ส่งกลับไปจะทำแบบนี้นะคะในกระบวนการรับ-ส่งจะมี3ขั้นตอนเลยเรียกว่า"Three-WaV(y)HandS(s)hake"นะคะโต-่อมาUudt(DP)อันนี้จะตรงข้ามกับTCPนะคะมtcp(-ัน)จะเป็นการส่งที่รวดเร็วทำได้เร็วกว่าไม่ต้องรอไม่ต้องร้องขออยากส่งส่งเลยแต่เชื่อถือไม่ได้ไม่รู้ว่าเขาจะได้รับไหมไม่รู้ว่าเขาจะตอบกลับหรือเปล่าข้อดีคือมันส่งได้เร็วส่วนมากเขาจะเหมาะกับการที่เป็นข้อมูลแบบBroบอร(a)dcast-์ดแคชก็คือส่งไปเลยใครได้รับก็อ่านใครไม่อ่านก็ไม่เป็นไรเหมือนก-ัน(าร)กระจายข่าวนะคะพูดให้เร็วใครไดเน(-้)ร-ี-่ย(-ับ)ไม่ได้หล(ร)-ับไม่รู้นะคะพูคุณ(ด)ไปก่อนซึ่งไม่มีการการันตีว่าการสื่อสารนี้จะมีคนตอบรับไหมไม่สนนะคะตัวTท-ี่(CP)ตีเนี่ยมันเลยมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเลยนิยมใช้บนอินเต(ท)อร์เน็ตมากกว่าแต่กล-ับอ(U)TPยู่ดีๆเนี่ยทำงานก็ทำงานเสร็จเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่าถูกไหมผิดหรือเปล่าไม่สนข้อมูลที่ส่งไปแค่ให้มั่นใจว่ามันไม่ได้เสียหายไปนะข(พ)อข้อมูลไม่เสียหายอะไรก็ส่งไปเลยไม่สนว่าจะมีอะไรตกหล่นหายไประหว่างทางหรือเปล่านะคะข้อผิดพลาดมันเลอะไร(ย)เยอะกว่าแต่มันส่งได้เร็วกว่าข้อดีมีแค่นี้นะคะต่อมาเป็นการสื่อสารในระดับNetworkนะคะก็จะมีการศึกษาหลักก็คือไอ(IP)พีและก็ไ(I)CMPนอซีเอ(ะ)คะIP-็มพีไอ้พี่ก็เกี่ยวข้องกับการรับส่งPaให(c)k-้เกด(age)อยู่แล้วนะคะICMicmpเ(P)นี่ยก็ใช้วิเคราะห์แล้วก็บริหารจัดการเครือข่ายอันนี้จะอยู่ในชั้นเดียวกันนะคะตัด-ู(ว)IPหรือว่าi(I)nternetProtoปตท(col)นะคะข้อตกลงในการจัดการที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตก็จะเป็นทั้งรับส่งแ(P)ackaพ็คเกจ(ge)ต่างๆค้นหาเส้นทางในการสื่อสารนะคะอันนี้ก็จะเป็นการให้บริการแบบConnectionr(l)atesเม(s)ก-ื-่(-็)อคืน(อ)ไม่สนจะถึงไหมไม่ถึงไม่รู้นะคะเป็นหน้าที่ของคนอื่นที่ต้องรับผิดชอบไปฉันมีหน้าที่ส่งนะคะคุณก็ค่อยมาเช็ค(ก)เอาวท์(-่า)ฉันส่งถูกไหมอะไรอย่างนี้นะคะดังนั้นการแก้ปัญหาก็คือเขาเลยให้ทำงานร่วมกับP(T)CPเลยเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลถึงแน่นอนไอ(IP)-้พีมันก็เลยเหมือนแบบเป็นการส่งจดหมายแบบธรรมดาไม่รู้ถึงตอนไหนอ(น)-่ะส่งไปเลยเน้นความเร็วส่งไปแล้วไม่สนแล้วเขาจะรับตอนไหนไม่รู้นะคะTCพี-่(P)ๆก็เลยมาช่วยเอาจากจดหมายธรรมดาเพิ่มลงทะเบียนให้นิดหนึ-่งนะคะเพื่อการันตีว่าถึงแน่นอนนะคะอุปกรณ์ที่ใช้ในการกำหนดเส้นทางเราจะเรียกว่า"Router"นะคะตัวไอ(IC)ซีMPเนี่ยมันก็จะเป็นตัวที่คอยรายงานข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างการส่งข้อมูลที่เป็นPackageต่างๆนะคะก็คือมันจับแจ้งข้อผิดพลาดของเครือข่ายนะคะแจ้งถ้ามีการใช้งานเครือข่ายเป็นปริมาณมากๆแบบผิดปกตินะคะเป็นตัวที่ช่วยค้นหาข้อผิดพลาดเช่นการเชื่อมต่อตัวนี้มันเชื่อมต่อกันได้หรือเปล่าโดยใช้คำสั่งว่า"Ping"นะคะเช่นPiย-ิง(ng)ไปหาคนนั้นสิเขาจะได้รับข้อมูลเราหรือเปล่าเขาออนไลน์อยู่ไหมนะคะรวมถึงการแจ้งการหมดเวลานะคะว่าในการสื่อสารครั้งนี้เขากำหนดเวลาไว้เท่าไหร-่เกินเวลาหรือยังนะคะโดยข้อตกลงในการเชื่อมต่อเครือข่ายเนี่ยมันก็จะมีวิธีการแล้วก็การทำงานบนลิงค(ก)-์ต่างๆนะคะการเชื่อมต่อบนเครือข่ายเนี่ยเราจะมองคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องหรืออุปกรณ์แต่ละอันเนี่ยเรียกว่า"Node"เปโห(-็)นดกล(-้)อนเป็นก้อนนะคะโดยโปรโตคอลจะประกอบไปด้วยทั้งe(E)thernetแล้วก็ตัวอ(A)RPNe-ัพเน-็(t)ตนะคะหน้าที่หลักนะคะก็จะเป็นการสื่อสารในแต่ละโหนดหรือแต่ละจุดที่กำหนดไว้ให้เป็นไปตามเส้นทางที่เรากำหนดผู้รับก็จะทำงานในทางกลับกันก็คือรอรับข้อมูลแล้วก็ส่งไปกับโปรแกรม…เอ้ยให้ฉ(ช)-ั-้นในการแปลงข้อมูลชั้นสูงขึ้นไปที่ใช้ทำงานร่วมกันนะคะก็จะมีการรับ-ส่งข้อมูลแบบนี้จากชั้นล่างสุดก็ค่อยๆส่งขึ้นไปชั้นบนสุดอินะคะEtheเทอร์เ(r)nน-็ต(et)คืออะไรเป็นเทคโนโลย-ี-่เครือข่ายหลักของเทคโนโลย-ิคก(-ีสา)รส-ุง(น)เทพ(ศ)นะคะแล้วก็เป็นเครือข่ายที่ใช้ภายในองค์กรหรือในท้องถิ่นมากที่สุดท-ั-้องถิ่นในที่นี-่(-้)ไม่ใช่บ้านเรหน-ู(า)นะมันจะหมายถึงLocalNetworโลโก้อ(k)นาหาร(ะคะ)ก็คือการใช้งานเครือข่ายภายในองค์กรนั่นแหละนะคะหรือว่าที่เราใช้ๆกันตอนนี้ก็คือLANanLocala(A)reaNetworkก็มีการรับส่งแบบCsu(S)MA/Ccceed(D)ก็คือเป็นการตรวจสอบการข(ค)-ับคัข้า(-่)งของการสื่อสารข้อมูลแบบคอขวดเหมือนข้อมูลเหมือนถนนน-ี-่ะค่ะวิ่งมา8เลนอยู่ดีๆเหลือ2เลนรถมันก็ต้องมาออกก-ันตรงปากขวดคลจะข(-้)ายๆก-็(-ั)บเราเทน้ำจแล้วแต่นะแต่(าก)ขวดขวดข้างล่างมันกว้างแต่ปากขวดมันแคบข(พ)อน้ำจริงๆแล้วเรา…เราจะเๆ(ท)ออกไม่เร็วเหมือนแก้วน้ำแก้วน้ำปากกับตัคร-ู(ว)แก้วมันเท่ากันเทปึ๊บน้ำไหลออกหมดพร้อมกันแต่ไอ้ตัวEอ-ิ(t)hernนเทอร์(et)เน-็ตเน-ี่ยมันจะมีตัวที่ช่วยจัดการก็คือถ้าสมม-ุติว่าปริมาณคนใช้งานมากๆสักพักโดนบีบให้เหลือ2เลนมันจะแก้ไขปัญหานั้นอย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะต-่อบมาตัวARอาบ(P)นะคะเป็นโปรโตคอลหรือเป็นวิธีการที่ใช้ในการค้นหาMa(A)Cca(A)ddressMaca(A)ddressจะเป็นหมายเลขหนึ่ข1(ง)นะคะแก(คล)-้ายไข(ๆ)บัตรประชาชนของเครื่องนะคะก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะเป็นตัวเลขที่แต่ละเครื่องไม่เหมือนกันนะคะก็เป็นอีกตัวหนึ-่งที่ไว้ในการยืนยันว่าต้นทางปลายทางนะคะเป็นคนที่เราต้องการจะส่งข้อมูลจริงไหมนอกจากร้องขอIPAddressแล้วตัวARคับ(P)เนี่ก็จย(ะ)ร้องขอMaca(A)ddressมาเพื่อระบุตัวตนอีกครั้งหนึ่งเหมือนกันนะคะวันนี้เลยมีงานให้ทำนะคะจะให้หาข้อมูลเพิ่มเติมว(อ)-ันนี้ทำเป็นท้ายบทเนาะทำวันนี้ก็น่าจะเสร็จลองหาข้อมูลเพิ่มว่าไอ้ตัวs(S)taticแนท(NAT)กับDynamicแนท(NAT)เนี่ยไม-ั-่(น)มีการทำงานอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนะคะแล้วไอ้ตัวTCP/Iที่ต-ี(P)กับOSIm(M)odelเนี่ยข้อดีข้อเสียมันเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะSMCPอาจาsmcp(รย์)อธิบายไปแล้วมันคืออะไรทำงานอย-่-ั(า)งไรตัง(ว)Fstp(TP)ลองหาดูสิว่านอกจากส่ง...รับ-ส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วมีประโยชน์อย่างอื่นอีกไหมนะคะTCPThree-WayHandshaCT(k)eอาจารยX(-์)พูดยังไงไม่เข้าใจไม-ั-่(น)มีคนอื่นอท-ี(ธ)-ิบาย-่ไฟล์เป็นรูปภาพไดม-่(-้)เข้าใจมากกว่านี้หรือเปล่าลองหาดูนะคะทำในห้องน่าจะเสร็จเดี๋ยวทำส่งในc(C)lassroomเหมือนเดิมก็ทำในWordนะคะก็เอา5ข้อนี้แหละก็เริ่มทำเลยเดี๋ยวอาจารย์เดินดูด้วยนะคะ[สิ้นสุดการถอดความ]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-17 23:30:08
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}