Accuracy : 88.54%
Insertion : 1012
Deletion : 3209
Substitution : 878
Correction : 40424
Reference tokens : 44511
Hypothesis tokens : 42314
(อาจารย์)สวัสดีค่ะพี่ล่ามได้ยินสวัสด(ห)รือยั-ี(ง)ค-่ะยังสวัสดีค่ะพี่ฮ(ล)-่ามได้ยๆๆที่ร้า(-ิ)นมีอยู่ใช่ไหมคะตอนนี้ตอนนี้เหมือนจะไม่ได้ยินเทสต์ๆเหมือนไม-่(ค)-์เได-้(บ)าย-ิน(ลง)ด้วยใช่ไหมคะไม่ใช่ๆไม่ได้ยิน(ล่าม)สวัสดีครับสวัสดีครับโอเคนะครับโอเคนะครับมาแล้วนะครับ(อาจารย์หทัยวรรณ)เรับTestTestTestTest(ท)สTest(ต์ๆ)สวัสดีค่ะหายEcโกรธ(ho)แล้วก็เสียงหายโอเคค่ะล(ม)าด(แ)ล้วคพร-้(-่)ะล่าว(ม)รถ(อ)สักครู่นะคะเดี๋ยวขอเช็คใ(กไ)หมค-่(-์)แป๊บนึงนะคะร-ั(ค)บฮ-่า(ะ)ๆๆเทสต์ฮ็ดให(ไ)มค-่(-์)ค่ะเทสตให(-์ไ)มค-่(-์)ค่ะสวัสดีค่ะตอนนี้โอเคแล้วค่ะได้แล้วค่ะเอ-้ยม-ีEchoEchoมากแล้วอีกแล้วทฤษฎีการวิจารณ์วรรณกรรมยังมีค่ะ12ยังม22(า)ค่า(ะ)เดี๋ยวใ(ถ)ห-้าอยาห(-่)างรให(นั)-้น-้(ค)-ำโทร-ูจ-้(ะ)าขอเริ่มไปก่อนเลยนะคะเดี๋ยวขอโทษค(บท)รูว-ันทฤดีสะ(ษฎ)ด-ีสตรีนิยมแ(E)chม็ค(o)โครเดี๋ยวให้นักศึกษาลองเปิดหน้าสตรีนิยมนิยมตอนนี้เสียงหายแป๊บหนึ-่งนะคะเพื่อนที่เรียนสัปดาห์ที่แล้วไปแล้วนะคะเดี๋ยวก็มาฟังอีกรอบหนึ-่งนะคะจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นนะนะคะอันนี้เสียงหายใช่ค่ะEcแต-่เ(ho)ขาหายแไป(ต่)เสียงเบาค่ะเดี๋ยวเปิดหน้าสตรีนิยมรอสักครู-่นะคะป-้(-๊)าดนิดหนึ่งคือกินกาแฟแต่เช้าเลยเหรออันนี้คือกาแฟเหรอลูกป๊าดทำงานหนักเหรอต้องกินกาแฟแต่เช้าเลยวัยรุ่นโหดแท้พร้อมนะคะน(ท)ะคะพ-ี-่น-ิพ-ี-่(-้)นิเดี๋ยวดูทฤษ-ีว(ฎ)-ีสตรีนิยมที่บอกว่าเป็นทฤษฎีเบื้องต้นต้น-ี่ครผ(-ู)-ัว-่าวันนี้เราน่ะฤกษ์ไม่ดีนะ[เสียงหัวเราะ]ใครใส่เสื้อมาผิดส-ีคะครูว่าครูถูกอยู่เด๊เด-ี-๋ยวรอแป๊บหนึ-่งนะคะโอเคค่ะถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวดูให้ทฤษฎีสตรีนิยมนะคะสำหรับเพื่อนๆที่เพิ่งเรียนเป็นคาบแรกครูจะบอกเอาไว้ก่อนว่าทฤษฎีพิซซ่าใ(นี)ช-้ใช้ในการวิจารณ์วรรณกรรมก็จริงแต่เดิมน่ะเขาไม่ได้เริ่มต้นเอามาใช้ในการวิจารณ์วรรณกรรมนะคะแต่ว่าเขาใช้ในการศึกษาผู้หญิงเพราะว่าเมื่อก่อนผู้หญิงกับผู้ชายน่ะไม่ได้เท่าเทียมไม่ได้แค่สังคมไทยน-ั(ะ)-้นแต่รวมถึงสังคมโลกด้วยนะคะอย่างนั้นเปิดเดี๋ยวสำหรับเพื่อนที่เพ-ึ(-ิ)-่งมาอาจจะยังไม่ต้องดูในหนังสือก็ได้อ่ะดูในสไLI(ล)ดNE(-์)ของครูก็ได้นะคะจะได้ทำความเข้าใจก่อนแล้วค่อยไปดูในหนังสือเพิ่มเติมนะคะครตอน(าว)นี้ทฤษฎีนี้เริ่มแรกด้วยความที่บอกว่ามันเริ่มต้นมาจากผู้หญิงกับผู้ชายไม่เท่าเทียมกันก็เลยทำให้สังคมในช่วงยุคหนึ-่งเนี่ยอยากขค-่(จ)ะต-ัดปัญหานี้ให้หมดไปขต(จ)-ัดปัญหานี้ก็คือพยายามเรียกร้องความเท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงผู้ชายนั่นเองนะคะแล้วก็คก(ร)-ูก็จะท้าวความว่าเริ่มแรกเลยเนี่ยเขาไม่ได้เริ่มต้นแบบอยู่ดีๆมาเรียกร้องเลยว่าผู้หญิงกับผู้ชายต้องเท่าเทียมกันนะอันนี้จุดเริ่มต้นไม่ใช่แบบนั้นแต่มันเริ่มต้นมาจากครอบครัวครอบครัวหนึ-่งพ(ท)-ี่มีปัญหากันระหว่างสามีภรรยาแล้วภรรยาเนี่ยต้องการที่จะอ(ห)ย-่ากขาดกับสามีคนนั้นพอจะหย่าขาดกับสามีแล้วเนี่สิทธิย(-์)เมื่อก่อนผู้หญิงกับผู้ชายเนี่ยด้วยความที่ว่าผู้ชายเป็นใหญ่นะคะถ้าเกิดว่าอ(ห)ย-่ากข-ับ(าด)ไปแล้วลูกทุกอย่างก็ต้องตกเป็นทรัพย์สมบัติของสามีสมบัติอย่างอื่นเนี่ยไม่เท่าไหร่หรอกแต่ว่าลูกเนี่ยแม่รู้สึกว่าฉันเป็นคนคลอดเองฉันเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิดเองแต่ทำไมพ-่ออ(ห)ย่าขาดกันแล้วต้องเอาไปให้พ่อแม่ก็เลยรู้สึกว่าไม่…มันไม่เหมาะสมอ(น)-่ะแล้วก็คิดว่าพ่อคงจะไม่ได้มีความสามารถในการเลี้ยงดูลูกได้ขนาดนั้นก็เลยพยายามเรียกร้องผ่านการแก้ไขกฎหมายเร(ซึ)-ื-่องกฎหมายเนี่ยเคยบอกว่าผู้ชายไม-่(-ี)เส-ิทธิร็จ(-์)เร(ล)-ี้-ื่อ(ย)งลูกใช่ไหมผู้หญิงคนนี้ก็เลยบอกว-่าอย-่างน-ั้นฉันจะเรียกร้องผ่านการแก้ไขกฎหมายให้ตัวเองเนี่ยสามารถเลี้ยงดูลูกได้ซึ่งการเรียกร้องของเขาเนี่ยก็ได้มีความช่วยเหลือจากเพื่อนแล้วก็หน่วยงานต่างๆมากห(ม)ายนะคะเพราะว่าเขามองว่าในเมื่อผู้หญิงเห(ป)-็นคนคลอดลูกแล้วผู้หญิงนอยา(-ี่)กเป็นคนดูแลลูกมาตั้งแต่เกิดดังนั้นผู้หญิงก็ควรที่จะได้รับสิทธิ์นั้นเหมือนกันการเรียกร้องครั้งแรกก็เลยประสบความสำเร็จนะคะซึ่งการเรียกร้องครั้งแรกประสบความสำเร็จที่ว่ามันก็เลยเกิดเป็นแนวคิดสตรีนิยมสายแรกขึ้นมาเรียกว่า"สตรีนิยมสายเสรีนิยม"นะคะนักศึกษาพอดีครูส่งสไลด์เป็นPDFให้ซึ่งจริงๆแล้วPowerPointของครูมันจะเลื่อนลงนะครูขออภัยด้วยนะคะเพราะว่ามันต้องเป็นตัวอักษรทับกันแล้วก็เลื-่อด(น)ลงแต่ว่ม(า)ไม่เป็นไรเดี๋ยวครูจะอธิบายให้นะคะนี่ก็คือสตรีนิยมสายแรกที่บอกว่าเรียกร้องผ่านก-ัน(าร)แก้ไขกฎหมายนะคะกฎหมายที่ว่าก็คือกฎหมายในการเลี้ยงดูลูกนั่นเองนะคะทีนี้สตรีนิยมสายแรกเนี่ยนอกเหนือจากกา(จะ)รเรียกร้องผ่านการแก้ไขกฎหมายแล้วก็ยังมีการเรียกร้องให้ผู้หญิงปรับปรุงตัวเองให้เหมือนกับผู้ชายคำว่า"ปรับปรุงตัวเองให้เหมือนกับผู้ชาย"ในที่นี้เขาบอกว่าผู้หญิงทำตัวอ่อนแอเกินไปอ่อนโยนเกินไปใช้อารมณ์เกินไปใช้อารมณ์ในที่นี้ไม่ใช่ขี้โมโหให(ช)-้อารมณ์ในไม(ที)-่ด(น)-ี-้ก็คือขี้สงสารเกินไปซึ่งลักษณะแบบนี้ผู้ชายน่ะเขาจะไม่ทำกันหรือคำว่า"อารมณ์"ในที่นี้ก็อย่างเช่นถ้าเศร้าก็ร้องไห้ผู้หญิงมักจะเป็นแบบนั้นแต่ผู้ชายเข-้าใจะเข้มแข็งเก็(ขา)จะไม่ร้องไห้ในช่วงเนี้ยสตรีนิยมสายนี้ก็เลยบอกว่าถ้าคุณอยากจะปรับให้ตัวเองอ(น)-่ะเหมือนผู้ชายจริงๆคุณก็ต้องละทิ้งสิ่งเหล่านั้นของตัวเองด้วยการเข้มแข็งให้เหมือนผู้ชายแข็งแกร่งให้เหมือนผู้ชายห้ามอ่อนแอห้ามอ่อนโยนห้ามขี้สงสารมันก็เลยกลายเป็นว่าสำนักผ(ค)-ิดแรกเนี่ยแนวคิดที่แก้ไขผ่านกฎหมายสำเร็จก็จริงแต่ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของการปรับปรุงตัวเองว่าคุณเนี่ยการที่คุณนี่อยากให้เท่าเทียมกับผู้ชายแต่คุณกำลังกล(ปร)-ับตัวเองให้เป็นเหมือนผู้ชายเนี่ยบางทีมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไปนะอย่างเช่นไอ้ความเป็นชายที่บอกว่าห้ามอ่อนแอต้องแข็งแกร่งในที่นี้มันอาจจะปรับ..ะ(.)มันอาจจะหมายถึงความก้าวร้าวได้หรือห้ามอ่อนโยนมันอาจจะหมายถึงความที่ไม่ขี้สงสารไม่มีความรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่นเด(ก)-ินไปก็ได้ซึ่งลักษณะแบบนี้ถ้าทุกคนในสังคมเป็นถท-่(-้)าท-ัา(-้)งผู้หญิงทั้งผู้ชายเป็นรับรองสังคมไม่สงบสุขแน่นอนเพราะจะไม่มีใครยอมให้กันเลยนะคะว(อ)-ันนี้ก็เลยกลายเป็นว่าแนวคิดในการแก้ไขคถ(ว)ามเท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายในแนวคิดแรกเนี่ยสำเร็จแค่ครึ่งเดียวครึ่งเดียวก็คือแก้ไขผ่านกฎหมายให้ผู้หญิงสามารถเลี้ยงดูลูกได้สำเร็จแปล(ต่)ก็ไม่ได้แปลว่าแนวคิดนี้จะได้รับความนิยมและไม่ถูกวิภ(พ)ากษค(-์)วิจารณ์ชา(น)ะคะอันนี้คือยุคแรกของการเรียกร้องสตรีนิยมหรือเรียกร้องความเท่าเทียมกันระหว่างผู้ชายจ(ก)-ับผู้หญิงต่อไป-้ายย-ุคที่2อันนี้ก็ขออภัยเหมือนกันนะคะตัวหนังสืออาจจะเพี้ยนๆนิดหนึ-่งเดี๋ยวครูส่งเป็นPowerPointให้ใหม่นะคะแต่ว่าเดี๋ยวฟังครูก็ได้แนวคิดที่2เนี่ยคือแนวคิดสตรีนิยมสายมาร์กซิสต์นักศึกษาพอผู้หญิงเนี่ยเริ่มเรียกร้องได้แล-้ะ(ว)ในเรื่องของการแก้ไขผ่านกฎหมายการเลี้ยงลูกใช่ไหมคะพอมาถึงอีกยุคต่อมาผู้หญิงยุคหลังเนี่ยเริ่มที่จะอยากเลี้ยงดูตัวเองมากยิ่งขึ้นเลี้ยงดูตัวเองในที่นี้ก็คืออยากที่จะประกอบอาชีพของตัวเองอยากที่จะหาเลี้ยงตัวเองโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาผู้ชายเสมอไปผู้หญิงในยุคที่2เนี่ย(จ)ซ-ึ-่งเป็นผู้หญิงที่พยายามเรียกร้องผ่านอาชีพและการศึกษาอาชีพเช่นเมื่อก่อนคนที่จะเป็นหมอได้ต้องเป็นผู้ชายเท่านั้นเพราะผู้ชายมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือส่วนผู้หญิงไม่ต้องเรียนน่ะคุณจะเรียนไปทำไมหน้าที่ของคุณก็คือดูแลลูกและสามีและพ่อแม่อยู่แล้วฉะนั้นหน้าที่ของคุณก็คือต้องฝึกงานบ้านงานเรือนให้เก่งมีใครเคยดูทองเอกหมอยาท่าโฉลงไหมคะมีใครเคยดูไหมที่คิมเบอร์ลี่กับมาริโอ้แสดงเไป(คย)ดูใช่ไหมเคยดูไหมเคยดูนะคะถ้าใครที่เคยดูเรื่องนี้มันเป็นหนังตลกในของไทยนี่แหละขำๆธรรมดาๆธรรมดาแต่ว่าถ้าลองมองแนวสตรีนิยมเนี่ยคุณจะเห็นภาพว่าเฮ้ยสังคมไทยในอดีตเนี่ยผู้หญิงกับผู้ชายเขาไม่ได้เท่าเทียมกันจริงๆนะถ้าสังเกตนะคะครอบครัวของผู้หญิงก็คือครอบครัวของคิมเบอร์ลี่เนี่ยพยายาม...งานบ้านงานเรือนเธอต้องเก่งงานบ้านงานเรือนนะเดี๋ยวสักพักเธอก็จะได้ออกเรือนกับผู้ชายที่พ่อกับแม่หาให้ในขณะเดียวกันพระเอกมาริโอ้ฝ่ายชายเนี่ยก็เหมือนกับพยายามรับสืบทอดความเป็นหมอมาจากคุณตาใช่ไหมคะก็คือเป็นคนที่เหมือนกับว่าฝึกมีความรู้ในระดับหนึ-่งแหละแล้วก็ฝึกความเป็นหมอมาจากคุณตาแล้วนางเอกเผอิญว่าเห็นว่าพระเอกนี่เก-่งแบบนี้ก็เลยอยากจะมาเรียนหมอด้วยอันนี้ก็คือในสังคมอดีตเนาะคราวนี้เราจไป(ะ)เห็นภาพว-่าดพ่อแม่ของนางเอกไม่ยอมให้นางเอกไม-่(า)ได้เรียนเพราะว่าอะไรเพราะว่าอาท(ช)-ี-่(พ)แบบนี้มันต้องเป็นของผู้ชายเท่านั้นผู้หญิงไม่ต้องมาทำอะไรพวกนี้ไปทำห(โ)น่ว(น)ยฝึกงานบ้านงานเรือนเตรียมมีสามีโน่นนะวด(คะ)มันก็เป็นลักษณะแบบเดียวกันสังคมตะวันตกก็เป็นเหมือนกันนะคะอันเนี้ยที่เราเห็นภาพชัดเห(จ)-็นเพข(ร)าะว่าในสังคมไทยน่ะเราเห็นภาพชัดแต่ตะวันตกก็ไม่ได้ต่างจากเราเลยนะคะก็เลยกลายเป็นว่าผู้หญิงในสังคมตะวันตกในช่วงน(ท)-ี-้(-่)เขาจะเรียกร้องเนี่ยเขาถูกกดขี่ในเรื่องแบบนี้ถูกกดขี่ในเรื่องของอาชีพถูกกดขี่ในเรื่องของการศึกษาก็เลยมีการเรียกร้องให้ผู้หญิงเนี่ยมีสิทธิ์ในการเรียนทุกสาขาวิชามากขึ้นโดยเฉพาะสาขาทางการแพทย์อันนี้คือเริ่มจากตะวันตกเลยแต่เผอิญว่าละครไทยเรามีแสดงแล้วมันสอดคน(ล)-้องกันพอดีนะคะตะวันตกเขาก็เริ่มว่าผู้หญิงเนี่ยแทนที่จะให้เรียนแต่พยาบาลเฉยๆให้เรียนแพทย์ด้วยได้ไหมเพราะสมองผู้หญิงก็ดีเหมือนกันนะไม่ใช่มีแต่สมองผู้ชายที่ดีนะคะข(พ)อให้ผู้หญิงได้เรียนแพทย์อย่างน-ั้นให้ผู้หญิงเป็นแพทย์ด้วยนะได้เริ่มทั้งอาชีพและ(ได้)เริ่มท-ัา(-้)งการศึกษาแล้วก็ต่อมาเรื่องของการเมืองผู้หญิงก็พยายามเรียกร้องเหมือนกันเมื่อก่อนตะวันตกผู้หญิงไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งนักศึกษาคิดดูว่าผู้หญิงกับผู้ชายเนี่ยมันแตกต่างกันขนาดไหนนะคะในอดีตผู้หญิงไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งก็เลยกลายเป็นว่าอาในเมื่อฉันมีการศึกษาแล-้ะ(ว)ฉันมีอาชีพป(อ)-ื-่นๆเพิ่มขึ้นมาแล-้วอย่ะ(า)งน-ั้นให้มีสิทธิ์เลือกตั้งด้วยได้ไหมก็ได้ยุคนั้นอนุญาตให้ผู้หญิงมีสิทธิ์เลือกตั้งได้แต่ด้วยความที่ว่าถ้าจ-ั(ะ)บปุ๊บปั๊บเปลี่ยนเลยให้มันเท่าเทียมกันแบบ1ร-้อ(00)ยเปอร์เซ็นต์เลยมันก็อาจจะไม่ได้แบบทำได้แบบเด(พ)-ี-๋ยวๆเคลียร์แบบ10ร้อ(0)ยเปอร์เซ็นต์นะคะก็เลยทำให้ในช่วงนั้นเนี่ยที่ผู้หญิงสามารถเลือกตั้งได้แต่ก็ยังต้องอยู่ในความพ(ค)-ิษ(ด)ของพ่อหรือสามีเท่านั้นอยู่ในความคิดของพ่อหรือสามีคืออะไรก็อย่างเช่นถ้าสมม-ุติว่าผู้หญิงจะเลือกคนนี-้ให-้ลองถามพ่อดูก่อนว่าพ่อโอเคไหมถ้าพ่อโอเคก็เลือกได้หรือถ้ามีสามีแล้วก็ให้ลองถามสามีดูก่อนว่าคนนี้โอเคไหมถ้าโอเคก็เลือกได้นะคะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะดูเหมือนเท่าเทียมมันก็อาจจะไม่ได้ดูแบบเท่าเทียมกันแบบร้อ(100)ยเปอร์เซ็นต์เสซะ(-ีย)ทีเดียวนะคะฮา(ที)น-ี-ิ(-้)แล้วมาร์กซค(-ิ)สต-ี(-์)มันมาเกี่ยวอะไรกับสิ่งที่ครูพูดแต(ไป)-่เมื่อกี้มาร์กซิสต์เ(น)ม-ีย(-่)ก็เป็นลักษณะที่ผู้หญิงถูกกดขี่ด้วยระบบเศรษฐกิจและทุนนิยมเม-ื่อกี้หน(คร)-ูพูดไปแล้วว่าผู้หญิงพยายามเรียกร้องอาชีพของตัวเองใช่ไหมคะนั่นก็เป็นเพราะว่าเมื่อก่อนผู้หญิงถูกจำกัดในเรื่องอาชีพไงตั(ก็)วอย่างเช่นอาชีพของผู้หญิงเนี่ยในเมื่ออยู่บ้านคุณก็ต้องเลี้ยงดูลูกเลี้ยงดูสามีเลี้ยงดูพ่อแม่อยู่แล้วฉะนั้นอาชีพที่ต้องออกไปนอกบ้านคุณก็จะได้แค่ไม่กี่อาชีพเช่นเลขาฯช่างเย็บผ้าหรือพยาบาลแค่นั้นนะคะเพราะว่าอะไรเพราะว่าอาชีพเหล่านี้มันเป็นอาชีพที่ต้องดูแลคนในเมื่ออยู่บ้านคุณก็ต้องดูแลคนแล้วทำแบบนี้ฉะนั้นถ้าคุณจะไปทำงานนอกบ้านเพื่อหาเงินนอกบ้านอาชีพของคุณก็คงจะจำกัดอยู่แค่นี้เหมือนกันแค่นั้นไม่พอถ้าในเมื่ออาชีพของคนเนี่ยมันเป็นสิ่งที่คุณต้องทำเป็นประจำอยู่แล้วฉะนั้นรายได้ของคุณก็ไม่ควรที่จะเยอะเหมือนกับรายได้ของผู้ชายที่เขาต้องใช้แรงงานมันก็เลยกลายเป็นว่าสตรีนิยมสายมาร์กซิสต์เนี่ยผู้หญิงไม่ได้ถูกจำกัดแค่เรื่องอาชีพเท่านั้นแต่นำไปสู่ในเรื่องของรายได้ด้วยเพร(อ)าะน-ั(-ำ)-่งไปส-ู-่งให(น)-้เรื่องของรายได้ถึงคุณจะออกไปทำงานนอกบ้านหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวแค่ไหนก็ตามแต่รายได้ที่ได้สูงกว่าคือรายได้ของผู้หญิงหรือผู้ชายคะผู้ชายฉะนั้นในเมื่อถึงจต่(ะอ)อกไปทำงานนอกบ้านเหมือนกันแต่ผู้ชายมีรายได้สูงกว่าคนในบ้านก็ต้องเชื่อฟังใครคะระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายก็ต้องเป็นผู้ชายเพราะว่ามีอำนาจทางการเงินสูงกว่าแค่นั้นเองมันก็เลยกลายเป็นว่าสตรีนิยมสายที่2เนี่ยสายมาร์กซิสต์เนี่ยผู้หญิงมีสิทธิ์ได้ทำงานนอกบ้านก็จริงแต่ก็ยังไม่ได้เทียบเท่ากับผู้ชายเพราะว่ายังถูกกดขี่ขนิค(-่)มเหงมรา(ใน)ชเรื่องของระบบเศรษฐกิจแล้วก็ทุนนิยมอยู่นั่นเองนะคะอันนี้ก็คือสตรีนิยมสายมาร์กซิสต์นะคะต่อไปสตรีนิยมสายที่3คือสายถอนรากถอนโคนสัปดาห์ที่แล้วครูบอกว่าถ้าเกิดว่าเราอ(น)-่ะเปิดเน็ตอยู่หรือเปิดอะไรอยู่เนี่ยก(คร)-ูจะขอให้ดอกจันทร์สตรีนิยมสายที่3เลยนะตอนนี้ทุกคนมีหนังสือแล-้ะ(ว)ถ้าอย่างน-ั้นคก(ร)-ูก็จะให้ดอกจันอ(ใ)ะไรนะหน-ังสื-ู(อ)เลยนะคะว่าสตรีนิยมสายที่3สายถอนรากถอนโคนเนี่ยมันมีความสำคัญและสอดคล้องกับสังคมไทยมากในป-ัจจุบั-่า(น)มากอย-่-ั(า)งไง(ร)สายถอนรากถอนโคนมันมีที่มาว่าถ้าเกิดว่าผู้หญิงจะไม่ถูกกดขี่ข่มเหงด้วยแนวคิดนี้คุณต้องถอนรากถอนโคนแนวความคิดนี้ออกไปให้หมดก่อนซึ่งแนวคิดที่ว่าก็คือแนวคิดแบบชายเป็นใหญ่นะคะแนวคิดแบบชายเป็นใหญ่ก็คืออะไรก็ผู้ชายอะไรก็ผู้ชายเชค(-่)นอยู่ที่บ้านคุณเอาแบบง่ายๆเลยไม่ต้องไปนึกถึงครอบครัวอื่นนึกถึงครอบครัวของคุณเนี่ยเวลาที่จะทำอะไรถามพ่อก่อนว่าพ่อโอเคไหมที่บ้านใครเป็นแบบนี้ไหมคะเป็นใช่ไหมคะที่บ้านคก(ร)-ูก็เป็นเหมือนกันค่ะนักศึกษาแม่ก็ไปทำงานนอกบ้านเหมือนกันทั้งสองคนเป็นข้าราชการเหมือนกันไปทำงานนอกบ้านเหมือนกันแต่พอกลับมาบ้านปุ๊บพ่อมาพักผ่อนแต่แม่ต้องรีบไปทำกับข้าวให้ลูกกินเหมือนกันใช่ไหมคะถ้าใครเป็นแบบนี้นั่นแหละค่ะแนวคิดนี้มันคือแนวคิดอุดมการณ์ชายเป็นใหญ-่ซึ-่งเป็นแนวความคิดที่ปลูกฝังแบบฝังรากเอาไว้เลยว่าถึงคุณจะเก่งแค่ไหนก็ตามแต่คุณก็ต้องดูแลสามีดูแลลูกดูแลพ่อแม่อยู่ดีนั่นแสดงว่ามันเท่าเทียมกันจริงหรือเปล-่าคะคุณคิดว่ามันเท่าเทียะค(ม)กัะ(น)จริงไหมแบบนี้อันนี้คือไม่เท่านะคะนักศึกษาแบบนี้ไม่ได้เท่ากันนะคะถึงแม้ว่าคุณจะบอกว่าก็เท่ากันนะคะพ่อกับแม่หนูก็ไปทำงานหาเงินเหมือนกันแต่คุณก็ลองคิดดูดีๆว่าเอ-้(-๊)าไปทำงานหาเงินเหมือนกันแล้วใครน่ะมีอำนาจมากกว่าหล(ร)-ืม(อ)แม้กระทั่งในเรื่องของการดูแลบ้านไม่เท่าไหร-่แต่ในเรื่องของการตัดสินใจอะไรเนี่ยสิมันยิ่งชัดเจนเลยว่าสุดท้ายพ่อก็ต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดอยู่ดีแม่เนี่ยเรียนสูงเหมือนกันพ่อก็เรียนสูงเหมือนกันพ-่อถามแม่ว่าแม่หนูไปเป็นครูดีไหมแม่ก็ว่าดีนะแต่ลองไปถามพ่อดูซ(ส)-ิว่าพ่อโอเคไหมไอป(-้)พูดแบบนี้นี่แหละค่ะมันใช่เลยนะคะสายถอนรากถอนโคนแน-่ๆซึ-่งสายเนี้ยเป็นแนวคิดที่ถูกฝังเรามาตั้งแต่สังคมแบบอยุธยาแล-้ะ(ว)อยุธยาสุโขทัยเราถูกปลูกฝังมาแบบนี้แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนน-ี-่ะที่เขาปลูกฝังเขาปลูกฝังเพราะอะไรนักศึกษาเขาปลูกฝังเพราะว่าเมื่อก่อนมันเป็นสังคมแบบเกษตรกรรมพอเป็นสังคมแบบเกษตรกรรมปุ๊บใช่ไหมผู้ชายจะเป็นเหมือนกับแรงงานหลักในครอบครัวส่วนผู้หญิงจะเป็นเหมือนกับคนที่ช่วยช่วยในที่นี้ก็คืออ่ะช่วยไปทำนาบ้างชส(-่)วยท-ั(า)-้งด้านการเกษตรบ้างหรือถ้าไม่ช่วยแบบข้างนอกก็มาคอยดูแลลูกคอยทำกับข้าวให้สามีที่อยู่บ้านมันก็เลยเป็นลักษณะของสังคมแบบนี้นะคะแถมก่อนหน้าที่เราจะได้รับอิทธิพลตะวันตกเนี่ยเราอ(น)-่ะมีความคิดมีแนวความคิดที่ว่าผู้ชายสามารถมีเมียหลายคนได้เพราะถ้ายิ่งมีเมียหลายคนก็ยิ่งช่วยกันทำมาหากินนี่คือแนวความคิดของไทยในยุคก่อนได้รับอิทธิพลตะวันตกนะคะรวมถึงในเรื่องของศาสนาพุทธด้วยศาสนาพุทธก็คือผู้ชายสามารถบวชเรียนสามารถออกบวชได้สามารถทำอะไรได้หลายๆอย่างฉะนั้นมันก็เลยกลายเป็นว่าเราอ(น)-่ะต้องเคารพผู้ชายต้องยึดถือผู้ชายผู้ชายเก่งกว่าผู้ชายฉลาดกว่างานหลักๆในบ้านเมืองมักจะเป็นหน้าที่ของผู้ชายผู้หญิงจะมีหน้าที่แค่s(S)upportหรืออยู่ข้างหลังบ้านเท่านั้นนะคะจริงๆเราเพิ่งจะเริ่มมามีแบบค่านิยมแบบผัวเดียวเมียเดียวอันนี-้ต-้องยอมรับนะคะในช่วงสมัยรัชกาลที่5เป็นต้นมาเพราะว่าเรารับอิทธิพลตะวันตกคือตะวันตกเนี่ยเขาเนี่ยจะค่อนข้างที่จะถือในเรื่องนี้คือต้องมีผัวเดียวเมียเดียวใครมีชู้หรือว่าใครที่มีมากกว่า1คนเนี่ยโอ้โหสังคมจะไม่ค่อยยอมรับนะคะฉะนั้นเราก็เลยเหมือนกับว่าอ่ะเริ่มมารับอิทธิพลในแบบนั้นเนี่ยในช่วงหลังรัชกาลที่5เป็นต้นมาคุณจะสังเกตได้เลยราชวงศ์ไทยอันนี้แบบคือไม่ได้แอบอ้างหรืออะไรใดๆนะคะอันนี้เป็นข้อสังเกตราชวงศ์ไทยในอดีตพระมหากษัตริย์จะมีพระชายาหลายพระองค์ถูกไหมไม่ว่าจะเป็นเมืองนั้นเมืองนี้เมืองนั้นเมืองนี้เพราะอะไรก็เพราะว่าเส(พ)-ื-้(-่)อการเมืองอาณาเขตต่างๆเอามีอำนาจในการปกครองขยายอำนาจแผพ(-่)อำนาจก็เลยกลายเป็นว่ามันก็เลยมีค่านิยมแบบนี้เกิดขึ้นไม่ใช่แค่กับพระมหากษัตริย์เท่านั้นกับสามัญชนทั่วไปก็ช่วยในเรื่องการทำมาหากินอันน-ี้่ครูพูดในมุมทางวิชาการนะคะแต่ว่าพอในยุคหลังโอเคแหละพอเพราะรับอิทธิพลตะวันตกมาเราก็จะสังเกตว่าพระมหากษัตริย์ก็เป็นแบบอย่างเหมือนกันประท(ช)าชนฉะนั้นในทุกวันนี้ข่าวสารบ้านเมืองเนี่ยถ้าใครก็ตามเป็นข่าวเมียน้อยโอ-๊-๋(ย)ไปออกโหนกระแสเห็นไแม่(หน)ค-้(ะ)าล่าสุดนี่ก็เป็นกระแสสังคมสังคมไม่ยอมรับนั่นก็เป็นเพราะว่าสิ่งนี้เรากำลังพยายามหล(ปร)-ับอยู่นะคะเลยกลายเป็นว่านี่สายถอนรากถอนโคนที่ว่าเนี่ยมันก็คือสายอุดมการณ์กั(แบ)บชายเป็นใหญ่ถ้าคุณถอนความคิดนี้ออกไปผู้หญิงกับผู้ชายต้องเท่าเทียมกันไปทำงานนอกบ้านก็ต้องเท่ากันช่วยดูแลลูกก็ต้องช่วยเหมือนกันผู้ชายทำงานบ้านก็ต้องได้เหมือนกันอันนี้มันจะทำให้สังคมแบบเท่าเทียมกันได้มากขึ้นนะคะอีกอย่างหนึ-่งเราสังเกตเนาะเรามันก็(จะ)ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กเฮ้ยงานนี้ให้ผู้ชายทำดีกว่านะลูกผู้ชายเขาน่าจะทำได้ดีกว่าผู้ชายเขาจะทำได้เหมาะสมกว่าไอ้คำพูดเหล่านั้นนั่นแหละค่ะมันก็เปรียบเสมือนคำพูดที่เหมือนกับการปลูกฝังฝังรากลงไปเพร(อ)าะฝังรากไปแบบนี้ปุ๊บเราก็เลยเหมือนกับว่าถ้าจะขุดออกไปได้เนี่ยมันต้องถอนรากนั้นออกไปด้วยนะคะนี่ก็คือแนวคิดแบบถอนรากถอนโคนต่อไป-้ายสายที่1-3เมื่อกี้จะเป็นสายที่เห็นภาพว-่าดผู้หญิงถูกกดขี่ข่มเหงแบบไหนบ้างน-้(ะ)ออย่างเช่นสายที่1สายเสรีนิยมถูกกดขี่คอ(ข่)มเหพ(ง)ในเร-ืสเซ(-่)อร(ง)-์ของกฎหมายถ้าหย่ากันไปแล้วผู้หญิงไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ก็เลยต้องแก้ไขผ่านกฎหมายก็เป็นแนวคิดเสรีนิยมสายที่2สายมาร์กซิสต์ก็คือถูกกดขี่ข่มเหงด้วยระบบเศรษฐกิจและทุนนิยมมีข้อจำกัดในด้านอาชีพแล้วก็รายได้ของผู้หญิงสตรีนิยมสายที่3สายถอนรากถอนโคนก็คือแนวคิดอุดมการณ์ชายเป็นใหญ่ผู้หญิงถูกกดขี่ข่มเหงด้วยแนวคิดนี้ถูกปลูกฝังด้วยแนวคิดนี้ก็เลยทำให้ผู้หญิงกับผู้ชายยังไม่ได้เท่าเทียมกันส่วนแนวคิดที่4กับแนวคิดที่5จะเป็นแนวคิดที่ให้เห็นคุณค่าของความเป็นหญิงนะคะเห็นคุณค่าอย-่-ั(า)งไง(ร)แนวคิดสายที่4สายวัฒนธรรมข(ส)ายวัฒนธรรมเนี่ยจะแสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วผู้หญิงเนี่ยดีกว่าผู้ชายนะดีกว่าอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความอ่อนโยนการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ง(ก)าน(ร)ไม่ก้าวร้าวการเอาใจใส่ดูแลผู้อื่นซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ควรที่จะได้รับการยกย่องมากกว่าการได้รับการเปลี่ยนแปลงนะคะเหมือนอย่างเช่นแนวคิดแรกใช่ไหมที่ครูบอกว่าเขาพยายามที่จะปรับผู้หญิงให้เป็นเหมือนผู้ชายอะไรประมาณเนี้แตย(-่)แนวคิดนี้เขาบอกว่าไอ้ที่ผู้หญิงเป็นอยู่ตอนนี้มันคือสิ่งที่ดีมันจะทำให้สังคมเนี่ยสามารถอยู่ร่วมกันได้แบบสงบสุขนะคะแล้วก็สตรีนิยมสายนิเวศนิเวศแปลว่าธรรมชาตินะหรือว่าเราจะแบบเอ๊ยนิเวศคือป่าใช่ไหมป่ามันก็คือธรรมชาตินั่นเองสตรีนิยมสายนิเวศเป็พลง(น)สตรีนิยมสายที่ให้เห็นคุณค่าของผู้หญิงโดยเปรียบเทียบกับธรรมชาติเช่นถ้าคุณบอกว่าธรรมชาติเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งต่างๆในโลกดังนั้นผู้หญิงก็คงเป็นเหมือนธรรมชาติเช่นเดียวกันเพราะผู้หญิงกพ-่(-็)อคือผู้ที่ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์หรท-ุก(-ือ)คนในโลกเช่นเดียวกันถ้าคุณให้คุณค่ากับธรรมชาติคุณก็ต้องให้คุณค่ากับผู้หญิงเหมือนกันเช่นเรามักจะได้ยินเวลาที่แบบว่าคำด่าทุกวันนี้บางทีมันก็จะมีคำดสถ(-่)านะว่าเช่นนแ(-ี)ซ-่บ(เ)ประ(-็น)เท(พ)ศแม่ของเธอนะนี่เป็นอะไรพวกนี้นะคะฉช(ะ)น-ั้ะ(น)ไอ้คำว่านี่เป็นเพศแม่เธอนะนั่นแหละมันคือคำที่กำลังสะท้อนว่านี่ผู้หญิงเนี่ยเขามีคุณค่านะเขาไม่ใช่ว่าจะทำอะไรก็ได้คุณค่าของผู้หญิงเพศแม่ในที่นี้ก็คือเป็นผู้ให้กำเนิดนะให้กำเนิดสรรพสิ่งโดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า"คน"หรือ"มนุษย์"นะนะคะฉะนั้นสตรีนิยมสายที่4กับสายที่5เนี่ยก็เลยจะแตกต่างจาก1-3ตรงที่ว่า4กับ5จะพยายามให้เห็นคุณค่าของความเป็นผู้หญิงนั่นเองนะคะต่อไป-้ายสตรีนิยมสายที่6สตรีนิยมสายที่6เนี่ยจะคล้ายกับสตรีนิยมสายมาร์กซิสต์พ(ท)-ี่เอาระบบเศรษฐกิจและทุนนิยมมากดขี่ข่มเหงผู้หญิงแต่คราวนี้ข(ส)ายสังคมนิยมแค่ชื่อก็รู้แล้วนะว่าแบบว่าใช้สังคมเนี่ยมาเป็นตัวกดขี่ข่มเหงสังคมนิยมก็คือเอาความนิยมของสังคมนี่แหละมาเป็นตัวกดขี่ข่มเหงของผู้หญิงโดยให(ไอ)-้กดขี่ที่ว่ามันก็คือเอาในเรื่องของโครงสร้างทางเศรษฐกิจและทุนนิยมมากดนั่นเองเช่นอันนี้แบบยกตัวอย่างให้เห็นภาพเนาะผู้ชายหรือสังคมเนี่จยก(ะ)-็สร้างแนวความคิดความเชื่อที่ว่าผู้หญิงที่สวยต้องผอมต้องหุ่นดีต้องขาวเท่านั้นความคิดที่ว่านักศึกษาคิดว่ามาจากผู้ชายหรือผู้หญิงก็ผู้ชายนั่นแหละผู้ชายนั่นแหละเป็นคนสร้างแนวความคิดนี้เพร(อ)าะผู้ชายสร้างแนวความพ(น)-ี-่(-้)ปุ๊บอ้าก(ว)มันก็เลยกลายเป็นสังคมรวมสิว่าเฮ้ยในสังคมเนี่ยผู้หญิงที่สวยผู้หญิงที่ขาวนี่เอ-ุ-้ยผู้หญิงที่ขาวที่ผอมเนี่ยคือผู้หญิงที่สวยนะเลยกลายเป็นว่าผู้หญิงพ(ท)-ี่ไม่ได้สวยกั(แบ)บพ(ท)-ี่ไม่ได้ขาวไม่ได้ผอมแบบตามที่มาตรฐานเขาแบบตั้งเอาไว้เน(ล)-ี่ยเล็กกลายเป็นอยากผอมอยากขาวขึ้นมาปุ๊บแล้วก็มีคนที่เอาสิ่งนี้ไปสต-ั(ร)-้างผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผอมที่ทำให้ขาวแล้วก็เอาไปขายกับผู้หญิงสุดท้ายผู้หญิงก็เลยตกเป็นทาสของทุนนิยมตกเป็นทาสทุนนิยมก็คือโอ๊ยฉันต้องซื้อแล้วล่ะเพราะฉันอยากสวยฉันอยากผอมฉันอยากขาวเลยกลายเป็นว่าพวกเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆผู้หญิงกยอ(-็)ดเลยต้องซื้อเพื่อที่จะให้ตัวเองรอ-่ะ(-ั้)อยู่ในมาตรฐานของโครงสร้างสังคมโดยอัตโนมัติซึ่งจริงๆแล้วอันนี้เราต้องเข้าใจนะคะว่าในสังคมยุคอดีตมันเป็นแบบนั้นจริงๆคผ(ร)-ู-้ใช้คำว่า"อดีต"เพราะอะไรเพราะปัจจุบันเคยได้ยินไม่ใช่เคยหรอกเราเนี่ยจะได้ยินกับคำว่าอะไรนะ"RealSizeBeเดี๋ยวใส่บ-ิ(a)uวตี้(ty")ได้ยินคำนี้นะคำนี้มันผุดขึ้นมาแล-้ะ(ว)ในยุคปัจจุบันเพราะอะไรเพราะว่าพยายามคือสังคมเนี่ยเริ่มฉุกคิดขึ้นมาได้แล้วว-่าไอ้การที่ค-ุร-ู(ณ)เนี่ไย(ป)สร้างบรรทัดฐานว่าผู้หญิงต้องสวยต้องผอมต้องขาวเนี่ยมันเป็นบรรทัดฐานที่มันอาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรกับผู้หญิงเลยผู้หญิงหลายๆคนตกเป็นทาสของคำคำนี้แล้วก็ต้องไปทำทุกอย่างให้ตัวเองต้ส-่(อ)งพ(ผ)ร้อมต-้อก(ง)ขาวเพื่อที่ทำให้ตัวเองต้องให้สังคมยอมรับมันก็เลยกลายเป็นว่าไม่ได้แล้วทุกวันนี้มันก็เลยมีคำว่าเดี๋ยวก็"Rเล-ี(e)alSiz-้ยวซ้า(e)Baeuยบิวตี้(ty")เดี๋ยวก็คำว่า"ให้เห็นคุณค่าของผู้หญิง"ผู้หญิงสวยไม่ต้องผอมผู้หญิงสวยไม่ต้องขาวผู้หญิงสวยก็คือสวยทุกคนมีความสวยในตัวเองประมาณนี้นะคะแต่อย-่-ั(า)งไง(ร)ก็ตามถึงคก(ร)-ูจะบอกว่าในยุคปัจจุบันเนี่ยเขาพยายามที่จะเรียกร้องแล้วใช่ไหมว่าคนเนี่ยต้องRealSizeBeเลี้ยวซ้ายห(a)uร-ือ(ty)4หรือคนเนี่ยต้องให้เห็นคุณค่าของตัวเองนะแต่ใดๆในอดีตผู้หญิงก็ยังถูกกดขี่ข่มเหงด้วยสังคมแบบนิยมอยู่นะคะก็คือสังคม…สตรีนิยมสายสังคมนิยมน-ัาง(-่น)เอก(ง)อันนี้ก็คือใช้ระบบเศรษฐกิจแบบ(ละ)ทุนนิยมคือนักศึกษาคก(ร)-ูจะบอกว่าในยุคครูนะมันอาจจะไม่ได้ฮิตศัลยกรรมแต่เขาจะฮิตกลูต-้าไธโอนของเราฮิตไหมตอนนี้ยล-ูก(-ุค)วัยรุ่นตอนนี้ฮิตไหมกลูตหรือถ้าใค(ไธ)รโอนผ(ท)-ักษ์รู้จักไหมไม่รู้จักโหอันน-ี้ร-ู-้ส(จ)-ั-่(ก)งอยู่ใช่ไหมเคยไหมเคยกินไหมคะไม่เคยมีใครเคยไหมนักศึกอ(ษ)ายุคครูยุคครูตอนสมัยเป็นวัยรุ่นเหมือนเราย้อนไป10กว่าปีที่แล้วนะคะกลูต-้าไธโอนฮิตมากเพราะว่าในสมัยก่อนจะสวยจริงต้องขาวต้องขาวแบบไหนขาวแบบกระดาษบ้าไปแล้วคือแบบฮิตขาวแบบห(ข)าวกระดาษซึ่งเด็กวัยรุ่นในยุคนั้นทำอะไรได้ล่ะก็ในเมื่อฉันเกิดมาแบบฉันไม่ได้ห(ข)าวกินกโต(ลู)โยต-้าไท(ธ)ยโอนผลิตภัณฑ์กลูต-้าไธโอนขายเยอะมากแล้วก็มีทั้งกินมีทั้งฉีดด้วยเอาเป็นว่าคืน(อ)ในยุคน-ัะเ(-้น)นี่ยโอ้โหหน้าขาวปากแดงย-ุก(ค)นี้ไม่มีแล้วนะ-้(ข)องเขาจะมีแบบเป็นโทนธรรมชาติมากขึ้นอะไรนเล(อ)ย-่างนี้มันก็จะมีในยุคนั้นนะคะมันก็เลยทำให้นี่ไงไอ้คำว่า"สังคมนิยมเ(")นี่ยมันทำผู้หญิงแบบบางทีผู้หญิงไม่รู้ตัวเลยนะว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอ(น)-่ะมันคือสิ่งที่สังคมกำลังกดขี่ต-ัวเร(อ)งทางอ้อมอยู่ไอ้การที่เขาหลอกขายนี่แล้วคุณยอมที่จะถึงเขาหลอกแต่เต็มแต(ใจ)-่ให้หลอกอ(น)-่ะนั่นแหละค-ุน(ณ)กำลังถูกกดขี่ข่มเหงอยู่นะคะอันนี้ก็คือสตรีนิยมสายสังคมนิยมต่อไปสตรีนิยมสายจ10(-ิต)วิเคราะห์จิตวิเคราะห์เนี่ยถ้าเราเรียนจิตวิทยามาเราก็จะได้ยินSiเอา(g)mundFสิมันป(r)eล-่อ(ud)ยอะไรพวกนั้นเนาะแต่ถ้(คร)าวนี้เราจะไม่ต้องพูดลึหร-ื(ก)อไปจนถึงขนาดนั้นแต่ว่าให้รู้แค่ว่าไอ้คำว่า"สายจิตวิเคราะห์เ(")นี่ยมันเป็นแนวจิตวิทยาบางอย่างที่เกิดขึ้นจากจิตไร้สำนึกของเราจิตไร้สำนึกก็คือบางทีเราอาจจะไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเรากำลังคิดสิ่งน-ั-้-ำ(น)แต่เราทำไปโดยที่เราไม่ได้รู้ตัวนะคะอันนี้ก็คือจิตวิเคราะห์หรือจิตไร้สำนึกเช่นผู้หญิงกับผู้ชายไม่ได้ต่างกันในเรื่องของชีววิทยาชีววิทยาก็คือเพศที่ได้มาโดยกำเนิดเช่นผู้ชายจะมีลูกอัณฑะผู้หญิงจะมีอวัยวะเพศของผู้หญิงอันนี้เขาเรียกว่า"ชีววิทยา"แต่เขาบอกว่าไอ้ที่มันต่างกันเอ้ยไอ้ที่มันถูกสร้างขึ้นมาเนี่ยเช่นอยู่ในท้องรู้แล้วว่าเด็กคนนี้เป็นผู้หญิงแค่รู้ว่าเป็นเด็กผู้หญิงปุ๊บก็ไปหาซื้อเครื่องใช้อุปกรณ์ที่เป็นสีชมพูมาให้โดยอนุมัติยังไม่รู้เลยว่าเด็กเขาจะชอบสีชมพูหรือเปล่าเด็กผู้หญิงคนนี้อาจจะไม่ได้ชอบสีชมพูก็ได้ถูกไหมแต่มันเป็นจิตวิทยาแบบเป็นจิตวิเคราะห์แบบจิตไละ(ร้)สำนึกว่า(โดย)อัตโนมัติน่ะนักศึกษาว่าอ-้(-๋)อมได้ลูกผู้หญิงอย่างนั้นไปหาซื้อสีชมพูแล-้ะ(ว)กันอ๋อได้ลูกผู้ชายอย-่างน-ั้นหาซื้อโทนสีน้ำเงินโทนสีเขียวก็แล้วกันประมาณนี้นะคะจริงๆแล้วเด็กคนนั้นที่คลอดออกมาเขาอาจจะไม่ได้ชอบพ่อกับแม่หรือใครก็ตามพยายามเอาให้เขาก็ได้นะคะนี่ก็คือสตรีนิยมสายต(จ)-ิด(ต)วิเคราะห์นะคะแล้วก็สตรีนิยมสายหลังสมัยใหม่สตรีนิยมสายหลังสมัยใหม่เนี่ยเป็นสตรีนิยมที่ครูใส่สีแดงเอาไว้ว-่าดถูกต่อต้านอย่างรุนแรงถูกต่อต้านอย่างรุนแรงเพราะอะไรเพราะ1-7เขาพยายามเรียกร้องให้เห็นว่าผู้หญิงกับผู้ชายเนี่ยไม่เท่าเทียมกันอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างผู้หญิงถูกขผ(-่)มเห-็น(งอ)ย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างแต่สตรีนิยมสายหลังสมัยใหม่กลับปฏิเสธความเป็นหญิงความเป็นชายเสนอบอกว่าไม่มีความเป็นหญิงไม่มีความเป็นชายหรอกทุกคนเหมือนกันหมดนั่นแหละทุกคนเท่าเทียมกันหมดเหม-ือนกันหมดไม่มีอะไรที่มันแตกต่างกันก็เลยกลายเป็นว่าคนที่เขาศึกษามาเขาบอกว่าไม่ใช่จ้ะมันจะมาเท่าเทียมกันได้อย-่-ั(า)งไง(ร)มันก็(จะ)มาเหมือนกันหมดได้อย-่-ั(า)งไง(ร)ก็ในเมื่อ1-7เนี่ยก็เห็นอยู่ว่าผู้หญิงนอยา(-ี่)กถูกกดพ(ข)-ี่ขก-็(ม)เห-็น(งอ)ย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างก็เห็นอยู่ว่ามันต่างกันอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนะคะสายนี้ก็เลยเป็นสายที่ถูกต่อต้านอย่างรุนแรงนะคะต่กล-ั(อ)บไปต(ส)ายที่9แนวคิดรัฐสวัสดิการแนวคิดรัฐสวัสดิการเนี่ยก็คือแนวคิดที่ผู้หญิงยังไม่ได้รับสวัสดิการเต็มที่จาส(ก)ภาพ(ค)รัฐในสังคมไทยเราไม่ค่อยเห็นตัวอย่างหรอกแต่ที่ครูให้ดูคร-ั-้งครู(-ุไ)บายเราเห็นสิ่งนี้ไหมคะพ(ท)-ี่แนวคิดรัฐสวัสดิการผู้หญิงบางกลุ่มยังไม่ได้รับรัฐสวัสดิการเต็มที่เห็นใช่ไหมไม่ว่าจะเป็นโสเภณีที่เขาบอกว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ควรที่จะได้รับหรือสิทธิใดๆจากรัฐบาลซึ่งจริงๆแล้วกลุ่มคนเหล่านั้นก็ช(เ)ป็-่วย(น)ประชาชนไหมคะก็ใช่เหมือนกันแต่ในเรื่องของคังคุผัวใหม่(ไบ)คุณจะเห็นว่าท(ค)-ั-้งค-ุ-ู-่(ไ)ใบเขาพยายามเรียกร้องสิทธิตรงนี้ง(น)-ั-้(-่)นแสดงว่าผู้หญิงในประเทศอินเดียยังไม่ได้รับแบบนี้เท่าเทียมกันหมดหรือแม้กระทั่งถ้าโสเภณีคุณยังไม่เห็นภาพแต่คุณน่าจะเห็นภาพลูกของโสเภณีเห็นไหมคะน่าจก-็(ะ)เห็นน-้(ะ)องที่บอกว่าคทา(-ั)งคฝ-่(-ุ)ไาย(บ)พยายามจะเอาลูกสาวของคนที่เป็นโสเภณีเหล่านี้ให้ไปเรียนหนังสือให้ได้รับรัฐสวัสดิการเต็มที่จากภาครัฐไม(ซึ)-่งเม(ร)าจแต(ะ)-่เห็นแ(เ)ล-้(ย)วว-่าเอ-้าวเด็กเขาไม่ได้เป็นโสเภณีด้วยซ้ำถ้าคุณจะบอกว่าโสเภณีไม่ควรได้รับแล้วเด็กเป(ห)ล่าเนี-่(-้)ยเขาไม่ได้เป็นแล้วทำไมเขาถึงไม่ได้รับมันก็เลยกลายเป็นว่าสตรีนิยมแนวคิดรัฐสวัสดิการนี่ใช้กับกลุ่มผู้หญิงในบางประเทศที่อาจจะยังไม่ได้รับสวัสดิการจากภาครัฐเต็มที่นะคะฉะนั้นทา(คั)งค-ุร-ู(ไ)บายน-ีะ(-่)คุณจะเห็นภาพห(เ)ลร-ื(ย)อว่าเออสิ่งนี้มันยังมีอยู่จริงๆในโลกของเรานะคะหรือแม้กระทั่งแนวคิดสตรีนิยมผิวดำและสตรีนิยมในโลกที่3มันก็จะเป็นภาพว-่าดในอดีตยุโรปเขาจะเรียกตัวเองว่าเป็นกลุ่มผิวขาวแล้วก็จะเรียกชาวแอฟริกาว่าเป็นกลุ่มผิวดำแล้วจะเรียกชาวเราว่าเป็นกลุ่มผิวอะไรคะของเรากลุระบบ(-่ม)ผิวอะไรผิวแสดงผิดค่ะผิวอะไรเอ๊าเราน-ี-ิ(-่)สีทองก็ผิดค่ะ2สีก็ผิดค่ะของเราอยู่ในกลุ่มชนผิวเหลืองของเราอ(น)-่ะเป็นกลุ่มผิวเหลืองนะคะถึงใครจะบอกว่าไม่นะคะหนูขาวอยู่ใช(ไม)-่ค่ะหนูก็ยังเป็นกลุ่มผิวเหลืองหรือแม้กระทั่งหนูดำค่ะข(อ)าต(จ)ารยล(-์)ไม่ถึงจะดำแค่ไหนก็ตามกลุ่มประเทศของเราเนี่ยแพน(ถบ)เอเชียของเราเราจะถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มผิวเหลืองนะคพว(ะ)กลุ่มผิวเหลืองเนี่ยเขาจะแบ่งแยกเลยกลุ่มผิวขาวผิวดำแล้วก็ผิวเหลืองนะกลุ่มผิวขาวก็คือพวกชาวยุโรปฝรั่งทั้งหลายกลุ่มผิวเหลืองก็คือแถบเอเชียก็คือแบบพวกเรากลุ่มผิวขาวทั้งหลายเนี่ยเขาจะมาว่ากลุ่มพวกเราเนี่ยกลุ่มฉลาดภกส(-ู)มงสัย(-ิใจ)เอาไว้เลยนะคะนักศึกษาเราเนี่ยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ต(ฉ)ลาดกลุ่มผิวเหลืองเนี่เป็ย(น)กลุ่มที่สมองฉลาดถ้าใครพ(ท)-ี่คิดไม่ออกเนาะถ้าใครที่เคยดูหนังฝรั่งแบบแนวนาซ-่าแนววิทยาศาสตร์แนวอะไรอย่างเ(น)ง-ี้ยจะต้องมีชาวเอเชียเข้าไปทำงานในนั้นเไป(คย)ดูไหมคะน่าจะเคยดูแหละไม่ว่าจะเป็นองค์การน(N)ASาซ-่(A)าหรืออะไรก-็-ับ9(ตาม)หรือคุณจะดูเอ-้าเอาแบบง่ายๆอะไรนะทุกเรื่องที่เป็นแบบที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์หรือมันสมองอ(น)-่ะเขาจะมีชาวเอเชียเข้าไปอยู่ในนั้นด้วยเช่นจีนเกาหลีญี่ปุ่นอะไรประมาณนี้นะคะจะต้องมีดาราที่เป็นคนเอเชียเข้าไปในน-ัา(-้)นๆนั่นแหละนักศึกษาเขาอ(น)-่ะมองว่าเอาเอเชียหรือชาวผิวเหลืองเนี่เป็ย(น)กลุ่มชนต(ฉ)ลาดเด้ออันนี้ภูมิใจไว้เด้อแต่กลุ่มที่เขาเหยียบ(ด)เนี่คืย(อ)กลุ่มผิวดำเขาจะมองว่าคนกลุ่มนี้ก็คือแถบแอฟริกานะคะไม่ใช่เราแถบแอฟริกาเนี่ยก็คือนั(จะ)บเป็นคือเขามองแบบพวกค(ท)าด(ส)มองแบบเหมือนส-ัตวาด(-์)น่ะนักศึกษาถ้าใครทไม(-ี)-่เคยดูหนังในอดีตมันมีกลุ่มคนที่เรียกร้องในเรื่องของผิวดำ-ผิวขาวอยู่นะคะแต่ว่าโอเคแหละในาย-ุก(ค)ปัจจุบันมันอาจจะหายไปแล้วแต่เมื่อก่อนที่มีการเรียกร้องเพราะอะไรเพราะยุโรปเขาเอาคนผิวดำมาเป็นทาสเอาคนผิวดำมาใช้แรงงานมันก็เลยกลายเป็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้ทั้งๆที่เขาก็มีสิทธิทุกอย่างเขาก็มีอะไรทุกอย่างเหมือนมนุษย์น่ะแต่กลับถูกทำให้เหมือนกันถ(บท)-้าสถูกทำให้เหมือนกับสัตว-ับ(-์)ก็เลยเกิดเป็นแนวคิดสตรีนิยมผิวดำและสตรีนิยมในโลกที่ส(3)ามขึ้นมาเพื่อเรียกร้องไ(ใ)ห้กลุ่มผู้หญิงเหลรอเ(-่า)นี้ยเขามีสิทธิเสรีภาพเทียบเท่ากับคนในปัจจุบันนะคะไม่ว่าจะส-ีผ-ิวใดก็ตามนะคะป(ท)-ีนี้ทวนอีกรอบหนึ-่งสตรีนิยมทั้ง10สายเมื่อกี้นะคะสตพ(ร)-ี-่นิยมสายไหนที่ผู้หญิงถูกกดขี่ข่มเหงด้วยระบบเศรษฐกิจและทุนนิยมเช่นอาชีพให้ทำได้แค่ไม่กี่อาชีพรายได้ถ้าไปทำงานนอกบ้านก็ทำ…ก็จะมีรายได้ไม่สูงเท่าผู้ชายสตรีนิยมสายไหนคะมาร์กซิสต์โอเส-ี(ค)สตรีนิยมสายไหนที่พยายามเรียกร้องผ่านการแก้ไขหมายเช่นเมื่อก่อนถ้าอ(ห)ย่าไปผู้ชายต้องได้รับสิทธิ์ในการเลี้ยงลูกผู้หญิงก็เลยเรียกร้องการแก้ไขกฎหมายนี้สตรีนิยมสายไหนคะเสรีนิยมโอเคสตรีสายไหนที่เป็นแบบโอ้โหของใคร(ไทย)เลยไอ้ที่บอกว่าอุดมการณ์ชายเป็นใหญ-่นี-่ถอนรากถอนโคนปากก็บอกว่าเท่าแต่จริงๆเท่าไหข้า(ม)ไม-่า(เ)ท-่าวนะค-์เฮ้าส์ราคา(ะ)นักศึกษาคร-ุณควร(-ู)จะบอกอย-่-ั(า)งไง(ร)ก็ตามคก(ร)-ูจะบอกไว้เลยไให(อ)-้ที่บอกว่าผู้หญิงกับผู้ชายเท่าเทียมกันแล้วทุกวันนี้มันไม่มีมันเท่าเทียมแล้วเธอฮ้(เธ)อกลับบ้านเธอก่อนก่อนที่เธอจะพูดคำนี้นะคะเธอต้องกลับบ้านเถ(ธ)อะก่อนนะคะหรือที่บ้านใคไข-่(ร)มีแม่ที่เป็นใหญ่ในบ้านไหมคะครูอยากรู้มากมีไหมมีบางเรื่องเชพลง(-่น)อะไรคะเรื่องเงินอุ๊ยดีมากค่ะอันนี้คือที่ถูกต้องอ๋อก็คือใช้เงินใครเงินมันอะไรประมาณนี้อ๋อก็คือเดี๋ยวแม่จัดการเองอะไรประมาณนี้ใช่ไหมอ๋อได้อันนี้ก็ถือว่าคือแม่พยายามทำตัวให้เท่าเทียมกันนะคะถูกต้องแล้วคือมันต้องเป็นแบบนี้นะนักศึกษามันตเ(-้)อา(ง)เป็นแบบนี้นะคะมีใครที่แบบเท่าเทียมกันที่แม่ยึดอำนาจมีไหมคะมีบ้านไหนที่แม่ยึดอำนาจมีด้วยน(ไหม)ะคะไม่มีนะคะครู…คก(ร)-ูพยายามหาอยู-่แต-่ก็มีแหละคืออย่างในหนังที่เราเห็นมันก็มีบ้างถูกไหมมันก็มีบ้างแต่มันก็ห(ถ)ร-ือว่าก็โอเคอ(น)-่ะเพราะว่าอะไรก็มันเท่าเทียมกันแล้วแต่ถ้าบ้านไหนที่ยังฮิตโครงสร้างนี้อยู่นักศึกษาคก(ร)-ูจะบอกว่าโครงสร้างเนี้ยโดยเฉพาะบ้านไหนที่พ่อเป็นตำรวจหรือทหารมันชัดเจนมากใช่ไหมบ้านหนูเหรออ๋อซึ่งคุณปู่คุณย่าก็ถามชัดเจนอุดมการณ์ชายเป็นใหญ่ชัดเจนใช่ไหมคะให้(ช่)นักศึกษาถามก่อนแล้วจะเอาคำว่า"ความเท่าเทียมกัน"มาเพื่อนี่แหละค่ะไอ-ันนี-้มันก-็เป-็นสิ่งที่เราถอนรากถอนโคนออกยากจริงๆอย่าว่าแต่ของนักศึกษาเลยคือคยก(ร)-ูเห็นแม้กระทั่งคนที่เป็นแฟนกันเพื่อนของครูอย่เ(า)งน-ี้ยมีแฟนเป็นทหารยังไม่ได้แต่งงานเป็นครอบครัวเลยอันน-ั้ะ(น)แค่เป็นแฟนกันเนี่ยผมบอกคุณแล้วคุณต้องเชื่อผมเท่านั้นเอ๊าแล้วทำไมฉันต้องเชื่อเธอเท่านั้นน่ะฉันก็เรียนหนังสือเหมือนกันถูกไหมอันนี้คก(ร)-ูก็แบบเฮ้ยเธอเราจะไปเชื่อแล้ว(เขา)ทำไมขนาดนั้นอะไรอย่างน-ี้มันก็เลย…มันไม่มีจริงๆคือสังคมไทยมันยังดั(แบ)บยังไม่ใช่คำว่าเท่ากันแบบร(1)0-้อ(0)ยเปอร์เซ็นต์นะคะอันนี้บอกไว้ก่อนอ่ะแนวคิดสตรีนิยมสายไหนที่ให้เห็นคุณค่าของความเป็นหญิงคะแนวคิดสตรีนิยมสายไหนที่เห็นคุณค่าของความทุกข-์ของความเป็นหญิงสายวัฒนธรรมกับสายนิเวศน์ถ้าสายบอกว่าให้เห็นคุณค่าของความเป็นเพศแม่ถ้าด่าแบบนี้แหรอ(บบ)กฉันเป็นเพศแม่เธอนะเธอต้องเห็นคุณค่าฉันบ้างอันนี้เป็นสายไหนคะสาย…ไม่ใช่เห็นคุณค่าเห็นคุมื(ณค)-่อ(า)กี้เมื่อกี้ๆนิเวศหรือวัฒนธรรมฉันเป็นเพศแม่เธอนะนิเวศน์โอเคนะคะเพราะว่าไอ้คำว่าที่ด่าว่า"ฉันเป็นเพศแม่เธอนะ"ก็คือฉันแบบเป็นเพศผู้ให้กำเนิดโอเคนะนิเวศน์ก็คือแบ-ั(บ)ตรเทียบกับธรรมชาติที่ให้กำเนิดอะไรประมาณนี้นะคะหรือว่าโม(อ)โหเธอทั้งอ่อนแอทั้งอ่อนโยนจริงๆแล้วมันคือสิ่งที่ดีอันนี้ก็จะเป็นสายวัฒนธรระ(ม)นะคะเช(คร)-้าวนี้ผู้หญิงเนี่ยโอ้โหทุกวันนี้ต้องซื้อแหละกลูf(ต)าไธโutagoเ(อน)นี่ยทุกคนต้องได้กินแหละอันนี้เพราะมันต้องขาวนะเป็นสตทศ(รี)นิยมสายไหนสตรีนิยมสายอะไรคะสังคมนิยมโอเคนะคะแต่ที่น่าสังเกตนะทุกวันนี้ผู้หญิงเขาไม่ได้แบบอยากจะสวยเพราะว่าคนอื่นแล้วนะทุกวันนี้เขาจะชอบแบบว่าอยากสวยเพราะว่าเพราะอยากสวยเพราะฉันเองน่ะฉันอยากส-่ะ2(อง)กระจกแล้วฉัน…ฉันอยากเห็นฉันสวยอย่างนี้นะคะอันนี้ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างในสังคมพ(ท)-ี-่น-ี-ิ(-้)พอมาศึกษาสตรีนิยมกับวรรณกรรมนะคะเราจะสังเกตว่าสตรีนิยมมันเป็นทฤษฎีของตะวันตกเนาะพอเราเอามาศึกษากับวรรณกรรมของไทยในช่วงแรกๆเนี่ยก็เลยจะเจอลักษณะการวิจารณ์วรรณกรรมไม(ที)-่พบก็คือ1น-ั(.)-่งเล-่(ย)นช่วงค.ศ.1960วรรณกรรมของไทยมักจะสะท้อนภาพของผู้หญิงในแบบแม่ศรีเรือนต้องพึ่งพาผู้ชายอันนี้คือวรรณกรรมนะคะเราจะไม่พูดถึงวรรณคดีเพราะอะไรเพราะว่าวรรณคดีเนี่ยมันเก่าเกินไปมันไม่สามารถเอาไปใช้ได้จริงๆนักศึกษาอย่างเช่นวันทองเนี่ยที่คก(ร)-ูพยายามยกตัวอย่างบ่อยๆหรือแม้กระทั่งสังคมหรือแม้กระทั่งละครเขาเอามาทำเนี่ยเขาก็พยายามบอกว่านี่เรื่องวันทองจริงๆเนี่ยผู้หญิงเนี่ยควรที่จะมีสิทธิ์อะไรมากกว่านี้นางวันทองไม่ควรที่จะตายเพราะเหตุผลที่ว่านางเลือกไม่ได้นี่โน่นนั่นใช่ไหมคะแต่นั่นน่ะคือมุมมองของคนในยุคปัจจุบันที่มองความเท่าเทียมกันแล-้ะ(ว)แต่ยุคในอดีตมันไม่ได้เท่าเทียมกันแบบนั้นอำนาจอยู่ที่พระมหากษัตริย์อำนาจอยู่ที่ขุนนางซึ่งก็เป็นผู้ชายฉะนั้นเขาก็จะมีสิทธิ์ในการตัดสินอะไรหลายๆอย่างมากกว่าก็เลยกลายเป็นว่าเวลาที่เขาศึกษาสตรีนิยมเขามักจะศึกษากับงานจำพวกวรรณกรรมเร(ซึ)-ื-่องวรรณกรรมในที่นี้ก็คือช่วงสมัยใหม่นะคะอย่างเช่นช่วงคพ(.)ศ.1960วรรณกรรมของเราเริ่มเป็นพวกนวนิยายที่เป็นแนวใหม่แล้วเนาะก็จะเจอว่าผู้หญิงเนี่ยก็ยังเป็นลักษณะของแม่ศรีเรือนต้องพึ่งพาผู้ชายอยู่ครูก็เลยคิดภาพวรรณกรรมเรื่องหนึ-่งออกเพิ(ซึ)-่งถึงนักศึกษาไม่เคยอ่านแต่ก็น่าจะเคยดูมาบ้างก็คืออ(ป)ดิวร-ัดาไม่(เคย)อ่านหรือเคยดูไหมคะนี่รูปพระเอกกับนางเอกนะคะถ้าใครที่ไม่เคยดูเลยเรื่องนี้จเร(ะ)าเป็นค่าของผู้หญิงคนเนี้ทีย(-่)โดนแม่ทิ้งเริ่มต้นเริ่มต้นโดนแม่ทิ้งก่อนแล้วพ่อแม่ทิ้งเสร็จปุ๊บแม่เอาไปไว้อยู่หน้าบ้านเศรษฐีซึ่งบ้านเศรษฐีเนี่ยตอนแรกเขาไม่มีลูกแล้วพอเลี้ยงผู้หญิงคนนี้ปุกู(-๊บ)ก็มีลูกสาวมาอีก2คนรวมทั้งหมดกับเขาเป็น3คนพ-่อมีลูกสาว3คนเสร็จปุ๊บเนี่ยบ้านเนี้ยบ้านของผู้หญิงคนนี้เขาเผอิญว่าเคยตกลงกับอีกบ้านหนึ-่งเอาไว้ว่าจะยกลูกสาวให้แต่งงานให้ซ-ึ่-ื้อ(ง)จริงๆแล้วควรจะเป็นลูกสาวคนโตแต่เผอิญว่าลูกสาวคนโตของเขาในขณะนั้นยังไม่อยากแต่งงานแล้วนางเอกเนี่ยเป็นคนที่ถูกเก็บมาเลี้ยงแบบเลี้ยงดูอย่างดีเหมือนลูกสาวเขาก็เลยเหมือนกับอว(ย)-่างน-ั้นจะตอบแทนพ่อกับแม่แล-้ะ(ว)กันก็คือกลับยอมแต่งงานแทนน้องอะไรประมาณนี้นะคะพ-่อไปแต่งงานเสร็จปุ๊บคือก่อนแต่งงานเนี่ยเขาก็ถูกเลี้ยงมาแบบให้เป็นแม่บ้านน-่ะนักศึกษาฉะนั้นถ้าใครที่เคยดูละครเรื่องนี้ผู้หญิงคนนี้ทำกับข้าวก็เก่งทำงานบ้านก็เก่งเก่งเสซะ(-ีย)ทุกอย่างเลยพอไปอยู่กับสามีก็ถูกสอนว่าไปเป็นเมียเขาเนี่ยก็ต้องดูแลเขาดีๆนะจะรักหรือไม่รักก็ตามแต่ถ้าขึ้นห(ช)ร-ื-่อว่าเมียหรือภรรยาแล้วค-ุน(ณ)ก็ต้องดูแลเขาเป็นอย่างดีนะคะก็เลยกลายเป็นว่าผู้หญิงคนนี้ก็ต้องไปอยู่กับพระเอกโดยที่ตัวเองยังไม่ได้รักแล้วก็ดูแลพระเอกอย่างดีทุกอย่างตรงกันข้ามพระเอกก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับนางเอกอยู่แล้วเป็นทค(-ุ)นเดิมแล้วก็พยายามกลั่นแกล้งนางเอกทุกอย่างเลยเพราะว่าก็ไม่อยากได้ไงแล้วก็ไม่รักด้วยแล้วตัวเองก็เคยมีคนรักอยู่แล้วด้วยก็เลยกลายเป็นว่าพระเอกเนี่ยพยายามทำทุกอย่างที่นางเอกไม่ชอบแต่สุดท้ายพระเอกก็ต้องแพ้สิ่งที่นางเอกทำหรือว่าแพ้ความดีก็คือนางเอกทั้งเป็นแม่บ้านที่ดีทั้งเป็นแม่ศรีเรือนที่ดีคือทำปรนนิบัติดูแลสามีทุกอย่างจนพระเอกแพ้ความดีในที่สุดเขาก็เลยใช้ชื่อเรื่องนี้ว่า"ปฏ(ด)-ิวร-ัดา"ที่แปลว่าภรรยาที่ดีภรรยาอันเป็นที่รักอะไรประมาณนี้นะคะก็เลยกลายเป็นว่านี่ไงผู้หญิงในอดีตเนี่ยเวลาที่ถูกสอนเนี่กย(-็)มันกร(จ)ะตุ(ถู)กต(ส)อนแบบนี้ถูกสอนว่าเธอโท(ต)รไปเนี่ยเธอต้องไปเป็นแม่บ้านที่ดีนะเธอต้องไปเป็นภรรยาที่ดีนะแล้วเธอต้องไปเป็นแม่ที่ดีในอนาคตนะแบบนี้นะคะถึงแม้ว่าละครเรื่องนี้มันจะเป็นละครที่ใกล้เคียงกับสังคมยุคปัจจุบันแล-้ะ(ว)แต่ว่ายังไม่ได้ถึงเนาะก็คือยุค1960เนี่ยแต่มันก็เป็นภาพว-่าเอด(อ)เราก็ยังมีอะไรแบบนี้อยู่ในส-ังคมอยระ(-ู่)นะคะตอ(-่)อกไประยะที่2ระยะ1970ก็คือ10ปีต่อมาเริ่มมาศึกษาอีกรอบหนึ-่งพเข(อ)-้ามาศึกษาสตรีนิยมอีกรอบหนึ-่งเนี่ยเราจะเห็นว่าผู้หญิงถูกประกอบสร้างถูกประกอบสร้างก็คือเหมือนกับพยายามสร้างขึ้นน-่ะเนาะด้วยความเชื่อความคาดหวังของคนในสังคมว่าผู้หญิงที่ดีต้องเป็นแบบนี้ผู้หญิงที่ดีต้องอ่อนหวานผู้หญิงที่ดีต้องห้ามแสดงอารมณ์เกท(ร)-ี-่(-้)ยวต(ก)ราดมันก็เลยกลายเป็นว่าผู้หญิงในวรรณคดีเอ้ยในวรรณกรรมยุค1960เนี่ยก็จะเป็นแนวที่ว่าถ้ารู้สึกอะไรให้เก็บเอาไว้ก่อนอย่าเพิ่งแสดงออกมาห้ามแสดงความเป็นตัวตนนางร้ายก็จะร้ายแบบเงียบๆพ(ค)ลอยร้ายแบบหลบมุมหลังไมค์เคยเห็นภาพไหมคะหนังละครพีเรียดอย่างเช่นหันหน้ามาหาพระเอกยิ้มแย้มปุ๊บหันหน้าไปข้างหลังไปเห็นใส่กล้องอีกกลช-่(-้)องหนึ-่งฉันจะจัดการแก้ไม่(ให้)ได้อะไรประมาณนี้นะคะมันกร-ั(-็)จะเป็นแบบฟอย-ู่(-ีล)น-ัา(-้)นหรอต่อไปยุคที่3ซึ่งจะเป็นค.ศ.198ศ-ู(0)นย์ถึงปัจจุบันมันก็จะเป็นแนวยุคของเราแล้วแหละมันก็จะเป็นแบบลักษณะของวรรณกรรมในปัจจุบันเขาจะเริ่มเสนอผู้หญิงให้เห็นมุมกว้างขึ้นเช่นโกรธก็แสดงความโกรธออกมาชอบก็แสดงความชอบออกมาไม่ต้องเก็บอะไรก็คือมีความเป็นตัวตนของตัวเองมากยิ่งขึ้นนะคะแล้วก็จะเห็นมุมมองของสังคมที่เปลี่ยนไปด้วยเTen(ช่น)ครูจะชอบเล่าเรื่องเมีย2018พ(ท)-ี่คก(ร)-ูรู้สึกว่าเออไอ้กาก(ร)ตั้งชื่อว่า"เมีย2018"นี0(-่)เขาพยายามชี้ให้เห็นนะว่าในยุค2018นี่มันเป็นยุคที่สังคมเปลี่ยนไปแล้วมันเป็นยุคที่คนในสังคมเนี่ยเริ่มเล็งเห็นความสำคัญของผู้หญิงมากขึ้นแล-้ะ(ว)เช่นในเรื่องเนาะตอนแรกเนี่ยผู้หญิงคนเนี้ยโอ้โหมีความเป็นแม่บ้านที่ดีมากมีความเป็นเมียที่ดีมากดูแลสามีดูแลลูกทุกอย่างทำกับข้าวก็เก่งดูแลสามีคือเก่งทุกอย่างแต่สุดท้ายสามีก็ไปนอกใจมีเมียน้อยที่แบบทั้งสาวกว่าแซ่บกว่าอะไรประมาณนี้นะคะแล้วผู้หญิงคนนั้นก็เลยเหมือนกับว่าพยายามหลุดอ(ฉ)-ีกจาส-ั(ก)กรอบของตัวเองก็คือเริ่มหัดแต่งตัวสวยแล้วก็ไปทำงานนอกบ้านก็คือเหมือนกับเปลี่ยนปรับเปลี่ยนตัวเองนะคะแล้วก็สุดท้ายเขาก็ได้ผู้ชายที่ดีกว่าก็คือทั้งหนุ่มกว่าทั้งดีกว่าแถมเป็นอาชีพที่ดีกว่าด้วยอะไรประมาณนี้นะคะมันก็เลยกลายเป็นภาพว-่าดนี่ไงสิ่งที่หนังเรื่องนี้ต้องการจะสื่อเขาก็คือจะสื่อว่าสังคมทุกวันนี้ผู้หญิงกับผู้ชายน่ะมันเท่าเทียมกันแล-้ะ(ว)ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องไปต(จ)มอยู่กับผู้ชายที่ไม่ดีผู้หญิงสามารถที่จะได้รับสิ่งดีๆเท่าเทียมกับผู้ชายนะคะอ๋อเธอมีเมียน้อยที่เด็กกว่าแซส(-่)บกว่าเหรอฉันก็มีสามีใหม่ที่ดีกว่าเธอหลายเท่าเหมือนกันอะไรประมาณนี้นะคะมันก็เลยกลายเป็นภาพนี่ไงวรรณกรรมในยุคปัจจุบันเลยนำเสนอความเป็นจริงแล้วก็การเปลี่ยนแปลงของสังคมแบบมากย-ิ-่น(ง)ขึ้นนะคะหรือว่าถ้าใครที่ยังไม่ได้ดูเมีย2018เนาะมันจะมีละครช่อง3ตอนนี้ตอนช่วงเย็นที่เขาเอามารีรันนักศึกษาพี่เบลล่ากับพี่โป๊ปอีกรอบหนึ-่งนะคะก็จะเป็นแบบลักษณะแบบเดียวกันก็คือเบลล่าเป็นผู้หญิงที่เคยมีสามีมาแล้วแล้วก็เหมือนกับครอบครัวแบบไม่โอเคนะคะกับความเป็นผู้หญิงเก่งของเบลล่าอันเนี้ยก็เหมือนกับถ่ายทอดความเป็นปัจจุบันเหมือนกันคือผู้หญิงที่เก่งเกินไปครอบครัวของสามีก็อาจจะไม่ยอมรับก็ได้เพราะว่าเขาต้องการให-้ต้องด-้อยกว่าลูกชายเขาอะไรประมาณนี้นะคะแต่ว่าพอถึงจุดๆหนึ่งเบลล่าก็ต้องแบบหย่าขาดกับสามีแล้วก็มาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับครอบครัวใหม-่อยู-่ดีอะไรประมาณนี้เขาก็จะชี้ให้เห็นภาพแล้วอ(ว)-่าเอะ(อ)ในยุคปัจจุบันน-่ะต้องพยายามเท่าเทียมกันให้ได้นะคะอันนี-่(-้)คือพยายามเนาะต่อไปที-่นี้ที่ครูเล่าให้ฟังก็จะเป็นลักษณะของวรรณกรรมคำวิจารณ์ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคที่ใช้สตรีนิยมนะคะคราวนี้เร(จะ)ามาพูดถึงความสุขของกะทิที่เพิ่งให้อ่านไอา(ป)ยไหนใครอ่านจบแล้วยกมือค่ะใคไป(ร)อ่านความสุขของกะทิต(จ)อบแล้วยกมือยกมือให้หน่อย[เสียงหัวเราะ]ถ้ายังอ่านไม่จบเดี๋ยวให้เวลาอ่านอีก5นาทีนะคะอ่านอี1(ก)5นาทีคำถามที่ครูจะถามนั(1.)-่งตัวละครที่ในเรื่องเนี้ยเขาใช้ในการวอี(-ิจ)สารณน(-์)สตรีนิยมมีกี่ตัวอะ(ใค)ไรบ้าง2.แต่ลฉันรัก(ะ)ตัวเขาพูดในมุมมองของสตรีนิยมว่าอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างคือผู้หญิงคนนี้ถูกกล่าวถึงไว้ว่าอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างในเรื่องนะคะแล้วเดี๋ยวเรามาวิเคราะห์กันเราจะมาดูว่าเราเรียนการวิจารณ์แล้วแล้วพอเอามาใช้ในการวิจารณ์จริงๆกับวรรณกรรมเขาวิจารณ์แบบไหนอย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะเดี๋ยวอีก5นาทีคุยกันจบหรือยังแต่คงเขาฆ(ร)-่าวๆแล้วแหละเนาะเดี๋ยวรอพ-ี่ล-ิร(-่)าบ(ม)มาแป๊บหนึ-่งนะคะโอเคค่ะเดี๋ยวตอบคำถามแรกก่อนง่ายๆนะคะตัวละครทั้งหมด...มีเรื่องเอ้ยมีใครบ้างคะ1.กะทิ2.คะใครใคๆ(ร)ก่อนนะผู้หญิงผู้หญิงแม่แล้วก็3.ยาย4.น้าดา4.เอ้ย5.พี่ราตร-ีพ-ี-่ก(ป)ระดาษ(-ับ)แล้วก็ครูราตรีหมดหรือยังผู้หญิงตัวละครผู้หญิงหมดแล้วเนาะอันนี้ก็คือผู้หญิงที่ในเรื่องความสุขของกะทิเขากำลังวิจารณ์ในมุมมองของสตรีนิยมนะคะคราวนี้มาดูชื่อเรื่องนิดหนึ-่งชื่อเรื่องที่เป็นบทวิจารณ์เราเวลาเราเขียนบทวิจารณ์ทุกคนจะได้เขียนนะคะเราจะต้องตั้งชื่อเรื่องด้วยเผอพราะเอ-้ย(-ิญ)ชื่อเรื่องนี้เขาใช้ชื่อเรื่องว่า"นักเขียนหญิงใแ(น)ร่างแต-่(ห)อำนาจของผู้ชาย"นักศึกษาดูวิธีการตั้งชื่อเรื่องของเขาเขากำลังจะวิจารณ์สตรีนิยมในเรื่องความสุขของกะทิโดยเขาใช้คำว่า"การเขียนของผู้หญิงในร่างแหอำนาจของผู้ชาย"โน้อ(ด)ย1.เลยหน-ึ(ร)-่างแหคือลเร(-ั)ก-ื-่อง(ษณะ)ของจับปก(ล)ารถูกไหมคะถ้าเกิดว่าใช้การตกปลากับหว-่านแหนักศึกษาคิดว่าอันไหนปลามันรู้ตัสึก(ว)ไวกว่ากันปลาท(ร)-ู-้ตัวไวกว่ากันตกปลาหว-่านแหหว่ม-ั(า)นแหปกต(ล)ารู้ตัวเหรอตกปลานะคะเพราะอะไรถึงบอกว่าเป็นตกปลาเพราะว่าพอปลามันคาบปุ๊บมันก-้างอะไ(-็)ร-ู้เลยว-่าะเ(อ)-ุฮ-้(-๊)ยมันโบ(ด)นแล-้วถูกไหะ(ม)แต่ถ้าคนหว่านแหถ้(ปล)ามันไม่ว่ายๆอยู่ว่ามันเป็น…บางทีป-้(ล)ามันอาจจะไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำเพราะว่ามันกำลังจะถูกจับไปก-ินโอเคนะคะอันนี้ก็คือความแตกต่างนะแล้วคราวนี้เขาใช้คำว-่า"ร-่างแหอำนาจของผู้ชาย"คำว่า"ร่ไ(า)งแหอำนาจ"ก็คือผู้ชายอ(น)-่ะแผ่อำนาจออกไปก็คือเหมือนแห-่ที่แผ-่อำนาจออกไปแลละ(-้ว)คราวนี้บางทีผู้หญิงคนนั้นน่ะอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังอยู่ในการแผ่อำนาจของผู้ชายคนนั้นอยู-่เขาก็เลยใ-่ไผ(ช้)การตั้งชื่อเรื่องว่าการเขียนของผู้หญิงในร่างแหอำนาจของผู้ชายนะคะซึ่งจริงๆแล้วอ(น)-่ะถ้ามองแบบธรรมดาๆธรรมดาเนาะเรื่องความสุขของกะทิคนที่เคยอ่านหรือแม้กระทั่งคนที่เคยดูคอ-่(ร)ะก-ูเอาภาพมาจากภาพยนตร์ที่เขาไปสร้างเป็นภาพยนตร์นะคะคนที่เคยอ่านคนที่เคยดูเขาก็จะรู้ว่าความสุขของกะทิไม่ดราม-่าเลยเป็นนวนิยายอ่านที่เบาสมองมากเป็นภาพยนตร์Feeฟีล(l)Gก-ู๊ด(ood)มากไม่มีอะไรที่จะต้องให้เรามาคิดได้ว่ามีผู้หญิงถูกกดขี่ข่มเหงให(น)-้เล(ร)-ื-่อก(ง)ด้วยเหรอนะคะหรือแม้กระทั่งเวลาที่คุณน่ะดูชื่อเรื่องความของอา(กะ)ทิตย์มันก็เป็นเรื่องFeelGoส-ิว(od)อยู่แล้วไม่มีอะไรจะ(ดร)ฮามากเลยนะคะบางคนไม่ได้ดูไม่ได้อ่านด้วยแค่ชื่อเรื่องก็น่าจะFeeคิว(l)Goodนะคะแต่คราวนี้นักเขียนเอ้ยไม่ใช่นักวิจารณ์คนนี้เขากำลังจะชี้ให้เห็นทีละตัวทีละตัวเลยว่าเอ๊ะ(ย)ลองสังเกตดูดีๆนะนักเขียนคนผู้หญิงคนนี้เขายังมีแนวคิดแMap(บบ)อุดมการณ์ชายเป็นใหญ่อยู่หรือเปล่านะคะเริ่มตั้งแต่คนแรกคก(ร)-ูขอถามยายแล้วกันยายในเรื่องเนี้ยนักวิจารณ์คนนี้เขากำลังจะสื่อถึงยายในมุมมองไหนบ้างคะยายเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)ในเรื่องทำอาหารเก่งอะไรอีกทำอาหารเก่งแล้วอย-่-ั(า)งไง(ร)อีกความเป็นใหญ(ยาย)-่ในเรื่องนอกจากทำอาหารเก่งแลนะ(-้ว)ทำอะไรอีกบ้างเให้(คย)ทำงานเป็นเลขานุการโรงแรมใหญ่ก็คือทำงานนอกบ้านใช่ไหมแถมเป็นโรงแค(ร)มใหญ่อีกต่างหากมีอะไรอีกนะคะซึเฟรม(-่ง)จากที่เราพูดมาเข้าเกณฑม(-์)สตรีนิยมที่ครูสอนไปเมื่อกี้บ้างไหมเข้าเกณฑม(-์)ในเรื่องไหนผู้หญิงต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือนถูกไหมคะผู้หญิงต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือนถึงคุณจะเก่งแค่ไหนไปทำงานนอกบ้านคุณก็ต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือนอยู่ดีแล้วเขาพยายามบอกอยู่นะว่าจริงๆแล้วเป็นเลขาเ(ฯ)นี่ยไม่ใช่เลขาฯธรรมดานะแต่เป็นเลขาฯโรงแรมใไก(หญ)-่ด้วยแต่มันก็นั่นแหละถึงจะใหญ่แค่ไหนมันก็ต้องทำให้เขาอย-่-ั(า)งไง(ร)กลับบ้านมาก็ต้องเป็นแม่บ้านอยู่ดีนี่ก็คือข้อที่1ของยายนะคะแล้วเขาก็พยายามบอกว่าเออถึงแม้ว่าในเรื่องนี้นะตาเนี่จย(ะ)เหมือนกับให้เกียรติยายทุกอย่างเลยแทบจะเป็นเหมือนกับคนกลัวเมียด้วยซ้ำแต่ลืมไปหรือเปล่าว่าแบบง(ก)าน(ร)ที่เขาทำท่าแบบนั้นแต่คนที่ทำทุกอย่างคืออะไรก็คือยายอยู่ดีถูกไหมคะมันก็เลยกลายเป็นว่านี่ไงผู้หญิงกับผู้ชายถึงจะเก่งเหมือนกันแค่ไหนสุดท้ายกลับบ้านมาผู้หญิงก็ต้องเป็นคนทำทุกอย่างอยู่ดีอันนี้คือข้อที่1ของยายถูกไหมต่อไปคนที่สองครูราตรีครูราตรีถูกมองว่าอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างในเรื่องเป็นชู้กับสามีคนอื่นใช่ไหมคะซึ่งแต่ว่าสุดท้ายครูราตรียอม…ยอมรับกับสิ่งนี้ไหมยอมรับแล้วก็ยอมถอยด้วยอ่ะโอเคแหละการที่ครูราตรียอมรับแล้วก็ยอมถอยครูราตรีก็เลยได้รับการให้อภัยจากสังคมถูกไหมนี่คือสิ่งที่เขากำลังจะสื่อว่าถ้าผู้หญิงที่ผิดแล้วยอมถอยออกมานั่นก็คือควร(-ุณ)จะได้รับการยอมรับจากสังคมได้นะคุณจะได้รับการให้อภัยได้วยนะแต่ในเรื่องนี้พูดถึงแต่ผู้หญ-ิงที่ผ-ิดซึ่งจริงๆแล้วคนผิดมีคนเดียวหรือเปล-่ะ(า)คะคนที่จะเป็นค(ช)ร-ู-้ได้มีแค่ผู้หญิงไหมไม่ผู้ชายที่หลอกเมียตัวเองหลอกเมียตัวเองด้วยแล้วก็มาหลอกครูราตรีด้วยต่างหากเขาอ(น)-่ะสำนึกผิดบ้างไหมในเรื่องมีการพูดถึงผู้ชายคนนี้ว่าสำนึกผิดบ้างไหมไม่มีมีแต่พูดถึงครูราตรีว่าเออเคยเป็นชู้กับสามีชาวบ้านแล้วก็ยอมถอยออกมาเองคร-ู-่ราต-ักด(ร)-ีก็เลยกลายเป็นคนที่จาะ(ก)กลายเป็นคนชั่วก็เลยกลายเป็นคนดีได้เพราะว่ายอมแพ้ยอมถอยแต่คนกลับไม่ได้พูดถึงเลยว่าเอ้าวแล้วผู้ชายคนนั้นน่ะที่เขาทำชั่วขนาดนั้นน่ะไม(ป)-่หล-่อกทั้งเมียตัวเองมาหลอกทั้งคนอื่นแบบนี้ไม่เห็นพูดถึงเลยว่าเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างประมาณนี้นะคะนี่ก็คือข้อที่2แล-้วทีะ(-่)ยังรู้สึกว่าเอ-๊ะอะก็โทษแต่ผู้หญิงไม่เห็นโทษฝ่พูดไปใ(าย)ชา-้(ย)เลยนะคะหรืออีกคนหนึ-่งก็ได้เอากะทิก็ได้กะทิเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างคะกะทิกะทิเป็นอย-่-ั(า)งไรคืง(อ)ดูเหมือนเป็นเด็กที่เก่งใช่ไหมล(ด)-ูกเหมือนเป็นเด็กที่เก่งสดใสโลกบวกมองโลกในแง่ดีทุกอย่างเลยทั้งๆที่พ่อมีไหมคะไม่มีพ่อเพราะว่าพ่อกลับต่างประเทศไปแล้วแต่เขาไม่มีพ่อแต่เขามีใครเมย(-ี)..-์อ-่(.)ะถ้าตัดแม่กับยายไปเขามีใครเพราบพ(ะว)-่อ(า)แม่เสั(ขา)กพ(-็)-ักตายใช่ไหมมีตามีใครอีกมีลุงว-ัตสันต์ที่มารักแม่ของกะทิใช่ไหมแล้วก็เลยดูแลกะทิเ-ัน(ป็)น-ิอย่างดีเหมือนกับลูกด้ก็(วย)เหมือนกันรว-่(ม)างถึงตาพ(ท)-ี่บอกเมื่อกี้อ(ต)ากาดูแลดีอยู่แล้วแล้วก็มีน-้-ัด(า)กันต์อีกคนหนึ-่งด้วยผู้ชายที่เราพูดถึงเมื่อกี้เป็นผู้ชายที่จริงๆมีมากกว่าพ่อแค่คนเดียวด้วยร(ถ)-ู-้(ก)ไหมคะคือไม่มีพ่อคนเดียวแต่มีผู้ชายที่มาดูแลเพิ่มอีกตั้ง3คนสรุปว่ากะทิอยู่ได้เพราะไม่มีพ่อได้ไหมก็ต้องได้สิก็แบบมีคนดูแลเยอะขนาดนี้เขาได้รับความรักเต็มที่ขนาดนี้มันก็เลยกลายเป็นว่าคุณกำลังจะบอกว่าความสุขของคนเราอ(น)-่ะหรือความสุขของกะทิน่ะไม่จำเป็นต้องมีพ่อก็ได้แต่ในเรื่องคุณลืมไปหรือเปล่าคุณเขียนคนที่ดูแลกะทิตั้ง3คนไ(แ)หน-่ะที่เป็นผู้ชายไม่รวมถึงเพื่อนของกะทิได้วยนะเพราะว่ามันจะมีShถอด(ot)บางShotที่บอกว่ากะทิเนี่ยเป็นเด็กผู้หญิงที่เก่งและก็แปลกร่งมากเลยนะเห็นเพื่อนผู้หญิงถูกรังแกก็ไปช่วยเพื่อนผู้หญิงจากพวกผู้ชายที่รังแกก็ได้แต่ว่าลืมไปหรือเปล่าไอ้พวกผู้ชายที่รังแกเพื่อนผู้หญิงน่ะก็เป็นเพื่อนของกะทิทั้งนั้นเพราะว่ากะทิคบแต่เพื่อนผู้ชายก็เลยกลายเป็นว่ากะทิก็มีBlackอยู่ข้างหลังไงมันก็เลยไม่จำเป็นที่ต้องกดู(ลั)ว-่าใครถูกไหมคะดังนั้นใรา(น)ยการที่เขาพูดถึงผู้หญิงเนี่ใย(น)เรื่องนี้อันนี้แใช(ค)-่ยกตัวอย่างแค่3คนคุณก็จะเห็นภาพแล้วว่าทั้ง3คนนี้ล้วนแต่ต้องมีผู้ชายคอยดูแลคอยปกป้องหรือถ้าค-ุน(ณ)ไม่ได้อ่านความสุขของกะทิแต่คุณดูคล-ังครู(-ุไ)ใบแน่นอนเพราะว่าครูให้ไปดูนักศึกษาเห็นความสำเร็จของคล-ังค-ุ-ู-่(ไ)บหรือใบ(เ)ปล่ะ(า)คะได้มาจากใครคะได้มาต(จ)ากคนที่คอยช่วยถูกไหมเอาคนแรกก่อนเลยที่คอยช่วยคนแรกก็คือพี่ที-่เป-็นมาเฟียคือราฮ-ี(-ิ)มคือถ้าทุกอย่างของคา(-ั)งคกใ(-ุไ)บไม่ว่าจะเป็นรถหรือแม้กระทั่งไอ้คนที่มาทำร้ายคังอ(ค)-ุไบายเนี่ย(จ)ประโ(ส)ยค(บ)ไม่ได้เลยถ้าไม่มีป(ร)ลาฮิมคังคุไบห-ิน(ก็)เก่งจริงนั่นแหละแต่เก่งแบบใช้สมองถูกไหมแต่คนที่จัดการให้ก็คือเ(ร)วลาห(ฮ)-ิว(ม)หรือพ-่อต่อมากำลังเรียกร้องสวัสดิการให้กับพวกลูกโสเภณีที่เขาต้องได้เรียนหน-ังสือแต่ว่าเราฮิมเอ้ยไม่ใช่คังคุผู-้(ไ)บ-่าวไปจัดการคนเดียวช่วยได้ไหมไม่ได้เขาก็ไม่ได้เชื่อขอ(คั)งกู(คุ)ไป(บ)ถึงจะปากดีแค่ไหนก็ตามไปด่าบาทหร(ล)วมเ(งไ)ป-็นอะไรก็ตามก็ช่วยไม่ได้แต่ใครที่ช่วยได้นักข่าวก่อนนะคะนักศึกษานักข่าวช่วยได้ก่อนเพราะอะไรเพราะน-ักข่าวะม(ต)-ีแผล(-่)ให้ท(ต)-ี-่พิมพ์หนังสือให้ค(จ)นทำให้ท(ค)-ั-้งค-ู่(-ุไ)ใบเป็นที่รู้จักแล้วพอเป็นที่รู้จักเสร็จปุ๊บก็เลยนำไปสู่เส้นทางที่คทา(-ั)งครู(-ุไ)บาได้ไปพบกับนายกรัฐมนตรีได้ในที่สุดซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เป็นผู้ชายอีกนั่นแหละที่ช่วยทุกอย่างสรุปว่าในเรื่องนี้เหมือนกับคร-ั-้งกู(คุ)ไบเป-็นตัวดำเนินเรื่องเฉยๆแต่คนs(S)upportทุกอย่างใชห-้ท(-่ค)-ั-้งค-ู(-ุ)ไบไห-่ใบนะ(ม)ไม่ใช่คทา(-ั)งคุไป(บ)แค่ตัวดำเนินเรื่องนะคะมันก็เลยกลายเป็นว่านี่ไงชื่อเรื่องคล-ังครู(-ุไ)บาหญิงแกร่งแห่งมุมไบต้องการที่จะชี้ความเก่งของผู้หญิงก็จริงแต่ถ้าคุณไปดูจริงๆแล้วมันไม่ใช่ขนาดนั้นคังคุไบไม่ได้ทำได้ทั้งหมดแม้กระทั่งแค่ตอนที่อยู่ในที่ทำงานน่ะที่เป็นที่ต้(ซ่)องนอ(-่)ะเนาะก็ราฮได้(-ิม)ช่วยทั้งนั้นหรือแม้กระทั่งลูกทีจะ(-่)ได้เรียนหนังสือก็เป็นเพราะนักข่าวหรือแม้กระทั่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นสำเร็จทั้งหมดก็เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีก็เลยกห(ล)ายเป็คู-่บ(นว)-่าคังคุไย(บ)เป็นแค่เหมือนกับตัวขับเคลื่อนในสังคมอินเดียในขณะนั้นนะคะเราก็เลยจะเห็นภาพว่าเอ๊ให(อถ)-้ายกตัวอย่างสังคมที่แบบยังไม่เท่ากันจริงๆโอเคแหละสังคมไทยม-ัา(น)ยังมีเท่าบ้างไม่เท่าบป(-้)าก(ง)แต่ว่าสังคมอินเดียจแต(ะ)-่ค่อนข้างชัดเจนนะคะก็เลยให้ดูหนังเรื่องทา(คั)งค-ุ-ู-่(ไ)ใบนี-้(-่)แหละเราจะได้เห็นภาพสตรีนิยมชัดเจ-ี(น)นะคะอันนี้ก็เหมือนกันเอออีกอันหนึ-่งที่ลืมพูดถึงแม่แม่ของกะทิที่แบบฮ(อ)าจจๆ(ะ)แบบมีบทน้อยเพราะว่าตายก่อนใช่ไหมแต่ถึงจะมีหม(บท)ดน้อยและตายก่อนเขาก็บอกว่ามันจะมีShถอด(ot)ที่แม่เนี่ยบอกว่าแม-่นี-่รักพ่อมากถึงแม้ว่าพ่อเนี่จยป(ะจ)ากแม่ไปก็คือกลับบ้านเมืองของตัวเองไปถูกไหมมันก็เลยตอบย้ำคำๆหนึ-่งที่ตอนที่เราเรียนเนี่ยเราจะเห็นว่าผู้หญิงพยายามที่จะชี้ให้เห็นว่าผู้ฉ(ช)ายฉลาดกว่าเก่งกว่าใช่ไหมผู้หญิงอ่อนแอเลยตอกย้ำคำที่ว่าผู้ชายเขารักด้วยสมองแต่ผู้หญิงรักด้วยหัวใจคำว่า"หัวใจเ(")นี่ยแสดงว่าเขาไม่ได้ใช้สมองด้(ใน)วยความรักมันก็นีได-้(-่)ไงก็ตอกย้ำว่าก็นี่น่ะเธอใช้อารมณ์เพราะอารมณ์ของเธอไงบางทีมันก็เลยอาจจะทำให้เธอเนี่ยไม่เท่าเทียมกับผู้ชายเพราะเธอใช้อารมณ์มากเกินไปเธอควรที่จะใช้สมองใช้ความฉลาดบ้างนะคะก็เหมือนกันเรื่องนี้ที่ถึงแม้ว่าเขาจะให้เห็นมุมบวกของแม่กะทิก็ตามแต่นักวิจารณ์เขาก็ชี้ให้เห็นว่าไอ้มุมบวกที่ว่ามันคือการสะท้อนให้เห็นว่าคุณกำลังยก-ุ(ย)-่องผู้ชายอยู่นะว่าผู้ชายฉลาดกว่านะคะอันนี้ก็คือเป็นในเรื่องของคล-ัง…ในเรื่องของความสุขของกะทิสับสนแล้วพ(ม)-ี-่อีกคนหนึ-่งพ(ท)-ี่เป็นลุงตองเห็นลุงตองไหมคะที่เขาพูดถึงลุงตอน(ง)เนี่ยเป็นผู้ชายคนเดียวในเรื่องที่ไม่ใช่ผู้ชายแท้ก็คือลุงท(ต)องเป็นเพศที่3หรือว่าเป็นแบบผู้ชายที่มีหัวใจเป็นหญิงเราจะเห็นว่าในเรื่องนี่ผู้ชายทุกคนมีความแข็งแกร่งหมดเลยแต่มีลุงตองคนเดียวที่เขาบรรยายในลักษณะที่ไม่แข็งแกร่งนั่นก็คืออิ(ใน)จฉากพ(ท)-ี่แม่ของกะทิตายทุกคนร้องไห้หมดยกเว้นผู้ชายน-้ะ(า)กันต์ก็ไม่กล้าร้องใ(ไ)ห้เต็มที่ตาก็ไม่กล้าร้องใ(ไ)ห้เต็มที่แต่มีคนเดียวที่กล้าร้องใ(ไ)ห้เต็มที่ก็คือลุงตองก็เะไร(ลย)ตอกย้ำสิ่งนี้อีกเหมือนเดิมนั่นแหละก็คือลว(-ุ)งตองเนี่ยถึงร่างจะเป็นท(ช)ายแต่ใจเป็นอะไรคะเป็นหญ-ิน(ง)ไงลุงตองก็เลยเหมือนกับอ่อนแอเหมือนผู้หญิงถ้าเป็นคนอื่นที่เขาเป็นชายแท้เนี่ยเขาไม่ร้องไห้นะอย่างน้าก-ันต์น่ะารหมาถ้าเขาจะร้องไห้เขาก็แบบคือแอบร้องแล้วเขาก็ไม่ได้ทำให้คนเห็นด้วยแค่อาจจะมีแบบไหล่ที่มันจะขะยึกด(ๆ)เหมือนคนร้องไห้บ้างแต่ก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจนนะคะฉ(จ)ากในเรื่องนี้ความสุขของกะทิก็เลยทำให้เราเห็นภาพว่าจริงๆแล้วในวรรณกรรมหลายๆเรื่องของไทยเนี่ยบางทีมันเป็นวรรณกรรมแนวบวกก็จริงเป็นวรรณกรรมที่พยายามไม่เห็นผู้หญิงก็จริงแต่นักเขียนหญิงยังมีมุมมองของความเป็น…ความต(ช)ายเป็นใหญ่อยู่ในนั้นอยู-่ซึ-่งสายความ...สายชายเป็นใหญ่ในที่นี้ก็คือแนวคิดสายไหนคะแนวคิดไท(ชา)ยเป็นใหญ่ก็คือแนวคิดสายไหนเมื่อกี้อ-่ะอ-ุดมการณ์ชาใคร(ย)เป็นใหญ่เมื่อกี้คือสายอะไรคะสายถอนรากถอนโคนโอเคนะคะสายที่ว่าก็คือสายถอนรากถอนโคนนั่นเองเห็นไหมวร-ัน(ร)ณกรรนี้ตามส(จ)ะด(บ)วกแค่ไหนก็ตามวรรณกรรมสมัยใหม่แค่ไหนก็ตามแต่ก็ยังมีความคิดนี้อยู่ในนั้นอยู่นะคะก็เหมือนกับที่คก(ร)-ูชอบยกตัวอย่างวะเ(-่า)นี่ยค-ุณไมน(-่)ต้องไปดูอันอื่นได้(กล)เลยคุณดูแค่บ้านคุณเนี่ยมันยังมีแนวคิดนี้อยู่ไหมคุณเดินออกมานอกบ้านน-ี่ไม่ได้นะผู้หญิงผู้ชายต้องเท่าเทียมกันน-้(ะ)-ำไม่ได้นะเ(แ)ตด-ี(-่)-๋ยวพ-่อกลับไปถึงบ้านเอ๋าก็ยังไม่เห็นเท่าอยู่ดีนะคะบางเรื่องนักศึกษาคร-ูก็เลยคิดว่าบางเรื่องก็เป็นตลกร้ายของสังคมเหมือนกันเห็นข่าวทุกวันนี้ไหมอย่างบางทีขึ้นรถเมล์เขาจะบอกว่าทำไมไม่ลุกให้ผู้หญิงนั่งทำไมไม่ลร-ู้(-ุก)ให้คนท้องนั่งแล้วผู้ชายเขาก็ตอบกลับว่าเอ้าเรียกร้องความเท่าเทียมกันมากนักไม่ใช่เหรอแล้วทำไมอยู่ดีๆมาเรียกร้องจแต(ะ)-่นั่งเสียอย่ซ(า)ะงน-ั้นนะคะมันก็เลยแบอ(บ)กเหมือนเป็นตลกร้ายในบางเรื่องนะคะแต่ใดๆก็ตามที่พูดถึงในที่นี้ก็คือสตรีนิยมที่ถูกนำอ(เ)อก(า)มาใช้ในวรรณกรรมคุณลองดูซิว่าวรรณกรรมที่คุณอ่านมีแนวคิดนี้แทต(ร)กอยู-้จิ๋ว(-่)ไหมเชค(-่)นลูกสาวพ่อเป็นหนี้แล้วคราวนี้ไม่มีเงินไปใช้หนี้เขาก็เลยเอาลูกสาวที่เป็นนางเอกไปแต่งงานกับพระเอกอย่างเนี้ยอันเนี้ยใช่สตรีนิยมไหมให้(ช่)เลยนะอันนี้ใช่เลยเป็นสตรีนิยมสายไหนคะสตรีนิยมสายไหนพ่อเอาลูกสาวไปขัดดอกแทนเนี่ไย(ป)แต่งงานแทนถึงแม้ว่าในเรื่องอย(นี)-่าพาเพ(ผ)-ื่อ-ิน(ญ)คนที่ได้ไปแต่งงานด้วยเป็นพระเอกนั้นแหละก-็คือทั้งหล่อทั้งรวยนั่นแหละแต่ว่าถึงจะต(ห)ล-่อดและรวยแล้วก็เป็นพระเอกกับนางเอกแค่ไหนก็ตามแต่ในเรื่องมันก็ยังเป็นสตท(ร)-ี-่นิยมถูกไหมแล้วเป็นสตรีนิยมสายไหนคะมาร์กซิสต์ได้ไหมกเ(-็)ค-ืย(อ)เห็นคุณค่าของเงินมากกว่าคนก็ได้1.นะคะมาร์กซิสก็ได้อันนีเ(-้)หร-ือแม้กระทั่งสายถอนรากถอนโคนได้ไหมได้สิเพราะว่าพ่อใช้อำนาจของตัวเองในการเอาลูกสาวไปเป็นอ(…)าไปใช้หนี้แทนตัวเองนะคะก็คือได้ทั้ง2เลยก็คือทั้งสาม-้(ย)มาร์กซิสต์ด้วยสายถอนรากถอนโคนด้วยเลยลองดูนะคะว่าวรรณกรรมใ(ท)-ี่ห้ตัวเอง(คย)อ่านมีแนวนี้ไหมนะคะถ้ามีเราจะได้เอามาเขียนใรา(น)ยงานของเราได้ง่ายขึ้นนะคะวันนี้เอาแค่สตรีนิยมไปก่อนคข-ึ้(-ือ)นจริงๆแล้วมันควรจะขึ้นมาร์กซิสต์ได-ี(-้)แล้วแต่ว่าเพื่อนเอาให้มันทันกจ-ำเ(-ัน)นาะแต(จะ)-่ได้แบบเข้าใจเหมือนกันนะคะเดี๋ยวสัปดาห์หน้านักศึกษาเดี๋ยวสัปดาห์หน้าพอดีครูติดไปอบรมทำเกมของสทสส(ศ.)นะคะติดไปราชการก็เลยสัปดาห์หน้าวันศุกร์เฉพาะวันศุกร์นะคะจะของดคลาโทษ(ส)นะคะเดี๋ยวค่อยนัดชดเชยอีกทีหนึ-่1(ง)นะคะแต่ว่าวันพุธยังเจอกันอยู่นะคะเจอวันพุธวันพุธOnsiตอ(te)นะส-่วาย(น)วันศุกร์ล(ง)ดClaขา(ss)นะคะเดี๋ยวจะแจ้งพี่เขาไมา(ว้)ด้วยค่ะโอเคค่ะถ้าอย่างน-ั้นวันนี้เอาเท่านี้ก่อนไปอ่านมาร์กซิสต์ไว้รอนะคะเดี๋ยวจะค่อยๆย้อนกลับไปนะคะหัวหน้าไม่มารองหัวหน้ามาไหมโอเคค-่ะค่ะ[สิ้นสุดการถอดความค่ะ(])
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-02-17 01:56:56
- exported from : Accuracy Worker
- version :v1.3.3
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}