Accuracy : 16.49%
Insertion : 760
Deletion : 15844
Substitution : 468
Correction : 4130
Reference tokens : 20442
Hypothesis tokens : 5358

[เสียงดนตรี](คุณครูธีรพัฒน์)สวัสดีครับนักเรียนวันนี้มาพบกับผมคุณครูธีรภ(พ)-ัฒน์อีกท(ค)-ั้งนะครับในคลิปการสอนหัวข้อเรื่องระบบภูมิคุ้มกันตอนที่2นะครับในเรื่องนี้นี่นะครับจะอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับในหัวข้อที่2.4เรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับแล้วก็อยู่ในหัวข้อย่อยที-่2.4.2กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ-่งแปลกปลอมแบบจำเพาะนะครับจุดประสงค์การเรียนรู้ของเรื่องนี้นะครับเมื่อเรียนจบแล้วนี่คุณครูคาดหวังวนะค(-่)านักเรียนจะสามาถอธิบายแล้วก็เขียนแผนผังเกี่ยวก-ับกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะได้ครับก่อนที่จะเรียนในหัวน(ข)-้อต่อไปนี้นะครับครูจะมีข้อความที่นักเรียนเคยเห็นกันไปแล้วแหละในคลิป...ระบบภูมิคุ้มกันตอนที่1นะครับเดี๋ยวครูจะให้เวลานักรียนลองอ่านแล้วก็สื่อสารกันดูจากนั้นจะมีคำถามให้นักเรียนลองช่วยกันคิดนะครับพร้ลี-่(อ)มสำหรับคำถามกันหรือยังเดี๋ยวลองไปดูกันเลยนะครับคำถามแรกก็คือกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะนี่คืออะไรครับอันนี้เป็นคำถามแรกนะคำล(ถ)มทยส-ิ(-ี)-่ง(2)ก็ค-ือในเม-ื-่อร่างกายขงเรานี่มีกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะในรบบคุ้มกันอยู่แล้วเหตุใดจึงยังต้องมีกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะอีกกลไกหนึ่งด้วยนะครับอันนี้เป็นคำถามที่ให้นักเรียนลองช่วยกันคิดดูนะถ้ายังคิดคำตอบไม่ได้นะครอLINEไ(-ั)บเดี๋ยวเราลองมาหาคำตอบกันผ่านหัวข้อนด(-ี)-้นะครับคือหัวข้อกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะนครับโดยหลักการที่สำคัญของกลไกนี้มีอยู่ด้วยกัน2อันก็คืออันแรกก็คือจะเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปอมที่อยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกายเราแล้วนย(ะ)ครับอันที่2ก็คือกลไกนี้จะเกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์เม็ดเลืดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์นะครับนักเรียนยัจำกลุ่มลิมโฟไซต์เซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์ที่ครูเคยสอนเมื่อตอนที่แล้ได้ไหมครับถ้าลืมไปแล้วเดี๋ยวเราลองมาทบทวนจากคามขึ(รู)-้เพิ่น(ม)เติมที่ครูเคยให้ไว้แล้วนะครับจุดเน้นก็คือเจ้าลิมโฟไซต์นี่จะเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองแล้วก็ทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างจำเพาะนะครับแล้วก็เกี่ยวข้องกับแอนติบอดีด้วยนกูไอ้แล(ะ)ครับซึ่งเดี๋ยวเราจะได-้เรียนต่อไปนะครับเดี๋ยวเรามาทำความรู้จักกัน(บ)เซลล์กลุ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิไซต์กันต่อนะครับเซลล์เม็ดเลือดขวกลุ่มลิมก(ฟ)ไซต์นี-่จะแบ-่งได้เป็น2ชนิดด้วยกันชนิดแรกชนิดแรกเรียกว่า"เซลล์บี"หรือBlymphocyteนะครับชนิดที่2นียแรกนึกว-่าSelfieเรียกว่า"เซลล์ที"หรือTlymphocyteนะครับแเซล-์พืะเจ้าเซลล์ทช(-ี)และเซลล์บีนี่จะทำงานเกี่ยวข้องกับแอนติเจนและก็แอนติบอดีนะครับมีศัพท์ใหม่ขึ้นมาอีก2คำแล้วนะคือคำว่า"แอนติเจน"กับ"แอนติบอดี"นักเรียนพจะรู้จง(-ั)2ค-ับท(-ำน)-ี-้-่(ไ)หมครับถ้ายข(-ั)งไม่รู้จัองคำว-่(ก)เดี๋ยา(ว)น(ร)ลอะ(ง)ปทำควา-่รู้จ-ักก-ับ2คำนี้เพิ่มมาขึ้นนะครับลองดูรูปที่คุณป(ร)-ู-่ให้มาพิจารณากันนี้นะครับนัา(ก)ป(ร)-ี-่ยนพอจะบอกได้ไหมครับว-่าแอนติบอดีกับแอนติ-่า(เ)จนนี่มีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะครับให้เวลาลองคิดสักแป๊บหนึ่งนะครับนักเรียนบางคนอาจจะตอบได้แบบตรงไปตรงมานะซึ่งจรูปนี-้(-่)จะเห็นว่าตัวแอนติบอดีนี่ครับมันสามารถจับกับแอนติป(จ)-็นได้นะครับแล-้(ะ)ก็มีบริเวณที่สามารถจับกับแอนติเจนอยู่บริเวณปลายของแอนติบอดีนะครับการจับกันของแอนติเจนกับแอนติบอดีนี่จะเป็นการจับกันแบบจำเพาะนะครับเรามาดูข้อมูลเพิ่มเติมกันอีกสักนิดหนึ่งนะครับข้อมูลเพิ่มเติมนี่จะอธิบายว่าแอนติเจนนี่เป็นโมเลกุลของสารหรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆนะครับอาจจะเป็นเชื้อโรคเช่นไวรัสแบคทีเรียหรือส่วนประกอบของเชื้อโรคนะครับรวมทั้งสารพิษต่างๆที่เชื้อโรคสร้างขึ้นหรืออาจจะเป็นสารพิษที่เป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราเมื่อเข้าสู่ร่างกายเราแล้วนี่จะไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายเรานะครับให้เกิดกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะขึ้นนะครับซึ่งกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะนี่จะเกิดจากการที่ร่างกายนี่สร้างแอนติบอดีออกมานะครับและแอนติบอดีเองนี่ก็สามารถที่จะไปจัดกับแอนติเจนได้อย่างจำเพาะนะครับจากข้อมูลที่ได้เรียนผ่านมาเมื่อกี้ครูก็มีคำถามที่ให้นักเรียนลองช่วยกันคิดต่อเนื่องนะครับก่อนที่จะเข้าไปเรียนในเรื่องเกี่ยวกับลิมโฟไซต์ต่อไปนะครับคำถามแรกก็คือการสร้างแอนติบอดีนี่เกี่ยวข้องกับเซลล์บีและเซลล์ทีอย่างไรนะครับคำถามต่อมาก็คือว่าเหตุใดจึงสร้างแอนติบอดีออกมาเพื่อจับกับแอนติเจนและนำไปทำลายต่อไปเท่านั้นนะครับหน้าที่ของแอนติบอดีมีหน้าที่เดียวคือจับกับแอนติเจนนะครับเหตุใดจึงสร้างออกมาแล้วมีหน้าที่เพียงแค่นั้นนะครับนักเรียนลองช่วยกันคิดดูนะครับเราก็อาจจะยังไม่ได้คำตอบตอนนี้หรอกแต่ว่าเดี๋ยวเราจะเรียนต่อไปแล้วนักเรียนจะเข้าใจมากยิ่งขึ้นนะครับเราไปดูกันว่าเมื่อมีแอนติเจนนี่เข้ามาภายในเนื้อเยื่อในร่างกายเราแล้วนี่จะเกิดการกระตุ้นหรือเกิดการทำงานของเซลล์อย่างไรบ้างนะครับอันแรกเลยคือทั้งเซลล์บีและเซลล์ทีนี่จะเข้าไปจับกับแอนติเจนได้อย่างจำเพาะนะครับเซลล์บีนี่จะถูกกระตุ้นนะครับให้แบ่งเซลล์และพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนะครับเรียกว่า"เซลล์พลาสมา"เซลล์พลาสมานี่ก็จะมีบทบาทสำคัญแล้วเพราะว่าจะเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างและหลั่งแอนติบอดีนะครับให้เข้ามาอยู่ในร่างกายเราเพื่อจับกับแอนติเจนแล้วก็นำไปทำลายต่อไปนะครับในขณะเดียวกันนะครับแอนติเจนที่เข้ามาในเนื้อเยื่อร่างกายเราได้แล้วนี่ก็จะกระตุ้นเซลล์ทีนะครับให้แบ่งเซลล์และเพิ่มจำนวนเช่นกันนะครับโดยเซลล์ทีที่กระตุ้นนี่จะมีหลักๆอยู่ด้วยกัน2อันก็คือเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์การตัดกันของAndroidห้องเ(แ)-็นโมเลก-ุ(ป)งสา(มนะ)ครับช(ร)-ื-้เซลล์ที่ตรค(-ิด)เช-ื้อไ-่นไปละไป(ว)ะต(-ัส)-ุ้ภ(ะ)-ูมิ-ุ(ร)-ับ-้มกันใ(ห)รือภร่(าษ)อังกาย(ฤษ)เราก(เ)รีลไก(ย)า(ว)รต-่อต้"cytotoxicTcell"นะครับและอีกชนิดหนึ่งก็คือเซลล์ทีผู้ช่วยนะครัน(บ)หรือhelpทำลาย(e)rTcellนะคสิ่งแปลกปลอมการที่-ับซึ่งเจ้าตัวcytotoxicTcellนี-่ก็จะางกายเ(ท)-ำ-้(ห)-้าที่ตามชื่ย(อ)-้-ันนะครับส่วนเซ-ู(ล)-์ที-่ไ(-ู)-้เรี(ช่ว)ยนผ(-ี)-่านมาก็จะมีบทบาทสำ-ัญในการกระตุ้น-ำถา(ลิ)เ(โ)ฟไซตอาไปเป(-์)ชนิดลี่ยนป้(ต่)างๆนะครับซึ่ง-็บตาแลนำไ(มีเ)-็นตัทำลายต(ว)ที-่ไ(-ี)บทบาปเข้า(ท)สำคัญมากในระบบภู-ิคภ(-ุ)-้ายใ(มกั)ของเานะค-่า(ร)-ับนง(อ)ยท(กน)-ี-่(-้)ทำห-้าท-ี่เซลล์อาอ(บ)-ีก(แ)ละเซลล์ที-่(บ)างเข้า(ส)-่าใ(วน)ร(-ี)-่ครัง(บ)ก็จะพัฒนาไปเป็นเซลลกายให้ภาษาอังกฤษเ(-์)รา(-ี่)เรียกว่า"เซลลตร(-์ค)ามจำ"นะครับหรือmemorycellนะครับซึ่งmemorจส่วนผู้ช-่(y)cวยเ(ell)นี่จะมย(-ี)การจดจำที่จำเพา-์(ะ)-่อแ-ู(อ)นต-่(-ิ)งๆล(จนน)-ั-้กษณ(นๆน)ครับทำไมถึงต้องมีการจดจำนะครับก็คื-ำ(อ)เพราะว่าเมื่อมีแอนติเจนชนิดเดิมเข้ามานี่เจ้าเซลล์เมมโมรีนี่ครับจะเป็นตั-ึงอ(วที)-่ตอะ(บ)สนองต่อแอนติเจนได้อย่างรวดเร็วนะครับแล้วก็กระตุ้นให้เซลล์บีนะครับสร้างแอนติบอดีออกมาเพื่อเข้าไปจับกับแอนติเจนได้อย่างรวดเร็วเช่นกันครับจากที่ข้อมูลเมื่อกี้นะครับเดี๋ยวเราลองมาสรุปเป็นรูปภาพกันเพื่อจะอาจจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นนะครับสิ่งแรกเลยเมื่อมีแอนติเจนนี่เข้ามาในเนื้อเยื่อของร่างกายเราแล้วนี่นะครับก็จะไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์บีเซลล์ทีผู้ช่วยแล้วก็เซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสนะครับกระตุ้นแล้วเกิดอะไรขึ้นเซลล์บีนี่ครับจะเมื่อถูกกระตุ้นแล้วจะเพิ่มจำนวนหรือเปลี่ยนไปเป็นเซลล์พลาสมานะครับแล้วก็ส่วนหนึ่งก็จะเปลี่ยนเป็นเซลล์ความจำนะครับเซลล์พลาสมานี่จะทำหน้าที่สร้างแล้วก็หลั่งแอนติบอดีออกมาแอนติบอดีนี่จะไปจับกับแอนติเจนนะครับซึ่งก็คือสิ่งแปลกปลอมเมื่อกี้ที่เข้ามาในเนื้อเยื่อของร่างกายเรานะครับแล้วก็นำไปทำลายต่อนะครับโดยเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นั่นเองนะครับในขณะที่เซลล์ทีผู้ช่วยนี่ก็จะกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มจำนวนหรือเปลี่ยนไปเป็นตัวเซลล์ทีผู้ช่วยเองในปริมาณที่มากขึ้นนะครับแล้วก็ส่วนหนึ่งก็จะเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ความจำนะครับโดยเซลล์ทีผู้ช่วยนี่จะทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์บีอื่นๆนะครับหรือเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสนี่ให้เกิดการทำงานแล้วก็แบ่งเซลล์แล้วก็เพิ่มจำนวนต่อไปนะครับในขณะที่เซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสนะครับก็จะถูกกระตุ้นให้เพิ่มจำนวนหรือแบ่งเซลล์ด้วยเช่นกันก็จะกลายเป็นเซลล์ความจำหรือเพิ่มจำนวนเป็นเซลล์ชนิดเดิมก็คือเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมหรืเซลล์งต(ที)-่อกระ-ิดเช-ุ้นให(-ื)-้เร(อไ)-็รั-ี(ส)นะครับก็ต(จ)ทำหน้าก(ท)-ี-้(-่)-้ม(ง)-ูลขาก็ม(ค)-ื-่กี(เข)-้าไปทนะคร-ั(-ำ)ลายเบเดี๋ยว(ซ)ง(ล)-์แมาสรุลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสอยู่นั่นรูปภาพได้เลยพื่ะครมี(-ับ)-ันกซิ(นี้)จ(-็)ข(น)-้าที่ของเซลล์ทีที่ท-้า(-ำ)ลายเซลล์แปลกปลอาใะครับรูปนี้นะครับจะไ(เ)-็ก(น)-ูปสต(ร)-ุปกล-้น(ไก)การต่ทำง(อต้)านหรข(-ื)งช่วยทำลายเ(ส)-ิ่งแปลกปลอแบบจำเพนวนทำหน้ที-่คุณครูบอกว่าเป็นกลไกหรือต-่สรอต-้านสิ่งแ-้ว-็(ป)อมแ-ั(บ)จำเพาะนี่ก็เนื่องจาแล้ว-็นว่าเซลล์ลิมโฟไซต์นี่นะครับไม่ว่าจะเป็นเ-ำไปทำลายต่อคร-ั(ซ)ลล์-ีเซลล์ทีผู้ช่วยหรือเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมนี่ครับสย(า)-ำ(า)ว(ถ)-ับ-ับแร์(อน)-ิเ-ู(จ)ข(ท)-ี-่เข้าสู่ร่างกายของเรานี่ได้อย่างจำเพาะนะครับและเซลล์บีที่พัฒนาไปเป็นเซลล์พลาสมานี่ก็ยังสามารถที่จะสร-้ก(า)งแระต(ล)-ุ-้นใ(ก็)ลั่งแอ-้เพ(นต)-ิบอดีที่สามารถจับกับแ-่มจำนว(อ)ก็(-ิเ)เข(ได)-้อย่างจำเพาาไปทำลายจเป็นสรุปกูบอด้วยเช่นกันครับว่า(จึง)เป็นที่มาทคน(-ี่)ปขทย(อง)-ื-่ว(อ)กลไกนี้นะครับจากและ(ที่)รียนมาทั้งหมดนซลล์(-ี่)เราลองมาตรวจสอบวามเข้าใบ(จ)กันดูนะครับโดยตรวจสอบจากคำถามที่ว่าถ้าเซลล์ทีผู้ชบ(-่)ยถูกทำ-่(ล)ยหรือไม่สามารถทำงานได้จะมีผลต่ออย่างไรต่อร่างกายครับนักเรียนลองไปคิดดูนะแล้วเดี50มาทำงานได(-๋)ยวเราลองมาหาคำตอบกันตอนท-้ายนะครับหลังจากที่เราได้ตรวจสอบทำความเข้าใจกันมาแล้วนะครับครูจะมีข้อความให้นักเรียนอ่านครับแล้วเดี๋ยวเราจะมีคำถามให้นักเรียนลงมาบแล้(ช่)ยกันคิดนะครับข้อความก็คือหลักๆก็คือปัจจุบั-ี่ลก(รค)มันพัฒนามากขึ้นนะครับการคมนาคมขส่งต่างๆก็สะดวา(ก)มากขึ้นทำให-้บางครั-้งนี่เราสามารถพบโก(ค)ที่เคยอยู่ในเฉพาะบางประเทใ(ศ)-ี่แพร่ระบาดไปสู่ประเทศต่างๆนะครับอย่างตัวอย่างเช่นโรคเมอร์สนะครับหรือการแพรป(-่)ระบาดขเทศยก(อ)งโรคอุบัติใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครได้รับเชื้อเหล่านี้มาก่อนนะครับอย่างเช่นCOVID-1มือ(9)ที่มีการแพร่ระบาดปทั่วโลกอยู่ในปัจจุบันนด(-ี)-้นะครับทุกคนนี่มีความเสี่ยงที่จะติดโรคเหล่านี้ได้แต่กลุ่มเสี่ยงที่เกิดขึ-้นที่อาจจะเกิดอันตรายจากโรคเหล่านี้ได-้นี่ง่ายกว่าคปกติก็อย่างเช่นเด็กเล็กผู้สูงอาย-ุหรือผู้ที่มีระบบภูมิค-ุ-้มกันอ่อนแอนะครับคำถามที่ครูจะให้ลองช่วยกันคิดก็คือว่าเราจะมีวิธีการในการลดความเสี่ยงของโรคเหล่าส(น)-ี-้ได้อย่างไรบ้างนะครับลองช่วยกันคิดสักแป๊บ-่ย(ห)นึ่ครับเรามาดูคำตอบกันคำตอบก็คือแน่นเราต้องทำการศึกษาแล-้วกะ(-็)ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคต่างๆเหล่านี้นะครับเพื่อให้ทราบวิธีการป้องกันตนเองจากเชื้อโรคนะครับแต่ปัจโรค(จ)-ุว(บ)-ันที่เราทำกันอยู-่ก็อย่างเช่นการรักษาสุขลักษณะนะครับการกินร้อนการล้างมือบ่อยๆการใส่หน้ากากอนามัยนะครับรวมทั้งการท-่(-ำ)Sociald(D)istancingที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้ด้วยนะครับนอกจากนี้แล้วอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายของโรคต่างๆได้ก็ยงต(ค)-ือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนั่นเองนะคร-ับมีคำถามให้ลองคิดเพิ่มเรามาดูกันคำถามก็คื-้งปลุก(อ)การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายนี่ทำได้อย่างไรบ้างครับครูจะมีรูปตัวอย่างการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ละ(-ัก)อ(ร)-ียด(น)องช่ว-ู(ย)กันดูนะครับ2รูปรูปแกได้(รก)ก็จะเป็นการที่ทารกนี-่ดื-่ย(ม)กิ-้ำมจากแ-่นะครับแล้วก็รู-้(ป)ที่2นี่จะเป็นการรูปของการฉีดวัคซีนนะครับคำถามที่ให้นักเรียนลองช่วยกันคิดก็คือว่าการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้ง2รูปนี้เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรเดี๋ยวเรามาดูคำตอบกันนะครับการที่ทารกนี่ดื่มกินน้ำนมของแม่นีก(-่)ป็นการที่ทารกนี่ย(ะ)ได้รับต(ก)ารภู-่า(ม)-ิคุ้มกัง(น)จากแม่ไปโดยตรงนะครัก(บ)เราจะเรียกการเสต(ร)-ิตั(สร)-้ภูมิคุ้มกันแบบนี้ว่า"ภูมิคุ้มกันแบบรับม"นะครับทารกนี่จะได้รับแอนติบอดีจากแม่ไปโดยตรงนะครับส่วนการฉีดวัคซีนนะครัะ(บ)เป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ร่างกายของเท(น)-ี่จะต้องค่อยๆพัฒนาภูมิคุ้มกันขึ้าเองนะครับเราจะเรียกภูมิคุ้ม-ันแบบนี้ว่า"ภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง"นะครับซึ่งการสร้างภูมโ(-ิ)-ุ้มกันทั้ง2แบบนี่อาศัยหลักการของกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งปลอมแบบจำเพาะนะคงการ(-ั)8กไ(นั)-่(เ)รียนอธิบายได้ไหมว่าภูมิคุ้มกันทั้ง2แบบนี่อาศัยหลักการอย่างไรนะครับของกลไกการต่อไ(ต)-้านหรือทำลายสิ่งปลอมแบบจำเพาะเดี๋ยวเาลเพ-ี(อ)งมาดูกันครับบางคนอาจจะ-ังตอบคำถามนี้ไม่ได้หรอว(น)ข(เ)ดี๋ยวครูมด(-ี)ความร-ู-้เพิ่มเติมให้นะครับเราไปดูกันว่าความรู้เพิ่มเติมนั้ะ(น)-ืออะไรนครับความรู้เพิ่มเติมอันนั้นก็คือสถานเสาวภานะครับที่สภากาชาดไทยนี่จะเป็นแหล่งผลิตเซรุ่มแหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยเลยนะครับเซรุ่มคืออะไรเซรุ่มนี่เตรียมได้จากเลือดม้านะครับโดยการฉีดแอนติเจนนะครับแอนติเจนที่ว่าก็อาจจะเป็นตัวพิษงูหรือเปล่งผลิตเซรุ่มรูปเนี่ย(-็)นเชื้อของโรคต่างๆเช่นเชื้อของพิษสุนัขบ้านะครับเพื่อกระตุ้นให้ม้านี่สร้างแอนติบอดีออกมาหลังจากนั้นนี่เขาจะเจาะเลือดม้าแล้วก็เก็บตัวอย่างเลือดม้าไปแล้วก็ไปแยกส่วนที่เป็ะค(เซ)-ุ-ับเพื-่มออกมาซึ่งส่วนที่เป็นเซะต-ุ-่-้(ม)-ีห้ห(-่จะ)า(-ี)อนติบอ-ีทีกส(-่เ)าต-้า(อ)ต(า)แล้ก็เอาไปใช้ฉีดให้กับคจ(น)ที่ต้องการใเป-็น(ช้)เซรุ่มนะห(ค)-ับคำถามก็คือว่าเซรุ่มนี่เป็นการเสริมสร้างภู-ือว่า(ม)-ิคุ้มกันแบบใดนะครับแล้วก็อีกคำถามหนึ่งก็คือว่าการผลิตเซรุ่มอาศัยหลักการของแอนติเจนและแอนติบอดีอย่างไรนักเรียนตอบคำถามเหล่านี้ได้หรือยังครับถ้ายังไม่ได้เดี๋ยวเราลองไปดูกันต่อนะครับจากข้อมูลตรงนี้นะครับจะเห็นว่าเซรุ่มหรือบางครั้งเราก็เรียกว่า"ซีรัม"นี่ครับเขียนภาษาอังกฤษเหมือนกันเลยมันคือคำเดียวกันแต่ว่าเราพูดคนละแบบนะครับนี่สกัดได้จากเลือดสัตว์ก็อย่างตัวอย่างที่บอกเมื่อกี้อย่างเช่นเลือดของม้านะครับการได้รับเซรุ่มเข้าไปนี่ทำให้ร่างกายนี่ได้รับแอนติบอดีที่จำเพาะต่อแอนติเจนนั้นโดยตรงนะครับแอนติบอดีที่ได้รับเข้าไปนี่สามารถไปจับกับแอนติเจนที่อยู่ในร่างกายของเราได้ทันทีนะครับตัวแอนติบอดีที่ได้รับเข้าไปนี่อาจจะอยู่ในร่างกายได้ไม่นานนักนะครับบางรายอาจจะอยู่ได้เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนนะครับอันนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของแแล้วก็การผลิตเซรุ่มาศัยหลักการเซรุ่มนติบอดี-ี-ำใ(-่)ห้ร่างกายเราได้รับสาม(เข้)รถปนม(-ั)-่นานน(เอง)ครับนักเรียนยังจำรูปที-่ทารกดื่มกินน้ำนมแม-่ได้ใถ(ช)-่ไหมครับกย(ร)ที่ทารกดื่มกิ-้ำนมแม-่นี่ก็เป็นภูมิคุ้มกันกลับมาเช่นกันนะครับแ-่ก็เป-็(ต)-่จริงๆแล้วโดยทั่วไปแล้วนี่ก่อนที่จะคลอดนีท(-่)อดทารกจะได้รับแอนติบอดีตั้งแต่อยู่ในครร-้(ภ)-์ของแม่ผ่านทารกนะครับโดยในตอนที่อยู่ในครรภ์ของแม่นี่ระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์นะครับฉะนั้นถ้าแม่นี่มีภูมิคุ้มกันต่อโคใดต-ั-้งบ(แ)-่ก่อนที-่จะตั้งคร-่แผนภาพก(ร)ภ์นี่เมื่อตั้งครรภ์แล้วนี่ลูกก็จะได้รับภูมิคุ้มกันต่อโรคนั้-ูก็(นๆ)ากแม่ะไ(มา)ด้วยนะครับแต่ภูมิคุ้มกันเหล่านี้จะอยู่ได้ชั่วคราวประมาแค่2-3เดือนหลังจากคลดเท่านั้นนะครับการดื่มน้ำนมแม่-ี่จะเป็นการส่งผ-่านนะครับแอนติบอดีจากแม่มาสู่ลูกนะครับซึ-่น(จ)ะพบมbodyม(า)กหลังจากข(ท)-ี-่-้ว(ม)-ิธ-ีการคลอดลูกใหม่ๆนี่จะพบแอนตลูก(-ิ)บอดีในน้ำนมในน้ำนมแม่เป็นจำนวนมากครับแลก(-้)าะ(ก็)การให้น้ำนมกับลูกในช่วงแรกคลอดนี่เป็นสิ่งจำเป็นมากนะครับเพราะว่าจะช่วยในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันซึ่งเราควรจะให้น้ำนมกับลูกนี่จนกว่าลูกจะพ-ัฒนาระบบภูมิคุ้มก-ัฒ(ข)องตนเองได้ก็คือในช่วงประมาณ2-3เดือนแรกหลังคลอดนี่ครับเป็นสิ่งที่จำเป็มากครับหลังจที่เราได้รู้จั-ันมาแล้วนะครับว่าภูมิคุ้มกันแบบรับมา-ี่มีอะไรบ้ะครับแล้วก็อาศัยหลักการของแอนติเจนแอนติบอดีอย่างไรนะครับทีนี้ครูมีข้อความเพิ่มเติมให-้นะครับเราลองมาดูกันแล-้วก็ลองช่วยกันคิดจากคำถามที่ปรากฏอยู่นะครับว่าปกติแล้วนี่คนที่ป่วยเป็นโรคบางชนิดนะครับเช่โรคคางทูมโรคอีสุกอีใสแล้วก็หายป่วยด้วยโรคเหล่านี้แล้วนี่เมื่อได้รับเชื-้อที่ก่อให-้เกิดโรคคางทูมอีสุก-ีใสตัวเดิมเข้ามานี่เราก็อาจจะไม่ป่วยด้วยโรคนี้เลยนะครับหรือบางคนอาจจะป่วแล้วก็มีอาการที่ไม่รุนแรงมากนักนะครับเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นครับมาช่วยกัคิดสิะครับถ้ายังไม่คิดถ้ายังคิดคำตอบไม่ได้หรือย-ั-้งคิดไม่ออกนะครับเดี๋ยวเราลองค่อยๆมาศึกษากันไปแล้วกันนะครับนี่มีข้อมูลนะครับเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนะครับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอย่างนี้เป็นตารางการให้วัคซีนในเด็กไทยปกตินะครับเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายน(ข)องเด็ค่อ(กไท)ตั้งแต่แรๆมายิ่งข-้(ก)เกิดนะครับมู(-ัน)-ี้เป็ค(น)ตารางที่ปรับมาจากตารางการให้วัคซีนในเด็กไทยนะครับโดยมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยพ.ศ.2563นะครับก็จากตารางที่เห็นหลังครูนี่มันก็ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อนนะครับก็เราก็จะมาปรับเป็นตารางให้ง่ายขึ้นแล้วก็เดี๋ยวเราลองดูรายละเอียดกันนา(ะ)มตา-ับจกข้อมูลนี่จงcontact(ะ)เห็นว่าในช่วงที่เด็กอายุแรกเกิดถึงแรกเกิดนี่จะไ-้-ึ(ร)-ับวัคซีนป้องกันวัณโรคนะครับแล้วก็วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีนะครับหลัจากนั้นนี่เมื่ออายุได้ประมาณ2เดือนนะครับก็จะได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนแล้วก็ได้รับวัคซีนบริโภคเพิ่มนะครับช่วงอป้องกัน(า)ยุประมาณ6เดือนถึง2ป-ีก็จะได้รับวัคซ-ีนป้องกันไข้หวัดใหญ่นะครับแล้วก็ช่วงอายุประมาณ9เดือนถึง1ปี-ี่ก็จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดหัดเยอมันางทูมรวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอีด้วยนะครับหลังจากนั้นนี่ตั้งแต่อายุประมาณ18เดือนถึง6ป-ีนี่ก็จะได้รับวัคซีนชนิ-ี(ด)ดิมะครับ-ี-่(ก)4(ะ)-ุ-้นมาเพิ่มขึ้นนะครับเนไม-้(ป)-็น2ครั้ง3ครั้งก็แล้วแต่นะครับหลังจากนั้นนี่เมื่ออายุได้ประมทำงนซะณสัก11-12ปีนะครับในนักเรียนเพศหญิงที-่อยู-่ชั้นประมาณป.5นี่ก็จะได้รับวัคซีนที่ป้องกันมะเร็งปากมดลูกนะครับจาเชื้อHPVซึ่งเป็นไวรัสชนิดหนึ่งนะครับครับแล้วก็ในช่วงอายุเดียวกัต่างๆ(น)ของทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายนี่จะได้รับการกระตุ้นด้วยวัคซ-ีนคอต-ีบแล้วก็บาดทะยักซ้ำนะครับแล้วก็หลังจากนั้นนี่ก็ต้องมีการฉีดวัคซีนคอตีบแล้วก็บาดทะนป(ยั)ต(น)-ี่ซ้ำทุกๆ10ปีนะครับเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายได้รับภูมิคุ้มกันครับ-ิ10(จ)-ี(ก)-้มูง(ล)ที่ได้มาทั้งหมดเมื่อกี้เป็นที่เป็นตารางวัส(ค)-ิ-่ง(-ีน)ที่จำเป็นสำหรับที่ให้กับเด็กทุกคนอ(น)-ี-่นะครับคำถามที่คุณจะถามก็คือว่าวัคซีนบ้า(นี่)เป็นการเสริมสร้างภูมง(-ิ)-ุ้-์(ม)-ัร(น)แบบใดนะครับอันนี้เป็นคำถามแรกคำามที่ตามมาอีกอันหนึ่งก็ค-ือว่าการให้วัคซีนอาศัยหลักการของแอนติเจนและแอนติบอดีอย่างไรนะครับเราลองช่วยคิดแล้วก็ลองตอบคำถามกต(-ั)นด-้(-ู)ะครับนักเรียนอาจจะเคยมีประสบการณ์ที่ทุกคนแหละต้องมีประสบการณ์ที่เคยฉีดวัคซียสิเ(น)-่ง(-ัน)มาก-่อนใช-่ไหมครับก็บางคนาจจะเจ็บแขนบางคอาจจะเป็นไข้นะครับการได้รับวัคซีนส(น)-ี่ก็เป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันรูปแบบห-ึ่งที่เรียกว่า"ภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง"นะครับก่อนที่เราจะมาศึ-ันฉ(ษาก)-ันว่ามันเป็นภูมิคุ้มกันแบบก่อเองย่าไรนี่เรามาทำความรู้จักกับวัคซีนกันก่อนดีไหมครับวัคซีนนี่จะsenior(มี)องค์ประกอบที่อาจจะเป็นส่วนประกอบของเชื้อโรคนะครับหรือบางชนิดอาจจะมีองค์ประกอบที่เป็นเชื้อลล์(โรค)ที่ตายแล้วหรือบางชนิดจะเป็นเชื้อโรคที่ทำให้อ่อนกำลังลงนะคผี(รั)หรือ-้(บ)ชนิดอาจจะเป็นสารพิษของเชื้อโรคที่ทำให้หมดสภาพควา-็(ม)เป็นพิษแล้วะครับงค์ปร-ี(ะ)อบเแ(ห)-่านี-้จะนว(-ำ)มาใช้ในการผลิตเป็นวัคซีนที่ฉีดเข้าไปในร่างกายของเรานะครกิมจิ(-ับ)การที่ร่างกายได้รับวัคซีนเข้าไปนี่จะช่วยป้องกันโรคที-่อาจทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายของเราได้นะครับเช-่นวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักหรือวัคซีนที7(-่)ช่วยป้องกันโรคที่สามารถติดต่อด้(าก)คนไปถ(ส)-ู-่คนอื่นๆได้นะครับตัวอย่างเช่ก(น)วัคซีนป้องกันโรคหัดหัดเยอรมันหรือไข้หวัดใหญ่เป็นต้นนะครับโดยร(จ)-้โ(า)-ัวว-๊ะจ(-ัคซ)-ีนที่อ(บ)อกมาว่ามีองค-ุ(-์)ระกอบต่างๆเหล่านั้นนกรณ์(-ี่)จะทำหน้าที่เป็นแอนติเจนนะครั7(บ)ที่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วนี่จะกรย(ะ)-ุ-้นภูมิคุ้มก-ุ(-ั)ต่(ขอ)งร่างกายให้เกิดการตอบสนองระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นด้วยวัคซี-ี่จะมีการเตรียมพร้อมที่จะตอบสนองต่อเชื้อโรคต่างๆได้อย่างรวดเร็ง(ว)นะครับเช่นเดียวกับการที่ได้รับเชื้อโรคเป(ข)-้ามาย(น)ร่างกายของเรานะครับของเกาย(ม)-ื่อร่างกายได้รับวัคซีนที่เมื่อกี้บอกว่าทำหน้าที่เป็นแอนติเจนแล้วนี่ครับระบบภูมินป-ั(ค)-ุ-้มกันจะตอบ-ั-่(ส)ฉลอง-้วยการสร้างแอนติบอดีขึ้นมานะครับหรือไปกระตุ้นเซลล์ทีที่จำเพาะต่อเชื้อโรคนั้นๆนะครับให้แบ่งเซลล์แล้วก็เพิ่มจำนวนนะครับเพื่อกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่อไปนะครับแรสร้างขึ้นมาการ์ตูนเอซ่า(ะ)นอกจากนี้จะกระ-ุ-้นให้มีการสร้างเซลล์ความต่(จำ)างที่จำเพาะต่อเชื้อโรคนั้นๆเตรียมไว้ด้วยนะครับและเพ(ม)-ื่อได้รับเชืH(-้)ello(โรค)ชนิดเดียวกับที่เราเคยให-้วัคซีนเข้าไปเข-้ามานี่นะครับระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถกระตุ้นเซลล์บีให้สร้างแอนติบอดีได้อย่างรวดเร็วส(ห)-้า(-ือ)ระตุ้นเซลล์ทีที่จำเพาะต่อเชื้อโรคนั้นๆให้สามารถทำลายหรือต่อต้านเชื้อโรคของสิ่งเหล่ร์ตูนLi(-ั)-้ne(น)ได้อย่างรวดเร็วขึ้นด้ยเช่นกันครับเราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่เป็นภูมิคุ้มกันแบบรับมาแล้วก็ภูมิคุ้มกันแบบก่อเองกันมาแล้วครับเ-ี๋-่(ย)คุณ(เรา)ลองมาดูข้อความที่ก(ร)-ูให้ตรงนี้นะครับแห(ล)-้วเดี๋ยวจะมีคำถามให้ช่วยกันลองคิดนะครับข้อคร(ว)ามนี้ก็ค-ือว-่าตั้งแต-่เราเกิดมนี่เราได-้รับภูมิคุ้มกันแบบรับมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ข-้รับ(อ)งแม่นะและก็ได้รับภูมิคุ้มกันผ่านน้ำนมแมก็ไ(-่)มาด้วยนะครับและนอกจากนี้เราก็เ(ย)-ั-่(ง)ได้รับการฉีดวัคซีนนะครับตั้งแต่แรกเกิดมาเรื่อยๆรักก(เ)-ั(-็)ระยgc(ะ)เพื่อให้ร่างกายนี่สร้างแล้วก็พัฒย(น)าภูมิคุ้มกันนะครับเพื่อช่วยป้องกันไม่ให-้ร่างกายของเรานี่ได้รับอันตรายจากเชื้อโรคต่างๆที่จะเข้ามาในแต่ละวันนะครับคำถา-้(ม)ก็คือว่านักเรียนจำได้ไหมว่า-ักค(-ี)ได้รับว-ัคซีนป้องกันโรคอะไรกันมาบ้างแล้วครับลองช่วยกันนึกดูกับเพื่อนๆนะตั้งแต่เราเกิดมาเลยแรกเกิดอาจจะยังจำไม่ได้นะครับจนถึงตอนนี้เราได้รับว-ัคซีนอะเพื่อ(ไ)รกันมาแล้วบ้างนะครันตอนนี-้(บ)นักเรียนอาจจะยังจำกันไม่ได้หรอกว่านักเรียนได้รับวัคซีนอะไรกันด(บ)-้างนะครับครูมีตัวช่วยเป็นตารางส(ด)-ิมแหละครับคือตารางวัคซี-่ง(น)ที่จำเป็นที่ต้องให้กับเด็กไทยทุกคนนะครับจากตารางนี้ครูก็จะมีคำถามให้นักเรียนลองไปช่วยกันคิดนะครับคำต(ถ)มแกก็คือว่เพราะเหตุใดจึงต้องได้รับวัคซีนชนิดเดียวกันด(ซ)-้-ำเป็นระยะๆนะครับอย่างเช่นวัคซีนโปลิโอ-ี่จะต-้องได้รับถึง3ครั้งนะครับในช่วงวัยแรกๆของช่วงอายุแรกเกิดถึง12ปีค-้องได้รับคำถามที่2ก็คสิท(-ื)ธิ์(ว่า)นอกจากวัคซสิ-่ง(-ีน)ที่จำเป็นต้องให้แก่ป(ด)-็นอีกแล้วนักเรียนคิดว่ายังมีวัคซีนชนิดใดอีกบ้างที่เด็กหรือแม้กระทั่งคนที่โตแล้วเป็นวัยผู้ใหญ่นี่ควรได้รับเพิ่มเติมครับอันนี้เผู้ใหญ(ป)-็นคำถามที่ให้ลองไปคิดแล้วก็นักเรียนอาจจะสามารถสืบค้นหาคำตอบได้นะครับจากแหล-่งข้มูลต่างๆนะครับโดยเฉพาะทางผ่านทางอินเทอร์เน็ตนี่ครูคิดว่านักเรียนน่าจะสืบค้นหาข้อ-ันเน-ี(ม)-ูลกันได้เป็นอย่างดี-้ย(น)ะครับและลองไปช่วยกันคิดหาคำตอบดูครับจากที่เรียนมาทั้งหมดนี่นะครับเราลองมาตรวจสอบความเข-่(-้)ใจใย(น)เรื่องของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันกันดูนะครับโดยงก-ู(จ)ะมี2คำถามให้นักเรียนลองถามตัวเองเพื่อจะดูว่าเข้าใจกับเรื่องที่เรียนมามากน้อยแค่ตั้งปลุกเข้าใจ(ไ)หนนะครับคำถามแรกก็ร(ค)-ือว่าเพระเหตุใดเมื่อถูกยุงกัดจึงต้องจดจำลักษณะของยุที่กั-ู(ด)ที่กัดเรานี่แหละครับหรือกัดคนอื่นนะคอ(ร)-ับคน(-ำ)ถามที่ส(2)องก็คือว่าการให้วัคซีนและการให้เซรุ่มมีผลต่อร่างกายเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรลองตอบคำถาม2คำถามดูนะครับถ้ายัตอบร(-่)ได้ก็แสดงว่าเราอาจจะต้องกลับไปทบทวนเรื่องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอีกคและหลังจาก(ร)-ั-ี่(-้ง)หน-ึ่งแต่ถ้าตอบคำถามได้ถูกต้องแล้วก็แสดงว่าเราเข้าใจเรื่องนี้ดีแล้วครับและหลังจากที่ลองตรวจสอบความเข้าใจกันแล้วนี่เราลองมาดูกันว่าบทเรียนที่เราเรียนผ่านมาทั้งหมดนี้นะครับตั้งแต่เรื่องของกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งปลอมแบบจำเพาะทั้งหมดนี่เราสามารถสรุปมาเป็นเนื้อหาอย่างไรได้บ้อ(า)-ันงห(นี)-้คืนื้อหาที่ครูสาล(-ุป)องมาให้นะครั-ูก(บอ)-ันแรกว่า(เลย)ก็ค-ิด(-ือ)ว่าตัวกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะนี่นะครับจะเกี่ยวข้องกับเซลล์เม็ดเลือดขาวนะครับกลุ่มลิมโฟไซต์ซึ่งก็ได้แก่เซลล์บีเซลล์ทีนะครับซึอ(-่)mg(จะ)มีความจำเพาะต่อเมด(ส)-ิ-่งแปลกเต(ปล)มห-ือที-์(-่)เรน(ร)-ียกว่า"แอนติเจน"นั่นเองนะครับเมื่อแอนติเจน-ี่เข้าไปใน-ี(-ื)-้อเยื่อได้แล้วเซลล์บีจะถูกกระตุ-้นให-้พัฒนาไปเป็นเซลล์ที่มีขาดใหญ่ขึ-้นเรียกว่า"เซลล์พลาสมา"ทำหน้าที่ในการสร้างแอนติบอดีซึ่งจับกับแอนติเจนได้อย่างจำเพาะแล้วก็จะถูกนำไปทำลายต่อไปนะครับส่วนเซลล์ทีก็จะถูกกระตุ้นนะครับให้ทำหน้าที่ตามแต่แล้วแต่ชนิดของเซลล์นั้นๆนะครับก็คือเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือว่าเซลล์ทำหน้าทีผู้ช-่ไ(ว)ยนปหา(-ั)-่นเองนะครับในขณะเดียวกันเซลล์บีและเซลล์ดูก-ั(ท)-ีบางส่วน-ี่ก็จะพัฒนาไปเป็นเซ-์ที่เรียกว่า"เซลล์ความจำ"นะครับมีความจำเพาะกับแอนติเจนนั้นนะครับซึ่งเมื่อร่างกายได้รับแอนติเจนเดิมนี่กลับเข้ามาใหม่ร่างกายจะมีการตอบสนองแล้วก็สร้างแอนติบอเ(ด)-ีหรยสการ(-ื)กระตุ้นใาบการ(ห)-้เซลล์ทีนี่ทำงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น-์ตูนไทย(ก)ว่าเดิมครับส่วนเรื่องของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนี่ะครับก็จะสรุปได้ดังนี้ครับก-้(-็)คือว่าภูมิคุ้มกันแบวยนะค(บ)รับมานี่เป็นกา-ับแอนติบอดีที่มีความจำเพาะและทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมนั้นได้ทันทีอาจจะไม่ได้อยู-่ในร่างกายเราได้นานนะครับอาจจะอยู่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆนะครับเป็นหลักสัปดาห์หรื-่ในร่างกาย(อ)เป็นหลักเดือนนะครับส่วนภูมิคุ้มกันแบบส(ก)-่ว(อ)เองนี่เป็นการที่ร่างกายได้รับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมนะครับอาจจะเป็นใน-ูปแบบของวัคซีนนะรับและกระตุ้นให้ร่างกายเรานี่สร้างแอนติบอดีหรือกระตุ้นเซลล์ทีที่จำเพาะต่อเชื้อโรคนั้นๆนี่มาต่อต้านหรือทำลายสิ่การ์ตูนทแปลกปลอมนะครับในขณะเด-ียวกันก็เกิดจะกระตุ้นให-่(-้)เกิดการสร้างเซลล์ความจำทั้งเซลล์บีและเซลล์ทีขึ้นนะครับทั้งหมดนี่ทำขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมในการที่หากมีเชื้อโรคชน-ี่(-ิด)เดิน(ม)เข้ามานี-่ร-่างกาก็จะสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและในขณะเดียวกันภูมิคุ้มกันบบกล(-่)อเองนี่ก็จอยู่คงทนอยู่ในร่างกายของเราได้นานครับในตอนต่อไปนี-่น-้(ะ)ครับเราก็จะยังอยู่กับเรื่องระบบภูมิคุ้มกันซึ่งเป็น-ั(อ)นที่3นะครับในตอนที่3นี่จะเป็นเน-ื้อหาเก-ี่ยวกับว่าถ้าระบบภูมิคุ้มกันของเรานี่เกิดควมผิดปกติเกิดขึ้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับร่างกยขอเรานะครับเราค่อยมาติดตามกันในตอนที่3ะครับสำหรับวันนี้สวัสดีครับ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-03-28 17:07:15
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}