Accuracy : 87.41%
Insertion : 269
Deletion : 1486
Substitution : 107
Correction : 13198
Reference tokens : 14791
Hypothesis tokens : 13574

[เสียงดนตรี](คุณครูธีรพัฒน์)สวัสดีครับนักเรียนวันนี้มาพบก-ับผมคุณครูธีรพัฒน์นะคร-ัวันนี้เราจะมาเรียนเรื่องระบบภูมิคุ้มกันกันนะครับในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันนี่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับจะอยู่ในบททเร-ื(-ี)-่2เรื่องการรักษาดุลยภาพของร่างกาน(ย)มนุษย์นะคร-ับในหัวข้อที่-ับ(2).4ในหัวข้อ2.4นี่จะมีอยู่ด้วยกัน3หัวข้อย่อยก็คือหัวข้อแรกจะเก(ป)-็นเค(ร)-ื-่องขกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะนครับหัวข้อที่2ก็จะเป็นกลไกแบบจำเพาะและหัวข-้อที่3ก-้(-็)จะเป็นเรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในวันนี้เราจะมาเรียนกันหัวข้อย่อยแรกนะครับก็ค-ือเร-ื-่กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะแต่ว่าก่อนอื่นนี่เราจะมาเรียนเนื้อหาคร่าวๆกันก่อนว่าระบบภูมิคุ้มกั-ี่คืออะไรนะค-ับจุดประสงค์ของเรื่องนี้นะครับก็คาดหวังว่านักเรียนจะสามารถอธิบายบทบาทของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ป้องกันหรือทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมได้นะครับอันที่2ก็คือสามารถอธิบายหรือเขียนแผนผังที่เกี่ยวข้องกับกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะได้ครับนักเรียนลองมาดูรูปนี้กันนะครับนักเรียนรู้จักอะไรในรูปนี้บ้างครูจะให้เวลาลองคิดนะครับมันก็คือเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่อยู่รอบตัวเรานั่นเอง-ักรียนรู้จักะไรบ้างนะครับก็อาจจะมีทั้งแบคทีเรียราไวรัสปรสิตหรือแม้กระทั่งเรณูของดอกไม้นะครับในแต่ละวันนี่ร่างกายมีโอกาสได้รับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมเช่นไวรัสแบคทีเรียหรือสารพิษต่างๆผ่านเข้ามาทางใดได้บ้านักเรียนลองตอบคำถามดูนะครับอันที่2ก็คือเมื่อร่างกายได้รับแล้วนี่จะทำให้เกิดอันตรายหรือเจ็บป่วยทุกครั้งเสมอไปหรือไม่นะครับอันนี้เป็น2คำถามที่คุณครูจะให้นักเรียนได้ลองคิดกันดูนะครับนอกจากนี้ยังมีคำถามเพิ่มอีกว่าในบางครั้งร่างกายของแต่ละคนนี่อาจจะได้รับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมชนิดเดียวกันแต่ว่าอาจจะแสดงออกด้วยอาการที่เจ็บป่วยแตกต่างกันไปบางคนอาจจะไม่เจ็บป่วยเลยก็ได้เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นครับมี3คำถามด้วยกันแล้วนะที่ให้นักเรีย-ี่ลองคิดเราจะมาหาคำตอบกันได้ใน(าก)บทเรียนเรื่องระบบภูมิคุ้มกันในว-ันนี้ครับนักเรียนบางคนอาจจะพอตอบคำถามได้นะครับว่าระบบภูมิคุ้มกันใร่างกายแต่ละคนนี่มีการตอบสนองต่อเชื้อโรคและ(รือ)สิ่งแปลกปลอมที่แตกต่างกันนี่เองจึงเป็นสาเหตุของการแสดงออกของโรคหรืออาการที่แตกต่างกันไปนะครับมีคำถามต่อมาอีกนะครับว่าแล้วระบบภูมิคุ้มกั-ี่มีการตอบสนองต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไรค-ับเดี๋ยวเราลองช่วยกันคิดนะ...จริงๆแล้วนักเรียนบางคนอาจจะพอตอบได้หรือบางคนอาจจะยังตอบไม่ได้ก็ไม่แปลกครับเพราะว่าจริงๆแล้วบบภูมิคุ้มกันนี่เป็นระบบที่ค่อนข้างมีควาะ(ม)ซับซ้อนก่อนอื่นที่เราจะมาเรียนว่าระบบภูมิคุ้มกันนี่มีการทำงานมีการตอบสนองหรือต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกด(ป)-้อมได้อย่างไรนี่เรามาดูกันก่อนว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้างที่ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของเราเรามาดูกันนะครับว่าอวัยวะและเนื้อเยื่อในระบบภูมิคุ้มกันมีอะไรบ้างกลุ่มแรกนี่สร้างแล้วก็พัฒนาเซลล์กลุ่มน(ล)-ิค(ฟ)ไซต์คือไขกระดูกแล-้วกะ(-็)ไทมัสครับนักเรียนจำคำนี้ไว้ก่อนนะครับ"ลิมโฟไซต์"อาจจะยังไม่รู้จักมันตอนนี้แต่ว่าครูจะบอกว่าเป็นลิมโฟไซต์นี่จะมีบทบา-ี่สำคัญในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันของเรานะครับต่อมาจะเป็นกลุ่มที่เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมซึ่งก็ได้แก่ม้ามแล-้(ะ)ก็ต่อมน้ำเหลืองนะครับมาดูกลุ่มสุดท้ายกลุ่มสุดท้ายนี่จะเป็นเนื้อ-ื่อบริเวณต่างๆที่ทำหน้าที-่ดักจับแล้วก็ทำลายสิ่งแปลกปลอมเช่นทอนซิลแล้วก็เนื้อเยื่อน้ำเหลืองนักเรียนก็ได้ทราบกันมาแล้วนะครับว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันคำถามที่ครูจะถามต่อมาก็คืออวัยวะและเนื้อเยื่อเหล่านี้นักเรียนคิดว่าอยู่ที่บริเวณใดบ้างในร่างกายของเราลองมาช่วยกันคิดนะคร-ับจากรูปนะครับนักเรียนจะเห็นได้ว่าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อน้ำเหลืองบาชนิดเช่นไขกระดูกต่อมน้ำเหลืองหรือหลอดน้ำเหลืองนี่จะพบได้กระจายอยู่ทั่วไปในร่างกายของเราแต่ถ้าเป็นอวัยวะหรือเนื้อเยื่อบางอย่างเช่นทอนซิลม้ามหรือว่าไส้ติ่งนี่จะเป็นอวัยวะที่พบได้ในจุดเดียวของร่างกายแต-่ว-่จะพบอยู่ในบริเวณที่แตกต่างกันไปนะครับคำถามต่อมาก็คือเหตุใดเราจึงพบอวัยวะหรือเนื้อเยื่อเหล่านี้อยู่ทั่วไปในร่างกายของเรานักเรียนบางคนอาจจะยังตอบคำถามที่ครูถามเมื่อสักครู่ไม่ได้นะครับเดี๋ต่(ยว)ครูจะมีความรู้เพิ-ี(-่)มเติมจากหนังสือเรียนให้แล้วดูสิว่าเราจะตอบคำถามเหล่านี้กันได้หรือเปล่ามาดูอันแรกกันเลยนะครับอันแรกก็คือลิมโฟไซต์นี่คือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างจำเพาะนะครับโดยอาศัยสารที่สร้างขึ้นมาจากตัวลิมโฟไซต์นี่เช่นแอนติบอดีนักเรียนคุ้นๆคำว่า"ลิมโฟไซต์"กันใช่ไหมครับที่เราเพิ่งเจอกันไปเมื่อกี้นะครับแล้วก็จะมีคำใหม่ขึ้นมาคำว่า"แอนติบอดี"ตรงนี้ยังไม่ต้องกังวลเดี๋ยวเราจะได้เรียนรู้เรื่องแอนติบอดีกันต่อไปนะครับเราลองมาโฟกัสที่ครูวงกลมสีแดงไว้ก่อนว่าตัวลิมโฟไซต์นี่เ(ก)-็คือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองแล-้วกะ(-็)ทำลายสิ่งแปลกปลอมได้นะครับพอจะตอบคำถามได้หรือยังถ้ายังไม่ได้มาดูอันถัดไปนะครับก็คือความรู้เกี่ยวกับไส้ติ่งไส้ติ่งหรือAppendixนี่จะมีลักษอยู่บริ(ณะ)ป็ณ(น)ท่อปลายตันนะครับอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้ะครับมีความยาวประมาณสัก2-7เซนติเมตรภายในของไส้ติ่งนี่จะมีลิมโฟไซต์เจอคำว่า"ลิมโฟไซต์"อีกแล้วนะอยู่กันหนาแน่นมากเลยนะครับและก็ยังอาจจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียที่จะเป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วยเหมือนเดิมเราลองมาโฟกัสเฉพาะที่ครูวงวงกลมสีแดงเอาไว้นะครับว่าเจ้าไส้ติ่งนี่มันเป็นที่มีลิมโฟไซต์อยู่หน-้าแน่นนะครับและลิมโฟไซต์นี่ก็ยังเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันด้วยพอจะตอบคำถามกันได-้บ-้างหรือยังครับอย่า-ั้นเราลองมาทวนคำถามที่ครูถามเมื่อกี้กันอีกทีนะครับว่าเหตุใดอวัยวะและระบบเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนี่จึงพบอยู่ทั่วร่างกายของเราน่าจะตอบกันได้แล้วนะอย่า-ั้นเราลองมาดูที่ครูเฉลยกันนะครับเหตุผลแรกก็คือเชื้อโรคหรื(และ)สิ่งแปลกปลอมนี่อย่างสไลด์แรกที่ครูพูดมาเลยนี่มันมีพบอยู่ทั่วไปรอบร่างกายเราเลยฉะนั้นมันก็สามารถที่จะเข้าสู่ร่างกายหรือเนื้อเยื่อเราได้นี่เกือบทุกบริเวณเลยนะครับดังนั้นอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนี่จ-ึะ(ง)ต้องกระจายอยู่ทั่วบริเวณต่างๆของร่างกายของเรานะครับเหตุผลต่อมาก็คือเจ้าลิมโฟไซต์-ี(-ึ)-่เป็นพระเอกของเรานี่เมื่อกี้เรารู้ไปแล-้วว่าลิมโฟไซต-้ว(-์)นีเ(-่)จะสร้างและพัฒนาที่บริเวณไหนครับบริเวณไขกระดูกแล้วก็ไทมัสใช่ไหมครับซึ่งเมื่อสร้างที่บริเวณเหล่านั้-ี่แต่ว่ามันจำเป็นต้องอาศัยเนื้ยื่อหรืออวัยวะ-ื-้อ(-ำ)ย(ล)-ื-่อื่นๆเช่นหลอดเลือด...เช่นหลอด-้ๆ(-ำ)เหลืองนะครับในการลำเลียงไปทั่วร่างกายของเรานะครับแล้วก็เหตุผลถัดมาก็คือเมื่อลำเลียงลิมโฟไซต์เหล่านี้ไปแล้วนี่ก็ยังจำเป-็นต-้องมีอวัยวะหรือเนื้อเย-ื่ที่เป็นที่สะสมลิมโฟไซต์เหล่านี้เพราะเมื่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาที่บริเวณใดก็ตามนะครับลิมโฟไซต์นี่ก็จะสามารถทำหน้าที่ตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอม-ี่เข้ามาสู่ร่างกายของเราได้ทันทีนะครับอันนี้ก็จะเป็นคำตอบที่สำหรับคำถามที่ครูถามไปเมื่อกี้ครับนักเรียนลองพิจารณาข้อความที่ปรากฏอยู่นี-่(-้)นะครับแล้วเดี๋ยวเราลองมาคิดจากคำถามที่ครูจะถามกันนะครับคำถามที่จะให้นักเรียนลองคิดก็คือกลไกแบบไม่จำเพาะและกลไกแบบจำเพาะนี่คืออะไรและเหตุใดร-่างกายของเราจึงต้องมีกลไกทั้ง2แบบเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กันไปทีละกลไล(ก)นะครับเริ่มต้นจากกลไล(ก)การต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะก่อนในกลไกนี้จะแบ่งออกได้เป็น2กลไกหลักๆก็คืออันแรกจะเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู-่เนื้อเยื-่บริเวณห(ต)-่างรือนเื่อ(ๆ)ของร่างกายอันนี้คุณครูย้ำนิดอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายเรานั่นเองนะครับกลไกต(ถ)-ั-่อ(ด)มาก็คือต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในเนื้อเยื่อท(ข)-ี่ยู่ในขงร่างกายของเราแล้วนะครับจากที่คุณครูได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่ากลไกในระบบภูมิคุ้มกันนี่เป็นระบบที่มีความซับซ้อนฉะนั้นเราทราบไปแล้วว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ-้มกันแต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออื่นๆในระบบต่างๆของร่างกายนี่ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเราเช่นกันนักเรียนพอจะทราบไหมครับว่าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในระบบอื่นๆของร่างกายนี่อะไรบ้างที่ทำหน้าที่ที่ครูกล่าวมานะครับถ้ามาดูจากรูปก็พอจะเห็นกันนะครับว่าครูทำเป็นกล่องไว้นะแล้วนักเรียนลองเดาสิว่าอวัยวะเหล่านี-้ทำหน-้าที่ในการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่ออย่างไรบ้างเดี๋ยวครูจะให้เวลาลองคิดกันนะครับเรามาลองดูกันที่อวัยวะอวัยวะหรือเนื้อเยื-้(-่)อเลยนะนะครับไล่จากล่(ข้)างขึ้นบนเลยอันแรกก็คือหูของเรานี่แหละนะครับภายในหูนี่จะมีขี้หูทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองหรือว่าแมลงหรือสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปทางหูของเรานะครับต่อมาคือผิวหนังผิวหนังนี่จะมีบทบาทสำคัญมากเลยเพราะว่าทุกส่วนของร่างกายเราก็จะมีผิวหนังห่อหุ้มนะครับผิวหนังจะทำหน้าที่หลักๆในการป้องกันการบุกรุกของเชื้อโรคแล-้(ะ)ก็สิ่งแปลกปลอมในขณะเดียวกันนะครับก็จะมีต่อมเหงื่อที่ผิวหนังก็จะมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมันซึ่ง-้(ห)งื-ำม-ัน(-่อ)จากต่อมเหงื่อและน้ำมันจากต่อมไขมันนี่จะยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางชนิดได้นะครับถัดมาก็คือบริเวณตาของเรานี่แหละนะครับในตานี่จะมีน้ำตาซึ่งจะมีเอนไซม์ที่เรียกว่าไ(")ไลโซไซม-์"นะครับทำหน้าที่ย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรียซ-ึ่งก็คือเป็นสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับถัดมาก็จะเป็นระบบหายใจซึ่งก็จะมีจริงๆแล้วจะมีจมูกด้วยนะครับจมูกก็จะมีขนจมูกมีน้ำมูกมีเมือกต่างๆที่คอยดักจับสิ่งแปลกปลอมต(ก)-่าง(อน)ที่จะเข้าไปในท่อลมนะครับซึ่งในท่อลมเองก็จะมีการหลั่งเมือกนะครับเพ-ี(-ื)-่ดักจับฝุ่นละอองแล-้ะ(ว)ก็เชื้อจุลินทรีย์ที่เข้ามาเชื้อจุลินทา(ร)-ีย์หรือว่าสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาได้ถึงท่อลมแล้วนี่ก็จะมีซ-ี(-ิ)เลียที่จะคอยทำหน้าที่โบกพัดให้สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้นะครับมันกลับขึ้นไปใน...ในระบบหายใจของเรากลับไปทางจมูกแล้วก็จะกำจัดออกจากร่างกายด้วยการไอห-ือจามนะครับเวลาที่ตอนนี้ที่มันมีสถานการณ์ของโควิดอยู่ฉะนั้นเขาก็เลยรณรงค์ให้เราใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่จะออกมาจากการไอหรือจามของเรานั่นเองนะครับอันนี้ก็เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันที่เราเจอ(-็น)อยู่ทุ-ันตอนนี้นะครับอวัยวะถัดมาก็คือกระเพาะอาหารนะครับกระเพาะอาหารนี่จะมีกรดก็คือกรดไฮโดรคลอริกนี่แหละที่เรารู้จักกันดีก็มีpHแบบต่ำมากเลยนะครับก็จะทำลายแบคทีเรียที่ลงไปกัด(บ)อาหารที่เรากิะครับเพราะว่าอาหารที่เรากินโดยเฉพาะพวกของสดต่างๆอย่างเช่นผักผลไม้สดนี่ก็จะมีการเจือจ(ป)ของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมอยู่มากฉะนั้นกรดในกระเพาะอาหาก(ร)จะทำหน้าที่ทำลายสิ่งเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ไม่ให้เข้าสู่เนื้อเยื่อของเรานะครับถัดลงมาทางด้านล่างนะครับก็คือตัวกระเพาะปัสสาวะกระเพาะปัสสาวะนี่จะทำหน้าที่ขับปัสสาวะออกจากร่างกายในขณะเดียวกันก็จะช่วยพาพวกเชื้อโรคอย่างจุลินทรีย์ต่างๆนี่ออกมาทางท่อปัสสาวะด้วยนะครับและสุดท้ายคือช่องคลอดซึ่งช่องคลอดนี่จะมีภาวะที่เป็นกรดก็จะทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคด้วยเหมือนกันครับนักเรียนก็ได้ทราบกันไปแล้วนะครับว่าในร่างกายของเรานี่นอกจากอวัยะที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันแล้วยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในระบบอื่นๆที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายเรานะครับแล้วถ้าแนวป้องกันเหล่านี้ถูกทำลายนะครับเช่นเกิดบาดแผลขึ้ครับหรือว่ามีเชื้อโรคที่สร้างเอนไซม์มาย่อยสลายเซลล์เยื่อบุผิวต่างๆนะครับร่างกายเราจะมีกลไกในการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่เนื้อเยื่อของเราได้อย่างไรนะครับแล้วถ้าครูมีข้อความข้อความตรงนี้ให้ว่าเมื่อเกิดบาดแผลสิ่งที่เราสังเกตเห็นจากบาดแผลของเราก็คือจะมีเลือดไหลออกมาใช่ไหมครับเนื่องจากว่าหลอดเลือดฝอยของเรานี่ถูกทำลายหรือบางครั้งอาจจะเกิดอาการบวมแดงหรือบริเวณบาดแผลนี่มีอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากอุณหภูมิปกติของร่างกายเรากลไกอันนี้ก็ถือว่าเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในเนื้อเยื่อของเราคำถามก็คือกลไกลักษณะดังกล่าวนี่เรียกว่าอะไรนะครับแล้วก็เหตุใดจึงมักจึงเกิดลักษณะดังกล่าวขึ้นเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นตามร่างกายของเราลองตอบคำถามกันดูนะครับแล-้(ะ)เดี๋ยวเราจะมาได้เรียนรู้กันต่อไปลักษณะบาดแผลที่เราเห็นได้นะครับก็เป็นกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไดย(ม่)จำเพาะรูปแบบหนึ่งนะครับเกิดขึ้นเมื่อมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมนี่เข้าไปในเนื้อเยื่อเราได-้แล-้นะครับเราจะเรียกกลไกนี้ว่า"การอักเสบ"หรือ"Inflammation"นะครับการอักเสบนี่จะเกิดขึ้นไปพร้อมๆกับการทำงาน-ับ(อง)เซลล์อีกกลุ่มหนึ่งนะครับที่เรียกว่า"ฟาโกไซต์"นะครับเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นี่จะคอยดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปสู่เนื้อเยื่อของเราผ่านทางบาดแผลนะครับเรามาทำความรู้จักกับเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์เพิ่มเติมนะครับจริงๆแล้วเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นี่ก็เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งนะครับซึ่งได้แก่นิวโทรฟิลแล้วก็โมโนไซต(ด)-์โดยเจ้าตัวโมโนไซต(ด)-์นี่ครับมันจะสามารถแทรกตัวออกจากหลอดเลือดฝอยของเราได้นะครับเพื่อไปตามเนื้อเยื่อต่างๆโดยเมื่อมันแทรกตัวไปที่เนื้อเยื่อแล้วนี่มันก็จะขยายขนาดใหญ่ขึ้นนะครับกลายเป็นเซลล์ที่เรียกว่า"แมโครฟจ"นะครับโดยแมโครฟาจนี่จะมีประสิทธิภาพสูงในการดักจับและทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่บาดแผลของเรานะครับอันนี้ก็คือรูปของนิวโทรฟิลนะครับโมโนไซต(ด)-์แล้วก็แมโครฟาจเมื่อฉายใต้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้สงนะครับจะมีลักษณะหน้าตาเป็นอ(แ)-่(บ)างนี้นะครับกลไกที่เกิดขึ้นเมื่อเราเกิดบาดแผลแล้วก็เกิดการอักเสบตามมานี-้(-่)เกิดขึ้นอย่างไรนะครับก็คือเมื่อเราเกิด...เมื่อเกิดบาดแผลนี่จะเกิดสัญญาณเคมีซึ่งสัญญาณเคมีนี้เก(มา)-ิดจากอะไรมาจเ(า)-ิดเนื้อเยื่อที่เสียหายหรือว่าตัวเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเองนะครับเมื่อมีสัญญาณเคมีเกิดขึ้นจะดึงดูดเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นะครับมาที่หลอดเลือดฝอยมากขึ้ะครับเมื่อมาถึงนี่เมื่อเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์มาถึงนี-่ก-้(-็)จะ-ัก(อย)จับดักจับนะครับเชื้อโรคไม่ให้แพร่กระจายไปยังบริเวณต่างๆนะครับเราเรียกกระบวนการที่เซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นี่ดักจับเชื้อโรคว่า"กรเกิดฟาโกไซโทซิส"นะครับนอกจากนี้กระบวนการอักเสบยังทำให้เกิดลักษณะต่างๆตามมานะครับก็คือหลอดเลือดฝอยมีการขยายตัวเกิดขึ้นะครับมีการนำเลือดแล้วก็สะสมเม็ลเลือดของเซลล์เม็ดเลือดขาวบริเวณนั้ด(น)มากขึ้นนะครับมีการซึมผ่านของน้ำเหลืองแล้วก็เกิดอาการบวมแดงนะครับรวมทั้อุณหภูมิบริเวณนั้นอาจจะสูงขึ้นด้วยนะครับเราก็เรียกรวมก-ันท-ั-้งหมด-ี้ว่า"การเกิดการอักเสบ"ซึ่งอย่างที่คุณครูได้อกไปแล้วว่ามันเป็นกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับอันนี้คือภาพรวมโดยสรุปของการอักเสบนะครับจะเห็นว่าภาพก.ก็คือสัญญาณเคมีจะถูกส่งออกมานะครับดึงดูดเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์โดยเฉพาะตัวแมโครฟาจนะครับให้เกิดกระบวนการฟาโกไซโทซิสที่จะคอยดักจับแล้วก็ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมบริเวณในภายบาดแผลนะครับหลังจากนั้นเชื้อโรคที่ถูด(ก)ทำลายจะรวมกับฟาโกไซต์ที่ตายแล้วนะครับกลายเป็นหนองและนอกจากนี้ก็จยัง(ะ)มีการแบ่งเซลล์บริเวณที่เกิดบาดแผลนี่เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายด้วยนะครับในหนังสือเรียนชีวภาพนี่จะมีกรอบความรู้จะมีกรอบความรู้นะครับอย่างอันนี้ก็จะเป็นกรอบที่เชื่อมโยงกับสุขภาพจะเห็นว่าสิ่งที่เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนี่จะพยายามเชื่อมโยงให้นักเรียนได้นำความรู้ในสิ่งที่ได้เรียนมานะครับไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนเพื่อที่ให้นักเรีย-ี่สามารถเข้าใจแล-้วกะ(-็)อธิบายหรือรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลเหตุการณ-์(ง)ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะกับตัวนักเรียเองหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวเรานะครับอย่างตัวอย่าง..กรอ(.)ภาพนี้จะเป็นต(ร)-ื-ัว(-่)ย่า(งขอ)งความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเกิดสิง(ว)นะครับหรือสิวอักเสบที่พบกันได้มากในช่วงวัยวัยรุ-ุ-่นหรือวัยของนักเรียนอย่างนี-้(-่)นะครับหลังจากที่เราเรียนมาทั้งหมดแล้วเรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันดูว่านักเรียนเข้าใจในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับโดยเฉพาะในหัร(ว)-ื-่(-้)กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะกันมากน้อยแค่ไหนนะครับมาร(ด)-ู-้-ึ(-ิ)ว่าเราจะตรวจสอบความเข้าใจกันอย่างไรบ้างนะครับลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมานะครับแล้วก็เขียนแผนผังสรุปกลไล(ก)การต่อต้านและ(รือ)ทำลายสิ-่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะดูดูสิว่านักเรียนจะเขียนว่าอย่างไรบ้างอาจจะไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้นะครับเริ่มต้นจากตรงไหนก็ได-้แล-้วเดี๋ยวมาดูกันว่าจะเหมือนกับที่คุณครูได้ทำมาเป็นตัวอย่างไหมนะครับอันนี้ก็เป็นตัวอย่างของแผนผังที่คุณครูได้เขียนให้นักเรียนดูนะครับลองไปศึกษากันดูก็จะมีทั้งกลไกการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่ก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรานะครัว่า(บ)ว่ามีอะไรบ้างนะครับรวมทั้งกลไกการต่อต้านทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เมื่อเข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราแล้วนะครับแล้วหลังจากเรียนมาทั้งหมดแล้วนักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้จากในบทเรียนนี้กันว่าอย่างไรบ้างอันนี้เป็นที่คุณครูสรุปได้นะครับก็คือข้อแรกเลยร่างกายของเรานี่มีกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมนะครับโดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและที่เราเรียนวันนี้ก็คือกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิน(-่)งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะตัวอย่างเช่นผิวหนังหรือเหงื่อหรือน้ำตาหรือกรดจากกระเพาะอาหารนะครับที่จะเป็นด่านแรกในการป้อง-ันไม่ให้เชื้อโรคหรือสิ่งแปลก-้(ล)ง(ม)กั-ี่เข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราได้นะครับและเมื่อเชื้อโรคสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายแล้วนี่จะมีกลไกอื่นที่ตามมาคือการอักเสบซึดย(-่ง)การอักเสบนี่จะทำงานร่วมกับเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์นะครับเพื่อกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายของเราอีกครั้งหนึ่งนะครับในครั้งต่อไปเราจะมาพบกับระบบภูมิคุ้มกันในตอนที่2นะครับซึ่งจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะเราจะมาดูกันว่ากลไกแบบจำเพาะกับไม่จำเพาะนี่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรแล้วทำไมเราถึงเรียกแบบนั้นนะครับสำหรับวันนี้สวัสดีครับ[เสียงดนตร-ี-ี][เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-03-28 17:06:51
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}