Accuracy : 69.45%
Insertion : 1678
Deletion : 1256
Substitution : 170
Correction : 8733
Reference tokens : 10159
Hypothesis tokens : 10581
[เสียงดนตรี](คุณครูอุมาพร)สวัสดีค่ะวันนี้นะคะเราจะมาพูดคุยกับ(น)ถึงบทที่1เรื่องเซตกันต่อนะคะโดยบทเรียนในวันนี้นะคะเราจะพูดถึงการอินเตอร์เซกชันกันของเว(ซ)ตค่ะซึ่งถือเป็นการดำเนินการอย่างหนึ่งของเซตนะคะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูวัตถุประสงค์ของบทเรียนนี้กันดีกว่าค่ะหลังจากที่นักเรียนเรียนจบบทเรียนนี้แล้วนะคะนักเรียนจะต้องสามารถเขียนเซตที่เ(ไ)กิด-้จากการอินเตอร์เซกชันกันของเซตได้ค่ะและเชื่อมโยงความรู้นะคะระหว่างการอินเตอร์เซกช-ันก-ันของเซตนะคะและแผนภาพเวนน์ค่ะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะกำหนดให้นะคะเซตA={เท่ากับเซตของ1,2,3,4}ค่ะเซตBน(=){ะคะเท่ากับ2,4,6แ(,)ละ8}ค่ะนักเรียนสามารถเขียนเซตCนะคะที่มีสมาชิกนะคะเป็นสมาชิกของทั้งเซตAและเซตBได้หรือเปล่าคะเราจะเขียนเซตC={2,นะคะได้เท่ากับ2และ4}ค่ะเนื่องจากรนักเรียนจะเห็นว่า2และ4นะคะคเป็นสมาชิกนะคะที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตBค่ะโดวยเราจะเรียกเซตCนะคะว่าอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAและเซตBค่ะซึ่งเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAตามด้วยสัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะน(ค)ะแล้วก็ตามด้วค(ย)เซตBค่ะซึ่งในข้อนี้นะคะอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAและเซตBร(น)ะคะจะมีค่าเท่ากับเซตของ2และ4ค่ะเดี๋ยวเราไปดูความหมายของการอินเตอร์เซกช-ันก-ันของเซตกันดีกว่าค่ะอินเตอร์เซกชันนะคะคือสมาชิกของเซตAและเซตBนะคะคืเป-็(อ)นเซตที่มีสมาชิกนะคะแต่ละตัวเป็ย(น)สมาชิกของทั้งเซตAและเซตBค่ะซึ่งเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAนะคะแทน(ตาม)ด้วยสัญลักษณ-์ลักษณะแบบนี้ค่ะแล-้วกะ(-็)ตามด้วยเซตBนะค-่ะซึ่งในที-่นี้นะคะคุณครูจะขอเรียกอินเตอร์เซกชันของเซตAและเซตBนะคะอย่างสั้นๆว่า"เซตAอินเตอร์เซกกับเซตB(A∩B)"ค่ะโดยบทนิยามA∩BมนะคะเซตAอิน(จ)ะเท่เตอร์เซกช(า)-ันกับเซตBนะคะซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกxค่ะโดยที่xเป็นสมาชิกของเซตAนะคะและX(x)เป็นสมาชิกของเซตBของเซตAค่ะถ้าพร้อมแล-้วเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะให้เซตA={0,ค่ะเท่ากับเซตของ0,1,2,3แล(}น)ะค3(ะ)เซตB=ค-่({)ะเท่ากับ0,3แ(,)ละ5}ค่ะและเซตC={4Cเท่ากับเซตของ4แ(,)ละ5}ค่ะจงหานะคะข้อที่1ค่ะเซตA∩BตAอินเตอร์เซกชันกับเซตBค่ะข้อที่2นะคะเซตA∩CตAอินเตอร์เซกชันกับเซตCค่ะเดี๋ยวเรามาพิจารณาข้อที่1กันก่อนนะคะข้อที่1นะคะเซตAอิ(∩B)นะคเตอ(ะ)คร์เซกกับเซตBความหมายของเซตนี้นะคะก็คือเซตที่สมาชิกแต่ละตัวนะคะอยู่ทข(-ั)-้างในเซตAและเซตBค่ะซึ-่ง-่นักเรียนจะเห็นว่านะคะสมาชิกที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตBนะคะก็คือ0นะคะและ3นั่นเองค่ะดังนั้นนะคะเราจึงได้ว่านะคะเซตA∩Bนะคะจึงมอินเต(-ี)คอร์(-่า)เซ(ท)-่กช(า)-ันกับเซตBนะคะเซตของ{0,นะคะแล้ว3}ค่ะเดี๋ยวเราไปด-ุ(-ู)ข้อที่2กันเลยนะคะเ(ข)-้อทีซตAอิ(-่2)นะคเตอ(ะ)ร์เซตAกกับเซตB(∩C)นะคะความหมายของเซตA∩Cนะคะหมาอินเตอร(ย)ถึงน-์เซกก(ะ)ค-ับ(ะ)เซตทีB(-่)ประกอบไปด้วยสมาชิกนะคะซึ่งสมาชิกเหล่านั้นนะคะเป็นสมาชิกนะคะที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตCค่ะซึ่งเราพิจารณาเซตAและเซตCนะคะนักเรียนจะเห็นว่าเซตAและเซตCนะคะไม่มีสมาชิกตัวใดร่วมกันนะคะดังนั้นนะคะจึงไม่มีสามาชข(-ิ)กค่-ิ(ะ)ที่เป็นสมาชิกของทั้งเซตAและเซตB(C)ค่ะดังนั้นนะคะเราจึงได้ว่าเซตAน(∩)C=∅คะคอินเตอร์เซกกับเซตCเท่ากับเซตว่างค-่ะเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างถัดไปนะคะตัวอย่างนี้ค่ะให้เซตA=เท({)1-่ากับเซตของ1,2,3,4,5,6,7,...}ไปเรื่อยๆค่ะและเซตB={นะคะเท่ากับเซต2,3,5แ(,)ละ7}ค่ะจงหาเซตA∩Aอินเตอร์เซกกับเซตBนะคะเช่นเดิมค่ะเราก็จะพิจารณานะคะสมาชิกนะคะที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตBค่ะซึ่งนักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะว่ามีสมาชิกตัวใดบ้างก็คือมี2,3,5และ7นั่นเองค่ะดังนั้นนะคะเราจึงได้ว่านะคะเซตA∩BตAอินเตอร์เซกกับเซตBน(=){ะคะเท่ากับเซตของ2,3,5แ(,)ละ7}ค่ะซึ่งนักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะเซตของ{2,3,5แ(,)ละ7}นะคะก็คือเซตBนั่นเองค่ะดังนั้นนะคะเราจ-ึะ(ง)เขียนได้ว่าเซตAอ(∩)B-ินเตอร์เซกกับเซตBนะคะเท่ากับเซตBค่ะซึ่งในกรณีนี้นะคะนักเรียนสังเกตเห็นว่านะคะสมาชิกทุกตัวของเซตBค่ะเป็นสมาชิกของเซตAนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตBนะคะเป็นสับเซตของเซตAค8jt(-่ะ)จึงทำให้เมื่อเซตA∩Bแลอิ(-้ว)นะคะผลลัพธเตอร-์เซกกับเซตBคำตอบจึงเป็นเซตBค่ะเดี๋ยวเราไปดูความสัมพันธ์นะคะของแผนภาพเวนน์และการอินเตอร์เซกชันกันของเซตค่ะกำหนดให้Uนะคะแทนเอกภพสัมพัทธ์ค่ะเซตAและเซตBนะคะเป็นสับเซตของเอกภพสัมพัทธ์Uนะคะโดยที่เซตAและเซตBค่ะมีสมาชิกบางส่วนร่วมกันนะคะนักเรียนสามารถเขียนแผนภาพเวนน์ที่เซตAและเซตBมีแผ(สม)นภาชิพ(ก)บางส่วนร่วมกันได้หรือเปล่าค-่ะแผนภาพก็จะเป็นลักษณะนี้นะคะซึ่งแผนภาพดังกล่าวนะคะนักเรียนสามารถแรเงาบริเวณที่เซตAและเซตBมีสมาชิกบางส่วนร่วมกันได้หรือเปล่าคะว่าเป็นบริเวณไหนลองแรเงาดูเลยค่ะก็คือบริเวณนี้นั่นเองค่ะบริเวณนี้นะคะเป็นบริเวณที่สมาชิกแต่ละตัวนะคะเป็นสมาชิกของทั้งเซตAและเซตBค่ะเราจึงเรียกบริเวณนี้นะคะว่าเซตAอ(∩)B-ินเตอร์เซกกับเซตBค่ะถัดมานะคะเซตAและเซตBนะคะเป็นสับเซตของเอกภพสัมพัทธ์Uนะคะโดยที่เซตAและเซตBค่ะไม่มีสมาชิกร่วมกันนะคะแผนภาพก็จะเป็นลักษณะนี้ค่ะนักเรียนก็จะเห็นว่านะคะไม่มีสมาชิกตัวใดนะคะที่เป็นทั้งสมาชิกของทั้งเซตAและเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตA∩BตAอินเตอร์เซกกับเซตBนะ(=∅)ค-่ะะเท่ากับเซตว่างค่ะแผนภาพถัดมานะคะเซตAและเซตBนะคะเป็นสับเซตของเอกภพสัมพัทธ์Uค่ะโดยที่สมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะแผนภาพก็จะเป็นลักษณะนี้นะคะก็คือวงกลมที่แทนเซตBนะคะจะอยู่ภายในวงกลมที่แทนเซตAค่ะซึ่งข้อความนี้นะคะเราอาจจะกล่าวสั้นๆว่าเซตA(B)เป็นสับเซตของเซตAก็ได้ค่ะนักเรียนคิดว่านะคะมีสมาชิกที(ซึ)-่งอย-ุ(-ู)-่ทั้งในเซตSAและเซตBหรือเปล่าคะจากแผนภาพนี้คำตอบคือมีค่ะแล-้(ะ)วเราจะแรเงาบริเวณใดคะใดคะก็คือบริเวณนี้นั่นเองค่ะเพราะบริเวณนี้นะคะเป็นบริเวณทีคือ(-่)สมาชิกแต่ละตัวนะคะเป็นสมาชิกของทั้งเซตAและเซตBค่ะบริเวณนี้นะคะเราจึงเรียกว่าเซตA∩Bค่อินเตอร์เซกกับเซตBนั่น(ะ)เอซึ่งในแผนภาพนี้นะคะเราจะเห็นว่าส่วนที่แรเงานะคะก็คือเซตBค่ะดังนั้นนะคะในกรณีนีเซต(-้)Aอินเตอ(ะคะ)ร์เซกกับเซตA∩Bนะคะจึงเท่ากับเซตBนั่นเองค่ะเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างที่เกี่ยวกับแผนภาพเวนน์เพื่อเพิ่มความเข้าใจกันดีกว่าค่ะตัวอย่างนี้นะคะกำหนดแผนภาพดังนี้ค่ะแผนภาพดังกล่าวนะคะก็จะมี-ึ(ว)งกลมที่แทนเซตAค่ะวงกลมที่แทนเซตBนะคะแล้วก็วงกลมที่แทนเซตCค่ะจงหานะคะข้อที่1ค่ะเซตAอ(∩)B-ินเตอร์เซกกับเซตBค่ะข้อที่2นะคะA∩CะเซตAอินเตอร์เซกกับเซตBค่ะข้อที่3นะคะเซตBอ(∩)C-ินเตอร์เซกกับเซตCค่ะเดี๋ยวเรามาดูที่ข้อ1กันนะคะสมาชิกนะคะซึ่งอยู่ในA∩BนเซตAอินเตอร์เซกกับเซตBนะคะซึ่งหมายความว่าจะต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ทข(-ั)-้างในเซตAและเซตBค่ะนักเรียนสามารถตอจ-ำ(บ)ได้ไหมคะว่าสมาข(ช)-ิกตัวใดที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตBค่ะจากแผนภาพถ้าเราพิจารณานะคะเราจะเห็นว่าวงกลมที่แทนเซตAนะคะและวงกลมที่แทนเซตBค่ะจะซ้อนทับกันนะคะที่บริเวณเซตAค่ะก็คือบริเวณนี้นั่นเองค่ะดังนั้นเซตAอินะคะเเตอร์เซกกับเซตBนะคะจึงเท่ากับเซตข(A)∩Bอง2,(={)3,4แ(,)ละ6}ค่ะถัดมาที่ข้อที่2นะคะเซตA∩Aอินเตอร์เซกกับเซตCค่ะเราก็จะหานะคะสมาชิกที่อยู่ทข(-ั)-้างในเซตAและเซตCท(จ)าก-ี่อยู่ในแผนภาพค่ะนักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะว่ามีสมาชิกตัวใดบ้างก็คือ4นั่นเองค่ะเนื่องจากวงกลมที่แทนเซตAนะคะและวงกลมที่แทนเซตCนะคะจะซ้อนทับกันบริเวณนี้ค่ะซึ่งบริเวณนี้นะคะก็จะมี4เป็นสมาชิกค่ะดังนั้นนะคะข้อที่2ค่ะA∩C={4}คเซตAนะคะอินเตอร์เซกกับเซตCนะคะจึงเท่ากับเซตของ4ค-่ะถัดมาที่ข้อที่3นะคะB∩CนเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCนะคะเราก็จะทำการหาสมาชิกนะคะที(ซึ)-่งอย-ุ-ู่ทั-้งในเซตBและเซตCค่ะสมาชิกนั้นก็ได้แก่0และ4นั่นเองค่ะเน-ื-่องจากวงกลมที่แทนเซตBนะคะและวงกลมที(ซึ)-่งแทนเซตCนะคะซ้อนทับกันบริเวณนี้ค่ะเราจะเห็นว่านะคะบริเวณนี้นะคะมีสมาชิกคือ0และ4ค่ะดังนั้นนะคะB∩CะเซตBนะคะอินเตอร์เซกกับเซตCค(=){0,4-่ะจึงเท่ากับเซตของ0และ4(})ค่ะเดี๋ยวเราไปดูคำถามชวนคิดกันในวันนี้ดีกว่าค่ะกำหนดให้Uนะคะแทนเอกภพสัมพัทธ์ค่ะเซตAเซตBและเซตCนะคะเป็นสับเซตของเอกภพสัมพัทธ์Uค่ะอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAเซตBและเซตCคืออะไรนักเรียนสามารถตอบได้หรือเไม(ปล)-่าคะเราสามารถเอ(นำ)าข้อมูลนะคะการอินเตอร์เซกช-ันก-ันของเซตAและเซตBมาพิจารณาค่ะความหมายของอินเตอร์เซกชันของเซตAและเซตBนะคะคือเซตที่มีสมาชิกแต่ละตัวค่ะเป็นสมาชิกของทั้งเซตAและเซตBค่ะนักเรียนลองพิจารณาดูนะคะว่าถก(-้)ารอินเตอร์เซกชันของเซตAเซตBและเซตCจะมีความหมายว่าอย่างไรนั่นก็มีความหมายว่าอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAเซตBและเซตCคือเซตที่สมาชิกแต่ละตัวนะคะเป็นสมาชิกของทั้งเซตAเซตBและเซตCนั่นเองค่ะหมายความว่าสมาชิกเหล่านั้นนะคะจะต้องเป็นสมาชิกทั้งที่อยู่ในทั้งในเซตAเซตBแล้วก็เซตCค่ะสัญลักษณ์นะคะจะเขียนแทนด้วยเซตAตามด้วยสัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะคะแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะแล้วก8jt(-็)ตามด้วยสัญลักษณ์แบบเดิมนะคะแล้วก็ตามด้วยเซตCค-่ะในที-่นี้นะคะคุณครูจะขอเรียกสั้นๆว่า"เซตA∩BตAอินเตอร์เซกเซตBอ(∩)C-ินเตอร์เซกเซตC(")ค่ะเดี๋ยวเรามาพิจารณาแผนภาพกันดีกว่านะคะแกันดีกว่านะคะแผนภาพเวนน์นะคะในกรณี3เซตจะเป็นลักษณะดังนี้ใช่ไหมคะนักเรียนสามารถแรเงาที่บริเวณที่แสดงเซตA∩B∩CเซตAอินเตอร์เซกกับเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCได้หรือเปล่าคะว่าคือบริเวณใดถ้าเราพิจารณษ(า)นะคะวงกลมซึ่งแทนเซตAค่ะและวงกลมซึ่งแทนเซตBนะคะและวงกลมซึ่งแทนเซตCค่ะจะซ้อนทับกันนะคะบริเวณนี้ค่ะดังนั้นนะคะบริเวณนี้จึงเป็นบริเวณที่เซตA∩ซตAนะคะอินเตอร์เซกกับเซตB∩Cค่และอินเตอร์เซกกับเซตCค่ะเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างเพื่อเพิ-่มความเข้าใจให้มากขึ้นกันดีกว่านะคะตัวอย่างนี้นะคะให้เซตAค(=){-่ะเท่ากับเซตของ0,1,2,3แ(,)ละ4}ค่ะเซตB={0,เท่ากับเซตของ04แ(,)ละ6}ค่ะและเซตC={0,นะคะเท่ากับเซตของ0,3,6แ(,)ละ7}ค่ะจงหานะคะข้อที่1ค่ะเซตAอิ(∩B)นะคะขเตอร์เซกกับเซตBข-้อที่เ(2)ซตAอ(∩)Cค-ินเตอร์เซกกับเซตCค-่ะข้อที่3เซตB∩อินเตอร์เซกกับเซตCค่ะและข้อที่4ค่ะเซตAอ(∩)B∩Cค-ินเตอร์เซกกับเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCค-่ะเดี๋ยวเรามาพิจารณาทีละข้อกันดีกว่านะคะข้อที่1ค่ะเซตA∩อ-ิ(B)นะเต(ค)ะอร์เซกกับเซตBสมาชิกที่อยู่ในAอิ(∩B)นะคะจเ(ะ)ต-้อร(ง)-์เป็นสมาชิกที่อยู่ทั้ซกเซตAกับเซ(งใ)ตBนะคะเซตAและเซตBค่ะนักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะว่ามีสมาชิกตัวใดนั่นก็คือมี0และ4นั่นเองค่ะดังนั้นนะคะA∩B=เซตAอินเตอร์เซกกับเซตBนะ({)0,4}คะจึงเท่ากับ0และ4ค่ะเรามาดูที่ข้อที่2นะคะเซตAอ(∩)C-ินเตอร์เซกกับเซตCค่ะนั่นก็คือการหาสมาชิกนะคะซึ่งอยู่ในทั้งในเซตAและเซตCค่ะนักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะว่ามีสมาชิกตัวใดบ้างที่อยู่ทข(-ั)-้างในเซตAและเซตCก็คือ0และ3นั่นเองค่ะด-ังนั้นเซตA∩C={อินเตอร์เซกกับเซตCนะคะจึงได้0,3}คแล(-่)ะ3ข้อที่3นะคะB∩คะเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCค่ะเซตนี้นะคะสมาชิกนะคะจะต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ทข(-ั)-้างในเซตBและเซตCค่ะนั่นก็คือ0และ6นั่นเองค่ะข้อที่3นะคะB∩C={0,คะเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCจึงเท่ากับ0และ6}ค่ะข้อสุดท้ายนะคะข้อที่4ค่ะเซตAอ(∩)B∩Cน-ินเตอร์เซกกับเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCนะคะสมาชิกนะคะก็จะต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ทข(-ั)-้างในเซตAเซตBแล-้ะ(ว)ก็เซตCค่ะสมาชิกตัวดังกล่าวคืออะไรคะตอบได้ไหมคะก็คือ0นั่นเองค่ะดังนั้นนะคะA∩B∩CนะคะเซตAอินเตอร์เซกกับเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCน(=){ะคะจึงเท่ากับ0}ค่ะเราสามารถใช้แผนภาพเวนน์นะคะในการพิจารณาหาคำตอบของตัวอย่างนี้ได้ค่ะเดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะอันนี้ก็เป-้(-็)นแผนภาพเวนน์นะคะแสดงเซต3เซตในกรณีทั่วไปค่ะเดี๋ยวเราจะนำสมาชิกนะคะที่อยู่ทั้งในเซตAเซตBและเซตCนะคะไปใส่ลงในแผนภาพกันค่ะเริ่มต้นที่0ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า0นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ทข(-ั)-้างในเซตAเซตBและเซตCนะคะดังนั้นนะคะ0จะใส่บริเวณใดนักเรียนตอบได้ไหมคะ0ก็จะใส่บริเวณนี้ค่ะถ-ุ(-ั)ดมาที่1ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า1นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ในเซตAเท่านั้นนะคะดังนั้นนะคะ1จึงถูกใส่ได้ในบริเวณนี้ค่ะถัดมาที่2นะคะเราจะเห็นว่า2นะคะกจะ(-็)เป็นสมาชิกนะคะที(ซึ)-่งอญึ(ยู)-่ในเซตAเท่านั้นเช่นกันซต(ค)-่C(ะ)ดังนั้น2จึงใส่บริเวณนี้ค่ะเรามาดูที่3บ้างนะคะ3นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตCนะคะดังนั้นนะคะ3จึงใส่บริเวณนี้ค่ะเพราะบริเวณนี้นะคะเป็นบริเวณที่อยู่ในเซตAและเซตCค่ะแต่ไม่อยู่ในเซตBนะคะเรามาดูที่ตัวถัดมาคือ4ค่ะ4นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ในเซตAเซตBนะคะแต่ไม่อยู่ในเซตCค่ะดังนั้นนะคะ4จึงใส่บริเวณนี้นั่นเองค่ะหลังจากนั้นเรามาดูที่6นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า6นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ในเซตBและเซตCนะคะดังนั้นนะคะเราจึงจะใส่บริเวณนี้ค่ะและตัวสุดท้ายคือ7ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า7นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ในเซตCเท่านั้นนะค-่ะดังนั้นนะคะ7จึงใส่บริเวณนี้ค่ะเดี๋ยวเรามาดูข้อที่1กันนะคะข้อที่1นะคะเซตA∩อินเตอร์เซกกับเซตBนะคะถ้าพิจารณาจากแผนภาพนะคะก็คือบริเวณที่วงกลมที่แทนด้วยเซตAนะคะและวงกลมซึ่งแทนด้วยเซตC(B)นะคะซ้อนทับกันค-่ะเราจะเห็นว่าก็คือบริเวณนี้ค่ะดังนั้นนเซตAอินเ(ะ)คะA∩ตอร์เซกกับเซตBจึงตอบว่าเซตของ{0แ(,)ละ4}ค่ะข้อที่2นะคเ(ะ)ซตA∩อินเตอร์เซกกับเซตCนะคะก็คือบริเวณที่วงกลมที่แทนเซตAนะคะและวงกลมที่แทนเซตCค่ะซ้อนทับกันค่ะก็คือบริเวณนี้นั่นเองค่ะดังนั้นนะคะข้อที่2นะคะจึงตอบว่าเซตของ{0แ(,)ละ3}ค่ะข้อที่3นะคะเซตB∩Cค่อินเตอร์เซกกับเซตCนะคะเราจะสังเกตเห็นว่านะคะวงกลมซท-ี(-ึ)-่งแทนเซตA(B)นะคะและวงกลมที(ซึ)-่งแทนเซตCค่ะซ้อนทับกันบริเวณนี้ค่ะดังนั้นนะคะข้อที่3จึงตอบว่าเซตของ{0แ(,)ละ6}ค่ะเรามาดูที่ข้อสุดท-้าย-ี(ค)-่3จึ(ะข้)งตอทบว(-ี)-่4า0(น)และ6ค-่ะเซตA∩Bอิ(∩C)นเ(ะ)คะก็คือบตอร์เซกกับเซตBอินเตอร-ิเวณ-์เซกกับเซตCที่วงกลมทั้ง3นะคะซ้อนทับกันค่ะนั่นก็คือตรงกลางนี้เองค่ะเพราะฉะนั้นแล้วนะคะข้อที่4จึงตอบว่าเซตของ{0น(})-ั่นเองค่ะเดี๋ยวเราไปทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้กันในวันนี้กันดีกว่าค่ะอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAและเซตBนะคะก็คือเซตนะคะที-่สมาชิกแต่ละตัวค-่ะเป็นสมาชิกของทั้งเซตAและเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยเซตAค่ะตามด้วยเครื่องหมายเหล-ักษณ-่า(ะ)นี้นะค-่ะแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะโดยบทนิยามของAนะคะเซตAอ(∩)B-ินเตอร์เซกกับเซตBนะคะจะเท่ากับเซตนะคะที(ซึ)-่งประกอบไปด้วยสมาชิกxค่ะโดยที่xเป็นสมาชิกของเซตAนะคะและX(x)เป็นสมาชิกของเซตBนั่นเองค่ะซ-ึ่งเราสามารถเช฿(-ื)-่อมโยงนะคะการอินเตอร์เซกชันกันนะคะและแผนภาพได้ดังนี้ค่ะแผนภาพแรกนะคะคือส่วนที่แรเงาค่ะคือส่วนที่A∩BคเซตA(-่)ะแผนภาพที่2นะคะเป็นอินเตอร์เซกกับเซตBค่ะแผนภาพที่เซตAและเซตBนะคะไม่มีสมาชิกร่วมกันค่ะA∩B=เซตAกับเซตBจ-ึ(∅)คงเท่ากับเซตว่างค-่ะแผนภาพที่3นะคะเป็นแผนภาพที่เซตBนะคะเป็นสับเซตของเซตAนะคะส่วนที่แรเงาก็คือเซตA∩Bค่ะซึ่งจะเอินเตอร์เ(ท)-่ซก(า)กับเซตBนั่นเองค่ะนอกจากนี้นะคะเรายังสามารถระบุการอินเตอร์เซกช-ันก-ันของเซต3เซตได้ดังนี้ค่ะอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAเซตBและเซตCนะคะก็คือเซตนะคะที่สมาชิกของแต่ละตัวค่ะเป็นสมาชิกของเซตของทั้งเซตAเซตBและเซตCนะคะส่วนที่แรเงานะคะในแผนถ(ภ)าพก็คือส่วนที-่A∩B-่เซตAอินเตอร์เซกกับเซตBอ(∩)C-ินเตอร์เซกกับเซตCค่ะก่อนจะจากกันนะคะคุณครูก็มีแบบฝ-ึกหัดนะคะจำนวน4ข้อให้นักเรียนลองไปฝึกทบทวนกันค่ะสำหรับวันนี้นะคะคุณครูก็ขอลาไปก่อนค่ะสวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-02 13:04:49
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}