Accuracy : 67.72%
Insertion : 116
Deletion : 1903
Substitution : 410
Correction : 5211
Reference tokens : 7524
Hypothesis tokens : 5737

[เสียงดนตรี](คุณครูวัชระ)สวัสดีครับวันนี้กลับมาพบกันอีกนะครับโดยในวันนี้เราจะมาเรียนในหัวข้อเรื่องการเปลี่ยนสถานะของน้ำและความเปมี(-็น)ขั้วแต่ก่ค(อ)นอื่นล้ว(เรา)ขอทบทวนความรู้กันก่อนนะครับจากคราวที่แล-้วเราได้รู-้ว-่าอะตอมส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ป็นอะตมเดี่ยวา(ๆ)แต่จะอยู่ร-่วมกันเช่นในกรณีของ-้ำอะตอมไฮโดรเจนใช้อิเล็กตรอน-่วมกับอะตอมออกซิเจนเกิดเป็นพัธะเคมีที่เรียกว่าคร("พ)-ันธบ(ะ)โคเวเลนต์"โดยโมเลกุลแนะ(ของ)-้-ำม(อ)แสดงได้ในหลายรูปแบบตัวอย่างเช่น3รูปนี้นะครับนักเรียนลองดูน้ำในขวดนี้นะครับที่(คิด)ว่าน้ำในขวดนี้มีโมเลกุลน้ำเพียงโมเลกุลเดี-่ยวหรือเปล่าครับไม่ใช่ใช่ไหมครับแต่จะประกอบด้วยโมเลกุลของน้-ำเป็นจ-ำนวนมากมายล(ร)-ืม(อ)แม้แต่ไอน้ำที่อยู่ในอากาศก็ไม่ได้ม-ีเพ-ียงแค่1โมเลกุลซึ่งแต่ละโมเลกุลก็จะมีแรงยึดเหนี่ยวต่อกันที่(ราว)นี-่(-้)ลองพิจารณารูปทั้งสอง(2)ดูนะครับรูปข้างขวาเป็นรูปของไอน้ำหรือน้ำในสถานะแก๊สส่วนรูป-้(ท)างซ้ายเป็นรูปคุณของน้ำในสถานะของเหลวจากรูปทั้ง2ในสถานะไ(ใ)-้ครับที่บริส(มเลก)-ุทธิ-์(ล)ของน้ำอยู่ใกล้กันแก๊สหรือของเหลวของเหลวถูกไหมครับแล้วคิดว่าน้ำในสถานะใดครับที่มีแรงยึดเหนี่ยวระห-่างโมเลกุลมากกว่ากันใช่ครับโมเลค(ก)-ุณ(ล)ของน้ำในสถานะของเหลวมีแรงยึดเหนี่ยวระห-่างโมเลกุลมากกว่าเพแปล(ราะ)ว่าอะไรครับเพราะว่าริ(โม)วณห้(กุลข)องน้ำอยู่ใกล้กันมากกว่าจึงมีแรงยึดเหนี่ยวระห-่างโมเล-ุลท-ัน(-ี่)มากกว่าด(ล)-้ว-้ะ(-ำ)เปลี่ยนสถานะได้อย่างไรครับนักเรียนโร(ลอ)เรีย-ึกถึงเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่มีการเปลี่ยนจากสถานะจากของเหลวไปเป็นแก๊สดูนะครัะ(บ)การเปลี่ยนสถาะจากของป(ห)วไป-ี่ย(เป็)นแก๊สนี่จะมีเช่นการต้มน้ำหรือการระเหยของน้ำใช่(ถูก)ไหมครับซึ่งการต้มน้ำจะเป็นการให-้ความร-้อนกับน้ำโดยตรงแต่การระเหยของ(-ั้น)น้ำจะได้รับความร้อนจากสิ่งแวดล้อมแจ้(สด)งว่าเมื่อน้ำได้รับพลังงานทั้งโดย(จาก)การได(ให)-้รับความร้อนโดยตรงหรือและ(จาก)สิ่งแวดล้อมก็จะเปลี่ยนสถานะได้โดยการเปลี่ยนสถานะของน้ำต้องใช้พลังงานความล(ร)-้วขที่-้ำ(มา)-็ม(อท)-ี-่จะทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของน้ำที่(ราว)นี-่(-้)มาลองพิจารณาตารางขอ(สด)รับ(จุด)ปลี่ยน(-ือดของ)สารโคเวเลนต์กันนะครับสารโคเวเลนต์แต่ละชนิดในรถ(ตา)รางจะมีจุดเดือดที่ต่างกันแสดงว่ามีแรงยึดเหนี่ยวระห-่างโมเลกุลที่แตกต่างกันซึ่งโดยทั่วไปแล้วสารที่มีแรงยึดเหนี่ยวระห-่างโมเลกุลที่มากกว่า-ึ(ย)-่ง(ม)มีตึก(จุด)เด-ียว(-ือด)ที่สูงกว่านักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใดสารที่(จึง)มีแรงยึดเหนี่ยวระห-่างโมเลกุลที่ต่างกันครับให้นักเรียนพิจารณาชนิดของภ(ธ)พ(-ุ)ที่เป็นองค์ประกอบของสารโคเวเลนต์แต่ละชนิดในตารางดูนะครับนักเรียนจะเห็นอะไรบ้างครับนักเรียนจะเห็นว่าก็จะมีบริ(มเล)าร(-ุล)ที่ประกอบด้วยอะตอมของธาตุต่างชนิดกันซึ่งก็คือแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์กับแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์แล้วก็จะมีบริ(มเล)าร(-ุล)ที่ประกอบด้วยอะตอมที่เป็นธาตุชนิดเดียวกันซึ่งได้แก่าร(-๊ส)ออกซิเจนแก๊สไโตร-่(จ)นแก๊สไฮโดรเจนเพราะฉะนั้นจะเห็นว่าโมเลกุลที่ประกอบด้วยอะตอมที่เป็นธาตุชนิดเดียวกันจ-ึง(ะ)มีแรงยึดเหนี่ยวระห-่างโมเลกุลที่น้อยกว่าโมเลกุลที่ประกอบด้วยอะตอมของธาตุต่างชนิดกันจึงทำให้มีจุดเดือดที่ต่ำกว่าซึ่บริ(งโม)ลกวณ(-ุล)ที่ประกอบด้วย2อะตอมอ(ห)จจะ(ก)ประกอบด้วยอะตอมของธาตุต่างชนิดกันจั2:00(ดเป็)สารมีขั้วส่วนโมเลบ(ก)-ุคคลที่ประกอบด้วยอะตอมของธาตุชนิดเดียวกันแต่(จัด)เป็นสารไม่มีขั้วครับเพราะฉะ(ดัง)นั้นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเล-ัน(-ุล)ของฉัน(สาร)ก็คือสภาพขั้วของสารครับสารของโคเวเลนต์ที่ประกอบด้วยอะตอม2มากกว่า2อะตอมอาจเป็นสารมีขั้วหรือไม่มีขั้วก็ได้ขึ้นยู่กับรูปร่างโเลกุลของสารโดยน้ำแอมโมเนียก๊ส(ซ)ไข่เน่าหรืแ(อ)ก๊ส(ซ)ไฮโดรเจนซัลไฟด์จัดเป็นสารมีขั้วครับปิดแ(ส่วน)ก๊ส(ซ)คาร์บอนไดออกไซด์มีเทนจัดเป็สารไม่มีขั้วสถาน(-ั้งๆ)ที่อะตอมที่เป็นองค์ประกอบก็เป็นธาตุต่างชนิดกันเช่นเดียวกับในกรณีของน้ำหรือแอมโมเนียซึ่งทั้นี้เป็นผลมาจากรูปร่างของโมเลกุลนอกจากนี้มา(ล)ของโมเลกุลก็ส่งผลต่อแรงยึดเหนี่ยวระห-่างโมเลกุลเหมือนกันครับแต่รายละเอียดเกี่ยวกับ-ื่อง(-ูป)ร่างของโมเลกุลและมวลซึ่งมีผลต่อแรงยึดเหนี่ยวระหขอ(-่า)งโมเลกุลนักเรียนอาจจะได้เรียนในระดับสูงต่อไปนะครับนักเรียนคิดว่ายังมีปัจจัยอื่นอีกไหมครับที่ส่งผลต่อแรงยึดเหไม(นี)-่ยวะหว่างโม-ู้ค(เลก)-ุณ(ล)ของฉันเดี๋(สารอ)ากวร(ให)-้องไห้พิจารณาของศ(ส)ล(ร)2ตัวนี้นะครับก็คือน้ำกับไฮโดรเจนซัลไฟด์จากข้อมูลที่ผ่านมาทำให้เรถ(-ู)-้ว่าสรทั้ง2ตัวนี้จ-ัะ(ด)เป็นสารมีขั้วจะ(ต่)ลองพิจารณาจุดเดือดดูนะครับจุดเดือดของสารทั้งสองช(2ตัว)-ิด(-ี้)แตกต่างกันอย่างมากเลยใช่(ห็น)ไหมครับท-่าน(-ั้ง)ๆที่ไ(เ)-็นอน(าร)มีขัค(-้)ามเหมือนกันถ้ามโปรด(าลอง)พิจารณาช-ีว(น)-ิต(ด)ของภ(ธ)พกับ(-ุของ)อะตอมที่เป็นองค์ประกอบจะเห็นได้ว่าแตกต่างกันเพียงอะตอมเดียวเท่านั้นก็คือในกรณีของทางก(-้ำเป)-็คือแก๊ส(น)ออกซิเจนส่วนในกรณีของไฮโดรเจนซัลไฟด์เป็นกร(-ำ)ฐา(ถั)นใช่ไหมครับเร-ื่อ(แสด)งว่าชนิดของธาตุที่เป็นองค์ประกอบของโมเลกุลมีสค(-่)ม(น)สำคัญต-ัว(-่อ)แรงยึดเหนี่ยวระห-่างโมเลกุลเพราะว่าอะตอมของธาตุแต-่ละ(บาง)ชนิดวิธ(ท)-ี-่สร้างพันธะโคเวเลนต์กับไฮโดรเจนสามารถเกิดพันธส(ะ)ะหว-้(-่)างกับ(มเล)-ุ-่ม(ล)ที่เรียกว่า"พันธะไฮโดรเจน"ได-้แล-้พันธะไฮโดรเจนคืออะไรพันธะไฮโดรเจนคือ(ป็น)แรงยึดเหนี่ยวระห-่างโมเลกุลของสารที่ภายในโมเลกุลมีพันธะO-H,N-HหรือF-HดังSSSSS(ในรูป)จะเห็นว่าโมเลกุลของน้ำมีพันธะโคเวเลนต์Oosuซึ(-Hอยู)-่จึทำให้(ามารถ)เกิดพันธะไฮโดรเจนได้แตอั(-่ใ)กรน(ณ)-ี-้ของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ภายในโมเลกรถ(-ุล)ไม่มีพันธะO-H,N-HหรSA(-ือ)F-HจึS(ง)ไม่สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้พันธะไฮโดรเจนทำให้สารมีจุดเดือดรวมทั้งจุดหลมเหลน(ว)สูงกว่าสารที่มีขั้วทั่ไปที่มีขนาดโมเลกุลใกล้เคียงกันครับพันธะไฮโดรเจนนอกจากใช้ในการอธิบายบ(แ)งยึดเหนี่ยวเวลาโ-ิบูรณ์(มเลกุล)ของสารที่เกี่ยวข้องกับจุดเดือดของสารแล้วยังใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆที่พบในชีวิตประจำวันด้วยครับเช่นอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดน้ำแข็งจึงลอยน้ำได-้ถ-้านักเรียนพิจารณาที่รูปจนึก(ะพบ)ว่าโมเลกุลของน้ำทั้งในสถานะของแข็งและของเหลวก็สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้ถูกไหมครับแต่พันธะไฮโดรเจนในผลึกน้ำแข็งทำให้โมเลกุลขอน้ำจับตัวกันอย่างเป็นระเบียบทำให้(โดย)มีช่องว่างระหว่าโมเลค(ก)-ุณ(ล)มากกว่าช่องว่างระหว่างโมเลค(ก)-ุณถ(ลข)น(ง)น้ำที่อยู่ในสภ(ถ)พ(ะ)ของเหลวดังนั้นน้ำแข็งจึมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำเราจึงเห็นน้ำแข็งลอยน้ำนะครับต(น)กจาน(ก)นี้ยังอธิบายว่าเพราะเหตุใดอุณหภูมิบนพของ(-ื้น)ผิวโลกหรือ-ุณหย(ภ)-ู-่(-ิ)ในร่างกายจึงเปลี่ยนแปลงน้อยเนื่องจากใ(บ)นพื้นผิวโลกและในร่างกายมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักโดยมีองค์ประกอบถึงประมาณ70เปอร์เซ็นต์และน้ำมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นพันธะไฮโดรเจนซึ่งเป็นแรงยึดเหนี่ยวะหว่าโมเลกุลที่ต่(ข็)งแรงจึงทำให้ต้องใช้ความร้อนในปริมาณมากในการจ(ท)-ำให้อุณหภูมิของ-้ำเพิ่มสูงขึว(-้)หรือม(ก)ก(ร)ทำให้น้ำกลายเป็นไอดัง-ั-้-ำ(น)น้ำจึงช่วยรักษาอุณหภูมิน้ำม-ั(บ)นพื-้นชส(ผิ)โลกไม่ให้เกิดกจำ(าร)ปลี่ยนแลงอย่างรวดเร-็วซึ่งเอื้น(อ)ต่อการดำงชีพของสิ่งมีชีวิตการต่างของ(ๆ)นพือล(-้น)โลกรถถ(มท)-ั-้งน้ำม(ย)-ัน(ง)ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในร่างกายโดยการระเหของเหงื่อขณะที่เราออกกำลังกายหรือการทำงานภยในกร(ง)แจ้งครับคราวนี้มาลองทำแบบฝึกหัดาร(ดู)บ้าน(ง)นะครับโดยนักเรียนอาจจะหยุดค-ิด(ป)ไว้ก่อนเพื่อในการคิดนะครับโดยในข้อแรกก็คือสารที่กำหนดให้ก(ต)-่อไปนี้สารใดเป็นสารมีขั้วและสารใดเป็นสารไม่มีขั้วครับเป็นอย่างไรบ้างครัะ(บ)สำหรับข้อนี้พอทำได้ไหมครับเรามาดูเฉลยกัครับสารที่มีค่า(-ั้ว)ก็คือไฮโดเจนฟล-ูออไรด์ไฮโดร-้(เ)-ัก(นโ)รไมด์และคา-์บอนมอนอกไซด์-ิษ(คร)-ับเนื่องจากโมเลกุท(ล)เหล่านี้ประกอบด้วยอะตอมของธาตุผ(ต)-่างชตั(นิ)ลิ้(กัน)-ับส่วนสารที่ไม่มีขั้วก็คือคลอรีนฟ-ูอรีนโบ-ีนและอโอดีนครับเนื่องจาว(ก)มเลกุลขงสารเห-่-ิ(า)-ี้ประกอบด้วยอะตอมของธาตุชนิดเดียวกัะครับข้อว(ต)-่าจะ(อ)ไปนะครับข้อที่2สารโคเวเลนต์ใดต่อไปนี้ที่มีพันธะไฮโดรเจนเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลครับเฉลยนะครับสารที่มีพันธะไฮโดรเจนเปมี(-็น)แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลก็คือสารB,สารCและสาฉันช(รFคร)-ับเ-้นB3ผ(พราะว)-่าภยในโมเลกุลมีพัApp(ธะโ)เวเลนต์ะหว่-ับ(าง)O-H,SSF(N-H)เห็นไหมครับจึงทำให้มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นพันธะไฮโดรเจนได้ต่อมาข้อที่3ข้อสุดท้ายนะครั-ิษั(ข้อ)-ี่3ถามว่าทำการทดลองเพื่อหาจุดเดือดเพื-่(ข)า(ง)สารa(A)และสารb(B)ซึ่งมีมวลและรูปร่างของโมเลกุลใกล้เคียงกันจะ(ต่)สารหนึ่งเ100(ป็น)สารมีขั้วและอีกสารหนได้ชั้(-ึ่งเป็)สารที1(-่)ไม่มีขั้วพบว่าสารAมีจุดเดือa(ด)30องศาเซลเซียสส่วนดี(รB)มีจุดเดือด80องศาเซลเซียสจงระบุว่าสารใดเป็นสารมีขั้วและสารใดเป็นสารไม่มีขั้วเฉลยนะครับ-ื-่า(ง)ะ(ก)อนa(ารA)และb(B)มีมวลและรูปร่างของโมเลกุลใกล้เคียงกันจุดเดือดที่แตกต่างกันจึงเป็ผลมาจากสภาพขั้วของสารละเนืลาย(-่อง)จากสารa(A)มีจุดเดือดต่ำกว่าสารb(B)แสดงว่าสวัสดี(ารB)มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมากกว่าสรAดังฉ(น)-ั-้นสอนa(ารA)จึงเป็นสารไม่มีขั้วส่วนสารBเป็b(น)สารมีขั้วครับเรามาสรุปสิ่งที่ได้เรียนไปวันนี้นะครับความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะของสารต้องมากพอที่จะทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลซึ่งถ้าสารมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลสูงจะมีจุดเดือดสูงจุดเด่นขอTheForceawakens(งสารโคเวเลนต์มี)ความสัมพันธ์กับแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลซึ่งเป็นผลมาจากสภาพขั้วของสารโมเลกุลที่ประกอบด้วย2อะตอมถ้าเป็นธาตุต่างชนิดก-ันจัดเป็นสารมีข-ั-้วแต่ถ้าเป็ธา-ุชนิดด้วยกันจัดเป็นสารไม่มีขั้วสภาพข-ั-้วของโมเลกุลที่ประกอบด้วยอะตอมมากกว่า2อะตอมขึ้นอยู่กับรูปร่างของโมเลกุลของสารแต่ละชนิดน้ำเป็นโมเลกุลมีขั้วที่มีพันธะไฮโดรเจนพันธะไฮโดรเจนเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลที่เกิดจา-ับสารมีขั้วที่มีพันธะO-H,N-HSnhA(หรือ)F-S(H)ในโมเลกุลพันธะไฮโดรเจนทำให้สารมีแงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลสูงขึ้นทำให้จุดเดือดสูงขึ้นสำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อครับสวัสดีครับ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-05-21 14:11:02
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :NeedlemanWunsch
- score weight :{"Match":2,"Mismatch":-1,"PartialMatch":1,"GapPenalty":-1}