Accuracy : 76.01%
Insertion : 273
Deletion : 1893
Substitution : 300
Correction : 8086
Reference tokens : 10279
Hypothesis tokens : 8659

[เสียงดนตรี](คุณครูอุมาพร)สวัสดีค่ะวันนี้นะคะเราจะมาพูดคุยกันถึงบทที่1นะคะเรื่องเซตกันต่อค่ะซึ่งในบทเรียนในวันนี้นะคะจะพูดถึงความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะต่างๆนะคะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูวัตถุประสงค์ของบทเรียนนี้กันเลยดีกว่าค่ะในบทเรียนนี้นะคะหลังจากที่นักเรียนเรียนจบบทเรียนนี้แล้วนะคะนักเรียนจะต้องสามารถระบุได้ว่านะคะเซตที่กำหนดให้นะคะเป็นเซตที่เท่ากันหรือไป(ซต)ที่ไม่เท่ากันนะ-่ะระบุได้ว่าเซตที่กำหนดให้นะคะเป็นสับเซตหรือไม่เป็นสับเซตกันค่ะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปเริ่มต้นบทเรียนกันเลยดีกว่านะคะเดี๋ยวเราไปพิจารณาเซตดังต่อไปนี้ก-็เ(-ัน)ลยดีกว่านะคะเซตแรกค่ะเซตAนะะป-่(ร)ข(ก)ไปด้วยสมาชิกคือ0,1,2และ3ค่ะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,02(,)3และ2ค่ะเดี๋ยว-ั(า)ว(ป)-้ทำการพิจารณาสมาชิกของเซตก-ั-็(น)ดีกว่านะคะเริ่มต้นที่0ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า0นะคร(ะ)-ับเป็นสมาชิกของเซตAนะคะและ0ก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะ1นะคะเป็นสมาชิกของเซตa(A)ค่ะและ1นะคะก็เป็นสมาชิกของเซมี(ตB)ค่ะข(2)องนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่B(ะ)และ2นะค-ับ(ก็)เป็นสมาชิกของเซตด(B)-ีเช่นกันค่ะรวมถึง3นะคะนักเรียนจะเห็นว่า3เป็นสมาชิกของเซตa(A)ใช่ไหมคะและ3ก็เป็นสมาชิกขะ(อ)งเซต-ี(B)ค่ะเราก็(จะ)เห็นว่าเซจะจ(ตทั)-้เ(2)ขานะคะมีสมาชิกเหมือนกันทุกตัวค่ะเดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเข(ร)จะเรียกความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ว่าอย่างไรเรามาเริ่มต้นที่บทนิยามของเซตที่เท่ากันก่อนนะคะเซตAมีค่ะเท่ากับเซตBนะคะหมายถึงสมาชิกทุตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะและสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นธ(ส)รรต(ช)-ิของเซตจ(A)ค่ะโดยเซตa(A)นะคะเท่ากับเ-็(ต)Bนะคะเราจเขียนแทนด้วยนะคะเซตAตามด้นะคะ(วย)เครื่องหมายเท่ากับ(=)นะคะแล้วก็ตามด้วยเร็(ตB)จดีค่ะจากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่าถ้าเราพิจารณาตามบทนิยามนะคะเราจะเห็นว่าสมชิกทุกตัวของเซตa(A)นะคะเป็นสมาชิกของ-ุ(ซ)-ั(B)ค่ะและสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตa(A)ค่ะเ(ด)-ังพราะฉะนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่านะคะเซตAเท่ากับSet(เ)a=b(ตB)ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว-่านะคะเซตที่เท-่ากันนะคะจมีจำนวนสมาชิกเท่ากันเสมอค่ะเดี๋ยวเราไปพิจารณาเซตคู่ถัดไปกันก่อนดีกว่านะคะเซตนี้ค่ะเซตAนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,2และ4ค่ะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,2และ3ค่ะเราไปพิจารณากันดีกว่าค-่ะว-่าเซตAแลเซตBนั้นจะเท่ากันหรือไม่ค่ะเริ่มต้นที่1นะคะนักเรียนจะเห็นว่าห(1)-ึ-่(ค)งนะเป็นสมาชิกของเซตAคขา(-่ะ)และ1นะคะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะถัดมาที่2ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า2เป็นสมาชิกของเซตAนะคะและ2ก็จะเป็นสมาชิเ(ก)า(ง)เซ-็ตBเช่นกันค่ะ3นะคะนักเรียนจะเห็นว่า3ไม่เป็นสมาชิกของเซตa(A)นะคะแต่3เป็นสมาชิกของเซตBค่ะและลอเรา(ง)เรามาพิจารณาที่4นะคะนักเรียนจะเห็นว่า4เป็B(น)สมาชิกของเซตน(A)-ี้นะคะแต่B(4)ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะนักเรียนจะเห็นว่าเซตทั้ง2นะคะมีสมาชิกนะคะบางตัวที่ไม่เหมือนกันค่ะเดี๋ยวเรามาดูกันล(ด)-ี-ิปข(กว)-่าค่ว(ะ)ว่าเรจะเรียกความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ว่าอย่างไรค่ะเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBนะคะหมายความว่ามีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของฉันอง(ตA)นะคะที่ไม่ใช่สมาชิกของเซตBค่ะหรือมีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของเซตBนะคะที่ไม่ใช่สมาชิกของเซตa(A)ค่ะเซตa(A)นะคะไม่เท่ากับเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAตทำ(าม)ด้วยเครื่องหมายไม่เท่ากับค่ะและตามด้วยเซตBนะคะเ(จ)กตัวอย-่ก(ง)เมื่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า3ไม่เป็นสมาชิกของเซตa(A)นะคะแต่3เป็นสมาชิกของเซต-ี(B)ค่ะและนักเรียนจะเห็นว่า4เป็นสมาชิกของเซตa(A)นะคะแต่4ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้ะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBค่ะเดี๋ยวเราไปพิจารณาอีก1ตัวอย่างเพื่อเพิ่มความเข้าใจกันดีกว่านะคะตัวอย่างนี้ค่ะเซตCนะร(ะ)-ับประกอบไปด้วยสมาชิกคืxและyค่ะและเซตDนะคะประกก(บ)ไปด้วยสมาชิกคือw,xและyค่ะนักเรียนจสังเกตเห็นว่านะคะW(w)นะคะเป็นสมาชิกของเซตDะคแต่w-่ะไม่ใช่สมาชิกของเซตCค่ะดังนั้นนะคะเราจะกล่าวได้ว่าเซตCนะคะไม่เท่ากับเซตDค่ะเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่าง-่า(-ัด)ไปกันเลยดีกว่านะคะใหอ(-้)ซตค(A)ค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกxนะคะโดยที่xเป็นจำนวนคู-่ค-่ะเซตBนะคร(ะ)-ับประกอบไปด้วยสมาชิกxค่ะโดยที่xเป็นจำนวนคี่บวกค่ะและเซตCนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,3,5,7ไปเรื่อยๆค่ะจงพิจารณานะคะว่าเซตคู่ใดบ้างเท่ากัะคะและเซตคู่ใดบ้างไม่เท่ากันค่ะวั(-่อ)นอื่นที่เราจะทำการพิจารณานะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าเซตAว(แ)า(ะ)เซ10ปี(ตB)นะคะเขียนเซตในรูปแบบอกเงืมั(-่อ)ายนะคะดังนั้นเดี๋ยวเราจะทำการเขียนเซตAและเซตBแบบแจกแจงสมาชิกค่ะเรามาเริ่ม-ั(-้)นที่เซตAกันก่อนนะคะและน-ักเร-ีย(-่)จะสังเกตเห็นว่าฉันซตอ(A)นะคร(ะ)-ับเป็นเซตของจำนวนคู่ค่ะซขัดแย้(-ึ่)เซตของจำนวนคู่นะคะในบทเรียนที่แล้วเราได้ทำการเขียนไปแล้วนะคะเราก็จะเริ่มจา-ำ(ก)การเขียนจำนวนคู่ลบก-่-ั(อ)นค่ะหลังจากนั้นนะคะเราก็แล้วก็ตามด้วย0ค่ะแล-้(ะ)ก็ตามด้วยจำนวนคู่บวกค่ะเดี๋ยวเรามาดูที่เซตBกันต่อค่ะเซตBนะคะเป็นเซตของจำนวนคี่บวกค่ะนักเรียนยังจำกันได้อยู่หรือเปล่าคะว่าจำนวนคี่บวกมีอะไรบ้างก็คือมี1,3,5,7ไปเรื่อยๆใช่ไหมคะเพราะฉะนั้นแล้วนะคะเราก็จะเขียน1,3,5,7แล้วก็ตามด้วยจุด3จุดค่ะเดี๋ยวเรามาทำง(ก)น(ร)พิจารณาเซตคู่แรกกันดีกว่านะคะก็คือเซตa(A)และเซตb(B)ค่ะนักรีย-ื่อ(ะสั)จ(เ)เห็นว่าสมาชิกในเซตa(A)นะคะตัวอย่างเ-็(-่)น0ค่ะ0เป็นสมาชิกของเซตเ(A)งไ(ช่)ด้ไหมคะแต่0ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตน(B)-ี้ค่ะดังนั้นนะคะเราจะได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBค่ะเดี๋ยวเรามาดูเซตคู่ถัดมานะคะก็คือเซตB(A)และเซตCค่ะตัวอย่างเช่น2ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า2นะคะเป็นสมาชิกของเซตa(A)ค่ะแตอก(-่2)นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตCค่ะดังนั้นนะคเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซ74(ตC)ค่ะถัดมาที-่คู-่สุดท้ายนะคะก็คือคู่b(B)และc(C)ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าเซตCนะคะสมาชิกของเซตCนะคะเป็นจำนวนท(ค)-ี่บวกค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่านะคะสมาชิกทุตัวของเซต-ี(B)นะคะเป็นสมาชิกของเซตCค่ะและสมาชิกทุตัวของเซตCนะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคเซตBจึ20(ง)เท่ากับเซตCค่ะเดี๋ยวเราไปพิจารณาความสัมพันธ์ของเซตในอีกลักษณะห(1)นึ่งที่น่าสนใจกันดีกว่าค่ะเซตAนะคร(ะ)-ับประกอบไปด้วยสมาชิก-ึ้(-ือ)7และ8ค่ะเซตD(B)นะคร(ะ)-ับประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,3,5,7และ8ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า7และ8นะคะเป็นสมาชิกของเซตa(A)ค่ะและ7และ8นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะแต่ขณะที่1,3และ5นะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะแต่1,3และ5นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตa(A)ค่ะดังนั้นนะคะเรา-็(ะ)เห็นว่าทำ(สม)าช-ิ-ีพ(ก)ทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะแต่มีสมาชิกบางตัวนะคะของเซต-็(B)-่ะด(ท)-ี-่ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตa(A)นะคะเดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะเราจะเรียกความสัมพันธ์ของเส(ซ)ตใร็จ(น)ลักษณะนี้ว่าอย่างไรนะคะเริ่มต้นที่บทนิยามของสับเซตค่ะเซตa(A)นะคร(ะ)-ับเป็นสับเซตของเซตBนะคะก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซตa(A)ค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะโดยเซตAนะคร(ะ)-ับเป็นสับเซตของเซตBนะคะแล้(เรา)จะเขียนแทนด้วยเซตAค่ะตามด้วยสัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะคะแลก็ตามด้วยเซตBค่ะจากตัวอย่างนะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า7แล-้(ะ)8นะคะเป็นสมาชิกของเซตa(A)นะคะและทั้ง2ตัวนี้นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะซึ่งจะสอดคล้องกับบทนิยามที่กล่าวว่าสมาชิกทุตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเ-็น(ตA)aค่ะเป็นสับเซตของเซตBนะคะเดี๋ยวเราไปพิจารณาเซตคู่ถัดไปกันดีกว่าค่ะเซตนี้นะคเซตA-่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือAab(,B)และCนะคเซตc(B)นะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือabc(A,B)และDค่ะเดี๋ยวเราไปทำการพิจารณาธ(ส)มาชิรรม(ก)ทีละตัวนะคะเริ่มต้นที่Aค่ะรา(ละ)จ(ก)จะเห็นว่าเ(A)นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและAนะคร(ะ)-ับก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะม(B)-ีค่ะเป็นสมาชิกของกันซตง(A)นะคะและBกb(-็)เป็นสมาชิกของเซตด(B)-ีค่ะถัดมาที่4(C)นะคะ4(C)เป็นสมาชิกของเซตa(A)ค่ะและ(ต่)Cนะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะเรามาดูที่DนะคะDนะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAค่ะแต่B(D)นะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะเราจะเห็นว่านะคะมีสมาชิกบางตัวนะคะที่อยู่ในเซตa(A)ค่ะแต่ไม่อยู่ในเซตBนะคะและมีสมาชิกบางตัวค่ะที่อยู่ในเซตBนะคะแต่ไม่อยู่ในเซตa(A)ค่ะเพราะฉะนั้นแล้วเดี๋ยวเราไปพิจารณากันดีกว่าค่ะว่าความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้จะเรียกว่าอย่างไรค่ะเซตa(A)นะคร(ะ)-ับไม่เป็นสับเซตของเซตBนะคะก็ต่อเมื่อมีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของเซตAค่ะที่ไม่เป็นสมาชิกของเซตBนะคะโดยเซตAไม่เป็นทำ(-ับ)-็(ต)ของเซตBใช้ดีนะคะจะเขียนแทนด้วยเซต7a(A)ค่ะตามด้วยสัญลักษณ์นะคะในลักษณคล้ายการเป็นอ(ส)-ัป(บ)ด(ซ)ตนะคะแบบ(ต่)มีก(ข)-ีดพาดค-่ข(ะ)-ั้นแล้วก็ตา-ีส(ด้)ยเ-ัสดี(ซตB)ค่ะจากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะตัวอย่างเช่นเซ(มี)Cค่ะเป็นสมาชิกของเซตa(A)นะคะแต่D(C)นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตน(B)-ี้ค่ะเราจึงกล่าวได้ว่าใช้อง(ตA)นะคะไม่เป็นสับเซตของเซตBค่ะในทางกลับกันค-่ะเรามาดูที่เซตBบ้างค่ะคือสมาชิกตัวนี้นะคะคือDค่ะDเป็นสมาชิกของเซตBนะคะแต่Dไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตa(A)ค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตป็น(B)ปีนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตa(A)ค่ะเดแ(-ี)-๋-้(ย)วเรามาดูตัวอย่างเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้มากขึ้นกันดีกว่านะคะตัวอย่างนี้นะคะให้เซตAค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ3,4และ5นะคะและเซตBค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ0,1,2,3,4และ5ค่ะจงพิจารณานะคะว่าข้อความต่อไปนี้เป็นจริงหรือเท็จค่ะข้อที่1นะคะเซตAเป็นสับเซตของเซตBค่ะว(ข)-้-ัน(อ)ที่2นะคะเซตBเ-็นสับ-ี37(เซต)ของเซตAค่ะเดี๋ยวเรามาพิจารณาข้อที่1อ(ก)-ันก่อนนะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าสมาชิกของเซตa(A)นะคะก็คือมี3,4และ5ค่ะซึ่งสมาชิกทุตัวของเซตa(A)นะคะจเป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจะได้ว่าเซตAค่ะเป็นสับเซตของเซตBนะคะดังนั้นนะคะข้อที่1จึงเป็นจริงค่ะเดี๋ยวเรามาดูข้อที่2นะคะนักเรียนจสังเ-็(ต)เห็นว่า0นะคส่ง(ะ)เป็นสมาชิกของเซตBค่ะแต่0นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจะไดaค(-้ว)-่าเซตBนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตa(A)ค่ะทำ(ดั)นัา(-้)นนะคะข้อที่2ค่ะจึอัน(ง)เป็นเท็จนะคะนอกจากการพิจารณาการเป็นสับเซตหรือไม่เป็นสับเไร(ซต)แล้วนะคะยังมีสิ่งที่น่าสนใจนะคะจากความรู้ในเรื่องนี้ค่ะเดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่านะคะความรู้นี้ค่ะเซตว่างเป็นสับเซตของเซตทุกเซตนะคะหมายความว่านักเรียนจะต้องทราบเสมอนะคะว่าเซตว่างค่ะเป็นสับเซตของเซตใดๆค่ะคุณครูมีคำถามชวนคิดน-ั(ะ)-่ง(ะ)ให้นักเรียนลองคิดค่ะให้เซตAดีค่ะเป็นเซตใดๆนะคะจงพิจารณาว่เซตAเป็นสับเซตของเซตAหรือไม่ค่ะนักเรียนลองพิจารณาดูนะคะค่ะเดี๋ยวครูจะเฉลยกันเลยนะคะเราจะมาพิจารณาจบทนิยามของการเป็นสับเซตนะคะเราจะพเซต(บ)ว่าสมาชิกทุตัวของเซตAนะคะย่อมเป็นสมาชิกของเซตa(A)ค่ะดังนั้ะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตaเป็นสับเซตของเซตAค่ะจ(ถ)-ัดมานะคะเดี๋ยวจะเป็นความรู้นะคะเกี่ยวกับบทนิยามของเซตที่เท่ากันและสับเซตค่ะอันนี้นะคะจะเป็นบทนิยามของเซตที่เท่ากันค่ะเราจพบว่าเซตเท่ากับเซAมี(ตB)นะคะก็(จะ)หมายถึงสมาชิกทุตัวของเซตAนะคร(ะ)-ับเป็นสมาชิกของเซตBค่ะและสมาชิกทุตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตa(A)ค่ะและบทนิยามม(อ)-ีอันหนึ่งนะคะเป็นบทนิยามของการเป็นสับเซตค่ะเซตAนะคะเป็นส-ับค(ต)ของเซตBก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซนะ(ตA)-่ะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะนักเรียนสังเกตความสัมพันธ์ของน(ท)นิยมทั้งส(2)องไหมคะเรามาดูที่ข้อความนี้กันดี-่อ(า)ะคะสมาชิกทุกตัวของเซตAเป็นสมาชิกของเซตBนะคะข้อความนี้นะคะสอดคล้องกับบทนิยามของการเป็นสับเซตด้านล่างค่ะาม(-ัง)นั้นนะคะข้อความด้านบนจึงสามารถเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่าเซตAนะคะเป็นสับเซตของเซตBค่ะเช่นเดียวกันกับข้อความนีB(-้)นะคะนัเรียนจ-็(ะ)เห็นว่าสมาชิกทุตัวของเซตBเป็นสมา-ับเ(ช)-ิต(ก)ของตัวอง(ตA)นะคะเราก็สามารถเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่าน(ซ)-ี(B)นะคะเป็นส-ำค-ับเซญ(ต)ของเซตa(A)ค่ะดังนั้ะคะเราจึงได้ความรู้ใหม่ดังนี้ค่ะเซตAนะคะเท่ากับเซตBนะคะก็ต่อเมื่อเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะและใน(ซต)Bเป็นสับเซตของใช้ซตง(A)ค่ะข้อความนี้นะคะหมายความว่าถ้านักเรียนทราบว่าเซตAเท่ากับเซตBแล้วนักเรียนจะได้ว่าเซตอ(A)เป็นสับเซตของเซตBและเซมี(ตB)เป็นสับเซตของตัวอง(ตA)ค่ะในทางกลับกันนะคะถ้านักเรียนทราบว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะและเซตBเป็นสับเซตของเซตa(A)แล้วนะคะนักเรียนก็จะได้ว่าSeta(ซตA)เท่ากับเซตb(B)เช่นกันค่ะเดี๋ยวเราไปสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู-้ในวันนี-้กันเ(อ)ลยด-ีกว่า(รอบ)นะคะเซตAนะคะเท่ากับเซตBนะคะหมายถึงสมาชิกทุตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซต-ี(B)นะคะและสมาชิกทุกตัวของฟ(เ)ซตBครีนะค(-่)ะเป็นสมาชิกของเซตAนa(ะ)คะเซตAเท่ากับเซตBนะคะจะเขียนแทนด้วยเซตAค่ะกลับมาก็ท(ต)-ำ(ม)ด้วยเส(ค)-ื่องหมายเท่ากับแล้วก็ตามด้วยเซ-็จดี(ตB)ค่ะเซna(ตA)ไม่เท่ากับเซตBนะคะจะเขียนแทนด้วยเซตAตามด้วยเครื่องหมายไม่เท่ากับแล้วก็ตามด้ก็(วย)เซตBค่ะส่วนเซตAเป็นสับเซตของเซตBะคก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซตA-่เป็นสมาช-ิกของเซตBนะคะโดยเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยเซตAตามด้-ิก(วย)เครื่องหมายลักษณะนี้ค่ะแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะส่วนเซตAนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยนะคเซตA-่ะตามด้วยเครื่องหมายลักษณะคล้าค(ย)-่ะ(-ัน)เป็นสับเซตนะคะแต่มีขีดาดค่ะแล-้(ะ)ตามด้วยSet(ซต)Bค่ะและสิ่งที่ได้เรียนรู้อันสุดท้ายนะคะก็คือรา(ตA)เท่ากับเป(ซ)-็น(B)ปีนะคะก็ต่อเมื่อเซตa(A)เป็นสับเซตของเซตBนะคะแลเซตBเป็นสับเซตของเซตa(A)-่ะก-่อนจะจากกันวันนี้นะคะคุณครูก็มีแบบฝึกหัดให้นักเรียนลงไปฝึกทบทค(ว)นจำนวน2ค(-้)รื่ค่ะคุณครูหวังว่านักเรียนจะนำบทเรียนในวันนี้นะคะและแบบฝึกหัดนะคะไปพัฒนาเพิ่มเติมค่ะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-05-14 12:27:06
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}