Accuracy : 55.01%
Insertion : 319
Deletion : 4077
Substitution : 391
Correction : 6173
Reference tokens : 10641
Hypothesis tokens : 6883

[เสียงดนตรี](ครูปุณิกา)สวัสดีค่ะนักเรียนกลับมาพบกับคุณครูร(-ุ)ณิการ์อีกครั้งนะคะในบทที่3เรื่องอาหารคราวที่แล้วนะคะในคลิปที่แล้วนี่เราพูดไปถึงเรื่องของไขมันและน้ำมันนะคะซึ่งคุณครูก็เชื่อมโยงไปถึงเรื่องของสารประกอ-ัตว-์(บ)อินทรีย์ชนิดอิ่มตัวแล้วก็ไม่อิ่มตัวนะคะในคลิปนี้ค่ะแ(เ)-้(า)จะมาเรียนต่อในเรื่องของคาร์โบไฮเดรตนักเรียนมาดูสิคะว่าเราจะสามารถเชื่อมโยงไปเรื่องใดได้บ้างคาร์โบไฮเดรตนะคะเป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญต(ข)-่มนุษย์การรับประทานคาร์โบไฮเดรต1กรัมนี่ให้พลังงานถึง4กิโลแคลอrov(รี)ค่ะแล้วคาร์โบไฮเดรตนะคะก็มีหลายประเภทเช่นพบร(อล)-ิษ(แ)ซ็กค-ัทมอเต(าไ)-์ไดแ-็ก-์ขไร-์มอโนแซ็กร(ค)-์-้ใช(ซึ)-้ค-่งพา(อ)-ิแซ็กคาไรด์น่ะยขา(ค่ะ)ก็จะเป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลขนาดใหญ-่ส่วนไดแซ็ก-่พ(ค)ไรด์เราด(ก)-็จะรู้จอ(-ั)ในชื่อว่าคาร์โบไฮเดรตหรือว่าน้ำตาลโมเลกุลคู่นะคะส่วนมอแซ็กคาไรด์ก็จะเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวค่ะอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเช่นอะไรคะก็เช่นข้าวอาหารหลักของเราในย(-ื)-่ะ(อ)เราทานข้าวขนมปังเส้นก๋วยเตี๋ยวเผือกข้าวโพดหรือว่านล(-้)-ำป(ต)ง(ล)แล้วอาการของคนที-่ขาดคาร์โบไฮเดรตจะเป็นอย-่างไรคะถ้าเราไม่ได้รับประทานข้าวนี-่แน-่นอนว่าเป็นอย่างไรคะเราก็จะหงุดหงิดเราก็จะหิวใช่ไหมคะ-่ะถ้าเราไม่ได้ขาดโปรตีนขอโทษค่ะขาดาร์โ-่ะทำห(บ)ย(ฮ)เดรตนี่เ-็ดแล-้ว(รา)ก็จะอ่อนเพลียสมองไม่ปลอดโปร่งอารมณ์ก็จะฉุนเฉียว-ู(ห)-ุ-ู(ด)-้ญ(ง)-ิง(ด)ง่ายนะคะแล้วนักเรียนเคยสงสัยไหมคะว่าการรับประทานข้าวนี่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานให้เราได้อย่างไรเาจะ-ัก(ไป)ศึกษาจากภาพจำลองการย่อยโมเลกุลแป้งให้เป็นกลูโคสจากสื่อประกอบA…ขอโทษค-่ะจากสื-่อARปรกอบหนังสือเรียนสสวท.กันค่ะถ้าพร้อมแล้วก็เชิญรับชมกันได้เลยค่ะค่ะเราจมาดูภาพจำลองการ-ันว(ย)-่าจะ(อยโ)เลกุลเ(แ)ป้งให้เป็นกลูโคสกันนะคะอันนี้เป็หล(นข)-้าวนะเราจำลองภาพจำลองของโมเลกุลแป้งนะคะที่อยู่…โมเลค(ก)-ุณ(ล)แป้งนั่นเองค่ะจะเห็นว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตข(ส)ยาวนะป็าะคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ที่มีการเชื่อมต่อของกลูโคสอยู่นะคะตอนนี้เป็ส(น)สายยาวอยู่เมื่อเราทานข้าวเข้าไปค่-ำ(ะ)ในปากของเราก็จะมีเอนไซม์ที่ชื่อว่าอะไมเลสนะคะซึ่งตรงนี้นี่ก็จะเห็นว่าเป็นก-ัน(ร)ปใ(กร)รรไล้(กร)ตรงนี้จะทำหน้าที่เป็นอะไรคะกรรไะเข้าใจ(กร)รง(-ัว)นี้เปทำห(-็)ตัว-้า(แ)-ี(น)-่ของเอนไซม์เอนไซม์ทำหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ให้มีสายสั้นลงมีขนาดเล็กลงนั่นเองลกุลใหญ(ค)-่ะตัวเอนไซม์พ(จ)-่อยร(ๆ)ย่อยล(ะ)-้วค่อยย่อยนะคะค่อยๆทำให้มันมีโมเลกุลขนาดเล็กลงเมื่ข้เข้าไปคาร์โบไฮเดรตจะถูกย่อยอีกครั้งในลำไส้เล็ย(ก)ซึ่งในลำไส้เล็-็จะมีเอนไซม์ชนิดอื่นอีกค-ัน(-่ะ)ที่ทำหน้าที่ในการในกระบวนการของการย่อยคาร์โบไฮเดรตเขาก็จะย่อยจากโม…คาร์โย(ฮ)เด-็ด(รต)สายสั้นม(-ี)-่ให้เหลือเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวให้เหลือแต่กล-ูโค-ัว(ส)อย่างเดียวซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็กและซึ่งร่างายของเรานี่ก็จะดูดซึมกลูโคสนะคะเข้าสู่กระแสเลือดเห็ไหะ(ม)คะกลูโคกรุ๊ป(ส)นี-้(-่)ต่างๆดิ(-ี่)เป็นโมเลกุลขนาดเล็กก็สามารถเข้าสู่กระแสเลือก(ด)ได้พ(จ)นั้นค่ะตัวกลูโคสก็จะท-่ใค(-ำ)ปฏิกิริยากับออกซิร(เ)นที่เราหายใะ(จ)เข้าไปเกิดกตำ(ระ)ล(น)การสันดาปแล้วก็กะ(ย)เป็นพลังงานใหที-่(-้)เราได้ใช้นั่นเองค่ะค่ะหลังจากที่เราได้ดูค(ส)-ื-่Aา(R)การย่อยโมเลกุลแป้งให้เป็นกลูน(ส)แล้วนะคะทีนี้เราจะถ(ด)-ูที่ส-ู-ุด(ตร)โครงสร้างภายในของเขาบ้างสำหรับโมเลค(ก)-ุณ(ล)แป้งหรือว่าข้าวนะคะเป็คาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ที่เรารู้จักแล้วแหละเขาชื่อว่าพอลิแซ็กคาไรด์นส่วนกลูโสนี่เป็ะ(น)น้ำตาลหรือเป็นคาร์โบไฮตาล(เ)ดรตโมเลกุลขนาดเล็กนะคะที่เราเรียกว่า"มอโนแซ็กคาไรด์"ให้นทะ(-ัก)บ(ร)-ียนลองพิจารณาสูตรโครงสร้างของพอลิแซ็กคาได์กับมอโนแซ็อ(ก)ะ(า)ไรด์นะคะถ้(ว่)ามีอา(คว)ร(ม)คล้ายคลึงกันอย่างไรนักเรียนลองส-ั-ำ(ง)ร็(กต)ก่อนว(อ)-ันนี-้จะเป็นสูตรโครงสร้างของกลูโคสส่ว-้(น)ด้านบนก็จะเป็สูตรโรงสร้างของพวกโมเลก-ุณ(ล)แป้งนะคะหรือว่าอันนี้จะเป็นสูตรโครงสร้างหรือว่าพอลิแซ็กคาไรด์นั่นเองเป(ห)-็นอะไรไหมคะจเห็นว่าสูตรโครงสร้างของพอลิแซ็กคาไรด์นี่คข(ล)-้ายๆกับ-่าห(เ)อโนแซ็กคาไรด์นมะลิ(-ี่)มาเล(ร)-ี-้ยงต่อกันแต่ถ้าเราสังเกตนี่จะเห็นว่าในสูตรโครงสร้างของพอลิแซ็กคาไรดเห็นว่า(-์)นี่จะมีวงเล็บอยู่ด้วยแล้วก็ที่สำคัญคือจะเห็นว่ามันมีห้อยnนะห้อi(ย)nในที่นี้คืออะไรห้อยnnก็คือจำนวนของมโนแซ็บ(ก)าไร-ุณ(ด์)ที่-่(า)เชื่อมต่อก-ันด้วยพ-ันธะโ-ูไป(คเว)เล-่ต์นั่นเองค่ะซึ่งเขาก็ไม่ได้เชื่อมต่อกันเพียงแค่1-2โมเลค(ก)-ุณ(ล)นะคะเขาจะในพอลิแซ็กคาไรด์ว(น)-ี-่อาจจป(ะ)เชื่อมต่อกันด้วยโนแซ็กคะ(า)ไรด์มากกว่าเป็น1…เป็นร้อยๆโมเลกุลเลยค่ะซึ่งสารเคมีที่โมเลกุลมีน(ง)สร้างขนาดใหญ่นะคะปะกอบด้วยหน่วยย่อยจำนวนมากมาเชื่อมต่อก-ันนี่เราจะเรียกว่าบ(")พอลิเมอร์"ส่วนสารโมเลกุลขนาดเล็กที่มารวตัวก-ันเพื่อเกิดเป็นพอลิเมอร์เราจะเรีอ(ย)เขาว่า"มอนอเมอร์"-่ะดูที-่รูปนะคะหรือว่าถ้าจะให้เห็นชัดเจนนะคะวันนี้คุณครูจะ(ก็)มีค(ข)ประกอบด้วยนักเรียนเห็นไหมคะอัน-ี้ก็คือสร้อยนะสร้อยคอสร้อยคอในที่นี้นี่-็(ะ)เป็นตัวแทนของพอลิเมอร์นั-้(-่)-ี(ง)ส่วนลูกปัดกลมสีชมพูอันนี้นะคะก็เ-็นตัวแทระเภท(น)ของมอนอเมอร์ก็คือมอนอเมอร์นี่ก็จะ…ขโทษค่ะพอลิเมอร์ก็จะเกิดจากการเชื่อมต่อกันของมอนอเมอร์นั-้(-่)นเองค่ะแล้วพอลิเมอร์มีสมบัติเหมือนหรือแตกต่างกับมอนอเมอร์อย่างไรเาจะไปศึกษากันที่กิจกรรมกาทดลองเปรียบเทียบสมบัติบางประการของกลูโคสแล้วก็แป้งมันสำปะหลังค่ะเล(ช)-่นเดียวกันนะคะอันนี้นี่ในกิจกรรมนี้ก็มีARMarkerเช่นเดียวกันเพค่(รา)ะฉะนั้นนักเรียนก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันARนะคะแล้วก็สามารถใช้โทศัพท์มือ-ือเ(ข)า(ง)นักเรีย-ี่ที่ดาวน์โหลดApp(แอป)แล้วนี่มาศึกษากิจกรรมได้เช่นเดียวกันค่ะพร้อมแล้วก็เข้าไปดูกิจกรรมกันเลยนะคะการทดลองนี้นะคะจะเป็นการทดลองเปรียบเทียบสมบัติการละลายแล้วก็ความหนืดของกลูโคสกับแป้งมันสำปะหลังนะคะซึ่งตัวแทนของพอลิเมอร์ก็จะเป็นแป้งมันสำปะหล-ังส่วนต-ัวแทนขอมอนอเมอร์ในที่นี้เราก็จะเป็นกลูโคสค่ะเรามาดูการทดลองกันเลยนะคะในตอนเริ่มต้นเราจะเอาแป้งมันสำปะหลังค่ะไม(ป)-่ละลายน้ำนักเรียนลองสังเกตการละลายน้ำของแป้งมันสำปะหลังนะคะจะเห็นว่าเมื่อเอาแป้งมันสำปะหลังไปละลายน-ี่จะให้สารท-ี่มีลักษณะคล้ายคน(ล)ลอยด์นะคะแสดงว่าแ***(-้ง)-ันสำปะหล-ั-ี่ไม่ค่อยละลายในน้ำเลยนะคะเปรียบเทียบกับการละลายน้ำของกลูโคส[เ-ียงดนตรี](ครูปุณิกา)นักเรียนลองสังเกตนะคะคร(กล)-ูโพ(ค)ต์นี่า(ะ)ละลายเป็นไงคะละลายได้ดีกว่าละลายในน้ำได้ดีอย(กว)-่าแป้งมันสำปะหลัไร(ใน)สารละลายสารไม่มีสีเลยนะคะจากง(น)-ั้นเราจะมาศึกษาเปรียบเทียบสมบัติความหนืดกัด(น)ค่ะโ-้ว(ด)ยเราจะเอาสรทั้ง2ชนิดนี่ไปต้มต้มประมาณ1(2)0นาทีนะคะนักเรียนดูทั้ง2ฝั่งะฝั่งสารละลายกลูฟ(ค)สกร์ม(-็)จะเป็นสารละลายใสเหมือนเดิมแต่ฝัลายไ(-่ง)องแป้ง-ันสำปะหล-ั-ี่จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้วน้ำแป้งมันจะเปลี่ยนจากส(ท)-ี-่ขาวขุ่นๆ-ี่เป็นใสเ(ข)-ึ-ื(-้)-่อนนอ(ะ)แล้วก็จะมีลักษณะเป็นเหนียวๆหนืๆแบบนี-้วยนะคะเมื่อครบเวลาค่ะล(เ)-้ว(า)ก็จะมาวางไว้สัก-ู่นะล(ค)ะประมาณ5นาทีเพื่อทิ้งไว้ให้สารทั้งส(2)องชนิดนี่เย็นตัวนะคะพอเย็นแล้วเราก็จะเอาสาด(ร)นี่ไปทาบนกระดาษค่ะเอาสารละลายกลูโคสไปทาบนกระดาษอีกถ(ฝ)-ั-่นึ-่งนี่ก็จะเอาน้ำแป้งมันสำปะหลังนะคะซึ่งตอนนี้นี่มีลักษณะคล้ายแป้งเปียกมา(ไป)แล้วนะมาทาบนกระดาษค่ะข(ท)ใหยต(-้ท)-ั-่ส(ท)-ั้งแ-ำค-ั(ผ)-่ญ(น)เลยนะคะนักเรียนเมื่อทาทั่วทั้งแผย(-่)นแล้วนะคะล้(รา)ก็จะเอากระดาษอีกแผ่นนึ-่งค่ะมาประกบนะคะเพื่อจะเปรียบเทียบว่าทั้ง2ฝั่งนี่ฝั่งที่เป็นศ(ส)รละลากล-ูโคสกัง(บ)น้ำแป้งมันสำปะหลังน่า(ะ)-่า(ะ)มีสมบัติความหนืดหรืแ(อ)ะ(-ี)การติดกรขน(ะด)ษเดน-ั้(ป็)นอย่างไรนะคะเาจะมาวางผึ่งไว้ประมาณสัก10นาทีพอครบเวลาแล้วเราก็จะมาเปรียบเทียบกันค่ะนักเรียนมาดูฝั่งท-ี่เป็นสารละลายกลูโคส-ี-่(น)ะคะเห็นไหมคะขน(ว่)กระาษนี่แยกออกจากกันได้ง่ายมากนะคะแสดงว่ฝั่งลูโคสนี่ไม่หนืดเลยนะคะแต่ฝั่งแป้งมันสำปะหลังนี่ง(ม)-ันติดกระดาษแน-้(-่)นเด(น)-ี-๋ยวงั้(แน่)นมากนะคะกระล(ด)ด(ษ)ก็เลยขาดค่ะจาก-ี่นักเรียนได้ศึกษาวิดีโอนะคะกิจกรร-ำ(ม)การทดลองไปแล้วนะคะนักรียฉ(น)า(อ)ตอบคำถามของครูได้หรือยังคะว่าพอลิเมอร์มีสมบัติเหมือนหรือแตกต่างกับมอนอเมอร์อย่างไรจากกิจกระคะเร-ึ(า)ว่า(-็จะ)สามารถสรุปได้ว่าพอลิเมอ-์มีมบ-ัติแตกต่ามผ(งก)-ัส(บ)มอนอเมอร์จะเห็นว่าม-ั(อ)ลิก(อร์)ค่ะในที่นี้ตัวแทนก็คือตัว-ูโคสนะคะสามารถละลายน้ำได้ดีกว่าส่วนพอลิเมอร์นะคะหรือว่าในที่นี้ก็คือแป้งมันสำปะหลังนี่ให้สารละลายที่มีความหนืดมากกว่าเมื่อสักครู-้(-่)นะคะเราเป็นกิจกรรมการทดลองที่เราศึได้แล(ก)-้ว(า)สมบัติของพอลิเมอร์ละ(-ับ)มอนอเมอร์ที่เป็นของกินน่ะค่ะทีนี้เรามาดูพอลิเมอร์แล้วป(ก)-็นกมอนอเมอร์ที่เป็นของใช้บ้างว่าจะมีสมบัติเป-ี่นะคะ(-็น)อย-่ก(ง)ป(ร)นะคะดูที่รูปนี้เลยค่ะรูปแผ่นสีขาวนี-่(-้)นะคะรูปแผ่นขาวท(น)-ี-่ก็คือแผ่นโฟมนะคะนัก-่6(เ)รียนซึ่งแผ่นโฟมนี่ทำมค(จ)กพอลโฟ(-ิเ)อร์ที่ชื่อว่าพอลิสไตรีนหรือว่าPSโดยEM(P)Sรา(-่ะ)-่ะนอกจร(ก)ทำ-ัฐธรรมเป็นแผ่นโฟง(ม)แล้วยังสามารถทำเป็นกล่องบรรจุอาหารประเภทกล่องโฟมก็ได้หรือว่าช้อนส้อมพลาสติกก็ได้นะคะซึ่งตัวPSค่ะหรือว่าพอลิสไตรี-ี่เขามีจุดหลอมเหลวประมาณ240องศาเซลเซียสโดยมีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้องนะคะคือ(-ึ่ง)-ัวPSค่ะหรือว่าพอลิสไตรีนนี่เขามีมอนอเมอร์ที่ชื่อว่าสไตรีนค่ะซึ่งตัวสไลด์…สไตรีนนะค-ัวPSซื้อโทรศัพท-์(ะ)จะมีจุดหลอมเหลว-30องศาเซลเซียสแล้วก็มีสถานะเป็นของเหลวที่อ-ุณหภูมิห-ื(-้)-่น(ง)นักเรียนลองดูโครงสร้างของตัวพอลิเมอร์ละ(-ับ)มอนอเมอร์นะคะจะเห็นว่าจะหน้าเห-ีส-ือ(-่ว)นที่เป็นส่วผ(น)ง(-้)านบนนะคะที่มีม(พ)าท-ั-้ง(ธะ)คู่ค่ะตรงนี้นะคะของสไตรีนนี่พ-่อเขามาสร้างเป็นพอลิเมอร์ค่ะเขาก็จะเป็นรูปร่างแบบด้านบนนี้นะคะมาดูตัวพอลิเมอร์อีกชนิดหนึ่งค่ะซึ่งพอลิเมอร์ชนิดนี้ค่ะเขาชื่ว่าโพลีไวนิลคละ(อ)ไรด์นะคะหรือว่าPVCตัวPVCสามารถทำผลิตภัณฑ์เป็นผลิตภัณฑ์ห(ป)ะเภทพวกฟิล์มย-ืดห่อาหารค่ะแล้วก็ผลิตภัณฑ์จำพวกหนังเทียมหรือว่าท่อประปานะคะโดยตัวโพลีไวนิลคลอไรด์ค่ะหรือว่าหนังเทียม(P)VCนี่เขามีจุดหลอเหลวท-ี-่120องศาเซลเซียสแล้วก็มีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้องคุณครูจะให้นักเรียนลองคาดเดาะคะว่าถ้าพอลิเมอร์เขาชื่อว่าโพลีไวนิลคลอไรด์ค่ะตัวมอนะไ(มอ)-์-ี่จะชื่อว่าอะไรชื่ออะไรดีคะเก่งมากค่ะตัวมอนอเมอร์ของเขานะคะกคำว-่(-็)จะชื-ู้(-่อ)ว่าไวนิลคลอไรด์ค่ะโดยเจ้าไวนิลคลอไรด์นะคะจะมีจุดหลอมเหลวที่-154องศาเซลเซียสแล้วก็มีสถานะเป็นแก๊สค่ะที่อุณหภูมิห้องจากกิจกรรมนะคะที่เร-ัก(า)ศึกษาในเรื่องของการละลายแล้วก็ความหาย(-ืด)ของกลูโคสแ(ก)-ัะ(บ)แป้งมันสำปะหลังรวมไปถึโ(ง)ก(-ู)เปรียบเทียบจุดหลอมเหลวกับขน(สถ)ะขอค(ง)อลม(-ิ)บ(ม)อร์แล-้วกะพ(-็ม)ลิ(นอ)เมอร์ค่ะเรลภั(าก็)ามรถสร้างข้อสความสน(ร)-ุกแไดล(-้)ว่าตัวมอละ(นอ)เมอร์มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าพอลิเมอร์ลองดูจากภาพก็ได้นะคะนอกจากนี้ค่ะตัวมอนอเมอร์ก็อาจจะมีสถานที่แตกต่างจา-ับพอลิเมอร์ของเขาหรือว่าอามีสถานะเหมือนกันก็ได้นะคะเช่นพ(-ั)วกลูวั(คส)กับแป้งมันสำปะหลังก็มีสถานะเป็นของแข็งเช่นเดียว-ื(-ั)ทีนี้เรามารู้จักกับคาร์โบไฮเดพี่บ(ร)ตอีกประเภทหนึ่งนะคะที่นักเรอ(-ี)ยนวรจะรู้ไวะ(-้)-ีะคะก-่(-็)คืออะไรคะก็คือเซลลูโลสนั่นเอง-่ะเซลลูโลสนะคะเป็นเส้ใยนผนหญ่(-ัง…)ในผนังเซลล์พืชค่ะ-่ไป(วย)ให้ความถึ(ข็)ล(ร)งของเซลล์พืชนะคะโดยตัวเซลลูโสค่เขามีมอนอเมอร์เป็นกลูโคสเช่นเดียวกับข้าวและแป้งแต่ว่าการจัดเรียงตัวของกลูโคสในเซลลูโลสนี่ค่ะแตกต่างจา-ับ(ใน)ข้าวและแป้งนะคะซึ่งส่ผลให้ร่างกายของเราค่ะไม่มีเอนไซม์ย่อยเซลลูโลๆ(ส)นะคะแต่เราก็ต้อง…จึไม่สามารถขอโทษค่ะพอเราไม่มีเอนไซม์ย่อยตัวเซลลูโลสนี่เราจึงไม่สามารถนำเซลลูโลส-ั(า)เป็นแหเร-ื(ล)-่งของพลังงานให(ได)-้นะคะแต่เราก็ต้องรับประทานอาหารพวกที่มีเซลลูโลสเช่นรับประทานพืชผักผลไม้นะคแ(ะ)เพราล้วก-็(ะ)จะช่วยในเรื่องของกากอาหารค่ะช่วยระบบขับถ่ายของเราทีนี้คุณค-ูจะฝการบ้านนะคะที่คุณครูเคยบอกไปว่าเอ๊ะแล้วโครงสร้างของกลูโคสในเซลลูโลส-ี่แตกต่างจากในข้าวและในแปา(-้)อย่างไรนะคะให้นักเรียนนะคะไ-ัก(ป)ศึกษาค-่ะสื-่อARปรข(ก)อบหนังสือเรียคุณ(น)นะคะต(ล)-้องไปดูสิคะว่าแล้วจริงๆแล้วนี่โครงสร้างของเซลลูโลส…โครงสร้อ(า)กลูโคสในเซลลูโลสค่ะตกต่างจากล(ข)-้และแป้งอย่างไรค่ะ-่ะก-่อนจะจบกันไปนะคะในหัวข้อ3.2ค-์โบไฮเดรตน-ับ(ะ)คะคุณคก(ร)-ูก็มีแบบฝึกหัดนะคะมาพ(ท)ทวกับ(น)ความรู้ของนักเรียนค่ะให้นักเรียนพิจารณาสูตรโครงสร้างของสอ(ท)-ั-้ง5ศว(ชน)-ิดนี้คะแล้วก็ตอบคำถามค่ะเดี๋ยวคุณคก(ร)-ูจะเวตบ(-้น)เวลาให้สักครู่นะคะร(-่)จะทนัด(-ำ)กันได้แล้วนะมาดูที่ห(ข)-้อ1กัง(น)เลยค่ขาด(ะ)สารใดเป็นมอนอเมอร์ของEนักเรียนดูสูตรโครงสร้างของอ(E)-ีก่อนค่ะข(ต)อบค-ุณ(-ู)ได้ไหมคะว่าศ(ส)ล(ร)ไหนคะเก่งมากค่ะก็คือผ(B)-ิดป-ัติ(บC)นั่นเองนะ-่ะนักเรียนนักเรียนลองว(พ)-ิจาทย(รณ)าที่สูตรโครงร้-ุด(าง)ของEก็จะเห็นว่ามอนอเมอร์ขงEน-ี-่ค่ะ-็จะเที(ป็)ะคะ(-ัวB)แล้วก็c(C)cค่ะมาดูกันที่คำถามข้อที่2นะคะเมื่อเปรียบเทียบระหว่างสารa(A)และDสารใดมีจุดหลอมเหลวสูงกว่าดูสูตรโครงสร้างของAก่อนเข(แล)-้วกา(-็)มาดูสูตรโครงสร้างของด(D)-ีก็จะเห็นว่านะคะท(D)-ี่นี่น่าจะเป็นพอลิเมอร์นะคะที่เกิดจากมอนอเมอร์เ(A)นั่นเองค่ะเพราะฉนัข(-้)ถ้เรด(า)ต้องการจะท-ัดง(-ำน)น(ย)จุดหลอมเหลวของสารทั้ง2ชนิดก็น่าจะตอบได้ว่าอ(ส)-่ด(D)-ีนะคะมีจุดหลอมเหลวสูงกว่าAค่ะค่ะก่อนจะจากกันนโ(ะ)อเค่เรามาสรุปบทเรียนนะคะดังนี้ค่ะคาร์โบไฮเดรตมีทั้งที-็(-่)เป็นพอลิแซ็กท(ค)งงวดนี้ขอ(ด์)LINEแล้วก็มโนแซ็กคะ(า)ไรด์พอลิแซ-็ค(ก)คาไรด์เป็นสารที่มีโมเลกุลมีโครงสร้างขนาดใหญ่ประกอบด้วยมอโนแซ็กคาไรด์จำนวนมากมาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะโคเวเลนต์สารที่มีโมเลกุลมีโครงสร้างขนาดใหญ่ประกอบด้วยหน่วยย่อยจำนวนมากมาเชื่อมต่อกันเช่นเก(ด)-ี-่ยวกับบ(อ)ลิแซ็ริษัท(ก)ะ(า)รด์เเรียกว่า"พอลิเมอร์"ค่ะหน่วยย่อยหรือสารโมเ-ื(ล)กุน(ล)ขนาดเล็กที่มารวมกันเพื่อเกิดเป็นพอลิเมอร์เรนอก(า)เรียกว่า"มอนอเมอร์"มอนอเมอร์และพอลิเมอร์ที่เกิดจากมอนอเมอร์ชนิดนั้นอาจมีสมบัติแตกต่างกันเช่นสถานะการละลายหรือจุดหลอมเหลวะคะค-่ะสำหรับหัวข้อาร์โบไฮเดร-ำอวยพร(ต)นะคะก็จะขอจบเพียงเท่านี้ค่ะแต่อย่าลืมการบ้านที่คุณครูฝากไว้นะคะสวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-06-05 10:20:56
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}