Accuracy : 65.31%
Insertion : 265
Deletion : 3168
Substitution : 250
Correction : 7199
Reference tokens : 10617
Hypothesis tokens : 7714

[เสียงดนตรี](คุณครูสุทธาทิพย์)สวัสดีค่ะพบกับครูสุทธาทิพย์หวังอำนวยพรนะคะในวันนี้เราจะมาเรียนกันในบทที่3ค่ะอาหารโดยก่อนหน้านี้นักเรียนได้เรียนกันไปแล้ว3หัวข้อนะคะในวันนี้ก็จะเป็นหัวข้อที่4ค่ะวิตามินและเกลือแร่ค่ะแต่ก่อนที่เราจะเริ่มเรียนกันนะคะครูจะให้นักเรียนมาm[(บ)m;o(วน)ความรู้กันก่อนค่ะ-ู(ย)ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้นะคะว่าถูกหรือผิดค่ะแล้วเดี๋ยวเราค่อยไปดูเฉลยพร้อมกันนะคะนักเรียนลองทำดูเลยค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูสุทธาทิพย์)เป็นอย่างไรคะทำเสร็จแล้วหรือยังคะเรามาเริ่มที่ข้อ1กันเลยแล้วกันนะคะH2Oหรือน้ำนะคะและNaClหรือโซเดียมคลอไรด์เป็นสารโคเวเลนต์ข้อนี้นะคะเมื่อเราพิจารณาจากสูตรเคมีนะคะเราก็จะเห็นว่าน้ำนะคะซึ่งมีสูตรเคมีเป็นH2Oนี่นะคะก็จะประกอบด้วยธาตุไฮโดรออกซิเจนและธาตุไ(อ)โดร(กซิ)เจนใช่ไนะ(หม)คะซึ่งทั้ง2อ(ธ)งชาต-ิ(-ุ)นี้นะค(-ี่)ก็เป็นสารอโลหะm(ท)-ั้งคูyh'8^jซึ-่แสดงว่าน้ำเป็นสารโคเงแป(ว)นต์ค่ะว(ส)-่า(น)NaClนะคะประกอบด้วยโซเดียมนะคะซึ่งเป็นโลหะและคลอรีนนะคะซึ่งเป็นอโลหะซึ(ก็)-่งสดล(ง)ว่าโซเดียมคลอไรด์นี-้(-่)เป็นสารประกอบไอออนิกนั่นก็คือข้อนี้ผิดค่ะข้อ2ค่ะH2Oหรือน้ำนะคะเป็นสารไม่มีขั้วสามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้นะคะจริงๆแล้วนี่น้ำนี่เป็นสารมีขั้วนะคะก็แสดงว่าข้อนี้ก็ผิดเช่นกันค่ะข้อ3ค่ะโมเลกุลที่มีพันธะO-HN-HหรือF-Hสามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้ค่ะข้อนี้ถูกนะคะและข้อสุดท้ายค่ะน้ำมันเป็นไตรกลีเซอไรด์ที่เกิดจากกลีเซอรอลและรดไขมันค่ะข้อนี้ก็ถูกเม(-่)-ือนกันค่ะเป็อย่างไรคะไม่ยากเลยใค(ช)-่ไหมคะถ้านักเรียนยังสงสัยอ-ู่นะคะก็สามารถกลับไปทบทวนก่อนได้ค่ะเอาล่ะค่ะเราจะเริ่มเรียนกันแ(เ)-้(ย)นะคะก่อนหน้านี้นี่นักเรียนได้เรีดือ(ย)นก-ัน-่(ม)าแล้วนะคะว่าสารอาหารประเภทไขมันและน้ำมันคาร์โบไฮเดรตแล้วก็โปรตีนนี่เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานนะคะแต่นอกจากนี้แล้วก็ยังมีสารอีกกลุ่มหนึ่งนะคะที่ไม่ได้ให้พลังงานแต่มีควา-ันะ(-ำ)เป็นต่อการทำงาของระบจุด(บ)ต่างๆของร่างกายนะ-่ะนั่นก็คือสารอาหารในกลุ่มของวิตามินและเกลือแร่นั-้(-่)นเองค่ะส่วนใหญ่แล้วนี่อาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูงนี่จะมีปริมาณวิตามินและเกลือแร่ไม่เพียงพอต่อก(ว)ร(ม)ต้องการของร่างกายนะคะดังนั้นเราจึงต้องได้รับวิตามินและเกลือแร่จากอาหารประเภทอื่นๆค่ะก็คืออาหารในกลุ่ประเภ(ม)ของผักและผลไม้นั-้(-่)นเองค่ะนอกจากนี้แล้วนี่ในโปรตีนหรก่(-ือ)เนื้อสัตว์บางชนิดว(-ี)-่นะคะกา(-็)จะมีเกลือแร่บางชนิ-้วยเช่นแคลเซียมเหล็กค่ะสำหรับในหัวข้อนี้นะคะเรแล-้(า)ก็จะไป(มา)เรียนกันค่ะว่าวิตามินและเกลือแร่ท(น)-ี่เป็นสารประเภทไหนนะคะรวมทั้งศึกษาสมบัติบางประการงสารในกลุ่มนี้ด้ว-ู(ค)-่ะโดยที่เราจะเ-ื(-ิ)-่ก(ม)จากวิามินกันก-่อเลยนะคะวิตามินเป็นสารประกอบอินทรีย์ค่ะมีความจำเป็นต่อกระบวนการต่างๆของร่างกายอย่างเช่นวิตามินAนะคะจะช่วยในการทำงานของการมองเห็นค่ะแล้วก็วิตามินCค่ะจะช่วยป้องกันโรคร(ล)-ักปิดร(ล)-ักเปิดค่ะวิตามินบางชนิดลลายในน้ำเช่นวิตามินCบางชนิดละลายใน-ันเช่นวิตามินAค่ะเอค(-๊)-่ะพอมาถึงตรงนี้แล้วนี่นักเรียนสงสัยไห(นะ)คะม(-่)ทำไมทั้งตรฐาน(ๆ)ที่เป็นวิตามินเหมือนกันแต่บางชนิดถึงละลายในน้ำส่วนบางชนิดก-ั(-็)ละลายในไขมันค่ะอย่าเพิ่งตอบว่าไม่สงสัยนะคะครูจชวนนักเรียนนี่ไปหาคำตอบไปพร้อมๆกับครูค่ะโดยครูจะให้นักเรียนนะคะพิจารณาจากสูตรโครงสร้างที่ครูยกตัวอย่างมานะคะก็จะมีวิตามินที่ละลายในน้ำนะคะก็จะมีวิตามินCแล้วก-ี(-็)วิตามินบ(B)-ี1ค่ะแล้วก็ลองเปรียบเทียบกับวิตามินที่ละลายในไขมันนะคะว่(ก็)จะมีวิตามินเ(A)แล-้วกะ(-็)วิตามินB(D)1ค่ะแล้วก็ให้นักเรียนลองตอบคำถามนะคะว่าโมเลกุลของวิตามินที่ละลายในน้ำนี่มีลักษณะอย่างไรแล้วก็แตกต่างจากโมเล-ุลของวิตามินที่ละลายในไขมันอย่างไรบ้างค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูสุทธาทิพย์)เป็นอย่างไรบ้างคะได้คำตอบกันแล้-่าหรือยังคะถ้ายังนะคะเดี๋ยวเรามาหาคำตอบไปพร้อมกันเลยค่ะโดยก่อนอื่นนะคะครูจะให้นักเรียนลองพิจารณาสูตรโครงสร้างของน้ำนะคะและไขมันหรข(-ื)น้ำมันกันก่อนนะ-่ะโดยน้ำนะคะนักเรียนเคยต(เ)รียนกันไ(า)ว้แล้วนะคะว่ามีช(ส)-ู-ิด(ตร)โครงสร้างแบบนี้กัะแล้วก็เอ(-็)ซม(าร)-์มีขั-ู่(-้ว)ค่ะส่วนไขมัค่า(รือ)น้ำมัะคะเป็นสารในกลุ่มของไตรกลีเซอไรด์ค่ะ-่(-็)จะมีโครงร้เ(ง)ต(-ั)-ุขอ-ูค(ป)นี้เช-่นกันนะคะแต่อันนี้ครูยกตัวอย่างมาเพียงช-่-ิ-ั(ด)เดียวก่อนนะคะจากรูปนะคะล้(รา)ก็จะเห็นว่าส่วนใหญ่นี่จะประกอบด้วยส่วนของไฮโดรคาร์บอนนะคว่าจป(ก)-็คืน(อ)ส่วนที่เป็นธาตุคาร์บอนแล-้วก็ธาตะ(-ุ)ไฮโดรเจนค่ะซึ่งส่วนของไฮโดรคาร์บอนนี่เองน(-่)ะค-่ที่จะทำให้ไขมันหรือน้ำมันนี่เป็นสารไม่มีขั้วค่ะก็คือจะมีขั้วน้อยมากๆเลยนะคะจึงเราถือว่าเป็นสารไม่มีขั้วค่ะาล่ะต-ั(อ)นนี้-ั(า)ทราบแล้วนะคะว่าน้ำเป็นสารมีขั้วส่วนไขมันหรือน้ำมันนี่เป็นสารไม่มีขั้วนะคะต่อไปเดี๋ยวเราก็จะมาดูที่วิตามินกันบ้างนะ-่ะโดยเริ่มจากวิตามินที่ละลายในน้ำนะคะเนื(ริ)-่อ(ม)จากวิตามินCกันเลยค่ะวิตามิ-ีD(-่)นะคะก็จะเป็นสารประกอบอินทรีย์เช่นเดียวกันนะคะดังนั้แต่ละ(น)ส่วนใหญ่นี่ก็จะประกอบด้วยธาตุคาร์บอนและธาตุไฮใ(โ)รเจนค่ะและนอกจากนั้ก็จะมีธาตุอื่นด้วยอ-่างเช่นตรงนีม(-้)-ัะคะก็จะเห็นว่ามีธาตุออกซิเจนนะคะสร้างพันธะกับไฮโดรเจนโดยว(ร)าจะเรียกหมู-่นี้นี่ว่า"หมู่ไฮดรอกซิล"ค่ะในวิตามินCนี-้(-่)ก็-ี(ะ)มีหมู่ไฮดรอกซิลหลายหมู่เลยทีเดีนะคะซึ่ม(ง)-ัน(-็)จะทำให้วิตามินCท(น)-ี่เป็นสารมีขั้วนะคะแล-้(ะ)หมู่ไฮดรอกซิลนี่ก็สามารถสร้างพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้ด้วยจึงทำให้วิตามินCละลายน้ำค่ะเอาล่ะต่อไปเราลองมาดูวิตามินB1กันบ้างนะคะวิตามินB1นี่ก็ค(จ)-่ะเห็นว่ามีห-ู่ไฮดรอกซิลเช่นกันนอกจากนั้นน-ี-้ก็จะมีหมู่อะมิโนด้วยโดทั้ง2หมู่นี-้(-่)ก็สามารถสร้างพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้เช่นเดียวกันค่ะนอกจากนี้แล้วถ้าเราพิจารณาดูดีๆนะเราจะเห็นว่าในโครงสร้างนี่จะมีส่วนที่มีประจุด้วยนะคะซึ่งก็จะช่ทำ(วย)ให้ละลายน้ำได้ดีโดยการเกใน(-ิด)การแตกตัวค่ะโดยทั้ง2ปัจจัยนี้ก็จทำให้วิตามินB1นี่เป็นสารมีขั้วแล้วก็สามารถละลายน้ำได้ค่ะต่อไปเราจะลองมาดูวิตามินที่ละลายงด-ู(ใ)ไขมันบ้างนะคะก็จมีวิตามินAกับวิตามินDนะคะก็จะเห็นว่าโครงสร้างส่วนใหญ-่นี-่เป็นไฮโดรคาร์บอนนะคะถึงแม้จมีหมู่ไฮดรอกซิลอยู่อย-่างละหม-ู่ก็ตาม-ี่แต่ว่าส่วนของไฮโดรคาร์บอนที่มีจำนวนมาก-ี่จะทำให้วิตามินAและวิตามินDนี่นะคะมีขั้วน้อยมากๆจะ(น)ถือว่าไม่มีขั้วจึงไม่ละลายในน้ำที่เป็นสารมีขั้วนะคะแต่ลส(ล)ยได้ดีในไขมันห-ือน้ำมันที-่เป็นสารไม-่มี-ั-้วค่น(ะ)เอาล่ะค่ะเราแล้วก็จะสรุปได้นะคะว่าโมเบร-ิ(ล)-ุร(ล)ของวิตามินที่ละลายในน้ำนี่จะแตกต่างจากโมเลกุลของวิตามินที่ละลายในไขมันนะคะอ(โ)ดยโม-ุณหภูม(เ)ลกุ-ิ(ล)ของวิตามินที่ละลายในน้ำนี่จะต้องเปมี(-็น)สารมีขั้วนะคะเราก็จะพิจารณาได้จากว่าโครงสร้างท(น)-ี่จะมีฟังก์ชันที่สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้หลายตำแหน่งะคะโดยหมู่ฟังก์ชันนี้ก็อ-่ง(า)จจะเป็นหมู่ไฮดรอกซิลนะคะหรือว่าหมู่อมิโนนอกนั้-ี่โครงสร้างก็จะมีประจุด้วยนะคะส่วนโมเลกุลของวิตามินที่ละลายในไขมันนะคะก็จะเป็นสารไม่มีขั้วค่ะโดยส่วนใหญ่แล้วนี่ในโครงสร้างก็จะมีส่วนที่เป็นไฮโดรคาร์บอนอยู่มากค่ะเอาล่ะค่ะตอนท(น)-ี-่(-้)นักเรียนน่าจะตอบคำถามได้แล้วใช่ไนะ(หม)คะว่าทำไมวิตามินบางชนิดถึงละลายในน้ำแต่บางชนิดจึงละลายในไขม-ันนะคะน-ั-่ก็ขึ้นอยู่กับว่าวิตมินชนิดนั้นนี่เป็นสารมีขั้วหรือไม่มีขั้วนะคะถ้าวิตามินนั้นเป็นสารมีขั้วก็จะลลายในน้ำแต่ถ้าวิตามินนั้นเป็สารไม่มีขั้วนะคะก็จะละลายในไขมันค่ะเอาล่ะค่ะเราลองมาทำแบบฝึกหัดกันดูนิดหนึ่งนะคะจากทเป-็น(รง)โครงสร้างของวิตามินที่ครูกำหนดให้นี่นะคะก็ให้นักเรียนนี-่ระบุว-่วิตามิ-ี้ละลายในน้ำหรือว่าในไขมันนะคะเพราะเหตุใดค่ะเดี๋ยวลองทำดูเลยค่ะนะคะก็จะเห็นว่าวินัก(ต)รี(มิ)นนี้นะคะจะมีหมู่ไฮดรอกซิลถึง2หมู่เลยนะคะก็แสดงว่าเป็นสารมีขั้วนะคะจึงละลายได้ในน้ำค่ะแลจริงๆนี้วิตามิ-ีB(-้)ก็คือวิตามินB6ค่ะเรามาลองดูอีกชนิดหนึ่งนะคะวิตามินค่ะเไข(าล)-่ะค-่จากสูตรโครงสร้างนะคะล้(รา)ก็จะเห็นว่าส่วนใหญ่นี่ก็จะเป็นไฮโดใ(ร)-์บอนนะคะถึงแม้ว่าจะมีหมู่ไฮดรอกซิลแค่1หมู-่นี-่นะคะส่วนของไฮโดรคาร์บอ-ี่มีขนาดที่ใหญ่มากนะคะจึงทำใหๆ(-้)วิตามินขนี่นะคะเป็นสารไม่มีขั้วนะะดังนั้นก็-่(จ)อ(ล)ลาไรเป(ยใ)-็นไขมันค่ะแล้วจริที(งๆ)นี้วิตามินขนี่จริงๆก็คือวิตามินอ(E)-ีค่ะจากการอ(ล)ลาร(ย)ของวิตามินที่เราได้กล่าวไปแล้วนะคะก็จะสอดคล้องกับหลักที่ชื่อว่า"likedissolveslike"ค่ะซึ่งก็คือสารจะละลายได้ในตัวทำละลายที่มีขั้วใกล้เคียงกันเนื่องจากมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลประเภทเดียวกันค่ะนละล(อกจ)ได(นี)-้นะทำไ(คะเ)าก็ที(สา)-่ารถใช้หลักน-ีได-้วยนะคะในการธิบาการละ-่(ล)ยขอสารอื่นได้ดเช-่(-้)วยอย่างเช่นจากในรูปนะคะก็-ี่(จะ)เห็นว่าน้ำมันนี่ไม่ละลายในน้ำนะ-่ะครูคิดว่านักเรียนหลายคนคงทราบแล้วแห-่ะว่าน้ำมันไม่ละลายในน้ำแต่เป็นเพราะเหตุใดคะม(น)-ั-่นก็เป็นเพราะว่าน้ำนี่เป็นสารมีขั้วใช่ไหมคะส-่าร(วน)น้ำมั-ี่ไ(เ)-็นสา3(ร)ไม่มีขั้วเมื่อมีขั้วต่างกันจึงไม่ละลายกันนั่นเองค่ะนอกจากนี้แล้วนี่แล้(เรา)ก็สามารถใช้หลาย(-ัก)การนี้นะคะในการอธิบายการละลายของสารประกอบอินทรีย์ชนิดอื่นได้ด้วยนะยกตัวอย่างเช่นกลูโคสนะคะเราก็จะเห็นว่ากลูโคสนี่มีหมู่ไฮดรอกซิลหลายหมู-่นะคะจึงทำให้เป็นสารมีขั้วนั่นเองนะคะจึงสามารถละลายได้ในน้ำนะคะชนิด-ั(ห)-ึ่งก็คือเป(ม)-็ช(ท)-่นะคะซึ่งเป็นสารที่ใช้แต่งกลิ่นในอาหารร้(ต่)น(ง)อาหารนะคะก็จะเห็นว่าส่วนใหญ-่นี-่จะประกอบด้วยส่วนของไฮโดรคาร์บอนนะคะทำให้เมนทอลนี่เป็นสาร-ี(ม)-่มีขั-้วแล-้วก็ละลายใน-้ำมัะ(น)-่มา(อก)จากนี้นะคะเราสามารถใชยึด(-้)หลักL(l)ikedissolvesL(l)ikeนี่นะคะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วยค่ะเช่นใช้ในการเลือกตัวทำอ(ล)ไร(าย)ที่เหมาะสมสำหรับการสกัดสารประกอบอินทรีย์จากพืชนะคะเช่นเราใช้เอทานอลนะคะในการสกัดกลิ่-้ำหอมจากดอกไม้ค่ะแล้วก็สามารถใช้ในการอธิบายกลไกการซักล้างคราบไคลและไขมันของสบู่ผงซักฟอกน้ำยาล้างจานได้ด้วยนะ-่โดยถ้านักเรียนใช้หนังสือวิทยาศาสตร์กายภาพเล่ม1ของสสวท.นะคะที่รูปนี้นะคะจะมีสัญลักษณ์ARอยู่ถ้านักเรียนเปิดแอปพลิเคชันและนำมาส่องที่รูปนี้นะคะก็จะแสดงอยู-่(แ)อนิเมชันค่ะซึ่งครูก็มีคลิปมาให้นักเรียนดูด้วยนะคะเดี๋ยวไปดูคลิปกันเลยค่ะ(บรรยาย)สบู่ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานโมเลกุลของสารเหล่านี้มีทั้งส่วนมีขั้วและไม่มีขั้วโดยส่วนไม่มีขั้วทำหน้าที่ข(-่)หุ้ง(ม)ไขมันและส่วนมีขั้คู-่(ว)หันเข้าหาโมเลกุลน้ำเกิดเป็นไมเซลล์ที่มีรูปร่างเป็น3มิติล้อมรอบไขมันทุกทิศทาง[เสียดนตรี](คุณครูสุทธาทิพย์)เอาล่ะค่ะเดี๋ยวเรามาดู-ัน(-ือ)ละ(ร่)กันบ้างนะคะนักเรียะ(น)ทราบแล้วใช่ไหมคะว่าวิตามินนี่เป็นสารประกอบอินทรีย์นะคะแล้วนักเรียนคิดว่าเกลือแร-่นี-่ค่ะเป็นสารประเภทเดียค่ะ(ว)กับวิตามินหรือเปล่าคะจริงแล้วนี่เกลือแร่นี่นะคะเป็นไอออนหรือเป็นสารประกอบไอออนิกค-่จึ(ดั)นั้นก็เลยทำให้ส่วนใหญ่แล-้วนี่เก-ิด(-ือ)แร่ท(น)-ี่ละลายในน้ำนะคะเกลือแร่มีความจำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายเช่นแคลเซียมนี่เป็นส่วนประกอบของกระดูกนะคะแล้วก็ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อค่ะส่วะคะโซเดียมนะคะก็จะช่วยในการทำงานของระบบประสาทค่ะแล้วก็ยังช่วยรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายด้วยตอนที่ค-ุณครูพูดว่าแคลเซียมหรืโซเดียมนีะไร(-่)นะคะไม่ใช่ว่าจะอยู่ในรูปของโลหะแคลเซียมหรือว่าโลหะโซเดียมนะคะแต่จะอยู่ในรูปของไอออนหรือว่าสารประกอบไอออนิกค่ะถ้านักเรียนได้รับเกลือแร่ไม่เพียงพอหรือมากเกินไปนี่ก็จะส่งผลต่อระบบของการทำงานของร่างกายนี่นะคะอ-่างเช่นถ้าเราได้รับโซเดียมน้อยเกินไปนี่ก็จะเกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุกนะคะปวดศีรษะจนกรทั่งไปถึงเกิดอาการชักได้ค่ะแต่ถ้าเราได้รับปริมาณโซเดียมมากเกินไปนะคะเพราว่(ะอ)จะทำให้เราได้เกิดโรคอะร(ต)หรือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ค่ะอย(ดั)-่างนั้นนะคะเราจึงควรจะใส่ใจในการรับประทานอาหารว่ามีปริมาณสารอาหารต่างๆมากหรือน้อยเกินไปค่ะโ-้วล้(รา)อาจจะพิจารณาได้จากข้อมูลโภชร(น)การที่อยู่บนฉลากอาหารนะคะซึ่งครูก็มีตัวอย่างอ(ม)-้ดร(-ู)นะคะก็จเห็นว่าเขาจะแสดงปริมาณเกลือแร่ห(บ)ย(ง)ชนิดไว้ด้วยนะคะก่อนที่เราจะจบบทเร-ียนกันนะคะเดี๋ยวเรามาทบทวนความรู้กันอีกนิดหนึ่งนะค-ียนก-ั(ะ)โดยครูได้กำหนดสูตรโครงสร้างของสารให้3ชนิด-ี้นะคะแล้วให้นักเรียนระบุว่าสแต่ละชนิดต่อไปนี้นี่สามารถละลายน้ำได้หรือไม่เพราะเหตุใดค่ะเอาล่ะค่ะนักเรียนลองทำดูเลยค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูสุทธาทิพย์)ทำได้ไหมคะในการที่จะทำโจทย์ข้อนี้นะคะเราก็จะต้องใช้หลักlikedissolveslikeนั่นเองค่ะโดยเราจะดูว่าสามาแต่ละชนิดนถใช้(-ี่)เป็นสารมีขั้วหรือว่าสารไม่มีขั้วก่อะคะถ้าป็นสารมีขั้วนี่นะคะกพิ่ง(-็)จะละลายในน้ำได้นะคะเนื่องจากว่าน้ำเป็นสารมีขั้วนั่นเองแต่ถ้าเป็นเ(า)ไม่มีขั้า(ว)ก็จะไม่ละลายในน้ำค่ะเราแล้วจะเริ่มร(ด)-ู-้-ั(า)กที่ข้อ1กันเลยนะคะจากข้อ1นะคะ-่(-็)จะเห็นว่าสารชนิดนี้นี่เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนค่ะก็แสดงว่าเป็นสไม่มีขั้น(ว)นั่นเองจึงไม่ละลายในน้ำนะคะส่วนข้อ2ค่ะเราก็จะเห็นว่ามีในโครงสรได-้างนี-้(-่)มีส-่วน(-ูตร)ที่มีประจุนะคะดังนั้นก็แสดงว่าสารนี้นี่เป็นสารมีขั้วค่ะก็ไม่เป-็(จ)ะละลายใไรมีน้ำม(น)-ั-่นเองะคะและ-้อสุดท้ายนะคะจากสูตรโ-่(ร)งสะแล(ร)-้างเรว(า)ก็จะเห็นว่ามี-ูต-่วน(ร)ของหมู่ไฮดรอHy(ก)dra(-ิล)2หมู-ัว(-่)ค่ะซึ่งทั้ง2คร(หม)-ู-่นี่ก็จะทำให้สารนี้เป็นสารมีขั้วนะคะจึงสามารถละลายในน้ำได้ค่ะแ(า)-่ะค่ะเร-้วก็(ามา)สรุปบทเรียนกันนะคะวิามอ(-ิ)และเกลือแรก(-่)เป็นสารที่มีความจำเป็นต่อกระบวนการต่างๆของร่างกายวิตามินเป็นสารประกอบอินทรีย์ส่วนเกลือแร่เป็นไอออนหรือเปมี(-็น)สารประกอบไอออนิกค่ะวิตามินบางชนิดละลายในน้ำแต่บางชนิดก็ละลายในไขมันการพิจารณาการละลายของสารในตัวทำละลายจะอาศัยหลักlikedissolveslikeค่ะสำเ(ห)-ื(-ั)-่องของวิตามินและเกลือแร่นะคะก็จะจบลงเพียงเท่านี้นะคะสวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-06-05 10:21:33
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}