Accuracy : 91.61%
Insertion : 312
Deletion : 979
Substitution : 221
Correction : 16831
Reference tokens : 18031
Hypothesis tokens : 17364
(อาจารย์ธิดารัตนเกวล-ี(-์))ค่ะโอเคค่ะล่ามได้ยินไหมคะโอเคค-่ะวันนี้ก็จะเป็นบทที่3นะคะซึ่งก็จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการชำระเงินของการทำธุรกรรมหรือว่าการทำธุรกิจออนไลน์ด้วยนะคะโดยก่อนที่เราจะจ่ายเงินได้นี่มันก็ต้อง...สิ่งที่สำคัญที่เราต้องคิดถึงน่ะนะคะก็คือเรื่องความปลอดภัยโดยการให้ความปลอดภัยนี่นับว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญมากที่สุดนะคะเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับความปลอดภัยที่เรามาใช้นี่มันจะเป็นการเข้ารหัสด้วยกุญแจซึ่งหลักๆแล้วมันจะมีกุญแจ2ดอกนะคะมีกุญแจที่เรียกว่า"PublicKey"นะคะเป็นกุญแจสาธารณะแล้วก็"PrivateKey"ที่เป็นกุญแจส่วนตัวถ(ซ)-ึ-่งอย่างน้อยแล้วนี่องค์กรที่เขาจะใช้กุญแจสาธารณะได้นี่เขาจะต้องมีองค์กรรับรองความถูกต้องไม่ใช่ว่าคุณไปเอากุญแจของใครก็ไม่รู้มาใช้แล้วคุณบอกว่าคุณใช้กุญแจแล้วน่ะแต่ทำไมยังไม่มีความปลอดภัยในการใช้งานก็เพราะว่ากุญแจนั้นะ(ๆ)นี่อาจจะไม่ได้ถูกรับรองโดยองค์กรที่ให้การรับรองโดยองค์กรที่ถูกต้องนะคะซึ่งกุญแจอันนี้เราจะไม่ได้หมายถึงกุญแจเหมือนที่เพ(ป)-็-ูด(น)กุญแจเปิดประตูบ้านมันจะเป็นกุญแจที่แทนด้วยเลขรหัสทางคณิตศาสตร์นะคะใช้หลักคณิตศาสตร์ในการคำนวณรหัสเพื่อเข้ารหัสข้อความหรือข้อมูลจากผู้รับแล้วก็ผู้ส่งได้อย่างเฉพาะเจาะจงนะคะมันอยู่ดีๆสร้างไม่ได้มันจก-็(ะ)ต้องได้รับการรับรองด้วยนั่นแหล-่ะความหมายนะคะซึ่งระบบที่จะใช้สำหรับการเข้ารหัสนี่รวมถึงการรักษาความปลอดภัยที่จะต้องมีอย่างแรกมันจะต้องสามารถพิสูจน์ตัวตนของผู้รับผู้ส่งได้นะคะไม่ว่าคุณจะยืนยันตัวเองด้วยอะไรด้วยการสแกนใบหน้าการสแกนบัตรประชาชนรหัสหลังบัตรประชาชนที่เป็นเลเซอร์อะไรก็ว่าไปนะคะต่อมาการรักษาความปลอดภัยข้อมูลเขาจะดูได้วยว่าข้อมูลที่ถูกเก็บไว้นี่เก็บข้อมูลอย่างไรเก็บไว้ที่ไหนมีการเข้ารหัสหรือเปล่านะคะรวมถึงความ...การที่เราจะต้องการันตีความถูกต้องของข้อมูลไม่ให้ข้อมูลมันคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่เราระบุไปตอนแรกเอาง่ายๆเลยวันเกิดที่คุณใส่กับการแสดงผลหรือการนำไปประมวลผลจะต้องตรงกันคุณบอกคุณเกิดพ.ศ.2540ก็ต้องไ(เ)ป-็น25402547ก็คือ2547อายุ18ก็ต้องอายุ18นะคะต้องไม่คลาดเคลื่อนแล้ว...เหมือนอย่างเช่นที่อยู่เขาก็จะถามว่าที่อยู่สำหรับส่งเอกสารที่อยู่ปัจจุบันใช้ที่อยู่เดียวกันไหมหรือว่ามีที่อยู่ที่เปลี่ยนแปลงไปก็ต้องแจ้งนะคะแล้วก็ไม่ว่าคุณจะพิมพ์ข้อความอะไรหรือส่งข้อมูลอะไรไม่ว่าภาพเสียงข้อความคุณจะปฏิเสธความเป็นเจ้าของข้อมูลไม่ได้นะคะอย่างเช่นคุณจะบอกว่าอันนี้คุณไม่ได้ส่งไม่ได้เพราะมันมีสิ่งที่เรียกว่า"ลายเซ็นดิจิทัล"หรือว่า"ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์"ติดไปด้วยก็คือคุณเข้ารหัสแล้วว่ามันเป็นของคุณคุณยืนยันแล้วว่าข้อมูลนี้เป็นของคุณคุณจะปฏิเสธไม่ได้นะคะการชำระเงินออนไลน์นะคะจากผลวิจัยถ้าเป็นองค์กรณ์ขนาดใหญ่นี่เขามั่นใจกับการใช้วิธีการหักบัญชีธนาคารมากกว่านะคะแต่ถ้าเป็นในขณะที่เป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้ออย่างเช่นคนที่เรียนจบไปแล้วทำงานมีรายได้ประจำเขาก็จะมีบัตรเครดิตสิ่งที่นิยมจ่ายไมากที-่สุดอย่างเช่นการชอปปิงออนไลน์s(S)hopeeLazadaนี่เขาก็จะนิยมจ่ายด้วยบัตรเครดิตเสียมากกว่าเพราะบางคนก็จะบอกว่าความสะดวกสบายการมีโพ(ป)รโมชันต่างๆกาจะ(ร)ได้เงินคืนอะไรก็ว่าไปส่วนมากเขาจะอ้างอิงจากการจัดโพ(ป)รโมชันส่งเสริมการขายแล้วก็ในประเทศไทยก็เหมือนกันนะคะรองลงมานอกจากบัตรเครดิตแล้วเราก็ใช้วิธีการโอนเงินรวมถึงการจ่ายเก็บเงินปลายทางหรือการจ่ายตรงหรืออาจจะไม่มีบัตรเCr(ค)รedit(ดิต)แต่มีบัตรDebitCardDebitCardคืออะไรบางทีทุกคนอาจจะมีอยู่ในตัวอยู่แล้วแต่ก็ไม่เคยใช้นะคะรวมถึงการโอนเงินโดยตรงหรือผ่านคนกลางก็ได้นะคะเดี๋ยวจะมาปดูกันแนวทะคะ(าง)ในการพัฒนาเพื่อ...เพื่อชำระเงินเดี๋ยวนี้จ่ายเงินง่ายมากเราใช้...บริการInternetBankingนะคะมันก็จะเป็นการทำWebApplicationขึ้นมานะคะเป็นการสร้างลิงก์ที่เรียกว่า"HyperL(l)ink"ระหว่างWebเว็บ(s)iไซต(te)-์กับตัวAppแ(l)icationขอปพลิเคชัน(ง)ร้านค้ากับระบบของธนาคารเหมือนเวลาคุณต้องการจะจ่ายซื้อสินค้าร้านค้าจะสามารถGenerateQRCodeกึ่งการสร้างQRCodeเพื่อให้คุณจ่ายเงินแล้วก็เข้าบัญชีของร้านค้าได้โดยตรงนะคะพอคุณโอนป-ุ(-ึ)-๊บระบบจะแจ้งเตือนเลยว่ายอดมันเข้าแล้วเหมือนที่เวลาเราไปกินข้าวหรือไปซื้อของอย่างนี-่(-้)คุณไม่จำเป็น...บางทีคุณยังไม่ทันหันหน้าจอโชว์สลิปด้วยซ้ำระบบมันแจ้งเตือนแล้วว่าเงินเข้าแล้วนะคะก็บริการInternetBankingนี่ก็ได้รับความนิยมแล้วก็รักษาความปลอดภัยได้อย่างดีและเป็นมาตรฐานแต่บางคนก็มันก็จะโดนกลโกงน(ว)-่ะ(า)ปลอมสลิปนู่นนี่นั่นโน-้(-่)นไม่กดโอนจริงอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ร้านค้าหรือว่าตัวลูกค้าเองก็ต้องเช็กด้วยเขใค(าเ)ร-ียกว่าตรวจสอบอีกครั้งเพื่อความมั่นใจนะคะหรือการจ่ายเงินที่เป็นMicrop(P)aymentMicroก็คือมันแปลว่าเล็กๆเราไม่ต้องพกกระเป๋าสต-ั(า)งค์ก็ได้เราอาจจะมีบัตรเครดิตใบเดียวที่มีช(S)hipC-ิปการ(a)r-์ด(d)อยู่นะคะหรือถ้าเป็นต่างประเทศนี่คุณมีโทรศัพท์เครื่องเดียวคุณก็สามารถออกไปซื้อของออกไปเที่ยวออกไปเดินทางได้แล้วถ้าเป็นประเทศที่เขารองรับการใช้กระเป๋าสต-ั(า)งค์ดิจิทัลโดยโทรศัพท์หรือแอปเปิลวอชก็ได้คุณสามารถเดินขึ้นรถไฟไปซื้อของในห้างจ่ายเงินป-ุ(-ึ)-๊บก็เอาโทรศัพท์ไปแตะนะคะซื้อของในเซเว่นก็เอาโทรศัพท์ไปแตะไม่ได้สแกนนะเอาโทรศัพท์ไปวางใกล้ๆมันก็สามารถจ่ายเงินได้เลยนะคะซึ่งมันก็จะทำให้ความปลอดภัยมันมีมากขึ้นเพราะว่าบางทีก่อนที่เราจะจ่ายสตางค์นี่ถ้าเป็นระบบของWalletในโทรศัพท์บางเครื่องนี่เขาจะต้องให้เราสแกนหน้าก่อนหรือสแกนลายนิ้วมือหรือใส่รหัสความปลอดภัยก่อนก่อนที่จะไปแตะจ่ายเงินไม่ใช่ว่าใครเอาโทรศัพท์เราไปแตะจ่ายได้เป็นต้นนะคะมันก็จะปลอดภัยมากยิ่งขึ้นแล-่ะมันก็เหมือนเป็นการยืนยันเพิ่มขึ้นมาอีกว่าเป็นเราจริงๆนะที่ไปจ่ายสตางค์นะคะองค์ประกอบหลักของการชำระเงินแน่นอนต้องมีลูกค้ามีร้านค้ามีสถาบันทางการเงินหรือว่าเป็นธนาคารนั่นแหล-่ะนะคะแล้วก็จะมีคนที่คอยกำหนดกฎระเบียบมาตรฐานต่างๆรวมถึงธนาคารมีธนาคารเดียวไม่ได้มันจะต้องเป็นเครือข่ายของธนาคารเหมือนสมัยที่พวกคุณเป็นเด็กๆไม่รู้จะรู้เรื่องแล้วหรือยังไม่รู้เรื่องเหมือนกันการจะโอนเงินต่างธนาคารเราต้องเสียสตางค์10บาท20บาทว่าไปตามยอดจำนวนเงินที่คุณจะโอนนะแต่ปัจจุบันนี่ถ้าเป็นการโอนเงินให้เพื่อนต่างธนาคารถ้าไม่เกินจำนวนที่กำหนดโอนผ่านได้เลยโอนโดนี-่(ย)ใช้โทรศัพท์ได้เลยนะคะอันนี้คือเครือข่ายธนาคารเขาตกลงร่วมกันนะคะก็จะเป็นความร่วมมือกันอะไรก็ว่าไปโดยการสร้างระบบบชำระเงินนี่โดยธุรกิจทั่วๆไปแล้วหรือว่าผู้ขายเ(ท)-ั่สื-้อ(วๆ)ผ้าไปเนี่ยเขาอาจจะพัฒนาระบบจ่ายเงินเองก็ได้โดยต้องพัฒนาทั้งโปรแกรมแล้วก็ติดตั้งบนWebServerซึ่งส่วนมากถ้าเป็นผู้ค้ารายย่อยนี่เขาไม่ทำมันลงทุนเยอะนะคะถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่นี่เขาทำเองแน่นอนหรือองค์กรก็ขนาดใหญ่เหมือนกันไม่ทำฉันไปซื้อมาเลยหรือเช่าก็ได้เช่าเป็นรายเดือนรายปีทำสัญญาให้เขาดูแลให้ถ้าไม่เช่าอยากพัฒนาเองแต่ไม่มีคนไม่มีกำลังคนไม่อยากดูแลสวัสดิการเขาก็จะไปจ้างบริษัทมืออาชีพมาพัฒนาที่เรียกว่า"Outsource"นะคะมาพัฒนาให้ก็ได้ไม่ต้องจ่ายอะไรเงินเดือนให้เขาเราไปจ้างเขามาเขาก็ดูแลตัวเองส่งงานให้เราตามเวลาเท่านั้นจบนะคะแ(ก)-ัต-่(บ)อีกแบบหนึ่งส่วนมากจะเหมาะกับผู้ค้ารายย่อยรายเล็กๆนะคะธุรกิจไม่ใหญ่มากก็ไปใช้บริการของระบบชำระเงินของธนาคารเลือกมาเลยธนาคารใดธนาคารหนึ่งก็ได้สังเกตง่ายๆปัจจุบันแค่นักศึกษาเดินไปสแกนจ่ายสตางค์ร้านอะไรก็ได้จะเห็นได้ว่าป้ายที่เขาตั้งQRCodeแต่ละร้านโลโก้ธนาคารแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนใช้Bankสีม่วงบางคนใช้Bankสีเขียวบางคนใช้Bankสีฟ้าบางคนใช้แ(B)aบงค(nk)-์สีชมพูแล้วแต่เลือกเลยกับธนาคารที่คุณสะดวกหรือมีบัญชีอยู่แล้วอาจจะเป็นBแบ(a)nงก(k)-์สีเหลืองหน้ามอเราก็ได้นะคะก็เลือกตามที่เราสะดวกได้เลยหรือบางธนาคารเขาก็จะมีโพ(ป)รโมชันให้เช่นเวลาเราทำธุรกรรมมากๆอาจจะลดค่าธรรมเนียมอะไรก็ว่าไปมีสิทธิพิเศษให้นะคะสิ่งที่จำเป็นรา(ใน)ยการจ่ายเงินแน่นอนการเข้ารหัสถอดรหัสเพื่อรักษาความปลอดภัยของการทำรายการจะเห็นได้ว่าเวลาคุณจ่ายลองสังเกตดูในสลิปที่คุณโอนที่อยู่ในโทรศัพท์มันจะมีเลขรหัสการทำธุรกรรมทุกครั้งไว้เพื่อสามารถไปตรวจสอบความปลอดภัยหรือความถูกต้องของการโอนเงินได้รวมถึงถ้าเป็นธุรกิจที่มีการทำธุรกรรมร่วมกับธนาคารหรือผู้ค้ารายอื่นคุณจะต้องมีการสร้างลายเซ็นดิจิทัลขึ้นมาเพราะเอกสารบางอย่างพอเราไม่ได้เซ็นด้วยเลายเซ็นตัวเองนี่ไม่ได้เซ็นสดนะเอาปากกาเซ็นชื่อต่อหน้ากันลายเซ็นดิจิทัลไม่ใช่แค่คุณเอาลายเซ็นคุณไปสแกนแล้วไปวางในWordไปวางในPowerPointไปวางในเอกสารอันนั้นเขาไม่เรียก"ลายเซ็นดิจิทัล"(ล)ท่ายเซ็นดิจิทัลจะต้องมีการเข้ารหัสเพื่อยืนยันได้ว่าลายเซ็นนี้เป็นลายเซ็นที่คุณเอามาสร้างใส่ในเอกสารนี้จริงๆไม่ใช่แค่เอารูปมาวางอันนี้คือลายเซ็นดิจิทัลไม่ใช่ผู้ซื้อจะต้องมีแ(ล)าต-่(ย)เส-ิ่ง(ซ็น)ด-ิจ-ี(-ิ)ท-ั-่า(ล)นร้านค้าก็ต้องมีใบรับรองดิจิทัลว่าเป็นร้านค้าที่มีอยู่จริงเชื่อถือได้ไม่ใช่ว่าทำไฟล์หลอกขึ้นมาไม่ใช่มันจะต้องสามารถตรวจสอบได้โดยองค์กรที่น่าเชื่อถือนะคะเขาจะออกใบรับรองให้ว่าร้านนี้มีตัวตนจริงถ้าร้านใครเป็นร้านขายของชำเมื่อก่อนถ้าคุณจะขายแอลกอฮอล์ขายเหล้าขายเหล้าหรือขายเครื่องดื่มใดใ(ๆ)ดก็ตามมันจะต้องมีป้ายใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิตอะไรก็ว่าไปมาแปะว่าร้านนี้ถูกต้องนะเสียภาษีเรียบร้อยใบรับรองดิจิม(ท)-ัน(ล)ก็เหมือนกันก็จะเป็นการออกโดยองค์กรที่เป็นที่ยอมรับแล้วก็ควล(บ)คุมโดยรัฐบาลนะคะสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ถ้ามีข้อผิดพลาดหรือข้อปัญหาสามารถตรวจสอบได้นะคะโดยสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องมีในการจ่ายสตางค์ง่ายๆข้อมูลต้องถูกต้องแล้วก็ต้องเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้นที่สามารถเข้าถึ(ดู)งข้อมูลได้นะคะมีการยืนยันตัวตนมีการป้องกันความลับมีระบบที่ป้องกันการปฏิเสธธุรกรรมเช่นคุณจะบอกว่าคุณสั่งซื้อไปแต่ไม่จ่ายสตางค์แต่บอกว่าฉันไม่ได้สั่งไม่ได้เพราะมันเป็นa(A)ccountคุณมันต้องใส่ทั้งอ(E)m-ีเ(a)iมล(l)ใส่ทั้งp(P)asswordกว่าที่มันจะสั่งซื้อได้นะคะก็เป็นสิ่งที่จำเป็นหรืออาจจะมีบริการบางอย่างเช่นการป้องกันภัยทางไซเบอร์มาเกี่ยวข้องด้วยนะคะเงื่อนไขในการเลือกระบบชำระเงินที่ดีอย่างแรกต้องเป็นธนาคารที่สามารถทำธุรกรรมระหว่างประเทศได้ด้วยนะคะโดยมันจะมีข้อตกลงของธนาคารกลางนะคะวางหลักการในการชำระเงินไว้แล้วก็กา-็(ร)หักบัญชีซึ่งหลักการนี้เขาจะมีอยู่10ข้อนะคะข้อแรกระบบการจ่ายเงินจะต้องถูกต้องต(ถ)ามกฎหมายนะคะมีกฎระเบียบที่เข้าใจได้อธิบายถึงความเสี่ยงทั้งหมดที่อาจจะเกิดขึ้นมีกระบวนการบริหารความเสี่ยงนะคะถ้ามันมีความรับผิดชอบเกิดขึ้นใครเป็นผู้รับผิดชอบนะคะการจ่ายสตางค์จะต้องเกิดภายในวันนั้นคุณซื้อของตอนเที่ยงเงินต้องเข้าภายในเที่ยงภายในเที่ยงเลยก็ได้หรือภายในวันนี้ไม่เกินเที่ยงคืนจะสังเกตได้ว่าบางธนาคารหลัง5ทุ่มครึ่งคุณจะโอนเงินไม่ได้จะทำธุรกรรมอื่นไม่ได้เติมเงินโทรศัพท์ก็ไม่ได้จ่ายบิลจ่ายค่าไฟค่าน้ำไม่ได้เพราะมันเป็นช่วงคาบเกี่ยวถ้าสมมติว่าคุณจ่ายเงินตอน23.30น.แต่ระบบมันทำงานไม่เสร็จมันจะผิดกฎหมายเพราะฉะนั้นหลัง23.30น.เขาเลยจะไม่ให้คุณทำอะไรเพราะว่าด้วยกฎนี้ค่ะทุกอย่างจะเกิดขึ้นภายในวันเดียวกันกับวันที่คุณทำธุรกรรมเพราะฉะนั้นคุณจ่ายค่าน้ำสมมติจ่าย2ตอน5ทุ่ม(3).30ครึ-่ง(น.)แต่ระบบมันตัดไม่เสร็จผิดกฎหมายแล-้ะ(ว)เป็นต้นนะคะการชำระเงินจะต้องเป็นราคาสุทธิยอดข(ภ)ายในวันนั้นไม่ใช่ว่าคุยวันนี้180ไปตัดยอดเป็น190ไม่ได้นะคะการชำระเงินต้องจ่ายผ่านธนาคารกลางก็คือธนาคารที่ได้รับความเชื่อถือนะคะแล้วก็ต้องเป็นระบบชำระเงินที่มีการรักษาความปลอดภัยในการดำเนินการการทำธุรกรรมชำระหนี้ตามกฎหมายจะต้องมีประสิทธิภาพต่อเศรษฐกิจนะคะมีเป้าหมายมีเงื่อนไขในการที่เราจะเป็นสมาชิกสามารถอ่านเงื่อนไขได้อย่างเปิดเผยนะคะผู้บริหารจะต้องมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพโปร่งใสแล-้(ะ)วก็มีความรับผิดชอบก็ทั้งผู้ซื้อผู้ขายผู้ให้บริการผู้จัดการเงินจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้นั่นเองนะคะระ-ูป(บบ)ชำระเงินส่วนใหญ่ตอนนี้ก็อาจจะเป็นเงินสดนะคะเป็น...ถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่จ่ายเป็นเช็ก(ค)เป็นบัตรเดบิตบัตรเครดิตการโอนเงินนะคะซึ่งในการทำธุรกิจออนไลน์นี่ก็คือส่วนมากทุกอย่างมันก็จะอยู่ในโลกออนไลน์นะเวลาเราจ่ายสต-ั(า)งค์นี่เข(ร)าก็อาจจะใช้บัตรเครดิตเสียมากกว่าหรือการโอนเงินสดทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้นะคะสิ่งพวกนี้เรแหล(าจ)ะที่เรียกว่าเป็น"E-Payment"ก็คืออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน-์ใช่ไหมเป็นอิเล-็กทรอน-ิกส-์Paymentแ(จ)ต-่ายเงินผ่านออนไลน์ทั้งหมดนะคะซึ่งการทำระบบจ่ายสต-ั(า)งค์ออนไลน์นี่มันทำให้การทำธุรกิจร่วมกันนี่มันสะดวกแล-้(ะ)วก็เร็วขึ้นนะคะก็แต่มันก็จะมีสิ่งที่ภาครัฐเขามองว่ามันยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนแล้วก็มันก็จะเป็นการที่ทำให้เงินมันหมุนเข้าสู่ระบบได้เร็วขึ้นนะคะโดยการจ่ายเงินออนไลน์นี่มันจะเป็นการจ่ใช้(าย)เงินระหว่างผู้ซื้อกับผู้โอนหรือผู้รับสินค้านะคะซึ่งเงินจำนวนนี้นี่ถามว่ามันจะลอยเข้าไปในกระเป๋าเลยไหมไม่ใช่มันจะเปไม่(-็น)เหมือนก-ัน(าร)โอนสิทธิการถือครองเงินนะคะสมมติเรามี500เม-ัน(รา)จะจ่ายยเงินเข้ากระเป๋าไปไม่ใช่เงินมันเข้ากระเป๋าเลยนะมันเปหลื(-็น)อแค่การเปลี่ยนสิทธิ์ของเงินเป็นของใครแค่นั้นเองนะคะโดยปกติแล้วนี่ตั้งแต่ปี2565ช่วงนั้นก็เป็นช่วงเริ่มๆยังเป็นช่วงCOอ(V)I-ีก(D)นะก็คน1คนจะทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์โด-้วยการโอนเงินหรือรับเงินนี่348รายการต่อคนต่อปีนี่แทบจะพูดได้ว่าเกือบทุกวันคุณจะต้องมีการโอนเงินหรือรับเงินผ่านช่องทางE-BankingMobileBankingโอนซื้อข้าวแค่วันหนึ่งนี่ใคไป(ร)กินข้าว3มื้อแล้วโอนสตางค์อ(ผ)-่านQRCodeต่2(อ)วันแ(เ)รล-้(า)วก็อย่างน้อย3ครั้งแล-้ะ(ว)3-4ครั้งแล-้ะ(ว)ข้าวก็ครข(-ั)-้งหนึา(-่)ง1ชาไข่มุกก-็ครข(-ั)-้างหนึ-่งผลไม้ก็ครั้งหนึ่งซื้อของเซเว่นก็สแกนผ่านแอปอีกทีหนึ่งเหมือนกันนะคะรวมถึงการทำธุรกรรมแบบดั-่(-้)งเดิมน้อยลงก็คือการเดินไปที่ธนาคารแล-้ะ(ว)ถอนสตางค์น้อยเอาง่ายๆเลยขนาดในตัวคนบางคนตอนนี้เงินสดก็ไม่มีเพราะเดี๋ยวนี้ไม่ไปกดสตางค์โอนอย่างเดียวนะคะแต่พอหมดCOVIDคนก็เริ่มกลับมากดสตางค์เยอะขึ้นเพราะร้านค้าบางร้านก็ได้(ม่)รับเงินโอนก็มีนะคะก็รูปแบบธุรกิจบางคนก็แตกต่างกันไปเช่นบางคนเขารู้สึกว่าอุ้ยโอนเงินเดี๋ยวภาษีเยอะมันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องไปทำความเข้าใจกับเขานะคะจากข้อมูลนะคะจะเห็นได้ว่าการทำธุรกรรมออนไลน์มันเป็นสีเขียวเกือบทุกอันก็คือมันเติบโตขึ้นมันมีเพิ่มมากขึ้นทุกปีนะคะทุกปีการจ่ายเงินนะคะด้วยบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นแต่บัตรเดบิตลดลงเดี๋ยวจะอธิบายว่าเครดิตกับเดบิตต่างกันอย่างไรนะคะการจ่ายสตางค์ด้วยเช็ก(ค)น้อยลงการจ่ายเงินสดโด-้วยการโอนผ่านทางช่องทางสถาบันการเงินมีเพิ่มขึ้นนะคะเครื่อง...ATMอันนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักกันดีใช้กันมาทุกคนน่าจะมีบัตรATMนะคะเป็นบัตรที่ไปกดสตางค์ที่ตู้นะก็สะดวกสบายในกา-ัน(ร)ใช้บริการมีเยอะมีทุกมุมนะคะเครื่องรับบัตรหน้ณ(า)จุดขายมันจะเรียกว่าเป็นPointofSaleเป็นเครื่องที่ไว้แบบติ๊ดบัตรเครดิตสแกนจ่ายQRCodeไปMR.DIYปมิสเตอร์ดีไอวายจ่ายด้วยQRCodค่ะเขาก็จะสร้างCodeขึ้นมาอันหนึ-่งให้คุณจ่ายสต-ั(า)งค์เครื่องที่เขากดๆติ๊ดๆๆๆๆแล้วมีเงินออกมาหรืออะไรก็ว่าไปหรือเป็นการใช้BarC(c)odeสแกนอันนั้นเขาเรียกว่า"เครื่องPointofs(S)ale""เครื่องPOSญ(")นะคะเป็นเครื่องที่ให้บริการณจุดขายบัตรพลาสติกก็จะมีทั้งบัตรเครดิตบัตรATMบัตรเดบิตบัตรอะไรอีกน(ล)-่ะบัตรนักศึกษาเดี๋ยวนี้ก็เป็นบัตรATMไปในตัวแล้วก็มีนะคะสามารถใช้ในการต(ท)-ั้งกดเงินแล-้(ะ)วก็ชำระค่าบริการของสินค้าได้ซึ่งบัตรแม่เหล็กก็คือบัตรพลาสติกนี่แหล-่ะมีอยู่3ชนิดนะคะแบบแรกเป็นแบบออนไลน์มันจะเก็บข้อมูลบนแถบแม่เหล็กที่ถูกอ่านได้อย่างเดียวโดยเครื่องอ่านเท่านั้นทั้งบัตรATMธรรมดาบัตรเดบิตบัตรเครดิตบัตรATMธรรมดาสังเกตได้ว่ามันจะไม่มีสัญลักษณ์ว่าViISA(sa)ไม่มีสัญลักษณ์Masterc(C)ardไม่มีสัญลักษณ์ใดๆในหน้าบัตรม(น)-ั-่นคือมันกดสตางค์ได้อย่างเดียวนะคะแต่ถ้าเป็นบัตรDebitCardหน้าตาจะคล้ายๆกับบัตรCreditCardทุกอย่างอย่างเช่นบัตรATMของคุณในกระเป๋าตอนนี้อาจจะมีสัญลักษณ์VISA(isa)หรือสัญลักษณ์Masterc(C)ardบัตรเดบDebit(-ิต)คืออะไรบัตรเDe(ด)บbit(-ิต)คือคุณสามารถใช้บัตรนี้รูดหรือแตะบัตรจ่ายที่เครื่องp(P)Oos(S)ได้ถ้าคุณมีเงินในบัญชีอันนี้คือเดบิตนะคล้ายๆกับบัตรเติมเงินโทรศัพท์ต้องมีเงินถึงจะใช้ได้ซึ่งแตกต่างจากบัตรCredเครด-ิ(i)tCaตการ์(rd)ดCreditCardคือเขาจะให้วงเงินก็คือเขาสามารถให้คุณซื้อสินค้าได้ซื้อไปก่อนสิ้นเดือนค่อยจ่ายเขาเรียกว่า"เครดิต"ก็คือให้ความเชื่อถือคุณไปก่อนนะคะแล้วสิ้นเดือนค่อยมาว่ากันส่วนมากแล้วบัตรเครดิตนี่เด็กจบใหม่เงินเดือน15,000บาทก็สามารถทำบัตรเครดิตของตัวเองได้แล้วนะคะต่อมาเป็นบัตรแบบOfflineซึ่งอันนี้พวกคุณยังไม่เกิดแน่นอนมันจะเก็บข้อมูลบนแถบแม่เหล็กนะคะโดยเครื่องอ่านบัตรแล้วมันค่อยๆเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนบัตรเองที-่หลังเมื่อก่อนนี้คือบัตรโทรศัพท์สมัยอาจารย์เด็กๆเลยด้วยซ้ำคุณมีเงินซื้อบัตร100บาทคุณก็สามารถเอาาเครื่อง...ไอ้บัตรนี้ไปเสียบที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะแล้วก็โทรได้100บาทสังเกตได้ว่าบัตรนี้ตั้งแต่ปี2536คุณยังเป็นอะไรอยู่ก็ไม่รู้อยู่เลยนะคะแล้วมันใช้งานอย่างไรจะเห็นแถบสีขาวๆตรงนี้ตรงนี้ค่ะข้างล่างมันแพง(ทน)เงิน100บาทคุณโทรไป10บาทมันก็จะถูกตอกข้อมูลลงไปแล้วว-่าคุณใช้ไปแล้ว10บาท50บาทก็ตอกไปแล้วครึ่งหนึ่งพอคุณใช้หมดโทรศัพท์ตัดเลยนี่ค่ะมันจะเป็นแบบนี้เป็นเส้นๆอย่างนี้นี่เป็นเส้นๆสีดำๆนี่แสดงว่าคุณใช้ใกล้จะหมดแล้วเหลืออีกนิดหนึ่งนะคะอันนี้เป็นบัตรแบบโบราณมากเป็นบัตรแบบOfflineใช้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะกับอีกอันหนึ่งเป็นบัตรแบบผสมสามารถแสดงข้อมูลได้ทั้งแบบOnlineแล-้วกะ(-็)Offlineโดยตัวบัตรจะมีแถบแม่เหล็กนะคะอยูม-ี(-่)2แถบสามารถใช้เพื่อแสดงข้อมูลของเจ้าของบัตรก็ได้หรือแสดงข้อมูลสิ่งที่บันทึกอยู่ในบัตรก็ได้นะคะโดยที่หน้าบัตรก็แสดงข้อมูลแบบOfflออฟไล(i)nน-์(e)ก็คือเป็นข้อมูลเบื้องต้นในบัตรว่าบัตรใบนี้เก็บอะไรบ้างนะคะบัตรอัจฉริยะหรือว่าSmartCardอันนี้ทุกคนมีอยู่แล้วบัตรประชาชนมันจะมีMicros(c)hipฝังมาอยู่เวลาเราไปธนาคารหรือไปทำธุรกรรมใดๆก็ตามบางทีเราไม่ต้องกรอกข้อมูลแล-้วเขาเสียบบัตรประชาชนคุก-ู(ณ)เข้าไปป-ุ(-ึ)-๊บเขาก็Prเป็น(int)ข้อมูลมาแล้วให้คุณเซ็นรับรองได้แป๊บเดียวเสร็จนะคะไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชนหรือบัตรเครCred(ด)-ิit(ต)ตอนนี้ก็มีเป็นShipMไ(i)croมโคร(S)hช-ิป(ip)ตรงนี้เสียบเข้าไปนะคะเพื่ออ่านข้อมูลในบัตรบัตรเครดิตยุคนี้จะมีท(ต)-ั้งแบบ(ต่)รูดบัตรก็ได้เสียบบัตรก็ได้หรือแตะบัตรก็ได้นะคะหลักการทำงานของSmartCardในตัวเป็นShช-ิป(ip)เมื่อกี้นี้มันจะเป็นการสร้างกุญแจคู่กันเป็นPrivateKeyกับPublicKeyถ้ากุญแจ2ดอกนี้เป็นPublicKeyทั้ง2อันเราจะเรียกว่าเป็นกุญแจSameMetซิม(ric)เปมจิ(-็น)กก-ุญแจเหมือนกันแต่ถ้าเป็นกุญแจที่ต่างกันเราจะเรียกแล้วแต่ว่า"UnsameMetrติด(ic")ก็คือกุญแจต่างกันPublicคือสมม-ุติว่าคุณอยากส่งข้อมูลให้ใครก็ตามคุณจะต้องมีกุญแจ2ดอกคุณจะต้องส่งกุญแจสาธารณะไปให้เขาเก็บไว้นะคะถ้าวันไหนที่คุณส่งข้อมูลไปคุณจะเข้ารหัสข้อมูลถ้าใครไม่มีกุญแจสาธารณะที่คุณแจกให้เขาจะเปิดข้อมูลนั้นไม่ได้ซึ่งกุญแจเหล่านี้เราไม่ได้ทำเองมันจะต้องทำโดยองค์กรที่มีใบรับรองรับรองกุญแจนั้นให้แล้วก็ฝังลงไปนะคะข้อดีของSmartCardบัตรShiชิป(p)นะคบัตร(ะ)ที่มีShiชิป(p)มันน่าเชื่จะ(อ)ถ-ื-ูก(อ)กว่าเก็บข้อมูลได้มากกว่าก็ลดการปลอมแปลงข้อมูลได้นะคะใช้กับอุปกรณ์พกพาได้หลายชนิดทั้งโทรศัพท์คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตนู่นนี่นั่นโน่นได้หมดนะคะขอแค่มีตัวที่สามารถใช้อ่านช(S)hipC-ิปการ(a)r-์ด(d)ได้ใช้งานได้กข(ว)-้างขวางมากขึ้นทั้งระบบสุขภาพก็ได้ระบบธนาคารก็ได้นะคะสะดวกกว่าการชำระเงินหลักๆแล้วในโลกธุรกิจมันจะมีอยู่6รูปแบบนะคะแบบแรกเขาเรียกว่าเป็นการโอนเงินที่มีมูลค่าสูงนะคะซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่รองรับการจ่ายเงินที่มีมูลค่าสูงมากๆซึ่งจะต้องทำผ่านระบบของธนาคารแห่งประเทศไทยนะคะก็จะค่อนข้างมีความปลอดภัยสูงนะคะเงินที่โอนว(ม)-ันคงไม่ใช่หลัก10บาท20บาทแน่นอนนะคะอาจจะเป็นหลักล้านขึ้นไปนะคะการโอนเงินครั้งละหลายรายการนะคะอันนี้ก็จะเป็นการโอนเงินที่ทำทีละหลายรายการเช่นการโอนเงินเดือนองค์กรคุณมี300คนเขาจะโอนทีเดียวนะคะซึ่งจะโอนหลายๆรายการก็ได้แต่รายการนั้นๆจะไม่เกิน2,000,0ล้าน(00)บาทซึ่งเงินเดือนมันไม่ถึง2,000,00ล้าน(0)บาทหรอกถ้าเป็นองค์กรทั่วไปที่เราสามารถเข้าถึงได้นี่นะคะเช่นมันจะมีบริการที่เรียกว่า"SameDay"กับ"Nextd(D)ay"ก็คือSameDayเส(ก็)คือโอนวันนี้ได้ภายในวันนี้กับบางทีน-ี-่ะเขาอาจถ้าเป็นเงินเดือนเขาอาจจะโอนให้เราตั้งแต่เมื่อวานแต่เงินเข้าเช้าวันนี้ก็ได้นะคะการโอนเงินรายย่อยก็จะเป็นการโอนเงินแบบออนไลน์ด้วยตัวเองด้วยเครื่องATMบ้างในโทรศัพท์บม(-้)างหรือเคาลย(น์)เตข(อ)ร-้า(-์)ธนาคารก็ได้นะคะก็อันนี้ก็ไปทำช่(ด้)วยตัวเองได้หรือเป็นการโอนเงินรายย่อยอีกนะคะก็เป็นการโอนเงินออนไลน์เหมือนกันนะคะอาจจะทำโดยระบบของธนาคารหรือWเว(e)bsit-็บไซต(e)-์ก็ได้นะคะหรือการใช้บัตรพลาสติกเพื่อชำระเงินใช้บัตรเดDeb(บ)-ิit(ต)ก็ได้ใช้บัตรC(เ)คre(ร)ดdit(-ิต)ก็ได้นะคะเงินอิเล็กทรอนิกส์ก็จะเป็นเงินสดที่อยู่ในรูปแบบของสื่อต่างๆอาจจะเป็นบัตรพลาสติกก็ได้หรือเป็นการใช้Walletก็ได้ซึ่งนักศึกษาที่บางทีซื้อเกมส์ออนไลน์ก็จะด(ร)-ู-้หล(จ)-ักการใช้Walletมากกว่านะคะยังไม่มีบัตรเงินสดเอ้ยไม่ใช่สิยังไม่มีเงินสดหรือไม่มีบัตรเครดิตก็เอาเงินเติมเข้าไปในWalletแเ(ล)-้รา(ว)ก็ไปจ่ายสินค้าก็ได้นะคะเลข3หลักสุดท้ายที่อยู่หลังบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตสำคัญอย่างไรมันเป็นเลขที่ไว้ตรวจสอบความถูกต้องนะคะอยู่ด้านหลังแบบนี้ทำไมเวลาคนโดนHacแฮก(k)ข้อมูลแบบเหมือนบางทีเด็กปั๊มเด็กปั๊มโขโมยข้อมูลอย่างนี้เลข3หลักนี้สำคัญตรงที่ว่าเวลาคุณจ่ายเงินออนไลน์เขาจะถามเลขตัวนี้เพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่งเมื่อก่อนเขาก็คิดว่าเลข3หลักตัวนี้มันก็สำคัญพอแล้วแต่จริงๆไม่ใช่แล-้ะ(ว)เขาก็เลยเริ่มเพิ่มความปลอดภัยขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งคือใช้OTPOTPย่อมาจากOneTimePasswordมันจะส่งมไป(า)ที่โทรศัพท์ของคุณเป็นเลขรหัสอีก6ตัวให้กรอกก่อนที่จะจ่ายสตางค์ออนไลน์นะคะเพราะเลข3หลักต(อ)-ัว(น)นี้ใครจดไปก็ได้ไปซื้อของแล้วเขาแอบจดไว้ก็คุณก็เสียสต-ั(า)งค์แล-้วนะคะการจ่ายเงินแบบOfflineก็คือเก็บเงินปลายทางบ้างไปจ่ายเงินด้วยตัวเองบ้างหรือว่าไปจ่ายเงินที่ไปรษณีย์ไปจ่ายเงินที่เซเว่นหรือจ่ายเงินสดตอนที่เขามาส่งสินค้าก็ได้อันนี้เขาเรียกว่า"Oออ(f)flinฟไลน-์(e)"นะก็คือไม่ได้ผ่านโทรศัพท์ไม่ผ่านWebsiteนะคเว็บไซต-์(ะ)หรือการจ่ใช้(าย)เงินแบบอื่นก็ได้คุณไปจ่ายที่Couเคาน(n)terServi-์เตอร์เซอ(c)eร์วิสก็ได้เช่นจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินคุณก็ไปจ่ายที่เซเว่นก็ได้ค่าน้ำค่าไฟไปจ่ายที่เซเว่นก็ได้นะคะค่ามือถือก็จ่ายได้ผ่อนรถก็ไปจ่ายเซเว่นผ่อนบ้านก็จ่ายเซเว่นอย่างนี้เป็นต้นนะคะวันนี้ก็เลยมีงานให้ทำ5ข้อนะคะเนื้อหาหลายๆอย่างนี่ก็อยู่ในสไลด์อยู่แล้วหรือคุณจะไปหาเพิ่มเติมมาอีกก็ได้นะคะ5ข้อก็ทำแล้วก็ส่งในClassroomเหมือนเดิมนะคะ5ข้อเริ่มทำได้เลยค่ะ
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-07-16 12:15:44
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}