Accuracy : 73.74%
Insertion : 223
Deletion : 2524
Substitution : 164
Correction : 8397
Reference tokens : 11085
Hypothesis tokens : 8784

(อ(ค)-ุณาจา(ค)ย(-ู)-์จักรพงศ์)สวัสดีครับสวัสดีพี่]ล่ามพี่ล่ามได้ยินนะครับโอเคโอเคนะครับวันนี้นะครับคาบที่3ที่4นะครับเดี๋ยวเรียนกับคุณครูนะวิชาภาษาไทยนะครับเดี๋ยวนักเรียนดูพี่ล่ามมาอธิบายด้วยนะครับดูพี่ล่ามมาอธิบายแล-้(ะ)ก็เดี๋ยวเรามาดูกันนะครับว่าวันนี้คุณครูจะพูดถึงในเรื่องของธรรมชาติลักษณะและพลังของภาษานะครับว่าธรรมชาติของภาษานี่มันเป็นอย่างไรแล้วมีลักษณะอย่างไรแล้วก็พลังของภาษานี่มันมีพลังแค่ไหนมันถึงจะบอกว่าเป็นพลังของภาษาได้เดี๋ยวเรามาดู...เดี๋ยวเรามาดูความหมายนะครับว่าภาษานี่เขาบอกว่าความภาษาอาจจะแบ่งได้2ประเภทก็คือภาษาในความหมายแบบกว้างและข้อที่2ก็คือภาษาในความหมายแบบแคบเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าพ(ท)-ี่เขาหมายถึงว่าภาษาความหมายแบบกว้างแบบแคบน่ะมันคืออะไรนะครับเดี๋ยวไปดูเลยข้อที่...ข้อที่1ภาษาในความหมายแบบกว้างที่เขาพูดถึงก็คือเป็นภาษาที่ใช้พูดหรืออวัจ...หรือวัจนภาษาและภาษาที่ใช้ในการเขียนหรือที่ไม่ใช่คำพูดก็จะเรียกว่า"อวัจนภาษา"ทั้งนี้ภาษา...ภาษาในความหมายกว้างนี่เขาพูดไปถึงเป็นภาษาของสัตว์ด้วยนะครับสัตว์ต่างๆเลยแต่ว่า...แต่ว่าในเรื่องของภาษาสัตว์นี่เขายังไม่มีข้อมูลมากนักเขาจึงไม่ได้เอามาพูดกล่าวรวมกับภาษาของมนุษย์ที่คุณคร-ุ(-ู)พูดถึงภาษาสัตว์นักเรียนเข้าใจ...เข้าใจตรงนี้ไหมว่าภาษาศา-ัร(ว)-์คืออะไรที่ครูพูดถึงภาษาสัตว์ก็คือเป็นภาษาของสัตว์ต่างๆที่ใช้สื่อสารกันอย่างเช่นครูเจจะยกตัวอย่างยกตัวอย่างแมวแมว2ตัวที่อยู่ด้วยกันร้องเหมียวๆนะครับคุยกันทำไม...ทำไมแมว2ตัวถึงเข้าใจกันเพราะว่าสัตว์แต่ละชนิดเขาก็มีภาษาของเขาเขาก็ใช้สื่อสารของเขาให้เข้าใจเหมือนกันก็เหมือนกับมนุษย์เราเรามีภาษาที่ใช้ในการสื่อสารก็อย่างเช่นถ้าเป็น...ถ้าเป็นคนที่เขาพูดได้เขาก็จะสื่อสารด้วยคำพูดสื่อสารด้วยลักษณะต่างๆแต่ถ้าเป็นบุคคลที่เขาไม่สามารถพูดได้ก็อย่างเช่นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอย่างเช่นนักเรียนเองนักเรียนก็จะใช้...ใช้อะไรในการสื่อสารใช้ภาษามือใช่ใช้ภาษามือในการสื่อสารนะครับทีนี้สรุปเลยความหมายแบบกว้างสรุปความหมายแบบกว้างนะครับก็คือจะพูดในเรื่องของการใช้ภาษาคำพูดและที่ไม่ใช่คำพูดด้วยรวมไปถึงภาษาสัตว์ต่างๆอันนี้...อันนี้ความหมายแบบกว้างนะแล-้(ะ)ทีนี้นักเรียนนะครับมาดูความหมายแบบแคบกันความหมายแบบแคบนะครับแบบแคบก็คือหมายถึงว่าเป็นภาษาที่ใช้พูดเป็นภาษาที่ใช้พูดจะเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรซึ่ง...ซึ่งเป็นความหมายแทนคำพูดก็ได-้อันนี-้...อันนี้ความหมายแบบแคบนะคะความหมายแบบแคบเขาจะไม่ได้พูดถึงในลักษณะของกว้าไปในลักษณะแบบ...พูดถึงภาษาสัตว์อย่างนี้แต่เขา...แต่เขาแคบลงมาอีกนิดหนึ่งแท(ค)บลงมาในลักษณะที่เขาบอกว่าเป็นภาษาที่ใช้ในการพูดหรือจะเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งเป็นความหมายที่ใช้ในคำพูดก็ได้อันนี้คือความหมายแบบแคบนะความหมายแบบกว้างก็คือพูดไปในลักษณะที่ใหญ่มากเลยหมายถึงว่าจะเป็นการใช้ถ้อยคำหรือเขาเรียกว่า"วัจนภาษา"หรือน(ท)-ี่ใช้ไม่ใช่ถ้อยคำเรียกว่า"อวัจนภาษา"แล้วก็รวมไปถึงภาษาสัตว์ต่างๆที่ใช้ในการสื่อสารกันด้วยแล้วแคบลงมาอีกนิดหนึ่งข้อที่2หมายถึงว่าภาษาที่ใช้ในการพูดจะเป็นคำพูดหรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายของคำพูดนั้นก็ได้ทีนี้นะครับทีนี้เรารู้ความหมายของภาษาในลักษณะความหมายแบบกว้างแล-้(ะ)ก็แบบแคบเรียบร้อยแล้วแล้วทีนี้เราจะไปดูสรุปกันจริงๆว่าภาษาหมายถึงอะไรสรุปเลยนะครับความหมายของภาษาสรุปแบบสั้นๆแล้วได้ใจความหมายถึงว่าสิ่งที่มนุษย์ใช้สื่อความเข้าใจกันสิ่งที่มนุษย์ใช้สื่อสารทำความเข้าใจกันนี่ครับคือความหมายของภาษาที่เขาสรุปออกมาสั้นๆที่เขาสรุปมาจากความหมายแบบกว้างและก็ความหมายแบบแท(ค)บออกมาแล้วแล้วก็เอามาสรุปเป็นคำพูดสั้นๆเพื่อให้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้นว่าภาษาหมายถึงสิ่งที่มนุษย์ใช้สื่อความเข้าใจกันนักเรียนเข้าใจใช่ไหมครับที่คุณครูพูดนะนักเรียนดูพี่ล่ามด้วยนะครับนักเรียนดูพี่ล่ามนะนักเร-้(-ี)ยนาไม(น)-่เข้าใจถ้าไม่เข้าใจนักเรียนถามคุณครูได้เลยนะครับเข้าใจไหมถ้าเข้าใจยกมือหน่อยแสดงว่าไม่เข้าใจใช่ไหมครับไม่ได้ยกมือเข้าใจไหมเข้าใจยกมือสมมติว่าเข้าใจน่ะยกมือโอเคแสดงว่าเข้าใจถ้านักเรียนเข้าใจแล้วเดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนจดลงในสมุดที่คุณครูแจกให้นะครับเดี๋ยะ(ว)ไปตั้งแต่เริ่มต้นเลยความหมายของภาษาโอเคโอเคนะครับเดี๋ยวเรามาดูนะคร-ับสไ-ับโอเคนะครับเดี๋ยวเรามาดูนะครับสไลด์ที่2ความหมายแบบกว้างมีนักเรียนคนไหนที่ไม่เข้าใจในสไลด์นี้ไหมมีไหมครับถ้าเข้าใจแล้วนักเรียนจดลงในสมุดได้เลยตอนนี้ฝนตกหนักมากเลยโอเคนะครับเดี๋ยวสไลด์ต่อไปนะยังเหรอโอเคโ(ๆ)อเครอแป๊บหนึ่งต่อไปนะครับเป็นภาษาในความหมายแคบนะสไลด์นี้มีข้อสงสัยไหมครับนักเรียนสงสัยอ(ส)ลดรม(-์น)-ี-้ไหมเข้าใจนะโอเคนักเรียนเข้าใจจดลงในสมุดได้เลยสไลด์นี้ต่อไปนะครับเป็นสรุปรวมว่าภาษาคืออะไรนะครับนักเรียจะได-้(น)จดลงในสมุดได้เลยนักเรียนเสร็จหรือยังครับถ้าเสร็จแล้วนะครับเดี๋ยวต่อไปนะครับเราจะไปดูว่าประเภทของภาษาในการสื่อสารน่ะมันเป็นอย่างไรเดี๋ยวคุณครูจะอธิบายไปก่อนเดี๋ยวร(ค)-่อาก-็(ย)ให้นักเรียนจดนักเรียนต้องดูพี่ล่ามก่อนการสื่อสารของมนุษย์นี่ที่อยู่ร่วมกันในสังคมอาจสื่อสารกันได้หลายทางนะครับตั้งแต่การพูดให้ฟังการเขียนให้อ่านการส่งผ่านสื่อเทคโนโลยีต่างๆอันเป็นการส่งเสริมการใช้ภาษาถ้อยคำถ่ายทอดจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารการตีความจากการใช้ถ้อยคำเพียงอย่างเดียวน่ะอาจไม่ชัดเจนและตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสารจึงต้องอาศัยพิจารณาน้ำเสียงบุคลิกแววตาท่าทางและสิ่งแวดล้อมประกอบด้วยเดี๋ยวเราจะมาดูว่าภาษาของมนุษย์แบ่งเป็น2ประเภทคืออะไรนักเรียนเห็นเลข1ตรงนี้ไหมจริงๆเป็นเลข2นะครับครูเจพิมพ์ผิดให้เปลี่ยนเป็นเลข2นะเปลี่ยนเป็น2โอเคเดี๋ยวอย่างไรนักเรียนจดลงในสมุดก่อนเลยเดี๋ยวเราค่อยไปดูกันว่าภาษาของมนุษย์แบ่งเป็น2ประเภทคืออะไรต่อไปอ(น)ะครับสวัสดเ(-ี)ครับพี่ล่ามได้ยินนะพ(-ั)บสวัสดีครับตอนนี้หน้าจอไม่ขึ้นล่ามเลยครับส-ี-่(ว)-ัสดีครับได้ยินไหมครับโอเคพี่ล่าได้ยินนะครับโอเคเดี๋ยวตอนนี้นักเรียนไปเข้าห้องน้ำรอสักต(ค)รู-่นะครับในระหว่างนี้นัม่ม(กเร)-ียนจดรไร(ลย)นะครับเดี๋ยวคุณเ(ค)-ูจะอธิบไ(ย)พร้อมกันโอเคนะรับเดี๋ยวเราจะถ(ม)ดูนะครัม(บ)ว่าภาษาของมนุษย์ที่เราพูดถึงน่ะจะแบ่งเป็น2ประเภทประเภทที่1นะครับเรียกว่า"วัจนภาษา"วัจนภาษาก็คืเป็นภาษาถ้อยคำก็คือเป็นภาษาพูดครับที่คุยกันก(-ี)-่พูดกอ(-ั)นนะครับเป็นถ้อยคำข้อที่2อวัจนภาษาอวัจนภาษาก็คือภาษาที่ไม่ใช่ถ้อยคำก็คือไม่ใช่คำพูดอจจะเป็นในเรื่องของสัญลักษณ์ต่างๆอย่างนี้นะครับที่สามารถสื่อสารได้เข้าใจกันอย่างเช่นครูจะยกตัวอย่างยกตัวอย่างสัญญาณไฟจราจรสัญญาณไฟจราจรนักเ-ียนนักเรียนรู้จักสัญญาณไฟจราจรอยู่นะสัญญาณไฟจราจรพูดได้ไหมครับสัญญาณไฟจราจรพูดได้ไหมสัญญาณไฟจราจรพูดได้ไหมพูดไม่ได้นะคม(ร)-ับจะบอน(ก)แค่เป็นไฟมีกี่-ีม-ีสีอะไรบ้างสัญญาณไฟจรารมีสีอะไบ้งครับสีแดงสีเขียวสีเหลืองโอแดง(เ)สัญญาณไฟจราจรนักเรียนรู้ใช่ไหมว่าสีแดงหมายถึงอะไรสีเหลืองหมายถึอะไรสีเขียวหมายถึงอะไรรู้นะนี่แหละทำไ-ั-ั-้(ก)องเรียนถึงรู้พร-้อมกาะว-่า(-ัน)เพราะว่าเขาเขาใช้สัญลักษณ์ใช้สัญลักษณ์ในการสื่อสารนักเรียนเข้าใจได้นั่นก็คือเขาเรียกว่า"วัจนภาษา"ฟ้าร้องโอเคนะเข้าใจนะนักเรียนจดเสร็จแล้วใช่ไหมครับสไลด์นี้จดเสร็จแล้วนะโอด(ท)-ี-๋ยว(นี้)เราจะไปดูกันวม(-่)ลักษณะแลรูปแบบของวัจนภาษาคืออะไรเดี๋ยวนักเ-ียนอย่าเพิ่งจดนักเรียนอย่าเพิ่งจดนักเรียนดูพี่ล่ามก่อนพี่ล่ามจะอธิบายให้ฟังก่อนเดี๋ยวคุณครูจะพูดให้พี่ล่ามใช้ภาษามือแปลให้นักเรียนเข้าใจลักษณะและรูปแบบของวัจนภาษานะครับก็คือเป็นภาษาที่มีถ้อยคำแสด-ี(ง)ความลดลั่นชั้นเชิงของภาษาอยู่มากมายเลยทั้งถ้อยคำท(ส)-ำนวนโวหารเองการเลือกสรรมั(คำ)-่ะจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการสื่อสารการใช้วัจนภาษาที่(ให้)เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคน(ล)จึงเป็นเรื่องอ(ท)-ีก(-่)นักเรียนควรศึกษาไว้นะครับทำไม...สรุปสั้นๆเดี๋ยวครูจะสรุปให้ฟังว่านักเรียนอย่าเพิ่ง-ุ(ด)ก(-ิ)-ั-ัง(ก)เรียนร(ด)-ูก่อ-ุป(น)สมมติว่าครูเจให้นักเรียนออกมานำเสนอหน้าห้องนักเรียนได(เข)-้าใป(จ)ไหมครับอุ๊บอิ๊บออกมาพูดหน้าห้องให้เพื่อนฟไป(-ัง)หน่อยว่าอุ๊บอิ๊บเข้าใจว่าวัจนภาษคืออะไรเข้าใจไหมถ้าไม่เข้าใจอย่เพิ่งจดครูเจยังไม่ได้ห้ดให้ดูพี่ล่ามก่อนให้ดูพี่ล่ามก่อนเห็นไหมถ้านักเรียไม่ได้ดูพี่ล่ามนักเรียนก็ไม่ได้ยินครูเพราะครูเจพูดไปนักเรียนต้องดูภาษามือก่อนน-ู(-ั)เรียนถึงจะเข้าใจเพราะว่าครูตั้งใจที่จะมาพูดให้นักเรียนเข้าใจว่านี่มันคืออะไระไรๆอะไรนักเรียนรู้หมว่าค-ูเตรียมสื่อการสอ-ี่แต่ละครั้งครูจะต้องคิดเสมอว่าครูจะพูดแ(น)-ักษณะอย่างไรให-้ว(น)-ักเรียนเข้าใจให้ง่ายที่สุๆ(ด)โอเคเดี-ั(-๋)ยวครูเจจะ-้นๆล-ู(ส)รุก(ป)สั้นๆเลยว่าลักษณะและรูปแบบของวัจนภาษานี่คืออะไรลักษณะของวัจนภาษานี่ก็คือเป็นคำพูดหรือถ้อยคำนะครับเป็นคำพูดหรือถ้อยคำอาจจะเป็นสำนวนโวหารหรือการเลือกสรรคำต่างๆหลายๆชนิดออกมาเลยแต่เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดคืออะไรสำคัญที่สุดคือการใช้วัจนภาษานี่เราต้องใช้ให้เหมาะกับกาลเทศะทำไมครูเจถึงพูดว่าไ(ช)-้ว-่(-ั)ภา-ัด(ษา)ให้เหมาะกับกาลเทศะอย่างไรเดี๋ยวครูเจจะอธิบายเป็นข้อๆในข้อสังเกตของวัจนภาษาแ-่ตอนนี้นั-่งอ(เรี)นจ-ู-่(ด)เสร็จหรือยังครับสไลด์นี้จดเสร็จหรือยังเดี๋ยวครูเจจะอธิบายไปก่อเดี๋ยวค่อยมาจดทีหลังเข้าใจไหมครับเดี๋ยวครูเจจะอธิบายก่อนเดี๋ยวครูเจจะให้จดทีแ(ห)-ังให-้ลาจดทีหลังนะทำไมครูเจถึงบอกว่าใช้ภาษาให้เหมาะกัาลเทศะนักเรียนไปดูข้อสังเตวัจนภาษาข้อที่1เ-่อน(ลย)คือคำที่มีความหมายเหมือนกันมีที่ใช้ต่างกันใช้คำเหล่านี้ก็คือ...คำที่มีความหมาย...คำที่มีความหมายเหมือนกันแต่ใช้ต่างกันตามบุคคลและสถานที่อย่างเช่นครูเจยกตัวอย่างคำว่า"กิน"คำว่า"กิน"นะครับสะกดด้วยก.ไอ(-่)สระอิน.หนูกินนโร(-ัก)เรียนรู้ไหมว่าคำว่า"กิน"นี่ที่เขียนคำว่า"กิน"นี่จะใช้ตามบุคทำ(คล)ไม่เหมือนกันอย่างเช่นถ้าเป็นคำพูดคำว่า"กิน"เป็นคำพูดธรรมดาเป็นคำพูดธรรมดาแต่เมื่อไ-่ที่นักเรียนไปใช้กับพระสงฆ์หรือพระภิกษุนักเรียนจะต้องใช้คำว่า"ฉัน"คือฉ.ฉิ่งไม้หันอากาศแล้วก็น.หนูนักเรียนจะต้องใช้คำว่า"ฉัน"และทีนี-้ถ-้นักเรียนจะต้องใช้คำพูดที่สุภาพของคำว่า"กิ-ิน"ก็คือรับประทานรับประทานนะครับแล-้(ะ)ทีนี้ถ้านักเรียนจะใช้คำว่า"กิน"กับพระบรมวงศานุวงศ์ได้ไหมไม่ได้เพราะเขาจะมีกลุ่มคำที่เรียกว่า"ราชาศัพท์"ของเขาที่ใช้คำว่า"เสวย"ที่หมายถึงคำว่า"กิน"เหมือนกันทุกอย่างไม่วก็(-่า)จะเป็นคำวดีม(-่)ก(")ฉัน"รับประทานเสวย3คำที่ครูเจยกตัวอย่างมาย(น)-ี่ล้วนหมายถึงคำว่า"กิน"เพราะว่าคำพูดที่เขาใช้สื่อสารถ้อยคำที่เขาไม่ท(พ)-ูดออกมานี-ำ(-่)เขาจะต้องใช้ตามกาลเทศะนักเรียนนักรียนเข้าใจไหมครับเข้าใจไหมเข้าใจไหมครับเข้าใจเข้าใจไหมโอเคเดี๋ยวเรากลับมา(ไป)ลักษณะก่อนให้นักเรียนจดก่อนนะต่อไปเรามาดูข้อที่2กันเลยนะครับข้อที่2นะครับข้อสังเกตในการใช้วัจนภาษาข้อ2ก็คือคำที่พูดเป็นภาษาพูดนะครับเมื่อนำคำพูดมาเป็นภาษามา...มาเขียนเป็นภาษาเขียนจะเขียนไม่ตรงกับคำพูดนะครับอีกครั้งหนึ่งนะครับก็คือ...ครูเจบอกว่าอย่างไรครูเจบอกว่าให้ดูท(พ)-ี่ร้(ล่)น(ม)ก่อนให้ดูพี่ล่ามอธิบายก่อนและก็ค่ยมาจดครูเจยังไม่ได้ให-้าว(จด)ดูนะครับครูเจจะอธิบายอีกครั้งหนึ่งข้อที่2คำที่พูดเป็นภาษาพูดเมื่อนำคำที่พูดน่ะมาพูดมาเขียนเป็ภาษาเอย่า(ข)-ีง(ย)-ี(ล)-้วนะจะเขียนไม่ตรงกับเสียงที่พูดเช่นภาษาพูดนะครับจะพูดคำว่า...นักเรียนเห็นสีแดง-ี่ไหมตัวหนังสือสีแดงอันนี-้เป็นภาษาพ-้ไหม(-ูด)ตัวหนังสือสีแดงอันที่2นี่คือภาษาเขี-ูด(ยน)ภาษาพูดเขาบอกว่าเขาเอาขนมฉันไปแล้วไม่คืนได้ไงนักเรียนสังเกตไหมครับว่าภาษาพูดจะเขียนออกมาใลักษณะแบบนี้แต่เมื่อไ-่เ(ที)มื-่นักเรียนเอาภาษามื(-ูด)-่อกี้มาเขียนมันจะไม่ตรงกับเสี...(ยง)ที่นักเร-ียนพูดนี่อย่างเช่นคือ-ียน(เ)ล้ว(ามา)เขียนเรียบร้อยแล้วอย่างเช่นคำว่า"เข(-้)า"อันนี้เป็นค.ควายเสียงเป็นค.วายแต่ภาษาเขียน-ำพ(จ)-ูด(เ)า(-ี)ป็นข.ไข่-ื-่เขาอยวัน(-่าง)นี้นะครับนักเรียนสังเกตดูนะว่ามันจะเขียนว(ม)-่เหมือนกันแตา(-่)เป็นความหมายเดียวกันซึ่1(ง)อันที่1เป็นคำพูดอันที่2คือเขียน...ภาษาเขียนให้มันถูกต้องเข้าใจไหมโอเคจดได้เลยทีนี้ะ(า)ครับไปหั(ดู)ข้อที่3กันนะข้อที่3นะครับเขาบอกว่าคำที่เป็นภาษาปากคำที่เป็นภาษาปากคืออะไรภาษาปากก็คือเก(ป)-็-ำพูดที่เราพูดขึ้นในชีวิตประจ-ำวันของเราที่เขาพูดแบบเยอะแยะอย่างครูเจยกตัวอย่างภาษาปากนะภาษาปากนะนัเรียนเห็นไหมนักเรียนเห็นไหมนักเรียนเห็นตัวหนังสือสีแดงๆไหมเป็นภาษาปากอาจเป็นเพราะเป็นน(-ำ)พูดนะครับเยอะแยะทีนี้คำว่า"เยอะแยะ"ถ้าสมมติว่าเราเอามาเขียนเราจะเขียนคำว่า"เยอะแยะ"ไหมไม่นะครับเราจะไม่เขียนคำว่า"เยอะแยะ"เราจะใ(ข)-ียนคำว่า"มากมาย"แทนมาห้นะครับ(ก)มายซึ่งเป็ๆ(น)ความหมายเดียวกันนักเรียนเห็นไหมว่าใบขับขี่ในชีวิตประจำวันนักเรียจะอบเข-ีวิตก(น)-ำว่า"ใบล(ข)-ับขี่"ใชง(-่)ป(ม)ครับเขียนตา(คำ)นี้นะแต่จริงๆแล้วเราจะมาเขียนคำที่ถูกต้องเราจะต้องเขียนว่าใบอนุญาตขับขี่รถยนต์หรือใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ก็(-ี่)คือเขียนให้มันถูกต้องโอเคไหมครับถ้าสมมติว่านักเรียนไปเจอคำที่มัน-ี(-็)นภาษาปากน-ี่อย่าะ(ง)รับ(ช่น)คำว่า"เยอะแยะ"ใบขับขี่มหาลอะ(-ัย)ไรพวกนี้ให้รู้ไว้เลยว่าคือวัจนภาษาโอเคจดได้เลยครับโอเคนะครัย(บ)มาต่อข้ที่4นะครับเดี๋ยวเราจะเป็นข้อสุดท้ายนะของวันนี้เดี๋ยว...เพราะว่าห้อง1ก็สุดท้ายเหมือนกันคาบที่4เหมือกัเระ(า)จะได้เริ่มต้นพร้อมกันเขาบอกว่าข้อที่4นะครับการใช้สำนวนนะครับเป็นลักษณะเด่นของการสื่อสารเปรียบเทียบให้ผู้ฟังเข้าใจได้ทันทีสำนวนเหล่านี้จะมีความหมายไม่ตรงกับคำที่เขียนนะครับยกตัวอย่างนะครับสำนวนเขาบอกว่าน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหล(ร)งเหล(ร)งแต่เขาไม่ได-้หมายถึงว่าน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งมีนิดเดียวตามที่เ-้ม(ข)เขียนนะครับแต่เขาหมายถึงว่าฟังได้มากแต่ได้เนื้อหานิดเดียวเขาเปรียบเทียบว่าน้ำท่วมทุ่งนี่ก็คือเนื้อหาสาระที่นักเรียนฟังมากมายเลยแต-่ผักบุ้งโหรงเหรงนี่หมายถึงว-่สิ่งที่นักเรียนได้นะคือนิดเดียวถ้านักเรียนเห็นใลักษณะสำนวนแบบนี้ให้รู-้ไว-้เลยว่าเป็นวัจนภาษาโอเคจดได้ครับโอเคนะครับวันนี้เวลาของเราก็หมดลงแล้วเดี๋วแล-้(ย)วเจอกันใหม-่ในครั้งต-่อไปนะครับขอบคุณพี่ล่ามด้วยนะครับครับสวัสดีครับ

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-07-25 10:35:13
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}