Accuracy : 85.03%
Insertion : 532
Deletion : 1832
Substitution : 335
Correction : 15864
Reference tokens : 18031
Hypothesis tokens : 16731

(อาจารย-์ธิดารัตน-์)ค่ะโอเคค่ะล่ามได้ยินไหมคะโอเ-่ะวันนี้ก็จะเป็นบทที่3นะคะซึ่งก็จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการชำระเงินของการทำธุรกรรมหรือว่าการทำธุรกิจออนไลน์ด้วยนะคะโดยก่อนที่เราจะจ่ายเงินได้นี่มันก็ต้อง...สิ่งที่สำคัญที่เราต้องคิดถึงน่ะนะคะก็คือเรื่องความปลอดภัยก็คือโดยการให้ความปลอดภัยนี่นับว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญมากที่สุดนะคะเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับความปลอดภัยที่เรามาใช้นี่มันจะเป็นการเข้ารหัสด้วยกุญแจซึ่งหลักๆแล้วมันจะมีกุญแจ2ดอกนะคะมีกุญแจที่เรียกว่า"PublicKey"นะคะเป็นกุญแจสาธารณะแล้วก็"PrivateKey"ที่เป็นกุญแจส่วนตัวซึ่งอย่างน้อยแล้วนี่องค์กรที่เขาจะใช้กุญแจสาธารณะได้นี่เขาจะต้องมีองค์กรรับรองความถูกต้องไม่ใช่ว่าคุณไปเอากุญแจของใครก็ไม่รู้มาใช้แล้วคุณบอกว่าคุณใช้กุญแจแล้วน่ะแต่ทำไมยังไม่มีความปลอดภัยในการใช้งานก็เพราะว่ากุญแจนั้นๆ-ี่อาจจะไม่ได้ถูกรับรองโดยองค์กรที่ให้การรับรองที่ถูกต้องนะคะซึ่งกุญแจอันนี้เราจะไม่ได้หมายถึงกุญแจเหมือนที่เป็นกุญแจเปิดประตูบ้านมันจะเป็นกุญแจที่แทนด้วยเลขรหัสทางคณิตศาสตร์นะคะใช้หลักคณิตศาสตร์ในการคำนวณรหัสเพื่อเข้ารหัสข้อความหรือข้อมูลจากผู้รับแล้วก็ผู้ส่งได้อย่างเฉพาะเจาะจงนะคะมันอยู่ดีๆสร้างไม่ได้มันจะต้องได้รับการรับรองด้วยนัแห(-่น)-่ะความหมายนะคะซึ่งระบบที่จะใช้สำหรับการเข้ารหัสนี่รวมถึงการรักษาความปลอดภัยที่จะต้องมีอย่างแรกมันจะต้องสามารถพิสูจน์ตัวตนของผู้รับผู้ส่งได้นะคะไม่ว่าคุณจะยืนยันตัวเองด้วยอะไรด้วยการสแกนใบหน้ากสแกนบัตรประชาชนรหัสหลังบัตรประชาชนที่เป็นเลเซอร์อะไรก็ว่าไปนะคะต่อมาการรักษาความปลอดภัยของข-้อมูลเขาจะดูด้วยว่าข้อมูลที่ถูกเก็บไว้นี่เก็บข้อมูลอย่างไรเก็บไว้ที่ไหนมีการเข้ารหัสหรือเปล่านะคะรวมถึงความ...การที่เราจะต้องการันตีความถูกต้องของข้อมูลไม่ให้ข้อมูลมันคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่เราระบุไปตอนแรกเอาง่ายๆเลยวันเกิดที่คุณใส่กับการแสดงผลหรือการนำไปประมวลผลจะต้องตรงกันคุณบอกคุณเกิดพ.ศ.2540ก็จะต้องเป็น25402547ก็ต้(คื)2เ(5)ป็น47อายุ18ก็ต้องเ(อ)-็น(ยุ)18นะคะพ(-้)า(ง)ไม่คาดเคลื่อนแล้ว...เหมือนอย่างเช่นที่อยู่เขาก็จะถามว่าที่อยู่สำหรับส่งเอกสารที่อยู่ปัจจุบันใช้ที่อยู่เดียวกันไหมหรือว่าเป(มี)-็นที่อยู่ที่เปลี่ยนแปลงไปก็ต้องแจ้งนะคะแล้วก็ไม่ว่าคุณจะพิมพ์ข้อความอะไรหรือส่งข้อมูลอะไรไม่ว่าภาพเสียงข้อความคุณจะปฏิเสธความเป็นเจ้าของข้อมูลไม่ได้นะคะอย่างเช่นคุณจะบอกว่าอันนี้คุณไม่ได้ส่งไม่ได้เพราะมันมีสิ่งที่เรียกว่า"ลายเซ็นดิจิทัล"หรือว่า"ร(ล)ายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์"ติดไปด้วยก็คือคุณเข้ารหัสแล้วว่ามันเป็นของคุณคุณยืนยันแล้วว่าข้อมูลนี้เป็นของคุณคุณจะปฏิเสธไม่ได้นะคะการชำระเงินออนไลน์นะคะจากผลวิจัยถ้าเป็นองค์กรณ์ขนาดใหญ่นี่เขามั่นใจกับการใช้วิธีการหักบัญชีธนาคารมากกว่านะคะแต่ถ้าเป็นในขณะที่เป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้ออย่างเช่นคนที่เรียนจบไปแล้วทำงานมีรายได้ประจำเขาก็จะมีบัตรเครดิตสิ่งที่นิยมจ่ายมากที่สุดอย่างเช่นการชอปปิงออนไลน์s(S)hopeeLazadaนี่เขาก็จะนิยมจ่ายด้วยบัตรเครดิตเสียมากกว่าเพราะบางคนก็จะบอกว่าความสะดวกสบายการมีโพ(ป)รโมชันต่างๆการได้เงินคืนอะไรก็ว่าไปส่วนมากเขาจะอ้างอิงจากการจัดโพ(ป)รโมชันส่งเสริมการขายแล้วก็ในประเทศไทยก็เหมือนกันนะคะรองลงมานอกจากบัตรเครดิตแล้วเราก็ใช้วิธีการโอนเงินรวมถึงการจ-่-ัด(าย)เก็บเงินปลายทางบ(ห)-ื-ิ(อ)การจ่ายตรงหรืออาจจะไม่มีบัตรเครดิตแต่มหรือ(-ี)บัตรเ(D)ebitCardดบิตการ์ดDebitCardคืออะไรบางทีทุกคนอาจจะมีอยู่ในตัวอยู่แล้วแต่ก็ไม่เคยใช้นะคะรวมถึงการโอนเงินโดยตล(ร)งหรือผ่านคนกลางก็ได้นะคะเดี๋ยวจะมาดูกันแนวทางในการพัฒนาเพื่อ...เพื่อชำระเงินเดี๋ยวนี้จ่ายเงินง่ห(า)-้ภ(ม)กเรค(า)ใช้...บริการInternetBankingนะคะมันก็จะเป็นการท-ำWebAppl-ำเว็บแอปพ(i)catลิเค(i)o-ั(n)ขึ้นมานะคะเป็นการสร้างลิงก์ที่เรียกว่า"Hyperlink"ระหว่างWebsiาย(te)กับตัวApplicationของร้านค้ากับระบบของธนาคารเหมือนเวลาคุณต้องการจะจ่ายซื้อสินค้าร้านค้าจะสามารถGena(e)rateQRCodeกึ่หรือว่า(ง)การใช(สร)-้างQRCodeเพื่-็(อ)ให้คุณไ(จ)-่ายเงินแล้วก็เข้าบัญชีของร้านค้าได้โดยตรงนะคะพอคุณโอนปึ๊บระบบจะแจ้งเตือนเลยว่ายอดมันเข้าแล้วเหมือนที่เวลาเราไปกินข้าวหรือไปซื้อของอย่างนี้คุณไม่...บางทีคุณยังไม่ทันหันหน้าจอโชว์สลิปด้วยซ้ำระอ(บ)มันแจ้งเตือนแล้วว่าเงินมันเข้าแล้วนะ-่ะก็บริการInternetBankingนี่ก็ได้รับความนิยมแล้วก็รักษาความปลอดภัยได้อย่างดีและเป็นมาตรฐานแต่บางคนก็จะโดนกลโกงว่าปลอมสลิปนู่นนี่นั่นโน่นไม่กดโอนจริงอั-ี้ก็เป็สิ่งท-ี-่ร้านค-้หรือว่าตัวลูกค้าเองก็ต้องเช็กช่(ด้)วยเขาเรียกว่าตรวจสอบอีกครั้งเพื่อความมั่นใจนะคะหรือการจ่ายเงินที่เป็นMicrop(P)aymentMicroก็คือมันแปลว่าเล็กๆเราไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์ก็ได้เราอาจจะมีบัตรเครดิตใบเดียวที่มีช(S)hipC-ิปการ(a)r-์ด(d)อยู่นะคะหรือถ้าเป็นต่างประเทศนี่คุณมีโทรศัพท์เครื่องเดียวคุณก็สามารถเ(อ)า(ก)ไปซื้อของเ(อ)า(ก)ไปเที่ยวเ(อ)า(ก)ไปเดินทางได้แล้วถ้าเป็นประเทศที่เขารองรับการใช้กระเป๋าสตางค์ดิจิทัลโดยโทรศัพท์หรือAp(อ)ปเปิpleWa(ล)tch(อช)ก็ได้คุณสามารถเดินขึ้นรถไฟไปซื้อของในห้างจ่ยเ-ินปึ๊บก็เอาโทรศัพท์ไปแตะนะคะซื้อของในเซเว่นก็เอาโทรศัพท์ไปแตะไม่ได้สแกนนะเอาโทรศัพท์ไป-้(ง)ใกล้ๆมันก็สามารถจ่ายเงินได้เลยนะคะซึ่งมันก็จะทำให้ความปลอดภัยมันมีมากขึ้นเพราะว่าบางทีก่อนที่เราจะจ่ายสตางค์นี่ถ้าเป็นระบบของw(W)alletในโทรศัพท์บางเครื่องนี่เขาจะต้องให้เราสแกนหน้าก่อนหรือสแกนลายนิ้วมือหรือใส่รหัสความปลอดภัยก่อนก่อนที่จะไปแตะจ่ายเงินไม่ใช่ว่าใครเอาโทรศัพท์เราไปแตะจ่ายได้เป็นต้นนะคะมันก็จะปลอดภัยมากยิ่งขึ้นแห-่มันก็เหมือนเป็นการยืนยันเพิ่มขึ้นไป(มา)อีกว่าเป็นเราจริงๆนะที่ไปจ่ายสตางค์นะคะองค์ประกอบหลักของการชำระเงินแน่นอนต้องมีลูกค้ามีร้านค้ามีสถาบันทางการเงินหรือว่าเป็นธนาคารนั่นแห-่ะนเ(ค)-ี๋ย(แล้)วก็จะมีคนที่คอยกำหนดกฎระเบียบมาตรฐานต่างๆรวมถึงธนาคารมีธนาคารเดียวไม่ได้มันจะต้องเป็นเครือข่ายของธนาคารเหมือนสมัยที่พวกคุณเป็นเด็กๆไม่รู้จะรู้เรื่องและ(-้)หรือยังหรือยังไม่รู้เรื่องเหมือนกันการจะโอนเงินต่างธนาคารล้(รา)ต้องเสียสตางค์10บาท20บาทว่าไปตามยอดจำนวนเงินที่คุณจะโอนนะแต่ปัจจุบันนี่ถ้าเป็นการโอนเงินให้เพื่อนต่างธนาคารถ้าไม่เกินจำนวนที่กำหนดโอนผ่านได้เลยโอนโดยใช้โทรศัพท์ได้เลยนะคะอันนี้คือเครือข่ายธนาคารเขาตกลงร่วมกันนะคะก็จะเป็นความร่วมมือกันอะไรก็ว่าไปโดยการสร้างระบบชำระเงินนี่โดยธุรกิจทั่วๆไปแล้วหรือว่าผู้ขายทั่วๆไปนี่เขาอาจจะพัฒนาระบบจ่ายเงินเองก็ได้โดยต้องพัฒนาทั้งโปรแกรมแล้วก็ติดตั้งบนw(W)ebServerซึ่งส่วนมากถ้าเป็นผู้ค้ารายย่อยท(น)-ี่เขาไม่ทำมันลงทุนเยอะนะคะถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ท(น)-ี่เขาทำเองแน่นอนหรือองค์กรขนาดใหญ่เหมือนกันไม่ทำฉันไปซื้อมาเลยหรือเช่าก็ได้เช่าเป็นรายเดือนรายปีทำสัญญาให้เขาดูแลให้ถ้าไม่เช่าอยากพัฒนาเองแต่ไม่มีคนไม่มีกำลังคนไม่อยากดูแลสวัสดิการเขาก็จะไปส(จ)-้างบริษัทมืออาชีพมาพัฒนาที่เรียกว่า"Outsource"นะคะมาพัฒนาให้ก็ได้ไม่ต้องจ่ายอะไรเงินเดือนให้เขาเราก็ไปจ้างเขามาเขาก็ดูแลตัวเองส่งงานให้เราท(ต)-ัน(ม)เวลาเท่นั้-็(น)จบนะคะกับอีกอีกแบบหนึ่งค(ส)-่วนมากจะเหมาะกับผู้ค้ารายย่อยล(ร)ายเล็กๆนะคะธุรกิจไม่ใหญ่มากเข(ก็)-้าไปใช้บริการของระบบชำระเงินของธนาคารเลือกมาเลยธนาคารใดธนาคารหนึ่งก็ได้สังเกตง่ายๆปัจจุบัน-้า(ค่)นักศึกษาเดินไปสแกนจ่ายสตางค์ร้านอะไรก็ได้จะเห็นได้ว่าป้ายที่เขาตั้งQRCodeแต่ละร้านโลโก้ธนาคารแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนใช้Bบ(a)nก(k)-์สีม่วงบางคนใช้Bบ(a)nก(k)-์สีเขียวบางคนใช้แ(B)aงก(nk)-์สีฟ้าบางคนใช้แ(B)aงก(nk)-์สีชมพูแล้วแต่เลือกเลยกับธนาคารที่คุณสะดวกหรือมีบัญชีอยู่แล้วอาจจะเป็นBบ(a)nก(k)-์สีเหลืองหน้าม.(อ)เราก็ได้นะคะก็เลือกตามที่-ัง(ส)ข่(ดว)ออกได้เลยหรือบางธนาคารเขาก็จะมีโพ(ป)รโมชันให้เช่นเวลาเราทำธุรกรรมมากๆอาจจะลดค่าธรรมเนียมอะไรก็ว่าไปมีสิทธิพิเศษให้นะคะสิ่งที่จำเป็นในการจ่ายเงินแน่นอนการเข้ารหัสถอดรหัสเพื่อรักษาความปลอดภัยของการทำธุายร(า)จะเห็นได้ว่าเวลาคุณจ่ายลองสังเกตดูในสลิปทีเง-ิ(-่)คุณโอที่อยู่ในโทรศัพท์มันจะมีเลขรหัสการทำธุรกรรมทุกคศัพท-์(ร)-ั้งไว้เพื่อสามารถไปรวจสอบความปลอดภัยค(ร)-ือความถูกต้องของการโอนเงินได้รวมถึงถ้าเป็นธุรกิจที่มีการทำธุรกรรมร่วมกับธนาคารหรือผู้ค้ารายอื่นคุณจะต้องมีการสร้างลายเซ็นดิจิทัลขึ้นมาเพราะเอกสารบางอย่างพอเราไม่ได้เซ็นด้วยลายเซ็นตัวเองนี่ไม่ได้เซ็นสดนะเอาปากกาเซ็นต่อหน้ากันลายเซ็นดิจิทัลไม่ใช่ใ(แ)-้(-่)คุณเอาลายเซ็นคุณไปสแกนแล้วไปวางในWordไปวางในPowerPointไปวางในเอกสารอันนั้นเขาไม่ได้เรียกว่า"ลายเซ็นดิจิทัล"ลายเซ็นดิจิตอ(ทั)ลจะต้องมีการเข้ารหัสเพื่อยืนยันได้ว่าอะไ(ลาย)เซ็นนี้เป็นลายเซ็นที่คุณเอามาสร้างใส่ในเอกสารนี้จริงๆไม่ใช่แค่เอารูปมาวางอันนี้คือลายเซ็นดิจิทัลไม่ใช่ผู้ซื้อจะต้องมีลายเซ็นดิจิทัลร้านค้าก็จะต้องมีใบรับรองดิจิทัลว่าเป็นร้านค้าที่มีอยู่จริงเชื่อถือได้ไม่ใช่ว่าทำไฟล์หลอกขึ้นมาไม่ใช่มันจะต้องสามารถตรวจสอบได้โดยองค์กรที่น่าเชื่อถือนะคะเขาจะออกใบรับรองให้ว่าร้านนี้มีตัวตนจริงถ้าร้านใครเป็นร้านขายของชำเมื่อก่อนถ้าคุณจะขายแอลกอฮอล์ขายเหล้าขายเหล้าหรือขายเครื่องดื่มใดๆก็ตามมันจะต้องมีป้ายใบอนุญาตจา-ับกรมสรรพสามิตอะไรก็ว่าไปมาแปะว่าร้านนี้ถูกต้องนะเสียภาษีเรียบร้อยใบรับรองD(ด)-ิจigi(-ิ)tal(-ัล)ก็เหมือนกันก็จะเป็นคน(าร)ออกโดยองค์กรที่เป็นที่ร(ย)ง(ม)รับแล้วก็ควบคุมโดยรัฐบาลนะคะสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ถ้ามีข้อผิดพลาดวิเคราะ-์หรือข้อปัญหาสามารถตรวจสอบได้นะคะโดยสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องมีในการจ่ายสตางค์ง่ายๆข้อมูลต้องถูกต้องแล้วก็ต้องเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้นที่สามารถเข้าดูข้อมูลได้นะคะมีการยืนยันตัวตนมีการป้องกันความลับมีระบที่ป้องกันการปฏิเสธป(ธ)-ุ-้องกันโจรกรรมเช่นคุณจะบอกว่าคุณสั่งซื้อไปแต่ไม่จ่ายสตางค์บอกว่าฉันไม่ได้สั่งไม่ได้เพราะว่ามันเป็นAccountคุณมันต้องใส่ทั้งEmอีเ(a)iล(l)ใส่ทั้งp(P)asswordก-่อ(า)ที่มันจะสั่งซื้อได้นะคะก็เป็นสิ่งที่จำเป็นหรืออาจจะมีบริการบางอย่างเช่นการป้องกันภัยทางไซเบอร์มาเกี่ยวข้องด้วยนะคะเงื่อนไขในการเลือกระบบชำระการเงินที่ดีอย่างแรกต้องเป็นธนาคารที่สามารถทำธุรกรรมระหว่างประเทศได้ด้วยนะคะโดยมันจะมีข้อตกลงของธนาคารกลางนะคะวางหลักการในการชำระเงินไว้แล้วก็การหักบัญชีซึ่งหลักการนี้เขาจะมีอยู่10ข้อนะคะข้อแรกระบบการจ่ายเงินจะต้องถูกต้องต(ถ)ามกฎหมายนะคะมีกฎระเบียบที่เข้าใจได้อธิบายถึงความเสี่ยงทั้งหมดที่อาจจะเกิดขึ้นมีกระบวนการบริหารความเสี่ยงนะคะถ้ามันมีความรับผิดชอบเกิดขึ้นใครเป็นผู้รับผิดชอบนะคะการจ่ายสตางค์จะต้องเกิดภายในวันนั้นคุณซื้อของตอนเที่ยงเงินต้องเข้าภายในเที่ยงภายในเที่ยงเลยก็ได้หรือภายในวันนี้ไม่เกินเที่ยงคืนจะสังเกตได้ว่าบางธนาคารหลัง5ทุ่มครึ่งคุณจะโอนเงินไม่ได้จะทำธุรกรรมอื่นไม่ได้เติมเงินโทรศัพท์ก็ไม่ได้จ่ายบิลจ่ายค่าไฟค่าน้ำไม่ได้เพราะมันเป็นช่วงคาบเกี่ยวถ้าสมมติว่าคุณจ่ายเงินตอ5ท(น)2-ุ-่ม(3.)30น.แต่ระบบมันทำงานไม่เสร็จมันจะผิดกฎหมายเพราอ(ะ)-ัน(ะ)นั้นหลน่ะ(-ั)ง235ทุ-่(.)30น.เขาเลยจะไม่ให้คุณทำอะไรเพราะว่าด้วยกฎนี้ค่ะทุกอย่างจะเกิดขึ้นภายในวันเดียวกันกับวันที่คุณทำธุรกรรมเพราะฉะนั้นคุณจ่ายค่าน้ำสมมติส(-่)าย25ท(3).30-ุ่มคร(น.)-ึ่งแต่ระบบมันตัดไม่เสร็จผิดกฎหมายแล้วเป็นต้นนะคะการชำระเงินจะต้องเป็นราคาสุทธิยอดภายในวันนั้นไม่ใช่ว่าคุยวันนี้180ไปตัดยอดเป็น190ไม่ได้นะคะการชำระเงินต้องจ่ายผ่านธนาคารกลางก็คือธนาคารที่ได้รับความเชื่อถือนะคะแล้วก็ต้องเป็นระบบการชำระเงินที่มีการรักษาความปลอดภัยในการดำเนินการการทำธุรกรรมชำระหนี้ตามกฎหมายจะต้องมีประสิทธิภาพต่อเศรษฐกิจนะคะมีเป้าหมายมีเงื่อนไขในการที่เราจะเป็นสมาชิกสามารถอ่านเงื่อนไขได้อย่างเปิดเผยนะคะผู้บริหารจะต้องมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพโปร่งใสแล-้(ะ)ก็มีความรับผิดชอบก็ทั้งผู้ซื้อผู้ขายผู้ให้บริการผู้จัดการเงินจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้นั่นเองนะคะระบบชำระเงินส่วนใหญ่ตอนนี้ก็อาจจะเป็นเงินสดนะคะเป็น...ถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่จ่ายเป็นเช็คเป็นบัตรเดบิตบัเครดิตบัตรการโอนเงินนะคะซึ่งในการทำธุรกิจออนไลน์นี่ก็คือส่วนมากทุกอย่างมันก็จะอยู่ในโลกออนไลน์นะเวลาเราจ่ายสตางค์นี่เราก็อาจจะใช้บัตรเครดิตเสียมากกว่าหรือการโอนเงินสดทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้นะคะสิ่งพวกนี้เรา-็(ะ)เรียกว่าเป็น"E-p(P)ayment"ก็คืออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ใช่ไหมเป็นอิเล็กทรอ-ิEl(ก)ect(-์P)ronpaymentข(-่)ายเงินผ่านออนไลน์ทั้งหมดนะคะรื(ซึ)-่งการทำระบบจ่ายสตางค์ออนไลน์นี่มันทำให้การทำธุรกิจร-่วมกันนี่มันสะดวกแล-้(ะ)ก็เร็วขึ้นนะคะก็แต่มันก็จะมีสิ่งที่ภาครัฐเขามองว่ามันยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนแล้วก็มันก็จะเป็นการที่ทำให้เงินมันหมุนเข้าสู่ระบบได้เร็วขึ้นนะคะโดยการจ่ายเงินออนไลน์นี่มันจะเป็นการจ่ายเงินระหว่างผู้ซื้อกับผู้โอนหรือผู้รับสินค้านะคะซึ่งเงินจำนว-ี้นี่ถามว่ามันจะลอยเข้าไปในกระเป๋าเลยไหมไม่ใช่มันจะเป็นเหมือนการโอนาไหม(ส)-ิทธิการถือครองเงินนะคะสมมติเรามี500บาทเราจะจ่ายไปไม่ใช่เงินมันเข้ากระเป๋าเลยนะมันเป็นแค่การเปลี่ยนส-ิทธิ-ี(-์)ของเงินเป็นของใครแค่นั้นเองนะคะโดยปกติแล้วนี่ตั้งแต่ปี2565ช่วงนั้นก็เป็นช่า(ว)งเริ่มๆยังเป็นช่วงโ(C)Oว(V)I-ิด(D)นะก็คน1คนจะทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์โดยการโอนเงินหรือรับเงินนี่348รายการต่อคนต่อปีนี่แทบจะพูดได้ว่าเกือบทุกวันคุณจะต้องมีการโอนเงินหรือรับเงินผ่านช่องทางE-BankingMobileBankingโอนซื้อข้าวแค่วันหนึ่งนี่ใครกินข้าว3มื้อแล้วโอนสตางค์ผ่านQRCodeบ(-่)ก(ว)-ันแ(เ)-้(า)ก็อย่างน้อย3ครั้งแล้ว3-4ครั้งแล้วข้าวก็ครั้งหนึ่งชาไข่มุกก็ครั้งหนึ่งผลไม้ก็ครั้งหนึ่งซื้อของเซเว่นก็สแกนผ่านแอปอีกที-่หนึ่งเหมือนกันนะคะรวมถึงการทำธุรกรรมแบบดั้งเดิมน้อยลงก็คือการเดินไปที่ธนาคารแล-้ะ(ว)ถอนสตางค์น้อยเอาง่ายๆเลยขน-่ะ(าด)ในตัวคนบางคนตอนนี้เงินสดก็ไม่มีเพราะเดี๋ยวนี้ไม่ไปกดสตางค์โอนอย่างเดียวนะคะแต่พอหมดโ(C)Oว(V)I-ิค(D)คนก็เริ่มกลับมากดสตางค์เยอะขึ้นเพราะร้านค้าบางร้านก็ไม่รับเงินโอนก็มีนะคะก็รูปแบบธุรกิจบางคนก็แตกต่างกันไปเช่นบางคนเข-็(า)รู้สึกว่าโอนเงินเดี๋ยวภาษีเยอะมันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องไปทำความเข้าใจกับเขานะคะจากข้อมูลนะคะจะเห็นได้ว่าการทำธุรกรรมออนไลน์มันเป็นสีเขียวเกือบทุกวัอันก็คือมันเติบโตขึ้นม-ัา(น)มีเพิ่มมากขึ้นทุกปีนะคะทุกปีการจ่ายเงินนะคะด้วยบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นแต่บัตรเดบิตลดลงเดี๋ยวจะอธิบายว่าบัตรเครดิตกับเดบิตต่างกันอย่างไรนะคะการจ่ายสตาง-์ด้วยเช็ก(ค)น้อยลงการจ่ายเงินสดด้วยการโอนผ่านทางช่องทางสถาบันการเงินมีเพิ่มขึ้นนะคะเครื่อง...ATMอันนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักกันดีใช้กันมาทุกคนน่าจะมีบัตรATMนะคะเป็นบัตรที่ไปกดสตางค์ที่ตู้นะก็สะดวกสบายในการใช้บริการมีเยอะมีทุกมุมนะคะเครื่องรับบัตรหน้ณ(า)จุดขายมันจะเรียกว่าเป็น"(P)pointofSale"เป็นเครื่องที่ไว้แบบติ๊ดบัตรเครดิตสแกนจ่ายQRCo(ไป)deMr(R).DIYจ่ายส(ด)-้กน(วย)QRค่ะเขาก็จะสร้างCodeขึ้นมาเครื่-ันหนึ่งให้คุณจ่ายสตางค์ครื่อที่เขากด-ิน(ๆ)ติ๊ดๆๆๆๆแล้วมีเงินออกมๆ(า)หรืเ(ไ)-ีย-็ว่าไปหรือเป็นการใช้Bา(a)rcodร์โค-้(e)สแกนอันนั้นเขาเรียกว่า"เครื่องp(P)ointofSale""เครื่องPp(O)Sos(")นะคะเป็นเครื่องที่ให้บริการณจุดขายบัตรพลาสติกน่ก็จะมีทั้งบัตรเคร-ิตบัตรATMแล้วก็มีบัตรเดบิตแล้วก็บัตรอะไรอีกล่ะบัตรนักศึกษาเด-ี๋ย-ิน(ว)นี้ก็เป็นบัตรATMไปในตัวแล้วก็มีนะคะสามารถใช้ในการทั้งกดเงินแล-้(ะ)ก็ชำระค่าบริการของสินค้าได้ซึ่งบัตรแม่เหล็กก็คือบัตรพลาสติกนี่แห-่ะมีอยู่3ชนิดนะคะแบบแรกเป็นแบบออนไลน์มันจะเก็บข้อมูลบนแถบแม่เหล็กที่ถูกอ่านได้อย่างเดียวโดยเครื่องอ่านเท่านั้นทั้งบัตรATMธรรมดาบัตรเดบิตบัตรเครดิตบัตรATMธรรมดาสังเกตได้ว่ามันจะมีไม่มีสัญลักษณ์ว่าViISA(sa)ไม่มีสัญลักษณ์MasterCardไม่มีสัญลักษณ์ใดๆในหน้าบัตรนั่นคือมันกดสตางค์ได้อย่างเดียวนะคะแต่ถ้าเป็นบัตรDebitCardหน้าตาจะคล้ายๆกับบัตรCredเครด-ิ(i)tCaตการ์(rd)ทุกอย่าๆ(ง)อย่างเช่นบัตรATMของคุณในกระเป๋าตอนนี้อาจจะมีสัญลักษณ์Visaหรือสัญลักษณ์m(M)asterc(C)ardบัตรเดบิตคืออะไรบัตรเดบิตคือคุณสามารถใช้บัตรนี้รูดหรือแตะบัตรจ่ายที่เครื่องp(P)Oos(S)ได้ถ้าคุณมีเงินในบัญชีอันนี้คือเดบิตนะคล้ายๆกับบั-ือ(ต)รเติมะป(เง)-ิโทรศัพท์ต้องมีเงินถึงจะใช้ได้ซึ่งแตกต่างจากบัตรCredเครด-ิ(i)tCaตการ์(rd)CreditCardคือเขาจะให้วงเงินก็คือเขาสามารถให้คุณซื้อสินค้าได้ซื้อไปก่อนสิ้นเดือนค่อยจ่ายเขาเรียกว่า"เครดิต"ก็คือให้ความเชื่อถือของคุณไปก่อนนะคะแล้วสิ้นเดือนค่อยมาว่ากันส่วนมากแล้วบัตรเครดิตนี่ไ(เ)-็-้(ก)จบใหม่เงินเดือน15,000ก็สามารถทำบัตรเครดิตของตัวเองได้แล้วนะคะต่อมาเป็นบัตรแบบอ(O)fฟ(f)lลน์(ine)ซึ่งอันนี้พวกคุณยังไม่เกิดแน่นอนมันจะเก็บข้อมูลบนบ(ถ)บแม่เหล็กนะคะโดยเครื่องอ่านบัตรแล้วมันก็ค่อยเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนบัตรเอ-็งที-่หลังเมื่อก่อนนี้คือบัตรโทรศัพท์สมัยอาจารย์เด็กๆเลยด้วยซ้ำคุณมีเงินซื้อบัตร100บาทคุณก็สามารถเอาไอ้บัตรนี้ไปเสียบที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะแล้วก็โทรได้100บาทสังเกตได้ว่าว(บ)-ัน(ร)นี้ตั้งแต่ปี2536คุณยังเป็นอะไรอยู่ก็ไม่รู้อยู่เลยนะคะแล้วม-ัา(น)ใช้งานอย่างไรจะเห็นแถบสีขาวตรงนี้ตรงนี้ค่ะตร(-้า)งล่างมันแทนเงิน100บาทคุณโทรไป10บาทล้(-ัน)ก็จะถูกตอกข้อมูไปว่า-ุย(ณ)ใช้ไปแล้ว10บาท50บาทก็ตอบ(ก)ไปแล้วครึ่งหนึ่งพอคุณใช้หมดโทรศัพท์ตัดเลยนี่ค่ะมันจะเป็นแบบนี้เป็นเส้ๆอย่างนบบ(-ี้)นี-่เป็นเส-้นๆสีดำๆนี่แสดงว่าคุณใช้ใกล้จะหมดแล้วเหลืออีกนิดหนึ่งนะคะอันนี้เป็นบัตรแบบโบราณมากนะคะเป็นบัตรแบบอ(O)fฟ(f)lลน์(ine)ใช้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะกับอีกอันหนึ่งเป็นบัตรแบบผสมสามารถแสดงข้อมูลได้ทั้งแบบOอ(n)lineแล้วก็Offlineนไลน์และออฟไลน์โดยตัวบัตรจะมีแถบแม่เหล็กนะคะอยู่2แท่(ถบ)สามารถใช้เพื่อแสดงข้อมูลของเจ้าของบัตรก็ได้หรือแสดงข้อมูลสิ่งที่บันทึกอยู่ในบัตรก็ได้นะคะโดยที่หน้าบัตรก็แสดงข้อมูลแบบOfflineก็คือเป็นข้อมูลเบื้องต้นในบัตรว่าบัตรใบนี้เก็บอะไรบ้างนะคะบัตรอัจฉริยะหรือว่าSmartCardอันนี้ทุกคนมีอยู่แล้วบัตรประชาชนมันจะมีMicrไมโค(o)chiรชิพ(p)ฝังมาอยู่เวลาเราไปธนาคารหรือไปทำธุรกรรมใดๆก็ตามบางทีเราไม่ต้องกรอกข้อมูลแล้วเขาเสียบบัตรประชาชนคุณเข้าไป-ึ๊บเขาก็Pri-ิด(nt)ข้อมูลออกมาปุ๊บแล้ว-่อ(ห้)คุย(ณ)เซ็นรับรองได้แป๊บเดียวเสร็จนะคะไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชนหรือว่าบัตรเครดิตตอนนี้ก็มีเป็นShipMชิปไ(i)croมโคร(S)h-ิพ(ip)ตรงนี้เสียบเข้าไปนะคะเพื่ออ่านข้อมูลในบัตรบัตรเครดิตรูป(ยุค)นี้จะมีท(ต)-ั้งแบบ(ต่)รูดบัตรก็ได้หรือเสียบบัตรก็ได้หรือแตะบัตรก็ได้นะคะหลักการทำงานของSmartCardนะคะไอ้ตัวเป็นSh-ิป(ip)เมื่อกี้นี้มันจะเป็นการสร้างกุญแจคู่กันเป็นPrivateKeyกับPublicKeyถ้ากุญแจ2ดอกนี้เป็นPublicKeyทั้ง2อันเราจะเรียกว่าเป็นกุญแจSsy(a)mpa(eM)thetricเป็นกุญแจเหมือนกันแต่ถ้าเกิดเป็นกุญแจที่ต่างกันเราจะเรียกว่า"อ(U)nsaะตอม(m)eMetric"เมทริกซ์ก็คือกุญแจต่างกันPublicคือสมม-ุติว่าคุณอยากส่งข้อมูลให้ใครก็ตามคุณจะต้องมีกุญแจ2ดอกคุณจะต้องส่งกุญแจสาธารณะไปให้เขาเก็บไว้นะคะถ้าวันไหนที่คุณส่งข้อมูลไปคุณจะเข้ารหัสข้อมูลถ้าใครไม่มีกุญแจสาธารณะที่คุณแจกให้เขาจะเปิดข้อมูลนั้นไม่ได้ซึ่งกุญแจเหล่านี้เราไม่ได้ทำเองมันจะต้องทำโดยองค์กรที่มีใบรับรองรับรองกุญแจนั้นให้แล้วก็ฝังลงไปนะคะข้อดีของSmartCardบัตรShiชิป(p)นะคะที่มีShiชิป(p)มันน่าเชื่อถือกว่าเก็บข้อมูลได้มากกว่าก็ลดการปลอมแปลงข้อมูลได้นะคะใช้กับอุปกรณ์พกพาได้หลายชนิดทั้งโทรศัพท์คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตนู่นนี่นั่นโน่นได้หมดะคะขอแค่มีตัวที่สามารถใช้ต(อ)-่านShipC-ัวชิปการ(a)r-์ด(d)ได้ใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้นทั้งระบบสุขภาพก็ได้ระบบธนาคารก็ได้นะคะสะดวกกว่าการชำระเงินหลักๆแล้วในโลกธุรกิจมันจะมีอยู่6รูปแบบนะคะแบบแรกเข-้เรีล้(ยก)-่-ั(า)เป็นการโอนเงินที่มีค(ม)-ู-ุณ(ล)ค่าสูงนะคะซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่รองรับการจ่ายเงินที่มีมูลค่าสูงมากๆซึ่งจะต้องทำผ่านระบบของธนาคารแห่งประเทศไทยนะคะก็จะค่อนข้างมีความปลอดภัยสูงนะคะเงินที่โอนมันคงไม่ใช่หลัก10บาท20บาทแน่นอนนะคะอาเป็นหลักล้านขึ้นไปนะคะการโอนเงินครั้งล-่า(ะ)หลายรายการนะคะอันนี้ก็จะเป็นการโอนเงินที่ทำทีละหลายรายการเช่นการโอนเงินเดือนอง-์กคุ-ู(ณ)มี300คนเขาจะโอนทีเดียวนะคะเร(ซึ)-ื-่งจะโอนหลายรายการก็ได้แต่รายการนั้นจะไม่เกิน2,000,000บาทซึ่งเงินเดือมัะ(น)ไม่เ(ถ)-ึ-ิ(ง)2,002(0),00ล้าน(0)บาทล(ร)-้ว(ก)ถ้าเป็นองค์กรทั่วไปที่เราสามารถเข้าถึงได้นี่นะคะเช่นมัจะมีบริการที่เรียกว่า"s(S)amed(D)ay"กับ"NextDay"ก็คือSameDayก็คือโอนวันนี้ได้ภายในวันนี้ก-ับบ-้งที-่ะเขาอาจถ้าเป็นเงินเดือนเขาอาจจะโอนให-้เราตั-้งแต่เมื่อวานแต่เงินเข้าเช้าวันนี้ก็ได้นะคะการโอนเงินรายย่อยก็จะเป็นโอนเงินแบบออนไลน์ด้วยตัวเองด้วยป็น(เ)ครื่องATMบ้างในโทรศัพท์บ้างก็หรือเคาC(น)-์เตount(อ)er(-์)ธนาคารก็ได-้นะคะก็อันนี-้ก็ไปทำด้วยตัวเองได้หรือเป็นการโอนเงินรายย่อยอีกนะคะก็เป็นการโอนเงินออนไลน์เหมือนกัะคะอาจจะทำโดยระบบของธนาคารหรือWว(e)bsit-็บไซต(e)-์ก็ได้นะคะหรือการใช้บัตรพลาสติกเพื่อา(-ำ)ใ(ะ)ช้เงินใช้บัตรเดบิตก็ได้ใช้บัตรเครดิตก็ได้นะคะเงินอิเล็กทรอนิกส์ก็จะเป็นเงินสดที่อยู่ในรูปแบบขอลูก(ง)สื-่อต่างๆอาจจะเป็น-ัตบ(ร)พลาสติกก็ได้หรืาจจะเป็นแบบว่รใช้Wallอะไร(e)tก็ได้ซึ่งนักศึกษาที่บางทีซื้อเกมส์ออนไลน์ก็จะรู้ห(จ)-ักการใช้w(W)alletมากกว่านะคะยังล(ไ)-้ว(-่)มีบัตรเงินสดเอ้ยไม่ใช่สิยังไม่มีเงินสด-็จะ(รือ)ไม่มีบัตรเครดิตก็เอาเงินเติมเข้าไปในWalletแล้วก็ไปจ่ซื-้อ(าย)สินค้าก็ได้นะคะเลข3หลักสุดท้ายที่อยู่หลังบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตสำคัญอย่างไรว(ม)-ันเป็เลขท-ี-้(-่)ไว้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องนะคะอยู่ด้านหลังแบบนี้ทำไมเวลาคนโดนHacแฮก(k)ข้อมูลแบนี-่(บ)เหมือนบางทีเด็กปั๊มเด็กปั๊ข(ม)มยข้อมูลอย่างนี้เลข3หลักนี้สำคัญตรงที่ว่าเวลาคุณจ่ายเงินออนไลน์เขาจะถามเลขตัวนี้เพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่งเมื่อก่อนเขาก็คิดว่าเลข3หลักตัวนี้มันก็สำคัญพอแล้วแต่จริงๆไม่ใช่แล้วเขาก็เลยเพ(ร)-ิ่มเพิ่มความปลอดภัยข-ึ-้อ(น)-ู(า)อีกค(ข)-ั้ง(น)หนึ่งาร(-ือ)ใช้OTPเลขo(O)Ttp(P)otpย่อมาจากOneTimep(P)asswordมันจะส่งมาลข(-ี่)โทรศัพท์ของคุณเป็นเลขรหัสอีก6ตัวไส(ให)-้กรอกก่อนที่จะจ่าย-ั(า)งค์ออนไลน-์นะคะเพร-์ขอ(าะ)เลข3หลักอันนี้คือใครจดไว(ป)-้ก็ได้ไปซื้อของแล้วเขาแอบก(จ)-ัต(ว้)ก็คุณก็เสีย-ั(า)งค์แล้วนะคะการจ่ายเงินแบบOfflinออฟไลน-์(e)ก็คือเก็บเงินปลายทางบ้างไปจ่ายเงินด้วยตัวเองบ้างหรือว่าไปจ่ายเงินที่ไปรษณีย์หรือไปจ่ายเงินที่เซเว่นหรือจ่ายเงินสดตอนที่เขามาส่งสินค้าก็ได้อันนี้เขาเรียกว่า"Oอ(f)flinฟไลน-์(e)"นะก็คือไม่ได้ผ่านโทรศัพท์ไม่ได้ผ่านWebsiteนะคเว็บ(ะ)หรืไซต-์(อ)การจ่ายเงินแบบอื่นก็ได้คุณไปจ่ายที่Couเคาน(n)terServi-์เตอร์เซอ(c)eร์วิสก็ได้เช่นท(จ)-ี-่าย-่ตั๋ด(ว)เครื่องบินคุณก็ไปจ่ายที่เซเว่นก็ได้ค่าต(น)-้-ำค่าอง(ไฟ)ไปจ่ายที่เซเว่นก็ได้นะคะค่าซ(ม)-ือถ-้(-ื)อก็จ่ายได้ข(-่)นรล(ถ)ก็ไดค่า(ป)จ่ายเซเว-่นผ-่นบ้านก็จ่ายเซเว่นอย่างนี้เป็นต้นนะคะวันนี้ก็เลยมีงานให้ทำ5ข้อนะคะเนื้อหาหลายๆอย่างนี-่ก-้(-็)อยู่ในสไลด์อยู่แล้วหรือควร(-ุณ)จะไปหาเพิ่มเติอีกก็ได้นะคะ5ข้อก็ทำแล้วก็ถึงส่งในClassroomเหมือนเดิมนะคะ5ข้อเริ่มทำได้เลยค่ะ

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-07-25 12:02:02
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}