Accuracy : 78.29%
Insertion : 234
Deletion : 1390
Substitution : 153
Correction : 6641
Reference tokens : 8184
Hypothesis tokens : 7028

[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)สวัสดีค่ะสำหรับคลิปนี้นะคะเป็นพ(ล)-ิการสม(น)ในหัวข้อที่41(.)2ยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยครูปุณยเบญจ(า)พรค่ะโดยที่หัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่4เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ค่ะ-ุไ(ด)ระงคน(-์)นะคะก็ค-ือเพ-ื-่อให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างยีนการสังเคราะห์โปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมค่ะก่นอ-ู(-ื)-่นะคะนักเรียนจำได้ไหมคะเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียที่ได้เรียนมาในคลิปในหั1(ว)ข้อที่แล้วนะคะธาลัพร(สซ)-ีเมี-่คืออะไรธาลัสซีเมียคือโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งนะคะโดยเป็นโรคโลหิตต(จ)ม(ง)แบบเรื้อรังนะคะซึ-้(-่)งคนไทยนี่มีผู้ที่เป็นโรคนี้เป็นจำนวนมากนะคะและมีผู้ที่เป็นพาหะของโรคนี้โดยไม่แสดงอาการจำนวนมากนี(ยิ)-่ห(ก)ว่าขึ้นไปอีกง(น)-ั-้(-่)นก็แปลว่าโรคธาลัสซีเมียนี่ความจริงอยู่ใกล้ตัวคนไทยเรามากๆเลยนะคะซึ่งจากที่นักเรียนได้เรียนมาในคลิปที่แล้วนะคะโรคธาลัสซีเมียนี่ถูกควบคุมโดยยีนส์นะคะโดย-ี(แ)ะไ(ลล)รพ-ีลTเ-่ให(ป)-็-่(น)ที่ควบคุมลักษณะไม่เป็นโรคและแอลลีลtที่ควบคุมลักษณะเป็นโรคง(น)-ั-้(-่)นทำให้ผู้ที่มีแอลอันใหญ่2อันเ(ลี)Tว(T)ดังในรูปนะคะจะไม่เป็นโรคส่วนผู้ที่มี-ัน(ล)ริ้วท-ี-่เt-็ก(t)2อันเลวจะเป็นโรคในขณะที่ผู้ที่มีแอลลีลx(t)และแอลลีลTใหญ่อย่างละ1-ั(ล)เร(-ีล)-็วนะคะจะไม่เป็นโรคแต่ว่าเป็นพาหะเช(คร)-้นี้คำถามก็คือแอลลีลดังกล่าวเหล่านี้นี่มันทำให้เกิดโรคหรือไม่เกิดโรคได้อย่างไรเดี๋ยวว(อ)-ันนี้นะคะเราจะได้มาเรียนกันในหัวข้อนี้ค่ะเอ(ร)ามาลองช(ท)วนกันอีกนิดหนึ่งนะคะว่าแอลลีลคืออะไรย(ล)-่า(-ี)-ืมนะคะก็คือรูปแบบของยีนโดยที่ยี-ี่จะควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล้วการควบคุมนั้นนี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรนะคะยีนเป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่จะควบคุมหรือกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ซึ่งอ(ป)รตีนนั้ลลีล(น)นี่ก็จะไปส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆขึ้นอยู่กับชนิดแล้วก็หน้าที่ของโปรตีนนั้นอ(ต)-ัน(ง)นี้อาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะเดี๋ยวเรามาลองดูในส่วนของลักษณะเผื-่เป็นตัวอย่างก่อนนะคะที่นักเรียนเคได้เร-ีน(ย)-ี่(มา)แล้วว่าย-ี-ื(น)-ี่ควบคุมการเกิดหรือการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อย่างไรค่ะค่ะซึ่งลักษณะเผือกนะคะเกิดจากการที-่ขาดเมลานินค-่โดยเมลานินนะคะเป็นสารย(ส)-ีชนิดหนึ่งที่อยู่บริเวณผิวหนังผมและม่านตาค่ะโดยในตัวอย่างย(น)-ีน(-้)นะคะลักษณะเผือกนี่ถูควบคุมโดยยีนซึ่งมี2จะม(แ)อลล-ีโดยแอลลีลT(A)ะคะจสังเราห์โปรตีนที่ทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคาะห์เมลานินได้ค่ะแต่ว่ายีนที่มีแอลลีลaนะคะจะสังเคราะห์ได้โปรตีนทีD(-่)NA(-ี)ลักษณะเปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ค่ะอย่างในสไลด์ที่รง(-ัก)เรียนเห็อยู่ตอนนี้นะคะโปรตีนที่ทำงานได-้นี่คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีแ-้-้วย(ง)นะคะส่วนโปรตีนที่ทำงานไม่ได้คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีเหลืองค่ะคราวนี้แล้วย-ื(-ี)นที่มีแอลลีลAแอลลีลaนี่เขาควบคุมการมีหรือไม่แอลลีลมีลักษณะเผือกได้อย่างไรนะคะเดี๋ยวเรามลอดูไปพร้อมๆกันค่ร(ะ)ในผู้ที่มีแอลลีลAa2(A)อัลืมนะคะเขาก็จะสามารถสังเคราะห์โปรตีนที่ทำงานได้ซึ่งโปรตีนที่ทำงานได-้นี-้นี่ก็จะไปทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนะคะทำให-้ผู-้ที่มีแอลลีลแบบนี้นี่มีเมลานอะไร(-ิน)และทำให้ไม่มีลักษณะเผือกในขณะที่ผู้ที่มีเฉพาะแอลลีลaaนะคะจะสังเคราะห์โปรตีนออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะซึ่งทำให้ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนี่ไม่มีเมลานินเกิดขึ้นนะคะและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะเราส(ร)ม(ก)ารควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของผู้ที่มีเฉพาะแอลลีลAแล้วก็พ(ผ)-ูด(-้)ที่มีเฉพาะแอเ(ล)-ีล-็ก(a)แล้วนะคะคำถามก็คือแล้วผู้ที่มีแอลลีลทั้ง2รูปแบบก็ม(ค)-ื-่อมีทั้งแอห(ล)-ียๆ(ลA)แล้วก็ไ(แ)-้(ล)-็(-ี)เ(a)นี่เขาจะมีการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมออกมาเป็น-่-ั(า)งไง(ร)นะคะเดี๋ยวพ(ต)-ุ่งนี้คุณครูจะให้เวลาคิดประมาณ10วินาทีนะคะลองมาคิดเล่นๆกันแล้วเดี๋ยวเราค่อยมาดูคำตอบพร้อมกันค่ะเริ่มเลยนะคะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)ค่ะอันนี้น่าจะพอตอบกันได้แล้วนะคะอย่างนั้นเรามาลองดูคำตอบพร้อมกันเลยค่ะค่ะบุคคอัน(ล)นี้เป็นพาหะนะคะมีทั้งแอลลีลAและแอลลีลaคนแล(-่)ะโดยการมีแอลลีลaนะคะทำให้เขามีการสร้างโปรตีนที่ทำงานไม่ได้แต่ในขณะเดียวกันบุคคลนี้มีแอลลี-ัว(ลA)อย-ู-่างด้วยค่ะทำให้มีการสร้างโปรต-ีนท-ี-่ทำงานได้ด้วยจึงทำให้มีการสังเคาะห์เมลานินเกิดขึ้นและทำให้บุคคลนี้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะตรงจุดนี้นะคะนักเรียนคง(าจ)จะสังเกตถึงความแตกต่างระหว่างแอลลีลเด่นละ(-ับ)แอลลีลด้อยที่นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะจะเห็นได้ว่าการมีไ(ล)-ีลAรใหม่ๆเพียงแค่1แอลลีลนี่ก็ทำให้สามารถที่จะแสดงตัวใหญ-่(ล)-ักษณะออกมาได้แอลลีลAจึงจ-ัะ(ด)เป็นแอลลีลเด่ค่ะในทางกลับกันนะคะถึงแม้ว่าจะมี-ันเ(ลี)-็(a)อยู่ก็ตามแต่กลับไม่มีการแสดงออกของลักษณะนั้นจ(ด)-ัก(ง)นั-้นนะคะแอลลีลaจึงจัดเป็นแอลลีลด-้น(อ)ยค่ะจากที่นักเรียนได้เรียนมานะคะนักเรียนพอที่จะสรุปความเชื่อมโยงกับแผนผังที่ครูให้ไว้ตั้งแต่ต้นคาบได้ไหมคะแผนผังดต(-้)นลร(-่)างนี้นะคะว่ายีนนี่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรไรนะคะโดยครูอยากให้นักเรียนเชื่อมโยงระหว่างแอลลีลAกับแอลลีลaกับการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกที่เพินักเรียน(-่ง)ได้เรียนมาเมื่อสักครู่สำหรับตอนนี้เริ่มได้เลยค-่ะ[เสียงดนตรี](-่ะ(ค)-ุณครูปุณยาพร)ค่ะได้เวลาแล้วนะคะเรามาดูคำตอบกันเลยดีกว่าว่าคำตอบของเราเป็นอย่างไรกันบ้างค่ะจากรูปนี้นะคะจะอธิบายการที่มียีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของการมีหรือไม่มีลักษณะผิวเผือกได้เรามาลองดูกันไม่ค่อยถ(ๆ)-ูกดูกันไปทีละก(ข)-ั-้นอีกครั้งหนึ่-่งนะคะยีนทำหน้าที่กำหนดลักษณะของโปรตีนยีนที่ควบคุมลักษณะเผือกนะคะมี-ันเ(ลี)Aซึยๆ(-่ง)จะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานได้และแอลลีลaซึ่งจะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะต่อมานะคะโปรตีนนั้นก็จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะสำหรับลักษณะเผื-่ก็คือการมีโปรตีนที่ทำงานได้หรือทำงานไม่ได้น-ี่ทำให้สามารถสังเคราะห์เมลานินได้หรือสังเคราะห์ไม่ได้นะคะซึ่งการมีหรือไม่มีเมลานินนี้เองง(ท)-ี่เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเรานั่นก็คือการมีอยู่หรือไม่มีลักษณะเผแ(-ื)บ(ก)นั-้(-่)นเองค่ะค่ะ-ับ(ก)ตัวอย่างข้างข้างต้นนะคะก็จะเห็นได้ว่ายี-ี่ควบคุมการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล้วคราวนี้ยีนนี่กำหนดลักษณะของโปรตีนได้อย่างไรนะคะคำตอบก็คือลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนมีผลต่อโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ค่ะอันนี้นักเรียนอาจจะบอกนะคะว่าครูคะเข(คำ)ตอบแค่นี้ไม่ช่วยอะไรเลยค่ะลำดับนิวคลีโอไทด์คืออะไรคะใครที่ลืมไปแล้วนะคะหรือว่าอาจจะรู้สึกว่าเอ๊ะเหมือนมันไม่เคยได้เรียนมาก่อนเลยไม่เป็นอะไรค่ะเดี๋ยวคุณครูสอ(ทว)นให้ฟังอีกครั้งนึ่งนะคะย้อนกลับไปตั้งแต่ว่ายีนคือช่วงหนึ่งของสารDNAย(แ)ล้วเ(D)N-ี(A)ยนอีกคืออะไรDNAนะคะหรือชื่อเต-็มdeoxyribonucl-็ม(e)icacidนะคะเป็นสารพันธุกรรมซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ค่ะอย่างในรูปตน(ง)นี้นะคะโครงสรต(-้)งใม(น)กรอบนี้คือ1นิวคลีโอไทด์ค่ะโดยนิวลีโอไทด์นี-่มาเรียงต่อกันนะคะเป็นสายพอลินิวคลีโอไทด์จำนวน2สา3(ย)ค่ะอันนี้คือสายหนึ่งนะคะส่วนอันนี้ก็คือพอลินิวคลีโอไทด์อีกสายหนึ่งค่ะพอลินิวคลีโอไทด์สายคู่นี้นะคะจะพันกันเป็นโครงส-้างเกลียวคู-่แต-่ละนิวคลีโอไทด์นี่จะประกอบไปด้วยน้ำตาลหมู่ฟอสเฟตและไนโตร-ีนัสเบสค่ะอันนี้เดี๋ยวครูจะลองขยายในส่วนของนิวคลีโอไทด์ขึ-ี่(-้น)มาให้ใหญ่หน่อยนะคะเราจะได้เห็นได้ชัดๆกันซึ่งนิวจ(ล)-ีโอไทด์ที่มาต่อกันนี้นะคะมี4ชนิดตามชนิดของไนโตร-ีนัสเบสค่ะได้แก่อะดินีนหรือAไทมีนหรือTไซโทซีนหรือCและกวานีนหรือGค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสa(A)นะคะจะจนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจ-ับกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสTเบสดีค่ะส่วนนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสด(G)-ีนะคะจจับกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสCค่ะคราวนี้นะคะเราได้รู้จักDNAกันแล้วกลับมาที่ย-ีนและแอลลีลของเ-ืน(ร)กันดีกว่าค่ะกลับมาที่รูปนี้อีกครั้งหนึ่งนะคะยีนนี่เป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นดังนั้นถ้าหากว่าลำดับของนิวคลีโอไทด์เปลี่ยนแปลงไปนี่ก็อาจจะส่งผลให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะบนสายDNAยาวของเรานี่มียีนอยู่ด้วยกันหลา-ีนค่ะโดยยีนต่างชนิดกันก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ต่างกันได้โปรตีนออกมชนิด(า)ต่างชนิดกันและส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆนะคะอย่างตัวอย่างที่เราเรียนมานะคะยีนธาลัสซีเมียกับยีนลักษณะเผือกนะคะก็เป็นยีนคนละยีนกันมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและได้เป็นโปรตีนกต-่างชนิดกัะคะซึ่งะ(-็)ส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมคนละอย่าง-ืออะไ(ค)น(า)-ิค(น)-ีโ(-้)อไทด์นะคะเรามาลองดูที่ยีนหนอ(-ึ)-ื-่งยีนกันบ้างค่ะในกรณีของท(ย)-ีม(น)เดียวกันนะคะต่างรูปแบบการ(-ัน)ก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันทำให้มีความแตกต่างของโปรตีนที่สัเคราะห์ได้นะคะซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดเป็นฟีโไทปสิ่ง(-์)ที่แตกต่างกันไปด้วยตัวอย่างนะคะก็เช่นแอลลีลTและแอลลีลtนะคะในกรณีตัวอย่างของโรคธาลัสซีเมียค่ะจากในรูปนะคะจะเห็นว่าแอลลีลTกับแอเ(ล)-็(-ี)เ(t)นี่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันนะคะซึ่งก็ส่งผลให้สังเคราะห์ออกมาเป็นโปรตีนที่มีลักษณะแตกต่างกันและส่งผลต่อลักษณะการเป็นหรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนั่นเองค่ะค่ะจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะก็น่าที่จะพอเห็นภาพแล้วว่าอ(-ี)ล(น)-ี-่มัล(น)เกี่ยวข้องกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะต-่อ(ง)าก(-ุด)นี้นะคะอยากจะให้นักเรียนลองตอบคำถามเพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองนะคะโดยให้เขียนแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างยีนโปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมในกรณีของบุคคลที่มีเลือดหมู่ABค่ะน่าจะไม่ยากนะคะสำหรับนักเรียนที่ตอบได้นี่แสดงว่าเข้าใจแล้วแต่ถ้าหากว่าใครยังตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะอาจจะลองย้อนกลับไปดูคลิปนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะทำความเข้าใจหรือว่าอาจจะสืบค้นเพิ่มเติมนะคะแล้วก็ลองคุยกับเพื่อนดูว่าแต่ละคนนี่มีความเข้าใจตรงกันหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะคะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)จากที่เราได้เรียนมานะคะคราวนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมเกิดผ่านยีนซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่อยู่บนโครโมโซมโดยลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นแอลลีลรูปแบบต่างกันจะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและทำให้ได้โปรตีนที่มีสมบัติต่างกันค่ะจบลงไปแล้วนะคะกับการศึกษาในหัวข้อยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมค่ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2026-03-06 10:58:18
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}