Accuracy : 72.02%
Insertion : 359
Deletion : 1711
Substitution : 220
Correction : 6253
Reference tokens : 8184
Hypothesis tokens : 6832
[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)สวัสดีค่ะสำหรับคลิปนี้นะคะเป็นคพ(ล)-ิปการสอม(น)ในหัวข้อที่41(.)2ยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยครูปุณยเบญจ(า)พรค่ะโดยที่หัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่4เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ค่ะจ-ุะไ(ด)ประสงคน(-์)นะคะก็ค-ือเพ-ื-่อให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างยีนการสังเคราะห์โปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมค่ะก่อนอย-ู(-ื)-่นนะคะนักเรียนจำได้ไหมคะเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียที่ได้เรียนมาในคลิปในหั1(ว)ข้อที่แล้วนะคะธาลัพร(สซ)-ีเมี-่ยมคืออะไรธาลัสซีเมียคือโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งนะคะโดยเป็นโรคโลหิตต(จ)าม(ง)แบบเรื้อรังนะคะซึ-้(-่)งคนไทยเนี่ยมีผู้ที่เป็นโรคนี้เป็นจำนวนมากนะคะและมีผู้ที่เป็นพาหะของโรคนี้โดยไม่แสดงอาการจำนวนมากนี(ยิ)-่งห(ก)ว่าขึ้นไปอีกง(น)-ั-้(-่)นก็แปลว่าโรคธาลัสซีเมียนี่ความจริงอยู่ใกล้ตัวคนไทยเรามากๆเลยนะคะซึ่งจากที่นักเรียนได้เรียนมาในคลิปที่แล้วนะคะโรคธาลัสซีเมียนี่ถูกควบคุมโดยยีนส์นะคะโดยม-ี(แ)อะไ(ลล)รพ-ีลTเ-่ให(ป)-็ญ-่(น)ที่ควบคุมลักษณะไม่เป็นโรคและแอลลีลtที่ควบคุมลักษณะเป็นโรคง(น)-ั-้(-่)นทำให้ผู้ที่มีแอลอันใหญ่2อันเ(ลี)ลTว(T)ดังในรูปนะคะจะไม่เป็นโรคส่วนผู้ที่มีแอล-ัน(ล)ริ้วท-ี-่เลt-็ก(t)2อันเลวจะเป็นโรคในขณะที่ผู้ที่ม-ีแอลลีล-ีarganx(t)และแอลลีลTใหญ่อย่างละ1แอ-ั(ล)ลนเร(-ีล)-็วนะคะจะไม่เป็นโรคแต่ว่าเป็นพาหะเช(คร)-้าวนี้คำถามก็คือแอลลีลดังกล่าวเหล่านี้เนี่ยมันทำให้เกิดโรคหรือไม่เกิดโรคได้อย่างไรเดี๋ยวว(อ)-ันนี้นะคะเราจะได้มาเรียนกันในหัวข้อนี้ค่ะเอ(ร)ามาลองช(ท)วนกันอีกนิดหนึ-่งนะคะว่าแอลมันเ(ลี)ลวคืออะไรแอย(ล)ล-่า(-ี)ล-ืมนะคะก็คือรูปแบบของยีนโดยพ(ท)-ี่ยีนน-ี่จะควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล้วการควบคุมน-ั้ะเ(น)นี่ยมันเกิดขึ้นได้อย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะยีนเป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่จะควบคุมหรือกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ซึ-้(-่)งโปรบิ(ตี)นส(น)-ั-้นเนี่ยก็จะไปส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆขึ้นอยู่กับชนิดแล้วก็หน้าที่ของโปรตีนนั้นพ(ต)ร-ุ่งนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะเดี๋ยวเรามาลองดูในส่วนของลักษณะเผื-่อกเป็นตัวอย่างก่อนนะคะที่นักเรียนเคยได้เรีย-ินมาแล้วว่าย-ี-ื(น)น-ี่ควบคุมการเกิดหรือการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อย-่-ั(า)งไรค่ะค่ะซึ่งลักษณะเผื-่อกนะคะเกิดจากการที-่ขาดเมลานินค-่ะโดยเมลานินนะคะเป็นสารสีชนิดหนึ-่งที่อยู่บริเวณผิวหนังผมและม่านตาค่ะโดยในตัวอย่างด(น)-ี-้นะคะลักษณะเผือกนี่ถูกควบคุมโดยยีนซึ่งมี2ฉันม(แ)อลล-ีลโดยแอลลีลAnimeใหญ่นะคะจะสังเคราะห์โปรตีนที่ทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินได้ค่ะแต่ว่ายีนที่มีแอลลีลaนะคะจะสังเคราะห์ได้โปรตีนทีD(-่)มNA(-ี)ลักษณะเปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ค่ะอย-่างในสไลซอย(ด์)ที่นโรง(-ัก)เรียนเห็นอยู่ตอนนี้นะคะโปรตีนที่ทำงานได-้นี่คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีแ-้ด-้วย(ง)นะคะส่วนโปรตีนที่ทำงานไม่ได้คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีเหลืองค่ด-้(ะ)คราวนี้แล้วย-ื(-ี)นที่ม-ีแอลล-ีลAแอลลีล-ั(a)น-ี่เใหญ-่ๆ(ขา)ควบคุมการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อย-่-ั(า)งไรนะคะเดี๋ยวเรามาลองดูไปพร้อมๆกันค่ะในผู้ที่มีแอลลี-ันใหญ่2อันลA-ืม(A)นะคะเขาก็จะสามารถสังเคราะห์โปรตีนที่ทำงานได้ซึ่งโปรตีนที่ทำงานได้นีเ(-้)นี่ยก็จะไปทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนะคะทำให้พ(ผ)-ู-้ที่มีแอลลีด(ล)แบบนี้นี่มีเมลานอะไร(-ิน)และทำให้ไม่มีลักษณะเผือกในขณะที่ผู้ที่มีเฉพาะแอลลีลalvarezนะคะจะสังเคราะห์โปรตีนออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะซึ่งทำให้ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินน-ี่ไม่มีเมลานินเกิดขึ้นนะคะและทำให้มีลักษณะเส(ผ)-ือกค่ะเราทรา-ัก(บ)การควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของผู้ที่มีเอาจจะเ(ฉ)พราะแอลลา(-ี)ลยๆ(A)แล้วก็พ(ผ)-ูด(-้)ที่มีเฉพาะแอเ(ล)ล-ีล-็ก(a)แล้วนะคะคำถามก็คือแล้วผู้ที่มีแอลลีาย-ุ(ล)ทั้ง2รูปแบบเม(ก็)-ื่อคืนคือมีทั้งแอห(ล)ล-ีายๆ(ลA)แล้วก็ไ(แ)อ-้(ล)เล-็(-ี)ลกเ(a)นี่ยเขาจะมีการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมออกมาเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)นะคะเดี๋ยวพ(ต)ร-ุ่งนี้คุณครูจะให้เวลาคิดประมาณ10วินาทีนะคะลองมาคิดเล่นๆกันแล้วเดี๋ยวเราค่อยมาดูคำตอบพร้อมกันค่ะเริ่มเลยนะคะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)ค่ะอันนี้น่าจะพอต-่อบกันได้แล้วนะคะอย่างน-ั้นเรามาลองดูคำตอบพร้อมๆกันเลยค่ะค่ะบุคคอัน(ล)นี้เป็นพาหะนะคะมีทั้งแอลลีลAและแอลลีลaคนแล(-่)ะโดยการมีแอลลีละไร(a)นะคะทำให้เขามีการสร้างโปรตีนที่ทำงานไม่ได้แต่ในขณะเดียวกันบุคคลนี้มีแอลลีต-ัว(ลA)อย-ู-่างด้วยค่ะทำให้มีการสร้างโปรต-ีนท-ี-่ทำงานได้ด้วยจึงทำให้มีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและทำให้บุคคลนี้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะตรงจุดนี้นะคะนักเรียนอาจจะสังเกตถึงความแตกต่างระหว่างแอลลีลเด่นกับแอลลีลด้อยhundredAndroidที่นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะจะเห็นได้ว่าการมีแอละไ(ล)-ีลAรใหม่ๆเพียงแค่1แอลลีลนี่ก็ทำให้สามารถที่จะแสดงคันนึงตัวใหญ-่(ล)-ักษณะออกมาได้แอลลีลAจึงจ-ัะ(ด)เป็นแอลลีลเด่น-ิเคม(-่)ะในทางกลับกันนะคะถึงแม้ว่าจะมีแอล-ันเ(ลี)ล-็(a)กอยู่ก็ตามแต่กลับไม่มีการแสดงออกของลักษณะนั้นดังนั้นนะคะแอลลีลaจึงจัดเป็นแอลลีลด้อยค่ะจากที่นักเรียนได้เรียนมานะคะนักเรียนพอที่จะสรุปความเชื่อมโยงกับแผนผังที่ครูให้ไว้ตั้งแต่ต้นคาบได้ไหมคะแผนผังดต(-้)านลร(-่)างนี้นะคะว่ายyeเ(-ีน)นี่ยควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะโดยครูอยากให้นักเรียนเชื่อมโยงระหว่างแอลลาย(-ี)ลAแอลลี-ุญาญ่าgle(ลa)กับการมีหรือไม่มีลักษณะเป(ผ)ล-ือกท-ี่เพิ่-ุ(ง)เรียนมาเมื่อสักครู่สำหรับตอนนี้เริ่มได้เลยค-่ะ[เสียงดนตรี](-่ะ(ค)-ุณครูปุณยาพร)ค่ะได้เวลาแล้วนะคะเรามาดูคำตอบกันต่อไปเลยดีกว่าว่าคำตอบของเราเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)กันบ้างค่ะจากรูปนี้นะคะจะอธิบายการที่มียีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของการมีหรือไม่มีลักษณะผิวเผือกได้เรามาลองดูกันไม่ค่อยๆถ(ด)-ูกก-ันไปทีละก(ข)-ั-้นอีกครั้งหนึ-่งนะคะยีนทำหน้าที่กำหนดลักษณะของโปรตีนยีนที่ควบคุมลักษณะเผือกนะคะมีแอล-ันเ(ลี)ลAซึยๆฉ-ัน(-่ง)จะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานได้และแอa(ล)ลlex(-ีล)aซึ่งจะกำหนดลักษณะใ(ไ)ด-้เป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะต่อมานะคะโปรตถด(-ี)-ินนั้นก็จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะสำหรับลักษณะเผื-่อกก็คือการมีโปรตีนที่ทำงานได้หรือทำงานไม่ได้เนี่ยทำให้สามารถสังเคราะห์เมลานินได้หรือสังเคราะห์ไม่ได้นะคะซึ่งการมีหรือไม่มีเมลอ(า)นะไร(-ิน)นี้เองพ(ท)-ี่เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเรานั่นก็คือการมีอยู่หรือไม่มีลักษณะเผแ(-ื)อบบ(ก)นั-้(-่)นเองค่ะค่ะจา-ับ(ก)ตัวอย่างข้างต้นนะคะกว(-็)-่าจะเห็นได้ว่ายีนน-ี่ส-์พ(คว)บคุมการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล้วคราวนี้ยีนนี่กำหนดลักษณะของโปรตีนได้อย่างไรนะคะคำตอบก็คือลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนมีผลต่อโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ค่ะอันนี้นักเรียนอาจจะบอกนะคะว่าคร-ู-่คะ-้าเ(คำ)ขาตอบแค่นี้ไม่ช่วยอะไรเลยค่ะลำดับนิวคลีโอไทด์คืออะไรคะใครที่ลืมไปแล้วนะคะหรือว่าอาจจะรู้สึกว่าเอ-๊ะเหม-ื-ั(อ)นไม่เคยได้เรียนมาก่อนเลยไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวคุณครูสอ(ทว)นให้ฟังอีกครั้งหนึ-่งนะคะย้อนกลับไปตั้งแต่ว่ายีนคือช่วงหนึ-่งของสาย(ร)Dด-ี(N)Aเอ็นเอแล้วเ(D)Nร-ี(A)ยนอีกคืออะไรDNAนะคะหรือชื่อเต-็มdeoxyribonucl-็ม(e)icacidนะคะเป็นสารพันธุกรรมซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ค่ะอย-่าก(ง)ใได(น)-้รูปตรอน(ง)นี้นะคะโครงสรต(-้)างใม(น)กรอบนี้คือ1นิวคลีโอไทด์ค่ะโดยนิวคลีโอไทด์นี-่จะมาเรียงต่อกันนะคะเป็นสายพอลินิวคลีโอไทด์จำนวน2สา3(ย)ค่ะอันนี้คือสายหนึ-่งนะคะส่วนอันนี้ก็คือพอลินิวคลีโอไทด์อ-ีกสายหนึ่งค่ะพอลินิวคลีโอไทด์สายคู่นี้นะคะจะพันกันเป็นโครงสร-้างเกต(ล)-ียง(ว)คู-่แต-่ละนิวคล810t(-ี)โอไotyp(ท)ดeเ(-์)นี่ยจะประกอบไปด้วยน้ำตาลหมู่ฟอสเฟตและไนโตรเจ-ีนัสเบสค่ะอันนี้เดี๋ยวครูจะลองขยายใด-ู(น)ส่วนของนิวคลีโอไทด์ขึท-ี่(-้น)มาให้ใหญ่หน่อยนะคะเราจะได้เห็นชัดๆกันซึ่งม(น)-ีค-ิวคลีโอไทดถ่าย(-์)ที่มาต่อกันนี้นะคะมี4ชนิดตามชนิดของไนโตรเจ-ีนัสเบสค่ะได้แก่อะาท(ด)-ิตย์นี-้(น)หรือAไทIMe(ม)-ีan(น)หรือTไซโทซีนหรือCและกว-ั(า)นน-ี-้(น)หรือด(G)-ีค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสa(A)นะคะจะจนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจ-ับกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสTเบสดีค่ะส่วนนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสด(G)-ีนะคะจะจับกล-ับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส4(C)ค่ะเช(คร)-้าวนี้นะคะเราได้รู้จักDNAกันแล้วกลับมาที่ย-ีนและแอลลีลของเ-ืน(ร)ากันดีกว่าค่ะกลับมาเที่ยวรูปนี้อีกครั้งหนึ-่งนะคะยีนนี่เป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นดังนั้นถ้าหากว่าลำดับของนิวคลีโอไทด์เปลี่ยนแปลงไปเนี่ยก็อาจจะส่งผลให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะคุ(บน)ณสายDNAยาวๆของเราเนี่มีย-ีนอยู่ด้วยกันหลายย-ีนค่ะโดยยีนต-่า-ัด(ง)ชน-ิดกันก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ต่างกันได้โปรตีนออกมาต่างชนิดกันและส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆนะคะอย่างตัวอย่างที่เราเรียนมานะคะยีนธาลัสซีเมียกับยีนลักษณะเผือกนะคะก็เป็นยีนคอ(น)ละล(ย)-ีนกันมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและได้เป็นโปรตีนแต-่างชนิดก-ันนะคะซึ่งกจะ(-็)ส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมคนละอย่าง-ืออะไ(ค)รเท่าวนี้นะคะเรามาลองดูที่ยีนหนอ(-ึ)-ื-่งยีนกันบ้างค่ะในกรณีของท(ย)-ีม(น)เดียวกันนะคะต่างรูปแบบการ(-ัน)ก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต-่างก-ันทำให้มีความแตกต่างของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นะคะซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดเป็นฟีโนไทปสิ่ง(-์)ที่แตกต่างกันไปด้วยตัวอย่างนะคะก็เช่นแอลท(ล)-ีล-่ใ(T)หญ่และแอาย(ลล)-ุท-ี-่เล-็(t)กนะคะในกรณีตัวอย่างของโลกรคธาลัสชิน(ซ)-ีเมรา(-ีย)ค-่า(ะ)จากในรูปนะคะจะเห็นว่าa(แ)อlp(ล)ลีลใหญ-่(T)ใหญ่กับแอเ(ล)ล-็(-ี)ลกเ(t)นี่ยมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันนะคะซึ่งก็ส่งผลให้สังเคราะห์ออกมาเป็นโปรตีนที่มีลักษณะแตกต่างกันและส่งผลต่อลักษณะการเป็นหรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนั่นเองค่ะค่ะจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะก็น่าที่จะพอเห็นภาพแล้วว่าย-ิ(-ี)นนี-้มแย(-่)-้ม-ันเกี่ยวข้องกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะตรงจุดนี-่(-้)นะคะอยากจะให้นักเรียนร(ล)องตอบคำถามเพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองนะคะโดยให้เขียนแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างยีนโปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมในกรณีของบุคคลที่มีเลือดหมู่ABค่ะน่าจะไม่ยากนะคะสำหรับนักเรียนที่ส(ต)อบได้เนี่ยแสดงว่าเข้าใจแล้วแต่ถ้าหากว่าใครยังตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะอาจจะลองย้อนกลับไปดูคลิปนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะทำความเข้าใจหรือว่าอาจจะสืบค้นเพิ่มเติมนะคะแล้วก็ลองคุยกับเพื่อนดูว่าแต่ละคนเนี่ยมีความเข้าใจตรงกันหรือแตกต่างกันอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนะคะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)จากที่เราได้เรียนมานะคะครตอน(าว)นี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมเกิดแผ่านยด-ิ(-ี)นซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่อยู่บนโครโมโซมโดยลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นแอลลีลรูปแบบต่างกันจะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและทำให้ได้โปรตีนที่มีสมบัติต่างกันค่ะจบลงไปแล้วนะคะกับการศึกษาในหัวข้อยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมค่ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2026-03-06 10:58:16
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}